สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการขายหุ้นของวิน มาร์คที่ถือในบริษัท เอสซี แอสเสท โดยมีการแจ้งข้อมูลเท็จต่อ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ และเรียกร้องความรับผิดชอบต่อกรณีนี้ นอกจากนี้ ท่านยังพูดถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยและสํานักงาน ก.ล.ต. โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการที่มีความสัมพันธ์ทับซ้อน และการแทรกแซงในการจัดตั้งผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณสําหรับคําแนะนําของ ท่านประธาน ถ้าจะให้ผมสรุปง่าย ๆ ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีตําแหน่ง เปึนประธานสํานักงาน ก.ล.ต. จนถึงวันที่ ๒๘ เมษายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้มี การเปลี่ยนประธานสํานักงาน ก.ล.ต. ตามพระราชบัญญัติแก้ไข ก.ล.ต. ฉบับป้ ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นตลอดช่วง ๔ เดือนแรกของการเปึนรัฐมนตรีมีหน้าที่โดยตรงในการกํากับดูแล ก.ล.ต. หลังจากนี้ก็ยังมีบทบาทในแง่ของการตั้งคณะกรรมการสรรหาเพื่อให้ได้มา ซึ่งกรรมการของ ก.ล.ต. เพื่อได้มาซึ่งเลขาธิการของ ก.ล.ต. เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า ท่านรัฐมนตรีคงไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่มีต่อสํานักงานนี้ ท่านได้ไปร่วมงานสัมมนา ท่านได้ไปเยี่ยมงานประชุมของทาง ก.ล.ต. กี่ครั้งผมนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ท่านได้มารับ ตําแหน่ง ในบางครั้งผมก็ไปร่วมงานกับท่านด้วย เพราะฉะนั้นส่วนเกี่ยวข้องกับการทํางาน ของ ก.ล.ต. นั้นผมคิดว่าชัดเจนครับ รวบรัดนะครับ วิน มาร์คขายหุ้นที่ถืออยู่ในเอสซี แอสเสท แล้วทําให้ราคาหุ้นลดลงมาจากประมาณ ๑๗ บาทต่อหุ้น ลงมาเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ บาทต่อหุ้น เงินได้ถูกโอนออกไปต่างประเทศ ผู้ถือหุ้นที่อยู่ในประเทศที่เปึนผู้ถือหุ้น รายย่อยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ขาดทุนยับเยินจากการขายหุ้นครั้งนี้ของวิน มาร์ค ๑ วัน หลังจากที่ ทางกรรมการผู้จัดการของวิน มาร์คได้แจ้งข้อมูลเท็จต่อ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ คือพูดง่าย ๆ ตามที่ผมได้เรียนเมื่อสักครู่ครับ ก.ล.ต. ได้ถามไป กรรมการผู้จัดการ สมาชิก ครอบครัวเดียวกันกับอดีตผู้นําได้แจ้งมาว่าวิน มาร์คที่ถือหุ้นของบริษัทตัวเองไม่ได้ เกี่ยวข้องกับตระกูลของตัวเอง หลังจากนั้นภายใน ๑ วันเริ่มขายหุ้นทันทีและขายจนหมด ราคาหุ้นตกลงมาจาก ๑๗ บาท เหลือ ๑๐ บาท ตรงนี้ผิดหลายมาตรา พ.ร.บ. หลักทรัพย์ครับ ใช้ข้อมูลภายใน แจ้งข้อมูลเท็จ ปัืนหุ้น ทุก ๆ อย่างเปึนกรณีความรับผิดชอบภายใต้ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และความยากลําบากในการที่เพียงแค่กระผมในวันนี้จะนําเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงต่อ เพื่อน ส.ส. ในสภา สะท้อนให้เห็นถึงสาเหตุว่าทําไมปัญหาสังคม ปัญหาการเมือง ปัญหาบ้านเมืองของเรามันยังไม่จบไม่สิ้นสักที ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตาม การอภิปรายของผมในวันนี้เห็นแล้วคงเข้าใจนะครับว่า การทํางานของพวกเราที่อยู่ ฝ์ายค้านเปึนเสียงข้างน้อยมันยากลําบากเพียงใด อย่างไรก็แล้วแต่เพื่อความจริง จะต้องปรากฏพวกผมก็จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

เข้าสู่สาเหตุสุดท้ายที่ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ต่อไป ผมเข้าใจแล้วครับ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก พี่น้องประชาชน ที่ได้ติดตามการอภิปรายในคืนนี้ก็คงเข้าใจพร้อมกับผมด้วยว่าทําไมถึงมีความสําคัญ ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องสามารถควบคุมองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารตลาดเงิน และตลาดทุนต่อไป นี่คือสาเหตุที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้อภิปราย ในเรื่องของคณะกรรมการสรรหากรรมการของทั้ง ๒ สถาบัน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสํานักงาน ก.ล.ต. ที่มีรายชื่อของผู้ที่สังคมไม่ยอมรับในหลักธรรมาภิบาล เมื่อสักครู่ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็ได้เกริ่นไปในเรื่องนี้ ผมไม่อยากที่จะยืนอ่านรายชื่อของกรรมการ สรรหาที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แต่งตั้ง แต่ผมเพียงอยากจะสรุป ให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า ๓ ท่านจากรายชื่อทั้งหมดที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอเปึน คณะกรรมการสรรหาของ ๒ สถาบันที่มีความสําคัญมากที่สุดในการกํากับดูแลตลาดเงิน และตลาดทุนของเรา ๓ ชื่อ เปึนชื่อที่ต้องคดี และ ๒ คดีเปึนคดีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การบริหารสถาบันการเงินในอดีต อีก ๒ ท่านมีตําแหน่งเปึนกรรมการธนาคารพาณิชย์ ซึ่งชัดเจนครับว่าจะต้องมีผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอนกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยท่านรัฐมนตรีให้คัดสรรคณะกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทยผู้ซึ่งมีหน้าที่ กํากับดูแลกิจการของธนาคารพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีได้อ้าง ผมขออภัยถ้าผมอ่านผิด แต่ว่าอ่านตามสื่อ ท่านสัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ท่านกระทําไปนั้นไม่ผิดกฎหมาย อันนี้ก็คงต้องดูว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ แต่ว่าในแง่ของความเหมาะสม ในแง่ของจริยธรรมธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งท่านรัฐมนตรีควรจะต้องเปึนตัวอย่างให้กับสถาบันการเงินโดยรวมปฏิบัติตาม ท่านกลับสร้างตัวอย่างที่ทุก ๆ คนในแวดวงการเงิน การคลัง การธนาคารรู้สึกไม่พอใจ และมีความรู้สึกขาดความไว้วางใจ จากเรื่องของการจัดตั้งคณะกรรมการสรรหานั้น ก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้นครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีก็มีความพยายามต่อเนื่องที่จะแทรกแซง การจัดตั้งผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินที่มีความสําคัญในระบบการเงินของเรา มีธนาคารอยู่ธนาคารหนึ่งครับ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารนครหลวงไทย มีกองทุนฟุ๋นฟูถือหุ้นอยู่ประมาณ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ เข้ามาถือหุ้นตั้งแต่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะผลักดัน ๑ ในผู้ที่ท่านได้บรรจุชื่อให้เปึนกรรมการสรรหา กรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทยและสํานักงาน ก.ล.ต. และท่านผู้นี้ก็มีตําแหน่ง เปึนที่ปรึกษาของท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านก็มีความพยายามไม่แน่ใจว่าที่จะตอบแทน การทํางานของท่านผู้นี้หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ที่ทําให้ท่านอยากที่จะมีคนที่ใกล้ชิด ท่านมีตําแหน่งที่สําคัญในสถาบันการเงินที่กองทุนฟุ๋นฟูเสมือนกับธนาคารแห่งประเทศไทย เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ เดิมทีเลยท่านคาดหวังว่าที่ปรึกษาการเงินของท่านนี้จะเข้าไปดํารง ตําแหน่งประธานบอร์ดใหญ่ แต่มีอุปสรรคเพราะว่าเพิ่งได้มีการต่ออายุของท่านประธาน ท่านนี้ ท่านก็เลยเบนเข็มไปที่ตําแหน่งประธานคณะกรรมการบอร์ดเล็กหรือที่เขาเรียกกันว่า กรรมการบริหาร ก็มีการเตรียมการอย่างดี วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑ มีการแต่งตั้ง กรรมการเข้าไปใหม่ ๒ ท่านในธนาคารนครหลวงไทย ท่านแรกคือท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ ขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ผมไม่ได้มีประเด็นที่จะพูดที่ทําให้ท่านเสียหาย อีกท่านหนึ่งคือ ท่านประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เช่นเดียวกันครับขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่มีอะไรที่ทําให้ท่าน เสียหาย หลังจากนั้นก็มีสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ภายใน ๒๔ ชั่วโมงก็ได้มีการตั้งท่านชิดชัย ให้เปึนประธานคณะกรรมการสรรหาด้วย และในช่วงเวลานั้นท่านรัฐมนตรีก็ได้ส่ง คณะกรรมการสรรหาท่านหนึ่งไปพูดคุยกับประธานคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ดเล็ก ท่านประธานคณะกรรมการบอร์ดเล็กก็ได้เล่าให้เพื่อนท่านฟังว่ากรรมการสรรหาท่านนี้มา พูดทํานองว่าเตรียมลาออกเถอะ ท่านรัฐมนตรีเขาต้องการส่งคนของเขามาแทน แต่ท่านประธานคณะกรรมการบอร์ดเล็กท่านนี้มีจุดยืนที่ชัดเจนและมั่นคง เพราะท่าน ได้รับตําแหน่งประธานกรรมการบริหารในฐานะตัวแทนของกองทุนฟุ๋นฟู ในฐานะตัวแทน ของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมาอ้างชื่อท่านรัฐมนตรี แล้วจะทําให้ท่านประธานท่านนี้ต้องถอดใจลาออกไป ท่านก็เลยเรียนฝากท่านกรรมการ สรรหาท่านนี้ให้กรุณากลับไปบอกท่านรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าต้องการให้ท่านผู้นี้ลาออก ขอให้ไปเจรจากับกองทุนฟุ๋นฟู และนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ท่านรัฐมนตรีก็ได้เข้าไป คุยกับท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติแต่ไม่ประสบความสําเร็จ ก็ยังมีความพยายามต่อเนื่องครับ ผมไม่แน่ใจว่าทําไมธนาคารนครหลวงไทยถึงมีความสําคัญถึงขนาดนี้สําหรับ ท่านรัฐมนตรี แต่เมื่อเปัาหมายตําแหน่งประธานทั้ง ๒ ตําแหน่งไม่ว่าง ไม่สามารถที่จะบีบ ทั้ง ๒ ตําแหน่งไม่ว่าง ไม่สามารถที่จะบีบให้ท่านที่ดํารงตําแหน่ง ณ ปัจจุบันลาออกได้ ก็มีการเบนเปัาหมายไปที่ตําแหน่งกรรมการธรรมดา ปัญหาก็คือกรรมการเต็มแล้ว ก็เลยมีกระบวนการขึ้นมาใหม่ที่จะต้องบีบให้มีกรรมการท่านใดท่านหนึ่งต้องลาออก เปัาหมายที่ง่ายที่สุดก็คือกรรมการอิสระ ท่านที่รู้จักโครงสร้างของคณะกรรมการ บริษัทมหาชนจะทราบว่าจะต้องมีกรรมการอิสระก็คือกรรมการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างไร กับผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้น ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือจะมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับบริษัทน้อยกว่า กรรมการท่านอื่น หรือพูดง่าย ๆ อีกแง่มุมหนึ่งก็คือบีบง่ายกว่า ท่านประธานบอร์ดใหญ่ ของธนาคารนครหลวงไทยในวันที่ ๒๓ พฤษภาคมที่เพิ่งผ่านมาได้เรียกท่านกรรมการ อิสระท่านนี้ให้เข้าไปพบพร้อมกับบอกท่านกรรมการว่าท่านรัฐมนตรีต้องการตําแหน่ง ให้ว่างลง ใบลาออกเตรียมไว้แล้วครับ ยื่นให้กรรมการท่านนี้เซ็น ณ ที่นั้นเลย แถมใบลาออกลงวันที่ย้อนหลัง วันที่ ๒๒ พฤษภาคมอีกต่างหาก ท่านผู้นี้ไม่ทันได้คิดก็รีบยอมในการที่จะเซ็นใบลาออกต่อไป หลังจากนั้นเมื่อทราบว่า ท่านรัฐมนตรีจะส่งใครมาดํารงตําแหน่งกรรมการแทน ท่านกรรมการผู้นี้เปลี่ยนใจครับ ภายในวันเดียวกัน กลับไปแจ้งกับท่านประธานบอร์ดว่าผมขอถอนใบลาออก ท่านประธานบอกว่าสายไปแล้ว เพราะลงวันที่ไว้วันที่ ๒๒ มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๓ วันนั้นเลย เวลาทําการวันที่ ๒๓ ไปแล้วถือว่าไม่มีสิทธิในการถอนคําลาออก ทางคณะกรรมการ ก็รวดเร็วครับ รีบกําหนดวันประชุมคณะกรรมการเพื่อสรรหากรรมการมาแทนตําแหน่ง ที่ว่างลงทันทีในวันพุธถัดมาคือวันที่ ๒๘ พฤษภาคม และก็ได้ให้คณะกรรมการสรรหา ที่มีท่านชิดชัย วรรณสถิตย์ เปึนประธานสรรหาคณะกรรมการที่เหมาะสมมาให้ คณะกรรมการเลือก คณะกรรมการสรรหาก็ยังดีครับ เสนอเข้ามา ๒ ชื่อ ชื่อแรกก็คือ ที่ปรึกษาของท่านรัฐมนตรี ส่วนชื่อที่ ๒ ก็คือชื่อของท่านกรรมการที่ลาออกไปแล้ว พยายามที่จะถอนใบลาออก ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ท่านผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานกองทุนฟุ๋นฟูทราบเรื่องขึ้นมาว่ามีการพยายามที่จะ สรรหากรรมการใหม่อย่างรวบรัดและทราบว่าคณะกรรมการสรรหานั้นได้เสนอชื่อใคร เข้าไปให้ทางคณะกรรมการได้คัดสรร ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติในฐานะผู้ดูแลสถาบัน การเงินโดยรวมและกรณีนี้โดยเฉพาะในฐานะที่ธนาคารนครหลวงไทยเองก็เปึนบริษัทที่ กองทุนฟุ๋นฟูถือหุ้นอยู่และต้องรับผิดชอบโดยตรง แน่นอนครับ เมื่อเห็นชื่อนี้ก็มี ความเปึนห่วง ความกังวลต่อสถานะในอนาคตของทางธนาคาร ต่อเสถียรภาพของ ระบบสถาบันการเงินโดยรวมที่ท่านต้องรับผิดชอบ ท่านจึงรีบเรียกประชุมคณะกรรมการ กองทุนฟุ๋นฟูในเย็นวันที่ ๒๗ และทําหนังสือในเช้าวันที่ ๒๘ ส่งด่วนไปถึงท่านประธาน ธนาคารนครหลวงไทย เพื่อให้พิจารณาข้อเท็จจริง มันเปึนไปได้อย่างไรครับที่จะมีบุคคล บุคคลหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีไว้วางใจถึงขนาดแต่งตั้งให้เปึนผู้ช่วยของตน ท่านรัฐมนตรี ไว้วางใจถึงขนาดที่ได้บรรจุชื่อท่านนี้เปึนกรรมการสรรหาของคณะกรรมการทั้งของ ธนาคารแห่งประเทศไทยของเรา ทั้งในสํานักงาน ก.ล.ต. แต่ในขณะที่ชื่อนี้ชื่อเดียวกัน เปึนชื่อที่ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติไม่สามารถยอมรับได้เลย อันนี้เปึนเรื่องที่น่าประหลาดใจ ใครถูก ใครผิดครับ ผมจําเปึนจะต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะนําเสนอจดหมายฉบับที่ ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่างขึ้นมาโดยเร่งด่วนเพื่อส่งให้คณะกรรมการ ของธนาคารนครหลวงไทยได้มีโอกาสพิจารณาทันท่วงทีก่อนที่จะมีการออกคะแนนเสียง เลือกกรรมการมาทดแทนตําแหน่งที่ว่างลง และผมจะต้องขออนุญาตเพื่อนสมาชิก ล่วงหน้าว่าผมมีความจําเปึนในกรณีนี้จริง ๆ ที่จะต้องเอ่ยนามท่านที่ปรึกษาท่านนั้น แต่ผมก็จะเอ่ยตามที่ชื่อท่านปรากฏในจดหมายที่เปึนจดหมายทางการฉบับนี้เท่านั้น และนอกเหนือจากนั้นชื่อท่านเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ก็ปรากฏตามข่าว ตามหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วในช่วงวัน ๒ วันที่ผ่านมา ผมอยากจะเรียนล่วงหน้าด้วยซ้ําไปว่าผมมีความสนิทสนม กับท่านนี้ตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก ๆ เพราะผมไม่ได้คิดร้ายกับท่านเปึนการส่วนตัว เพียงแต่ ข้อเท็จจริงตามที่ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานต่อกรรมการธนาคาร นครหลวงไทยนั้นเปึนข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ผมขออนุญาตครับท่านประธาน เรียน ประธานกรรมการธนาคารนครหลวงไทย จํากัด แล้วก็อ้างถึงเรื่องของการประชุม วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ซึ่งอาจจะมีการเสนอชื่อนายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต เข้าเปึน ๑ ในรายชื่อของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการให้เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการนั้น เนื่องจากธนาคารออมสินได้ฟัองนายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต เรียกค่าเสียหายจํานวน ๓๗๕ ล้านบาท เพราะเหตุที่นายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต ขณะที่ดํารงตําแหน่งประธาน ธนาคารออมสิน ได้อนุมัติให้ธนาคารออมสินซื้อหุ้นในธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จํากัด (มหาชน) โดยพลการ และไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทําให้ ธนาคารออมสินได้รับความเสียหาย และศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้นายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต แพ้คดีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ กรรมการจัดการ กองทุนพิจารณาแล้วเห็นว่าธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) เปึนสถาบันการเงิน ซึ่งเปึนกิจการที่มีความละเอียดอ่อนและต้องได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนเปึนสําคัญ จึงเปึนเรื่องที่ต้องให้ความระมัดระวังภาพพจน์เปึนพิเศษ ดังนั้นเมื่อเห็นว่านายนิพัทธ์ พุกกะณะสุต ยังมีคดีที่ถูกธนาคารของรัฐฟัองร้อง เพราะปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่ง ประธานกรรมการบกพร่อง และผลการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุด จึงเห็นว่าน่าจะยัง ไม่เหมาะสมที่จะแต่งตั้งให้เข้าดํารงตําแหน่งกรรมการในธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) ในขณะนี้ ชัดเจนนะครับท่านประธาน ผู้ว่าแบงก์ชาติคิดได้ ผมขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังว่าทําไมท่านถึงคิดไม่ได้ ผมก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ของธนาคารนครหลวงไทย จํากัด (มหาชน) ที่มีความเปึนห่วงองค์กรของตัวเอง มีความเปึนห่วงระบบการเงินของประเทศ ที่ได้สร้างโอกาสให้พวกเราได้รับข้อเท็จจริง ตามที่ผมได้อ่านไปเมื่อสักครู่นี้ เมื่อเราพบข้อเท็จจริงตรงนี้ และเราได้รับทราบจาก การอภิปรายของผมก่อนหน้านี้ เราพอจะเข้าใจได้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความจําเปึนอย่างยิ่งยวดที่จะต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะกุมอํานาจซึ่งการดูแล สถาบันการเงิน การคลัง และสถาบันการเงินสําคัญ ๆ ในประเทศต่อไปและเมื่อปรากฏว่า มีการสกัดแผนการดําเนินการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องก็ยังไม่จบ เพียงแค่นี้ครับท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือขบวนการการล้างแค้นแบงก์ชาติ พร้อม ๆ กับกรณีการพยายามที่จะแต่งตั้งประธานกรรมการ หลังจากนั้นก็คือกรรมการ โดยท่านรัฐมนตรีในธนาคารนครหลวงไม่ประสบความสําเร็จแล้ว ก็เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับ สถาบันการเงินอีกสถาบันหนึ่งที่ทางกองทุนฟุ๋นฟูเปึนผู้ถือหุ้น เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ รู้จักสถาบันการเงินนี้ดีครับ เพราะผมเปึนผู้ที่เพิ่งเคยถามกระทู้สดต่อท่านนายกรัฐมนตรี ต่อคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับธนาคารแห่งนี้ว่าเจ๊งแล้ว และได้รับการปฏิเสธ จากท่านนายกรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ว่าท่านไม่ได้พูด ก็เริ่มมีข่าวว่าการเพิ่มทุนในกองทุน ฟุ๋นฟูในธนาคารแห่งนี้เปึนการทํางานที่บกพร่องของกองทุนฟุ๋นฟูอย่างไรหรือไม่ในอดีต และท่านรัฐมนตรีก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อศึกษารายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเห็นด้วยครับ ความจริงต้องปรากฏว่าการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ของธนาคารแห่งนี้คือแบงก์ไทยนั้นมีเงื่อนงําอย่างไรหรือไม่ และผมสนับสนุนการที่ ท่านรัฐมนตรีจัดตั้งกรรมการชุดนี้ แต่ประเด็นปัญหาครับท่านประธาน ก็คือกองทุนฟุ๋นฟูอยู่ในช่วงที่กําลังดําเนินการ การขายหุ้นทั้งหมดที่กองทุนฟุ๋นฟูถืออยู่ในสถาบันการเงินแห่งนี้ให้กับนักลงทุน ที่เปึนบริษัทเอกชนมืออาชีพเข้ามารับภาระในแง่ของความรับผิดชอบการบริหารจัดการ ต่อไป แน่นอนที่สุดครับ ยุคนี้สมัยนี้ใครที่จะมีเงิน มีประสิทธิภาพ มีความรู้ มีศักยภาพ ในการที่จะเข้ามารับภาระต่อธนาคารแห่งหนึ่งของเราก็มีโอกาสที่จะต้องเปึนธนาคาร จากต่างประเทศ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีธนาคารสถาบันการเงินในประเทศที่แสดงความสนใจด้วย ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ในการที่จะขายหุ้นในสัดส่วนที่เกิน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของธนาคารพาณิชย์แห่งใดก็แล้วแต่จะต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ทางกองทุนฟุ๋นฟูได้ข้อสรุปแล้วครับว่าใครจะมาซื้อและได้ข้อสรุป ในราคาที่สูงกว่าราคาทุนของกองทุนฟุ๋นฟูอีกต่างหาก พูดง่าย ๆ กองทุนฟุ๋นฟูขายหุ้น แบงก์ไทยครั้งนี้กองทุนฟุ๋นฟูได้กําไร แต่ท่านรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อ ๒ วันที่แล้วว่าถ้าขออนุมัติมาตอนนี้ก็จะไม่อนุมัติจะรอดูผลการตรวจสอบของ คณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมาที่พิจารณาเรื่องของการเพิ่มทุนในอดีตของแบงก์ไทยว่า มีข้อบกพร่องอย่างไรหรือไม่ มันคนละเรื่องกันครับท่านประธาน การตรวจสอบก็ตรวจไป พบความผิดก็ยังดําเนินการได้ไม่เกี่ยวกับการขายหุ้นในครั้งนี้ ผมต้องขอเรียน ท่านประธานนะครับว่าในอดีตตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจ ป้ ๒๕๔๐ ได้มีกรณีที่กองทุนฟุ๋นฟู ได้ขออนุมัติในลักษณะนี้กับทางกระทรวงการคลังไป ๔ ครั้ง ทุกครั้งได้รับการอนุมัติโดยดี ก็จะมีกรณีที่ธนาคารดีบีเอส (DBS) ของสิงคโปร์มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารไทยทนุ โดยบีเอ็น แอมโร (BN AMRO) ของฮอลแลนด์มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารเอเชีย ยูโอบี (UOB) อยู่ สิงคโปร์มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารแหลมทองและสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ แบงก์ (Standard Charter Bank) ที่มาซื้อหุ้นใหญ่ในธนาคารนครธนทุกกรณีครับท่านประธาน กระทรวงการคลังให้คําอนุมัติ และในทุกกรณีเปึนกรณีที่ทุนจากต่างชาตินั้นเข้ามาฟุ๋นฟู สถาบันการเงินที่อ่อนแอที่มีปัญหาทางด้านทุน และในบางกรณีเปึนกรณีที่ทางกองทุน ฟุ๋นฟูต้องเข้าไปอุ้มชู กองทุนฟุ๋นฟูอุ้มชูก็เสมือนกับเราใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนในการ เข้าไปแบกรับภาระ เพราะฉะนั้นการที่กองทุนฟุ๋นฟูสามารถจะขายหุ้นให้กับภาคเอกชน รับภาระไปดูแลแทนประชาชนผู้เสียภาษีเปึนสิ่งที่ดี และในทุกกรณี ๔ กรณีในอดีตก็เปึน การเสริมความเข้มแข็งให้กับสถาบันการเงินเหล่านั้น เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีต้องให้ คําตอบครับว่า ท่านมีวาระซ่อนเร้นอะไรในการที่จะส่งสัญญาณว่าท่านจะไม่อนุมัติ การขายหุ้นในกรณีนี้ มีความเกี่ยวโยงอย่างไรกับประเด็นอุปสรรคที่ท่านพบ ในกระบวนการการพยายามที่จะผลักดันคนของท่านเข้าไปมีตําแหน่งที่สําคัญในสถาบัน การเงินอีกสถาบันหนึ่งของกองทุนฟุ๋นฟู ทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลที่ทําไมผมและเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์มีความจําเปึนต้องลงญัตติไม่ไว้วางใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีอีก ๖ ท่าน ท่านนายกรัฐมนตรี ในส่วนตัวผมเองในฐานะที่ผมมีหน้าที่โดยเฉพาะในการดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ผมมีความรู้สึกอึดอัดใจกับแนววิธีการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนของท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบมาโดยตลอด ผมพยายามทํางานในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ เสนอแนะวิธีการที่คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อการบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรี ในทุกกรณี ท่านแสดงท่าทีว่าให้เกียรติรับฟังข้อเสนอของพวกกระผม แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธ ที่จะทําในสิ่งที่พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่กําลังเดือดร้อนกับภาวะ ของแพง ท่านก็ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ เรื่องของการกําหนดนโยบายที่ผิดพลาด ไม่เหมาะสม ต่อเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปเปึนเงื่อนไขเพียงพอครับท่านประธาน ที่จะทําให้พวกเราไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรี แต่เมื่อผสมโรงกับการกระทําของท่านรัฐมนตรี ที่ปกปัองอุ้มชู ท่านผู้เคยมีพระคุณกับท่านหรือผู้ที่ใกล้ชิดกับท่าน นั่นยิ่งเปึนสาเหตุที่เรา ไม่สามารถไว้วางใจได้ว่าท่านสามารถที่จะใส่หมวกทั้ง ๓ ใบของท่านและดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรูปลักษณะที่ประชาชนต้องการ ระยะหลังนี้ท่านมักจะ หันไปกล่าวโทษม็อบพันธมิตรว่าเปึนต้นเหตุปัญหาที่หุ้นตก ต้นเหตุปัญหาของเศรษฐกิจ ที่พี่น้องประชาชนต้องรับภาระในวันนี้ แต่ก็คือท่านนั่นแหละครับ ในฐานะเลขาธิการ พรรคพลังประชาชนที่ออกมาพูดเปึนครั้งแรกว่ามีความจําเปึนที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ และท่านพูดว่าแก้มาตราเดียวเลยด้วยซ้ําไป คือมาตรา ๒๓๗ เพื่อปกปัองพรรคของท่าน นั่นแหละครับคือต้นตอปัญหาการเมืองความวุ่นวายของบ้านเมืองของเรา นํามาสู่ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เพราะฉะนั้นท่านอย่าโทษคนอื่นเลยครับ ท่านต้องพิจารณา ตัวเอง และด้วยข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่ผมได้นําเสนอต่อท่านประธาน เพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ ผมหวังอย่างน้อยว่าท่านคงจะต้องเข้าใจ เหตุผลที่มาของญัตติอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังของกระผมในวันนี้ ขอบพระคุณครับ