สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช อธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกกล่าวหาที่ผิดพลาดและข้อความที่ถูกดัดแปลงในหนังสือพิมพ์

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เมื่อนานหลายสิบป้ก่อนผมเคย ตื่นเต้นเพราะถูกกล่าวหาแล้วก็ต้องไปขึ้นประจันกันต่อหน้า พอผู้กล่าวหากล่าวหาเสร็จผมก็บอกไม่น่าเชื่อเลยนะครับ เวลาผ่านมาสัก ๓๐ กว่าป้ แล้วมาเจอบรรยากาศอย่างนี้อีก ขอเอาตอนท้ายเข้าไปหาต้นนะครับ ผมก็นั่งฟัง เราไปทําอะไรอย่างไรมันอะไรกันหนักหนา การสัมภาษณ์ของผมกับผู้สื่อข่าวมีวันที่ ๒๐ เดือนกุมภาพันธ์ เปึนนายกรัฐมนตรีวันที่ ๖ เพราะฉะนั้นเปึนนายกรัฐมนตรีมาได้ ๒ อาทิตย์ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็สอบถาม ๆ ลองไปหยิบคนไทยสัก ๑๐๐ คน เอามา ถามสิครับ มีคนไทยคนไหนบ้างรู้อย่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้บรรยาย มายาวเหยียดอย่างเมื่อกี้นี้บ้าง ใน ๑๐๐ คนที่หยิบมานั่นมีชื่อนายสมัคร สุนทรเวช อยู่ด้วย ผมรู้อย่างที่ผมพูดก็นับว่ามากพออยู่แล้วที่ท่านลําดับความมานั่นตลอดเลย ตัวเลขผม ไม่ได้ผิดพลาดอะไรเลย มีคนเปึนจํานวนหนึ่งไปประท้วงที่ตากใบ วันที่ก็ถูกต้องวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ผมไม่ได้เปึนอะไรเลยในบ้านเมืองนี้ แต่ผมก็รู้เท่าที่ข่าวรู้ แล้วผมก็จํา ของผมตลอดมาอย่างนั้นเอง ตัวเลขถูกต้อง ผมจําได้ถูกต้อง ๖ คนถูกประท้วงไปเรียกร้อง ให้ปล่อยตัว ๖ คน คนตาย ๗๘ ตัวเลข ๑,๓๐๐ ก็ใช้ได้ ถูกต้องตรงกัน มาถามผมผมก็รู้ อย่างนั้นเวลาผ่านมากี่ป้ ๆ ผมก็จําขนาดนั้น ผมก็ตอบคําถามอย่างนั้น จนวันนี้ จนนาทีนี้ ผมไม่เคยรู้เรื่องอย่างที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีเอามาเล่าฉอด ๆ ให้ฟังนี้เลย ประทานโทษ ขอถอนฉอด ๆ สํานวนอาจจะติดปากไปหน่อย ก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ละครับ ท่านอ่านคําให้การ มันเหมือนกับว่าผมรู้อยู่หมดแล้วแล้วยังดันไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไรครับ ถ้าผมรู้ แล้วไปพูดอย่างนั้นละก็ว่ากันได้เลยครับ นี่ผมเปึนนายกรัฐมนตรีวันที่ ๖ ๒ อาทิตย์ มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ผม ผมตอบอย่างที่ผมรู้ แล้วอย่างไรครับ แล้วก็เปึนอันว่าผมทําให้ เสียหายกับบ้านเมือง คือท่านมาบอก ถ้าจะบอกอย่างนี้ต้องบอกว่ารู้ไหมที่พูดนั่น มันกระทบกระเทือนเสียหายเพราะข้อเท็จจริงเปึนอีกอย่างหนึ่ง อย่างนี้ก็พอไหวครับ แต่ว่าเหมือนกับว่าผม พอนั่นปัูบพอรับตําแหน่งวันที่ ๖ ต้องรู้หมดทุกอย่างอะไรที่เกิดขึ้น ที่ไหนต้องรู้หมดทุกอย่าง แล้วตอบอะไรต้องไม่ผิดพลาดเลย ไม่ได้หรอกครับ ก็แม้แต่ วันที่ ๖ ตุลาคม ผมพูดชัดเจนว่าเท่าที่ผมเห็นก็เขาเผากันตายที่สนามหลวง ๑ คน แล้วก็ออกข่าวมาเอิกเกริกเปึนทํานองว่าเขาตายกันอีก ก็ผมไม่เห็นที่อื่นผมจะไปยืนยัน ได้อย่างไรละครับ ไปอ้างว่าที่พูดปารีสผมไม่เถียงเพราะผมไม่เคยไปพูดอะไรอย่างนั้น แต่ว่าอย่างคําพูดที่พูดกันเมื่อสักครู่ตอนเริ่มต้นว่าเนรคุณครับ ผมไม่เนรคุณ แต่ผมจะบอก ให้ฟัง พูดไปก็บอกว่าไปแขวะเอาสื่อสารมวลชน ในบ้านเมืองนี้เวลาใครตอบคําถามอะไร แล้วมันจะมีคําที่ออกไปอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งเปึนการดัดแปลงคําตอบไป เสร็จเรียบร้อยหมดทุกวันนี้ ไปอ่านดูสิครับ พาดหัวทุกตัวเช้า ๆ ก็ไม่ใช่ความจริงที่เกิดขึ้น มันดัดแปลงไปหมด กรณีนั้นผมไม่มีวันไปตําหนิอาจารย์เสนีย์หรอกครับ แต่ผมจะพูดว่า ในกรณีเรื่องเขาพระวิหารนั้นข้อเท็จจริงที่รู้กันก็คือว่าเราแพ้เขาเรื่องแผนที่ ถ้าผมจะผิดพลาด ก็คงเพียงแต่ว่าเราแพ้เขา เริ่มกันที่ว่าไปยอมรับว่าแผนที่นั้นเปึนของเราตามเส้นทาง ตามแผนที่เท่านั้นละครับ พอออกมาเขาก็ตีความกันเสร็จเรียบร้อยว่าผมใช้คําว่า ทนาย ทนายของเราไปยอมรับเรื่องแผนที่ ผมพูดก็ตรงไปตรงมาธรรมดา แล้วคณะกรรมการ ที่มาเปึนในทางวิชาการที่มาอ่านหนังสือให้ฟังกันก็มีภาษาฝรั่งด้วยว่าเปึนเรื่องของ กฎหมายป่ดปาก คุณนพดลก็ยังมาเล่าให้ฟังว่าคดีนี้เปึนตัวอย่างที่เขาเอามายกตัวอย่าง ภาษาฝรั่งจําเพาะเลย ชื่อว่ากฎหมายป่ดปาก ผมรู้เหมือนที่คนไทยธรรมดารู้ รู้ว่าเราต้อง แพ้คดีเพราะเรื่องแผนที่ ผมพูดไปเท่านั้นละครับ แต่ข่าวออกมาเลยเท่ากับผมอ้างว่าใส่ชื่อ อาจารย์เสนีย์ ผมไม่ใส่ครับ แต่ว่าในหนังสือพิมพ์จะออกข่าวอย่างไรนั้นมันกลายเปึนว่า ผมว่ากล่าว ผมจะไปว่ากล่าวคนเปึนครูบาอาจารย์ได้อย่างไรครับ ผมกับท่านอดีต นายกรัฐมนตรีชวนก็เรียนหนังสือสํานักเดียวกันมา รู้จักท่านอาจารย์เสนีย์มาเหมือนกัน ไม่มีอะไรจะไปตําหนิติเตียนท่านได้เลย แต่ว่าเวลาผมถูกตําหนิติเตียนผมก็ต้องเถียงว่าคนอย่างผมไม่เนรคุณ ถ้าจะแปลความว่า อย่างนั้น มีหลายอย่างที่ผมเวลาที่เขาสัมภาษณ์ออกไปแล้วไม่ได้ตามไปชี้แจงครับ ข่าวที่ออกมานั้นมันครบถ้วนหมด คือว่าพูดสลึงลงบาทมันเปึนอย่างนั้นหมด เขาจัดการ ตกแต่งใส่ข้อความให้เสร็จหมด ถ้าเราไม่ได้อ่านก็ไม่ได้แปลกคนอื่นอ่านก็กลายเปึนว่า เราพูดอย่างนั้นเต็ม ๆ เปึนอย่างนี้ครับ ก็อย่างกรณีตากใบนี่ผมจําตัวเลขไม่มีคลาดเคลื่อน กรณีกรือเซะผมอธิบายความได้ชัดเจนเพราะว่าเขาอธิบายความไว้อย่างนั้น เข้าไปในนั้น มีรองเท้าใส่ใหม่ ข้างในมี ๓๒ คน แล้วก็คนที่ล้อมอยู่ตรงนั้นตัดสินใจตายไป กรือเซะ ผมก็อธิบายแบบนั้น ตากใบก็อธิบายแบบนั้นว่าเขาจับขึ้นไปขึ้นรถหลายคันแล้วจับซ้อน ๆ กันไป แล้วผมก็ยังมีความเชื่อของผมอยู่ คุณหมอพรทิพย์ไม่เชื่อก็ไม่เปึนปัญหา ก็เขาพูดกันอย่างนั้นความจําของผมผมก็จําอย่างนั้นแล้วผมก็เล่าอย่างนั้น เหตุเกิด วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ ผมตอนนั้นไม่เปึนอะไรเลยครับ แล้วผมไม่ต้องมารับผิดชอบ รายละเอียดอะไรต่าง ๆ จะสอบจะสวนอย่างไรผมไม่เคยรู้เลย ไม่เคยทราบเลยว่า อะไรเปึนอะไรอย่างไร แต่ผมทราบในความทรงจําของผมก็คือว่ามีจํานวนถูกต้อง ผมบอก ตัวเลขถูกต้อง ผมเข้าใจว่ายืนกันไปแล้วก็ยืนเบียด ๆ แล้วก็ล้มทับกันไปแล้วก็ตาย แล้วก็บอกการที่ผมไปพูดจาอย่างนั้นกลายเปึนว่าผมทําความกระทบกระเทือน ตายจริง อย่างนี้ แล้วต่อไปนี้เปึนอย่างไร ต่อไปนี้ต้องประกาศเลยว่าผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ต้องไม่พูดหมด ในประเทศก็ไม่พูด ไม่พูดมานาน ไม่พูดเปึนเดือนแล้วก็เพราะแบบนี้ ละครับ ทั้งหมดนี้เวลาว่าไปก็บอกว่าเปึนอย่างไรไปลงสื่อ ก็สื่อมันลงอย่างไรละครับ คนไปแปลความใส่ข้อความให้เต็มหมด แปลความให้เต็มเสียหมด ดัดแปลงเติมแต่ง ทั้งหมด แล้วคนสัมภาษณ์ก็ไม่ได้อ่าน คนอ่านที่จะเอาไปสัมภาษณ์มันกลายเปึนอย่างที่ว่า เพราะฉะนั้นผมก็ขอเรียนนะครับว่าแต่ละข้อแต่ละตอนที่ท่านพูดมานี้ผมก็ต้องขอเรียน นิดหนึ่ง ขอชี้แจงนิดหนึ่ง เรื่องกังวลอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นทั้งหมดนี้บนเขาพระวิหาร ก็อธิบายความกันให้ฟัง แต่ว่าผมต้องแสดงความรู้สึกนึกคิด ผมจะต้องพูดถึงว่า เพราะสิ่งที่เวลาพูดจากันนั้นพูดกันให้เห็นชัดเจนเลย เหมือนกับว่าต้องคิดเอาคืนมาแล้ว ต่อไปนี้ แสดงกันออกมาเต็มหมด จะได้คะแนนอะไรต่าง ๆ คือจํากันได้ไหม แต่ผมบอกต้องคิดสิครับว่าบ้านเมืองของเรานี้มีเพื่อนบ้านรอบบ้านเปึนอย่างไร ผมก็อธิบาย ให้ฟัง แล้วผมก็ต้องบอกจริง ๆ ว่าต้องเสียงดังหน่อยที่ต้องพูดว่าถ้าอย่างนี้บ้านเมือง จะเปึนอย่างไร ผมแน่ใจนะครับว่าเมื่อผมถูกอภิปรายนั้นก็เพราะเหตุว่าระยะเวลาสั้น ก็ไม่มีเนื้อหาอะไรต่าง ๆ แล้วก็กล่าวหาทุจริตเรื่องอะไรก็ไม่มี เพราะฉะนั้นก็เขียนมา เพราะว่าการที่ไม่กล่าวหาทุจริต ไม่อะไรต่าง ๆ ก็เลยจะต้องเขียนมาแล้วแยกออกมา ๙ หัวข้อ แล้วพยายามดึงให้หมด ทั้งหมดนี้ละครับ ผมใช้คําว่า แค่น มันต้องอย่างนั้น เพราะว่ามันไม่น่าก็จัดการทํามาก็อย่างที่ว่านี้ เขียนไปพูดไปทําไป จนกระทั่งสุดท้าย ท่านอดีตหัวหน้าพรรคฝ์ายค้าน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านก็ต้องลงมาแสดงด้วย ลงมาด้วย ผู้ที่อภิปรายวันนี้ถ้าจะมีการให้รางวัลการอภิปรายยอดเยี่ยมคือ คุณบัญญัติ บรรทัดฐาน อย่างนี้เราฟังแล้วก็ไม่นั่นเลย ฟังได้เลยครับ ฟังแล้วเข้าใจหมด นิด ๆ หน่อย ๆ อยากตอบยังไม่ต้องตอบเลยเพราะนี่คือการอภิปราย หัวท้ายไม่มีใครท้วงเลยครับ นี่ละครับมาตรฐาน ของท่านนายกรัฐมนตรีก็มาตรฐานครับ เสียงท่านทุ้ม ท่านนุ่มนวล อย่างนี้ไม่มีปัญหา แต่พอถึงตรงที่น่าจะตื่นเต้นผมคลายความตื่นเต้นหมดเลย เพราะผมเห็น อ่านออทอพซี (Autopsy : การชันสูตรพลิกศพ) ต่าง ๆ ดูต่าง ๆ หมด พอเสร็จเรียบร้อย บอกว่าเพราะผมพูดไม่ระมัดระวัง กระทบกระเทือนจิตใจ ต้องนึกถึงญาติพี่น้องเขายังอยู่ ผมไม่ได้เตรียมตัวมาเปึนนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าผมเปึนได้เพราะว่าผมอยู่ในแวดวง การเมือง แต่การสัมภาษณ์ที่เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วก็ถาม ผมตอบเท่าที่ผมรู้แล้วผมไม่คิดว่า เปึนการเสียหาย จะซีเอ็นเอ็น จะอัล-จาซีราห์ ตามสัญชาตญาณของผม ผมไม่มีนั่นเลย จะผู้หญิงผู้ชายมาถามอย่างนั้น คําถามถามว่า อายุ หน้าตายังอ่อน ๆ มาถามเรื่องที่เกิดขึ้น ๓๖ ป้ที่แล้ว ผมก็ต้องย้อนถาม สํานวนผมเปึนอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณา เถอะครับว่าเรื่องอะไรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ผมอยากจะบอกสุดท้ายหน่อยเดียวเท่านั้น ไม่อยากจะไปทําอะไรท่านมากหรอกครับ ผมเองนั้นเมื่อเวลาที่ไปทํางานทางการเมืองกับคนที่เขาทําปฏิวัติมันก็เหมือนกับ ถูกกฎหมายป่ดปาก เพราะว่าทางนั้นเขาเชิญคุณธรรมนูญ เทียนเงิน ไป คุณธรรมนูญ ไม่รับ ท่านอาจารย์ธานินทร์ก็เคยสอนหนังสือมา ท่านสอบปากเปล่าผมด้วย ผมไปเปึน เพื่อนคุณธรรมนูญท่านก็ถามว่าผมเปึนได้ไหม เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ เปึนรัฐมนตรีว่าการ หลุดเข้าไปวงจรนั้นก็ ๑ ป้ นั่นล่ะครับกฎหมายป่ดปากผมเลย จะทําอะไรก็ไม่ได้ แต่ว่าเมื่อเวลาที่มีเหตุที่ว่ามันเกิดเหตุเปึนอย่างนี้ก็ต้องคิดถึงบ้าง สิครับว่าระบบที่เรารักกันนักหนา ระบบประชาธิปไตย ระบบที่ไม่อยากให้ใคร ไม่อยากให้ เผด็จการมายึดครองต่าง ๆ เมื่อเวลาครั้งนั้นก็จะเห็นชอบเห็นงามกันทั้งนั้นผมก็ไม่ว่า แต่ว่าทําไมเวลาทางซีกผมเห็นว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ดีแล้วเราจะขอแก้ ทําไมกลายเปึน คนผิดคนร้ายไปได้อย่างไร กลายเปึนคนจุดชนวนความร้าวฉานในบ้านเมืองได้อย่างไร ผมยกตัวอย่างให้ฟังผมพูดชัดเจน มาตรา ๓๐๙ ผมบอกไม่เอา มาตรา ๒๓๗ บอกเอามา ท่อน ๒ ผมตรงไปตรงมาไม่พูดอะไรอย่างนั้นเลย และที่พูดตรงไปตามมาก็คือว่า อีก ๓ เดือนจะแก้ ก็แน่ใจครับอีก ๓ เดือน ก็คิดอย่างนั้นจริง ๆ ในเวลาแถลงนโยบาย ก็อธิบายความให้ฟังไว้ว่าเขียนไว้จะตั้งอะไรมาตรวจสอบจะดูแลก็ตั้งใจอย่างนั้น แต่อยู่ดี ๆ ก็ไม่ทํา แต่ว่ามันมีกรณีที่วินิจฉัยกันไม่รู้จักแล้วจักรอด ไป ๆ มา ๆ คนพรรคพลังประชาชนโดน ต่อไปพรรคชาติไทยโดน ต่อไปพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดน ๓ พรรคเข้าคิวอย่างนี้ ผมก็บอกอย่างนี้ต้องขอพิจารณาแก้ไข แล้วแก้แล้วตรงนี้ ไม่หลุดหรอกครับ ๓ พรรคนี่จะตายก็ต้องตายครับ แต่ว่าพรรคที่จะเกิดมาวันข้างหน้า จะได้รับการแก้ไขคือ มาตรา ๒๓๗ ท่อน ๒ จะได้ไม่มี มันจะได้ปลอดภัยขึ้นในทางการเมือง ก็คิดอย่างนั้นละครับ ก็จึงต้องกลับมาแก้ ก็ไม่เห็นเสียหายนี่ครับ พูดว่าอีก ๓ เดือน จะไปแก้ ตอนนี้มันมีเหตุ มันมีเหตุเราก็จะแก้ตามที่เหตุ แล้วก็เขาเขียนรัฐธรรมนูญ มาอย่างนี้ทําไมการชื่นชมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ดีหรือครับ ก็ประคับประคองธงเขียว ธงเหลือง ว่ากันแทบตาย ดีนะครับ แล้วก็ยังใช้ดี ๆ มันก็ยังดีอยู่ แต่ว่า ๓ ป้แรกไม่ได้ใช้ เพราะคุณชวลิตท่านลาออก มาใช้เอากันแบบใหม่ มีนักการเมืองเศรษฐีมาเล่นการเมืองเข้า ก็เปึนอย่างนี้ ผมพูดหลายหนพูดในที่สาธารณะเลยว่า เมื่อป้ ๒๕๔๔ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งการเมืองเมืองไทยจะไม่เปึนอย่างนี้เลย ก็จะเดินไปด้วยดี พรรคประชาธิปัตย์ จะเปึนคนใช้รัฐธรรมนูญ ใช้เปึนใช้ไม่เปึนไม่รู้แต่จะไม่มีเรื่องเลย แล้วผมก็พูดที่ไหน ผมปาฐกถาผมบอกว่ามันเปึนเวรกรรมจริง ๆ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือก ๑๒๖ เสียง ก็จะไม่มีเรื่องอีก ได้รับ ๑๒๖ เสียง ก็อภิปรายรัฐมนตรีได้ทั้งฝูง นายกรัฐมนตรี ๒๐๐ เสียง มากไป ถ้า ๑๒๖ เสียง ได้ทั้งฝูงสถานการณ์ก็มีลมหายใจก็รอดกันไป แต่มันออกมา ๑๒๓ เสียง อภิปรายไม่ได้เลย มันกลายเปึนว่ารัฐบาลนี้วิเศษไหม แต่เขาไม่ได้เขียน รัฐธรรมนูญนะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาไม่ได้เขียนหรอกคนอื่นเขียน เขาเปึนเศรษฐี มาเล่น เขามีความคิดใหม่มา ผมปาฐกถาเรื่องการเมืองผมพูดชัดเลย เปึนการเทียบเคียง กันระหว่าง ๒ คนกับผม ออกชื่อ คุณชวน หลีกภัย ออกชื่อ คุณทักษิณ ชินวัตร ผมบอก ๒ สไตล์นี่เห็นชัดเลย คุณชวนท่านบริหาร ๓ ป้ ผมเรียกเปึนราชการนิยม คุณทักษิณ เรียกว่า เปึนเหมือนกับพาณิชย์นิยม ผมเวลาพูดใช้ภาษาฝรั่งเปึน คอมเมอร์เชียล (Commercial) อันหนึ่งเปึนบูรอคคราซี (Bureaucracy : ระบบราชการ) ๒ ท่านนี้เห็นชัด เลยครับ คิดแบบท่านนายกรัฐมนตรีชวน ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดแบบนายกรัฐมนตรี ทักษิณ เสี่ยง ผมพูดทางการเมืองเหมือนกันผมก็พูดอย่างนี้ ไม่มีอะไรอื่นเลยครับ แล้วอยู่มาวันหนึ่งมันก็พลิกปัูบกันมาเพราะเหตุว่า เพราะนายกรัฐมนตรีที่แล้ว ไม่ระมัดระวังตัว คนรอบตัวไม่ดี เขาเห็นเขารู้ชัดกันอยู่ แล้ววันหนึ่งก็เล่นกันจนกระทั่ง ต้องปลิดขั้วทิ้ง แล้วก็ทหารเข้ามา เท่านั้นละครับ แต่ตอนความเจ็บช้ําน้ําใจผมไม่ได้อะไร กับเขาด้วย ผมไม่อยู่ในแวดวงการเมือง ผมพ้นไปแล้วครับ ผมเปึนวุฒิสมาชิกได้รับเลือก อยู่ได้ ๕ เดือน เขามาปลิดผมทิ้ง เพราะฉะนั้นเมื่อเวลามีคนมาชวนผมก็ต้องบอกว่า ผมรับคําชวนเพราะผมเสียหายเหมือนกัน ยังอยู่ในสถานะก็ทําได้ ความจริงเขาชวน ๒ คน เขาชวนคนอื่นก่อน แต่คนอื่นไม่ยอมรับเขาถึงมาชวนผม ผมก็บอกผมไปถือธงให้ ผมจะดูแล แล้วผมทํางานการเมืองจริง ๆ ผมกระโดดลงไปทําเต็มตัว ก็สิทธิของผมครับ คนเขาเคยเปึน ส.ส. มาแล้ว เขามารวมกันมันก็ไม่ค่อยยากเท่าไร แต่ว่าก็ต้องสู้ ก็ต้อง เห็นเลย ความไม่เรียบร้อยที่มาผมไม่อยากจะพูดอะไรอื่น แล้วก็ดําเนินกิจกรรมกันมา แต่ว่าเดินมาด้วยกันอย่างนี้ก็เห็น แต่ฟังท่านหัวหน้า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีพูดแล้ว บอกว่าให้เคารพกฎเกณฑ์ ให้เคารพที่มาที่ไป ผมเคารพที่มาแบบที่มันไม่เข้าท่าไม่ได้หรอก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมก็ไม่ลงคะแนน แต่ผมก็บอกว่าพอใช้ได้ก็ใช้สิครับ แต่อ้ายนี่ ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทิ้งไป ตอนฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่มีใครว่าเลย แต่พอจะ ขอเขียนใหม่เขียนไม่ดี พอจะขอแก้กลายเปึนความผิด กลายเปึนความพัวพัน ผมถึงได้ สลัดความพัวพัน ผมพูดได้อย่างไร พูดเปึนครั้งแรกเลยคนที่พูดว่าจะเอามาตรา ๒๓๗ อันเดียวนั้น ชื่อนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี จะแก้มาตรา ๒๓๗ อันเดียว ผมให้สัมภาษณ์ มาแต่ไกลเลย นพดล ปัทมะ ให้สัมภาษณ์ตรงกันเพราะเขาอยู่ต่างประเทศ ผมอยู่ ในประเทศ ผมบอกมาตรา ๓๐๙ ไม่เอา ไม่เอาครับ เพราะรู้ว่าถ้าแก้ได้ก็ต้องถูกตีความ กันอีกว่าไม่ได้ประโยชน์ เราต้องการจะแก้ผมพูดชัดเจนใครฟังก็เข้าใจ ผมบอกผมไม่ชอบ อย่างพวกเขตละคน คนละเขต ดันกลับไปพวงเล็ก ๔๐๐ คน ดี มาตรา ๑๕๗ ใคร ๆ ก็อยากแก้อันนี้ วุฒิสมาชิกเหลื่อมกัน ๗๖ ๗๔ ใคร ๆ ก็อยากแก้อันนี้ มีหลายข้อเมื่อเช้านี้ ท่านสมาชิกเชาวรินก็บอกอยากจะแก้มาตรา ๑๗๐ กว่าอะไรก็ไม่ทราบได้ ต่างคน ก็ต่างเห็นแต่ว่าเรามีสิทธิจะบอกให้เคารพในหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์ที่เขียนไว้ไม่ดี ผมเคารพไม่ได้หรอกครับ แล้วการยื่นขอแก้ก็ไม่ได้เปึนการทําลายบรรยากาศ แต่ว่า การหาเหตุเอากันอะไรต่าง ๆ ฟังแล้วก็เอาเถอะครับ ผมก็บอกเลยว่าก็เอาเถอะ เขียนญัตติอย่างนี้ก็ต้องรุนแรงอย่างนี้มีอะไรแปลก ๆ ขุดเอามาว่ากล่าวกัน ผมก็บอก ผมไม่วิจารณ์หรอกครับ ถ้าเผื่อว่าพรรคพวกด้วยกันไม่อาย ผมอาย เสร็จแล้วก็มาเจอ ปรากฏการณ์มีหมอมาตรวจกันกลางสภา คุณบัญญัติอภิปรายถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ไม่มีใครทักท้วง เพราะฉะนั้นที่ผมท้วงท่านอดีตนายกรัฐมนตรี เพราะว่าผมไม่เคยรู้สิ่งที่ ท่านพูดเลยและผมมีสิทธิจะพูดเต็มที่ เหตุเกิดวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ผมไม่มีอะไรจะทําเลยครับ และต่อมาผมก็มาทํางานโทรทัศน์ซึ่งผมไม่ได้รับรู้เรื่องนี้เลย แล้วผมก็ให้สัมภาษณ์ตามความรู้เดิมของผม ขอพูดแค่นี้ละครับไม่ได้วกวนไม่ซ้ําซาก แต่ขอให้รู้ว่าการจะโยงใยกล่าวหาท่านทําได้ครับ แต่ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองฟังเขาคงจะต้อง รู้ครับว่านี่จะเอากันอย่างนี้ก็เอาสิครับ ขอบคุณครับ