นพดล ปัทมะ หารือเรื่องบันทึกความตกลงเรื่องการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยยืนยันว่าประเทศไทยใช้เส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำ แต่กัมพูชาใช้เส้นเขตแดนอื่น นอกจากนี้ ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศปกป้องอธิปไตยและดินแดนของไทย ไม่ได้ให้ไทยเสียดินแดน และได้เจรจาให้กัมพูชาเปลี่ยนแปลงแผนผังขึ้นทะเบียนเพื่อไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ของไทย
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ความจริงกระผมไม่อยากใช้เวลาของสภามาก เพราะมีสมาชิกพรรคฝ์ายค้านหลายท่าน ที่ยังรอการอภิปราย แต่เนื่องจากมีสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๒ ท่าน ได้สอบถามเรื่องปราสาท พระวิหาร โดยมีท่านแรกก็คือ ท่านอดีตหัวหน้าพรรคบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้ซึ่ง ผมเคารพนับถือ อีกท่านหนึ่งก็คืออดีตนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ซึ่งเปึนผู้ใหญ่ ที่ผมให้ความเคารพเปึนอย่างสูง ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ได้พูดคุย ได้พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องบันทึกความตกลงเรื่องการปักปันเขตแดน ที่มีการเซ็นระหว่างไทยกับกัมพูชา ในช่วงที่หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น เปึนความจริงที่มีการเซ็นเมื่อป้ ๒๕๔๓ ซึ่งในขณะนั้นตัวกระผมเองเปึนเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สิ่งซึ่งเราเซ็นเอกสารฉบับนี้เปึนบันทึกความตกลง ในแง่ของการปักปันเขตแดน เปึนเพราะว่าเราตระหนักว่าระหว่างไทยกับกัมพูชามีปัญหา เรื่องพื้นที่ทับซ้อน อย่างที่ผมกราบเรียนไปครับว่าพื้นที่ทับซ้อนมันเกิดขึ้น เพราะเรา ยังยืนยันว่าเส้นเขตแดนของเราใช้แนวสันปันน้ํา แต่กัมพูชาใช้เส้นเขตแดนอื่น ที่เขาอ้างว่า คําวินิจฉัยของศาลโลกตัดสินให้เขาใช้เส้นเขตแดนนั้นซึ่งไม่ตรงกัน อันนี้เราก็ยืนยันว่า เรายังใช้เส้นเขตแดนของเราอยู่ จึงมีปัญหาเรื่องต่างฝ์ายต่างอ้างสิทธิในพื้นที่นั้น ซึ่งที่เรียกว่าพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ข้อตกลงนี้เปึนการยืนยันครับว่าพื้นที่ ทับซ้อนนั้นมีอยู่ จึงมีข้อตกลงในแง่ของการปักปันเขตแดนกันทางบก ทีนี้มีประเด็นเดียว ที่ผมอยากจะกราบเรียนตอบข้อซักถามของ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งผมเคารพรัก เปึนอย่างสูง ก็มีประเด็นที่ท่านพูดในทํานองที่ว่ามีฝ์ายการเมืองไปขอให้กองกําลังสุรนารี ไม่ให้ดําเนินการบางประการในแง่ของการผลักดันหรือแง่ของการจัดการในพื้นที่ทับซ้อนนั้น ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าฝ์ายการเมือง ผมไม่ทราบว่าฝ์ายการเมืองในช่วงใด แต่ถ้าเปึนในช่วงที่กระผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และฝ์ายการเมืองไม่เคยที่จะไปขอให้ทางกองกําลังสุรนารีได้ไปดําเนินการใด ๆ ที่ไม่ควร กระทํา การดําเนินการในพื้นที่กระทรวงการต่างประเทศไม่มีความชํานาญเท่าทหาร หรือเพื่อนทหาร หรือเพื่อนทหารพราน หรือตํารวจตระเวนชายแดนที่อยู่บริเวณพื้นที่ เพราะฉะนั้นเราจะไม่เข้าไปก้าวล่วงครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าไม่มีการเข้าไปสั่งการ จากฝ์ายการเมืองให้ไประงับหรือยกเว้นไม่ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นในทาง ตรงกันข้ามบันทึกช่วยจําหรือเอด-เมมัวร์ (Aide-memoire) ที่เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้าน ได้เอามาอภิปรายเมื่อวานนี้ ในเรื่องของการคัดค้านการบุกรุกพื้นที่ทับซ้อนของเรา ในวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ไปยื่นนั้นเปึนเพราะผมเปึนคนสั่งการให้ไปยื่นคัดค้านครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการปกปัองอธิปไตย และคัดค้านในเรื่องของการบุกรุกพื้นที่ทับซ้อนมาอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับประเด็นที่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้ซักถามผม แล้วขอให้ผมตอบมีอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ถามว่าทําไมพูดในทํานองว่ากระทรวงการต่างประเทศไปเร่งรีบ รวบรัด ตัดความ ต้องใช้คําว่า รวบรัดตัดความไปเซ็นเอกสารหรือไปสนับสนุนให้มี การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เนื่องจากท่านถามอีกครั้งหนึ่งผมก็เลยจําเปึน ที่จะต้องใช้แผนที่ประกอบอีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบข้อเท็จจริงครบถ้วน ผมกราบเรียนในเบื้องต้นว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ปกปัองอธิปไตยและดินแดนของไทยครับ ไม่ได้ทําให้ไทย เสียดินแดนตามที่มีหลายท่านได้เข้าใจคลาดเคลื่อน กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่า แผนที่ที่ทางกัมพูชาได้ขอทะเบียนตัวปราสาทในครั้งต้น ก็คือมีตัวปราสาทแล้วก็มีพื้นที่ ทับซ้อนอย่างที่ผมได้นําเสนอเมื่อคืนนี้ตอน ๕ ทุ่ม ซึ่งพี่น้องคนไทยหลายคนก็อาจจะ เข้านอนแล้ว พื้นที่เส้นเขตสีแดงคือพื้นที่เส้นเขตแดนของไทย กรวยสีเขียวนี้คือพื้นที่ ที่ทางกัมพูชาประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเปึนตัวปราสาทบวกพื้นที่ทับซ้อน ที่เรายอมรับ ไม่ได้แล้วก็คัดค้านอย่างต่อเนื่อง ก็เปึนเพราะว่านอกจากตัวปราสาทซึ่งเปึนของกัมพูชา แล้วยังเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนของประเทศไทย กล่าวในภาษาชาวบ้านก็คือ นอกจาก จะขึ้นบ้านของท่านแล้วก็ยังมารุกล้ําสนามหญ้าของบ้านเรา อันนี้ขยายใหญ่ให้ดูชัดเจน ก็คือเขาขอขึ้น ๑ บวก ๒ นะครับ ๑ ก็คือตัวปราสาท ๒ คือพื้นที่ทับซ้อน ถ้าเขาขึ้น ๑ อย่างเดียวเราไม่คัดค้านครับ เพราะตัวปราสาทเปึนกรรมสิทธิ์ของเขาตามคําวินิจฉัย ของศาลโลก แต่ในเมื่อเขาขึ้นรุกล้ําเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน นั่นจึงเปึนสาเหตุที่เราต้องคัดค้านมา อย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ทับซ้อนสีม่วงนี้เปึนพื้นที่ที่ประเทศไทยอ้างว่าเรามีอธิปไตย แล้วเรายืนยันมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้จึงจําเปึนที่เราจะต้องเจรจาเพื่อที่จะให้กัมพูชา ได้เปลี่ยนแปลงจํากัดการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารซึ่งเปึน กรรมสิทธิ์ของกัมพูชา การเจรจามาอย่างต่อเนื่องและได้ข้อยุติว่ากัมพูชาจะต้องไป เปลี่ยนแปลงแผนผัง แผนที่ทุกอย่างที่เคยขึ้นและเปึนการละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย ออกไปจึงทําแผนผังขึ้นมาใหม่ตามสิ่งซึ่งผมได้นําเสนอท่านประธานเปึนแผนผัง จะเรียกเปึนแผนที่หรือแผนผังมันก็คือแผนผังละครับ ก็คือการกําหนดขอบเขตของ ตัวปราสาท ซึ่งเมื่อทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับแผนผังมาแล้วเราไม่มี ความสามารถในการที่จะไปตรวจหรอกครับว่าแผนผังนี้ล้ําเข้ามาในพื้นดินของ ประเทศไทยหรือไม่ ก็จึงให้ทางกรมแผนที่ทหารไปตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจําลองภาพนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่าตัวปราสาทคือหมายเลข ๑ พื้นที่ทับซ้อนคือ หมายเลข ๒ สีม่วง กัมพูชาได้ยืนยันชัดเจนจากแผนผังที่ส่งเข้ามาใหม่ก็คือว่าไม่มีการล้ํา เข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนแต่อย่างใดทั้งสิ้น ก็คือขึ้นเฉพาะหมายเลข ๑ ไม่เอาหมายเลข ๒ กล่าวโดยสรุปก็คือขึ้นเฉพาะตัวบ้านเขาไม่มีสนามหญ้าบ้านเราพ่วงไปด้วย นี่ครับ ท่านอดีตหัวหน้าพรรค ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านคือ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน นี่คือสิ่งซึ่งไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศเปึนคนทําคนเดียวหรอกครับ เราได้ร่วมทํากับ กองทัพไทย เราได้ร่วมทํางานกับกรมแผนที่ทหาร แล้วท้ายที่สุดกัมพูชาจึงยอมที่จะ ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทอย่างเดียว สิ่งนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าความสําเร็จของ การทํางานของรัฐบาลจึงเปึนความสําเร็จที่เราได้จํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท แล้วเรารักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนและดินแดนของไทยได้ เพราะเราจํากัด ให้การขึ้นทะเบียนจํากัดเฉพาะตัวปราสาทซึ่งเปึนกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาและไม่รุกล้ํา เข้ามาในพื้นที่ของไทย เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านว่าท่าทีดังกล่าวเหล่านี้ เปึนท่าทีที่กระทรวงการต่างประเทศได้นําเสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้นําเสนอ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และผมจึงมีอํานาจที่จะไปลงนามในคําแถลงการณ์ร่วม ซึ่งไม่ได้เปึนสนธิสัญญาดังที่ผมได้กราบเรียนเมื่อวานนี้ จึงไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าถ้าหากมีเพื่อนสมาชิกสงสัย อีกครั้งหนึ่ง ผมก็คงจะขอถือโอกาสได้ชี้แจงหลังจากที่เป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก พรรคฝ์ายค้านได้อภิปรายเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ