สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือเรื่องเอกสารที่กัมพูชาเสนอต่อประเทศไทยเกี่ยวกับเขตแดน และขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสนธิสัญญาระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับแผนผังที่แสดงเส้นเขตแดนของปราสาท และขอให้กรมแผนที่ทหารตรวจสอบสเกล เพื่อให้แน่ใจว่าแผนผังไม่มีส่วนล้ำเข้ามาในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการกำหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร โดยอ้างเอกสารของคณะรัฐมนตรีในปี 2505 และขอให้ท่านประธานตรวจสอบเอกสารนั้น

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมขอเอาคําถาม สุดท้ายก่อน คําถามที่ ๓ สิ่งซึ่งกัมพูชาเสนอมานี้ เอกสารชิ้นนี้แหละครับผมได้ให้ทางกรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีส่วนใด ล้ําเข้ามาในพื้นที่ของเรา จนกระทั่งกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือยืนยันจาก กรมแผนที่ทหารให้ไปตรวจสอบ ๓ วันว่ามีส่วนใดที่เปึนแผนที่จะเรียกแผนที่หรือแผนผัง ก็แล้วแต่ แต่ที่เราเรียกแผนผังเพราะอะไรครับ เพราะว่ามันเปึนแค่การกําหนดขอบเขต ตัวปราสาท แล้วไม่มีส่วนใดล้ําเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย การดําเนินการของ กระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการอย่างชัดเจน ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน เอกสารมันเยอะ ทางกรมแผนที่ทหาร เจ้ากรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบ แล้วก็ยืนยันชัดเจนว่าแผนผังที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับจากทางกัมพูชา ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ําเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมไม่มีความรู้ ความสามารถในการทําแผนที่หรอกครับ แต่ผมต้องใช้ความรู้ของเจ้ากรมแผนที่ทหาร ของทหารที่เราส่งไปในพื้นที่เปึนเวลา ๓ วัน เพราะฉะนั้นการที่ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้บอกว่าเปึนการที่เรายอมรับว่ากัมพูชามีพื้นที่เหนือพื้นที่ทับซ้อน จึงไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าเรายังยืนยันครับว่าพื้นที่ของประเทศไทยนั้นยังมีพื้นที่ทับซ้อน แล้วเส้นเขตแดนของเรายังใช้สันปันน้ํา อันนี้ประเด็นแรกก่อนนะครับ

ประเด็นที่สอง ท่านบอกว่าการที่ประเทศไทยไปยอมทําแผนบริหาร และจัดการร่วมกับกัมพูชา ท่าทีของการทําแผนบริหารและจัดการร่วมในพื้นที่ทับซ้อน กับกัมพูชามีมาตั้งแต่ก่อนผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้วครับ มีตั้งแต่สมัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีตั้งแต่สมัยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านที่แล้วว่าตราบใดที่เรายังปักปันเขตแดนกันไม่ได้นี่ พื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร จะต้องมาบริหารและจัดการร่วมกันก่อน ไม่ใช่ท่าทีใหม่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทําให้เราเสียดินแดนแม้แต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ

ประเด็นต่อไปที่ท่านพูดถึง อาจจะการใช้เล่นคํา จะใช้แผนที่หรือแผนผัง ท่านก็เปึนคนพูดเองครับว่าสนธิสัญญานั้นจะใช้คําอะไรก็ได้จะใช้ คําว่า แถลงการณ์ร่วม ก็ได้ จะใช้อะไรก็ได้ แต่ก็ขอให้มีสาระเปึนสนธิสัญญา ผมก็เลยกราบเรียนครับ เรื่องนี้ ในเมื่อคณะรัฐมนตรีมีบางท่านตั้งเปึนข้อสังเกต แล้วเรามาดูจริง ๆ แล้วมันก็คือแผนผัง เพราะมันไม่มีเส้นเขตแดนใด ๆ ทั้งสิ้น ก็จึงเพื่อความสบายใจและเพื่อความถูกต้อง คณะรัฐมนตรีก็จึงมีมติเปลี่ยน คําว่า แผนที่ เปึน แผนผัง ซึ่งท่านพูดเองใช่ไหมครับว่า สนธิสัญญาจะเปึนแถลงการณ์ร่วมหรือเปึนสนธิสัญญาดูที่เนื้อหา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็เหมือนกันครับ เราไม่ได้มีการเสียดินแดนหรือไปยอมรับเส้นเขตแดนของกัมพูชา แต่อย่างใดทั้งสิ้น มันมีเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้นเอง ท่านเห็นนะครับ ความจริงกัมพูชา เสนอมาแบบนี้ เฉพาะแผนผังของตัวปราสาท แต่เมื่อเราขอให้ทางกรมแผนที่ทหาร ลงสเกล (Scale) แล้วตรวจสอบดูว่ามีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ําเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ถ้ากรมแผนที่ทหารบอกว่ามีบางส่วน แผนผังที่กัมพูชายื่นเข้ามาแล้วล้ําเข้ามา ในประเทศไทย ไม่มีวันครับที่ สมช. หรือคณะรัฐมนตรีจะเซ็น แล้วผมจะไม่เซ็นเด็ดขาด เพราะผมไม่พร้อมที่จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ไปผูกพันประเทศ โดยเสียดินแดน เพราะเมื่อทางกรมแผนที่ทหารยืนยันมาเรียบร้อยแล้วเราจึงไปเซ็น แล้วคณะรัฐมนตรีถึงยอมครับ

ประเด็นต่อไป เรื่องที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าทําไม เราไม่อ้างมติ เรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนครับ การที่เราปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ศาลโลกนี่เราคืนอะไรไปให้เขา ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานอ่านหนังสือของ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายสักนิดหนึ่งครับว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับการกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารนั้นที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอข้อ ๒ ๒ ข้อเสนอนะครับ แล้วท้ายที่สุดได้มีความเห็นอย่างนี้โดยยึดหลักการ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กําหนด คือให้เสียพื้นที่ให้น้อยที่สุด ข้าพเจ้าได้เสนอให้กําหนดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร โดยวิธีลากเส้นตรงทางซีกตะวันตกของปราสาทให้ใกล้กับ ป้กของปราสาททางซีกตะวันตกให้มากที่สุดที่จะมากได้ จากทิศใต้ขนานกับปราสาท หรือส่วนประกอบของปราสาทขึ้นไปทางทิศเหนือจนถึงบันไดนาค ซึ่งเปึนบันไดใหญ่ แล้วลากเส้นไปจรดหน้าที่บันไดหัก ดังเส้นสีแดงที่ปรากฏในแผนที่แนบท้ายนี้ กล่าวโดยสรุปคือลากแบบนี้ครับ ที่คืนให้กัมพูชาไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไรครับ เมื่อป้ ๒๕๐๕ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าผมอ้างเอกสารบางชิ้น ไม่อ้างทั้งหมด ผมไม่มีเจตนาที่จะไปปกป่ดเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้นครับ นี่คือหนังสือแจ้งมติคณะรัฐมนตรี เขียนโดยนายมนูญ บริสุทธิ์ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ การกําหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหารให้ใช้วิธีที่ ๒ และให้จัดทําปัายแสดงตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ กับให้เพิ่มทํารั้วลวดหนามด้วย ก็คือดําเนินการตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพราะฉะนั้นเส้นที่แนบกับหนังสือแจ้งคณะรัฐมนตรีจึงแบ่งเส้น แบบนี้ครับ ตามที่ผมได้อ่านไปให้ท่านเมื่อสักครู่นี้ ตัวปราสาทอยู่ตรงนี้ครับ นี่คือเอกสาร ที่ตรวจสอบได้ของคณะรัฐมนตรีที่แจ้งว่าเราคืนตัวปราสาทพร้อมกับพื้นที่บริเวณนี้ให้กับ ทางกัมพูชา ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลยครับท่านประธานที่เคารพ อย่างที่ผมได้กราบเรียน ไปเมื่อวานนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า เอกสารทั้งหมดนี้ผมจะส่งให้ท่านครับ ผมจะส่งให้ท่านและท่านสามารถที่จะตรวจสอบได้ และถ้าหากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมผมก็ยินดีที่จะตอบข้อซักถามครับ