สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยการเดินทางไปพบกับนักลงทุนจากต่างประเทศ และการยื่นแผนงานทางเศรษฐกิจ

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ได้เปึนกระจกสะท้อนภาพในการอภิปรายที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไปนะครับ ก็ต้องขอบคุณ สําหรับข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็คงอยากจะเรียนว่าอย่างที่ท่านได้เกริ่นว่าผมมาทํางาน ก็มีความเจียมตัวไม่ค่อยได้เปึนข่าวเก็บตัว ต้องเรียนครับว่าจริง ๆ แล้วก็อยากเปึนข่าว กับเขาเหมือนกันครับ อยากจะไปออกโทรทัศน์ อยากจะไปออกรายการ แต่ต้องเรียนว่า เหนื่อยจนออกไม่ไหวครับ เพราะทุก ๆ วันทํางานตั้งแต่เช้า แล้วถ้าหากท่านจะได้กรุณา ถามเพื่อนข้าราชการในกระทรวงการคลัง เขาจะบอกเลยครับว่าผมกลับบ้าน ๓ ทุ่ม บางวัน ๔ ทุ่มกว่าเกือบทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ มาทํางานด้วยครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ เพราะว่าอยากเก็บตัวอะไรครับ แต่มีความรู้สึกว่าเมื่อมีเวลาที่ว่างเว้นจากภารกิจ ในกระทรวงการคลังหรือในทําเนียบรัฐบาลอยากจะพัก อยากจะมีเวลากับครอบครัวบ้าง ซึ่งก็มีน้อยเต็มทีครับ เพราะฉะนั้น ไม่ได้เปึนปัญหาว่าเจียมตัวแต่อย่างใดนะครับ เพราะเมื่อผมรับอาสามาทํางานแล้วก็ถือว่าจะต้องทํางานให้ดีที่สุด ทํางานสนอง พระเดชพระคุณ ทํางานตามที่ได้เคยถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ต่อองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ปรากฏในมาตรา ๑๗๕ ซึ่งท่านรัฐมนตรีทุก ๆ คนจะต้องถวายสัตย์ว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ อันนี้เปึนสิ่งที่ผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีทุก ๆ คนได้เทิดไว้ เหนือเกล้าครับ เพราะเรามีความรู้สึกว่าเรามาครั้งนี้เราต้องการที่จะทํางานให้เกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ถ้าถามว่าผู้มีพระคุณของเราคือใคร ผู้มีพระคุณ ของเราก็คือประชาชนที่ได้ให้ความไว้วางใจให้กับทางนักการเมืองอย่างเรา มาทําหน้าที่ เปึนตัวแทนในการบริหารประเทศ ผมเองก็ต้องขอบคุณข้อมูลของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็คิดว่าข้อมูลหลาย ๆ เรื่องก็เปึนข้อมูลที่เปึนประโยชน์ครับ แต่ก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่า ในระหว่างที่ได้ฟังข้อมูลของท่านไปแล้ว ซึ่งท่านเองก็ได้นําเอาแผนผังของการมอบหมายงาน ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายงานให้ผมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่ทํางาน ในทําเนียบรัฐบาล ผมเชื่อว่าท่านน่าจะมีแผนผังของการมอบหมายงานของผมในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้มอบให้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ๒ ท่านนะครับ และถ้าท่านจะกรุณาไปดูตรงนั้นก็จะได้เห็นว่าเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ ในหลาย ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเปึนของกรมสรรพากรก็ดี กรมสรรพสามิตก็มี กรมศุลกากรก็ดี กรมต่าง ๆ เหล่านี้ผมได้มอบงานให้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไปอย่างเต็มที่ ถ้าหากท่านจะได้ถามข้อมูลจากเพื่อนข้าราชการในกระทรวงการคลัง ก็คงจะเห็นว่าผมเองไม่ได้ไปตรวจราชการในกรมต่าง ๆ เหล่านี้เลย แล้วก็ได้มอบให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้รับผิดชอบในการดําเนินการต่าง ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลมา เดี๋ยวผมเองคงจะได้มีโอกาส อ่านข้อมูลบางส่วน ซึ่งบางส่วนผมรู้อยู่แล้วในฐานะที่เปึนผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด แต่ในส่วนที่อาจจะมีข้อมูลรายละเอียดก็คงได้มีโอกาสที่จะตอบข้อซักถามในเรื่องเหล่านั้น ต่อไป

ประการที่ ๒ ที่ท่านพูดถึงเรื่องรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ถูกต้องครับ กระทรวงการคลัง ในฐานะที่เปึนผู้ถือหุ้นใหญ่ ในฐานะที่มีสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ที่รับผิดชอบในการกํากับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกเองในฐานะที่ ท่านก็มีประสบการณ์ในเรื่องของการจัดการอยู่มาก ก็คงจะรู้ว่ากระทรวงการคลังถ้าหาก เปรียบเทียบในภาคเอกชนก็เหมือนกับเปึนบริษัทแม่ เปึนโฮลดิ้ง คัมปะนี (Holding company) ในขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ก็ถือว่าเปึนบริษัทลูก ซึ่งในบริษัทลูกนั้นก็จะมีกระทรวง ต่าง ๆ ที่เปึนผู้กํากับดูแล ยกตัวอย่างของการบินไทยนะครับ การบินไทยนี่ผู้กํากับดูแลคือ กระทรวงคมนาคม แน่นอนก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็จะเปึนผู้กํากับดูแล ใกล้ชิด แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็ต้องเรียนว่าปฏิเสธไม่ได้ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง การที่จะต้องดูแลบริษัทแม่ ขณะเดียวกันบริษัทแม่เองก็ถือว่า เปึนผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทลูกทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงที่ท่านได้เปึนกระจกสะท้อนมาก็จะเปึน ข้อมูลที่เปึนประโยชน์ครับ ผมคงขออนุญาตที่จะพูดถึงบางประเด็นในช่วงนี้ก่อนเท่านั้นเอง โดยที่จะไม่ลงลึกในรายละเอียด เพราะเชื่อว่าน่าจะมีผู้อภิปรายต่อจากนี้อีกหลายท่าน ก็คงจะได้ถือโอกาสตอบรวมทั้งหมดว่าใน ๔ เดือนที่ผ่านมานั้น ในฐานะที่เปึน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมเองได้ดําเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน อย่างไรนะครับ ก็คงจะเลือกเฉพาะเปึนบางประเด็นที่เปึนประเด็นคิดว่าจะปลีกย่อยแล้วก็ ทําให้เข้าใจชัดเจน อย่างที่ท่านได้พูดว่าผมเองได้เป่ดทางให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๑๑ ท่านเข้ามาเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจ ถ้าหากท่านจะได้กรุณาติดตามข้อมูลข่าวสาร ตั้งแต่ต้นจนครบกระบวนความ ท่านจะเห็นได้ว่าผมไม่ใช่เปึนผู้ที่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ก่อนหน้าที่จะมีการเป่ดประเด็นเรื่องนี้ มีท่านอื่นได้พูดประเด็นนี้ขึ้นมา ทางผู้สื่อข่าว หรือสื่อมวลชนก็ได้มาถามผมว่ามีความเห็นอย่างไรถ้าหากผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๑๑ ท่านจะถูกเสนอชื่อเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจ ผมเองต้องเรียนตรง ๆ ครับ ผมเปึน คนที่ยึดในหลักการ เมื่อถูกถามในเชิงหลักการผมก็จะตอบในเชิงหลักการว่าไม่มี บทบัญญัติใด ๆ ที่ห้ามผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจได้ และผมเชื่อว่าการที่จะป่ดกั้นสิทธิใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าเปึนสิทธิที่จะทําให้เกิดจาก ความแตกต่างทางเพศ ความแตกต่างทางสีผิว ความแตกต่างทางศาสนา หรือความแตกต่าง จากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองเปึนสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นครับ อย่างที่มีคํากล่าวบอกว่า ถึงแม้ข้าพเจ้าจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของท่าน แต่ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะปกปัองสิทธิ ในการแสดงความเห็นของท่าน เช่นเดียวกันถึงแม้ผมอาจจะมีความรู้สึกว่าในช่วงเวลา อย่างนี้ ช่วงเวลาที่เปึนระยะเปลี่ยนผ่านทางการเมือง การที่ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทั้ง ๑๑๑ ท่านจะไปเปึนกรรมการรัฐวิสาหกิจน่าจะเปึนช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม แต่ผม ก็ตอบได้ครับว่า ในเชิงหลักการในทางกฎหมายจะไปห้ามเขาไม่ได้ แต่ถามผมว่าเห็นด้วยไหม ผมตอบว่า ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นท่านจะสังเกตครับ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจในสังกัด กระทรวงการคลังก็ดี รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงอื่นก็ดี ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีผู้ที่ถูกตัดสิทธิ ทางการเมืองมาดํารงตําแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจในส่วนของเรื่องเกี่ยวกับตลาดทุน ท่านถามว่าได้ทําอะไรไปบ้าง แล้ววันนี้ปัญหาตลาดทุนก็โยนให้เปึนแพะแห่งป้ก็คือ ม็อบหน้าทําเนียบ ม็อบที่สะพานมัฆวานรังสรรค์นะครับ ถ้าหากท่านจะได้กรุณาติดตาม ข้อมูลข่าวสารก็จะเห็นได้ชัดเจนครับว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมีนาคม ต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน สิ่งที่ผมได้ทําร่วมกับเพื่อนในวงการตลาดทุนก็ดี เพื่อนที่ทํางาน อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ดี ก็คือการเดินทางไปพบกับนักลงทุนจากต่างประเทศที่ ประเทศญี่ปุ์น ที่กรุงโตเกียว เดินทางไปที่วอชิงตัน ดี.ซี. ไปที่นิวยอร์ก ไปที่ลอนดอน ล่าสุดก็คือที่สิงคโปร์ เพราะว่าเรามีความรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยนั้น หลังจากที่เราได้กลับคืนสู่ประชาธิปไตย ความจําเปึนอย่างยิ่งในการ ที่จะสื่อความหมายถึงนักลงทุนชาวต่างประเทศเปึนเรื่องที่สําคัญมากครับว่าเรากําลัง ต้องการที่จะหวนกลับคืนมาบนเส้นทางประชาธิปไตย เรามีแผนงานทางเศรษฐกิจอย่างไร เราได้มีการยกเลิกมาตรการกันสํารอง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว เพื่อที่จะได้ชี้แจงให้เขาเกิด ความเข้าใจและความเชื่อมั่น ถ้าหากท่านจะได้มีโอกาสซักถามนักลงทุนที่ได้มาร่วมฟัง ในงานโรด โชว์ (Road Show) วันนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเขาพูดออกมาคล้าย ๆ กันนะครับ อันนี้ก็เปึนการที่รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่ไปร่วมในงานโรด โชว์ วันนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่า เขาพูดคือออกมาคล้าย ๆ กัน อันนี้ก็เปึนการที่รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ที่ไปร่วมในงาน โรด โชว์คือสิ่งที่ผมพูดความจริง หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาซักถามผมตอบตามความจริง ทุก ๆ เรื่อง นักลงทุนยังรู้สึกแปลกใจว่าทําไมผมจริงใจขนาดนั้น ผมบอกได้ว่าวันนี้ เราจะต้องพูดความจริง ถ้าหากเราพูดความจริงพูดกี่ครั้ง ๆ เราก็จะพูดสิ่งที่เปึนความจริง เหมือนเดิม แต่ถ้าหากเราโกหกสักครั้งหนึ่งครั้งต่อไปเราจะพูดไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้น เขาก็จะไม่เชื่อถืออีกครับ เพราะฉะนั้นการทําโรด โชว์ ผมเชื่อว่าสิ่งที่สําคัญที่ได้กลับคืนมา คือเรื่องความเชื่อมั่น แต่ท่านสังเกตใช่ไหมครับว่าตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมต่อเนื่อง ถึงวันนี้ตลาดหลักทรัพย์ตกลงไปมากกว่า ๑๐๐ จุด ผมปฏิเสธไม่ได้ครับว่าผลกระทบจาก ทางการเมืองเปึนเรื่องสําคัญมาก มันไม่ใช่เปึนเรื่องของแพะหรอกครับ เปึนเรื่องความจริงว่า ความหวั่นไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองมันทําให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสูญเสียไป สิ่งที่เราพยายามจะทําต่อเนื่องไปนับจากนี้ในระยะสั้น ก็คือพยายามทําอย่างไร ให้ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจากความหวั่นไหวทางการเมืองได้คลี่คลายลง แล้วก็รวมทั้ง การพัฒนาตลาดทุนต่อไป ถ้าท่านได้ติดตามข่าวก็คงจะเห็นว่าผมได้ตั้งคณะกรรมการ พัฒนาตลาดทุนประชุมไปแล้ว ๒ ครั้ง แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมบอกคณะกรรมการ ซึ่งมาจาก แวดวงของผู้เชี่ยวชาญทางด้านตลาดเงินตลาดทุนว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นวันนี้ไม่ใช่แผน อีกแล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็นคือลงมือทํา เรามีแผนมากแล้วครับ ที่ผ่านมาเรามีการวางแผน กันมากมาย แต่เราไม่เคยเริ่มต้นลงมือทําสักทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องเริ่มต้นคือ ทําอย่างไรที่ทําให้เราสามารถที่จะขับเคลื่อนแผนงานต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายให้ไปสู่ การพัฒนาตลาดทุนอย่างแท้จริง ในเรื่องของรัฐวิสาหกิจอย่างการบินไทยผมเองก็เชื่อว่า อีกสักพักหนึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ได้เปึน ๑ ในรัฐมนตรี ๗ ท่าน ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็คงจะสามารถให้ข้อมูลกับท่านได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะปฏิเสธความรับผิดชอบ ผมเชื่อว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาให้จะได้น้อมรับข้อมูล เหล่านั้นไปตรวจสอบต่อไป เพราะผมเชื่อว่ารัฐวิสาหกิจถ้าเข้มแข็งจะเปึนกลไกที่สําคัญ ในการที่จะช่วยกันพัฒนาประเทศชาติได้ ถ้าท่านได้อ่านบทความที่ผมเคยเขียนในวารสาร การเงิน การธนาคาร ในเดือนพฤษภาคม ท่านคงจะเห็นว่าผมให้ความสําคัญกับ เรื่องรัฐวิสาหกิจเปึนพิเศษ ผมเขียนหัวข้อว่าบนเส้นทางสู่การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ และยกตัวอย่างของรัฐวิสาหกิจที่เปึนการรถไฟแห่งประเทศอินเดีย ผมเห็นบทเรียน ที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียแล้วเห็นได้ชัดว่าการรถไฟแห่งประเทศอินเดีย ซึ่งเปึน รัฐวิสาหกิจที่ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมีพนักงานถึง ๑ ล้าน ๕ แสนคน ขาดทุนมาตลอด จนกระทั่งมีคนคาดการณ์ว่าในระยะเวลาไม่เกิน ๑๐ ป้ข้างหน้าการรถไฟ ของอินเดียจะต้องถึงภาวะล้มละลาย แต่ภายในช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมาการรถไฟอินเดีย เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงครับ เปลี่ยนแปลงไปชนิดที่ว่าสามารถจะให้บริการที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ราคาถูกลง แต่ว่ามีผลกําไร ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมกําลัง ชักชวนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านจะช่วยดูแลเรื่องเกี่ยวกับการพลิกฟุ๋นเรื่องสถานะทางการเงินของการรถไฟ แล้วก็ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้นําสหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทยไปดู งานรถไฟที่อินเดีย ก็ตั้งใจกันว่าถ้าหากนัดหมายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ของอินเดียได้เมื่อไรก็คิดว่าคงจะได้ไปกันครับ เพราะว่าคนที่พลิกฟุ๋นการรถไฟของอินเดีย ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของประเทศอินเดีย แล้วก็ตั้งใจว่าเราน่าจะได้ เรียนรู้บทเรียนอะไรมากพอสมควรจากการที่ไปเรียนรู้จากเขาตรงนั้นนะครับ ในชั้นนี้ ผมขออนุญาตที่จะได้ตอบข้อซักถามที่เปึนประเด็นปลีกย่อยก่อน ในโอกาสต่อไปคงจะ ได้มีโอกาสพูดคุยในภาพรวมของเรื่องแนวทางที่ได้ทํากันมา ขอบพระคุณครับ