สันติ พร้อมพัฒน์ หารือเรื่องการสอบใบขับขี่ตลอดชีพ และปฏิเสธว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย และกระจายความเจริญในชนบท
ท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อไปนี้ผมจะขอตอบข้อซักถามแล้วก็คําอภิปราย ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
ข้อแรก เรื่องเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาหรือเรื่องของการศึกษา ก็ต้องขอตอบว่า เรื่องการปลอมใบขับขี่ตลอดชีพ ผมไม่เคยมี ไม่เคยทําใบขับขี่ตลอดชีพ เรื่องของการไปสอบ หรือไม่สอบผมไม่เคยดําเนินการในเรื่องเหล่านั้นเลย ไม่เคยทํา ไม่เคยดําเนินการในเรื่อง เหล่านั้น แล้วทางมหาวิทยาลัยก็ไม่เคยมีปัญหาหรืออะไรกับผมเลย ผมได้เข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัยรามคําแหงเมื่อป้ ๒๕๔๓ แล้วก็ได้จบปริญญาตรี ป้ ๒๕๔๕ แล้วก็เรียนต่อ ปริญญาโทจบใน ๒ ป้ถัดมา ดังนั้นเรื่องใบขับขี่หรือเรื่องใด ๆ ผมไม่เคยทํา ส่วนเรื่อง มหาวิทยาลัยดําเนินการสิ่งใดนั้นผมไม่ทราบ นี่คือเรื่องของการศึกษา
ข้อสอง เรื่องรถไฟฟัาสายสีม่วงที่ผู้อภิปรายได้พูดถึงในสิ่งที่ควรจะทํา แต่ไม่ทํา สิ่งที่ไม่ควรจะทําก็ได้ทํา ต้องเรียนผู้อภิปรายว่าการที่รถไฟฟัาสายสีม่วง เปึนรถไฟยกระดับ ตั้งแต่บางซื่อ-บางใหญ่ รวม ๑๒ สถานี ได้ดําเนินการมาก่อนที่ผมจะ เข้ารับตําแหน่ง ได้ดําเนินการสํารวจ ออกแบบ เวนคืน ดําเนินการทุกสิ่งทุกอย่าง เรียบร้อยแล้ว เมื่อผมเข้ารับตําแหน่งก็ได้รับรายงานในเรื่องรถไฟสายสีม่วง ผมได้เชิญ ทาง รฟม. มาหารือในเรื่องที่จะดําเนินการรถไฟนี้ต่อไป ปรากฏว่าทาง รฟม. นั้น ได้ดําเนินการทุกสิ่งทุกอย่างไปเรียบร้อยแล้ว ก็มีปัญหาอยู่เพียงที่สถานีในแต่ละแห่งนั้น ทาง รฟม. ได้จัดที่จอดรถปาร์ค แอนด์ ไลท์ (Park and light) ไว้ในแต่ละสถานี โดยเฉพาะ สถานีใหญ่ ๆ นั้นถึง ๒,๐๐๐ คัน โดยประมาณผมได้เห็นว่าโดยปกติแล้วในเรื่องของสถานี ในแต่ละสถานีของรถไฟฟัาไม่ว่าบนดินหรือใต้ดินที่ผ่านมาใช้ประโยชน์ไม่สมประโยชน์ เต็มที่ เพราะว่าการที่ไปสร้างที่จอดรถถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คันในแต่ละสถานีนั้น แน่นอนที่สุดในระบบปาร์ค แอนด์ ไลท์ หรือว่าให้ประชาชนที่จะมาขึ้นรถไฟฟัาขับมาจอด ตอนเช้าแล้วก็ขึ้นรถไฟฟัาไปทํางาน ตอนเย็นก็ขับรถกลับบ้านนั้นเปึนปัญหา เพราะว่า ในชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าหากว่ารถ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คัน ได้บุกมาที่สถานี มาขึ้นสถานี มาจอดที่สถานีมันคงเกิดการจราจร ผมจึงได้สั่งการให้ปรับในแต่ละสถานีให้ลดปริมาณ รถส่วนตัวเหล่านี้ลงไป แล้วก็ให้เพิ่มพื้นที่จอดรถจักรยานประมาณ ๒,๐๐๐ คัน ให้เพิ่ม พื้นที่จอดรถจักรยานยนต์ ให้เพิ่มพื้นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ให้เพิ่มพื้นที่จอดรถสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้และรถเมล์เล็กหรือรถบัสเล็ก โดยใช้คําว่าเปึนรถฟ้ดเดอร์ (Feeder) ให้ทุก ๆ สถานีมีรถต้นสายที่จะรับผู้โดยสารจากสถานีกระจายไปยังชุมชน กระจายไปยัง ประตูบ้านของพี่น้องประชาชนทุกคน แล้วก็ในขณะเดียวกันก็รับผู้โดยสารจากแต่ละ หมู่บ้านนั้นมารวมศูนย์ที่สถานีแล้วก็เดินทางไปตามสถานีโดยตลอด นอกเหนือจากนั้น เส้นทางรถไฟฟัา นอกเหนือจากสายสีม่วงแล้วก็ยังมีสายสีน้ําเงิน สายสีน้ําเงินนั้นอยู่ใน เขตกรุงเทพมหานครที่อยู่ในรัศมี ๒๕ ตารางกิโลเมตร ตามมติ ครม. ที่มีไว้ ตามมติ ครม. คือช่วงจากบางซื่อ-หัวลําโพง ก็จะเปึนใต้ดิน ส่วนอีกสายทางหนึ่งก็คือบางซื่อไปตาม ถนนจรัญสนิทวงศ์ไปสิ้นสุดที่บางแคนั้นก็จะเปึนลอยฟัาเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่า อยู่นอกเขต ๒๕ ตารางกิโลเมตร ตามมติ ครม. ส่วนเรื่องสถานีในแต่ละสถานีนั้นก็คงเปึน เช่นเดียวกันกับสถานีสายสีม่วงก็คือแต่ละสถานีนั้นก็จะมีพื้นที่สําหรับจอดรถจักรยาน จักรยานยนต์ รถแท็กซี่ รถตู้ แล้วก็รถเมล์เล็ก เพื่ออะไรครับ เพื่อเปึนการลดการใช้รถส่วนตัว ของพี่น้องประชาชนในชานเมือง เพราะว่าในระบบปาร์ค แอนด์ ไลท์นั้นไม่ประสบ ความสําเร็จในรถไฟใต้ดินที่มีอยู่ในขณะนี้ แล้วก็รถไฟของบีทีเอสก็เช่นเดียวกันนะครับ การใช้สถานีนั้นไม่มีความคุ้มค่า ทางกระทรวงคมนาคมจึงได้เข้าไปเสริมเข้าไปปรับ พี่น้องประชาชนครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ รถเมล์ทั้ง ๙ สาย ๙ แฉกในโครงการ เมกะโปรเจกต์นั้นเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความหวัง เปึนสิ่งที่พี่น้องในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นรอคอย ทางกระทรวงจึงได้เร่งรัดที่จะดําเนินการให้รวดเร็ว แต่ว่า แต่ละสายทางนั้นในรัฐบาลก่อน ๆ ไม่ได้ดําเนินการอะไรไว้มากมาย ยกเว้นสายสีม่วง ดังนั้น ๔ เดือนที่ผ่านมาจึงต้องเร่งรัดที่จะขับเคลื่อนให้ส่วนราชการต่าง ๆ และผู้รับผิดชอบนั้น เร่งรัดดําเนินการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของอีไอเอ (EIA) เรื่องของการสํารวจออกแบบต่าง ๆ เรื่องของการเจรจา เรื่องเงินกู้ต่าง ๆ ก็ดีให้เสร็จลุล่วงภายในป้นี้ จะเร่งรัดในการดําเนินการ ให้ได้ในป้ ๒๕๕๑ นั้น จะเร่งรัดให้ได้ในสายบางซื่อ-บางใหญ่ที่ได้กล่าวไปแล้ว และในสาย สีเขียวเข้มก็คือหมอชิต-พหลโยธิน-สะพานใหม่ สายสีเขียวอ่อนก็คือจากแบริ่ง-สําโรง- สมุทรปราการ-บางปู สายสีน้ําเงินนั้นก็มีช่วงบางซื่อ-หัวลําโพง และบางซื่อ-ท่าพระ ส่วนสายสีแดงนั้นก็จะมีสายบางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต ๖ สายทาง ส่วนท่านผู้อภิปราย ได้พูดถึงเส้นทางแอร์พอร์ต ลิงค์ว่าทําไมแอร์พอร์ต ลิงค์เส้นนี้ถึงไม่เชื่อมกับดอนเมือง ก็ขอเรียนว่าเส้นทางแอร์พอร์ต ลิงค์นั้นจะเริ่มจากมักกะสัน ก็คือจากมักกะสันไปทาง ตะวันออกไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนอีกเส้นหนึ่งที่จะผ่านไปทางดอนเมืองมีอยู่ ๒ สาย ก็คือสายบางซื่อ-รังสิต และหมอชิต-พหลโยธิน-สะพานใหม่ ซึ่งสายบางซื่อ-รังสิต นั้น ผ่านด้านตะวันตกของดอนเมือง ส่วนสายหมอชิต-พหลโยธิน-สะพานใหม่ นั้นจะผ่าน ในด้านตะวันออกของดอนเมือง ขณะนี้ทางกระทรวงได้หารือสั่งการให้ รฟม. หาทางที่จะ เชื่อมสายสีเขียวเข้มเข้ากับดอนเมืองเพื่อให้เชื่อมต่อกับสายดอนเมือง หรือถ้าหากว่า ไม่สามารถดําเนินการได้ก็จะใช้เส้นบางซื่อ-รังสิต ซึ่งผ่านด้านหลัง ด้านตะวันตก ของดอนเมือง สายบางซื่อ-รังสิตนั้นจะเชื่อมกับสายแอร์พอร์ต ลิงค์ โดยทางรถไฟ จะดําเนินการเชื่อมต่อในช่วงตรงพญาไท ซึ่งใช้ชื่อว่าเส้นทางมีตติ้ง ลิงค์ (Meeting link) ก็คือจะเปึนทางเชื่อมระหว่างสายแอร์พอร์ต ลิงค์กับสายบางซื่อ-รังสิต ขณะนี้กําลัง ดําเนินการอยู่ เมื่อโครงการเหล่านี้แล้วเสร็จ สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ก็คงสามารถที่จะเชื่อมต่อกันได้
ในเรื่องของรถไฟทางคู่ที่ผู้อภิปรายได้พูดถึง ก็ต้องขอเรียนว่าขณะนี้ เรื่องของน้ํามันมีราคาแพง น้ํามันในช่วงป้ที่ผ่านมานั้นได้เพิ่มขึ้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือจากประมาณ ๒๐ บาท ขณะนี้น้ํามันก็ขึ้นไป ๔๐ บาท ก็ต้องขอเรียนว่าจากการศึกษา ของกระทรวงคมนาคมนั้น ในประเทศไทยเรื่องของการขนส่งซึ่งมีปัญหาค่าขนส่งของไทย เมื่อเทียบกับจีดีพีสูงถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ นั้นค่าขนส่งเมื่อเทียบกับ จีดีพีนั้นก็เพียง ๖-๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นค่าขนส่งของไทยสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ทําให้ศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมของไทยไม่สามารถ สู้กับต่างประเทศได้ ทางกระทรวงคมนาคมจึงได้ริเริ่มโครงการรถไฟทางคู่ จํานวน ๒,๓๔๔ กิโลเมตร เพื่อก่อสร้างให้สามารถที่จะเสริมหรือเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ให้กับการขนส่งของประเทศ ทั้งหลายทั้งปวงก็คงจะเปึนเรื่องที่กระทรวงคมนาคมนั้น ได้ดําเนินการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเส้นทางกรุงเทพฯ-บ้านภาชี แล้วก็กรุงเทพฯ-บ้านภาชีออกไปทางจังหวัดโคราช ไปทางจังหวัดขอนแก่น ออกไปทาง จังหวัดอุดรธานี แล้วก็จังหวัดหนองคาย ในแต่ละสายทางนั้นทางกระทรวงได้วาง โครงการไว้ว่าในทุก ๆ ระยะประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ก็จะให้มีสถานีขนส่งสินค้า และให้มีนิคมอุตสาหกรรม แต่ละประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ตลอดสายทางของเส้นทาง รถไฟทางคู่ เพื่อกระจายความเจริญ กระจายงานและเปึนการสร้างงานในชนบท เพื่อให้ พี่น้องประชาชนในชนบทนั้นสามารถที่จะมีงานทําโดยไม่ต้องทิ้งถิ่นที่อยู่เข้ามาทํางาน ในกรุงเทพฯ ในช่วงนี้กระทรวงคมนาคมและผมก็คงจะชี้แจงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ