สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หารือเรื่องคดีสินบนศาล 2 ล้านบาท และเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผมอยากเรียน ท่านประธานครับว่า ด้วยเหตุตรงนี้ครับ ผมเสียใจที่ว่าท่านมาเปึนรัฐมนตรีของกระทรวงหนึ่ง ที่ผมรักและท่านทําแบบนี้ ยังไม่ทันจบเลยครับท่านประธาน เมื่อวานก็เกิดเรื่องอีก คดีสินบนศาล ๒ ล้านบาท ดังมาก เพิ่งตัดสินเมื่อวานนี้เองครับ ความจริงเกิดมา หลายวันแล้ว ๑๐ กว่าวันแล้ว แต่ว่าเพิ่งตัดสินเมื่อวานท่านประธาน ในคําพิพากษา บอกเลยว่า พฤติกรรมเปึนการให้สินบน ขออนุญาตนิดนะครับ ในคําพิพากษาท่านใช้ คําว่าอย่างนี้เลยครับ การกระทําของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามเปึนการกระทําที่อุกอาจ ท้าทาย และเกิดขึ้นที่ศาลฎีกาซึ่งเปึนศาลยุติธรรมชั้นสูงสุดของประเทศครับ คดีนี้เปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนจํานวนมาก เพราะเปึนคดีที่ทั้ง ๓ ท่านเกี่ยวข้องกับ คดีที่อยู่ในศาลการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง แล้วเกิดคดี อย่างนี้ขึ้น ที่ผมบอกว่ายังไม่ทันจบเลยครับ ปรากฏว่าวันนี้ท่านให้สัมภาษณ์เรียบร้อยแล้ว เผอิญคดีนี้เปึนคดีที่ไปเกี่ยวข้องกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ท่านให้สัมภาษณ์ บอกอย่างนี้ครับ อันนี้สื่อมวลชนถ้าไม่ถูกท่านก็ต้องบอกว่าท่านไม่ได้พูด และท่านต้อง ทําใหม่ด้วย เขาเขียนอย่างนี้บอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกโรงปัองแม้ว ผมก็ไม่ทราบทําไมใช้อย่างนี้ ชี้ศาลสั่งจําคุกสินบน ๒ ล้านบาทไม่เกี่ยวทักษิณ เพราะแค่ว่าจ้างทําคดีไม่รู้เรื่องสินบน ยืนยันฝ์ายบริหารแทรกแซงศาลไม่ได้ แล้วเขา ก็บอกครับ มีเนื้อความต่อไปบอกว่า ท่านคิดว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมคิดว่าในแง่ของความเปึนธรรมกับทุกคนเราจะไปเที่ยวคิดว่าใครเขาผิดไปก่อนไม่ได้ ผมถูกฝ๊กมาในลักษณะของต้องให้ความเปึนธรรม ใครกล่าวหาก็ต้องมาพิสูจน์กัน แต่ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้นครับ ท่านอย่าลืมว่าขณะที่ท่านกําลังให้สัมภาษณ์ ท่านกําลัง ให้สัมภาษณ์ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมครับ ท่านจะเที่ยวแสดงความคิดเห็น ของท่านเองลอย ๆ ว่าคนโน้นเกี่ยวคนนี้ไม่เกี่ยวได้อย่างไรครับ ท่านทําอย่างนี้ผมถึงเรียนว่า พฤติกรรมและการบริหารงานของท่านทําให้ขาดความเชื่อถือ ท่านผิดจริยธรรมของ ผู้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีที่พึงกระทําจริง ๆ ท่านไปชี้นําได้อย่างไรครับ เพราะอะไรครับ ท่านประธาน คดีนี้ผมเรียนนะครับ ศาลฎีกาตัดสินในคําพิพากษาบอกว่าเปึนคดีอุกอาจเลย ถ้าหากว่าท่านไปดูพระราชบัญญัติสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งท่านเปึนรองประธาน คณะกรรมการอยู่นั้นเข้าข่ายที่สํานักงานสอบสวนคดีพิเศษจะรับมาเปึนคดีพิเศษ หาตัวผู้ใช้จ้างวานไหมครับ แล้วถ้าหากเกิดมีการรับมาพิจารณาแล้วท่านซึ่งเปึน ผู้กํากับดูแลท่านบอกล่วงหน้าไว้แล้วว่าคนโน้นไม่เกี่ยว คนนี้ไม่เกี่ยว ท่านลองนึกสิครับว่า ประชาชนที่เขาหวังพึ่งในตัวท่านเขาจะรู้สึกอย่างไร ท่านอาจจะบอกว่าไม่ใช่ แต่ท่าน อย่าลืมว่าท่านเปึนบุคคลสาธารณะ การกระทํา คําพูดทุกอย่างของท่านถูกตรวจสอบ ตลอดเวลา เราจะมีเจตนาอะไรหรือเราไม่มีเจตนาอะไรเราพิสูจน์ได้จากเถยจิตของเรา ด้วยการกระทํา เราจะทําอย่างแล้วบอกว่าไม่ใช่มันเปึนไปไม่ได้ครับ ตรงนี้ท่านจะให้ ความเปึนธรรมได้อย่างไรครับ แล้วก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ท่านประธานที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการปัองกันปราบปราม การทุจริตภาครัฐโดยมีประธานซึ่งเปึนคําสั่งที่แปลกประหลาดมากผมไม่เคยเจอเลยครับ ปกติเราก็จะให้นายกรัฐมนตรีก็บอกนายกรัฐมนตรี ถ้ารองนายกรัฐมนตรีเราก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการมอบหมาย คําสั่งเขาต้องเขียนอย่างนี้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าคณะกรรมการเขาต้องมีอยู่ยาวจนกว่าจะยกเลิก แต่ท่านที่ ดํารงตําแหน่งมันเปลี่ยนได้วันนี้เปึนท่าน วันหน้าเปึนผม วันนี้ท่านนี้เปึนนายกรัฐมนตรี วันหน้าอาจจะเปึนท่านอื่น วันนี้ท่านนี้เปึนรองนายกรัฐมนตรีวันหน้าอาจจะมีคนอื่นมา แต่ในคําสั่งแต่งตั้งนี้ประหลาดมากครับบอกว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ก็แปลว่านอกจากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสมชายเปึนได้ตลอดสิครับ แล้วท่านก็มอบหมายให้คนอื่นไม่ได้เลย แล้วท่านสมชาย เปึนใครครับ ผมไม่ได้กล่าวให้ท่านเสียหาย ผมสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมในฐานะเจ้าของเรื่อง ท่านก็เกี่ยวข้องเปึนญาติพี่น้องกับบุคคลที่ อาจจะต้องถูกตรวจสอบ ผมเคารพทุกคนครับ แต่ผมกําลังจะบอกว่าอย่างนี้จะทําให้ พี่น้องประชาชนเขารู้สึกว่าทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมที่จะให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชนถูกต้องตามกฎหมายได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ยกตัวอย่างคดีที่ท่านส่ง ขออภัยครับ ผมไม่ทราบท่านส่ง หรือเปล่า เอาเปึนว่าที่ท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษปัจจุบันนี้ยกคณะไปที่ กกต. ที่ผม บอกว่าถูกหรือเปล่านั้นเพราะอะไรครับ ตอนนั้นยืนยันกันหมดเลยว่ามีหลักฐาน มีอย่างนั้นอย่างนี้ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๖ ความจริงวันที่ ๑๑ ก่อน ท่านรองอธิบดีบอกว่า จะต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุม กคพ. หรือคณะกรรมการคดีพิเศษ เพราะอะไรครับ เพราะกลายเปึนว่าจํานวนยอดเงินไม่เข้าอํานาจของดีเอสไอ เมื่อไม่เข้าอํานาจแล้วไปบุก เขาได้อย่างไรครับ ไปมาเสร็จแล้วครับถึงได้มาบอกว่าขอเอาเข้า กคพ. แล้วเพิ่งเข้า เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง พฤติกรรมอย่างนี้ล่ะครับท่านประธาน และที่แปลก ประหลาดมากไปอีกครับ อันนี้ผมตรวจสอบไม่ทันเวลามันสั้น ต้องถามท่านรัฐมนตรี ด้วยว่าในคณะกรรมการ กคพ. ที่ว่านี่มีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ ใช่ไหมครับ แต่ว่าตามข่าวที่ออกมาซึ่งผมตรวจสอบยังไม่ทันนั้นเรียนตรง ๆ ครับ เขาบอกว่าให้ท่านเรวัต ฉ่ําเฉลิม อดีตอัยการสูงสุดเปึนประธาน แต่ว่าหนึ่งในกรรมการ หรือท่านเดียวผมก็ไม่แน่ใจคือท่านโสภณ รัตนากร อดีตประธานศาลฎีกา ถ้าจริง ท่านประธานที่เคารพครับ มันตลกไหมครับ ท่านเอาท่านอดีตอัยการสูงสุดเปึนประธาน แต่เอาอดีตประธานศาลฎีกาเปึนกรรมการ ท่านโสภณ รัตนากร เปึนใคร ท่านเรวัต ฉ่ําเฉลิม เปึนใคร เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ของวงการกฎหมายทั้งคู่เปึนคนที่ได้รับการเคารพนับถือทั้งคู่ แต่ถามท่านประธานครับ ด้วยวัยวุฒิ ด้วยอาวุโส และด้วยความน่าเชื่อถือเท่ากันนั้น ถ้าท่านประธานเปึนคนตั้ง ท่านจะตั้งท่านโสภณเปึนประธานหรือตั้งท่านเรวัตเปึนประธาน ตรงนี้มันประหลาดอย่างไรครับ คนเขาก็สงสัยว่าทําไมครับ ทําไมใช้แต่ทางด้านอัยการ แล้วมันประหลาดไหมครับว่าไปบุกตรวจสอบ ไปบริษัทเอกชน ไปอะไรเขาหมดแล้วครับ เรียบร้อยหมดแล้ว แล้วค่อยกลับมาบอกว่าขอให้อยู่ในอํานาจเถอะ แล้วที่ท่านไปทํา ตอนนั้นมันเปึนอย่างไรครับ เขาเสียหายไหมครับ แล้วคดีที่มาร้องเรียนตรงนี้คนร้องเรียน เปึนใคร ผมไม่อยากไปเอ่ยนามท่านหรอกครับ แต่ท่านรัฐมนตรีพูดเถอะครับ ท่านบอก สิครับเปึนใคร เปึนเพื่อนร่วมรุ่นกับใคร เกี่ยวข้องกันทั้งหมดไหม ผมถึงบอกตรงนี้ ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี เราทําอะไรหรือเราไม่ทําอะไร คนเขาจับจ้องมองดู เราบอกเราไม่ได้ทําแต่พฤติกรรมเราทํา คนเขาไม่เชื่อครับ ผมรัก เคารพทุกท่านครับ แต่นี่คือเรื่องของความถูกต้องและความเปึนธรรม ผมขอถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่า ท่านคิดอะไรไหมครับกับคดีนี้ ท่านจะดําเนินการ อย่างไรครับ เพราะว่ามันเพิ่งเกิดเมื่อวาน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานของคณะกรรมการ กคพ. ท่านจะเอาคดีที่ผู้พิพากษาศาลฎีกา ทําคําพิพากษาบอกเปึนคดีอุกอาจ ทําถึงบนศาลฎีกาซึ่งเปึนสถาบันยุติธรรมสูงสุด ของประเทศ คดีอย่างนี้ทางดีเอสไอสนใจไหมครับจะตรวจสอบ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึน เรื่องที่พี่น้องประชาชนจับตาดูท่านอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ท่านให้สัมภาษณ์ไปแล้วบอกว่า คนนั้นไม่เกี่ยว คนนี้ไม่เกี่ยว แล้วถ้าหากว่าผลการสอบสวนเขาบอกว่าเกี่ยวท่านจะว่า อย่างไร ท่านเปึนรัฐมนตรี ท่านต้องเปึนผู้ใหญ่ ท่านต้องหนักแน่นที่ผมกราบเรียน ท่านประธานผมไม่ได้คิดว่าไปสั่งสอนท่าน แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องกํากับดูแลการทํางานของท่าน ผมคิดว่าท่านทําไม่ถูกและท่านไม่ควรทําอย่างนี้ การตีความกฎหมายก็เช่นเดียวกันครับ การตีความกฎหมายที่ท่านใช้มาโยกย้ายนี่ เขาไม่ได้ตีความแบบท่านกันมาเลยครับ การที่จะใช้มาตรา ๔๖ ให้ใครไปแทนใครเจ้าตัว ต้องไม่มีหรือมี ปฏิบัติไม่ได้ แล้วตามลําดับแล้วถ้าปฏิบัติไม่ได้ก็ให้รองซึ่งเรียงตามลําดับ กันไปเขาก็มาทําครับ ในกรณีนี้ที่ผมเรียนครับ ท่านกลับไปตีความอย่างไรครับ ไปตีความ ให้ท่านสุนัยไปก่อน แล้วท่านก็ยังอยู่ในตําแหน่งเดิมครับ เพราะคําสั่งท่านเองเปึนคนเขียนว่า ให้ไปรักษาราชการตําแหน่งโน้น ก็แปลว่าตําแหน่งนี้เขายังอยู่นะครับ แล้วท่านก็สั่งให้อีกท่านหนึ่งจากตําแหน่งที่อยู่เปึนรอง ป.ป.ส. มารักษาราชการตําแหน่ง ซึ่งยังมีตัวตนอยู่ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปทําให้ผมไม่สามารถที่จะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ครับ ขอบพระคุณครับ