รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เปึนพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๕ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ผมขอให้ท่านไปคุยกันใหม่ได้ไหม ผมถือหลักเอาเรื่อง เมื่อคืนนี้ก่อนครับ
ประทานโทษท่านประธานครับ พอดี เมื่อคืนจะมีบางท่านถอนตัวไปแล้ว ก็จะเปึนคนใหม่ ซึ่งขณะนี้ส่งชื่อให้ท่านแล้วจํานวน ๓ ท่านนะครับ แต่เดี๋ยวหลังจบมาตรานี้ไปแล้ว ที่เหลือนี้ผมจะส่งท่านที่เหลือครับ
ส่งมานะครับ ส่งมาคือวิป เมื่อคืนส่งมาให้ผมถึงมาตรา ๑๖ มีรายชื่อหมด ท่านจะปลดวิปหรืออย่างไรครับ ปลดวิปเมื่อคืน
มิได้ครับ
ท่านจะยึดอํานาจคืน อย่างนั้นหรือครับ
มิได้ครับ ๓ คนของกระทรวงพลังงาน วันนี้ก็จะเปึนคุณหมออสิ คุณหมอสุกิจ แล้วก็คุณสุธรรม ๓ คนเท่านั้น แล้วส่วนท่านอื่น เดี๋ยวจะส่งรายชื่อตามไปครับ
คือเมื่อคืนนี้คุณธนิตพล ที่เสนอมาอีก ๓ ชื่อนี้หมายความว่า ๒ ชื่อนี้ ปลดออกอย่างนั้นหรือ
ชื่อเมื่อคืนลบทิ้งหมดครับ ท่านผู้อภิปรายไม่ประสงค์จะอภิปราย เปลี่ยนเปึนท่านอื่นครับ
ท่านลบทิ้งนะครับ เราตกลงกันว่า ๕ นาที เขียนมา ๗ นาที ผมขอยืนตามเดิมดีกว่าเอา ๕ นาที
คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างเมื่อสักครู่นี้ที่เราพบกันก็คือว่า ผมดูว่าเหลืออีกกี่มาตรา แล้วก็พยายาม ที่จะให้อยู่ในกรอบซึ่งสามารถจะดําเนินการได้แล้วพยายามให้จบนะครับ เพราะฉะนั้น แต่ละมาตราก็จะมีผู้อภิปรายอยู่แล้วก็พยายามที่จะกําหนดเวลาไม่ให้เกินจากเวลา ที่ควรจะจบในส่วนของคืนนี้ไป หลังจากกระทรวงพลังงานแล้วเดี๋ยวจะบอก
คือจะให้จบวันนี้ใช่ไหม
ใช่ครับ
ให้จบวันนี้ให้ได้
ครับ พยายามให้จบวันนี้ครับ
เพราะว่าพรุ่งนี้วันที่ ๖ ผมสงสารเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ต้องนัดหมายเอาไว้ที่บ้าน ที่ไปจัดสัมมนา ประชาธิปไตย ผมตรวจดูแล้ว ๕๐ – ๖๐ ท่าน ผมก็เห็นใจท่าน
ท่านประธานครับ สมาชิกเอง ผมเรียน เปึนหลักว่าเขาก็อยากจะทําหน้าที่อย่างดีที่สุด และสมาชิกผมก็ขอขอบคุณทางรัฐบาล ซึ่งท่านเองก็พยายามที่จะอภิปรายน้อยที่สุดหรือไม่อภิปรายเลย แต่ว่าในส่วนฝ์ายค้านเรา ก็มีสภานี้ที่ทําหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นอะไรที่เราพอประคับประคองกันได้ก็จะทําแต่หน้าที่ ก็ต้องทําเต็มที่เช่นเดียวกัน ก็เรียนท่านประธานเปึนหลักไว้เช่นนั้น ขอบพระคุณครับ
ประชาธิปไตยที่ไปอบรม ไม่ใช่เฉพาะฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านด้วยครับ เท่ากันทั้ง ๒ ฝ์ายที่ผมเรียน มีศักดิ์ศรีเท่ากัน ฉะนั้นก็เอาตามที่วิปท่านเรียน คือมีท่านนายแพทย์อสิ นายแพทย์สุกิจ นาวาตรี สุธรรม ๓ ท่าน ใช่ไหมครับไม่มีเกินนี้ ขอบคุณครับ ฉะนั้นเชิญนายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ขออภิปรายมาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงานเกี่ยวกับเรื่อง สํานักนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ผมได้ดูการเขียนงบประมาณของกรมเหล่านี้ อย่างเช่น การขับรถ ประหยัด ปลอดภัย เขียนไว้ว่ามีงบประมาณ ๗๒,๐๐๐ บาท เกี่ยวกับการอบรมสัมมนา เพื่อให้คนรู้เรื่องเกี่ยวกับขับรถประหยัดและปลอดภัย แค่ ๓๒ คนทั้งประเทศนะครับ ทั้ง ๆ ที่เปึนกระทรวงพลังงาน ผมอยากร้องไห้ครับ ๓๒ คนทั้งประเทศ จริง ๆ แล้ว การประหยัดพลังงานควรจะต้องสอนให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าวิธีขับรถความเร็วอย่างไร การเปลี่ยนน้ํามันจากเบนซิน (Benzin) ๙๕ เปึนแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ๙๕ มันประหยัด แค่ไหน สูบลมยางให้แข็งขึ้นกี่ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ลดน้ําหนักในรถลง อย่างนี้ก็ประหยัดได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่เคยเห็นเลยว่ากระทรวงพลังงานได้ออก เทค แอคชั่น (Take action) ในเรื่องนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่านี่คือความไม่มีประสิทธิภาพของ กระทรวงพลังงาน แม้กระทั่งปัญหาที่ประชาชนควรจะรู้ อย่างเช่นว่า รถชนิดใดควรจะ ติดแก๊ส ชนิดไหนควรจะติดแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ในต่างประเทศเขาให้เลือกใคร จะติดอะไรก็ได้ แต่เขาให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์กับประชาชนแล้วให้ประชาชนเปึนผู้ตัดสิน รถที่ควรจะติดต้อง ๑,๖๐๐ – ๒,๐๐๐ ซีซี ขึ้นไป สภาพเครื่องดี อะไหล่ไม่แพง นี่ประชาชน ต้องรู้หมดนะครับ แล้วก็รถที่จะติดราคาถังแก๊ส ๔๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาท มันก็ต้อง คุ้มค่าพอสมควร ระยะทางที่จะวิ่งไกลพอสมควร ไม่ใช่ว่าจากบ้านไป ๕ กิโลเมตร ไปติดแก๊ส เพราะลนลานตกใจน้ํามันแพง รัฐบาลก็ไม่ได้แจ้งให้รู้ ไม่ได้แนะนะว่า ๕ กิโลเมตร ไป – กลับ ๑๐ กิโลเมตร ไม่ต้องไปติดแก๊สหรอกครับ แต่ว่ามันเหมือนกับคน เล่นการพนันกลัวตํารวจกระโดดลงคลองฆ่าตัวตาย และทีนี้มันต้องเติมได้สะดวกด้วย ไม่ใช่ว่าปัูมแก๊สอยู่ไกลเปึน ๑๐๐ กิโลเมตรก็ยังไปติดถังแก๊ส มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่กระทรวงพลังงานต้องแจ้งให้ประชาชนรู้ และความปลอดภัยของการ ใช้แก๊ส อย่างเช่น การดูแลประจําวัน การอบรมเรื่องความปลอดภัย เวลาไฟไหม้จะต้อง เป่ดกระโปรงหน้ารถอย่างไร ป่ดวาล์ว (Valve) ตอนไหน จะวิ่งหนีตอนไหนต้องรู้หมดครับ เครื่องดับเพลิงในรถก็ต้องมี ซึ่งเปึนชนิดโฟม สารเคมี ผมไม่เคยเห็น และความปลอดภัย ของถัง เอ็นจีวี ระเบิดมาแล้วทั้ง ๆ ที่เปึนถังที่ผ่าน มอก. ระเบิดได้อย่างไรครับ อันนี้เปึนสิ่งที่เราจะต้องไปควบคุมทั้ง ๆ ที่มีหลักสูตรวิเคราะห์ผลการทดสอบถังซีเอ็นจี (CNG) ตามมาตรฐานไอเอสโอ ๑๑๔๓๙ ๕ ล้านบาท แต่ไม่มีผลที่เปึนประโยชน์ต่อ ประชาชน ทําให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ในเมื่อเกิดถังแก๊สระเบิดแอลพีจีชนต้นไม้ระเบิดตอน ที่ไปงานศพของนักข่าวที่สุไหงโก-ลก ระเบิดตายไป ๕ ศพ ถังแก๊สระเบิด อีก ๕ คนสาหัส นี่เปึนสิ่งที่จะต้องแนะนําประชาชน เปึนสิ่งที่กระทรวงพลังงานต้องจัดการ แต่ตอนนี้ยังไม่ มีประสิทธิภาพ ปัูมแก๊สจะต้องปลอดภัยแล้วก็ต้องมีจํานวนเพียงพอด้วย จังหวัดผมเปึน จังหวัดเล็ก ไม่รู้ว่าชาติไหนถึงจะมีปัูมแก๊สเอ็นจีวี เพราะว่าต้องลงทุน ๒๐ – ๓๐ ล้านบาท หาคนลงทุนไม่ได้ และเหมือน ๆ กับอีกหลายจังหวัด ไบโอดีเซล (Biodiesel) เราสามารถมี เครื่องหีบดีเซล ๗๐,๐๐๐ – ๘๐,๐๐๐ บาท มหาวิทยาลัยผลิตได้ ของจีนก็ราคาเท่านี้ หีบปาล์มแล้วก็ใช้ในเครื่องยันม่าร์ คูโบต้า รถอีแต๋น รถดีเซลรุ่นเก่า ๆ แต่อย่าไปใช้ในรถ คอมมอนเรล (Common rail) เราต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจหมดว่าต้องแยกแยะ แต่ พอเอาน้ํามันประเภทนี้ไปให้รถคอมมอนเรลเติม พัง ก็กลัวกันไปหมดทั้งประเทศ บอก ว่าไบโอดีเซลไม่ดี จริง ๆ ไม่ใช่ มันต้องแยกแยะให้ชัดเจน การวางแผนในอนาคต ดีเซลเขา วางแผนไว้ว่าต้อง ๓ ลิตร วิ่งได้ ๑๐๐ กิโลเมตร นี่คือมาตรฐานของยุโรปในอนาคต อี ๒๐ อี ๘๕ อี ๑๐๐ ยุโรปเปึนต้นตํารับทั้งนั้นเลย ญี่ปุ์นยังตามไม่ทันในเรื่องนี้ พลังงาน ไฮโดรเจน ลงทุนถูก ที่อุดรธานีทําได้ ใช้น้ําเท่านั้นเองก็สามารถวิ่งได้เปึนหลายร้อย กิโลเมตรหรือเปึนพันกิโลเมตร ถูกที่สุดเลยครับ รัฐบาลต้องรีบไปตรวจสอบแล้วก็รับรอง มาตรฐานของผู้ที่สามารถผลิตรถด้วยพลังงานให้เคลื่อนไหวให้ใช้พลังงานไฮโดรเจนได้ ความจริงประเทศไทยได้เปรียบหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้ เพราะว่ามีทั้งก๊าซธรรมชาติ พืช ที่สามารถให้พลังงานแก่ยานยนต์ได้ และเราก็มีน้ําจํานวนมากมายที่สามารถผลิต ไฮโดรเจนซึ่งจะเปึนพลังงานต่อยานยนต์ได้ แต่มันอยู่ที่สมองอยู่ที่กึ๋น ถ้าไม่มี ความสามารถ ไม่มีวิสัยทัศน์ มีเงินไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงพลังงาน ต้องทําตอนนี้ก็คือ ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมเคยรับราชการมาก่อน ผมทราบว่า หน่วยงานราชการชอบทํางานในเชิงรับมากกว่าเชิงรุก ต่อไปต้องเปลี่ยนครับ ต้อง เปลี่ยนเปึนเชิงรุก ต้องมีความพยายามมากขึ้น มีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้น เท่านั้นถึงจะสามารถ บรรเทาปัญหาไปได้ มีเงินแต่ขาดวิสัยทัศน์ก็ไร้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมจะฝากกระทรวง พลังงานไปว่า ขอให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานให้เพิ่มขึ้น ในตอนนี้ท่านยังไม่มี ประสิทธิภาพที่พอเพียงผมขอตัดงบประมาณของท่านไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมาก เชิญ คุณสุกิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระทรวงพลังงานเปึนกระทรวงที่ได้รับงบน้อยที่สุด ผมนึกว่าเขา จะไม่โดนตัดแล้ว แต่ในที่สุดก็โดนกรรมาธิการตัดไป ผมดูคร่าว ๆ แล้วก็ประมาณสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะว่ากระทรวงพลังงานค่อนข้างจะล้มเหลว ในหลาย ๆ อย่าง ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่องที่น่าจะทําได้ดี อย่างเช่น เรื่องของแก๊สรถยนต์ ที่คุณหมออสิได้พูดไปแล้ว แต่ว่าผมจะพูดอีกมุมหนึ่ง ในแผนพลังงานแห่งชาติได้กําหนด ไว้ว่า กระทรวงจะต้องส่งเสริมให้มีการใช้แก๊สธรรมชาติก็คือ เอ็นจีวี ไม่ใช่ แอลพีจี ซึ่งเปึน แก๊สหุงต้ม แต่สภาพความจริงตอนนี้อะไรเกิดขึ้น พี่น้องประชาชนพากันไปติดแอลพีจี ทั้งนั้นเลย เพราะว่าค่าติดก็ถูกกว่า ปัูมก็มีเยอะกว่า ในขณะที่แก๊สเอ็นจีวี ค่าติดตั้งก็แพง แถมปัูมก็ไม่มี อย่างเช่น ทางใต้บ้านของกระผม ที่หน้าปัูมก็เขียนว่าเอ็นจีวี แต่ลองขับรถ เข้าไปดูไม่มีแก๊สหรอกครับ หรืออย่างดีก็มีบ้าง ไม่มีบ้าง ซึ่งอันนี้กระทรวงพลังงานไม่ได้ ให้ข้อเท็จจริง ไม่กล้าที่จะออกมาพูดกับประชาชนว่าตัวเองส่งเสริมอะไร ผมไม่ทราบ อาจจะเปึนเพราะว่าเกรงใจคนที่เขาติดไปแล้ว ซึ่งถ้าทําอย่างนี้ต่อไปก็คือ ทําให้ แผนพลังงานของชาติบิดเบี้ยว ทั้ง ๆ ที่ตัวเองส่งเสริมเอ็นจีวี แต่ก็ไม่กล้าที่จะไปบอกพี่น้อง ประชาชนว่าจะต้องหยุดการไปติดตั้ง ตอนนี้อู่ติดตั้งแอลพีจีก็เพิ่มขึ้นทุกวัน แล้วท่าน บอกว่าต่อไปจะใช้วิธีก็คือขึ้นราคาแอลพีจี ให้คนเขาเลิกแล้วก็หันไปติดเอ็นจีวี ผมว่าวิธีนี้เปึนวิธีที่ไม่ถูกต้องครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนความล้มเหลวก็คือเรื่องของพลังงาน ทดแทน ซึ่งก็มีอยู่ ๒ อย่าง ก็คือเอธานอล (Ethanol) กับไบโอดีเซล เอธานอลนั้นพอไปได้ ครับ แต่บางครั้งก็มีการผลิตออกมาล้นตลาด ทีนี้เราก็ทํากันอยู่แค่แก๊สโซฮอล์ ๕ เปอร์เซ็นต์ มีดําริว่าจะทําถึง ๒๐ หรือ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ในอนาคตก็อาจจะเปึนไปได้ ครับ แต่ที่ผมเห็นว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงก็คือเรื่องของไบโอดีเซล ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานครับ รถในประเทศของเราที่อยู่ตามท้องถนนเปึนรถดีเซล ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ารัฐบาลยังไม่ได้ ทําเรื่องนี้เลย ไม่ได้ริเริ่มเลย ไบโอดีเซลยังไม่ได้มีอะไรคืบหน้า มีแต่ในปัูมไบโอดีเซล ซึ่ง ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ถูกกว่าน้ํามันดีเซลปกติแค่ ๗๐ – ๘๐ สตางค์เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ มันมีวิธีการจัดการที่ง่าย ๆ มีอีกมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการตัดไปนี้ผมเห็นด้วย แต่ที่ไม่เห็นด้วยก็มีเหมือนกัน อย่างเช่นที่กรรมาธิการตัดการทําแผนพลังงานทดแทน ระดับจังหวัด เขามีแค่ ๒๐ ล้านบาท ท่านก็ไปตัดของเขา ความจริงแล้วผมว่า แผนพลังงานของแต่ละจังหวัดจะมีประโยชน์อย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะในแง่ของ วัตถุดิบ เพราะว่าแต่ละจังหวัดเขารู้ว่าเขาควรจะปลูกอะไร จังหวัดนี้ควรจะปลูกอ้อย จังหวัดนี้ควรจะปลูกมันสําปะหลัง จังหวัดนี้ควรจะเน้นหนักไปทางปาล์ม แล้วก็ใช้พื้นที่ เท่าไร เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้ไม่น่าตัดครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือการเผยแพร่ความรู้ด้านพลังงานระดับจังหวัด งบเหมือนกัน ๒๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่ก็ถูกตัด ความจริงแล้วตอนนี้ ท่านประธานครับ พลังงานถือเปึนรายจ่ายหลักของครอบครัวอย่างหนึ่งนอกเหนือไปจากปัจจัยสี่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นประชาชนควรจะรู้เรื่องการประหยัดพลังงาน อย่างเช่น เรื่องของการใช้แก๊ส รถยนต์ อย่างน้อยต้องรู้เรื่องของความปลอดภัย การดูแลเพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรม เหมือนที่ปรากฏอยู่เนือง ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่สําคัญคือเรื่องของพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเปึนดําริของรัฐบาลว่าจะมีโรงไฟฟัานิวเคลียร์เกิดขึ้นในอีก ๑๒ ป้ข้างหน้า ถ้าอยู่อย่างนี้ ไม่ทางได้สร้างหรอก เพราะว่าไปพูดที่ไหนประชาชนเขาก็กลัวเสียแล้ว
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ผมไม่ใช้เวลามากนัก เรื่องที่ผมคิดว่าสมควรที่จะตัดออก ที่กระทรวงนี้ออกจะใช้ฟุ์มเฟ๋อยเกินไปหน่อย คือเรื่องของค่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งมีมาก เหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่กระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถระดับ ดอกเตอร์มากมายทีเดียวครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือค่าพัฒนาบุคลากร ผมทราบดีว่าบุคลากร ของกระทรวงพลังงานไม่ได้มีความรู้พื้นฐานด้านพลังงานเท่าที่ควรหรอกครับ เพราะว่ามี การถ่ายโอนมาจากกระทรวงอื่น แต่เมื่อเห็นค่าพัฒนาบุคลากรและค่าจ้างที่ปรึกษามันมี ในทุกกรมและก็มากเหลือเกินนะครับ ผมก็คิดว่าจะขอตัดค่าจ้างที่ปรึกษาและค่าพัฒนา บุคลากรของทุกกรมอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสุธรรมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะได้อภิปราย ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าสักครู่ได้เรียนกับทางประธานวิปว่าเรามีเวลา ในกระทรวงพลังงานประมาณ ๒๑นาที เราแบ่งเปึน ๓ คน คนละ ๗ นาที ตอนนี้ของ คุณหมออสิเหลือประมาณนาทีครึ่งนะครับ
พูดเถอะครับ ผมพิจารณาได้
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ในกระทรวงพลังงาน ท่านประธานครับเราดูว่าเม็ดเงินนี้ถึงแม้ว่างบประมาณจะน้อย ประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในข้อเท็จจริงแล้ววงเงินค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของ ประเทศเรามีจํานวนสูงมาก ใกล้เคียงกับงบประมาณของแผ่นดินเราในป้ที่ผ่านมาทีเดียว ท่านประธาน ในภาพรวมของพลังงาน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศท่านประธาน โดยสรุปก็จะเห็นได้ว่ามีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานประมาณถึง ๑,๔๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ทีเดียวนะครับ ซึ่งจะเปึนค่าใช้จ่ายด้านน้ํามันประมาณ ๙๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ด้านพลังงานไฟฟัาประมาณ ๓๙๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายด้านเกี่ยวกับ เรื่องพลังงานทดแทน เรื่องถ่านหิน เรื่องก๊าซประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่ากระทรวงนี้มีความสําคัญมาก เกี่ยวเนื่องกับเม็ดเงินที่เปึน ค่าใช้จ่ายของประเทศสูงมากทีเดียว แต่ประเด็นที่ผมสนใจมากก็คือ นอกเหนือจากวงเงิน งบประมาณ ก็คือประเด็นเรื่องกองทุนต่าง ๆ ท่านประธานที่อยู่นอกกรอบของงบประมาณ ที่สภาเราพิจารณากัน เช่น กองทุนอนุรักษ์พลังงาน กองทุนน้ํามัน กองทุนพัฒนา รอบโรงไฟฟัา ซึ่งแต่ละกองทุนนี้มีจํานวนเงินมากทีเดียวครับกฎหมายที่จัดตั้งกองทุน ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ให้ข้าราชการในสังกัดของกระทรวงพลังงานนั้นเองเปึนผู้มีอํานาจในการ บริหารจัดการ ซึ่งการบริหารจัดการนั้นมีข้อข้องใจ มีข้อสงสัยมากเกี่ยวกับเรื่องการบริหาร จัดการ สภาของเราซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน มีส่วนในเงินกองทุนต่าง ๆ เหล่านั้น มีโอกาสน้อยมากครับที่จะได้รับรู้ถึงความโปร่งใสในการบริหารงานเงินกองทุน ต่าง ๆ ซึ่งเปึนของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เปึนข้อกังวลนะครับ ไม่มีหลักประกันที่จะสร้าง ความมั่นใจได้ว่าเงินกองทุนต่าง ๆ เหล่านั้นใช้ไปอย่างโปร่งใสและเปึนประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน เปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากน้อยเพียงใดครับ
ประเด็นต่อมา เรื่องผลประโยชน์ที่ขัดกันระหว่างกระทรวงพลังงาน และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เช่น ปตท. ไฟฟัา และบริษัทลูกต่าง ๆ ที่ว่าขัดกันก็เนื่องจากว่า คณะกรรมการหรือบอร์ด (Board) ของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ผมกล่าวสักครู่นี้ คณะกรรมการต่าง ๆ นี้ได้รับการแต่งตั้งมาจากข้าราชการในสังกัดของกระทรวงพลังงาน นั่นเอง ซึ่งหมายถึงว่าข้าราชการระดับสูงของพลังงานนั้นมีหมวก ๒ ใบครับท่านประธาน ใบแรก ท่านนั่งอยู่ในกระทรวง อีกใบหนึ่ง ท่านนั่งอยู่ที่รัฐวิสาหกิจ ซึ่งเรื่องนี้สําคัญมาก เพราะว่าถ้าท่านนั่งอยู่ในกระทรวงพลังงาน ท่านต้องยึดธรรมาภิบาล ท่านต้องยึด ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก แต่ขณะเดียวกัน ท่านก็นั่งอยู่ในรัฐวิสาหกิจด้วย ซึ่งท่านต้องยึดหลักผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หลายครั้งผู้บริหารระดับสูงออกมาพูด คํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นมากกว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ผ่านมา อันนี้เองจึงเปึนเหตุที่ทําให้ผมมีข้อกังวลอย่างยิ่ง เพราะว่าในบอร์ดต่าง ๆ ก็ยังมี การตั้งไขว้กันอีก บางทีเปึนกรรมการของรัฐวิสาหกิจนี้ก็ไปเปึนประธานบอร์ดของอีก รัฐวิสาหกิจหนึ่ง ไขว้ไปไขว้มาอย่างนี้ ก็มีเปึนกลุ่มเดียวที่ผูกขาดอํานาจในการบริหาร พลังงานของประเทศเรา ซึ่งน่าเปึนห่วงอย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีหลักประกันอะไร เลยที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าท่านเหล่านั้นจะรักษาผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ พี่น้องประชาชนหรือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นครับ
ประการต่อไปครับท่านประธาน ความโปร่งใสในเรื่องของการลงทุนของ รัฐวิสาหกิจ เช่น ปตท. และบริษัทในเครือ ท่านประธานครับ หลักการก็คือว่าถ้าหากว่า มีผลกําไร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็จะไปลงทุน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จ่ายคืนผู้ถือหุ้นและ ก็นําส่งเปึนรายได้รัฐ ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้ก็ดูจะไม่น่าตื่นเต้น แต่ว่าเราดู แผนลงทุน ๕ ป้ของกระทรวงนี้ เราจะลงทุนด้านไฟฟัาประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงทุนในเรื่องท่อก๊าซประมาณ ๒๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ปตท. สผ. จะลงทุนประมาณ ๒๘๖,๙๐๐ ล้านบาท ด้านป่โตรเคมีจะลงทุนประมาณ ๑๘๒,๗๐๐ ล้านบาท ด้านการ กลั่นจะลงทุนประมาณ ๑๕๘,๖๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นลงทุนประมาณ ๑ ล้าน ๒ แสน ล้านบาท ท่านประธาน แล้วเปึนอย่างไร เมกะโปรเจกต์ (Mega project) ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ ในการตัดสินใจของกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คน ไม่กี่กลุ่ม ซึ่งผูกขาดอํานาจอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่งถึงความโปร่งใสในการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ ใหญ่ ๆ ทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะลงทุนในต่างประเทศ เมื่อไม่นานนี้ก็น่าสนใจอย่างยิ่งที่ ปตท. ได้ไปลงทุนใน มาเลเซีย เราสามารถจะตรวจสอบ สามารถจะทราบได้หรือไม่ว่าเหตุผลความจําเปึน ความโปร่งใสในการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เหล่านี้มีความโปร่งใสมากน้อย เพียงใดท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมานี้ เนื่องจากเวลาจํากัด ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ว่ากระทรวงพลังงานมีงบประมาณประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในท่านประธานครับ เปึนเม็ดเงินจํานวนเกือบ เท่ากับวงเงินงบประมาณประจําป้ของเราทีเดียว ซึ่งไม่ค่อยมีใครทราบ แต่ว่าผมคิดว่า ส่วนหนึ่งก็คงต้องติดตามการทํางานของกระทรวงพลังงานว่าท่านจะรักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนหรือจะรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวถึงสักครู่ นะครับ ผมเองก็จะทําหน้าที่ของตัวแทนพี่น้องประชาชน สิ่งใดที่ท่านทําถูกต้องพวกเราจะ สนับสนุน แต่สิ่งใดที่ท่านทําไปแล้วมีข้อสงสัย พวกผมจะติดตามการทํางานของท่าน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ทางคณะกรรมาธิการมีอะไรที่จะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบข้อซักถามของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความสนใจในเรื่องของกระทรวงพลังงาน ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ ไปพิจารณางบประมาณ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับในด้านกรรมาธิการก็คือในเรื่องที่จะตอบข้อ ซักถามที่เปึนส่วนในเรื่องของการตัดงบประมาณหรือไม่ตัดงบประมาณด้วยสาเหตุใด ก็คือในเรื่องของการตัดงบประมาณในเรื่องของสํานักงานจังหวัดในเรื่องของการพลังงาน สมาชิกได้เรียนถามว่าทําไมกรรมาธิการถึงไปตัดงบประมาณในส่วนนี้ออก ก็ต้องชี้แจง หรือทําความเข้าใจในอย่างนี้ท่านประธานว่าในส่วนของการที่กรรมาธิการได้ปรับลด งบประมาณตรงนี้ลงด้วยเหตุว่าในส่วนของกระทรวงพลังงานจะไปตั้งสํานักงานพลังงาน ในระดับจังหวัด ซึ่งจะเปึนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือมากขึ้นในภาวการณ์ที่ประเทศของเรา นั้นมีส่วนที่จะต้องประหยัดงบประมาณเพื่อเอาไปใช้ในส่วนอื่น ต้องกราบเรียนกับสมาชิก ทุกท่านว่าในส่วนของการใช้สํานักงานในจังหวัด เราสามารถที่จะมีสถานที่ในหน่วย ราชการจังหวัดอยู่แล้วในการที่จะใช้ในการบริหารหรือดําเนินกิจการในสํานักงาน การพลังงานในระดับจังหวัด ไม่ควรที่จะสร้างใหม่ ถ้าหากมีความจําเปึนสร้าง เราก็ยินดี ในการที่พิจารณาในส่วนของการที่จะให้สร้าง แต่เนื่องจากว่าแต่ละสํานักงานจังหวัดนั้น ต้องเรียนว่าเรามีสถานที่เพียงพอ บางที่บางแห่งก็ยังไม่ได้ใช้งาน เพราะฉะนั้นเพื่อการ ประหยัดงบประมาณในส่วนเหล่านี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เราจึงมีความจําเปึนที่จะต้องตัดงบประมาณ เพื่อที่จะเอางบประมาณเหล่านี้ไปใช้ ในส่วนอื่นที่มีความสําคัญและเร่งด่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในเรื่องของปากท้อง ขอกราบขอบคุณครับ
การอภิปรายสิ้นสุดแล้ว ต่อไปกระผมขอเรียนต่อที่ประชุมว่าในมาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงาน มีการแก้ไข เมื่อมี การแก้ไขก็ต้องมีการลงมติ เพราะฉะนั้นเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเชิญเข้ามาแสดงตน ทุกท่านครับ เรียนเชิญครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ ท่านสมาชิกทุกท่านครับ โปรดกดบัตรแสดงตน โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ บ้างครับ มีอะไรครับคุณสมบูรณ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ให้แสดงตนก่อนหรือว่าให้ลงคะแนนเลยครับ
แสดงตนก่อนครับ
แสดงตนก่อนนะครับ ขอบคุณ มากครับท่านประธานครับ
ผมว่าต้องไปแคะขี้หู สักนิดหนึ่งคุณสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานครับ เมื่อกี้ประธาน บอกให้ใช้สิทธิเลยครับ ผมก็เลยสอบถามท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ขอโทษ ด้วยครับ ผมเผลอไปครับ ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ ส่งคะแนนมา มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๖๑ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะเรียนถามที่ประชุมเพื่อได้ลงมตินะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็น ด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ บ้างครับ มีไหมครับ คุณกัญจนา เชิญครับ ไม่เปึนไร รอได้ครับ ใช้สิทธิกันแล้วนะครับ งดการใช้สิทธิได้แล้วนะครับ เชิญส่งผลมา ปรากฏออกมาแล้วนะครับ เห็นด้วยตาม คณะกรรมาธิการ ๑๘๖ เสียง ไม่เห็นด้วย ๘๐ เสียง งดออกเสียง ๐ เสียง ไม่ลงคะแนน ๑ เสียง ถือว่าคณะกรรมาธิการเราดําเนินการใช้ตามที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์ มีการแก้ไข เชิญเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
มีผู้สงวนคําแปรนะครับ คุณอิสสระ สมชัย คุณสมัย เจริญช่าง คุณฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ๔ ท่านด้วยกันนะครับ
ผมขออนุญาตให้คุณสุพัชรี ธรรมเพชร อภิปรายก่อนครับท่านประธาน
ไหนครับ
ผมขออนุญาตคุณสุพัชรี ธรรมเพชร เปึนผู้อภิปรายก่อน แล้วผมจะอภิปรายตอนท้ายครับ
ให้คุณสุภาพสตรีก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ในส่วนของมาตรา ๑๖ ก็คือกระทรวงพาณิชย์ โดยดิฉันได้มีการแปรญัตติขอปรับลด งบประมาณตัวนี้ไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน ดิฉันได้เข้าไปติดตามดูในรายละเอียด แล้วก็พบว่ามีโครงการที่น่าสนใจอยู่ในกระทรวงพาณิชย์มีโครงการหนึ่งก็คือ เปึนโครงการ รับจํานําข้าวเปลือกนาป้และนาปรัง ในป้ ๒๕๕๐/๒๕๕๑ โดยโครงการนี้เปึนโครงการที่ดี ท่านประธาน โครงการนับจํานําข้าวเปลือกนี้เปึนโครงการที่ช่วยเกษตรกรในการช่วยเหลือ แล้วก็แทรกแซงราคาข้าวเปลือกให้สูงขึ้น ทําให้เกษตรกรเรามีรายได้ที่สูงขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายนโยบายเร่งด่วนนี้ผ่านไปยังกระทรวงการคลัง และให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรกรและสหกรณ์เปึนผู้ดําเนินการบริหารโครงการ ร่วมกับกระทรวง พาณิชย์ และหน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์การคลังสินค้า แต่ทั้งนี้โครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปรังป้ ๒๕๕๑ เปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกนาปรัง ป้ ๒๕๕๑ รัฐบาลจึงเสนองบประมาณ ผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบประมาณจากงบกลางป้ ๒๕๕๑ให้กับธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์เปึนผู้รับงบประมาณจํานวนนี้ก็คือเปึนจํานวนเงิน ๑,๑๓๒ ล้านบาท จากโครงการดังกล่าวนี้ที่ดิฉันกล่าวไปแล้วว่าเปึนโครงการที่ดี ได้ช่วยเหลือเกษตรกร แต่จากการที่ดิฉันได้ไปดูโครงการรับจํานําข้าวนี้ ในป้ที่ผ่าน ๆ มานั้น ได้มีการทุจริตมากมายเกิดขึ้น และปัญหาการทุจริตนี้ก็เปึนปัญหาที่ซ้ํา ๆ ซาก ๆ ท่านประธาน อย่างเช่น ปัญหาในเรื่องของโรงสีปลอมปนแล้วก็ร่วมรู้เห็นการเวียนเทียนข้าว บริษัทเจ้าของโกดังเพียงแต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้โรงสีข้าวปลอมปน ข้าวเวียนเทียนแล้วก็ทําสต็อก (Stock) ลม และที่ร้ายไปกว่านั้นท่านประธาน เจ้าหน้าที่ อตก. บางท่าน ได้ทําการทุจริตโดยเรียกเก็บเงินจากฝ์ายต่าง ๆ และไม่ทําการตรวจสอบ ใบรับรองเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไม่ตรวจสอบข้าวเปลือกที่นํามาจํานํา อีกประการหนึ่งค่ะ ท่านประธาน โครงการรับจํานําข้าวนี้เปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ฉะนั้นโครงการนี้ ได้มีการกําหนดระยะเวลาที่รับจํานําข้าวไว้เปึนระยะเวลาที่เดียวกันทุกจังหวัด ก็คือตั้งแต่ วันที่ ๑๕ มิถุนายน ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ที่จะถึงนี้ เมื่อก่อนก็จะให้ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน แต่ได้มีการเลื่อนออกมาแล้วว่าคือเปึนวันที่ ๓๐ กันยายน แต่ที่ดิฉันได้กล่าวถึงระยะเวลา นี้ก็คือ จังหวัดทุกจังหวัดการปลูกข้าวจะไม่เหมือนกัน แล้วก็ระยะเวลาการปลูกข้าวไม่ เท่ากัน อย่างเช่น จังหวัดพัทลุงของดิฉัน ระยะเวลาของการปลูกข้าวแล้วก็ผลผลิต ที่ได้มีปริมาณสูงสุดก็คือในเดือนกันยายน แล้วก็เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ทําให้พี่น้อง เกษตรกรชาวนาประสบปัญหาความเดือดร้อน เพราะว่าในเดือนตุลาคมนี้ไม่มีโครงการรับ จํานําข้าวของรัฐบาลแล้ว พี่น้องเกษตรกรชาวนาก็ไม่รู้ว่าจะไปรับจํานําข้าวที่ไหน ทําให้ราคาข้าวในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ก็ตกต่ําลงไปอีกท่านประธาน ฉะนั้นที่ดิฉันได้เล็งเห็นปัญหาการทุจริตแล้วก็ การบริหารโครงการอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ดิฉันจึงขอตัดงบประมาณในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์ที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเปึนการประหยัดเงิน งบประมาณแผ่นดินและเปึนการปัองกันการทุจริตด้วยค่ะท่านประธาน แต่ถ้าท่าน คณะกรรมาธิการยังคงยืนยันตามเดิน ดิฉันก็ขอความชัดเจนในการปัองกันการทุจริตด้วย และขอความชัดเจนในเรื่องของกระบวนการการบริหารโครงการรับจํานําข้าวของรัฐบาล ด้วยค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณสมัย เจริญช่าง
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรานี้ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ กระผมในฐานะ ที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอสงวนคําแปรญัตติปรับลดงบประมาณของ กระทรวงพาณิชย์ไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอปรับลดงบประมาณของกรมการค้าต่างประเทศไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และขอปรับลดงบประมาณของกรมส่งเสริมการส่งออกไว้จํานวน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่กระผมได้ขอปรับลดยอดงบประมาณของ ๓ หน่วยงานดังกล่าวนั้น ก็สืบเนื่องจากการบริหารงานของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของ การส่งเสริมการส่งออกที่ไม่สามารถประสบความสําเร็จ ก็จะต้องเรียนท่านประธาน จัดในฐานะที่ประเทศไทยของเราเปึนครัวของโลกมีอาหารการกินทุกชนิดที่สามารถจะ จําหน่ายไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลกได้ ในขณะนี้เราต้องยอมรับครับว่ากระทรวงพาณิชย์โดย กรมการค้าต่างประเทศก็ดี กรมส่งเสริมการส่งออกก็ดีได้ปฏิบัติพันธกิจที่ยังไม่สมบูรณ์ อาจจะพูดได้ว่ายังบกพร่องต่อหน้าที่อยู่เปึนจํานวนมาก ยกตัวอย่างเช่น กระผมได้ขอ อนุญาตได้เรียนต่อท่านประธานว่าเรื่องของอาหารส่งออกที่จะนําไปขายกับประเทศที่เขา ไม่มีอาหาร แต่เขามีเงินพร้อมที่จะเปึนลูกค้าของเรา นั่นก็คือกลุ่มตะวันออกกลางหรือ กลุ่มประเทศมุสลิม ในขณะนี้อาหารที่พี่น้องมุสลิมทั่วโลกเขาบริโภคกันจากจํานวน ประชากรมุสลิมทั่วโลกในขณะนี้จํานวน ๑,๘๐๐ ล้านคน ที่กระจายอยู่ใน ๑๔๘ ประเทศ ซึ่งถือได้ว่าเปึนจํานวนประชากรโลกทั้งหมด ๒๘ เปอร์เซ็นต์ จากจํานวนประชากรโลก ๖,๔๐๐ ล้านคน คนเหล่านี้มีวิถีชีวิตมีวัฒนธรรมในการบริโภคอาหาร ซึ่งเขาถือว่า เปึนเรื่องสําคัญ อาหารที่ว่านั่นคืออาหารฮาลาล ในขณะนี้ยอดมูลค่าผลิตภัณฑ์สินค้า อาหารฮาลาลทั้งในและนอกประเทศทั่วโลกที่ได้ซื้อบริโภคกันในแต่ละป้นั้นประมาณ ๕๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เปึนมูลค่าการค้าระหว่างประเทศประมาณ ๒๖๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ และเปึนการค้าขายภายในของแต่ละประเทศ เฉพาะมูลค่า อาหารฮาลาล ประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ของ ๕๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สําหรับของ ไทยเรานั้น เราได้รับส่วนแบ่งจากการส่งออกอาหารฮาลาลเพียง ๐.๖๔ เปอร์เซ็นต์ โดยปกติแล้วในขณะนี้ไทยเราได้ส่วนแบ่งการค้าอาหารที่ส่งไปจําหน่ายทั่วโลก ๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ก็หมายความว่าไทยเราสูญเสียสิ่งที่ควรจะได้ไป ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าตลาด ๒๖๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ในการนี้ก็ถือได้ว่าไทยเราสูญเสียรายได้ที่ พึงจะได้จากอาหารฮาลาลไปประมาณไม่น้อยกว่า ๓,๑๘๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือป้ละ ประมาณไม่น้อยกว่า ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ประเทศของเรามีปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องเศรษฐกิจ และบ้านเรามีกําลังสามารถที่จะผลิตสินค้าอาหารได้เปึนจํานวนมาก แต่กระทรวงพาณิชย์โดยหน่วยงานที่กระผมได้เรียนต่อท่านประธานแล้วว่าไม่ว่าจะเปึน กรมการค้าต่างประเทศก็ดี กรมส่งเสริมการส่งออกก็ดี ยังไม่ได้ออกแรงในเรื่องของ การแสวงหาตลาดใหม่ ๆ หรือในการที่จะนําเอาสินค้าที่ถือได้ว่าเปึนสินค้าหลักของ ประเทศไทยเราออกไปนําเสนอต่อลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศ ในขณะนี้ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าในเรื่องของผลิตอาหารฮาลาลของไทยนั้นถือว่ามีจุดแข็งดีที่สุด ในโลก เพราะเนื่องจากว่าเรามีกระบวนการในการตรวจสอบรับรองฮาลาลที่ใช้ วิทยาศาสตร์นําร่อง อย่างน้อยเรามีศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งถือได้ว่าเปึนศูนย์วิทยาศาสตร์ที่ใช้เกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการตรวจ รับรองฮาลาลที่ทั่วโลกยอมรับ ในขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนองค์กรศาสนาอิสลามในสหรัฐอเมริกา ในแคนาดา ในสหราชอาณาจักร ในเยอรมัน ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือแม้กระทั่งในประเทศมาเลเซีย ยอมรับการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลล์ของ เราด้วยระบบวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการรับรองตรวจสอบทางด้านศาสนา ถึงกับมาเลเซีย ซึ่งในอดีตเคยแย่งชิงการนําในการเปึนฮาลาล ฮับ (Hub) หรือเปึนศูนย์กลางอาหาร ฮาลาลของโลกกับเรา แต่ในที่สุดเมื่อเดือนมกราคม ป้ที่ผ่านพ้นมาก็ขอลงนามเอ็มโอยู (MOU) กับเรา เท่ากับยอมรับในเรื่องศักยภาพ ความสามารถของคนไทย เพียงแต่ว่า ประเทศไทยของเรานั้นคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่เปึนอุปสรรคปัญหา ในการที่เราจะส่งเสริมและผลิตอาหารฮาลาลเพื่อการส่งออก ผมขออนุญาตได้เรียนต่อ ท่านประธานว่า ในวันนี้ต้องขอฝากไปถึงผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์นะครับว่า ทําอย่างไร ที่จะต้องใช้จุดแข็งดังกล่าวนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการที่จะนอคดอร์ (Knock door) ในการที่จะเคาะประตูบ้านเพื่อจะนําสินค้าอาหารฮาลาลของไทยไปเผยแพร่ในต่างประเทศ ให้ได้ วันนี้ศักยภาพของกรมส่งเสริมการส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ ยังอ่อนแอ อยู่มาก และที่สําคัญที่สุดก็คือบุคลากรของกรมส่งเสริมการส่งออก ขออนุญาตได้เรียน ต่อท่านประธานครับว่า ในวันที่ผมเคยเดินทางไปลงนามเอ็มโอยูที่สหรัฐอเมริกาและ แคนาดานั้น บุคลากรของกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งเปึนสตาฟ (Staff) คนโลคอล (Local) อยู่ที่ชิคาโก เขาไม่รู้ว่าเราไปจากไหน เขาบอกว่าฮาลาลเมืองไทยไม่น่าเชื่อถือ เพราะว่า ไม่มีมาตรฐานเท่ากับต่างประเทศ เขาบอกว่าเขาเองเปึนคนกลาง ในการนําองค์กร ตรวจรับรองฮาลาลจากอเมริกาเข้ามาตรวจรับรองโรงงานอาหารฮาลาลของไทย ที่สมุทรปราการและสมุทรสาคร ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าหากกระทรวงพาณิชย์ ยังเพิกเฉย ไม่ดูแล ปล่อยให้คนของเราไปให้ร้ายปัายสีต่อประเทศไทยเช่นนี้ ลู่ทางในการ ที่จะส่งออกอาหารของเราเพื่อนําเม็ดเงินเข้าจากต่างประเทศ ก็ดูจะเปึนเรื่องที่ยากลําบาก เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่าวันนี้กระทรวงพาณิชย์คงจะต้อง ทําหน้าที่เปึนพ่อค้าพ่อขายที่เสาะแสวงหาความเข้มแข็งในด้านการผลิตทุกด้านของ ประเทศไทยที่จะนําไปขายให้กับชาวต่างชาติ ผมเรียนท่านประธานครับว่าบางประเทศ เขามีเงิน แต่เขาไม่มีอาหาร อย่างรัสเซีย เขาต้องนําเข้าอาหารถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ไหมที่เราจะแสวงหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อที่จะส่งอาหารของเราเปึน อุตสาหกรรมส่งออกที่ถือได้ว่าจะเปึนอันดับต้น ๆ ที่จะนําเม็ดเงินมาสู่ประเทศชาติ ก็ขอ อนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานว่าด้วยเหตุนี้เองครับ ผมจึงขออนุญาตเสนอปรับลด งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ทั้ง ๓ หน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมส่งเสริม การส่งออกที่จะต้องมีการทบทวนในเรื่องนี้เปึนอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ
๑. การจัดสรรงบประมาณ ไม่คํานึงถึงผลสําเร็จของงาน
๒. การจัดแผนงาน เปึนแผนงานประจํามากกว่าการแก้ปัญหา เร่งด่วน ของประชาชน ถ้าหากไม่มีการแก้ไขวิธีการทํางาน ปรับปรุงจัดสรรงบประมาณ ให้เหมาะสมปัญหาของประชาชนจะไม่ได้รับการแก้ไข ผมขอยกตัวอย่างเหตุผลข้อที่ ๑ และข้อที่ ๒ ให้ประธานได้รับฟังดังนี้ครับ
ปัญหาด้านการจัดการบังคับใช้กฎหมายการค้าปลีกที่ล้มเหลวซ้ําแล้ว ซ้ําเล่า สร้างความแตกแยกให้ชุมชน สร้างความล้มละลายให้ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กหรือ ร้านโชห่วย ผมไม่ทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพาณิชย์คิดเห็นอย่างไรกับการปล่อยให้ ค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ทําลายค้าปลีกขนาดเล็กของเราล้มเหลวลงไปอย่างมากมาย ผมจะ ให้ท่านประธานเห็นว่าสถิติตัวเลขบางประการในความล้มเหลวของค้าปลีก ๕ ป้ที่ผ่านมา ของผู้ประกอบการโชห่วย มีผู้ประกอบการโชห่วยป่ดกิจการไปแล้วกว่า ๑๕๐,๐๐๐ ราย จาก ๓ แสนราย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ป่ดกิจการไปแล้วกว่า ๔๑,๕๐๐ ราย ส่วนใหญ่เปึนผู้ประกอบการจากส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น นี่คือผลงานล้มเหลวของ กระทรวงพาณิชย์ที่ควบคุมบริหารกฎหมายค้าปลีกไม่ได้ ผมรู้สึกหดหู่ใจมากเมื่อเข้ามา เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ๆ ค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ทําร้ายประชาชนในเขตพัทยา จังหวัดชลบุรีของผม ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเรียกร้องอย่างไรก็ไม่เปึนผล ผมเชื่อมั่นว่าในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ ลูกหลานค้าปลีกหลายคนที่เติบโตออกมา วันนี้เราจะยอมได้หรือครับที่ให้ค้าปลีกขนาดใหญ่มาทําลายบุพการีของเราที่ได้สร้าง เรามาจากค้าปลีกขนาดเล็ก ผมจึงขอปรับลดงบประมาณกระทรวงพาณิชย์ แผนงาน การบริหารงานพาณิชย์ค้าปลีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หากในครั้งต่อไปยังไม่ได้ผลอีก ผมจะขอ ปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าการบริหารงานเรื่องการค้าปลีกของเราปล่อยมาได้ อย่างไร ๔-๕ ป้ที่ผ่านมา ทําให้นายทุนขนาดใหญ่ได้เริ่มคืบคลานทีละเล็กละน้อย ทําลาย ระบบค้าปลีกโชห่วยของเราลดลงไปเรื่อย ๆ เราในสภาแห่งนี้เปึนผู้มีอํานาจในการจัดการ แก้ไขปัญหาด้านนี้จะปล่อยให้เปึนอย่างนี้ต่อไปได้อีกหรือครับ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า การได้ลุกขึ้นมาพูดด้วยความอึดอัดใจของผมในครั้งนี้จะได้รับการตอบสนองจาก ผู้มีอํานาจ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหานี้ ในวันที่ ๑๗ ผมได้นําเรื่องนี้เข้ากรรมาธิการ เนื่องจากว่าพ่อแม่พี่น้องชาวอําเภอศรีราชาของผมในเขตบ้านวังหินก็จะได้รับผลกระทบ ในเรื่องนี้ในไม่กี่วันนี้อีกแล้ว ผมจึงขอวิงวอนให้ผู้มีอํานาจในกระทรวงพาณิชย์ช่วยแก้ไข ปัญหาด้านนี้อย่างจริงจังด้วย มิฉะนั้นครั้งหน้าผมจะขอปรับลดงบประมาณอีกถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ผมจึงขอปรับลดงบประมาณในแผนงานการบริหารค้าปลีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าที่ผ่านมาท่านทํางานไม่มีประสิทธิภาพ ขอบคุณครับ
ขอบคุณ เชิญคุณอิสสระ สมชัย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ยื่นคําแปรญัตติขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ จากที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๖,๕๐๔ ล้านบาท โดยกระผมขอปรับลดลงไปร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณทั้งหมด เมื่อตรวจดูรายงานการทํางานของคณะกรรมาธิการแล้ว ปรากฏว่าได้มีการปรับลด ในชั้นกรรมาธิการ ๑๑๒ ล้านบาทแค่นั้นเอง แต่ก็มีการแปรญัตติเพิ่มเข้ามาเพียง ๒๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ กระผมเห็นว่าน่าจะมีการปรับลดให้มากกว่านี้ แม้จะ มีการแปรญัตติเพิ่มเข้ามาส่วนใหญ่ก็ไปทําเรื่องงานด้านการประชุม ผมเห็นจัดการประชุม อยู่ ๒ ครั้ง และนอกจากนั้นก็ไปทําเรื่องปุิยอินทรีย์ ที่กระผมติดใจที่จะปรับลดในกระทรวง พาณิชย์นั้น ท่านประธานครับ ผมคงจะขยายความต่อจากคุณสุพัชรีกรณีเรื่องโครงการ รับจํานําข้าวของรัฐบาล ที่มันเกิดปัญหาอยู่เวลานี้เนื่องจากว่ารัฐบาลได้แถลงนโยบาย ต่อในสภา เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ในนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจภาค การเกษตร ข้อ ๓.๒.๑.๒ บอกว่าจะส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าภาคเกษตรให้กับ เกษตรกร ท่านประธานครับ ในเกือบ ๑ ป้ที่ผ่านมา ปรากฏว่านโยบายดังว่านั้น ไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลแต่ประการใด เพราะเหตุว่าประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนโดยเฉพาะภาคการเกษตร เนื่องจากว่าสินค้าการเกษตร ผลผลิตทาง การเกษตร ซึ่งเกษตรกรได้หยิบขึ้นมาเปึนอาชีพเลี้ยงครอบครัวนั้นปรากฏว่าราคา ไม่เปึนไปตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ จนกระทั่งได้เกิดมีการประท้วงกันทั่วประเทศ ไม่เฉพาะที่ภาคเหนือ ที่ภาคกลาง ภาคอีสาน แม้กระทั่งภาคใต้ซึ่งคุณสุพัชรีกล่าวถึง ก็ประสบปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น กระผมมีความสงสัยเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ เรื่องการรับจํานําข้าวนั้น สิ่งแรกคุณสุพัชรีพูดไปแล้ว เรื่องมีการทุจริตในการรับจํานําข้าว มีการไปแอบอ้างชื่อเกษตรกร สวมชื่อลงไปใน ใบประทวนสินค้า ใบประทวนรับจํานําข้าว คนที่ได้รับผลประโยชน์จริง ๆ ก็คือบรรดา พ่อค้าโรงสีซึ่งได้รับผลประโยชน์เต็ม ๆ แต่ปรากฏว่าในการรับจํานําข้าวซึ่งรัฐบาลได้ ดําเนินการในป้นี้ ท่านประธานครับ กว่าจะมีการรับจํานําได้ต้องมีการประท้วงกันมา โดยตลอด กระผมมีความสงสัยในเงินงบประมาณที่นําไปรับจํานําข้าวอนุมัติครั้งละหมื่นล้านบาท โดยเริ่มแรกนั้นจะรับจํานําเพียง ๒.๕ ล้านตันนะครับ เมื่อประชาชนมีการประท้วง ก็เพิ่มขึ้นอีก ๑ ล้านตัน และอนุมัติเงินให้ครั้งละหมื่นล้านบาท นี่ดําเนินการเปึนส่วนใหญ่ เฉพาะภาคเหนือกับภาคกลาง และการรับจํานําข้าวที่ผ่านมารับจํานําเพียงเฉพาะข้าวนาปรัง ที่เปึนข้าวเจ้าแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ เกษตรกรอีกส่วนหนึ่งในภาคอีสานเขาทํานาปรัง เช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้ปลูกข้าวเจ้าครับ เขาปลูกข้าวเหนียวรัฐบาลไม่ได้กล่าวถึงเลยครับ ไม่ได้กล่าวถึงเลยว่าจะรับจํานําข้าวอย่างไร ผมขออนุญาตกล่าวถึงในพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานีที่อําเภอพิบูลย์มังสาหาร เกษตรกรทําข้าวนาปรังโดยอาศัยน้ําชลประทาน จากเขื่อนสิรินธร ท่านประธานครับ ในแต่ละป้ผลผลิตจากการทําข้าวนาปรังของพี่น้อง ริมเขื่อนสิรินธร อําเภอสิรินธรก็ดี อําเภอพิบูลมังสาหารก็ดี ได้ผลผลิตข้าวป้ละ ๓ ถึง ๔ หมื่นตันครับท่านประธาน ส่วนใหญ่ปลูกข้าวเหนียวกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ ราษฎรเขาบอกว่าเปึนเพราะเหตุใดรัฐบาลจึงให้ความสําคัญในการรับจํานําข้าว ๑.เฉพาะ ทางภาคเหนือกับภาคกลาง ๒. รับจํานําเฉพาะข้าวเจ้าแค่นั้นเอง ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้วระยะเวลาในการรับจํานําข้าว ขั้นต้นรับจํานําบอกว่า เริ่มรับจํานําตั้งแต่ วันที่ ๑๕ มิถุนายน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน รับจํานําข้าว เลย ๓๐ กันยายนไปแล้วก็ถือ ว่าเสร็จสิ้นระยะเวลารับจํานํา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านยอมรับไหมว่าข้าวที่ผลิตใน ประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นเปึนข้าวนาป้ ไม่ใช่ข้าวนาปรัง เดี๋ยวนี้เขากําลังทําข้าวนาป้ เกษตรกรเขาบอกว่าท่านรับจํานําข้าวถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ข้าวทางภาคอีสานกําลัง ดํานาอยู่เลยครับท่านประธาน เขาจะเอาที่ไหนมาจํานํา ข้าวนาป้จะออกในเดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์เปึนฤดูที่ข้าวนาป้จะออก แต่รัฐบาลไม่ได้กล่าวถึง และ กล่าวถึงเฉพาะการรับจํานําข้าวเจ้าแค่นั้นเอง ผมจึงอยากจะเรียกร้องให้ทางรัฐบาลได้ให้ ความสนใจในการรับจํานําข้าว พี่น้องในจังหวัดอุบลราชธานีเปึนจํานวนมากมาหาผม บอกว่าคงจะต้องทําแบบทางภาคเหนือเขาทํา คืออย่างไรครับท่านประธาน คือเอาเข้ามา รวมกันอยู่หน้าศาลากลาง อยู่หน้าที่ว่าการอําเภอ แล้วก็ป่ดถนน เปึนแต่เพียงว่าผมไม่ ส่งเสริมให้กระทําอย่างนั้น จึงบอกว่าผมจะพยายามจะไปประสานงานกับหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องและให้ทางจังหวัดเข้ามาแก้ไข ท่านประธานครับ เหตุเกิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม กระผมจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ และให้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยตรงได้ทราบว่า เขาไปเรียกร้องที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ศาลากลางมีการประชุมทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งเกษตรอําเภอ ทั้งพาณิชย์จังหวัด แล้วก็ทั้งตัวแทนเกษตรกรประชุม กันตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ บันทึกความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเปึน หนังสืออกจากศาลากลางลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ถึงประธานคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติ ได้ทราบว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรต้องการให้ รัฐบาลไปดูแลรับจํานําข้าวให้กับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๑ เกือบ ๒ เดือนแล้วครับไม่ดําเนินการแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผม เห็นว่าที่ผมตัดปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นมันน้อยไป จึงอยากจะฝาก กรรมาธิการงบประมาณด้วยว่าให้เรียกกระทรวงพาณิชย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะอธิบดีกรมการค้าภายใน ท่านอย่าไปหาเดินเลาะในตลาดในกรุงเพทฯ เลยครับ ไปดูพี่น้องเกษตรกรในต่างจังหวัดด้วยว่าเขาเดือดร้อนเพียงใด ขอบคุณครับท่านประธาน ครับ
กรรมาธิการมีอะไรชี้แจง ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ก็ขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ให้ความสนใจ เอาใจใส่ในเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ต้องขอเรียนต่อเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่า การจํานําข้าวเปลือกนั้นที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้ในทีนี้ว่าเปึนโครงการที่ดี แล้วก็เปึนโครงการที่น่าจะได้รับการส่งเสริมหรือการพิจารณา และเพื่อนสมาชิก อีกท่านหนึ่งคือท่านอิสสระ สมชัย ได้บอกให้ทางรัฐบาลและกรรมาธิการนั้นได้ให้ การตรวจสอบหรือการดูแลให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่า โครงการดังกล่าวนั้น เปึนโครงการรับจํานําข้าวเปลือกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่รัฐบาลได้ดําเนินการโดย ต่อเนื่องมานั้น โดยเริ่มต้นแล้วก็จะสิ้นสุดในวันที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดังที่ ท่านสมาชิกท่านอิสสระ สมชัย ได้กล่าว แต่ต้องขอกราบเรียนนะครับว่าเพื่อนสมาชิก อีกท่านหนึ่ง ก็คือคุณสุนทรีได้กล่าวไว้ว่าโครงการนี้น่าจะมีต่อไป เพราะว่าในเดือนตุลาคม หรือเดือนอื่น ๆ นั้นท่านอิสสระ สมชัย ก็บอกว่าจะมีขึ้นอีกในเรื่องขอนาป้ ก็คงต้องบอกว่า โครงการนี้เปึนโครงการนาปรังเท่านั้น ส่วนโครงการนาป้นั้นจะแยกอีกต่างหาก เพราะว่า ช่วงนี้ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ข้าวนาปรังนั้นรัฐบาลได้เก็บสต็อกเอาไว้ หลังจากจํานํา แล้วเก็บสต็อกเอาไว้ในส่วนของข้าวนาปรัง ไม่รวมกับข้าวนาป้ ส่วนการจํานําข้าวนาป้ ก็จะเก็บสต็อกอีกต่างหากเปึนข้าวนาป้ที่ต่างกัน แล้วการที่จะนําไปจําหน่ายหรือ เอาออกไปดําเนินการใดก็ตามแต่ จะส่งออกหรือจะขายภายในประเทศหรืออย่างไร ตามที่ องค์การคลังสินค้าหรือ อตก. รวมทั้ง อคส. หรือรัฐบาลจะทําอย่างไรนั้น ก็คงต้องบอกว่า เราคงขายหรือจําหน่ายออกไปเปึนส่วนของครั้งคราวในเรื่องดังกล่าว ก็คือออกไปเปึน ในลักษณะของการจํานํานาปรังหรือนาป้ คงไม่ได้ออกไปรวมกัน ก็ขอชี้แจงอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเพื่อให้ข้าวที่ได้มานั้นแยกต่างหากจากกัน ก็คงต้องบอกว่าเปึนโครงการ ที่แยกออกต่างหาก หลังจากนี้รัฐบาลก็จะประกาศอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากว่ามีความ จําเปึนต้องใช้นโยบายหรือโครงการรับจํานําข้าวในโอกาสต่อไป ก็ต้องขอกราบขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ให้ความสนใจ แล้วก็ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว แล้วก็ถือว่า โครงการดังกล่าวนั้นเปึนเรื่องดี แล้วก็คงจะได้ดําเนินการในการแก้ไขในเรื่องอื่น ๆ ในเรื่อง ของการสวมสิทธิก็ดี ในเรื่องของการไปจํานําแล้วมีการเรียกว่าใช้คําว่า โกงหรือคอร์รัปชั่น (Corruption) ก็ต้องเรียนว่าในส่วนทุกภาคส่วนก็อาจจะมีในสิ่งเหล่านี้ แต่เชื่อว่า พี่น้องประชาชนทุกท่านรวมทั้งตลอดข้าราชการทุกคน เราคงไม่ต้องการปรารถนาเห็น ในสิ่งเหล่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนทุกท่านต้องช่วยกันในการที่จะร่วมไม้ร่วมมือในการที่จะ ทําให้สิ่งเหล่านี้หมดไป แล้วเชื่อว่าในสิ่งที่หมดไปตามที่สมาชิกได้เรียกร้องนั้น สิ่งต่าง ๆ หรือผลประโยชน์ต่าง ๆ นั้นจะตกอยู่กับพี่น้องประชาชน เปึนผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนคนร่วมชาติด้วยกัน ก็ขอพี่น้องประชาชนได้เข้าใจตามนี้ แล้วก็ต้อง ขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ให้ความสนใจดังกล่าว ส่วนในเรื่องของ ท่านสมัย เจริญช่าง ที่ได้บอกว่าในเรื่องของโครงการอาหาร ในเรื่องของฮาลาล ก็ต้องบอก ว่ารัฐบาลก็ให้ความสนใจและเอาใจใส่ดังกล่าว แต่ว่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ นั้น ที่มีมาก็อาจจะมีบ้าง ซึ่งรัฐบาลก็คงจะได้นําในการที่จะแก้ไขปัญหาในโอกาสต่อไป แล้วผมเองนั้น กรรมาธิการจะนําข้อสังเกตของทุกท่านที่ได้กล่าวมานั้น นําไปพิจารณา แล้วก็นําไปบอกกล่าวกับท่านรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขอเวลาครึ่งนาที ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนั้นผมอยากจะฝากกรรมาธิการด้วย การรับจํานําข้าว ขอความกรุณาว่าอย่าไปรับจํานําเฉพาะข้าวเจ้า ข้าวเปลือกเหนียวก็ขอให้บันทึกเปึน ข้อสังเกตไว้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ
ต้องรับจํานําข้าวเหนียว ด้วย บันทึกด้วย ไม่ต้องตอบหรอกครับ เข้าใจแล้วก็ถือว่าเปึนการจบการอภิปราย มาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากมาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์มีการแก้ไข จําเปึนต้องมีมติ ฉะนั้นจึงขอเชิญสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านมาใช้สิทธิในการลงมติ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
-๑๔/๑
ก่อนที่จะมีมตินะครับ ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้แสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกครับโปรดเสียบบัตรใช้สิทธิ แสดงตนทุกท่านนะครับ ทุกท่านพร้อมแล้วนะครับท่านผู้ใดยังไม่พร้อมมีไหมครับ ไม่มี ฉะนั้นใช้สิทธิแสดงตนได้ครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ส่งผล ค่อยบอก ส่งผลมาเลยครับ ท่านที่ยังไม่เสร็จ ค่อยแจ้งตอนหลังก็ได้ครับ จํานวนผู้เข้าประชุมตอนนี้มี ๒๙๘ ท่าน มีผู้ยังไม่ได้ใช้สิทธิมีท่านใดบ้างครับ
ท่านประธานครับ จตุพร เจริญเชื้อ จังหวัดขอนแก่นครับ ขอใช้สิทธิครับ
๒๙๙ ครับ มีท่านใดอีกมี ไหมครับ ไม่มีนะครับ ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมในเรื่องของมาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์ ที่มี การแก้ไขนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของ คณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิทุกท่านนะครับ ใช้แล้วนะครับ ขอผลเจ้าหน้าที่ครับ มีผู้เห็นด้วยในมาตรา ๑๖ ๒๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
ท่านประธานครับ
ครับ
เพิ่มอีก ๑ ท่านครับ เห็นด้วยครับ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ
อีกท่านหนึ่งใช่ไหมครับ
ครับผม
ก็เปึน ๒๑๓ ท่านนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยตามคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย มีการแก้ไข เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
ขอเชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอ แปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยในมาตรา ๑๗ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออนุญาตให้เหตุผลเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการและเพื่อน สมาชิก ตลอดจนพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ด้วยกระทรวงมหาดไทยนี้เปึนกระทรวงใหญ่ ทําหน้าที่สําคัญในการบําบัดทุกข์บํารุงสุขของพี่น้องประชาชน และดูแลทุกข์สุขของพี่น้อง ประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นก็จะมีภารกิจที่มากมาย ดิฉันต้องปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงมหาดไทยด้วยความจําเปึน ทั้ง ๆ ที่เห็นว่ามีงานมาก เนื่องด้วยว่าทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนที่ไหนก็ตาม ส่วนใหญ่ที่อยากจะเห็นพวกเรา มีชีวิตอย่างอยู่เย็นเปึนสุข สังคมร่มเย็นเปึนสุขก็พบว่าความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ก็เพิ่มมากขึ้น จนกลายคนกล่าวว่าทุกวันนี้เราก็ส่วนใหญ่ก็อยู่ร้อนนอนทุกข์ด้วยปัญหา ต่าง ๆ แต่ว่าไม่ได้เปึนเรื่องของผลการทํางานอะไร อาจจะมีผลในเรื่องของการใช้จ่าย งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในวันนี้ดิฉันไม่สามารถใช้เวลาที่จะให้ข้อสังเกต ได้ทั้งหมด แต่จะขอพูดถึงเฉพาะในเรื่องของความทุกข์ของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ ความมั่นคงในชีวิต ความทุกข์ในเรื่องของความมั่นคงในชีวิตของคนเรานั้นประการหนึ่ง ก็คือในเรื่องของที่อยู่อาศัยที่ดินทํากิน พบว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศมีความทุกข์ เปึนอย่างมาก เนื่องจากขาดความมั่นคงในเรื่องของเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน แล้วก็ หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยที่มีภารกิจในเรื่องนี้ที่สําคัญก็คือกรมที่ดินซึ่งในส่วน ของกรมที่ดินนี้ก็จะได้รับงบประมาณในป้นี้ที่ท่านได้ตั้งไว้ก็คือประมาณ ๕,๐๘๐ ล้านบาท สําหรับกรมที่ดิน ในส่วนนี้ดิฉันคิดว่าหลายคนก็คงจะรับทราบแล้วว่าที่ดินในประเทศไทย มีทั้งที่ดินของรัฐแล้วก็ที่ดินของราษฎร์ ในส่วนที่ดินของรัฐเองก็มีปัญหามากนะคะ ในเรื่องของความไม่ชัดเจนแนวเขตหรือว่าความซ้ําซ้อน ในส่วนที่ดินของราษฎรที่ยังไม่มี เอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเปึน พบท. สค. หรือเอกสารสิทธิต่าง ๆ พี่น้องประชาชนก็รอคอย พวกเราก็ให้ความสําคัญของกรมที่ดินที่จะต้องทําหน้าที่ในการออกโฉนดที่ดินให้กับพี่น้อง ประชาชน แต่กรมที่ดินก็เปึนจุดปลายทางของการทํางาน เพราะว่าเอกสารสิทธิโฉนดที่ดิน จะออกได้นั้นก็ต้องผ่านกระบวนการต้นทาง ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ไม่ว่าจะ เปึนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมธนารักษ์ กรมพัฒนาที่ดิน หรือว่า สปก. ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงมาก ดิฉันก็คงจะไม่ก้าวล่วงไปถึงกระทรวงอื่น แต่ว่า เมื่อได้กลับไปตรวจสอบงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินที่ได้ทําเรื่องแผนงาน วางระบบถือครองและกําหนดแนวเขตการใช้ที่ดินพบว่า หน่วยงานที่ดิฉันเอ่ยนามไปแล้ว ก็มีแผนงานอยู่ ยกเว้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็กรมธนารักษ์ ไม่มีแผนงานเรื่องของการวางระบบถือครองที่ดินแล้วก็กําหนดแนวเขตที่ดินทั้ง ๆ ที่เปึน กระทรวงที่มีความสําคัญ โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติท่านเปึนทั้ง เลขานุการของคณะกรรมการเรื่องแก้ไขปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินแห่งชาติ เปึนทั้งเลขานุการของคณะกรรมการปัองกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ตลอดจน เปึนประธานของคณะกรรมการปัองกันปัญหาบุกรุกป์า แต่กลับปรากฏว่ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติก็ไม่มีเรื่องของการวางแนวเขตการถือครองที่ดิน แต่ไปมอบภารกิจ ให้กับกรมที่ดินซึ่งเปึนหน่วยงานสุดท้ายที่จะออกเอกสารสิทธินะคะ
ในส่วนของกรมที่ดินเองดิฉันได้อภิปรายเรื่องนี้เมื่อในวาระที่ ๑ รับหลักการ เรื่องของโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดิน หลังจากที่ได้อภิปรายในวันนั้นก็มีคน ส่งเอกสารมาให้นะคะท่านประธาน ส่งเอกสารมาให้ดิฉันถึงความไม่ชอบมาพากลของ การตั้งงบประมาณในโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดิน ดิฉันก็ไม่ได้เชื่อเพราะว่า เอกสารที่ส่งมานั้นก็ต้องตรวจสอบแล้วก็เก็บเอาไว้จนถึงวันนี้ ก็มาเทียบเคียงกับเอกสารที่ คณะกรรมาธิการได้รับมอบจากกรมที่ดิน ก็มาดูว่าจะเปึนจริงไหมที่เขาส่งมาให้ วันนี้เขา ยังไม่เชื่อ แต่ให้ข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการแล้วก็กราบเรียนไปยังท่านประธานด้วยว่า ขอให้ติดตามจับตางบประมาณของโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดินเพื่อ บริหารจัดการที่ดิน ซึ่งป้นี้กรมที่ดินได้จัดตั้งงบประมาณไว้ ป้ ๒๕๕๒ ๑๖๘ ล้านบาท แล้วก็ ป้ ๒๕๕๓ ๓๓๖ ล้านบาท เปึนงบประมาณผูกพันป้ ๒๕๕๔ ๓๓๖ ล้านบาท รวม ๘๔๐ ล้านบาท ถ้าดูในเล่มก็จะไม่ ปรากฏข้อสังเกต แต่พอไปดูในเล่มรายละเอียดก็จะเห็นว่ามีวงเล็บว่าเปึนระยะที่ ๑ แสดงว่า งบผูกพัน ๓ ป้นี้ ยังมีระยะที่ ๒ แล้วก็ระยะที่ ๓ ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลที่มีคนส่งมาให้ ดิฉัน บอกว่าจริง ๆ แล้ว โครงการนี้เปึนโครงการทําแบบขั้นบันไดก็คือ เปึนระยะ ๓ ระยะ ระยะละ ๓ ป้ พอป้ ๒๕๕๓ ก็จะไปตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๓ – ๒๕๕๔ - ๒๕๕๕ พอป้ ๒๕๕๔ ก็จะป้ ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕ - ๒๕๕๖ อะไรอย่างนี้ เปึนต้น เปึนระยะ ๓ บันได ซึ่งถ้าทําเปึนโครงการ ก็จะใช้งบประมาณประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เพียง ๘๔๐ ล้านบาท ดังที่ปรากฏในเอกสาร ในครั้งนี้ดิฉันขออนุญาตให้ข้อมูลเปึนข้อสังเกต แล้วกันว่า มันมีความซับซ้อนหรือว่าลวงตาอย่างไร อันนี้ก็ต้องขอฝากคณะกรรมาธิการ ด้วย เพราะว่าจริง ๆ แล้วเรื่องโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดีนี้ เปึนโครงการที่ดีมาก แล้วก็ทําได้จะทําให้ประเทศเรามีข้อมูลที่ดินที่เปึนฐานในการแก้ไขปัญหา แล้วก็จัดระบบ ทําให้การออกเอกสารสิทธิของพี่น้องเปึนไปได้รวดเร็วขึ้น สามารถบริการพี่น้องประชาชน ซึ่งดิฉันเองก็เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องศึกษาเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน ซึ่งเราก็ได้ ทํางานมาพบว่า กระบวนการพิสูจน์สิทธิก็ดี เรื่องของการติดขัดในเรื่องของกฎหมาย มีเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนหรือว่ากฤษฎีกาที่ประกาศคุมพื้นที่ ตลอดจนมติ ครม. หลายฉบับ ที่มีผลที่เปึนอุปสรรคต่อการออกเอกสารสิทธิของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็ทําให้ ขาดเจ้าภาพในการติดตามงาน ก็ขอฝากทุกท่านด้วยได้ช่วยจับตางบประมาณของ กรมที่ดิน ถ้าหากว่าทําได้ดีก็จะเปึนประโยชน์แล้วก็ทําให้กระทรวงมหาดไทยได้ใช้จ่าย งบประมาณเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวมทั้งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ก็ยังมีงบประมาณของกรมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึนกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตลอดจนกรมการปกครอง อื่น ๆ ถ้าหากกระทรวงมหาดไทยจะได้ใช้งบประมาณ โดยยึดหลักตามแนวทางปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีเหตุมีผล พอประมาณแล้วก็มีคุณธรรม โปร่งใส ดิฉันคิดว่า จะสามารถปรับลดงบประมาณได้ แล้วก็สามารถนํางบประมาณนั้นไปใช้จ่ายให้เปึนขวัญ กําลังใจของคนในกระทรวงมหาดไทยเอง อย่างเช่น ท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งปัจจุบันนั้น ท่านก็ทําภารกิจมากเลย ดิฉันก็เห็นใจ เงินเดือนก็น้อย กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ไปประชุม แต่ละครั้ง ภารกิจไม้จิ้มฟันยันเรือรบก็อยู่ที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้หลายคนก็รอคอย เพราะฉะนั้นดิฉันขอเสนอปรับลดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย โดยปรับในส่วน ที่เกิน ฟุ์มเฟ๋อย ไม่จําเปึน ไปดูแลให้โปร่งใสแล้วก็เอาไปจัดในส่วนที่ขาด ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ขอขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ สภาขอต้อนรับนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสมเด็จเจ้าพระยา ๗ ท่าน ด้วยความยินดี ต่อไปขอเชิญคุณบรรจบ รุ่งโรจน์ ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้ขอแปรญัตติในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยมีประเด็นที่จะขออภิปรายเพื่อตั้งเปึน ข้อสังเกตสําหรับสภานี้ก็คือ
๑. ปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนงานการบริหารจัดการภาครัฐ ในส่วนของสํานักปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการที่ ๑ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ของผู้ว่าราชการจังหวัดป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ ๗๕๐ ล้านบาท เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มีงบประมาณในการบริหารตามนโยบายของรัฐบาลเปึนการเฉพาะ เพื่อแก้ไขปัญหา เร่งด่วน เพื่อความคล่องตัวจังหวัดละ ๑๐ ล้านบาท ผมขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามีเหตุผลแล้วก็อยากจะให้ไปเพิ่มให้กับนายอําเภอดีกว่า ท่านประธานครับ ผมเคยรับราชการเปึนปลัดอําเภอ เปึนนายอําเภอ และเปึนปลัดจังหวัด เคยเปึนปลัดอําเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เคยร่วมกิจกรรมกับท่านสมัยท่านนายอําเภอ เทพพงศ์ ประสพสุข มากับท่านที่กรุงเทพมหานคร มาเพื่อประสานโครงการไปดําเนินการ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่อําเภอสตึก งบประมาณเฉลี่ยจํานวน ๑๐ ล้านบาท ผมคิดว่าการใช้ งบประมาณเฉลี่ยนั้นคงจะเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าจํานวนประชากรของแต่ละ จังหวัดต่างกัน ปัญหาของแต่ละจังหวัดก็ไม่เหมือนกัน ให้ไป ๑๐ ล้านบาทเท่ากัน ผมก็ยัง งงอยู่ว่าเปึนงบอะไร ผมเองเปึนนายอําเภอมาก่อนก็อยากจะฝากว่ามันควรที่จะมี หลักเกณฑ์ บางจังหวัดก็มีประชากรแฝงมาก มีปัญหามาก อย่างของผมจังหวัดชลบุรี ซึ่งเปึนบ้านเกิดของผม แล้วก็อยากจะทราบว่าเอาไปใช้จ่ายอะไร จริง ๆ แล้วมีหลักเกณฑ์ อยู่ ๕ ประการ ผมเองไม่ได้ตําหนิกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าผมเปึนลูกมหาดไทย แต่ก็ คงจะต้องตั้งข้อสังเกตกับผู้ว่าราชการจังหวัดบางท่านซึ่งผมเคยอยู่หลายท่าน มีทั้งที่มี ความสามารถ มีรูปแบบการทํางานที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นก็อยากจะถามว่าทําไมจะต้อง เท่ากัน ๑๐ ล้านบาท
ประการที่ ๒ การใช้เงินก้อนนี้ต้องเปึนความจําเปึนเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ ต่อราชการและประชาชนโดยแท้จริง ผมก็อยากจะฝากว่าในข้อเท็จจริงนั้นต้องยอมรับว่า บางครั้งเปึนเรื่องของการไปดําเนินการในปัญหาส่วนตัวหรือของพรรคพวก ผมไม่ได้ระบุ ว่าเปึนท่านใด แต่เคยได้ยินคําปรารภจากเพื่อนข้าราชการว่า ประทานโทษผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดผม ผู้ว่าราชการจังหวัดคุณ เปึนอย่างไรเรื่องงบตรงนี้ แบ่งให้ นายอําเภอบ้างหรือเปล่า นายอําเภอก็มีปัญหาเหมือนกัน บางจังหวัดก็บอกว่าไม่แบ่งเลย บางจังหวัดบอกแบ่งดีผู้ว่าราชการจังหวัดคนนี้ใช้ได้ อันนี้ก็ต้องเปึนเรื่องที่จะต้องเปึน ข้อสังเกตประการหนึ่ง เพราะว่ามันเปึนข้อเท็จจริง ผมก็ต้องฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ ผมเองไม่ขัดข้องเพราะว่าเห็นหัวอกหัวใจปัญหาทุกอย่างลงผู้ว่าราชการจังหวัดปัญหาหลายอย่าง ลงนายอําเภอ เพราะว่าปัญหาจริง ๆ คืออยู่อําเภอ มีปัญหาอะไรผู้ว่าก็เรียกนายอําเภอมาบอก คุณต้องทําอย่างนั้น ๆ คุณไปแก้อย่างนั้น ๆ เพราะฉะนั้นก็ฝากในประเด็นนี้ด้วย
ปัญหาที่ ๒ เปึนเรื่องของส่วนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แผนการบริหารจัดการภาครัฐเช่นกัน ในส่วนของกรมการปกครอง มีอีกโครงการหนึ่ง เปึนค่าใช้จ่ายในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลระดับท้องถิ่น โครงการงบพวกนี้ก็เหมือน เปึนงบที่เอามาไว้คล้าย ๆ เหมือนงบดํารงความมั่นคงของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือดํารง ความมั่นคงของนายอําเภอให้กับนายอําเภอ ๔๓๘ ล้านบาท เฉลี่ยอําเภอละ ๔ แสนบาท อันนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่า ๒ ล้านบาทนั้นเอามาแบ่งให้นายอําเภอดีกว่า เดิมเคยได้ ๑ ล้านบาท ผมเคยเปึนนายอําเภอผมทราบดีว่ากระโถนท้องพระโรงตัวจริง เพราะฉะนั้น อยากจะฝากว่าขอปรับได้ไหม ให้นายอําเภอเขาไป ๑ ล้านบาท ถ้าไม่ได้ตรงนี้เอา ๒ ล้านตรงนั้นมาเพิ่ม ก็ขอให้พิจารณาด้วย เพราะว่าปัญหาทุกปัญหาเกิดที่ตําบล หมู่บ้าน เกิดที่อําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับทุกคนจะพูดเช่นนี้ว่านายอําเภอต้องรับผิดชอบ ก็ฝากประเด็นที่ ๒ นี้ด้วย
เรื่องที่ผมอยากจะฝากไปในเรื่องของการจัดทํางบประมาณก็คือ ท่านผู้แทนราษฎรหลายท่านได้มีการอภิปรายในวาระที่ ๑ ไป เรื่องของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อกี้นี้ท่าน ส.ส. ท่านก็พูดไป อยากให้ดูแล ส่วนราชการอื่น พนักงานรัฐวิสาหกิจอื่น ได้เงินเพิ่มกันไปทั้งนั้น แต่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน มีผู้อภิปรายในวาระ ๑ ว่าอยากจะให้เพิ่ม อย่างน้อยก็คนละ ๕๐๐ บาท แต่ผมไม่ทราบว่าในงบประมาณนี้มีหรือไม่ ข้อเท็จจริงเพิ่ม ไม่ได้ กฎหมายเพิ่มไม่ได้ แต่ฝากไว้สักนิดหนึ่งว่าจะมีวิธีการอย่างไร โดยไม่ใช้สภานี้ ซึ่งสํานักงบประมาณหรือกระทรวงมหาดไทยอาจจะมีการปรับหรือว่าเปึนการเกลี่ย งบประมาณจากส่วนอื่นมา ผมเคยได้ยินท่านอดีตรัฐมนตรี เฉลิม อยู่บํารุง ผมขออนุญาต เอ่ยชื่อ ท่านบอกว่าจะดูแลเรื่องนี้ แต่ท่านก็ไม่อยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรี โกวิท ท่านจะว่า อย่างไร ก็อยากจะให้ดูแลเรื่องนี้
เรื่องที่ ๓ เรื่องโครงการให้บริการประชาชนยังสํานักงานทะเบียนอําเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชากรมาก ๆ ผมเคยเปึนนายอําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เปึน อําเภอชั้นพิเศษ มีประชากร ๒๘๐,๐๐๐ คน ถ้าเพิ่มอีก ๒๐,๐๐๐ คน ได้ผู้แทน ๒ คน นอกจากนี้แล้วยังมีประชากรแฝงอีกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ – ๒๐๐,๐๐๐ คน ในนิคม อุตสาหกรรมอมตะ ปรากฏว่าการบริการประชาชนในแผนกทะเบียนมีปัญหา อัตรากําลัง วัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอ อันนี้ผมจะไปโทษอดีตผู้บังคับบัญชาผมก็ไม่ได้ มันต้องฝาก รัฐบาล ฝากท่านประธานไปว่าต้องเห็นความสําคัญในเรื่องของการบริการประชาชน เพราะนี่คือการสร้างความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนกับข้าราชการ ก็ฝากด้วย โดยเฉพาะในอําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี อําเภอศรีราชา อําเภอบางละมุง มีประชากรแฝง เปึนจํานวนมาก เปึนปัญหาต่อการบริหารจัดการภาครัฐเปึนอย่างยิ่ง
ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะฝาก ก็คือเรื่องการบริหารงานบุคคล อันนี้ เกี่ยวกับงบประมาณด้วย เพราะว่าข้าราชการเปึนผู้นํางบประมาณไปปฏิบัติ ถ้ามีขวัญ และกําลังใจที่ดี การทํางานก็จะดี ถ้าขวัญกําลังใจที่ไม่ดี กูเฉยอย่างเดียว ออกเปึนออก ตายเปึนตาย บางครั้งพูดกันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคงไม่นานจะมีการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด อย่าให้เหมือนเปึนการย้ายท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ผมเคารพ และขอให้ ความเปึนธรรมใช้ระบบธรรมาภิบาลมาพิจารณา ก็จะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ เปึนอย่างยิ่ง ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวิฑูรย์ นามบุตร ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ในฐานะ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ท่านประธานที่เคารพ ผมจะขออนุญาตพูดมาตรา ๑๗ เฉพาะกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นและเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผมอยากกราบเรียนตรงนี้ก็เพราะว่าเงินที่อุดหนุนให้กับท้องถิ่นทั้งสิ้นนั้น จํานวน ๔ แสนล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนอยู่ที่ ๒๕.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จะเห็นว่า ตัวเลขไม่ได้ขยับขึ้นมาจากป้ก่อนเลย มีตัวเลขเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย แต่ท่านประธาน ในงบประมาณจํานวน ๔ แสนล้านบาทนั้น จํานวน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาผู้แทนราษฎร เราไม่มีโอกาสได้พิจารณา เพราะเปึนเงินรายได้ที่เกิดจากการจัดเก็บภาษีของท้องถิ่น และ จัดเก็บภาษีของรัฐที่จัดแบ่งให้กับท้องถิ่นจํานวนประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่สภาเรามีโอกาสพิจารณาอยู่ตรงที่เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในจํานวน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แบ่งเปึนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เปึนของ อบต. อบจ. และเทศบาล อยู่ที่ตัวเลขประมาณ ๑๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ของ กทม. อยู่ที่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณางบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะเห็นว่า รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสําคัญนัก เพราะว่าที่กรรมาธิการจะพิจารณาได้ก็มาจากการเสนอ ของรัฐบาลที่จะเสนอเข้ามายังสภาและไปสู่กรรมาธิการ ผมมองอดีตย้อน ๕ ป้หลังครับ งบที่จัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยมาก ผมย้อนไปดูที่ ป้ ๒๕๔๙ จัดให้อยู่ที่ ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ พอมาป้ ๒๕๕๐ ๑๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ พอป้ ๒๕๕๑ ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยู่ที่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เพราะว่างบประมาณมันเพิ่มขึ้น แต่ก็สัดส่วนของท้องถิ่น โดยสัดส่วนเปึนเปอร์เซ็นต์นั้นแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย ป้นี้เปึนป้ที่สภาผู้แทนราษฎรเรามี โอกาสจัดสรรงบประมาณถึง ๑.๘๓ ล้านล้านบาท แต่ท้องถิ่นก็ได้รับเงินอุดหนุนจาก รัฐบาลเพียง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ มาจนถึงปัจจุบันนี้ ตัวเลขที่ในสัดส่วนเพิ่มของท้องถิ่น เพิ่มขึ้นไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ผมไม่ได้คาดหวังที่จะ ให้ถึง ๓๕ ครับ แต่การขยับตัวมันเคลื่อนที่และเคลื่อนย้ายอย่างช้ามาก เพราะฉะนั้น รัฐบาลควรจะให้ความสําคัญกับองค์กรส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะ รัฐธรรมนูญเองมาตรา ๗๘ ได้ระบุบทบาทหน้าที่ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้มีขอบเขตอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เหมาะสมแก่ การพัฒนาประเทศและสนับสนุนจังหวัดให้มีงบประมาณ ท่านประธานครับ จะให้มีความ เหมาะสมชัดเจนและมีความรับผิดชอบในการพัฒนาประเทศ ถ้ารัฐบาลจัดงบให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหมือนปัจจุบันไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายแห่งมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่อยู่ในต่างจังหวัด อบต. ที่ไม่มี รายได้ที่เพียงพอ ท่านครับรัฐบาลส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคมาจัดลําดับที่ไม่เหมาะสม วันนี้มีข้าราชการจากสํานักงบประมาณ มีจากสภาพัฒน์ มีจากคณะกรรมการ กระจายอํานาจและจากกรมส่งเสริมอยู่ข้างหลัง ต้องไปจัดกระบวนการกันใหม่ครับ ถ้าจัดเหมือนทํามาแม้กระทั่งรวมทั้งป้นี้ ท้องถิ่นไม่มีทางโต ต่อไป ๆ ท้องถิ่นก็จะมีแต่เงิน ใช้จ่ายประจํา เงินที่จะไปลงทุนที่จะไปพัฒนาแทบจะไม่มี ท่านประธานที่เคารพครับ พอบอกว่ามาแยกอํานาจหน้าที่ระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นให้ชัดเจน และเหมาะสม ไม่เหมาะสมเลยครับ ผมยกตัวอย่างหลายเรื่องที่สภาเรามีโอกาสได้ พิจารณา เช่น ท้องถิ่นจะดําเนินการเรื่องการขุดลอกแหล่งน้ํา แต่ก่อนนั้นมีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ เช่น ชลประทานหรือหน่วยงานอื่นรับผิดชอบในพื้นที่นั้น แต่พอมาการ แบ่งสรรปันอํานาจกันแล้ว ทุกวันนี้ปรากฏว่าชลประทานไม่สามารถไปตั้งงบประมาณ ดําเนินการในพื้นที่ในท้องถิ่นได้ถ้าเกิดปริมาตรคิวขุดงานดินน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่ํากว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรให้ท้องถิ่นทํา มากกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรชลประทาน ซึ่งสามารถจัดงบลงได้ ท่านประธานครับ ถ้ามีเงินให้กับท้องถิ่นนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ท้องถิ่นเขาไปดําเนินการได้ ถามว่าปริมาตร ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องใช้งบประมาณ ประมาณสัก ๖๐ – ๗๐ ล้านบาท ท่านครับ อบต.ที่ไหนล่ะครับ อบจ. แห่งใดครับ จะมีงบ ไปขุดลอก ไปพัฒนาแหล่งน้ําโครงการละ ๕๐ ๖๐ ๗๐ ล้านบาท ชลประทานก็ปฏิเสธ ความรับผิดชอบ เพราะบอกว่าแบ่งหน้าที่กันแล้วเปึนของท้องถิ่น พอจะให้ท้องถิ่นทํา เงินอยู่ไหนครับ ตรงนี้คือขาดช่องว่างและรอยต่อระหว่างส่วนภูมิภาค ส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น เปึนเรื่องที่จะต้องไปปรับปรุงและพิจารณากันอย่างมากครับ
ข้อสังเกตประการต่อมาที่เรียนกับท่านประธานก็คือว่าการจัดงบให้กับ ท้องถิ่น นอกจาก อบจ. อบต. และเทศบาลนั้น มาเรื่องของ กทม. ครับ ท่านประธานครับ กทม. ป้ ๒๕๕๑ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเปึนเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไป ๑๕,๐๖๔ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ป้ ๒๕๕๑ นะครับมีเงินทั้งหมดอยู่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กทม. ได้ไป ๑๕,๐๖๔ ล้านบาท แต่พอป้นี้ครับท่านประธานครับ งบที่จัดให้กับท้องถิ่นเพิ่มจาก ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยสัดส่วนของ กทม. ที่มีประชากรที่มี ความต้องการในการพัฒนามากขึ้นนี่ครับน่าจะได้รับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ปรากฏว่าป้นี้งบ ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมากขึ้น ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ของ กทม. เหลือ ๑๔,๐๐๐ ครับท่าน ดังนั้นการจัดสรรต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับ กรรมาธิการเราไม่มีโอกาสได้พิจารณา ครับ เพราะว่าเปึนเรื่องของรัฐบาลเสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของกรรมาธิการ
ประการต่อมาซึ่งอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ท่านครับ ในเรื่องของการดําเนินการภารกิจของท้องถิ่นนั้น ตอนนี้แน่นอนครับมีความชัดเจน แต่สิ่งที่ขาดก็อย่างที่กราบเรียนก็คือว่าเรื่องงบประมาณ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีโอกาสได้พบเจอ มากที่สุดก็คือว่าก่อนหน้านี้เงินอุดหนุนที่จัดให้กับท้องถิ่นแบ่งออกเปึน ๓ รายการ คือ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนทั่วไปแบบกําหนดวัตถุประสงค์ พอป้ที่แล้วท่านประธานครับ มีเฉพาะเงินอุดหนุนทั่วไปกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ตรงนี้ แหละครับทําให้ปัญหาของท้องถิ่นตาม อบต. ตามเทศบาล และ อบจ. ไม่สามารถ ดําเนินการอะไรได้ เพราะว่าหลายโครงการที่ได้รับภารกิจถ่ายโอนมา เช่น เรื่องแหล่งน้ํา อย่างที่ผมกราบเรียนไป หรือเรื่องถนนที่ อบต. ที่ อบจ. ได้รับการถ่ายโอนมาจาก รพช. รับถ่ายโอนมาจากโยธาธิการเดิม หรือกรมทางหลวงชนบท ปรากฏว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้หยุดชะงักโดยสิ้นเชิงท่านครับ ผมไม่ได้ตําหนิท้องถิ่น ผมไม่ได้โทษท้องถิ่นครับ อบต. อบจ. เขาได้รับเงินอุดหนุนไป เขาก็ไปประชุมกัน ไปดูความต้องการจําเปึนเร่งด่วน ในพื้นที่และเงินเขามีน้อย ภารกิจถ่ายโอนต่าง ๆ เหล่านี้ก็เลยไม่เกิดขึ้น ทําอย่างไรล่ะครับ ผมอยากจะถือโอกาสให้สภาหรือผู้มีส่วนรับผิดชอบในป้ต่อไปครับว่า นอกจากจะมี หมวดเงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจแล้ว ให้มีอุดหนุนเฉพาะกิจแบบกําหนด วัตถุประสงค์ด้วย เพราะว่าท้องถิ่นจะได้เงินไปจะสามารถไปทําการตามที่ความต้องการ ต่าง ๆ และการพัฒนาก็จะเปึนรูปแบบ เปึนรูปธรรมชัดเจนขึ้น อย่างเช่นกําหนด วัตถุประสงค์ไปเรื่องนม เรื่องผู้สูงอายุ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมอยากกราบเรียนกับท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าเรามาเจอปัญหาและอุปสรรคในการจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กร ส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นพอสมควรครับ งบประมาณขององค์กรนี้พวกเราไม่ได้ตัด หรอกครับ มีแต่จะจัดให้ จัดหาให้เพิ่ม ทุกอย่างจะได้เติมเต็มให้กับท้องถิ่น เพียงแต่ว่า มันมีน้อย อย่างเช่นเบี้ยเลี้ยง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีอยู่ ๔ – ๕ ล้านคน สามารถจัดทําได้ เพียงล้านกว่าคนเท่านั้น อย่างเช่น อสม. เราก็พูดกันว่าต้องการให้มีค่าตอบแทนบ้าง สักเดือนละ ๕๐๐ บาท สัก ๖๐๐ บาท ถึงตอนนี้ก็ไม่มีครับ ไม่สามารถดําเนินการได้ เบี้ยยังชีพคนพิการ เบี้ยยังชีพผู้ป์วยโรคเอดส์ก็ไม่ได้รับการพิจารณาในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นครับภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะขอให้รัฐบาลดูแลเปึนพิเศษ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้ง งบอุดหนุนให้กับท้องถิ่น รัฐบาลก็ยังมีงบกลางครับ ตั้งเพิ่ม สนับสนุนเพิ่มให้กับท้องถิ่น ไม่ว่าเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ว่าเรื่องอาหารเสริม และเรื่องอื่น ๆ ที่จําเปึนให้กับท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่าน เจะอามิง โตะตาหยง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอปรับลดงบประมาณในสัดส่วนของกระทรวงมหาดไทยไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานกลับไปดูในงบประมาณในป้นี้ของ กระทรวงมหาดไทยมีงบสูงถึง ๑ แสนล้านกว่าบาท และป้นี้งบประมาณในสัดส่วนของ กระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มจากป้ที่แล้ว ๔,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมขออนุญาตลงลึก ลงไปว่า ผมขออนุญาตไปดูในกรมการปกครองในสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานไปดูเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ที่สําคัญที่สุดครับท่านประธานว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้น ความรุนแรงเกิดขึ้นและงบประมาณลงไปมากเหลือเกิน แต่สิ่งที่ผมได้ติดตามดูใน งบประมาณ งบประมาณที่เข้าไปแก้ไขปัญหาก็ส่วนหนึ่ง ในการพัฒนาจะน้อยมาก นั่นหมายถึงว่าโครงสร้างในการพัฒนาจริง ๆ มันน้อยมาก แล้วไปลงในเนื้องบของงบใน การจัดซื้อจัดจ้างเสียมากกว่า ท่านประธานครับ ในขณะที่พี่น้องประชาชนเกิดความ เดือดร้อนกันมากมาย ผมจะยกตัวอย่างกรณีที่การใช้จ่ายของสํานักงานกระทรวง ปลัดมหาดไทย ที่ผมเปึนห่วงและไม่ทราบว่ากรรมาธิการได้ติดตามหรือไม่อย่างไร ผมขออนุญาตให้ทางกรรมาธิการช่วยชี้แจงด้วยหลังจากนี้นะครับ ที่ผมเปึนห่วงก็คือว่า ในขณะที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ มีการวางระเบิด มีการโปรยตะปูเรือใบในพื้นที่ เส้นทางที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าทําไมรัฐบาลถึงไม่จัดงบประมาณไปซื้อรถ เหล่านี้เพื่อมากวาดตะปูเรือใบ พอผมไปดูในเนื้องานจริง ๆ ว่ามันเคยมีในการ จัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณเหล่านี้แล้ว แต่ท่านประธานครับ ในป้งบประมาณนี้ แต่ผมบอก ว่าในป้งบประมาณครั้งที่แล้วเคยจัดถึง ๑๖๒ ล้านบาท แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เงิน ๑๖๒ ล้านบาทที่สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยว่ามีการจัดซื้อรถกวาดตะปูเรือใบ และอุปกรณ์กู้ภัยระบบไฟฟัาเสียงสว่าง ๓๗ คัน อย่างที่มีอยู่ในรูปนี้นะครับท่านประธาน ๓๗ คัน ที่กระทรวงมหาดไทยเขาบอกว่า เขาซื้อถ้าไปดูในพื้นที่จริงๆ ไม่มี ผมถามว่าใน การติดตามเรื่องงบประมาณที่ออกจากสภาไปยังกระทรวง กรม กอง ต่าง ๆ ต่อไปนี้ จะต้องมีการติดตามครับ รถตะปูเรือใบเหล่านี้ไม่มีในพื้นที่ครับท่านกรรมาธิการครับ แต่งบประมาณเหล่านี้เขาเคยขอจากกรรมาธิการไป ผมไม่ทราบว่าเอาไปไว้ที่ไหน ซึ่งตอนนี้ผมเปึนห่วงว่า ณ วันนี้งบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้ลงไปเยอะ แต่ขาด การติดตาม ถ้าดูในรอบนอก คนภาคใต้ได้เงินเยอะกันจริง ๆ ที่จริงมันอยู่ในเนื้องานเหล่านี้ แล้วมันไม่เปึนชิ้นงานด้วน แต่ผมอยากจะต่อลงไปว่าในขณะที่เกิดสถานการณ์ความ ไม่สงบ สิ่งที่พวกผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ บอกว่า ณ วันนี้สถานการณ์มัน เกิดขึ้นในพื้นที่ตัวเมืองตลอด บอกทําไมรัฐบาลถึงไม่จัดงบเรื่องซีซีทีวี (CCTV) ไปซื้อให้ เขา ถ้าไมแต่ละครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทําไมเราจับผู้ร้ายไม่ได้เลย ถ้าเรามีซีซีทีวีเราจะ สามารถดูคนร้ายว่ามีพฤติกรรมในการทํางานอย่างไร ท่านประธานครับ พอผมตามไปดู ในงบประมาณงบผูกพันของสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมีการขอครับท่านประธาน มีการของบจากสํานักงบประมาณไว้เปึนงบผูกพันตั้งแต่ป้ สํานักปลัดมหาดไทยได้ โครงการติดตั้งกล้องใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ป้งบประมาณ ๒๕๕๐ ได้รับอนุมัติเปึนเงิน ประมาณผูกพัน ๙๖๙ ล้านบาท โดยมีเปัาหมายเท่าไรครับ ขอไว้ ๓,๕๒๐ กล้อง ในป้ พ.ศ. ๒๕๕๕๐ ได้ของบประมาณจากงบกลางไว้ ๑๔๕ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๑ ของบประมาณจากสภาไปอีกครับ ๓๘๖ กว่าล้านบาท โดยมีเปัาหมายติดกล้องไว้ ๑,๗๘๙ กล้อง งบใน ๒๕๕๒ ป้นี้นะครับ ขอไปมาจากสํานักงบประมาณ ๔๓๗ ล้านบาท รวมทั้งหมด ๙๖๙ ล้านบาท ผมถามว่าถ้ากล้องซีซีทีวี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ๓,๐๐๐ กว่ากล้อง เหมือนตาสับปะรดครับ ผู้คนที่ก่อการร้ายที่วางระเบิดไว้ในสถานที่ตัวเมืองน่าจะเห็น น่าจะจับได้ แต่ผลงาน ที่จับจากซีซีทีวีไม่มีเลย นั่นแสดงให้เห็นว่าถ้ามีซีซีทีวีลงไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ๑.ท่านจะต้องไปติดตามว่าคุณภาพหรือไม่ แล้วราคาค่อนข้างสูง๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ละเครื่องผมดูแล้วในงบประมาณตกอยู่ ๓ แสนกว่าบาท ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งว่าลองไปดูสิครับ ผมตามครับเรื่องซีซีทีวี ในเขตอําเภอ เมืองปัตตานี ๓๒๘ กล้อง ถามว่าเหมือนตาสับปะรดไปทํามุมไหนก็น่าที่จะจับได้นะครับ ๓๒๘ กล้อง พอตามลงไปดูในอําเภอเมืองจังหวัดยะลา ๓๐๔ กล้องอีกครับ ไปตามดูในอําเภอนราธิวาส ๓๓๐ กล้อง เปึนพัน ๆ กล้อง ๓ จังหวัด อยู่ตรงไหน แล้วที่ผม รู้นะครับ ๑. บุคลากรที่ไปติดตั้งแล้วในขณะนี้ก็มี บุคลากรก็ขาด คุณภาพก็ขาด อันนี้ที่มี หมายถึงไม่ใช่ว่าจะไม่มีการติดกล้องเลยนะครับ มีการติดกล้องแต่ว่าทําไมไปไม่ถึง ไม่มากเท่ากับจํานวนที่ขอไว้ ผมเรียนสํานักงบประมาณ ผมเรียนท่านทางกรรมาธิการ ได้ติดตามเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตครับท่านประธานครับ ผมเปึนห่วงมาก ห่วงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะเข้าใจว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้ได้งบประมาณมากทําไมไม่สงบสักที แต่ ณ วันนี้ปัญหาว่างบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ณ วันนี้ เหมือนกับเปึนชิ้นปลาอันมันชิ้นหนึ่งที่คนที่พยายามจะลงไปทํางาน แล้วก็ ไปทํามาหากินบนงบประมาณที่ขอจากสภานี้ครับ แล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถที่ จะแก้ปัญหาได้ นี่เปึนปัญหาตัวหนึ่งที่เพิ่มปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือการ คอร์รัปชั่นครับขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ท่านกรรมาธิการมีอะไร ชี้แจงไหมครับ เชิญคุณชวลิต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ ข้อรับขอเสนอแนะ ข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกนะครับ ในเรื่องงบบริหารจัดการของผู้ว่าราชการจังหวัด สัดส่วนงบประมาณที่จัดสรรให้กับ ท้องถิ่น ความโปร่งใสของโครงการระบบสารสนเทศของกรมที่ดิน การบริหารจัดการ แก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และค่าตอบแทนตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านให้กับ รัฐบาลต่อไป ขอขอบคุณครับ
การอภิปรายในมาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทยสิ้นสุดลงแล้วนะครับ แต่มาตรานี้มีการแก้ไขต้องลงมติครับ ขอเชิญท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้เข้าห้องประชุม ลงมติครับ ท่านหัวหน้าบรรหารท่านยกมือ ผมนึกว่าท่านจะพูด
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
เชิญสมาชิกเข้าห้อง ประชุมครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการลงมติ ขอความกรุณานะครับ เสียบบัตร แสดงตนก่อนครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนทุกท่านนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ท่านเสียบเสร็จแล้ว ใช่ไหมครับ โปรดกดบัตรเสียบลงคะแนนได้ครับ งดการเสียบบัตรนะครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลคะแนน เชิญ มีสมาชิก ๒๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
เนื่องจากมาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย มีการแก้ไข และมีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ผมจะขอถามมติจากที่ประชุม ว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ หรือที่ กรรมาธิการขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตตินะครับ ฉะนั้นผู้ใด เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปร ญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิทุกท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ มีเหตุขัดข้องมีไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม อุดรธานี เห็นด้วยครับ
เดี๋ยวค่อยบอกตามหลัง ก็ได้ หรือว่าก่อนก็ได้ บวก ๑ ครับ เชิญแสดงผลของคะแนน เห็นด้วย ๒๑๙ เสียง บวก ๑ เสียง เปึน ๒๒๐ นะครับ ไม่เห็นด้วย ๗๘ เสียง งดออกเสียง ๑ เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ เสียง เปึนอันว่ากรรมาธิการถือตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็แล้วกันนะครับ ผ่านมาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย กระผมขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุกท่านที่ให้ความร่วมมือนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรม มีการแก้ไข เชิญเลขาครับ
มาตรา ๑๘ กระทรวง ยุติธรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญผู้สงวนคําแปรญัตติ คุณทศพล เพ็งส้ม ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมก็ได้มีโอกาสที่จะอภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณางบประมาณในกระทรวงยุติธรรมแล้ว และแผนของกระทรวงยุติธรรมแล้ว ไม่ว่าจะเปึนแผนการบริหารราชการแผ่นดินในระดับ นโยบายและยุทธศาสตร์ การจัดสรรงบประมาณและแผนงานนั้นเมื่อพิจารณาภารกิจ ในกรมและในสํานักงานของกระทรวงยุติธรรมนั้น จะเห็นได้ว่าในแต่ละสํานัก ในแต่ละ กรมนั้นไม่สมควรที่จะได้รับงบประมาณตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอมานะครับ กล่าวคือในกรมแรก กรมราชทัณฑ์ครับ เปึนกรมที่มีงบประมาณเพิ่มขึ้น อย่างมากที่สุด ในกระทรวงยุติธรรม งบประมาณเฉพาะกรมราชทัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น มีจํานวนสูงถึง ๑,๐๐๐กว่าล้านบาท ท่านประธานทราบไหมครับว่างบประมาณที่เพิ่มขึ้นเปึนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการควบคุม ผู้ต้องขังในเรือนจําครับท่านประธาน แต่เมื่อพิจารณาถึงจํานวนผู้ต้องขังเปรียบเทียบกัน ๒ ป้ระหว่างป้ ๒๕๕๑ กับป้ ๒๕๕๒ โดยป้ ๒๕๕๑ นั้นมีผู้ต้องขัง ๑๑๐,๐๐๐ คน ป้ ๒๕๕๒ มีผู้ต้องขัง ๑๕๖,๒๐๐ คน ท่านประธานครับ ดังนั้นผู้ต้องขังเพิ่มขึ้นจาก ป้ ๒๕๕๑ มาในป้ ๒๕๕๒ นั้นมีผู้ต้องขังเพิ่มขึ้นเพียง ๔,๒๐๐ คน ท่านประธานครับ ผู้ต้องขังเพิ่มขึ้น ๔,๒๐๐ คน งบประมาณกลับเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ดังนั้นขอ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านได้นํามาตรฐานอะไรมากําหนด ว่าให้เพิ่มงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ทั้งที่ผู้ต้องขังเพิ่มขึ้น เพียง ๔,๒๐๐ คน ถ้าหากนําเงินจํานวนดังกล่าว ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษมาช่วยย้าย เรือนจําบางขวางจากจังหวัดนนทบุรีออกจากพื้นที่ทั้งเปึนพื้นที่สีแดง เพราะว่ามีประชากร หนาแน่น ผมว่ายังได้รับประโยชน์มากกว่า เพราะคนจังหวัดนนทบุรีนั้นต้องการย้าย เรือนจําบางขวางและเรือนจําจังหวัดนนทบุรีออกจากพื้นที่เปึนระยะเวลาหลายสิบป้แล้ว ครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับกรมต่อไปก็คือกรมบังคับคดี ท่านประธานครับ กรมบังคับ คดีนั้นไม่มีการตั้งงบประมาณไว้เกี่ยวกับการบังคับคดีของจําเลยในคดีอาญาที่ถูกศาล พิพากษาในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ท่านประธานครับ ซึ่งเมื่อศาลพิพากษาให้จําเลยมี ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว มีโทษปรับด้วย กรมบังคับคดี ยังไม่ดําเนินการ ได้ตั้ง งบประมาณเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในคดีอาญาและในคดีที่นายประกันนั้นไว้ ๓ ล้านกว่าบาทเศษ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องนี้ปรากฏว่ากรมบังคับคดีกับตั้งงบประมาณเกี่ยวกับ ประชาสัมพันธ์ ๑๕ ล้านบาทเศษ ผมเชื่อเหลือเกินว่ากรมบังคับคดีไม่มีการจัดสรร เกี่ยวกับการบังคับคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้เลย แล้วยุทธศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม จะดําเนินการได้อย่างไร ท่านประธานครับ สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามยาเสพติดเช่นเดียวกันใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ งบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษนั้นได้มาดําเนินการในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ท่านประธาน ครับ สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติดก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณ เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ การบังคับคดีเอากับผู้ที่ถูกศาลพิพากษาในคดียาเสพติด เช่นเดียวกัน ผมถึงถามว่าท่านคณะกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องนี้ไหม และกรมสุดท้าย ที่มีความเกี่ยวโยงกันก็คือกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสํานักงานปัองกันและปราบปราม การทุจริตของภาครัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตั้งงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินไว้ พอสมควร ครุภัณฑ์ไว้อย่างมาก ตอนนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีทั้งป๋นกลก็ดี และป๋นยิงเร็ว ก็ดี ผมถึงสอบถามว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นจําเปึนที่จะต้องตั้งกองทัพน้อยด้วยหรือครับ ในการไปควบคุมดูแลฝูงชน ป๋นซุ่มยิงนั้น ๑๒ กระบอก ป๋นกลมือ ๕๙ กระบอก ป๋นเล็กยาว กึ่งอัตโนมัติ ๕๖ กระบอก ผมถึงถามว่าจําเปึนที่จะต้องเอางบประมาณเพิ่มอีกหรือครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐนั้นบุคลากรง่าย ๆ บุคลากรทั้งหมดมี ๒๐๐ คน ท่านตั้งงบประมาณซื้อ โทรศัพท์มือถือ ๑๓๓ เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาหรือโน้ตบุ๊คนั้น ๙๕ เครื่อง ผมถามครับ ท่านแจกตั้งแต่ภารโรงเลยหรือครับ ภารโรงต้องใช้โน้ตบุ๊ค (Notebook) เลยหรือครับ จําเปึนถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ คน ๒๐๐ คน โน้ตบุ๊ค ๙๕ เครื่อง โทรศัพท์ ๑๓๓ เครื่อง ผมถามเถอะว่าท่านหลับหูหลับตาที่จะต้องให้เขาถึงขนาดนี้หรือครับ จําเปึน อย่างยิ่งที่ผมจะต้องปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมลดลงอีก เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ภารกิจต่าง ๆ นั้นมันเปึนภารกิจที่ซ้ําซ้อน เพราะไม่อย่างนั้นแล้วภารกิจต่าง ๆ นั้นมันเปึนภารกิจที่ซ้ําซ้อน บางหน่วยงานนั้น ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการที่ปัองกัน การทุจริตของภาครัฐหรือฟอกเงิน ฟอกเงินเช่นเดียวกันครับ ฟอกเงินทั้งหมดนั้น ที่ดําเนินการยึดทรัพย์ ๑๓๙ คดีเกี่ยวกับยาเสพติด ท่านประธานครับ ศาลตัดสินเกี่ยวกับ ยาเสพติดก็ดี ป้หนึ่งหลายพันคดี แต่สํานักงานการฟอกเงินนั้นคณะกรรมการการฟอกเงิน ของกระทรวงยุติธรรมนั้นยึดทรัพย์คดีเกี่ยวกับยาเสพติด ๑๓๙ คดี มีทุนทรัพย์ในการที่ ยึดทรัพย์ ๒๐๐ กว่าล้านบาท เปึนไปได้หรือครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ท่านต้องปรับลด งบประมาณอีก เพราะว่าภารกิจไม่ประสบความสําเร็จ ทํางานไม่ประสบความสําเร็จ ผมถึงบอกว่าจําเปึนที่ผมเองจะต้องเสนอต่อท่านประธานไปยังกรรมาธิการ แล้วก็ เพื่อนสมาชิก จําเปึนที่จะต้องปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมลง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วความเสื่อมศรัทธาในกระทรวงยุติธรรมปัจจุบันนี้ ผมเชื่อเหลือเกิน ครับ ไม่ใช่ผมคนเดียว ทุกวันนี้หลาย ๆ คดีที่มีความสําคัญต่อประชาชน กระทรวงยุติธรรม ยังไม่เคยมีความคืบหน้าเลย ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญ ดอกเตอร์ ผุสดี ตามไท ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอ สงวนคําแปรญัตติไว้ขอปรับลดของกระทรวงยุติธรรมถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเพื่อจะอธิบายอย่างนี้นะคะ ในการทํางานของกระทรวงยุติธรรม ในช่วงที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วคงจะต้องเปึนกระทรวงที่อํานวยความยุติธรรมจริง ๆ แล้วก็ ช่วยให้ผู้คนทั้งหลายที่ได้ก้าวผิดพลาดในชีวิตนั้นได้มีโอกาสกลับคืนมาสู่สังคมด้วย ความเต็ม แต่ว่าท่านประธานคะดิฉันอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงกรมเดียว นั่นก็คือกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งป้นี้กรรมาธิการได้จัดงบประมาณไว้ ให้ถึง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มีเศษนิดหน่อย แต่ว่าถ้าเผื่อเราดูยกตัวอย่างนิดเดียวค่ะ ผลผลิตที่ ๒ บอกว่าอยากจะให้เด็กและเยาวชนในสถานแรกรับได้รับการดูแล แล้วก็ ปฏิบัติตามมาตรฐานที่เพียงพอกับความต้องการ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่แน่ใจว่า มาตรฐานตรงนี้ของกระทรวงยุติธรรมนี้คืออะไร ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑ กันยายนนี้เอง มีเด็ก ๆ จากบ้านกรุณาถึง ๒๐๐ กว่าคนที่หนีออกจากบ้าน การหนีของเด็กนี้ไม่ใช่เปึนครั้งแรก และดิฉันคาดเดาว่าคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย น่าจะต้องไปเสาะแสวงหาดูว่ามันเปึนเพราะอะไร ในผลผลิตที่ ๒ ที่พูดถึงนี้จัดงบไว้ให้ ๗๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อว่าดู รายละเอียดแล้วนี้จะพบว่าสูงถึง ๖๙๓ ล้านบาท ไปเปึนเรื่องของเงินเดือน เงินตอบแทน บุคลากร เปึนเรื่องของค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค แล้วก็เปึนเรื่องของครุภัณฑ์และ สิ่งก่อสร้าง เหลือเพียงแค่ประมาณ ๗.๕ ล้านบาทที่เอาไว้ทํากิจกรรม ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ดู หน้าตาดีเหมือนกัน แต่เงินน้อยเหลือเกิน ประเด็นก็คือว่าเรื่องของการที่จะช่วยให้เยาวชน เหล่านี้ได้กลับคืนมาสู่สังคมได้เปึนอย่างดีนั้น หัวใจสําคัญที่สุดอยู่ที่บุคลากร ซึ่งจะต้องมี จิตวิญญาณแล้วก็มีความศรัทธาในคุณค่าแล้วก็ความดีของมนุษย์เปึนอย่างมากเลย และนอกจากนั้นกระบวนการและวิธีการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นภายในบ้านต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะ เปึนบ้านเมตตา กรุณา และอีกหลายบ้านนั้นจําเปึนที่จะต้องเสาะแสวงหารูปแบบ ที่เหมาะสม เพื่อจะช่วยฟุ๋นฟูจิตใจและทําให้เยาวชนเหล่านี้ซึ่งเราต้องถือว่าเขาเปึนผู้ที่ก้าว พลาดในชีวิต ไม่ควรที่จะเห็นเขาเปึนอาชญากร และช่วยหารูปแบบต่าง ๆ เพื่อจะหล่อ หลอมแล้วก็ฟุ๋นฟูจิตใจ สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเองแล้วก็กลับเข้ามาสู่สังคม และเดินได้อย่างสง่างามและก็มีภูมิคุ้มกัน หากไม่ทําเช่นนั้น ท่านประธานคะ เราก็มีสิทธิ จะได้อาชญากรที่ยิ่งแข็งแรงมากไปกว่าเดิมอีก แล้วก็ใครคะที่จะต้องรับผลพวงเหล่านั้น พวกเราทุกคนนั่นล่ะค่ะที่อยู่ในสังคม ท่านประธานคะ ดิฉันพูดอย่างนี้ใครอาจจะนึกว่า เปึนเรื่องของอุดมคติที่อาจจะอยู่ไกลเกินฝัน ไกลเกินเอื้อม และอาจจะเปึนจริงไม่ได้ แต่อยากจะขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้เรียนกับท่านประธานว่าแท้ที่จริงแล้ว กระทรวงยุติธรรมก็ได้พยายามคิดหาวิธี หารูปแบบที่จะช่วยฟุ๋นฟูจิตใจของเยาวชนเหล่านี้ ที่ก้าวพลาด ท่านประธานคะ มีตัวอย่างที่ดีมากเลย ๑ บ้าน ก็คือบ้านกาญจนาภิเษก ซึ่งอยู่ที่คลองโยง นครปฐม เปึนบ้านที่เยาวชนซึ่งได้รับการตัดสินจากศาลว่ากระทําผิด และเขาต้องไปอยู่ในสถานพินิจนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะให้ท่านประธานแล้วก็ เพื่อนสมาชิก รวมทั้งกรรมาธิการได้ไปเยี่ยม และก็ได้ไปดูไปพูดคุยจะพบว่าเด็ก และเยาวชนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ได้รับการดูแล ได้รับการฟุ๋นฟูจิตใจเปึนอย่างดีเลิศทีเดียว บ้านนี้ไม่ต้องมีรั้ว บ้านนี้ใช้กฎกติกาที่เด็ก ๆ ช่วยกันคิดเอง เพราะฉะนั้นความรู้สึกสํานึก ของการที่จะกระทําตามกติกานั้นมีเต็มเป้ืยม เพราะเขาเปึนคนคิดเขาต้องรับผิดชอบ และยิ่งไปกว่านั้นที่บ้านกาญจนาภิเษกหลังจากเด็กและเยาวชนเหล่านี้พ้นโทษไป แล้วกลับเข้าสู่สภาพแวดล้อมเดิม บ้านกาญจนาภิเษกก็ได้มีโครงการไปติดตามดูว่า เด็กเหล่านี้มีปัญหาอย่างไรหรือไม่ในการปรับตัว ท่านประธานคะ มีจํานวนน้อยมากเลย ที่กระทําความผิดซ้ําสอง ความผิดที่ทํานี้ก็ไม่ใช่ความผิดเดิมที่เคยทํา เยาวชนที่เข้าไปอยู่ ในบ้านกาญจนาภิเษก มีตั้งแต่เรื่องของรุมโทรม ฆ่าคน ร่วมปล้น น่ากลัวทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ถ้าวันนี้เราเข้าไปดูวิธีการที่ผู้อํานวยการซึ่งชื่อคุณทิชา ณ นคร ดิฉันต้องขอประทาน โทษที่เอ่ยนาม แต่ว่าอยากจะต้องขอบคุณเปึนการพิเศษจริง ๆ แล้วก็ต้องขอบคุณ กระทรวงยุติธรรม ดิฉันคิดว่าเงินทั้งหลายที่จัดไว้ให้ น่าเสียใจจังเลยค่ะที่ไปทุ่ม ในเรื่องของสิ่งอื่น ๆ แต่ว่าไม่ได้ไปช่วยในเรื่องของการฝ๊กฝนให้บุคลากรนั้นได้เปึนคนที่ มีจิตวิญญาณอย่างที่ดิฉันกล่าวถึง เพื่อจะต้องไปช่วยกันทําให้เยาวชนนั้นได้กลับมา เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานคะ ดิฉันก็คิดว่ายังคงอยากยืนยันที่จะต้อง ปรับลดงบประมาณลง แต่ว่างบประมาณตรงนั้นที่ควรจะต้องไปเอาออก ก็คือครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้างอะไรทั้งหลาย เพื่อที่จะไปใช้กับกิจกรรมที่จะเปึนประโยชน์กับการดูแลเยาวชน ให้มากขึ้น ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญ คุณนาราชา สุวิทย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นาราชา สุวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ กระผมคิดว่าการบริหารประเทศของรัฐบาลในเรื่องของงบประมาณเปึนเรื่องที่สําคัญยิ่ง โดยเฉพาะพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ผมเห็นว่าเปึนการ จัดสรรงบประมาณที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาต่าง ๆ ของประเทศในหลาย กระทรวง หลายกรม หลายสํานัก บางหน่วยงานแทบจะกล่าวว่าไม่ได้รับความสําคัญเลย ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ผมจะพูด ผมจะพูดในเรื่องของกระทรวงยุติธรรมซึ่งอยู่ใน มาตรา ๑๘ ของพระราชบัญญัตินี้ กระทรวงยุติธรรมนั้นมีความสําคัญไม่น้อยกว่า กระทรวงอื่น กระผมได้แปรญัตติขอตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในสํานักงาน ปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ตั้งไว้ ๖๒๔ ล้านบาทเศษ คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย กระผม จึงขอสงวนคําแปรญัตติ สาเหตุที่กระผมขอปรับลดงบประมาณของสํานักงาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็เพราะว่าเปึนการตั้งงบประมาณที่เกินความจําเปึนในภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ เพราะมีการตั้งในเรื่องของแผนการพัฒนาด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมสูงถึง ๕๖๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งกระผมคิดว่าเปึนการจัดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ เลย ท่านประธานครับ แต่กระผมตรวจดูแล้วมีหน่วยงานหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานนี้ มีความสําคัญไม่น้อยไปกว่าหน่วยงานอื่น นั่นก็คือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตั้ง งบประมาณไว้น้อยมาก เพียงแค่ ๒๐๙ ล้านบาทเศษ ซึ่งเมื่อเทียบกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบแล้วผมคิดว่าเปึนการให้งบประมาณที่น้อยมาก และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอในพื้นที่ของกระผม ไม่ว่าจะเปึนอําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอสะบ้าย้อย อําเภอนาทวี เมื่อเกิดปัญหาความไม่สงบก็จะมีคดีต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย และ กระบวนการสอบสวนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา โดยปกติก็จะมีกระบวนการเก็บ พยานหลักฐานในเชิงนิติวิทยาศาสตร์ เปึนกระบวนการหนึ่งที่มาเติมเต็มในเรื่องของความ บริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ดูเหมือนว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของ งบประมาณเท่าที่ควร ดังนั้นกระผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าทางการจัดสรรงบประมาณ ในป้ต่อไปควรจะให้ความสําคัญกับกระบวนการหรือสถาบันทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ ให้มากกว่าเดิมนะครับ ดังนั้นผมจึงขอตัดลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของ สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมซึ่งมีจํานวน ๖๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ซึ่งผมคิดว่ามีจํานวน มากเกินความจําเปึน และก็อยากจะมาให้กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งได้รับงบประมาณ น้อยนิดนะครับ
สุดท้ายนะครับท่านประธาน ผมอยากขอฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า งบประมาณในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ในหลาย กระทรวง หลายกรม เช่น กระทรวงกลาโหม รวมทั้ง ๓ เหล่าทัพ สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง ยุติธรรม เปึนจํานวนรวมกันมากกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือได้ว่าเปึนจํานวนมหาศาล กระผมหวังว่าคงจะไม่ใช่เปึนการใช้หรือเปึนการตั้งงบประมาณที่จะเปึนการแบ่งเค้ก (Cake) ของแต่ละหน่วยงาน อยากจะขอให้ใช้เม็ดเงินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประโยชน์ส่วนรวม อย่าเสพสุขบนน้ําตาและหยดเลือดของพี่น้อง ๓ จังหวัดที่เปึนอยู่ ในขณะนี้ กระผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงจะใช้เม็ดเงินนี้เพื่อความ ยุติธรรมและเพื่อความสงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมหวังว่าท่านคงจะทํางานและ ใช้เม็ดเงินอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้ขอสงวนความเห็น ท่านผู้สงวนคําแปรญัตติได้อภิปรายครบถ้วน แล้วนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชาชน ในฐานะกรรมาธิการนะคะ ท่านประธานคะ ต้องขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ที่ได้ลุกขึ้นอภิปรายในส่วนของมาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรม ท่านได้ให้ความเปึนห่วง หลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข้อคําถามเกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์ว่าทําไมตั้งงบประมาณ ไว้สูงในป้ ๒๕๕๒ เนื่องจากว่าในป้ ๒๕๕๒ นั้น กรมราชทัณฑ์นั้นได้มีความจําเปึนในการ ที่จะต้องตั้งงบประมาณในการก่อสร้างแฟลตข้าราชการและการปรับปรุงเรือนจํา ทัณฑสถานให้มีความปลอดภัยสําหรับผู้ต้องขัง ซึ่งเราจะได้ข่าวว่ามีการแหกคุกของ ผู้ต้องหาหลายครั้งหลายครา ซึ่งกรมราชทัณฑ์ก็มีความจําเปึนที่จะต้องหามาตรการ และก็เสริมสร้างความแข็งแรงในการที่จะปัองกันในสิ่งเหล่านี้ นอกจากนั้นมีความจําเปึน ที่จะต้องตั้งเปึนค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าอาหาร ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าอุปกรณ์อาหาร ค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งเปึนงบประมาณที่มีความจําเปึน ก็ขอเรียนชี้แจงท่าน ผู้อภิปรายด้วย แล้วในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นท่านตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง ของการจัดงบซื้อคอมพิวเตอร์ ทางกรรมาธิการได้สอบถามในที่ประชุมของกรรมาธิการ แล้วทางท่านอธิบดีก็ได้เรียนชี้แจงข้อมูลว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่ง การซื้อโน้ตบุ๊ค เพราะว่าเจ้าหน้าที่ที่ไปทํางานเกี่ยวกับคดีพิเศษนั้น เจ้าหน้าที่ที่ไปทํางานเกี่ยวกับคดีพิเศษนั้น ต้องยอมรับว่าเปึนคดีพิเศษมีความจําเปึนต้อง ใช้อุปกรณ์คือคอมพิวเตอร์สําหรับเก็บข้อมูล ถ้าจะต้องไปใช้เปึนเปเปอร์ (Paper) หรือเปึน เอกสารมาจดอะไรทํานองนี้ ก็จะทําให้การเก็บข้อมูลมีปัญหาและอาจจะหลุดหาย และไม่สามารถที่จะเก็บความลับได้ด้วย อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตอบ กรรมาธิการ
สําหรับในเรื่องของกรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิก ท่านอาจารย์ผุสดี ตามไท ขออนุญาตเอ่ยนามได้ให้ความเปึนห่วงและมี ข้อเสนอแนะ ขอรับไว้เปึนข้อสังเกต
สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีข้อสงสัยว่าทําไมตั้งงบประมาณสําหรับ การพัฒนากฎหมายมากเกินไป ข้อสงสัยตรงนี้กรรมาธิการก็ได้สอบถามทาง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้นําเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการว่า มีความ จําเปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าปัจจุบันนั้นบ้านเมืองได้พัฒนาไป และกฎหมายของเรามี ความล้าหลังอยู่เยอะมาก จําเปึนที่จะต้องมีการปรับปรุงพัฒนากฎหมายให้มีความ ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น ในส่วนของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นั้นท่านได้ให้ ความเปึนห่วงว่าตั้งงบประมาณน้อยไป ก็ต้องขอขอบคุณด้วย ทางกรรมาธิการเราก็เปึน ห่วงเช่นเดียวกับท่าน แต่ก็ได้ถามทาง ผอ. สถาบันแล้วท่านก็ยืนยันว่างบประมาณที่เราตั้ง ให้นั้นเพียงพอสําหรับการใช้จ่ายในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ค่ะ ขอตอบเรียนท่านประธาน เพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ
ท่านมีอะไรหรือครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนนทบุรีครับ คือที่ผมถามเกี่ยวกับ โทรศัพท์มือถือ ๑๓๓ เครื่อง และก็โน้ตบุ๊ค ๙๕ เครื่อง ท่านกรรมาธิการตอบผิดแล้วครับ ผมถามเกี่ยวกับสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐนะครับ ดีเอสไอ (DSI) ผมไม่ได้ถามนะครับ ผมถามดีเอสไอเปึนการซื้อครุภัณฑ์เพิ่ม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับโทรศัพท์ ๑๓๓ เครื่อง กับโน้ตบุ๊ค ๙๕ เครื่อง อยู่ในสํานักงานของ ป.ป.ท. ครับ ว่าคน ๒๐๐ คนทําไมถึงซื้อโน้ตบุ๊คแจก ๙๕ เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ ๑๓๓ เครื่อง คน ๒๐๐ คนท่านประธาน โทรศัพท์มือถือ ๑๓๓ เครื่อง โน้ตบุ๊ค ๙๕ เครื่อง ภารโรงมีหน้าที่สอบสวนด้วยหรือครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการ จะตอบไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ อรุณี กรรมาธิการนะคะ ต้องขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่ได้ลุกขึ้น เมื่อกี้ อาจจะมีการจดผิดพลาดไปนิดหนึ่ง ในข้อสงสัยที่ท่านได้ถามมานั้นเดี๋ยวจะให้ สํานักงบประมาณได้ตอบเปึนเอกสารลายลักษณ์อักษรอีกทีหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรม กรรมาธิการได้มีการแก้ไข มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็น และมีเพื่อนสมาชิกสงวนคําแปรญัตติ ไว้นะครับ ผมจําเปึนต้องถามมติที่ประชุม ซึ่งก่อนถามมติก็จะตรวจสอบความพร้อมของ องค์ประชุมก่อน ฉะนั้นเรียนเชิญเพื่อนสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนลงมติครับ
นายสามารถ แก้วมีชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ เสียบบัตรเพื่อแสดงตนก่อนลงมตินะครับ เชิญครับ องค์ประชุมต้องได้ ๒๓๕ คน เปึนอย่างน้อย ฉะนั้นขอรบกวนเพื่อนสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อแสดงตนลงมติครับ เชิญครับ บางท่านกําลังเข้ามา ขอความกรุณารีบหน่อยครับ ยังเหลืออีกหลายมาตรา นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
กดบัตรแสดงตนทุกท่านแล้ว ผมขอผลการแสดงตนเลยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๓๐๐ ท่าน
ต่อไปจะขอถามมติ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้มีการแก้ไขกรุณา กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการผู้ขอสงวนหรือเห็นด้วยกับสมาชิกผู้สงวน คําแปรญัตติกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขอผลการลงมติ ท่านสมาชิกครับจํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๑๓ ท่าน เห็นด้วย กับกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ๒๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๔ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ก็เปึนอันว่าในมาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรมก็เปึนไปตามที่กรรมาธิการได้แก้ไข มาครับ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณามาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน มีการแก้ไข เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านผู้สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตตินะครับ ท่านแรกเชิญท่านประพร เอกอุรุ ท่านขอใช้เวลา ๒๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานครับ ให้ท่านไพฑูรย์ ก่อนครับ
ให้ใครนะครับ
ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง ครับ
ท่านอดีตรัฐมนตรีไพฑูรย์ แก้วทอง เรียนเชิญครับ ของท่าน ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพฑูรย์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอ สงวนคําแปรญัตติของกระทรวงแรงงานโดยเสนอตัดงบประมาณของกระทรวงแรงงาน ในส่วนของกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้เสนอตัดอย่างนี้ เพื่อที่จะได้ มีโอกาสอภิปรายเปึนข้อสังเกตให้กระทรวงแรงงานได้พิจารณาปรับงบประมาณ ของตัวเองในป้ต่อไป เพราะว่ากระทรวงแรงงานนั้นเกี่ยวข้องกับคนเปึนจํานวนมาก อาจจะเกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศก็ว่าได้ เพราะในครอบครัวก็มีนายจ้าง ลูกจ้าง ที่อยู่ ตามบ้าน ในสถานประกอบการก็มีนายจ้าง ลูกจ้าง แม้แต่รัฐวิสาหกิจก็มีนายจ้าง ลูกจ้าง เพราะฉะนั้นกระทรวงนี้จึงมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง โดยที่มีหน่วยงานอยู่ทั้งหมด ๕ หน่วยงาน แล้วทั้ง ๕ หน่วยงานจะมีส่วนเกี่ยวข้องผูกพันกันเกือบทั้งหมดเลย เช่น สํานักงานปลัด ซึ่งมีตัวแทนอยู่ทุกจังหวัด แล้วเปึนสํานักงานที่จะประสานกับ กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน แล้วก็ประกันสังคม จะเกี่ยวข้องอย่างนี้ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับ กรมการจัดหางานนั้น ถ้าเปรียบเสมือนพูดภาษาชาวบ้านให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ทําหน้าที่ เหมือนพ่อสื่อแม่สื่อ ให้นายจ้างกับลูกจ้างมีโอกาสได้พบกัน เพราะฉะนั้นกรมนี้จึงมีความจําเปึนที่ต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร โดยเฉพาะ รวบรวมข้อมูลฝ์ายนายจ้าง ฝ์ายลูกจ้าง แล้วก็จัดให้มีโอกาสได้พบกัน โดยที่ว่าการจัด วันนัดพบแรงงานตามสถานที่ต่าง ๆ ก็ดี เพราะฉะนั้นก็จะมีส่วนที่จําเปึนต้องใช้ งบประมาณพอสมควร แล้วกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน นะครับ คือต้องดูแลประสานไม่ให้นายจ้างกับลูกจ้างมีความขัดแย้ง ไม่ว่าจะมี การประท้วงเกิดจากเหตุอะไร ไม่ว่าจะมีการไม่จ่ายค่าจ้าง หรือเกิดมีปัญหา มีสหภาพ แรงงานหรือไม่ต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีความสําคัญผูกพันกัน แต่ที่ไม่ค่อยจะมีปัญหามากนัก ก็คือสํานักงานประกันสังคม เพราะว่าเพียงบริหารดูแลสวัสดิการ ดูแลการคุ้มครองตาม กฎหมาย และก็ดูแลบริหารเงินกองทุนบ แต่กรมที่มีความสําคัญมากที่สุดที่ผมจะได้กล่าว ต่อไปนี้คือกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน กรมนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านสังเกต นะครับ แล้วเพื่อน ส.ส. ของเราทุกจังหวัด กรมนี้จะมีศูนย์พัฒนาฝ้มือแรงงานอยู่ ทุกจังหวัดเลย เพราะว่ากรมนี้มีความสําคัญที่เราจะพัฒนาคน พัฒนาแรงงานเพื่อเข้าสู่ แรงงาน แต่ปรากฏว่าหลายจังหวัดที่ผมจําเปึนที่จะต้องพูดนี้ก็คือบางจังหวัดปล่อยทิ้ง ให้รกร้างทั้ง ๆ ที่มีเครื่องมือเครื่องจักร มีอุปกรณ์พอสมควร ไม่มีคนไปฝ๊กเท่าที่ควร ที่เปึน เช่นนี้ก็เพราะว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวง โดยเฉพาะกรมนี้ต้องเข้าใจว่าผู้ที่จะ มาเข้าสู่พัฒนาฝ้มือแรงงานส่วนใหญ่เปึนครอบครัวที่ยากจน บรรพบุรุษคุณปู์ คุณย่า คุณตา คุณยาย ก็รับจ้างเขามายากจน ลูกหลานมาก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ส่วนครอบครัวที่มี ฐานะพอสมควรเขาก็ไปเรียนอาชีวะ เรียนอะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ เพราะฉะนั้น กรมพัฒนาฝ้มือแรงงานจึงมุ่งเน้นที่จะบริหารคนส่วนนี้ แต่คนส่วนนี้ล่ะครับถ้าเราไม่จัด งบประมาณให้เขาเพียงพอ คนที่จะมาฝ๊กอบรมนั้นท้องหิว ครอบครัวเดือดร้อน จึงควรที่ จะต้องจัดงบประมาณส่วนหนึ่ง ให้เบี้ยเลี้ยงกับคนที่มาอบรม มาฝ๊กนะครับ แล้วก็เข้าไปสู่ แรงงาน แม้กระทั่งสถานประกอบการวันเสาร์ – อาทิตย์ วันหยุดก็ไปเพิ่มทักษะให้ ปัญหา นายจ้างกับลูกจ้างก็จะไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นงบของกระทรวงแรงงานนี้ส่วนใหญ่ ไม่มากนัก เพราะว่าไปใช้ในการบริหารจัดการ สิ่งที่จําเปึนที่ผมต้องพูดถึงกรมพัฒนาฝ้มือ แรงงานถือว่ามีความจําเปึน ขอแสดงความยินดีด้วยกับกระทรวงที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาชุดนี้ยังให้ความสําคัญ คือมาแปรญัตติเพิ่มขึ้นให้อีก ๖๕ ล้านบาท แล้วก็เน้นในเรื่องของที่จะส่งเสริมการฝ๊กภาษาสําหรับแรงงานที่จะไปทํางานต่างประเทศ อันนี้ก็เปึนส่วนดี แล้วอีกส่วนหนึ่งบอกว่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้วผมก็อยากจะเน้นในประเด็น ที่ใช้จ่ายอื่น ๆ นี้ให้จ่ายเบี้ยเลี้ยง ชักจูงคนที่จะเข้ามาฝ๊ก เพราะพวกเขาเดือดร้อนอย่างที่ ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ที่ผมได้กล่าวเช่นนี้นะครับเพื่อที่จะให้กระทรวงแรงงาน จัดงบประมาณในป้ต่อไปจะได้เน้นถึงความสําคัญว่ากระทรวงแรงงานสําคัญอย่างไร งบประมาณควรจะมีมากขึ้นโดยที่ทําเปึนรูปธรรม ก็คือโครงการต่าง ๆ แล้วก็มีข้อมูล แล้วก็ให้สํานักงบประมาณเขาดูในป้ต่อไปเราใช้อย่างนี้ ทําอย่างนี้ จําเปึนต้องมีงบ มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นป้ต่อ ๆ ไปงบก็จะวนเวียนเปึนค่าใช้จ่าย อย่างที่เห็นได้ชัดบอกว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดว่าเยอะ แต่เปึนงบที่ไปเอาเงินสมทบ ในประกันสังคม งบบริหารจริง ๆ มีประมาณ ๕,๐๐๐ – ๖,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง จึงขอกราบเรียนท่านประธาน ต้องขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสได้ตั้งเปึนข้อสังเกตให้ กระทรวงแรงงานต่อไป ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ ท่านไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านต่อไปเรียนเชิญ ท่านประพร เอกอุรุ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประพร เอกอุรุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา วันนี้ ผมขอแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ มาตรา ๑๙ ของกระทรวง แรงงาน และขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกในสภา แห่งนี้ว่าจะทําให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางผลิตอาหารของโลก ผมคิดว่าการที่จะทําให้ ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางในการผลิตอาหารของโลกนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ไม่ว่าปัญหาเรื่องแรงงาน วันนี้ปัญหาเรื่องแรงงานผมคิดว่าเปึน ส่วนที่สําคัญที่สุดที่กระทรวงแรงงานต้องให้การดูแลเอาใจใส่ ผมจะมาพูดถึงพี่น้องอาชีพ ประมง และผู้ที่ประกอบธุรกิจต่อเนื่อง วันนี้ปัญหาแรงงานของพี่น้องชาวประมงและผู้ ประกอบธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ว่าโรงงานทําปลากระปิอง ไม่ว่าโรงงานน้ําแข็งและอีกหลาย ๆ โรงงาน ท่านประธานครับ ที่ประสบปัญหามาหลายป้ที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่ทราบและไม่เข้าใจว่าวันนี้ดูจากสถิติการว่างงานของคนไทย มีการว่างงานกัน จํานวนหลายแสนคน ไม่ทราบว่ากระทรวงแรงงานหาวิธีการที่จะให้คนว่างงานเหล่านี้ได้ เข้ามาทํางานเกี่ยวกับอาชีพประมง เกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่กําลังขาดแรงงานอยู่ วันนี้ ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องให้กระทรวงแรงงานช่วยจัดหาแรงงานต่างด้าวที่มีคุณภาพ และถูกวิธีการ ที่นําเข้ามาถูกต้อง โดยที่เสียค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบธุรกิจเจ้าของ เรือประมง ผู้ประกอบธุรกิจต่อเนื่อง อย่างน้อยที่สุดอดีตที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายต่อคนถือว่า สูงมาก ฉะนั้นผมคิดว่าปัญหาเรื่องแรงงานเปึนปัจจัยหลักอีกปัจจัยหนึ่งที่จะขับเคลื่อนให้ ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางในการผลิตอาหารของโลกได้
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้ดูงบประมาณในป้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ กระทรวงแรงงานได้จัดสรรและได้ส่งงบประมาณไปยังประเทศญี่ปุ์นให้กับทีมไทยแลนด์ ที่มีเอกอัครราชทูตไทยและหัวหน้าหน่วยงานราชการหลาย ๆ ท่าน ที่อยู่ในประเทศญี่ปุ์น ในการทํางาน ไม่ว่าเอกอัครราชทูตไทยในทีมไทยแลนด์หรือหัวหน้าหน่วยงานราชการได้มี การประชุมอยู่กันทุกเดือน ปัญหาเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ์นที่คนงานไทยได้ไป ทํางาน แต่สิ่งที่เขาได้บอกว่าการจัดสรรงบประมาณที่ส่งไปนั้น เปึนการจัดสรร งบประมาณที่ไม่ได้สอบถามหน่วยงานราชการที่อยู่ในประเทศญี่ปุ์นว่ามีความต้องการ อะไรบ้าง ได้แต่ส่งงบประมาณไปเพื่อที่จะให้ฝ๊กภาษาญี่ปุ์นให้กับแรงงานไทยที่อยู่ใน ประเทศญี่ปุ์น ท่านหัวหน้าส่วนราชการก็บอกว่าถ้าจะฝ๊กภาษาญี่ปุ์นให้กับแรงงานไทยนั้น ก่อนที่จะส่งไป ขอให้ฝ๊กที่ประเทศไทยก่อน ส่วนงบประมาณที่อยากจะได้ สิ่งที่อยากจะ ได้มากที่สุดในงบประมาณที่อยากจะได้คือ วันนี้อาหารไทยในประเทศญี่ปุ์นที่พี่น้อง ชาวญี่ปุ์นชอบ สินค้าโอทอป (OTOP) เปึนที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ์นมาก ในประเทศญี่ปุ์นมีการ จัดเทศกาลอาหารไทยและเทศกาลสินค้าโอทอปขึ้นป้ละ ๑ ครั้ง เปึนที่ยอมรับของ คนญี่ปุ์น ทํารายได้ให้กับประเทศป้ละหลายล้านบาท ฉะนั้นผมคิดว่าการจัดสรรงบประมาณในการส่งไปในการจัดงานเทศกาลอาหารไทยหรือ สินค้าโอทอปในประเทศญี่ปุ์น ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่น่าส่งเสริม ท่านประธานครับ วันนี้ผมมา ขอปรับลดกระทรวงแรงงาน ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยสาเหตุที่จัดสรรงบประมาณไม่ตรงประเด็น และการทํางานไม่มีประสิทธิภาพครับ
ท่านสุดท้ายนะครับ เรียนเชิญ ท่านวิรัช ร่มเย็น ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัช ร่มเย็น ประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนองครับ ท่านประธานครับ เรื่องแรงงานต่างด้าวผมต้องพูด เพราะว่าระนองเปึนจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวมากกว่าหลาย ๆ จังหวัด ผมได้ ขออนุญาตได้มีการขอแปรญัตติปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สําหรับกระทรวงแรงงาน เหตุผล ก็เหมือนเพื่อน ส.ส. ทั่วไปที่บอกว่าเรามีความจําเปึนต้องตัด อย่างน้อยที่สุดอันดับแรก ก็ต้องมีสิทธิในการพูดซักถามกรรมาธิการ ผมขออนุญาตซักถามกรรมาธิการเปึน ประการแรกก่อน ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการทั้งหลายเมื่อถึงกระทรวงแรงงาน เขาเข้ามาเพื่อจะขอเอางบประมาณไปใช้ ในเรื่องแรกเมื่อมีการสนทนาธรรมก็ดี เมื่อเข้าสู่ เนื้อเรื่องก็ดี ถามเขาหรือไม่ พูดจากับเขาหรือไม่ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว แก้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีวิธีการอย่างไร ในขณะเดียวกันท่านกรรมาธิการ ทั้งหลายซึ่งมีอยู่นับ ๑๐ ท่าน จํานวนมากได้แสดงความเห็นไหมว่า วิธีการแก้ไขแรงงาน ต่างด้าวของบางจังหวัดของบางพื้นที่ทําอย่างไร เปึนการแลกเปลี่ยนกันอันนี้เปึนคําถาม ว่าทําหรือไม่ ถามหรือไม่ช่วยตอบด้วย ท่านประธานครับ แรงงานต่างด้าวนั้นจริง ๆ แล้ว ไม่อยากจะโทษรัฐบาลชุดไหน แต่ต้องยอมรับว่าผมอยู่ในสภามาพอสมควร ผมทราบดี ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้โทษแต่ว่าการที่ทําให้ออกกฎหมายมาก็ดี มติ ครม. ก็ดี เหล่านี้ ส่วนที่ทําให้แรงงานต่างด้าวนั้น ๑. ทะลักเข้ามาในประเทศในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ๒. ทะลักจากจังหวัดนั้นไปยังจังหวัดอื่นเหมือนเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นป้ ที่ผ่านมามีการเรียกว่าลําเลียงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา เรียกว่ามาพักไว้ ระดับหนึ่งก่อนแล้วก็นําแรงงานเหล่านี้ใส่รถตู้คอนเทนเนอร์ (Container) บังเอิญครับ รถเหล่านี้เปึนรถที่เรียกว่ารถห้องเย็น แอร์เสีย หรือว่าเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องทํา ความเย็นเสีย ไปถึงครึ่งทางยังไม่ถึงเปัาหมาย ยังไม่พ้นเขตจังหวัดระนอง คนงานที่อยู่ใน นั้นประมาณ ๑๒๐ กว่าคน เสียชีวิตไป ๕๔ คน ที่ยังไม่เสียชีวิตก็ดิ้นทุรนทุราย โชคยังดีอยู่ นิดหนึ่งในท่ามกลางความโหดร้าย โชเฟอร์ (Chauffeur) มีธุระจะต้องจอดรถแล้วก็ได้ยิน เสียงเคาะจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ทําให้ส่วนที่เหลือรอดชีวิต ท่านประธานครับ ผมนําเรียน ท่านประธานว่าเรื่องแรงงานต่างด้าวนั้น ปัจจุบันนี้แรงงานต่างด้าวในประเทศไทยนั้น มีจํานวนมาก ใน ๑ ป้ เขาได้สํารวจตรวจสอบแล้วว่าแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามา ในประเทศไทยป้ละประมาณ ๑ แสนกว่าคนจะเปึนตัวเลขที่แท้จริงเชื่อถือได้หรือไม่นั้นอีก เรื่องหนึ่ง ปัญหาก็คือแรงงานต่างด้าวที่ทะลักเข้าไปสู่จังหวัดอื่น ๆ ถ้าแก้ไม่ถูกจุดก็ยังมีอยู่ ก็ยังดําเนินการต่อไป โดยเฉพาะที่ผมยกตัวอย่างระนองนั้นเพราะมีเรื่องขึ้นบ่อย ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะบอกวิธีการฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ถึงแม้ว่า ท่านจะประชุมกันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อว่าเสียงนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคงได้ยิน บางจังหวัดเขาไปแก้ไขปัญหาเบื้องต้น อยากจะรู้ว่าแรงงานในแต่ละจังหวัดนั้นมีจํานวน เท่าใด ทําอย่างไรก็ไม่ทราบ มีวิธีเดียวก็คือว่าถ้าเราเอาตามระบบ เอาตามระเบียบ มีการ ไปตรวจโรค มีการไปขึ้นทะเบียน เสียประมาณคนละ ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ บาทครับ นายจ้างบางเจ้าบางรายเขาก็ไม่เห็นด้วย วิธีการบางจังหวัดก็คือว่าให้ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ตรวจสอบเลยว่าในพื้นที่ ในหมู่บ้าน ในตําบลมีพม่า มีต่างด้าวเท่าไร กี่คน แล้วก็บอกว่า เอาล่ะ ไม่ต้องไปขึ้นทะเบียนก็ได้ แต่ว่าไปขึ้นทะเบียน เขาเรียกว่าไม่ต้องเสีย ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ บาท เสีย ๕๐ บาท ได้ปัาย ได้บัตรไปแขวนคอไว้ ขอประทานอภัย ไปแขวนคอไว้ ๑ บัตร เวลาไปตลาดนัด ถ้าท่านไปบางจังหวัดท่านจะเห็นว่ามีคนเปึนมนุษย์นี่แหละ ทั้งหญิงทั้งชาย ไม่ต้องไปสังเกตที่หน้าตาหรอกว่าปะแปังสีเหลือง ๆ หรือไม่ แขวนบัตร ห้อยบัตร นั่นแหละคือแรงงานต่างด้าว เขาจะรู้ครับจํานวนแรงงาน จะรู้ว่ามีเท่าไร หลังจากรู้แล้วอย่างน้อยที่สุดเรื่องอาชญากรรม เรื่องปัญหาต่าง ๆ สามารถแก้ไขได้ นี่ก็เปึนคําแนะนํา ถึงแม้ว่าวันนี้วาระ ๒ – ๓ แล้ว ก็ขออนุญาตเถอะ ถ้าท่านมีการสนทนาธรรม ถ้าท่านมีการสอบถาม อยากทราบจริง ๆ อยากทราบจริง ๆ ว่าท่านถามอย่างไร ข้าราชการ หน่วยงานที่เขาจะเอางบประมาณไปใช้เขาตอบว่าอย่างไร แล้วกรรมาธิการ ของท่านเสริมเขาอย่างไร ว่าควรจะแก้อย่างไร
ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าหลายหน่วยครับถ้าจะแก้ไข ปัญหาแรงงาน ไม่ว่าตํารวจ ไม่ว่าทหาร ไม่ว่า ต.ม. ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ว่าคณะกรรมการ ที่ควบคุมแรงงานต่างด้าว ที่เรียกว่า กบร. ก็มีส่วนทั้งสิ้น ผมเรียนท่านประธานว่า หน่วยงานเหล่านี้มีส่วนที่ทําให้แรงงานทะลักจากจังหวัดหนึ่ง จากจุดหนึ่งไปยังอีกจังหวัด หนึ่ง ถ้าเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แปลว่ารถตู้มาก็ไม่ตรวจค้น รถที่น่าสงสัยก็ไม่ตรวจค้น ปล่อยผ่านตลอด หลายจังหวัดเปึนอย่างนี้ถึงได้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นมา ผมอยาก เรียนว่าเรื่องงบประมาณเปึนเรื่องสําคัญต้องทําอย่างจริงจังครับ ต้องทําอย่างจริงจัง ไม่ลูบหน้าปะจมูก ในจังหวัดมีผู้ประกอบการเยอะในหลายจังหวัด ผมพูดแทนได้เลย มีผู้ประกอบการมาก แล้วที่เขานิยมทํากันเพราะอะไร เพราะว่ารายได้ดี คนหนึ่งหัวหนึ่ง เปึนหมื่นครับ ออกจากจังหวัดที่เปึนต้นกําเนิดแรงงาน ไม่ว่าจังหวัดไหน คงไม่ใช่เฉพาะ ระนอง แต่ว่าส่วนใหญ่ก็ระนองมันระยะทางชายแดนที่มีทะเลติดกับพม่า ๑๖๙ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นเข้าช่องไหน มุมใดก็ได้ จึงอยากเรียนว่าอยากให้ทางราชการจริงจัง แต่ว่า ถ้าจะทําอะไรจริงจังนี่งบประมาณต้องให้เขาเพียงพอ ต้องมีโครงการนําร่อง ที่ผ่านมาครับ ท่านประธาน เราไม่ได้มีการทํางานเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราทําเฉพาะบางจังหวัด เพราะฉะนั้นเมื่อจังหวัดนี้เข้มงวดก็ไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ก็ไปเข้าอีกจังหวัดหนึ่ง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องแรงงานต่างด้าวมีมานาน ที่ผมพูดแต่แรกว่าถ้าในรัฐบาล ชุดก่อน ๆ ผมไม่บอกว่าชุดไหน ถ้าไม่ประกาศให้จังหวัดหลาย ๆ จังหวัดมีแรงงานต่างด้าว ผมว่าปัญหาวันนี้ยังไม่มาก แต่เมื่อประกาศว่าจากเดิม สมมุติมีอยู่ ๕ จังหวัดนําร่องให้มี แรงงานต่างด้าวได้ ต่อไปก็ขยายไปมากหลาย ๆ จังหวัด เหล่านี้ครับท่านประธานครับ ที่ทําให้ปัญหาเกิด ท่านกรรมาธิการซึ่งได้ทํางานด้านนี้ในขณะที่กระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานเข้าไปชี้แจงแสดงเหตุผลนั้นผมไม่ทราบว่าท่านได้สอบถามอย่างลึกซึ้ง ขนาดไหน และเอาจริงเอาจังขนาดไหน อย่างไรก็ดีครับท่านประธานครับ ผมยังเชื่อมั่นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งแล้วครั้งเล่าจะต้องหมดไปในที่สุด ถ้ากระทรวงแรงงาน มีมาตรการ รวมทั้งประสานงานกับส่วนราชการอื่น ๆ เอาจริงเอาจับกับเรื่องนี้ ผมฝาก ข้อคิดไปยังคณะกรรมาธิการพร้อมกับคําถามเมื่อกี้นี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผู้สงวนความเห็น ผู้สงวนคําแปรญัตติได้อภิปรายสิ้นสุดลงแล้วครับ ก็เชิญท่านกรรมาธิการตอบข้อซักถามครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมสถาพร มณีรัตน์ ในนามกรรมาธิการ ซึ่งจากมาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน ข้อสังเกตข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกที่ผ่านมายังทางกรรมาธิการ ทางกรรมาธิการ ก็ขอน้อมรับแล้วก็จะส่งไปให้ทางกระทรวงแรงงานและผู้เกี่ยวข้องดําเนินการต่อไป โดยเฉพาะในข้อห่วงใยของท่านรัฐมนตรี ไพรฑูรย์ แก้วทอง ที่ท่านเน้นในเรื่องของ กรมพัฒนาฝ้มือแรงงานก่อนเข้าสู่ระบบ ท่านปกรณ์ท่านได้ตอบย้ําถึงเรื่องการขาดแคลน แรงงานในภาคประมงแล้วก็ของท่านวิรัตน์ที่ตั้งคําถามและก็ตอกย้ํามาทางกรรมาธิการว่า ในการพิจารณางบประมาณนั้นทางกรรมาธิการได้ดําเนินการสอบถามอย่างเอาจริงเอาจัง กับกระทรวงแรงงานเรื่องของการที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยและมีการ ก่อปัญหาทางกรรมาธิการนั้นได้รับคําตอบจากทางกระทรวงแรงงาน ซึ่งปัญหาแรงงาน ต่างด้าวนั้นเปึนปัญหาหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องมาบูรณาการร่วมกันไม่ใช่ เฉพาะของกระทรวงแรง มีทั้งของตํารวจและของมหาดไทย รวมทั้งในส่วนของกระทรวง ต่างประเทศ ซึ่งเชื่อแน่ว่าจากที่ข้อสังเกตของท่านวิรัตน์ที่เปึนประโยชน์นี้ก็คงจะ ดําเนินการต่อไปในส่วนของกรรมาธิการขอชี้แจงสั้น ๆ เพื่อให้ได้รับข้อมูลในส่วนของ กรรมาธิการครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน กรรมาธิการได้มีการแก้ไขนะครับ จําเปึนต้องถามมติว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่แก้ไข หรือจะเห็นด้วยกับผู้สงวน ความเห็น หรือผู้สงวนคําแปรญัตติ ฉะนั้นขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติ ก่อนลงมติก็ขอความกรุณาท่านได้แสดงตนก่อนนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตน และลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านที่มาถึงพร้อมแล้วก็กรุณานะครับ เสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เราถึงมาตรา ๑๙ แล้วนะครับ ยังเหลืออีกหลายมาตรา วันนี้พยายามจะให้เสร็จนะครับ ก็ได้รับความร่วมจากเพื่อนสมาชิกทุกฝ์ายเปึนอย่างดีนะครับ การอภิปรายราบรื่น เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยหรือยัง ทุกท่านได้เสียบบัตรแสดงตนแล้ว ผมขอผลเลยครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้งสิ้น ๒๙๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปนี้จะเปึนการถามมติครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไข ร่างมาตรา ๑๙ กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการผู้ขอสงวน หรือผู้แปรญัตติกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง กรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญ ลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขอป่ดการลงมติ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๐๗ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๘ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี ก็เปึนอันว่า มาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน ที่ประชุมเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมมานะครับ
ต่อไป มาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม มีการแก้ไข เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๐ กระทรวง วัฒนธรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านผู้สงวนคําแปรญัตติและผู้สงวนความเห็นดังนี้นะครับ ท่านแรกเชิญท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ๑๐ นาที ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร ขอโอนสิทธิให้กับท่านธีระ สลักเพชร พูดเปึนคนแรกก่อนครับ เพราะว่าท่านเปึนรัฐมนตรีเงาในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ
เชิญท่านธีระ สลักเพชร ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธีระ สลักเพชร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตราด ผมได้ใช้สิทธิสงวนคําแปรญัตติกระทรวง วัฒนธรรม ตัดงบไป ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้สิทธิตั้งข้อสังเกต งบประมาณของกระทรวงนี้ ถ้าเราดูก็ถือว่าเปึนกระทรวงเกรดซี (C) งบที่ตั้งไว้ในป้ ๒๕๕๒ นะครับ ๔,๙๐๐ ล้านบาท เศษ ๆ นะครับ ก็ถูกตัดไปเหลือประมาณ ๔,๗๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ความจริงแล้ว กระทรวงนี้ผมเห็นความสําคัญ ถือว่าเปึนกระทรวงที่สร้างคน และมองเห็นกระทรวง ภารกิจเปึนกระทรวงที่สร้างคน ก็มีกระทรวงสาธารณสุขสร้างคนตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่อยู่ใน ครรภ์พ่อแม่ แล้วก็ให้เขาเติบใหญ่เปึนบุคลากรที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการก็เปึนกระทรวงสร้างคนคือดูแลสมองให้ปัญญากับสมองของเด็ก กระทรวงวัฒนธรรมผมถือว่าเปึนกระทรวงที่สร้างจิตให้กับคนในสังคม ๓ กระทรวงนี้ ถือว่าเปึนกระทรวงที่มีความสําคัญมาก ๆ แต่วันนี้ผมดูแล้วกระทรวงวัฒนธรรมยังเปึน กระทรวงที่ได้งบประมาณไม่มาก ความจริงแล้วความหมายความสําคัญของกระทรวงนี้ มีมาก ๆ มีความหมายมาก ๆ ในแง่ของศาสนาผมมองว่าจิตยังไปได้ แม้กระทั่งเราเชื่อว่า ไปถึงภพหน้าด้วยซ้ํา วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนงานของกระทรวง สําหรับแผนงานและ โครงการของกระทรวงผมอยากให้ทบทวนบ้าง หลังจากที่เราตั้งกระทรวงนี้มาหลายป้ พอสมควร เพราะว่าวันนี้หลังจากที่ทุนนิยมเข้ามาในเมืองไทย กระแสโลกาภิวัฒน์ลูกหลาน เราเยาวชนเราเปลี่ยนไปเยอะ ผมถือว่า ๓ สถาบันหลักที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของ ประเทศไทย ไม่ว่าเรื่องของครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันการศาสนา วันนี้เรา พ่ายแพ้นะครับ พ่ายแพ้ทุนนิยมที่เข้ามาสู่ประเทศไทย นั่นหมายถึงว่าลูกหลานเราวันนี้ ขาดภูมิต้านทาน ปัญหาทั้งหลายที่เราเผชิญอยู่ลูกหลานเราติดเกมส์ติดมือถือ ติดเซ็กส์ (Sex) ติดเพศสัมพันธ์ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และในที่สุดก็มาติดหล่มชีวิตเอา ตัวเองไม่รอด ติดยาเสพติด ติดการพนัน สิ่งทั้งหลายนี่เปึนสิ่งที่ผมถือว่าภารกิจของ กระทรวงนี้มีความหมายมาก ๆ นะครับ ผมลงไปดูรายละเอียดของการพิจารณา งบประมาณของกระทรวงนี้ สนใจมาก ๆ คือสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เพราะว่าเปึนหน่วยงานที่น่าจะมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จะดึงให้ ลูกหลานของเรามีจิตสํานึก ความผูกพันภูมิใจในสิ่งที่เขาเกิดอยู่ตรงนั้น วัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ว่าได้พิจารณาดูแล้วหลายโครงการที่มีเสน่ห์ถูกตัดไปเยอะ แล้วงบเงินอุดหนุนส่งเสริม สนับสนุนการดําเนินงานขององค์กรเครือข่ายทางวัฒนธรรมตั้งไว้ ๕๐ ล้านบาท ก็ถูก ตัดไปสัก ๕ ล้านบาท เงินอุดหนุนสนับสนุนการวิจัยทางวัฒนธรรมก็ถูกตัดไปจาก ๑๕ ล้านบาท เหลือ ๑๓ ล้าน ๕ แสนบาท โครงการวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชนนี่นะครับ มีความหมายมาก ๆ ตั้งไว้ ๕๐ ล้านบาท ถูกตัดไปเสีย ๕ ล้านบาท เหลือ ๔๕ ล้านบาท โครงการปกปัองคุ้มครอง มรดกพื้นบ้านก็ถูกตัดไปนะครับ ถูกตัดไป ๓ ล้านบาท โครงการเหล่านี้ผมเห็น ความสําคัญของโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนมาก ๆ เพราะว่าลักษณะของ โครงการนี้นะครับ เปึนโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความเข้มแข็งกับการทํางาน เกี่ยวกับโครงการนี้ในสมัยของคุณหญิงไขศรี รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผมถือว่าประสบความสําเร็จในระดับที่น่าพอใจ แล้วก็ทราบว่าไปทําเอ็มโอยู ทําความ ตกลงกับกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าการเติบโต ของโครงการนี้ ผมถือว่ายังไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร ความจริงงบ ๕๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้ และกรรมาธิการตัดไปเสีย ๕ ล้านบาท ผมถือว่า ๕๐ ล้านบาทที่ตั้งไว้ยังน้อยมาก ครับ แล้วก็อยากจะเสนอแนะไปที่สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินะครับว่า ความจริงแล้วต้องพยายามดึงให้ท้องถิ่นเขามาสมทบกับโครงการนี้ ให้เขาเปึนเจ้าของได้ ยิ่งดีนะครับ ทั้ง อบต. หรือเทศบาลตําบลก็ตาม ให้เขาเปึนเจ้าของโครงการนี้ และก็ ที่สําคัญอย่ามองข้ามงบพัฒนาจังหวัดที่ทุกจังหวัดตอนนี้เขาสามารถตั้งงบเองได้ อย่างน้อยวันนี้ทุกอําเภอมีสักตําบลหนึ่งได้ไหม มีสักศูนย์หนึ่งได้ไหม ให้เปึนจุดดูงานของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในอําเภอนั้น เปึนจุดดูงานของลูกหลานเราที่อยู่ตามโรงเรียน ทั้งที่อยู่ นอกโรงเรียน แล้วก็อยู่ในโรงเรียน ให้เขามีความภูมิใน มีจิตสํานึกในวัฒนธรรมท้องถิ่น ของเขา ผมได้อ่านข้อสังเกตของคณะอนุที่จัดทําข้อสังเกตนะครับ ของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ ที่มีคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เปึนประธานทําได้ดีนะครับ ทําได้ดีหลายกระทรวงเลย ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกได้ศึกษาข้อสังเกตชุดนี้นะครับ เรื่องของกระทรวงวัฒนธรรม เขาแนะนําว่าควรบูรณาการกับกระทรวงศึกษาธิการ แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเห็นด้วยนะครับ เรื่องของศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ผมมีโอกาสได้คุยกับทาง ข้าราชการที่อยู่ในหน่วยงานนี้ แล้วก็พยายามพูดว่าความจริงแล้วเรื่องของปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ น่าจะเอาโครงการตรงนี้ไปใช้ประโยชน์ให้มาก ทําอย่างไรก็ตามให้ สามารถผลักดันให้เกิดศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนในทุกตําบลของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ให้ได้ หลายท่านที่ติดตามเรื่องของภาคใต้ ส.ส. ที่อยู่ทางภาคใต้นะครับ ท่านคงรู้จัก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ ที่จังหวัดปัตตานี เปึนชุมชนที่ประสบความสําเร็จ มาก ๆ สร้างความสมานฉันท์ ความจริงแล้วเปึนเรื่องที่ไม่ได้ทําอะไรแปลกเลยครับ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เขาไปส่งเสริม ให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน แล้วก็เศรษฐกิจฐานราก เรื่องของประชาคม เรื่องของ ชุมชนเข้มแข็ง เริ่มต้นในสมัยของรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย สมัยที่ ๒ หลังจากเราเกิด เศรษฐกิจวิกฤตินะครับ ความจริงแล้วคือเอาตรงนี้ไปทําครับ แล้ววันนี้ตําบลทรายขาว เขามีความสมานฉันท์ พี่น้องมุสลิม พี่น้องไทยพุทธ ไทยมุสลิมอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มี ปัญหาเรื่องความแตกแยก ผมจึงเห็นความสําคัญถึงเรื่องนี้นะครับว่าความจริงแล้ว ก็ไม่แตกต่างจากศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนเลยครับ ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ที่ประสบความสําเร็จในขณะนี้ ผมถึงอยากเห็นนะครับว่า ให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ ผลักดันโครงการเหล่านี้ลงไปในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ชี้ให้เขาเห็นว่าในอดีตคนรุ่น พ่อ รุ่นแม่ ปู์ ย่า ตา ยาย ไม่ว่าจะเปึนไทยพุทธ หรือไทยมุสลิม เขาอยู่ในชุมชนตรงนั้น อย่างมีความสุขตลอดมา แต่ในปัจจุบันนี้ ทําไมถึงมีปัญหาตรงนี้ ถ้าหากว่านําสิ่งเหล่านี้ กลับไป ทําให้ประชาคมทุกหมู่บ้านเข้มแข็ง ให้ประชาคมทุกตําบลเข้มแข็ง ให้ทุกคน มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของเขา แล้วก็แนวคิดของศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใย ชุมชน ผมคิดว่าถ้าเราผลักดัน ปูพรมได้ทั้ง ๓ จังหวัด ความสมานฉันท์จะกลับมา ถ้างบประมาณมีจํากัด ส่วนหนึ่งเราก็มีงบจาก กอ.รมน. นะครับ วันนี้ที่การแก้ไขปัญหาของ ๓ จังหวัดภาคใต้มีงบอยู่ก้อนใหญ่เลยครับ และที่สําคัญที่ผม พูดแล้ว งบพัฒนาจังหวัดก็มี ทั้ง ๓ จังหวัด ๔ จังหวัดในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ๔ – ๕ จังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหาในพื้นที่บางอําเภอดึงงบพัฒนาจังหวัดมาใช้ แม้กระทั่งท้องถิ่น อบต. เทศบาล ตําบล ก็มีงบให้เขาเปึนเจ้าของโครงการ แล้วก็ทางกระทรวงวัฒนธรรม บางคนไปร่วมสมทบบ้าง แล้วก็ผลักดันโครงการนี้ขึ้นมา ผมมั่นใจถ้าผลักดันแล้วส่งเสริม โครงการตรงนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเปึนจริงเปึนจังในทุกพื้นที่ทุกตําบลของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ปัญหาความแตกแยกความสมานฉันท์จะกลับมา ๓ จังหวัดภาคใต้จะกลับมาและจะทํา ให้คนไทยทั้งประเทศคลายทุกข์ คลายความห่วงใยของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ เรียนเชิญท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตให้ท่านได้ กรุณาตรวจสอบการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์สักหน่อย มีการประชาชนได้โทรศัพท์เข้ามา บอกว่าการถ่ายทอดที่ผ่านมานั้นบางครั้งก็จอดํามืด ๆ นะครับ บางครั้งก็ตัดเข้าโฆษณา ท่านประธานกรุณาช่วยตรวจสอบและก็แจ้งทางสมาชิกให้ทราบด้วยว่าในการถ่ายทอดนั้น เปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ หรือไม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ฝากท่านเลขาธิการช่วยตรวจสอบด้วยครับ เชิญท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมเองและเพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นมาอภิปราย แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ในวาระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติครับ เมื่อวานผมได้มี โอกาสแปรญัตติไปแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงเอ็นบีที (NBT) ตัดเข้าข่าว แล้ววันนี้ผมได้มีโอกาส แปรญัตติอีกกระทรวงหนึ่งในมาตรา ๒๐ คือกระทรวงวัฒนธรรม ท่านประธานครับ กระทรวงวัฒนธรรมเปึนกระทรวงที่มีความสําคัญในการรักษาสืบทอดวัฒนธรรมชองชาติ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้อยู่คู่คนไทย สร้างค่านิยม จิตสํานึก และภูมิปัญญาของคนไทย โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์ ส่งเสริม สืบทอดประเพณีวัฒนธรรม รวมไปถึงขนบธรรมเนียบประเพณีที่ดีงามจะเห็นได้จาก ทุกวันนี้แต่ละจังหวัดเราจะมีสภา วัฒนธรรมจะมีทั้งสภาระดับจังหวัดและสภาระดับอําเภอ มีประธานแล้วก็คณะกรรมการ เปึนผู้ดําเนินการว่าวัฒนธรรมในแต่ละป้เรานั้นเราจะมีเปัาหมายอย่างไร เพื่อมุ่งเน้นไปสู่ พี่น้องประชาชน จากภารกิจตรงนี้ครับท่านประธาน ซึ่งมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งต่อวิถี ชีวิตของคนไทย ทําให้คนไทยหล่อหลอมจิตใจเปึนอันหนึ่งอันเดียวกันสร้างความสมัคร สมานสามัคคีไม่พรรคแบ่งพวก แต่อย่างไรก็ตามผมได้พิจารณางบประมาณในกระทรวงนี้ ผมเห็นความที่ไม่ชอบมาพากล และความไม่เหมาะสมอยู่หลายประการ เพราะฉะนั้นผม จึงขอแปรญัตติตัดลดงบประมาณ กระทรวงนี้ลงอีก ๔ เปอร์เซ็นต์ไม่มากครับ ตัดนิดเดียว ตัดเพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตและท้วงติงจุดที่บกพร่องของกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อไปสู่พี่น้อง ประชาชนให้ได้ผลสัมฤทธิ์มากที่สุด ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมจะตัดก็คือความ ไม่เปึนธรรมในการจัดสรรงบประมาณลงไปสู่ในแต่ละพื้นที่ ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านดู นะครับ กระทรวงนี้ในป้ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๑ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๔,๓๗๑ ล้านบาท พอมาป้ ๒๕๕๒ ท่านทราบไหมครับ ได้เพิ่มหรือได้ลด ป้ ๒๕๕๒ จัดสรรขึ้นมา ๔,๗๙๕ ล้านบาท ผลปรากฏว่าได้เพิ่มขึ้นจากป้ ๒๕๕๑ ๔๒๔ ล้านบาท โดยมีหน่วยงานในสังกัด ๗ หน่วยงานด้วยกัน ซึ่งรายละเอียดเดี๋ยวผมจะนําเรียนท่านประธานได้รับทราบในโอกาส ต่อไป แต่ละหน่วยงานนั้นมีความสําคัญกับพี่น้องประชาชนมาก แต่วันนี้ผมขอพูด ๒ หน่วยงาน ๒ กรม กรมแรกคือกรมศาสนา ปฏิเสธไม่ได้ครับ กรมศาสนาว่าไม่มี ความสําคัญ กรมนี้มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนคนไทยมากที่สุด รวมไปถึงพี่น้อง ทุกพื้นที่ จําได้ไหมครับช่วงที่เราลงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ข้อพิพาทประการหลักคือ การนําศาสนาเข้าเปึนศาสนาประจําชาติหรือไม่ ตรงนี้ก็เปึนประการหลัก เพราะฉะนั้นผมจึงให้ความสําคัญกับกรมการศาสนา ท่านมาดูงบประมาณครับ กรมการ ศาสนาป้นี้จัดงบไว้ที่ ๓๖๖ ล้านบาท ซึ่งก็มีความสําคัญ สําคัญอย่างไรครับ สําคัญ จนกระทั่งว่าไม่แตกต่างกันครับ ประชาชนมีความสัมพันธ์กับศาสนา บ้าน วัด โรงเรียน ตัดกันไม่ขาด และที่สําคัญวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนามีความสําคัญกับพี่น้องประชาชน ท่านจะเห็นได้จากงานประเพณี งานบวช งานกฐิน งานแต่ง งานเข้าพรรษา ออกพรรษา หรือแม้กระทั่งงานบุญบั้งไฟ ทุกอย่างจะมีศาสนามาเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน ในส่วน ของงบ ๓๖๖ ล้านบาท ผมเห็นชอบครับ ผมไม่ตัด ผมจะให้เพิ่มด้วยซ้ําไป เพราะว่า ศาสนามีความสําคัญกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ แล้วมาดูอีกกรมหนึ่ง กรมนี้ คือกรมศิลปากร กรมนี้นะครับผมจะตั้งข้อสังเกตและฝากไปทางกรรมาธิการให้พิจารณา ตามความเหมาะสมปรับลดงบประมาณลงอีก ๔ เปอร์เซ็นต์ กรมศิลปากร กรมนี้ครับป้นี้ ได้รับงบประมาณจัดสรร ๑,๖๙๗ ล้านบาท หลังจากที่กรรมาธิการตัดงบประมาณ เรียบร้อย กรมนี้ทําหน้าที่ทะนุบํารุงโบราณสถานและแหล่งโบราณคดี และศึกษาเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งหาแนวทางพิทักษ์รักษาโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีให้ เปึนสมบัติของชาติ ผมจะย้ําอีกครั้งครับ รวมทั้งหาแนวทางพิทักษ์รักษาโบราณสถานและ แหล่งโบราณคดีให้เปึนสมบัติของชาติ ตรงนี้ครับเปึนหน้าที่ภารกิจของกรมศิลปากร ที่ผ่านมาครับกรมศิลปากรก็ได้บอกนะครับว่าบํารุงรักษา แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความ ได้มาความเปึนเจ้าของได้ ท่านครับ จําได้ไหมครับ ปราสาทเขาพระวิหารซึ่งเปึนข้อพิพาท กันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ จนปัจจุบันนี้ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจนว่าอนาคตจะเปึนอย่างไรถ้าทาง รัฐบาลไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนมากกว่านี้ รวมไปถึงข้อพิพาทระหว่างชายแดน ผมเปึน คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย ผมมีข้อมูลนะครับ อาจจะนอกประเด็นนิดหนึ่ง แต่ขอตั้งข้อสังเกตนะครับ ถ้าเราไม่แก้ไขตรงจุดนี้จะมีปัญหาตามมาก็ได้ครับ ตาเมือน ตาเมืองธม ตาเมืองโต๊ด สด็อกก๊อกธม ตรงนี้ครับกรมศิลปากรก็ได้แจ้งตลอดครับว่าได้เข้า ไปบูรณะปฏิสังขรณ์ บํารุงรักษาโบราณสถานซึ่งเปึนสมบัติวัฒนธรรมของชาติ แต่เหตุผล ทุกวันนี้อย่างที่รู้กันสถานการณ์ ๒ ประเทศยังไม่มีบทสรุปว่าจะเปึนอย่างไร ท่านครับ ของ ๆ ใคร ใครก็รัก โบราณสถานหลาย ๆ ที่ที่ผมดูมาล้วนแล้วมีทุกเขตพื้นที่ทั่วทุกภาค ในเขตของประเทศไทย แต่ผมตั้งข้อสังเกตครับ งบประมาณในป้ ๒๕๕๑ กรมศิลปากร ในหมวดก่อสร้าง ผมย้อนไปในป้ที่แล้วนะครับ ท่านได้ตั้งไว้ที่ ๓๙๙ ล้านบาท ท่านไปทํา ที่ไหนทราบไหมครับ หมวดก่อสร้างที่มีราคาสูงกว่า ๑๐ ล้านบาท ท่านได้ไปทําในเขต พื้นที่ไม่กระจาย ไปกระจุกอยู่แถวภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปกระจุกตัวรวมกันอยู่ที่ แถวภาคเหนือ แถวเชียงราย ลําพูน ซึ่งท่านกรรมาธิการก็ได้นั่งอยู่ พิจารณาอยู่ข้างบนนั้น ด้วย ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ผมภูมิใจด้วยซ้ําว่าเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนแล้วนํา งบประมาณเข้าไปสู่พี่น้องประชาชน ตรงนี้เปึนที่ภาคภูมิใจ แต่ความไม่เหมาะสมคือการ ไม่กระจายตัว ป้ ๒๕๕๑ ผมไม่ว่าครับ ตามมาดูที่ป้ ๒๕๕๒ ต่อครับท่านประธาน ผมนึกว่าจะกระจายต่อ ป้ ๒๕๕๑ งบก่อสร้างที่เกิน ๑๐ ล้านบาท ไม่มีลงในพื้นที่ของ ภาคใต้ ไม่มีจัดลงในพื้นที่ของภาคอีสาน พอมาดูป้ ๒๕๕๒ ครับท่านประธาน ผมนึกว่า ป้นี้คนอีสานจะโชคดี เพราะว่าครั้งที่แล้วท่านรัฐมนตรีอนุสรณ์เปึนคนภาคเหนือ ป้นี้ เปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่เปึนรัฐมนตรีสมศักดิ์ ท่านเปึนคนอีสาน ผมนึกว่าพี่น้องอีสาน จะโชคดี แต่ในหมวดเดิมครับในสิ่งก่อสร้าง ผมมาดูโครงการทุกโครงการก็เหมือนเดิมครับ ไปกระจุกอยู่แถวภาคเหนือแล้วก็ภาคใต้ ไม่มีจัดสรรโครงการแม้แต่โครงการเดียว แต่โชคดีป้นี้เปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะว่ารัฐมนตรีเปึนคนอีสาน ได้โครงการที่จัดลง อีสาน ๑ โครงการ โครงการนั้นก็คือเปึนโครงการที่จัดลงให้กับพี่น้องประชาชน จังหวัดอุบลราชธานี เปึนโครงการบูรณะโบราณสถานโรงเรียนเบญจมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี ผมในฐานะเปึนศิษย์เก่าโรงเรียนเบญจมหาราช รวมทั้งเพื่อน สมาชิก เขต ๑ อุบลราชธานี ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ตรงนี้ภาคภูมิใจครับ และ เห็นชอบด้วยกับกรรมาธิการชุดนี้ แต่ความไม่เปึนธรรมนะครับ ภาคใต้ยังไม่ได้ ภาคอีสานทั่วทุกเขตยังไม่ได้ ตรงนี้ทาง กรมศิลปากรฝากไปทางกรรมาธิการต้องมีคําตอบในการกระจายงบประมาณให้เปึน ความเหมาะสมถูกต้องเท่าที่ควร ผมเข้าใจครับ บ้านใครใครก็รัก ภูมิใจด้วยซ้ําว่า เปึนผู้แทนราษฎรมีผลงานลงในพื้นที่ ผมไม่ว่าท่านครับ และผมดีใจแทนพี่น้องประชาชน คนไทยทุกคน ดีใจแทนพี่น้องภาคเหนือ ดีใจแทนพี่น้องเชียงใหม่ด้วยซ้ํา เพราะว่าหลังจาก ที่กรรมาธิการได้ตัดลดงบประมาณแล้ว ได้มีการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณเข้าไป ท่านทราบไหมครับ งบประมาณที่แปรเพิ่มเข้าไปนั้น แปรเพิ่มเข้าไปร้อยกว่าล้านบาท ไปลงที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปสร้างบูรณปฏิสังขรณ์ให้กับวัดพระธาตุดอยสุเทพครูบาศรีวิชัย อาณาจักรล้านนา ผมเปึนคนหนึ่งที่เคารพนับถือสักการะ ไปเชียงใหม่ครั้งใดต้องไป นมัสการไปกราบไปไหว้ ผมดีใจแทน และผมเห็นชอบผมเห็นงามด้วย แต่ที่ไม่เห็น ไม่ชอบด้วยกับกรรมาธิการก็คือ การกระจายงบประมาณไปสู่พื้นที่ ตอบได้ไหมครับว่า ทําไมไม่มีพื้นที่จัดโครงการลงไปสู่ภาคใต้และภาคอีสานมากกว่านี้ ตรงนี้กรรมาธิการ ต้องตอบผมด้วย การจัดสรรงบประมาณกรมศิลปากร แล้วก็กระทรวงวัฒนธรรม ไม่มีความเปึนธรรม ผมจึงอยากแปรญัตติปรับลดงบประมาณตรงนี้ลงมา ทั้ง ๆ ที่ แต่ละภูมิภาคมีโบราณ ณ สถานทางวัฒนธรรมเยอะมาก ไม่ใช่มีเฉพาะภาคเหนือ รวมไปถึงเม็ดเงินภาษีเปึนของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้นที่อุบลราชธานี ของผม ยังมีอีกหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเปึนวัดทุ่งศรีเมือง วัดมหาวนาราม วัดสุปัตนาราม รวมไปถึงวัดพระธาตุหนองบัว ล้วนแล้วแต่เปึนมรดกทางวัฒนธรรม รวมไปถึงวัฒนธรรม ทางลุ่มแม่น้ําโขงด้วยนะครับ โขง ชี มูล เปึนวัฒนธรรมทางลุ่มแม่น้ํา ฝากกรรมาธิการ ฝากกระทรวงวัฒนธรรม จัดสรรงบประมาณเพื่อความเปึนธรรม ผมจึงขอตัดลด งบประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ เพื่อความเปึนธรรมในการจัดสรรงบประมาณของ กระทรวงวัฒนธรรมต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านผู้อภิปรายท่านสุดท้าย นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีโอกาสดีมากที่ได้มีโอกาสมาพูดถึงเรื่องกระทรวงวัฒนธรรม ผมถือว่า เปึนกระทรวงที่มีความยิ่งใหญ่ในตัวมาก แม้ว่าจะได้รับงบประมาณเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับงบประมาณรวม ซึ่งมีถึง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงวัฒนธรรมนี้ เราจะได้ประมาณแค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงไม่ต้อง มานั่งประชุมกันที่รัฐสภาแห่งนี้มาร่างกฎหมายกันให้มากมาย เรามีปัญหาเรื่องวัฒนธรรม บกพร่องครับ ปัญหาทุกอย่างที่เราต้องมานั่งขบคิดกันแก้ปัญหา เปึนปัญหาทางสังคม เปึนส่วนใหญ่ ชาติไทยเราตั้งมานาน เรามีวัฒนธรรมที่ดีงามมากมายที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ของบ้านเมืองเรา ทั้งที่เสียชีวิตแล้ว และที่ดํารงอยู่ ได้สืบกันมาอย่างดีทําให้ชาติมั่นคง วันนี้เปึนอย่างไรครับท่านประธาน เรามีวัฒนธรรมของการชุมนุมไหมครับ ถามว่า ประเทศไทยเราวัฒนธรรมการชุมนุมในที่สาธารณะเรามีน้อยมาก เรายังไม่มีวัฒนธรรม สิ่งนี้เกิดขึ้น ปัญหาก็คือว่าคนไทยไม่เข้าใจในวัฒนธรรม ผมต้องชมนะครับในกลุ่มใด ก็ตามที่เมื่อมีการชุมนุมกัน แล้วไม่เกิดเรื่องราวให้มีการรุนแรง ผมถือว่าเปึนวัฒนธรรม ที่แสดงความคิดเห็น ทําได้ตามกฎหมาย แต่ในกรณีที่มีวัฒนธรรมที่ไม่เห็นด้วย คือจะด้วย ประการใดก็ตาม แล้วทําให้เกิดการยั่วยุและมีการประทุษร้ายถึงกับเสียชีวิต นี่บ่งชี้ว่า วัฒนธรรมของเราด้านนี้บกพร่องมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากจะตัด งบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรม ในใจนะครับ แต่ผมมานั่งคิดดูอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ เห็นว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเปึนกระทรวงตัวอย่าง ตัวอย่างในเรื่องใดครับ ที่บรรพบุรุษของเราได้ดํารงสืบมา นั่นก็คือในเรื่องของการประหยัด เรายังต้องถือเรื่องของ การประหยัดเปึนเรื่องที่ยิ่งใหญ่อันหนึ่งของบ้านเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ผมถือว่านี่คือประเด็นสําคัญที่จะสามารถทําให้คนได้เห็นภาพตัวอย่าง จากกระทรวงวัฒนธรรม ผมขออนุญาตตัดเพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ใจไม่อยากจะตัด แต่เมื่อได้อ่านรายงานอีก ครั้งหนึ่งก็ตามที่เพื่อนผู้อภิปรายได้เรียนให้ที่ประชุมทราบ ก็คือว่าได้มีการปรับเพิ่มเข้าไป อีกหลังจากที่ตัดไปแล้วประมาณ ๑๓๗ ล้านบาทเศษ แล้วก็แปรญัตติเข้าไปอีกประมาณ ๑๑๙ ล้านบาทเศษ ก็ยินดีครับที่กระทรวงวัฒนธรรมจะได้แสดงผลงานที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ท่านประธานครับ การใช้จ่ายงบประมาณสําหรับกระทรวงวัฒนธรรมมันมีวิธีการทําหลาย อย่างที่ไม่ต้องเสียเงินก็ได้ครับ ถ้าท่านประธานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณจะได้นําไปเสริมต่อผมก็ยินดี ก็คือว่าบริษัทโฆษณาต่าง ๆ หรือทํา ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ถ้าสื่อใดที่ แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของชาติไทยในรูปของวัฒนธรรมอันดีงามที่ควรจะรักษาไว้ สื่อประเภทนี้ถ้าออกมามากเท่าไรทําให้เยาวชนหรือประชาชนที่ดูสื่อต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับ ทราบแล้วก็ซึมทราบเข้าไปในจิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้ครับ ความดีที่เขาทําเราต้องให้รางวัล เขาครับ นั่นก็คือในรูปของภาษีเราอาจจะให้เขาเสียภาษี สําหรับการโฆษณาหรือลดอะไร ก็แล้วแต่เปึนพิเศษ นี่ก็เปึนวิธีการหนึ่งที่เราไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมากมาย แต่อาศัยเอกชนซึ่งเขามีพลังมากมายเหลือเกินในการที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมอันดี ของชาติของเรา ซึ่งในขณะนี้เราก็เห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฏตามที่ต่าง ๆ เปึนที่น่ายินดีครับ ท่านประธานครับ ผมจําเปึนจะต้องพูดถึงในเรื่องเกี่ยวกับเปึนรูปธรรมในเรื่องของ ประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็พยายามที่จะส่งเสริม วัฒนธรรมเอามาเปึนจุดขาย ถามว่าได้ผลไหม ได้ผลครับ ฝรั่งต่างชาติ ชาวบ้านต่างเมือง เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากมาย ในรอบ ๓๖๕ วัน ผมสังเกตว่าจุดสูงสุดจะอยู่ที่วัน มหาสงกรานต์ของเรา วันมหาสงกรานต์ของเรานี้เปึนวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชนชาติไทย นะครับ ๓ วันที่เราได้หยุดติดต่อกันถนนในกรุงเทพฯ นี่เรียกว่าโล่งครับ เพราะว่า วัฒนธรรมไม่น่าเชื่อว่าไปอยู่ตามต่างจังหวัด ตามหัวเมืองต่าง ๆ มากมาย เปึนวัฒนธรรม ที่แสดงถึงความกตัญ็ูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณของเรา ไม่ว่าจะเปึนคุณพ่อ คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือครูบาอาจารย์ ในงานเหล่านี้ท่านประธานครับ ผมอดนึกถึงเรื่องของ ผู้สูงอายุ ซึ่งท่านเปึนผู้สืบสานและดํารงวัฒนธรรมอันดีงามของชาติมาอย่างยาวนาน ถามว่าในป้หนึ่งเรามีแค่วันเดียวคือวันผู้สูงอายุให้กับผู้ที่ทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ท่านประธานครับ ในสถาบันนิติบัญญัติแห่งนี้เราได้มีร่างพระราชบัญญัติสําหรับผู้สูงอายุ นะครับเปึนกฎหมาย วันนั้นผมไม่มีโอกาสอภิปรายเนื่องจากเวลาจํากัดมาก ในเรื่องของ กระทรวงทรัพยากรมนุษย์นะครับ ความมั่นคงทางสังคมและทรัพยากรมนุษย์ เปึนเรื่องที่ ยิ่งใหญ่ที่เรามีกฎหมายรับรองนะครับ แต่ปรากฏว่าเบี้ยยังชีพสําหรับผู้สูงอายุก็ยังได้ อย่างไม่ทั่วถึงแล้วก็ไม่เปึนธรรมมีปรากฏชัดในกฎหมายผมดูในราชกิจจานุเบกษาสําหรับ ผู้สูงอายุ ๒๕๔๖ เขียนชัดเจนเลยครับว่ารัฐจะต้องจัดให้มีเงินสําหรับเบี้ยสูงอายุเบี้ย ผู้สูงอายุ ป้ละ ๕๐๐ บาท ต้องให้อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ผมเรียนท่านประธานว่าใน อดีตที่ผ่านมาก่อนที่จะเปึน ๕๐๐ บาท เรามีเบี้ยผู้สูงอายุครับ ตอนนี้ทุกคนได้อย่างทั่วถึง ครับ ๒๐๐ บาท แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้นมาทางรัฐบาลในขณะนั้นก็เพิ่มเงิน อุดหนุนให้อีก ๑๐๐ บาท ก็รวมเปึน ๓๐๐ บาท เราจะจ่ายกัน ๒ ครั้งในหนึ่งรอบป้ ก็คือทุก คนจะได้รับคนละ ๑,๘๐๐ บาทต่อป้ มาบัดนี้ปัญหามันเกิดมากเพราะว่าวัฒนธรรมของ ความยุติธรรมของบ้านเรายังไม่มีครับท่านประธาน จังหวัดผมหรืออีกหลายจังหวัด ทั่วประเทศเงิน ๕๐๐ บาทไม่สามารถให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งเขามีสิทธิตามกฎหมาย ทุกประการ ไม่ได้ครับ นี่คือประเด็นใหญ่ที่ผมอยากจะฝากให้ท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการ ท่านต้องพิจารณาทบทวนนะครับกฎหมายออกมาแล้วท่านยังไม่ปฏิบัติ ตามผมก็ห่วงว่าจะมีผู้ที่มีสิทธิจะฟัองร้องท่านต่อไปหรือเปล่า นี่ก็น่าเปึนห่วงทําให้ผมต้อง ถือโอกาสนี้มาชี้แจงถึงเบี้ยผู้สูงอายุซ้ําอีกครั้งหนึ่งครับ นอกจากนี้วัฒนธรรมของเรา ในเรื่องความเมตตา กรุณาต่อผู้พิการก็ดีนะครับ ผู้ป์วยโรคเอดส์ก็ตาม เรามีอยู่ในแต่ ความคิด มีอยู่แต่ในคําพูดแต่เรายังไม่มีในเรื่องของการกระทําไม่ว่า จะเปึนถนนหนทาง ในที่สาธารณะต่าง ๆ ส้วมสาธารณะต่าง ๆ เหล่านี้เรายังมีไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ ผมจึงฝากว่าไม่ว่ากระทรวงใดก็ตามที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ขอให้นําไปดําเนินการต่อ ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ กฎหมายต่าง ๆ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าไม่ต้องออก มามากครับ กฎหมายสูบบุหรี่เรามี ถามว่ามีตํารวจจับไหมครับ สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ท่านประธานครับ เราต้องมีกฎหมายห้ามโทรศัพท์ในขณะขับรถไหม เพราะเราไม่มี วัฒนธรรมครับ แม้แต่ในการขับรถก็ยังต้องโทรศัพท์อะไรกันอย่างนี้ ความจริงมันโทรได้ แต่ต้องรู้จักหยุดรถหรือชะลอรถ หรือให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัย ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ รอบตัวเราล้วนแต่เปึนเรื่องวัฒนธรรมทั้งสิ้น กฎหมายเปึนเรื่องรองครับ ถ้าเรามีวัฒนธรรม ที่ดีงามผมกราบเรียนว่าเราอยากจะปลูกฝังเยาวชนให้เราได้อะไรครับ เปึนคนที่มีวินัย มีความขยัน มีความสะอาด มีความกตัญ็ูกตเวที สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันสอนด้วยคําพูด ไม่ได้ ด้วยความคิดอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ มันต้องส่งเสริมไปด้วยการกระทําครับ ได้เห็น รูปแบบ นําเขาไปดูที่ต่าง ๆ กัน ได้เห็นถึงความยากลําบากของพี่น้องซึ่งแตกต่างกัน เหลือเกินครับในเรื่องของรายได้ เพื่อที่จะทําให้คนเหล่านั้นเขามีความอดทนที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของคนอื่นที่แตกต่างกับตัวเอง ทําให้เราเปึนคนมีใจกว้างครับ คนมีใจกว้าง ในที่สุดก็จะเกิดความเปึน เขาเรียกว่าสันติสุขก็จะเกิดขึ้น ผมเรียนให้ทราบ ฉะนั้น งบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนงบการทหารในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ก็ดี ในแง่ปัญหาเกี่ยวกับความไม่สงบต่าง ๆ ก็ดีซึ่งมีอยู่ในขณะนี้ ณ ที่กรุงเทพฯ ภาวะฉุกเฉิน ที่ประกาศแล้วก็ตาม ล้วนแต่เปึนเรื่องของความที่เราไม่ได้มีการให้ความสําคัญกับ วัฒนธรรมซึ่งอยู่ใกล้ตัวเรามาก แล้วก็ไม่สามารถที่จะมีใครที่จะปฏิบัติให้เราได้เห็น การพูดจาก็ไม่สุภาพเท่าที่ควรจะพูด ดังนี้เปึนต้นนะครับ ผมก็ขอยืนยันว่าผมสนับสนุน กระทรวงวัฒนธรรมในการทํางานเต็มที่ แล้วก็หวังว่ากระทรวงนี้จะเปึนกระทรวงตัวอย่าง ที่ดีเยี่ยมของประเทศชาติไทยเรา ขอให้กําลังใจครับ แต่ขออนุญาตนิดเดียวเพราะตัด งบประมาณเพื่อแสดงให้เห็นถึงว่าท่านต้องประหยัดกว่านี้ ใช้เม็ดเงินให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ขอบคุณครับ
ผู้อภิปรายได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ ในนามกรรมาธิการ ต่อข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกที่มีต่อ กระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะท่านธีระ สลักเพชร ซึ่งท่านมีข้อห่วงใยท่ามกลางกระแส ทุนที่เชี่ยวกรากถาโถมมาสู่ประเทศไทยนั้น ท่านห่วงใยหลายเรื่อง ซึ่งทางกระทรวง วัฒนธรรมนั้นได้มีโครงการหลายโครงการที่ได้นํามาดําเนินการตั้งงบประมาณผ่าน กรรมาธิการ ไม่ว่าการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม การอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม การรณรงค์เสริมคุณค่าทางสังคมแห่งความเปึนไทย การเสริมสร้างความเข้มแข็ง อย่างยั่งยืนให้ชุมชน ส่งเสริมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ดีงาม สร้างสรรค์ศิลปะระดับ ท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ และขยายบทบาทสภาวัฒนธรรม ซึ่งเชื่อว่า ทั้งหมดนี้คงจะทําให้ข้อห่วงใยของท่านสมาชิก คงจะดําเนินงานเปึนรูปธรรม
ส่วนข้อห่วงใยของท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ในเรื่องของการที่มีการ ตั้งงบประมาณกระจุกหรือไม่กระจายนั้น ทางกรรมาธิการได้พิจารณาหลายส่วน และพิจารณาเห็นว่าการเพิ่มงบประมาณในบางส่วนนั้นมีความจําเปึนเร่งด่วน ท่านได้ ยกตัวอย่างวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ว่าทําไมถึงต้องแปรญัตติ ผมขอ อนุญาตกราบเรียนผ่านไปทางกรรมาธิการผ่านไปยังสมาชิกนะครับว่า เนื่องจากว่า เมื่อช่วงเวลา ๓ – ๔ ป้ที่ผ่านมานั้นแผนดินไหวในเขตภาคเหนือหลายครั้ง ทําให้ องค์พระธาตุทรุดลงจนน่าเปึนห่วง ทางกรมศิลปากรได้ดําเนินการตรวจสอบจะมี บูรณาการอย่างใหญ่หลวง เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วองค์พระธาตุคงอยู่ได้ไม่นานก็จะมีการ พังทลาย จึงได้มีการขออนุญาตผ่านมายังกรรมาธิการของบประมาณเพื่อไปบูรณะ ในส่วนนี้ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งทางกรรมาธิการได้พิจารณาอย่างรอบคอบเห็นว่า ส่วนนี้จะทําให้จิตใจพี่น้องซึ่งไม่เฉพาะทางภาคเหนือ คงจะทั่วประเทศ และรวมทั้ง พุทธศาสนิกชนทั่วโลกที่ได้มาเยี่ยมเยียนแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมาจะทําให้การแก้ไขนั้น ลําบากนะครับ ก็เลยได้อนุมัติงบประมาณไปทั้งหมด ๑๐๗ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้มีการเปึนภาคนิยมหรือแบ่งภาค แต่อย่างไรก็ตามทุกภาคหรือทุกส่วน คงจะได้รับงบประมาณไกล่เกลี่ยเท่า ๆ กันในส่วนของการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มรดก ทางวัฒนธรรม ซึ่งเราได้เพิ่มเติมให้อีก ๑๐๗ ล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งตรงนี้ก็คงจะทําให้ ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกได้คลายกังวลได้ ผมในฐานะตัวแทนกรรมาธิการก็ขออนุญาต ชี้แจงสั้น ๆ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เพื่อนสมาชิกครับ มาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม กรรมาธิการได้มีการแก้ไข มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ จําเปึนต้องขอมติ ผมขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนและลงมติ ครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อเสียบบัตรแสดงตนและเตรียมลงมติครับ ทุกท่าน พร้อมแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดแสดงตนครับ เราต้องตรวจสอบองค์ประชุมทุกครั้ง ก่อนจะลงมติ ต้องมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง วันนี้นะครับ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๕ พร้อมหรือยังครับ ขอความกรุณาท่านได้กดแสดงตนเลย เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ขอผลหน่อยครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๗๗ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมขอถามมติ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขกรุณา กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการผู้ขอสงวนหรือเห็นด้วยกับผู้ขอสงวนคํา แปรญัตติกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติ ได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ผมขอป่ดการลงมติ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๙๖ ท่าน เห็นด้วยตามที่ กรรมาธิการแก้ไข ๒๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๑ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ก็เปึนอันว่าในมาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม ที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ได้มีการแก้ไข
ต่อไปมาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการแก้ไข เชิญ ท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและ ผู้สงวนคําแปรญัตติ
ขอท่านผู้สงวนคําแปรญัตติได้อภิปราย มาตรานี้มีผู้อภิปรายที่เสนอชื่อมาท่านเดียว เรียนเชิญท่านเชน เทือกสุบรรณ ท่านได้ ๒๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระทรวงนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ต้องเรียนท่านประธานก่อนว่า ผมเองมีความตั้งใจ และผมเชื่อว่าพวกเราคนไทยทุกคนอยากจะเห็นความก้าวหน้า ของประเทศชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นโดยความจําเปึนแล้วพวกเราไม่คิดที่จะปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่จําเปึน ของกระทรวงนี้เลย ในงบประมาณที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับจัดสรร จากรัฐบาล ๘,๓๕๒ ล้านบาทเศษนั้นเราอยากเห็นนะครับท่านประธาน แต่ว่าต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่างานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้ทํามาในอดีตนั้นเปึน ความรู้สึกของพวกเราว่ามันช่างห่างไกลกับความต้องการและเปัาประสงค์ที่พี่น้อง ประชาชนมีความคาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วนั้นต้องเรียนท่านประธานนะครับ ผมเองมีโอกาสได้ไปพบกับการศึกษาวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลายประการด้วยกัน งานดี ๆ หลายงานแต่ว่าถูกทิ้งถูกขว้าง ไม่ถูกส่วนราชการของ ประเทศไทยนําออกมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนคเทค (NECTEC) หรือต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังเรื่องหนึ่งอย่างกรณีของ เนคเทคได้คิดเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์วิทยุ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นชัด ก็คือว่ากรณีอดีตนายกรัฐมนตรีพูดถึงก็ไม่เสียหายนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เดินทางไป ๓ จังหวัดภาคใต้คิดวิธีตัดสัญญาณโทรศัพท์เพื่อไม่ให้มีการจุดระเบิดโดย สัญญาณวิทยุโทรศัพท์ในรัศมี ๑๐๐ เมตรจากตัวท่านนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่า หลังจากนั้นไม่มีการคิดค้นที่จะนําพาไปให้ทหาร ตํารวจ หรือบุคลากรทางราชการของเรา หรือพี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์แต่ประการใด สิ่งเหล่านี้เปึนตัวอย่างหนึ่งที่ผมยกให้ ท่านประธานได้เห็นท่านประธานครับ วันนี้เทคโนโลยีด้านนาโนเทคโนโลยี (Nano technology) ถ้าท่านประธานติดตามข่าวสารจะเห็นว่าแม้กระทั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีที่เปึนที่เคารพรักของพวกเรา ท่านสนใจมาก ท่านเปึนคนติดต่อ ด้วยซ้ําไป ท่านติดต่อกับต่างประเทศ การสนับสนุนจากประเทศจีนก็ดีในการที่จะให้ ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านเทคโนโลยีด้านนาโนเทคโนโลยีกับประเทศไทย อย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการในเรื่องของงบประมาณของพัฒนาการ ด้านเทคโนโลยี ซึ่งผมคิดว่ากรรมาธิการไม่ได้ตัดงบประมาณส่วนนี้เลย ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่างบประมาณบางงบประมาณผมจําเปึนจะต้องถามกรรมาธิการ ท่านประธานครับ อย่างกรณีดาวเทียมสํารวจทรัพยากรธีออส (THEOS) ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติตั้งแต่ วันที่๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ และให้ความเห็นชอบในการไปลงนามสัญญาตั้งแต่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๗ ในงบประมาณโครงการพัฒนาดาวเทียมธีออส ร่วมกับบริษัท เอดส์ แอสเทรียม เอสเอเอส (EADS Astrium SAS) ประเทศฝรั่งเศส เปึนการลงทุน ต่างตอบแทนระหว่างประเทศไทยกับบริษัทดังกล่าว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มูลค่าของดาวเทียม ดวงนี้ ๖,๔๑๘ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานติดตามให้ดีนะครับ เรามี ความคาดหวังว่าดาวเทียมดวงนี้จะส่งขึ้นไปเปึนดาวเทียมที่มาศึกษาเรื่องของสํารวจ ทรัพยากรของประเทศไทยว่าที่จริงก่อนที่จะส่งดาวเทียมดวงนี้ขึ้นไปเราก็มีความคาดหวัง กันอยู่แล้วว่าจะมีดาวเทียมของไทยเอง ท่านประธานครับ ดาวเทียมนี้มีโครงการกําหนด ส่งครั้งแรกไม่เกิน เรนจ์ วินโดว์ (Range Window) ก็คือวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ คือ ๖ เดือนหลังจากสัญญามีผลบังคับใช้ ท่านประธานครับ กําหนดขึ้นวงโคจรเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ เลื่อนครั้งที่ ๑ แล้วมีการแจ้งเลื่อนอย่างนี้ท่านประธานครับ มีการแจ้ง เลื่อนครั้งที่ ๑ โดยบริษัทแจ้งว่ามีความจําเปึนล่าช้าเนื่องจากการผลิตจรวดส่งดาวเทียม ก็เปึนการเลื่อนครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ แจ้งเมื่อ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ การเตรียมความพร้อมฐาน ส่งจรวดยังไม่เรียบร้อย เลื่อนครั้งที่ ๓ เนื่องจากประเทศอุซเบกิสถานยังไม่อนุญาตให้ใช้ ดร็อป โซน (Drop Zone) ในทะเลของทะเลทรายของประเทศอุซเบกิสถาน ท่านประธานครับ ถึงวันนี้แม้บริษัทจะแจ้งว่าจะไปดร็อปโซนในประเทศคาซัคสถาน แต่ท่านประธานคงทราบว่าถึงวันนี้นะครับยังไม่ได้ส่งดาวเทียมดวงนี้ เพราะประเทศ คาซัคสถานก็ยังไม่ยอม สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ มีเหตุเรื่องที่เราจะต้องมาดูกันว่า เปึนความน่าเปึนห่วงเปึนใย และผมต้องถือโอกาสนี้ผ่านท่านประธานไปถึงประธาน กรรมาธิการและท่านกรรมาธิการทุกท่านว่าเหตุการณ์ทํานองนี้เคยเกิดในประเทศไทย ในอดีตเรามีการประกันดาวเทียมไว้ ๓๐๐ ล้านบาท ที่จริงเปึนตัวเลข แต่ว่าในยุครัฐบาล สมัยนั้นเอาเงินค่าประกันให้กับบริษัทที่สิงคโปร์ วันนี้ยังทวงถามกันอยู่ว่าเปึนความ รับผิดชอบของใครแน่ ดาวเทียมของเรามีการประกัน เอาค่าประกันให้กับเขาไป วันนี้ ก็เช่นกันครับ ถ้าเกิดความเสียหายขึ้น ดาวเทียมดวงหนึ่งมีอายุการใช้งาน ๕ ป้ ท่านประธาน เราทํางบประมาณผูกพันไว้ ๕ ป้เช่นกัน วันนี้เงินก้อนสุดท้ายที่เรายังไม่จ่าย ๒๒ ล้านบาท แต่ว่าทั้งหมด ๖,๔๐๐ ล้านบาท เราได้จ่ายเขาไปแล้ว ท่านประธานครับ ถ้ามาดูคุณภาพและประโยชน์ที่จะได้รับจากดาวเทียม ผมเปึนคนคาดหวังสิ่งที่ดี ๆ หวังว่า ในอนาคตเราสามารถพัฒนาคนไทย พัฒนาเทคโนโลยี เราใช้ประโยชน์จากดาวเทียม ได้อย่างสูงสุด แต่ถ้าดูมูลค่าวันนี้ ณ การที่ลงมือทํานะครับท่านประธาน เราจะมีรายได้ เบื้องต้นจากดาวเทียมอยู่สักประมาณ ๓๐ – ๔๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้น แต่ว่าเราก็ยังคาดหวังว่าในอนาคตเราจะใช้ประโยชน์มันมากขึ้น เราลงทุน ไปถึง ๖,๔๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน สิ่งนี้ท่านประธานครับ ช่วยถามกรรมาธิการ แทนผมด้วยหน่อยว่าเขาจะส่งได้เมื่อไร แล้วถ้าส่งไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเหล่านั้น การลงทุนของประเทศไทย มีการไตร่ตรองกันไหม มีการกระทําในลักษณะที่สัญญา ประกันภัยต่าง ๆ มันจะเอื้อประโยชน์ต่อเรา ผู้ลงทุนหรือว่าเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเช่นที่ เคยทําในรัฐบาลในอดีต สิ่งเหล่านี้ผมถือโอกาสกราบเรียนสอบถามผ่านท่านประธาน ไปถึงกรรมาธิการด้วย ท่านประธานครับ มีอีกหลายเรื่องถ้าพูดถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี พวกเราคาดหวังและเราหวังมุ่งหวังที่จะเห็นว่ากระทรวงนี้มีงานวิจัย มีการส่งเสริม การดูแลที่ให้พี่น้องประชาชน ให้เยาวชนของเราได้รู้เท่าทันในเทคโนโลยี สารสนเทศ เทคโนโลยีทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาให้เมืองไทย เราทันกับนานาประเทศเขา แต่เปึนที่น่าเสียดาย ท่านประธานครับ นอกจากงบประมาณ ที่ได้รับสําหรับกระทรวงนี้น้อยแล้วนั้น หน่วยงานในกระทรวงนี้อีกหลายหน่วยงานนะครับ งบประมาณที่ได้รับผมคิดว่าเปึนงบประมาณที่เราไม่เห็นความสําคัญของมันเลย ผมยกตัวอย่างท่านประธานดูเรื่องหนึ่งนะครับ วันนี้เราจําเปึนต้องมาพูดถึงโรงงานไฟฟัา ปรมาณูหรือโรงงานไฟฟัานิวเคลียร์ ท่านประธานกับผมคงต้องถามว่าถ้าเอาโรงงานไฟฟัา ปรมาณูไปตั้งที่บ้านท่านประธานกับบ้านผมนี่ใครจะรับ สิ่งสําคัญก็คือเราไม่เคยให้ การศึกษากับประชาชน เราไม่เคยที่จะทําความคุ้นเคยให้ประชาชนทั้งหลายได้เห็น ความสําคัญ ตระหนักว่าในอนาคตเปึนเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทําไมเรา จะให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยได้หรือเปล่า เราพัฒนาบุคคล บุคลากร อย่างที่ คุณหมอได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับ ในเรื่องของว่าสามัญสํานึกของคนหรือมีคุณภาพ ของคน หรือความมีวินัยของคนในการที่จะเข้ามาเตรียมความพร้อมที่จะทันสมัย กับเทคโนโลยีอย่างนี้ หรือที่ผมพูดถึงเรื่องนาโนเทคโนโลยี ท่านประธานครับ วันนี้ เรามีเสื้อผ้า เชื่อว่าท่านประธานและพวกเราทุกคนที่นี่มีเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยที่ อาบสารนาโนเทคโนโลยี ท่านประธานครับ วันนี้เรามีข้าราชการ ทหาร ตํารวจ ทหารเกณฑ์บ้านเรานี่ครับ ลูกหลาน ของพวกเราที่เปึนทหารเกณฑ์ทั้งหลาย นาโนเทคโนโลยีได้เข้าไปถึงพวกเขาบ้างไหม เสื้อผ้าที่ต้องใส่สําหรับฝ๊ก สําหรับการใช้แรงงาน สําหรับการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสมรภูมิรบ ซึ่งมันไม่ได้พบกับผงซักฟอก ไม่ได้พบกับอะไรทั้งหลาย แล้วมีนาโนเทคโนโลยีพวกนี้มันจะ สามารถสนองตอบแก้ปัญหา และส่งเสริมให้บุคลากรของพวกเราเหล่านั้นได้รับประโยชน์ แต่ผมไม่เห็นความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นในโครงการต่าง ๆ ของรัฐ เราไม่ได้นําเอาความรู้ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ ผมยกตัวอย่างท่านประธาน เรื่องหนึ่งก็คือว่า วันนี้ทุกหน่วยราชการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ซื้อซอฟท์แวร์ (Software) ต่างคนต่างซื้อทั้งนั้น ซื้อทุกป้ ท่านประธานทราบไหมครับไม่สามารถที่จะลิงค์ (Link) ข้อมูลกันได้เลย สิ่งที่มันเปึนปัญหาวันนั้น ต่างคนต่างสร้างต่างคนต่างซื้อ สิ่งที่เปึนปัญหา ก็คือว่าเราไม่สามารถที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เปึนประโยชน์กับพวกเรา ได้ดีเท่าที่ควรกับมูลค่าที่เสียไป ที่สําคัญที่สุดก็คือเทคโนโลยีเหล่านั้นนับวันก็จะด้อยค่า และด้อยความทันสมัยตลอดไป ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
ขอขอบคุณท่านประธานสภาครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ ขอเรียนชี้แจงต่อท่านผู้อภิปรายนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเชน กรณีของการส่งดาวเทียมที่อยู่ในความรับผิดชอบของประเทศคู่สัญญา ก็เรียนตามตรงว่าได้สอบถามรายละเอียดของบริษัทผู้รับทําสัญญา กรณีที่ยังอยู่ระหว่าง การเจรจาในเรื่องของรายละเอียดของประเทศรัสเซียที่จะต้องจัดส่งดาวเทียมดวงนี้ ซึ่งตอนนี้มีปัญหาในเรื่องของคาซัคสถาน ในเรื่องของการเจรจาอยู่ อย่างไรก็แล้วแต่การ ปรับวันละ ๖๔๐,๐๐๐ บาทนั้น อย่างไรบริษัทผู้รับผิดชอบก็จะต้องรับผิดชอบดังกล่าวกับ ประเทศเรา ขออนุญาตชี้แจงประเด็นเท่านี้ครับ
เชิญท่านเชน
เรียนถามท่านกรรมาธิการ นิดหนึ่ง ท่านกรรมาธิการได้ถามถึงมูลค่าของประกันภัยที่คราวก่อนที่เราต้องสูญเสียไป เปล่า ๆ ไหมครับว่าตกลงเขาทําอย่างไรกัน
รายละเอียดเดี๋ยวผมขออนุญาต ให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับสํานักงบประมาณส่งให้ท่านดีกว่า ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมาธิการ ได้มีการแก้ไข มีกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นและมีสมาชิกขอสงวนคําแปรญัตติ ก็จําเปึนต้องลงมตินะครับ ผมขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนและ ลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมเตรียมแสดงตนนะครับ เชิญครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตน พร้อมหรือยังครับ พร้อมแล้วขอเชิญท่านสมาชิกได้โปรดกดปุ์มแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ขอทราบผลเลยครับ มีสมาชิกผู้อยู่ในห้องประชุมทั้งสิ้น ๒๘๕ ท่านนะครับ ถือว่าครบ องค์ประชุม
ผมขออนุญาตถามมตินะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขมาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการผู้ขอสงวนความเห็นหรือเห็นด้วยกับผู้สงวนคําแปรญัตติ กรุณา กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขอป่ดการลงมติครับ ขอทราบผลครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๙๕ ท่าน เห็นด้วย ตามที่กรรมาธิการได้แก้ไข ๒๐๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ก็เปึนอันว่ามาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการได้มีการแก้ไขครับ
ต่อไปมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ มีการแก้ไข เชิญท่านเลขาธิการ ครับ
มาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
มีผู้ที่มีรายชื่อที่จะอภิปรายอยู่ทั้งหมดของทางฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน ของพรรค ร่วมรัฐบาล ๓ ท่าน ผมขออนุญาตเริ่มจากพรรคร่วมรัฐบาลครับ เรียนเชิญท่านแรก ท่านวราวุธ ศิลปอาชา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ในส่วนของมาตรา ๒๒ นั้นผมได้ขอสงวน ความเห็นปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเรื่องโครงการคอมพิวเตอร์เด็กนักเรียน หรือที่ เขาเรียกว่า โอแอลพีซี (OLPC) วัน แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด (One Laptopท per Child) ท่านประธานที่เคารพครับ ในโครงการนี้ผมต้องเรียนท่านประธานฝากไปถึง กระทรวงศึกษาธิการทั้งกระทรวงเลยนะครับว่าผมเปึนคนแรกที่อภิปรายประเด็นนี้ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ไม่ว่าจะเปึนประเด็นเรื่องของเนื้อหาที่ท่านจะเอาโครงการหรือว่าเนื้อหาอะไร คอนเทนท์ (Content) อะไรใส่เข้าไปในแลปท็อป หรือในโครงการ วัน แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด ท่านจะพัฒนาเนื้อหาอย่างไร หรือท่านจะมีการปัองกันอย่างไรเพื่อไม่ให้ เยาวชนของเรานั้นเข้าอินเทอร์เน็ต (Internet) ไปดูเว็บไซต์ (Website) ที่ไม่เหมาะสม พูดไปหลายอย่าง พูดไปหลายครั้ง ขึ้นพาวเวอร์พอยท์(Power Point) บนจอข้างหลัง ท่านประธานก็ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เวลาผมอภิปรายนั้นส่วนใหญ่ผมจะมีพาวเวอร์พ้อยท์เพื่อ ขึ้นแสดงด้วย แต่ว่าครั้งนี้ผมขออนุญาตไม่ขึ้นแล้วครับ เพราะว่าขึ้นไปก็เหมือนเดิม ๓ ครั้ง ที่ผ่านมาขึ้นอย่างไร ครั้งนี้ผมไปเป่ดดูสิ่งที่ผมกําลังจะพิมพ์เข้าไป เหมือนเดิมเลยครับ ท่านประธาน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อวันก่อนท่านผู้นําฝ์ายค้าน ขออนุญาตที่ต้อง เอ่ยนามนะครับ ท่านยังแซวว่าจะขึ้นสไลด์ (Slide) เดิมอีกหรือเปล่า ผมก็เรียนว่า สไลด์เดิมครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตไปมาวันนี้ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง มาถึง วันนี้ครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้เตือนไป สิ่งที่ได้ฝากข้อสังเกตไป มาวันนี้เปึนจริง หมดเลย วันนี้ผมคงไม่ขอพูดถึงเรื่องเนื้อหา ผมคงไม่ขอพูดถึงเรื่องการพัฒนาเนื้อหา สิ่งที่ ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือการที่จะปัองกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนที่ได้เครื่องโอแอลพีซีไป ๑๐,๐๐๐ เครื่องนั้นที่ตั้งไว้ในงบประมาณนั้นไม่ให้เข้าไปดูเว็บไซต์ เข้าไปในอินเทอร์เน็ต ที่ไม่เหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนั้นเรามีปัญหามากมายเกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ตบ้านเรา ล่าสุดเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีข่าวเยาวชนของเรานั้นก่อคดี สะเทือนขวัญไปฆาตกรรม เพราะว่าไปติดเกมออนไลน์ (Game online) ไปเลียนแบบ บนเกมนั้นสอนให้มีการฆาตกรรมให้เก็บคะแนน ก็ไปเลียนแบบเอาบ้าง นี่คือเปึนปัญหา ครับว่าทําไมผมถึงได้ฝากทางท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการหลายครั้ง หลายคราด้วยกันว่า ขอร้องเถอะครับ หาวิธีปัองกันนะครับ นอกจากเกมออนไลน์แล้วยังมี ปัญหาเรื่องเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เว็บไซต์โป็ไปดูกันเยอะแยะเหลือเกินครับ ท่านประธาน ล่าสุดนะครับมีหนังสือพิมพ์ได้ลงคอลัมน์ (Column) นะครับว่าประเทศไทย นั้นมีปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์สูงขึ้น ส่วนหนึ่งนะครับเพราะมาจากระบบการศึกษาไทยที่ไม่มีการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพ นักศึกษานิยมดูเว็บโป็ และคาดว่าในป้ ๒๕๕๑ จะมีนักศึกษาที่ใช้อินเทอร์เน็ตดูเว็บดังกล่าวสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัวหรือเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งเปึนผลมาจากที่เด็กไทยเข้าถึงสื่อ ได้มากขึ้นนะครับ นี่ก็เปึนปัญหา นอกจากเว็บดังกล่าวยังมีเว็บการพนันอีกครับ ท่านประธาน ผมขอฝากนะครับว่า ถ้าหากท่านเอาคอมพิวเตอร์เหล่านี้ ๑๐,๐๐๐ เครื่อง ไปให้เด็กเยาวชนของเรา ๑๐,๐๐๐ คนแล้วนี่ เอาล่ะครับ เด็กอาจจะไม่ใช้ แต่ถ้าหาก ผู้ปกครองเด็กใช้ขึ้นมาล่ะครับ กลับไปถึงบ้าน พ่อบอกลูกว่า ไอ้หนูเป่ดเว็บอันนี้ให้พ่อดู หน่อยซิ ลิเวอร์พูลกําลังจะเตะแล้ว กดเข้าไปในเว็บไซต์นี้หน่อยเดี๋ยวพ่อจะแทงหน่อย จะหาวิธีปัองกันอย่างไรครับท่านประธาน วิธีการแก้นั้นผมได้เคยเสนอมาหลายครั้ง นะครับ พูดแล้วพูดอีก กระทรวงศึกษาเคยมีนโยบายตั้งโรงเรียนสีขาว ผมก็จะขอให้ทาง กระทรวงศึกษาประสานงานกับทางกระทรวงไอซีที (ICT) จัดตั้งอินเทอร์เน็ต เซอร์วิส โปรไวเดอร์ (Internet Service Provider) หรือผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตสีขาวเกิดขึ้น ทําได้ไม่ยากครับท่านประธาน ฝากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ขอให้ตั้งเถอะครับ ไอเอสพี (ISP) อันนี้ตั้งขึ้นมาแล้ว นี่จะแก้ปัญหาได้หลายอย่าง ลองเอาเนื้อหาทั้งหลาย เว็บไซต์ไหนที่ไม่อยากให้ เด็กนักเรียน ที่ไม่อยากให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงตัดออกไปให้หมด กรองได้ทั้งหมด กรองได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องเกมออนไลน์ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา ไม่เหมาะสม จะเปึนการพนันจะเว็บไซต์โป็หรืออะไรต่าง ๆ อีกมากมายนั้นกรองออกไปได้ หมด ลูกค้าของผู้ให้บริการนะครับ ผมอยากจะให้โรงเรียน สถานศึกษาทุกแห่งไม่จําเปึน จะต้องเปึนเฉพาะของราชการ จะเปึนเอกชนก็ได้ใช้ให้หมดครับไอเอสพีอันนี้นะครับ หน่วยงานราชการ ทุกกรม กอง ใช้ให้หมด ผ่านมายังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้หมด หรือ แม้แต่ผู้ปกครอง วันนี้ผมเองก็เปึนพ่อคนแล้วลูกสาวผมนั้นเริ่มเล่นคอมพิวเตอร์เปึน ถ้าหากว่าประเทศชาติหรือว่าทางส่วนราชการ หรือว่ามีผู้ให้บริการรายใดสามารถให้ บริการอินเทอร์เน็ตที่กรองเอาเนื้อหาทั้งหลายที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนนั้นออกไปให้หมด ผมว่าจะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ เปึนประโยชน์กับเยาวชนของเราเปึนอย่างยิ่ง ถามว่าจะเปึนการแข่งกับเอกชนที่ให้บริการหรือไม่ ปัจจุบันมีเอกชนหลายรายที่ให้บริการ ทางด้านอินเทอร์เน็ตจะเปึนปัญหาไหม ผมเชื่อว่าไม่เปึนครับ หรือถ้าหากว่ารัฐบาลจะ ไม่ทํา ผลักดันให้เอกชนทําขึ้นมาสิครับ ถ้าทําอย่างนั้นได้ ปัญหาเหล่านี้ อาชญากรรมต่าง ๆ จะหายไปเยอะแยะนะครับ เพราะว่าทุกวันนี้มีปัญหาเยอะเหลือเกิน อ่านหนังสือพิมพ์ ทุกวัน ๆ จะมีคดีเหล่านี้ อย่ารอให้มีคดีเพิ่มขึ้นอีกเลยครับ แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ตั้งขึ้นมา เถอะครับท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ กระทรวงด้วย พูดถึงการต่อเข้า อินเทอร์เน็ต ผมขออนุญาตพูดไปถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ออกมาเมื่อป้ที่แล้วนี้เอง ในพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น กําหนดนะครับว่า ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดหรือผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใดนั้นจะต้องมี การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดว่าคอมพิวเตอร์เครื่องไหนเข้าไปดูเว็บไซต์อะไร ระยะเวลา เท่าไร เวลาใด ใครเปึนคนเข้า สิ่งเหล่านี้ถือว่าเปึนพระราชบัญญัติที่ดีมีประสิทธิภาพครับ ผมขอใช้คําว่า มีประสิทธิภาพ แต่ว่าไม่มีประสิทธิผล เนื่องจากว่าพอพระราชบัญญัติว่า ด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ออกมานั้น หน่วยงาน กลุ่มคนที่มีปัญหาที่ เดือดร้อนที่สุดกลับไม่ใช่ภาคเอกชนครับ เปึนภาคราชการด้วยกันเอง ในฐานะ กรรมาธิการผมได้มีโอกาสเข้าไปดูงบประมาณของด้านไอซีทีของทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกกอง ทุกคนนั้นไม่รู้เลยครับว่าจะทําอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ ดังกล่าว บางกระทรวง บางกรม ขอเสนองบประมาณมา ๒ แสนบาท บางหน่วยงาน ขอเสนอมา ๒๐ ล้านบาท และที่สําคัญครับท่านประธาน พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ป้ที่แล้ว แต่วันนี้หน่วยงานต่าง ๆ มาขอตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านทําผิด กฎหมายหมดเลยนะครับ อยากจะขอฝากครับ ทั้งกระทรวงศึกษา ทั้งกระทรวงไอซีที โรงเรียนทุกโรงเรียนจะทําอย่างไรครับ จะเก็บข้อมูลว่านักเรียนคนไหนเข้าไปดูเว็บไซต์ อะไร ตอนกี่โมง ใช้ระยะเวลาเท่าไร คุมให้ละเอียด นี่คือปัญหานะครับ คอมพิวเตอร์โอแอลพีซีนั้น ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนั้น เด็กนักเรียนถ้าเอากลับไปที่บ้านแล้ว ท่านจะมีการควบคุมการใช้ของเด็กอย่างไร เด็กบางคนอาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์เข้าไป ค้นคว้าหาข้อมูลทางด้านการทํางาน แต่ว่าเด็กบางคนนั้นอาจจะมีความคิดที่แตกต่าง กันไป สภาพแวดล้อมแตกต่างกันไป ต้องขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอให้พิจาณาเถอะครับว่าจะแก้ปัญหาอันนี้ ได้อย่างไร
ประเด็นสุดท้ายครับ คอมพิวเตอร์นี้พอซื้อมาแล้วจะมีบุคลากรไหมที่จะมา เฝัาอบรมนักเรียนทั้งหลาย ทุกวันนี้หน่วยราชการของไทยนั้นมีปัญหาครับ ขาดบุคลากร ด้านไอที (IT) มากมาย ประเด็นนี้ผมก็พูดมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน ขอให้ท่านตั้ง สํานักงานหรือจะเปึนสถาบันพัฒนาฝ้มือของข้าราชการด้านไอทีขึ้นมา เพราะว่ามีงบ ขอฝ๊กอบรมสัมมนาด้านไอทีหลายร้อยล้านบาท เปึนพันล้านบาท สําหรับ ป้ ๒๕๕๒ ไปจ้างบริษัทเอกชนเยอะแยะ ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้โยกงบประมาณเหล่านี้ไปให้ กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเลย ช่วงที่ผมพิจารณาผมเห็นว่าบางกระทรวงมีศักยภาพมาก มีบุคลากรที่มีความสามารถ ผมยังถามเลยบอกเอาไหม โยกงบประมาณทั้งหมดเลยมา ให้กับท่านหน่วยงานเดียวท่านทําได้ไหม เขาก็บอกว่าผมมีเงินผมทําได้ ฉะนั้นในครั้งหน้า ในป้ ๒๕๕๓ ถ้าท่านจะตั้งงบประมาณขอความกรุณาเถอะครับ ดูในส่วนราชการด้วยกัน ก่อน ก่อนจะไปจ้างคนอื่นว่าหน่วยงานของท่านมีศักยภาพพอทําเองได้หรือเปล่า ทั้งหมด ที่ผมได้กล่าวมานี้ก็เปึนเหตุผลที่ทําไมผมถึงได้ขออนุญาตสงวนความเห็นปรับลด งบประมาณในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปึนจํานวน ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขออนุญาตทางสุภาพสตรีนะครับ ขอเชิญท่านวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จังหวัดมุกดาหาร ดิฉันได้ แปรญัตติ และได้สงวนคําพูดไว้ในมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันได้เห็นการทํางานของคณะกรรมาธิการ ได้มุ่งเน้นว่าจะสร้างความรู้ให้กับประชาชน เด็กนักเรียนทุก ๆ คน ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนี้ได้รับงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ มากเปึนที่สุด ๓๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนระดับต้น ๆ ของงบประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันคิดว่าในการจัดงบประมาณให้กระทรวงศึกษาธิการนี้เปึนสิ่งที่ดีมากค่ะ เพียงแต่ว่าดิฉันได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณในส่วนของมหาวิทยาลัย ในหมวดของ การก่อสร้างทั้งหมด ซึ่งดิฉันได้บอกว่าในหมวดของการก่อสร้างทั้งหมด ท่านคะ การงบประมาณการก่อสร้างได้มีการตั้งงบประมาณเมื่องบประมาณก่อนนะคะ เมื่อ งบประมาณที่แล้ว ๒๘๑,๐๐๐ ล้านบาท มาเพิ่มในป้นี้ ๓๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งต่างกันอยู่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้มีหมวดก่อสร้างอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านคะในหมวดก่อสร้างนี้ส่วนมากจะเปึนการก่อสร้างให้กับมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่ง ซึ่งอยู่ในประเทศไทยนี้ทราบว่ามีอยู่ ๔๐๔ แห่งนะคะ ในกรณีที่การก่อสร้างนั้นเมื่อป้ที่แล้ว ได้ตั้งงบประมาณในการงบประมาณผูกพัน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น มีการก่อสร้าง เดิม ๆ อยู่แล้ว แต่อยากเรียนท่านกรรมาธิการว่าในการคํานวณงบประมาณในการ ก่อสร้างอาคารนั้นเมื่อป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ นะคะ วัสดุก่อสร้างนั้น ยังอยู่ในส่วนของ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในราคาปัจจุบัน อย่างเช่น เหล็ก นะคะ เหล็กนั้น เมื่อก่อนนี้ตันหนึ่ง ๒๔,๐๐๐ บาท แต่ตอนนี้คะ ๔๔,๐๐๐ บาท ดิฉันจึงบอกว่า ในกรณีที่เพิ่มงบประมาณในการก่อสร้างในป้ ๒๕๕๒ นี้ ได้เช็คจํานวนออกมาประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท คือ ๙๗๕ ล้านบาท ดิฉันอยากจะขอสงวนและขอเรียนกรรมาธิการว่า ควรจะทบทวนและปรับงบประมาณ ตัวนี้ลง อย่าเพิ่งก่อสร้างเลยค่ะท่าน โครงการใหญ่ ๆ ตอนนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้รับเหมากําลังจะปัดไม่รับการประมูล ไม่รับงานจ้างนั้นแล้วค่ะ แต่ว่า ในส่วนก่อสร้างที่ตั้งไว้ในป้ ๒๕๕๒ นี้ ขอให้ท่านกรรมาธิการทุก ๆ ท่าน ผ่านท่านประธาน ว่าทบทวนได้ไหมนะคะ เพราะดิฉันได้เห็นว่ามีการจัดเพิ่มให้กับสํานักงานคณะกรรมการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านคะ คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศไทยมีสถาน การศึกษาทั้งหมด ๓๙,๗๙๘ สถาน มีนักเรียนทั้งหมด ๑๖,๗๕๐,๐๐๐ คน นักเรียน สํานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานก็คือนักเรียนประถมและมัธยม ๘ ล้าน ๕ แสน สํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา มีแค่ ๒ ล้าน ๑ แสน แต่การก่อสร้างอาคารเรียน ให้กับให้กับมหาวิทยาลัยเพิ่มมากถึงขนาดนี้ ท่านคะ การที่จะพัฒนาเด็กให้มีความรู้ ให้ทันสู่ยุคโลกาภิวัตน์นี้นะคะ ควรไหมคะ ชะลอไปก็ได้ค่ะในป้ ๒๕๕๒ นี้ แล้วขอ งบประมาณนี้จัดไปเพิ่มให้ทางโรงเรียนประถม และโรงเรียนมัธยมนะคะ ซึ่งมีการเพิ่มเติม ให้ แต่ดิฉันคิดว่าการเพิ่มเติมในงบประมาณนี้ ๑,๖๔๒ นี้คะ มาดูแล้วนะคะ มีการสร้าง โรงอาหารบ้าง มีการสร้างส้วมให้บ้างนะคะ ดีมากค่ะ ดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ งบประมาณนะคะที่พิจารณาให้โรงเรียนแต่ละโรงเรียนมีการปรับปรุงซ่อมแซมให้กับ โรงเรียนและโรงเรียนในส่วนของเด็กนักเรียนประถมและมัธยม ไม่ว่าจะเปึนการสร้างส้วม สร้างส้วมให้ ไม่ว่าจะเปึนการสร้างศูนย์กีฬาแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ อาคาร ๑ ล้านกว่าบาท อย่างนี้นะคะ ดิฉันขอนะคะ ถ้างบประมาณตัวนี้ท่านกรรมาธิการในวาระ ๒ นี้สามารถ ทบทวนได้ แปรญัตติลงไปเปึนการทําสนามกีฬาให้กับกลุ่มโรงเรียนประถมได้ไหมคะ แล้วก็เมื่อสักครู่ได้เห็นท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งในพรรคชาติไทยได้บอกว่า เรื่องคอมพิวเตอร์ ท่านทราบไหมว่าในโรงเรียนประถมและมัธยมมีนักเรียนอยู่ ๕๐ คน คุณครูให้จ่าย เงินเดือน เดือนละ ๓๐๐ บาท จ่ายเปึนค่าเรียนคอมพิวเตอร์ มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ในโรงเรียนแค่ ๕ เครื่อง นักเรียน ๔๐ คน ใน ๑ เดือนไม่สามารถที่จะได้เรียน ๑ เดือนได้ จ่ายทิ้งไปเฉย ๆ ๓๐๐ – ๓๕๐ บาท นี่แหละค่ะ เราจะเสริมเพิ่มความรู้ให้กับเขาได้อย่างไร เด็ก ๆ นี้จะรับความรู้จากเราได้มากที่สุด เด็ก ๆ นี้เหมือนกระดาษสีขาว เราจะแต่งแต้ม อย่างไรให้เขา จะให้ดูดี จะให้เลวร้ายก็ได้ จะวาดการ์ตูนเปึนมังกรเปึนอะไรที่โหดร้ายก็ได้ จะทําให้เขาเปึนคนเรียบร้อย และก็สุภาพเรียบร้อยอะไรก็ได้อย่างนี้นะคะ จึงขอว่าในส่วน งบประมาณนั้นสร้างให้เขาเถอะค่ะ สนามกีฬาบ้าง ถนนภายในโรงเรียนนะคะ ซึ่งตอนนี้ ถนนภายในโรงเรียนอย่างกับบวกควายนะคะ คือเปึนหนองน้ําให้ควายนอนเล่นน้ํานะคะ สนามกีฬาปัจจุบันก็เหมือนกันนะคะ ท่านคะ ดิฉันได้รับทราบมาว่าในช่วงนี้ยุคโลกาภิ วัตน์มีโครงการที่จะสามารถสร้างเสริมคุณภาพและพัฒนาความรู้ให้กับเด็กนักเรียนได้ อย่างเช่นโครงการพัฒนาสมองและสติปัญญาเด็ก เพื่อให้เด็กได้พัฒนาเสริมสร้างทักษะ ให้ฉลาดหลักแหลม ให้ทันต่อยุคโลกาภิวัตน์นะคะ อย่างเช่นโครงการเรียนรู้การหาข้อมูล ต่าง ๆ แผนที่อิเล็กทรอนิกส์ของมหาสมุทร ตําแหน่งประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกตั้งอยู่ที่ใด มีเมืองหลวงชื่อว่าอะไร มีประชากรจํานวนเท่าไร มีพื้นที่แต่ละประเทศเท่าไร นี่ล่ะค่ะ สื่อการสอนการเรียนนี้ สามารถสื่อการสอนการเรียนให้กับเด็ก ๆ จากวัยประถมและ มัธยมได้ค่ะ ขอนะคะท่านกรรมาธิการ ขอเรียนท่านประธานนะคะใช้เวลานิดหน่อย แล้วขอฝากให้ท่านกรรมาธิการที่จะเปึนในคราวหน้า หรือถ้าหากว่าในคราวนี้ก็ขอทบทวน ในส่วนของการก่อสร้างอาคารให้กับมหาวิทยาลัย ที่ ๙๗๕ ล้านบาทนะคะกลับมาให้กับ ประถมและมัธยม เพราะว่าในส่วนก่อสร้างของงบประมาณเมื่อป้ที่ผ่านมา เปลี่ยนงบ ผูกพัน ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ก็ยังสร้างไม่เสร็จเลยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
เรียนเชิญดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนงบประมาณของมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ ผมขอปรับลดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของสํานักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพราะถือว่าเปึนงบก้อนใหญ่ประมาณ ๒๐๙,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข กลม ๆ นะครับ มีแผนงานสําคัญอยู่ ๒ แผนงาน คือแผนงานการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้และก็แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา เราจะ เห็นว่าในงบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะเปึนงบบุคลากร ๘๒ เปอร์เซ็นต์ และก็เหลืองบในการ อุดหนุนสําหรับการพัฒนางานต่าง ๆ เพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวนเงินมากจะใช้เปึน เงินเดือนและค่าตอบแทนเสียมาก แต่ข้อถกเถียงในสังคมที่ผมจะอภิปรายเพื่อขอปรับลด งบของกระทรวงศึกษาธิการในวันนี้ มันมีแผนงานต่อเนื่องที่สําคัญ และสําคัญไม่น้อยกว่า ๒ แผนงานแรกที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็คือความสําเร็จหรือความล้มเหลวในการปฏิรูป การศึกษา ซึ่งเราดําเนินการมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๒ เราได้มีการปฏิรูปการศึกษาครั้งหลังสุด เมื่อป้ ๒๕๔๒ จะครบวาระ ๑๐ ป้ ในป้ ๒๕๕๒ แต่สิ่งที่เราได้เห็นคือเกือบ ๑๐ ป้ของ การปฏิรูปครั้งหลังสุดเราจะเห็นว่าวันเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมาหมดไปกับเรื่องของการ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับโครงสร้าง เรื่องกฎหมายมากกว่าที่จะพูดกันถึงเรื่องคุณภาพของการจัดการศึกษา ซึ่งจนถึงวันนี้ผม คิดว่าคุณภาพในการจัดการศึกษาหลังจากการปฏิรูปมาเกือบจะครบ ๑๐ ป้ ยังไม่เปึนที่ น่าพอใจของการดําเนินการ เพราะฉะนั้นภาระของกระทรวงศึกษาธิการที่เราตั้งเปัาไว้ว่า ในป้ ๒๕๕๑ การศึกษาโดยเฉลี่ยของคนไทยจะต้องอยู่ที่เกณฑ์ ๙.๕ ป้ การสํารวจ ครั้งหลังสุดปรากฏว่าทําได้เพียง ๘.๖ ป้ ไม่ถึงเปัาหมาย แล้วในทุกระดับผมคิดว่ายังคง เปึนปัญหาอยู่ ในระดับอาชีวศึกษาซึ่งจะเปึนภาคส่วนที่สําคัญในการสร้างกําลังคน ในตลาดแรงงานในวันนี้ ทักษะและคุณภาพของนักศึกษาที่จบจากด้านอาชีวศึกษานี่ ผมคิดว่าไม่สอดคล้องในเรื่องศักยภาพและคุณภาพตามความต้องการของหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระดับอุดมศึกษาก็มีปัญหาครับ ความเบี่ยงเบนในกระแสของผู้เรียน ซึ่งเริ่มจะไปเน้นทางด้านสังคมศาสตร์ ทางด้านภาษาต่างประเทศ ทางด้านนิติศาสตร์ ทางด้านศิลปศาสตร์ มีแนวโน้มที่จะไหลไปเรียนทางด้านนี้มากกว่า เพราะไม่อยากยุ่งยาก กับการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ปัญหาในวันข้างหน้าก็คือความขาดแคลน บุคลากรในทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งวันนี้เราเริ่มเห็นแนวทางของความ ขาดแคลน ปัญหาเหล่านี้เปึนสิ่งจําเปึนที่ผมคิดว่าในการจัดสรรงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการ ผู้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว อาจจะมองว่ามันเปึนเรื่องที่เราจัดการ มาเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ภาระต่อเนื่อง ความสําคัญ ความจําเปึนในเรื่องการปฏิรูป เราคิดว่า ระยะเปลี่ยนผ่านในรอบ ๑๐ ป้นี่ จะทําให้ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อย ผมคิดว่าไม่จริง หรอกครับ ยังมีหลายเรื่อง หลายภาระที่ยังไม่สามารถดําเนินการตามกรอบข้อบังคับของ กฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษา ป้ ๒๕๔๒ เพราะฉะนั้นแนวทางในเรื่องการจัดการ เรื่องการปฏิรูปของรัฐบาล ผมคิดว่ายังเปึนเรื่องจําเปึนที่ผ่านมา ๑๐ ป้แล้วยังเปึนเรื่องที่ เราต้องตระหนัก ต้องคิด ต้องทํา ผมคิดว่ารัฐบาลต้องให้ความสําคัญในการปฏิรูป การศึกษาอย่างจริงจัง เราจะเห็นว่าวันนี้ปฏิรูปมา ๑๐ ป้ เราใส่งบลงไปเยอะหลายพัน ล้านบาท หลายหมื่นล้านบาท แต่เรายังมีปัญหาเนื่องจากว่าเราไม่ได้เห็นว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ต้องทํากันอย่างจริงจัง การจะทําอย่างจริงจังจะทําอย่างไรครับ การคัดเลือกบุคคลที่จะมารับตําแหน่งในทางการเมืองนี้ ผมคิดว่าจําเปึนจะต้องมีคนที่มี ความรู้ มีความเข้าใจในเรื่องการศึกษา จริงอยู่ครับ เรามีบุคลากรในทางการศึกษา เรามี นักการศึกษาสําคัญ ๆ หลายคนในระบบราชการ แต่การกําหนดทิศทางการศึกษาของ ชาตินี้ต้องกําหนดโดยทางการเมือง การเลือกคนมารับตําแหน่งในทางการเมือง จึงต้อง ละเลิกในเรื่องโควตา (Quote) ของพรรค โควตาของส่วนการเมือง สามารถกําหนดทิศทาง ในการพัฒนาการศึกษาของชาติได้ สิงคโปร์กําหนด ๒ เรื่องครับ ๑. เน้นในเรื่องการอ่าน ๒. เน้นในเรื่องระบบคิด ของเราเหมือนกันครับ คนที่เข้าสู่ตําแหน่งในทางการเมืองจะต้อง กําหนดทิศทางว่าใน ๑๐ ป้ข้างหน้า ๒๐ ป้ข้างหน้าคนไทยจะต้องมีลักษณะอย่างไร ความ คิดเห็นของผมคิดว่าอย่างน้อย ๓ ประการที่เราจําเปึนต้องเน้นสําหรับคนที่ได้รับการศึกษา เพื่อหวังให้เห็นว่าคนไทยใน ๑๐ ป้ข้างหน้านี้เราอยากเห็นคนมีคุณลักษณะเปึนแบบไหน
เรื่องที่ ๑ ก็คือระบบความรู้ เราจะทําอย่างไรเมื่อเราจัดการศึกษาตาม หลักสูตรแล้ว ภายหลังการปฏิรูปนี้จะทําให้เด็กไทยในยุคข้างหน้ามีความรู้ตามเกณฑ์ ที่ได้รับการศึกษา แต่ความรู้อย่างเดียวไม่พอนะครับ ความรอบรู้เปึนความจําเปึนของชีวิต ในวันข้างหน้า เราจะทําอย่างไรให้เด็กสามารถจะมีทั้งความรู้และความรอบรู้ไปในเวลา เดียวกันได้
เรื่องที่ ๒ ที่สําคัญสําหรับการดําเนินชีวิตของผู้คนในวันข้างหน้าก็คือ เรื่องของระบบคิด ผมคิดว่าในสังคมของเรานี้คนทุกกลุ่มมีปัญหาเรื่องระบบคิด เราจัด การศึกษามาเปึนระยะเวลานาน แต่เราจะเห็นว่าผลพวงของการศึกษานี้เราสร้างคนที่ไม่ สามารถคิดและตัดสินใจได้ว่าสิ่งไหนถูกต้อง ชั่วดี สิ่งไหนควรทํา ไม่ควรทํา นี่ถือว่า เปึนความล้มเหลวในระบบคิด เราติดตามดูการแสดงความคิดเห็น การถาม การตอบ เขา บอกว่าการถามแสดงถึงปัญญาของผู้ถาม การตอบแสดงถึงความฉลาดหลักแหลมของ ผู้ตอบ สิ่งนี้ถ้าเราติดตามสื่อต่าง ๆ เราจะเห็นว่าการถาม การตอบมีปัญหา นั่นเพราะเรา มีปัญหาในเรื่องระบบคิด ซึ่งระบบการศึกษานี้ไม่สามารถสร้างคนให้มีระบบคิดที่ดีได้ ก็เลยมีปัญหาในคนทุกกลุ่ม
เรื่องที่ ๓ ที่เปึนเรื่องสําคัญก็คือระบบการดําเนินชีวิต เรื่องนี้สําคัญครับ การดําเนินชีวิตอย่างมีเปัาหมาย อย่างมีปณิธาน อย่างเข้าใจ อย่างมีการเตรียมการ สามารถเลือกชีวิตว่าจะเดินไปในทิศทางไหนได้นี้ ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่จําเปึนจะต้องสร้าง สิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แล้วก็สร้างได้ด้วยการศึกษา เปึนความจําเปึนที่เราจะต้องดําเนินการ ต่อเนื่องจากการปฏิรูป ซึ่งจะครบ ๑๐ ป้ การปฏิรูปการศึกษาไม่มีทางจะทําสําเร็จได้ ถ้าเราไม่ทํา ๒ เรื่องครับ ก็คือเรื่องการพัฒนาครูกับเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ การปฏิรูป การเรียนรู้ผมพูดไปแล้ว การพัฒนาครูเปึนเรื่องหลัก เปึนเรื่องสําคัญที่เราต้องทํา สิ่งที่ผม อยากเห็นในงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ก็คือ เราอยากเห็นสถาบันพัฒนาครูและกองทุน พัฒนาครู สิ่งนี้เปึนตามกรอบของ พ.ร.บ. การศึกษาป้ ๒๕๔๔ พ.ร.บ. ระบุไว้วันนี้ ยังไม่ได้ทํา ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามหรือไม่ว่าผ่านมาเกือบ ๑๐ ป้ ทําไมไม่การจัดตั้งสถาบันพัฒนาครู แล้วก็กองทุนพัฒนาครู เราจะเปลี่ยนแปลงโลก จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ นี้ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการจัดการศึกษา ครูที่อยู่ในระบบ มานาน ๕ ป้ ๑๐ ป้ควรจะได้กลับมารับการพัฒนาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความทันสมัยความก้าวหน้าของโลกในยุคปัจจุบัน เราจะทําอย่างไรที่เราจะพัฒนา ศักยภาพของครู ซึ่งเปึนบุคลากรสําคัญในการจัดการในเรื่องการศึกษาทั้งหมดนี้ เราจะ ทําอย่างไรให้ครูเปึนผู้นําทางวิชาการอย่างแท้จริง เราจะทําอย่างไรให้ครูเปึนครูมืออาชีพ วันนี้เราพูดถึงเรื่องใบรับรองวิชาชีพครู ยกระดับครู สร้างครูรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาในการ ศึกษามากกว่า ๔ ป้ ๕ ป้ หรือ ๖ ป้ และที่สําคัญครูที่อยู่ในสังคมเดิมต้องได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราจะทําอย่างไรในสังคมที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ความก้าวหน้า ความทันสมัย ต้องสร้างระบบสารสนเทศสําหรับการพัฒนาครูให้ทัน กับโลกยุคโลกาภิวัตน์ ทําอย่างไรให้ครูได้กลับมาคิดว่าความสําคัญในเรื่องการจัดการศึกษาในวันนี้เราเลิกเปึน กังวลเรื่องโครงสร้าง เลิกเปึนกังวลเรื่องกฎหมาย แต่ต้องกลับมาในห้องเรียนว่าคุณภาพ ของนักเรียน ของการเรียนอยู่ที่ครูและนักเรียนในห้องเรียนเปึนเรื่องหลัก เราจะทําอย่างไร ให้สามารถพัฒนาครูตามความสามารถ ตามความถนัด ตามความสนใจ ผมเห็นว่า ยังเปึนความจําเปึนที่เราจะต้องจัดการในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการตั้งสถาบัน พัฒนาครูและกองทุนพัฒนาครูตามกรอบของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๔ ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ต้องทําครับ ขอบคุณมากครับ
เรียนเชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับมาตรา ๒๒ เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเปึนกระทรวงที่มีความสําคัญที่สุด เพราะว่าเปึนกระทรวงที่สร้างมันสมองของชาติ ผมเคยพูดเสมอครับ ท่านประธานครับ ว่าการศึกษาสร้างคนเพื่อให้คนไปสร้างชาติ ถ้าชาติใด ประเทศใดไม่พัฒนาการศึกษา ในที่สุดประเทศนั้นก็จะล้าหลัง ประเทศที่เขาฉลาดเขาต้องทุ่มเทงบประมาณมาเพื่อ การศึกษา ผมดีใจครับ ป้นี้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการได้รับมากที่สุดเมื่อเทียบ กับกระทรวงอื่น แต่ว่าสิ่งที่ผมกังวลมาก ท่านประธานครับ ก็คือการใช้งบประมาณให้เกิด ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อการจัดการศึกษาหรือไม่ สิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่า การปฏิรูปการศึกษาเมื่อป้ ๒๕๔๒ นั้น เปึนการปฏิรูป การศึกษาเพื่อไปสู่คุณภาพการศึกษา เพื่อสร้างคนไทยให้สู้กับการศึกษาบนเวทีโลกได้ ผมเป่ดดูงบประมาณในการศึกษาแล้วครับ และเคยให้ข้อสังเกตในชั้นรับหลักการว่า ในการจัดตั้งงบประมาณครั้งนี้ต้องไปสอดรับกับโครงการปฏิรูปการศึกษา กับนโยบาย ปฏิรูปการศึกษา แต่เมื่อดูแล้วค่อนข้างจะผิดหวังนิด ๆ เพราะว่าเม็ดเงิน ๓ แสนกว่าล้านบาท ไม่ตอบสนองปัญจะปฏิรูปการศึกษา ซึ่งถือว่าเปึนหัวใจ ผมคงไม่ลงรายละเอียด เพราะว่า ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการ การศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ท่านให้ข้อสังเกตที่น่ารับฟัง และผมกราบเรียนว่า ถ้าเราจัดงบประมาณสอดรับกับการปฏิรูปการศึกษาจะเปึนเรื่องที่ดีที่สุด ต่อประเด็นตรงนี้ ผมต้องเรียนถามคณะกรรมาธิการครับว่า ท่านได้ดูงบประมาณเหล่านี้หรือไม่ ดูงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการให้สอดรับกับการปฏิรูปการศึกษาหรือไม่ เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ท่านครับ ที่ผมลงรายละเอียดสักนิดหนึ่ง ในการศึกษา ๓ ระดับ ที่จัดการศึกษาคือพื้นฐานอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ซึ่งจะขอเลือกพูดในประเด็น สําคัญ ๆ ที่ผมได้ให้ข้อสังเกตในวาระรับหลักการ แล้วก็มาตรวจสอบว่าสิ่งที่ผม ให้ข้อสังเกตนั้น คณะกรรมาธิการไปดูงบประมาณในภาพรวม ท่านได้ดูแลเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร ประเด็นในเรื่องของการศึกษาขั้นพื้นฐาน สิ่งที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กังวลมากที่สุดในวาระรับหลักการ ก็คือ ๒ โครงการหลัก คือโครงการนมโรงเรียน กับโครงการอาหารกลางวัน วันนี้ผมดีใจครับ อย่างน้อยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ท่าน มาฝากประเด็นให้ผมได้สอบถามท่านประธานสู่คณะกรรมาธิการ ท่าน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี เปึนกังวลในเรื่องนี้ โดยปกติในหลักการ โครงการนมโรงเรียน ท่านประธานครับ จัดให้เด็กเล็กถึง ป. ๔ เด็กที่อยู่โรงเรียนของรัฐ ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เด็กที่อยู่โรงเรียนเอกชนได้ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราไปข้อสังเกตในชั้นรับหลักการว่าเด็กที่เรียนโรงเรียนเอกชนก็เปึนเด็กไทย และไม่ใช่ว่า มาจากครอบครัวที่ร่ํารวยก็เปึนเด็กที่ยากจนเหมือนกัน แต่สาเหตุที่เขาเลือกเรียนเอกชน เพราะว่า ๑. เขาอาจจะอยู่ใกล้โรงเรียนเอกชน ประการที่ ๒ โรงเรียนเอกชนที่เขาเลือก อาจจะมีคุณภาพดีกว่าโรงเรียนรัฐ ในเมื่อเขาไปเรียนโรงเรียนเอกชนแล้วไม่ได้หมายความว่า เขาจะร่ํารวย ทําไมครับ ที่รัฐบาลไม่ตั้งงบประมาณให้เด็กเล็กถึง ป.๔ ได้รับงบประมาณ รายจ่ายโครงการโรงเรียนเท่าเทียมกับเด็กที่เรียนโรงเรียนของรัฐบาล ผมดูแล้ว คณะกรรมาธิการก็ไม่ได้พิจารณาในตรงนี้ เสียดายมากครับ ก็ฝากเปึนข้อสังเกตว่า ในป้ต่อไปท่านต้องดูแลเรื่องนี้ เช่นเดียวกันครับ โครงการอาหารกลางวันเพื่อที่จะ เสริมสร้างให้เด็กที่อยู่วัยเจริญเติบโตได้มีโภชนาการที่ดี ครบถ้วน ร่างกายสมบูรณ์สมอง จะได้ดี โดยหลักการแล้วทางรัฐบาลให้เด็กเล็กถึงชั้น ป.๖ แต่ท่านครับ ปรากฏว่ารัฐบาล สามารถอนุมัติงบประมาณได้เพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่เรียนโรงเรียนรัฐบาล ๒๐ เปอร์เซ็นต์สําหรับเด็กที่เรียนโรงเรียนเอกชน ตรงนี้ล่ะครับที่ผมกราบเรียนว่า เปึนประเด็นที่มีความสําคัญมาก เปึนประเด็นที่คณะกรรมาธิการจะต้องช่วยดูแลทั้งนม โรงเรียน โครงการอาหารกลางวัน เพื่อคุณภาพของเด็ก เพื่อสมองของเด็ก เพื่อสมองของชาติ ต้องได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ
ผมกราบเรียนเปึนข้อสังเกต เรื่องที่ ๒ ของคณะกรรมการการศึกษา อาชีวศึกษานะครับ เปึนประเด็นที่ผมกราบเรียนสัก ๓ เรื่องครับสั้น ๆ ก็คือ
อันที่ ๑ เรื่องโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งเปึนเรื่องที่ดีมากครับ แต่ว่าหลังจากผมดูงบประมาณแล้วปรากฏว่าการจัดสรรงบประมาณไม่ไปรองรับเพื่อที่จะไป เสริมสร้างให้อาชีวศึกษาไปจัดระบบอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เพราะว่าการจัดระบบ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเปึนการเสริมสร้าง เปึนการฝ๊กให้เด็กมีทักษะ ทั้งในระดับฝ้มือ ระดับช่างฝ้มือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี แต่งบประมาณก็ไม่สามารถที่จะไป เซิฟ (Serve) ได้มากพอ ก็น่าเสียดายครับ
ในส่วนที่ ๒ ผมได้อภิปรายไว้ในชั้นรับหลักการนะครับ ก็คือ พ.ร.บ. อาชีวศึกษาที่จะให้การอาชีวศึกษานั้นเปึนสถาบันเป่ดถึงปริญญาตรี ปริญญาตรี นักปฏิบัติการ แต่ปรากฏว่าการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ป้ ๒๕๕๒ ไม่ได้ ไปสนับสนุนเท่าที่ควรนะครับ ก็เปึนประเด็นที่ผมกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการจะต้อง ดูแลเปึนพิเศษ มิฉะนั้นแล้วสถาบันอาชีวศึกษาซึ่งเปึนสิ่งที่เราคาดหวังมากก็จะไม่ไปสู่ ความสําเร็จจะจัดการศึกษาไม่บรรลุผลสําเร็จอย่างแน่นอน เรื่องของฟ่กซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix it Center) ผมก็อภิปรายเช่นเดียวกันท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่ผมเรียนว่าเปึนเรื่อง ที่มีประโยชน์มากครับ เปึนเรื่องที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนชาวบ้าน ที่สามารถ เอาเครื่องไม้เครื่องมือประจําบ้าน เครื่องไม้เครื่องมือในการทําการเกษตรมาซ่อม แต่ว่า อาจจะมีขั้นตอนในการบริหารจัดการ ก็ขอฝากเรื่องนี้ด้วย การจัดการอาชีวศึกษา มันตอบสนอง ๓ เรื่อง ผมกราบเรียนนะครับท่านประธานครับก็คือเรื่องของคุณธรรม เรื่องที่ ๑ งบประมาณไปส่งเสริมในเรื่องด้านคุณธรรมหรือไม่ เรื่องของวินัย เพราะอาชีวศึกษานั้นนะครับสิ่งสําคัญที่สุดก็คือสอนให้คนมีวินัย ส่วนที่ ๓ ก็คือเรื่องของ ความอดทนอดกลั้น ซึ่งเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากต่อการอาชีวศึกษา และก็เรื่อง สุดท้าย ที่จริงควรจะเปึนเรื่องแรก แต่เท่าที่ศึกษามานี่สถานประกอบการบอกว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เปึนเรื่องแรก ก็คือเรื่องของทักษะฝ้มือ แต่สถานประกอบการเขาให้ความสําคัญใน เรื่องของวินัย ในเรื่องของความอดทนอดกลั้นเปึนอันดับแรก ๆ ด้วยซ้ําไป เพราะว่าในเรื่อง ฝ้มือนั้นนักศึกษานะครับฝ๊กมาเปึนพื้นฐานพอเข้าสู่งานฝ๊กเพิ่มเติมได้ ก็ฝากท่านประธาน ว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณนี้สอดรับกับคุณภาพอาชีวศึกษาหรือไม่
ส่วนที่ ๓ อุดมศึกษา อุดมศึกษาที่น่ากังวลมาก ๆ ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของคุณภาพอุดมศึกษา ที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่วาระแรกเลยนะครับว่าวันนี้ อุดมศึกษาน่าเปึนห่วงมากครับ มีความแตกต่างกันมากเหลือเกิน เรามีบัณฑิตชั้น ๑ บัณฑิตชั้น ๒ บัณฑิตชั้น ๓ มีคํากล่าวว่า จ่ายครบจบแน่ ซึ่งเปึนสิ่งที่เราไม่ควรจะ ปรารถนา
และสิ่งที่ขอฝากสุดท้าย เรื่องการทุจริตในสถาบันอุดมศึกษา กรณีที่ผม กราบเรียนในกรณีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งทราบมาว่ามีการทุจริต กันมากพอสมควร อยากกราบเรียนถามท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ไปยัง สกอ. ว่าเรื่องนี้ท่านได้จัดการไปถึงไหน เพราะผมกราบเรียนว่าการทุจริตนั้นเปึนมะเร็งร้ายใน วงการศึกษา ถ้าทราบแล้วจะต้องรีบจัดการโดยด่วนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านต่อไปเรียนเชิญท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานจะเห็นว่าเพื่อนสมาชิกก่อนหน้าผม ๒ ท่านนั้นได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของ การศึกษาโดยภาพรวมไปบางส่วนแล้วนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมมีประเด็น ที่จะต้องซักถามกรรมาธิการอยู่ ๒ ส่วน ตามที่ผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณลง ร้อยละ ๕ ทั้งนี้ก็เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นเปึนกระทรวงหลักครับ เปึนกระทรวงที่ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เปึนกระทรวงที่ผมคิดว่ารัฐบาลที่ให้ความสําคัญในการพัฒนาคน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๙ หรือแม้แต่ ฉบับที่ ๑๐ ที่เราต้องการเห็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือให้คนเปึนศูนย์กลางในการพัฒนา ประเทศนั้นได้เกิดผลอย่างแท้จริง ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าที่ผมต้อง ปรับลดก็เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นจะตั้งงบประมาณถึง ๓๐๑,๐๘๕ ล้านบาท แต่ถ้ามาดูผลิตผลเราพบความเปึนจริงว่าวันนี้เปึนยุคตกต่ํา เปึนยุคที่ทุกคนเปึนห่วง หรืออาจจะพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเปึนยุคที่มีความล้มเหลวในการบริหารกระทรวง หลังจากที่เรามีเปัาหมายอันสูงสุดในการที่จะนําพากระทรวงนี้ไปสู่การปฏิรูป ทางการศึกษา แต่แล้วในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมานั้นเราพบว่าการศึกษาในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อนักเรียนถึงประมาณ ๘,๓๐๐,๐๐๐ คน มีโรงเรียน ในความรับผิดชอบถึง ๓๒,๐๐๐ กว่าแห่ง มีเพื่อนครูบาอาจารย์อีก ๖๐,๐๐๐ กว่าคน แต่วันนี้ผลจากการทดสอบของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติพบว่าวิชาหลัก ไม่ผ่านเกณฑ์ ไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ได้อย่างไรครับ นอกจากนั้นพบว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเราไม่สามารถที่จะฝ๊กเด็ก ของเรา สอนเด็กของเราให้ค้นพบตัวเองให้มีความรู้คู่คุณธรรม หรือเรียกว่าให้เปึนเด็กที่มี ความเก่ง ความดี และมีความสุขในระดับอาชีวศึกษานั้นเราต้องรับผิดชอบนักเรียนถึง ๑,๒๗๐,๐๐๐ กว่าคน ผลิตนักเรียนระดับ ปวช. ปวส. ออกมาเพื่อต้องการสนองตอบ ต่อภาคแรงงาน หรือเรียกว่าผลิตกําลังคนถึง ๑๓ สาขาอาชีพในประเทศของเรา แต่วันนี้ เราพบความเปึนจริงว่าค่านิยมของเด็กที่จบ ปวช. ปวส. อุตส่าห์ฝ๊กฝนทางด้านฝ้มือ แรงงาน แต่ไปเรียนต่อทางด้านสังคมศาสตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งน่าเปึนห่วงมากครับ ทําให้เรา อาจจะขาดแคลนกําลังคนในอนาคตได้ และที่สําคัญกําลังคนที่จบมาในระดับ ปวช. ปวส. นั้นพบว่าในวันนี้ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคผู้ประกอบการไม่ยอมรับฝ้มือที่จบจาก การศึกษาของสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ตรงนี้คือจุดที่น่าเปึนห่วง ผมไม่พูดถึง ค่านิยมที่เด็กอาชีวศึกษายังตีกัน แล้วก็สํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาก็มีเพียง โครงการเดียวคือ โครงการพันธุ์อาร์ ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่สนองตอบต่อการ แก้ปัญหาอย่างแท้จริงในระดับอุดมศึกษานั้นเพื่อนสมาชิกของเราได้พูดไปแล้วครับ เราต้องรับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตซึ่งเข้าศึกษาในระดับนี้ถึง ๑,๗๕๐,๐๐๐ คน และผม อยากกราบเรียนว่าเรากําลังจะผลิตระดับบัณฑิตศึกษาอีก ๓ แสนคน แต่ว่า สถาบันอุดมศึกษาในวันนี้เราเพิ่มในปริมาณขึ้นถึงประมาณ ๒๕๕ แห่งครับท่านประธาน แต่เมื่อมาดูตัวคุณภาพนั้น เราพบความเปึนจริงว่าน่าเปึนห่วงมากครับท่านประธาน ผมได้เห็นภาคเอกชนได้ออกมาพูดถึงคุณภาพของการศึกษาแล้ว ผมรู้สึกตกใจมาก นายบรูโด ลาปอเต้ ผู้จัดการกลุ่มพัฒนามนุษย์ของสถาบันธนาคารโลกพบว่า เศรษฐกิจโลกเปึนฐานความรู้มากขึ้น แรงงานรุ่นใหม่จําเปึนต้องปรับตัวมากขึ้น ต้องมี ความคิดสร้างสรรค์ อยากให้ประเทศต่าง ๆ เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ให้มี การขยายความรู้ไปสู่การปฏิบัติ แต่เมื่อมาดูภาคเอกชนของไทยเรา ขอประทานโทษที่ เอ่ยนาม ท่านชุมพล พรประภา ยอมรับว่า ในขณะนี้การผลิตบัณฑิตเพื่อสนองตอบต่อ ภาคธุรกิจหรือแรงงานนั้นยังผลิตบัณฑิตตามแนวเดิม ๆ นั่นคือว่านักศึกษา ยังหนีเรียน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์ เด็กไทยอ่านภาษาไทย เขียนเรียงความ ย่อความได้ ร้อยละ ๒๖ ที่เหลือร้อยละ ๗๔ สอบตก แต่ยังไม่ปรับกระบวนการเรียนการสอนและ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า การประดิษฐ์บัณฑิตในระดับนี้ยังไม่สามารถสนองตอบต่อการที่จะ ให้เด็กมีงานทําอย่างแท้จริง ตรงนี้น่าเปึนห่วงครับท่านประธาน ผมจึงอยากกราบเรียนว่า ทั้งหมดนี้ที่ผมหยิบยกมาเพื่อต้องการที่จะถามกรรมาธิการว่า การที่ท่านอนุมัติ งบประมาณลงไปถึง ๓ แสนกว่าล้านบาท ท่านได้ให้ความสําคัญกับเรื่องเหล่านี้ไหม ซึ่งเปึนปัญหาวิกฤติทางการศึกษาของเรา ท่านได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักถาม ถึงว่า กระบวนการในการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา ตลอดถึงระดับอุดมศึกษานั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันต่อการพัฒนาคุณภาพ ของลูกหลานของเรา และต้องการที่จะพัฒนาพลเมืองของเราในอนาคตให้เกิด ความก้าวหน้าได้อย่างไร ด้วยข้อจํากัดแห่งเวลาครับท่านประธาน ผมไม่สามารถที่จะลง ไปในรายละเอียดว่า แต่ละโครงการที่กรรมาธิการได้รายงานออกมา จากผมไปดู การปรับเพิ่ม ลดงบประมาณ พบความเปึนจริงว่า คณะกรรมาธิการเพียงแต่ดูภาพรวม แล้วไปแต่งตั้งอนุกรรมาธิการ ซึ่งผมได้เรียนไปแล้วว่านี่เปึนหลุมดําที่สําคัญในการ พิจารณางบประมาณ
ท่านประธานที่เคารพครับ มีเรื่องสําคัญที่ผมอยากให้ต่อเนื่องและให้ กรรมาธิการได้ตอบ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ในชั้นกรรมาธิการผมทราบว่ามีการซักถาม กันมาก แล้ววันนี้ผมต้องใช้สภาแห่งนี้ซักถาม เพื่อให้ได้คําตอบที่ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจน ผมคิดว่า เรื่องนี้เราให้ผ่านเลยไม่ได้ เพราะมันส่อไปในทางที่ไม่โปร่งใส ส่อไปในทางที่อาจจะ ไม่ถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีและส่อไปในทางที่อาจจะนําไปสู่ปัญหาในอนาคต นั่นคือ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง เรื่องโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาหรือว่าไวร์เลส เพอร์ ไชล์ด (Wireless Per Child) ที่ได้พูดถึงไป ผมอยากจะกราบเรียนว่าในกรณี ดังกล่าวนี้ ถ้าท่านไปดูในแผนงบประมาณที่ผมได้อภิปรายในชั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ นั้น ท่านบอกว่าจะจัดหาคอมพิวเตอร์ชนิดพกพา แลปท็อป โอแอลพีซี ๑๔,๙๐๘ เครื่อง ๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านไปปรับลดงบประมาณ ๓๓ ล้านบาท ผมก็เลย แปลกใจมาก ท่านบอกว่าการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ในลักษณะดังกล่าวนี้ ถ้าจัดซื้อ ในราคา ๑๐๐ เหรียญสหรัฐนั้น ท่านจะต้องซื้อจํานวน ๖ ล้านเครื่อง จึงจะได้ราคา ๑๐๐ เหรียญสหรัฐ และผมทราบว่าราคาที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิด พกพานี้ เปึนการจัดตั้งตามราคาเหรียญสหรัฐและมีการติดต่อบริษัทหรือหน่วยงานที่จะ จัดซื้อไว้แล้วและมีการไปขอมติคณะรัฐมนตรี ใช้เงินบางส่วนประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ในการที่จะดําเนินการในการจัดซื้อ และถ้ามาดูแผนของงบประมาณเราจะเห็นชัดเจนว่า ป้ ๒๕๕๒ นั้น จัดหา ๑๔,๙๐๘ เครื่อง ๖๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ๖๗,๖๗๒ เครื่อง ๔,๑๙๖ ล้านบาท และป้ ๒๕๕๔ ๑๔๗,๑๙๙ เครื่อง ๖,๙๙๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๑๑,๗๘๗ ล้านบาท กระบวนการที่กรรมาธิการได้มีการจัดสรรงบประมาณก้อนนี้ จะนําไปสู่ งบผูกพันไหม นี่ประการแรกที่ผมอยากจะเรียนถาม
ประการที่ ๒ การจัดซื้อในลักษณะดังกล่าวซึ่งเปึนการจัดซื้อจากบริษัท ต่างประเทศ ท่านได้เอาเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรีก่อนหรือไม่ และซื้อจากบริษัทใด ซื้อจาก บริษัทต่างประเทศไหม และสิ่งที่น่าเปึนห่วงเปึนอย่างยิ่งก็คือว่า ผมเข้าใจว่าการจัดตั้ง งบประมาณไปรองรับกระบวนการที่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนหรือเปล่า เพราะผม ทราบว่าโครงการในการจัดซื้อจัดหาคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาดังกล่าวนี้ ได้ดําเนินการมา ตั้งสมัยท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วเมื่อมีการแถลงนโยบาย ที่จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาให้กับนักเรียนชั้นประถมทุกคน ๑ ล้านเครื่องนั้นนะครับ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามครับ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ท่านได้ให้ สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ครับ ท่านบอกว่า เคยจัดทํา ข้อมูลความต้องการคอมพิวเตอร์ของสถานศึกษาไว้ในโครงการเมกะโปรเจกต์แล้ว แต่โครงการเดิมเปึนโครงการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตามความจําเปึนของสถานศึกษา แต่ละแห่งครับ ซึ่งปัจจุบันยังขาดกว่า ๑ แสนเครื่อง ผมเข้าใจว่าประมาณ ๑,๖๐๐ โรงเรียน ท่านได้จัดงบประมาณตามความต้องการของสถานศึกษาตรงนี้ไหมครับ หรือวันนี้เพียงแต่ สนองตอบต่อทางการเมืองอย่างเดียว แล้วท่านไปจัดตั้งงบประมาณผมอยากจะ กราบเรียนว่าถ้าซื้อต่ํากว่า ๖ ล้านเครื่อง ราคาต้องเพิ่มขึ้นครับ และผมเข้าใจว่าถ้าซื้อต่ํากว่า ๑ ล้านเครื่อง ราคาต้องเปึน ๒๐๐ เหรียญสหรัฐครับ เพราะถ้าเปึนอย่างนี้ กรรมาธิการได้มีการตรวจสอบหรือเปล่าครับที่ท่านได้จัดสรรงบประมาณไป ผมยัง ไม่อยากจะกล่าวเลยไปว่า จะนําไปสู่การที่ให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตที่ขาดการควบคุม ขาดภูมิต้านทานที่ดีหรือไม่ เอาตรงนี้ก่อน กระบวนการคิดแบบนี้เปึนการคิดแบบธุรกิจ ทางการศึกษา เปึนกระบวนการที่คิดหางบประมาณที่อาจจะนําไปสู่การแสวงหา ผลประโยชน์ ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการอีกแล้วครับ ผมเคย อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องเหล่านี้มาแล้วในสภาแห่งนี้ และเคยดําเนินการเอาเรื่องเหล่านี้ไปฟัอง ป.ป.ช. ในสมัยรัฐมนตรีท่านหนึ่ง และในที่สุด ข้าราชการก็ถูกลงโทษนะครับ สิ่งเหล่านี้ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่วันนี้กระบวนการทั้งหมด นี้ กรรมาธิการต้องตอบในสภานี้ครับ ว่างบประมาณที่ตั้งเอาไว้ ๖๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านปรับลด ๓๓ ล้านบาท เพราะเหตุอะไร และราคาเหรียญต่อสหรัฐทําไมต้องตั้ง งบประมาณไปตามสกุลเงินตราต่างประเทศ และจะจัดซื้อมาจากบริษัทอะไร และการ จัดตั้งงบประมาณในป้นี้ เปึนการจัดตั้งเพื่อสนองตอบต่อกระบวนการที่ได้ไปติดต่อ แล้วหรือไม่ ผมทราบว่าหลังสุดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ไปปรึกษากับ ท่านรองมูลนิธิไทยคมเพื่อที่จะดําเนินการกระบวนการตรงนี้ในการหลีกเลี่ยงไม่ต้อง นําเข้าคณะรัฐมนตรี และที่สําคัญไปกว่านั้นก็คือว่าท่านได้มีการดําเนินการที่จะให้ งบประมาณก้อนนี้นําไปสู่เปึนงบผูกพันหรือไม่ครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเปึนหมื่นล้านบาทครับ ผมจึงกราบเรียนครับ และถ้าซื้อให้ครบนักเรียน ๘ ล้านคน ประถมศึกษา ผมคิดว่า โครงการนี้เปึนแสนล้านบาท ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่เกิดความเปึนธรรมครับ ป้นี้จัดแค่ ๑๐,๐๐๐ เครื่อง ท่านจะจัดสรรให้นักเรียนอย่างไรครับ นักเรียน ๘ ล้านคน ให้นักเรียน คนไหน ให้โรงเรียนไหนครับ กรุณาตอบให้ชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ
มีผู้อภิปรายเหลืออยู่อีก ๕ ท่านนะครับ เรามีเพิ่มเติมมาอีก ๑ ท่าน ฉะนั้น ๕ ท่านนี้ก็เฉลี่ย เวลาท่านละ ๗ นาที เรียนเชิญท่านอภิวัฒน์ เงินหมื่น ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอํานาจเจริญ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ตั้งไว้ ประมาณ ๓๓๐,๐๖๙ ล้านบาท โดยขอปรับลดร้อยละ ๕ นะครับ ทั้งนี้เพื่อใช้สิทธิ ในการอภิปรายเพื่อท้วงติงการดําเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่กระผมต้องการ จะแปรญัตติเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงศึกษาธิการนะครับ แต่เนื่องจากทําไม่ได้ ท่านประธานครับ วันแรกที่ผมเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ผมได้ยื่นกระทู้ถามรัฐบาล ในเรื่องของปัญหาน้ําท่วม ปัญหาภัยแล้งและปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อน ของประชาชนชาวจังหวัดอํานาจเจริญ รวมถึงความล่าช้าของการดําเนินการจัดสร้าง มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตจังหวัดอํานาจเจริญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ คือท่านบุญลือ ประเสริฐโสภา ได้รับมอบอํานาจจากท่านรัฐมนตรีว่าการ ให้มาตอบกระทู้แทน และได้ให้สัญญากับกระผมว่าจะดําเนินการสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงบุคลากรและครุภัณฑ์ต่าง ๆ แต่เมื่อพิจารณางบประมาณวาระแรก ก็ไม่ได้ปรากฏว่ามีรายละเอียดงบประมาณ สนับสนุนแต่อย่างใด กระผมรวมทั้งพี่น้องประชาชน พ่อค้า ชาวข้าราชการจังหวัด อํานาจเจริญและตัวแทนของมหาวิทยาลัยมหิดลมีความรู้สึกผิดหวังและเข้าพบกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ได้รับปากและสัญญาว่าจะดําเนินการแปรญัตติเพื่อสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงได้รับมอบหมายให้ผู้แทนมหาวิทยาลัยมหิดลไปดําเนินการ แต่เนื่องจากผมได้ดู รายงานการแปรญัตติตามเอกสารสีเขียว ก็ไม่พบการแปรญัตติเพิ่มแต่อย่างใด กระผม และประชาชน รวมถึงพี่น้องชาวอํานาจเจริญ พ่อค้าและข้าราชการรู้สึกมีความผิดหวัง มากต่อรัฐบาลและกรรมาธิการ เรื่องของมหาวิทยาลัยมหิดลและเรื่องของสนามกีฬา จังหวัดอํานาจเจริญนี้เปึนความหวังของชาวอํานาจเจริญมาก ท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้เคยไปปราศรัยที่อําเภอพนา จังหวัดอํานาจเจริญว่า ท่านเลือกลูกพรรคของท่าน ท่านจะสร้างความเจริญให้กับจังหวัดอํานาจเจริญ ท่าน รับปากทั้งเรื่องของมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องของสนามกีฬา แต่เมื่อประชาชนได้เลือกท่าน มาแล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่ท่านได้เปึนรัฐบาลถึง ๒ สมัย กระผม ก็ต้องขอฝากท้วงติงไว้ ณ ที่นี้
ท้ายที่สุดครับท่านประธาน กระผมและประชาชนอยากจะบอกว่ารู้สึก ผิดหวังมาก แต่ถึงอย่างไรกระผมจะพยายามต่อสู้ต่อไปเพื่อจังหวัดอํานาจเจริญ ขอขอบพระคุณ
ท่านต่อไปดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า เรียนเชิญ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้เปึนวันที่ ๓ ของการปฏิบัติหน้าที่ของสภาแห่งนี้ ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เมื่อวานผมได้ขอ คําอธิบาย ขอคําชี้แจงจากคณะกรรมาธิการในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับงบประมาณของกรมชลประทาน วันนี้กระผมขอตั้ง ข้อสังเกตและขอคําอธิบายต่อคณะกรรมาธิการเพื่อให้การปรับลดงบประมาณที่กระผม ได้นําเรียนต่อที่ประชุมว่าขอปรับลดงบประมาณร้อยละ ๕ ของกระทรวงศึกษาธิการ การปรับลดงบประมาณ ท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าทําไมบางครั้ง ผู้อภิปรายพูดบอกว่าอยากจะให้ลดงบประมาณ ในขณะเดียวกันก็มีเนื้อหาสาระบางส่วน ที่ขอร้องให้ตั้งเพิ่มงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพ กติกาของเราตั้งไว้ว่าขอตั้งเพิ่มไม่ได้ มีทางเดียวคือพูดบอกว่าขอลด ในขณะเดียวกันก็เปึนช่องทางที่จะให้คําแนะนําช่องทางที่ ต้องการคําอธิบายจากคณะกรรมาธิการ กระทรวงศึกษาธิการตามมาตรา ๒๒ ที่กระผม ได้ตั้งเปึนประเด็นในการนําเรียนต่อคณะกรรมาธิการในวันนี้นั้น ผมถือว่าเปึนกระทรวงที่มี ความสําคัญ เปึนกระทรวงแห่งปัญญา ไม่ใช่กระทรวงที่ทําให้คนไปใช้กําลัง แต่มุ่งให้ พวกเรามีสติปัญญาพิจารณาปัญหาต่าง ๆ ด้วยความรอบคอบ สร้างเยาวชนของชาติ ในอนาคต งบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับในป้นี้ หลายท่านได้นําเรียนต่อที่ ประชุมว่ามีมากถึง ๓๓๐,๐๖๙ ล้านบาท ซึ่งเปึนตัวเลขกลม ๆ ท่านประธานที่เคารพ คณะกรรมาธิการได้ปรับลดไปเพียง ๓๒๗ ล้านบาท ซึ่งเสมือนหนึ่งว่าไม่ได้ปรับลด นั่นแปลว่าอะไร นั่นแปลว่าพวกเราได้ให้ความสําคัญกับกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะเดียวกัน ยอดปรับลดจากทุกกระทรวงของป้นี้มีมากถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ปรับลด ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการเปึนเพียงไม่กี่กระทรวงที่ได้รับ การตั้งเพิ่มให้มากกว่าจํานวนที่ปรับลด ป้นี้พวกเราตั้งเพิ่มให้ถึง ๒,๕๕๗ ล้านบาท ซึ่งเปึน กระทรวงพิเศษก็ว่าได้ แต่ความไม่สบายใจของกระผมต่อกรณีของกระทรวงศึกษาธิการ ก็คือเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ท่านประธานที่เคารพครับ ป้งบประมาณที่ผ่านมา ป้พุทธศักราช ๒๕๕๑ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับงบประมาณ ๑๙๐,๓๔๑ ล้านบาท ป้นี้ได้รับงบประมาณเพิ่มมากขึ้นคือได้เพิ่มถึงเปึนจํานวน ๒๐๙,๑๖๗ ล้านบาท นี่คือยอด งบประมาณในป้นี้ ส่วนที่ผมไม่สบายใจก็คือว่าการจัดสรรงบประมาณในป้นี้ยังคงเปึน งบประมาณที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของที่ดินสิ่งก่อสร้าง นั่นหมายความว่าเราต้องการจะสร้าง อาคารเรียน นั่นหมายความว่าเราต้องการจะเอางบประมาณจํานวนมากทุ่มไปกับการ ก่อสร้าง ซึ่งผมก็มีความไม่สบายใจ ที่ผมมีความไม่สบายใจเพราะเราอยากจะให้ ความสําคัญในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ให้ความสําคัญในเรื่องของการสร้างเยาวชน ความไม่สบายใจของกระผมมันซ้อนเข้าไปในนั้นอีก ที่ซ้อนเข้าไปด้วยเหตุว่าการจัดสรร งบประมาณในป้นี้ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องที่ดินและสิ่งก่อสร้าง การจัดสรรงบประมาณ เพื่อสร้างอาคารเรียน เหตุใดจึงไปกระจุกอยู่ในโรงเรียนที่เปึนโรงเรียนขนาดใหญ่ และเปึน โรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาก เปึนโรงเรียนที่ลําพังเฉพาะเงินบริจาคต่อป้ก็มียอดมหาศาลแล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้แลเห็นครับ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาก็ได้รับ งบประมาณในการสร้างอาคารเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนดอนเมือง ทหาร โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนวิมุตตาราม โรงเรียนเหล่านี้เปึนโรงเรียนขนาดใหญ่และมี งบประมาณกรณีพิเศษจากยอดเงินบริจาคจํานวนมหาศาลอยู่แล้ว ในขณะที่โรงเรียน มัธยมและโรงเรียนประถมศึกษาในชนบทอีกเปึนจํานวนมากครับไม่ได้รับโอกาสจากการ จัดสรรงบประมาณเหล่านี้เลย ข้อสังเกตนี้ผมฝากนําเรียนถึงคณะกรรมาธิการได้โปรด พิจารณาเปึนกรณีพิเศษด้วยครับ เพราะอะไรครับ เพราะโรงเรียนของพวกเราที่กระจาย อยู่ตามชนบทเขาไม่มีปากมีเสียงหรืออย่างไรครับ หรือเพราะเขาอยู่ไกล เขาไม่ได้อยู่ใกล้ ศูนย์อํานาจ การได้รับโอกาสเหล่านี้จึงไม่ทัดเทียมกับโรงเรียนใหญ่ ๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ ความต้องการของเพื่อนครู วันนี้ต้องการงบประมาณ การซ่อมแซมอาคารเรียนเท่านั้น ความต้องการของเพื่อนครูต้องการเพื่อปรับปรุงอาคาร เรียนให้พออยู่ในสภาพที่อยู่ได้ เพราะอายุการใช้งานของอาคารเรียนเหล่านั้นหมดสิ้นแล้ว ครับ เขาต้องการเพียงเท่านั้น ถ้าเผื่อว่าเราสามารถจัดงบประมาณกระจายจากการ ก่อสร้างอาคารเรียนเหล่านี้ไปให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในชนบทก็จะเปึนประโยชน์ครับ
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ในส่วนของกรมอาชีวศึกษา กรมอาชีวศึกษาวันนี้ได้ไปตั้งวิทยาลัยเทคนิคซึ่งเปึนวิทยาเขตสาขาอยู่หลายแห่ง รวมถึง วิทยาเขตอําเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ไปตั้งอยู่ ในโรงเรียนประถมเล็ก ๆ โรงเรียนประถมแห่งนี้มีเด็กนักเรียน ๔๖ คน ไปเรียนที่โรงอาหาร น่าสงสารเด็กเหล่านี้มากครับ ไม่มีอะไรเลยครับท่านประธานที่เคารพครับ แล้วเอาเด็ก ไปผูก ไปขังไว้ครับ ไม่มีครู ไม่มีวัสดุอุปกรณ์แล้วก็บอกว่านี่คือวิทยาลัยเทคนิค อุบลราชธานี วิทยาเขตม่วงสามสิบ ลูกหลานของกระผมก็อยู่ตรงนั้น การขาดโอกาส เหล่านี้ การจัดสรรงบประมาณด้วยความเปึนธรรมเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการ ขอคําอธิบายให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงพวกเราด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญอาจารย์ ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดสวน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอ สงวนคําแปรญัตติเพื่อลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในภาพรวม ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะวันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณ ๓ แสนกว่าล้านบาท และเปึน ลําดับที่ ๑ ของทุก ๆ รายการ ซึ่งเปึนความจําเปึนค่ะท่านประธาน เพราะจะต้องเปึนผู้ที่สร้างคนคือทรัพยากรมนุษย์ให้กับประเทศ แต่ว่าต้องเปึนทรัพยากร มนุษย์ที่มีคุณค่า มีความสามารถ มีความรู้ แล้วก็มีคุณธรรม ท่านประธานคะ เปึนความ เจ็บปวดรวดร้าวหัวใจที่สุด เปึนความขมขื่นด้วย ถ้าเราจะมองว่ากระทรวงศึกษาธิการ ผลิตอะไรออกมานะคะ วันนี้ดูเลยดูตัวเด็ก ๆ และเยาวชนนะคะ เมื่อกี้เพื่อนสมาชิก ได้เรียนให้ท่านประธานทราบไปแล้วล่วงหน้าว่าถ้าถามความรู้ความสามารถโดยใช้ แบบทดสอบมาตรฐาน ตกหมดเลยค่ะ ไม่มีวิชาใดเลยที่ได้เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่า จะเปึนระดับ ป.๖ หรือ ม.๓ ก็แล้วแต่ มีอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการลองไปสอบ แบบทดสอบของกลุ่มประเทศโออีซีดี (OECD) ซึ่งหมายถึงสมาคมที่เปึนความร่วมมือ ในทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งเขาทําวิจัยไว้หมดแล้วว่าปัจจัยที่ส่งเสริมเรื่องของ ความสามารถในการแข่งขันมีอยู่เพียง ๓ เรื่องเท่านั้นเอง เรื่องแรกก็คือการอ่าน เรื่องที่ ๒ คือวิทยาศาสตร์ เรื่องที่ ๓ คือคณิตศาสตร์ ท่านประธานคะ แม้ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศ สมาชิกของโออีซีดี แต่ว่าเราก็ขออนุญาตไปสอบด้วยเหมือนกัน สอบแล้วเปึนอย่างไรคะ ท่านประธาน ตกลิ่วเลยค่ะ การอ่าน นักเรียนของเราเอง ๗๔ เปอร์เซ็นต์ มีความรู้และ ทักษะในเรื่องการอ่านไม่เกินระดับ ๒ นี่ถ้าเปรียบระดับ ๑ ถึง ๖ ๑ คือ ต่ําสุด ๒ คือ พื้นฐาน และ ๖ คือสูงสุด คณิตศาสตร์เปึนอย่างไรคะ มากถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่มี ความสามารถในคณิตศาสตร์ที่ระดับเตี้ยที่สุด วิทยาศาสตร์ล่ะคะ สูงถึง ๔๗ เปอร์เซ็นต์ ที่มีความสามารถในเรื่องนี้ไม่เกินระดับพื้นฐาน ท่านประธานคะ นี่คือเรื่องความรู้ ความสามารถ หันไปดูเรื่องคุณธรรมและเรื่องอื่น ๆ บ้างเปึนอย่างไร ช้อปไว ใช้แหลก แตกเร็ว มั่วเซ็กส์ ติดเกม บ้าพนัน สารพัดสารเพที่จะบอกไว้ว่าเยาวชนของเรานั้น เปึนอย่างไร ท่านประธานคะ ไหวหรือคะ ๓ แสนกว่าล้านบาทที่เรายังอยากจะให้ กระทรวงศึกษาธิการไปช่วยกันพัฒนาอย่างนี้อีก ดิฉันคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการจําเปึน ที่จะต้องคิดใหม่แล้วค่ะ หาวิธีการอย่างไรถึงจะต้องทําให้เด็กและเยาวชนนั้นมีคุณภาพ ที่ดีมากกว่านี้ ถ้าหันมาดูเรื่องสถานศึกษาก็พบเช่นเดียวกันค่ะ มีการประเมินโดย สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกี่โรง ๆ นี่นะคะ มีระดับดี มีระดับพอใช้มาก แต่ว่ายังมีที่ปรับปรุงก็อีกมากเลย ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียน ที่สังกัด สพฐ. ไม่ว่าจะเปึนโรงเรียนที่สังกัด สช. และมหาวิทยาลัยล่ะคะอยู่ที่ไหน เมื่อกี้ เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วนะคะ ผ่านเกณฑ์รับรองเพียงแค่ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ คือไม่ถึง ๕๐ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเรามีมากมายอะไรต่อมิอะไรนั้นก็ไม่อาจที่จะเปึนสถานศึกษาที่มี คุณภาพได้ เมื่อสถานศึกษาเปึนอย่างนั้นเราจะหวังผลผลิตออกมาที่ดีให้ได้อย่างไร ท่านประธานคะ แต่ดิฉันเห็นใจครูบาอาจารย์เปึนอย่างยิ่งเลย ดิฉันเชื่อว่าครูบาอาจารย์ ที่ดี ๆ และมีความสามารถนั้นยังมีอยู่เปึนจํานวนไม่น้อย แต่เราดูจะไม่มีวิธีการบริหาร จัดการที่จะทําให้ครูนั้นสามารถจะใช้ความสามารถของเขามาช่วยกันพัฒนาคุณภาพ การศึกษาได้ ท่านประธานที่เคารพคะ นี่ค่ะคือเรื่องใหญ่ ดิฉันก็อยากจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการและก็รวมถึงฝ์ายบริหารด้วยนะคะว่า ในการนําเอางบประมาณกว่า ๓ แสนล้านบาทซึ่งเปึนลําดับที่ ๑ ของทั้งประเทศไปใช้ กรุณาดูสักนิดหนึ่ง
และส่วนสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะขอตั้งเปึนข้อสังเกตไว้นะคะ เมื่อกี้ดิฉัน บอกว่าเรื่องของวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์นั้นมันจะเปึนตัวช่วยที่ทําให้คนทุกคนนั้น มีความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเปึนตัวที่นําพาให้ประเทศนั้นไปแข่งขันกับคนอื่น เขาได้ วันนี้ไม่มีปัญญาหรอกค่ะ อย่าไปแข่งกับใครเขาเลย เพราะฉะนั้นมีอยู่ส่วนหนึ่งที่อยู่ ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ นั่นก็คือสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จริงชื่อวิทยาศาสตร์ แต่เขารับผิดชอบทั้งเรื่องของการเรียนการสอนและหลักสูตร คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ งบประมาณที่จัดไว้ให้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ต้องให้ ไปดูแลอย่างใกล้ชิด สนับสนุนให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์นั้น ได้ทําหน้าที่อย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็ สนับสนุนเพื่อที่เขาจะได้ช่วยทําให้นักเรียน เยาวชนของเรานั้น สามารถจะก้าวพ้นหลุม ขึ้นมานะคะ เริ่มที่จะมีความสามารถในการแข่งขันกับทุกคนได้ ขอบพระคุณค่ะ
คุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองเปึนผู้หนึ่งที่ได้ขอแปรญัตติ และได้สงวนคําแปรญัตติไว้เพื่อ ปรับลดในงบของกระทรวงศึกษาธิการ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระผมพอมีเหตุผลในเรื่องของ การปรับลดก็อันเนื่องมาจากว่า กระทรวงศึกษาธิการนั้นในระบบของการกระจายเงิน หรือการกระจายอํานาจที่ลงไปสู่ระดับโรงเรียน ระดับการศึกษาในชนบทนั้นมีน้อยมาก จะเห็นได้ว่าเนื่องจากว่ายุทธศาสตร์ในเรื่องของการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตของการ จัดสรรงบประมาณของป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งของกระทรวงศึกษา ๓ แสนกว่าล้านบาท และโดยเฉพาะสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น มีถึง ๒ แสนกว่าล้านบาท การสนับสนุนการพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพ มีความมั่นคงและมีสภาพแวดล้อมที่นําไปสู่การที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้น คือเรื่องของ การศึกษาเปึนหลัก ฉะนั้นการพัฒนาประเทศที่ดีจะต้องมุ่งเน้นตั้งแต่การพัฒนาคน การพัฒนาคนจะต้องพัฒนาด้านการศึกษา ตั้งแต่เด็กจนโต ฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา นะครับ การขยายโอกาสการพัฒนาการศึกษา โดยการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๔ ป้ ตามที่ทางรัฐบาลการจัดสรรงบประมาณนั้นได้ระบุไว้อย่างชัดเจน จะเห็นได้ว่า การศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๔ ป้ ก็รวมหมายถึงการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และระดับอนุบาลศึกษาอีก ๒ ป้นั้น โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ความเปึนจริง ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานตรงนี้ยังไม่ชัดเจน จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาการจัดสรรในเรื่อง ของงบประมาณไปให้กับการศึกษาในระดับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นไม่ได้ ให้เด็กนักเรียนนั้นได้เรียนฟรีจริงอย่างที่ได้ประกาศไว้ อันนี้เปึนส่วนหนึ่ง อันที่ ๒ คือการ จัดสรรเงินทุนเพื่อการศึกษา เพื่อพัฒนาบุคลากรทางด้านการศึกษา เพื่อเพิ่มศักยภาพ และประสิทธิภาพในการเรียนการสอนและให้ความรับผิดชอบต่อจริยธรรม จรรยาบรรณ ต่าง ๆ นั้น ก็มีน้อยมาก ไม่ได้กระจายไปจริงอย่างที่ได้เห็น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นในเรื่องของทางรัฐบาลที่มีนโยบายเรื่องของ การศึกษา หรือที่เรียกว่าโรงเรียนดีใกล้บ้าน ซึ่งเปึนนโยบายที่ให้มีทุกอําเภอ ฉะนั้น โรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในคณะของกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดไว้ในแต่ละอําเภอนั้น ก็จะมีปัญหา จะเห็นได้ว่าการจัดงบประมาณได้กระจุกไว้อยู่ในส่วนกลางเปึนส่วนใหญ่ ไม่ได้กระจายงบประมาณลงไปส่วนของโรงเรียนอย่างแท้จริง โดยที่ทางคณะกรรมการ การศึกษานั้น ได้ตั้งกฎเกณฑ์ในเรื่องของการประเมินขอเปึนโรงเรียนต้นแบบ ที่มีคณะกรรมการไปประเมินอย่างไม่ถูกต้องและอย่างไม่เปึนธรรม ซึ่งจะต้องไปบีบกับ ทางโรงเรียนอีกทางหนึ่ง โดยบางอย่าง เช่น อย่างการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งจะจัดซื้อจากส่วนกลางแล้วจึงจะจัดสรรไปให้กับทางโรงเรียนที่เปึนโรงเรียนต้นแบบ หรือโรงเรียนดีใกล้บ้าน ซึ่งมันจะเปึนการที่จัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้อง หรือไม่ตรง ความต้องการของทางโรงเรียนที่ดําเนินการเอง ฉะนั้นหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่ ทางโรงเรียนต้องการ หรืออยากจะไปพัฒนาทางด้านการศึกษานั้น จึงไม่ตรงกับความ ต้องการ จะทําให้เปึนปัญหาและเปึนอุปสรรคต่อทางโรงเรียนที่จะต้องหางบประมาณ มาดําเนินการเอง บางทีโรงเรียนไหนที่รับเปึนโรงเรียนต้นแบบหรือโรงเรียนเรียนดีใกล้บ้าน ไม่สามารถที่จะมี งบประมาณได้ ก็ต้องไปติดหนี้ติดสินตามร้านค้าต่าง ๆ เพื่อมาดําเนินการทางด้าน การศึกษาให้สอดคล้องกับทางรัฐบาลที่สั่งให้ดําเนินการ จึงทําให้มีปัญหาต่อผู้บริหารที่ จะต้องมีหนี้มีสินถึงกับมีการฆ่าตัวตายมาแล้วก็มี อย่างนี้เปึนต้น และก็ให้ความสําคัญที่ การเสริมสร้างคุณภาพและวินัยกับพวกเยาวชนกับเด็กนักเรียนที่น้อยมาก โดยไม่ได้ มุ่งเน้นในเรื่องทางด้านนี้เลย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงหรือ โครงการวิถีพุทธ หรือเรื่องของการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย อย่างนี้เปึนต้น และ ไม่ให้ความสําคัญการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะจัดการศึกษา ร่วมกันกับสถานศึกษาในชนบท อย่างนี้เปึนต้น และโรงเรียนพยายามที่จะผลักดันไปให้ อบต. หรือว่าท้องถิ่นนั้นมามีส่วนร่วมกับทางโรงเรียน แต่ก็ต้องไปขัดต่อระเบียบกฎหมาย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องการที่จะจัดงบประมาณมาให้กับทางโรงเรียน ฉะนั้น การศึกษาที่ดําเนินการอยู่ทุกวันนี้จึงเปึนเรื่องของการที่กระจุกงบประมาณไว้ ส่วนกลางไม่ยอมที่จะกระจายไปให้กับโรงเรียนในท้องถิ่น จึงทําให้เกิดปัญหาในเรื่อง การบริหารงบประมาณและทําให้โรงเรียนท้องถิ่นนั้นต้องมีปัญหาในการที่จะบริหาร การจัดการศึกษาที่ดีได้ กระผมจึงมีเหตุจําเปึนที่จะต้องปรับงบหรือขอแปรญัตติไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญคุณปรีชญา ขําเจริญ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานค่ะ ดิฉันได้ขอเสนอแปรญัตติปรับลดงบประมาณในหลาย ๆ กระทรวง และ เมื่อตอนเช้าดิฉันได้แปรญัตติเกี่ยวกับกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ แต่ว่าประเด็นที่ดิฉันติดใจนั้นอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการนี้ค่ะ ท่านประธานคะ ประเด็นที่ ดิฉันติดใจในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านในที่นี้ ได้แสดงความห่วงใยในคอมพิวเตอร์ของเด็กชั้นประถม ดิฉันเองก็ติดใจในเรื่องนี้ และ ในฐานะที่ดิฉันเองเปึนอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งในที่ประชุม อนุกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ไปแล้ว แต่ในภายหลังได้ทราบว่านํากลับมา ดิฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะว่าในวันที่มี การชี้แจงในสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นได้มาตอบโจทย์ในหลาย ๆ อย่าง ซึ่งโจทย์นั้นตอบได้ไม่ชัดเจน ซึ่งประเทศไทยเราน่าที่จะไม่เหมาะสมที่จะมาใช้ในประเทศ ดิฉันเองก็ด้วยความห่วงใยค่ะ ท่านประธานคะ เพราะว่างบประมาณนี้ไม่เหมาะสม ในหลาย ๆ เรื่องนั้น ๑. เดิมทีที่สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นมาขอคือ ต้องการที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ ๑๐,๐๐๐ เครื่อง แต่ด้วยเงินงบประมาณมีจํานวนจํากัด ๓๓ ล้านบาท จึงซื้อได้แค่ ๕,๐๐๐ เครื่อง ซึ่งในความเข้าใจเดิมของสํานักคณะกรรมการ ศึกษาขั้นพื้นฐานคือต้องการซื้อเครื่องในราคาเครื่องละ ๑๐๐ เหรียญสหรัฐ แต่ซื้อเข้าจริง ไปตรวจสอบแล้วต้องซื้อถึง ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ตรงนี้เองค่ะเปึนเหตุผลที่เครื่อง คอมพิวเตอร์ในจํานวนงบประมาณ ๓๓ ล้านบาท จึงซื้อได้แค่ ๕,๐๐๐ เครื่อง ซึ่งจะส่งผล กระทบทันทีเพราะว่า ๕,๐๐๐ เครื่องนั้นไม่เพียงพอกับเด็กทั่วประเทศ จึงทําให้เกิดความ เหลื่อมล้ําในหลาย ๆ เรื่อง ความไม่ทั่วถึงนี้เองค่ะ ดิฉันเห็นว่างบประมาณที่ไม่สามารถ ทั่วถึงนี้จะทําให้ประเทศของเราถูกผลกระทบในทางที่จะเปึนโทษมาก ดิฉันเองด้วยความ ห่วงใยนะคะท่านประธาน และก็เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องของ คณะกรรมาธิการได้ตัดงบผูกพันตรงนี้หรือไม่ ดิฉันรู้มาว่าคณะกรรมาธิการเห็นว่า งบประมาณตรงนี้ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ๓ ป้ เปึนเงินถึง ๑๑,๐๐๐,๗๘๗ ล้านบาท ซึ่งเปึน งบประมาณที่ค่อนข้างสูง และในคณะกรรมาธิการได้บันทึกไว้ด้วยว่าโครงการป้ ๒๕๕๒ นี้จะอนุมัติเท่านั้น แต่ไม่ให้ มีผูกพันต่อ ซึ่งตรงนี้เปึนความห่วงใยที่ดิฉันเองเห็นว่าในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด นี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง สุดท้ายนี้นะคะท่านประธาน โครงการ เกี่ยวกับวัน แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด เปึนแค่เพียงกระบวนการหนึ่งในการเรียนรู้ของเด็ก แต่ถ้าไม่สามารถที่จะมีความชัดเจนอย่างนี้กระบวนการเรียนรู้ทางด้านอื่นยังมีอีกเยอะ นะคะท่านประธาน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้ห่วยใยในเรื่องนี้และได้เสนอว่างบประมาณ ภาษีของพี่น้องประชาชนนี้น่าจะไปสนับสนุนในด้านอื่น ๆ เช่นในเรื่องของครูที่ขาดอยู่ ๕๐,๐๐๐ ถึง ๖๐,๐๐๐ คนหรือในเรื่องการที่เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง อย่างจังหวัดราชบุรีของดิฉันนะคะในบางพื้นที่ครู ๑ คนต้อง สอนนักเรียน ๒ ถึง ๓ ชั้น แล้วคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในบางโรงเรียน ดิฉันเองตอนนี้ได้รับการ ร้องเรียนมาอย่างมากว่ามีคอมพิวเตอร์ที่ใช้แล้วหรือที่เหลือใช้ของสํานักต่าง ๆ ให้ดิฉันช่วยกรุณาไปขอเพื่อที่จะให้เด็กที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาที่จะใช้คอมพิวเตอร์ ได้ใช้ ตรงนี้ดิฉันจึงเห็นว่างบประมาณจํานวน ๓๓ ล้านบาทนี้น่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์ มากกว่าที่จะซื้อคอมพิวเตอร์แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด ซึ่งเด็ก ๆ เองนะคะท่านประธาน ปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่าใช้เครื่องนี้เปึนหรือเปล่า เพราะว่าด้วยความใหม่ของเครื่อง เด็ก ๆ เอง อาจจะมีความตื่นเต้นในความอยากได้เครื่อง แต่ด้วยประสบการณ์ของเด็ก การใช้ โปรแกรม ไฟล์ (Program file) ต่าง ๆ นั้นเปึนเรื่องที่น่าห่วงใยค่ะท่านประธาน ดิฉันเอง นะคะอยากจะขอบอกท่านประธานสุดท้ายนี้ในการที่ดิฉันมีความตั้งใจและเห็นว่าสภา แห่งนี้จะให้ความร่วมมือในการที่จะพิจารณาให้รอบคอบในการปรับลดงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการจํานวน ๓๓ ล้านบาท เพราะสอนหนังสือแต่ไม่สอนวิธีคิด ให้คอมพิวเตอร์แต่ไม่ให้องค์ความรู้ มีห้องสมุดแต่ไม่มีห้องอาหารสมอง ๕ – ๖ ป้ประเทศ เรานะคะการศึกษาตกต่ําลงมาก ดิฉันจึงอยากฝากในที่นี้ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วย พิจารณาและตัดลดงบประมาณ ๓๓ ล้านบาทด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญคุณกัมพล สุภาแพ่ง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กัมพล สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนั้นผมถือว่าเปึนกระทรวง ที่มีความสําคัญที่สุด หลาย ๆ คนคงมองดูว่างบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ทําไมมันมากเหลือเกิน แต่ถ้ามาดูในสภาพความเปึนจริงแล้วในงบประมาณ ๓๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั้น มาเทียบเปึนเปอร์เซ็นต์ในเรื่องของบุคลากรก็ดี ในเรื่องของเด็กนักเรียน ก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับกระทรวงอื่น ๆ แล้วผมถือว่างบของกระทรวงศึกษาธิการ ๓ แสนกว่าล้านบาท นั้น ยังน้อยไปด้วยซ้ํา เพราะการศึกษานั้นผมเชื่อมั่นว่าหลาย ๆ คน ต้องการให้ลูกให้หลานของพวกเรานั้นได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงแล้วก็มีคุณภาพ พร้อมทั้ง เก่ง ดี มีสุข ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงจะไม่ติดใจในส่วนของในรายละเอียดที่กระจายงบประมาณไปให้ในแต่ละสํานักงาน ตลอดจนของมหาวิทยาลัยซึ่งรวมแล้วประมาณ ๘๙ สถาบัน บวกกับสํานักงาน ในส่วน ของมหาวิทยาลัยหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปแล้วในส่วนของงบประมาณค่าที่ดินและ สิ่งก่อสร้างนั้นสูงมาก ๆ เมื่อมาเปรียบเทียบกับสํานักงานการศึกษาขึ้นพื้นฐานแล้ว เปรียบเทียบกันไม่ได้เลยในจํานวนของเด็กนักเรียนของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นมีถึง ๘ ล้านกว่าคน แล้วในส่วนของบุคลากรครูก็มากมาย สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ต้องใช้เงินในส่วนนี้มหาศาล ถ้าเทียบเปึนจํานวนเงินแล้วนั้น งบประมาณเหล่านั้นส่วนหนึ่งเปึนงบของบุคลากร เสียส่วนใหญ่ ผมมาลองเปรียบเทียบดูในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ในส่วนของแต่ละจังหวัดในแต่ละเขตพื้นที่ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๘๕ เขต เฉลี่ยแล้วเขตละ ๘๐๐ กว่าล้านบาท เปึนงบบุคลากร ๗๐๐ กว่าล้านบาทเข้าไปแล้ว ปึนงบดําเนินการ ๑๕ ล้านบาท งบลงทุนก็ประมาณ ๖ ล้านกว่าบาท งบอุดหนุนเพียง ๖๕ ล้านบาท ในส่วนของงบอุดหนุนนั้นเปึนเงินรายหัวของนักเรียนต่อหัวต่อคน เมื่อเฉลี่ยแล้ว ก็แค่ ๖๕ ล้านบาท แล้วงบใน ๖๕ ล้านบาท เปึนงบอุดหนุนซึ่งแยกไปเปึนค่าสาธารณูปโภค เปึนค่าไฟฟัา น้ําประปา โทรศัพท์ วัสดุสํานักงานอะไรจิปาถะ สิ่งเหล่านี้เปึนงบประมาณ ที่น้อยนิดที่ผมมองดูแล้วว่าความสําคัญในส่วนนี้ ผมอยากเห็นท่านคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาดูในรายละเอียดตรงนี้หรือเปล่า ว่างบประมาณที่จัดให้เด็กในจํานวน ๘ ล้านกว่าคน ซึ่งเปึนรายหัวเด็กนั้นมันน้อยไปหรือเปล่า ในสภาพความเปึนจริงนั้น มันน้อยมาก ผมเคยเปึนผู้บริหารโรงเรียนมาเกือบ ๓๐ ป้ ต้องเจียดเงินงบประมาณในส่วน นี้เหมือนกับเจียดเงินของเด็กรายหัวเด็กเข้าไปเปึนเงินสาธารณูปโภค ค่าน้ํา ค่าไฟ ต้องใช้ อย่างประหยัดแล้วก็ไม่เพียงพอ พวกครูด้วยกันก็ต้องพยายามเจียดเงินเดือนแบ่งกัน ช่วยกันคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน มาช่วยเปึนค่าสาธารณูปโภคเกี่ยวกับค่าไฟ ค่าน้ํา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการได้พิจารณาดูให้รอบคอบอีกนิดหนึ่ง ว่าในส่วนนี้มันเปึนรายละเอียดจริง ๆ ที่คณะกรรมาธิการน่าจะพิจารณาเปึนพิเศษ แล้วเหตุที่การศึกษาเหตุที่ปฏิรูปการศึกษาแล้วล้มเหลว ผมขอใช้คําว่า ล้มเหลว ตั้งแต่มี พ.ร.บ. การศึกษา ๒๕๔๒ เปึนต้นมา รวมแล้ว ๘ – ๙ ป้ ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย เด็กนักเรียนยังต้องพึ่งพาเรียนพิเศษอยู่ แต่เด็กที่อยู่ในชนบท ผมบอกได้เลยมันมีความ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การจัดสรรงบประมาณก็ดี เด็กในชนบทซึ่งจริง ๆ แล้วเด็กเหล่านี้ เปึนเด็กที่น่าสงสาร ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนพิเศษเหมือนกับเด็กที่อยู่ในเมือง แต่เวลาการจัดสรรงบประมาณลงไปแล้วนั้น ทางฝ์ายผู้จัดสรรงบประมาณคิดเด็ก เปึนรายหัว แต่ไม่ได้เคยคิดว่าสภาพแวดล้อมของสังคมในแต่ละโรงเรียนมันแตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง โรงเรียนในชนบทรอบนอกอยากจะได้คอมพิวเตอร์แต่ละทีต้องไปจัดทอดผ้าป์า ท่านประธาน ต้องไปจัดทอดผ้าป์ากว่าจะได้มาเหมือนกับไปขอทานเขา แต่โรงเรียนที่อยู่ ในเมืองกลับมีเครื่องมือเครื่องไม้มีอุปกรณ์เทคโนโลยีมากมาย จัดทอดผ้าป์าแต่ละที ได้ทีละ ๑๐ กว่าล้านบาท ๒๐ กว่าล้านบาท ต่างกับเด็กที่อยู่ในชนบท ผมถึงอยากให้ คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณได้ไปตรวจสอบดูรายละเอียดในส่วนนี้ด้วย ให้ความเปึนธรรมกับเขา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้อีกส่วนหนึ่งนั้น เปึนเรื่องของเงินที่ผมดีใจนะครับ ดีใจที่เราถูกตัดลดไปส่วนหนึ่ง แต่เราได้ปรับเพิ่มมาอีก ส่วนหนึ่ง ในส่วนเพิ่มนั้นผมก็ดีใจว่าในส่วนนี้เราคงได้มีโอกาสเอามาช่วยในเรื่องของงบ บุคลากรได้บ้าง แต่บังเอิญเขาระบุไว้เลยว่าในเงินที่ตัดเพิ่มไว้นั้นเอามาใช้เปึนเงินอุดหนุน เกี่ยวกับโครงการอาหารเสริมนม แล้วก็เปึนอาหารเสริมโครงการอาหารกลางวัน แล้วก็อีก ส่วนหนึ่งเปึนอาคารเรียน เปึนส้วม เปึนโรงอาหาร ในส่วนอาหารเสริมนมมีครูหลายคนถามผมว่าลองมาช่วยสอบถามดูว่าทําไมเมื่อก่อนนี้ การจัดซื้อจัดจ้างอาหารเสริมนมก็ดี ทําไมโรงเรียนเปึนผู้ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างเอง ตลอดจนอาหารกลางวัน โรงเรียนเคยดําเนินการเอง แต่เดี๋ยวนี้โอนไปให้ท้องถิ่น เปึนผู้ดําเนินการ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่บางครั้ง ยกตัวอย่างกรณีนมก็ไปตั้งเปัาไว้ว่าทําไมนม ต้องเปึนนมจืด เพราะบางครั้งเด็กบางคนไม่ชอบนมจืด แต่กําหนดสเปคไปเลยว่าต้องเปึน นมจืด แล้วพอเด็กไม่ชอบนมจืด เด็กพอได้ไปรับก็เอาไปทิ้งไปขว้างทิ้ง สิ้นเปลือง งบประมาณโดยใช่เหตุ สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเปึนข้อสังเกตที่ว่าลองให้ไปพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เขาติดใจมากว่าทําไมต้องโอนเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการในฐานะ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไปให้กับท้องถิ่น ก็ติดใจตรงนี้ด้วย ฝากท่านประธานเอาไว้ด้วยนะครับ
อีกอย่างหนึ่งนะครับ ผมอยากเห็นเงินส่วนที่เพิ่มเปึนเงินอุดหนุนเอาไปเปึน อัตราจ้างในการจัดสรรให้ครู เพราะเวลานี้ถามว่าในเรื่องคุณภาพการศึกษาของนักเรียน นั้นไม่ดี เปึนเพราะว่าต้องยอมรับความจริงครับว่าโรงเรียนในชนบทแต่ละโรงเรียนนั้นมีครู ไม่ครบชั้นอย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งได้บอกไปเมื่อกี้นี้ว่า ครู ๑ คน สอนควบถึง ๒ ชั้น และ ๓ ชั้น โดยการคิดอัตราเปึนจํานวนเด็กต่อครู แต่เขาไม่เคย คิดว่าจํานวนโรงเรียนมีนักเรียนกี่ชั้นเรียน เพียงแต่แค่ว่าเอาครูให้ครบชั้นเรียน มี ๖ ชั้นเรียนก็ให้ครบ ๖ ชั้นเรียน ผมว่าก็ยังดี แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้คิดอย่างนั้น คิดเปึน แต่อัตราเด็กนักเรียน ไปเปรียบเทียบกับโรงเรียนที่อยู่ในเมืองไม่ได้ เพราะเด็กที่อยู่ในเมืองนั้น มีเด็กนักเรียนเยอะ งบประมาณก็ได้เยอะ รายหัวก็ได้เยอะ แต่เด็กบ้านนอกนั้นไม่ได้ แต่สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้ทางฝ์ายคณะกรรมาธิการนั้นได้ไปพิจารณาดูว่าในส่วนนี้ เราสามารถเอาไปเปึนอัตราจ้างครูมาได้ไหม
เหตุผลอีกประการหนึ่ง ก็คือว่าบุคลากรของเรายังขาดคุณภาพ เราขาดครู ชํานาญการครับท่านประธานที่เคารพ ขาดครูชํานาญการ เพราะในแต่ละโรงเรียน อย่างครูคณิตศาสตร์บางโรงเรียนก็ไม่มีเลย ครูวิทยาศาสตร์บางโรงเรียนก็ไม่มีเลย ครูภาษาอังกฤษบางโรงเรียนก็ไม่มีเลย อังกฤษก็ไม่มีเลย สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เปึนปัญหา ทําให้การศึกษาของเราล้มเหลว และสิ่งเหล่านี้ผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการนั้นได้ไป พิจารณาทบทวน ถ้าเปึนไปได้เราน่าจัดตัดงบเงินอุดหนุนในส่วนนี้มาเปึนอัตราจ้างป้ต่อป้ ก็ยังดีครับท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด แล้วก็เรื่องของ การซ่อมแซมอาคารเรียนครับท่านประธาน ตอนนี้โรงเรียนในสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่จําเปึนต้องมีอาคารเรียนเพิ่ม แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดเราต้องการเงิน งบประมาณในการซ่อมแซมอาคารเรียนมากกว่าครับท่านประธานที่เคารพ สิ่งเหล่านี้ ถ้าเราได้งบประมาณในส่วนนี้ไปผมเชื่อแน่ว่าจะทําให้อาคารเหล่านั้นได้พัฒนา เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเด็กก็จะดีขึ้น สรุปนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมฝากข้อคิดเห็นตรงนี้ไปยังท่านกรรมาธิการได้ไปช่วยพิจารณา ดูด้วยว่าข้อเท็จจริงตรงนี้เปึนอย่างไร ในฐานะที่ผมมีประสบการณ์ตรงนะครับ เปึน ผู้บริหารโรงเรียนมาเกือบ ๓๐ ป้ กว่าจะได้มาเปึนผู้แทนราษฎร สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญ ที่สุดและเปึนจริงที่ผมได้กล่าวมา ณ ทีนี้ด้วย ขอขอบคุณมากครับท่านประธานที่เคารพ
กรรมาธิการ เชิญ คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จากที่ได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านทุกคน เปึนห่วงเปึนใยว่าเด็กเยาวชนเรานั้นขาดการศึกษา ขาดการพัฒนา แล้วทําอย่างไรถึงจะ ได้งบประมาณขึ้นเปึนจํานวนมาก ในความรู้สึกของผมนี้ทุกคนอยากจะเพิ่มให้ กระทรวงศึกษาธิการด้วยซ้ําไป ไม่ได้คิดตัดอะไร เพราะฉะนั้นแล้วจากที่ได้ฟังนั้น ไม่มีปัญหาอะไร มีประเด็นเดียวที่จะต้องตอบกัน สิ่งที่ตอบนั้นไม่ใช่ว่าผมเกี่ยวข้อง หมายถึงว่าในฐานะเปึนกรรมาธิการนี้ได้ซักถามและคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยความห่วงใย ที่ท่านได้ถามไว้ คือท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านได้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการเปึนห่วงเด็ก และเยาวชน ในการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โอแอลพีซีนี้นะครับ ก็คือเครื่อง คอมพิวเตอร์นี้เปึนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเอ็มไอทีที่อเมริกานี้ได้ทดลองใช้ สําหรับเด็กในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย แล้วก็เพื่อจะให้เด็กได้ไปค้นคว้าใช้กลางแดด ก็ได้ มีกล้องและสามารถที่จะไปเซอร์เวย์ (Survey) ทํางาน ไม่ใช่เหมือนกับพีซีทั่วไป เพื่อการศึกษา นี่คือคําพูดของข้าราชการที่บอกมา ทีนี้เรามาดูว่ามันไม่ใช่เครื่องพีซี (CP) หรือโน้ตบุ๊ค (Notebook) อย่างทั่วไป เลยทําให้ผมมองเห็นว่าเครื่องนี้ได้มีการ มาทดลอง กระทรวงศึกษาธิการได้ทําการทดลองเมื่อ ๒ โรงเรียน ในครั้งแรกที่โรงเรียน วัดโยธีราชศรัทธาราม แล้วก็โรงเรียนวัดธรรมปัญญา ๕๐ เครื่อง ผลของการทดลองก็มี การชี้วัดว่าเด็กมีการพัฒนาหลังจากได้ใช้เครื่องนี้ ป้นี้ก็เลยตั้งงบประมาณเพิ่ม ที่ว่าเพิ่ม ๕,๐๐๐ เครื่อง เงินแค่ ๓๓ ล้านบาท ในการให้เด็ก เยาวชน ความจริงทุกคนอยากให้เด็ก ได้ใช้ทุกคน แต่ว่างบประมาณเราน้อย เขาเรียกว่ามีการวิจัยในระยะที่ ๒ ๓๓ ล้านบาท ก็คือซื้อ ๕,๐๐๐ เครื่อง ซื้อ ๕,๐๐๐ เครื่องนี้ สิ่งที่ห่วงกังวลหลายคนว่าเปึนการล็อกสเปก (Lock spec) หรือไม่ ถ้าซื้ออย่างนี้มันก็จะไปเฉพาะเครื่องของบริษัทนี้ ผมได้สอบถามดูว่า ทําอย่างไร วิธีการค้นหาข้อมูล ทางฝ์ายกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องได้บอกว่ากว่าที่จะ หาข้อมูลนั้นได้ทําการสืบค้นว่าคอมพิวเตอร์ระบบนี้มีบริษัทต่าง ๆ ในทั่วโลกผลิตกี่บริษัท ประมาณ ๓ – ๔ บริษัท แล้วบริษัทแต่ละบริษัทเครื่องละ ๓๐๐ เหรียญบ้าง ๒๐๐ เหรียญบ้าง และ ๑๐๐ เหรียญบ้าง ก็เลยเอาสมมุติฐานที่ถูกที่สุดของบริษัทนั้นมา โดยไม่สนใจว่าอะไรก็ตาม ผมถือว่าเปึนความรู้สึกของข้าราชการที่ต้องการจะเซฟ (Save) ก็คือเอาต่ําที่สุด เสร็จแล้วก็ทําแผนโครงการมา พอทําแผนโครงการมาแล้วก็มีปัญหาก็คือ ว่าสรุปแล้วต้องซื้อเครื่องประมาณ ๕,๐๐๐ เครื่อง เสร็จแล้วการดําเนินการต่าง ๆ ที่จะไป ใช้กับโรงเรียนต่าง ๆ ไปใช้ภาคเหนือจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พิจิตร เลย น่าน ภาคกลาง ที่อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา ภาคใต้คือนราธิวาส สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช มีอยู่แค่นี้ครับ ๕,๐๐๐ เครื่อง ก็เปึนการทดลองครบในสโคป (Scope) ของโรงเรียน ระบบนี้ใช้ยืมตั้งแต่ ป. ๔ ถึง ป. ๖ ๓ ป้ แล้วก็มีการต่อเนื่องกันไป ถ้าได้ประโยชน์ก็จะมีการดําเนินการต่อเนื่อง แต่ถ้าได้ประโยชน์น้อย ไม่ส่งผลสัมฤทธิ์ ก็จบกันไป สรุปแล้วโครงการนี้ไม่ใช่งบผูกพัน เปึนงบเฉพาะป้ อันนี้ก็เปึนการตอบคําถาม ให้เห็น ส่วนการจัดซื้อนั้นทางโรงเรียนสามารถจัดซื้อเอง หรือว่าอี ออคชั่น (e-Auction) ในส่วนกลาง ก็ดําเนินการไปตามกรอบที่กําหนด ผมคิดว่าไม่ผูกพันครับ ท่านจุติ ได้มาถาม ที่ประชุมก็ได้บอกแล้ว ส่วนเรื่องต่าง ๆ ผมคิดว่าลองเถอะครับ เงินแค่ ๓๓ ล้านบาท ลองให้เด็ก ๕,๐๐๐ คน ทั้ง ๔ ภาค ได้พัฒนาการ แล้วจะมีตัวชี้วัด มีการประเมิน ถ้าเด็กพัฒนาจริง ๆ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนมาก ผมเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นี้นะครับมันจะสอดคล้อง ที่ท่านบอกว่าเราสอนหนังสือแต่ ไม่สอนวิธีคิดให้กับเด็ก ผมกับมีความรู้สึกว่าครั้งนี้เราจะสอนหนังสือและสอนวิธีคิดให้กับ เด็กด้วย พอเอาเครื่องคอมพิวเตอร์นี้เข้าไป เขาก็จะสามารถไปค้นหาความรู้ด้วย ตัวเขาเองในพื้นที่ ในท้องถิ่น สามารถเข้าไปในป์า มีการเรคคอร์ด (Record) จดอะไรต่าง ๆ ได้มาก เพราะฉะนั้นขอเด็กเถอะครับ ๓๓ ล้านบาทนี้นะครับ ก็ขอฝากขอบพระคุณ ที่ทุกคนได้ให้กําลังและอยากจะให้เพิ่มด้วยซ้ําไป แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า เด็กเยาวชน อีก ๕,๐๐๐ คน จะขอบคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกคนมากที่ได้ให้กําลังใจต่อเด็กนะครับ
ขอกรรมาธิการอีกสักท่านนะครับ กรรมาธิการ ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะกรรมาธิการครับ ต้องขอกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทุกคนนะครับที่ให้ความรักความห่วงใย แล้วก็ให้ความสนใจกับการศึกษากับลูกหลาน ของพวกเรา ผมเชื่อว่าที่ท่านได้แสดงออกในความรักความห่วงใยในวันนี้ในการศึกษา ไม่ว่าจะเปึน ท่านสราวุธ หรือท่านอื่น ๆ ก็ตามแต่ ต้องบอกว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งหนึ่งที่จะสะท้อนถึง การศึกษาของเรานะครับของบ้านเราว่าต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน และก็เชื่อว่าทุกคนมีความ รักความห่วงใยอย่างนี้ก็จะทําให้ผลของลูกหลานได้รับความอบอุ่นและก็ได้รับ ความเกื้อหนุนจากพวกเราทําให้การศึกษานั้นดียิ่งขึ้น ผมเองอยากจะกราบเรียนว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงในเรื่องของสิ่งก่อสร้าง บางท่านก็อาจจะเรียกว่า บอกว่า สิ่งก่อสร้างนั้นยังไม่ดี สมควรต้องปรับปรุง แต่บางท่านก็บอกว่าเรามีแต่สิ่งก่อสร้าง เราไม่ คํานึงถึงเรื่องการศึกษาที่จะเรียนรู้ให้เกิดคุณภาพทางการศึกษา ก็ต้องเรียนว่าอย่างนี้ครับ ว่าโดยหลักของมันแล้วสถานศึกษาหรือสิ่งก่อสร้างนั้นเปึนหัวใจหรือเปึนปัจจัยสําคัญ ในการศึกษาเปึนสิ่งหนึ่งครับ ทําให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีหรือไม่ดีอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เราได้มี ผลการศึกษาและก็เปึนสิ่งที่เรียกว่าถ้าบ้านเมืองใดหรือประเทศใดก็ตามแต่ ยกตัวอย่าง บ้านเรา ถ้าเรามีงบประมาณที่เพิ่มขึ้นหรือมากขึ้นก็คงต้องจัดสถานการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น ในที่นี้รัฐบาลได้มีความห่วงใย รวมทั้งตลอดกรรมาธิการได้มีความรักความห่วงใย ลูกหลาน ก็ได้จัดงบประมาณในส่วนที่จะพัฒนาสถานศึกษาให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะส้วมแล้ว ก็ในส่วนอื่น ๆ ที่เรียกว่าเปึนสถานศึกษา ไม่ว่าอาคารหรือใดก็ตามแต่ จะมีการปรับปรุง พัฒนาใหม่ยิ่งขึ้น เพื่อให้ผลการศึกษาได้สัมฤทธิ์ผลและดียิ่งขึ้นตามที่ท่านได้ปรารถนากัน ก็เรียนอย่างนั้น ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าในส่วนของสถานศึกษา ส่วนในเรื่องของคุณภาพ การศึกษา ถ้าเราจะทําให้ดียิ่งขึ้นก็ต้องเรียนต่อเพื่อนสมาชิกว่าคงต้องบอกว่าการให้ งบประมาณเพียงอย่างเดียวแล้วก็จะให้ลูกหลานของเราได้รับการศึกษาหรือมีคุณภาพ ของการศึกษาที่ดียิ่งขึ้นนั้นคงไม่ใช่นะครับ ในการศึกษาที่จะให้ดียิ่งขึ้นนั้นต้องบอกว่าการ เรียนรู้นั้นเราไม่ใช่พัฒนาบุคลากรอย่างเดียว การพัฒนาบุคลากรหรือครูนั้นก็เปึนส่วนหนึ่ง เพราะว่าครูนั้นก็เปรียบเสมือนอาจจะเรียกว่ายกตัวอย่างเหมือนหมอนะครับ เมื่อได้รับ การศึกษาในระบบเดิม ๆ หลายสิบป้ที่ผ่านมา ความรู้ การพัฒนาการศึกษาอาจจะเปึน ระบบเก่าแบบเก่าหรือการศึกษาอาจจะไม่ดีเท่าที่ควรแล้วนะครับ ไม่เหมาะสมกับสังคมใน ปัจจุบันหรือฐานการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นการพัฒนาการศึกษาตรงนี้ก็ต้องพัฒนาครูไปด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับนวัตกรรมหรือพื้นฐานการศึกษาได้มากยิ่งขึ้น ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในส่วนของการพัฒนาการเรียนรู้นั้นเปึนเนื้อหาเปึนเรื่องสําคัญ เนื้อหาที่จะเรียนรู้ เปึนเรื่องสําคัญที่จะทําให้คุณภาพการศึกษาของเราดียิ่งขึ้น วันหนึ่ง ๆ ถ้าเราให้ลูกหลาน ของเราไปเรียนหนังสือเราไปจริงไหมครับ แต่ปรากฏว่าลูกหลานไม่ได้เรียนเนื้อหาที่ สอดคล้องกับการพัฒนาทางด้านการเรียนรู้ ลูกหลานก็ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เราก็คงต้องไปจัดว่าเนื้อหาการศึกษานั้นต้องให้มีความเหมาะสม สอดคล้องต้องด้วยกับลูกหลาน เพราะฉะนั้นโอแอลพีซี แลปท็อป ก็เปึนอีกส่วนหนึ่ง เปึนนวัตกรรมอีกส่วนหนึ่งผมเองเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมเองได้มีส่วนผลักดันในเรื่องของ โครงการนี้ก็ต้องบอกว่าสําคัญอย่างยิ่งกับการเรียนรู้ของลูกหลานเรารุ่นใหม่ที่จะทําให้ การศึกษาของลูกหลานเรา ประเทศไทยของเรานั้นเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นหรือดียิ่งขึ้น ต้องบอกว่าในโลกนี้เขาไปไกลแล้ว ไม่ว่าประเทศใด ๆ ถ้าเราไปเสิร์ช (Search) ข้อมูลดู อินเดียเขาก็ผ่านมาแล้วทําไปแล้ว เวียดนามทําครับ เขมรกําลังจะทํา สิ่งเหล่านี้ต้องบอก กับท่านว่า ถ้าเราไม่ทําเรามัวแต่กลัวว่าลูกหลานของเรานั้นจะไปติดเกมส์ กลัวลูกหลาน จะไปติดภาพโป็หรือสิ่งโป็เหล่านี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่เรากําลังจะขีดกั้นหรือว่าไม่ให้ลูกหลานเรา นั้นได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น ก็ขอฝากไว้ว่าตรงนี้เราช่วยกันสอดส่องและดูแลผลักดัน ก็เชื่อว่าจะทําให้ลูกหลานเรานั้นการศึกษาที่ดีขึ้นแล้วประเทศไทยของเราก็จะมีการศึกษา ที่ดีขึ้นขอกราบขอบคุณครับ
เชิญคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ตอบคําถามในบางส่วนนะครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าจริง ๆ ทุกคนก็ปรารถนาดีนะครับในการที่เราจะจัดระบบการเรียนการสอน เพื่อที่จะนําเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับนักเรียนของเรา แต่ว่า ผมอยากจะให้กรรมาธิการได้ชี้แจง ช่วยยืนยันและบันทึกไว้ในสภานี้ว่า เพราะในแผนงบประมาณที่เสนอเข้ามาในชั้นรับหลักการนั้น ๖๐๐ ล้านบาท ๖๐๐ ล้านบาทนี่ท่านนําไปใช้สําหรับจัดโอแอลพีซี ๕,๐๐๐ เครื่อง ๓๓ ล้านบาท ที่เหลือ ท่านนําไปจัดหาอะไรบ้างครับ ซึ่งผมทราบว่าท่านไปจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ เปึนจํานวนเท่าไรครับ และประมาณทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วให้ได้ ๖๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ ถึงจะเข้าใจครับ ผมขอให้กรรมาธิการได้ชี้แจงตรงนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งเพื่อจะได้บันทึก ไว้ในสภาครับ ท่านประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เนื่องจากเท่าที่ฟังท่านกรรมาธิการ ชี้แจงก็มีหลายสิ่งที่ต้องการให้ท่านยืนยันในที่ประชุมสภาแห่งนี้ อย่างเช่นกรณี ที่ตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ๓๓ ล้านบาท เพื่อซื้อคอมพิวเตอร์โอแอลพีซี เปึนการ ไม่ผูกพันเฉพาะป้นี้เท่านั้น เพราะว่าในหนังสือเล่มสีเขียวของกระทรวงศึกษาธิการ หน้า ๑๕๐ ระบุไว้ว่าจะผูกพันป้ ๒๕๕๒ ถึง ป้ ๒๕๕๔ งบประมาณ ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในคณะกรรมาธิการงบประมาณได้ตกลงกันว่าจะไม่ผูกพัน คือระบุเฉพาะ ป้ ๒๕๕๒ ๓๓ ล้านบาทเท่านั้น ต้องขอคํายืนยันจากกรรมาธิการงบประมาณ จริง ๆ แล้ว ๓๓ ล้านบาท เงินไม่มากครับ แต่เหลือเชื่อเราถกกัน ๓ – ๔ ชั่วโมงเฉพาะประเด็นนี้ ประเด็นเดียว เพราะว่าการศึกษานั้นมีหลายอย่างที่นักเรียนเราต้องการมากกว่า คอมพิวเตอร์โอแอลพีซี อย่างเช่น ครู อาจารย์ขาดแคลน ๕๐,๐๐๐ – ๖๐,๐๐๐ อัตรา แต่ป้นี้ไม่ได้รับงบประมาณในการจ้างครูเพิ่มแม้แต่คนเดียว หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ ตั้งโต๊ะอัตราส่วน ๑ ต่อ ๔,๐๐๐ ซึ่งน้อยมาก แต่ว่ามาตรฐานก็ไม่สามารถเพิ่มจํานวน คอมพิวเตอร์ได้ ก็เปึนสิ่งที่พวกเราเปึนห่วงในด้านนั้น เพราะฉะนั้นโครงการโอแอลพีซีเปึน โครงการที่ยังไม่มีความจําเปึน ถ้าเปึนการผูกพันตั้งแต่ป้นี้ถึง ป้ ๒๕๕๔ งบประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท จะทําให้เราขาดเงินในการที่จะไปพัฒนาในด้านอื่น ก็ขอคํายืนยันจาก กรรมาธิการงบประมาณ เพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
กรรมาธิการ สมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรรมาธิการ ความจริงแล้วผมเอาเอกสารมาให้ท่านชินวรณ์แล้ว แต่ท่านบอกว่า ต้องให้ผมยืนยัน ก็คือว่างบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาทที่ใช้ไปซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ๑,๑๒๘ ชุด สําหรับโรงเรียน ๑,๑๒๘ แห่ง ๔๔๙ ล้านบาท แล้วก็ซื้อโอแอลพีซี ๕,๐๐๐ เครื่อง เครื่องละ ๓๓ ล้านบาท เรียบร้อยแล้วนะครับ เสร็จแล้วซื้อซอฟท์แวร์ สําหรับการเรียนการสอน ๒๗ ล้านบาท คอมพิวเตอร์สําหรับสํานักงาน ๒๖ ล้านบาท และสื่อการสอน ๑๘ ล้านบาท ประมาณนั้นและการพัฒนาบุคลากร ๒๕ ล้านบาท ทั้งหมดรวมแล้ว ๖๐๐ ล้านบาท อันนี้ท่านชินวรณ์ทราบด้วยเอกสารแล้ว อยากจะให้ ยืนยันบันทึก ส่วนโอแอลพีซีกราบเรียนว่ากรรมาธิการย้ําแล้วก็มีความห่วงกังวลว่าเปึน การตั้งเหมือนกับว่าครั้งแรกก็เปึนให้เหยื่อก่อนหรือเปล่า แล้วก็มาเปึน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีหลัง ทุกคนยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว เพราะว่าเปึนการที่ตั้งเฉพาะกิจ เฉพาะป้นี้จริง ๆ และหลักฐานในงบประมาณก็ไม่ได้เขียนไว้ในการตั้งต่อเนื่อง แต่เปึนการประมาณการ ที่จะใช้ ถ้าท่านเป่ดหนังสืองบประมาณ ถ้าเปึนโครงการต่อเนื่องเขาจะบอกไว้เลยโครงการ นี้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ที่ ๑ ใช้ ๒๐๐ ล้านบาท ป้ที่ ๒ ใช้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะเขียน ไว้ชัด แต่ว่าในงบประมาณที่เขียนไว้เขียนไว้เหมือนกับว่าเปึนเปึนแผนเท่านั้น แต่ว่าเรา ก็ได้ย้ําให้กระทรวงศึกษาธิการได้บันทึกในที่ประชุมแล้วว่าเรื่องนี้ไม่เปึนโครงการต่อเนื่อง แล้วก็เปึนการเฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น หากมีการประเมินผลไม่ผ่าน ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ แล้วโครงการนี้ก็เลิกไป อันนี้ถือว่าเปึนการยืนยันในที่ประชุมครับ
เชิญกรรมาธิการครับ โครงการนี้จากรายงานของกระทรวงศึกษาธิการที่เราได้รับแล้วก็ได้สอบถามในที่ประชุม กรรมาธิการนะครับ ผมในฐานะที่เปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านไอซีที ได้สอบถาม เขาบอกว่ามีประเทศในโลกนี้กว่า ๒๐ ประเทศ ได้ทดลองใช้มาแล้วและได้เกิดประโยชน์ อย่างสูง โดยเฉพาะในประเทศที่ด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมด้านไอซีทีเจริญอย่างมาก ขณะนี้ประเทศจีนก็ได้นําระบบนี้มาใช้ เพราะฉะนั้นการที่เราเปึนประเทศที่ยังพัฒนา ไม่ถึงขั้นได้นําระบบเทคโนโลยีที่ประสบความสําเร็จในประเทศชั้นนํามาใช้ คือการเปึน การเรียนลัด แล้วก็ให้โอกาสเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กประถม ๔ ถึงประถม ๖ จะยืมเรียนแค่ ๓ ป้ เมื่อเรียนจบก็ต้องส่งคืน แล้วก็รุ่นต่อ ๆ ไปจะได้ใช้ จากการทดสอบ ๒ โรงเรียนที่นครนายก ๒ ชั้นเรียน ชั้นเรียนละ ๕๐ คน จํานวน ๑๐๐ คน ๒ โรงเรียน เด็ก ป. ๔ ถึง ป. ๖ นั้น ผลการเรียนดีขึ้นเปึนที่พอใจของทั้งผู้ปกครองและทั้งครูบาอาจารย์ เปึนอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการจึงได้นําโครงการนี้มานําร่องต่อนะครับ โดยป้ ๒๕๕๒ นั้น ได้กําหนดให้มีการทดลองทั้ง ๔ ภาคคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ทั้งหมด ๑๐๐ โรงเรียน โรงเรียนละ ๕๐ เครื่อง เพราะฉะนั้นจึงเปึนที่คาดหวังได้ เมื่อสักครู่มี หลายท่านได้อภิปรายว่า การที่ประเทศไทยเราในเรื่องการศึกษายังไม่ประสบความสําเร็จ เนื่องจากว่าเราไม่พัฒนาบุคลากร ไม่พัฒนาระบบการศึกษาขณะนี้นะครับ แล้วไม่พัฒนา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้ทันกับความต้องการของการศึกษาในระบบ บ้านเรา การล้าหลังทางด้านการศึกษานั้นจะทําให้ประเทศชาติของเราล้าหลัง ขณะนี้ ระบบนี้จะนํามาสู่ว่า การทดลองถ้าได้ผลนะครับ รับรองว่าโครงการนี้เฉพาะที่เราได้สอบถาม ได้อนุมัติในงบประมาณนั้นก็คือ จํานวน ๓๓ ล้านบาท ป้เดียวไม่ผูกพัน หลังจากที่ประสบ ความสําเร็จนั้นมีการอีวาลูเอท (Evaluate) หรือว่าประเมินผลแล้วจากระทรวงศึกษาธิการ ถ้าได้ผลก็จะนําเสนออนุมัติงบประมาณขอจัดซื้อเปึนป้ต่อป้เปึนลําดับไปนะครับ ส่วนบาง ท่านที่เปึนห่วงเรื่องการที่จะนําวงจรเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เปึนเรื่องลามกต่าง ๆ มาใช้ไม่ เหมาะสมกับเด็กนั้น ทางกระทรวงศึกษาก็ยืนยันมา โดยมีหนังสือยืนยันจากทาง กระทรวงไอซีทีว่า ทางกระทรวงไอซีทีได้ดําเนินการที่จะมีวงจรที่จะไม่ให้เครื่อง คอมพิวเตอร์โอแอลพีซีนี้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่เปึนที่พึงประสงค์สําหรับผู้ปกครองได้ จริง ๆ แล้วคือใช้สําหรับการศึกษาจริง ๆ เปึนพัฒนาการ เปึนนวัตกรรมทางการศึกษา ระบบใหม่ ซึ่งสมควรอย่างยิ่งที่พวกเราจะให้โอกาสกับเด็กไทยเพื่อจะมีโอกาสได้มีฝ้มือ โชว์ (Show) ในระดับโลก ทุกวันนี้นะครับถ้าพวกเราอ่านข่าวหนังสือพิมพ์จะเห็นว่า เด็กไทยนั้นได้รับรางวัลโอลิมป่คเรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องอะไรต่าง ๆ เยอะแยะ เพราะฉะนั้น โครงการนี้ได้ทั้งเหรียญทอง เหรียญเงิน ผมว่าโครงการนี้จะทําให้เด็กเราอายุตั้งแต่ ชั้นประถมได้คุ้นเคยกับการใช้คอมพิวเตอร์ ได้พัฒนาการเรียนการศึกษา ผมหวังว่าภาพที่ ผมอยากมองเห็นในอนาคตก็คือ อยากเห็นเด็กไทยที่อายุน้อย ๆ นะครับมีความสามารถ สูง ๆ สามารถสร้างความร่ํารวยให้ตัวเอง แล้วก็ความมั่งคั่งให้ครอบครัวได้เหมือน บิล เกตส์ ที่อเมริกา ซึ่งสามารถเปึนมหาเศรษฐีของโลกได้ภายในอายุยังน้อยอยู่ และ ยังหนุ่ม ๆ แล้วก็ขณะที่ประเทศเขานะครับได้เป่ดมากสําหรับการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ เด็ก ๆ ใช้นะครับ บิล เกตส์ นั้นไม่ได้จบปริญญาตรีใช้คอมพิวเตอร์แล้วก็สนใจ ก็สามารถ พัฒนาซอฟต์แวร์เปึนเจ้าของกิจการจนร่ํารวยมหาศาลได้ ผมหวังว่าโครงการนี้เราคงจะมี โอกาสเห็นบิล เกตส์ ของเมืองไทยเกิดขึ้นได้ในอนาคต ขอขอบคุณครับ
คุณปรีชญา ขําเจริญ ขอสั้น ๆ นะครับ เดี๋ยวเราจะได้ลงมติกันครับ
ได้ค่ะ ท่านประธานคะ ในเมื่อทาง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ยืนยันว่ามันจะเปึนประโยชน์จริง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด นี้นะคะ ดิฉันเองก็อยากจะเสนอแนะอีกสักนิดนะคะ ในเมื่อโรงเรียน นําร่องนั้นที่นําไปดําเนินการ มันมีทั้งสิ่งดีและไม่ดี มันยังเปึนปัญหาอยู่ในหลายประเด็น แต่ดิฉันคงไม่ใช้เวลาที่จะมาถกแถลงในที่นี้ แต่ดิฉันอยากจะเสนอแนะว่าเมื่อเครื่องซื้อแค่ ๕,๐๐๐ เครื่อง ดิฉันอยากให้นําเครื่องนี้นะคะ ถ้าต้องซื้อจริง ๆ อยากให้ไปใช้ในผู้ที่ไม่มี โอกาสได้เข้าถึงระบบการศึกษาเลย อย่างเช่นผู้พิการค่ะ เพราะราชบุรีของดิฉันยังมี ผู้พิการที่ไม่สามารถได้เรียนรู้นะคะ อยากให้ใช้เครื่องตัวนี้ให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึง โอกาสทางการศึกษาค่ะ
ผู้สงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติอภิปรายจบแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องเพื่อลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็ขอให้ กดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ขอเชิญเจ้าหน้าที่นับจํานวนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๐๑ ท่าน ถือเปึนองค์ประชุม นะครับ
สําหรับมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ มีการแก้ไข ผมจะถามมติท่าน ดังนี้นะครับว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขตามร่างของคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคําสงวนและคําแปรญัตติของผู้แปรญัตติ ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ ท่านใดเครื่องขัดข้องก็ยกมือไว้แล้วเดี๋ยวลงมติด้วย ปากเปล่าก็ได้นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ นับคะแนนครับผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุม แห่งนี้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขครับ
ขอเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๓ กระทรวงสาธารณสุข มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
มาตรานี้มีผู้สงวนความเห็นเปึนแพทย์ พยาบาล ทั้ง ๔ ท่านนะครับ ท่านแรกขอเชิญ นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานสลับลําดับที่กับคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม คือให้คุณหมอวรงค์พูด ตอนนี้ก่อน แล้วผมเข้าแทนที่คุณหมอวรงค์ครับ
เชิญคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ทําการสงวนคําแปรญัตติของ งบกระทรวงสาธารณสุขซึ่งตั้งไว้ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลในการที่ผมสงวนคําแปรญัตตินั้น ผมมีตรรกอย่างนี้ว่า ผมถือว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถจัดงบประมาณให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน ผมต้องย้ํา ท่านประธานคงจะแปลกใจว่าอยู่ ๆ ผมขึ้นมา ผมบอกว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถจัดงบให้สอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชน ผมมีเหตุผลอยู่ ๒ ข้อ เหตุผลข้อที่ ๑ คือรัฐบาลนั้นมีสัญญากับสภา รัฐบาล จะต้องแถลงนโยบายกับสภาผู้แทนราษฎร ถือว่าเปึนสัญญาข้อที่ ๑ แต่ตรงนี้ผมถือว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้นจัดงบประมาณสอดคล้อง ไม่เปึนไร ประเด็นสําคัญคือข้อที่ ๒ วันนี้รัฐบาลประกอบด้วยพรรคการเมืองประมาณ ๕ – ๖ พรรค พรรคการเมืองเหล่านี้ เคยผ่านกระบวนการหาเสียงเลือกตั้งมากับพี่น้องประชาชน โดยมีพรรคแกนนําที่เปึน แกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล ชื่อว่าพรรคพลังประชาชน ในระหว่างช่วงที่มีการหาเสียง เลือกตั้งกับพี่น้องประชาชนนั้น ทุกพรรคการเมืองได้ประกาศนโยบายที่บอกกับประชาชน ว่า เมื่อเข้ามาแล้ว มีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาลจะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ ในช่วง ๓ เดือนแรก ผมถูกท้วงติงจากพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนถามผมว่า สิ่งที่รัฐบาลหรือพรรคการเมืองเคยหาเสียงไว้ ทําไมไม่ได้ทําตามนั้น ผมบอกประชาชนว่า ใจเย็น ๆ ขณะนี้ผ่านไป ๗ เดือน เปึนช่วงเวลาที่เหมาะสมพอดีเลยที่จะบอกว่าเราแทบจะ พูดได้เลยว่าขณะนี้รัฐบาลหรือพรรคการเมืองได้ทํากับสิ่งที่สัญญากับประชาชนไว้หรือไม่ ผมต้องพยายามจะย้ําว่า สิ่งที่สัญญากับประชาชนนั้นก็คือสิ่งหรือที่เรียกว่า นโยบายที่เคย บอกกับประชาชนไว้ ผมจะสรุปให้ท่านประธานฟังสั้น ๆ ดังนี้ พรรคพลังประชาชน ในช่วง ที่มาหาเสียงกับประชาชนและมาจัดตั้งรัฐบาล วันนี้ ๗ เดือน ยังไม่ได้ทําสิ่งที่เคยสัญญาไว้ คือข้อที่ ๑ นโยบายที่เรียกว่า ศูนย์กีฬาคือยาวิเศษ สมาชิกหลายท่านแปลกใจว่าทําไมผม เอาคํานี้ขึ้นมา ผมได้เข้าไปในเว็บไซต์ของพรรคพลังประชาชนหลังจากที่พี่น้องประชาชน ถามหา เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ประชาชนทวง ตรงกับสิ่งที่เปึนเว็บไซต์ที่เปึนนโยบายที่เคยหา เสียงกับประชาชนหรือไม่ ปรากฏว่าเปึนนโยบายทางด้านสุขภาพคือศูนย์กีฬาคือยาวิเศษ ในนโยบายนั้นได้มีการสัญญากับประชาชนว่า จะจัดให้มีรถพยาบาลประจําตําบล ผมดู การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ปรากฏว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ตระหนักในสิ่งที่เคย สัญญากับประชาชน ผมไม่เห็นเลยว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีการจัดสรร งบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อมาจัดสรรเปึนรถพยาบาลประจําตําบลให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าสมมติว่ากระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรรถพยาบาลสัก ๑๐๐–๒๐๐–๓๐๐ คัน หรือ ๑,๐๐๐ คัน ถือว่าเปึนจุดเริ่มต้น ผมถือว่าวันนี้รัฐบาลได้ทําตามสัญญา นี่คือ จุดข้อที่ ๑
จุดข้อที่ ๒ ที่ถือว่าเปึนสัญญาแล้วไม่สามารถทําได้ คือในข้อนโยบาย ในเอกสารที่เคยหาเสียงไว้เขียนไว้ว่า ในศูนย์กีฬาคือยาวิเศษนั้น ศูนย์นี้จะมีค่าตอบแทน ให้กับ อสม. ในการทําหน้าที่ โดยกําหนดค่าตอบแทนให้กับ อสม. ทุกคน รายละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ท่านประธานที่เคารพ รายละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน หมายความว่า อสม. ในประเทศไทย ๘ แสนคนจะต้องได้รับค่าตอบแทนรายละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทุกคน ดังนั้นรัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณก้อนนี้ ในการดูแล อสม. ที่ได้รับ ค่าตอบแทนรายเดือน ในการทํางานที่ศูนย์นี้ป้ละประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปรากฏว่าในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณ เราได้มีการท้วงติงและได้มีการพูดถึง เงินอยู่ก้อนหนึ่ง คือเงินก้อนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อหมู่บ้าน ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดสรรผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบางหมู่บ้านก็มีปัญหา บางตําบลก็มีปัญหา เพราะว่าทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอาไปใช้ผิดประเภท ผมต้องขอขอบคุณทางสํานักงบประมาณที่พยายามย้ําว่า เงินก้อนนี้ต้องเขียนไปว่า เปึนเงินที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อให้ อสม. ไปทํากิจกรรม และป้นี้ทางคณะกรรมาธิการ ได้มีการจัดสรรเพิ่มขึ้นจากหมู่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท เปึนหมู่ละ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ถามว่า มันสอดคล้องกับสิ่งที่เคยสัญญากับประชาชนหรือไม่ ไม่ใช่นะครับ เงินสนับสนุนกิจกรรม กับเงินค่าใช้จ่ายหรือเงินที่ให้กับ อสม. รายเดือน เดือนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อคนนั้นคนละอย่าง ผมถือว่านี่คือจุดที่ ๒ ที่ถือว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่ได้จัดสรรให้สอดคล้องกับสิ่งที่จะทํา
เรื่องที่ ๓ ในนโยบายการหาเสียงเคยเขียนไว้ว่า จะมีนโยบายที่เรียกว่า บัตรประชาชนรักษาทุกโรค ผมถามว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มนโยบายนี้หรือยัง ในช่วงที่กระทรวงสาธารณสุขเข้ามาชี้แจงงบประมาณนั้นมีระบบคอมพิวเตอร์ที่ทาง กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรไว้ใช้งบเยอะพอสมควร แต่งบประมาณดังกล่าวไม่ได้รองรับ ในหลักการของบัตรประชาชนรักษาทุกโรคที่จะอํานวยความสะดวกให้กับประชาชน สามารถพกบัตรประชาชนแค่ใบเดียว จริงอยู่ครับในช่วงที่ผมเปึนคณะกรรมาธิการได้มี การซักถามกระทรวงไอซีที วันนี้กระทรวงไอซีทีถือว่าเปึนเจ้าภาพใหญ่ในการใช้บัตร ประชาชนสมาร์ท การ์ด (Smart card) ในการดูแลระบบ บริการประชาชนทั้งหมดก็ยัง ไม่สามารถทําได้ แต่ผมถือว่านโยบายนี้เปึนสิ่งที่พรรคการเมืองเคยสัญญากับประชาชน จะต้องเริ่มต้นดําเนินการ สิ่งนี้ผมดูในงบประมาณแล้วก็ยังไม่ได้ทํา
นโยบายข้อต่อไปก็คือนโยบายในการจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร ทางการแพทย์ให้เพียงพอกับการทํางานภาครัฐ ท่านประธานทราบไหมครับว่าขณะนี้ บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์วันนี้มีปัญหาเยอะ แพทย์ขาดแคลนค่อนข้าง จะมาก ท่านประธานคงจะเห็นว่าช่วง ๑ เดือน หรือ ๒ เดือนที่ผ่านมา องค์กรวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้มีการประชุมหาทางออกว่าทําอย่างไร ให้แพทย์อยู่กับระบบราชการได้มากขึ้น แต่วันนี้ยังไม่มีทางออกครับ กระทรวงสาธารณสุข ก็ยังไม่มีคําตอบหรือยังไม่มีทางออกกับทางสังคมว่ากระทรวงสาธารณสุขจะแก้ปัญหานี้ อย่างไร ผมมีตัวเลขคร่าว ๆ ว่าขณะนี้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลจังหวัดทั่วประเทศ ประมาณ ๑๐๐ แห่ง ๑๐๐ แห่งเศษ ๆ ยังขาดแคลนแพทย์ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ อัตรา เฉพาะโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์นะครับ โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง ซึ่งขณะนี้มีอยู่ ๑๒๙ แห่ง ขาดแคลนแพทย์ ๑,๔๗๒ อัตรา โรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก ทั่วประเทศมี ๕๘๐ แห่ง ซึ่งโดยทั่วไปมีแพทย์ ๒,๒๓๓ คน ยังขาดแคลนแพทย์ ๔๔๒ คน แล้วบางโรงพยาบาลเขาเขียนไว้ชัดเจนว่ามีแพทย์ ๑ คน กับผู้อํานวยการ ๑ คน ผมถือว่า วันนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่ พรรคการเมืองเคยประกาศเปึนนโยบายไว้
และเรื่องสุดท้ายเปึนนโยบายที่เขียนไว้ว่า บัตรประกันสังคมจะครอบคลุม ทั้งครอบครัว ผมถามว่าหลายคนแปลกใจว่าผมเอาเรื่องนี้มาพูดได้อย่างไร ผมจะโยงให้ดู ว่ามันจะสัมพันธ์กับกระทรวงสาธารณสุข จริงอยู่เรื่องบัตรประกันสังคมครอบคลุม ทั้งครอบครัวเปึนเรื่องของกระทรวงแรงงาน แต่ถ้ารัฐบาลได้ทําตามที่เคยบอกกับ ประชาชนในระหว่างหาเสียง เท่ากับว่าขณะนี้ประกันสังคมมีประมาณ ๘ ล้านคน ถ้าครอบคลุมทั้งครอบครัวก็จะขยายไป ๑๐ กว่าล้านคน งบประมาณของ สป.สช. ซึ่งมีอยู่ ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทก็จะประหยัดไปจํานวนสูงพอสมควร จะทําให้การดูแล สุขภาพของพี่น้องประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทองดีขึ้นครับ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ผมถือว่าวันนี้พรรคการเมืองที่มาเปึนแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ ทําครับ ผมจึงอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า จึงถือว่าขณะนี้เปึนเวลาที่สมควรแล้ว ๗ เดือนแล้วครับ ท่านต้องทํานะครับ ผมจึงถือว่าผมมาทําหน้าที่ในการเตือน เตือนใน สัญญาที่พรรคการเมืองเคยสัญญากับประชาชนไว้ มิฉะนั้นแล้วผมจะถือว่า พรรคการเมืองพรรคนั้นหลอกลวงประชาชนครับ จึงขออนุญาตตัดงบประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเอาไปใช้ในสิ่งที่เคยประกาศไว้ครับ ขอบคุณครับ
นายแพทย์สุกิจ อัตโถปกรณ์ ๕ นาทีครับ แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ค่ะ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครสวรรค์ ดิฉันได้เสนอให้ตัดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขออกไป ๐.๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ แต่ก่อนที่จะอธิบายความให้ชัดเจนนั้นดิฉันอยากจะขอภาพรวมก่อนนะคะว่าภาพรวมของ เรื่องสุขภาพ จากการสํารวจของสภาพัฒน์ครั้งสุดท้ายนะคะเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียแล้วจะเห็นได้ว่าประเทศไทยนั้น ได้ใช้เงินเกี่ยวกับสุขภาพมากที่สุดเลยนะคะ คืออย่างเช่น อินโดนีเซียเขาใช้ ๓.๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) คือผลิตภัณฑ์มวลรวม ฟ่ลิปป่นส์ ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ มาเลเซีย ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ ไทย ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ สิงคโปร์ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ เกาหลีใต้ ๕.๖ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าไทยเกือบจะเปึน ๒ เท่าของมาเลเซีย อันนี้เราน่าจะพิจารณา ได้ว่าเราใช้เงินในด้านสุขภาพเกินไปหรือเปล่า และนโยบาย ๓๐ บาท รักษาทุกโรคนั้น ได้ใช้แก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ ยังเปึนนโยบายที่เราควรจะต้อง ทบทวนหรือไม่ เพราะเหตุว่านโยบายนี้จะเห็นได้ชัดนะคะ จนมาถึงวันนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงป้ ๒๕๕๑ ชัดเจนยิ่งขึ้นว่านโยบายนี้เปึนนโยบายประชานิยมโดยแท้ ทํากันอย่าง รีบร้อนและลุกลน ทั้ง ๆ ที่ทางฝ์ายแพทย์นั้นได้เสนอว่าให้ทําโครงการนําร่องแค่ ๖ จังหวัดก่อน แต่ฝ์ายการเมืองไม่ยอม ปล่อยให้เรือออกทะเลไปโดยไม่เตรียมเสบียงกรัง เช่น เงิน คน ของ ไม่ดูทิศทางลม สิ่งแวดล้อม เช่น ไม่ได้ศึกษาปัญหาโรคต่าง ๆ ของ ประชาชนอย่างแท้จริง แล้วคํานวณออกมาให้ได้ว่าเงินที่ใช้นั้นจะต้องใช้เท่าไร สัมพันธ์กับ เงินที่ประเทศมีอยู่หรือไม่ สํานักงบประมาณจะให้คําตอบอย่างนี้ได้หรือไม่ว่าเหมาะสม หรือเปล่า ปัญหาจึงเกิดตามมาคือ ๑. โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เราเรียกว่า เทอร์เทียรี แคร์ (Tertiary Care) หรือโรงพยาบาลตติยภูมิ ต้องมี คนไข้หนาแน่นมากขึ้น ซึ่งจากการดิฉันได้ไปเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลรามาธิบดี อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ไล่ตีกันที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อไปเยี่ยมแล้วอาจารย์หมอบอกว่าคนไข้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเดี๋ยวนี้แน่นมาก เหลือเกินจนรับจะไม่ไหวแล้ว เพราะอะไร เพราะว่าโรงพยาบาลชุมชนไม่กล้า ผ่าตัดคนไข้ จึงได้ส่งเข้าโรงพยาบาลจังหวัด จังหวัดถ้าเผื่อเหลือบ่ากว่าแรงหรือว่า ไม่แน่ใจ ไม่กล้าทําอีกแล้ว ส่งมาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย อันนี้เปึนความกลัว กลัวจะ ถูกฟัองร้อง กลัวทุกอย่าง เหตุที่กลัวเช่นนี้เพราะเหตุว่ารัฐบาลนั้นได้ใช้นโยบายเรียกว่า โฆษณาชวนเชื่อ หรือว่าเราพูดว่าให้ความหวังกับประชาชนมากเกินไป เราเรียกว่า ทําให้ประชาชนนั้นมีความคาดหวังสูง โอเวอร์ เอกซ์เปกเทชั่น (Over Expectation) โดยปกติแล้วในสายอาชีพแพทย์เรานั้นเราสั่งสอนกันมาโดยตลอดว่า อย่าอวดเปึนช่าง อย่าอ้างเปึนหมอ นั่นก็คืออย่าไปอวดว่าเก่งนะ ทําให้เขาหายได้แน่ ๆ นะ คนที่ผ่าไส้ติ่งนั้น เข้ามา ๑๐๐ ราย อาจจะเสียชีวิต ๑ ราย เพราะฉะนั้นเราอย่าโม้ การที่อวดเกินไปอย่างนี้ ทําให้คนไข้ผิดหวังมาก ถ้าเข้ามาเสียชีวิตในโรงพยาบาลแล้วก็มักจะโทษว่าหมอเปึนคน ทําพลาด แล้วก็ทําให้เกิดเหตุความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับพยาบาลก็เสียไปนะคะ มีการระแวงซึ่งกันและกัน หมอก็ระแวงว่าคนไข้จะฟัองมากก็รีบเอ็กซ์เรย์ (X-ray) โน่น นี่ นั่น ซึ่งทําให้เกินเหตุและก็ใช้เงินมากขึ้น คนไข้ก็คอยจับจ้องว่าหมอเอาใจใส่จริงหรือเปล่า ความสัมพันธ์อันนี้ไม่ดีขึ้น ไม่ดีเลยนะคะ สร้างความแตกแยกในหมู่คนไข้กับเรานะคะ
อันที่ ๒ ที่น่าห่วงอย่างยิ่งก็คือว่าโรงพยาบาลชุมชนอยู่ในภาวะวิกฤต หมอน้อย พยาบาลน้อย เพราะว่าถูกฟัองร้องมากก็ลาออกมาก อันนี้ประชาชนก็เลย เดือดร้อนมากขึ้น คุณภาพการรักษาพยาบาลจึงแย่ลง ดิฉันคิดว่าเราคงจะต้อง รีบแก้ปัญหาอันนี้นะคะ จากผลงานวิจัยที่สนับสนุนคําพูดของดิฉันว่าเรื่อง ๓๐ บาทรักษาทุกโรคนั้นไม่ได้ แก้ปัญหาคนยากจนเลยนะคะ จากวารสารวิชาการสาธารณสุข ๒๕๕๐ ป้ที่ ๑๖ ชี้ชัดว่า คนจนต้องถูกเบียดไปใช้โรงพยาบาลเอกชนมากกว่าคนมีเงิน ทั้งนี้เพราะอะไร จะขอยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ อย่างเช่น คนไข้เข้ามาปวดท้องมาก คนรวยเขาจะไปเข้า โรงพยาบาลเอกชนก่อนเพื่อให้ตรวจดูว่าเขาเปึนอะไร พอรู้ว่าเปึนนิ่วในไต หรือในถุงน้ําดี เขาก็ถือมาหมดเลย ให้คุณหมอผ่าตัดเลย ไปรอคิวผ่าตัดนิดเดียว แต่คนจนนั้นพอปวด ท้องมาก เข้าไปที่โรงพยาบาลของรัฐไปรอให้ตรวจ รอคิวตรวจ เสร็จแล้วรอเอ็กซเรย์ รออัลตราซาวด์ (Ultrasound) กว่าจะรู้ แล้วก็กว่าจะรอคิวผ่าตัด เพราะฉะนั้นคนจน ไม่ไว้วางใจแล้วก็รอไม่ไหว ก็ทําให้วิ่งไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน อันนี้เปึนปัญหามาก ซึ่งดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาทบทวนกันว่านโยบายอันนี้เราจะทําอย่างไร ที่จะให้เกิดความถูกต้องขึ้น เข้ามาสู่แนวทางที่ถูก เช่น อาจจะระดมความคิดเห็นของ ผู้ทรงคุณวุฒิ ของผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ สํานักงบประมาณ อื่น ๆ แล้วก็เรื่องถัดไปที่ดิฉัน อยากจะเรียนว่า ตามตําบล สถานีอนามัย งานปฐมภูมิ น้อยลง ด้อยลงไป เพราะว่างบนั้น ไปไม่ถึงเท่าไร อสม. ได้รับการสนับสนุนยังไม่เต็มที่ งานปัองกันโรคส่งเสริมสุขภาพซึ่งเปึน ไพร์มารี แคร์ (Primary care) ไม่รับได้การดูแลมากเท่าที่ควร กลับเอาเงินไปสนับสนุน เรื่องการรักษาพยาบาลซึ่งเปึนเรื่องปลายทาง ตอนนี้ก็มาถึงตรงสําคัญก็คือว่า ทําไมถึง ต้องมาตัดงบประมาณ ขอตัดงบประมาณ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์นั้น เพราะจากการที่สํารวจแล้ว พบว่างบประมาณการก่อสร้างที่ไม่อาจจะเสร็จสิ้นได้ทันป้งบประมาณ ซึ่งทําให้เหลื่อมป้ ออกไป เราจึงจําเปึนต้องตัดว่าให้ตัดออกไป ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้กระทรวงนั้นจัด งบประมาณไม่ให้เหลื่อมไปถึงป้ ๒๕๕๓ อีกแล้ว แล้วก็จะได้เปึนระเบียบของการเงินการคลัง จะได้ถูกต้อง ก่อนที่ดิฉันจะจบ ดิฉันอยากจะเรียนว่า ดิฉันอยากให้กระทรวงสาธารณสุขนั้น สนับสนุนกรมสุขภาพจิตที่จะให้ทําการวิจัย อันนี้ไม่ใช่ว่าจะกระแหนะกระแหนหรืออะไร นะคะ หรือฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่ว่าจริง ๆ ถ้าผู้บริหารของประเทศชาตินั้น มีสุขภาพจิต ไม่ดีแล้ว พาประเทศพังแน่ ๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นขอให้ทําการวิจัย แล้วก็มีหลักเกณฑ์ในการ ที่จะตรวจสอบคนที่จะขึ้นมาเปึนตําแหน่งใหญ่ ๆ สูง ๆ ของประเทศชาติเพื่อว่า ประเทศชาติจะได้เดินทางไปในทิศทางที่ถูกต้องคะ ขอบคุณค่ะ
นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ จะพยายามใช้เวลาให้อยู่ในกรอบที่ท่านประธานกําหนดนะครับ ผมว่าน้อยไปหน่อย นะครับ ขอ ๗ นาทีได้ไหมครับ ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวง สาธารณสุขครับ เริ่มที่งบประมาณเร่งรัดแก้ไขปัญหายาเสพติดและปราบปรามผู้มี อิทธิพลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับการให้ความสําคัญเปึนพิเศษ นะครับ เพราะว่าได้เขียนไว้ในหลาย ๆ กรมที่เดียว ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ เพราะว่าเรื่องของ ยาเสพติดทุกคนก็ทราบอยู่แล้วว่าเปึนเรื่องสําคัญแล้วก็เยาวชนของเราตอนนี้ ก็ติดยาเสพติดกันเยอะที่เดียวนะครับ แต่ขอเรียนนะครับว่าที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ค่อนข้างจะล้มเหลวกับเรื่องนี้นะครับ ไม่ได้หมายถึงในเรื่องการปราบปรามของผู้มีอิทธิพล ไม่ทราบเขียนไว้ทําไม ความจริงแล้วกระทรวงสาธารณสุขคงทําได้แค่เพียงบําบัดรักษาแล้วก็ให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของยาเสพติดเท่านั้นนะครับ ที่ผมบอกว่าค่อนข้างจะล้มเหลว ก็เพราะว่าสังเกตดู ในทุกโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้จะมีคลินิกยาเสพติด แต่ส่วนใหญ่ไปดูเถอะ ครับ ไม่ค่อยจะมีคนไข้ แล้วก็เรื่องของการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร นะครับ แต่ที่ผมอยากจะเน้นในวันนี้ก็คือส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขต้องดูแลเปึนพิเศษครับ คือยาบางตัวที่ไม่ได้เปึนยาเสพติด แต่มีคนเอาไปเปึนยาเสพติดครับ เปึนยาที่เราใช้กัน ในโรงพยาบาลในคลินิกทั่ว ๆ ไป นั่นแหละครับ ซึ่งบางครั้งผมเชื่อว่ากระทรวงก็รู้ไม่เท่าทัน คนนะครับ เดี๋ยวนี้เขาเก่งอาจจะมีคนที่มีความรู้ทางด้านเคมีเพิ่มขึ้นนะครับ มีคนอุตริที่เอา ยาบางชนิดไปเปึนยาเสพติด อย่างเช่นเรื่องที่เมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ ที่แล้ว ผมได้เคย ลุกขึ้นหารือกับท่านประธานในสภาแห่งนี้ว่าอยู่ดี ๆ ในจังหวัดตรังของผม ยาแก้หวัดที่ชื่อ แอคติเฟด (Actifed) ขาดตลาดครับ ที่จังหวัดตรัง ทั้ง ๆ ที่คนตรังเขาไม่ได้เปึนหวัดมากขึ้น แต่ประการใดนะครับ เพียงแต่ว่ามีคนไปกว้านซื้อครับ ไปกว้านซื้อตามร้านขายยาต่าง ๆ จนยาพวกนี้ขาดตลาดเลยครับ แล้วที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือมีข่าวว่ายาพวกนี้ได้ไปแพร่หลาย ในจังหวัดที่เปึนจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ อย่างเช่น ภูเก็ต พัทยา นะครับ แล้วก็มีข่าวว่ามี นักท่องเที่ยวซื้อยาพวกนี้นําออกนอกประเทศด้วย ผมก็อยากจะให้ไปตรวจสอบดูนะครับ เพราะว่ายาสูตรนี้จะมีส่วนผสมของยาตัวหนึ่งที่ชื่อว่าซูดูอีเฟรดิน (Pseuduephredine) นะครับ ยาตัวนี้มีคนที่สามารถเอาเปึนส่วนผสมของยาเสพติด เปึนยาไอซ์ ยาอี อะไรที่เขา พูดกันนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขรู้เรื่องนี้หรือยัง ก็อยากจะให้ ติดตามเรื่องนี้โดยรีบด่วนด้วย แล้วก็ขอความกรุณาให้ดูแลยากลุ่มนี้ซึ่งยังมีอีก หลายตัว แต่อย่าสั่งห้ามผลิตนะครับ เพราะว่ายาแก้หวัดตอนนี้ก็มีจํากัดอยู่แล้ว ถ้าท่าน มาห้ามผลิตเสียอีก เราคนเปึนหมอก็ไม่รู้จะใช้ยาตัวไหนเหมือนกันนะครับ ที่มีราคาถูก ส่วนเรื่องของการปัองกันปราบปรามยาเสพติดก็ขอให้กระทรวงสาธารณสุขทําให้มัน เข้มข้นกว่านี้นะครับ
ต่อไปเรื่องที่ผมจะพูดก็คงจะคล้าย ๆ กับที่คุณหมอมาลินีได้พูดไปแล้ว ในบางส่วนนะครับ คือผมจะพูดถึงปัญหาที่ผมเคยอภิปรายไว้ในวันแถลงนโยบายของ รัฐบาล คือผมสนใจแต่เรื่องปัญหาพื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเปึนปัญหา ที่เรื้อรังมานาน อย่างเช่น เรื่องของความแออัดยัดเยียดของโรงพยาบาล เพื่อน ๆ สมาชิก หลายคนก็เคยยื่นกระทู้บ้าง ตั้งเปึนญัตติขึ้นมาบ้างในสภาของเรานี้นะครับ แต่มันก็ยัง ไม่ดีขึ้นครับ รวมทั้งเรื่องของความไม่สะดวกไม่สบาย ซึ่งในแต่ละวันนับวันนี้นะครับ ก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเปึนผลมาจากโครงการ ๓๐ บาท แล้วต่อเนื่องมาถึงโครงการรักษาฟรีในปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เพราะต้องยอมรับว่าเรามาเร็วเกินไปโดยที่เราไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนที่จะทําสิ่งที่เรา เรียกว่าเปึนระบบประกันสุขภาพ ความจริงแล้วระบบประกันสุขภาพมีมากมายครับ แต่ว่าเมื่อเราเลือกระบบนี้ ตอนนี้ผลอะไรเกิดขึ้นครับ โรงพยาบาลใหญ่ ๆ แออัดยัดเยียดครับ เพราะอะไร เพราะว่าโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลอําเภอเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มี ประสิทธิภาพนะครับ ไม่มีประชาชนเชื่อถือ เอะอะรับคนไข้มาก็ส่งต่อ อาจจะเปึนด้วย กรรมวิธีทางการเงินด้วยนะครับ หมอ พยาบาล ลาออกกันเยอะครับ ไปโทษเขาไม่ได้ครับ เพราะว่าเขาทํางานหนัก ทีนี้พอหมอ พยาบาล ยิ่งลาออกมากเท่าไร คนที่อยู่ก็ยิ่งทํางานหนัก ปัญหาก็ถมทับทวีขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ ที่สําคัญก็คือเมื่อเงินได้ถูกใช้ไปกับการรักษาฟรีมาก ๆ อะไรเกิดขึ้นครับ ส่วนที่จะนําไปพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลแทบจะไม่มีเลยครับ โรงพยาบาลในช่วง ๕ - ๖ ป้ที่ผ่านมานี้ แทบจะไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรครับ บางโรงพยาบาลเครื่องไม้เครื่องมือเสียยังไม่สามารถที่จะมีเงินซ่อมได้ครับ ผมจึงคิดว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขน่าจะกลับมาตั้งสติให้ดีครับ ทบทวนดูใหม่ว่าอะไร ที่มันสร้างปัญหามาแล้วในอดีต จนถึงปัจจุบันก็ไม่จําเปึนต้องดันทุรังต่อไปหรอกครับ รู้จักค้าน รู้จักเถียงเสียบ้างกับความคิดที่จะเอาแต่คะแนนนิยมของผู้มีอํานาจ และช่วยกัน ระดมสมองอย่างที่คุณหมอมาลินีได้พูดเมื่อกี้นะครับ กระทรวงสาธารณสุขมีคนที่เก่ง ๆ มีความสามารถ สมองดีกันทั้งนั้นนะครับ แล้วก็มาดูว่าจุดแห่งความพอดีมันอยู่ตรงไหน แล้วก็เลือกเดินไปที่จุดนั้น ทําให้ระบบสาธารณสุขของเราเปึนระบบที่มั่นคง แล้วก็ ให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ วันนี้นะครับ ผมต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่าระบบ ของเราเอื้ออํานวยให้กับการใช้เงินกัน อย่างฟุ์มเฟ๋อยเกินเหตุ ขณะที่ผลงานของ โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขยังไม่ดีพอครับ ผมจึงขอเสนอให้ตัดงบของกระทรวง สาธารณสุข ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านนิภา พริ้งศุลกะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นิภา พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้แปรญัตติของกระทรวงสาธารณสุขนะคะ โดยปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้ว ดิฉันก็เห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้นงบไม่พออยู่แล้วนะคะ ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ก็คงจะ ไม่มีให้ด้วยซ้ํา แต่ว่าต้องการที่จะชี้แจงเรื่องของสถานีอนามัยค่ะ ซึ่งไม่ได้รับการพิจารณา เลยนะคะ สถานีอนามัยในประเทศไทยนั้นมี ๘,๐๐๐ กว่าแห่ง ประมาณ ๖,๐๐๐ แห่ง ที่คิดว่าอยู่ในสภาพที่ใช้ได้ดีพอสมควร แต่ก็ยังไม่ครบถ้วน แล้วก็มีอีกประมาณ ๒,๐๐๐ แห่งที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงเลย บางแห่งนั้นสร้างมา ๒๐ กว่าป้แล้วค่ะ เงินซ่อมบํารุง ก็ไม่มีนะคะ แล้วก็ทราบว่าป้นี้ได้มีการปรับปรุงเรื่องส้วมทั่วไป แต่ว่าสถานีอนามัย บางแห่งนั้น ซึ่งเปึนแม่แบบของการที่จะสร้างให้พี่น้องประชาชนดูแลเรื่องอนามัยก็ไม่ได้ รับการดูแลนะคะ ไม่ได้รับการพิจารณางบประมาณเลย จริง ๆ แล้วสถานีอนามัยนั้น เปึนส่วนบริการของสาธารณสุขในระดับชุมชน สําหรับที่จะดูแลการเจ็บป์วยเบื้องต้น ของพี่น้อง ซึ่งส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการก็จะเปึนคนยากจน ผู้ด้อยโอกาส หรือว่าคนที่อยู่ ในถิ่นทุรกันดาร ก็อยากจะจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ให้กับสถานีอนามัยด้วย แต่เห็น งบกลางแล้วก็เยอะเหลือเกินนะคะ ตั้ง ๒๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็คิดว่าคงจะแตะ ไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นในป้หน้า ก็ขอฝากอย่าให้ขาดหายไปด้วยสําหรับการพิจารณา งบประมาณดูแลสถานีอนามัย เรื่องของ อสม. ก็มีคนพูดไปแล้วนะคะ ดิฉันอยากจะเรียน ท่านประธานว่า อสม. นั้นมีความสําคัญ ทุกคนก็รู้ค่ะ แต่เวลาพิจารณาจริง ๆ แล้วไม่ให้ ความสําคัญเท่าที่ควร คําขวัญของ อสม. เขาจะเปึนผู้ที่แจ้งข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข บําบัดทุกข์ประชาชน ทําตนเปึนแบบอย่างที่ดี สิ่ง เหล่านี้เขาปฏิบัติมาด้วยหัวใจที่เปึนอาสา เพราะฉะนั้นเงินจํานวนไม่มากน่าจะพิจารณา ให้กับ อสม. และยังอยากจะฝากค่ะ ถ้ายังไม่ตกลงแน่นอนหรือแก้ไขได้นะคะ เงิน ๑๐,๐๐๐ บาทสําหรับโครงการกิจกรรมของ อสม. นั้นถ้าส่งผ่านสาธารณสุขจังหวัดอย่าง ที่เคยนะคะ แทนที่จะเปึนองค์การบริหารส่วนตําบล อสม. ก็จะได้เงินเหล่านั้นเพื่อกิจกรรม ของตัวเองโดยตรงนะคะ ก็อยากจะให้แก้ไขตรงนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ หลายคนได้พูด ถึงปัญหาของการขาดแคลนแพทย์และพยาบาลไปแล้วนะคะ ดิฉันอยากจะเสริมนิดหนึ่ง ค่ะว่าปัญหาของพยาบาลได้รับการร้องเรียนมามาก โดยเฉพาะก็ผ่านมาทางคุณรังสิมา ด้วยนะคะว่า ผู้ที่จบมาแล้วไม่ได้บรรจุเปึนข้าราชการ ได้แต่เปึนพนักงานของรัฐ แล้วก็ จ้างป้ต่อป้ค่ะ ซึ่งดูไม่มีอนาคต เพราะฉะนั้นก็ทําให้มีการขาดแคลนเพิ่มขึ้น ก็อยากจะ ขอร้องว่างบประมาณมีที่พอจะปรับได้ก็ช่วยดูแลตรงนี้ด้วย เพื่อเปึนขวัญกําลังใจนะคะ สิ่งเหล่านี้ดิฉันทราบว่างบประมาณผ่านไปแล้วนั้นคงจะทําได้ยาก แต่ว่ามีงบบางส่วนที่จะ พอกระจายได้ก็ขอได้ดูแลด้วย เพราะขณะนี้ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ซึ่งเปึน ปัญหากับงานนี้โดยเฉพาะแพทย์และพยาบาลขวัญกําลังใจเสียเกิดความเครียดลาออก กันเยอะ รัฐก็เสียหายเยอะ เพราะว่างบประมาณที่จัดสรรให้แพทย์หรือพยาบาลที่ เรียนจบแล้วใช้ทุนแล้วก็เหมือนกับผลิตให้กับเอกชน เพราะว่าทุกคนทนไม่ไหวกับความ กดดันหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นฝากดูแลเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ
กรรมาธิการ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ในฐานะ กรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ กราบเรียนไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อสังเกต ให้ข้อซักถาม ในการพิจารณาเพื่อจะอนุมัติงบประมาณ ในวาระที่ ๒ ของกระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพครับ จากข้อสังเกต ข้อซักถามและการปรับลดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้ง ๔ ท่าน ในนามของกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขนั้น งบประมาณที่เสนอขอมาทั้งหมดในร่างพระราชบัญญัติเดิม ๗๑,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข กลม ๆ กรรมาธิการได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ด้วยเหตุผลที่มีความจําเปึนเราได้ ปรับลดไปเปึนอัตราร้อยละ ๐.๕๗ เปึนเม็ดเงินอยู่ทั้งหมด ๔๐๔ ล้านกว่าบาท ต้องขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธาน การปรับลดของคณะกรรมาธิการได้พิจารณาโดยความ รอบคอบ โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๖๓ ท่าน และคณะ อนุกรรมาธิการในแต่ละรายการในแต่ละรายเอียด เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการได้ปรับลด ไว้ก็เปึนเรื่องที่มีเหตุผลและความจําเปึนจริง ๆ เช่น ถ้าเปึนรายการของเรื่องค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ก็จะเปึนไปตามราคามาตรฐานครุภัณฑ์ แล้วก็เปึนไปตามลักษณะ งวดงาน กรณีถ้าเปึนการก่อสร้าง โดยเฉพาะงบประมาณที่ได้ตั้งเปึนงบผูกพันที่ทําการ ดําเนินการก่อสร้างมา ลักษณะของการผูกพันข้ามป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา มาถึง ป้ ๒๕๕๒ ก็จะเปึนการปรับงบประมาณตามลักษณะงวดงาน ตรงนั้นเปึนสิ่งที่กรรมาธิการ ได้พิจารณาได้พิจารณาปรับลดในค่าใช้จ่ายการฝ๊กอบรม ค่าจ้างเหมาบริการ แล้วก็งาน อื่น ๆ ที่มีความจําเปึนจริง ๆ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะ เปึนคุณหมอวรงค์ก็ดี ท่านอาจารย์หมอมาลินี ของท่านคุณหมอสุกิจ แล้วก็ของท่าน ส.ส. นิภา ที่เสนอปรับลดร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ แล้วก็ร้อยละ ๐.๕ นั้น ก็ต้องขออนุญาตกราบ เรียนว่ากรรมาธิการขอยืนยัน การปรับลดครั้งนี้เปึนไปตามความเหมาะสมแล้ว ถ้าปรับลด มากกว่านี้ก็จะเปึนเหตุผลให้การใช้งบประมาณเพื่อที่จะไปสร้างผลผลิตให้กับกระทรวง สาธารณสุขตามเปัาหมายของงานก็จะไม่บรรลุผล ต้องขออนุญาตยืนยันในตรงนี้ก่อน ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ เปึนข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติดังที่ ผมได้กล่าวนามท่านไปแล้ว ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ก็จะเปึนประโยชน์กับทางรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข เพราะถือว่าเปึนประเด็นเกี่ยวกับการให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ ด้านนโยบาย เช่น ประเด็นของคุณหมอวรงค์ได้นําเสนอว่าทําไมไม่ได้นําเอานโยบายของ พรรคการเมืองมาเปึนเครื่องมือในการจัดงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายนั้น ๆ รวมทั้งการปรับปรุงนโยบายหรือนโยบายที่ไม่เหมาะสมของท่านอาจารย์หมอมาลินี แล้วข้อเสนอของท่านคุณหมอสุกิจต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน รวมทั้งการดูแล อสม. ดูแลอาคารสถานที่เปึนข้อเสนอของท่าน ส.ส. นิภา ประเด็นนี้ผมเองต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ เปึนประเด็นที่กรรมาธิการเองถือว่าเปึนส่วนที่เราต้อง พิจารณาดูแลในส่วนเฉพาะเรื่องงบประมาณ นโยบายเหล่านั้น ข้อเสนอเหล่านั้น ล้วนมีประโยชน์ จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งถ้าท่านกรุณาได้เสนอตอนที่มีการอภิปราย การแถลงนโยบายของรัฐบาล เพราะว่าเปึนข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย แล้วก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่า นโยบายที่ท่านเสนอมาเปึนประเด็นเรื่องของพรรคการเมือง และเราเอง ในฐานะเปึนพรรคการเมืองเปึนรัฐบาลผสม ๖ พรรค เพราะฉะนั้นนโยบายก็เปึนนโยบาย รัฐบาลที่ทุกฝ์ายเห็นชอบร่วมกัน การจะนําเอานโยบายพรรคใดพรรคหนึ่งเขานําไปใช้นั้น ก็ขึ้นกับข้อตกลงร่วมนะครับ แต่ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าข้อห่วงใยของท่านสมาชิกที่มี ต่อ อสม. นะครับ ผมขออนุญาตถือโอกาสตรงนี้ตอบเลยนะครับว่า เรื่องค่าตอบแทน อสม.ที่เปึนนโยบายหลักของทุกพรรคนะครับ ไม่ว่าจะเปึนพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค แม้กระทั่ง พรรคประชาธิปัตย์เองนะครับ ที่ได้ให้ความสําคัญเรื่องนี้ กระผมได้เตรียมที่จะตอบเรื่องนี้ มาตั้งแต่เรื่องของการอภิปรายในมาตรา ๓ เรื่องภาพรวมของงบประมาณ ก็ของ กระทรวงมหาดไทย จริง ๆ งบประมาณส่วนนี้นครับไม่ใช่งบประมาณของกระทรวง สาธารณสุข เพราะว่าเปึนภารกิจที่ถ่ายโอนไปแล้ว จะตั้งอยู่ในหมวดขององค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทย แต่กระทรวงมหาดไทยได้ผ่านไปแล้ว ผมขออนุญาต ฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก เพื่อนําสู่พี่น้องประชาชนนะครับ ด้วยความปรารถนาดีของท่านสมาชิกทุกท่าน ทุกพรรคการเมือง ตลอดจนกรรมาธิการ เราก็พิจารณากันนะครับในเรื่องนี้ เนื่องจากว่าในการรับหลักการเข้ามานั้น งบประมาณ ของ อสม. ได้แฝงอยู่ในการตั้งงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ กระจายสู่หมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑๐,๐๐๐ บาท เปึนเม็ดเงินอยู่ที่ ๘๙๐ ล้านบาทถ้วน ตรงนี้ เองครับ คณะกรรมการได้พิจารณาก็อยากจะเพิ่มเติมให้นะครับ เพื่อเปึนการตอบสนอง ต่อการบริการด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน สิ่งที่กรรมาธิการพยายาม จะทําแต่ติดปัญหาอยู่ว่าถ้าเราใช้งบแปรญัตติที่เราพยายามปรับลดมา ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไปเปึนค่าตอบแทนให้กับ อสม. มันก็จะเกิดประเด็นเปึนปัญหากับเรื่องของสัดส่วนร้อย ละของงบประมาณที่จัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับงบประมาณภาพรวม สัดส่วนร้อยละตรงนี้อยู่ที่ ร้อยละ ๒๕.๒ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการ พยายามที่จะให้ภาพตรงนี้เปึนจริง เพราะทุกคนเห็นร่วมกันนะครับ เราคิดว่าในขณะนี้ ถ้าสมมุติงบประมาณไม่มีเพียงพอนี่ ความเหมาะสมน่าจะได้รับอยู่ที่หมู่บ้านละ ๓๐,๐๐๐ บาท เปึนค่าตอบแทนนะครับไม่ใช่เงินเดือน เปึนค่าตอบแทน การจ่ายเปึน ลักษณะเม็ดเงินรวมไปที่หมู่บ้านจะเกิดกระบวนการการบริหารจัดการของพี่น้อง อสม. ร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อ กําหนดภารกิจที่จะเข้าไปดูแลด้านสาธารณสุขให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเลยเปึนข้อสังเกต ของกรรมาธิการครับ ข้อสังเกตกรรมาธิการ ถ้าท่านสมาชิกและท่านประธานกรุณาเป่ด ในเล่ม ๑ ตอน ๒ นะคับจะมีข้อสังเกตแนบท้ายของกรรมาธิการเขียนไว้ให้ เปึนข้อสังเกตที่ คิดว่าแรงนะครับ ที่จะทําให้องค์กรปกครองส่วนท่องถิ่นและคณะกรรมการการกระจาย อํานาจไปกําหนดหลักเกณฑ์และตั้งเม็ดเงินตรงนี้เปึนลักษณะของเงินอุดหนุนทั่วไป โดยกําหนดวัตถุประสงค์ เราระบุเลยครับว่าวัตถุประสงค์ตรงนี้ต้องกําหนดเม็ดเงินด้วย ก็คือ ๒,๖๘๐ ล้านบาท ๒,๖๘๐ ล้านบาท กระจายไปสู่หมู่บ้านทุกหมู่บ้านนะครับ คิดเฉลี่ยแล้วจะได้หมู่ล้านละ ๓๐,๐๐ ๐ บาท อันนี้เปึนสิ่งที่กรรมาธิการได้จัดทําให้ ก็ขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการการกระจายอํานาจจะไปกําหนดรายละเอียดเปึนวัตถุประสงค์ และเม็ดเงินลงไปตรงนี้ ก็จะกลับสู่พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ในคําชี้แจงของ กระผมคิดว่าก็จะเปึนคําตอบกับท่านสมาชิกที่มีข้อสงสัยอยู่ ส่วนข้อสังเกตนั้นก็รับไว้ที่จะ เปึนประโยชน์ต่อในป้หน้า กราบขอบคุณครับ
คุณหมอสุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ สุกิจ อัถโถปรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟังคําชี้แจงแล้วก็ยังไม่ชัดเจน อยู่ ๆ ทําไม อสม. ซึ่งเราก็รู้ว่ากําเนิดมากับกระทรวง สาธารณสุข แล้วตอนนี้ไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างไร และทุกวันนี้ อสม. ก็ทํางานอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด แล้วที่ท่านบอกว่ามีเงินไปให้ หมู่บ้านละ ๓๐,๐๐๐ บาท อันนั้นมันไม่ได้ตรงกับความต้องการหรือเจตนารมณ์ ซึ่งผม เชื่อว่า ส.ส. ทุกคนในช่วงหาเสียงก็ดี หรือในขณะนี้ที่เราไปพบปะกับพี่น้องประชาชนก็ดี ว่าเขาต้องการอะไร ผมก็ไม่เข้าใจว่าคณะกรรมาธิการในเมื่อท่านสามารถที่จะ โน้มน้าวให้กับกระทรวงสาธารณสุขที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ ท่านทําเต็มที่หรือเปล่าครับ แล้วกระทรวงสาธารณสุขตอบว่าอย่างไร ผมเคยได้ยินคําตอบบางครั้งนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีบางท่านตอบว่าเมื่อใช้คําว่า อส. หรืออาสา ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินเดือน ถ้าเปึนอย่างนั้นจริง ท่านเปลี่ยนชื่อเขาก็ได้นะครับ เพื่อที่จะให้เงินเปึนค่าตอบแทนให้เขาได้ ผมขอทราบความพยายามของคณะกรรมาธิการ อีกครั้งหนึ่งครับ ว่าท่านได้ทําอะไรไปบ้างครับ
กรรมาธิการ นายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเพิ่มเติมในประเด็นข้อซักถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า ภารกิจนี้เปึนภารกิจที่ถ่ายโอนไป ตามพระราชบัญญัติกระจายอํานาจ เราเองก็อยากจะให้กระทรวงสาธารณสุข เปึนคนดําเนินการ รวมทั้งคําเสนอคําแปรญัตติขอใช้งบประมาณ กระทรวงสาธารณสุข ก็เปึนคนทําครับ ในการพิจารณากระบวนการทั้งหมดเราต้องทําตามกฎหมาย ถึงแม้เรา จะแปรญัตติใช้งบประมาณไปที่กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขก็ใช้ไม่ได้ครับ เพราะว่ามีพระราชบัญญัติกระจายอํานาจกํากับอยู่ เพราะฉะนั้นเปึนภารกิจถ่ายโอน อันนั้นเปึนเหตุผลจําเปึนที่จะต้องใช้เม็ดเงินของท้องถิ่น อันนั้นประการที่ ๑ แต่ข้อห่วงใย ของท่านสมาชิกต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เกี่ยวกับการกําหนดภารกิจ กิจกรรมนั้นก็มีส่วนร่วมของกระทรวงสาธารณสุขเปึนหลัก กระทรวงสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สาธารณสุขชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน กับ อสม. มากที่สุดเขาก็จะไปกําหนดภารกิจ เราเองก็เขียนเปึนข้อสังเกตไปให้ด้วย ข้อสังเกตจะเขียนเลยครับว่า ทั้งนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกําหนดภารกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับการบริการสาธารณสุขชุมชนให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
เมื่อสักครู่นี้รู้สึกเห็นท่านพิเชษฐยกมือหรือเปล่าครับ ท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการครับ ก็อยากเสริม ที่คุณหมอชลน่านที่ได้กรุณาชี้แจงไปแล้ว ความจริงเรื่องเงินเดือนหรือความเปึนอยู่ของ อสม. ทั่วประเทศ เปึนสิ่งที่กรรมาธิการทุกคน ทุกพรรค พูดถึงตลอดในที่ประชุมคราวนี้ แต่เนื่องจากว่าคํานวณไปถึงว่าเรามีตั้ง ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน แล้วก็ขณะนี้ตั้งอยู่ หมู่บ้านละ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยตั้งเกณฑ์อันนี้เข้าไปอยู่ในส่วนของท้องถิ่น เพื่อให้เกณฑ์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ที่จะต้องถ่ายโอนงบประมาณให้ท้องถิ่นตามกรอบงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ กฎหมายก็ได้ชะลอไว้ ก็เคยคิดถึงขนาดว่าจะเพิ่มให้อีก ๔๐,๐๐๐ บาท เปึน ๕๐,๐๐๐ บาท โดย ๔๐,๐๐๐ บาทนี้ ท็อป ออน (Top on) คือลงไปโดยอยู่ในการดูแลของกระทรวง สาธารณสุขเอง ซึ่งจะต้องใช้เงินเพิ่มอีก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราก็ได้เตรียมเรื่องนี้ไว้ จนนาทีสุดท้าย แต่เนื่องจากความจําเปึนในนาทีสุดท้าย ขอประทานอภัยที่บอกว่า งบสร้างสภา ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เข้ามา พวกเราไม่มีทางออกเลยจริง ๆ นะครับ สุดท้ายงบสาธารณสุขที่พวกเราตั้งใจตั้งแต่ต้น ที่กล่าวว่าอย่างน้อยอีกสัก ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ยังดี ก็เลยไม่มีเงินพอ แต่ว่าได้เขียนไว้ในข้อสังเกตว่ารัฐบาลในป้หน้า หรือใครต่อไป มาเปึนกรรมาธิการก็ตามจะต้องดูแลเรื่องสาธารณสุขตามที่พวกเราตั้งใจนี้ให้สําเร็จ ให้ได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ไม่มีท่านใดอภิปรายต่อนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วก็โปรดกดปุ์มแสดงตนด้วยเลยครับ ท่านสมาชิกโปรดกดปุ์ม แสดงตนทุกท่านด้วยครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว โปรดกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกโปรดกดปุ์ม แสดงตนทุกท่านด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
มีท่านผู้ใดยังไม่ได้กดปุ์มแสดงตนครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่นับจํานวนครับ มีผู้เข้าร่วม ประชุมทั้งสิ้น ๓๑๔ ท่าน ถือว่าเปึนองค์ประชุม
ผมจะถามมตินะครับ มาตรา ๒๓ กระทรวงสาธารณสุข มีการแก้ไข ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขร่างของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการผู้สงวนคําแปรญัตติและสงวนความเห็นรวมทั้งผู้สงวน คําแปรญัตติด้วยก็ขอให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๑๗ เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๒ ท่าน งดออกเสียง ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบตาม ร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๔ กระทรวงอุตสาหกรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญคุณเชน เทือกสุบรรณ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมได้ขอแปรญัตติของกระทรวงอุตสาหกรรมไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ ว่าที่จริงตั้งใจที่จะเสนอความเห็นต่อกรรมาธิการ กรรมาธิการได้ปรับลดของกระทรวงอุตสาหกรรมไป ๑๖๒ ล้านบาทเศษ จากงบประมาณ ทั้งหมด ๕,๗๐๐ กว่าล้านบาทเศษครับ ท่านประธานครับ ปรับลดไป ๑๔๒ ล้านบาท กระผมตั้งข้อสังเกตครับท่านประธาน สํานักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจะมีงบประมาณ ที่มากที่สุดอยู่ที่ ๑,๒๕๙,๐๐๐,๙๓๙ บาท เยอะมากครับเมื่อเปรียบเทียบกับภารกิจ และผมเรียนท่านประธานว่าที่ติดใจก็คือว่าในกรมอื่น ๆ ในสํานักงานอื่น ๆ ที่ผม ขออนุญาตพูดเพียงบางกรมนะครับ เพราะว่าจะมีเพื่อนสมาชิกจะมาพูดในเรื่องของ กระทรวงอุตสาหกรรมในบางประการ แต่ผมตั้งข้อสังเกตไว้สําหรับสํานักปลัดกระทรวง อุตสาหกรรมซึ่งกรรมาธิการได้ตัดออกไปน้อยกว่าที่อื่น ท่านประธานครับในกระทรวง อุตสาหกรรมผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้แม้ว่าจะเปึนกระทรวงที่นํารายได้เข้าสู่ประเทศ แต่เมื่อมีวิกฤติที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรม วันนี้อุตสาหกรรมห้องเย็น อุตสาหกรรม ส่งออกหลาย ๆ อย่างที่เปึนอุตสาหกรรมที่พึ่งพาในผลผลิตภายในประเทศต้องประสบกับ ปัญหามากมาย ตลอดเวลาที่เกิดปัญหานั้นได้รับการดูแลจากกระทรวงอุตสาหกรรม น้อยมาก แต่ถ้าไปเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมประเภทอื่นที่ได้รับผลพวงในผลกระทบ วิกฤติเศรษฐกิจ ท่านประธานบางครั้งเราชื่นชมด้วยตัวเลข แต่เมื่อไปดูตัวเลขบางตัวเลข ท่านประธานครับ เปึนการนําวัตถุดิบมาจากต่างประเทศมาผลิตและส่งออก สําหรับ ผมไม่ดีใจเลยเพราะว่าเราได้แค่แรงงาน ได้แค่บางส่วนเท่านั้น อุตสาหกรรมรถยนต์ อย่างนี้เปึนต้น อุตสาหกรรมอีกหลาย ๆ อย่าง ท่านประธานครับน่าสังเกตมากนะครับว่า กระทรวงอุตสาหกรรมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรก็ดี ผลผลิตของพี่น้องชาวสวน ชาวไร่ต่าง ๆ ก็ดี เราเรียกร้องกันมาตลอด อย่างพี่น้องชาวปักษ์ใต้เรียกร้องอยากได้นิคมอุตสาหกรรมยาง ที่จะมาสนองตอบต่อ ผลผลิตยางพาราที่เกิดขึ้นจากบ้านเรา แทนที่เราจะขายวัตถุดิบไป แล้วในที่สุดเราก็ต้อง ซื้อผลิตภัณฑ์ยางที่เขาผลิตแล้วมาใช้อีก ท่านประธานครับ กลับไม่ได้รับความสนใจ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนกรรมาธิการว่าไม่ทราบได้สอบถามในกรณีนี้บ้าง หรือไม่ ท่านประธานครับ นิคมอุตสาหกรรมหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ วันนี้เรามี ปัญหามาก สิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่าเรื่องของขยะ จะเปึนขยะอุตสาหกรรม ขยะพิษ แม้ว่า เราจะมีบริษัทที่รับกําจัดขยะพิษเหล่านี้ แต่ต้องยอมรับความเปึนจริง ท่านประธานครับ โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ไกล ๆ ห่างจากเจนโก้ (GENCO) ซึ่งเปึนผู้ทําลายขยะ ท่านประธานชื่อไหมครับ ขยะของอุตสาหกรรมกลับไปอยู่ในขยะของ อบต. ถูกกลบฝัง อย่างไม่มีวิชาการ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในที่สุดน้ําใต้ดินทั้งหลายมันกลับมาสู่พวกเรา สารแคดเมียม (Cadmium) จากแบตเตอรี่ (Battery) รถยนต์ โทรศัพท์ ป้หนึ่งเปึนร้อยกว่า ล้านก้อน รวมทั้งถ่านไฟฉาย ถ่านแคดเมียม หลอดไฟฟลูออเรสเซนท์ (Fluorescent) ขยะสารพิษเหล่านี้ท่านประธานครับ มื่อไร ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะออกกฎหมาย ให้ผู้ผลิตจําเปึนจะต้องซื้อคืนขยะพิษเหล่านี้เพื่อจะไปกําจัดอย่างถูกระบบถูกวิธี ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตพูดนิดหน่อยในเรื่องของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผมคิดว่าเราถึงเวลาแล้วนะครับเราจะมุ่งเน้นแต่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ถึงเวลาที่เราจะหันมาดูธุรกิจอุตสาหกรามขนาดเล็ก ส่งเสริมให้สามารถแข่งขันที่จะส่งออก หรือส่งเสริมให้สามารถที่จะผลิตเพื่อมาทดแทนการ นําเข้าจากต่างประเทศ ท่านประธานครับ บางประเทศซึ่งเติบโตทางด้านอุตสาหกรรม มาหลังเรา แต่วันนี้กําลังจะแซงพวกเราไปแล้ว สิ่งเหล่านั้นเห็นได้ชัดว่ากระทรวง อุตสาหกรรมขาดการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างนี้ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมตั้งใจ วันก่อนผมหารือท่านประธานไว้เรื่องสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม วันนี้ได้ งบประมาณไป ๖๗๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมไม่ได้รับคําตอบ วันนี้เปึนเรื่องที่ น่าห่วงใยของพี่น้องประชาชน กรณีที่เราพยายามที่จะประหยัดในรายจ่ายเนื่องจาก เชื้อเพลิงมีราคาแพง ถังแก๊สที่ติดรถยนต์ วันนี้ส่งเสริม สนับสนุน พี่น้องประชาชน หลายส่วน แท็กซี่ก็ดี รถรับจ้างทั้งหลายก็ดี ไปติดแก๊สแอลพีจีอยู่เดิม เปึนถังมือสองจาก ต่างประเทศบ้าง เปึนถังที่เอาเข้ามาติดตั้งเองบ้าง รวมทั้งเอาถังแก๊สที่เปึนแก๊สหุงต้ม ตามบ้าน เอาไปติดประกอบกับรถบ้าง มาตรฐานอุตสาหกรรมเหล่านี้เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วง แต่ยังดีนะครับถังแก๊สพวกนี้ สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมี มอก. แต่ที่ผมเปึนห่วงมากกว่านั้นท่านประธาน ถังเอ็นจีวีเราส่งเสริมให้หันมาใช้แก๊สธรรมชาติ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า วันนี้สํานักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม วันนั้นผมปรึกษา ท่านประธานครั้งหนึ่งแล้ว หารือท่านประธานยังไม่มีการรับรองมาตรฐานถัง ไม่มี มอก. สําหรับถังแก๊สเอ็นจีวี ท่านประธานครับมีบางหน่วยงาน กระทรวงพลังงานส่งเสริม สนับสนุนให้รถรับจ้างเอาถังแก๊สหลายพันใบ ถังเอ็นจีวี สิ่งที่ผมคิดว่าน่าเปึนห่วงสําหรับ พวกเราทั้งหลายก็คือว่าถังพวกนี้ยังไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม นําเข้ามาโดยอิสระจาก ต่างประเทศ ที่สําคัญกว่านั้นก็คือมาตรฐานสําหรับการติดตั้ง มาตรฐานสําหรับ การตรวจสอบ ท่านประธานครับ เหมือนกับระเบิดเคลื่อนที่ เคลื่อนที่ไปตามที่ต่าง ๆ เปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงเปึนใยสําหรับพวกเราอย่างมาก อุบัติเหตุแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานีที่บรรจุแก๊สในกรุงเทพฯ น่าเปึนห่วงท่านประธานครับ มีการบรรจุแก๊ส ใต้รถร่วมของ ขสมก. วันก่อนระเบิดไปมีคนตาย มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ ความไม่ได้มาตรฐาน ท่านประธานครับ ที่น่าเปึนห่วงเปึนใยกว่านั้น รถของ ขสมก. ที่กําลังจะซื้อมา ๔,๐๐๐ คัน ถังแก๊สเอ็นจีวีอยู่ข้างใต้ท้องรถ ตามตัวอย่างรถที่ส่งมา น่าเปึนห่วงท่านประธาน เพราะถ้า รั่วแล้วแก๊สมันจะหุ้มรถบัส (Bus) เลย หุ้มรถเมล์ ผมห่วงมากครับท่านประธาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งแล้ว ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า มาตรฐานการตรวจสอบ การดูแลโดย สม่ําเสมอของพวกเราน้อยไป ท่านประธานเห็นไหม เดี๋ยวนี้มีรถบรรทุกตั้งถังแก๊สเอ็นจีวี เรียงข้างหลังเปึนแถวเลย เกิดการกระแทก ระเบิดเลย ชนกันทีตายกันไปหลายศพ หลายราย สิ่งเหล่านี้ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการว่า ได้ให้ความห่วงใย กับเรื่องเหล่านี้บ้างไหม ได้สอบถามบ้างไหม ผมขออนุญาตนะครับ คงใช้เวลาของ ท่านประธานไม่มาก เพื่อที่จะเรียนกับท่านประธานอีกอย่างหนึ่งว่า วันนี้อุปกรณ์ดับเพลิง ถังดับเพลิงสําหรับการแก้ไขปัญหาเวลามีอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดจากแก๊สหุงต้ม แก๊สเอ็นจีวี มันเปึนอุปกรณ์พิเศษ ไม่สามารถใช้เครื่องดับเพลิงหรือถังแก๊สที่เราใช้กันอยู่ขณะนี้ เอาไป ดับเพลิงเหล่านั้นได้ วันนี้ผมเรียกร้องให้สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หันมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง นอกจากให้ความรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมของ ถังแก๊สแล้ว สิ่งสําคัญที่ผมอยากให้ได้ควบคุมไปถึงการติดตั้ง การตรวจสอบ ระยะเวลา ของการตรวจสอบโดยสม่ําเสมอ เพื่อที่จะไม่ให้พวกเราต้องสูญเสีย ต้องมีความไม่สบายใจ ในทุกครั้งที่เห็นรถบรรทุกถังแก๊ส ขอบคุณท่านประธานครับ
ต้องขอบคุณ คุณเชนนะครับ รักษาเวลาดีมาก คุณสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๘ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงหลักของประเทศที่ทํารายได้ เปึนกระทรวงที่เปึนหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ ซึ่งทุกวันนี้สินค้าที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ ที่สร้างรายได้เข้าประเทศ ก็มาจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเปึนภาคที่สร้างจีดีพีของประเทศในขณะนี้ ผมดูแล้ว ก็คิดอยู่ว่าเราตั้งงบไว้อย่างนี้มันเปึนอย่างไร ประเทศชาติเราจะก้าวไปสู่ความเจริญ ทัดเทียมกับนานาประเทศได้อย่างไร เราตั้งงบไว้เพียง ๕,๘๔๓ ล้านบาทเศษ แล้วก็ มีการตัดงบลงไป ๑๖๒ ล้านบาทเศษ แล้วก็มีการจัดเพิ่มให้อีก ๒๐ ล้านบาทเศษ ทั้งหมด ก็ตัดไปตามหลักการและเหตุผล เราก็มาดูว่าการเปรียบเทียบศักยภาพในการแข่งขัน ของภาคอุตสาหกรรม ในภูมิภาคนี้เรายอมรับกันว่า ประเทศเราสู้ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้เลย ไม่ว่าประเทศเวียดนาม ประเทศจีนและประเทศอินเดีย ซึ่งมีศักยภาพ ในการแข่งขัน เรามองว่าเรายังจะต้องวิ่งตามเขาอีก ทุกวันนี้อุตสาหกรรม ไม่ทราบว่า ได้คํานึงถึงส่วนนี้บ้างหรือไม่ แนวทางที่จะส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพ ในการแข่งขันว่าเปึนอย่างไร เพื่อทําอย่างไรให้เกิดการทัดเทียมกับนานาประเทศเหล่านี้ ปัญหาการกระจุกตัวของภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในภาคชายฝัืงตะวันออก อันนี้ เราก็ส่งเสริมมานานพอสมควร ก็มีการเกิดการกระจุกตัว มีปัญหาสภาวะแวดล้อมเกิดขึ้น ชาวบ้านประชาชนที่อยู่อาศัยแถบนั้นเดือดร้อนทั่วกันเต็มไปหมด ผมอยากจะเห็นการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมที่มีการกระจายไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อลด การกระจุกตัวของอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะได้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับภูมิภาค ส่วนต่าง ๆ ทั้งหมดให้มีความสมดุล ให้มีศักยภาพในการผลิตที่มีความเข้มแข็งในการ ประกอบ การมีโรงงานใหญ่ ๆ ที่มีคุณภาพ และทุกวันนี้ครับก็ได้เห็นรัฐบาลได้แต่ส่งเสริม เอสเอ็มอีกันมากมาย ท่านครับ เปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงมากครับ เพราะว่าเราได้พบว่าในช่วง เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ นี้ ที่ผ่านมามีกิจการของ เอสเอ็มอี ทั้งในรูปแบบ ของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจํากัด มีการป่ดกิจการไปแล้วไม่น้อยกว่า ๖,๕๐๐ กิจการครับ นอกจากนี้ยังมีกิจการที่ไม่ได้จดทะเบียนทั้งกลุ่มห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคลที่ไม่ใช่ นิติบุคคล มีการป่ดกิจการมากกว่า ๓๕,๐๐๐ กิจการครับ คิดเปึนร้อยละประมาณ ๖๕ ของเอสเอ็มอี ในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ตรงนี้ไม่ทราบว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้พิจารณาดูหรือไม่ ผลกระทบที่จะตามมาคือรายได้ของคนในท้องถิ่นจะลดลงครับ ผมเองก็มีความกังวลใจอยู่ในใจที่อยากจะถามผ่านท่านประธานว่า
๑. แนวนโยบายในการรักษาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มลภาวะต่าง ๆ ของโรงงานอุตสาหกรรมเปึนอย่างไรครับ ไม่ทราบว่าได้ใส่ใจจริงจังกันแค่ไหนในการแก้ไข
๒. มาตรการส่งเสริมการลงทุนในภูมิภาคเพื่อกระจายความเจริญ และ ลดการกระจุกตัวเพื่อลดความแออัดในกรุงเทพมหานคร ในส่วนตรงนี้คงจะต้องใส่ใจครับ
๓. การกําจัดขยะของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจครับ คือวันนี้อุตสาหกรรมฮาลาลในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ได้ให้งบไปไม่ทราบไปถึงไหนครับ งบประมาณที่เคยอนุมัติไปแล้ว หลายร้อยล้านเกี่ยวกับโครงการนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดงบประมาณสานต่อโครงการนี้ หรือไม่ ไม่ทราบว่างบเก่าลงไปแล้วสูญเปล่าหรือเปล่า เพราะโครงการนี้สามารถแก้ปัญหา ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าความเปึนอยู่ที่ดีมีความสุขนะครับ บางคนที่คิด จะเปึนโจรเพราะปัญหาปากท้องเขาก็จะได้เลิกคิด ปัญหาคิดว่าเขาจะดีขึ้นครับ อันนี้ผมก็ ได้ฟังท่าน ส.ส. อันวาร์ สาและ และ ท่านสามารถ มะลูลีม ท่านก็ได้ติดตามโครงการนี้ มาโดยตลอดก็ยังไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าไปตรงไหน อย่างไร ท่านครับ การละเลย ไม่ใส่ใจ ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนควรจะถูกตัดงบนะครับ ตัดตามหลักการและเหตุผลครับ
ต่อไปคุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นนะครับ ผมขอสงวนคําแปรญัตติปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมียอดทั้งหมด ๕,๘๔๓ ล้านบาท เนื่องจากกรอบ เวลาที่จํากัด ผมจะขอพูดใน ๒ กรมหลัก ๆ นะครับ คือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมซึ่งได้รับ งบประมาณในป้นี้ ๑,๐๕๕ ล้านบาท และก็สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมซึ่งได้ งบประมาณ ประมาณ ๗๐๒ ล้านบาทนะครับ ซึ่งผมคิดว่า ๒ กรมนี้จะเปึนกรมหลักที่ทําหน้าที่พัฒนาแล้วก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศไทย ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบกันครับว่านักอุตสาหกรรมนั้นหลายคน บอกว่าคนที่มาทําอุตสาหกรรมนั้นถือว่าเปึนคนมีกรรมอย่างหนึ่ง เขาเรียกกันเล่น ๆ ว่า อุตส่าห์หากรรม ก็คือว่าการทํางานของนักอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่นั้นจะทําโดย ตัวคนเดียวแล้วก็ส่วนใหญ่นั้นการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว โดยแทบจะไม่มีการสนับสนุนจากภาคงานของรัฐเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ๒–๓ ป้นี้ อย่างที่หลายท่านอ่านข่าวแล้วก็ติดตามสถานการณ์ทางโลกจะเห็นว่า ประเทศ จีนซึ่งเปึนประเทศที่เปึนยักษ์ใหญ่ทางด้านอุตสาหกรรมนั้นได้ผงาดขึ้นมานะครับ ถือว่า เปึนโรงงานของโลกไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากประเทศจีนนั้นถูกกว่า ดีกว่า สิ่งที่เรา ผลิตได้ในประเทศไทยเองนะครับ ฉะนั้นเมื่อเรามาดูในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ในส่วนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผมได้สังเกตแล้วก็ติดตามมาโดยตลอดนะครับ ส่วนใหญ่แล้วงบที่ได้นี่ครับ ผมเห็นจากรายการนี้ ๔๑๖ ล้านบาท เปึนงบส่งเสริมเอสเอ็มอี งบพัฒนาขีดความสามารถด้านสารสนเทศอีก ๕๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่เท่าที่ผมมี ประสบการณ์มาในฐานะที่อยู่ด้านอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ก็จะไปเน้นในเรื่องของการ ฝ๊กอบรม โดยการจัดอบรมแล้วก็เชิญเจ้าหน้าที่มา เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรม มารับฟัง พอฟังเสร็จแล้วก็แล้วกันนะครับ ลักษณะของการอบรมนั้นก็จะไปเน้นในเรื่อง ของกระแสที่มีในตอนนั้น เช่น ถ้ามีการพูดกันถึงเรื่องรีเอ็นจิเนียริ่ง (Re-engineering) ก็จะมีการระดมกันเรื่องนี้ทีหนึ่ง พูดกันถึงเรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ก็มีการระดมกัน เรื่องนี้ทีหนึ่ง แต่หลังจากนั้นแล้วก็จบไปนะครับ และโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมาจัดในช่วง ปลายงบประมาณ สิงหาคม กันยายนนี้นะครับเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่นั้นไม่ต้องการอันนี้นะครับ ผมเองนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะตัดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สงวนคําแปรญัตติไว้เพื่อจะถือโอกาสใช้เวลาในช่วงนี้อยากจะฝากท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีหรือท่านกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องงบประมาณของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครับว่า อยากให้ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนั้นปรับแนวคิดของการส่งเสริมอุตสาหกรรม เสียใหม่นะครับ เพราะว่าอุตสาหกรรมในปัจจุบันนี้ ถ้าใครจะมาวัดกันว่าขนาดอุตสาหกรรม ใครใหญ่ ไม่ใหญ่ วัดที่จํานวนคนงาน ถือว่าล้าสมัยไปแล้วนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า อุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรมนะครับ สินค้าบางสินค้านั้น เขามีโรงงานเหมือนกับเปึน โชว์ รูม (Show room) เท่านั้น แต่อุปกรณ์ต่าง ๆ วัสดุต่าง ๆ นั้นเขาแทบจะเปึนการจ้าง ประกอบจากโรงงานข้างนอกทั้งหมดแล้วก็มารวมกัน แล้วก็ประกอบแค่ไม่กี่อย่างแล้วก็นํา ออกจําหน่ายในนามของสินค้าหรือยี่ห้อนั้นนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากให้กรมส่งเสริม อุตสาหกรรมได้ดูแลก็คือเรื่องของการที่จะทําอย่างไรที่จะให้ความรู้กับนักอุตสาหกรรมว่า การแข่งขันในโลกอนาคตนั้น เขาไม่ได้แข่งขันกันด้วยทุนนะครับ แต่เขาแข่งขันกันด้วยสมอง อย่างเมื่อกี้นี้ที่ท่านกรรมาธิการบางท่านบอกว่าอยากจะให้คนไทยเรามีเกิด บิล เกตส์ คนที่ ๒ ท่านประธานทราบนะครับว่าสินทรัพย์ที่สําคัญที่สุดของบริษัทไมโครซอฟท์นั้น ไม่ได้อยู่ที่บริษัทนะครับ เขามาทํางานตอน ๘ โมงเช้า แล้วเขาก็หิ้วกลับบ้านตอน ๕ โมงเย็นทุกวัน ฉะนั้นแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม ถ้ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะ จัดให้ ผมอยากให้ดูเรื่องของการให้ความรู้และก็ส่งเสริมเรื่องโลจิสติกส์นะครับ โลจิสติกส์ ก็คือว่าการส่งเสริม ทําอย่างไรให้ผู้ประกอบการนั้นสามารถจะลดต้นทุนได้ แล้วก็สอนถึง การทํานวัตกรรมใหม่ ๆ อันนั้นน่าจะเปึนทางหนึ่งที่ดีกว่านะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมครับ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าเมื่อตอนที่ผมเริ่มทํางานใหม่ ๆ นั้น ผมมีความหวังกับกระทรวง อุตสาหกรรมมาก แล้วก็ได้ไปสอบถามตลอด แต่ปรากฏว่าข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้รับนั้น จะเปึนข้อมูลที่ช้าไปแล้ว หรือไม่ก็ไม่ทันการณ์แล้วนะครับ ทําให้นักอุตสาหกรรมหลายส่วนต้องขวนขวายเอง ต้องหาข้อมูลด้วยตัวเอง ฉะนั้น ถ้าเปึนไปได้ด้วยงบ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมทราบว่าผมไม่สามารถจะตัดได้ในตอนนี้ แต่อยากให้ท่านผู้เกี่ยวข้องนั้นได้ปรับแนวคิดและกระบวนการ อย่างน้อยเปึนพี่เลี้ยงแล้วก็ ช่วยเปึนคนนําทาง แล้วก็บอกพวกเราว่าในอนาคตนั้นสําหรับนักอุตสาหกรรมถ้าจะสู้กับ ต่างชาติ ถ้าจะนํารายได้เข้าประเทศนั้นต้องสู้ไปในแนวทางไหนบ้าง ต้องทําอะไรบ้าง ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง อันนี้จะเปึนพระคุณอย่างใหญ่หลวงนะครับ เนื่องจากเวลาเหลือน้อย ผมก็คงจะใช้เวลาเพียงแค่นี้ครับ แต่อยากจะฝากนิดหนึ่งว่าที่นครสวรรค์ของผมนั้นหลาย คนพยายามจะทําให้เปึนฮับ (Hub) เปึนศูนย์กลาง ให้นักอุตสาหกรรมนั้นส่งออกจาก จังหวัดนครสวรรค์โดยตรงไปยังต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถทําได้เนื่องจากติดขัดเรื่อง งบประมาณและด้วยข้อกฎหมายหลายสิ่งหลายอย่าง ฉะนั้นถ้ากระทรวงอุตสาหกรรมจะ มีเวลาให้ความสนใจแล้วก็ไปดูแลด้วยก็จะกราบขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณครับ
ไม่มีกรรมาธิการชี้แจงนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาห้องประชุม กดปุ์มแสดงตนได้เลยครับ ขอเชิญสมาชิกกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เจ้าหน้าที่นับจํานวนครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๒๙๕ ท่าน เปึนองค์ประชุม นะครับ
สําหรับมาตรา ๒๔ กระทรวงอุตสาหกรรม มีคณะกรรมาธิการสงวน ความเห็นและมีผู้สงวนคําแปรญัตตินะครับ ผมจะถามมติดังนี้ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ การแก้ไขตามร่างของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นหรือผู้สงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ นับคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๑๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๐ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีนะครับ เปึนอันว่า มาตรา ๒๔ นี้ที่ประชุมเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไข
เชิญเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๕ ส่วนราชการไม่สังกัดสํานัก นายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติครับ
มีผู้อภิปรายท่านเดียวนะครับ ให้เวลา ๑๕ นาที เชิญคุณเทพไท เสนพงศ์ ครับ ๑๕ นาที นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออภิปรายแปรญัตติในงบส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งผมจะต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าการอภิปรายของผมอาจจะต้องใช้เอกสารและภาพประกอบการอภิปราย ด้วย จึงขออนุญาตท่านเปึนเบื้องต้นไว้ก่อนนะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ สํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งเปึนหน่วยงานที่ทํางานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด และก็ให้คุณให้โทษกับพี่น้องประชาชนมากเปึนองค์กรหนึ่ง และก็เชื่อได้ว่าเปึนองค์กรหนึ่ง ที่มีการวิ่งเต้น โยกย้าย ซื้อขายตําแหน่ง เปึนข่าวดังมากที่สุดครับ นอกจากนั้น ท่านประธานจะเห็นได้ว่าคนที่มาเปึนอธิบดีกรมตํารวจหรือแม้แต่ผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติก็ตาม ทุกท่านจะจบชีวิตทางราชการไม่เคยเกษียณในตําแหน่งนี้เลยครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเปึนสํานักงานที่อาถรรพณ์จริง ๆ ครับท่านประธาน แต่ว่าในการจัดงบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ได้จัดให้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมคิดว่าค่อนข้างสูงครับ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณนะครับท่านประธาน ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ท่านประธานได้เห็นว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีประสิทธิภาพคุ้มค่ากับงบประมาณที่เราจัดให้หรือไม่ ท่านประธานก็คงทราบครับ มีปรากฏการณ์หลายปรากฏการณ์ที่ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าไม่มีประสิทธิภาพ ในการทํางาน ทั้ง ๆ ที่เราได้จัดงบให้อย่างเต็มที่ งบเรื่องเพิ่มประสิทธิภาพควบคุม สถานการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ผมไม่ว่าครับท่านประธาน เราก็อยากจะให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ สํานักงานตํารวจแห่งชาติของบไปเท่าไร เราก็จัดให้เต็มที่ครับท่าน แต่ว่าที่ผมแปลกใจก็คือ ๒ งบใหญ่ครับ ก็คืองบพัฒนากฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษครับท่านประธาน กับงบอีกตัวหนึ่งก็คือ งบรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ๑,๔๐๙ ล้านบาท ถือว่าสูงมากครับ ท่านประธาน จํานวน ๗๐ ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของงบทั้งหมด ตรงนี้เองผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อมาพิจารณาดูงบประมาณที่ให้กับประสิทธิภาพในการทํางานของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่สอดคล้องกันครับท่านประธาน ผมเคยเรียนกับ ท่านประธานว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในทุกยุคทุกสมัย นายตํารวจที่ได้ดิบได้ดี ส่วนใหญ่ก็จะวิ่งเต้นครับท่านประธาน ใกล้ชิดนักการเมือง ใกล้ชิดผู้มีอํานาจวาสนา ทุกคนจะได้ดิบได้ดีทั้งนั้นครับ ผมไม่อยากจะให้องค์กรตํารวจแห่งชาติเปึนองค์กรที่เปึน เครื่องมือของนักการเมือง เปึนเครื่องมือของผู้มีอํานาจ อยากจะให้สํานักงานตํารวจ แห่งชาติเปึนสํานักงานที่รับใช้พี่น้องประชาชนจริง ๆ สิ่งที่ผมจะชี้ให้ท่านเห็นว่าสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติไม่มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ เพียง ๒ กรณีเท่านั้นครับ กรณีแรก ถ้าท่านประธานจําได้ มีเว็บไซต์โจมตีสถาบันเบื้องสูงมากมายครับ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเดือน เมษายน ถ้าท่านประธานจําได้ครับ ผู้จุดประกายเรื่องนี้ ด้วยความห่วงใย ผมขออนุญาต เอ่ยนามเพื่อให้สภาแห่งนี้ได้บันทึกคือ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ท่านได้พูดในช่วงเทศกาล สงกรานต์ พูดเรื่องมีใบปลิวโจมตีประธานองคมนตรี โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ และก็โจมตี บุคคลสําคัญในประเทศนี้หลายคน เมื่อมีข่าวเช่นนี้ออกมา ท่านประธานทราบไหมครับว่า คนในสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ คนในรัฐบาลพูดว่าอย่างไรครับ เขาให้สัมภาษณ์บอกว่า เรื่องนี้ไม่มีมูล ไม่เคยเห็น ไม่มีข้อเท็จจริง ถ้ามีขอให้แสดง หลักฐานออกมา หลังจากนั้นผมก็ได้แสดงหลักฐานออกมาเปึนชุด ๆ แล้วก็มีการเป่ดโปงว่ามีเว็บไซต์ ประมาณไม่น้อยกว่า ๓๐ แห่ง สุดท้ายท่านประธานทราบว่าเปึนอย่างไรบ้าง รัฐบาล ออกมายอมรับครับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ยอมรับ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อน ท่านท้าทายพวกผมว่าถ้ามีเรื่องนี้ก็แจ้งความสิ ดูสิว่ากฎหมายไหนทําได้ มันไม่มีกฎหมายไหน ทําได้ผมเลยสัมภาษณ์ชี้แนะว่ามันมีกฎหมายความมั่นคง ที่จะเข้าไปจัดการกับเรื่องนี้ได้ สุดท้ายก็ทําตามที่พวกผมแนะนําครับ ท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นบอกว่าจะป่ดเว็บไซต์ ทั้งหมดภายใน ๒๔ ชั่วโมง แต่ว่าเปึนแค่ลมปากครับท่านประธาน จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มี มีล่าสุดข้อมูล เมื่อ ๒ - ๓ วัน กระทรวงไอซีทีบอกว่าแค่ ๖ เดือน มีเว็บหมิ่นสถาบันกว่า ๑,๒๐๐ แห่งครับ ผมอยากจะถามว่าสํานักงานแห่งชาติได้เข้าไปดูแลบ้างหรือไม่ และ เข้าไปจัดการเรื่องนี้บ้างหรือมไม่ครับ นี่คือมาตรฐาน นี่คือความสามารถของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าคุ้มค่ากับงบประมาณที่เราให้ไป ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า มีมาตรฐานในการทํางานเรื่องนี้ ผมคิดว่าจะชี้ให้ ท่านประธานเห็นก็ ดับเบิ้ล สแตนดาร์ด (Double Standard) จริง ๆ ครับท่านประธาน ไม่เหมือนกันครับ สืบเนื่องจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากเว็บไซต์ต่างๆ นี่ครับ จะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่ามีการดําเนินคดี กับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่น พระบรมเดชานุภาพอย่างน้อย ๓ - ๔ คนครับ คนแรกก็คือ คุณจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ถูกแจ้งความ โดยพันตํารวจโท วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี ซึ่งเปึนนายตํารวจ ยื้อกันไปยื้อกันมาครับท่านประธาน จนถึงสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๙ ทั้ง ๆ ที่แจ้งความเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม จนถึงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ตํารวจได้สรุป แถลงผลการสอบสวน บอกว่ามีความผิดหมิ่นสถาบันผิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ จริงครับ มีหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหา คนที่พูดเรื่องนี้เปึนนายตํารวจครับ ขอเอ่ยชื่อ ก็คือ พลตํารวจโท อดิศร นนทรีย์ แค่วันเดียวครับท่านประธานครับ นายตํารวจคนนี้ก็ถูกเด้ง ถูกย้ายจากผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลางครับ และคนเข้ามาแทนก็คือ พลตํารวจโท สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่งขณะนี้ก็ได้ดิบได้ดีเปึนผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ผมชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่ามันมีความจําเปึนจริง ๆ ที่นายตํารวจในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จําเปึนจะต้องสนองนโยบายฝ์ายการเมือง มิฉะนั้นก็จะไม่มีความรุ่งโรจน์ในชีวิต
คุณเทพไทครับมีผู้ประท้วงครับ
ผมทราบครับ
ผมนึกว่าวันนี้คุณเทพไท เนื่องจากว่าเราประชุมกันมาตลอดใกล้จะจบการอภิปราย อยู่แล้วนะครับ นึกว่าจะไม่มีการประท้วง คุณจตุพรประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ พลังประชาชน ประท้วงตามข้อ ๖๑ ที่มีถ้อยคําลักษณะใส่ร้ายบุคคลอื่น กรณีของจักรภพ เพ็ญแข นั้นไม่ได้มีการออกหมายเรียกแต่อย่างใด เขาไปก่อน ออกหมายเรียก ผมบอกกับท่านประธานนะครับว่า
มีผู้ประท้วงต่อเนื่องครับ คุณทศพล เพ็งส้ม ครับ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมประท้วงผู้ที่ประท้วง นะครับ กําลังจะเริ่มอภิปรายแล้วครับ ไม่ใช่ประท้วง ผู้ที่อภิปรายก็คือคุณเทพไท คุณเทพไทได้กําหนดประเด็นไว้แล้วเรื่องความเชื่อถือเกี่ยวกับการตัดงบประมาณ ท่านประธานวินิจฉัยก่อนนะครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ คุณจตุพรประท้วงอยู่ในประเด็นนะครับ เพราะว่าเมื่อกี้บอกว่าเรื่องการ ออกหมายจับหรือไม่ออกหมายจับ คุณจักรภพ เพ็ญแข นะครับ ก็ขอให้คุณจตุพร ได้ประท้วงแล้วก็รวบรัดด้วยนะครับ เดี๋ยวจะกลายเปึนการอภิปรายด้วย
ผมตั้งใจที่จะไม่อภิปรายมา ตั้งแต่ต้นจึงไม่แปรญัตติแม้แต่เพียงมาตราเดียว แต่ว่าควรจะให้ความเปึนธรรมกับบุคคล ไม่ว่าจะเปึน พลตํารวจโท อดิศร หรือใครก็ตาม แม้กระทั่งคุณจักรภพ เพ็ญแข เขาไม่ได้อยู่ ในที่ประชุม ผมพยายามอดกลั้นครับท่านประธานที่เคารพ คนที่บุกเอ็นบีที ๙ คน เปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
คุณจตุพรครับ สาเหตุที่คุณจตุพรประท้วงแล้วผมอนุญาตให้อภิปรายในคําประท้วง นะครับ แต่พอประท้วงแล้วต้องไม่ไปเสียดสีผู้อื่นด้วยนะครับ ท่านไม่ได้อภิปรายในสิ่งที่ ท่านประท้วงนะครับ คุณจตุพรพูดเกินกว่าที่ประท้วงนะครับ ผมฟังอยู่ครับ มิเช่นนั้นก็จะมี การประท้วงไปกลับอย่างนี้อยู่ตลอดเวลาครับ คุณจตุพรประท้วงก็ขอให้รวบรัดและ เข้าประเด็นต่อเลยนะครับ โดยไม่ต้องไปพาดพิงผู้อื่น ผมจะให้เวลาสักเล็กน้อยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วง นะครับ
คุณทศพล เพ็งส้ม ประท้วงเรื่องอะไรครับ
เมื่อสักครู่นี้ คุณจตุพรได้กล่าวเรื่องเอ็นบีที นะครับ พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ ต้องถอนประเด็นนี้ก่อนนะครับ เพราะประชาชน ทางบ้านเขาไม่เข้าใจนะครับ ว่าการบุกรุกเอ็นบีทีนั้นเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไร ต้องให้ถอนก่อนครับ
เมื่อสักครู่นี้คุณจตุพรบอกว่าผู้บุกรุกเอ็นบีทีนี้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ใช่ไหมครับ ถ้าคุณจตุพรพูดอย่างนี้ต้องขอให้ถอนครับ เพราะว่าเปึนการพาดพิงทําให้ผู้อื่นเสียหาย ครับ ขอให้ถอนด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานต้องฟัง ท่านประธานให้ผมถอนได้ในกรณีเรื่องดังกล่าวไม่เปึนความจริง
ผมขอวินิจฉัยเลยครับ เพราะว่าคุณจตุพรประท้วงทีไรมีปัญหาทุกครั้งครับ ขอเชิญคุณจตุพร แล้วไม่ได้พูดในสิ่งที่คุณจตุพรกําลังประท้วงนะครับ แต่คุณจตุพรกําลังพูดเกินในสิ่งที่ คุณจตุพรประท้วง ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุญาตนะครับ ขอเชิญ คุณจตุพรนั่งลงครับ ก็ขอให้ถอนก่อนนะครับ ถอนคําพูดก่อน เชิญถอนคําพูดครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมนายจตุพรเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าผมพูดเท็จ เดิมพันตําแหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของผม
ผมขอให้คุณจตุพรถอนคําพูดครับ นั่งลงครับ ขอเชิญคุณจตุพรถอนคําพูดครับ ไม่ถอน ผมขออนุญาตเชิญคุณจตุพรออกนอกห้องครับ ขอให้คุณจตุพรออกนอกห้องประชุม เดี๋ยวนี้ครับ ขอให้พวกเรารักษาบรรยากาศในการประชุมด้วยนะครับ คุณเทพไท ก็เช่นเดียวกันครับ เพราะว่าเวลาคุณเทพไทอภิปรายทีไรมักจะมีการประท้วงอยู่เรื่อย ก็ขอให้อภิปรายเพราะว่าเปึนการอภิปรายในวาระที่ ๒ นะครับ ขอความกรุณาให้อยู่ ในกรอบด้วย เชิญอภิปรายต่อครับ
ผมอยู่ในกรอบครับ ผมกําลัง ชี้แจงเหตุผลว่าทําไมผมต้องตัดงบเขา เขาก็ไม่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานนี้ไม่มี ประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติหน้าที่ครับ ใช้มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน ตั้งแต่คดีคุณจักรภพ ต้องใช้เวลาถึง ๕ เดือน คดีคุณสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ใช้เวลา ๖ วัน คดีคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ใช้เวลา ๒ วัน คดีคุณดา ตอร์ป่โด้ ใช้เวลา ๑๐ วัน แต่ในกรณีของคุณดา ตอร์ป่โด้ ท่านประธานคงจําได้ว่าเราพยายามที่จะกดดันตํารวจพอสมควร พวกผมเอง ก็สัมภาษณ์ท้าทายให้ตํารวจไปถอดเทป แม้กระทั่งคุณสนธิก็ได้เอาเรื่องนี้ขึ้นไปพูดบนเวที และก็เปึนคดีไป ครับท่านประธาน ผมกําลังชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าทั้งหมดเปึนการทํางาน ๒ มาตรฐานของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ผมจึงไม่อยากจะให้ใช้งบประมาณเหล่านี้ให้อยู่ในมือสําหรับนายตํารวจ บางท่านที่เปึนส่วนน้อย นี่ต้องชี้ให้ท่านประธานเห็น ตรงนี้เปึนส่วนน้อย เพราะถ้าหากว่า บุคคลในองค์ไหนส่วนใหญ่ที่เปึนคนไม่มีองค์กรก็อยู่ไม่ได้ครับ แต่ถือว่าเปึนส่วนน้อย ผมอยากจะเรียนครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็น เรื่องประสิทธิภาพในการ ทํางานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ นั่นก็คือเรื่องกรณีที่เกี่ยวกับม็อบ ท่านประธาน นายตํารวจ เหตุเกิดการปะทะคนไทยฆ่ากันที่จังหวัดอุดรธานี ผมดูในข่าวครับ ท่านประธาน มีคนชมรมรักอุดรมารวมตัวครั้งแรก ๒๐๐ คน มีเจ้าหน้าที่ตํารวจ
ต้องขอคุณเทพไทรวบรัดด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะโดนประท้วงต่อ ขอความกรุณา ครับ
ก็ชี้แจงข้อเท็จจริงท่านประธาน ถ้าเขาประท้วงผมก็สุดความสามารถที่จะคะคานเขาได้ ผมก็ทําใจอยู่แล้วท่านประธาน ครับ จะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่ามีตํารวจ ๒๐๐ นาย มีตํารวจตระเวนชายแดน ๑๕๐ นาย มี อส. ๒๐๐ นาย รวมแล้วประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ นาย กับชมรมผู้รักอุดร ๒๐๐ คน ในช่วงแรกมาชุมนุมกันตํารวจเอาไม่อยู่ มีการปะทะกันจนถึงเลือดเนื้อท่านประธาน ผมชี้ ให้ท่านประธานเห็นว่า คนขนาดนี้คุมม็อบ ๒๐๐ คนไม่ได้ แล้วจะมีประสิทธิภาพอย่างไร ท่านประธาน นี่กรณีที่ ๑ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นรูปนะครับ นี่ครับท่านประธาน ท่านประธานดูครับผลงานของตํารวจที่มีประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ คน กับม็อบ ๒๐๐ คน ม็อบพันธมิตร ๑๕๐ คน ภาพปรากฏถูกตีหัวร้างข้างแตกครับ
กรณีที่ ๒ ครับท่านประธาน กรณีที่สลายม็อบที่ทําเนียบรัฐบาลครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่ฝ้มือของตํารวจแท้ ๆ นี่เท้าตํารวจเลยครับเหยียบบนหัว ประชาชน ตีบนหัวนี่ นี่ผลงานนะท่านประธาน
คุณเทพไทครับมีผู้ประท้วงครับ คุณเชิดชัยประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ผมพยายามที่จะไม่ประท้วงนะครับ แต่ผมเห็นว่าผู้กําลังอภิปรายกําลังทําผิดข้อบังคับ พูดซ้ําซาก วกวน กําลังที่จะลากเรื่องเหตุการณ์ข้างนอกเข้ามาเกี่ยวพัน ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ผู้ที่กําลังอภิปรายนี้ควรที่จะ เข้าสู่ประเด็น ว่าท่าน เสนอแนะตัดงบประมาณอย่างไร นี่ท่านกําลังสร้างความที่จะให้คนเกิดความขัดแย้งกัน อยู่ วันนี้เรากําลังต้องการความสงบเรียบร้อยครับท่านครับ
ผมขอวินิจฉัยนะครับ คุณเทพไทกําลังอภิปรายเรื่องตัดงบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยบอกว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติหย่อนประสิทธิภาพอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม คุณเทพไทรู้อยู่กับใจตัวเองนะครับว่าการเอารูปมาอยากจะขอความกรุณาให้ความ เปึนธรรมกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติด้วยนะครับ เชิญอภิปรายต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ รูปนี้ผมไม่ได้ทําขึ้นมาเองนะ แพร่หลายอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งนั้นท่านประธานครับ นี่เอาป๋นจี้หัว ตีกันนี่ท่านประธานคงเห็นนะครับ ผมจะไม่อธิบายท่านประธานครับ แต่ว่า ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าตํารวจไม่มีความสามารถจริง ๆ นะครับ แม้กระทั่งล่าสุดที่ต้องออก ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ท่านประธานเห็นไหม ที่หนังสือพิมพ์พาดหัวว่า ไทยฆ่าไทย ท่านประธาน ภาพนี้ท่านประธาน ที่หลายคนเขาบอกว่าภาพนี้เปึนภาพตัดต่อ เปึนภาพ ไม่จริง เมื่อคืนผมได้ไปพบกับกลุ่มผู้สื่อข่าวที่เปึนนักข่าวประจําสภาครับ เขาเป่ดให้ผมดู เขาเปึนคนถ่าย ๔-๕ คนครับ แล้วเขาก็ไม่พอใจอย่างยิ่ง คนที่บอกว่าเรื่องนี้เปึนภาพตัดต่อ ผมอยากชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า มีอาวุธอยู่อย่างนี้ อยู่กลางเมืองตํารวจอยู่ได้อย่างไร ตํารวจอยู่ที่ไหนท่านประธาน มีการเคลื่อนม็อบเข้ามา ตํารวจขวางพอเปึนพิธี สุดท้ายแล้ว ก็ปล่อยให้คนไทยตีกัน ฆ่ากันจนถึงตาย แล้วก็เปึนชนวนให้เกิดการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เปึนไปตามเปัาประสงค์ของคนบางคน ใครบางคนครับท่านประธาน ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานครับว่านี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒ - ๓ วันที่ผ่านมา จนถึง ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเช้าผมได้มีโอกาสไปครับ ไปเยี่ยมกลุ่มนักศึกษาที่เดินขบวนจากรามคําแหงไปที่บ้านท่านนายกรัฐมนตรี หมู่บ้าน โอฬารเพื่อเอาผ้าขาวไปปูและกราบให้นายกเห็นแก่ชาติบ้านเมืองลาออก ระหว่างเดินทาง ไปผ่านสํานักงานตํารวจ สน. หัวหมาก ๑ แห่ง สน. ลาดพร้าว ๑ แห่ง ระหว่าง ที่นักศึกษาเดินขบวนไปครับ ผมสอบถามแล้วไม่มีตํารวจเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยเลย เลยสํานักงาน สน. ลาดพร้าวไปประมาณ ๓๐๐ เมตร ถูกคนร้าย ขี่มอเตอร์ไซด์ยิงเข้ามาในม็อบที่เดินขบวนบาดเจ็บ ๒ คนครับท่านประธาน นักศึกษา ก็เลยมาแจ้งความที่ สน. ลาดพร้าว ท่านประธานทราบไหมครับว่าเมื่อแจ้งความแล้วนี่ นายตํารวจที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ขอเอ่ยเปึนเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของเขาครับ พลตํารวจเอก จงรัก จุฑานนท์ ท่านพูดบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเปึนชาวบ้านรําคาญเสียง ปราศรัย เนื่องจากกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ใช้โทรโข่งปราศรัย รวมทั้งมีรถกระบะติดเครื่องขับ ตามขบวนมาอาจจะเปึนมือที่สามอาศัยจังหวะสร้างสถานการณ์ เก่งมากครับตํารวจไทย ท่านประธาน ยิงปัูบไปแจ้งความไม่ทันไปทําแผลครับ ระบุได้เลยว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ผมอยากจะให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ความเปึนธรรมกับนิสิต นักศึกษาเหล่านี้ครับ พี่น้องประชาชนกลุ่มพันธมิตรเขาจะปฏิบัติอย่างไรผมก็ไม่ว่า แต่ว่าในฐานะที่นิสิต นักศึกษารามเปึนรุ่นน้องผมเปึนรุ่นน้องท่านประธานชัยด้วยครับ วันนี้พวกผมศิษย์เก่า รามคําแหงที่เปึน ส.ส. ไปแถลงข่าวผมเสียดายไม่ได้เชิญท่านประธานไปด้วย เพราะ ท่านประธานก็เปึนศิษย์เก่า ผมห่วงใยครับท่านประธาน ท่านประธานคิดอย่างไรไม่ทราบ เพราะท่านประธานเรียนตอนที่ท่านประธานอายุ ๗๐ กว่าแล้วกระมังครับ ผมเรียนตอน อายุ ๑๘ เพราะฉะนั้นผมมีความรู้สึกว่าผมห่วงใยและนับจากนี้ไปจะมีขบวนนักศึกษา ออกมาจากท้องถนนมากขึ้น ๆ ครับท่านประธาน ถ้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติยังมี การปฏิบัติหน้าที่แบบนี้ ผมเชื่อว่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอนครับ ด้วยประสิทธิภาพของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นครับ
ท่านเทพไทครับ มีผู้ประท้วง คุณเชิดชัย ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชนครับ ท่านผู้อภิปรายใช้เวลาอภิปรายตั้งยาวนานแล้วยังไม่เห็นหาข้อสรุปที่จะตัดงบประมาณ อย่างไร ยังพยายามที่จะพูดเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อยู่เสมอ ผมให้ท่านประธานวินิจฉัย เถอะครับ
ผมวินิจฉัยครับ ความจริงเวลาของคุณเทพไทหมดแล้วตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก็ขอให้รวบรัด แล้วจบได้เลยนะครับ
ได้ครับ เมื่อสักครู่หักที่ประท้วง ไปด้วยใช่ไหม ท่านประธาน หักแล้วใช่ไหม
จริง ๆ มันเกินไป ๒๐ วินาทีแล้วครับ
ฟังประท้วงจนเพลินก็เลย ไม่ทราบเวลาหมดไปแล้ว ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าด้วยเหตุผลทั้งหมด
มีผู้ประท้วงอีกแล้ว คุณเชิดชัยประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมทราบดีว่าผู้กําลังอภิปรายเปึน นักการเมืองอาวุโส แต่ใช้คําพูดที่เสียดสีตลอดเวลาครับ ผมไม่อยากจะพูดหรอกครับว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจที่ปฏิบัติงานอยู่นี่เปึนพรรคพลังประชาชนดูแลอยู่ แต่สมัยครั้งหนึ่ง พรรคไหนไม่รู้ดูแลอยู่เอาหมาไปกัดประชาชนครับ
ผมขอพวกเราอย่าไปประท้วงกันไปกันมาเลยครับ คุณเทพไทก็ขออนุญาตจบได้แล้วครับ สรุปได้แล้วครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนข้อเท็จจริงเรื่องหมากัดม็อบ ท่านประธาน ที่เขาพาดพิง
ไม่ต้องแล้วครับ ทุกคนรู้เพราะพูดกันในที่ประชุมแห่งนี้ ผมได้ฟังเกิน ๑๐ ครั้งแล้วครับ ก็ขอให้คุณเทพไทอภิปรายในเรื่องที่จะตัดงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะอะไร สรุปได้แล้วครับ
คือพรรคผมเสียหาย ครับท่านประธานและผมไม่อยากให้คนอื่นได้มาชี้แจง ผมพูดติดพันอยู่นะครับ ท่านประธาน ผมอยากจะเรียนนะครับว่าพรรคประชาธิปไตยไม่ได้ปล่อยหมาไปกัดม็อบ แต่บังเอิญว่ามีคนข้ามรั้วเข้ามาและคนเหล่านั้นใช้เท้าเตะหมา และหมาก็มีสิทธิปัองกันตัว ครับ ท่านประธาน ก็เลยกัดม็อบให้กัดคนเตะให้ก็แค่นั้นเอง ท่านประธาน ก็เลยเปึนข่าว ใหญ่โตครับ
ตอนนี้สรุปได้แล้วครับ
ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ว่าทั้งหมดนี้ครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ผมไม่อาจที่จะให้เงิน เหล่านี้ไปอยู่ในมือของสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ ผมไม่หวังว่าจะฝากปลาย่างไว้กับแมว ผมไม่อยากจะให้ป๋นไปอยู่ในมือโจรแค่นั้นเองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
กรรมาธิการมีท่านใดชี้แจงไหมครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ครับ
คุณอดุลย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พอดีท่านผู้อภิปรายเมื่อกี้นี้ อาจจะมีเวลาน้อยไปนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เดี๋ยวกลัววว่าจะมีการกล่าวหาจาก ประชาชนทางบ้านว่าสภานี้จะดับเบิ้ลสแตนดาร์ด (Double Standard) เมื่อกี้ไม่ทราบว่า ท่านไม่มีเวลาหาหรือว่าท่านลืมไป ท่านลืมพูดถึงว่า ปรากฏว่าตํารวจไม่ทราบว่า มีประสิทธิภาพหรือว่ากําลังไม่พอเลยทําให้มีคนตาย โดยผู้ยิ่งใหญ่แห่งสะพานมัฆวาน รังสรรค์ได้ตีหัวคนตาย ตอนนี้ศพอยู่ที่วัด
คุณอดุลย์ไม่ได้ประท้วงนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญคุณอดุลย์นั่งลงด้วยครับ เพราะว่า ไม่ได้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ เพื่อเติมเต็ม ข้อมูลครับท่านประธาน เดี๋ยวจะหาว่าสภานี้ดับเบิ้ลสแตนดาร์ดพูดกันแต่ด้านเดียวครับ
คุณอดุลย์ครับ เพราะเรากําลังจะลงมติแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ก็ขอคุณอดุลย์ แถลงข่าวข้างล่างได้นะครับ การจะแถลงข่าวข้างล่างนี้ไม่มีใครห้ามปรามครับ แต่ในการ ประชุมของห้องประชุมสภานี้ ผมจะต้องรักษาข้อบังคับไว้ เชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อลงมติ นะครับ
คุณจตุพรมีอะไรครับ ความจริงผมเชิญคุณจุตพรออกนอกห้องแล้วนะครับ คุณจุตพรไม่มี สิทธิเข้ามาในห้องนี้นะครับ ภายในเวลา ๑ ชั่วโมงนี้ ผมขอเตือนคุณจตุพรครับ ผมให้ ความเปึนธรรมกับทุกฝ์ายนะครับ แล้วยึดข้อบังคับในการประชุมสภาเปึนหลัก เมื่อประธานวินิจฉัยให้ถอนคําพูดแล้ว ผู้อภิปรายไม่ยอมถอนคําพูด คุณจตุพรเชิญครับ เดี๋ยวลงมติต่อครับ ขอเชิญคุณจตุพรออกนอกห้องด้วยครับ เดี๋ยวท่านประธานชัย จะเข้ามาทําหน้าที่ประธานในการรวมคะแนนลงมตินะครับ หมดเวลาผมพอดี เชิญครับ
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
แสดงตนเสร็จแล้วใช่ไหม ครับ ก็รวมผลส่งคะแนนมา ขณะนี้มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องปะชุม ๓๒๖ ท่านนะครับ
ต่อไปผมจะถามมตินะครับ ในมาตรานี้เปึนมาตรา ๒๕ มีการแก้ไข ก็ขอให้ สมาชิกได้ลงมตินะครับ ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็น ตามคณะกรรมาธิการที่ปรญัตติและผู้แปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใครไม่ลงมติ ก็กดปุ์ม ไม่ลงคะแนน งดออกเสียง โปรดใช้สิทธินะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ งดใช้สิทธินะครับ รวมคะแนนได้ครับ ผลออกมาแล้วนะครับ เห็นด้วย ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าตามคณะกรรมาธิการ นะครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๒๖ หน่วยงานของรัฐสภา มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
ขอเชิญ หม่อมหลวง อภิมงคล โสณกุล เรียนเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ขึ้นมา นั่งบัลลังก์เมื่อสักครู่นี้ เพราะกระผมตระหนักดีว่านอกจากในเรื่องที่กระผมจะต้องสื่อไปถึง คณะกรรมาธิการแล้ว ท่านประธานเองในฐานะประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ ก็ถือว่าเปึน ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐสภา ผมขออนุญาต ใช้เวลาคงไม่ครบถึง ๑๐ นาที ที่ได้ขอไว้ ก็ไม่อยากจะรบกวนเวลาท่านประธานมากนัก แต่ก็อาจจะต้องลําดับความลงไปนิดหน่อยว่าได้มีการดําเนินการอย่างไรในเรื่องนี้บ้าง ผมจะขออนุญาตอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้มีการปรับเพิ่มในครั้งนี้สูงถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่มีการ ปรับเพิ่มในครั้งนี้ พวกเราทราบกันดี ก็เพื่อเปึนงบประมาณในการศึกษาและการก่อสร้าง รัฐสภาแห่งใหม่ รวมทั้งเปึนค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายหรือปลูกสร้างสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้อง ตามมาในโครงการนี้ กระผมเองนั้นได้มีโอกาสติดตามในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งได้ทําหนังสือถึงท่านประธานพร้อมกับเพื่อนสมาชิก กรุงเทพมหานคร เขต ๑ อีก ๒ ท่าน ขออภัยที่เอ่ยนามคือ คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ และ คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ รวมทั้งได้มีการหารือท่านประธานในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อมีโอกาส เหตุผลที่กระผมต้องมีความคลางแคลงใจในเรื่องนี้ เพราะเมื่อ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะมีการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีพี่น้องประชาชน จํานวนมากไม่ว่าจะเปึนพี่น้องประชาชนจากชุมชนโรงงานทอผ้า นิสิต นักศึกษา จากโรงเรียนโยธินบูรณะ ได้เข้ามาแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้ กระผมก็ต้อง เรียนตามตรงครับว่าพวกเราทุกคนไม่ว่าจะฝ์ายการเมืองหรือฝ์ายข้าราชการของรัฐสภา คงจะต้องยอมรับว่ารัฐสภาแห่งนี้นั้นมีข้อจํากัดอยู่มาก ไม่ว่าจะเปึนในด้านสถานที่ ไม่ว่าจะเปึนในด้านของความสะดวกสบาย ในด้านของการทํางาน และกระผมก็ ยอมรับครับว่า ในไม่ช้าก็เร็วคงจะต้องมีการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อมารองรับ การทํางานของพวกเรา แต่ขณะเดียวกันหลังจากที่มีการประกาศว่าจะใช้สถานที่ เกียกกายเปึนสถานที่ก่อสร้างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกประกาศมาว่าจะมี การเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะเปึนชุมชน แฟลตทหาร ออกไปจากพื้นที่ภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งในเดือนธันวาคมนี้นับจากวันที่ได้ประกาศก็มีเวลาเพียง ๓ เดือนเศษ ๆ กระผม เข้าใจครับ แล้วก็ไม่อยากจะไปถึงขั้นที่บอกว่าต้องการจะตัดงบประมาณตรงนี้ออกจาก สภาผู้แทนราษฎร เพราะเปึนงบประมาณที่มีความจําเปึนต่อการที่รัฐสภาเองนั้นจะเริ่มดําเนินการ ไม่ว่าจะ ออกแบบ เริ่มดําเนินการก่อสร้าง เริ่มดําเนินการที่จะโยกย้ายผู้คนไปอยู่ที่อื่น แต่ขณะเดียวกันในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกระผมก็ยังมีความเปึนห่วงว่าพี่น้อง ประชาชนอีกจํานวนมากที่ยังไม่ได้รับคําตอบว่าใน ๓ เดือนนี้เขาจะไปอยู่ที่ไหน เขาจะไป มีอาชีพอะไร ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แสดงความชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งกระผมคิดว่า ท่านประธานเองในฐานะประมุขของฝ์ายเราก็น่าจะมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าถ้าหากว่ารัฐบาล ไม่สามารถที่จะตอบคําถามของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง กระผมก็ยัง ไม่เห็นว่ามีความเร่งด่วนประการใดที่จะต้องวางศิลาฤกษ์และมีการย้ายผู้คนจํานวนเกิน หลายร้อย หลายพันออกจากบ้าน ถิ่นฐานของเขา ฉะนั้นกระผมก็อยากจะให้ท่านประธาน ในฐานะที่ท่านเปึนประธานของรัฐสภา รวมทั้งท่านกรรมาธิการที่อยู่ที่นี้ กระผมก็อยากให้ ได้รับความยืนยันจากท่านประธานอีกครั้งว่าถ้าหากงบประมาณส่วนนี้ผ่านไปแล้วจะมี การดูแลหรือจะมีการชะลอโครงการนี้ออกไปจนกว่าจะมีคําตอบที่พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบอีกเปึนจํานวนมากนั้นพอใจหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ
ผมเรียนหม่อมให้ทราบ เลยนะครับ คือเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราทําตามที่เราได้ศึกษามาของสภาแห่งนี้นะครับ ๑๖ ป้ แล้วก็เรียนตรง ๆ เอาประเด็นสั้น ๆ นะครับ ที่เกียกกายนั้นเราได้ตกลงว่าจะเอาตรงนี้ นะครับ โดยมีมติกันแล้ว แต่ว่าเราจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเด็ดขาด โรงเรียนก็อยู่จนกว่าสร้างโรงเรียนใหม่เสร็จนะครับ โดยทางโรงเรียนเปึนคนสร้างเอง นะครับ ไม่ใช่เราสร้างให้ เราก็เอาเงินจํานวนที่เราจะได้จากการแปรญัตตินี้มอบให้ โรงเรียนไป จะเปึนป้ ๒ ป้ ๓ ป้ สร้างเสร็จเมื่อไรก็ค่อยย้ายไปเมื่อนั้น ส่วนพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในเขตตรงนั้น เราจะทําบ้านพัก จะเอาแบบอาคารแบบไหนก็กําลังเจรจากันอยู่ตรงนี้ ครับ เรายังไม่ได้ตกลงว่าจะให้เขาออกไปภายในเดือน ๒ เดือน ๓ เดือน ไม่ใช่ครับ ตอนนี้ ทางสภาเองก็ได้ตั้งคณะประชาสัมพันธ์ขึ้น โดยกระผมได้เรียนกับหม่อมแล้ว เพราะในเขต เลือกตั้งของหม่อม หม่อมต้องเข้าไปประชาสัมพันธ์ ถ้าจะช่วยการสร้างรัฐสภา ทั้งท่านบุญยอดด้วยนะครับ ผมก็ได้เรียนตรง ๆ คือต้องเรียบร้อยหมดทุกอย่าง ไม่สร้าง ความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเด็ดขาด เพราะเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาจากประชาชน เราต้องเห็นใจประชาชน ส่วนทางรัฐบาลนั้นท่านให้เกื้อหนุนโดยได้ช่วย เรื่องงบประมาณให้เรา ส่วนการสร้างการดําเนินการนั้นรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องครับ เปึนเรื่องของรัฐสภา ฉะนั้นหม่อมต้องเข้าใจตามนี้และช่วยชี้แจงด้วย ผมเรียนสั้น ๆ ว่า ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเด็ดขาด ถ้าจะสร้างก็หมายความว่าได้รับ การยินยอมจากหม่อมด้วย จากคุณบุญยอดด้วยในเขตเลือกตั้งนั้นนะครับ ก็เรียนอย่างนี้ ครับ ก็หวังว่าคงจะเข้าใจ มีอะไรครับ ยกมือขึ้นมีอะไร เชิญเลยครับ ให้หายข้อข้องใจครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตขอเวลาอภิปรายในหมวดนี้ไว้ด้วยค่ะ ขอเวลา ท่านประธานนะคะ
ไม่เปึนไรครับ อธิบาย ไปเลยครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติขอปรับลดลงร้อยละ ๑๐ ในหน่วยงานสังกัดของรัฐสภานี้ด้วย นะคะ เปึนโครงการตามมติของคณะรัฐมนตรีในการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่แยกเกียกกาย เขตดุสิต ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ทั้งสิ้น ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบผูกพัน ๔ ป้ด้วยกันนะคะ แต่ว่าในป้ ๒๕๕๒ นี้ได้งบมาประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่ท่านประธานก็ได้อธิบายให้พวกเราฟังในรายละเอียดบ้างบางส่วนแล้ว แต่ว่า ดิฉันมีในอีกประเด็นที่ลงในรายละเอียดค่ะ ก็คือว่าดิฉันเห็นด้วยกับการที่เราจําเปึน จะต้องมีรัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากว่ารัฐสภาที่เราอยู่ในปัจจุบันนั้นถึงแม้จะมีอาคาร อยู่ด้วยกันหลายอาคาร แต่หลาย ๆ ท่านคงยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตามสํานักต่าง ๆ ของเรานั้นจะต้องออกไปเช่าอาคารภายนอกอีกหลายอาคารด้วยกัน อาทิเช่น อาคาร ทิปโก้ที่ถนนพระรามที่ ๖ อาคารกษาปณ์ที่ถนนประดิพัทธ์ อาคารดีพร้อมที่ถนนสุโขทัย แล้วก็อาคารธนาคารทหารไทยอีกที่ราชเทวี ซึ่งทําให้การทํางานของเจ้าหน้าที่ของเรานั้น ต้องอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย แล้วก็อาจจะไม่ทําให้เกิดประสิทธิภาพในการทํางานของ ฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งอาจจะทําให้เกิดงานล่าช้า ถึงแม้เราจะมีรถตู้เปึนรถที่ขับให้บริการ รับส่งเจ้าหน้าที่ระหว่างอาคาร ระหว่างตึกต่าง ๆ แล้วก็ระหว่างรัฐสภาด้วย แต่ว่าบางครั้ง ก็ไม่เพียงพอ มีบางครั้งที่เรามีการประชุมนัดสําคัญ ๆ อย่างเช่นการประชุมงบประมาณ อย่างนี้เจ้าหน้าที่เองจะต้องเดินทางเข้ามาในรัฐสภาเกือบทุกหน่วยงานด้วยกัน แล้วก็รถ ให้บริการไม่เพียงพอแล้วก็ไม่ทันเวลา เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คืออาคารดีพร้อม ที่ถนนสุโขทัย จะต้องเดินเข้ามาที่รัฐสภาเอง ดิฉันก็เห็นใจมากนะคะ ซึ่งคิดว่าพวกเรา ในส่วนของอํานาจนิติบัญญัติ ก็มีความจําเปึนเพราะว่าสถานที่ทํางานของเรานั้นแออัด ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของเราก็ไม่สามารถจะมาประชุม พร้อม ๆ กันได้ กรรมาธิการต่าง ๆ ก็มีมากหลายคณะ ดิฉันเห็นด้วยว่าเรามีความจําเปึนที่ จะต้องสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เมื่อพูดถึงเจ้าหน้าที่ดิฉันเห็นใจเจ้าหน้าที่ ขอฝากอีกนิดหนึ่งค่ะ ไปถึงสํานักงบประมาณนะคะ ในส่วนของค่าล่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่จะต้องอยู่ดึกหน่อยเวลา จะมีการประชุม ถ้าเลิกประมาณ ๒ – ๓ ทุ่มก็ไม่เปึนไรค่ะ เขาจะได้ค่าล่วงเวลา ไม่เกินวันละ ๒๐๐ บาท แต่ถ้าอยู่ถึงตีสองตีสามในการประชุมงบประมาณเช่นนี้ ขอความเห็นใจนิดหนึ่งนะคะ อาจจะอนุโลมเพิ่มค่าล่วงเวลาค่ะ ดิฉันเห็นใจเจ้าหน้าที่ ตรงนี้ ฝากนิดเดียวค่ะ กลับมาเรื่องของรัฐสภา ความจําเปึนนั้นเรามีค่ะ แต่ว่าการที่เราจะ รีบร้อนสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ซึ่งใช้งบประมาณมากถึง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ทําไมจะต้อง รีบร้อนคะ ในเมื่องบประมาณแผ่นดินนั้นจํานวนมหาศาล แล้วก็ไม่มีรายละเอียด ในโครงการต่าง ๆ ให้เรารับทราบ มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวของงบประมาณที่แจ้งมาว่า จะเปึนการสรุปการขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แต่ไม่มีรายละเอียด ไม่มีการวางแผนโครงการ ไม่มีการ เขียนแบบ แล้วก็ที่สําคัญที่สุดยังไม่มีการทําประชาพิจารณ์ อันนี้อยากจะให้เห็นใจ ประชาชน ชุมชน เด็กนักเรียนที่เขาอยู่กันตรงนั้นมาหลายสิบป้แล้ว พวกเขาเองอยู่กันมา ตั้งแต่ปู์ ย่า ตา ยาย ก็มีความผูกพันกับสถานที่ และเขาเองถ้าถูกให้ออกไปจากพื้นที่ ถูกให้รื้อย้ายออกไป เท่าที่ทราบมานั้นในวันที่ ๕ ธันวาคม นี้ ทางรัฐบาลจะมีการ วางศิลาฤกษ์รัฐสภาแห่งใหม่ให้ทัน ซึ่งอย่างน้อย
เข้าใจผิดนะครับ รัฐบาล ไม่ได้วางศิลาฤกษ์ สภาเปึนคนจัดการครับ
สภาค่ะ ขออภัยค่ะ ท่านประธาน
พูดสภา อย่าไปพูด เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องนี้เลย เรียนให้ทราบครับ
ทางสภาก็มีแผนการจะ วางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๕ ธันวาคม นี้ แต่ว่าขณะนี้เวลาเพียงอีก ๒ – ๓ เดือนเท่านั้น อย่างน้อยจะต้องมีชุมชนที่จะต้องถูกย้ายออกไปก่อนจํานวนไม่น้อยพอสมควร ตรงนี้เรายังไม่ได้หาที่รองรับให้เขา เขายังจะต้องหาที่ทํากินแห่งใหม่ เด็ก ๆ ก็ต้อง หาที่เรียนหนังสือ ตรงนี้เปึนส่วนที่เขาได้รับความเดือดร้อน แล้วเขาเองก็ยังไม่ได้รับความ ชัดเจนจากทางสภาเลยว่า จะให้เขาทําอย่างไรบ้าง ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนอีก หลายชุมชนด้วยกัน อย่างเช่น ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า ซึ่งเขามีอยู่ ๙๙ หลังคาเรือน ๑๒๖ ครอบครัว ตรงนี้เขาอยู่ในส่วนของที่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งเขาจะมีบันทึกข้อตกลงกัน ระหว่างกรมธนารักษ์ว่า เขาจะต้องย้ายออกจากพื้นที่ตรงนี้ข้ามถนนไปอยู่อีกฝัืงหนึ่ง ถนนที่เขาเรียกว่าถนนทหาร ข้ามไปอยู่อีกฝัืงหนึ่งซึ่งตรงนี้เขาจะเปึนโครงการ เมื่อเกิดมา ประมาณ ๒ ป้ที่แล้ว เขาเรียกว่าโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งเขาได้รับโครงการแล้ว แล้วก็ได้รับ เงินกู้ ได้รับการอนุมัติแล้วด้วย ตรงนี้ชุมชนต้องการที่จะไปอยู่บ้านมั่นคง แต่ว่าทางรัฐสภา บอกกับพวกเขาว่าจะสร้างแฟลตให้อยู่ ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการแล้ว ตรงนั้นเองซึ่งเรา ไม่ได้ทําประชาพิจารณ์ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ได้ไปรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาเลย เราก็เลยไม่ทราบ ก็เลยขอสะท้อนตรงนี้ว่า พวกเขาอยากจะได้บ้านมั่นคงมากกว่าแฟลต ที่เราจะสร้างเขา เพราะว่าแฟลตเขาจะต้องเช่าอยู่ เขาจะไม่มีความมั่นคง แต่ว่าถ้าเขาเปึน โครงการบ้านมั่นคงแล้ว เขาจะต้องได้รับเงินกู้ แล้วเขาจะต้องผ่อนจนกระทั่งได้กรรมสิทธิ์ ในบ้านเปึนของตนเอง เปึนสิ่งที่พวกเขาต้องการ แล้วก็อยากจะขอให้ทางรัฐสภาได้คุยกับ ทางชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้าด้วย ส่วนชุมชนบ้านตระกูลดิษฐ์ก็เช่นกันมีอยู่ ๔๓ หลังคาเรือน ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน มีศูนย์บริการสาธารณสุข ๓๘ สํานักอนามัยของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จอย่างสวยงาม แต่ว่าก็ต้องถูกย้าย ออกไปด้วย ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดตอนนี้ก็คือ ครอบครัวทหาร ๑,๐๐๐ กว่าครอบครัวที่จะต้องถูกให้ย้ายออกไปจากพื้นที่ มีกองพันทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ กรมขนส่งทางบก บ้านพักคน ม. ๑ แล้วก็ราชองครักษ์ แล้วก็โรงเรียนด้วย เด็ก ๆ เปึนพันที่จะต้องย้ายออกไป ทางโรงเรียนโยธินบูรณะนั้น ต้องขอกราบขอบพระคุณ ที่เราให้โอกาสเขาเปึนเวลา ๑ ถึง ๒ ป้ จนกว่าเขาจะสร้างโรงเรียนเสร็จแล้วค่อยย้ายไป เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลสนใจในส่วนของประชาชนในการทําประชาพิจารณ์ ซึ่งเปึนนโยบายของรัฐบาลที่เคยแถลงว่าจะเน้น
ไม่ใช่เรื่องรัฐบาลแล้ว เรื่องของพวกเรา ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องของพวกเรา
อันนี้เปึนนโยบายรัฐบาล ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยว่า จะต้องรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนด้วย
สภาต้องเปึนคน ดําเนินการครับ
ค่ะท่านประธาน ดิฉันก็ขอ สรุปว่า เห็นด้วยกับการที่เราจําเปึนจะต้องมีรัฐสภาใหม่ แต่ว่าขอให้ทําด้วยความรอบคอบ อย่าทําแบบลวก ๆ แล้วก็ดิฉันกราบเรียนท่านประธานว่า ขอให้ชะลอโครงการนี้ออกไปก่อน เพราะว่าในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศเช่นนี้ แล้วก็ในภาวะบ้านเมืองเช่นนี้ด้วย ขอให้ ท่านประธานได้โปรดพิจารณาชะลอโครงการนี้ แล้วขอให้ท่านได้โปรดยืนยันกับพวกเรา หน่อยค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ผมจะเรียนให้ท่านเจิมมาศ ได้ทราบนะครับ เรื่องนี้เราได้ปรึกษาหารือกับท่านผู้นําฝ์ายค้าน เราก็ได้ปรึกษาหารือ กันหมดแล้ว แล้วผู้นําฝ์ายค้านก็มีความเห็นเหมือนกับคุณเจิมมาศแหล่ะครับ แต่ท่าน ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะท่านก็พยายามปรับ ตรงนี้มันเหมาะสม ท่านยืนยันได้ครับ ตรงนี้ ท่านพูดในที่ประชุมที่เราเรียกประชุมกัน แต่เราก็มีที่เราให้รัฐบาลเข้ามาร่วมเพราะ เราต้องการเงินจากรัฐบาล ๑๖ ป้มานี้ ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนได้ร่วมมือกับสภาเหมือน ชุดนี้ ผมเรียน ส่วนการดําเนินการนั้น มันทําวันเดียวไม่ได้หรอกครับ มันทําป้เดียว ไม่เสร็จ ๒ ป้ไม่เสร็จ ๓ ป้ไม่เสร็จหรอกครับ ๔ ป้ก็ยังไม่เสร็จเสียด้วยซ้ํา แต่ว่าเปึน การดําเนินการเบื้องต้นเท่านั้นเอง เงินงบประมาณที่เราขอแปรญัตตินั้นเปึนเรื่องเบื้องต้นเท่านั้นที่เราจะชดเชยทําประโยชน์ ให้เสร็จก่อน เช่น อาคารเรียนของขนส่งอะไรต่าง ๆ นี่นะครับต้องสร้างให้เขาเสร็จ แล้วจึง ให้เขาย้ายไปครับ ที่ตระกูลดิษฐ์ ตระกูลอะไรต่าง ๆ ก็เหมือนกันหมดครับ แล้วก็ที่องค์การ ทอผ้านี่ก็เหมือนกันครับ ต้องเสร็จเรียบร้อยหมดครับ ต้องมีที่อยู่ที่อาศัยพร้อม ถ้าไม่อย่างนั้น ผมที่นั่งอยู่ตรงนี้ผมก็ยืนยันได้ว่าไม่ยอมเด็ดขาด ผมจะต้องช่วย คุณเจิมมาศหาเสียงไม่ต้องห่วงครับ เราจะทําให้เรียบร้อยครับ แล้วก็ต้องขออาศัยบารมี ผู้นําฝ์ายค้านด้วยครับ เพราะว่าผมอายุมากแล้ว คนที่อยู่ต่อไปก็ผู้นําฝ์ายค้านอาจจะ เปึนใหญ่เปึนโตในข้างหน้า ผมก็ไม่ทราบนะครับ เชิญผู้นําฝ์ายค้านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิประธานพาดพิงนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธาน ได้กรุณาตั้งกระผมให้เปึนกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ด้วยนะครับ บังเอิญท่านประธาน ได้บอกว่าผมก็ได้พูดว่าที่ตรงนี้เหมาะสม ก็ขออนุญาตที่จะให้ผมได้อธิบายว่าที่มาที่ไป ในแนวความคิดของผมนี่คืออะไร แล้วก็จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงปัญหา อุปสรรคที่ได้รับทราบจากพี่น้องประชาชน รวมไปถึงคงจะมีคําถามถึงท่านกรรมาธิการ เหมือนกันนะครับ
ประการแรก ที่ท่านประธานบอกว่า ที่ประชุมเห็นว่าที่ตรงนี้เหมาะสม ก็กราบเรียนตรง ๆ อย่างนี้ครับว่าความจําเปึนเรื่องของการที่จะมีการก่อตั้งอาคารรัฐสภา แห่งใหม่นี่ท่านสมาชิกได้พูดไปค่อนข้างชัดเจน เพราะว่าตรงนี้ก็กราบเรียนว่าคนภายนอก จะไม่ทราบเรื่องที่ว่าเราใช้อาคารที่ต้องไปเช่าอยู่กี่แห่ง และความไม่สะดวกในส่วนของการ ทํางานของเจ้าหน้าที่นะครับ ทีนี้แนวคิดการย้ายสภานี่ครับท่านประธาน มันก็แบ่ง ออกเปึน ๒ แนวคิด แนวคิดหนึ่งก็คือว่าอยู่ในเมือง เพราะว่าเราเหมือนกับเปึนศูนย์กลาง เปึนอํานาจนิติบัญญัติ กับอีกแนวคิดหนึ่งซึ่งก็มีคนสนับสนุนอยู่พอสมควรว่าทําไมเรา ไม่ย้ายไปไกล ๆ เพื่อไปสร้างเหมือนกับเปึนเมืองใหม่ เปึนความเจริญ ก็กราบเรียน ท่านประธานตรง ๆ ครับว่าผมเองก็บอกว่าถ้าจะใช้แนวคิดที่จะย้ายพวกเราออกไป ไกล ๆ นั่นหมายความว่ามันคงจะต้องไม่ใช่ย้ายเฉพาะสภา แต่น่าจะต้องหมายถึง การย้ายส่วนราชการต่าง ๆ ไปด้วย เพราะว่าผมนึกภาพว่าถ้าสภากับทําเนียบรัฐบาล กับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อยู่ห่างไกลกันนี่ การทํางานคงขลุกขลักแน่ ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีทุกท่านคงจะยืนยันได้ ขณะเดียวกันการย้ายสภาออกไปไกล ๆ ในความ เปึนจริง ก็เหมือนกับการย้ายครอบครัวของเจ้าหน้าที่สภาเกือบทั้งหมดนะครับ ซึ่งปัจจุบัน ก็มีภูมิลําเนาหรือว่าอาศัยอยู่ในที่ในกรุงเทพมหานครใกล้ที่ทํางานในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่ามันเปึนสิ่งที่คงเปึนไปได้ยาก เมื่อเปึนไปได้ยากก็ย้อนกลับมาดูว่าพื้นที่ตรงนี้ ในส่วนใจกลางเมืองมันมีที่ไหนบ้าง ซึ่งท่านประธานก็ทราบเหมือนกับที่พวกเราทราบ นะครับ ควานหากันมา ๑๖ ป้ ความคิดที่มาลงตรงที่เกียกกายนี่ผมก็ไปย้อนดู ทราบว่า ที่จริงมันมีการศึกษาโดยกลุ่มสถาปนิกเห็นว่าตรงนี้เหมาะสม เพียงแต่ว่าความเหมาะสม ในแง่ของที่ตั้ง รวมทั้งความคิดที่จะมีการสร้างสะพาน และก็ตรงนี้อยู่ติดแม่น้ํามันก็ต้องมา พิจารณาควบคู่กับปัญหาว่าบุคคลที่เขาอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นจะทํากันอย่างไร ในอดีต ที่ผ่านมาที่ทํากันไม่สําเร็จก็คือเนื่องจากว่ามีหน่วยงานราชการอยู่ตรงนั้นจํานวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือฝ์ายทหาร เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเปึนเหตุผลว่าทําไมรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วยจึงเข้ามามี บทบาท แต่ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเปึนอย่างนี้ครับ
ประการแรก ผมได้มีโอกาสพบกับคน ๒ กลุ่มที่เขามีความเดือดร้อน กลุ่มแรกก็คือกรณีของโรงเรียน ซึ่งผมก็ได้บอกว่าจริง ๆ แล้วเราก็ควรที่จะให้เขาได้มี โอกาสมาดูข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ซึ่งผมได้ขอท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ แล้วก็ได้มอบข้อมูลทั้งหมดนี้ให้กับตัวแทนนักเรียนไปแล้ว ผ่านท่าน ส.ส. หม่อมหลวงอภิมงคล ขณะเดียวกันแม้ว่าเราจะจัดงบประมาณให้ ผมคิดว่าในจํานวนที่ มากพอสมควรในการไปก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ แต่มันก็มีความห่วงใยในเรื่องของ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ใหม่ เช่น การมีที่ตั้งของปัูมน้ํามันอยู่ตรงนั้น อะไรต่าง ๆ ตรงนี้ต้องแก้ไขและกราบเรียนท่านประธานว่า ลําพังสภาคงจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ รัฐบาล คงต้องเข้ามาช่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วก็ถ้าตรงนี้เราทําให้เกิดเปึนที่พึงพอใจ เปึนที่ เข้าใจ แล้วก็มีเวลา ๒ ป้ ๓ ป้ ๔ ป้ อย่างที่ท่านประธานว่า คงไม่เปึนไร แต่ในส่วนของ ชุมชนทอผ้า ผมขออนุญาตย้ําในสิ่งที่ท่าน ส.ส. เจิมมาศได้พูดไป ก็คือว่ามันมีการไปพูด ก่อนหน้านี้ว่าเขาต้องย้ายออกภายใน ๒ เดือน ๓ เดือน แล้วก็เหมือนกับว่าที่เคยตกลงไว้ ก่อนหน้าว่าจะเปึนเรื่องของบ้านมั่นคง จะต้องไปขึ้นแฟลต ที่จริงแย่กว่านั้นอีกมีการพูดว่า จะมีการย้ายไปขึ้นแฟลตชั่วคราว แล้วจะหาที่ถาวรให้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ต้องเห็นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ต้องการที่จะขึ้นแฟลตและมีปัญหาในการขึ้นลง แล้วก็จะต้องมีการย้าย ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้ง ก็ไม่ทราบได้ ดังนั้นประเด็นที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าทั้งหมดมันไปผูกติดอยู่กับการไปกําหนดเปัาหมาย ซึ่งที่ประชุมของเราไม่ได้รับทราบข้อขัดข้องเหล่านี้ คือไปติดอยู่กับเปัาหมายที่บอกว่า จะต้องมีการวางศิลาฤกษ์เร็ว ๆ นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่เพื่อนสมาชิกที่อยู่ใน พื้นที่ที่ประชาชนเดือดร้อน ไม่ได้เสนอตัดเพราะเข้าใจการตัดสินใจของที่ประชุม แต่ว่า ผมขอความกรุณาท่านประธานว่า วันนี้อย่าเพิ่งเอาเรื่องเงื่อนไขการวางศิลาฤกษ์มาเปึน อุปสรรคในการที่เราจะต้องเข้าไปทํางาน ทําความเข้าใจ แล้วก็ไม่ใช่แค่เพียง ประชาสัมพันธ์นะครับท่านประธาน แต่มีคําตอบให้กับคนเหล่านี้อย่างชัดเจนเสียก่อน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจริง ๆ ณ ขณะนี้ ถ้าเพียงแต่อยากจะวางศิลาฤกษ์ จริง ๆ ก็ไม่จําเปึน ต้องย้ายใครออก เพียงแต่ว่าถ้าเราไปมุ่งหน้าแล้วไปเดินหน้าตามแผนนี้ คนที่นั่น ก็มีความรู้สึกว่าแล้วสุดท้ายเราจะฟังเขาจริงหรือไม่ เหมือนกับว่าเราก็จะเดินหน้าไปอยู่ดี ผมอยากให้เราใช้เวลาในการแก้ปัญหาของเขาให้เปึนที่พึงพอใจ ซึ่งผมคิดว่าไม่ได้ เกินกําลัง ถ้าหากว่ามีงบประมาณ แล้วก็มีการช่วยเหลือจากทั้งทางฝ์ายรัฐบาลกับ ฝ์ายสภา มันจึงมีคําถามที่ตามมานิดเดียวท่านประธาน ซึ่งไปถึงกรรมาธิการหรือทาง รัฐบาลว่า งบที่ตั้งอยู่นี้มี ๒ ส่วน ๑. คือการขนย้าย ๒. คือการก่อสร้าง ถ้าสมมุติว่าเราต้อง ใช้เวลา ๓ เดือน ๔ เดือน ๕ เดือน ๖ เดือน กว่าที่จะได้คําตอบให้เปึนที่พอใจของทุกคน ที่ได้รับผลกระทบ แล้วเราถึงจะสามารถเริ่มต้นในการที่จะให้มีการประกวดออกแบบอะไร ต่าง ๆ พบว่าในที่สุดเงินก้อนนี้มันไม่ได้ใช้ อยากจะถามสักนิดเดียวว่าในทางปฏิบัติ ทางกรรมาธิการเห็นว่าจะทําอย่างไรกับเงินก้อนนี้ ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่า แม้ว่าเห็นด้วยกับความเหมาะสมของสถานที่ที่ตั้งตรงนี้ หากว่าทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนที่นั่นได้ แต่ในสภาวะเศรษฐกิจอย่างที่เปึนอยู่นี้ การมีเงินงบประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท กับโครงการนี้ ซึ่งหลายคนมองว่ายังไม่ได้ชัดเจนทั้งหมด มันกระทบ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจริง ๆ คืออยากจะปรึกษาว่าทําอย่างไร เราเดินหน้า โครงการนี้ต่อได้ แต่ว่าไม่ไปบีบคั้นเอาเงื่อนเวลามาบีบรัด แล้วก็ขณะเดียวกันสูญเสีย ในแง่ของการใช้เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้มากองไว้ ตรงนี้เฉย ๆ ก็อยากจะกราบเรียนหารือท่านประธาน
ผมเรียนให้ทราบเลย เงินยอดนี้ที่เราได้แปรมา สภาขาดทุนด้วย คือเงินที่เราใช้จ่ายในสภานี้ต้องเจียดเข้ามา รวมอันนี้ เนื่องจากเราจะต้องชดเชยดังที่ทางเลขาได้มอบเอกสารให้ท่านผู้นํา ฝ์ายค้านไปแล้วว่าใช้เท่าไร อะไรอย่างไร ขอแปรทั้งหมดนี้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้ ๔,๘๐๐ ล้านบาท ติดลบ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่กําลังคิดอยู่ว่าจะทําอย่างไร ก็ต้อง พึ่งบารมีรัฐบาลเขาอีก จะต้องของบกลางหรือเงินสํารองจ่ายจึงจะพอ และคิดว่าก็คงจะต้องใช้เงินนี้หมดในป้ ๒๕๕๒ จะไม่พอใช้ด้วยซ้ํา ก็ขอเรียนให้ทราบ เบื้องต้นแค่นี้ ส่วนรายละเอียดผมจะมอบเอกสารหลักฐานให้สภาทั้งหมดได้รับทราบ คือขณะนี้เรื่องเหล่านี้ที่ประสานให้ผู้ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันนี้เราได้รับมอบหมาย มีคณะกรรมการไปดําเนินการคือท่านรองประธานวุฒิสมาชิกคือคุณนิคม กับรองอภิวันท์ ๒ ท่านนี้กับคณะกรรมการอีกหลายท่านไปร่วมในการปรึกษาหารือตกลงเงื่อนไข อะไรต่าง ๆ ขณะนี้ก็กําลังดําเนินการอยู่นะครับ แล้วก็เปึนที่พอใจของผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ ในขณะนี้พอสมควร ที่ผมทราบข่าวนะครับ ส่วนปัญหาต่าง ๆ คงจะไม่มีปัญหาอะไร ส่วนความเดือดร้อนที่ว่าทหารเดือดร้อนอะไร ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกครับ เพราะว่ามัน ต้องเสร็จหมด สร้างให้เขาเสร็จอะไรเสร็จ แล้วเขาจึงย้ายไปครับ ส่วนโรงเรียนขนส่งนั้น ก็อยู่ข้าง ๆ ใกล้ ๆ นั้นย้ายจากตรงนั้นไปอยู่ข้าง ๆ ไม่ไกลกันเท่าไรครับ เพราะเราได้ ปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้วครับ คิดว่าเรื่องนี้ถ้าพวกเราไม่ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน สภาของเราก็อยู่ในที่แออัดอย่างนี้ต่อไป แต่ถ้าเราร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันทุกฝ์าย นะครับ ก็หวังว่าในเขตเลือกตั้งเขตนี้ หม่อมก็ตาม คุณเจิมมาศก็ตาม คุณบุญยอด อะไรก็ตาม ช่วยเปึนแรงผลักดัน ก็จะเปึนอนุสรณ์อย่างหนึ่งถ้าได้สร้างสภานี้เสร็จ หรือได้ วางศิลาฤกษ์ตามกําหนดเดิม เมื่อท่านผู้นําฝ์ายค้านบอกว่าให้ชะลอ ก็ต้องเรียบร้อย ก่อนครับจึงจะทําอะไรได้ ถ้าอย่างนั้นคงจะไม่โปรดเกล้าฯ มาวางศิลาฤกษ์เด็ดขาดครับ อันนี้ผมมั่นใจอย่างนั้นนะครับ ฉะนั้นอย่าได้ห่วงวิตกกังวล ก็ถือว่ามาตรา ๒๖ นี้ไม่ติดใจ อีกแล้วนะครับ มีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอมติที่ประชุมเลยนะครับ เพราะมีการแก้ไข ขอท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านเข้าห้องประชุมเพื่อใช้สิทธิในการลงมติครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ เพราะเรื่องของสภาเราครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เสียบบัตรแสดงตนทุกท่านเสร็จแล้วใช่ไหมครับ เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ส่งผล ขณะนี้ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๗ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะเรียนถามนะครับ เนื่องจากมีการแก้ไข ก็ขอให้ท่านลงมติ แล้วแต่ท่านจะลงมติฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งก็แล้วแต่นะครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงเสร็จแล้วใช่ไหมครับ ลงเสร็จแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ ลงทุกคนแล้วนะครับ ส่งผล ปรากฏว่าเห็นด้วย ๒๖๐ ท่าน ล้นเหลือเลยครับ ไม่เห็นด้วย ๖๖ ท่าน งดออกเสียง ๓๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน ก็ถือว่ามาตรา ๒๖ ตามคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๒๗ มีท่านผู้ใดอภิปรายไหม ไม่มีนะครับ ผมขอลงมติ ไปเลย มาตรา ๒๗ หน่วยงานของศาล มีการแก้ไขนะครับ ก็ถือว่าไม่ต้องนับ ไม่ต้อง แสดงตนหรอกครับ เพราะว่าอยู่เต็มกันแล้วนะครับ ก็ใช้สิทธิเลยครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้ สิทธิของท่านในมาตรา ๒๗ ครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเสร็จหรือยังครับ ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ ส่งผลคะแนนมา ปรากฏผลออกมาแล้วนะครับ เห็นด้วย ๓๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๙ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ถือว่ามาตรา ๒๗ เห็นตามคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๒๘ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เชิญเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๘ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
คุณนคร มาฉิม ขอ ๘ นาที เชิญครับ ให้ ๑๐ นาทีเลยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของมาตรา ๒๘ งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงาน ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญนะครับ ผมขอปรับลดไว้ร้อยละ ๑๐ นะครับ อันที่จริงแล้ว นะครับเจตนาของผมนั้นไม่ต้องการที่จะปรับลดงบประมาณขององค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการเลือกตั้ง สํานักผู้ตรวจการแผ่นดิน สํานักงานปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินะครับ แล้วก็สํานักงานต่าง ๆ ที่เปึนองค์กรอิสระ ผมไม่มีความประสงค์เลยที่จะปรับลด เพียงแต่ว่าที่ต้องขอปรับลดไว้ตามกฎหมายนะครับ ก็เพื่อประกอบเหตุผลในการอภิปรายและก็ชี้แจงเหตุผล ผมใช้เวลาสั้น ๆ ท่านประธาน ครับ ต้องขอถือโอกาสนี้ได้ชื่นชมการทํางานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ผมจําแนกงานของท่านออกเปึน ๓ ลักษณะ ลักษณะที่ ๑ ก็คือ งานที่ดําเนินการตามปกติ ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผลงานของท่านเปึนที่ ประจักษ์ แล้วก็รักษาผลประโยชน์ให้กับแผ่นดินจํานวนมากมายมหาศาล ผลงานที่ทาง ป.ป.ช. ได้สรุปเมื่อเข้ารับตําแหน่งตั้งแต่วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๙ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๕๑ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานและก็ขอชื่นชม ป.ป.ช. ไว้ ณ ที่นี้ว่าเรื่องที่ค้างมา แต่เดิม ป.ป.ช. ได้รับมอบมาทั้งหมด ๑๑,๕๗๘ เรื่อง เรื่องที่ทาง ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันรับเข้ามาใหม่ ๔,๙๘๖ เรื่องหรือคดีรวมทั้งหมด ๑๖,๕๖๔ คดี ที่อยู่ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. แต่ ป.ป.ช. มี ๙ คน ท่านก็ได้ตั้งคณะทํางานขึ้นมา ๓๐๐ กว่าคณะ ประมาณ ๓๘๐ คณะกรรมการ ท่านได้เร่งรัดและดําเนินการไปให้แล้ว ๑๑,๒๓๑ คดี ยังคงค้างอยู่ ๕,๓๓๓ คดี ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือเรื่องตามปกติ แล้วก็ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. อีกลักษณะหนึ่งที่เปึนเรื่องในกรณีพิเศษ ก็คือคดีที่เปึนที่สนภาคของประชาชนนะครับ แล้วก็คดีที่ได้รับการส่งมอบมาจาก คตส. ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างใกล้ชิดแล้วก็ตามดูผลงานของ ป.ป.ช. มาตลอด ท่านประธาน ป.ป.ช. ได้แถลงไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๑ ว่าภารกิจที่ คตส. ส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. นะครับ ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุข ฉบับที่ ๓๐ มีจํานวนมาก ความเสียหายของทรัพย์สินของแผ่นดินตามที่ คตส. ได้ส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. นั้นนะครับ หลายแสนล้านบาท ผมอยากจะฝากเรื่องนี้กับ ท่านประธานไปยัง ป.ป.ช. แล้วก็ฝากไปทางคณะกรรมาธิการด้วยว่า ท่านได้ซักถาม ความคืบหน้าในการดําเนินงานในเรื่องนี้ของ ป.ป.ช. มากน้อยขนาดไหนหลังจากที่ได้รับ การส่งมอบ เรื่องทั้งหมดจาก คตส. แล้วนะครับ ผมต้องการให้ ป.ป.ช. เร่งรัดดําเนินการ นําเงินที่แผ่นดินสูญหายไปจากการทุจริต คอร์รัปชั่นต่าง ๆ ประมาณ ๒ แสนกว่าล้านบาท คืนให้กับแผ่นดิน อันนี้คือเรื่องที่ขอกราบเรียนท่านประธานเปึนกรณีพิเศษ แต่เรื่องหนึ่งที่ ผมต้องขอกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณก็คือ ตามบทบัญญัติมาตรา ๒๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๔๖ วรรคห้า ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐธรรมนูญ วรรคห้าของมาตราดังกล่าวกําหนดให้มีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประจําจังหวัด โดยคุณสมบัติกระบวนการสรรหาและอํานาจหน้าที่ให้เปึนไปตามที่บัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ขออนุญาตต่อเนื่องไปที่มาตรา ๒๕๐ ของรัฐธรรมนูญอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ มาตรา ๒๕๐ (๓) ป.ป.ช. มีอํานาจหน้าที่ก็คือไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง หรือข้าราชการซึ่งดํารงตําแหน่งตั้งแต่ ผู้อํานวยการกอง หรือเทียบเท่าขึ้นไป ที่ร่ํารวยผิดปกติ กระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทํา ความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมทั้งการ ดําเนินงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐและข้าราชการที่ต่ํากว่าที่ร่วมกระทําความผิด ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่างบประมาณที่ทาง ป.ป.ช. ได้ขอความเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎร จากรัฐสภามา ก็ไม่มีแนวหรือว่าทิศทางในการที่จะให้มีการจัดตั้งคณะ ป.ป.ช. จังหวัดขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่ผมต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ การทุจริตในภาครัฐไม่ใช่ว่ามีเฉพาะข้าราชการในระดับสูง หรือว่านักการเมืองเท่านั้น ข้าราชการในระดับล่างบางคนก็มีการทุจริต บางหน่วยงานก็มี การทุจริต เหมือนกับว่าปลาเล็กก็กินอาหารเล็ก ปลาใหญ่ก็กินอาหารที่ใหญ่ขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะให้การบริหารราชการแผ่นดินทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้รับ การตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสให้เกิดการทุจริตและรักษาปกปัองผลประโยชน์ของ แผ่นดินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทําไม ป.ป.ช. จึงยังไม่มีการเร่งรัดดําเนินการให้มีการจัดตั้ง ป.ป.ช. จังหวัดตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมจึงจําเปึนที่จะต้องขอปรับลดในส่วนนี้ไว้ และก็กราบเรียน เปึนหลักการว่าควรเปึนอย่างยิ่งที่จะให้มี ป.ป.ช. ในระดับจังหวัดเพราะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น อันที่จริงแล้ว ๙๙.๙ เปอร์เซ็นต์ เลยครับ ก็คือไม่มีการทุจริต และก็ผมเชื่อมั่น ผู้แทนท้องถิ่นว่าท่านไม่มีการทุจริตและก็ไม่มีเจตนาใด ๆ ที่จะทุจริตแน่ แต่ก็มีบางองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะบางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนะครับ เปึนที่ร่ําลือและก็ โจษขานกันตลอดว่ามีการทุจริต กินหัวคิว (Queue) โดยเฉพาะซื้ออุปกรณ์การเรียน คอมพิวเตอร์และก็แบบเรียนที่ไม่ได้มาตรฐานต้องส่งคืนมา หักหัวคิวตั้งแต่ ๑๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณ ผมอยากจะให้มี ป.ป.ช. ในระดับจังหวัดเร่งรัดขึ้นมา ตรวจสอบตั้งแต่ในระดับล่างขึ้นมาทั้งหมดที่ ป.ป.ช. ในระดับชาติครอบคลุมไม่ถึง แล้วก็ รักษาผลประโยชน์ให้กับบ้านเมืองให้ดีที่สุด สร้างธรรมาภิบาลและก็สร้างวัฒนธรรม ในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินให้เกิดความโปร่งใสให้มากที่สุด กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านกุเทพ ใสกระจ่าง สัก ๕ นาที ก็พอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผมได้แปรญัตติในมาตรา ๒๘ และก็นั่งรอมา ๓ ชั่วโมง ท่านประธานจะให้ ๕ นาที ก็ขออนุญาตสัก ๑๐ นาที นะครับ กราบเรียนท่านประธานว่ากระผมสนใจที่จะสอบถาม กรรมาธิการในเรื่องงบประมาณของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งตั้งไว้ถึง ๑,๕๔๐ กว่า ล้านบาท ที่กระผมสนใจกระผมไม่ได้ติดใจองค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน ซึ่งในระยะที่ผ่านเปึนเรื่องที่ค่อนข้างแปลกประหลาดอยู่ ที่ในองค์กรนี้ผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินก็เปึนกรรมการตรวจเงินแผ่นดินด้วย แต่ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการและต้องสอบถามก็คือว่าการทํางานของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน นั้นเกี่ยวโยงกับการใช้งบประมาณของหน่วยงานอื่นทั้งหมดนะครับ ที่ผมสนใจก็คือ วันนี้มีเสียงกล่าวขวัญกันเกี่ยวกับทีวีสาธารณะ หรือที่เรียกว่าทีวีไทย หรือบางท่าน เรียกว่า ทีพีบีเอส (TPBS) องค์กรนี้ได้เงินภาษีของประชาชนผ่านพระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเปึน พ.ร.บ. ที่ออกในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คือ สนช. มาตรา ๑๒ ของ พ.ร.บ. นี้ กําหนดให้ทีวีไทยมีรายได้จากภาษีสุราและยาสูบป้งบประมาณไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มีความน่าสงสัยอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ ว่ากรรมาธิการไปพิจารณาในเรื่อง สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เคยฉุกคิดไหมว่าองค์กรนี้ต้องเข้าไปตรวจสอบการ ใช้จ่ายเงินขององค์กรที่สร้างขึ้นมาแต่ใช้ภาษีประชาชนในรูปแบบที่ไม่ปรากฏ ในงบประมาณ กราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๗ (๒) ของ พ.ร.บ. นี้ได้เขียนว่า การเสนอข่าวของทีวีสาธารณะจะต้องเปึนไปโดยปราศจากอคติทางการเมือง และ มาตรา ๔๒ (๑) บอกว่าต้องไม่มีความเปึนกลาง เปึนจริยธรรม เปึนข้อบังคับจริยธรรม ของทีวีสาธารณะ แต่จากการที่เราติดตามการทํางานของทีวีนี้มาเกือบครบป้ เรามาจาก การเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในต้นป้ แล้วก็มีการตั้ง ทีวีนี้ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ทีวีแห่งนี้ได้ไป ถ่ายทอดสดการปราศรัยของแกนนํากลุ่มพันธมิตรที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ถามว่าได้ ดําเนินการอย่างปราศจากอคติทางการเมืองหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรากําลังพูดถึงการถ่ายทอดสภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านไปที่ประเทศอังกฤษบีบีซี (BBC) จะเปึนผู้ถ่ายทอด เพราะบีบีซี คือทีวีสาธารณะ ไปที่ญี่ปุ์น เอ็นเอสเค (NSK) คือผู้ถ่ายทอด เพราะเอ็นเอสเคคือทีวี สาธารณะแต่ทีวีแห่งนี้ไปถ่ายทอดการปราศรัยของแกนนําพันธมิตร เมื่อกรรมการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรได้เชิญผู้บริหารมาพบเพื่อที่จะหาลู่ทางว่าจะถ่ายทอดการประชุมสภา ไหม ก็ไม่มา กราบเรียนท่านประธานว่าเรากําลังพูดถึงการตั้งทีวีรัฐสภา อย่าไปพูดถึงเลย ครับ เราไม่มีทางตั้งทีวีรัฐสภาแล้วมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศได้หรอก มีวิธีเดียวคือ ถ้ามีทีวีสาธารณะต้องมาถ่ายทอดการประชุมสภาเหมือนในประเทศอื่น เมื่อวันก่อนเราได้ เห็นสมาชิกที่นี่อภิปรายโจมตีเอ็นบีทีสาดเสียเทเสียจนวันนี้เอ็นบีทีซึ่งเขาไม่ใช่ ทีวีสาธารณะ เพราะว่าเปึนทีวีที่ไปให้เอกชนมาเช่าเวลา แล้ววันนี้จุดยืนของเอ็นบีที ก็เปิไปเลย เพราะพวกเราไปโจมตีเขา จนเขาไม่กล้าที่จะยืนในจุดที่เขาควรจะยืน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า วันนี้การทําหน้าที่ของสื่อของรัฐ หรือทีวีสาธารณะได้บีบคั้นอารมณ์ของผู้คนอย่างมาก เพราะว่าคนที่เขารู้ว่าทีวี ไม่เปึนกลาง เสนอข่าวที่เปึนอคติ
ท่านกุเทพครับ ท่านบุญยอดประท้วง เชิญคุณบุญยอด
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนะครับ ผมต้องขออนุญาตประท้วง ต่อท่านผู้อภิปรายครับ เพราะว่าท่านใช้คําว่า โจมตี นะครับ ไม่มีใครในที่นี้โจมตีเอ็นบีที นะครับ เราพูดด้วยเหตุด้วยผล ขอให้ท่านถอนคําว่า โจมตี ครับ
ครับ ก็บอกจริง ๆ พูด คําว่า โจมตี ผมก็ฟังอย่างนั้น
แล้วตกลงท่านประธาน คําว่า โจมตี นี่ใช้ไม่ได้ในสภานี้แล้วใช่ไหมครับ
ก็ใช้ได้ครับ
แล้วจะให้ผมถอนไหมครับ
เอาอย่างไรดีครับ
ผมไม่ทราบ เพราะคําว่า โจมตี ก็ไม่ใช่ความหมายที่มันจะร้ายกาจอะไร
ผมอยากจะขอความ กรุณาครับ คืออันนี้ไม่ใช่วาระ ๑ นะครับ เปึนวาระ ๒ เราก็พูดแต่เรื่องงบประมาณ แต่ทีนี้ ก็เอาเรื่องวาระ ๑ มาใช้มันก็วุ่นวายอย่างนี้แหละครับ ผมว่าไม่ให้มีปัญหา เดี๋ยวมันจะจบ แล้วครับ หาทางจบดีกว่าครับ ขอคุณบุญยอดก็อย่าถือสาหาความเลยครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ท่านครับคําว่า โจมตี มีความหมายชัดเจนนะครับ ผมกล่าวโจมตีคนโน้นคนนี้ ท่านกล่าวโจมตีคนโน้นคนนี้
ก็ใครเสียหายครับ
เปึนคําที่ผิดนะครับ เราไม่เคยกล่าวโจมตีใครนะครับ เราพูดการทํางานด้วยเหตุด้วยผลครับ ผมต้องยืนยัน ให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกรุณาถอนครับ
ผมปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ท่านประธาน เพราะว่าถ้าท่านประธานให้ผมถอนผมก็จะถอน เพียงแต่ผมบอกว่าถ้าคําว่า โจมตี ใช้ในสภานี้ไม่ได้แล้วต่อไปก็จะไม่ได้ใช้ครับ
ท่านประธานครับ
นั่นก็ประท้วงอีกแล้ว
ผมขออนุญาต ท่านประธาน ครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรค พลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมประชุมมา ๓ วันนะครับท่าน วันนี้เปึนวันที่ ๓ ผมยืนยันคําพูดของท่านกุเทพเปึนความจริงครับ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะแปลความหมายว่า โจมตีหรือเปึนอย่างอื่น ผมได้ยินเอ็นบีทีมามากมายแล้วครับ และที่ท่านประธานบอกว่า
เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย แล้วครับ
ที่ท่านประธานบอกว่า ควรอภิปรายวาระที่ ๑ ท่านควรจะพูดคํานี้ตั้งนานแล้วครับท่านประธานครับ กับที่ พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องเอ็นบีทีครับ
ครับ ก็ต่างคนต่างพูด แหละครับ คําว่า โจมตี ไม่รู้โจมตีใครนะครับ ผมก็คิดไม่ออกเหมือนกันครับ คือไม่ใช่ คําหยาบคําโลนนะครับ แต่พจนานุกรมเขาก็เขียนชัด ถ้าโจมตีมันต้องทิ้งระเบิดทิ้งอะไร นั่นโจมตี ผมก็ไม่รู้จะวินิจฉัยอย่างไร เอาในประเด็นสักหน่อยได้ไหมครับคุณบุญยอด
ผมยืนยันนะครับ ท่านประธาน ต้องถอนครับ
เอาเถอะเพื่อความ เรียบร้อย คุณไพจิตอีกคนแล้วนั่นยกมือ เชิญครับคุณไพจิต ไปกันใหญ่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน พลังประชาชน คําวินิจฉัยของท่านประธานโดยชอบแล้วนะครับ ท่านสมาชิก จะต้องปฏิบัติตาม หรือว่าการวินิจฉัยของท่านประธานได้เปึนที่สิ้นสุดครับ ขอได้โปรด วินิจฉัยอีกครั้งครับ
ผมเปึนคนประนีประนอม ผมไม่อยากจะให้มีปัญหาในสภานี้ ผมเรียนตรง ๆ ครับ เราเดินมาวันนี้เรียบร้อยหมด ก็เพิ่งมาไม่เรียบร้อยนิดหน่อยเท่านั้นเอง เอาเถอะ เรายอมเสียสละเถอะ ขอถอนเถอะ เราได้พูดไปแล้ว ถอนก็ไม่เสียหายอะไรครับ
คือผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านประธาน วินิจฉัยให้ผมถอน ผมถอน แต่ต่อไปนี้คําว่า โจมตี ก็จะใช้ไม่ได้ กราบเรียนท่านประธาน ผมไม่ได้ติดใจประเด็นนั้นหรอกครับ ผมรอวินิจฉัยของท่านประธาน เพราะว่า ถ้าท่านประธานสั่งว่าให้ผมถอน ผมก็ถอนนะครับ
ผมไม่สั่งครับ แต่ผม ขอร้องครับ
ครับ เพราะว่าท่านวินิจฉัยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้
ตกลงถอนแล้วใช่ไหมครับ ท่านครับ ท่านสมาชิกถอนให้ผมแล้วใช่ไหมครับ
ครับ ผมขอร้องให้ถอน แล้วครับ
ท่านพูดว่าถอนก่อนสิครับ
คืออย่างนี้ท่านประธาน ที่ผมกราบ เรียนท่านประธานและรอท่านประธานบอกว่าให้ผมถอน เพราะผมจะถอนตามคําวินิจฉัย ของท่านประธาน แต่ไม่ใช่คําประท้วงของผู้อื่น ผู้อื่นไม่มีอํานาจที่จะมาบังคับให้ผมถอน คําพูดได้ ท่านประธานเท่านั้นที่จะขอให้ผมถอน หรือผมอาจจะรู้สึกว่าผมควรจะถอนเอง ตามข้อบังคับ แต่เมื่อท่านประธานบอกให้
เอาวินิจฉัยเองดีกว่าครับ เพราะท่านเปึนมหาเปรียญ ให้วินิจฉัยเองครับ
เพราะฉะนั้นผมมีความชํานาญ ในภาษาไทย ผมจึงบอกว่าคําว่า โจมตี ไม่ใช่คําที่จะต้องถอนในสภานี้ไม่ใช่คําหยาบโลน ไม่ใช่คําที่มีความหมายเสียดสีไม่มีถ้อยคําที่จะไปทําให้ความเสียหาย คนอภิปรายในการ วิพากษ์วิจารณ์ก็ถือว่ามีลักษณะโจมตีได้แต่มันก็ไม่ใช่เสียหายอะไร เพราะว่ามีทัศนะที่ ไม่ดีต่อเรื่องนั้นให้ผมอภิปรายไหมครับ ก็ไม่เปึนไรครับ
คือจะเสียเวลาครับ
ผมถอนออกไปแล้วครับ ก็กราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่าเรื่องที่ผมกราบเรียนไม่ใช่อภิปรายวาระแรก ผมอภิปรายวาระ ๒ ผมถามกรรมาธิการว่าท่านฉุกคิดไหมว่าในประเทศเรามีหน่วยงานที่ใช้งบประมาณของรัฐ แล้วท่านไม่สามารถจะเรียกเขามาชี้แจงได้หรอก ถ้าท่านไม่ใช้กลไกของหน่วยงานที่ท่าน ควบคุมหรือว่าดูแลงบประมาณเขาได้อยู่ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินนี้แหละจะเปึนคนมา บอกกับท่านว่าเวลาเขาไปตรวจเงินองค์กรนี้ อย่างกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าในระยะที่ ผ่านมาแม้ยังไม่ถึงป้ เขาบอกว่างบประมาณที่ไปใช้ในการจัดสัมมนาเอาไปเอื้อประโยชน์ ไปทําให้กับพรรคพวก เขาบอกว่าสารคดีที่มันควรซื้อราคาไม่แพง แต่ก็ไปซื้อแพงมาก อย่างนี้เปึนเรื่องที่กรรมาธิการควรจะได้ตรวจสอบ ผมคาดหวังว่าสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน จะได้เปึนผู้ไปดําเนินการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนต่อไปว่าทีวีช่องนี้เกิดจาก พ.ร.บ. ในสมัย สนช. ถ้าสภานี้เห็นว่าทีวีช่องนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเปึนทีวีสาธารณะ ต่อไป พวกเราซึ่งมีเสียงข้างมากในสภาก็สามารถที่จะพิจารณาทบทวนยกเลิกกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นสัญญาณวันนี้จึงส่งไปยังผู้ทําหน้าที่ว่าการที่จะบีบคั้นความรู้สึกของผู้คน ด้วยการเสนอข่าวให้เขารู้ในทํานองนี้ว่าเปึนอคติทางการเมือง นอกจากผิดวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๗ (๒) ก็คงจะทําให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อไป ผมกราบเรียน ท่านประธานต่อไปว่างานของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินนั้น ยังจะต้องตามไปดูกองทุน ต่าง ๆ ที่ท่านตั้งขึ้นในมาตราต่อไปมีมากมายหลายกองทุน กองทุนหนึ่งที่ผมเห็นแล้วเกิด ความรู้สึกอยากจะถามกรรมาธิการ เพราะผมจะอภิปรายครั้งเดียวคือในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ พวกเรานั่งรอได้เปึนหลายชั่วโมง แต่พอมาอภิปรายก็จะมีปัญหาเรื่อง เวลาบ้างก็ไม่เปึนไรเพราะรู้เวลามีจํากัด แต่เรื่องเสริมทักษะของการป่ดกั้นไม่ให้เราได้ แสดงออกอย่างทั่วถึงนี่มันเปึนความบีบคั้นทางอารมณ์ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่ากองทุน พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งตั้งมา ๕๐ ล้านบาท ผมอยากถามกรรมาธิการว่าถ้าท่าน เอาสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินมายืนอยู่ตรงหน้า แล้วท่านจะถามเขาไหมว่าเขาจะไป ตรวจเงินกองทุนเหล่านี้อย่างไร ขณะนี้จะทําอย่างไรให้ผู้ใช้กองทุนนี้เคารพกฎหมายของ บ้านเมือง การเมืองภาคพลเมืองคืออะไร การเมืองภาคพลเมืองคือการเคลื่อนไหวของ ประชาชนนอกสภาที่เขาเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ที่เขาเรียกร้องให้ การเมืองบริสุทธิ์ การเรียกร้องของเขาต้องอยู่บนบรรทัดฐานอะไร ต้องอยู่บนบรรทัดฐานของความถูกต้อง ตามกฎหมาย ต้องอยู่บนบรรทัดฐานของเหตุของผล แต่ถ้ามีการเมืองภาคประชาชน บอกว่าเปึนการเมืองภาคพลเมือง แล้วไปใช้วิธีการที่ผิดกฎหมาย เปึนวิธีการที่ละเมิดสิทธิ ของคนอื่น กองทุนนี้จะให้คําตอบกับการเมืองภาคพลเมืองนี้อย่างไร ท่านกรรมาธิการ เตรียมตอบผมต่อไปได้เลย เพราะผมไม่ได้แปรญัตติในส่วนนั้น แต่ผมมีคําถามไว้ว่าตอนที่ ท่านพิจารณากองทุนนี้ท่านได้ถามหรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวของการเมืองภาคพลเมือง ในลักษณะที่จะทําลายประเทศ ทําลายโอกาสของชาติ ทําให้เกิดความแตกความสามัคคี ทําให้เกิดปัญหา ท่านจะมีมาตรการอย่างไร การที่มีกองทุนนี้ขึ้นมาท่านจะสามารถทําให้ การเมืองภาคพลเมืองมีแนวโน้ม มีแนวทางและพฤติกรรมที่ดีขึ้นหรือไม่ นี่แหละครับ ปัญหาใหญ่ โจทย์ใหญ่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้กระผมได้ ใช้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเปึนตัวที่จะเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานที่เราคิดว่าควรจะ ตรวจสอบ เพราะบางองค์กรไม่ได้อยู่ในงบประมาณที่แยกออกมาเปึนมาตราให้เรา ได้แปรญัตติ แต่เอ็นบีทีอยู่กับกรมประชาสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นเมื่อเราพูดถึง กรมประชาสัมพันธ์เราก็สามารถที่จะตําหนิเอ็นบีทีได้ ตําหนิแล้วก็ทําให้เขาเกิดความรู้สึก ว่าเขาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ แต่ถ้าเปึน ทีวีอื่นที่ใช้เงินของรัฐโดยตรง อ้างว่าเปึนทีวี สาธารณะใช้เงินอย่างนี้ใช้เงินทางอ้อมมีกฎหมายบังคับว่าต้องให้ส่งภาษีอบายมุข หรือซิน แทคซ์ (Sin Tax) หรือภาษีสุราและยาสูบไปอุดหนุนป้ละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทีวีอย่างนั้นท่านจะจัดการอย่างไร เพราะฉะนั้นกระผมจึงมีคําถามไปยังกรรมาธิการผ่าน ท่านประธาน และหวังว่าจะได้รับคําตอบ ขอบคุณครับ
คงจะไม่ต้องตอบ กระมังครับ ใช้เปึนลายลักษณ์อักษรตอบ เชิญตอบครับ ใช้ลายลักษณ์อักษรตอบก็ได้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขอกราบขอบคุณทางเพื่อนสมาชิกเปึนอย่างยิ่งที่มีความห่วงใยในเรื่อง ของการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในภาครัฐที่เปึนหน่วยงานที่เราเรียกว่า เปึนหน่วยงานที่ออกลักษณะของเอกเทศ ในหน่วยงานนั้นต้องบอกว่าในภาครัฐเรา หรือกรรมาธิการนั้นไม่ได้เข้าไปพิจารณางบประมาณไม่ได้พิจารณา ในส่วนการพิจารณา ได้ก็คงต้องบอกว่าหน่วยงานที่อยู่ในภาครัฐที่ในลักษณะไม่เปึนหน่วยงานเราเรียกว่า ฝ์ายบริหารปกครองหรือดูแล ก็ต้องขอเรียนอย่างนั้น
ส่วนในการที่จะมีปัญหาหรือแก้ไขต่อไปหรือในโอกาสต่อไปก็ต้องขอฝาก เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่ท่านทั้งหลายจะเห็นว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้น ต้องบอกว่าในเรื่องของ กฎหมายวิธีการปกครองประเทศหรือปกครองสังคมนั้น แล้วแต่ยุคสมัยว่าเราจะใช้ให้มี ความเหมาะสมอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของบ้านเมือง และสังคม ดังที่เพื่อนสมาชิกได้เห็นว่ากองทุนบางกองทุน หรือหน่วยงานบางหน่วยงาน เข้าไปสนับสนุนในบางจังหวะและบางโอกาส ทําให้บ้านเมืองเราไม่มีความสงบหรือ ความเรียบร้อยนั้น ก็เปึนอีกส่วนหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้คิด แล้วก็เชื่อว่าในโอกาสต่อไป หากเพื่อนสมาชิกคิดว่ามีปัญหาอย่างนั้น ท่านก็คงได้มีโอกาสเสนอในกฎหมายต่อไป เพื่อให้มีการปกครองในบ้านเมืองและให้มีความสงบเรียบร้อย พี่น้องประชาชนเชื่อว่าจะ มุ่งหวังรอคอยจากท่านครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ถือว่าการอภิปรายมาตรา ๒๘ สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจาก มาตรา ๒๘ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไข จะต้องใช้มติที่ประชุม เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมได้ครับ เพื่อลงมติครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ เพื่อความเรียบร้อยนะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนครับ เชิญทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เสียบเสร็จแล้วนะครับ แสดงตนเสร็จแล้วนะครับ ส่งผลรวมคะแนนมา ขณะนี้มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๙ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว
เนื่องจากมาตรา ๒๗ มีการแก้ไข กระผมจึงขอเรียนถามให้ท่านสมาชิก ได้ใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของ คณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเสร็จแล้ว ทุกท่านนะครับ ไม่มีท่านผู้ใดที่ไม่ได้ใช้สิทธิ ไม่มีนะครับ ขอผลคะแนน คะแนนออกมาแล้ว นะครับ เห็นด้วย ๓๓๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๖ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ก็ถือตามคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๒๙ เรื่องของจังหวัดนะครับ มีการแก้ไข เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๒๙ จังหวัด มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ผู้ขอสงวนมีคุณรังสิมา รอดรัศมี ๕ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๒๙ ไว้ ขอตัดงบประมาณไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่าดิฉันเห็นว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ งบประมาณของจังหวัดจะ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่จากการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยนะคะ สุ่มตัวอย่าง มาแล้ว ๓๓๗ ล้านบาท มันไม่ประสบความสําเร็จถึง ๖๘.๑๕ เปอร์เซ็นต์ และโครงการ บางโครงการไม่คุ้มค่ากับเงินงบประมาณที่ทางสํานักงบประมาณจัดสรรไป ยกตัวอย่าง เช่น บางจังหวัดที่ดิฉันเคยอภิปรายไว้ในวาระ ๑ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะปลดเกษียณ ที่ดิฉันบอกไปเปึนเปรตแทบทุกคนเลย เพราะว่าอะไรรู้ไหมคะ ดิฉันยังอยากเสนอว่า การที่ มีงบจังหวัดทําให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเปึนจํานวนมาก เพราะว่าผู้ว่าจะปลดเกษียณ โครงการที่จะทําทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะไม่ทําตามความต้องการของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือว่าผู้แทนมาพูดในสภา แต่ละจังหวัดก็พูดไปเถอะ แต่งบจังหวัดถ้าฟังเสียงผู้แทน แล้วก็ควรที่จะจัดตามที่ผู้แทนราษฎรได้มาร้องเรียน อย่างเช่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทางที่สัญจรไปมาก็ไม่มีไฟฟัาแสงสว่าง และเปึนเมืองท่องเที่ยวขนาดเรามาพูดในสภาแล้วว่า พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ควรที่จะ ติดไฟฟัาแสงสว่างเพื่อให้คนสัญจรไปมาได้สะดวกไม่มีการจี้ปล้น นักท่องเที่ยวจะได้มี ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ก็ไม่ได้เห็นความสําคัญหรือว่าโรงเรียนตอนนี้งบ การศึกษาก็มีให้น้อยอย่างเช่น โรงอาหารแต่ละโรงเรียนบางโรงเรียนเด็กต้องลุยน้ําไปกิน ข้าวนะคะ ของบจากกระทรวงศึกษาก็ไม่มีแต่แทนที่งบจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะ เห็นความสําคัญของการศึกษา เพื่อไปซ่อมแซมหรือว่าปรับปรุงถึงแม้ว่าจะก่อสร้างไม่ได้ เพราะว่างบประมาณมากก็ควรที่จะให้ทางด้านการศึกษาบ้าง บางจังหวัดท่านไปเป่ดดู สิคะไม่ให้การศึกษาเลย ไม่รู้ไปให้อะไร ให้ที่จะกินได้อย่างที่ดิฉันอภิปราย กุ้ง หอย ปู ปลา อะไรพอปล่อยแล้วมันกินได้เยอะมันพิสูจน์ไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเน้นมาก เลยว่างบจังหวัดป้ต่อ ๆ ไปขอให้นึกถึงความสําคัญของ
๑. ที่ผู้แทนมาพูดเปึนปากเปึนเสียงให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน เดือดร้อนให้ฟังเสียงผู้แทนบ้าง
๒. ประชาชนเดือดร้อนอะไรผู้ว่าสัญจรไปแต่ละพื้นที่ประชาชนร้องเรียน ร้องเรียนก็ร้องเรียนไปสิ ไม่จัดให้มีอะไรไหมอย่างนี้มันจะได้ประโยชน์ได้อย่างไร จะจัด เฉพาะโครงการที่ว่าอันไหนตัวเองกินเปอร์เซ็นต์ได้ และบางโครงการจัดให้ผู้รับเหมา ไปทําก่อนแล้วงบประมาณก็มาหลังจากที่งานเสร็จแล้ว อย่างนี้ดิฉันเห็นว่ามันเปึน การล็อกแล้วงบประมาณมันก็ไม่คุ้มค่า บางโครงการก็บังคับว่าจะต้องซื้ออย่างเช่น เครื่องกรองน้ํานี่ก็ซื้อเครื่องกรองน้ําหมดเลย ซื้ออย่างอื่นไม่ได้ต้องซื้ออันนี้ถึงแม้บอกว่า จะต้องประชาคมแต่ประชาคมก็มีการล็อบบี้ (Lobby) ให้ประชาชนยกมือตามนี้ ไม่ได้ ตามนี้ก็ไม่ได้อะไรอย่างนี้ คือพี่น้องประชาชนก็มาร้องเรียนดิฉันก็มองว่าเงินตั้งเยอะแยะ เอามาใช้ในสิ่งที่ไม่เปึนประโยชน์
คุณรังสิมา อย่าพูดว่า ไปของบประมาณนะมันผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖
ส.ส. ไม่ได้ของบประมาณค่ะ ส.ส. เอาความเดือดร้อนมาพูด มาพูดให้กับประธานฟัง แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดฟังแล้ว ก็ควรเอาคําพูดที่ ส.ส. พูดว่าประชาชนเดือดร้อนเอาไปจัดสรรงบประมาณให้เขาด้วย ดิฉันไม่ได้ขอ เพราะถ้าดิฉันขอ ดิฉันรู้คะว่ามันผิดรัฐธรรมนูญค่ะประธาน
ดีแล้ว
ขอบคุณค่ะ อีกเรื่องหนึ่งคือ ดิฉันดูในงบประมาณแล้วมันไม่ได้รับความเปึนธรรมนะคะ อยากให้ท่านกรรมาธิการได้ดู ว่างบประมาณที่จัดสรรจังหวัดบางจังหวัดได้ตั้ง ๒๕๕ ล้านบาทนะคะ คืองบเพิ่ม อย่างเช่น จังหวัดพิจิตร ๒๕๕ ล้านบาท กําแพงเพชร ๙๕ ล้านบาท สุโขทัย ๘๓ ล้านบาท จังหวัดตาก ๑๑๑ ล้านบาท ยโสธร ๙๐ ล้านบาท ชลบุรี ๙๑ ล้านบาท สมุทรสาคร ๑๐๒ ล้านบาท แล้วดูจังหวัดที่ได้น้อยอย่างเช่น จังหวัดระนองได้ ๑๕ ล้านบาท สมุทรสงครามได้ ๑๗ ล้านบาท
แล้วทําไมไม่อ่าน สมุทรสงครามล่ะ
คือดิฉันไม่ได้บอกว่าจังหวัด ดิฉันเปึนจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดิฉันไม่ว่าหรอก แต่ว่ามันน้อยเกินเหตุ ทําไมไม่ ถัวเฉลี่ยให้มันมีแบบเท่าเทียมกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะให้เท่ากันทุกจังหวัดเปึนไปไม่ได้ แต่ว่า ทําไมไม่ไปปูดตั้ง ๒๕๕ ล้านบาท มันผิดปกติมากเลยนะ โดยเฉพาะจังหวัดที่มี กรรมาธิการอยู่ในนี้ ท่านลองดูสิเปึนกรรมาธิการทั้งนั้นเลยส่วนใหญ่ ท่านต้องบันทึกไว้ ที่ดิฉันพูด
หมดเวลาครับ
ท่านต้องบันทึกดิฉันพูด ท่านประธานอย่าสวนดิฉันสิค่ะ ดิฉันไม่มีเสียงดิฉันต้องตะเบ็งสู้กับประธาน
ไปร้องเพลงที่ไหนมาล่ะ ไม่มีเสียง
ท่านหยุดก่อนให้ดิฉันพูด ให้เสร็จก่อนนะคะ คือว่าดิฉันอยากให้บันทึก บันทึกไว้เปึนหลักฐานป้หน้าใครที่จะเปึน กรรมาธิการอย่าทําแบบนี้มันไม่ดีเลย เพราะว่ามันชัดเกินไปคือว่าบางจังหวัดเปึนกลุ่ม จังหวัดไปกระจุกเอาไว้พอเสร็จบอกผิดกฎหมายก็กระจายไปแต่ละจังหวัด แต่กระจาย และตัดเท่าไรรู้ไหมคะ ๓ ล้านบาท ท่านดูอย่าส่ายหน้าท่านวิทยา ดิฉันดูแล้ว ทุกจังหวัดดิฉันติ๊กไว้หมดเลย ดิฉันเห็นแล้วมันไม่คุ้มค่ากับเงินที่ท่านจับเลย ดิฉันเห็นว่ามันไปกระจุกแต่มันไม่กระจาย ก็ขอฝากไว้ เพราะฉะนั้นตัดแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ครับ ขอบคุณมากครับ รักษาเวลาไม่ค่อยดีครับ เกินไป เชิญคุณประมวล เอมเป้ย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๒๙ ไว้นะครับท่านประธาน แต่ผมได้มาอ่านดูใน รายละเอียดของจังหวัดโดยเฉพาะพอมาถึงจังหวัดชลบุรี ท่านประธานครับ ผมเรียน ท่านประธานตรง ๆ ว่า ท่านกรรมาธิการเหมือนกับโยนลูกระเบิดไดนาไมท์ (Dynamite) ๑๐ กิโลกรัมเข้ามาในหัวสมองผมนะครับ ผมว่ามันเศร้าใจนะครับ ช้ําใจแทนพี่น้องชาว จังหวัดชลบุรีของกระผม ผมเองบอกตรง ๆ ว่าให้ความไว้วางใจกับกรรมาธิการชุดนี้จะไป ทํางานแทนพวกเรา แต่ว่าสิ่งที่ได้รับกลับคืนมานะครับท่านประธาน งบประมาณที่ได้ถูก ตัดลงไปโดยเฉพาะที่บอกว่างบประมาณนั้นเริ่มทีเดียวได้บอกว่าตั้งไว้ ๓๙๒ ล้านบาท แต่พอมาถึงคณะกรรมาธิการกลั่นกรองชุดนี้ตัดออกไป ๑๕๐ ล้านบาท เท่ากับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีเหตุผลอะไรเลยครับท่านประธาน ไม่มีกฎเกณฑ์กติกานะครับ ถ้าท่านประธานกรุณาท่านจะหยิบเอกสารมาดูว่าเล่ม ๔ ท่านตัดออกไป๑๕๐ ล้านบาทเศษ แล้วท่านเพิ่มมาให้แค่ ๑๐ ล้านบาท ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนเหมือนผม บางจังหวัดตกใจทั้ง ๆ ที่เขาเองไม่ได้เสนอแนะร้องเรียนไปทําที่จังหวัดเลยนะครับ ได้งบ เพิ่มมา ๑๐๐ กว่าล้านบาท แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ช้ําใจได้อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมบอกว่างบประมาณที่เอาไปเพิ่มอย่างที่ท่านรังสิมาบอกแล้ว ท่านไปอ่านดูได้ครับ เปึนรายจังหวัด ไปตกอยู่กับกรรมาธิการเกือบทั้งหมด ถามมันเปึนไปได้อย่างไรครับ จังหวัดชลบุรีของเราเปึนเมืองยุทธศาสตร์ครับ ท่านประธาน เปึนเมืองยุทธศาสตร์ เปึนเมืองหน้าด่าน เปึนเมืองเศรษฐกิจ เรามีท่าเรือขนส่งสินค้าท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือ ศรีราชา เรามีโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมเปึนสิบโรง เรามีโรงงานอุตสาหกรรม เปึนพัน ๆ โรงครับ ท่านประธานครับ เรามีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกเมืองพัทยา เรามีทั้ง ภาคเกษตร เรามีทั้งภาคประมงนะครับ ทํารายได้ให้กับจังหวัดชลบุรีอย่างมหาศาล จัดเก็บงบประมาณส่งเข้าคลังป้ละเกือบ ๒ แสนล้านบาท แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมากับ พี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีนั้น เปึนสิ่งที่น่าเสียดายมาก ผมถามท่านกรรมาธิการต้องตอบผม ว่าท่านเอากฎเกณฑ์กติกาอะไรมาตัดงบประมาณแบบนี้ ท่านนึกถึงหัวอกพวกเราไหม แล้วทีพวกท่านทําไมถึงไม่ทํา ผมถามท่านกรรมาธิการก็ยิ้มหน้าระรื่นก็บอกเปึน กลุ่มงบประมาณ ผมก็ตัดไปอย่างนั้นแหละครับ ไปดูหลายจังหวัดก็โดนเหมือนกัน ผมบอกท่านประธานว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้มีอํานาจวาสนาและปาฏิหาริย์นะครับท่านประธาน อยู่ได้จนถึงงบประมาณหน้า และผมได้มีโอกาสไปนั่งเปึนกรรมาธิการอยู่นั้น ผมจะไม่ทํา แบบงบประมาณท่านกรรมาธิการปัจจุบันนี้ทําหรอกครับ ผมไม่ทําแน่นอน ผมไม่ล้างแค้น ด้วย ผมจะทําอย่างยุติธรรมด้วย ท่านชัยวัฒน์ไม่ต้องหัวเราะหรอกครับ เพราะผมเจอท่าน บ่อยนะครับ คนเราต้องมีธรรมะอยู่ในหัวใจนะครับ อย่าเอาความลําเอียงเข้ามา เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามกรรมาธิการว่าท่านทําอย่างไร ท่านใช้กฎเกณฑ์กติกา อย่างไรมาตัดงบประมาณแบบนี้ ฝากท่านประธานไว้แค่นี้ครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านอันวาร์ สาและ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมดูใน งบประมาณของรายจังหวัดมันมีสิ่งบางสิ่งที่ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องในการจัดแบ่งตรงนี้ ในส่วนของการเพิ่มงบประมาณที่ได้จัดไว้ ๓,๕๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าส่วนนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันเกิดความผิดพลาดหรือเกิดการจงใจให้เกิดในสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น ท่านประธานครับ เราได้รับบทเรียนของความผิดพลาดหลายอย่างสําหรับ ประเทศไทย ๑ ในความผิดพลาดนั้นก็ก่อให้เกิดปัญหาของชาติที่มีอยู่ทุกวันนี้ ก็คือ ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เมื่อป้ ๒๕๔๔ นะครับ ในการทําให้ทรัพย์สินเสียหายเปึนจํานวนมาก แล้วนํามาซึ่งการใช้งบประมาณที่เทไป ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะใช้ในป้นี้ เพื่อแก้ปัญหาความผิดพลาดในอดีตที่เกิดขึ้น แล้วในวันนี้นะครับผมไม่ทราบว่ามีความผิดพลาดอีกครั้งหนึ่งนี่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมต้องแจ้งให้ทางพี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดปัตตานีให้ทราบนะครับว่า จริง ๆ งบของ จังหวัดนั้นนะครับเปึนหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเสนองบประมาณเพื่อการแก้ไข ปัญหาในพื้นที่ ส.ส. จะแทรกแซงไม่ได้ แต่ถ้ามีข้อผิดพลาดอะไรที่เกิดขึ้นหรือเกิดความไม่ เสมอภาคในการจัดแบ่ง เรามีสิทธิที่จะทักท้วงได้ครับ คุณรังสิมา ขอประทานโทษนะครับ ที่ได้เอ่ยนามท่านนะครับ แล้วก็หลาย ๆ จังหวัดที่ได้งบประมาณน้อย ซึ่งเท่าที่ผมได้สังเกต ดูนะครับ ผมก็ต้องขอแสดงความยินดีกับบางจังหวัดนะครับก็คือในทั้งหมดนี่มี ๙ จังหวัด ที่ได้งบประมาณที่แปรเพิ่มมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท แล้วมีมากกว่า ๕๐ ล้านบาท มี ๒๐ จังหวัด และ ๑๐ ล้านบาท มี ๑๐ กว่าจังหวัด ๑๐ ล้านบาท ผมอาจจะต้องใช้คําพูด คําว่า ขอแสดงความเสียใจกับท่านที่ได้น้อย แต่ท่านไม่ต้องเสียใจหรอกครับ เพราะจังหวัด ที่ไม่ได้อะไรเลยคือจังหวัดปัตตานีครับ ไม่มีการเพิ่มสักบาทเลยครับ เกิดอะไรขึ้นครับ ผมดูในหลักเกณฑ์ที่ได้เขียนไว้ร้อยละ ๕๐ ของวงเงินทั้งสิ้นจัดสรรเฉลี่ยเท่ากันทุกจังหวัด หลักเกณฑ์นี้ก็ไม่เข้าครับ ข้อที่ ๒ ร้อยละ ๑๐ ของวงเงินทั้งสิ้นจัดสรรตามจํานวน ประชากรของแต่ละจังหวัด ผมไม่ทราบว่าจังหวัดปัตตานีไม่มีประชากรสักคนเลย หรืออย่างไรครับ ร้อยละ ๓๕ ของวงเงินทั้งสิ้น จัดสรรตามความผกผันของรายได้ ต่อครัวเรือนในแต่ละจังหวัด อันนี้ก็ไม่เข้าในหลักเกณฑ์ของผมหรือครับ และข้อที่ ๔ ร้อยละ ๕ ของวงเงินทั้งสิ้น จัดสรรตามผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด ผมก็ไม่ได้อีก นี่แหละครับ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ยังมีปัญหาไม่พออีกหรือครับ ปัญหาของ ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดวันนี้ยังไม่น่าที่จะได้รับความเห็นใจจากพวกเราที่อยู่ในสภานี้ อีกหรือครับ ผมเลยอยากจะถามท่านคณะกรรมาธิการนะครับว่าหลักเกณฑ์ที่จัดแบ่ง ที่จัดเพิ่มให้กับจังหวัดแต่ละจังหวัดนี่ ท่านใช้เกณฑ์อะไร ทําไมจังหวัดของผมถึงไม่ได้ นี่ครับคนใน ๓ จังหวัดนี่โดนกลั่นแกล้งจากนโยบายของรัฐบาลมานานแล้วครับ ทําไมผมถึง พูดอย่างนี้ครับ แต่ก่อนเจ้าหน้าที่ทําผิด คนไม่ดี หัวหน้าหน่วยงานเขาจะย้ายลงใน ๓ จังหวัดนี้ครับ ผมดูแล้วผมมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจของคนที่นั่นเขาไม่พูดอะไรครับ แต่วันนี้เขาเลือกผมมาเปึนตัวแทนผมต้องมาเปึนปากเสียงให้เขาครับ เพื่อเรียกร้อง ในสิ่งเหล่านี้ให้เขา ความรู้สึกของสิ่งที่ทํามานี่ ผมรู้สึกคล้าย ๆ กับถังขยะหรืออะไร อย่างนั้นครับ สิ่งไม่ดีมักจะทิ้งไว้ที่นั่น ยอมรับครับว่างบประมาณวันนี้ทุ่มเทลงไปใน ๓ จังหวัด เปึนจํานวนมาก แต่ผมถามว่า ๓ จังหวัดที่ลงไป นั่นคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ใน ๒๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทชาวบ้านได้รับสักกี่สตางค์เองครับ ส่วนใหญ่ที่ลงไปก็คืองบ ถ้าไม่อบรมก็ส่วนในส่วนของเจ้าหน้าที่ เงินในส่วนของการเยียวยาก็ยังได้ไม่พอเพียงครับ อย่างไรผมก็คิดว่าคําตอบเหล่านี้ผมคงได้รับจากคณะกรรมาธิการนะครับว่าใช้หลักเกณฑ์ อย่างไรหรือมีข้อผิดพลาดอะไรที่เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา และอันนี้ผมคิดว่าผมยอมไม่ได้ครับ และผมคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ในที่ประชุมที่นี่ก็คงยอมไม่ได้เช่นกันที่จะให้ใครละเมิดสิทธิหรือ ว่าแบ่งกัน หรือทําอะไรที่ไม่เสมอภาคในสถานที่ในประเทศไทยเหล่านี้ ผมก็คงไม่ขอพูด อะไรมากนะครับ ความผิดพลาดแก้ไขได้ครับ มันยังไม่สายครับ และผมคิดว่าสิ่งที่ ผิดพลาดอันนี้ก็คงได้รับการแก้ไขจากสภาแห่งนี้นะครับ และผมคิดว่าใน ๓ จังหวัด คนใน ปัตตานีอาจจะยังไม่ทราบ เพิ่งจะทราบถ้าคนที่เขาได้ติดตามสื่อทางโทรทัศน์นะครับ คนปัตตานีวันนี้เขาไม่ได้เสียภาษีหรืออย่างไรครับท่านถึงไม่ได้ดูแล ไม่ได้เหลียวแลเขา อย่างนี้ ท่านอยากให้เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัด หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีผู้ที่เขาอาละวาด มากกว่านี้อีกหรือครับ ให้เขาเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ให้กับเขาหรือครับ
หมดเวลา
ผมก็คงใช้เวลาเท่านี้ครับ ขอบคุณมาก ครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ รักษาเวลา เดี๋ยวครับท่าน รออีก ๒ ท่านครับ เดี๋ยวสักครู่ครับ เชิญคุณภุชงค์ รุ่งโรจน์
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่พยายามพูดเลย นะครับ เพราะว่าผมก็นั่งเปึนประธานที่ประชุมมาหลายป้ของกรรมาธิการงบประมาณ ก็รู้ว่าผู้แทนราษฎรก็อยากจะแสดงความเห็น ก็ให้แสดงความเห็น และก็อยากจะให้แสดง ความเห็นกะทัดรัดเพื่อจะให้จบไปได้ แล้วก็ประเพณีที่ทํากันมาก็คือผู้แทนราษฎรก็พูด เรื่องความทุกข์ของจังหวัดของตนเอง แต่พอมีมติเราก็จะเอาตามเสียงกรรมาธิการเสียง ส่วนใหญ่ อันนี้เปึนที่รู้และทํากันมาหลายสิบป้แล้วครับ แต่กรณีของปัตตานีเปึน กรณีพิเศษ ท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ท่านกรรมาธิการครับ ผมเพิ่งได้ ยินนี่ล่ะครับ ไม่ถูกเลยครับที่ไม่ให้ปัตตานีเลย แล้วรัฐสภานี้จะสร้างปัญหาให้การ แก้ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้นี้ยากขึ้น อย่าทําเลยครับ กรณีนี้เปึนกรณีพิเศษครับ ไม่ใช่ ยกมือกันตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ผมขอความกรุณากรรมาธิการเถอะครับ ต้องช่วยแก้ไขหน่อยครับ ไม่ดีเลยครับเรื่องนี้ ผมไม่เคยพูดเลยครับ แต่ว่ารู้สึกสะเทือนใจ แล้วรู้สึกจะสร้างปัญหาใหม่แล้วนะครับ ขอความกรุณาครับ ช่วยปรึกษากันหน่อยและ ช่วยตอบด้วยครับ
เดี๋ยวจะให้ท่านพิเชษฐ ตอบครับ เชิญคุณภุชงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมให้ความสําคัญกับงบประมาณจังหวัดเปึน พิเศษ เนื่องจากว่าได้มีการตั้งงบประมาณจังหวัดไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท และมีการปรับ ลด ประมาณ ๓,๒๒๐ ล้านบาท แต่มีการปรับเพิ่ม ๓,๕๐๐ ล้านบาท เพราะงบจํานวนนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถจะนําไปบริหารจังหวัดแบบบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชนและพัฒนาจังหวัด ฉะนั้นอยากจะเรียนว่าถ้าหากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดูแลบริหารจัดการงบประมาณ อย่างนี้ อย่างสุจริต ซื่อสัตย์ สมเหตุสมผล และยึดประโยชน์ของประชาชนเปึนสําคัญแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่างบประมาณนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนาจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อสังเกต บางประการ โดยเฉพาะข้อสังเกตเกี่ยวกับรัฐบาล รัฐบาลได้ให้ความสําคัญ ตัดงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัดมากน้อยเพียงใด รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้สําหรับ รายจ่ายสําหรับป้ ๒๕๕๒ นี้ ไว้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไปแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของทุกจังหวัด ๗๕ จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ ท่านประธานครับ ผมเองได้ติดตามคําขอ งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ต้น ทราบครั้งแรกว่าทางรัฐบาลได้แจ้งไปทาง กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้จัดทํายุทธศาสตร์และแผนงานและโครงการในวงเงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่า เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดทําแผนงานและโครงการไปแล้ว กลับมีการปรับลดการจัดสรร ให้เหลือ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท จากนั้นมาอีกปรากฏว่าปรับลดให้เหลือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ในกรณีนี้เงินจะหายไปประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมจึงมีความสงสัยว่าเงินจํานวนนี้ รัฐบาลได้ปรับโอนไปเปึนงบกลางเพื่อการใช้จ่ายของรัฐบาล เพื่อความสะดวกในการ บริหารงานหรือการใช้จ่ายของรัฐบาลใช่หรือไม่ โดยเฉพาะอยากจะเรียนถามว่า ทางรัฐบาลนั้นให้ความสําคัญกับรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๗๒ วรรคสอง ที่กําหนดสนับสนุนให้จังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อการพัฒนาจังหวัดมากน้อย เพียงใดหรือไม่ และได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ แก้ไขป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้จังหวัดเปึนผู้จัดทําแผนงานและคําของบประมาณ เพราะฉะนั้นย่อมหมายความว่าต่อจากนี้ไปผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเปึนผู้จัดทํา งบประมาณภายในจังหวัดของตัวเอง โดยการจัดทําแผนแล้วนําเสนอให้กับทางรัฐบาล ได้พิจารณา การจัดทํางบประมาณของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น อยากจะเรียนว่า มีหลักเกณฑ์ชัดเจนแน่นอนว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องทําอย่างไร ประการสําคัญที่สุด ก็คือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งภูมิภาคและส่วนกลาง ที่ประจําอยู่จังหวัดนั้นไปร่วมกันพิจารณา พร้อมกับท้องถิ่น ผู้นําท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ภาคประชาชนทุกภาค รวมทั้งสังคมประชาชน ถือได้ว่าแผนงานและโครงการทั้งหลายนั้น เปึนแผนงานและโครงการที่เกิดจากพี่น้องประชาชนและส่วนราชการทุกภาคส่วน มาร่วมกันพิจารณาแผนงานและโครงการ เพราะฉะนั้นการปรับลดอย่างว่านี้ มันจึงทําให้ เกิดปัญหาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะสามารถไปดําเนินการโครงการแผนงานและ ยุทธศาสตร์ที่กําหนดไว้ได้หรือไม่ อยากจะฝากคณะกรรมาธิการว่าเรื่องอย่างนี้นั้น อยากจะฝากให้ท่านช่วยพินิจพิจารณาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดถ้าหากว่าได้ทํากิจการหรือ ทําแผนงานและโครงการยุทธศาสตร์เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลแล้ว แต่ไม่สามารถ ที่จะได้เม็ดเงินไปเพื่อการแก้ไขปัญหานั้น ความสําเร็จจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เราเปึน ผู้แทนราษฎร ความหวังของพวกเราก็คือว่าอยากให้พี่น้องประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหา อยากให้พี่น้องประชาชนของเราได้สิ่งที่เขาต้องการ และอยากให้จังหวัดเรานั้นได้รับการ พัฒนาอย่างจริงจังและเจริญก้าวหน้า เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ทุกท่านว่าในโอกาสต่อไป นอกจากท่านจะไม่สมควรที่จะปรับลดงบประมาณส่วนนี้แล้ว ควรที่จะหาช่องทางสนับสนุนเพิ่มเติมงบประมาณส่วนนี้ให้มากขึ้นด้วยซ้ําไป ผมจะกราบเรียนว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดอย่าเพิ่งตกใจ ผมได้มาดูงบประมาณ เพิ่มเติม ปรากฏว่ามีการแปรงบประมาณเพิ่มเติมกลับคืนไปสู่จังหวัดถึง ๓,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่ถูกตัดไปถึง ๓๐๐ ล้านบาท แต่มันมีข้อพิรุธตรงที่ว่าการที่ แปรเพิ่มนั้น การจัดสรรไปยังแต่ละจังหวัดนั้นเกิดความไม่ถูกต้องและไม่เปึนธรรม จึงเกิด ปัญหาต่าง ๆ อย่างที่ ส.ส. หลายท่านได้อภิปรายกันไป จึงเกิดเปึนปัญหาต่อว่าต่อขาน สําหรับกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะกราบเรียนสรุปไปว่าถ้าหากว่า คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการเช่นนี้ ผมขอฝากความคิดไว้ว่าถ้าหากว่าการพิจารณา ปรับลดหรือปรับเพิ่มของท่าน ถ้าไม่พิจารณาด้วยความถูกต้อง รอบคอบและเปึนธรรม แล้ว ผมเกรงว่าจะมีการวิ่งเต้นของผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อที่จะของบประมาณส่วนนี้ กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปึนกรรมาธิการ กลายเปึนว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา
อันที่ ๒ ในคณะกรรมาธิการเองอาจจะมีการต่อรองกันในระหว่างการ พิจารณางบประมาณจังหวัด หรือที่เรียกว่า ฮั้วกัน เพราะฉะนั้นมันก็จะก่อให้เกิด ความเสียหายของการพิจารณางบประมาณของสภา และเกิดความไม่เชื่อถือแก่พี่น้อง ประชาชน กระผมขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะนิดหนึ่ง ในกรณีที่มีการจัดสรรเงินเพิ่ม ไม่เปึนธรรม หรือว่าไม่ถูกต้องนั้น ขอเสนอแนะว่าจังหวัดใดที่ไม่ได้รับการแปรญัตติ เพิ่มเติมต่ํากว่า ๔๐ ล้านบาท ขอให้เสนอโครงการของบกลางไปยังรัฐบาลในส่วนที่ยัง ไม่ถึง ๔๐ ล้านบาททุกจังหวัด เนื่องจากว่างบกลางของจังหวัดนั้นสามารถที่จะจัดสรร ให้ได้ในกรณีที่เปึนความจําเปึน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของแต่ละจังหวัด ผมคิดว่าคงจะเปึนช่องทางที่สามารถแก้ปัญหาอันนี้ได้ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านถวิล ไพรสนฑ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสนฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอแปรญัตติตัดงบนี้ทั้งหมด ก็ด้วยเหตุผลหลายประการ แต่เนื่องจากว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองนั้นมีอํานาจเพียงตัด แต่ว่าไม่สามารถที่จะเสนอไปที่ หน่วยงานไหน ทั้ง ๆ ที่เจตนารมณ์ของกระผมก็คือว่าต้องการให้งบนี้ไปอยู่ในงบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จริงอยู่ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้จังหวัดนั้นมีแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งก็เปึนเหตุผลที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กระผมเอง มองเห็นปัญหาหลายประการว่าถ้าให้ตั้งงบประมาณที่จังหวัดแล้วจะเกิดปัญหาเหมือนที่ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เองครับ นั่นประการหนึ่ง
และประการที่ ๒ สิ่งที่ผมเห็นห่วงมากที่สุดก็คือว่า การจัดทําแผน พัฒนาจังหวัดนั้น เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนข้าราชการประจํา มีการโยกย้าย อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจในเรื่องนโยบาย จริงอยู่แผนพัฒนาจังหวัดนั้น อาจจะใช้เปึนระยะเวลา ๔ ป้ ๑๐ ป้ หรือกี่ป้ก็ได้ ถ้าหากว่าผู้บริหารสูงสุดซึ่งเปึน ผู้ทําแผนแล้วนี่เปึนผู้นั่งเปึนประธานในการทําแผนแล้วถูกโยกย้ายนั้น แผนอาจจะ เปลี่ยนแปลงไปก็ได้ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับคนในท้องถิ่นแล้วผมเชื่อว่าคนในท้องถิ่นเขาต้องอยู่ในท้องถิ่นนั้น ซึ่งมีโอกาสที่จะกําหนดแผนและใช้เงินไปตามแผนนั้นได้ และที่สําคัญก็คือว่าผมเปึนห่วง ในเรื่องของการจัดสรรที่ไม่เปึนธรรมซึ่งเกิดขึ้นได้เสมอถ้าเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การทอง
ในประการที่สําคัญที่สุดอีกประการหนึ่งที่ผมเปึนห่วงงบของจังหวัดมาก ๆ ก็คือว่าจังหวัดเองนั้นไม่มีองค์กรตรวจสอบ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัจจุบันนี้ที่ เกิดขึ้นมาช้านานทุกองค์กร ไม่ว่าท้องถิ่นหรือราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค หรือ องค์กรอื่น ๆ ก็เนื่องจากว่าเราไม่มีการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ งบประมาณของ จังหวัดเองนั้นคนที่ตรวจสอบในระดับจังหวัดไม่มี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดก็มีสภาจังหวัดเปึนผู้ตรวจสอบ ถ้าเปรียบเทียบกับเทศบาลก็มี สภาเทศบาล ถ้าเปรียบเทียบกับองค์การบริหารส่วนตําบลก็มีสภาตําบล จริงอยู่ ในบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นผู้บริหารกับสมาชิกสภาท้องถิ่นอาจจะเปึน พวกเดียวกัน อาจจะเปึนกลุ่มเดียวกันทั้งหมดก็ได้ ท่านประธานครับ แต่อย่าลืมว่าในการ แข่งขันในการเลือกตั้งผู้บริหารก็ดี สมาชิกสภาท้องถิ่นก็ดี ก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเปึน ผู้พ่ายแพ้ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในสภา แต่กลุ่มบุคคลเหล่านั้นแหละครับจะเปึนฝ์ายค้าน ในภาคของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีองค์กรตรวจสอบ เพราะไม่มีสภาที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบได้นั้นจึงเปึนจุดอ่อนประการสําคัญ ในอดีต ที่ผ่านมาได้มีการพูดกันอยู่เสมอว่างบที่จัดสรรไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีการทุจริต ค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ผมจึงเห็นว่าเปึนปัญหาในทางปฏิบัติ ค่อนข้างมากที่มีหน่วยงานซึ่งเปึนราชการส่วนภูมิภาคและก็ไม่มีองค์กรตรวจสอบ จากประชาชนเลย
ในประการต่อไปผมคิดว่าแผนพัฒนาจังหวัดนั้นจะซ้ําซ้อนกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนหนึ่งและซ้ําซ้อนค่อนข้างมากด้วย แล้วในแผนนี้บางโครงการ บางกิจกรรมก็มอบให้ท้องถิ่นเปึนผู้ทํา และทําไมไม่ให้งบเหล่านี้ไปสู่ท้องถิ่นทีเดียว โดยกรม ผมอยากเห็นท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง การที่มีแผนพัฒนาจังหวัดและจังหวัด ซึ่งเปึนราชการส่วนภูมิภาคมีงบประมาณอย่างนี้เท่ากับว่าเปึนการสร้างราชการ ส่วนภูมิภาคให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในยุคโลกาภิวัตน์นั้นราชการส่วนภูมิภาคจะต้องลด บทบาทลงไปทีละนิดทีละน้อย เราสร้างท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องนั้นเราจะต้องพัฒนาจากท้องถิ่น ถ้าตราบใด ที่ท้องถิ่นไม่เข้มแข็งแล้วระบบประชาธิปไตยของเราพัฒนาไม่ได้เลย เหมือนการสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถ้าฐานรากไม่เข้มแข็ง แล้วข้างบนอยู่เข้มแข็งได้อย่างไร มั่นคงได้ อย่างไร นี่ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่จะสร้างให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง เราก็จะต้องให้เปึน องค์กรที่รับผิดชอบงานบริการประชาชนและรับใช้ประชาชนทั้งหมด ผู้ว่าราชการจังหวัด ควรจะมีหน้าที่กํากับดูแลท้องถิ่นก็น่าจะเปึนการเพียงพอ แต่ไม่ใช่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นั้นจะต้องมาทํางานเองโดยปราศจากผู้กํากับ จริงอยู่ผู้กํากับอาจจะไปจากปลัดกระทรวง มหาดไทย จากผู้ตรวจ แต่ก็อยู่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ กระผมคิดว่าเมื่อเปึนเช่นนี้ผมจึง ไม่แน่ใจว่าแผนพัฒนาจังหวัดนั้นจะมีประสิทธิผลในทางปฏิบัติเหมือนที่ตั้งใจ ผมเปึนห่วง ในทางปฏิบัติอีกด้วยว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีมือไม้ที่ไหนที่ไปบริหารงบพัฒนาเหล่านี้ ก็ต้องไปอาศัยฝ์ายโยธาจากกรมผังเมืองและโยธา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็เท่ากับว่าทําให้ การบริหารของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นไม่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน จริงอยู่ในเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างนี้ก็จําเปึนที่จะต้องปฏิบัติไปตามนี้ แต่ว่า ในขณะเดียวกันในอนาคตเราก็ต้องพิจารณากันด้วยว่า บทบัญญัติอันนี้จะต้องมีการ ยกเลิกไปหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้บัญญัติไว้เลยในประเด็นนี้
ในประเด็นต่อไปสิ่งที่มีความยุ่งยากมาก ก็คือเราจะจัดสรรอย่างไรให้มี ความเปึนธรรมกับทุก ๆ จังหวัด ซึ่งก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างที่จะยุ่งยากเปึนอย่างมาก เหมือนที่เราได้วิพากษ์วิจารณ์กันไปแล้วในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมเองจึงอยากจะเรียน ท่านประธานว่าภารกิจของท้องถิ่นเองนั้นก็มีอยู่ ครอบคลุมเกือบจะทุกภารกิจแล้ว ถ้างบ เหล่านี้เรากระจายไปสู่ท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึน อบจ. หรือเทศบาล หรือองค์การบริหาร ส่วนตําบล ผมเชื่อว่าจะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น
ในประการสุดท้าย ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมเคยพูดในสภานี้ ทุกครั้งก็คือว่า การทุจริต คอรัปชั่นนั้นเกิดขึ้นทุกหน่วยงานของประเทศไทย องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมี ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฝ์ายค้าน ไม่ว่าจะ อยู่ในสภาก็ดี หรืออยู่ในภาคประชาชนก็ดี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนหน่วยงานเล็ก ๆ สามารถตรวจสอบได้ง่ายจากประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทจริง ๆ หลังจากรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ถ้าเทียบเปึนเด็กก็เพิ่งจะเติบโตอยู่ชั้นอนุบาลเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีความเข้มแข็งนั่นก็คือว่ารัฐบาลเองควรจะมีนโยบายที่กระจายอํานาจงานบริการ สาธารณะตามรัฐธรรมนูญไปสู่ท้องถิ่น งบประมาณที่ตกไปอยู่ในจังหวัดนั้น ก็ควรให้เปึน ของท้องถิ่น มิฉะนั้นแล้วท้องถิ่นจะเติบโตไม่ได้ และในขณะเดียวกันรัฐเองก็ต้องจัดตั้ง องค์กรที่เข้าไปตรวจสอบการทํางานของท้องถิ่น อย่างเช่น อบจ. จังหวัดเปึนต้น พร้อมกับ การเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้บัญญัติไว้ชัดเจนเช่นเดียวกันว่า ใครบ้างที่มีบทบาทในการ ตรวจสอบท้องถิ่น เพราะฉะนั้นกระผมเองจึงได้ขอตัดงบนี้ไปทั้งหมด แต่เนื่องจากว่า กระผมเรียนแต่ต้นแล้วว่า กระผมเองนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถที่จะไป แปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณได้ แต่ผมหวังในขณะนั้นว่าเมื่อตัดไปแล้ว งบทั้ง ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท อุดหนุนไปให้ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นทําหน้าที่แทนจังหวัด แล้วก็สร้าง ความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น เพื่อเปัาหมายสุดท้ายของเราคือว่า ต้องการให้ระบอบ ประชาธิปไตยของเรานั้นมีการพัฒนาอย่างแท้จริง มิฉะนั้นแล้วระบอบประชาธิปไตยของ เราจะล้มลุกคลุกคลานอยู่ตลอดไป ถ้าตราบใดที่ท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็ง ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการผู้เคย ปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุม ผมขออนุญาตตอบในส่วนที่เกี่ยวกับงบจังหวัด เนื่องจากว่าการประชุมงบจังหวัด ๒ วัน วันแรกผมทําหน้าที่เปึนประธานที่ประชุม แล้ววันที่สองท่านรองวิทยา บุรณศิริ ทําหน้าที่ประธาน ก็คิดว่าคนที่ทําหน้าที่ประธาน ณ เวลานั้นจะเปึนผู้ชี้แจงข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด เรียนว่าป้นี้งบประมาณได้มีการตั้ง งบประมาณจังหวัดขึ้นมา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ฉบับปัจจุบันนี้มาตรา ๗๘ (๒) ในมาตรา ๗๘ (๒) นี้กําหนดให้รัฐมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด ไม่ใช่เพียง แผนอย่างเดียว บังคับว่าให้รัฐบาลมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อ ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ด้วย ในความมุ่งหมายก็คือว่ารัฐบาลในฐานะรัฐบาล กลางอาจจะขาดตกบกพร่องมองไม่ทั่วถึงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของจังหวัดที่อยู่ใน ท้องถิ่น ก็เลยกําหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เปึนตัวแทนการปกครองส่วนภูมิภาคอยู่ใน พื้นที่ได้ใกล้เคียงภูมิประเทศได้เห็นถึงปัญหาประชาชน ได้อยู่ใกล้ชิดอย่างแท้จริง จะมี งบประมาณก้อนหนึ่งในมือเพื่อบําบัดเยียวยาการใดก็ตามที่ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นและการที่ ไม่สามารถตั้งงบประมาณโดยปกติได้โดยสะดวก ก็เลยมีการกําหนดว่าให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดมีงบประมาณจํานวนหนึ่งในมือในการดําเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัด ป้นี้ได้มี การตั้งงบทั้งหมดขึ้นมา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท แยกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท กําหนดแต่เดิมว่าเปึนงบของจังหวัด ๗๕ จังหวัด อีกส่วนหนึ่งเปึนงบอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบของกลุ่มจังหวัดในยุทธศาสตร์ในแผนงานที่จะร่วมกันในระหว่างกลุ่มจังหวัด อาจจะ ๓ ๔ ๕ หรือ ๖ จังหวัดก็แล้วแต่ ในส่วนที่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนงบประมาณ จังหวัดนั้นได้มีการตั้งเกณฑ์ไว้ดังนี้ครับ เกณฑ์จะถูกผิดอย่างไรเหมาะสมหรือไม่กระผม ไม่ทราบ แต่เกณฑ์ที่ส่งเข้ามาในการพิจารณาชี้แจงในงบประมาณก็คือร้อยละ ๕๐ ให้ตั้ง เท่ากันทุกจังหวัด เพื่อให้ทุกจังหวัดมีโอกาสครึ่งหนึ่งเท่ากัน ร้อยละ ๕๐ เท่ากันทุกจังหวัด อีกร้อยละ ๑๐ ตามจํานวนประชากร อีกร้อยละ ๓๕ ตามความผูกพันของรายได้ต่อ ครัวเรือนในแต่ละจังหวัด และอีกร้อยละ ๕ ตามผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดหรือ เรียกว่าโกรส โพรวินเชี่ยน โพรดักท์ (Gross Provincials Product) หรือจีพีพี (GPP) เกณฑ์นี้ใครจะเปึนผู้ตั้งถูกต้องหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ว่าเกณฑ์กําหนดแค่นี้ ร้อยละ ๕๐ เท่ากันทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นจะมีปัญหาว่าถ้าจังหวัดใหญ่ทําไมได้มากกว่าจังหวัดเล็ก เพียงไม่มากเพียงนิดหน่อย หรือในกรณีที่จํานวนประชากรมากน้อยกว่ากัน หรือความ ผูกพันของรายได้ต่อครัวเรือน และผลิตภัณฑ์มวลรวมทําไมถึงมีน้ําหนักแตกต่างกันแค่นี้ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ คณะกรรมาธิการไม่ทราบ แต่เปึนสิ่งที่คณะกรรมาธิการต้องถือ ปฏิบัติครับ ใน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนี้ ก็ได้มีการจัดสรรให้แต่ละกลุ่มจังหวัด ไปตามแผนงานที่ได้นําเสนอเพราะท่านทราบดีว่ากรรมาธิการไม่มีสิทธิที่จะแปรญัตติ เพิ่มงบประมาณให้กับใคร เพราะฉะนั้นใน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีรายการเสนอเข้ามา ในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งก็ตัวเลขพอเข้าใจได้ ส่วนอีกตัวหนึ่งของกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัด อีกประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนี้ เนื่องจากว่าเปึนแผนงานของกลุ่มจังหวัด ก็เลยงบของกลุ่มจังหวัดก็ไปตั้งไว้ที่จังหวัดหลัก จังหวัดหลักก็คือได้มีการแบ่ง ๗๕ จังหวัด ออกมาเปึน ๑๘ กลุ่มจังหวัด มีจังหวัดหลักอยู่ ๑๘ จังหวัด คืออยุธยา ลพบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา ชลบุรี อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก และนครสวรรค์ เพราะฉะนั้น ถ้าดูตามงบประมาณตั้งแต่ทีแรกก็จะเห็นว่าบางจังหวัดมีงบประมาณสูงกว่าคนอื่นมาก แก่จังหวัดอื่นมากเปึนที่ไม่เข้าใจกัน ที่แท้จริงก็คืองบประมาณของกลุ่มจังหวัดที่ฝากอยู่ใน จังหวัดเขา ตัวเลขมันก็โปร่งค่อนข้างที่จะสูงกว่าที่อื่น ระหว่างการดําเนินการก็ปรากฏ มีอุปสรรคขึ้นมาเกี่ยวกับงบประมาณที่เปึนกลุ่มจังหวัดก็คือมีการวินิจฉัยว่าเนื่องจากกลุ่ม จังหวัดไม่มีฐานะเปึนนิติบุคคล และในการตั้งงบประมาณส่วนที่เกี่ยวกับกลุ่มจังหวัดไม่มี พระราชกฤษฎีการองรับ กลุ่มจังหวัดจะรับงบประมาณไม่ได้ มันก็เลยมีงบประมาณอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้ วิ่งกลับมาไม่มีที่ลง สํานักงบประมาณได้แจ้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยได้มี หนังสือวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยรองปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงแจ้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เพราะว่างบส่วนที่เปึนกลุ่มจังหวัดกลับมาแล้ว จะไม่สามารถไปตั้งเองตามพลการได้ จะต้องมีส่วนราชการขอเข้ามาและผ่านมติ คณะรัฐมนตรีให้ถูกต้องเสียก่อน คณะกรรมาธิการเราถึงจะมีสิทธิพิจารณา ปรากฏว่า ใน ๗๕ จังหวัดก็มีการแปรญัตติทํารายการเข้ามามากบ้าง น้อยบ้าง บางจังหวัดทํามา ๑๐๐ กว่าล้านบาท หลายจังหวัดทํามาเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอแปรญัตติเพิ่มมาเพียงแค่๑๐ ล้านบาท โดยหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยัน ขอแปรญัตติเพิ่ม ๑๐ ล้านบาท และมีจังหวัดลักษณะนี้อีกหลายจังหวัด ผมไม่ทราบว่า เพราะความไม่เข้าใจหรือเพราะคิดว่าเปึนรายการแปรญัตติเพิ่มก็ขอตามที่เห็นสมควร เท่านั้นก็คือขอมา ๑๐ ล้านบาท ๆ มันมีข้อประหลาดก็คือว่าได้มีการแจ้งไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัดปัตตานีโดยถูกต้อง สํานักงบประมาณก็ได้แจ้งไป ทางมหาดไทยก็ได้แจ้งไป โดยถูกต้อง แต่จังหวัดปัตตานีตอบมาว่าไม่ประสงค์ที่จะเพิ่ม แปรงบประมาณเพิ่ม อาจจะ เปึนเพราะว่าที่ได้อยู่แล้ว ๒๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ถ้าเทียบกับจังหวัดในระดับใกล้เคียงอยู่ ในระดับที่สูงกว่าคนอื่น และอาจจะเปึนเพราะคิดว่ากลัวจะไปกระทบกระเทือนกับ งบประมาณในการพัฒนาจังหวัด แก้ไขปัญหาจังหวัดภาคใต้หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ จังหวัดปัตตานีไม่ขอแปรญัตติเพิ่มเข้ามา มีรายการบันทึกอยู่ที่สํานักงบประมาณว่ามี แปรญัตติเพิ่มมาแต่ละจังหวัดมากบ้าง น้อยบ้างดังกล่าวนี้ แต่ของจังหวัดปัตตานีได้มีการ ขีดเหลืองว่าไม่มีการของบประมาณเพิ่ม เมื่อไม่มีเพิ่มก็ไม่มีรายการเข้า ครม. เพราะ กรรมาธิการจะพิจารณาได้เฉพาะรายการที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ไม่ใช่ กรรมาธิการไปคิดเอาเอง รายการจะเข้ามาทั้งหมดไม่มีของจังหวัดปัตตานี ได้มีการ พยายามเห็นปัญหาขึ้นมาก็ตกใจกัน พยายามที่จะแก้ไขปัญหาว่าปัตตานีไม่มีการขอเพิ่ม มาทําอย่างไร แต่ว่าขณะนั้นมันก็ล่วงเลยระยะเวลาที่จะแปรญัตติเพิ่มแล้ว และก็ไม่ได้ ผ่าน ครม. แล้ว มันก็เปึนปัญหาที่พวกเราก็เห็นใจและคิดว่าอยากให้สํานักงบประมาณ หาวิธีการที่จะชดเชยบางอย่าง ซึ่ง ณ ขณะนี้ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านใหม่ ท่านก็นั่งอยู่ ณ ตรงนี้ ท่านก็รับปากว่าให้เวลาท่าน ถ้าจะสามารถมีงบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่ไหนเหลือจ่าย ที่ไหนอะไรที่พอจะไปช่วยปัตตานีได้ท่านจะรับดูแลให้ แต่ตรงนี้เรียน โปรดได้เข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดของกรรมาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้แปรรายการเพิ่ม เมื่อไม่ได้แปรเพิ่มมาเราก็ไม่มีรายการที่จะพิจารณาให้มันก็ไม่ใช่อยู่ในรายการ ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ในเล่มขาวที่กระผมได้เคยพูดถึงในที่ประชุมกรรมาธิการคือที่ผ่าน ครม. มาแล้ว ของจังหวัดปัตตานีไม่มี ไม่อยากตําหนิว่าเปึนความผิดของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่ ท่านอาจจะเห็นว่าเนื่องจากปัตตานีได้พอสมควรเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นแล้ว นี่คือปัญหา จังหวัดปัตตานี และบางจังหวัดที่มีทําไมได้เพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท ก็ขอเพิ่มมาเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท เราไม่สามารถให้รายการอื่นมากกว่าที่มีการขอเพิ่มและได้รับจาก ครม. ได้ ในรายการของกลุ่มจังหวัดเมื่อตัดออกไปตัวเลขประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท นิดหน่อย รายการดังกล่าวนี้ก็มีจังหวัดต่าง ๆ แปรเพิ่มเข้ามา ผมคิดว่าตัวเลขน่าจะซักประมาณ ๖ – ๗ พันล้านบาท แต่ก็ ครม. พิจารณากันตัวเลขตามสมควร แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า ๑๘ จังหวัดที่เปึนจังหวัดหลัก เดิมมีงบประมาณของกลุ่มจังหวัดฝากอยู่ที่จังหวัดตน แต่เมื่อตัดงบประมาณตรงนี้ออกไปก็เหมือนตัวเลขของจังหวัดนั้นวูบหายไป ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาท ก็เปึนที่ไม่สบายใจว่าทําไมงบประมาณของจังหวัดตนหายไปตั้ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท หายไปตั้ง ๑๖๐ -๑๗๐ ล้านบาท ที่แท้ที่หายไปเพราะจังหวัดนั้นเปึนจังหวัดหลักจะโป์งมากกว่าที่อื่นเปึนพิเศษ และเมื่อขอ งบกลุ่มจังหวัดหายไป งบจํานวนนี้ก็หายไปจังหวัดนั้นก็กลับคืนสู่ปกติธรรมดา จังหวัดอื่น ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ๕๐ ๓๕ ๑๐ และ ๕ เปอร์เซ็นต์ตามที่ผมกล่าวข้างต้น ในรายการ จังหวัดต่าง ๆ ที่แปรเพิ่มเข้ามาก็ได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามจํานวนที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอมา สิ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ดูว่างานใดเข้าเกณฑ์หรือไม่ ถ้างานใด ไม่เข้าเกณฑ์ เช่น มีการจัดงานอบรมสัมมนาอะไรบางส่วนที่ค่าต่อหัวมันค่อนข้างจะสูง กว่าคนอื่นก็ถูกตัดออกไป มันก็มีรายการมากบ้าง น้อยบ้าง แต่คณะกรรมาธิการก็ พยายามที่จะดูแลให้แต่ละจังหวัดเข้าไปเพิ่มได้มากกว่านั้น แต่โปรดทราบข้อจํากัดว่า กรรมาธิการไม่สามารถไปหารายการใหม่ที่ไหนมาได้เลย กรรมาธิการไม่มีอํานาจที่จะ แปรญัตติอะไรเพิ่ม เพียงแต่ยอดที่แปรเพิ่มมาทั้งหมดประมาณ ๗ – ๘ พันล้านบาท จะสามารถที่มีรายการอะไรผ่านสํานักงบให้เหลืออยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ชดเชย ส่วนของกลุ่มจังหวัดเท่านั้นเอง เราทําได้เพียงแค่เท่านั้นเองจริง ๆ มีกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ เมื่อจังหวัดต่าง ๆ ที่แปรเพิ่มเข้ามามากน้อยแล้วแต่ แต่กฎเกณฑ์ก็อยู่ตรงที่ว่ามันไม่ได้ มาตรฐานที่เท่ากัน มันขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ว่าขอแปรแล้วรายการอะไรได้ รายการอะไรไม่ได้ มันมีบางจังหวัดที่เปลี่ยนแปลงอีก เช่น ที่สมุทรสาคร มีถนนสายหนึ่งเปึนถนนของ กลุ่มจังหวัดแต่ต้องสร้างที่สมุทรสาคร เดิมงบจํานวนนี้ก็จะอยู่ในจังหวัดหลักที่ไม่ใช่ สมุทรสาคร แต่เมื่อแปรกลับเข้ามาทํางานนี้ งานนี้ก็กลับไปอยู่ในจังหวัดที่เปึนพื้นที่ ที่จะต้องรับผิดชอบทํางานนี้ ก็ดูเสมือนหนึ่งว่าทําไมได้โป์งขึ้นมามากเปึนกรณีพิเศษ ทั้งหมดนี้เปึนปัญหาที่ผมกราบเรียนชี้แจง ผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการรังสิมา รอดรัศมี ว่างบของผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะเปึนงบที่แก้ไขปัญหาเยียวยาความเดือดร้อน เฉพาะหน้าในท้องถิ่นที่ไม่สามารถตั้งงบประมาณได้โดยปกติหรือล่าช้า ผมพูดในที่ประชุม ว่าผมไม่สบายใจเลยที่เห็นผู้ว่าราชการจังหวัดเอางบที่มีน้อยนิดนี้ไปแข่งกันสร้างถนน ไปทําสิ่งก่อสร้าง ๕๐ ล้านบาท ๘๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทกันเยอะแยะกันเสียหมด อยากเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดนี้นํางบที่มีน้อยนิดในมือดังกล่าวนี้ดูแลไปเยียวยา เรื่องโรงเรียน เรื่องสถานศึกษา เรื่องแหล่งน้ํา เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสาธารณสุข เรื่องโรงพยาบาลที่มีปัญหากระจัดกระจายอยู่นอกเมือง ไม่ใช่เอามารวมในเมือง เพื่อสร้างงานใดงานหนึ่งตกเข้าไป ๓๐ – ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และก็มีคํากล่าวหากันว่างาน เล็ก ๆ เขาไม่อยากจะทําหรอก ไปแตกเปึนเบี้ยหัวแตกงานละ ๓ แสนบาท ๔ แสนบาท ๕ แสนบาท เขาไม่ค่อยอยากจะทํา เขาอยากทํางาน ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท งาน ๘๐ ล้านบาท เพราะงานใหญ่มันมีเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่สบายใจเลย งานใหญ่บางอย่างควรที่จะให้รัฐบาลกลางหรือส่วนกลางเปึนผู้ไปทํา แต่งบผู้ว่าตรงนี้ต้อง เยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า ในท้องถิ่นแต่ละแห่งที่มันมีที่อยู่ใกล้ชิดควรจะทําอย่างนี้ มากกว่า ก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการรังสิมาและผมทําหน้าที่ประธานพิจารณาวันแรก ผมได้ มีความเห็นผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน ตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง และจังหวัดภาคกลางบางจังหวัดว่ากรรมาธิการอยากเห็น เช่นนี้มากกว่า ไม่ใช่เห็นจังหวัดนี้มีงบประมาณเพียงแค่ ๑๔๐ ล้านบาท แต่เอาไปทํา โครงการใหญ่ ๒ งานกินเข้าไป ๑๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แล้วเหลืออีก ๓๐ – ๔๐ ล้านบาท ไปเยียวยาทําอะไรได้ครับ ๑๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้ ซึ่งรัฐบาลกลางควรจะไปทําให้ได้ไม่อยู่ในวัตถุประสงค์ของงบผู้ว่า สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นมา ว่าเกิดปัญหาอย่างปัตตานี โปรดเข้าใจว่ากรรมาธิการไม่ได้ปล่อยปละละเลยและเราเจอ วันสุดท้ายว่าปัตตานีไม่มีงบแปรเพิ่มไม่สบายใจกันมาก ท่านผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณทั้งท่านเก่าและท่านใหม่ได้พยายามประสานทุกทาง แต่มีคําตอบเพียงว่าจังหวัดปัตตานีไม่ประสงค์ขอแปรเพิ่ม และช่วงนั้นเราจะเตือนไป อีกครั้งหนึ่งให้ทํามา มันก็เลยกําหนดคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านเรื่องนี้มาแล้ว เราไม่สามารถ แก้ไขอันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านผู้แทนจังหวัดปัตตานีที่อยู่ ณ ที่นี้นะครับด้วย ความเห็นใจ คําปราศรัย คํากล่าว คําเรียกร้องของท่านจะได้รับการพิจารณาจากสํานัก งบประมาณ โดยท่านผู้อํานวยการท่านใหม่ที่นั่งอยู่ขวามือผม ว่าท่านรับจะไป ดูแลให้ จะมีงบเหลือจ่ายกระทรวง ทบวง กรมไหน หากไปช่วยเยียวยาปัตตานีก็จะดูแล พยายามแก้ไขปัญหานี้ เพื่อไม่ให้ท่านเสียเปรียบ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของ กรรมาธิการนะครับ โปรดได้รับทราบ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเปึนความผิดของท่านผู้ว่าอาจจะ เปึนเรื่องท่านเข้าใจผิดอะไรสักบางอย่าง มันก็เกิดเหตุจังหวัดปัตตานี หลายจังหวัดว่า ทําไมได้ ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เอา ๓,๐๐๐ ล้านบาทมาหารกันแล้วมันก็ควร อาจจะมากกว่า ๑๐ ล้านบาท ก็เพราะว่าจังหวัดท่านผู้ว่าแปรมาเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท มีรายการเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการก็ตาม ครม. ก็ตาม ไม่สามารถพิจารณา รายการให้มากกว่านี้ได้ แต่ทั้งหมดนี้ผมได้พูดในที่ประชุมได้กําชับกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดว่า งบประมาณผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนครั้งแรกป้แรก ท่านต้องไปทําให้ดี ๆ เหมือนกับการตอกเสาเข็ม การขึ้นตอม่อ ถ้าตอกเสาเข็มผิด ขึ้นตอหม้อผิดตั้งแต่ป้แรก ป้ต่อไปสิ่งก่อสร้างก็จะเกิดขึ้น ในตอม่อและเสาเข็มนั้นที่จะผิดกันไปใหญ่ไม่มีทางแก้ไข วันนี้ไปรื้อทํามาใหม่เสียให้ดี ให้ถูกต้อง วางให้ถูก จึงเลยมีรายการจํานวนมากจากก้อนใหญ่ ไปให้ตัดออกมาไปให้กระจายทําไปสู่ก้อนเล็ก ๆ เข้ามา รายการใหญ่ ๆ เพื่อการศึกษา เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อธรรมชาติ เพื่อศิลปะ เพื่อวัฒนธรรม เพื่อในการศาสนา เพื่อโรงเรียน เพื่ออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ทํายากกว่าเพราะมันต้องทํางานเยอะ ต้องทําการบ้านเยอะ ต้องศึกษาเยอะ สู้ง่าย ๆ ทํางานหนึ่ง สายหนึ่ง ๖๐ ล้านบาท ๘๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท มักจะมักง่าย ผมว่ามักง่ายในงานสิ่งเหล่านี้มากกว่านะครับ ก็ขอเรียนว่าเมื่อหลังจาก แปรแล้วจังหวัดไหนได้มากน้อย ขึ้นอยู่กับรายการที่ผู้ว่าแปรเพิ่มขึ้นมามาก หรือน้อยและเข้ารายการที่ควรจะมี หรือไม่ควรจะมี รายการที่ได้ ๑๐ ล้านบาท ก็แปรมา เพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท จังหวัดปัตตานี เพราะเปึนปัญหาตามที่ผมกราบเรียน และ ผมพยายามกําชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๕ จังหวัดใน ๑๘ กลุ่ม วันแรกผมทําอยู่ ๒๘ จังหวัด วันที่ ๒ รองประธานวิทยา บุรณศิริ ก็ได้รับประสานต่อ และเราทุกคนเราก็มี ความเห็นเช่นนี้ต่อที่ประชุม ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน โดยเน้นว่าท่านไปทําให้ถูกเสีย ราชการส่วนภูมิภาคอย่ามาแย่งงานของราชการส่วนกลาง ถนน อาคารอะไรต่าง ๆ หลาย ล้านบาทต้องเปึนหน้าที่ของราชการส่วนกลางไปทําให้ ถ้าส่วนภูมิภาคไปเอางบจํานวนนี้ ไปแย่งทําเสียก่อนแล้วราชการจังหวัดส่วนกลางก็ไม่ต้องทํา และจังหวัดท่านก็จะ เสียเปรียบในสิ่งเหล่านี้เปึนต้นนะครับ ผมใช้เวลาเยอะไปสักนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะว่าผมอยากที่จะชี้แจงให้เปึนที่เข้าใจและเรียนว่ากรรมาธิการทุกคนก็ไม่สบายใจเลย และสัดส่วนที่บอกว่า ที่ผมกราบเรียนว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกจังหวัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตามจํานวนประชากร ๓๕ เปอร์เซ็นต์ตามความผูกพันของรายได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ตามผลิตภัณฑ์มวลรวม กรรมาธิการเราบางคนก็เห็นด้วย บางคนก็ไม่ได้เห็นด้วย เพราะจังหวัดใหญ่ควรที่จะได้มากกว่าคนอื่น จังหวัดที่ใหญ่กว่าคนอื่น ๒ เท่า ควรจะได้ มากกว่าคนอื่น ๒ เท่า ทําไมมากกว่าคนอื่นเพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะโดยเกณฑ์อันนี้ ใครเปึนคนตั้งเกณฑ์ผมไม่ทราบ ถูกผิดอย่างไรไม่ทราบ แต่กรรมาธิการทํางานภายใต้ กรอบบังคับที่วางไว้เช่นนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ก็ถือว่า จบการอภิปราย จังหวัดชลบุรีกับจังหวัดบุรีรัมย์ได้เท่ากันครับ
ท่านประธานครับ ผม อันวาร์ ครับ พาดพิง ต่อเนื่องครับ
เอาปัตตานีก่อนเถอะ ปัตตานีก็ทางผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านรับปากแล้วนะครับ มีอะไรติดใจ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมฟังคําชี้แจงแล้ว ผมก็อยากให้สภานี้ได้บันทึกไว้จากคณะกรรมาธิการ แล้วก็ ผอ. สํานักงบประมาณ คือฟังแล้วถ้าไม่ยืนยันกับผม ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ชาวบ้าน พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือจังหวัดปัตตานีของผมว่าจะมีหลักประกันอย่างไร แล้วเมื่อสักครู่นี้ผมได้สอบถามกับท่านผู้ว่าแล้ว ท่านผู้ว่าบอกว่าไม่ได้มีท่านรองหรือใคร ทําหนังสือแจ้งไป เพราะฉะนั้นเหตุการณ์นี้ผมคิดว่าไม่คนใดคนหนึ่งต้องโกหกครับ
ครับ ค่อยศึกษาตามหลัง คือสภาได้บันทึกไว้แล้วทุกคําพูดของท่าน แล้วผู้ชี้แจงก็ได้ยืนยันกับท่านแล้ว
เข้าใจครับท่านประธาน แต่เราจะปล่อย ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกหรือครับในอนาคต
คงไม่มีหรอกครับ
เพราะฉะนั้นต้องมีคนรับผิดชอบครับ
ครับ นั่นล่ะต้องศึกษา
ผมเรียกร้องให้รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยครับ
ครับ เดี๋ยวเราจะศึกษา และติดตามผลครับ
แล้วก็สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ท่านบอกว่าจะแก้ไข ความผิด จริง ๆ ความผิดนี้ไม่ได้เกิดจากคนปัตตานีสร้างนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่า ความผิดนี้ก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ แล้วทําให้เขาไม่ได้รับงบประมาณอย่างนี้ผมว่าเปึนสิ่งที่ ไม่ถูกต้อง อย่างไรผมขอคํายืนยันนะครับ แล้วผมคิดว่าประเด็นอย่างนี้ต้องมี คนรับผิดชอบ แล้วก็ไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกนะครับ เพราะไม่ใช่จังหวัดผม จังหวัดเดียว แต่มีอีกหลายจังหวัดที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมตรงนี้ แล้วสิ่งเหล่านี้ถ้าสมมุติ ว่าเราไม่จัดการมันจะทําให้เกิดบาดแผล ให้เกิดในพื้นที่เลวร้ายเข้าไปอีก เพียงเพราะว่า ความเข้าใจผิดหรือไม่มีใครต้องรับผิดชอบอย่างนี้ ผมว่าไม่เพียงพอครับ อย่างไรก็ต้อง มีคนรับผิดชอบครับ
ครับ เดี๋ยวให้ท่านพิเชษฐ เปึนผู้รับผิดชอบ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการครับ ผมก็เท่ากับกรรมาธิการท่านอื่น ก็คงไม่มี อํานาจหน้าที่พิเศษที่ไปรับผิดชอบได้ แต่เนื่องจากคํารับรองของผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณที่จะเข้ารับหน้าที่ตั้งแต่ ๑ ตุลาคมนี้ ผมเชื่อว่ามีเกียรติและมีน้ําหนัก และท่านจะมีความสามารถหาช่องทางอะไรได้ ให้ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ เปึนผู้ช่วยรับรองตรงนี้ดีกว่า ว่าท่านจะทําได้หรือไม่แค่ไหน ขอบพระคุณครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส. ประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณกรรมาธิการ ที่ช่วยหาทางเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ ครั้งแรกผมว่าจะลุกขึ้นพูดตําหนิข้าราชการ ในกระทรวงมหาดไทยที่ไม่ได้ใช้หลักการปกครอง ผมเคยเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย มีคนเก่งเยอะครับที่นั่น แต่ว่าถ้าเผื่อเกิดเรื่องอย่างนี้แสดงว่า ขาดความสนใจ เพราะว่าควรจะรู้ในจิตวิทยาชุมชน ว่าปัญหาไม่มีความอ่อนไหวอย่างไร ตรงนั้น ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาไม่ได้ ที่จริงไม่มีความจําเปึนเลย ต้องให้ผมไปสั่งสอนอีก คือเขาเปึนลูกน้องเก่าผมทั้งนั้น แต่ว่าที่ลุกขึ้นมาพูดนี้คือกราบขอบพระคุณ รู้ขั้นตอน ทั้งหมด เพราะผมเปึนมาหลายป้ ประธานนั่งหัวโต๊ะจัดงบประมาณแผ่นดินให้กับ ประเทศไทยมาหลายป้ รู้ขั้นตอนทั้งหมดว่ากรรมาธิการไม่มีอํานาจในการจะไปเพิ่มอะไร เปึนอํานาจของคณะรัฐมนตรี แต่ว่าที่ท่านบัณฑูรผู้อํานวยการสํานักงบประมาณและ ท่านพิเชษฐได้ชี้แจง ต้องกราบขอบพระคุณที่ช่วยหาทางแก้ไข แต่ไม่พอนะครับ เพราะว่า ที่ท่านพิเชษฐพูดนี้บันทึกเฉพาะในรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ผมต้องการให้เขียนเปึนข้อสังเกตให้กับคณะรัฐมนตรีบันทึกเปึนหลักฐาน ทําได้ไหมครับ ขอแค่นี้ครับ
พอถึงข้อสังเกตท่านก็ค่อย เพิ่มเติมเอาครับ เชิญคุณบัณฑูรครับ
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่เคารพนะครับ กระผม บัณฑูร สุภัควณิช เปึนรองผู้อํานวยการสํานักงบประมาณในฐานะที่เปึนเลขานุการ คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ด้วยนะครับ ก็ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมานี้ไม่ใช่ ข้อผิดพลาดของใคร เปึนเรื่องของการที่ดําเนินการตามระเบียบทั้งสิ้น ท่านประธาน อนุกรรมาธิการเผดิมชัยท่านได้ทํามาถูกต้องแล้ว เพราะท่านได้ดําเนินการตามระเบียบ แต่อย่างไรก็ตามกระผมใคร่ขอกราบเรียนไว้อย่างนี้ครับว่า เรื่องของงบประมาณจังหวัด เปึนเรื่องใหม่ที่เราจําเปึนจะต้องดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้ ในมาตรา ๗๘ (๒) ซึ่งอาจจะไม่ค่อยคุ้นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่อยู่ห่างไกล เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปโทษจังหวัดปัตตานีหรือโทษจังหวัดอื่น จังหวัดชลบุรีก็อย่าน้อยใจ นะครับ คงจะต้องโทษที่สํานักงบประมาณเอง เพราะว่าเรามีคนน้อยที่ไม่สามารถที่จะประสานหลังจากที่เราได้มีหนังสือเวียนไปแล้ว เราก็ไม่มีเวลาพอเพราะว่าคนเรานิดเดียวในส่วนที่ดูแลงบประมาณจังหวัดนะครับ เราก็มีแค่ ๑๐ กว่าคน จังหวัด ๗๕ จังหวัดนะครับ เราต้องวิเคราะห์โครงการเปึนพัน ๆ โครงการ อันนี้ก็กราบขออภัยและก็ใคร่ขอกราบเรียนว่าจังหวัดถือเปึนส่วนราชการ ตามกฎหมายวิธีการงบประมาณมาตรา ๔ เรากําหนดไว้ เพราะฉะนั้นฐานะของจังหวัด เปึนเช่นเดียวกันกับส่วนราชการ เพราะฉะนั้นจังหวัดถ้ามีกิจการใดที่ทางจังหวัดต้องการ ดําเนินการและถ้าไม่ดําเนินการจะเสียหายจังหวัดต้องอยู่ในฐานะที่จะขอรับการสนับสนุน งบกลาง รายการเงินสํารองจ่าย ซึ่งป้นี้เราตั้งไว้ถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น จังหวัดปัตตานีก็ดี จังหวัดชลบุรีก็ดี หรือจังหวัดอื่นก็ดี ถ้าเห็นว่าท่านมีความจําเปึน ซึ่งกระผมได้กราบเรียนแล้วว่าถ้ามีอะไรจะเสียหายท่านสามารถขอรับการสนับสนุนจาก สํานักงานงบประมาณได้โดยตรงครับ อันนี้ก็เปึนไปตามระเบียบการบริหารงบประมาณ ที่เราได้กําหนดไว้อย่างไรก็ตามใคร่ขอในป้ ๒๕๕๒ เราคงจะต้องเริ่มที่จะต้อง ประชาสัมพันธ์ในเรื่องดังกล่าวให้กับทางจังหวัดต่าง ๆ ได้รับทราบนะครับ ขออนุญาต กราบเรียนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบโดยทั่วกันครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ท่านยังไม่ได้ยืนยันว่า จะให้เงินทางผม
จะยืนยันอย่างไรอีก ท่านยืนยันแล้วนะครับ
ท่านประธานผมฟังอยู่นะครับ ผม อันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ นะครับ
ท่านรัฐมนตรีช่วยบอกให้ ท่านเข้าใจด้วย
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านนะครับ กระผมใคร่ขอยืนยันว่าหลักการ ตรงนี้ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดปัตตานี หรือจังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดอื่นนะครับ ถ้ามีภารกิจ อื่นใดหรือโครงการใดถ้าท่านได้รับงบประมาณไปแล้ว แบบจังหวัดปัตตานีป้นี้ท่านได้ ประมาณสัก ๒๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าท่านได้พิจารณาเห็นว่าเงินที่ท่านได้รับไปไม่เพียงพอ ที่ดําเนินการและถ้าสิ่งที่ท่านจะดําเนินการเพิ่มเติมนั้นถ้าไม่ดําเนินการและจะเสียหาย ต่อราชการและไม่สามารถจะเจียดจ่ายได้จากเงินที่ตั้งไว้ ท่านย่อมสามารถที่จะขอรับ การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากสํานักงบประมาณได้นะครับ ซึ่งอันนี้กระผม จะกําชับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องขอให้ท่านดูแลโครงการของท่านเปึนกรณีพิเศษ กราบขอบพระคุณครับ
ก็จบการพิจารณา ในมาตรา ๒๙
ท่านประธานครับ
ครับ
ผม จุมพฏ บุญใหญ่ จากสกลนคร ขออนุญาตครับ
ครับว่าเข้ามาท่านก็ได้ น้อยเหมือนกัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร กระผมเปึนผู้หนึ่งที่ยื่นคําขอแปรญัตติ มาตรา ๒๙ ไว้ โดยขอตัดลงร้อยละ ๑๐ ด้วยเหตุผลก็คือว่างบกลุ่มจังหวัดไม่มีกฎหมาย รองรับที่จะให้งบประมาณได้ เมื่อสักครู่ผมได้ฟังคําชี้แจงของกรรมาธิการว่าจังหวัด สกลนครเปึนจังหวัดหลักที่มีงบประมาณไปโป์งอยู่ ๓๕๒ ล้านบาท และถูกตัดลง ๑๒๖ ล้านบาท แปรกลับเข้ามา ๑๔ ล้านบาท กระผมไม่เชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร จะไม่แปรกลับเข้ามา กระผมได้ขอดูการตั้งงบประมาณของจังหวัดสกลนครมีโครงการ ครบทั้งหมด ท่านประธานครับถ้าจังหวัดที่ไม่ใช่จังหวัดหลักคือนครพนมไม่มีการตัด เพราะไม่มีงบกลุ่มจังหวัดอยู่ในนั้นแต่แปรกลับเข้ามา ๗๔ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ สกลนครแปรกลับเข้ามาเพียง ๑๔ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพนี่คือความไม่ เปึนธรรมของการแปรงบประมาณการแปรญัตติงบประมาณของคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธาน ถ้าจะตรวจสอบในรายละเอียดกระผมเห็นว่าจังหวัดใดที่มีกรรมาธิการอยู่ จังหวัดนั้นจะได้รับการแปรงบประมาณกลับมาเข้าสูงที่สุดครับท่านประธาน ผมจึงขอ คําชี้แจงด้วยว่าจังหวัดสกลนครของผมตัดออกไป ๑๒๖ ล้านบาทเข้าใจครับว่ามันเปึนงบ ของกลุ่มจังหวัด แล้วนครพนมแปรกลับเข้ามา ๗๔ ล้านบาท ซึ่งมี ส.ส. ของนครพนมเปึน กรรมาธิการครับ ท่านประธานครับนี่คือข้อสังเกตครับ สกลนคร ส.ส. ๘ คนครับ ไม่มี กรรมาธิการงบประมาณครับท่านประธาน ขอความเปึนธรรมให้สกลนครเช่นเดียวกับ ปัตตานีด้วยครับ ขอบคุณครับ
อย่าเสียใจเลยครับ บุรีรัมย์ ๑๒ คน ได้ ๑๐ ล้านบาท น้อยกว่าท่านอีกท่านแปรเข้ามาได้ ๑๔ ล้านบาท ดีแล้วครับ ผมว่าจบการอภิปรายได้แล้วนะครับ ก็ขอลงมตินะครับเพราะมีการแก้ไข มาตรา ๒๙ นะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่าน นั่งแล้วโปรดแสดงตนด้วยครับ นําบัตรของท่านแสดงตน เพราะว่าเรายังเหลืออีกหลาย มาตรานะครับ เดี๋ยวจะเปึนตีสามเหมือนเมื่อคืนอีก ท่านแสดงตนเสร็จแล้วนะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านนั่งเรียบร้อยแล้วโปรดนําบัตรของท่านแสดงตน กดบัตรแสดงตน ได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
แสดงตนเสร็จแล้วนะครับ งดการแสดงนะครับ เชิญผลคะแนนครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเข้ามา ในห้องประชุม ๓๗๘ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติในมาตรา ๒๙ ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการ โปรด กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการที่แปรญัตติและผู้แปรญัตติ โปรด กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าใครงดออกเสียงก็โปรด งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิของท่าน นะครับ เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ รวมคะแนนได้ ส่งผล มีผู้เห็นด้วย ๒๘๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ก็ถือตามคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปมาตรา ๓๐ รัฐวิสาหกิจ ทราบว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไม่มีใคร ติดใจอภิปราย ก็ขอผ่านนะครับ มีหรือครับ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๓๐ รัฐวิสาหกิจ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ขอเชิญท่านผู้สงวนคําแปรญัตติท่านแรก ท่านจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓๐ เปึนงบประมาณรายจ่ายของ รัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ ถ้าท่านดูในหนังสืองบประมาณท่านจะเห็นว่าหลายมาตรา เปึนการลดงบประมาณ แต่มีมาตรา ๓๐ ซึ่งเปึนรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจมีการเพิ่ม งบประมาณ ผมลงไปดูในรายละเอียดปรากฏว่าหน่วยงานที่มีการเพิ่มงบประมาณก็คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย ตอนแรกเข้าใจว่าท่านจะจัดการ การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ดีขึ้น ให้บริการประชาชนให้ดีขึ้น แต่เมื่อลงไปดูในรายละเอียดปรากฏว่ามีการปรับลด งบประมาณในการบริหารจัดการขนส่งมวลชนสินค้าและบริการ โดนปรับลดไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท เข้าใจว่าท่านกรรมาธิการคงคิดว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยทํางาน ดีแล้ว บริหารดีแล้ว ไม่มีปัญหาสิ่งใด ๆ ต่าง ๆ แล้ว และท่านก็ตัดงบประมาณดังกล่าว ไปเพิ่มในส่วนของการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ ท่านไปเพิ่มอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท รวมกับที่ ดึงจากงบที่เพิ่มในส่วนของรัฐวิสาหกิจภาพรวมเพิ่มอีกประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท รวมเปึน ๑,๓๓๕ ล้านบาท ถ้าท่านประธานได้ไปดูในส่วนของนโยบายของรัฐบาลที่ ออกมาในระหว่างที่กรรมาธิการชุดนี้ได้กําลังแปรญัตติงบประมาณอยู่ ท่านจะเห็นว่า รัฐบาลออกนโยบายมา ๑ นโยบาย ก็คือ ๖ เดือน ๖ มาตรการ เพื่อคนไทยหนึ่งในนั้นก็คือ การขึ้นรถไฟฟรี เมื่อมีการขึ้นรถไฟฟรีแน่นอนครับ ท่านประธาน รัฐจะต้องชดเชยการ ขาดทุนของการรถไฟ แสดงว่าการแปรญัตติ รอบที่ ๒ ในขั้นตอนกรรมาธิการก็คือ ตัดเงิน ในการที่จะพัฒนาการบริหารรถไฟให้ดีขึ้นไปชดใช้หนี้ให้การรถไฟแทนรัฐบาล แสดงว่า การรถไฟต้องเสียโอกาสในการพัฒนาไปอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่กําลังจะเริ่มขึ้น เมื่อผมไปดูในรัฐวิสาหกิจส่วนอื่นที่คิดว่าน่าจะได้เพิ่มงบประมาณ เพราะว่ามีการเพิ่มถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าองค์การเภสัชกรรม ซึ่งมีปัญหา มาตั้งแต่ในอดีต ๓๐ บาทรักษาทุกโรคได้แต่ยาพาราเซตามอล ไปอย่างไรก็ได้แต่ยา พาราเซตามอล แทนที่องค์การเภสัชกรรมซึ่งผลิตยามาให้คนไทยทั้งประเทศได้กินแทนที่ จะได้งบประมาณเพิ่มขึ้น ปรากฏว่าองค์การเภสัชกรรมกลับโดนตัดงบไป ๗๐ กว่าล้านบาท ผมก็เลยอยากจะถามกรรมาธิการตรงนี้ว่า สาเหตุที่ไปลดงบขององค์การเภสัชกรรม เปึนเพราะอะไร อยากให้กรรมาธิการได้ตอบตรงนี้ด้วย และทําไมถึงได้ลดในส่วนของ แผนงานพัฒนาสุขภาพของประชาชน ซึ่งผมคิดว่าในส่วนนี้องค์การเภสัชกรรมจะใช้ยา ส่วนนี้ไปในการดูแลคนไทยทั้งประเทศทั้ง ๖๓ ล้านคน ท่านประธานครับ อีกส่วนหนึ่งที่ผม อยากอภิปราย เข้าใจว่าจะเปึนส่วนของนโยบาย ๖ มาตรการที่จะช่วยเหลือคนไทย ใน ๖ เดือน ผมคิดว่าก่อนอื่นรัฐบาลจะต้องขอบคุณผู้ร้องกรณีพิพาทที่ได้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๘ เพราะถ้าไม่มีผู้ร้องทั้ง ๑๑ ท่าน รัฐบาลจะไม่สามารถนํานโยบาย ดังกล่าวมาใช้ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น นางสาวรสนา โตสิตระกูล นายสุริยะใส กตะศิลา นายศิริชัย ไม้งาม ซึ่งเปึนโจทก์ฟัองคดีพิพาทกับนายกรัฐมนตรี พลตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร กรณีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะถ้าไม่เริ่มต้นจากเหตุการณ์วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ผมคิดว่ารัฐบาลจะไม่สามารถดําเนินนโยบาย ๖ นโยบายดังกล่าวได้ เพราะ ถ้าวันนี้การไฟฟัาฝ์ายผลิตโดนแปรรูปเปึนรัฐวิสาหกิจแล้ว ผมถามว่ารัฐบาลจะเอาไฟฟรี ที่ไหนมาให้ประชาชนได้ใช้ครับ ไม่มีทางเปึนไปได้ครับ มาวันนี้สิ่งที่ผมติดใจอีกอย่างหนึ่ง คือ ทําไมไม่มีการพิมพ์รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานพวกนี้ไว้ในเล่มนี้ มีแค่ ๒๒ รัฐวิสาหกิจ ประเทศไทยปัจจุบันยังมีอยู่ ๕๙ รัฐวิสาหกิจ การที่ท่านไม่พิมพ์ลงมาผมก็เข้าใจว่าการไฟฟัาแปรรูปไปแล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่นะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านต้องทํา กรรมาธิการต้องทําก็คือครั้งต่อไปจะต้องเรียกรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เข้ามาคุยในขั้นตอนของการแปรรูปงบประมาณ เพราะผมทราบว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เหล่านั้นไม่มีโอกาสมาชี้แจงเลยครับ วันนี้ผมขอชี้แจงแทนรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ สัก ๒ – ๓ หน่วยงาน
ประการที่ ๑ ก็คือการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ณ วันนี้รัฐบาลออกนโยบายมาว่า ให้ใช้ไฟฟัาฟรี ใช้เงินเท่าไรครับ ๑๐,๒๐๐ ล้านบาท การไฟฟัานครหลวง ๑๐,๒๐๐ ล้านบาท มากนะครับ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรรมาธิการไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบ ได้เลย ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้เลยว่าจะจัดการกันอย่างไร ถามว่าการไฟฟัาส่วนภูมิภาค จะใช้หนี้การไฟฟัาฝ์ายผลิตได้อย่างไร ผมเรียนอย่างนี้ครับ มันมีหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน บัญชีระหว่างการไฟฟัาส่วนภูมิภาคกับการไฟฟัาฝ์ายผลิตอยู่ ภายใน ๓๐ วันถ้าการไฟฟัา ส่วนภูมิภาคไม่จ่ายเงินการไฟฟัาฝ์ายผลิตโดนตัดไฟครับ กรรมาธิการอาจจะไม่ทราบ เรื่องนี้เพราะไม่พิมพ์ไว้ในเล่ม ไม่มีโอกาสเรียกมาสอบถาม รัฐบาลตอบอย่างเดียวใช้ งบกลางครับ งบกลางที่บอกว่าจะให้ท่านจังหวัดปัตตานีเมื่อกี้ครับ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ท่านไม่ต้องคิดว่า ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ เหลือ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เพราะต้องจ่ายให้การไฟฟัานครหลวงและการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ๒๐,๔๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ตอนนี้เหลือ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นปัตตานีจะเปึนอย่างไร อันนี้ ผมก็ยังไม่ทราบ ผมคิดว่ากรรมาธิการงบประมาณต้องให้ความชัดเจนตรงนี้นะครับ ท่านจะต้องตอบว่า ณ วันนี้การไฟฟัาส่วนภูมิภาคจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไรในการ จะต้องใช้จ่ายงบ ๑๐,๒๐๐ ล้านบาท ท่านต้องตอบตรงนี้นะครับ อย่างน้อยให้ความ กระจ่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ผมยังมีอีก ๒ – ๓ ประเด็น นะครับ แต่คงไม่รบกวนเวลาของสภามากกว่านี้
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าให้กรรมาธิการตอบว่า องค์การเภสัชกรรมโดนลดงบ โดนตัดงบเพราะอะไร ๗๕ ล้านบาทครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือ การจัดการเกี่ยวกับนโยบาย ๖ เดือน ๖ มาตรการของรัฐบาลนะครับว่ากรรมาธิการทราบ ความคืบหน้าอย่างไร และทราบการใช้งบประมาณอย่างไร ขอบคุณครับ
ท่านต่อไป ท่านจุติ ไกรฤกษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมทราบว่าเพื่อน ๆ ก็กลัวจะอยู่ดึกนะครับ ประเด็นของผมนั้นซ้ํากับท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมก็เลยขอความกรุณาท่านประธานว่าท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จะได้ใช้ สิทธิตรงนั้น เพราะผมเกรงว่าสภาจะใช้เวลานานเกินไปครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านต่อไปครับ เชิญท่านธนา ชีรวินิจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในส่วนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งกรรมาธิการได้มีการ ปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ เจตนารมณ์ของการเคหะแห่งชาตินั้น มุ่งเน้นที่จะก่อตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลคนยากจน แล้วก็ผู้ยากไร้ด้อยโอกาสให้ได้มีหลักประกัน ในที่อยู่อาศัย และได้มีบ้านของตัวเอง การเคหะนั้นจะต้องไม่มุ่งเน้นผลประโยชน์เปึนหลัก ในอดีตที่ผ่านมาการดําเนินการของการเคหะแห่งชาตินั้นรัฐเองก็ไม่ได้เข้าไปกํากับดูแลให้ดี ในบางส่วนนั้นได้มุ่งเน้นที่จะดําเนินการในส่วนที่จะก่อให้เกิดผลกระโยชน์ต่อการเคหะแห่งชาติ อย่างเดียวโดยไม่ได้นึกถึงผู้พักอาศัยหรือผู้ที่อยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติ ผมขอ อนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาตินั้น มีมากมาย แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือพื้นที่ในส่วนของแฟลตของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีจํานวนมากในกรุงเทพมหานคร ผมได้เคยกราบเรียนท่านประธานโดยตั้งเปึนข้อหารือ ท่านประธานผ่านไปเมื่อประมาณสัก ๔ – ๕ เดือนที่แล้วว่าในช่วงเศรษฐกิจตกต่ํานั้น การเคหะแห่งชาติได้ปรับขึ้นค่าเช่าแผงกับผู้มีรายได้น้อยซึ่งหากินอยู่ในพื้นที่ของ การเคหะแห่งชาติ ๒๐๐ – ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ํา ได้พบกับท่านผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติได้ฝากเรื่องนี้ไป ท่านบอกท่านไม่ทราบเรื่อง แต่ในขณะเดียวกันครับในพื้นที่โดยเฉพาะในเขตดินแดง เจ้าหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ ก็บอกกับประชาชนที่ไปเช่าว่าใครที่ไปร้องเรียนจะยกเลิกสัญญาทั้งหมด ซึ่งผมเห็นว่าการ ดําเนินการของการเคหะแห่งชาตินั้นไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม พื้นที่หรือการทําหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาตินั้นไม่ใช่ส่วนตัว แต่เปึนเรื่องของรัฐที่จะมุ่งเน้นที่จะแก้ไข ปัญหา แต่เจ้าหน้าที่บางคนของการเคหะแห่งชาติกลับใช้อํานาจหน้าที่ข่มขู่สร้างความ เสียหายให้เกิดขึ้นกับผู้พักอาศัย ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้ดําเนินการ ท่านประธานเชื่อไหมว่า สัญญาเช่าที่ผู้เช่าไปทํานั้น เขาไม่เคยได้รับ การเคหะแห่งชาติเก็บไว้ทั้งหมด ซึ่งเปึนเรื่องที่ กระผมเองในฐานะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะได้เรียนเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่จะมาพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป ผมจะไม่รบกวนเวลาของสภาในส่วนนี้
ส่วนเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ การเคหะแห่งชาติต้องมีนโยบาย ในการที่จะดูแลผู้พักอาศัยของตัวเอง ก็เปึนที่ทราบครับว่าพื้นที่ของการเคหะแห่งชาตินั้น คนยากจนคนมีรายได้น้อยพักอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นการจะหาประโยชน์ของการเคหะแห่งชาติ ในพื้นที่ของตัวเองนั้นจะต้องมุ่งเน้นให้คนของพื้นที่ตัวเองเข้ามาใช้บริการก่อน การที่จะทํา แผงค้าก็ดี ส่วนของร้านค้าก็ดี ไปกําหนดให้มีค่าเช่าที่สูง ผู้พักอาศัยไม่สามารถเข้ามา ดําเนินการหรือมาเปึนเจ้าของเพื่อประกอบกิจการและมีรายได้ในชุมชนของตัวเองได้ นั่นคือสิ่งที่การเคหะต้องพิจารณา แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานในวันนี้ และเปึนเรื่องสําคัญและเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ได้มีการพิจารณาในวันนี้ของ คณะกรรมาธิการ ท่านประธานก็คงจะทราบดีถึงโครงการฟุ๋นฟูชุมชนเมืองดินแดง ซึ่งพวก กระผม ๓ คน ส.ส. กทม. เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เคยยื่นญัตติเรื่องนี้เข้าสู่สภา เมื่อตอนสภาของเราได้ทําหน้าที่ใหม่ ๆ ได้หยิบยกประเด็นปัญหาและข้อเท็จจริง ให้ได้ทราบว่าการเคหะแห่งชาติมุ่งเน้นที่จะทําโครงการนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเปึนที่ตั้ง เนื่องจากการเคหะแห่งชาติมีหนี้สินที่จะต้องชําระจํานวนหลายหมื่นล้านบาท โดยไม่ได้ คํานึงถึงผู้พักอาศัยและผู้เดือดร้อนที่อยู่ในโครงการของการเคหะแห่งชาติดินแดง ท่านประธาน ที่เคารพ ด้วยการต่อสู้และเป่ดเผยข้อเท็จจริงตลอดมา ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องท่านที่แล้ว ขออนุญาตเอ่ยนามเพราะว่าท่านก็ดูแลผลประโยชน์ของประชาชน ท่านสุธา ชันแสง เมื่อท่านทราบข้อมูลที่พวกเรา ๓ คน ไปมอบให้ ท่านก็บอกว่าถ้าข้อมูลเปึนอย่างนี้ท่านจะ นํามาพิจารณา ท่านจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน หลังจากนั้นเราก็ได้ ผลักดันเสนอต่อสภานี้หลายครั้ง ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ประชาชนเองก็มีความรู้สึก ว่าการดําเนินการของการเคหะแห่งชาตินั้นไม่สอดคล้องในการที่จะแก้ไขปัญหาของผู้พัก อาศัย และไม่ได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจริง แต่ถ้าโครงการนี้ทําสําเร็จจะมีคนที่มีฐานะ เข้ามาอยู่แทน แล้วก็จะมีการสร้างผลประโยชน์บนทรัพย์สินของทางราชการของประชาชน เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดเมื่อแรงผลักดันหรือแรงต่อต้านมีมากขึ้น ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ดี ท่านปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ก็ดี ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติได้ตอบประชาชนผ่านทางสื่อมวลชน เหมือนกันครับว่าจะระงับโครงการฟุ๋นฟูชุมชนเมืองดินแดงไว้ เพราะตราบใดที่ประชาชน ยังไม่มีความเข้าใจก็จะไม่ดําเนินการโครงการนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ มีงบประมาณอยู่ตัวหนึ่งครับท่านประธาน เรียกว่างบดําเนินการ โครงการฟุ๋นฟูชุมชนเมืองดินแดง ๑๓ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้างบประมาณ เปึนอย่างนี้ประชาชนจะไม่มีวันที่จะเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าการเคหะแห่งชาติมีความจริงใจ ต่อพี่น้องประชาชน เพราะอะไรท่านประธานที่เคารพครับ นับตั้งแต่มีการตั้งโครงการฟุ๋นฟู ชุมชนดินแดงขึ้นมาทุกป้จะต้องตั้งงบประมาณไว้ในงบประมาณแผ่นดินในส่วนของ การเคหะแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึน ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาททุกป้ และงบ ที่ตั้งนั้นครับท่านประธานที่เคารพ เมื่อได้สอบถามโดยแน่ชัดแล้ว ก็คืองบที่จะตั้งไปเพื่อ ทุบแฟลตของการเคหะแห่งชาติในเขตดินแดง เพื่อที่จะดําเนินการโครงการฟุ๋นฟูชุมชน เมืองดินแดง เพราะฉะนั้นเมื่อผู้บริหารของประเทศไม่ว่าจะเปึนท่านรัฐมนตรีว่าการก็ดี ท่านปลัดก็ดี ท่านผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ตอบกับประชาชนว่าจะระงับโครงการนี้ไว้ เหตุใดจึงมีการตั้งงบประมาณในการที่จะทุบแฟลตดินแดงไว้อยู่ในส่วนของงบดําเนินการ โครงการฟุ๋นฟูชุมชนเมืองดินแดงขึ้นอีก ซึ่งเรื่องนี้ผมต้องกราบเรียนถามคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนกับ พี่น้องประชาชนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะผมถือว่าเรื่องอย่างนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาล จะต้องมีความจริงใจในการที่จะทําให้ประชาชนมีความรู้สึกสบายใจ และโครงการนี้ต้องพูด ให้ชัดเจนครับ เพราะในอนาคตการเคหะแห่งชาติก็ดี ผู้เช่าก็ดี หรือผู้อาศัยในพื้นที่ การเคหะแห่งชาติจะต้องมีความร่วมมือกันอีกต่อไปเปึนระยะเวลายาวนาน แต่ถ้าทั้ง ๒ ฝ์าย มีความเคลือบแคลงสงสัยในเจตนาของแต่ละฝ์ายกันแล้ว ในอนาคตจะไม่สามารถมี ความร่วมมือแล้วก็อยู่กันได้อย่างมีความสุขในโครงการพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ ได้อีกเลย เพราะฉะนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่กรรมาธิการจะต้องตอบสภาแห่งนี้ครับว่า เมื่อ รัฐบาลมีนโยบายที่จะระงับโครงการนี้แล้ว เหตุใดจึงยังมีงบดําเนินการในโครงการฟุ๋นฟู ชุมชนเมืองดินแดงเมือง ๑๓ ล้านบาทอีกครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเรียนเชิญ หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้สงวน คําแปรญัตติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจก็คือการเคหะแห่งชาติ โดยสงวนให้มีการ ตัดงบประมาณลง ๖๐ ล้านบาท กระผมมีความจําเปึนที่จะต้องลําดับความถึงการ บริหารงานโครงการการศึกษาดูงานของการเคหะแห่งชาติที่ผ่านมา เพื่อชี้ให้ท่านประธาน ได้เห็นครับว่าการดําเนินงานที่ผ่านมานั้นมีลักษณะที่ขาดความโปร่งใส มีการสร้างความ เหลื่อมล้ําทางการเมืองอย่างไม่เปึนธรรม จึงเปึนเหตุให้กระผมได้สงวนคําแปรญัตติให้มี การตัดงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ซึ่งได้ระบุไว้ในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ กรณีที่ผมอยากจะพูดถึงนั้นครับท่านประธาน คือกรณีที่ปรากฏเปึนข่าวเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เมื่อมีพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครกว่า ๙๐๐ คน ได้เข้า ร่วมโครงการศึกษาดูงานสัมมนาเรื่องจุลินทรีย์ ณ อําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปรากฏเปึนข่าวว่าหลังจากที่พี่น้องประชาชนได้เข้าร่วมโครงการสัมมนาของการเคหะ แห่งชาติ มีผู้ที่ประสบปัญหาอาเจียน ท้องร่วง และอาหารเปึนพิษ จนกระทั่งต้องนําส่ง โรงพยาบาลกว่า ๓๐๐ คน กระผมได้ทําการตรวจสอบในเรื่องโครงการดังกล่าว ทราบว่า แต่ละป้นั้นที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณสูงถึง ๖๐ ล้านบาท ในการจัดการสัมมนา ในต่างจังหวัดให้กับพี่น้องประชาชนได้ร่วมโครงการ แต่ปรากฏว่ามีประเด็นที่ผมยังตั้ง ข้อสงสัยอยู่ ๒ – ๓ ประการ ประการแรกโดยปกติเมื่อมีการจัดสรรงบประมาณแล้ว กระผมได้สอบถามถึงงบประมาณที่การเคหะแห่งชาติได้จัดเพื่อให้พี่น้องประชาชน ชาวกรุงเทพมหานครได้ร่วมโครงการ พบว่ามีการจัดสรรในอัตรา ๒,๔๐๐ บาท ต่อหัว แต่ปรากฏว่าเมื่อสอบถามไปยังบริษัทที่รับไปดําเนินการที่รับจัดจ้างมานั้น ได้รับเงินค่าหัว เพียง ๑,๘๐๐ บาท ต่อหัว การที่เกิดเหตุลักษณะอย่างนี้นําไปสู่การตัดคุณภาพของการ สัมมนา กระผมได้รับรายงานมาว่ามีการจัดชั่วโมงสัมมนาจาก ๕ ชั่วโมง ลดลงเหลือ ๓ ชั่วโมง มีการนําอาหารกล่องมาทดแทนอาหารที่ถูกสุขลักษณะที่ควรจะรับประทานที่ โรงแรมโดยปกติ กระผมมีคําถามครับว่าการดําเนินการในลักษณะนี้มีความเหมาะสม หรือไม่ และส่วนเงินที่หายไปจากงบประมาณที่มีการจัดสรรนั้นหายไปที่ไหน ผมคิดว่า โครงการเหล่านี้เปึนที่มาของการใช้งบประมาณอย่างไม่โปร่งใส สร้างความคลางแคลงใจ ให้กับพี่น้องประชาชนเปึนอย่างมาก ประการต่อไปที่ผมมีความเปึนห่วงก็คือว่า ในการ สัมมนาแต่ละครั้งนั้นมีการนําพี่น้องประชาชนเข้าร่วมสัมมนาร่วม ๑,๐๐๐ ราย มีการ จัดการสัมมนาไปทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ – ๗๐,๐๐๐ คน แต่ปรากฏว่ากระผมได้รับรายงาน จากพี่น้องประชาชนทั้งในเขตของกระผมเองและทั่วกรุงเทพมหานครว่าในหลายครั้ง หลายคราว มีอดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ จากพรรคการเมืองหนึ่งไปแอบอ้างว่าการจัดการสัมมนาศึกษาดูงานเปึนของ พรรคตนเอง กระผมคิดว่าถ้าหากมีการดําเนินการในลักษณะนี้ย่อมเปึนการสร้างความเหลื่อมล้ํา ทางการเมือง ยังขาดจริยธรรมและคุณธรรมโดยสิ้นเชิง กระผมคิดว่าพวกเราทุกคนคง ไม่ประสงค์ที่จะเห็นรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชน อย่างการเคหะแห่งชาติตกเปึนเครื่องมือของฝ์ายการเมือง แต่ที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่า มีหลากหลายโครงการ และนี่เปึนเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่มีผู้แอบอ้าง การเคหะ แห่งชาติก็ดี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ดี ในเชิงของการหวัง ผลบวกทางการเมืองยังขาดคุณธรรมและจริยธรรม กระผมก็ต้องเรียนสอบถามผ่าน ท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ท่านได้มีการสอบถาม หรือไม่ว่างบประมาณที่ท่านนําไปดําเนินการของการเคหะแห่งชาตินั้นมีการใช้ อย่างเปึนธรรม มีการใช้อย่างที่ได้บอกเอาไว้ในงบประมาณฉบับนี้ ซึ่งถ้าหากว่า งบประมาณที่นําไปใช้นั้นเปึนงบประมาณที่ไม่สร้างผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน แต่มุ่งหวังในการสร้างผลประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองหรือนักการเมือง กระผมจึงมี ความจําเปึนครับที่จะต้องขอสงวนคําแปรญัตติตัดงบประมาณของการเคหะแห่งชาติ ลงจํานวน ๖๐ ล้านบาทครับ
ท่านต่อไปครับ เรียนเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ
ผมคงมีเวลาของท่านจุติอยู่ด้วย นะครับ ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้สงวนคําแปรญัตติปรับลดงบประมาณในส่วนของ รัฐวิสาหกิจลง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าที่จําเปึนต้องปรับลดงบประมาณของ รัฐวิสาหกิจลงก็เพราะว่าผมมีความเปึนห่วงเปึนใยในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึง การบริหารงานของรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยเปึนอย่างยิ่ง ความเปึนห่วงของผมนั้นไม่มี เจตนาที่จะไปตําหนิพนักงานรัฐวิสาหกิจหลายแสนคนทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ท่านก็เปึน คนดีที่ตั้งใจทํางาน หรือแม้แต่กระทั่งคณะกรรมการบริหารงานบางคน แต่ที่ต้องแสดง ความเปึนห่วงก็เพราะว่ารัฐวิสาหกิจของประเทศไทยทั้งหมดนั้นมีสินทรัพย์รวมกัน มากกว่า ๖ ล้านล้านบาท เงินทุกบาททุกสตางค์ซึ่งเปึนเงินและเปึนสินทรัพย์นั้นเปึนของ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เราใช้เงินงบประมาณมากมายในการสร้างรัฐวิสาหกิจของเรา ขึ้นมาและก็เปึนสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ แต่ในหลายป้ที่ผ่านมาครับ ฝ์ายการเมือง ได้เข้าไปยุ่มย่าม เข้าไปยุ่งเกี่ยว เข้าไปแทรกแซง เข้าไปครอบงํา เข้าไปใช้รัฐวิสาหกิจเปึน ที่ทางทํามาหากิน จนกระทั่งเกิดความเสียหายเปึนอย่างยิ่ง มีตัวอย่าง ๒ ประการที่ผม ยกตัวอย่างให้กับท่านประธานเห็นว่าการปรับลดงบประมาณในป้นี้นั้นมีความจําเปึน ที่เปึนความเสียหายอันเนื่องมาจากฝ์ายการเมืองที่ไปทําเอาไว้กับรัฐวิสาหกิจ ช่วงที่รุนแรง ที่สุดคือช่วง ๖ – ๗ ป้ที่ผ่านมาครับ ในช่วงรัฐบาลก่อนหน้านี้ซึ่งมีเสียงข้างมากในเวลานั้น ได้เข้าไปทํานโยบายหลายอย่างซึ่งมีข้อครหาว่าเปึนนโยบายทับซ้อน และก็ทําให้เกิด ความเสียหายทั้งต่อรัฐวิสาหกิจ และทั้งต่อเงินรายได้ของประเทศอย่างมหาศาล และ ที่สําคัญความเสียหายเหล่านั้นยังเกิดขึ้นอยู่จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ในหลายเรื่องเงินภาษี ของคนไทยซึ่งควรเปึนเงินที่ไปตอบสนองต่อคนยากคนจนยังต้องถูกตั้งงบประมาณ รายจ่ายไปชดเชยความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นจากฝ์ายการเมืองเหล่านั้น หลายเรื่องเปึนเรื่องที่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐวิสาหกิจก็ยังดํารงอยู่และเปึนความเสียหายนับเนื่องเปึนเงิน หลายแสนล้านบาท ๒ กรณีที่ผมยกตัวอย่างให้กับท่านประธานได้เห็น ท่านประธานครับ แรกสุดก็คือกรณีของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารนี้ ก็คือธนาคารที่เรียกกันว่าเอกซิม แบงก์ (EXIM Bank) ในป้นี้ขอตั้งงบประมาณมา ๘๓ ล้านบาทเศษ ใน ๘๓ ล้านบาทเศษนี้กรรมาธิการไม่ได้ตัดลงครับ ถามว่า ตั้งงบประมาณส่วนนี้เอาไว้เพื่ออะไรครับ เงินงบประมาณส่วนนี้ในเอกสารที่ คณะกรรมาธิการชี้แจงก็คือบอกว่า เปึนการจัดงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ถามว่าเอาไปจ่ายอะไรครับ เปึนค่าชดเชย ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้รับจากพม่าร้อยละ ๓ เอ่ยถึงตรงนี้คนไทยทั่วประเทศก็ทราบกันล่ะครับ ว่าเงินจํานวนนี้ก็คือเงินจากกรณีที่ รัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มา คือรัฐบาลชุด พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้ธนาคารเพื่อการ ส่งออกและนําเข้าให้ประเทศพม่ากู้ไปในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ํากว่าปกติ และส่วนแตกต่าง ของอัตราดอกเบี้ยให้ตั้งจากเงินภาษีของคนยากคนจนทั่วทั้งประเทศไทย ชดเชยให้ ป้นี้ก็ ชดเชยให้อีกครับ ๘๓ ล้านบาท วงเงินทั้งโครงการต้องชดเชยกันถึงป้ ๒๕๕๔ ถ้าเข้าใจ ไม่ผิด เปึนเงินมากกว่า ๔๐๐ กว่าล้านบาทครับ ที่สําคัญก็คือโครงการนี้ได้รับการ ตรวจสอบจากคณะกรรมการ คตส. ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. และบัดนี้มีการส่งฟัองศาลและมี การประทับรับฟัองแล้ว เพราะมีเรื่องของการเข้าไปหาผลประโยชน์ และมีเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอํานาจในบ้านเมืองขณะนั้น ผมเรียนท่านประธาน ว่านี่เปึนตัวอย่างที่สําคัญที่สุดครับ ที่จะตอกย้ําให้เห็นว่าการเข้าไปหาประโยชน์จาก รัฐวิสาหกิจโดยฝ์ายการเมืองนั้น สร้างความเสียหายให้กับเงินงบประมาณแผ่นดินของ ประเทศ ตัวอย่างประการที่ ๒ ท่านประธานครับเปึนตัวอย่างของกรณีของบริษัทที่ทําเรื่อง ของโทรคมนาคมเปึนรัฐวิสาหกิจใหญ่ครับก็คือรัฐวิสาหกิจที่เรารู้จักกันในชื่อว่า ทีโอที หรือบริษัท ทีโอที จํากัด มหาชน บริษัท ทีโอที นี่เปึนบริษัทที่ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเงินของคนไทย เปึนสินทรัพย์ของคนไทยทั้งหมดครับ ถ้าท่านประธานจําได้ครับ ทีโอที นี้เขาก็มีเรื่องของการทําสัญญาสัมปทานกับ บริษัทเอกชนให้เข้ามาทําเรื่องของโทรศัพท์มือถือ เวลาได้สัญญาสัมปทานไปก็ต้องถูก กําหนดไว้ละครับว่าถ้าบริษัทเอกชนได้เงินรายได้จํานวนเท่าไร ก็ต้องแบ่งให้กับรัฐบาล ในจํานวนสัดส่วนที่ตกลงกัน เมื่อใดก็ตามที่ฝ์ายการเมืองที่เปึนธรรมเข้ามาทําหน้าที่ การบังคับใช้สัญญาสัมปทานไม่มีปัญหาครับ ก็บังคับกันไป สัญญาเปึนธรรมไม่เปึนธรรม ก็ตรวจสอบกันได้ แต่ในช่วงระยะเวลาที่พอ ๆ กัน กับที่มีเรื่องของการกู้ เอ็กซิม แบงก์ ในขณะนั้น โดยผู้มีอํานาจในรัฐบาลขณะนั้นครับ มีการดําเนินการหลายอย่างที่ทําให้เกิด ความเสียหาย ความเสียหายที่ดํารงอยู่ถึงปัจจุบันนั้น มี ๒ เรื่องที่เห็นชัดเจนครับ
ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของการแอบไปแก้สัญญาครับ ปกติการแก้ไข สัญญาสัมปทานนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับหนึ่ง ก็คือกฎหมายเรื่องของ การร่วมการงานระหว่างรัฐกับเอกชนครับ เขาเขียนไว้ในกฎหมายว่า ถ้าจะแก้สัญญา สัมปทานรัฐได้รับผลกระทบต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา แล้วต้องดําเนินการเพื่อปกปัอง ผลประโยชน์ของรัฐและของประชาชน ปรากฏว่าในป้ ๒๕๔๔ ครับ เปึนรัฐบาลในขณะนั้น เดือนพฤษภาคม มีการไปแก้ไขสัญญาสัมปทานเรื่องของบัตรเติมเงินประเภทที่ต้อง จ่ายเงินก่อน ที่เรียกว่า พรีเพด (Prepaid) มีการลดส่วนแบ่งรายได้ครับ ลดส่วนแบ่ง รายได้หมายความว่า ตกลงไว้เดิมว่ารัฐต้องได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ แอบแก้ว่า ให้เอกชนแบ่งให้รัฐเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่ารัฐก็ได้เงินลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ พรรคประชาธิปัตย์หยิบขึ้นมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรปรากฏว่าในการอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นครับมีการชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเรื่องกรณีดังกล่าวเปึน ความเสียหาย แต่ปรากฏว่าผลการลงมติก็ยังมีการไว้วางใจให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและ ไม่มีการดําเนินการเรื่องที่ว่าเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง ต่อมาเรื่องนี้ในรัฐบาลชุดต่อมา รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐมนตรีในขณะนั้น ประทานโทษเอ่ยนามท่าน รัฐมนตรี สิทธิชัย โภไคยอุดม ท่านเห็นว่าเรื่องนี้น่าที่จะผิดกับกฎหมายว่าด้วยการร่วมการงานจึงส่งเรื่องไป ยังสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตอบ หนังสือกลับมายังรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ป้ ๒๕๕๐ มีการเขียนไว้ชัดครับว่า เรื่องของการแก้ไขสัญญานั้นเปึนส่วนหนึ่งที่ถูกวินิจฉัยว่าทําผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ สุดท้ายกฤษฎีกาวินิจฉัยอย่างไรครับ กฤษฎีกาวินิจฉัยบอกว่าเรื่องกรณีดังกล่าวนั้น มิได้ ดําเนินการให้ถูกต้องตามนัยแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน แปลว่า ทําผิดกฎหมาย กฤษฎีกาชี้ต่ออีกว่าให้ ครม. พิจารณาว่าจะเลิกสัญญานั้นเสีย หรือจะ ดําเนินการอื่นใดเพื่อให้รัฐได้รับการชดเชยความเสียหาย เรื่องนี้คาราคาซังต่อครับ ครม. ส่งเรื่องต่อมายังบริษัท ทีโอที จํากัด ครับ ที่สุดบริษัท ทีโอที จํากัด ทําอย่างไรครับ มีการไปตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เอาเรื่องคําวินิจฉัยของกฤษฎีกา ไปตรวจสอบ ตรวจสอบหาว่ามีคนที่เกี่ยวข้องกับการทําผิดกฎหมายหรือไม่ ๒. มีความ เสียหายต่อรัฐหรือไม่ และถ้าเสียหายจะทําอย่างไร กรรมการชุดนี้วินิจฉัยไว้บอกว่า อย่างไรครับ กรรมการชุดนี้วินิจฉัยเสร็จหลังจากที่กฤษฎีกาตอบกลับมาไม่นานนัก วินิจฉัย ๓ ข้อ ว่า๑. บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งปวงกับการทําข้อตกลงต่อท้ายสัญญาอนุญาตที่ กฤษฎีกาพูดถึงนั้นไม่มีพฤติการณ์อันส่อเจตนาในการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของ กฎหมายแปลว่าไม่มีคนผิดครับ เปึนการไปตรวจสอบแล้วแย้งกับข้อวินิจฉัยของกฤษฎีกา อย่างชัดเจน ๒. การไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑ ไม่ปรากฏความเสียหายแก่บริษัท ทีโอที จํากัด ทั้ง ๆ ที่การแก้ไขสัญญา ลดสัญญาสัมปทานจาก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ความเสียหายคือในขณะนั้นมีบัตรพรีเพดหรือบัตรเติมเงิน ๘ ล้านใบทั้งประเทศ ๘ ล้านใบ ลดมา ๕ เปอร์เซ็นต์ มีคนคํานวณว่ารัฐเสียรายได้ไปป้ละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้ รับการแก้ไขสัญญานี้และยังคงใช้อัตราส่วนนั้นต่อ ปัจจุบันบัตรเติมเงินมี ๒๐ ล้านใบ ๘ ล้านใบเสียหายป้ละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท บัตรนี้ ๒๐ ล้านใบ ผลเสียหายนับเปึน แสนล้านบาทครับ ผมสงสัยมากว่าคณะกรรมการชุดนี้มีใครบ้างครับที่เปึนผู้ตรวจสอบ ไปเป่ดดูรายชื่อครับ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบที่บอกว่าไม่มีใครผิด ไม่เสียหาย ประธานคณะกรรมการ พลตํารวจโท จงรัก จุฑานนท์ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเสียหายหรอกครับ แต่ว่านี่เปึนการชี้ให้เห็นโยงมาถึงเหตุการณ์ปัจจุบันว่าข้าราชการตํารวจท่านนี้เข้ามายุ่ง เกี่ยวกับทีโอที และมีตําแหน่งแห่งที่มากมาย ผมก็ไม่ได้ว่ากล่าวให้ท่านเสียหาย แต่ผม ตั้งข้อสังเกตว่าใช้มาตรฐานใดในวินิจฉัยว่ารัฐไม่เสียหายจากกรณีดังกล่าว ผมเรียน ท่านประธานว่า เรื่องนี้มันด้วนเพียงแค่นี้แหละครับว่า พอคณะกรรมการทีโอทีชี้แจง ตอบกลับมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีแบบนี้ไม่มีการดําเนินการต่อครับ ผมอยากถามคณะกรรมาธิการครับว่า ในเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นมากมายเปึน แสนล้านขนาดนี้ กฤษฎีกาชี้ชัดขนาดนี้ทําไม ครม. คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันรวมถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีไม่มีการดําเนินการทําให้รัฐได้รับการชดเชยความเสีย เพราะบัตรนี้ครับจากผลการกระทําดังกล่าว ทําให้บริษัท ทีโอที ได้รับความเสียหาย รายได้จากแผ่นดินก็ลดไปครับ ไปดูรายได้ของรัฐครับ รายได้ของรัฐในงบประมาณป้นี้ รายได้จากรัฐพาณิชย์ ป้ที่แล้วครับประเมินคือป้ ๒๕๕๑ ว่าเงินรายได้ควรจะได้ สักประมาณ ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ป้หน้าลดลงอีกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากผลประกอบการของบริษัท ทีโอที ที่ได้รับความเสียหายเพราะตัวเลข ฟัองชัดว่าเงินกําไรป้ ๒๕๔๖ หลังจากมีการดําเนินการแบบนี้อยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท พอป้ ๒๕๔๗ ลดเหลือ ๙,๑๐๐ ล้านบาทป้ ๒๕๔๘ เหลือ ๖,๖๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๐ เหลือ ๖,๒๐๐ ล้านบาทครับ เรื่องอย่างนี้ครับเปึนเรื่องต่อเนื่องกันมาก ผมไม่ได้กล่าวหา ว่าเรื่องการเมืองเกี่ยวเนื่องกัน แต่ท่านเก็บดองเรื่องนี้ไว้ไม่ได้ครับ ความเสียหาย อีกประการหนึ่งครับท่านประธานครับ เห็นได้ชัดมาก ก็คือกรณีที่รัฐบาลชุดเดียวกันที่ทั้ง แก้ไขสัญญาสัมปทาน ทั้งไปให้เงินพม่ากู้ แล้วให้คนไทยแบกรับด้วยเงินภาษีประชาชน คนยากคนจนทั้งประเทศ ไปออกพระราชกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตครับ หลังจาก ออกไปแล้วมีการหักส่วนแบ่งรายได้ก่อนออก คนเขาก็วิพากษ์พิจารณ์ว่าการออก พระราชกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเปึนการช่วยผู้ประกอบการกีดกันไม่ให้เกิด รายใหม่เกิดขึ้น ผลเสียหายก็คือบริษัท ทีโอที ได้รับเงินรายได้ลดลง แต่เรื่องใหญ่ ที่มันเกิดขึ้นในเวลานี้ผมตกใจมากครับ เรื่องนี้กรรมาธิการได้ซักถามหรือไม่ครับ คือหลังจากที่มีการหักส่วนแบ่งรายได้จ่ายเปึน ภาษีสรรพสามิตไปแล้ว ในเวลานั้นทางทีโอทีถูกประเมินภาษีครับโดยกรมสรรพากร แล้ว ปรากฏว่าทีโอทีเห็นว่าเปึนเงินจํานวนที่สูงมากขอทุเลาภาษีไว้ก่อน แต่ในเวลาทุเลาภาษีนี้ เขาต้องมีหลักประกัน ทีโอทีทําอย่างไรครับ ทีโอทีซึ่งเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐต้องนําที่ดิน ของทีโอทีไปจํานองครับ ไปจํานองเปึนหลักประกันขอทุเลาภาษีผลเสียหายทั้งหมดที่มัน เกิดขึ้นมาจากฝ์ายการเมืองที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวคลอบงําออกนโยบายในลักษณะที่เปึน ผลประโยชน์ทับซ้อนแล้วก็ทําให้เกิดความเสียหาย ความจริงหลังจากนั้นพอมีการตั้ง กระทรวงไอซีที เรื่องแก้พระราชกําหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเปึนเรื่องที่พวกเรา อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีขณะนั้น ปัจจุบันนี้ท่านดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านบอกไม่เสียหายวันนี้เกิดขึ้นแล้วครับ แล้วเห็นชัด ครับ สถานะการเงินของทีโอทีเปึนอย่างไรครับ นี่ยังไม่นับรัฐวิสาหกิจอื่นอย่าง กสท. ก็มี ปัญหาในลักษณะที่คล้ายกัน ผมเรียนท่านประธานทั้งหมดนี้ขึ้นมาด้วยความเปึนห่วงครับ แล้วก็ปรับลดงบประมาณอย่างน้อยที่สุดต้องชี้ให้เห็นว่าเราไม่เห็นด้วย และต้องมีการ ดําเนินการกระบวนการตรวจสอบทั้งหมด เรื่องนี้ผมเรียนที่ประชุมนี้และมีการถ่ายทอดสด ไปทั่วประเทศ เพื่อชี้ให้เห็นว่าพรรคฝ์ายค้านในเวลานั้น อย่างประชาธิปัตย์พูดเรื่องนี้ มาตลอด และบัดนี้มันยืนยัน มันพิสูจน์ว่ามันเปึนจริง คนทําผิดวันนี้ส่วนหนึ่ง มีการหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว ซึ่งต้องมีการดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป แต่ความเสียหายเหล่านี้รัฐจะทําอย่างไรครับ ครม. จะทําอย่างไรครับ รัฐบาลจะทํา อย่างไรครับ นี่คือเรื่องใหญ่มากครับ และต้องดําเนินการจัดการ
ผมอยากจะป่ดท้ายด้วยการอันเชิญพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสื่อได้ลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ สิงหาคม ในเวลาที่ทรงมีพระราชดํารัส กับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ทรงมีพระราชดํารัสว่า ขอให้ทุกท่านได้สามารถ ปฏิบัติงานในด้านการเงินให้เรียบร้อยไม่ให้บ้านเมืองต้องล่มจมซึ่งเดี๋ยวนี้ใกล้ล่มจมแล้ว เพราะการใช้เงินไม่ระวัง อันนี้ครับภารกิจของสภาผู้แทนราษฎร ภารกิจของฝ์าย นิติบัญญัติ ภารกิจของกรรมาธิการงบประมาณ นี่มันเงินคนยากคนจน เงินภาษราษฎร ทั้งประเทศ ท่านตอบคําถามนี้ได้ไหมครับว่ากรรมาธิการไปปกปัองเงินของเรา รัฐบาลทํา อย่างถูกต้องและระมัดระวังการใช้จ่ายเงิน เพราะพระองค์ท่านก็ทรงมีพระราชดํารัสว่า บ้านเมืองใกล้ล่มจมแล้ว เพราะใช้จ่ายเงินไม่ระมัดระวัง เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ แล้ววันนี้ งบประมาณที่พูดกันมาตลอด ๓ วัน ปัญหาปะทุเกิดขึ้นตลอดเวลา สักครู่นี้กรณีของ จังหวัดก็ชัดเจนจึงไม่เปึนที่แปลกใจประการใดถ้าหากว่าฟังเหตุผลที่ชี้แจงทั้งหมดแล้ว ฝ์ายค้านวันนี้จําเปึนครับที่จะต้องลงมติไม่สามารถจะรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายฉบับนี้ได้ครับท่านประธาน
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็นและท่านสมาชิกที่สงวนคําแปรบัญญัติ ในมาตรา ๓๐ ก็ได้อภิปรายครบถ้วนแล้วนะครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ขออนุญาตท่านประธานได้เรียนชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๓๐ ที่ท่านสมาชิก ได้ให้ความสนใจซักถามเกี่ยวกับการปรับลดของงบประมาณขององค์การเภสัชกรรม มีข้อ คําถามว่าทําไมถึงปรับลดงบประมาณขององค์การเภสัช ปรับลดไปทั้งหมด ๗๓ ล้านบาท ด้วยเหตุผลเรื่องใด ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ งบประมาณขององค์การเภสัชกรรม แผนงานพัฒนาสุขภาพของ พี่น้องประชาชนเปึนโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนปัองกันไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ในระดับอุตสาหกรรมมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) ขอองค์การอนามัยโลก งบประมาณที่ตั้ง ทั้งหมด ๓๘๕,๐๗๐,๐๐๐ บาท เปึนรายการอยู่ ๒ รายการครับ เปึนค่าครุภัณฑ์ซึ่งมี ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์กับครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จํานวน ๒๒๓ ล้านบาท และก็เปึนค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้างซึ่งเปึนงบผูกพันตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นมา ป้ ๒๕๕๑ ตั้งไว้ที่ ๖๕ ล้านบาท และดําเนินการไปแล้ว และป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ ๑๓๙ ล้านบาทเศษ ป้ ๒๕๕๓ เปึนงบผูกพัน ตั้งไว้ที่ ๑๑๖ ล้านบาทเศษ กรรมาธิการปรับลดไป ๗๓ ล้านบาท เปึนรายการค่าครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์เปึนตามราคามาตรฐานของครุภัณฑ์ แล้วก็อีก ส่วนหนึ่งนะครับเปึนการปรับลดค่าครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จํานวน ๒๕ รายการ ในรายการที่ ๑๙ เปึนชุดเครื่องล้างระบบอบฆ่าเชื้อหลอดบรรจุและป่ดฝานะครับ ซึ่งเปึน ชุดครุภัณฑ์ที่จะติดตั้งหลังจากที่โครงสร้างทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ส่วนอีก ๒๒ ล้านบาท เปึนการปรับลดในสิ่งก่อสร้างที่ผมได้นําเรียนไปเรียบร้อยนะครับ เพราะฉะนั้นรายการที่ คณะกรรมาธิการได้ปรับลดนั้นถือว่าเปึนรายการที่ปรับลดไปตามสภาพงานและลักษณะ งานที่ไม่กระทบต่อการดําเนินงานขององค์การบริษัทนะครับมีเหตุผลความจําเปึนจริง ๆ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ
เชิญท่านกรรมาธิการพีระพันธุ์ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร ประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับที่ได้ห่วงใยในกรณีของการเคหะแห่งชาติ ในประเด็นที่ได้ สอบถามนะครับก็ต้องกราบเรียนว่าทางกรรมาธิการไม่ได้กริ่งเกรงใจในเรื่องเหล่านั้นเลย นะครับ แล้วก็ได้เรียนสอบถามผ่านท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาตินะครับที่ได้มาชี้แจง งบประมาณของเราในห้องกรรมาธิการ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการดูแลพี่น้อง ประชาชน ท่านผู้ว่าก็รับว่าจะไปปรับปรุงในด้านของการบริหารที่จะไม่ให้มีความ เดือดร้อนเหมือนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออภัยเอ่ยนาม ท่านธนา ชีรวินิจ นะครับ ได้หยิบยกขึ้นมา ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ไม่ว่าจะเปึนท่านดอกเตอร์ สรรเสริญ สมะลาภา แล้วอีกหลายท่านได้ให้ความกรุณามาเปึนห่วง ทางท่านผู้ว่า การเคหะแห่งชาติก็รับไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงเปึนเรื่องที่ท่านจะต้องไป ติดตามกันอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของเรื่องงบประมาณ เรื่องโครงการฟุ๋นฟูแฟลตดินแดง เรื่องนี้กรรมาธิการก็ได้สอบถามแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งผมเข้าใจว่าจะต้องมีการดําเนินการ กันต่อไป แต่ว่าทางคณะกรรมาธิการได้หารือ ขออภัยขอเอ่ยนาม ท่านบัณฑูรนะครับ ท่านว่าที่ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านต่อไป ว่าในเรื่องนี้ถ้าข้อเท็จจริงเปึนอย่างที่ ท่านสมาชิกได้สอบถาม ซึ่งเราได้สอบถามในห้องกรรมาธิการมาก่อนแล้ว ถ้าหาก ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนั้น ก็ขอให้ท่านผู้ว่าการเคหะแห่งชาติได้ปรับปรุงงบประมาณในส่วนนี้ เสีย แล้วก็ขอให้ไปดําเนินการในส่วนที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นให้ มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งท่านผู้ว่าก็รับไปที่จะหารือและทางสํานักงบประมาณก็รับเรื่องนี้ไปแล้ว เพื่อจะปรับปรุงรายละเอียดให้ดีขึ้นในทางการบริหารงบประมาณต่อไป ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องการอบรมสัมมนา ผมกราบเรียนครับว่าเรื่องงบการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ กรรมาธิการได้ตรวจดูอย่างละเอียด ถ้าหากท่านสมาชิกได้ดูในข้อสังเกตนะครับ เราจะมี การเขียนเรื่องนี้ไว้เลย เพราะปัญหาอย่างที่ท่านได้สอบถามไม่ได้มีเฉพาะพื้นที่ของ การเคหะแห่งชาติหรือในหน่วยงานการเคหะแห่งชาติเท่านั้น มีในหน่วยงานอื่นที่เปึน ปัญหาในกรณีคล้ายคลึงกันนะครับ เราก็เลยได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ เพราะฉะนั้นที่ท่านได้ สอบถามนี่นะครับก็กราบเรียนว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้มีการขอเอกสารหลักฐาน มาแล้วมาดูในเบื้องต้น หลายส่วนก็เปึนความจริงอย่างที่ท่านว่า แต่ทางกรรมาธิการ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ครับแล้วก็ครั้งนี้ก็ได้เขียนไว้ชัดเจนในข้อสังเกตท้ายรายงานของเราด้วย นะครับ ผมก็ขออนุญาตย้ําอีกครั้งว่างบประมาณที่เกี่ยวกับเรื่องการอบรมสัมมนาได้ กําหนดเอาไว้เปึนข้อสังเกตว่า ถ้าหากว่าต้องมีการจัดอบรมสัมมนาพี่น้องประชาชนก็ให้ จัดในพื้นที่ที่เปึนภูมิลําเนาหลักของพี่น้องประชาชนนั้น คงจะไม่มีการเดินทางท่องเที่ยวไป ในต่างจังหวัดอีกต่อไป อันนี้ก็คงจะเปึนเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการ แล้วก็ได้มอบให้ทาง สตง. ด้วย ครับ เพื่อท่านสมาชิกจะได้สบายใจนะครับมีการพูดในห้องกรรมาธิการ แล้วก็ มอบให้ทาง สตง. ว่านับจาก วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ซึ่งเปึนวันเริ่มต้นป้งบประมาณ ๒๕๕๒ นี่ให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. นี่นะครับติดตามงบประมาณในส่วน ของการเคหะแห่งชาติ และส่วนอื่น ๆ ตั้งแต่วันแรกของงบประมาณในการใช้จ่ายเพื่อไม่ให้ เกิดปัญหาอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เปึนห่วง แล้วก็เพื่อปัองกันไม่ให้ดําเนินการผิดพลาด อย่างที่ได้ตกลงรับปากกรรมาธิการไว้ครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้สบายใจได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการวิทยาครับ
ขออนุญาตครับ ผมใช้เวลานิดเดียว ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก กรณีตามที่ท่านสาทิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ อภิปรายไว้ก็เปึนประเด็นสําคัญที่กรรมาธิการในฐานะที่ทําหน้าที่ได้มีการตรจสอบและก็มี การอภิปรายกันเยอะมาก โดยเฉพาะของฝ์ายค้าน ที่มาจากฝ์ายค้านก็เรียนตามตรง ผมเองก็ได้รับทราบข้อมูล ตามที่ท่านได้อภิปรายอยู่ด้วย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะเปึน เพราะการปฏิบัติหน้าที่หรือเรื่องของสัญญา ก็เปึนผลทางกฎหมายที่เราจะต้องติดตาม เพราะขั้นตอนตามที่กรรมาธิการได้ตรวจสอบนั้นอยู่ขั้นตอนระหว่างดําเนินการด้านทาง กฎหมาย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ในคําอภิปรายของท่านพวกเราก็ต้องติดตามกันต่อไปด้วย แต่ทั้งนี้ขออนุญาตในส่วนของเงินที่ธนาคารส่งเสริมการส่งออกได้ปล่อยในเงื่อนไข ที่รัฐบาลได้มีในอดีตนั้น เราก็มีการอภิปรายพูดคุยกัน เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบตาม เงื่อนไขของสัญญา และผลต่างนั้นก็เรียนตามตรง ก็เปึนไปตามเงื่อนไขแต่ อย่างไร ก็แล้วแต่ กรรมาธิการก็มองภาพกว้างด้วยก็คือหมายถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับกับประเทศ ไทยในอนาคต มีการซักถามกันด้วยเปึนอย่างไร ก็ขอขอบพระคุณในความห่วงใยของ ท่านกรรมาธิการ และเราคงจะต้องช่วยกันติดตามดูรายละเอียดต่อไปด้วย ผมขอเอา คําอภิปรายของท่านไว้เปึนข้อสังเกตที่กรรมาธิการต่อไปอาจจะต้องพิจารณาควบคู่กัน ไปด้วย ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสาทิตย์ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานครับ ผมขอบคุณ ท่านกรรมาธิการนะครับที่ช่วยชี้แจง ผมเพียงแต่ขอความชัดเจนอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง ที่บอกว่ากรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้กําลังมีการดําเนินการทางกฎหมายนี้ ที่อยากจะ ทราบคือไปถึงขั้นตอนไหน อย่างไร ที่กังวลก็เพราะว่าในเวลานี้ บริษัท ทีโอที ขออนุมัติ คณะรัฐมนตรีไปลงทุนในเครือข่าย ๓ จี ซึ่งมีการขอวงเงินงบประมาณลงทุนไปมากกว่า ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววันนี้มีประเด็นต่อเนื่องกันมาเยอะ มันก็มีข่าวซุบซิบในทํานองว่า เวลาเอาเงินงบประมาณรัฐไปลงทุนอีก ๒ – ๓ หมื่นล้านบาทนี้ มีการไปออกข่าวในทํานอง ว่า ผมขออนุญาตอ่านนะครับ เกมผลประโยชน์ชิงความถี่ ๓ จี ทีโอที เอ.ไอ.เอส. จ้องงาบ อ้างสิทธิสัมปทานเดิม มันก็จะมีปัญหานี้เกิดขึ้น ทีนี้ใช้เงินกู้อีก ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เรื่องใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นกรณีดําเนินการตามกฎหมายเดิมนี้มันก็จะทําให้เกิดความ ระมัดระวังทุกฝ์าย แล้วก็จะคาบเกี่ยวมาถึงเงินลงทุนจํานวนมหาศาลด้วย ไม่อย่างนั้น ผลประโยชน์มันผูกพัน ผมกลัวพิจารณางบประมาณอีก ๑๐ ป้ก็ยังใช้หนี้กันไม่หมดครับ
เชิญครับ
ท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับ ประเด็นที่ท่านเปึนห่วง ผมเรียนตามตรงนะครับ ผมก็ขอความร่วมมือคือ สตง. ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมนั้นผมก็คิดว่าเขาคงติดตามแล้วก็มีจดบันทึกไว้ก็คงไว้ใจได้ ขอบคุณ ครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๓๐ มีการแก้ไขโดยกรรมาธิการนะครับ และมีกรรมาธิการเสียง ข้างน้อยสงวนความเห็น มีสมาชิกสงวนคําแปญัตติ ก็จําเปึนต้องขอมติจากที่ประชุม นะครับ ก็เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม ด้วยการแสดงตนนะครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกได้กรุณาเสียบบัตรและแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนจะมี การลงมติ เชิญครับ เหลืออีก ๕ มาตราเท่านั้นนะครับ คงใช้เวลาอีกไม่นาน พร้อมนะครับ ขอให้ทุกท่านได้กดบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอผลเลยครับ มีผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๗๑ ท่าน ครบองค์ ประชุม
ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ได้ แก้ไขตามร่างของคณะกรรมาธิการ ได้โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนคําแปรญัตติและผู้สงวนคําแปรญัตติ กรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ครับ เชิญใช้สิทธิลงมติได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมตินะครับ ขอผลการลงมติเลยครับ ผลการลงมติจากจํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๘๒ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๒๖๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ เสียง ไม่ลงคะแนน ๓ เสียง ก็เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรตามที่กรรมาธิการได้มี การแก้ไขในมาตรา ๓๐
ต่อไปจะเปึนการพิจารณา มาตรา ๓๑ สภากาชาดไทย มีการแก้ไข เชิญ ท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๓๑ สภากาชาดไทย มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
มาตรานี้ ไม่มีผู้สงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติติดใจที่จะอภิปรายนะครับ แต่เนื่องจากกรรมาธิการมีการแก้ไข ก็จําเปึนจะต้องลงมตินะครับ คิดว่าคงไม่ต้อง ตรวจสอบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิลงมติเลยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไข กรุณาลงมติกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใด เห็นกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นและที่สมาชิกได้สงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิลงมติ ได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ป่ดการลงมติครับ ขอผลการลงมติเลยครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๘๑ ท่าน เห็นด้วย กับกรรมาธิการที่แก้ไข ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน ก็เปึนอันว่าในมาตรา ๓๑ มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไข นะครับ
ต่อไปมาตรา ๓๒ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียนมีการแก้ไข เชิญ ท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๓๒ กองทุน และเงินทุนหมุนเวียน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวน คําแปรญัตติครับ
ครับ เรียนเชิญท่านที่จะอภิปรายนะครับ คือผู้ที่สงวนความเห็นและผู้ที่สงวนคําแปรญัตติ ท่านแรก เชิญท่านผ่องศรี ธาราภูมิ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ขออนุญาตว่าดิฉันได้แปรญัตติไว้ แต่ขอสละสิทธิ์คะ เนื่องจาก ได้ฝากประเด็นไว้กับท่านอื่นแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบพระคุณครับ ท่านต่อไปท่านรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ เรียนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มที่ ๓ ดิฉัน ได้แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายของกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเห็นว่ากองทุนนี้ พอเราพูดถึงกองทุนคนจะมองเห็นเม็ดเงินเปึนตัวสําคัญ แล้วก็ การใช้เงินจากกองทุนก็จะเปึนเงินที่ใช้ง่าย แล้วระเบียบที่ใช้ก็ไม่เข้มงวด เพราะฉะนั้น การใช้เงินกองทุนเปึนเรื่องที่พึ่งระมัดระวัง เราต้องใช้หลักธรรมาภิบาลให้มาก ต้องโปร่งใส แล้วก็ตรงไปตรงมา แล้วเท่าที่ดูที่จริงดิฉันทราบว่ากองทุนมีมากกว่าที่กําหนดไว้ในนี้ เพียงแต่ว่าเฉพาะเท่าที่อยู่ในนี้ก็สามารถที่จะจัดหมวดหมู่ได้เปึนกองทุนที่สนองงาน ทางด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม มีกลุ่มทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ ด้านการเมือง ด้านกีฬา แล้วก็จะเห็นว่ามีหลายกองทุนที่มีลักษณะอาจจะซ้ําซ้อนกัน มีลักษณะเหมือนกับ ถ้าหน่วยงานไหน ถ้ากฎหมายฉบับไหน พอบัญญัติกฎหมายขึ้นมาแล้วถ้ามีการที่จะต้อง ใช้เงินแล้วเปึนเงินอุดหนุนก็มักจะตั้งกองทุนขึ้นมาในกฎหมายฉบับนั้น แล้วก็เพื่อที่จะให้ ใช้ได้สะดวกและก็ไม่เข้มงวดอย่างที่เรียนท่านแล้ว จะเห็นว่ากองทุนที่ซ้ําซ้อนกันมีอยู่ หลายกองทุนใกล้เคียงกันด้วยนะคะ อย่างเช่นกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา กับกองทุน เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันแล้วก็จะเปึนตัว ยืนก็คือ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่ถ้าอีกกองทุนหนึ่งที่ผูกกับรายได้ก็แล้วแต่ นโยบายของรัฐบาลด้วย หรือกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรกับกองทุนปรับโครงสร้าง การผลิตภาคการเกษตร แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าลักษณะของความซ้ําซ้อนแล้วก็ ลักษณะของการใช้จ่ายสิ่งที่พึงระวังก็คือการที่จะต้องติดตามประเมินผลการใช้เงินกองทุน อย่างเช่นกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติจะเปึนลักษณะของการจัดตั้งกองทุนที่ ไม่ได้เตรียมความพร้อมให้กับชุมชน เพราะฉะนั้นพอไม่ได้เตรียมความพร้อมหรือ แม้กระทั่งกองทุนอื่น ๆ ก็ตามตั้งกองทุนขึ้นมาแล้วผู้ที่มีส่วนได้เสียที่จะต้องใช้เงินใน กองทุนนี้ไม่ค่อยทราบนะคะว่าตัวเองจะมีได้สิทธิประโยชน์อะไรจากกองทุนเหล่านี้บ้าง กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติลักษณะของการที่ให้ตั้งแต่ครั้งแรกเปึนนโยบายให้ ไปพร้อมกันและก็จํานวนเท่ากันนี่นะคะเปึนอันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าไม่ได้มีการ เตรียมการ เตรียมชุมชน หรือว่าเตรียมชาวบ้านนะคะ ทําให้คนทั้งหลายจํานวนไม่น้อยนะคะ ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของกองทุน อย่างจุดประสงค์ของกองทุนบอกว่าให้เปึนแหล่งเงินทุน สําหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างงาน เพื่อเพิ่มรายได้ แล้วเพื่อให้บริหารจัดการ กองทุนด้วยตัวเอง แต่เราจะพบว่าสมาชิกจํานวนมากไม่เข้าใจ บางรายก็จะนําเงินไป ใช้หนี้พอได้มาไม่ได้เอาไปลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ และจะเอาไปชําระหนี้นอกระบบหรือ บางคนเข้าใจว่าเปึนเงินให้เปล่าแล้วก็ไม่คืน พอไม่จ่ายคืนนี่นะคะหรือบางแห่งดิฉันได้ไป ทําวิจัยเรื่องกองทุนหมู่บ้านบางแห่ง บางหมู่บ้านกองทุนสมาชิกในหมู่บ้านมีน้อยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะคะที่ชําระหนี้โดยรายได้ที่ได้จากกองทุนที่กู้ยืมไปแล้วบังเอิญว่าหน่วย ราชการเองก็ไม่ค่อยได้สนใจในประเด็นนี้ก็สนใจเพียงแต่ว่ากองทุนนี้เขาจะคืนเงินครบ หรือไม่ ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ แล้วก็ดีใจนะคะประเมินออกมาว่าประสบ ความสําเร็จมาก เพราะมีคนที่ไม่คืนเงินเพียงแค่ ๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ความเปึนจริง แล้วก็จะทราบกันได้โดยทั่วไปมีงานวิจัยมากมายบางทีอาจจะเปึนเพราะว่า
๑. การขาดจิตสํานึกแล้วก็นําเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นนะคะ และก็จะเปึนการ ทําลายระบบเศรษฐกิจพอเพียงของชาวบ้าน เพราะว่าจากสถิตินี่นะคะแทนที่จะเปึนการ แก้ไขหนี้สิน ปรากฏว่าหนี้ครัวเรือนจากสถิติป้ ๒๕๔๓ หนี้ครัวเรือนมี ๖๘,๔๐๕ บาท พอมาถึงป้ ๒๕๔๗ ก็จะมีหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาเปึน ๑๐๔,๕๗๑ บาท พอป้ ๒๕๕๐ หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาเปึน ๑๑๖,๐๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นแปลว่าหนี้ครัวเรือนก็ยัง เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏว่าประเภทหนี้ของครัวเรือนนี่นะคะเปึนหนี้เพื่อการบริโภค ๓๓ เปอร์เซ็นต์ หนี้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการประกอบอาชีพแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ ก็แปลว่าใช้จ่ายไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นก็อยากก็กราบเรียนว่า แล้วก็พอพูดไปถึงกองทุนเพื่อทางด้านสังคม อย่างเช่น กองทุนการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เหล่านี้เวลาดูวัตถุประสงค์และคนที่จะใช้ได้ก็คือให้หน่วยงานของรัฐกับเอกชนที่จริงแล้ว กองทุนเหล่านี้ไม่ควรให้หน่วยงานของรัฐใช้เงินกองทุนตรงนี้ เพราะว่าสามารถที่จะตั้งงบ กิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมาได้อยู่แล้ว กองทุนเหล่านี้ควรส่งเสริมให้กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่ทํางาน เพื่อผู้ด้อยโอกาสเปึนคนใช้เงิน แต่ปรากฏว่าก็ใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์ รวมไปถึงกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ปรากฏว่าทํางานยังได้ผลงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทะเบียนสมาชิก กองทุนเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนสมาชิกประมาณ ๖ ล้านคน ขึ้นทะเบียน หนี้สินประมาณ ๕ – ๖ แสนคน แต่แก้ปัญหาพวกที่เปึนหนี้สินได้แค่ ๓,๐๐๐ ราย แค่นั้นเอง แถมรัฐบาลยังมีโครงการเปึนแผนงานฟุ๋นฟูอาชีพและพัฒนาเกษตรใน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์หรือใน ธกส. รวมแล้วเปึน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าเงินกองทุนฟุ๋นฟูเสียอีก เพราะฉะนั้นมันก็จะเปึนการแยกกันไปทํางานหรือแบ่งกัน ทํางานหรือไม่ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านว่าต้องติดตามแล้วก็ทําความเข้าใจกับผู้ที่ มีส่วนได้เสียที่จะได้ประโยชน์จากกองทุนนี้ให้ดีเพื่อที่เขาจะได้ตรวจสอบได้แล้วก็ จะได้ประเมินประสิทธิภาพได้ด้วย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านอรรถพร พลบุตร
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผม ได้อภิปรายประกอบการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓๒ นะครับ กองทุน และเงินทุนหมุนเวียน โดยกระผมได้ขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกองทุนฟุ๋นฟู และพัฒนาเกษตรกร ซึ่งตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ นี้ จํานวน ๑๗๐ ล้านบาท ขอปรับลดลงร้อยละ ๑๐ ครับ เวลาที่ได้รับแค่ ๗ นาทีน้อยมากนะครับ แต่นั่นก็เปึน กฎเกณฑ์ เปึนกติกา ข้อตกลงของสภาแห่งนี้ ซึ่งต้องเคารพ ฉะนั้นกระผมก็จะใช้เวลาที่ น้อยนิดตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ และเน้นไปในเนื้อหาซึ่งเปึนหัวใจของประเด็น ของเรื่องราวนี้ แต่หัวใจของเรื่องนี้คืออะไรครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แม้ว่า ประเทศของเราจะเปึนประเทศเกษตรกรรม และพี่น้องเกษตรกรไม่ใช่คนส่วนน้อยของ ประเทศ แต่ความจริงที่เจ็บปวดก็คือการต้องยอมรับว่าพี่น้องเกษตรกรตกอยู่ใน สถานการณ์ของหนี้สิน ไม่ว่าจะหนี้ในระบบหรือหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน หรือชาวประมง ติดอยู่ในบ่วงแห่งหนี้สินตรงนี้ตลอดเวลา เพราะในโลก ของทุนนิยมพี่น้องเกษตรกรคือคนที่อ่อนกําลังและมีภูมิต้านทานต่ําสุด ท่านประธานครับ ด้วยพลังแห่งความคับแค้นตรงนี้ พี่น้องเกษตรกรทั่วทั้งประเทศก็ได้รวมพลังกันต่อสู้ ขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องความหวังใหม่ของชีวิต จนกระทั่งสําเร็จในป้ ๒๕๔๑ – ๒๕๔๒ ในรัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี เราได้มีเครื่องมือกลไกใหม่สําหรับ การแก้ไขปลดเปลื้องหนี้สินของเกษตรกร ซึ่งเรียกว่ากองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร เราได้มีพระราชบัญญัติฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรขึ้นในเดือนตุลาคมของป้นั้น พี่น้อง เกษตรกรทั่วทั้งประเทศมีความหวังมองเห็นหนทางข้างหน้า และเขาก็รู้ว่าที่เขาต่อสู้มานาน หลายสิบครั้ง ชุมนุมไม่ว่าจะที่โคราช ที่ขอนแก่น ที่ลําตะคอง ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า หรือที่กระทรวงเกษตร มันไม่สูญเปล่า เขาก็มีความหวังเกิดขึ้น เขาหวังว่าวันพรุ่งนี้เขาจะมี ชีวิติที่ดีขึ้นไปกว่าเดิมแต่น่าเสียดาย ท่านประธานครับ เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนทุกอย่างก็ เปลี่ยนไป บาทบาทของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้สะดุดหยุดลง ได้เปึนแหล่ง ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางพวก ได้เปึนเวทีแห่งความขัดแย้งของเกษตรกร ซึ่งจนกระทั่งถึงวันนี้ยังหาจุดจบไม่เจอและที่ร้ายที่สุดได้เปึนเครื่องมือของพรรคการเมือง คนที่มีอํานาจหรือกลุ่มการเมืองในขณะนั้น ผมยังจําภาพได้ครับ ไม่กี่ป้ที่ผ่านมาครับ อดีตผู้นําคนหนึ่งขึ้นไปยืนบนวัวเทียมเกวียนที่เพชรบุรีบ้านผม วัดเขาบันไดอิฐ ต่อหน้า พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศหลายหมื่นคนถ่ายทอดสดออกไปทั่วทั้งประเทศ ท่านประกาศ เสียงดังฟังชัดบอกว่าจะเร่งรัดผลักดันใช้งบประมาณทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเพื่อปลดเปลื้อง หนี้สินเกษตรกรให้เร็วที่สุด พี่น้องเกษตรกรหลายหมื่นคนในที่นั้นไชโยโห่ร้องเสียงดัง กึกก้องหมด ด้วยความดีใจอย่างสุดขีดครับ แต่เมื่อเสียงไชโยเงียบลงพรรคของท่านก็ชนะ การเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และเมื่อเสียงไชโยเงียบลง เกษตรกรก็ต้องกลับมานอนที่ถนนราชดําเนินเหมือนเดิม มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกที่พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรจากภาคอีสาน ภาคกลางภาคใต้หลายพื้นที่มานอนตากฝนตากลม ทนหิวทนหนาวอยู่อย่างนั้นไม่ใช่เรื่อง ที่น่าสนุกครับ ต่อสู้จนบางทีไม่มีเงินในกระเปิาแม้แต่บาทเดียวและก็กลับบ้านไม่ได้ ไม่ใช่ เรื่องที่น่าสนุกแต่เขาก็ต้องสู้ มันเปึนการแสวงหาความเท่าเทียมกันของชีวิต โชคร้ายเจอ รัฐบาลที่อํามหิตถูกกระบองเข้าไปก็ต้องกลับไปนอนที่บ้านให้ลูกให้เมียเอายาแดง ยาเหลืองทาครับ รักษาบาดแผลในหัวใจของคนจน ผมเข้าใจคนพวกนี้และเราลงโทษ เขาไม่ได้ แต่มีของกองทุนฟุ๋นฟูเกษตรกร อย่างที่ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ได้กราบเรียนไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้เกษตรกรขึ้นบัญชีเปึนสมาชิกกองทุนฟุ๋นฟู ๖ ล้านกว่าคน ๘ ป้ที่ผ่านมาถึง วันนี้กองทุนฟุ๋นฟูเพิ่งรับซื้อหนี้สินเกษตรกรได้เท่าไรรู้ไหม ๓,๐๐๐ กับ ๒๔ คนเท่านั้นเอง ครับ ๘ ป้ ๙ ป้ที่ผ่านมาเปลี่ยนเลขาธิการไปแล้วเกือบ ๑๐ คน บางป้เปลี่ยนมา ๒ คน ท่านประธานเห็นปัญหาไหม อย่างไรก็ตามวันนี้เราก็มีเลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูคนใหม่ เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ท่านดอกเตอร์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ท่านเปึนคนเก่งเปึนคนมีความสามารถ ประกอบกับ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีโดย ฯพณฯ พลตรี สนั่น ขจรประสาสน์ ได้มีมติ ครม. ให้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่างซึ่งเกิดประโยชน์มากขึ้น กับกลไกการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเรื่องของดอกเบี้ยหรือการชะลอการบังคับคดี หรือการ ฟัองร้องพี่น้องเกษตรกรเรามีความหวังมากขึ้น เรามีความหวังมากขึ้นจนบางทีเราละเลย ที่จะมองว่างบประมาณของกองทุนฟุ๋นฟูในป้นี้ ๑๗๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทเปึนงบ ค่าใช้จ่ายบุคลากร ๙ ล้านบาทเปึนงบดําเนินงานและเปึนงบเลือกตั้ง ตัวแทนเกษตรกร เข้าไปเปึนกรรมการกองทุน ๖๐ ล้านบาท ที่จริงมันมีวิธีปรับลดอีกมากมาย เวลาน้อย ผมคงไม่ลงรายละเอียดในส่วนนี้ แต่ก็ชั่งมันเถอะครับ ๑๗๐ ล้านบาท มันน้อยเหลือเกิน มันคาดหวังอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่ผมและ ส.ส. ประชาธิปัตย์ทุกคนคาดหวัง เราคาดหวัง ในเลขาธิการคนใหม่ เราคาดหวังในคณะกรรมการกองทุน คาดหวังว่าท่านมาจาก การเมือง ท่านปฏิเสธความจริงตรงนี้ไม่ได้ แต่ท่านต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าท่านจะไม่ ยอมให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการดําเนินงานของกองทุนฟุ๋นฟู เหมือนที่เกิดขึ้น ชอกช้ํายับเยินมา ๘ ป้ที่ผ่านมาท่านต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็น กองทุนฟุ๋นฟูเกษตรกรต้องทํา เพื่อชีวิตของเกษตรกรจริง ๆ ครับท่านเลขาธิการและคณะกรรมการกองทุนต้องขับเคลื่อน กองทุนฟุ๋นฟูกลับไปสู่พันธกิจเดิม ซึ่งรัฐบาลสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย กําหนดเอาไว้ นั่นก็คือการปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกรและนอกจากปลดเปลื้องหนี้สินพันธการตรงนี้แล้ว ท่านต้องเยียวยาฟุ๋นฟูให้เขามีกําลังที่เข้มแข็งบนสองขาสองมือหัวใจของเขาไม่ใช่เพื่อจะ กลับไปเปึนหนี้สินซ้ําแล้วซ้ําอีกอยู่อย่างนี้
หมดเวลาแล้วครับ
แล้วความรู้สึกของท่านไม่ว่าตรงนี้ จะเปึนงานประจําจะเปึนงานวิชาชีพของท่านอย่างไร แต่งานของกองทุนฟุ๋นฟูคือชีวิต ทั้งชีวิตของเกษตรกรสําคัญอย่างนั้นจริง ๆ และนี่คือหัวใจของเรื่องราวตรงนี้ ฉะนั้นผมจึง ขออนุญาตปรับลดงบประมาณของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้เปึนโอกาสในการอภิปรายกระตุ้นเตือนให้คณะกรรมการกองทุนและคนที่เกี่ยวข้อง ได้สร้างกองทุนแห่งนี้ให้พ้นจากประวัติศาสตร์ที่ชอกช้ํายับเยินและเปึนอนาคตให้พี่น้อง เกษตรกรได้ลืมตาตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้และพบกับอรุณรุ่งของชีวิตอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญ คุณธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบประทานอภัยท่านประธานด้วยนะครับ เมื่อคืนท่านกรุณา เรียกชื่อผม แต่ว่าบังเอิญในประเด็นที่ผมจะพูดนั้นสมาชิกท่านก่อนคือ คุณหมอวรงค์ได้ พูดไปก่อนหน้านั้นแล้ว ก็เลยขออนุญาตท่านประธานในคืนนี้ ในการที่จะพูดเกี่ยวกับ เรื่องของกองทุนส่งเสริมรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งก็เปึนที่รู้กันทั่วไป เรียกกันสั้น ๆ ว่าเอสเอ็มอี (SME) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตปูพื้นฐานเกี่ยวกับหน่วยงานนี้เพื่อให้เข้าใจได้โดยง่าย นะครับ กองทุนส่งเสริมรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้นจัดตั้งขึ้นโดย พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พุทธศักราช ๒๕๔๓ สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ผมเรียนท่านประธานว่า มีส่วนที่สําคัญอยู่ ๕ ส่วนครับ ท่านประธาน ส่วนแรกเปึนเรื่องของคณะกรรมการส่งเสริมซึ่งระบุอํานาจไว้ในมาตรา ๑๑ ก็คือส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการวางนโยบายและกํากับการดูแล ส่วนที่ ๒ นั้นจะเปึน เรื่องเกี่ยวกับสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งจะบอกขอบเขต อํานาจและก็วัตถุประสงค์ไว้ในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ซึ่งมีรายละเอียดมากนะครับ ส่วนที่ ๓ จะเปึนเรื่องของคณะกรรมการบริหารซึ่งมีหน้าที่บริหารกิจการ ซึ่งกําหนดไว้ใน มาตรา ๒๐ ส่วนที่ ๔ นั้นจะเปึนเรื่องของกําหนดตําแหน่งผู้อํานวยการซึ่งแต่งตั้งโดย คณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่ในการบริหารกิจการ และสุดท้ายก็คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนซึ่งกฎหมายบอกว่าให้ตั้งกองทุนขึ้นมา ตามมาตรา ๓๒ และก็มาตรา ๓๓ ลักษณะพิเศษของกองทุนนั้นระบุไว้ในมาตรา ๓๓ ว่า รายได้ของกองทุนและของสํานักงานให้นําส่งเข้ากองทุนเพื่อใช้ในกิจการตามที่กําหนดไว้ ในพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ต้องส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายครับ อันนี้เปึนลักษณะ พิเศษ คือทําได้เท่าไรก็เก็บเอาไว้ครับ และนี่คือปัญหาที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ในโอกาสต่อไป ว่าจากการตรวจสอบของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ซึ่งได้ ตรวจการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนที่ผมเรียนท่านประธาน โดยตรวจสอบต่อเนื่อง ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ถ้าจะพูดแล้วก็คือตรวจสอบตั้งแต่ที่มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาในป้ ๒๕๔๔ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๕๐ ปรากฏว่าสรุปได้ว่าตรวจสอบแล้วนี่ตั้งแต่ป้งบประมาณ ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๕๐ นี้ เอสเอ็มอีสามารถใช้จ่ายเงินงบประมาณได้คิดเปึนร้อยละ ๗๔.๑๗ เท่านั้น นะครับ ยังมีเงินงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้จ่าย คงเหลือเปึนจํานวนเงินถึง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีหลายโครงการที่ไม่ได้ดําเนินการด้วยตัวเอง โดยมีการจ้างที่ปรึกษาดําเนินโครงการเปึน จํานวนมาก และมีหลายโครงการที่ได้นําเงินไปสนับสนุนให้กับหน่วยงานอื่น ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยดําเนินการอย่างไม่เหมาะสม จัดสรรงบประมาณให้เอสเอ็มอีเปึน จํานวนมากจนเกินศักยภาพที่จะใช้จ่ายเงินให้หมดสิ้นได้ทันภายในป้งบประมาณ และยังมีเงินเหลือที่ยังใช้จ่ายไม่ทันเปึนจํานวนมาก ท่านประธานครับ นอกจากนั้นนะครับ ยังมีข้อสังเกตอีกว่าส่วนราชการสามารถเสนอโครงการเพื่อของบประมาณจากสํานัก งบประมาณได้โดยตรงอยู่แล้วก็จะหลีกเลี่ยงมาขอรับการสนับสนุนจากสํานักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งหมายถึงกองทุนนี้ด้วย นอกจากนั้นกองทุนยังได้หัก เงินไว้โดยอ้างว่าเปึนค่าบริหารจัดการหรือติดตามประเมินผล นําไปใช้จ่ายค่าจ้างบุคลากร ค่าเดินทาง ค่าครุภัณฑ์ ประชาสัมพันธ์และติดตามประเมินผล ซึ่งสรุปว่าเปึนการกระทําที่ ไม่เหมาะสมและไม่มีระเบียบให้ปฏิบัติ โดยเฉพาะการจ้างบุคลากรเปึนจํานวนมากครับ ทั้งที่กําหนดอัตราไว้เพียง ๑๖๐ คน แต่ว่าไปจ่ายเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ถึง ๔๑๙ คน ครับท่านประธาน ผมยังมีตัวอย่างที่จะนําเรียนท่านประธานอีกว่า การที่กองทุนเอสเอ็มอี นะครับทําไม่ถูกต้องนั้น ยกตัวอย่างครับ เรื่องแรก ก็คือเกี่ยวกับเรื่องกระทําผิดระเบียบ กฎหมาย คือการวางระเบียบกําหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการกู้ยืมเงิน และให้กู้ยืมเงิน รวมทั้งการลงทุน การให้ความอุดหนุนหรือการให้ความช่วยเหลือจากเงินกองทุนหรือการ เข้าร่วมกิจการหรือถือหุ้นตามที่กฎหมายบัญญัติก็ไม่ได้ทําตามที่กฎหมายกําหนด นะครับ ระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทน ค่ารับรอง ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่ารับรองประจํา ตําแหน่งผู้อํานวยการและรองผู้อํานวยการ ค่านามบัตร ค่าบัตรอวยพร ก็ไม่สอดคล้อง กับระเบียบ ประเด็นต่อไปครับ ได้ทําผิดกฎหมายอีกหลายอย่าง เช่น แต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วม ลงทุนโดยไม่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็นําเงินงบประมาณจากกองทุน ร่วมลงทุนเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยจํานวนถึง ๖๐ กว่าล้านบาท ไปใช้จ่ายโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่ง สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตว่าให้คืนเงิน ต่อไปทาง กองทุนปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ ทาง สตง. ก็บอกว่าให้คืนงบประมาณจํานวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่งคืนเปึนรายได้แผ่นดิน โดยเร็ว อันนี้ผมเรียนท่านประธานว่าเปึนการตั้งงบกลางไว้เปึนกรณีพิเศษ ในป้งบประมาณ ๒๕๔๗ ต่อไป สตง. บอกว่าให้ทบทวนการอนุมัติการร่วมลงทุนจํานวน ๑๐๕ ราย เนื่องจากไม่ชอบด้วยกฎหมายฉบับนี้ ต่อไปยังมีตัวอย่างของการจัดตั้งบริษัท ต่าง ๆ หลาย ๆ บริษัทนะครับ ซึ่งผมดูแล้วก็ปรากฏว่ามีลักษณะของการที่เปึนการบริหาร อย่างมีผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้บริหารก็คือผู้อํานวยการ มีบริษัทต่าง ๆ ที่จดทะเบียน เพื่อประกอบกิจการตามที่ได้ยื่นกู้ไว้กับทางกองทุนนะครับ เช่น บริษัทส่งเสริมการค้า เอสเอ็มอี ซึ่งมีท่านผู้อํานวยการเปึนประธานกรรมการของบริษัทนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ บริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จํากัด บริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง จํากัด บริษัท ห้องปฏิบัติ กลางตรวจผลิตภัณฑ์ทางเกษตรและอาหาร จํากัด บริษัท อุตสากรรมการบิน จํากัด และ บริษัท กรุงเทพเมืองแฟชั่น จํากัด บริษัท ต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเหล่านี้ บางบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บางบริษัท ประกอบกิจการ ขาดทุนเกินกว่าทุนที่จดทะเบียน ต้องเลิกบริษัท ต้องชําระบัญชี นอกจากนั้นนะครับ ยังได้ มีการระบุว่ามีกรรมการของบริษัท เยลโล่แคท จํากัด ซึ่งมีกรรมการของ บริษัท ส่งเสริม การค้าเปึนเจ้าของ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ได้ไปเช่าที่ทําการของกรรมการบริษัท ซึ่งเปึนที่ปรึกษาเปึนที่ทําการ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท กรุงเทพเมืองแฟชั่น เมื่อครั้งที่ผมทําหน้าที่เปึนกรรมาธิการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวาระของ ส.ส. ในสมัยป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ บริษัทนี้ขาดทุนเปึนเงินเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท และเจ้าของบริษัทนี้คือผู้อํานวยการ ของเอสเอ็มอีครับ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผมเห็นท่านรองผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านนั่งอยู่ ท่านคงจะได้รับข้อมูลเหมือนที่กระผมกราบเรียนท่านประธานในวันนี้ แล้วก็ ขอความกรุณาท่านได้โปรดไปตั้งข้อสังเกต ที่จะให้ทางหน่วยงานนี้ไปปรับปรุงและไปทํา แผนให้ถูกต้อง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กฎหมายฉบับนี้ผมไม่เถียง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ออกโดยท่านอดีดนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ในสมัยที่ พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล แต่พรรครัฐบาลที่บริหารกิจการมาโดยตลอดนั้นเปึนรัฐบาล สมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ จนถึงปัจจุบันนี้ พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคย บริหารเลย สําหรับเอสเอ็มอี นอกจากนั้นท่านประธานครับ ยังมีหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งคิดว่า คงจะใช้เวลารบกวนสภาแห่งนี้ไม่มากนะครับ เพราะว่าเหลืออีกเยอะคงใช้เวลาไม่หมด โดยสรุปแล้วก็คือว่าจากตัวอย่างหลาย ๆ เรื่อง ที่ทางสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตั้ง ข้อสังเกตไปที่ตัวหน่วยงานเองและก็ตั้งข้อสังเกตไปที่สํานักงบประมาณนั้น ผมจึงไม่อาจ ที่จะรับงบประมาณที่ตั้งไว้ถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาทได้ โดยขอปรับลดตามที่ได้แปรญัตติเอาไว้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ คุณบุญยอด สักนาทีเดียวนะครับ ป่ดท้าย
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูง บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร ประชาธิปัตย์ครับ ในเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานะครับ ขออนุญาตที่จะฝาก ไปยังท่านประธานกรรมาธิการซึ่งท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับว่า ในกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นยังมีการให้กู้ยืมกับเด็กนักเรียนอยู่ ในรัฐธรรมนูญนั้น เราจะต้องให้เด็กเรียนฟรี ๑๒ ป้ ๑๒ ป้นั้น น่าจะครอบคลุมไปถึงมัธยมปลาย หรือว่า ปวช. ด้วยซ้ําไป ผมได้เปึนกรรมาธิการด้วยนะครับ ก็เรียนถามทางกองทุน กองทุนก็อธิบาย กลับมาครับว่าเปึนเงินเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ ค่าห้องสมุด อยากฝากไปทางท่าน ประธานกรรมาธิการครับว่า ท่านน่าจะจัดสรรเงินงบประมาณให้เพียงพอ ให้เด็กไม่ต้อง มากู้แล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าจํานวนนิสิต นักศึกษาซึ่งโตกว่านั้น ปรากฏว่าจํานวน ของยอดของเด็กที่จะกู้ได้ก็ยังต่ํากว่าเปัาหมาย ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่เขียนเอาไว้อยู่ใน งบประมาณด้วย ผมขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการด้วยครับ ว่า น่าจะจัดเงินให้กับการศึกษานั้นอย่างทั่วถึง และก็ทําให้เด็ก ๆ นั้นสามารถที่จะเรียน หนังสือได้จนจบครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ก็จบ การอภิปรายนะครับ ในมาตรา ๓๒ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งมีการแก้ไข ต้องขอ มติที่ประชุมนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะ ลงมติ ขอให้เสียบบัตรแสดงตนก่อนเพื่อความรอบคอบของงบประมาณ โปรดเสียบบัตร แสดงตนครับ ท่านเสียบแล้วโปรดแสดงตนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
เจ้าหน้าที่รวมผล ขณะนี้มี ท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๘๒ ท่าน
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่ได้แก้ไขไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการนะครับ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ ท่านสมาชิก โปรดใช้สิทธิของท่านนะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ ไม่มีนะครับ ถือว่าได้ใช้สิทธิกันหมดทุกคนแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล ปรากฏว่าเห็นด้วย ๒๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๑ งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเปึนมาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ ไม่มีการการแก้ไข มาตรา ๓๕ ไม่มีการแก้ไข จบการพิจารณานะครับ ต่อไปผมจะเรียนถามที่ประชุมว่า ท่านผู้ใดจะแก้ไขข้อความ เพิ่มเติมถ้อยคําอะไรบ้างครับ มีไหมครับ ทุกมาตราที่ผ่านมา ตั้งแต่มาตราแรกจนถึงมาตราสุดท้าย
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
คือมาตรา ๓๕ คงไม่มี ท่านผู้ใดแก้ไขถ้อยคํานะครับ ฉะนั้นต่อไปผมจะถามที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบ กับงบประมาณป้ ๒๕๕๒ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสีย โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ ติดตรงไหนครับ ไม่มีบัตรหรืออย่างไรครับ ถ้าอย่างนั้นค่อยเพิ่มเติมทีหลัง ก็ได้ครับ ใช้สิทธิก่อนครับ ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคพลังประชาชน เห็นชอบครับ
ทุกท่านใช้สิทธิแล้วนะครับ ขอเจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนนมาครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๔๐๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๕ ไม่เห็นด้วย ๑๒๒ งดออกเสียง ๓ แสดงว่าที่ประชุมนี้มีมติรับร่างงบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ครับ ก็ถือว่าเห็นชอบกันนะครับ
ต่อไปเปึนเรื่องของข้อสังเกตนะครับ ข้อสังเกตนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคสอง อภิปรายไม่ได้ครับ เพราะท่านเขียนข้อบังคับมาเองครับ ฉะนั้นถ้าท่านดูที่ หนังสือของท่านก็มีข้อสังเกตหมดแล้วนะครับ เพื่อรวบรัดตัดความก็ไม่จําเปึนที่จะต้อง อ่านครับ ก็ขอให้ที่ประชุมนี้มีการลงมติต่อไปนะครับ ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรตามข้อสังเกต โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครไม่เห็นชอบในข้อสังเกต โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคพลังประชาชน เห็นชอบครับ
ใช้สิทธิแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิแล้วนะครับ ไม่มีใครไม่ได้ใช้สิทธิก็ให้เจ้าหน้าที่รวมคะแนนส่งมาได้ มีผู้ใช้สิทธิ ๓๙๕ ท่าน เพราะหนึ่งท่านไม่ได้เอาบัตรเสียบก็เปึน ๓๙๕ เห็นด้วย ๓๘๑ บวก ๑ เปึน ๓๘๒ ไม่เห็นด้วย ๑๐ งดออกเสียง ๓ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบข้อสังเกตนะครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ มีอะไรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในนามของ คณะรัฐมนตรี ขอขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ได้กรุณา พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ เพื่อให้ ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและหน่วยราชการต่าง ๆ ได้มีงบประมาณไปดําเนินการตาม ภารกิจให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยและประชาชนต่อไป สําหรับข้อคิดเห็นและ คําแนะนํา ข้อสังเกตต่าง ๆ ของความห่วงใยที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาเสนอแนะ ตลอดการประชุม รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณอย่างยิ่งครับ ซึ่งจะได้มอบหมาย ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบนําไปประกอบ การพิจารณาดําเนินการต่อไป รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นว่าเงินงบประมาณทุกบาท ทุกสตางค์จะถูกนําไปใช้ตามแผนการที่กําหนดไว้ เพื่อเปึนเครื่องมือสําคัญในการกระจาย โอกาสและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนอย่างทั่วถึงให้ความเปึนธรรม รวมทั้ง มีการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพให้บรรลุเปัาหมายในเชิงนโยบายรัฐบาลได้ กําหนดไว้ต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่าน นายกรัฐมนตรีครับ กระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ นี้ตลอดทั้งเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภานี้ ที่ตรากตรํา ๓ วัน ๓ คืน นะครับด้วยความอดทนอย่างยิ่ง กระผมกราบขอบพระคุณทุกท่านนะครับ แล้วเราจะได้ พบกันในวันที่ ๑๐ ส่วนวันนี้ก็ขอป่ดประชุมแค่นี้ กราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งครับ