วิฑูรย์ นามบุตร หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น โดยระบุว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีข้อเสนอให้มีเงินอุดหนุนเฉพาะกิจแบบกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการตามความต้องการและพัฒนาตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบกลางเพื่อช่วยเหลือท้องถิ่น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบสัดส่วน ในฐานะ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ท่านประธานที่เคารพ ผมจะขออนุญาตพูดมาตรา ๑๗ เฉพาะกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นและเงินอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผมอยากกราบเรียนตรงนี้ก็เพราะว่าเงินที่อุดหนุนให้กับท้องถิ่นทั้งสิ้นนั้น จํานวน ๔ แสนล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนอยู่ที่ ๒๕.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จะเห็นว่า ตัวเลขไม่ได้ขยับขึ้นมาจากป้ก่อนเลย มีตัวเลขเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย แต่ท่านประธาน ในงบประมาณจํานวน ๔ แสนล้านบาทนั้น จํานวน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาผู้แทนราษฎร เราไม่มีโอกาสได้พิจารณา เพราะเปึนเงินรายได้ที่เกิดจากการจัดเก็บภาษีของท้องถิ่น และ จัดเก็บภาษีของรัฐที่จัดแบ่งให้กับท้องถิ่นจํานวนประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่สภาเรามีโอกาสพิจารณาอยู่ตรงที่เงิน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในจํานวน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แบ่งเปึนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เปึนของ อบต. อบจ. และเทศบาล อยู่ที่ตัวเลขประมาณ ๑๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ของ กทม. อยู่ที่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ การพิจารณางบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะเห็นว่า รัฐบาลไม่ค่อยให้ความสําคัญนัก เพราะว่าที่กรรมาธิการจะพิจารณาได้ก็มาจากการเสนอ ของรัฐบาลที่จะเสนอเข้ามายังสภาและไปสู่กรรมาธิการ ผมมองอดีตย้อน ๕ ป้หลังครับ งบที่จัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยมาก ผมย้อนไปดูที่ ป้ ๒๕๔๙ จัดให้อยู่ที่ ๑๒๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ พอมาป้ ๒๕๕๐ ๑๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๒๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ พอป้ ๒๕๕๑ ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยู่ที่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ เพราะว่างบประมาณมันเพิ่มขึ้น แต่ก็สัดส่วนของท้องถิ่น โดยสัดส่วนเปึนเปอร์เซ็นต์นั้นแทบจะไม่เพิ่มขึ้นเลย ป้นี้เปึนป้ที่สภาผู้แทนราษฎรเรามี โอกาสจัดสรรงบประมาณถึง ๑.๘๓ ล้านล้านบาท แต่ท้องถิ่นก็ได้รับเงินอุดหนุนจาก รัฐบาลเพียง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ มาจนถึงปัจจุบันนี้ ตัวเลขที่ในสัดส่วนเพิ่มของท้องถิ่น เพิ่มขึ้นไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ผมไม่ได้คาดหวังที่จะ ให้ถึง ๓๕ ครับ แต่การขยับตัวมันเคลื่อนที่และเคลื่อนย้ายอย่างช้ามาก เพราะฉะนั้น รัฐบาลควรจะให้ความสําคัญกับองค์กรส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะ รัฐธรรมนูญเองมาตรา ๗๘ ได้ระบุบทบาทหน้าที่ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้มีขอบเขตอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน เหมาะสมแก่ การพัฒนาประเทศและสนับสนุนจังหวัดให้มีงบประมาณ ท่านประธานครับ จะให้มีความ เหมาะสมชัดเจนและมีความรับผิดชอบในการพัฒนาประเทศ ถ้ารัฐบาลจัดงบให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหมือนปัจจุบันไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายแห่งมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่อยู่ในต่างจังหวัด อบต. ที่ไม่มี รายได้ที่เพียงพอ ท่านครับรัฐบาลส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคมาจัดลําดับที่ไม่เหมาะสม วันนี้มีข้าราชการจากสํานักงบประมาณ มีจากสภาพัฒน์ มีจากคณะกรรมการ กระจายอํานาจและจากกรมส่งเสริมอยู่ข้างหลัง ต้องไปจัดกระบวนการกันใหม่ครับ ถ้าจัดเหมือนทํามาแม้กระทั่งรวมทั้งป้นี้ ท้องถิ่นไม่มีทางโต ต่อไป ๆ ท้องถิ่นก็จะมีแต่เงิน ใช้จ่ายประจํา เงินที่จะไปลงทุนที่จะไปพัฒนาแทบจะไม่มี ท่านประธานที่เคารพครับ พอบอกว่ามาแยกอํานาจหน้าที่ระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นให้ชัดเจน และเหมาะสม ไม่เหมาะสมเลยครับ ผมยกตัวอย่างหลายเรื่องที่สภาเรามีโอกาสได้ พิจารณา เช่น ท้องถิ่นจะดําเนินการเรื่องการขุดลอกแหล่งน้ํา แต่ก่อนนั้นมีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ เช่น ชลประทานหรือหน่วยงานอื่นรับผิดชอบในพื้นที่นั้น แต่พอมาการ แบ่งสรรปันอํานาจกันแล้ว ทุกวันนี้ปรากฏว่าชลประทานไม่สามารถไปตั้งงบประมาณ ดําเนินการในพื้นที่ในท้องถิ่นได้ถ้าเกิดปริมาตรคิวขุดงานดินน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่ํากว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรให้ท้องถิ่นทํา มากกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรชลประทาน ซึ่งสามารถจัดงบลงได้ ท่านประธานครับ ถ้ามีเงินให้กับท้องถิ่นนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ท้องถิ่นเขาไปดําเนินการได้ ถามว่าปริมาตร ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องใช้งบประมาณ ประมาณสัก ๖๐ – ๗๐ ล้านบาท ท่านครับ อบต.ที่ไหนล่ะครับ อบจ. แห่งใดครับ จะมีงบ ไปขุดลอก ไปพัฒนาแหล่งน้ําโครงการละ ๕๐ ๖๐ ๗๐ ล้านบาท ชลประทานก็ปฏิเสธ ความรับผิดชอบ เพราะบอกว่าแบ่งหน้าที่กันแล้วเปึนของท้องถิ่น พอจะให้ท้องถิ่นทํา เงินอยู่ไหนครับ ตรงนี้คือขาดช่องว่างและรอยต่อระหว่างส่วนภูมิภาค ส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น เปึนเรื่องที่จะต้องไปปรับปรุงและพิจารณากันอย่างมากครับ
ข้อสังเกตประการต่อมาที่เรียนกับท่านประธานก็คือว่าการจัดงบให้กับ ท้องถิ่น นอกจาก อบจ. อบต. และเทศบาลนั้น มาเรื่องของ กทม. ครับ ท่านประธานครับ กทม. ป้ ๒๕๕๑ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเปึนเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไป ๑๕,๐๖๔ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ป้ ๒๕๕๑ นะครับมีเงินทั้งหมดอยู่ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กทม. ได้ไป ๑๕,๐๖๔ ล้านบาท แต่พอป้นี้ครับท่านประธานครับ งบที่จัดให้กับท้องถิ่นเพิ่มจาก ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยสัดส่วนของ กทม. ที่มีประชากรที่มี ความต้องการในการพัฒนามากขึ้นนี่ครับน่าจะได้รับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ปรากฏว่าป้นี้งบ ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมากขึ้น ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ของ กทม. เหลือ ๑๔,๐๐๐ ครับท่าน ดังนั้นการจัดสรรต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับ กรรมาธิการเราไม่มีโอกาสได้พิจารณา ครับ เพราะว่าเปึนเรื่องของรัฐบาลเสนอเข้ามาสู่การพิจารณาของกรรมาธิการ
ประการต่อมาซึ่งอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า ท่านครับ ในเรื่องของการดําเนินการภารกิจของท้องถิ่นนั้น ตอนนี้แน่นอนครับมีความชัดเจน แต่สิ่งที่ขาดก็อย่างที่กราบเรียนก็คือว่าเรื่องงบประมาณ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีโอกาสได้พบเจอ มากที่สุดก็คือว่าก่อนหน้านี้เงินอุดหนุนที่จัดให้กับท้องถิ่นแบ่งออกเปึน ๓ รายการ คือ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนทั่วไปแบบกําหนดวัตถุประสงค์ พอป้ที่แล้วท่านประธานครับ มีเฉพาะเงินอุดหนุนทั่วไปกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ตรงนี้ แหละครับทําให้ปัญหาของท้องถิ่นตาม อบต. ตามเทศบาล และ อบจ. ไม่สามารถ ดําเนินการอะไรได้ เพราะว่าหลายโครงการที่ได้รับภารกิจถ่ายโอนมา เช่น เรื่องแหล่งน้ํา อย่างที่ผมกราบเรียนไป หรือเรื่องถนนที่ อบต. ที่ อบจ. ได้รับการถ่ายโอนมาจาก รพช. รับถ่ายโอนมาจากโยธาธิการเดิม หรือกรมทางหลวงชนบท ปรากฏว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านี้หยุดชะงักโดยสิ้นเชิงท่านครับ ผมไม่ได้ตําหนิท้องถิ่น ผมไม่ได้โทษท้องถิ่นครับ อบต. อบจ. เขาได้รับเงินอุดหนุนไป เขาก็ไปประชุมกัน ไปดูความต้องการจําเปึนเร่งด่วน ในพื้นที่และเงินเขามีน้อย ภารกิจถ่ายโอนต่าง ๆ เหล่านี้ก็เลยไม่เกิดขึ้น ทําอย่างไรล่ะครับ ผมอยากจะถือโอกาสให้สภาหรือผู้มีส่วนรับผิดชอบในป้ต่อไปครับว่า นอกจากจะมี หมวดเงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจแล้ว ให้มีอุดหนุนเฉพาะกิจแบบกําหนด วัตถุประสงค์ด้วย เพราะว่าท้องถิ่นจะได้เงินไปจะสามารถไปทําการตามที่ความต้องการ ต่าง ๆ และการพัฒนาก็จะเปึนรูปแบบ เปึนรูปธรรมชัดเจนขึ้น อย่างเช่นกําหนด วัตถุประสงค์ไปเรื่องนม เรื่องผู้สูงอายุ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมอยากกราบเรียนกับท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าเรามาเจอปัญหาและอุปสรรคในการจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กร ส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นพอสมควรครับ งบประมาณขององค์กรนี้พวกเราไม่ได้ตัด หรอกครับ มีแต่จะจัดให้ จัดหาให้เพิ่ม ทุกอย่างจะได้เติมเต็มให้กับท้องถิ่น เพียงแต่ว่า มันมีน้อย อย่างเช่นเบี้ยเลี้ยง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีอยู่ ๔ – ๕ ล้านคน สามารถจัดทําได้ เพียงล้านกว่าคนเท่านั้น อย่างเช่น อสม. เราก็พูดกันว่าต้องการให้มีค่าตอบแทนบ้าง สักเดือนละ ๕๐๐ บาท สัก ๖๐๐ บาท ถึงตอนนี้ก็ไม่มีครับ ไม่สามารถดําเนินการได้ เบี้ยยังชีพคนพิการ เบี้ยยังชีพผู้ป์วยโรคเอดส์ก็ไม่ได้รับการพิจารณาในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นครับภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะขอให้รัฐบาลดูแลเปึนพิเศษ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้ง งบอุดหนุนให้กับท้องถิ่น รัฐบาลก็ยังมีงบกลางครับ ตั้งเพิ่ม สนับสนุนเพิ่มให้กับท้องถิ่น ไม่ว่าเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ว่าเรื่องอาหารเสริม และเรื่องอื่น ๆ ที่จําเปึนให้กับท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ