สงกรานต์ จิตสุทธิภากร หารือเรื่องการปรับงบประมาณกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และเรียกร้องการปรับเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมกับยุคสมัย พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมในการปรับปรุงกระบวนการและให้ข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อช่วยเหลือนักอุตสาหกรรมในการแข่งขันกับต่างชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นนะครับ ผมขอสงวนคําแปรญัตติปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมียอดทั้งหมด ๕,๘๔๓ ล้านบาท เนื่องจากกรอบ เวลาที่จํากัด ผมจะขอพูดใน ๒ กรมหลัก ๆ นะครับ คือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมซึ่งได้รับ งบประมาณในป้นี้ ๑,๐๕๕ ล้านบาท และก็สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมซึ่งได้ งบประมาณ ประมาณ ๗๐๒ ล้านบาทนะครับ ซึ่งผมคิดว่า ๒ กรมนี้จะเปึนกรมหลักที่ทําหน้าที่พัฒนาแล้วก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศไทย ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบกันครับว่านักอุตสาหกรรมนั้นหลายคน บอกว่าคนที่มาทําอุตสาหกรรมนั้นถือว่าเปึนคนมีกรรมอย่างหนึ่ง เขาเรียกกันเล่น ๆ ว่า อุตส่าห์หากรรม ก็คือว่าการทํางานของนักอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่นั้นจะทําโดย ตัวคนเดียวแล้วก็ส่วนใหญ่นั้นการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมนั้นต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว โดยแทบจะไม่มีการสนับสนุนจากภาคงานของรัฐเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ๒–๓ ป้นี้ อย่างที่หลายท่านอ่านข่าวแล้วก็ติดตามสถานการณ์ทางโลกจะเห็นว่า ประเทศ จีนซึ่งเปึนประเทศที่เปึนยักษ์ใหญ่ทางด้านอุตสาหกรรมนั้นได้ผงาดขึ้นมานะครับ ถือว่า เปึนโรงงานของโลกไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่มาจากประเทศจีนนั้นถูกกว่า ดีกว่า สิ่งที่เรา ผลิตได้ในประเทศไทยเองนะครับ ฉะนั้นเมื่อเรามาดูในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ในส่วนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผมได้สังเกตแล้วก็ติดตามมาโดยตลอดนะครับ ส่วนใหญ่แล้วงบที่ได้นี่ครับ ผมเห็นจากรายการนี้ ๔๑๖ ล้านบาท เปึนงบส่งเสริมเอสเอ็มอี งบพัฒนาขีดความสามารถด้านสารสนเทศอีก ๕๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่เท่าที่ผมมี ประสบการณ์มาในฐานะที่อยู่ด้านอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ก็จะไปเน้นในเรื่องของการ ฝ๊กอบรม โดยการจัดอบรมแล้วก็เชิญเจ้าหน้าที่มา เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรม มารับฟัง พอฟังเสร็จแล้วก็แล้วกันนะครับ ลักษณะของการอบรมนั้นก็จะไปเน้นในเรื่อง ของกระแสที่มีในตอนนั้น เช่น ถ้ามีการพูดกันถึงเรื่องรีเอ็นจิเนียริ่ง (Re-engineering) ก็จะมีการระดมกันเรื่องนี้ทีหนึ่ง พูดกันถึงเรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ก็มีการระดมกัน เรื่องนี้ทีหนึ่ง แต่หลังจากนั้นแล้วก็จบไปนะครับ และโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมาจัดในช่วง ปลายงบประมาณ สิงหาคม กันยายนนี้นะครับเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่นั้นไม่ต้องการอันนี้นะครับ ผมเองนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะตัดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สงวนคําแปรญัตติไว้เพื่อจะถือโอกาสใช้เวลาในช่วงนี้อยากจะฝากท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรีหรือท่านกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องงบประมาณของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครับว่า อยากให้ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมนั้นปรับแนวคิดของการส่งเสริมอุตสาหกรรม เสียใหม่นะครับ เพราะว่าอุตสาหกรรมในปัจจุบันนี้ ถ้าใครจะมาวัดกันว่าขนาดอุตสาหกรรม ใครใหญ่ ไม่ใหญ่ วัดที่จํานวนคนงาน ถือว่าล้าสมัยไปแล้วนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า อุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรมนะครับ สินค้าบางสินค้านั้น เขามีโรงงานเหมือนกับเปึน โชว์ รูม (Show room) เท่านั้น แต่อุปกรณ์ต่าง ๆ วัสดุต่าง ๆ นั้นเขาแทบจะเปึนการจ้าง ประกอบจากโรงงานข้างนอกทั้งหมดแล้วก็มารวมกัน แล้วก็ประกอบแค่ไม่กี่อย่างแล้วก็นํา ออกจําหน่ายในนามของสินค้าหรือยี่ห้อนั้นนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากให้กรมส่งเสริม อุตสาหกรรมได้ดูแลก็คือเรื่องของการที่จะทําอย่างไรที่จะให้ความรู้กับนักอุตสาหกรรมว่า การแข่งขันในโลกอนาคตนั้น เขาไม่ได้แข่งขันกันด้วยทุนนะครับ แต่เขาแข่งขันกันด้วยสมอง อย่างเมื่อกี้นี้ที่ท่านกรรมาธิการบางท่านบอกว่าอยากจะให้คนไทยเรามีเกิด บิล เกตส์ คนที่ ๒ ท่านประธานทราบนะครับว่าสินทรัพย์ที่สําคัญที่สุดของบริษัทไมโครซอฟท์นั้น ไม่ได้อยู่ที่บริษัทนะครับ เขามาทํางานตอน ๘ โมงเช้า แล้วเขาก็หิ้วกลับบ้านตอน ๕ โมงเย็นทุกวัน ฉะนั้นแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม ถ้ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะ จัดให้ ผมอยากให้ดูเรื่องของการให้ความรู้และก็ส่งเสริมเรื่องโลจิสติกส์นะครับ โลจิสติกส์ ก็คือว่าการส่งเสริม ทําอย่างไรให้ผู้ประกอบการนั้นสามารถจะลดต้นทุนได้ แล้วก็สอนถึง การทํานวัตกรรมใหม่ ๆ อันนั้นน่าจะเปึนทางหนึ่งที่ดีกว่านะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมครับ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าเมื่อตอนที่ผมเริ่มทํางานใหม่ ๆ นั้น ผมมีความหวังกับกระทรวง อุตสาหกรรมมาก แล้วก็ได้ไปสอบถามตลอด แต่ปรากฏว่าข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้รับนั้น จะเปึนข้อมูลที่ช้าไปแล้ว หรือไม่ก็ไม่ทันการณ์แล้วนะครับ ทําให้นักอุตสาหกรรมหลายส่วนต้องขวนขวายเอง ต้องหาข้อมูลด้วยตัวเอง ฉะนั้น ถ้าเปึนไปได้ด้วยงบ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมทราบว่าผมไม่สามารถจะตัดได้ในตอนนี้ แต่อยากให้ท่านผู้เกี่ยวข้องนั้นได้ปรับแนวคิดและกระบวนการ อย่างน้อยเปึนพี่เลี้ยงแล้วก็ ช่วยเปึนคนนําทาง แล้วก็บอกพวกเราว่าในอนาคตนั้นสําหรับนักอุตสาหกรรมถ้าจะสู้กับ ต่างชาติ ถ้าจะนํารายได้เข้าประเทศนั้นต้องสู้ไปในแนวทางไหนบ้าง ต้องทําอะไรบ้าง ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง อันนี้จะเปึนพระคุณอย่างใหญ่หลวงนะครับ เนื่องจากเวลาเหลือน้อย ผมก็คงจะใช้เวลาเพียงแค่นี้ครับ แต่อยากจะฝากนิดหนึ่งว่าที่นครสวรรค์ของผมนั้นหลาย คนพยายามจะทําให้เปึนฮับ (Hub) เปึนศูนย์กลาง ให้นักอุตสาหกรรมนั้นส่งออกจาก จังหวัดนครสวรรค์โดยตรงไปยังต่างประเทศ แต่ก็ไม่สามารถทําได้เนื่องจากติดขัดเรื่อง งบประมาณและด้วยข้อกฎหมายหลายสิ่งหลายอย่าง ฉะนั้นถ้ากระทรวงอุตสาหกรรมจะ มีเวลาให้ความสนใจแล้วก็ไปดูแลด้วยก็จะกราบขอบพระคุณมากครับ ขอบคุณครับ