สุธรรม ระหงส์ หารือประเด็นผลประโยชน์ที่ขัดกันระหว่างกระทรวงพลังงานและรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยชี้ว่าคณะกรรมการหรือบอร์ดของรัฐวิสาหกิจได้รับการแต่งตั้งจากข้าราชการในสังกัดกระทรวงพลังงาน ทำให้เกิดปัญหาหมวกสองใบ ขัดแย้งระหว่างการยึดประโยชน์ประชาชนกับประโยชน์ผู้ถือหุ้น และมีการตั้งไขว้กันของกลุ่มผู้บริหารซึ่งผูกขาดอำนาจบริหารพลังงานของประเทศโดยไม่มีหลักประกันว่าจะรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนได้
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ในกระทรวงพลังงาน ท่านประธานครับเราดูว่าเม็ดเงินนี้ถึงแม้ว่างบประมาณจะน้อย ประมาณ ๒,๓๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในข้อเท็จจริงแล้ววงเงินค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของ ประเทศเรามีจํานวนสูงมาก ใกล้เคียงกับงบประมาณของแผ่นดินเราในป้ที่ผ่านมาทีเดียว ท่านประธาน ในภาพรวมของพลังงาน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศท่านประธาน โดยสรุปก็จะเห็นได้ว่ามีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานประมาณถึง ๑,๔๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ทีเดียวนะครับ ซึ่งจะเปึนค่าใช้จ่ายด้านน้ํามันประมาณ ๙๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ๖๔ เปอร์เซ็นต์ ด้านพลังงานไฟฟัาประมาณ ๓๙๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายด้านเกี่ยวกับ เรื่องพลังงานทดแทน เรื่องถ่านหิน เรื่องก๊าซประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่ากระทรวงนี้มีความสําคัญมาก เกี่ยวเนื่องกับเม็ดเงินที่เปึน ค่าใช้จ่ายของประเทศสูงมากทีเดียว แต่ประเด็นที่ผมสนใจมากก็คือ นอกเหนือจากวงเงิน งบประมาณ ก็คือประเด็นเรื่องกองทุนต่าง ๆ ท่านประธานที่อยู่นอกกรอบของงบประมาณ ที่สภาเราพิจารณากัน เช่น กองทุนอนุรักษ์พลังงาน กองทุนน้ํามัน กองทุนพัฒนา รอบโรงไฟฟัา ซึ่งแต่ละกองทุนนี้มีจํานวนเงินมากทีเดียวครับกฎหมายที่จัดตั้งกองทุน ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ให้ข้าราชการในสังกัดของกระทรวงพลังงานนั้นเองเปึนผู้มีอํานาจในการ บริหารจัดการ ซึ่งการบริหารจัดการนั้นมีข้อข้องใจ มีข้อสงสัยมากเกี่ยวกับเรื่องการบริหาร จัดการ สภาของเราซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน มีส่วนในเงินกองทุนต่าง ๆ เหล่านั้น มีโอกาสน้อยมากครับที่จะได้รับรู้ถึงความโปร่งใสในการบริหารงานเงินกองทุน ต่าง ๆ ซึ่งเปึนของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เปึนข้อกังวลนะครับ ไม่มีหลักประกันที่จะสร้าง ความมั่นใจได้ว่าเงินกองทุนต่าง ๆ เหล่านั้นใช้ไปอย่างโปร่งใสและเปึนประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน เปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากน้อยเพียงใดครับ
ประเด็นต่อมา เรื่องผลประโยชน์ที่ขัดกันระหว่างกระทรวงพลังงาน และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เช่น ปตท. ไฟฟัา และบริษัทลูกต่าง ๆ ที่ว่าขัดกันก็เนื่องจากว่า คณะกรรมการหรือบอร์ด (Board) ของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ผมกล่าวสักครู่นี้ คณะกรรมการต่าง ๆ นี้ได้รับการแต่งตั้งมาจากข้าราชการในสังกัดของกระทรวงพลังงาน นั่นเอง ซึ่งหมายถึงว่าข้าราชการระดับสูงของพลังงานนั้นมีหมวก ๒ ใบครับท่านประธาน ใบแรก ท่านนั่งอยู่ในกระทรวง อีกใบหนึ่ง ท่านนั่งอยู่ที่รัฐวิสาหกิจ ซึ่งเรื่องนี้สําคัญมาก เพราะว่าถ้าท่านนั่งอยู่ในกระทรวงพลังงาน ท่านต้องยึดธรรมาภิบาล ท่านต้องยึด ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก แต่ขณะเดียวกัน ท่านก็นั่งอยู่ในรัฐวิสาหกิจด้วย ซึ่งท่านต้องยึดหลักผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หลายครั้งผู้บริหารระดับสูงออกมาพูด คํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นมากกว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ผ่านมา อันนี้เองจึงเปึนเหตุที่ทําให้ผมมีข้อกังวลอย่างยิ่ง เพราะว่าในบอร์ดต่าง ๆ ก็ยังมี การตั้งไขว้กันอีก บางทีเปึนกรรมการของรัฐวิสาหกิจนี้ก็ไปเปึนประธานบอร์ดของอีก รัฐวิสาหกิจหนึ่ง ไขว้ไปไขว้มาอย่างนี้ ก็มีเปึนกลุ่มเดียวที่ผูกขาดอํานาจในการบริหาร พลังงานของประเทศเรา ซึ่งน่าเปึนห่วงอย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีหลักประกันอะไร เลยที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าท่านเหล่านั้นจะรักษาผลประโยชน์ของ ประเทศชาติ พี่น้องประชาชนหรือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นครับ
ประการต่อไปครับท่านประธาน ความโปร่งใสในเรื่องของการลงทุนของ รัฐวิสาหกิจ เช่น ปตท. และบริษัทในเครือ ท่านประธานครับ หลักการก็คือว่าถ้าหากว่า มีผลกําไร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็จะไปลงทุน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จ่ายคืนผู้ถือหุ้นและ ก็นําส่งเปึนรายได้รัฐ ท่านประธานครับ ถ้าพูดอย่างนี้ก็ดูจะไม่น่าตื่นเต้น แต่ว่าเราดู แผนลงทุน ๕ ป้ของกระทรวงนี้ เราจะลงทุนด้านไฟฟัาประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ลงทุนในเรื่องท่อก๊าซประมาณ ๒๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ปตท. สผ. จะลงทุนประมาณ ๒๘๖,๙๐๐ ล้านบาท ด้านป่โตรเคมีจะลงทุนประมาณ ๑๘๒,๗๐๐ ล้านบาท ด้านการ กลั่นจะลงทุนประมาณ ๑๕๘,๖๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นลงทุนประมาณ ๑ ล้าน ๒ แสน ล้านบาท ท่านประธาน แล้วเปึนอย่างไร เมกะโปรเจกต์ (Mega project) ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ ในการตัดสินใจของกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คน ไม่กี่กลุ่ม ซึ่งผูกขาดอํานาจอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่งถึงความโปร่งใสในการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ ใหญ่ ๆ ทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะลงทุนในต่างประเทศ เมื่อไม่นานนี้ก็น่าสนใจอย่างยิ่งที่ ปตท. ได้ไปลงทุนใน มาเลเซีย เราสามารถจะตรวจสอบ สามารถจะทราบได้หรือไม่ว่าเหตุผลความจําเปึน ความโปร่งใสในการลงทุนในเมกะโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เหล่านี้มีความโปร่งใสมากน้อย เพียงใดท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมานี้ เนื่องจากเวลาจํากัด ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ว่ากระทรวงพลังงานมีงบประมาณประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในท่านประธานครับ เปึนเม็ดเงินจํานวนเกือบ เท่ากับวงเงินงบประมาณประจําป้ของเราทีเดียว ซึ่งไม่ค่อยมีใครทราบ แต่ว่าผมคิดว่า ส่วนหนึ่งก็คงต้องติดตามการทํางานของกระทรวงพลังงานว่าท่านจะรักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนหรือจะรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวถึงสักครู่ นะครับ ผมเองก็จะทําหน้าที่ของตัวแทนพี่น้องประชาชน สิ่งใดที่ท่านทําถูกต้องพวกเราจะ สนับสนุน แต่สิ่งใดที่ท่านทําไปแล้วมีข้อสงสัย พวกผมจะติดตามการทํางานของท่าน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธาน