พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณจังหวัด โดยวิพากษ์วิจารณ์เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดสรรงบประมาณจังหวัด และอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการจัดสรรงบประมาณของกลุ่มจังหวัด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการผู้เคย ปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุม ผมขออนุญาตตอบในส่วนที่เกี่ยวกับงบจังหวัด เนื่องจากว่าการประชุมงบจังหวัด ๒ วัน วันแรกผมทําหน้าที่เปึนประธานที่ประชุม แล้ววันที่สองท่านรองวิทยา บุรณศิริ ทําหน้าที่ประธาน ก็คิดว่าคนที่ทําหน้าที่ประธาน ณ เวลานั้นจะเปึนผู้ชี้แจงข้อมูลได้ชัดเจนที่สุด เรียนว่าป้นี้งบประมาณได้มีการตั้ง งบประมาณจังหวัดขึ้นมา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ฉบับปัจจุบันนี้มาตรา ๗๘ (๒) ในมาตรา ๗๘ (๒) นี้กําหนดให้รัฐมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด ไม่ใช่เพียง แผนอย่างเดียว บังคับว่าให้รัฐบาลมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อ ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ด้วย ในความมุ่งหมายก็คือว่ารัฐบาลในฐานะรัฐบาล กลางอาจจะขาดตกบกพร่องมองไม่ทั่วถึงเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของจังหวัดที่อยู่ใน ท้องถิ่น ก็เลยกําหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เปึนตัวแทนการปกครองส่วนภูมิภาคอยู่ใน พื้นที่ได้ใกล้เคียงภูมิประเทศได้เห็นถึงปัญหาประชาชน ได้อยู่ใกล้ชิดอย่างแท้จริง จะมี งบประมาณก้อนหนึ่งในมือเพื่อบําบัดเยียวยาการใดก็ตามที่ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นและการที่ ไม่สามารถตั้งงบประมาณโดยปกติได้โดยสะดวก ก็เลยมีการกําหนดว่าให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดมีงบประมาณจํานวนหนึ่งในมือในการดําเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัด ป้นี้ได้มี การตั้งงบทั้งหมดขึ้นมา ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท แยกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท กําหนดแต่เดิมว่าเปึนงบของจังหวัด ๗๕ จังหวัด อีกส่วนหนึ่งเปึนงบอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เปึนงบของกลุ่มจังหวัดในยุทธศาสตร์ในแผนงานที่จะร่วมกันในระหว่างกลุ่มจังหวัด อาจจะ ๓ ๔ ๕ หรือ ๖ จังหวัดก็แล้วแต่ ในส่วนที่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนงบประมาณ จังหวัดนั้นได้มีการตั้งเกณฑ์ไว้ดังนี้ครับ เกณฑ์จะถูกผิดอย่างไรเหมาะสมหรือไม่กระผม ไม่ทราบ แต่เกณฑ์ที่ส่งเข้ามาในการพิจารณาชี้แจงในงบประมาณก็คือร้อยละ ๕๐ ให้ตั้ง เท่ากันทุกจังหวัด เพื่อให้ทุกจังหวัดมีโอกาสครึ่งหนึ่งเท่ากัน ร้อยละ ๕๐ เท่ากันทุกจังหวัด อีกร้อยละ ๑๐ ตามจํานวนประชากร อีกร้อยละ ๓๕ ตามความผูกพันของรายได้ต่อ ครัวเรือนในแต่ละจังหวัด และอีกร้อยละ ๕ ตามผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดหรือ เรียกว่าโกรส โพรวินเชี่ยน โพรดักท์ (Gross Provincials Product) หรือจีพีพี (GPP) เกณฑ์นี้ใครจะเปึนผู้ตั้งถูกต้องหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ว่าเกณฑ์กําหนดแค่นี้ ร้อยละ ๕๐ เท่ากันทุกจังหวัด เพราะฉะนั้นจะมีปัญหาว่าถ้าจังหวัดใหญ่ทําไมได้มากกว่าจังหวัดเล็ก เพียงไม่มากเพียงนิดหน่อย หรือในกรณีที่จํานวนประชากรมากน้อยกว่ากัน หรือความ ผูกพันของรายได้ต่อครัวเรือน และผลิตภัณฑ์มวลรวมทําไมถึงมีน้ําหนักแตกต่างกันแค่นี้ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ คณะกรรมาธิการไม่ทราบ แต่เปึนสิ่งที่คณะกรรมาธิการต้องถือ ปฏิบัติครับ ใน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนี้ ก็ได้มีการจัดสรรให้แต่ละกลุ่มจังหวัด ไปตามแผนงานที่ได้นําเสนอเพราะท่านทราบดีว่ากรรมาธิการไม่มีสิทธิที่จะแปรญัตติ เพิ่มงบประมาณให้กับใคร เพราะฉะนั้นใน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีรายการเสนอเข้ามา ในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งก็ตัวเลขพอเข้าใจได้ ส่วนอีกตัวหนึ่งของกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัด อีกประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนี้ เนื่องจากว่าเปึนแผนงานของกลุ่มจังหวัด ก็เลยงบของกลุ่มจังหวัดก็ไปตั้งไว้ที่จังหวัดหลัก จังหวัดหลักก็คือได้มีการแบ่ง ๗๕ จังหวัด ออกมาเปึน ๑๘ กลุ่มจังหวัด มีจังหวัดหลักอยู่ ๑๘ จังหวัด คืออยุธยา ลพบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา ชลบุรี อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก และนครสวรรค์ เพราะฉะนั้น ถ้าดูตามงบประมาณตั้งแต่ทีแรกก็จะเห็นว่าบางจังหวัดมีงบประมาณสูงกว่าคนอื่นมาก แก่จังหวัดอื่นมากเปึนที่ไม่เข้าใจกัน ที่แท้จริงก็คืองบประมาณของกลุ่มจังหวัดที่ฝากอยู่ใน จังหวัดเขา ตัวเลขมันก็โปร่งค่อนข้างที่จะสูงกว่าที่อื่น ระหว่างการดําเนินการก็ปรากฏ มีอุปสรรคขึ้นมาเกี่ยวกับงบประมาณที่เปึนกลุ่มจังหวัดก็คือมีการวินิจฉัยว่าเนื่องจากกลุ่ม จังหวัดไม่มีฐานะเปึนนิติบุคคล และในการตั้งงบประมาณส่วนที่เกี่ยวกับกลุ่มจังหวัดไม่มี พระราชกฤษฎีการองรับ กลุ่มจังหวัดจะรับงบประมาณไม่ได้ มันก็เลยมีงบประมาณอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะนี้ วิ่งกลับมาไม่มีที่ลง สํานักงบประมาณได้แจ้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยได้มี หนังสือวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โดยรองปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงแจ้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เพราะว่างบส่วนที่เปึนกลุ่มจังหวัดกลับมาแล้ว จะไม่สามารถไปตั้งเองตามพลการได้ จะต้องมีส่วนราชการขอเข้ามาและผ่านมติ คณะรัฐมนตรีให้ถูกต้องเสียก่อน คณะกรรมาธิการเราถึงจะมีสิทธิพิจารณา ปรากฏว่า ใน ๗๕ จังหวัดก็มีการแปรญัตติทํารายการเข้ามามากบ้าง น้อยบ้าง บางจังหวัดทํามา ๑๐๐ กว่าล้านบาท หลายจังหวัดทํามาเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอแปรญัตติเพิ่มมาเพียงแค่๑๐ ล้านบาท โดยหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยัน ขอแปรญัตติเพิ่ม ๑๐ ล้านบาท และมีจังหวัดลักษณะนี้อีกหลายจังหวัด ผมไม่ทราบว่า เพราะความไม่เข้าใจหรือเพราะคิดว่าเปึนรายการแปรญัตติเพิ่มก็ขอตามที่เห็นสมควร เท่านั้นก็คือขอมา ๑๐ ล้านบาท ๆ มันมีข้อประหลาดก็คือว่าได้มีการแจ้งไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัดปัตตานีโดยถูกต้อง สํานักงบประมาณก็ได้แจ้งไป ทางมหาดไทยก็ได้แจ้งไป โดยถูกต้อง แต่จังหวัดปัตตานีตอบมาว่าไม่ประสงค์ที่จะเพิ่ม แปรงบประมาณเพิ่ม อาจจะ เปึนเพราะว่าที่ได้อยู่แล้ว ๒๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ถ้าเทียบกับจังหวัดในระดับใกล้เคียงอยู่ ในระดับที่สูงกว่าคนอื่น และอาจจะเปึนเพราะคิดว่ากลัวจะไปกระทบกระเทือนกับ งบประมาณในการพัฒนาจังหวัด แก้ไขปัญหาจังหวัดภาคใต้หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ จังหวัดปัตตานีไม่ขอแปรญัตติเพิ่มเข้ามา มีรายการบันทึกอยู่ที่สํานักงบประมาณว่ามี แปรญัตติเพิ่มมาแต่ละจังหวัดมากบ้าง น้อยบ้างดังกล่าวนี้ แต่ของจังหวัดปัตตานีได้มีการ ขีดเหลืองว่าไม่มีการของบประมาณเพิ่ม เมื่อไม่มีเพิ่มก็ไม่มีรายการเข้า ครม. เพราะ กรรมาธิการจะพิจารณาได้เฉพาะรายการที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ไม่ใช่ กรรมาธิการไปคิดเอาเอง รายการจะเข้ามาทั้งหมดไม่มีของจังหวัดปัตตานี ได้มีการ พยายามเห็นปัญหาขึ้นมาก็ตกใจกัน พยายามที่จะแก้ไขปัญหาว่าปัตตานีไม่มีการขอเพิ่ม มาทําอย่างไร แต่ว่าขณะนั้นมันก็ล่วงเลยระยะเวลาที่จะแปรญัตติเพิ่มแล้ว และก็ไม่ได้ ผ่าน ครม. แล้ว มันก็เปึนปัญหาที่พวกเราก็เห็นใจและคิดว่าอยากให้สํานักงบประมาณ หาวิธีการที่จะชดเชยบางอย่าง ซึ่ง ณ ขณะนี้ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณท่านใหม่ ท่านก็นั่งอยู่ ณ ตรงนี้ ท่านก็รับปากว่าให้เวลาท่าน ถ้าจะสามารถมีงบจากกระทรวง ทบวง กรม ที่ไหนเหลือจ่าย ที่ไหนอะไรที่พอจะไปช่วยปัตตานีได้ท่านจะรับดูแลให้ แต่ตรงนี้เรียน โปรดได้เข้าใจว่าไม่ใช่ความผิดของกรรมาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้แปรรายการเพิ่ม เมื่อไม่ได้แปรเพิ่มมาเราก็ไม่มีรายการที่จะพิจารณาให้มันก็ไม่ใช่อยู่ในรายการ ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ในเล่มขาวที่กระผมได้เคยพูดถึงในที่ประชุมกรรมาธิการคือที่ผ่าน ครม. มาแล้ว ของจังหวัดปัตตานีไม่มี ไม่อยากตําหนิว่าเปึนความผิดของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่ ท่านอาจจะเห็นว่าเนื่องจากปัตตานีได้พอสมควรเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นแล้ว นี่คือปัญหา จังหวัดปัตตานี และบางจังหวัดที่มีทําไมได้เพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท ก็ขอเพิ่มมาเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท เราไม่สามารถให้รายการอื่นมากกว่าที่มีการขอเพิ่มและได้รับจาก ครม. ได้ ในรายการของกลุ่มจังหวัดเมื่อตัดออกไปตัวเลขประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท นิดหน่อย รายการดังกล่าวนี้ก็มีจังหวัดต่าง ๆ แปรเพิ่มเข้ามา ผมคิดว่าตัวเลขน่าจะซักประมาณ ๖ – ๗ พันล้านบาท แต่ก็ ครม. พิจารณากันตัวเลขตามสมควร แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า ๑๘ จังหวัดที่เปึนจังหวัดหลัก เดิมมีงบประมาณของกลุ่มจังหวัดฝากอยู่ที่จังหวัดตน แต่เมื่อตัดงบประมาณตรงนี้ออกไปก็เหมือนตัวเลขของจังหวัดนั้นวูบหายไป ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาท ก็เปึนที่ไม่สบายใจว่าทําไมงบประมาณของจังหวัดตนหายไปตั้ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท หายไปตั้ง ๑๖๐ -๑๗๐ ล้านบาท ที่แท้ที่หายไปเพราะจังหวัดนั้นเปึนจังหวัดหลักจะโป์งมากกว่าที่อื่นเปึนพิเศษ และเมื่อขอ งบกลุ่มจังหวัดหายไป งบจํานวนนี้ก็หายไปจังหวัดนั้นก็กลับคืนสู่ปกติธรรมดา จังหวัดอื่น ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ๕๐ ๓๕ ๑๐ และ ๕ เปอร์เซ็นต์ตามที่ผมกล่าวข้างต้น ในรายการ จังหวัดต่าง ๆ ที่แปรเพิ่มเข้ามาก็ได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามจํานวนที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอมา สิ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ดูว่างานใดเข้าเกณฑ์หรือไม่ ถ้างานใด ไม่เข้าเกณฑ์ เช่น มีการจัดงานอบรมสัมมนาอะไรบางส่วนที่ค่าต่อหัวมันค่อนข้างจะสูง กว่าคนอื่นก็ถูกตัดออกไป มันก็มีรายการมากบ้าง น้อยบ้าง แต่คณะกรรมาธิการก็ พยายามที่จะดูแลให้แต่ละจังหวัดเข้าไปเพิ่มได้มากกว่านั้น แต่โปรดทราบข้อจํากัดว่า กรรมาธิการไม่สามารถไปหารายการใหม่ที่ไหนมาได้เลย กรรมาธิการไม่มีอํานาจที่จะ แปรญัตติอะไรเพิ่ม เพียงแต่ยอดที่แปรเพิ่มมาทั้งหมดประมาณ ๗ – ๘ พันล้านบาท จะสามารถที่มีรายการอะไรผ่านสํานักงบให้เหลืออยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ชดเชย ส่วนของกลุ่มจังหวัดเท่านั้นเอง เราทําได้เพียงแค่เท่านั้นเองจริง ๆ มีกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ เมื่อจังหวัดต่าง ๆ ที่แปรเพิ่มเข้ามามากน้อยแล้วแต่ แต่กฎเกณฑ์ก็อยู่ตรงที่ว่ามันไม่ได้ มาตรฐานที่เท่ากัน มันขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ว่าขอแปรแล้วรายการอะไรได้ รายการอะไรไม่ได้ มันมีบางจังหวัดที่เปลี่ยนแปลงอีก เช่น ที่สมุทรสาคร มีถนนสายหนึ่งเปึนถนนของ กลุ่มจังหวัดแต่ต้องสร้างที่สมุทรสาคร เดิมงบจํานวนนี้ก็จะอยู่ในจังหวัดหลักที่ไม่ใช่ สมุทรสาคร แต่เมื่อแปรกลับเข้ามาทํางานนี้ งานนี้ก็กลับไปอยู่ในจังหวัดที่เปึนพื้นที่ ที่จะต้องรับผิดชอบทํางานนี้ ก็ดูเสมือนหนึ่งว่าทําไมได้โป์งขึ้นมามากเปึนกรณีพิเศษ ทั้งหมดนี้เปึนปัญหาที่ผมกราบเรียนชี้แจง ผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการรังสิมา รอดรัศมี ว่างบของผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะเปึนงบที่แก้ไขปัญหาเยียวยาความเดือดร้อน เฉพาะหน้าในท้องถิ่นที่ไม่สามารถตั้งงบประมาณได้โดยปกติหรือล่าช้า ผมพูดในที่ประชุม ว่าผมไม่สบายใจเลยที่เห็นผู้ว่าราชการจังหวัดเอางบที่มีน้อยนิดนี้ไปแข่งกันสร้างถนน ไปทําสิ่งก่อสร้าง ๕๐ ล้านบาท ๘๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทกันเยอะแยะกันเสียหมด อยากเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดนี้นํางบที่มีน้อยนิดในมือดังกล่าวนี้ดูแลไปเยียวยา เรื่องโรงเรียน เรื่องสถานศึกษา เรื่องแหล่งน้ํา เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องสาธารณสุข เรื่องโรงพยาบาลที่มีปัญหากระจัดกระจายอยู่นอกเมือง ไม่ใช่เอามารวมในเมือง เพื่อสร้างงานใดงานหนึ่งตกเข้าไป ๓๐ – ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และก็มีคํากล่าวหากันว่างาน เล็ก ๆ เขาไม่อยากจะทําหรอก ไปแตกเปึนเบี้ยหัวแตกงานละ ๓ แสนบาท ๔ แสนบาท ๕ แสนบาท เขาไม่ค่อยอยากจะทํา เขาอยากทํางาน ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท งาน ๘๐ ล้านบาท เพราะงานใหญ่มันมีเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่สบายใจเลย งานใหญ่บางอย่างควรที่จะให้รัฐบาลกลางหรือส่วนกลางเปึนผู้ไปทํา แต่งบผู้ว่าตรงนี้ต้อง เยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า ในท้องถิ่นแต่ละแห่งที่มันมีที่อยู่ใกล้ชิดควรจะทําอย่างนี้ มากกว่า ก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการรังสิมาและผมทําหน้าที่ประธานพิจารณาวันแรก ผมได้ มีความเห็นผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสาน ตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง และจังหวัดภาคกลางบางจังหวัดว่ากรรมาธิการอยากเห็น เช่นนี้มากกว่า ไม่ใช่เห็นจังหวัดนี้มีงบประมาณเพียงแค่ ๑๔๐ ล้านบาท แต่เอาไปทํา โครงการใหญ่ ๒ งานกินเข้าไป ๑๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แล้วเหลืออีก ๓๐ – ๔๐ ล้านบาท ไปเยียวยาทําอะไรได้ครับ ๑๐๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้ ซึ่งรัฐบาลกลางควรจะไปทําให้ได้ไม่อยู่ในวัตถุประสงค์ของงบผู้ว่า สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นมา ว่าเกิดปัญหาอย่างปัตตานี โปรดเข้าใจว่ากรรมาธิการไม่ได้ปล่อยปละละเลยและเราเจอ วันสุดท้ายว่าปัตตานีไม่มีงบแปรเพิ่มไม่สบายใจกันมาก ท่านผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณทั้งท่านเก่าและท่านใหม่ได้พยายามประสานทุกทาง แต่มีคําตอบเพียงว่าจังหวัดปัตตานีไม่ประสงค์ขอแปรเพิ่ม และช่วงนั้นเราจะเตือนไป อีกครั้งหนึ่งให้ทํามา มันก็เลยกําหนดคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านเรื่องนี้มาแล้ว เราไม่สามารถ แก้ไขอันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านผู้แทนจังหวัดปัตตานีที่อยู่ ณ ที่นี้นะครับด้วย ความเห็นใจ คําปราศรัย คํากล่าว คําเรียกร้องของท่านจะได้รับการพิจารณาจากสํานัก งบประมาณ โดยท่านผู้อํานวยการท่านใหม่ที่นั่งอยู่ขวามือผม ว่าท่านรับจะไป ดูแลให้ จะมีงบเหลือจ่ายกระทรวง ทบวง กรมไหน หากไปช่วยเยียวยาปัตตานีก็จะดูแล พยายามแก้ไขปัญหานี้ เพื่อไม่ให้ท่านเสียเปรียบ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของ กรรมาธิการนะครับ โปรดได้รับทราบ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเปึนความผิดของท่านผู้ว่าอาจจะ เปึนเรื่องท่านเข้าใจผิดอะไรสักบางอย่าง มันก็เกิดเหตุจังหวัดปัตตานี หลายจังหวัดว่า ทําไมได้ ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เอา ๓,๐๐๐ ล้านบาทมาหารกันแล้วมันก็ควร อาจจะมากกว่า ๑๐ ล้านบาท ก็เพราะว่าจังหวัดท่านผู้ว่าแปรมาเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท มีรายการเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการก็ตาม ครม. ก็ตาม ไม่สามารถพิจารณา รายการให้มากกว่านี้ได้ แต่ทั้งหมดนี้ผมได้พูดในที่ประชุมได้กําชับกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดว่า งบประมาณผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนครั้งแรกป้แรก ท่านต้องไปทําให้ดี ๆ เหมือนกับการตอกเสาเข็ม การขึ้นตอม่อ ถ้าตอกเสาเข็มผิด ขึ้นตอหม้อผิดตั้งแต่ป้แรก ป้ต่อไปสิ่งก่อสร้างก็จะเกิดขึ้น ในตอม่อและเสาเข็มนั้นที่จะผิดกันไปใหญ่ไม่มีทางแก้ไข วันนี้ไปรื้อทํามาใหม่เสียให้ดี ให้ถูกต้อง วางให้ถูก จึงเลยมีรายการจํานวนมากจากก้อนใหญ่ ไปให้ตัดออกมาไปให้กระจายทําไปสู่ก้อนเล็ก ๆ เข้ามา รายการใหญ่ ๆ เพื่อการศึกษา เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อธรรมชาติ เพื่อศิลปะ เพื่อวัฒนธรรม เพื่อในการศาสนา เพื่อโรงเรียน เพื่ออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ทํายากกว่าเพราะมันต้องทํางานเยอะ ต้องทําการบ้านเยอะ ต้องศึกษาเยอะ สู้ง่าย ๆ ทํางานหนึ่ง สายหนึ่ง ๖๐ ล้านบาท ๘๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท มักจะมักง่าย ผมว่ามักง่ายในงานสิ่งเหล่านี้มากกว่านะครับ ก็ขอเรียนว่าเมื่อหลังจาก แปรแล้วจังหวัดไหนได้มากน้อย ขึ้นอยู่กับรายการที่ผู้ว่าแปรเพิ่มขึ้นมามาก หรือน้อยและเข้ารายการที่ควรจะมี หรือไม่ควรจะมี รายการที่ได้ ๑๐ ล้านบาท ก็แปรมา เพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท จังหวัดปัตตานี เพราะเปึนปัญหาตามที่ผมกราบเรียน และ ผมพยายามกําชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๗๕ จังหวัดใน ๑๘ กลุ่ม วันแรกผมทําอยู่ ๒๘ จังหวัด วันที่ ๒ รองประธานวิทยา บุรณศิริ ก็ได้รับประสานต่อ และเราทุกคนเราก็มี ความเห็นเช่นนี้ต่อที่ประชุม ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่าน โดยเน้นว่าท่านไปทําให้ถูกเสีย ราชการส่วนภูมิภาคอย่ามาแย่งงานของราชการส่วนกลาง ถนน อาคารอะไรต่าง ๆ หลาย ล้านบาทต้องเปึนหน้าที่ของราชการส่วนกลางไปทําให้ ถ้าส่วนภูมิภาคไปเอางบจํานวนนี้ ไปแย่งทําเสียก่อนแล้วราชการจังหวัดส่วนกลางก็ไม่ต้องทํา และจังหวัดท่านก็จะ เสียเปรียบในสิ่งเหล่านี้เปึนต้นนะครับ ผมใช้เวลาเยอะไปสักนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เพราะว่าผมอยากที่จะชี้แจงให้เปึนที่เข้าใจและเรียนว่ากรรมาธิการทุกคนก็ไม่สบายใจเลย และสัดส่วนที่บอกว่า ที่ผมกราบเรียนว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่ากันทุกจังหวัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตามจํานวนประชากร ๓๕ เปอร์เซ็นต์ตามความผูกพันของรายได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ตามผลิตภัณฑ์มวลรวม กรรมาธิการเราบางคนก็เห็นด้วย บางคนก็ไม่ได้เห็นด้วย เพราะจังหวัดใหญ่ควรที่จะได้มากกว่าคนอื่น จังหวัดที่ใหญ่กว่าคนอื่น ๒ เท่า ควรจะได้ มากกว่าคนอื่น ๒ เท่า ทําไมมากกว่าคนอื่นเพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะโดยเกณฑ์อันนี้ ใครเปึนคนตั้งเกณฑ์ผมไม่ทราบ ถูกผิดอย่างไรไม่ทราบ แต่กรรมาธิการทํางานภายใต้ กรอบบังคับที่วางไว้เช่นนี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ