ถวิล ไพรสนฑ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในจังหวัด โดยเน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของการวางแผนพัฒนาจังหวัดและความสำคัญของการจัดสรรเงินที่เป็นธรรม เธอเรียกร้องการจัดตั้งองค์กรตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น และเสนอแนวคิดในการกระจายภารกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง นอกจากนี้ เธอยังพูดถึงการทุจริต คอรัปชั่นในประเทศไทยและเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐบาลกระจายอำนาจงานบริการสาธารณะไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสนฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอแปรญัตติตัดงบนี้ทั้งหมด ก็ด้วยเหตุผลหลายประการ แต่เนื่องจากว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองนั้นมีอํานาจเพียงตัด แต่ว่าไม่สามารถที่จะเสนอไปที่ หน่วยงานไหน ทั้ง ๆ ที่เจตนารมณ์ของกระผมก็คือว่าต้องการให้งบนี้ไปอยู่ในงบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จริงอยู่ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้จังหวัดนั้นมีแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งก็เปึนเหตุผลที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กระผมเอง มองเห็นปัญหาหลายประการว่าถ้าให้ตั้งงบประมาณที่จังหวัดแล้วจะเกิดปัญหาเหมือนที่ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เองครับ นั่นประการหนึ่ง
และประการที่ ๒ สิ่งที่ผมเห็นห่วงมากที่สุดก็คือว่า การจัดทําแผน พัฒนาจังหวัดนั้น เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนข้าราชการประจํา มีการโยกย้าย อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจในเรื่องนโยบาย จริงอยู่แผนพัฒนาจังหวัดนั้น อาจจะใช้เปึนระยะเวลา ๔ ป้ ๑๐ ป้ หรือกี่ป้ก็ได้ ถ้าหากว่าผู้บริหารสูงสุดซึ่งเปึน ผู้ทําแผนแล้วนี่เปึนผู้นั่งเปึนประธานในการทําแผนแล้วถูกโยกย้ายนั้น แผนอาจจะ เปลี่ยนแปลงไปก็ได้ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับคนในท้องถิ่นแล้วผมเชื่อว่าคนในท้องถิ่นเขาต้องอยู่ในท้องถิ่นนั้น ซึ่งมีโอกาสที่จะกําหนดแผนและใช้เงินไปตามแผนนั้นได้ และที่สําคัญก็คือว่าผมเปึนห่วง ในเรื่องของการจัดสรรที่ไม่เปึนธรรมซึ่งเกิดขึ้นได้เสมอถ้าเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การทอง
ในประการที่สําคัญที่สุดอีกประการหนึ่งที่ผมเปึนห่วงงบของจังหวัดมาก ๆ ก็คือว่าจังหวัดเองนั้นไม่มีองค์กรตรวจสอบ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัจจุบันนี้ที่ เกิดขึ้นมาช้านานทุกองค์กร ไม่ว่าท้องถิ่นหรือราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค หรือ องค์กรอื่น ๆ ก็เนื่องจากว่าเราไม่มีการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ งบประมาณของ จังหวัดเองนั้นคนที่ตรวจสอบในระดับจังหวัดไม่มี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดก็มีสภาจังหวัดเปึนผู้ตรวจสอบ ถ้าเปรียบเทียบกับเทศบาลก็มี สภาเทศบาล ถ้าเปรียบเทียบกับองค์การบริหารส่วนตําบลก็มีสภาตําบล จริงอยู่ ในบางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นผู้บริหารกับสมาชิกสภาท้องถิ่นอาจจะเปึน พวกเดียวกัน อาจจะเปึนกลุ่มเดียวกันทั้งหมดก็ได้ ท่านประธานครับ แต่อย่าลืมว่าในการ แข่งขันในการเลือกตั้งผู้บริหารก็ดี สมาชิกสภาท้องถิ่นก็ดี ก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเปึน ผู้พ่ายแพ้ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในสภา แต่กลุ่มบุคคลเหล่านั้นแหละครับจะเปึนฝ์ายค้าน ในภาคของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีองค์กรตรวจสอบ เพราะไม่มีสภาที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบได้นั้นจึงเปึนจุดอ่อนประการสําคัญ ในอดีต ที่ผ่านมาได้มีการพูดกันอยู่เสมอว่างบที่จัดสรรไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีการทุจริต ค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ผมจึงเห็นว่าเปึนปัญหาในทางปฏิบัติ ค่อนข้างมากที่มีหน่วยงานซึ่งเปึนราชการส่วนภูมิภาคและก็ไม่มีองค์กรตรวจสอบ จากประชาชนเลย
ในประการต่อไปผมคิดว่าแผนพัฒนาจังหวัดนั้นจะซ้ําซ้อนกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนหนึ่งและซ้ําซ้อนค่อนข้างมากด้วย แล้วในแผนนี้บางโครงการ บางกิจกรรมก็มอบให้ท้องถิ่นเปึนผู้ทํา และทําไมไม่ให้งบเหล่านี้ไปสู่ท้องถิ่นทีเดียว โดยกรม ผมอยากเห็นท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง การที่มีแผนพัฒนาจังหวัดและจังหวัด ซึ่งเปึนราชการส่วนภูมิภาคมีงบประมาณอย่างนี้เท่ากับว่าเปึนการสร้างราชการ ส่วนภูมิภาคให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในยุคโลกาภิวัตน์นั้นราชการส่วนภูมิภาคจะต้องลด บทบาทลงไปทีละนิดทีละน้อย เราสร้างท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องนั้นเราจะต้องพัฒนาจากท้องถิ่น ถ้าตราบใด ที่ท้องถิ่นไม่เข้มแข็งแล้วระบบประชาธิปไตยของเราพัฒนาไม่ได้เลย เหมือนการสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถ้าฐานรากไม่เข้มแข็ง แล้วข้างบนอยู่เข้มแข็งได้อย่างไร มั่นคงได้ อย่างไร นี่ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่จะสร้างให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง เราก็จะต้องให้เปึน องค์กรที่รับผิดชอบงานบริการประชาชนและรับใช้ประชาชนทั้งหมด ผู้ว่าราชการจังหวัด ควรจะมีหน้าที่กํากับดูแลท้องถิ่นก็น่าจะเปึนการเพียงพอ แต่ไม่ใช่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นั้นจะต้องมาทํางานเองโดยปราศจากผู้กํากับ จริงอยู่ผู้กํากับอาจจะไปจากปลัดกระทรวง มหาดไทย จากผู้ตรวจ แต่ก็อยู่ห่างไกลจากจุดเกิดเหตุ กระผมคิดว่าเมื่อเปึนเช่นนี้ผมจึง ไม่แน่ใจว่าแผนพัฒนาจังหวัดนั้นจะมีประสิทธิผลในทางปฏิบัติเหมือนที่ตั้งใจ ผมเปึนห่วง ในทางปฏิบัติอีกด้วยว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีมือไม้ที่ไหนที่ไปบริหารงบพัฒนาเหล่านี้ ก็ต้องไปอาศัยฝ์ายโยธาจากกรมผังเมืองและโยธา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็เท่ากับว่าทําให้ การบริหารของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นไม่มีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน จริงอยู่ในเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างนี้ก็จําเปึนที่จะต้องปฏิบัติไปตามนี้ แต่ว่า ในขณะเดียวกันในอนาคตเราก็ต้องพิจารณากันด้วยว่า บทบัญญัติอันนี้จะต้องมีการ ยกเลิกไปหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้บัญญัติไว้เลยในประเด็นนี้
ในประเด็นต่อไปสิ่งที่มีความยุ่งยากมาก ก็คือเราจะจัดสรรอย่างไรให้มี ความเปึนธรรมกับทุก ๆ จังหวัด ซึ่งก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างที่จะยุ่งยากเปึนอย่างมาก เหมือนที่เราได้วิพากษ์วิจารณ์กันไปแล้วในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมเองจึงอยากจะเรียน ท่านประธานว่าภารกิจของท้องถิ่นเองนั้นก็มีอยู่ ครอบคลุมเกือบจะทุกภารกิจแล้ว ถ้างบ เหล่านี้เรากระจายไปสู่ท้องถิ่นไม่ว่าจะเปึน อบจ. หรือเทศบาล หรือองค์การบริหาร ส่วนตําบล ผมเชื่อว่าจะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น
ในประการสุดท้าย ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมเคยพูดในสภานี้ ทุกครั้งก็คือว่า การทุจริต คอรัปชั่นนั้นเกิดขึ้นทุกหน่วยงานของประเทศไทย องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมี ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฝ์ายค้าน ไม่ว่าจะ อยู่ในสภาก็ดี หรืออยู่ในภาคประชาชนก็ดี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนหน่วยงานเล็ก ๆ สามารถตรวจสอบได้ง่ายจากประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทจริง ๆ หลังจากรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ถ้าเทียบเปึนเด็กก็เพิ่งจะเติบโตอยู่ชั้นอนุบาลเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีความเข้มแข็งนั่นก็คือว่ารัฐบาลเองควรจะมีนโยบายที่กระจายอํานาจงานบริการ สาธารณะตามรัฐธรรมนูญไปสู่ท้องถิ่น งบประมาณที่ตกไปอยู่ในจังหวัดนั้น ก็ควรให้เปึน ของท้องถิ่น มิฉะนั้นแล้วท้องถิ่นจะเติบโตไม่ได้ และในขณะเดียวกันรัฐเองก็ต้องจัดตั้ง องค์กรที่เข้าไปตรวจสอบการทํางานของท้องถิ่น อย่างเช่น อบจ. จังหวัดเปึนต้น พร้อมกับ การเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้บัญญัติไว้ชัดเจนเช่นเดียวกันว่า ใครบ้างที่มีบทบาทในการ ตรวจสอบท้องถิ่น เพราะฉะนั้นกระผมเองจึงได้ขอตัดงบนี้ไปทั้งหมด แต่เนื่องจากว่า กระผมเรียนแต่ต้นแล้วว่า กระผมเองนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถที่จะไป แปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณได้ แต่ผมหวังในขณะนั้นว่าเมื่อตัดไปแล้ว งบทั้ง ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท อุดหนุนไปให้ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นทําหน้าที่แทนจังหวัด แล้วก็สร้าง ความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น เพื่อเปัาหมายสุดท้ายของเราคือว่า ต้องการให้ระบอบ ประชาธิปไตยของเรานั้นมีการพัฒนาอย่างแท้จริง มิฉะนั้นแล้วระบอบประชาธิปไตยของ เราจะล้มลุกคลุกคลานอยู่ตลอดไป ถ้าตราบใดที่ท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็ง ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ