สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

อสิ มะหะมัดยังกี หารือเกี่ยวกับความไม่มีประสิทธิภาพของกระทรวงพลังงาน และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและรับรองมาตรฐานของผู้ผลิตรถด้วยพลังงานไฮโดรเจน

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ขออภิปรายมาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงานเกี่ยวกับเรื่อง สํานักนโยบายและแผนพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ผมได้ดูการเขียนงบประมาณของกรมเหล่านี้ อย่างเช่น การขับรถ ประหยัด ปลอดภัย เขียนไว้ว่ามีงบประมาณ ๗๒,๐๐๐ บาท เกี่ยวกับการอบรมสัมมนา เพื่อให้คนรู้เรื่องเกี่ยวกับขับรถประหยัดและปลอดภัย แค่ ๓๒ คนทั้งประเทศนะครับ ทั้ง ๆ ที่เปึนกระทรวงพลังงาน ผมอยากร้องไห้ครับ ๓๒ คนทั้งประเทศ จริง ๆ แล้ว การประหยัดพลังงานควรจะต้องสอนให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าวิธีขับรถความเร็วอย่างไร การเปลี่ยนน้ํามันจากเบนซิน (Benzin) ๙๕ เปึนแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ๙๕ มันประหยัด แค่ไหน สูบลมยางให้แข็งขึ้นกี่ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ลดน้ําหนักในรถลง อย่างนี้ก็ประหยัดได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่เคยเห็นเลยว่ากระทรวงพลังงานได้ออก เทค แอคชั่น (Take action) ในเรื่องนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่านี่คือความไม่มีประสิทธิภาพของ กระทรวงพลังงาน แม้กระทั่งปัญหาที่ประชาชนควรจะรู้ อย่างเช่นว่า รถชนิดใดควรจะ ติดแก๊ส ชนิดไหนควรจะติดแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ในต่างประเทศเขาให้เลือกใคร จะติดอะไรก็ได้ แต่เขาให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์กับประชาชนแล้วให้ประชาชนเปึนผู้ตัดสิน รถที่ควรจะติดต้อง ๑,๖๐๐ – ๒,๐๐๐ ซีซี ขึ้นไป สภาพเครื่องดี อะไหล่ไม่แพง นี่ประชาชน ต้องรู้หมดนะครับ แล้วก็รถที่จะติดราคาถังแก๊ส ๔๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาท มันก็ต้อง คุ้มค่าพอสมควร ระยะทางที่จะวิ่งไกลพอสมควร ไม่ใช่ว่าจากบ้านไป ๕ กิโลเมตร ไปติดแก๊ส เพราะลนลานตกใจน้ํามันแพง รัฐบาลก็ไม่ได้แจ้งให้รู้ ไม่ได้แนะนะว่า ๕ กิโลเมตร ไป – กลับ ๑๐ กิโลเมตร ไม่ต้องไปติดแก๊สหรอกครับ แต่ว่ามันเหมือนกับคน เล่นการพนันกลัวตํารวจกระโดดลงคลองฆ่าตัวตาย และทีนี้มันต้องเติมได้สะดวกด้วย ไม่ใช่ว่าปัูมแก๊สอยู่ไกลเปึน ๑๐๐ กิโลเมตรก็ยังไปติดถังแก๊ส มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่กระทรวงพลังงานต้องแจ้งให้ประชาชนรู้ และความปลอดภัยของการ ใช้แก๊ส อย่างเช่น การดูแลประจําวัน การอบรมเรื่องความปลอดภัย เวลาไฟไหม้จะต้อง เป่ดกระโปรงหน้ารถอย่างไร ป่ดวาล์ว (Valve) ตอนไหน จะวิ่งหนีตอนไหนต้องรู้หมดครับ เครื่องดับเพลิงในรถก็ต้องมี ซึ่งเปึนชนิดโฟม สารเคมี ผมไม่เคยเห็น และความปลอดภัย ของถัง เอ็นจีวี ระเบิดมาแล้วทั้ง ๆ ที่เปึนถังที่ผ่าน มอก. ระเบิดได้อย่างไรครับ อันนี้เปึนสิ่งที่เราจะต้องไปควบคุมทั้ง ๆ ที่มีหลักสูตรวิเคราะห์ผลการทดสอบถังซีเอ็นจี (CNG) ตามมาตรฐานไอเอสโอ ๑๑๔๓๙ ๕ ล้านบาท แต่ไม่มีผลที่เปึนประโยชน์ต่อ ประชาชน ทําให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ในเมื่อเกิดถังแก๊สระเบิดแอลพีจีชนต้นไม้ระเบิดตอน ที่ไปงานศพของนักข่าวที่สุไหงโก-ลก ระเบิดตายไป ๕ ศพ ถังแก๊สระเบิด อีก ๕ คนสาหัส นี่เปึนสิ่งที่จะต้องแนะนําประชาชน เปึนสิ่งที่กระทรวงพลังงานต้องจัดการ แต่ตอนนี้ยังไม่ มีประสิทธิภาพ ปัูมแก๊สจะต้องปลอดภัยแล้วก็ต้องมีจํานวนเพียงพอด้วย จังหวัดผมเปึน จังหวัดเล็ก ไม่รู้ว่าชาติไหนถึงจะมีปัูมแก๊สเอ็นจีวี เพราะว่าต้องลงทุน ๒๐ – ๓๐ ล้านบาท หาคนลงทุนไม่ได้ และเหมือน ๆ กับอีกหลายจังหวัด ไบโอดีเซล (Biodiesel) เราสามารถมี เครื่องหีบดีเซล ๗๐,๐๐๐ – ๘๐,๐๐๐ บาท มหาวิทยาลัยผลิตได้ ของจีนก็ราคาเท่านี้ หีบปาล์มแล้วก็ใช้ในเครื่องยันม่าร์ คูโบต้า รถอีแต๋น รถดีเซลรุ่นเก่า ๆ แต่อย่าไปใช้ในรถ คอมมอนเรล (Common rail) เราต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจหมดว่าต้องแยกแยะ แต่ พอเอาน้ํามันประเภทนี้ไปให้รถคอมมอนเรลเติม พัง ก็กลัวกันไปหมดทั้งประเทศ บอก ว่าไบโอดีเซลไม่ดี จริง ๆ ไม่ใช่ มันต้องแยกแยะให้ชัดเจน การวางแผนในอนาคต ดีเซลเขา วางแผนไว้ว่าต้อง ๓ ลิตร วิ่งได้ ๑๐๐ กิโลเมตร นี่คือมาตรฐานของยุโรปในอนาคต อี ๒๐ อี ๘๕ อี ๑๐๐ ยุโรปเปึนต้นตํารับทั้งนั้นเลย ญี่ปุ์นยังตามไม่ทันในเรื่องนี้ พลังงาน ไฮโดรเจน ลงทุนถูก ที่อุดรธานีทําได้ ใช้น้ําเท่านั้นเองก็สามารถวิ่งได้เปึนหลายร้อย กิโลเมตรหรือเปึนพันกิโลเมตร ถูกที่สุดเลยครับ รัฐบาลต้องรีบไปตรวจสอบแล้วก็รับรอง มาตรฐานของผู้ที่สามารถผลิตรถด้วยพลังงานให้เคลื่อนไหวให้ใช้พลังงานไฮโดรเจนได้ ความจริงประเทศไทยได้เปรียบหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้ เพราะว่ามีทั้งก๊าซธรรมชาติ พืช ที่สามารถให้พลังงานแก่ยานยนต์ได้ และเราก็มีน้ําจํานวนมากมายที่สามารถผลิต ไฮโดรเจนซึ่งจะเปึนพลังงานต่อยานยนต์ได้ แต่มันอยู่ที่สมองอยู่ที่กึ๋น ถ้าไม่มี ความสามารถ ไม่มีวิสัยทัศน์ มีเงินไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงพลังงาน ต้องทําตอนนี้ก็คือ ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมเคยรับราชการมาก่อน ผมทราบว่า หน่วยงานราชการชอบทํางานในเชิงรับมากกว่าเชิงรุก ต่อไปต้องเปลี่ยนครับ ต้อง เปลี่ยนเปึนเชิงรุก ต้องมีความพยายามมากขึ้น มีวิสัยทัศน์เพิ่มขึ้น เท่านั้นถึงจะสามารถ บรรเทาปัญหาไปได้ มีเงินแต่ขาดวิสัยทัศน์ก็ไร้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมจะฝากกระทรวง พลังงานไปว่า ขอให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางานให้เพิ่มขึ้น ในตอนนี้ท่านยังไม่มี ประสิทธิภาพที่พอเพียงผมขอตัดงบประมาณของท่านไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ