สุกิจ อัถโถปกรณ์ อภิปรายเรื่องงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข โดยเน้นย้ำถึงการปราบปรามยาเสพติดและป้องกันการเปลี่ยนแปลงยาที่มีส่วนผสมของยาตัวที่สามารถเปลี่ยนเป็นยาสำหรับเสพติดได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาพื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุข เช่น ความแออัดยัดเยียดของโรงพยาบาล ความไม่สะดวกไม่สบาย และผลกระทบจากโครงการ 30 บาท และโครงการรักษาฟรี และเสนอให้ตัดงบกระทรวงสาธารณสุข 10 เปอร์เซ็นต์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ จะพยายามใช้เวลาให้อยู่ในกรอบที่ท่านประธานกําหนดนะครับ ผมว่าน้อยไปหน่อย นะครับ ขอ ๗ นาทีได้ไหมครับ ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวง สาธารณสุขครับ เริ่มที่งบประมาณเร่งรัดแก้ไขปัญหายาเสพติดและปราบปรามผู้มี อิทธิพลของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับการให้ความสําคัญเปึนพิเศษ นะครับ เพราะว่าได้เขียนไว้ในหลาย ๆ กรมที่เดียว ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ เพราะว่าเรื่องของ ยาเสพติดทุกคนก็ทราบอยู่แล้วว่าเปึนเรื่องสําคัญแล้วก็เยาวชนของเราตอนนี้ ก็ติดยาเสพติดกันเยอะที่เดียวนะครับ แต่ขอเรียนนะครับว่าที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ค่อนข้างจะล้มเหลวกับเรื่องนี้นะครับ ไม่ได้หมายถึงในเรื่องการปราบปรามของผู้มีอิทธิพล ไม่ทราบเขียนไว้ทําไม ความจริงแล้วกระทรวงสาธารณสุขคงทําได้แค่เพียงบําบัดรักษาแล้วก็ให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนในเรื่องของยาเสพติดเท่านั้นนะครับ ที่ผมบอกว่าค่อนข้างจะล้มเหลว ก็เพราะว่าสังเกตดู ในทุกโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้จะมีคลินิกยาเสพติด แต่ส่วนใหญ่ไปดูเถอะ ครับ ไม่ค่อยจะมีคนไข้ แล้วก็เรื่องของการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร นะครับ แต่ที่ผมอยากจะเน้นในวันนี้ก็คือส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขต้องดูแลเปึนพิเศษครับ คือยาบางตัวที่ไม่ได้เปึนยาเสพติด แต่มีคนเอาไปเปึนยาเสพติดครับ เปึนยาที่เราใช้กัน ในโรงพยาบาลในคลินิกทั่ว ๆ ไป นั่นแหละครับ ซึ่งบางครั้งผมเชื่อว่ากระทรวงก็รู้ไม่เท่าทัน คนนะครับ เดี๋ยวนี้เขาเก่งอาจจะมีคนที่มีความรู้ทางด้านเคมีเพิ่มขึ้นนะครับ มีคนอุตริที่เอา ยาบางชนิดไปเปึนยาเสพติด อย่างเช่นเรื่องที่เมื่อประมาณ ๒ สัปดาห์ ที่แล้ว ผมได้เคย ลุกขึ้นหารือกับท่านประธานในสภาแห่งนี้ว่าอยู่ดี ๆ ในจังหวัดตรังของผม ยาแก้หวัดที่ชื่อ แอคติเฟด (Actifed) ขาดตลาดครับ ที่จังหวัดตรัง ทั้ง ๆ ที่คนตรังเขาไม่ได้เปึนหวัดมากขึ้น แต่ประการใดนะครับ เพียงแต่ว่ามีคนไปกว้านซื้อครับ ไปกว้านซื้อตามร้านขายยาต่าง ๆ จนยาพวกนี้ขาดตลาดเลยครับ แล้วที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือมีข่าวว่ายาพวกนี้ได้ไปแพร่หลาย ในจังหวัดที่เปึนจังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ อย่างเช่น ภูเก็ต พัทยา นะครับ แล้วก็มีข่าวว่ามี นักท่องเที่ยวซื้อยาพวกนี้นําออกนอกประเทศด้วย ผมก็อยากจะให้ไปตรวจสอบดูนะครับ เพราะว่ายาสูตรนี้จะมีส่วนผสมของยาตัวหนึ่งที่ชื่อว่าซูดูอีเฟรดิน (Pseuduephredine) นะครับ ยาตัวนี้มีคนที่สามารถเอาเปึนส่วนผสมของยาเสพติด เปึนยาไอซ์ ยาอี อะไรที่เขา พูดกันนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าทางกระทรวงสาธารณสุขรู้เรื่องนี้หรือยัง ก็อยากจะให้ ติดตามเรื่องนี้โดยรีบด่วนด้วย แล้วก็ขอความกรุณาให้ดูแลยากลุ่มนี้ซึ่งยังมีอีก หลายตัว แต่อย่าสั่งห้ามผลิตนะครับ เพราะว่ายาแก้หวัดตอนนี้ก็มีจํากัดอยู่แล้ว ถ้าท่าน มาห้ามผลิตเสียอีก เราคนเปึนหมอก็ไม่รู้จะใช้ยาตัวไหนเหมือนกันนะครับ ที่มีราคาถูก ส่วนเรื่องของการปัองกันปราบปรามยาเสพติดก็ขอให้กระทรวงสาธารณสุขทําให้มัน เข้มข้นกว่านี้นะครับ
ต่อไปเรื่องที่ผมจะพูดก็คงจะคล้าย ๆ กับที่คุณหมอมาลินีได้พูดไปแล้ว ในบางส่วนนะครับ คือผมจะพูดถึงปัญหาที่ผมเคยอภิปรายไว้ในวันแถลงนโยบายของ รัฐบาล คือผมสนใจแต่เรื่องปัญหาพื้นฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเปึนปัญหา ที่เรื้อรังมานาน อย่างเช่น เรื่องของความแออัดยัดเยียดของโรงพยาบาล เพื่อน ๆ สมาชิก หลายคนก็เคยยื่นกระทู้บ้าง ตั้งเปึนญัตติขึ้นมาบ้างในสภาของเรานี้นะครับ แต่มันก็ยัง ไม่ดีขึ้นครับ รวมทั้งเรื่องของความไม่สะดวกไม่สบาย ซึ่งในแต่ละวันนับวันนี้นะครับ ก็ยิ่งจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเปึนผลมาจากโครงการ ๓๐ บาท แล้วต่อเนื่องมาถึงโครงการรักษาฟรีในปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เพราะต้องยอมรับว่าเรามาเร็วเกินไปโดยที่เราไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนที่จะทําสิ่งที่เรา เรียกว่าเปึนระบบประกันสุขภาพ ความจริงแล้วระบบประกันสุขภาพมีมากมายครับ แต่ว่าเมื่อเราเลือกระบบนี้ ตอนนี้ผลอะไรเกิดขึ้นครับ โรงพยาบาลใหญ่ ๆ แออัดยัดเยียดครับ เพราะอะไร เพราะว่าโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลอําเภอเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มี ประสิทธิภาพนะครับ ไม่มีประชาชนเชื่อถือ เอะอะรับคนไข้มาก็ส่งต่อ อาจจะเปึนด้วย กรรมวิธีทางการเงินด้วยนะครับ หมอ พยาบาล ลาออกกันเยอะครับ ไปโทษเขาไม่ได้ครับ เพราะว่าเขาทํางานหนัก ทีนี้พอหมอ พยาบาล ยิ่งลาออกมากเท่าไร คนที่อยู่ก็ยิ่งทํางานหนัก ปัญหาก็ถมทับทวีขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ ที่สําคัญก็คือเมื่อเงินได้ถูกใช้ไปกับการรักษาฟรีมาก ๆ อะไรเกิดขึ้นครับ ส่วนที่จะนําไปพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลแทบจะไม่มีเลยครับ โรงพยาบาลในช่วง ๕ - ๖ ป้ที่ผ่านมานี้ แทบจะไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรครับ บางโรงพยาบาลเครื่องไม้เครื่องมือเสียยังไม่สามารถที่จะมีเงินซ่อมได้ครับ ผมจึงคิดว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขน่าจะกลับมาตั้งสติให้ดีครับ ทบทวนดูใหม่ว่าอะไร ที่มันสร้างปัญหามาแล้วในอดีต จนถึงปัจจุบันก็ไม่จําเปึนต้องดันทุรังต่อไปหรอกครับ รู้จักค้าน รู้จักเถียงเสียบ้างกับความคิดที่จะเอาแต่คะแนนนิยมของผู้มีอํานาจ และช่วยกัน ระดมสมองอย่างที่คุณหมอมาลินีได้พูดเมื่อกี้นะครับ กระทรวงสาธารณสุขมีคนที่เก่ง ๆ มีความสามารถ สมองดีกันทั้งนั้นนะครับ แล้วก็มาดูว่าจุดแห่งความพอดีมันอยู่ตรงไหน แล้วก็เลือกเดินไปที่จุดนั้น ทําให้ระบบสาธารณสุขของเราเปึนระบบที่มั่นคง แล้วก็ ให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ วันนี้นะครับ ผมต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่าระบบ ของเราเอื้ออํานวยให้กับการใช้เงินกัน อย่างฟุ์มเฟ๋อยเกินเหตุ ขณะที่ผลงานของ โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขยังไม่ดีพอครับ ผมจึงขอเสนอให้ตัดงบของกระทรวง สาธารณสุข ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ