สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

ไพฑูรย์ แก้วทอง หารือเรื่องงบประมาณของกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานจัดงบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการฝึกอบรมแรงงานและให้เบี้ยเลี้ยงแก่คนเข้ารับการฝึกอบรม

นายไพฑูรย์ แก้วทอง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพฑูรย์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอ สงวนคําแปรญัตติของกระทรวงแรงงานโดยเสนอตัดงบประมาณของกระทรวงแรงงาน ในส่วนของกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้เสนอตัดอย่างนี้ เพื่อที่จะได้ มีโอกาสอภิปรายเปึนข้อสังเกตให้กระทรวงแรงงานได้พิจารณาปรับงบประมาณ ของตัวเองในป้ต่อไป เพราะว่ากระทรวงแรงงานนั้นเกี่ยวข้องกับคนเปึนจํานวนมาก อาจจะเกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศก็ว่าได้ เพราะในครอบครัวก็มีนายจ้าง ลูกจ้าง ที่อยู่ ตามบ้าน ในสถานประกอบการก็มีนายจ้าง ลูกจ้าง แม้แต่รัฐวิสาหกิจก็มีนายจ้าง ลูกจ้าง เพราะฉะนั้นกระทรวงนี้จึงมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง โดยที่มีหน่วยงานอยู่ทั้งหมด ๕ หน่วยงาน แล้วทั้ง ๕ หน่วยงานจะมีส่วนเกี่ยวข้องผูกพันกันเกือบทั้งหมดเลย เช่น สํานักงานปลัด ซึ่งมีตัวแทนอยู่ทุกจังหวัด แล้วเปึนสํานักงานที่จะประสานกับ กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน แล้วก็ประกันสังคม จะเกี่ยวข้องอย่างนี้ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับ กรมการจัดหางานนั้น ถ้าเปรียบเสมือนพูดภาษาชาวบ้านให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ทําหน้าที่ เหมือนพ่อสื่อแม่สื่อ ให้นายจ้างกับลูกจ้างมีโอกาสได้พบกัน เพราะฉะนั้นกรมนี้จึงมีความจําเปึนที่ต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร โดยเฉพาะ รวบรวมข้อมูลฝ์ายนายจ้าง ฝ์ายลูกจ้าง แล้วก็จัดให้มีโอกาสได้พบกัน โดยที่ว่าการจัด วันนัดพบแรงงานตามสถานที่ต่าง ๆ ก็ดี เพราะฉะนั้นก็จะมีส่วนที่จําเปึนต้องใช้ งบประมาณพอสมควร แล้วกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน นะครับ คือต้องดูแลประสานไม่ให้นายจ้างกับลูกจ้างมีความขัดแย้ง ไม่ว่าจะมี การประท้วงเกิดจากเหตุอะไร ไม่ว่าจะมีการไม่จ่ายค่าจ้าง หรือเกิดมีปัญหา มีสหภาพ แรงงานหรือไม่ต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีความสําคัญผูกพันกัน แต่ที่ไม่ค่อยจะมีปัญหามากนัก ก็คือสํานักงานประกันสังคม เพราะว่าเพียงบริหารดูแลสวัสดิการ ดูแลการคุ้มครองตาม กฎหมาย และก็ดูแลบริหารเงินกองทุนบ แต่กรมที่มีความสําคัญมากที่สุดที่ผมจะได้กล่าว ต่อไปนี้คือกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน กรมนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านสังเกต นะครับ แล้วเพื่อน ส.ส. ของเราทุกจังหวัด กรมนี้จะมีศูนย์พัฒนาฝ้มือแรงงานอยู่ ทุกจังหวัดเลย เพราะว่ากรมนี้มีความสําคัญที่เราจะพัฒนาคน พัฒนาแรงงานเพื่อเข้าสู่ แรงงาน แต่ปรากฏว่าหลายจังหวัดที่ผมจําเปึนที่จะต้องพูดนี้ก็คือบางจังหวัดปล่อยทิ้ง ให้รกร้างทั้ง ๆ ที่มีเครื่องมือเครื่องจักร มีอุปกรณ์พอสมควร ไม่มีคนไปฝ๊กเท่าที่ควร ที่เปึน เช่นนี้ก็เพราะว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวง โดยเฉพาะกรมนี้ต้องเข้าใจว่าผู้ที่จะ มาเข้าสู่พัฒนาฝ้มือแรงงานส่วนใหญ่เปึนครอบครัวที่ยากจน บรรพบุรุษคุณปู์ คุณย่า คุณตา คุณยาย ก็รับจ้างเขามายากจน ลูกหลานมาก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ส่วนครอบครัวที่มี ฐานะพอสมควรเขาก็ไปเรียนอาชีวะ เรียนอะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ เพราะฉะนั้น กรมพัฒนาฝ้มือแรงงานจึงมุ่งเน้นที่จะบริหารคนส่วนนี้ แต่คนส่วนนี้ล่ะครับถ้าเราไม่จัด งบประมาณให้เขาเพียงพอ คนที่จะมาฝ๊กอบรมนั้นท้องหิว ครอบครัวเดือดร้อน จึงควรที่ จะต้องจัดงบประมาณส่วนหนึ่ง ให้เบี้ยเลี้ยงกับคนที่มาอบรม มาฝ๊กนะครับ แล้วก็เข้าไปสู่ แรงงาน แม้กระทั่งสถานประกอบการวันเสาร์ – อาทิตย์ วันหยุดก็ไปเพิ่มทักษะให้ ปัญหา นายจ้างกับลูกจ้างก็จะไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นงบของกระทรวงแรงงานนี้ส่วนใหญ่ ไม่มากนัก เพราะว่าไปใช้ในการบริหารจัดการ สิ่งที่จําเปึนที่ผมต้องพูดถึงกรมพัฒนาฝ้มือ แรงงานถือว่ามีความจําเปึน ขอแสดงความยินดีด้วยกับกระทรวงที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาชุดนี้ยังให้ความสําคัญ คือมาแปรญัตติเพิ่มขึ้นให้อีก ๖๕ ล้านบาท แล้วก็เน้นในเรื่องของที่จะส่งเสริมการฝ๊กภาษาสําหรับแรงงานที่จะไปทํางานต่างประเทศ อันนี้ก็เปึนส่วนดี แล้วอีกส่วนหนึ่งบอกว่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้วผมก็อยากจะเน้นในประเด็น ที่ใช้จ่ายอื่น ๆ นี้ให้จ่ายเบี้ยเลี้ยง ชักจูงคนที่จะเข้ามาฝ๊ก เพราะพวกเขาเดือดร้อนอย่างที่ ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ที่ผมได้กล่าวเช่นนี้นะครับเพื่อที่จะให้กระทรวงแรงงาน จัดงบประมาณในป้ต่อไปจะได้เน้นถึงความสําคัญว่ากระทรวงแรงงานสําคัญอย่างไร งบประมาณควรจะมีมากขึ้นโดยที่ทําเปึนรูปธรรม ก็คือโครงการต่าง ๆ แล้วก็มีข้อมูล แล้วก็ให้สํานักงบประมาณเขาดูในป้ต่อไปเราใช้อย่างนี้ ทําอย่างนี้ จําเปึนต้องมีงบ มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นป้ต่อ ๆ ไปงบก็จะวนเวียนเปึนค่าใช้จ่าย อย่างที่เห็นได้ชัดบอกว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดว่าเยอะ แต่เปึนงบที่ไปเอาเงินสมทบ ในประกันสังคม งบบริหารจริง ๆ มีประมาณ ๕,๐๐๐ – ๖,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง จึงขอกราบเรียนท่านประธาน ต้องขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสได้ตั้งเปึนข้อสังเกตให้ กระทรวงแรงงานต่อไป ขอบคุณมากครับ