สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ หารือเรื่องกองทุนส่งเสริมรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเรียกร้องการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนนี้ โดยพบว่าใช้จ่ายได้เพียง 74.17% เท่านั้น และมีเงินเหลือ 3,000 กว่าล้านบาท นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าส่วนราชการสามารถเสนอโครงการเพื่อเงินงบประมาณจากสํานักงบประมาณได้โดยตรง และกองทุนได้หักเงินไว้โดยอ้างว่าเป็นค่าบริหารจัดการหรือติดตามประเมินผล ซึ่งไม่เหมาะสมและไม่มีระเบียบให้ปฏิบัติ

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบประทานอภัยท่านประธานด้วยนะครับ เมื่อคืนท่านกรุณา เรียกชื่อผม แต่ว่าบังเอิญในประเด็นที่ผมจะพูดนั้นสมาชิกท่านก่อนคือ คุณหมอวรงค์ได้ พูดไปก่อนหน้านั้นแล้ว ก็เลยขออนุญาตท่านประธานในคืนนี้ ในการที่จะพูดเกี่ยวกับ เรื่องของกองทุนส่งเสริมรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งก็เปึนที่รู้กันทั่วไป เรียกกันสั้น ๆ ว่าเอสเอ็มอี (SME) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตปูพื้นฐานเกี่ยวกับหน่วยงานนี้เพื่อให้เข้าใจได้โดยง่าย นะครับ กองทุนส่งเสริมรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้นจัดตั้งขึ้นโดย พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พุทธศักราช ๒๕๔๓ สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ผมเรียนท่านประธานว่า มีส่วนที่สําคัญอยู่ ๕ ส่วนครับ ท่านประธาน ส่วนแรกเปึนเรื่องของคณะกรรมการส่งเสริมซึ่งระบุอํานาจไว้ในมาตรา ๑๑ ก็คือส่วนใหญ่จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการวางนโยบายและกํากับการดูแล ส่วนที่ ๒ นั้นจะเปึน เรื่องเกี่ยวกับสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งจะบอกขอบเขต อํานาจและก็วัตถุประสงค์ไว้ในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ซึ่งมีรายละเอียดมากนะครับ ส่วนที่ ๓ จะเปึนเรื่องของคณะกรรมการบริหารซึ่งมีหน้าที่บริหารกิจการ ซึ่งกําหนดไว้ใน มาตรา ๒๐ ส่วนที่ ๔ นั้นจะเปึนเรื่องของกําหนดตําแหน่งผู้อํานวยการซึ่งแต่งตั้งโดย คณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่ในการบริหารกิจการ และสุดท้ายก็คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนซึ่งกฎหมายบอกว่าให้ตั้งกองทุนขึ้นมา ตามมาตรา ๓๒ และก็มาตรา ๓๓ ลักษณะพิเศษของกองทุนนั้นระบุไว้ในมาตรา ๓๓ ว่า รายได้ของกองทุนและของสํานักงานให้นําส่งเข้ากองทุนเพื่อใช้ในกิจการตามที่กําหนดไว้ ในพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ต้องส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายครับ อันนี้เปึนลักษณะ พิเศษ คือทําได้เท่าไรก็เก็บเอาไว้ครับ และนี่คือปัญหาที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ในโอกาสต่อไป ว่าจากการตรวจสอบของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ซึ่งได้ ตรวจการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนที่ผมเรียนท่านประธาน โดยตรวจสอบต่อเนื่อง ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ถ้าจะพูดแล้วก็คือตรวจสอบตั้งแต่ที่มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาในป้ ๒๕๔๔ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๕๐ ปรากฏว่าสรุปได้ว่าตรวจสอบแล้วนี่ตั้งแต่ป้งบประมาณ ๒๕๔๕ ถึง ๒๕๕๐ นี้ เอสเอ็มอีสามารถใช้จ่ายเงินงบประมาณได้คิดเปึนร้อยละ ๗๔.๑๗ เท่านั้น นะครับ ยังมีเงินงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้จ่าย คงเหลือเปึนจํานวนเงินถึง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีหลายโครงการที่ไม่ได้ดําเนินการด้วยตัวเอง โดยมีการจ้างที่ปรึกษาดําเนินโครงการเปึน จํานวนมาก และมีหลายโครงการที่ได้นําเงินไปสนับสนุนให้กับหน่วยงานอื่น ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยดําเนินการอย่างไม่เหมาะสม จัดสรรงบประมาณให้เอสเอ็มอีเปึน จํานวนมากจนเกินศักยภาพที่จะใช้จ่ายเงินให้หมดสิ้นได้ทันภายในป้งบประมาณ และยังมีเงินเหลือที่ยังใช้จ่ายไม่ทันเปึนจํานวนมาก ท่านประธานครับ นอกจากนั้นนะครับ ยังมีข้อสังเกตอีกว่าส่วนราชการสามารถเสนอโครงการเพื่อของบประมาณจากสํานัก งบประมาณได้โดยตรงอยู่แล้วก็จะหลีกเลี่ยงมาขอรับการสนับสนุนจากสํานักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งหมายถึงกองทุนนี้ด้วย นอกจากนั้นกองทุนยังได้หัก เงินไว้โดยอ้างว่าเปึนค่าบริหารจัดการหรือติดตามประเมินผล นําไปใช้จ่ายค่าจ้างบุคลากร ค่าเดินทาง ค่าครุภัณฑ์ ประชาสัมพันธ์และติดตามประเมินผล ซึ่งสรุปว่าเปึนการกระทําที่ ไม่เหมาะสมและไม่มีระเบียบให้ปฏิบัติ โดยเฉพาะการจ้างบุคลากรเปึนจํานวนมากครับ ทั้งที่กําหนดอัตราไว้เพียง ๑๖๐ คน แต่ว่าไปจ่ายเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ถึง ๔๑๙ คน ครับท่านประธาน ผมยังมีตัวอย่างที่จะนําเรียนท่านประธานอีกว่า การที่กองทุนเอสเอ็มอี นะครับทําไม่ถูกต้องนั้น ยกตัวอย่างครับ เรื่องแรก ก็คือเกี่ยวกับเรื่องกระทําผิดระเบียบ กฎหมาย คือการวางระเบียบกําหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการกู้ยืมเงิน และให้กู้ยืมเงิน รวมทั้งการลงทุน การให้ความอุดหนุนหรือการให้ความช่วยเหลือจากเงินกองทุนหรือการ เข้าร่วมกิจการหรือถือหุ้นตามที่กฎหมายบัญญัติก็ไม่ได้ทําตามที่กฎหมายกําหนด นะครับ ระเบียบว่าด้วยค่าตอบแทน ค่ารับรอง ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ค่ารับรองประจํา ตําแหน่งผู้อํานวยการและรองผู้อํานวยการ ค่านามบัตร ค่าบัตรอวยพร ก็ไม่สอดคล้อง กับระเบียบ ประเด็นต่อไปครับ ได้ทําผิดกฎหมายอีกหลายอย่าง เช่น แต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วม ลงทุนโดยไม่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็นําเงินงบประมาณจากกองทุน ร่วมลงทุนเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยจํานวนถึง ๖๐ กว่าล้านบาท ไปใช้จ่ายโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบ ซึ่ง สตง. ได้ตั้งข้อสังเกตว่าให้คืนเงิน ต่อไปทาง กองทุนปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ ทาง สตง. ก็บอกว่าให้คืนงบประมาณจํานวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่งคืนเปึนรายได้แผ่นดิน โดยเร็ว อันนี้ผมเรียนท่านประธานว่าเปึนการตั้งงบกลางไว้เปึนกรณีพิเศษ ในป้งบประมาณ ๒๕๔๗ ต่อไป สตง. บอกว่าให้ทบทวนการอนุมัติการร่วมลงทุนจํานวน ๑๐๕ ราย เนื่องจากไม่ชอบด้วยกฎหมายฉบับนี้ ต่อไปยังมีตัวอย่างของการจัดตั้งบริษัท ต่าง ๆ หลาย ๆ บริษัทนะครับ ซึ่งผมดูแล้วก็ปรากฏว่ามีลักษณะของการที่เปึนการบริหาร อย่างมีผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้บริหารก็คือผู้อํานวยการ มีบริษัทต่าง ๆ ที่จดทะเบียน เพื่อประกอบกิจการตามที่ได้ยื่นกู้ไว้กับทางกองทุนนะครับ เช่น บริษัทส่งเสริมการค้า เอสเอ็มอี ซึ่งมีท่านผู้อํานวยการเปึนประธานกรรมการของบริษัทนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ บริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จํากัด บริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง จํากัด บริษัท ห้องปฏิบัติ กลางตรวจผลิตภัณฑ์ทางเกษตรและอาหาร จํากัด บริษัท อุตสากรรมการบิน จํากัด และ บริษัท กรุงเทพเมืองแฟชั่น จํากัด บริษัท ต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเหล่านี้ บางบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บางบริษัท ประกอบกิจการ ขาดทุนเกินกว่าทุนที่จดทะเบียน ต้องเลิกบริษัท ต้องชําระบัญชี นอกจากนั้นนะครับ ยังได้ มีการระบุว่ามีกรรมการของบริษัท เยลโล่แคท จํากัด ซึ่งมีกรรมการของ บริษัท ส่งเสริม การค้าเปึนเจ้าของ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ได้ไปเช่าที่ทําการของกรรมการบริษัท ซึ่งเปึนที่ปรึกษาเปึนที่ทําการ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท กรุงเทพเมืองแฟชั่น เมื่อครั้งที่ผมทําหน้าที่เปึนกรรมาธิการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวาระของ ส.ส. ในสมัยป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานครับ บริษัทนี้ขาดทุนเปึนเงินเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท และเจ้าของบริษัทนี้คือผู้อํานวยการ ของเอสเอ็มอีครับ มีผลประโยชน์ทับซ้อน ผมเห็นท่านรองผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านนั่งอยู่ ท่านคงจะได้รับข้อมูลเหมือนที่กระผมกราบเรียนท่านประธานในวันนี้ แล้วก็ ขอความกรุณาท่านได้โปรดไปตั้งข้อสังเกต ที่จะให้ทางหน่วยงานนี้ไปปรับปรุงและไปทํา แผนให้ถูกต้อง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กฎหมายฉบับนี้ผมไม่เถียง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ออกโดยท่านอดีดนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ในสมัยที่ พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล แต่พรรครัฐบาลที่บริหารกิจการมาโดยตลอดนั้นเปึนรัฐบาล สมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ จนถึงปัจจุบันนี้ พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคย บริหารเลย สําหรับเอสเอ็มอี นอกจากนั้นท่านประธานครับ ยังมีหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งคิดว่า คงจะใช้เวลารบกวนสภาแห่งนี้ไม่มากนะครับ เพราะว่าเหลืออีกเยอะคงใช้เวลาไม่หมด โดยสรุปแล้วก็คือว่าจากตัวอย่างหลาย ๆ เรื่อง ที่ทางสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตั้ง ข้อสังเกตไปที่ตัวหน่วยงานเองและก็ตั้งข้อสังเกตไปที่สํานักงบประมาณนั้น ผมจึงไม่อาจ ที่จะรับงบประมาณที่ตั้งไว้ถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาทได้ โดยขอปรับลดตามที่ได้แปรญัตติเอาไว้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน