อรรถพร จี้ปรับลดงบกองทุนฯ แก้หนี้สินเกษตรกร ชี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

อรรถพร พลบุตร อภิปรายแปรญัตติปรับลดงบประมาณกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยชี้ให้เห็นปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่ตกอยู่ในวงแหวนหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ และวิพากษ์วิจารณ์ว่ากองทุนฯ กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตามมติ ครม. เพื่อขับเคลื่อนกลไกการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผม ได้อภิปรายประกอบการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๓๒ นะครับ กองทุน และเงินทุนหมุนเวียน โดยกระผมได้ขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกองทุนฟุ๋นฟู และพัฒนาเกษตรกร ซึ่งตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ นี้ จํานวน ๑๗๐ ล้านบาท ขอปรับลดลงร้อยละ ๑๐ ครับ เวลาที่ได้รับแค่ ๗ นาทีน้อยมากนะครับ แต่นั่นก็เปึน กฎเกณฑ์ เปึนกติกา ข้อตกลงของสภาแห่งนี้ ซึ่งต้องเคารพ ฉะนั้นกระผมก็จะใช้เวลาที่ น้อยนิดตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ และเน้นไปในเนื้อหาซึ่งเปึนหัวใจของประเด็น ของเรื่องราวนี้ แต่หัวใจของเรื่องนี้คืออะไรครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แม้ว่า ประเทศของเราจะเปึนประเทศเกษตรกรรม และพี่น้องเกษตรกรไม่ใช่คนส่วนน้อยของ ประเทศ แต่ความจริงที่เจ็บปวดก็คือการต้องยอมรับว่าพี่น้องเกษตรกรตกอยู่ใน สถานการณ์ของหนี้สิน ไม่ว่าจะหนี้ในระบบหรือหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน หรือชาวประมง ติดอยู่ในบ่วงแห่งหนี้สินตรงนี้ตลอดเวลา เพราะในโลก ของทุนนิยมพี่น้องเกษตรกรคือคนที่อ่อนกําลังและมีภูมิต้านทานต่ําสุด ท่านประธานครับ ด้วยพลังแห่งความคับแค้นตรงนี้ พี่น้องเกษตรกรทั่วทั้งประเทศก็ได้รวมพลังกันต่อสู้ ขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องความหวังใหม่ของชีวิต จนกระทั่งสําเร็จในป้ ๒๕๔๑ – ๒๕๔๒ ในรัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี เราได้มีเครื่องมือกลไกใหม่สําหรับ การแก้ไขปลดเปลื้องหนี้สินของเกษตรกร ซึ่งเรียกว่ากองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร เราได้มีพระราชบัญญัติฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรขึ้นในเดือนตุลาคมของป้นั้น พี่น้อง เกษตรกรทั่วทั้งประเทศมีความหวังมองเห็นหนทางข้างหน้า และเขาก็รู้ว่าที่เขาต่อสู้มานาน หลายสิบครั้ง ชุมนุมไม่ว่าจะที่โคราช ที่ขอนแก่น ที่ลําตะคอง ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า หรือที่กระทรวงเกษตร มันไม่สูญเปล่า เขาก็มีความหวังเกิดขึ้น เขาหวังว่าวันพรุ่งนี้เขาจะมี ชีวิติที่ดีขึ้นไปกว่าเดิมแต่น่าเสียดาย ท่านประธานครับ เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนทุกอย่างก็ เปลี่ยนไป บาทบาทของกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้สะดุดหยุดลง ได้เปึนแหล่ง ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางพวก ได้เปึนเวทีแห่งความขัดแย้งของเกษตรกร ซึ่งจนกระทั่งถึงวันนี้ยังหาจุดจบไม่เจอและที่ร้ายที่สุดได้เปึนเครื่องมือของพรรคการเมือง คนที่มีอํานาจหรือกลุ่มการเมืองในขณะนั้น ผมยังจําภาพได้ครับ ไม่กี่ป้ที่ผ่านมาครับ อดีตผู้นําคนหนึ่งขึ้นไปยืนบนวัวเทียมเกวียนที่เพชรบุรีบ้านผม วัดเขาบันไดอิฐ ต่อหน้า พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศหลายหมื่นคนถ่ายทอดสดออกไปทั่วทั้งประเทศ ท่านประกาศ เสียงดังฟังชัดบอกว่าจะเร่งรัดผลักดันใช้งบประมาณทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเพื่อปลดเปลื้อง หนี้สินเกษตรกรให้เร็วที่สุด พี่น้องเกษตรกรหลายหมื่นคนในที่นั้นไชโยโห่ร้องเสียงดัง กึกก้องหมด ด้วยความดีใจอย่างสุดขีดครับ แต่เมื่อเสียงไชโยเงียบลงพรรคของท่านก็ชนะ การเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย และเมื่อเสียงไชโยเงียบลง เกษตรกรก็ต้องกลับมานอนที่ถนนราชดําเนินเหมือนเดิม มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกที่พี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรจากภาคอีสาน ภาคกลางภาคใต้หลายพื้นที่มานอนตากฝนตากลม ทนหิวทนหนาวอยู่อย่างนั้นไม่ใช่เรื่อง ที่น่าสนุกครับ ต่อสู้จนบางทีไม่มีเงินในกระเปิาแม้แต่บาทเดียวและก็กลับบ้านไม่ได้ ไม่ใช่ เรื่องที่น่าสนุกแต่เขาก็ต้องสู้ มันเปึนการแสวงหาความเท่าเทียมกันของชีวิต โชคร้ายเจอ รัฐบาลที่อํามหิตถูกกระบองเข้าไปก็ต้องกลับไปนอนที่บ้านให้ลูกให้เมียเอายาแดง ยาเหลืองทาครับ รักษาบาดแผลในหัวใจของคนจน ผมเข้าใจคนพวกนี้และเราลงโทษ เขาไม่ได้ แต่มีของกองทุนฟุ๋นฟูเกษตรกร อย่างที่ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ได้กราบเรียนไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้เกษตรกรขึ้นบัญชีเปึนสมาชิกกองทุนฟุ๋นฟู ๖ ล้านกว่าคน ๘ ป้ที่ผ่านมาถึง วันนี้กองทุนฟุ๋นฟูเพิ่งรับซื้อหนี้สินเกษตรกรได้เท่าไรรู้ไหม ๓,๐๐๐ กับ ๒๔ คนเท่านั้นเอง ครับ ๘ ป้ ๙ ป้ที่ผ่านมาเปลี่ยนเลขาธิการไปแล้วเกือบ ๑๐ คน บางป้เปลี่ยนมา ๒ คน ท่านประธานเห็นปัญหาไหม อย่างไรก็ตามวันนี้เราก็มีเลขาธิการกองทุนฟุ๋นฟูคนใหม่ เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ท่านดอกเตอร์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ท่านเปึนคนเก่งเปึนคนมีความสามารถ ประกอบกับ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีโดย ฯพณฯ พลตรี สนั่น ขจรประสาสน์ ได้มีมติ ครม. ให้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่างซึ่งเกิดประโยชน์มากขึ้น กับกลไกการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเรื่องของดอกเบี้ยหรือการชะลอการบังคับคดี หรือการ ฟัองร้องพี่น้องเกษตรกรเรามีความหวังมากขึ้น เรามีความหวังมากขึ้นจนบางทีเราละเลย ที่จะมองว่างบประมาณของกองทุนฟุ๋นฟูในป้นี้ ๑๗๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทเปึนงบ ค่าใช้จ่ายบุคลากร ๙ ล้านบาทเปึนงบดําเนินงานและเปึนงบเลือกตั้ง ตัวแทนเกษตรกร เข้าไปเปึนกรรมการกองทุน ๖๐ ล้านบาท ที่จริงมันมีวิธีปรับลดอีกมากมาย เวลาน้อย ผมคงไม่ลงรายละเอียดในส่วนนี้ แต่ก็ชั่งมันเถอะครับ ๑๗๐ ล้านบาท มันน้อยเหลือเกิน มันคาดหวังอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่ผมและ ส.ส. ประชาธิปัตย์ทุกคนคาดหวัง เราคาดหวัง ในเลขาธิการคนใหม่ เราคาดหวังในคณะกรรมการกองทุน คาดหวังว่าท่านมาจาก การเมือง ท่านปฏิเสธความจริงตรงนี้ไม่ได้ แต่ท่านต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าท่านจะไม่ ยอมให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการดําเนินงานของกองทุนฟุ๋นฟู เหมือนที่เกิดขึ้น ชอกช้ํายับเยินมา ๘ ป้ที่ผ่านมาท่านต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็น กองทุนฟุ๋นฟูเกษตรกรต้องทํา เพื่อชีวิตของเกษตรกรจริง ๆ ครับท่านเลขาธิการและคณะกรรมการกองทุนต้องขับเคลื่อน กองทุนฟุ๋นฟูกลับไปสู่พันธกิจเดิม ซึ่งรัฐบาลสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย กําหนดเอาไว้ นั่นก็คือการปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกรและนอกจากปลดเปลื้องหนี้สินพันธการตรงนี้แล้ว ท่านต้องเยียวยาฟุ๋นฟูให้เขามีกําลังที่เข้มแข็งบนสองขาสองมือหัวใจของเขาไม่ใช่เพื่อจะ กลับไปเปึนหนี้สินซ้ําแล้วซ้ําอีกอยู่อย่างนี้