สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องการเพิ่มทุนหมุนเวียน 10% และการแก้ไขปัญหาการใช้จ่ายเงินในกองทุน โดยเฉพาะกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ที่มีลักษณะซ้อนและไม่ได้เตรียมความพร้อมให้กับชุมชน และมีการใช้จ่ายเงินไม่เข้มงวด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขาดจิตสานึกและใช้จ่ายไม่เหมาะสมในโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการประเมินประสิทธิภาพของกองทุนฟุ้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มที่ ๓ ดิฉัน ได้แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายของกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเห็นว่ากองทุนนี้ พอเราพูดถึงกองทุนคนจะมองเห็นเม็ดเงินเปึนตัวสําคัญ แล้วก็ การใช้เงินจากกองทุนก็จะเปึนเงินที่ใช้ง่าย แล้วระเบียบที่ใช้ก็ไม่เข้มงวด เพราะฉะนั้น การใช้เงินกองทุนเปึนเรื่องที่พึ่งระมัดระวัง เราต้องใช้หลักธรรมาภิบาลให้มาก ต้องโปร่งใส แล้วก็ตรงไปตรงมา แล้วเท่าที่ดูที่จริงดิฉันทราบว่ากองทุนมีมากกว่าที่กําหนดไว้ในนี้ เพียงแต่ว่าเฉพาะเท่าที่อยู่ในนี้ก็สามารถที่จะจัดหมวดหมู่ได้เปึนกองทุนที่สนองงาน ทางด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม มีกลุ่มทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ ด้านการเมือง ด้านกีฬา แล้วก็จะเห็นว่ามีหลายกองทุนที่มีลักษณะอาจจะซ้ําซ้อนกัน มีลักษณะเหมือนกับ ถ้าหน่วยงานไหน ถ้ากฎหมายฉบับไหน พอบัญญัติกฎหมายขึ้นมาแล้วถ้ามีการที่จะต้อง ใช้เงินแล้วเปึนเงินอุดหนุนก็มักจะตั้งกองทุนขึ้นมาในกฎหมายฉบับนั้น แล้วก็เพื่อที่จะให้ ใช้ได้สะดวกและก็ไม่เข้มงวดอย่างที่เรียนท่านแล้ว จะเห็นว่ากองทุนที่ซ้ําซ้อนกันมีอยู่ หลายกองทุนใกล้เคียงกันด้วยนะคะ อย่างเช่นกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา กับกองทุน เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันแล้วก็จะเปึนตัว ยืนก็คือ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่ถ้าอีกกองทุนหนึ่งที่ผูกกับรายได้ก็แล้วแต่ นโยบายของรัฐบาลด้วย หรือกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกรกับกองทุนปรับโครงสร้าง การผลิตภาคการเกษตร แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าลักษณะของความซ้ําซ้อนแล้วก็ ลักษณะของการใช้จ่ายสิ่งที่พึงระวังก็คือการที่จะต้องติดตามประเมินผลการใช้เงินกองทุน อย่างเช่นกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติจะเปึนลักษณะของการจัดตั้งกองทุนที่ ไม่ได้เตรียมความพร้อมให้กับชุมชน เพราะฉะนั้นพอไม่ได้เตรียมความพร้อมหรือ แม้กระทั่งกองทุนอื่น ๆ ก็ตามตั้งกองทุนขึ้นมาแล้วผู้ที่มีส่วนได้เสียที่จะต้องใช้เงินใน กองทุนนี้ไม่ค่อยทราบนะคะว่าตัวเองจะมีได้สิทธิประโยชน์อะไรจากกองทุนเหล่านี้บ้าง กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติลักษณะของการที่ให้ตั้งแต่ครั้งแรกเปึนนโยบายให้ ไปพร้อมกันและก็จํานวนเท่ากันนี่นะคะเปึนอันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าไม่ได้มีการ เตรียมการ เตรียมชุมชน หรือว่าเตรียมชาวบ้านนะคะ ทําให้คนทั้งหลายจํานวนไม่น้อยนะคะ ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของกองทุน อย่างจุดประสงค์ของกองทุนบอกว่าให้เปึนแหล่งเงินทุน สําหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างงาน เพื่อเพิ่มรายได้ แล้วเพื่อให้บริหารจัดการ กองทุนด้วยตัวเอง แต่เราจะพบว่าสมาชิกจํานวนมากไม่เข้าใจ บางรายก็จะนําเงินไป ใช้หนี้พอได้มาไม่ได้เอาไปลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ และจะเอาไปชําระหนี้นอกระบบหรือ บางคนเข้าใจว่าเปึนเงินให้เปล่าแล้วก็ไม่คืน พอไม่จ่ายคืนนี่นะคะหรือบางแห่งดิฉันได้ไป ทําวิจัยเรื่องกองทุนหมู่บ้านบางแห่ง บางหมู่บ้านกองทุนสมาชิกในหมู่บ้านมีน้อยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะคะที่ชําระหนี้โดยรายได้ที่ได้จากกองทุนที่กู้ยืมไปแล้วบังเอิญว่าหน่วย ราชการเองก็ไม่ค่อยได้สนใจในประเด็นนี้ก็สนใจเพียงแต่ว่ากองทุนนี้เขาจะคืนเงินครบ หรือไม่ ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ แล้วก็ดีใจนะคะประเมินออกมาว่าประสบ ความสําเร็จมาก เพราะมีคนที่ไม่คืนเงินเพียงแค่ ๔ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ความเปึนจริง แล้วก็จะทราบกันได้โดยทั่วไปมีงานวิจัยมากมายบางทีอาจจะเปึนเพราะว่า

๑. การขาดจิตสํานึกแล้วก็นําเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นนะคะ และก็จะเปึนการ ทําลายระบบเศรษฐกิจพอเพียงของชาวบ้าน เพราะว่าจากสถิตินี่นะคะแทนที่จะเปึนการ แก้ไขหนี้สิน ปรากฏว่าหนี้ครัวเรือนจากสถิติป้ ๒๕๔๓ หนี้ครัวเรือนมี ๖๘,๔๐๕ บาท พอมาถึงป้ ๒๕๔๗ ก็จะมีหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาเปึน ๑๐๔,๕๗๑ บาท พอป้ ๒๕๕๐ หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาเปึน ๑๑๖,๐๐๐ กว่าบาท เพราะฉะนั้นแปลว่าหนี้ครัวเรือนก็ยัง เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏว่าประเภทหนี้ของครัวเรือนนี่นะคะเปึนหนี้เพื่อการบริโภค ๓๓ เปอร์เซ็นต์ หนี้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ๖๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการประกอบอาชีพแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ ก็แปลว่าใช้จ่ายไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะฉะนั้นก็อยากก็กราบเรียนว่า แล้วก็พอพูดไปถึงกองทุนเพื่อทางด้านสังคม อย่างเช่น กองทุนการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็ก กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เหล่านี้เวลาดูวัตถุประสงค์และคนที่จะใช้ได้ก็คือให้หน่วยงานของรัฐกับเอกชนที่จริงแล้ว กองทุนเหล่านี้ไม่ควรให้หน่วยงานของรัฐใช้เงินกองทุนตรงนี้ เพราะว่าสามารถที่จะตั้งงบ กิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมาได้อยู่แล้ว กองทุนเหล่านี้ควรส่งเสริมให้กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่ทํางาน เพื่อผู้ด้อยโอกาสเปึนคนใช้เงิน แต่ปรากฏว่าก็ใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์ รวมไปถึงกองทุนฟุ๋นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งตั้งขึ้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ปรากฏว่าทํางานยังได้ผลงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทะเบียนสมาชิก กองทุนเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนสมาชิกประมาณ ๖ ล้านคน ขึ้นทะเบียน หนี้สินประมาณ ๕ – ๖ แสนคน แต่แก้ปัญหาพวกที่เปึนหนี้สินได้แค่ ๓,๐๐๐ ราย แค่นั้นเอง แถมรัฐบาลยังมีโครงการเปึนแผนงานฟุ๋นฟูอาชีพและพัฒนาเกษตรใน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์หรือใน ธกส. รวมแล้วเปึน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าเงินกองทุนฟุ๋นฟูเสียอีก เพราะฉะนั้นมันก็จะเปึนการแยกกันไปทํางานหรือแบ่งกัน ทํางานหรือไม่ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านว่าต้องติดตามแล้วก็ทําความเข้าใจกับผู้ที่ มีส่วนได้เสียที่จะได้ประโยชน์จากกองทุนนี้ให้ดีเพื่อที่เขาจะได้ตรวจสอบได้แล้วก็ จะได้ประเมินประสิทธิภาพได้ด้วย ขอบคุณค่ะ