สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ พูดเรื่องการลดงบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรม 5% เพื่อประหยัดเงิน และให้เอกชนมีส่วนช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมของชาติ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีโอกาสดีมากที่ได้มีโอกาสมาพูดถึงเรื่องกระทรวงวัฒนธรรม ผมถือว่า เปึนกระทรวงที่มีความยิ่งใหญ่ในตัวมาก แม้ว่าจะได้รับงบประมาณเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับงบประมาณรวม ซึ่งมีถึง ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงวัฒนธรรมนี้ เราจะได้ประมาณแค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงไม่ต้อง มานั่งประชุมกันที่รัฐสภาแห่งนี้มาร่างกฎหมายกันให้มากมาย เรามีปัญหาเรื่องวัฒนธรรม บกพร่องครับ ปัญหาทุกอย่างที่เราต้องมานั่งขบคิดกันแก้ปัญหา เปึนปัญหาทางสังคม เปึนส่วนใหญ่ ชาติไทยเราตั้งมานาน เรามีวัฒนธรรมที่ดีงามมากมายที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ของบ้านเมืองเรา ทั้งที่เสียชีวิตแล้ว และที่ดํารงอยู่ ได้สืบกันมาอย่างดีทําให้ชาติมั่นคง วันนี้เปึนอย่างไรครับท่านประธาน เรามีวัฒนธรรมของการชุมนุมไหมครับ ถามว่า ประเทศไทยเราวัฒนธรรมการชุมนุมในที่สาธารณะเรามีน้อยมาก เรายังไม่มีวัฒนธรรม สิ่งนี้เกิดขึ้น ปัญหาก็คือว่าคนไทยไม่เข้าใจในวัฒนธรรม ผมต้องชมนะครับในกลุ่มใด ก็ตามที่เมื่อมีการชุมนุมกัน แล้วไม่เกิดเรื่องราวให้มีการรุนแรง ผมถือว่าเปึนวัฒนธรรม ที่แสดงความคิดเห็น ทําได้ตามกฎหมาย แต่ในกรณีที่มีวัฒนธรรมที่ไม่เห็นด้วย คือจะด้วย ประการใดก็ตาม แล้วทําให้เกิดการยั่วยุและมีการประทุษร้ายถึงกับเสียชีวิต นี่บ่งชี้ว่า วัฒนธรรมของเราด้านนี้บกพร่องมากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากจะตัด งบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรม ในใจนะครับ แต่ผมมานั่งคิดดูอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ เห็นว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเปึนกระทรวงตัวอย่าง ตัวอย่างในเรื่องใดครับ ที่บรรพบุรุษของเราได้ดํารงสืบมา นั่นก็คือในเรื่องของการประหยัด เรายังต้องถือเรื่องของ การประหยัดเปึนเรื่องที่ยิ่งใหญ่อันหนึ่งของบ้านเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ผมถือว่านี่คือประเด็นสําคัญที่จะสามารถทําให้คนได้เห็นภาพตัวอย่าง จากกระทรวงวัฒนธรรม ผมขออนุญาตตัดเพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ใจไม่อยากจะตัด แต่เมื่อได้อ่านรายงานอีก ครั้งหนึ่งก็ตามที่เพื่อนผู้อภิปรายได้เรียนให้ที่ประชุมทราบ ก็คือว่าได้มีการปรับเพิ่มเข้าไป อีกหลังจากที่ตัดไปแล้วประมาณ ๑๓๗ ล้านบาทเศษ แล้วก็แปรญัตติเข้าไปอีกประมาณ ๑๑๙ ล้านบาทเศษ ก็ยินดีครับที่กระทรวงวัฒนธรรมจะได้แสดงผลงานที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ท่านประธานครับ การใช้จ่ายงบประมาณสําหรับกระทรวงวัฒนธรรมมันมีวิธีการทําหลาย อย่างที่ไม่ต้องเสียเงินก็ได้ครับ ถ้าท่านประธานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณจะได้นําไปเสริมต่อผมก็ยินดี ก็คือว่าบริษัทโฆษณาต่าง ๆ หรือทํา ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ในสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ถ้าสื่อใดที่ แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของชาติไทยในรูปของวัฒนธรรมอันดีงามที่ควรจะรักษาไว้ สื่อประเภทนี้ถ้าออกมามากเท่าไรทําให้เยาวชนหรือประชาชนที่ดูสื่อต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับ ทราบแล้วก็ซึมทราบเข้าไปในจิตวิญญาณ สิ่งเหล่านี้ครับ ความดีที่เขาทําเราต้องให้รางวัล เขาครับ นั่นก็คือในรูปของภาษีเราอาจจะให้เขาเสียภาษี สําหรับการโฆษณาหรือลดอะไร ก็แล้วแต่เปึนพิเศษ นี่ก็เปึนวิธีการหนึ่งที่เราไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมากมาย แต่อาศัยเอกชนซึ่งเขามีพลังมากมายเหลือเกินในการที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมอันดี ของชาติของเรา ซึ่งในขณะนี้เราก็เห็นภาพต่าง ๆ เหล่านี้ปรากฏตามที่ต่าง ๆ เปึนที่น่ายินดีครับ ท่านประธานครับ ผมจําเปึนจะต้องพูดถึงในเรื่องเกี่ยวกับเปึนรูปธรรมในเรื่องของ ประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็พยายามที่จะส่งเสริม วัฒนธรรมเอามาเปึนจุดขาย ถามว่าได้ผลไหม ได้ผลครับ ฝรั่งต่างชาติ ชาวบ้านต่างเมือง เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากมาย ในรอบ ๓๖๕ วัน ผมสังเกตว่าจุดสูงสุดจะอยู่ที่วัน มหาสงกรานต์ของเรา วันมหาสงกรานต์ของเรานี้เปึนวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชนชาติไทย นะครับ ๓ วันที่เราได้หยุดติดต่อกันถนนในกรุงเทพฯ นี่เรียกว่าโล่งครับ เพราะว่า วัฒนธรรมไม่น่าเชื่อว่าไปอยู่ตามต่างจังหวัด ตามหัวเมืองต่าง ๆ มากมาย เปึนวัฒนธรรม ที่แสดงถึงความกตัญ็ูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณของเรา ไม่ว่าจะเปึนคุณพ่อ คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือครูบาอาจารย์ ในงานเหล่านี้ท่านประธานครับ ผมอดนึกถึงเรื่องของ ผู้สูงอายุ ซึ่งท่านเปึนผู้สืบสานและดํารงวัฒนธรรมอันดีงามของชาติมาอย่างยาวนาน ถามว่าในป้หนึ่งเรามีแค่วันเดียวคือวันผู้สูงอายุให้กับผู้ที่ทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ท่านประธานครับ ในสถาบันนิติบัญญัติแห่งนี้เราได้มีร่างพระราชบัญญัติสําหรับผู้สูงอายุ นะครับเปึนกฎหมาย วันนั้นผมไม่มีโอกาสอภิปรายเนื่องจากเวลาจํากัดมาก ในเรื่องของ กระทรวงทรัพยากรมนุษย์นะครับ ความมั่นคงทางสังคมและทรัพยากรมนุษย์ เปึนเรื่องที่ ยิ่งใหญ่ที่เรามีกฎหมายรับรองนะครับ แต่ปรากฏว่าเบี้ยยังชีพสําหรับผู้สูงอายุก็ยังได้ อย่างไม่ทั่วถึงแล้วก็ไม่เปึนธรรมมีปรากฏชัดในกฎหมายผมดูในราชกิจจานุเบกษาสําหรับ ผู้สูงอายุ ๒๕๔๖ เขียนชัดเจนเลยครับว่ารัฐจะต้องจัดให้มีเงินสําหรับเบี้ยสูงอายุเบี้ย ผู้สูงอายุ ป้ละ ๕๐๐ บาท ต้องให้อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ผมเรียนท่านประธานว่าใน อดีตที่ผ่านมาก่อนที่จะเปึน ๕๐๐ บาท เรามีเบี้ยผู้สูงอายุครับ ตอนนี้ทุกคนได้อย่างทั่วถึง ครับ ๒๐๐ บาท แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้นมาทางรัฐบาลในขณะนั้นก็เพิ่มเงิน อุดหนุนให้อีก ๑๐๐ บาท ก็รวมเปึน ๓๐๐ บาท เราจะจ่ายกัน ๒ ครั้งในหนึ่งรอบป้ ก็คือทุก คนจะได้รับคนละ ๑,๘๐๐ บาทต่อป้ มาบัดนี้ปัญหามันเกิดมากเพราะว่าวัฒนธรรมของ ความยุติธรรมของบ้านเรายังไม่มีครับท่านประธาน จังหวัดผมหรืออีกหลายจังหวัด ทั่วประเทศเงิน ๕๐๐ บาทไม่สามารถให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งเขามีสิทธิตามกฎหมาย ทุกประการ ไม่ได้ครับ นี่คือประเด็นใหญ่ที่ผมอยากจะฝากให้ท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการ ท่านต้องพิจารณาทบทวนนะครับกฎหมายออกมาแล้วท่านยังไม่ปฏิบัติ ตามผมก็ห่วงว่าจะมีผู้ที่มีสิทธิจะฟัองร้องท่านต่อไปหรือเปล่า นี่ก็น่าเปึนห่วงทําให้ผมต้อง ถือโอกาสนี้มาชี้แจงถึงเบี้ยผู้สูงอายุซ้ําอีกครั้งหนึ่งครับ นอกจากนี้วัฒนธรรมของเรา ในเรื่องความเมตตา กรุณาต่อผู้พิการก็ดีนะครับ ผู้ป์วยโรคเอดส์ก็ตาม เรามีอยู่ในแต่ ความคิด มีอยู่แต่ในคําพูดแต่เรายังไม่มีในเรื่องของการกระทําไม่ว่า จะเปึนถนนหนทาง ในที่สาธารณะต่าง ๆ ส้วมสาธารณะต่าง ๆ เหล่านี้เรายังมีไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ ผมจึงฝากว่าไม่ว่ากระทรวงใดก็ตามที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ขอให้นําไปดําเนินการต่อ ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ กฎหมายต่าง ๆ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าไม่ต้องออก มามากครับ กฎหมายสูบบุหรี่เรามี ถามว่ามีตํารวจจับไหมครับ สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ท่านประธานครับ เราต้องมีกฎหมายห้ามโทรศัพท์ในขณะขับรถไหม เพราะเราไม่มี วัฒนธรรมครับ แม้แต่ในการขับรถก็ยังต้องโทรศัพท์อะไรกันอย่างนี้ ความจริงมันโทรได้ แต่ต้องรู้จักหยุดรถหรือชะลอรถ หรือให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัย ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ รอบตัวเราล้วนแต่เปึนเรื่องวัฒนธรรมทั้งสิ้น กฎหมายเปึนเรื่องรองครับ ถ้าเรามีวัฒนธรรม ที่ดีงามผมกราบเรียนว่าเราอยากจะปลูกฝังเยาวชนให้เราได้อะไรครับ เปึนคนที่มีวินัย มีความขยัน มีความสะอาด มีความกตัญ็ูกตเวที สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันสอนด้วยคําพูด ไม่ได้ ด้วยความคิดอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ มันต้องส่งเสริมไปด้วยการกระทําครับ ได้เห็น รูปแบบ นําเขาไปดูที่ต่าง ๆ กัน ได้เห็นถึงความยากลําบากของพี่น้องซึ่งแตกต่างกัน เหลือเกินครับในเรื่องของรายได้ เพื่อที่จะทําให้คนเหล่านั้นเขามีความอดทนที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของคนอื่นที่แตกต่างกับตัวเอง ทําให้เราเปึนคนมีใจกว้างครับ คนมีใจกว้าง ในที่สุดก็จะเกิดความเปึน เขาเรียกว่าสันติสุขก็จะเกิดขึ้น ผมเรียนให้ทราบ ฉะนั้น งบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนงบการทหารในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้ก็ดี ในแง่ปัญหาเกี่ยวกับความไม่สงบต่าง ๆ ก็ดีซึ่งมีอยู่ในขณะนี้ ณ ที่กรุงเทพฯ ภาวะฉุกเฉิน ที่ประกาศแล้วก็ตาม ล้วนแต่เปึนเรื่องของความที่เราไม่ได้มีการให้ความสําคัญกับ วัฒนธรรมซึ่งอยู่ใกล้ตัวเรามาก แล้วก็ไม่สามารถที่จะมีใครที่จะปฏิบัติให้เราได้เห็น การพูดจาก็ไม่สุภาพเท่าที่ควรจะพูด ดังนี้เปึนต้นนะครับ ผมก็ขอยืนยันว่าผมสนับสนุน กระทรวงวัฒนธรรมในการทํางานเต็มที่ แล้วก็หวังว่ากระทรวงนี้จะเปึนกระทรวงตัวอย่าง ที่ดีเยี่ยมของประเทศชาติไทยเรา ขอให้กําลังใจครับ แต่ขออนุญาตนิดเดียวเพราะตัด งบประมาณเพื่อแสดงให้เห็นถึงว่าท่านต้องประหยัดกว่านี้ ใช้เม็ดเงินให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ขอบคุณครับ