สมเกียรติ ศรลัมพ์ หารือเรื่องการให้เครื่องคอมพิวเตอร์โอแอลพีซีแก่เด็กและเยาวชน เพื่อการศึกษาและการพัฒนา และเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกคน
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จากที่ได้ฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านทุกคน เปึนห่วงเปึนใยว่าเด็กเยาวชนเรานั้นขาดการศึกษา ขาดการพัฒนา แล้วทําอย่างไรถึงจะ ได้งบประมาณขึ้นเปึนจํานวนมาก ในความรู้สึกของผมนี้ทุกคนอยากจะเพิ่มให้ กระทรวงศึกษาธิการด้วยซ้ําไป ไม่ได้คิดตัดอะไร เพราะฉะนั้นแล้วจากที่ได้ฟังนั้น ไม่มีปัญหาอะไร มีประเด็นเดียวที่จะต้องตอบกัน สิ่งที่ตอบนั้นไม่ใช่ว่าผมเกี่ยวข้อง หมายถึงว่าในฐานะเปึนกรรมาธิการนี้ได้ซักถามและคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยความห่วงใย ที่ท่านได้ถามไว้ คือท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านได้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการเปึนห่วงเด็ก และเยาวชน ในการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โอแอลพีซีนี้นะครับ ก็คือเครื่อง คอมพิวเตอร์นี้เปึนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเอ็มไอทีที่อเมริกานี้ได้ทดลองใช้ สําหรับเด็กในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย แล้วก็เพื่อจะให้เด็กได้ไปค้นคว้าใช้กลางแดด ก็ได้ มีกล้องและสามารถที่จะไปเซอร์เวย์ (Survey) ทํางาน ไม่ใช่เหมือนกับพีซีทั่วไป เพื่อการศึกษา นี่คือคําพูดของข้าราชการที่บอกมา ทีนี้เรามาดูว่ามันไม่ใช่เครื่องพีซี (CP) หรือโน้ตบุ๊ค (Notebook) อย่างทั่วไป เลยทําให้ผมมองเห็นว่าเครื่องนี้ได้มีการ มาทดลอง กระทรวงศึกษาธิการได้ทําการทดลองเมื่อ ๒ โรงเรียน ในครั้งแรกที่โรงเรียน วัดโยธีราชศรัทธาราม แล้วก็โรงเรียนวัดธรรมปัญญา ๕๐ เครื่อง ผลของการทดลองก็มี การชี้วัดว่าเด็กมีการพัฒนาหลังจากได้ใช้เครื่องนี้ ป้นี้ก็เลยตั้งงบประมาณเพิ่ม ที่ว่าเพิ่ม ๕,๐๐๐ เครื่อง เงินแค่ ๓๓ ล้านบาท ในการให้เด็ก เยาวชน ความจริงทุกคนอยากให้เด็ก ได้ใช้ทุกคน แต่ว่างบประมาณเราน้อย เขาเรียกว่ามีการวิจัยในระยะที่ ๒ ๓๓ ล้านบาท ก็คือซื้อ ๕,๐๐๐ เครื่อง ซื้อ ๕,๐๐๐ เครื่องนี้ สิ่งที่ห่วงกังวลหลายคนว่าเปึนการล็อกสเปก (Lock spec) หรือไม่ ถ้าซื้ออย่างนี้มันก็จะไปเฉพาะเครื่องของบริษัทนี้ ผมได้สอบถามดูว่า ทําอย่างไร วิธีการค้นหาข้อมูล ทางฝ์ายกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องได้บอกว่ากว่าที่จะ หาข้อมูลนั้นได้ทําการสืบค้นว่าคอมพิวเตอร์ระบบนี้มีบริษัทต่าง ๆ ในทั่วโลกผลิตกี่บริษัท ประมาณ ๓ – ๔ บริษัท แล้วบริษัทแต่ละบริษัทเครื่องละ ๓๐๐ เหรียญบ้าง ๒๐๐ เหรียญบ้าง และ ๑๐๐ เหรียญบ้าง ก็เลยเอาสมมุติฐานที่ถูกที่สุดของบริษัทนั้นมา โดยไม่สนใจว่าอะไรก็ตาม ผมถือว่าเปึนความรู้สึกของข้าราชการที่ต้องการจะเซฟ (Save) ก็คือเอาต่ําที่สุด เสร็จแล้วก็ทําแผนโครงการมา พอทําแผนโครงการมาแล้วก็มีปัญหาก็คือ ว่าสรุปแล้วต้องซื้อเครื่องประมาณ ๕,๐๐๐ เครื่อง เสร็จแล้วการดําเนินการต่าง ๆ ที่จะไป ใช้กับโรงเรียนต่าง ๆ ไปใช้ภาคเหนือจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พิจิตร เลย น่าน ภาคกลาง ที่อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ราชบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา ภาคใต้คือนราธิวาส สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช มีอยู่แค่นี้ครับ ๕,๐๐๐ เครื่อง ก็เปึนการทดลองครบในสโคป (Scope) ของโรงเรียน ระบบนี้ใช้ยืมตั้งแต่ ป. ๔ ถึง ป. ๖ ๓ ป้ แล้วก็มีการต่อเนื่องกันไป ถ้าได้ประโยชน์ก็จะมีการดําเนินการต่อเนื่อง แต่ถ้าได้ประโยชน์น้อย ไม่ส่งผลสัมฤทธิ์ ก็จบกันไป สรุปแล้วโครงการนี้ไม่ใช่งบผูกพัน เปึนงบเฉพาะป้ อันนี้ก็เปึนการตอบคําถาม ให้เห็น ส่วนการจัดซื้อนั้นทางโรงเรียนสามารถจัดซื้อเอง หรือว่าอี ออคชั่น (e-Auction) ในส่วนกลาง ก็ดําเนินการไปตามกรอบที่กําหนด ผมคิดว่าไม่ผูกพันครับ ท่านจุติ ได้มาถาม ที่ประชุมก็ได้บอกแล้ว ส่วนเรื่องต่าง ๆ ผมคิดว่าลองเถอะครับ เงินแค่ ๓๓ ล้านบาท ลองให้เด็ก ๕,๐๐๐ คน ทั้ง ๔ ภาค ได้พัฒนาการ แล้วจะมีตัวชี้วัด มีการประเมิน ถ้าเด็กพัฒนาจริง ๆ ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนมาก ผมเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นี้นะครับมันจะสอดคล้อง ที่ท่านบอกว่าเราสอนหนังสือแต่ ไม่สอนวิธีคิดให้กับเด็ก ผมกับมีความรู้สึกว่าครั้งนี้เราจะสอนหนังสือและสอนวิธีคิดให้กับ เด็กด้วย พอเอาเครื่องคอมพิวเตอร์นี้เข้าไป เขาก็จะสามารถไปค้นหาความรู้ด้วย ตัวเขาเองในพื้นที่ ในท้องถิ่น สามารถเข้าไปในป์า มีการเรคคอร์ด (Record) จดอะไรต่าง ๆ ได้มาก เพราะฉะนั้นขอเด็กเถอะครับ ๓๓ ล้านบาทนี้นะครับ ก็ขอฝากขอบพระคุณ ที่ทุกคนได้ให้กําลังและอยากจะให้เพิ่มด้วยซ้ําไป แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า เด็กเยาวชน อีก ๕,๐๐๐ คน จะขอบคุณท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกคนมากที่ได้ให้กําลังใจต่อเด็กนะครับ