สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

อภิชาต การิกาญจน์ หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการและเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง โดยเน้นการพัฒนาความรอบรู้และระบบคิดที่ดีในเด็กไทย พร้อมพัฒนาครูให้เป็นผู้นำทางวิชาการและอาชีพที่ทันสมัย

นายอภิชาต การิกาญจน์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนงบประมาณของมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ ผมขอปรับลดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของสํานักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพราะถือว่าเปึนงบก้อนใหญ่ประมาณ ๒๐๙,๐๐๐ ล้านบาท เปึนตัวเลข กลม ๆ นะครับ มีแผนงานสําคัญอยู่ ๒ แผนงาน คือแผนงานการแก้ไขปัญหา ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดภาคใต้และก็แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา เราจะ เห็นว่าในงบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะเปึนงบบุคลากร ๘๒ เปอร์เซ็นต์ และก็เหลืองบในการ อุดหนุนสําหรับการพัฒนางานต่าง ๆ เพียง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวนเงินมากจะใช้เปึน เงินเดือนและค่าตอบแทนเสียมาก แต่ข้อถกเถียงในสังคมที่ผมจะอภิปรายเพื่อขอปรับลด งบของกระทรวงศึกษาธิการในวันนี้ มันมีแผนงานต่อเนื่องที่สําคัญ และสําคัญไม่น้อยกว่า ๒ แผนงานแรกที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็คือความสําเร็จหรือความล้มเหลวในการปฏิรูป การศึกษา ซึ่งเราดําเนินการมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๒ เราได้มีการปฏิรูปการศึกษาครั้งหลังสุด เมื่อป้ ๒๕๔๒ จะครบวาระ ๑๐ ป้ ในป้ ๒๕๕๒ แต่สิ่งที่เราได้เห็นคือเกือบ ๑๐ ป้ของ การปฏิรูปครั้งหลังสุดเราจะเห็นว่าวันเวลา ๑๐ ป้ที่ผ่านมาหมดไปกับเรื่องของการ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับโครงสร้าง เรื่องกฎหมายมากกว่าที่จะพูดกันถึงเรื่องคุณภาพของการจัดการศึกษา ซึ่งจนถึงวันนี้ผม คิดว่าคุณภาพในการจัดการศึกษาหลังจากการปฏิรูปมาเกือบจะครบ ๑๐ ป้ ยังไม่เปึนที่ น่าพอใจของการดําเนินการ เพราะฉะนั้นภาระของกระทรวงศึกษาธิการที่เราตั้งเปัาไว้ว่า ในป้ ๒๕๕๑ การศึกษาโดยเฉลี่ยของคนไทยจะต้องอยู่ที่เกณฑ์ ๙.๕ ป้ การสํารวจ ครั้งหลังสุดปรากฏว่าทําได้เพียง ๘.๖ ป้ ไม่ถึงเปัาหมาย แล้วในทุกระดับผมคิดว่ายังคง เปึนปัญหาอยู่ ในระดับอาชีวศึกษาซึ่งจะเปึนภาคส่วนที่สําคัญในการสร้างกําลังคน ในตลาดแรงงานในวันนี้ ทักษะและคุณภาพของนักศึกษาที่จบจากด้านอาชีวศึกษานี่ ผมคิดว่าไม่สอดคล้องในเรื่องศักยภาพและคุณภาพตามความต้องการของหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระดับอุดมศึกษาก็มีปัญหาครับ ความเบี่ยงเบนในกระแสของผู้เรียน ซึ่งเริ่มจะไปเน้นทางด้านสังคมศาสตร์ ทางด้านภาษาต่างประเทศ ทางด้านนิติศาสตร์ ทางด้านศิลปศาสตร์ มีแนวโน้มที่จะไหลไปเรียนทางด้านนี้มากกว่า เพราะไม่อยากยุ่งยาก กับการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ปัญหาในวันข้างหน้าก็คือความขาดแคลน บุคลากรในทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งวันนี้เราเริ่มเห็นแนวทางของความ ขาดแคลน ปัญหาเหล่านี้เปึนสิ่งจําเปึนที่ผมคิดว่าในการจัดสรรงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการ ผู้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว อาจจะมองว่ามันเปึนเรื่องที่เราจัดการ มาเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้ว ภาระต่อเนื่อง ความสําคัญ ความจําเปึนในเรื่องการปฏิรูป เราคิดว่า ระยะเปลี่ยนผ่านในรอบ ๑๐ ป้นี่ จะทําให้ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อย ผมคิดว่าไม่จริง หรอกครับ ยังมีหลายเรื่อง หลายภาระที่ยังไม่สามารถดําเนินการตามกรอบข้อบังคับของ กฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษา ป้ ๒๕๔๒ เพราะฉะนั้นแนวทางในเรื่องการจัดการ เรื่องการปฏิรูปของรัฐบาล ผมคิดว่ายังเปึนเรื่องจําเปึนที่ผ่านมา ๑๐ ป้แล้วยังเปึนเรื่องที่ เราต้องตระหนัก ต้องคิด ต้องทํา ผมคิดว่ารัฐบาลต้องให้ความสําคัญในการปฏิรูป การศึกษาอย่างจริงจัง เราจะเห็นว่าวันนี้ปฏิรูปมา ๑๐ ป้ เราใส่งบลงไปเยอะหลายพัน ล้านบาท หลายหมื่นล้านบาท แต่เรายังมีปัญหาเนื่องจากว่าเราไม่ได้เห็นว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ต้องทํากันอย่างจริงจัง การจะทําอย่างจริงจังจะทําอย่างไรครับ การคัดเลือกบุคคลที่จะมารับตําแหน่งในทางการเมืองนี้ ผมคิดว่าจําเปึนจะต้องมีคนที่มี ความรู้ มีความเข้าใจในเรื่องการศึกษา จริงอยู่ครับ เรามีบุคลากรในทางการศึกษา เรามี นักการศึกษาสําคัญ ๆ หลายคนในระบบราชการ แต่การกําหนดทิศทางการศึกษาของ ชาตินี้ต้องกําหนดโดยทางการเมือง การเลือกคนมารับตําแหน่งในทางการเมือง จึงต้อง ละเลิกในเรื่องโควตา (Quote) ของพรรค โควตาของส่วนการเมือง สามารถกําหนดทิศทาง ในการพัฒนาการศึกษาของชาติได้ สิงคโปร์กําหนด ๒ เรื่องครับ ๑. เน้นในเรื่องการอ่าน ๒. เน้นในเรื่องระบบคิด ของเราเหมือนกันครับ คนที่เข้าสู่ตําแหน่งในทางการเมืองจะต้อง กําหนดทิศทางว่าใน ๑๐ ป้ข้างหน้า ๒๐ ป้ข้างหน้าคนไทยจะต้องมีลักษณะอย่างไร ความ คิดเห็นของผมคิดว่าอย่างน้อย ๓ ประการที่เราจําเปึนต้องเน้นสําหรับคนที่ได้รับการศึกษา เพื่อหวังให้เห็นว่าคนไทยใน ๑๐ ป้ข้างหน้านี้เราอยากเห็นคนมีคุณลักษณะเปึนแบบไหน

เรื่องที่ ๑ ก็คือระบบความรู้ เราจะทําอย่างไรเมื่อเราจัดการศึกษาตาม หลักสูตรแล้ว ภายหลังการปฏิรูปนี้จะทําให้เด็กไทยในยุคข้างหน้ามีความรู้ตามเกณฑ์ ที่ได้รับการศึกษา แต่ความรู้อย่างเดียวไม่พอนะครับ ความรอบรู้เปึนความจําเปึนของชีวิต ในวันข้างหน้า เราจะทําอย่างไรให้เด็กสามารถจะมีทั้งความรู้และความรอบรู้ไปในเวลา เดียวกันได้

เรื่องที่ ๒ ที่สําคัญสําหรับการดําเนินชีวิตของผู้คนในวันข้างหน้าก็คือ เรื่องของระบบคิด ผมคิดว่าในสังคมของเรานี้คนทุกกลุ่มมีปัญหาเรื่องระบบคิด เราจัด การศึกษามาเปึนระยะเวลานาน แต่เราจะเห็นว่าผลพวงของการศึกษานี้เราสร้างคนที่ไม่ สามารถคิดและตัดสินใจได้ว่าสิ่งไหนถูกต้อง ชั่วดี สิ่งไหนควรทํา ไม่ควรทํา นี่ถือว่า เปึนความล้มเหลวในระบบคิด เราติดตามดูการแสดงความคิดเห็น การถาม การตอบ เขา บอกว่าการถามแสดงถึงปัญญาของผู้ถาม การตอบแสดงถึงความฉลาดหลักแหลมของ ผู้ตอบ สิ่งนี้ถ้าเราติดตามสื่อต่าง ๆ เราจะเห็นว่าการถาม การตอบมีปัญหา นั่นเพราะเรา มีปัญหาในเรื่องระบบคิด ซึ่งระบบการศึกษานี้ไม่สามารถสร้างคนให้มีระบบคิดที่ดีได้ ก็เลยมีปัญหาในคนทุกกลุ่ม

เรื่องที่ ๓ ที่เปึนเรื่องสําคัญก็คือระบบการดําเนินชีวิต เรื่องนี้สําคัญครับ การดําเนินชีวิตอย่างมีเปัาหมาย อย่างมีปณิธาน อย่างเข้าใจ อย่างมีการเตรียมการ สามารถเลือกชีวิตว่าจะเดินไปในทิศทางไหนได้นี้ ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่จําเปึนจะต้องสร้าง สิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แล้วก็สร้างได้ด้วยการศึกษา เปึนความจําเปึนที่เราจะต้องดําเนินการ ต่อเนื่องจากการปฏิรูป ซึ่งจะครบ ๑๐ ป้ การปฏิรูปการศึกษาไม่มีทางจะทําสําเร็จได้ ถ้าเราไม่ทํา ๒ เรื่องครับ ก็คือเรื่องการพัฒนาครูกับเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ การปฏิรูป การเรียนรู้ผมพูดไปแล้ว การพัฒนาครูเปึนเรื่องหลัก เปึนเรื่องสําคัญที่เราต้องทํา สิ่งที่ผม อยากเห็นในงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ ก็คือ เราอยากเห็นสถาบันพัฒนาครูและกองทุน พัฒนาครู สิ่งนี้เปึนตามกรอบของ พ.ร.บ. การศึกษาป้ ๒๕๔๔ พ.ร.บ. ระบุไว้วันนี้ ยังไม่ได้ทํา ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามหรือไม่ว่าผ่านมาเกือบ ๑๐ ป้ ทําไมไม่การจัดตั้งสถาบันพัฒนาครู แล้วก็กองทุนพัฒนาครู เราจะเปลี่ยนแปลงโลก จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ นี้ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการจัดการศึกษา ครูที่อยู่ในระบบ มานาน ๕ ป้ ๑๐ ป้ควรจะได้กลับมารับการพัฒนาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความทันสมัยความก้าวหน้าของโลกในยุคปัจจุบัน เราจะทําอย่างไรที่เราจะพัฒนา ศักยภาพของครู ซึ่งเปึนบุคลากรสําคัญในการจัดการในเรื่องการศึกษาทั้งหมดนี้ เราจะ ทําอย่างไรให้ครูเปึนผู้นําทางวิชาการอย่างแท้จริง เราจะทําอย่างไรให้ครูเปึนครูมืออาชีพ วันนี้เราพูดถึงเรื่องใบรับรองวิชาชีพครู ยกระดับครู สร้างครูรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาในการ ศึกษามากกว่า ๔ ป้ ๕ ป้ หรือ ๖ ป้ และที่สําคัญครูที่อยู่ในสังคมเดิมต้องได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราจะทําอย่างไรในสังคมที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ความก้าวหน้า ความทันสมัย ต้องสร้างระบบสารสนเทศสําหรับการพัฒนาครูให้ทัน กับโลกยุคโลกาภิวัตน์ ทําอย่างไรให้ครูได้กลับมาคิดว่าความสําคัญในเรื่องการจัดการศึกษาในวันนี้เราเลิกเปึน กังวลเรื่องโครงสร้าง เลิกเปึนกังวลเรื่องกฎหมาย แต่ต้องกลับมาในห้องเรียนว่าคุณภาพ ของนักเรียน ของการเรียนอยู่ที่ครูและนักเรียนในห้องเรียนเปึนเรื่องหลัก เราจะทําอย่างไร ให้สามารถพัฒนาครูตามความสามารถ ตามความถนัด ตามความสนใจ ผมเห็นว่า ยังเปึนความจําเปึนที่เราจะต้องจัดการในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการตั้งสถาบัน พัฒนาครูและกองทุนพัฒนาครูตามกรอบของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๔ ซึ่งผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ต้องทําครับ ขอบคุณมากครับ