สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องปัญหาการศึกษา โดยเฉพาะการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนให้ทันต่อการพัฒนาคุณภาพของลูกหลานไทยในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิดพกพา 1 ล้านเครื่อง โดยต้องการรัฐบาลอธิบายว่ามีการเตรียมการอยู่หรือไม่ ราคาของคอมพิวเตอร์เป็นเท่าใด และการจัดตั้งงบประมาณนี้เป็นการสนองตอบต่อกระบวนการที่ได้ติดต่อหรือไม่

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานจะเห็นว่าเพื่อนสมาชิกก่อนหน้าผม ๒ ท่านนั้นได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของ การศึกษาโดยภาพรวมไปบางส่วนแล้วนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมมีประเด็น ที่จะต้องซักถามกรรมาธิการอยู่ ๒ ส่วน ตามที่ผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณลง ร้อยละ ๕ ทั้งนี้ก็เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นเปึนกระทรวงหลักครับ เปึนกระทรวงที่ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เปึนกระทรวงที่ผมคิดว่ารัฐบาลที่ให้ความสําคัญในการพัฒนาคน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๙ หรือแม้แต่ ฉบับที่ ๑๐ ที่เราต้องการเห็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือให้คนเปึนศูนย์กลางในการพัฒนา ประเทศนั้นได้เกิดผลอย่างแท้จริง ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าที่ผมต้อง ปรับลดก็เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นจะตั้งงบประมาณถึง ๓๐๑,๐๘๕ ล้านบาท แต่ถ้ามาดูผลิตผลเราพบความเปึนจริงว่าวันนี้เปึนยุคตกต่ํา เปึนยุคที่ทุกคนเปึนห่วง หรืออาจจะพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าเปึนยุคที่มีความล้มเหลวในการบริหารกระทรวง หลังจากที่เรามีเปัาหมายอันสูงสุดในการที่จะนําพากระทรวงนี้ไปสู่การปฏิรูป ทางการศึกษา แต่แล้วในช่วง ๑๐ ป้ที่ผ่านมานั้นเราพบว่าการศึกษาในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อนักเรียนถึงประมาณ ๘,๓๐๐,๐๐๐ คน มีโรงเรียน ในความรับผิดชอบถึง ๓๒,๐๐๐ กว่าแห่ง มีเพื่อนครูบาอาจารย์อีก ๖๐,๐๐๐ กว่าคน แต่วันนี้ผลจากการทดสอบของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติพบว่าวิชาหลัก ไม่ผ่านเกณฑ์ ไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ได้อย่างไรครับ นอกจากนั้นพบว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเราไม่สามารถที่จะฝ๊กเด็ก ของเรา สอนเด็กของเราให้ค้นพบตัวเองให้มีความรู้คู่คุณธรรม หรือเรียกว่าให้เปึนเด็กที่มี ความเก่ง ความดี และมีความสุขในระดับอาชีวศึกษานั้นเราต้องรับผิดชอบนักเรียนถึง ๑,๒๗๐,๐๐๐ กว่าคน ผลิตนักเรียนระดับ ปวช. ปวส. ออกมาเพื่อต้องการสนองตอบ ต่อภาคแรงงาน หรือเรียกว่าผลิตกําลังคนถึง ๑๓ สาขาอาชีพในประเทศของเรา แต่วันนี้ เราพบความเปึนจริงว่าค่านิยมของเด็กที่จบ ปวช. ปวส. อุตส่าห์ฝ๊กฝนทางด้านฝ้มือ แรงงาน แต่ไปเรียนต่อทางด้านสังคมศาสตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งน่าเปึนห่วงมากครับ ทําให้เรา อาจจะขาดแคลนกําลังคนในอนาคตได้ และที่สําคัญกําลังคนที่จบมาในระดับ ปวช. ปวส. นั้นพบว่าในวันนี้ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคผู้ประกอบการไม่ยอมรับฝ้มือที่จบจาก การศึกษาของสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ตรงนี้คือจุดที่น่าเปึนห่วง ผมไม่พูดถึง ค่านิยมที่เด็กอาชีวศึกษายังตีกัน แล้วก็สํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาก็มีเพียง โครงการเดียวคือ โครงการพันธุ์อาร์ ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่สนองตอบต่อการ แก้ปัญหาอย่างแท้จริงในระดับอุดมศึกษานั้นเพื่อนสมาชิกของเราได้พูดไปแล้วครับ เราต้องรับผิดชอบในการผลิตบัณฑิตซึ่งเข้าศึกษาในระดับนี้ถึง ๑,๗๕๐,๐๐๐ คน และผม อยากกราบเรียนว่าเรากําลังจะผลิตระดับบัณฑิตศึกษาอีก ๓ แสนคน แต่ว่า สถาบันอุดมศึกษาในวันนี้เราเพิ่มในปริมาณขึ้นถึงประมาณ ๒๕๕ แห่งครับท่านประธาน แต่เมื่อมาดูตัวคุณภาพนั้น เราพบความเปึนจริงว่าน่าเปึนห่วงมากครับท่านประธาน ผมได้เห็นภาคเอกชนได้ออกมาพูดถึงคุณภาพของการศึกษาแล้ว ผมรู้สึกตกใจมาก นายบรูโด ลาปอเต้ ผู้จัดการกลุ่มพัฒนามนุษย์ของสถาบันธนาคารโลกพบว่า เศรษฐกิจโลกเปึนฐานความรู้มากขึ้น แรงงานรุ่นใหม่จําเปึนต้องปรับตัวมากขึ้น ต้องมี ความคิดสร้างสรรค์ อยากให้ประเทศต่าง ๆ เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ให้มี การขยายความรู้ไปสู่การปฏิบัติ แต่เมื่อมาดูภาคเอกชนของไทยเรา ขอประทานโทษที่ เอ่ยนาม ท่านชุมพล พรประภา ยอมรับว่า ในขณะนี้การผลิตบัณฑิตเพื่อสนองตอบต่อ ภาคธุรกิจหรือแรงงานนั้นยังผลิตบัณฑิตตามแนวเดิม ๆ นั่นคือว่านักศึกษา ยังหนีเรียน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์ เด็กไทยอ่านภาษาไทย เขียนเรียงความ ย่อความได้ ร้อยละ ๒๖ ที่เหลือร้อยละ ๗๔ สอบตก แต่ยังไม่ปรับกระบวนการเรียนการสอนและ ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า การประดิษฐ์บัณฑิตในระดับนี้ยังไม่สามารถสนองตอบต่อการที่จะ ให้เด็กมีงานทําอย่างแท้จริง ตรงนี้น่าเปึนห่วงครับท่านประธาน ผมจึงอยากกราบเรียนว่า ทั้งหมดนี้ที่ผมหยิบยกมาเพื่อต้องการที่จะถามกรรมาธิการว่า การที่ท่านอนุมัติ งบประมาณลงไปถึง ๓ แสนกว่าล้านบาท ท่านได้ให้ความสําคัญกับเรื่องเหล่านี้ไหม ซึ่งเปึนปัญหาวิกฤติทางการศึกษาของเรา ท่านได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักถาม ถึงว่า กระบวนการในการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา ตลอดถึงระดับอุดมศึกษานั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันต่อการพัฒนาคุณภาพ ของลูกหลานของเรา และต้องการที่จะพัฒนาพลเมืองของเราในอนาคตให้เกิด ความก้าวหน้าได้อย่างไร ด้วยข้อจํากัดแห่งเวลาครับท่านประธาน ผมไม่สามารถที่จะลง ไปในรายละเอียดว่า แต่ละโครงการที่กรรมาธิการได้รายงานออกมา จากผมไปดู การปรับเพิ่ม ลดงบประมาณ พบความเปึนจริงว่า คณะกรรมาธิการเพียงแต่ดูภาพรวม แล้วไปแต่งตั้งอนุกรรมาธิการ ซึ่งผมได้เรียนไปแล้วว่านี่เปึนหลุมดําที่สําคัญในการ พิจารณางบประมาณ

ท่านประธานที่เคารพครับ มีเรื่องสําคัญที่ผมอยากให้ต่อเนื่องและให้ กรรมาธิการได้ตอบ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ในชั้นกรรมาธิการผมทราบว่ามีการซักถาม กันมาก แล้ววันนี้ผมต้องใช้สภาแห่งนี้ซักถาม เพื่อให้ได้คําตอบที่ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจน ผมคิดว่า เรื่องนี้เราให้ผ่านเลยไม่ได้ เพราะมันส่อไปในทางที่ไม่โปร่งใส ส่อไปในทางที่อาจจะ ไม่ถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีและส่อไปในทางที่อาจจะนําไปสู่ปัญหาในอนาคต นั่นคือ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง เรื่องโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาหรือว่าไวร์เลส เพอร์ ไชล์ด (Wireless Per Child) ที่ได้พูดถึงไป ผมอยากจะกราบเรียนว่าในกรณี ดังกล่าวนี้ ถ้าท่านไปดูในแผนงบประมาณที่ผมได้อภิปรายในชั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ นั้น ท่านบอกว่าจะจัดหาคอมพิวเตอร์ชนิดพกพา แลปท็อป โอแอลพีซี ๑๔,๙๐๘ เครื่อง ๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ท่านไปปรับลดงบประมาณ ๓๓ ล้านบาท ผมก็เลย แปลกใจมาก ท่านบอกว่าการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ในลักษณะดังกล่าวนี้ ถ้าจัดซื้อ ในราคา ๑๐๐ เหรียญสหรัฐนั้น ท่านจะต้องซื้อจํานวน ๖ ล้านเครื่อง จึงจะได้ราคา ๑๐๐ เหรียญสหรัฐ และผมทราบว่าราคาที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิด พกพานี้ เปึนการจัดตั้งตามราคาเหรียญสหรัฐและมีการติดต่อบริษัทหรือหน่วยงานที่จะ จัดซื้อไว้แล้วและมีการไปขอมติคณะรัฐมนตรี ใช้เงินบางส่วนประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ในการที่จะดําเนินการในการจัดซื้อ และถ้ามาดูแผนของงบประมาณเราจะเห็นชัดเจนว่า ป้ ๒๕๕๒ นั้น จัดหา ๑๔,๙๐๘ เครื่อง ๖๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๓ ๖๗,๖๗๒ เครื่อง ๔,๑๙๖ ล้านบาท และป้ ๒๕๕๔ ๑๔๗,๑๙๙ เครื่อง ๖,๙๙๐ ล้านบาท รวมแล้ว ๑๑,๗๘๗ ล้านบาท กระบวนการที่กรรมาธิการได้มีการจัดสรรงบประมาณก้อนนี้ จะนําไปสู่ งบผูกพันไหม นี่ประการแรกที่ผมอยากจะเรียนถาม

ประการที่ ๒ การจัดซื้อในลักษณะดังกล่าวซึ่งเปึนการจัดซื้อจากบริษัท ต่างประเทศ ท่านได้เอาเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรีก่อนหรือไม่ และซื้อจากบริษัทใด ซื้อจาก บริษัทต่างประเทศไหม และสิ่งที่น่าเปึนห่วงเปึนอย่างยิ่งก็คือว่า ผมเข้าใจว่าการจัดตั้ง งบประมาณไปรองรับกระบวนการที่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนหรือเปล่า เพราะผม ทราบว่าโครงการในการจัดซื้อจัดหาคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาดังกล่าวนี้ ได้ดําเนินการมา ตั้งสมัยท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วเมื่อมีการแถลงนโยบาย ที่จะจัดซื้อคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาให้กับนักเรียนชั้นประถมทุกคน ๑ ล้านเครื่องนั้นนะครับ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามครับ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ท่านได้ให้ สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ครับ ท่านบอกว่า เคยจัดทํา ข้อมูลความต้องการคอมพิวเตอร์ของสถานศึกษาไว้ในโครงการเมกะโปรเจกต์แล้ว แต่โครงการเดิมเปึนโครงการคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตามความจําเปึนของสถานศึกษา แต่ละแห่งครับ ซึ่งปัจจุบันยังขาดกว่า ๑ แสนเครื่อง ผมเข้าใจว่าประมาณ ๑,๖๐๐ โรงเรียน ท่านได้จัดงบประมาณตามความต้องการของสถานศึกษาตรงนี้ไหมครับ หรือวันนี้เพียงแต่ สนองตอบต่อทางการเมืองอย่างเดียว แล้วท่านไปจัดตั้งงบประมาณผมอยากจะ กราบเรียนว่าถ้าซื้อต่ํากว่า ๖ ล้านเครื่อง ราคาต้องเพิ่มขึ้นครับ และผมเข้าใจว่าถ้าซื้อต่ํากว่า ๑ ล้านเครื่อง ราคาต้องเปึน ๒๐๐ เหรียญสหรัฐครับ เพราะถ้าเปึนอย่างนี้ กรรมาธิการได้มีการตรวจสอบหรือเปล่าครับที่ท่านได้จัดสรรงบประมาณไป ผมยัง ไม่อยากจะกล่าวเลยไปว่า จะนําไปสู่การที่ให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตที่ขาดการควบคุม ขาดภูมิต้านทานที่ดีหรือไม่ เอาตรงนี้ก่อน กระบวนการคิดแบบนี้เปึนการคิดแบบธุรกิจ ทางการศึกษา เปึนกระบวนการที่คิดหางบประมาณที่อาจจะนําไปสู่การแสวงหา ผลประโยชน์ ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการอีกแล้วครับ ผมเคย อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องเหล่านี้มาแล้วในสภาแห่งนี้ และเคยดําเนินการเอาเรื่องเหล่านี้ไปฟัอง ป.ป.ช. ในสมัยรัฐมนตรีท่านหนึ่ง และในที่สุด ข้าราชการก็ถูกลงโทษนะครับ สิ่งเหล่านี้ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น แต่วันนี้กระบวนการทั้งหมด นี้ กรรมาธิการต้องตอบในสภานี้ครับ ว่างบประมาณที่ตั้งเอาไว้ ๖๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านปรับลด ๓๓ ล้านบาท เพราะเหตุอะไร และราคาเหรียญต่อสหรัฐทําไมต้องตั้ง งบประมาณไปตามสกุลเงินตราต่างประเทศ และจะจัดซื้อมาจากบริษัทอะไร และการ จัดตั้งงบประมาณในป้นี้ เปึนการจัดตั้งเพื่อสนองตอบต่อกระบวนการที่ได้ไปติดต่อ แล้วหรือไม่ ผมทราบว่าหลังสุดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ไปปรึกษากับ ท่านรองมูลนิธิไทยคมเพื่อที่จะดําเนินการกระบวนการตรงนี้ในการหลีกเลี่ยงไม่ต้อง นําเข้าคณะรัฐมนตรี และที่สําคัญไปกว่านั้นก็คือว่าท่านได้มีการดําเนินการที่จะให้ งบประมาณก้อนนี้นําไปสู่เปึนงบผูกพันหรือไม่ครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเปึนหมื่นล้านบาทครับ ผมจึงกราบเรียนครับ และถ้าซื้อให้ครบนักเรียน ๘ ล้านคน ประถมศึกษา ผมคิดว่า โครงการนี้เปึนแสนล้านบาท ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่เกิดความเปึนธรรมครับ ป้นี้จัดแค่ ๑๐,๐๐๐ เครื่อง ท่านจะจัดสรรให้นักเรียนอย่างไรครับ นักเรียน ๘ ล้านคน ให้นักเรียน คนไหน ให้โรงเรียนไหนครับ กรุณาตอบให้ชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ