สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

ธีระ สลักเพชร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตราด เสนอแนะให้กรมวัฒนธรรมเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน และเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนและให้ความสำคัญกับโครงการนี้

นายธีระ สลักเพชร ตราด

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธีระ สลักเพชร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตราด ผมได้ใช้สิทธิสงวนคําแปรญัตติกระทรวง วัฒนธรรม ตัดงบไป ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้สิทธิตั้งข้อสังเกต งบประมาณของกระทรวงนี้ ถ้าเราดูก็ถือว่าเปึนกระทรวงเกรดซี (C) งบที่ตั้งไว้ในป้ ๒๕๕๒ นะครับ ๔,๙๐๐ ล้านบาท เศษ ๆ นะครับ ก็ถูกตัดไปเหลือประมาณ ๔,๗๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ความจริงแล้ว กระทรวงนี้ผมเห็นความสําคัญ ถือว่าเปึนกระทรวงที่สร้างคน และมองเห็นกระทรวง ภารกิจเปึนกระทรวงที่สร้างคน ก็มีกระทรวงสาธารณสุขสร้างคนตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่อยู่ใน ครรภ์พ่อแม่ แล้วก็ให้เขาเติบใหญ่เปึนบุคลากรที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ กระทรวงศึกษาธิการก็เปึนกระทรวงสร้างคนคือดูแลสมองให้ปัญญากับสมองของเด็ก กระทรวงวัฒนธรรมผมถือว่าเปึนกระทรวงที่สร้างจิตให้กับคนในสังคม ๓ กระทรวงนี้ ถือว่าเปึนกระทรวงที่มีความสําคัญมาก ๆ แต่วันนี้ผมดูแล้วกระทรวงวัฒนธรรมยังเปึน กระทรวงที่ได้งบประมาณไม่มาก ความจริงแล้วความหมายความสําคัญของกระทรวงนี้ มีมาก ๆ มีความหมายมาก ๆ ในแง่ของศาสนาผมมองว่าจิตยังไปได้ แม้กระทั่งเราเชื่อว่า ไปถึงภพหน้าด้วยซ้ํา วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนงานของกระทรวง สําหรับแผนงานและ โครงการของกระทรวงผมอยากให้ทบทวนบ้าง หลังจากที่เราตั้งกระทรวงนี้มาหลายป้ พอสมควร เพราะว่าวันนี้หลังจากที่ทุนนิยมเข้ามาในเมืองไทย กระแสโลกาภิวัฒน์ลูกหลาน เราเยาวชนเราเปลี่ยนไปเยอะ ผมถือว่า ๓ สถาบันหลักที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของ ประเทศไทย ไม่ว่าเรื่องของครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันการศาสนา วันนี้เรา พ่ายแพ้นะครับ พ่ายแพ้ทุนนิยมที่เข้ามาสู่ประเทศไทย นั่นหมายถึงว่าลูกหลานเราวันนี้ ขาดภูมิต้านทาน ปัญหาทั้งหลายที่เราเผชิญอยู่ลูกหลานเราติดเกมส์ติดมือถือ ติดเซ็กส์ (Sex) ติดเพศสัมพันธ์ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และในที่สุดก็มาติดหล่มชีวิตเอา ตัวเองไม่รอด ติดยาเสพติด ติดการพนัน สิ่งทั้งหลายนี่เปึนสิ่งที่ผมถือว่าภารกิจของ กระทรวงนี้มีความหมายมาก ๆ นะครับ ผมลงไปดูรายละเอียดของการพิจารณา งบประมาณของกระทรวงนี้ สนใจมาก ๆ คือสํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เพราะว่าเปึนหน่วยงานที่น่าจะมีการสร้างความเข้มแข็งให้กับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จะดึงให้ ลูกหลานของเรามีจิตสํานึก ความผูกพันภูมิใจในสิ่งที่เขาเกิดอยู่ตรงนั้น วัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ว่าได้พิจารณาดูแล้วหลายโครงการที่มีเสน่ห์ถูกตัดไปเยอะ แล้วงบเงินอุดหนุนส่งเสริม สนับสนุนการดําเนินงานขององค์กรเครือข่ายทางวัฒนธรรมตั้งไว้ ๕๐ ล้านบาท ก็ถูก ตัดไปสัก ๕ ล้านบาท เงินอุดหนุนสนับสนุนการวิจัยทางวัฒนธรรมก็ถูกตัดไปจาก ๑๕ ล้านบาท เหลือ ๑๓ ล้าน ๕ แสนบาท โครงการวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชนนี่นะครับ มีความหมายมาก ๆ ตั้งไว้ ๕๐ ล้านบาท ถูกตัดไปเสีย ๕ ล้านบาท เหลือ ๔๕ ล้านบาท โครงการปกปัองคุ้มครอง มรดกพื้นบ้านก็ถูกตัดไปนะครับ ถูกตัดไป ๓ ล้านบาท โครงการเหล่านี้ผมเห็น ความสําคัญของโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนมาก ๆ เพราะว่าลักษณะของ โครงการนี้นะครับ เปึนโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้ความเข้มแข็งกับการทํางาน เกี่ยวกับโครงการนี้ในสมัยของคุณหญิงไขศรี รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผมถือว่าประสบความสําเร็จในระดับที่น่าพอใจ แล้วก็ทราบว่าไปทําเอ็มโอยู ทําความ ตกลงกับกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าการเติบโต ของโครงการนี้ ผมถือว่ายังไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร ความจริงงบ ๕๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้ และกรรมาธิการตัดไปเสีย ๕ ล้านบาท ผมถือว่า ๕๐ ล้านบาทที่ตั้งไว้ยังน้อยมาก ครับ แล้วก็อยากจะเสนอแนะไปที่สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาตินะครับว่า ความจริงแล้วต้องพยายามดึงให้ท้องถิ่นเขามาสมทบกับโครงการนี้ ให้เขาเปึนเจ้าของได้ ยิ่งดีนะครับ ทั้ง อบต. หรือเทศบาลตําบลก็ตาม ให้เขาเปึนเจ้าของโครงการนี้ และก็ ที่สําคัญอย่ามองข้ามงบพัฒนาจังหวัดที่ทุกจังหวัดตอนนี้เขาสามารถตั้งงบเองได้ อย่างน้อยวันนี้ทุกอําเภอมีสักตําบลหนึ่งได้ไหม มีสักศูนย์หนึ่งได้ไหม ให้เปึนจุดดูงานของ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในอําเภอนั้น เปึนจุดดูงานของลูกหลานเราที่อยู่ตามโรงเรียน ทั้งที่อยู่ นอกโรงเรียน แล้วก็อยู่ในโรงเรียน ให้เขามีความภูมิใน มีจิตสํานึกในวัฒนธรรมท้องถิ่น ของเขา ผมได้อ่านข้อสังเกตของคณะอนุที่จัดทําข้อสังเกตนะครับ ของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ ที่มีคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เปึนประธานทําได้ดีนะครับ ทําได้ดีหลายกระทรวงเลย ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกได้ศึกษาข้อสังเกตชุดนี้นะครับ เรื่องของกระทรวงวัฒนธรรม เขาแนะนําว่าควรบูรณาการกับกระทรวงศึกษาธิการ แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเห็นด้วยนะครับ เรื่องของศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ผมมีโอกาสได้คุยกับทาง ข้าราชการที่อยู่ในหน่วยงานนี้ แล้วก็พยายามพูดว่าความจริงแล้วเรื่องของปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้ น่าจะเอาโครงการตรงนี้ไปใช้ประโยชน์ให้มาก ทําอย่างไรก็ตามให้ สามารถผลักดันให้เกิดศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนในทุกตําบลของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ให้ได้ หลายท่านที่ติดตามเรื่องของภาคใต้ ส.ส. ที่อยู่ทางภาคใต้นะครับ ท่านคงรู้จัก ตําบลทรายขาว อําเภอโคกโพธิ์ ที่จังหวัดปัตตานี เปึนชุมชนที่ประสบความสําเร็จ มาก ๆ สร้างความสมานฉันท์ ความจริงแล้วเปึนเรื่องที่ไม่ได้ทําอะไรแปลกเลยครับ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เขาไปส่งเสริม ให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน แล้วก็เศรษฐกิจฐานราก เรื่องของประชาคม เรื่องของ ชุมชนเข้มแข็ง เริ่มต้นในสมัยของรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย สมัยที่ ๒ หลังจากเราเกิด เศรษฐกิจวิกฤตินะครับ ความจริงแล้วคือเอาตรงนี้ไปทําครับ แล้ววันนี้ตําบลทรายขาว เขามีความสมานฉันท์ พี่น้องมุสลิม พี่น้องไทยพุทธ ไทยมุสลิมอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่มี ปัญหาเรื่องความแตกแยก ผมจึงเห็นความสําคัญถึงเรื่องนี้นะครับว่าความจริงแล้ว ก็ไม่แตกต่างจากศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนเลยครับ ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ที่ประสบความสําเร็จในขณะนี้ ผมถึงอยากเห็นนะครับว่า ให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ ผลักดันโครงการเหล่านี้ลงไปในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ชี้ให้เขาเห็นว่าในอดีตคนรุ่น พ่อ รุ่นแม่ ปู์ ย่า ตา ยาย ไม่ว่าจะเปึนไทยพุทธ หรือไทยมุสลิม เขาอยู่ในชุมชนตรงนั้น อย่างมีความสุขตลอดมา แต่ในปัจจุบันนี้ ทําไมถึงมีปัญหาตรงนี้ ถ้าหากว่านําสิ่งเหล่านี้ กลับไป ทําให้ประชาคมทุกหมู่บ้านเข้มแข็ง ให้ประชาคมทุกตําบลเข้มแข็ง ให้ทุกคน มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของเขา แล้วก็แนวคิดของศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใย ชุมชน ผมคิดว่าถ้าเราผลักดัน ปูพรมได้ทั้ง ๓ จังหวัด ความสมานฉันท์จะกลับมา ถ้างบประมาณมีจํากัด ส่วนหนึ่งเราก็มีงบจาก กอ.รมน. นะครับ วันนี้ที่การแก้ไขปัญหาของ ๓ จังหวัดภาคใต้มีงบอยู่ก้อนใหญ่เลยครับ และที่สําคัญที่ผม พูดแล้ว งบพัฒนาจังหวัดก็มี ทั้ง ๓ จังหวัด ๔ จังหวัดในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ๔ – ๕ จังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหาในพื้นที่บางอําเภอดึงงบพัฒนาจังหวัดมาใช้ แม้กระทั่งท้องถิ่น อบต. เทศบาล ตําบล ก็มีงบให้เขาเปึนเจ้าของโครงการ แล้วก็ทางกระทรวงวัฒนธรรม บางคนไปร่วมสมทบบ้าง แล้วก็ผลักดันโครงการนี้ขึ้นมา ผมมั่นใจถ้าผลักดันแล้วส่งเสริม โครงการตรงนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเปึนจริงเปึนจังในทุกพื้นที่ทุกตําบลของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ปัญหาความแตกแยกความสมานฉันท์จะกลับมา ๓ จังหวัดภาคใต้จะกลับมาและจะทํา ให้คนไทยทั้งประเทศคลายทุกข์ คลายความห่วงใยของ ๓ จังหวัดภาคใต้ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ