สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๕ กันยายน ๒๕๕๑

วราวุธ ศิลปอาชา พูดถึงปัญหาอินเทอร์เน็ตที่มีต่อเยาวชน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการป้องกันเยาวชนไม่เข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีในหน่วยราชการไทย โดยขอสร้างสถาบันพัฒนาฝีมือข้าราชการด้านไอทีเพื่อแก้ไขปัญหา

นายวราวุธ ศิลปอาชา สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ในส่วนของมาตรา ๒๒ นั้นผมได้ขอสงวน ความเห็นปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการในส่วนสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเรื่องโครงการคอมพิวเตอร์เด็กนักเรียน หรือที่ เขาเรียกว่า โอแอลพีซี (OLPC) วัน แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด (One Laptopท per Child) ท่านประธานที่เคารพครับ ในโครงการนี้ผมต้องเรียนท่านประธานฝากไปถึง กระทรวงศึกษาธิการทั้งกระทรวงเลยนะครับว่าผมเปึนคนแรกที่อภิปรายประเด็นนี้ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ไม่ว่าจะเปึนประเด็นเรื่องของเนื้อหาที่ท่านจะเอาโครงการหรือว่าเนื้อหาอะไร คอนเทนท์ (Content) อะไรใส่เข้าไปในแลปท็อป หรือในโครงการ วัน แลปท็อป เพอร์ ไชล์ด ท่านจะพัฒนาเนื้อหาอย่างไร หรือท่านจะมีการปัองกันอย่างไรเพื่อไม่ให้ เยาวชนของเรานั้นเข้าอินเทอร์เน็ต (Internet) ไปดูเว็บไซต์ (Website) ที่ไม่เหมาะสม พูดไปหลายอย่าง พูดไปหลายครั้ง ขึ้นพาวเวอร์พอยท์(Power Point) บนจอข้างหลัง ท่านประธานก็ทุกครั้ง ทุกครั้งที่เวลาผมอภิปรายนั้นส่วนใหญ่ผมจะมีพาวเวอร์พ้อยท์เพื่อ ขึ้นแสดงด้วย แต่ว่าครั้งนี้ผมขออนุญาตไม่ขึ้นแล้วครับ เพราะว่าขึ้นไปก็เหมือนเดิม ๓ ครั้ง ที่ผ่านมาขึ้นอย่างไร ครั้งนี้ผมไปเป่ดดูสิ่งที่ผมกําลังจะพิมพ์เข้าไป เหมือนเดิมเลยครับ ท่านประธาน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อวันก่อนท่านผู้นําฝ์ายค้าน ขออนุญาตที่ต้อง เอ่ยนามนะครับ ท่านยังแซวว่าจะขึ้นสไลด์ (Slide) เดิมอีกหรือเปล่า ผมก็เรียนว่า สไลด์เดิมครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตไปมาวันนี้ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง มาถึง วันนี้ครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้เตือนไป สิ่งที่ได้ฝากข้อสังเกตไป มาวันนี้เปึนจริง หมดเลย วันนี้ผมคงไม่ขอพูดถึงเรื่องเนื้อหา ผมคงไม่ขอพูดถึงเรื่องการพัฒนาเนื้อหา สิ่งที่ ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือการที่จะปัองกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนที่ได้เครื่องโอแอลพีซีไป ๑๐,๐๐๐ เครื่องนั้นที่ตั้งไว้ในงบประมาณนั้นไม่ให้เข้าไปดูเว็บไซต์ เข้าไปในอินเทอร์เน็ต ที่ไม่เหมาะสม

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนั้นเรามีปัญหามากมายเกี่ยวกับ อินเทอร์เน็ตบ้านเรา ล่าสุดเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีข่าวเยาวชนของเรานั้นก่อคดี สะเทือนขวัญไปฆาตกรรม เพราะว่าไปติดเกมออนไลน์ (Game online) ไปเลียนแบบ บนเกมนั้นสอนให้มีการฆาตกรรมให้เก็บคะแนน ก็ไปเลียนแบบเอาบ้าง นี่คือเปึนปัญหา ครับว่าทําไมผมถึงได้ฝากทางท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการหลายครั้ง หลายคราด้วยกันว่า ขอร้องเถอะครับ หาวิธีปัองกันนะครับ นอกจากเกมออนไลน์แล้วยังมี ปัญหาเรื่องเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เว็บไซต์โป็ไปดูกันเยอะแยะเหลือเกินครับ ท่านประธาน ล่าสุดนะครับมีหนังสือพิมพ์ได้ลงคอลัมน์ (Column) นะครับว่าประเทศไทย นั้นมีปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์สูงขึ้น ส่วนหนึ่งนะครับเพราะมาจากระบบการศึกษาไทยที่ไม่มีการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพ นักศึกษานิยมดูเว็บโป็ และคาดว่าในป้ ๒๕๕๑ จะมีนักศึกษาที่ใช้อินเทอร์เน็ตดูเว็บดังกล่าวสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัวหรือเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนนักศึกษาทั้งหมด ซึ่งเปึนผลมาจากที่เด็กไทยเข้าถึงสื่อ ได้มากขึ้นนะครับ นี่ก็เปึนปัญหา นอกจากเว็บดังกล่าวยังมีเว็บการพนันอีกครับ ท่านประธาน ผมขอฝากนะครับว่า ถ้าหากท่านเอาคอมพิวเตอร์เหล่านี้ ๑๐,๐๐๐ เครื่อง ไปให้เด็กเยาวชนของเรา ๑๐,๐๐๐ คนแล้วนี่ เอาล่ะครับ เด็กอาจจะไม่ใช้ แต่ถ้าหาก ผู้ปกครองเด็กใช้ขึ้นมาล่ะครับ กลับไปถึงบ้าน พ่อบอกลูกว่า ไอ้หนูเป่ดเว็บอันนี้ให้พ่อดู หน่อยซิ ลิเวอร์พูลกําลังจะเตะแล้ว กดเข้าไปในเว็บไซต์นี้หน่อยเดี๋ยวพ่อจะแทงหน่อย จะหาวิธีปัองกันอย่างไรครับท่านประธาน วิธีการแก้นั้นผมได้เคยเสนอมาหลายครั้ง นะครับ พูดแล้วพูดอีก กระทรวงศึกษาเคยมีนโยบายตั้งโรงเรียนสีขาว ผมก็จะขอให้ทาง กระทรวงศึกษาประสานงานกับทางกระทรวงไอซีที (ICT) จัดตั้งอินเทอร์เน็ต เซอร์วิส โปรไวเดอร์ (Internet Service Provider) หรือผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตสีขาวเกิดขึ้น ทําได้ไม่ยากครับท่านประธาน ฝากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ขอให้ตั้งเถอะครับ ไอเอสพี (ISP) อันนี้ตั้งขึ้นมาแล้ว นี่จะแก้ปัญหาได้หลายอย่าง ลองเอาเนื้อหาทั้งหลาย เว็บไซต์ไหนที่ไม่อยากให้ เด็กนักเรียน ที่ไม่อยากให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงตัดออกไปให้หมด กรองได้ทั้งหมด กรองได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องเกมออนไลน์ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา ไม่เหมาะสม จะเปึนการพนันจะเว็บไซต์โป็หรืออะไรต่าง ๆ อีกมากมายนั้นกรองออกไปได้ หมด ลูกค้าของผู้ให้บริการนะครับ ผมอยากจะให้โรงเรียน สถานศึกษาทุกแห่งไม่จําเปึน จะต้องเปึนเฉพาะของราชการ จะเปึนเอกชนก็ได้ใช้ให้หมดครับไอเอสพีอันนี้นะครับ หน่วยงานราชการ ทุกกรม กอง ใช้ให้หมด ผ่านมายังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตให้หมด หรือ แม้แต่ผู้ปกครอง วันนี้ผมเองก็เปึนพ่อคนแล้วลูกสาวผมนั้นเริ่มเล่นคอมพิวเตอร์เปึน ถ้าหากว่าประเทศชาติหรือว่าทางส่วนราชการ หรือว่ามีผู้ให้บริการรายใดสามารถให้ บริการอินเทอร์เน็ตที่กรองเอาเนื้อหาทั้งหลายที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนนั้นออกไปให้หมด ผมว่าจะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ เปึนประโยชน์กับเยาวชนของเราเปึนอย่างยิ่ง ถามว่าจะเปึนการแข่งกับเอกชนที่ให้บริการหรือไม่ ปัจจุบันมีเอกชนหลายรายที่ให้บริการ ทางด้านอินเทอร์เน็ตจะเปึนปัญหาไหม ผมเชื่อว่าไม่เปึนครับ หรือถ้าหากว่ารัฐบาลจะ ไม่ทํา ผลักดันให้เอกชนทําขึ้นมาสิครับ ถ้าทําอย่างนั้นได้ ปัญหาเหล่านี้ อาชญากรรมต่าง ๆ จะหายไปเยอะแยะนะครับ เพราะว่าทุกวันนี้มีปัญหาเยอะเหลือเกิน อ่านหนังสือพิมพ์ ทุกวัน ๆ จะมีคดีเหล่านี้ อย่ารอให้มีคดีเพิ่มขึ้นอีกเลยครับ แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ตั้งขึ้นมา เถอะครับท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ กระทรวงด้วย พูดถึงการต่อเข้า อินเทอร์เน็ต ผมขออนุญาตพูดไปถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ออกมาเมื่อป้ที่แล้วนี้เอง ในพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น กําหนดนะครับว่า ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดหรือผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใดนั้นจะต้องมี การเก็บข้อมูลอย่างละเอียดว่าคอมพิวเตอร์เครื่องไหนเข้าไปดูเว็บไซต์อะไร ระยะเวลา เท่าไร เวลาใด ใครเปึนคนเข้า สิ่งเหล่านี้ถือว่าเปึนพระราชบัญญัติที่ดีมีประสิทธิภาพครับ ผมขอใช้คําว่า มีประสิทธิภาพ แต่ว่าไม่มีประสิทธิผล เนื่องจากว่าพอพระราชบัญญัติว่า ด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ออกมานั้น หน่วยงาน กลุ่มคนที่มีปัญหาที่ เดือดร้อนที่สุดกลับไม่ใช่ภาคเอกชนครับ เปึนภาคราชการด้วยกันเอง ในฐานะ กรรมาธิการผมได้มีโอกาสเข้าไปดูงบประมาณของด้านไอซีทีของทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกกอง ทุกคนนั้นไม่รู้เลยครับว่าจะทําอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ ดังกล่าว บางกระทรวง บางกรม ขอเสนองบประมาณมา ๒ แสนบาท บางหน่วยงาน ขอเสนอมา ๒๐ ล้านบาท และที่สําคัญครับท่านประธาน พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ป้ที่แล้ว แต่วันนี้หน่วยงานต่าง ๆ มาขอตั้งงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านทําผิด กฎหมายหมดเลยนะครับ อยากจะขอฝากครับ ทั้งกระทรวงศึกษา ทั้งกระทรวงไอซีที โรงเรียนทุกโรงเรียนจะทําอย่างไรครับ จะเก็บข้อมูลว่านักเรียนคนไหนเข้าไปดูเว็บไซต์ อะไร ตอนกี่โมง ใช้ระยะเวลาเท่าไร คุมให้ละเอียด นี่คือปัญหานะครับ คอมพิวเตอร์โอแอลพีซีนั้น ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนั้น เด็กนักเรียนถ้าเอากลับไปที่บ้านแล้ว ท่านจะมีการควบคุมการใช้ของเด็กอย่างไร เด็กบางคนอาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์เข้าไป ค้นคว้าหาข้อมูลทางด้านการทํางาน แต่ว่าเด็กบางคนนั้นอาจจะมีความคิดที่แตกต่าง กันไป สภาพแวดล้อมแตกต่างกันไป ต้องขอความกรุณาท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขอให้พิจาณาเถอะครับว่าจะแก้ปัญหาอันนี้ ได้อย่างไร

ประเด็นสุดท้ายครับ คอมพิวเตอร์นี้พอซื้อมาแล้วจะมีบุคลากรไหมที่จะมา เฝัาอบรมนักเรียนทั้งหลาย ทุกวันนี้หน่วยราชการของไทยนั้นมีปัญหาครับ ขาดบุคลากร ด้านไอที (IT) มากมาย ประเด็นนี้ผมก็พูดมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน ขอให้ท่านตั้ง สํานักงานหรือจะเปึนสถาบันพัฒนาฝ้มือของข้าราชการด้านไอทีขึ้นมา เพราะว่ามีงบ ขอฝ๊กอบรมสัมมนาด้านไอทีหลายร้อยล้านบาท เปึนพันล้านบาท สําหรับ ป้ ๒๕๕๒ ไปจ้างบริษัทเอกชนเยอะแยะ ถ้าเปึนไปได้ผมอยากให้โยกงบประมาณเหล่านี้ไปให้ กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเลย ช่วงที่ผมพิจารณาผมเห็นว่าบางกระทรวงมีศักยภาพมาก มีบุคลากรที่มีความสามารถ ผมยังถามเลยบอกเอาไหม โยกงบประมาณทั้งหมดเลยมา ให้กับท่านหน่วยงานเดียวท่านทําได้ไหม เขาก็บอกว่าผมมีเงินผมทําได้ ฉะนั้นในครั้งหน้า ในป้ ๒๕๕๓ ถ้าท่านจะตั้งงบประมาณขอความกรุณาเถอะครับ ดูในส่วนราชการด้วยกัน ก่อน ก่อนจะไปจ้างคนอื่นว่าหน่วยงานของท่านมีศักยภาพพอทําเองได้หรือเปล่า ทั้งหมด ที่ผมได้กล่าวมานี้ก็เปึนเหตุผลที่ทําไมผมถึงได้ขออนุญาตสงวนความเห็นปรับลด งบประมาณในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเปึนจํานวน ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ