รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ
วันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ หารือ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอหารือ ท่านประธานสัก ๒ เรื่องสั้น ๆ นะครับ
เรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนเงาะ โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ของผมมีเงาะ ๑๔๕,๗๕๘ ตัน ขณะนี้เพิ่งออกได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และงบ คชก. ภาคตะวันออกได้ ๑๓๐ กว่าล้านบาท จังหวัดจันทบุรีก็ได้ประมาณ ๖๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ จังหวัดจันทบุรีก็แก้ปัญหาไปได้ช่วงหนึ่งแล้วนะครับ แล้วปัญหาที่เกิดอีกก็คือ จังหวัดตราด ได้งบ คชก. ไปส่วนหนึ่ง แต่องค์กรท้องถิ่นจังหวัดตราดไม่เข้าร่วมโครงการ เพราะว่าเขาบอก เข้าร่วมโครงการแล้วเกษตรกรก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร พอไม่ได้ประโยชน์เขาก็ไม่เข้าร่วม โครงการ พอไม่เข้าร่วมโครงการเงาะก็ไม่รู้จะขายที่ไหน ต้องมาขายจังหวัดจันทบุรีอีก เดือดร้อนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดวิชิต ชาตไพสิฐ เดือดร้อนหนักเลยนะครับ ต้องทําหนังสือ มาของบที่กระทรวงอีก ๓๐ ล้านบาท ผมอยากฝากท่านประธานขอความกรุณาแจ้งไปยัง กระทรวงพาณิชย์ด้วยนะครับว่าถ้าไม่ให้งบอีก ๓๐ ล้านบาท เกษตรกรชาวสวนเงาะเขาคง เดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เพราะตอนนี้ก็ชุลมุนมากเลยครับ แล้วขอเรียนจริง ๆ นะครับว่า เงาะปีนี้ออกพร้อมกันก็ขอให้ทางกระทรวงและรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาด่วนด้วย
และอีกประการหนึ่ง ผมเป็น ส.ส. มานานมากเลยนะครับ ทุกปีผมก็จะทํา หนังสือถึงผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ คือผ่อนผันการจับกุมรถบรรทุกผลไม้ทุกปีเลยนะครับ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติก็ส่งหนังสือไปทุกปี แต่ปีนี้ทําเรื่องไปแล้วยังไม่ส่งเลยนะครับ ขอท่านประธานช่วยตามหน่อยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสหารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนนะครับ ก่อนที่พี่น้องประชาชนได้มาร้องเรียนหลายครั้งแล้วว่าถนนตรงทางแยก แขวงการทาง หรือว่าทางหลวงหมายเลข ๒๐๒๓ แยกเข้าบ้านโคกผักชี ตําบลจําปี ถนนแคบมาก แล้วก็มีสะพานที่แคบมาก ชํารุดด้วยนะครับท่านประธาน ตําบลจําปี อําเภอศรีธาตุ ถนนตรงนี้ผ่านไปยังบ้านตาดทอง ตําบลตาดทอง อําเภอศรีธาตุ แล้วก็ไปทะลุกับทางหลวง หมายเลข ๒๒๓๙ จากกุมภวาปีไปยังอําเภอไชยวาน เป็นถนนที่ชํารุดทรุดโทรมมาก ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ตรงนี้น้ําก็ท่วมนะครับท่านประธาน เมื่อกี้น้ําท่วมก็ให้ท่านรัฐมนตรีไปดูหลายท่าน ก็อยากจะฝากด้วยว่าให้จัดงบประมาณเข้าไปซ่อมถนนให้เป็นลาดยางแล้วก็ทําสะพาน ที่มันแคบแล้วก็ชํารุดให้กว้างด้วยนะครับ พี่น้องสัญจรไปมาก็จะได้ไม่ลําบากโดยเฉพาะ พี่น้องชาวไร่อ้อย ไร่มันสําปะหลังนะครับ ถนนตรงนี้ก็อยากจะให้มันกว้าง ๆ หน่อยนะครับ ท่านประธานแล้วก็โดยเฉพาะให้มีไหล่ทางด้วยนะครับ ท่านประธานขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดลพบุรี อยากจะมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรฝากไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกวดขันเรื่องของการใช้รถบรรทุกที่ไม่มีแผ่นป้ายแล้วก็ขับรถ อาจจะเป็นรถผิดกฎหมายซึ่งมีอยู่เกลื่อนไปตอนนี้ตามถนนทั่วไป แล้วก็รถบรรทุกสิบล้อ จากทางเลี่ยงเมืองสระบุรีและทางขึ้นเขาพุแคไม่มีสัญญาณไฟจราจร ไม่มีสัญญาณไฟท้าย ไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวแต่ก็ขับมาเวลาค่ําคืนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งอยากจะให้ทางตํารวจแล้วก็ ทางเจ้าหน้าที่ขนส่งช่วยกวดขันการต่อใบอนุญาตขับรถพวกนี้ด้วย เพราะว่าเกิดอันตราย กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ใช้ถนนร่วมกันกับรถบรรทุกเหล่านี้ ในจังหวัดสระบุรีมีจํานวนมากที่รถ ไม่มีแผ่นป้ายแล้วก็ไม่มีไฟท้าย ไม่มีไฟเลี้ยวซึ่งขับกันมาเวลากลางคืนครับ
แล้วก็อย่างที่ ๒ ตามจุดยูเทิร์น (U-turn) ตามถนนสาย ๒๑ มีหลายช่วง ซึ่งไม่มีไฟแสงสว่างเป็นทางแยกที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมาก กระผมเคยพูด มาแล้ว ๓-๔ ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขอยากจะให้หน่วยงานทางแขวงการทางลพบุรีที่ ๑ แขวงการทางลพบุรีที่ ๒ ช่วยดูแลกวดขันให้เรียบร้อยด้วยครับ
แล้วก็อย่างที่ ๓ ถนนสายบ้านหนองมะดันไปเฝ้างาม ราษฎรเดือดร้อนมาก ช่วงนี้เพราะว่าถนนเป็นทางลูกรังมา ๓๐-๔๐ ปีแล้วยังไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานต่าง ๆ อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลและของบประมาณมาช่วยจัดสร้างเป็น ถนนลาดยางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องที่อยู่อาศัยข้าง ๆ นี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ ต้องขอบพระคุณท่านประธานค่ะที่เปิดโอกาสให้มีการหารือในวันนี้ เรื่องที่ อยากรบกวนหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือ
เรื่องแรกค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าในหมู่บ้านค่ะ ดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องชาวบ้านห้วยดอนยาว ตําบลหนองบัวโคก อําเภอจัตุรัสว่าหมู่บ้านเขามีการขยาย ขนาดออกไปมากจํานวนขนาดหม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้ส่งที่ต้องใช้ภายในหมู่บ้านไม่เพียงพอต่อ ความต้องการใช้อยากจะขอความช่วยเหลือโดยการให้หน่วยงานออกไปดูแลเปลี่ยนแปลง ปริมาณหม้อแปลงไฟฟ้าให้กับพี่น้องด้วยค่ะ เพราะว่าตอนนี้เขาเดือดร้อนกันมากไฟฟ้าตก เป็นประจําไม่สามารถใช้สอยได้ค่ะ
อีกอันหนึ่งค่ะท่านประธาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑๕ ตําบลบ้านกอก อําเภอจัตุรัส ก็ขอเรื่องไฟฟ้าสําหรับใช้ในชีวิตประจําวันด้วยเช่นกัน ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่อง ไฟฟ้าของพี่น้องประชาชนค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือก็คือพี่น้องชาวอําเภอจัตุรัสและอําเภอเนินสง่า ร้องเรียนดิฉันมาว่าสถานีสูบน้ําบ้านโนนจาน ตําบลละหานค่ะ เกิดมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ํา ไฟฟ้าแล้วแต่ยังขาดท่อลอดถนนเพื่อส่งน้ําไปยังอําเภอเนินสง่าแล้วก็บริเวณใกล้เคียงของ อําเภอจัตุรัสค่ะ อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลจัดสรร งบประมาณในการก่อสร้างท่อลอดถนนในการส่งน้ําไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อใช้ในการ ทําการเกษตรแล้วก็บริโภคอุปโภคด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้าย ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ถนนหนทางค่ะ พี่น้องชาวบ้านห้วยบง ตําบลส้มป่อย อําเภอจัตุรัส ร้องเรียนดิฉันมาว่า บ้านเรือน หมู่บ้านของเขาก่อตั้งมา ๓๐-๔๐-๕๐ ปีแล้วค่ะ แต่ถนนหนทางที่เข้าหมู่บ้าน ยังเป็นถนนลูกรังอยู่อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานให้ดูแลจัดหางบประมาณ ในการก่อสร้างถนนค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ก็เป็นเรื่องถนนเช่นกัน ดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านโกรกตาแป้น อําเภอเนินสง่า ถึงถนนสายบ้านโกรกตาแป้น ถึงบ้านสระสี่เหลี่ยม ตําบลบ้านกอก อําเภอจัตุรัส ถึงบ้านหนองลุมพุก ตําบลหนองบัวโคก อําเภอจัตุรัส ถนนหนทางนี้เป็นการติดต่อระหว่างอําเภอ แต่ว่าก็ยังไม่มีความสะดวกในการเดินทางค่ะ อยากฝากท่านประธานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมทางหลวงชนบท ได้ช่วยเข้าไปดูแล แล้วก็จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างถนนทั้ง ๒ สายด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องในเขตเลือกตั้งของกระผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอําเภอตาลสุม อําเภอดอนมดแดง อําเภอเหล่าเสือโก้ก และอําเภอม่วงสามสิบ มาร้องเรียนกับกระผมบอกว่าเงินช่วยเหลือน้ําท่วม ตั้งแต่ฤดูฝนปีที่แล้ว จนกระทั่งถึงขณะนี้ยังมีพี่น้องอีกจํานวนมากยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ กรณีน้ําท่วมไร่นา จึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ฝนใหม่กําลังจะมาแล้วครับท่านประธาน เงินช่วยเหลือเดิมยังไม่ได้รับเลย ก็ขออนุญาตให้ ทางรัฐบาลได้เร่งรัดช่วยเหลือพี่น้องซึ่งประสบปัญหาอุทกภัยตั้งแต่ปีที่แล้วด้วย
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องที่อาศัยอยู่บริเวณริมลําเซบาย มีหลาย ๆ พื้นที่ที่สามารถกั้นเป็นเขื่อนขนาดเล็กได้หรือทําเป็นสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่หลาย ๆ ตําบลของอําเภอม่วงสามสิบ ผมเปิดดูงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเลย ทั้ง ๆ ที่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้เป็นจํานวนมาก มีพี่น้องขอให้ทางรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ เซ็นอุทิศพื้นที่ อุทิศที่ดินให้ครบในหลาย ๆ พื้นที่แล้ว แต่จนกระทั่งถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีงบประมาณที่ทางรัฐบาลจะเอาไปให้กับ พี่น้องประชาชนเพื่อให้พี่น้องประชาชนมีน้ําในการทําการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ มีพี่น้องร้องเรียนผ่านกระผมมาว่าวันนี้ สภาพอาคารเรียนโดยทั่วไปในหลาย ๆ พื้นที่มีอายุการใช้งานมากกว่า ๓๐ ปี นั่นแปลว่า อยู่ในสภาพชํารุดทรุดโทรมมาก อยากจะให้ทางรัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณไปปรับปรุง หรือไปสร้างอาคารเรียนใหม่ พี่น้องของกระผมบอกว่าถ้าสร้างอาคารเรียนใหม่น่าจะได้ ประโยชน์มากกว่าการไปซื้อแท็บเล็ต (Tablet) แจกเด็กนักเรียน ประเด็นนี้เป็นประเด็น สําคัญครับท่านประธาน ถ้าไม่มีที่เรียนการศึกษาของเราไร้ผลแน่ ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ ท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๕ นั้น ประกอบด้วยอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไซ เฉพาะ ๔ ตําบล ๔ ตําบลนั้นประกอบด้วย ตําบลแจงงาม ตําบลหนองขาม ตําบลทัพหลวง และตําบลหนองราชวัตรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนในพื้นที่เขต ๕ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ก็คือถนนสายท่าช้าง-สระบัวก่ํา และถนนสระบัวก่ํา-ด่านช้าง เนื่องจากถนนคับแคบและเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีประชาชนนั้น ปลูกอ้อยเป็นจํานวนมาก ต้องนํารถบรรทุกอ้อยเข้าโรงงานที่โรงงานน้ําตาลมิตรผล ประกอบกับ ถนนคับแคบ การจราจรไม่สะดวก ประชาชนในเขตพื้นที่อยากได้ถนน ๔ เลน ฝากไปยัง กระทรวงคมนาคมให้ช่วยจัดการดําเนินการขยายถนนให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมพูดในสภาหลายครั้งหลายหน เนื่องจากชาวตลาดด่านช้าง ตําบลหนองมะค่าโมง อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรีเขายัง ไม่มีโฉนดที่ดิน เขาอยากได้โฉนดที่ดินเป็นของตัวเอง อยากฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ช่วยดําเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับชาวตลาดด่านช้าง อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และตําบลหนองมะค่าโมงด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องถนน เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ ตําบลห้วยขมิ้น บริเวณตั้งแต่วัดเขาวังวราราม บ้านทับกระดาษ ผ่านบ้านหนองยาว แล้วก็ บ้านวังกุ่ม เขามีถนนลูกรัง เขาเรียกว่า ผงสุพรรณแท้ ๆ ยังไม่ได้มีการเทลาดยาง หรือปรับปรุง เป็นถนนคอนกรีต ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมให้ช่วยดําเนินการลาดยาง หรือเทถนนคอนกรีตให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจํานวนมาก เพราะที่อําเภอชัยบาดาลนั้นเป็นชุมทาง มีทั้ง จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครสวรรค์ แล้วก็จังหวัดเพชรบูรณ์ มีอะไรก็จะมายื่นคําร้องปัญหาให้ผมนําความเสนอต่อที่ประชุมสภา
อันดับแรกท่านประธานครับ เรื่องเกี่ยวกับการขยายเขตไฟฟ้า
เรื่องที่ ๒ ก็เรื่องไฟฟ้ามี ๖ วัดครับ ส่วนรายละเอียดผมก็ปรากฏตามหนังสือ ที่เสนอท่านประธานไว้แล้ว
เรื่องที่ ๓ เรื่องขุดลอก จํานวน ๑๐๕ แห่งครับ อันนี้ก็เป็นของจังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิด้วยครับ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวครับ การส่งเสริมการท่องเที่ยวนี้มีอยู่ทั้งหมด จํานวน ๑๖ จุดครับ เป็นทั้งเขาแล้วก็เป็นทั้งอ่าง รวมทั้งอ่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ เรื่องการขุดลอก คลอง หนอง บึงครับ มีทั้งหมด ๑๒๐ จุดของ จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดชัยภูมิด้วยครับ
เรื่องที่ ๕ เรื่องเกี่ยวกับการสนับสนุนโรงเรียนอาชีวศึกษา โรงเรียน อาชีวศึกษานี่มีนักเรียนในอายุที่ต่ํากว่า ๑๕ ปี ของเอกชนนี่ทางรัฐบาลจะไม่จ่ายเงินช่วย ค่าเรียนฟรี นักเรียนก็เดือดร้อน ผู้ปกครองเดือดร้อน ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาเรื่องนี้ ด้วยครับ
เรื่องที่ ๖ เรื่องขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม ช่วยบูรณะถนนที่ชํารุดจํานวน ๑๐๕ สาย ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ขอให้ท่านประธาน ช่วยผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประสานงานให้ได้รับความสําเร็จด้วยครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่กระผมจะขอหารือ ต่อท่านประธานต่อที่ประชุมในวันนี้ก็เนื่องมาจากว่าพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อําเภอลําลูกกา อําเภอธัญบุรี อําเภอคลองหลวง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากนะครับ ภายหลังจาก น้ําท่วมแล้วนะครับ ปัญหาผลกระทบนั้นก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ วันนี้พี่น้องได้รับความเดือดร้อนแล้วก็มีการชุมนุม มีการทวงถาม เกี่ยวกับเงินช่วยเหลือสิ่งของที่เสียหายอันเหตุจากน้ําท่วมนะครับ ซึ่งชาวบ้านเขาเรียกว่าเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเกณฑ์ที่พี่น้องประชาชนได้รับทราบตั้งแต่แรกว่าหลังจากที่ได้รับ ความช่วยเหลือ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นการช่วยเหลือขั้นพื้นฐานนะครับ บ้านผู้ที่ถูกน้ําท่วมเกิน ๗ วัน แล้วก็จะมีเงินชดเชยค่าทรัพย์สินที่เสียหายตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่มาวันนี้นะครับ ทางเทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลําสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ได้รับเงินเพื่อที่จะช่วยเหลือทรัพย์สินที่เสียหายลงไป ปัญหาก็คือว่าพี่น้องประชาชนได้รับ ค่าเสียหายไม่เท่ากัน ไม่เท่ากันนั้นพี่น้องจะไม่คลางแคลงใจเลย หากว่าเพดาน ของการได้รับค่าเสียหายนั้นเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ได้รับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ข้อเท็จจริง ก็คือพี่น้องประชาชนได้รับค่าชดเชยของเสียหายตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๔๐,๐๐๐ บาท พี่น้องรู้สึกว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ตอนนี้มีปัญหามากมายนะครับที่เกิดขึ้น ยังมีปัญหาทักท้วงแล้วก็มีปัญหา การปิดถนนอยู่เนือง ๆ ณ วันนี้ยังมีปัญหาอยู่
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการลอกท่อนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของการซ่อมสร้างถนนที่ชํารุดทรุดโทรม
ก็ขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัด การช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานีด่วนด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทยครับ ขอหารือ กับท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมลงพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง บ้านตาลชุม อําเภอรัตนวาปี ได้ร้องเรียนว่าผู้นําชาวบ้านหรือผู้ใหญ่บ้านนะครับ ได้งบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาไปสร้างน้ําประปา เดี๋ยวนี้ใช้ไม่ได้เลยครับ สูบน้ําก็ไม่ได้ ท่อแตกหมดตามหมู่บ้าน การประปาเอาเงินไปทําแล้วก็ใช้ไม่ได้เลย พี่น้องเดือดร้อนมากนะครับ ก็อยากร้องเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปตรวจสอบการทํางาน ของผู้นําหมู่บ้านด่วนด้วยครับว่ามันทําอย่างไรใช้ไม่ได้
เรื่องต่อไปครับ ของบสร้างพนังกันตลิ่งแม่น้ําโขงนะครับ บริเวณสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ แล้วก็บริเวณบ้านตาลชุมอีกด้วยนะครับ แล้วก็บ้านหนองแก้ว อําเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นหลังตลิ่งที่สร้างไปแล้วมันทําให้ น้ําไหลเชี่ยวแล้วก็ไปปั่นน้ําท้ายบ้านทําให้ดินพังทลาย ทําให้เกิดอันตรายนะครับ ก็ขอให้ ไปสร้างต่อให้เรียบร้อยด้วยครับ
อีกเรื่องก็ของบประมาณปรับปรุงถนนลาดยางจากอําเภอเฝ้าไร่ไป บ้านท่าสําราญ ประมาณ ๕ กิโลเมตร เสียหายมากครับ แล้วก็ของบสร้างถนน คสล. บ้านโพธิ์จุมพลไปถึงบ้านคําชิ บ้านโนนประเสริฐแล้วก็ไปถึงบ้านหนองวัวชุม เสียหายมากครับ ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไปดูแลเลยนะครับ ก็ขอด้วยนะครับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สุดท้ายก็คือ การของบสร้างอาคารเรียนครับ มีโรงเรียนบ้านคําปะกั้ง โรงเรียนบ้านพระบาทนาหงส์ โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์และโรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัยนะครับ อันนี้เป็นเรื่องสําคัญในการสร้างอาคารเรียน เรื่องแท็บเล็ตที่หลายท่านว่าไปแล้วไม่สําคัญ สําคัญเหมือนกัน อยากให้สร้างทั้งโรงเรียนแล้วแจกแท็บเล็ตด้วย ไม่ใช่มีอาคารเรียนแล้ว อุปกรณ์การสอนใช้ไม่ได้ มันก็ไม่มีคุณภาพหรอกครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านยุคลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ วันนี้ผมหารือท่านประธานสภาเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความทุกข์ของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี มีมากมายนะครับ
เรื่องที่ ๑ ชาวสวนผลไม้เกิดวาตภัยหรือวาตภัยโซน (Zone) ร้อนที่ผ่านมา และทางจังหวัดจันทบุรีได้ส่งหนังสือมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ คือผลไม้ได้ล้มตายไปจํานวน ๓,๕๒๗ ไร่ ผลร่วงไปที่เกิดลมพายุ ๓,๐๐๐ กว่าตัน จํานวน ผู้ที่เดือดร้อนคือ ๑,๐๐๐ กว่าราย มีอยู่ทั้งหมด ๖ อําเภอ อําเภอขลุง อําเภอแก่งหางแมว อําเภอเขาคิชฌกูฎ อําเภอท่าใหม่ อําเภอนายายอาม อําเภอโป่งน้ําร้อนนะครับ เรื่องนี้ผม ได้ทําหนังสือผ่านคณะกรรมาธิการการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อนําเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. การช่วยเหลือชดเชยเช่นเดียวกับอุทกภัยเป็นกรณีฉุกเฉินพิเศษ ลงวันที่ ๒ เมษายนที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือนะครับ ขอให้ท่านประธาน แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเร่งดําเนินการด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีร่วมกับโรงพยาบาลบ้านแพ้วและ โรงพยาบาลพระปกเกล้า โรงพยาบาลสองพี่น้อง ได้จัดโครงการลอกต้อกระจกตาเฉลิมพระเกียรติ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี ถือว่าเป็นโครงการที่ยอดเยี่ยมที่สุดนะครับ ทางจังหวัดจันทบุรี ขอขอบพระคุณมายังบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขและส่งรายชื่อผู้ที่ทําความดีผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงเพื่อสร้างขวัญกําลังใจให้กับบุคลากรเหล่านี้ด้วย วันนี้ผม ได้นําเอกสารเหล่านี้มายังท่านประธานและไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านชมภู จันทาทอง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่เขต ๓ ของจังหวัดหนองคายนํามาหารือกับ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะ ท่านประธานคะ
เรื่องแรกนั้น ดิฉันได้รับการร้องเรียนและประสานงานกับพี่น้องในเขตพื้นที่ เกี่ยวกับโครงการเอสเอ็มแอล (SML) ของรัฐบาล ซึ่งประกาศไปแล้วและจะอนุมัติ ในปี ๒๕๕๕ ตอนนี้ก็จะเป็นการอนุมัติงบประมาณปี ๒๕๕๖ แล้วค่ะ พี่น้องประชาชนเขาได้ ถามมาว่าเมื่อไรจะอนุมัติออกไปสักที เพราะว่าการที่อนุมัติงบเอสเอ็มแอลนั้น เป็นงบประมาณ ที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยพี่น้องประชาชนนั้นอนุมัติเองนะคะ ดิฉันได้รับทราบข่าวจากทางพรรคว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นจะคิกออฟ (Kickoff) และ ประกาศในการที่จะอนุมัติงบประมาณนั้นในวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ อย่างไร ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ประกาศแล้วก็ผลักดันงบประมาณ ไปแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ นั้นที่จะหารือกับท่านประธานก็เกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันนั้นเป็นผู้หญิงนะคะ ก็สังเกตดูว่าตั้งแต่สมัยที่แล้วทางเราเป็นฝ่ายค้าน ดิฉันก็ได้นําเรื่องนี้ มาหารือกับท่านประธานชัย ชิดชอบ คือเรื่องการแต่งตัวเข้ามาในสภานี่ละค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เป็นห่วงในการแต่งตัวของสุภาพบุรุษค่ะ แต่ดิฉันนั้นเป็นห่วงในการแต่งตัว ของสุภาพสตรีค่ะ เพราะว่าผู้หญิงนั้นแต่งตัวต้องสุภาพนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าในสภาเรานี้ เป็นเขตพระราชฐาน ท่านประธานคะก็อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นได้ช่วยตักเตือน แล้วก็ประชาสัมพันธ์ในการแต่งตัวของผู้หญิงให้สุภาพและเรียบร้อยในการที่จะเข้ามาสภาด้วย ขอบคุณค่ะ
ท่านวรชัย เหมะ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องที่บอกว่าของแพงครับท่านประธาน เมื่อวานนี้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายว่าของแพง ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนครับ เพราะว่าถ้าของแพง
ท่านวรชัย หารือได้เฉพาะเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนครับ ถ้าจะไปตอบแทนรัฐบาลไม่ต้อง อนุญาตเฉพาะเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ร้องเรียนมา เพราะอันนี้เป็นข้อบังคับ ที่เขียนไว้อย่างนี้ชัดเจนนะครับ
คือผมนี่เป็นเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชนจริงครับ ถ้าของแพงนะครับท่านประธาน ผมจะได้
มีผู้ประท้วง ท่านวรชัยครับ ท่านไม่ต้องตอบแทนเขาหรอกครับ ท่านนั่งลงครับ อันนี้ ผมไม่อนุญาตให้ถาม คือท่านวรชัยครับ ก็ต้องยึดตามข้อบังคับ ข้อหารือนี้ หารือได้เฉพาะ ความเดือดร้อนของประชาชน เขาเขียนไว้ชัดเจน ท่านอย่าเถียง นั่งครับ ที่ผมอนุญาตได้ ก็อนุญาต อนุญาตไม่ได้ผมก็ไม่อนุญาตครับ ท่านประเสริฐครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ท่านนั่งลงนะครับ จะได้เข้าวาระ ไม่ต้องแล้วครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๐ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อประชุมจํานวน ๒๖๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดประชุมเพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ
เกี่ยวกับการใช้เวลาประชุมนะครับ กรณีเวลาอภิปรายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวานนะครับ คณะรัฐมนตรีใช้เวลาอภิปรายไป ๑๐ ท่าน ใช้เวลาไป ๒ ชั่วโมง ๔๘ นาที พรรคร่วมรัฐบาลอภิปราย ๒๗ ท่าน ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง ๑๔ นาที พรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปราย ๒๒ ท่าน ใช้เวลาไป ๔ ชั่วโมง ๕๑ นาที รวมแล้วเมื่อวานใช้เวลาการประชุมไป ๑๐ ชั่วโมง ๕๓ นาทีครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
เรื่องด่วน
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) โดยจะพิจารณาต่อจากที่ประชุมเมื่อวานนะครับ ก็ขอเชิญ ท่านนิยม ช่างพินิจ ๖ นาทีครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้พูดและอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญว่าวันนี้เอง งบประมาณที่รัฐบาลได้ตั้งเอาไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าถ้ามากกว่าผลประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนได้รับกับปัญหาภายในประเทศ ผมคิดว่า คงจะไม่สมดุลกัน โดยเฉพาะปัญหาที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาอุทกภัย ภัยอะไรต่าง ๆ แล้วก็สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงินที่จะไปช่วยเหลือในการแก้ปัญหา ก็เพียงได้ระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมของประเทศในการแก้ปัญหาก็ถือว่าคืบหน้ามาได้เยอะ สิ่งที่สําคัญนะครับท่านประธาน ที่ผมชื่นชอบแล้วก็สนับสนุน โดยเฉพาะที่ยกเป็นนโยบาย เร่งด่วน โดยเฉพาะในเรื่องของในการยกระดับราคาสินค้าภาคการเกษตร ต้องยอมรับครับ ท่านประธานว่าที่เราเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยเฉพาะจากการ ประกันรายได้มาเป็นโครงการรับจํานําก็ต้องมีอุปสรรคบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของ มันสําปะหลังบ้าง อะไรบ้าง แต่สิ่งที่สําคัญวันนี้ผมอยากจะสะท้อนผ่านท่านประธานสภา ไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง วันนี้มันต้องใช้องค์ประกอบหลาย ๆ ด้านด้วยกัน โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นโรงมันสําปะหลัง ลานมันสําปะหลัง โรงสี ต้องทํางานกัน อย่างบูรณาการ และให้การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการต่าง ๆ เป็นที่พึงพอใจ
และประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่า ในการที่จะมีปัญหาและอุปสรรคมีหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะว่าสิ่งที่สําคัญเองวันนี้นโยบาย ของการรับจํานํา เพราะว่าเกษตรกรต้องนําข้าวหรือพืชผลทางการเกษตรที่จะต้องรับมาจํานํา ต่อผู้ประกอบการต้องเป็นของจริง มันจึงมีปัญหาบ้าง อะไรบ้าง แต่รัฐบาลก็ตั้งเม็ดเงินไว้นะครับ ซึ่งจะน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะโครงการรับจํานํา ปี ๒๕๕๕ ตั้งไว้ ๔๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปีนี้ตั้งไว้ ๔๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็ลดลงมาประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ก็บ่งบอกว่า อาจจะมีเงินอยู่ที่กองทุนนะครับ สินค้าในรอบปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลได้รับจํานําไว้ ถ้ามีการระบายปุ๊บ ก็จะเอาเม็ดเงินตรงนั้นที่จะมาหมุนเวียนต่อไปครับ ผมจะพูดต่อไปว่าวันนี้เองครับสิ่งที่ยังเป็น ปัญหาและอุปสรรค แล้วก็ฝากท่านประธาน ถามว่าพี่น้องประชาชนภาคการเกษตรนี้ พึงพอใจไหม ผมยอมรับว่าพึงพอใจครับ แต่ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคที่อยากจะฝากไป โดยเฉพาะในเรื่องของอุปสรรคปัญหาในการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการแล้วนี้ ปัญหา ที่จะตามมานะครับ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นมันสําปะหลังเป็นข้าว เรื่องของ กรอบระยะเวลาการรับจํานําครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก กรอบระยะเวลา การจํานํานี้นะครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นโครงการในอดีตประกันรายได้จะไม่มีผลตรงนี้เลย เกษตรกรก็ทําไป และรัฐบาลก็ชดเชยให้ แต่โครงการรับจํานําเราต้องเอาใช้ของจริง เพราะฉะนั้นเองรัฐบาลได้กําหนดกรอบระยะเวลาในการเพาะปลูกไว้นี้นะครับ อย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น นาปรัง วันที่ ๑ พฤศจิกายน ไปจนสิ้นสุดวันที่ ๓๐ เมษายน แต่กรอบ ระยะเวลาการรับจํานําของรัฐบาลต้องสอดคล้องนะครับ อย่างไปนาปีครับ เพาะปลูกในช่วง ของวันที่ ๑ พฤษภาคม ไปสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน อย่างนี้นะครับ ไปกําหนดกรอบอย่างนี้ ปุ๊บนี้นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าแต่สิ่งที่สําคัญเองนี้นะครับ เราจะไปเริ่มรับโครงการ โครงการรับจํานําก็ไปเริ่มกําหนดวันเก็บเกี่ยวในช่วงของ ต้นเดือนสิงหาคม หรือวันที่ ๑ สิงหาคมอย่างนี้ มันจะมีปัญหาตรงไหน ทราบไหมครับ ท่านประธาน ก็คือพี่น้องเกษตรกรที่เขาทําการเพาะปลูกตามที่รัฐบาลกําหนดวันที่ ๑ พฤษภาคมเป็นไปไม่ได้หรอกครับ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน นี่นะครับ ไล่มาตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ไล่มานี้นะครับ เขาจะเพาะปลูกกันในช่วงของปลายเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน สิ่งที่สําคัญที่เขาต้อง เพาะปลูกในช่วงนี้ก็เพราะว่า ๑. น้ําที่เกษตรกรมีแล้วก็รีบทํา แต่ประเด็นที่สําคัญไปกว่านั้น เขาต้องเกี่ยวหนีน้ําครับท่านประธาน ทําหนีน้ํา เพราะว่าถ้าเราไปปลูกเดือนพฤษภาคมนี้ เดือนสิงหาคมนี้น้ํามาแล้ว ตรงนั้นเป็นปัญหาที่เกษตรกรก็จะลําบาก แล้วเราก็จะต้องไป ชดเชย ไปตั้งงบชดเชยปัญหาน้ําท่วม ไร่ละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท อะไรอย่างนี้ ตรงนี้ มันจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากให้นําตรงนี้ไปปรับปรุงและแก้ไขกรอบระยะเวลาการทํา แต่ทั้งนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าถึงแม้ว่าเราจะกําหนดกรอบระยะเวลาอย่างนี้แล้ว นี่ครับท่านประธาน มันจะไปกระทบกับคนที่รับจํานําไปแล้วแต่ผมคุยกับทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็ทางเกษตรจังหวัดอื่นที่ได้มาชี้แจงในกรรมาธิการโดยท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้เรียกมาชี้แจง มันไม่เป็นอุปสรรคเลยครับ เขาก็ตั้งล็อก (Lock) ได้ ปลดล็อกได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นให้เกษตรกรนี้ได้เข้าร่วมโครงการต่อปีนี้ ท่านจะทําในช่วงไหน ไม่ต้องมากําหนดนาปีนาปรังหรอกครับ แต่ว่าให้เขาจํานําได้เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาลนี้ ได้ ๒ รอบ ตรงนี้ล่ะจะเป็นที่พึงพอใจให้กับพี่น้องภาคการเกษตร ก็คงจะฝากไว้นะครับ นี่ถือว่า เป็นประเด็นสําคัญนะครับ และมาในเรื่องของการแก้ปัญหาของอุทกภัยนะครับ ดูจาก ร่างงบประมาณจะเห็นได้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รู้สึกว่าจะได้น้อยกว่าปีที่แล้ว แต่สิ่งที่สําคัญนะครับท่านประธาน ก็หมายความว่าที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง โดยเฉพาะกรมชลประทานก็แก้ปัญหาไปเยอะในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะแก้ปัญหาอุทกภัย แล้วก็เชื่อมโยงจิ๊กซอว์ (Jigsaw) แบบบูรณาการไปแก้ปัญหาเรื่องของภัยแล้งนะครับ ก็ต้อง ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ และผมพร้อมที่จะสนับสนุนร่างงบประมาณตรงนี้ แต่ก็อยากจะฝากท่านประธานไว้ถึงรัฐมนตรี ก็ขอให้ใช้เม็ดเงินตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เชิญ ท่านกรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ เป็นวันที่ ๒ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ และเมื่อวานนี้พวกเราก็ได้รับฟังคําชี้แจงแล้วก็การอภิปรายจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่านที่ได้กรุณามาร่วมประชุมกับพวกเราในวันนี้ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฝั่งของรัฐบาล ทุก ๆ ท่านได้อภิปรายและชี้แจงงบประมาณ ฉบับปี ๒๕๕๖ ในทํานองว่าเป็นงบประมาณที่สะท้อนให้เห็นถึงการเคารพต่อวินัยทางการคลังโดยรัฐบาล แต่ในข้อเท็จจริงผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านพูดความจริงเพียงไม่ถึงครึ่ง เพราะในการที่จะพิจารณาการขาดดุลงบประมาณตามที่ทุก ๆ ท่านได้อ้างไว้ว่ามีการขาดดุล ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ เพียง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น้อยกว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ก็คือการขาดดุลในปีนี้อีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับการขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปีที่แล้ว ท่านควรที่จะต้องนับรวมการกู้ยืมที่ท่านยังจะต้องดําเนินการในปี ๒๕๕๖ จากการใช้พระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับอีกด้วย กล่าวคือพระราชกําหนด ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นอํานาจการกู้ยืมพิเศษให้กับทางกระทรวงการคลังเพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น จากน้ําท่วมแล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยขึ้นอีกในปีนี้และในอนาคต และ พ.ร.ก. การจัดตั้ง กองทุนประกันภัยอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงินกู้ที่จะต้องกู้เพิ่มเติมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้นอกระบบงบประมาณ การกู้ยืมนอกระบบงบประมาณ หมายถึง การปราศจากการตรวจสอบโดยสภา การปราศจากการตรวจสอบ โดยคณะกรรมาธิการงบประมาณที่จะต้องมีการจัดตั้งขึ้นหลังจากที่เราได้มีการพิจารณา ในวาระแรกแล้ว รวมทั้งสิ้นรัฐบาลจะกู้ยืมเงินเป็นเม็ดเงินโดยรวม ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่เพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นการขาดดุลในงบประมาณจะมีการตรวจสอบ โดยสภา เพราะฉะนั้นท่านจะอ้างว่าทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรักษาวินัยทางการคลัง ผมคิดว่าท่านพูดไม่ถูกต้อง นอกเหนือจากนั้นที่สําคัญก็คือการออก พ.ร.ก. นั้นยังขาด ประสิทธิภาพในการใช้เงินอีกต่างหาก วันนั้นพวกเราคงจํากันได้นะครับว่ารัฐบาลขอใช้ อํานาจฝ่ายบริหารในการที่จะตรากฎหมายในเรื่องของพระราชกําหนด ทางรัฐบาลได้อ้าง ความเร่งด่วนในความจําเป็นในการใช้เงิน อ้างถึงความพร้อมของโครงการในการที่จะนําไปสู่ การเบิกจ่าย และที่สําคัญก็คือได้เอาความหวาดกลัวของพี่น้องประชาชนต่อเหตุการณ์ น้ําท่วมในขณะนั้นไปขู่แม้กระทั่งกับศาล ขู่ประชาชนและขู่พรรคประชาธิปัตย์ว่าถ้าเกิด เหตุการณ์น้ําท่วมเพราะไม่มีการอนุมัติให้รัฐบาลใช้อํานาจในการตรา พ.ร.ก. นั้นจะเป็นโทษ ของพวกเรา แต่จนถึงวันนี้ครับท่านประธาน ข้อเท็จจริงก็คือ พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานได้ชี้แจงไว้แล้ว มีการจัดสรรงบประมาณไป เพียงประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณโดยรวม และที่สําคัญเมื่อลงมาดูในรายละเอียดว่าจากที่จัดสรรแล้วมีการเบิกจ่ายไปแล้วกี่บาท จะพบว่า ณ วันนี้เวลาผ่านไป ๓ เดือนหลังจากที่ท่านมีอํานาจใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ ยังไม่มีการเบิกจ่ายแม้แต่บาทเดียว แต่วันนี้ท่านกลับมาหาสภาขออํานาจในการที่จะกู้ยืม เพื่อชดเชยการขาดดุลเพิ่มเติมอีกถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ยังไม่นับรวม พ.ร.ก. อีก ๒ ฉบับ ซึ่งเช่นเดียวกันท่านได้อ้างถึงความจําเป็นเร่งด่วนแต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ในการดําเนินการแต่อย่างใด พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft loan) หรือการปล่อยสินเชื่ออัตรา ดอกเบี้ยถูก ที่ท่านได้ออกให้อํานาจกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลือผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ขนาดกลางและพี่น้องประชาชน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้มีรายงานว่าจนถึงวันนี้ มีการปล่อยกู้ผ่านโครงการนี้เพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทจากวงเงิน โดยรวม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านอ้างว่าด่วนนักด่วนหนา ส่วนกองทุนประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จนถึงวันนี้เช่นเดียวกันครับ ก็ยังไม่ได้เริ่มดําเนินการ เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และที่สําคัญ ไม่สามารถที่ท่านจะนํามาอ้างในเรื่องของวินัยทางการคลังได้ นั่นคือประเด็นแรก
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ท่านได้พูดถึงด้วยความภาคภูมิใจก็คือเรื่องของตัวเลข การขยายตัวทางเศรษฐกิจ คือ จีดีพี (GDP) ประเด็นนี้ผมถือว่าเป็นประเด็นสําคัญครับ ในสมมุติฐาน ในงบประมาณของท่านที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาอ่านให้สภาได้รับทราบ เมื่อวานนี้ กล่าวถึงสมมุติฐานการขยายตัวทางเศรษฐกิจ วัดโดยจีดีพี ที่ประมาณ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๖ ผมก็มั่นใจครับว่าทางรัฐบาลทําได้ แล้วอยากที่จะเรียนด้วยว่าการขยายตัว ทางจีดีพีนั้นเป็นสัญญาณที่สําคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ข้อเท็จจริง ก็คือรัฐบาลควรที่ต้องใส่ใจในรายละเอียดด้วย เพื่อนสมาชิกฝั่งพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้ อภิปรายกันหลายท่าน อภิปรายกันถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะที่รายได้ตกต่ําเนื่องจากราคา สินค้าการเกษตรตกต่ํา วันนี้เราจะได้เห็นคําแถลงของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ไทยรัฐเองขึ้น หัวข่าวว่าผลิตส่งออกฟื้น แต่รายได้ภาคเกษตรยิ่งทรุด อันนี้คือข้อเท็จจริงครับ เพราะถ้าเรา เพียงแต่ดูตัวเลขจีดีพี โดยรวมเราจะเห็นว่าในไตรมาสแรก มีการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ ๔ คือไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงน้ําท่วม ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนของตรงนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้นเป็นเพียงแค่การเติมให้เต็มจากความสูญเสียและ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันถ้าเรามาดูในรายละเอียดว่า ในช่วงระยะเวลาเดียวกันเกิดอะไรขึ้นกับภาคการเกษตร เราจะเห็นว่าราคาสินค้าการเกษตร ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ปรับลดลงถึง ๑๒.๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกัน ในปีที่แล้ว และรายได้ภาคการเกษตรติดลบถึง ๑๐.๙ หรือเกือบ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในขณะที่ท่านอ้างถึงตัวเลขจีดีพีกับอัตราขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ของประเทศ ท่านควรที่จะต้องตระหนักด้วยว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์คือผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก ผู้ที่มีอํานาจเหนือทุนการผลิต แต่พี่น้องเกษตรกรยังเดือดร้อนและเดือดร้อนต่อเนื่อง ผมขออนุญาตท่านประธานกลับมาที่ประเด็นเรื่องของงบประมาณ โดยสรุปผมจะขออนุญาต ที่จะต้องเรียนท่านประธานผ่านไปสู่คณะรัฐมนตรีว่างบประมาณหรือร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นี้เป็นงบประมาณที่ไร้ยุทธศาสตร์ เป็นงบประมาณที่ไร้ทิศทางและที่สําคัญก็คือ เป็นงบประมาณที่ไร้ทางออกให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ยากจน เพราะนอกจากขาดความโปร่งใสในหลายส่วนแล้ว งบประมาณที่ดีก็ต้องสามารถตอบโจทย์ ให้กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนได้ ๒ โจทย์ด้วยกัน
โจทย์แรก ก็คือจะต้องตอบคําถามให้ได้ว่าจะนําพาประเทศชาติไปสู่ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศได้อย่างไร จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ ประเทศจากวิกฤติที่กําลังปรากฏในเศรษฐกิจต่างประเทศได้อย่างไร และที่สําคัญในช่วง ระยะเวลานี้ก็คือจะช่วยให้ประเทศไทยของเรามีความพร้อมสู่การรวมพลังเศรษฐกิจอาเซียน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าเออีซี (AEC) อย่างไร ท่านประธานครับ นโยบายเศรษฐกิจของ รัฐบาลนั้นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง ทางรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเศรษฐกิจ ได้พูดถึงนโยบายที่อยากที่จะสนับสนุนให้ค่าเงินบาทอ่อนเพื่อที่จะช่วยเหลือภาคส่งออก ผมขออนุญาตเรียนนะครับว่าภาคส่งออกเป็นภาคที่มีความสําคัญต่อประเทศชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่รู้กันว่าประเทศชาติของเรา ณ วันนี้พึ่งพารายได้จากการส่งออก มากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดสถานะที่เรียกว่า ขาดความสมดุล เมื่อประมาณ ๒๐ ปีก่อน รายได้จากภาคส่งออกเมื่อเทียบกับผลผลิตมวลรวมของประเทศอยู่ในระดับประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี ๒๕๔๐ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทําให้ ผู้ส่งออกของเรามีความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคาเพิ่มขึ้น จึงทําให้รายได้ จากภาคส่งออกเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวมขยับขึ้นมาเป็น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานครับ ณ วันนี้รายได้จากภาคส่งออกเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจมวลรวม ของประเทศอยู่ในระดับที่สูงที่สุดก็คือ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสาเหตุที่อัตราการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของประเทศเราจึงมีความผันผวนอย่างมาก เมื่อเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ของเราพบกับปัญหาก็จะมีผลกระทบกับเราโดยตรงและทันที ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่เรา จะต้องสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นท่านประธานครับ ตลอดช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ที่เศรษฐกิจของเราดูเหมือนว่ามีอัตราขยายตัวในทางบวก ปรากฏว่าพี่น้องประชาชน ที่ยากจนก็ยังยากจนอยู่เหมือนเดิม ทางรัฐบาลได้กรุณาเพิ่มค่าแรงให้กับพี่น้องประชาชน บางส่วน ๗ จังหวัดตอนนี้ได้รับ ๓๐๐ บาทแล้ว แต่ขณะเดียวกันค่าครองชีพของ พี่น้องประชาชน ผมคิดว่าพวกเราก็คงไม่มีใครปฏิเสธปรับสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้นพี่น้องประชาชน ส่วนนี้ก็ยังมองไม่เห็นอนาคตว่าจะสร้างฐานะของตนเองได้อย่างไร ในขณะที่ผลประโยชน์ที่ได้จากอัตราเศรษฐกิจที่ขยายตัวโดยรวม มักจะตกอยู่ในมือ ของเจ้าของทุน และนี่คือสาเหตุที่ถ้าเรายังมีนโยบายที่จะส่งเสริมภาคส่งออกอยู่ต่อเนื่อง ก็จะเป็นการส่งเสริมให้ความรวยนั้นกระจุกอยู่ในวงแคบของผู้ที่มีอํานาจเหนือทุน ณ ปัจจุบัน เท่านั้น ดังนั้นนโยบายหรือยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ควรที่จะมีการสะท้อนผ่านงบประมาณ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ควรที่จะต้องมียุทธศาสตร์ที่สนับสนุนการลงทุน การลงทุนก็มี หลายประเภท ในส่วนของรัฐบาลเองก็มีภาระหน้าที่สําคัญในการที่ต้องจัดสรรเม็ดเงิน งบประมาณเพื่อนําไปสู่การลงทุน การลงทุนโดยเฉพาะในส่วนที่จะเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทุนโดยประชาชนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ณ ปัจจุบันประเทศเรามีกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลาง เป้าหมายที่สําคัญก็คือการขยาย ความเจริญไปสู่เมืองต่าง ๆ ซึ่งวิธีการที่จะต้องทําดําเนินการก็คือการสร้างการเชื่อมโยง ระหว่างกรุงเทพมหานครและหัวเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ หรือศัพท์ภาษาอังกฤษผมขออนุญาตพูด ว่าการเสริมเรื่องของคอนเนคทิวิตี (Connectivity) การเสริมเรื่องของการเชื่อมโยงหรือ คอนเนคทิวิตีนี้เกิดขึ้นด้วยการลงทุนในระบบคมนาคมและโทรคมนาคม แต่ในเม็ดเงินลงทุน โดยรวมของรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทหรือประมาณ ๑๘.๗ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณนั้น มีงบประมาณที่ได้จัดสรรในการพัฒนาระบบราง ถนนหรือการขนส่งทางน้ํา อยู่เพียงแค่ประมาณ ๑๐๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้าเทียบกับงบประมาณโดยรวมอยู่ในอัตรา เพียงแค่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ต้องถือว่าต่ําครับ สําหรับประเทศที่มีความต้องการอย่างสูง ในการเสริมสาธารณูปโภคประเภทนี้อย่างเช่นประเทศไทยเรา ที่ประเทศจีนถ้าจะพูด ในเชิงเปรียบเทียบ เขามีการจัดสรรงบประมาณในส่วนของเขาเพื่อการลงทุน ในสาธารณูปโภคประเภทนี้สูงถึงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณโดยรวมนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ยังเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลยังควรที่จะต้องปรับปรุงและ ดําเนินการต่อไป
นอกจากนั้นโจทย์ที่ ๒ ของงบประมาณที่ดี คือจะต้องเป็นงบที่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เช่นเดียวกันครับ ถ้าเรามาถามประชาชนในช่วงนี้ว่า พี่น้องประชาชนเดือดร้อนเรื่องอะไร ก็คงไม่พ้นเรื่องของค่าครองชีพเรื่องของราคาสินค้า ก็คือ เรื่องของของแพง แต่ก็ต้องบอกอีกนะครับว่าในส่วนของงบประมาณนี้ ยังไม่ได้สะท้อน ถึงนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในการที่จะตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนแก้ปัญหาเรื่อง ของค่าครองชีพ ถ้าทางรัฐบาลคิดว่าผมคิดไปเองในเรื่องนี้ ผมอยากที่จะให้รัฐบาลเข้ามาดู ตัวเลขข้อมูลในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินของพี่น้องประชาชนที่ยากจน พี่น้องประชาชน ที่ยากจนไม่สามารถที่จะกู้ยืมผ่านระบบธนาคารได้ ยังจําเป็นที่จะต้องพึ่งพาสถานธนานุบาล หรือสถานธนานุเคราะห์หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าโรงรับจํานํา ท่านประธานครับ ในช่วงที่ ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคมนี้ ปรากฏรายงานจากโรงรับจํานํา ทั่วประเทศว่ามีพี่น้องประชาชนเข้ามาใช้บริการมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ผมยกตัวอย่างขึ้นมา บางจังหวัดนะครับ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นจังหวัด ความจริงโดยบังเอิญที่เป็นจังหวัด ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเต็มจังหวัดแทบทุกจังหวัด แต่จริง ๆ แล้ว การเข้าถึงโรงรับจํานําของพี่น้องประชาชนไม่ได้จํากัดอยู่จังหวัดพวกนี้ ทางภาคใต้ เช่นเดียวกันครับพี่น้องประชาชนก็เดือดร้อน แห่เข้ามาใช้บริการของโรงรับจํานําเพิ่มเติม เช่นเดียวกัน แต่ที่เชียงใหม่ครับ สาขาธนานุบาลที่ท่าแพ ช้างเผือก ประตูเชียงใหม่โดยเฉลี่ย ในช่วงเดือนพฤษภาคมคือช่วงปัจจุบัน มีพี่น้องประชาชนเข้ามาใช้บริการถึง ๕๐๐ คนต่อวัน เทียบกับประมาณ ๒๐๐ คนต่อวันโดยเฉลี่ยในช่วงสภาวะปกติ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานีตัวเลข เหมือนกันครับ มีอัตราการเพิ่ม การใช้บริการประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่จังหวัดนครพนมครับ ท่านประธาน พี่น้องประชาชนมาใช้บริการโรงรับจํานําเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวหรือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันบริษัทบัตรเครดิต ซึ่งเป็นบัตรเครดิตคนจนอย่างเช่นอิออน (Aeon) อย่างเช่น เฟิร์สช้อยส์ (First Choice) ก็ได้รายงานครับว่ามีพี่น้องประชาชนกู้ยืมผ่านบัตรเครดิตเหล่านี้ มากขึ้นด้วยการกู้ไปซื้อของเพื่อนําสินค้าเหล่านั้นไปขาย นําเงินสดไปใช้ในช่วงเปิดเทอม นี่คือข้อเท็จจริงครับ และหลักวิชาการจากการวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าก็ได้ประเมินไว้นะครับว่าปีนี้ ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมเฉลี่ยต่อนักเรียนสูงถึง ๖,๙๓๙ บาทต่อคน หรือเพิ่มขึ้นถึง ๔๒ เปอร์เซ็นต์ จากระยะเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องจริง และพี่น้องประชาชนส่วนนี้ยังไม่ สามารถที่จะกู้ยืมในระบบได้ ไปใช้โรงรับจํานําบ้าง ถ้ายังมีทรัพย์สินเพียงพอที่จะเอาไปเป็น หลักประกัน นอกจากนั้นก็ต้องไปกู้ยืมนอกระบบ ซึ่งทางรัฐบาลก็ยังไม่มีนโยบายในการที่จะ ช่วยลดภาระให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้เป็นสินกับเจ้าหนี้นอกระบบ แน่นอนครับ นโยบายพักหนี้ของรัฐบาลมีส่วนในการที่จะลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน แต่อีกสักครู่ เพื่อนสมาชิกของผม คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ก็จะชี้ให้รัฐบาลได้เห็นว่าผลประโยชน์ ที่ประชาชนได้รับจากโครงการนี้เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ประชาชนเคยได้รับจากโครงการ แก้หนี้นอกระบบของรัฐบาลที่แล้วนั้นต่างกันมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลยังควรที่จะต้อง ทบทวนนโยบายว่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องหนี้เรื่องสิน เรื่องของค่าครองชีพ อย่างไร ที่สําคัญก็คือโครงการพักหนี้ของรัฐบาลนั้นก็เสมือนกับโครงการคืนกําไรโดย ธ.ก.ส. เพราะ ธ.ก.ส. ปกติกําไรประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ผ่านนโยบายนี้ ของรัฐบาล ก็คือการคืนกําไรประมาณครึ่งหนึ่ง คือ ๔,๐๐๐-๔,๕๐๐ ล้านบาท ต่อปี ให้กับ ลูกค้าที่เป็นพี่น้องประชาชน ผมก็มีคําถามกับรัฐบาลผ่านท่านประธานครับว่าถ้าท่านให้ รัฐวิสาหกิจคือ ธ.ก.ส. คืนกําไรให้กับประชาชนได้ และในขณะเดียวกันท่านตระหนักว่าพี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนจากเรื่องของน้ํามันแพง จากเรื่องของก๊าซแพง ทําไมท่านถึงไม่ให้ ปตท. คืนกําไรให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง ธ.ก.ส. กําไรแค่ปีละ ๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านเอากําไร ไปครึ่งหนึ่ง ปตท. กําไรปีละนับแสนล้านบาท แต่ท่านกลับสนับสนุนให้ ปตท. มีแต่กําไร เพิ่มขึ้น ไม่มีนโยบายที่สนับสนุนให้ ปตท. คืนกําไรให้กับพี่น้องประชาชนเลย เพราะฉะนั้น ผมถือว่างบประมาณ ฉบับปี ๒๕๑๖ ของรัฐบาลนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ทั้ง ๒ ข้อว่า สร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศอย่างไร เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศอย่างไร และตอบโจทย์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมอยากจะสรุปครับ ท่านประธานว่างบที่ดีจะต้องสร้างอนาคต งบที่ดีต้องมียุทธศาสตร์ให้ทุกคนเห็นทิศทาง การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และโดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาปัจจุบันต้อง ตอบโจทย์ว่าจะทําอย่างไรให้พี่น้องประชาชนสบายทั้งแผ่นดิน ที่สําคัญต้องตอบโจทย์ให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยว่าในอนาคตเขาจะมีโอกาสรวยทั้งแผ่นดินอย่างไร แทนที่จะต้อง รับภาระความเดือดร้อนจากสภาวะสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน หรือแม้แต่ความพยายาม ของรัฐบาลที่จะทําให้ประเทศชาติเป็นประเทศที่แดงทั้งแผ่นดิน เพราะฉะนั้นในส่วนของตรงนี้ ผมคิดว่ารัฐบาลยังสามารถที่จะปรับปรุงงบประมาณฉบับนี้ได้นะครับ เพื่อที่จะตอบโจทย์ว่า จะสร้างอนาคตให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร เวลาผมจํากัด ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ที่จะยกตัวอย่าง ๑ โครงการที่จะมีผลอย่างยิ่งต่อความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่รัฐบาลยังไม่ให้ความสําคัญเพียงพอ นั่นก็คือกองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นกองทุนที่สภาแห่งนี้ได้มีมติเห็นชอบตราในรูปของพระราชบัญญัติในสมัยรัฐบาลที่แล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนที่มีอาชีพอิสระ ณ วันนี้ที่มีสิทธิก็น่าจะอยู่ในระดับประมาณ ๓๐ ล้านชีวิตทั่วประเทศ คือเกือบครึ่งประเทศ กลุ่มนี้ก็คือกลุ่มที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุน ประกันสังคม มีอาชีพอิสระเป็นชาวไร่ ชาวนา เป็นพ่อค้าแม่ขาย เป็นแท็กซี่ เป็นวินมอเตอร์ไซค์ กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ณ วันนี้ไม่มีบําเหน็จบํานาญเหมือนลูกจ้างบริษัท เหมือนข้าราชการ นี่คือสาเหตุที่พวกเราได้ร่วมกันคิดจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติขึ้นมา เปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้สามารถที่จะเปิดบัญชีเพื่อออมทรัพย์ผ่านกองทุนนี้ได้ โดยที่รัฐบาล มีหน้าที่ตามกฎหมายครับท่านประธาน ที่จะสมทบเงินออมให้กับพี่น้องประชาชน ตัวอย่างสั้น ๆ ก็คือถ้าหากประชาชนอายุวัย ๕๐ ปี ออมเดือนละ ๑๐๐ บาท รัฐบาลต้องเติมให้อีก ๑๐๐ บาท เป็น ๒๐๐ บาท แถมมีหน้าที่ที่ต้องเอา ๒๐๐ บาทนั้นไปลงทุนให้กับประชาชน ขาดทุนแล้ว ทางรัฐบาลรับ แต่ถ้ากําไรทุกบาททุกสตางค์ยกเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในฐานะ เจ้าของบัญชี
ประเด็นสําคัญครับท่านประธาน ก็คือกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้มาแล้วกว่า ๑ ปี และในบทบัญญัติของกฎหมายระบุชัดเจนว่าภายใน ๓๖๐ วัน หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ รัฐบาลต้องดําเนินการเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธินี้ได้ แต่รัฐบาลนี้กลับเมินที่จะปฏิบัติ ตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย และหน้าที่ที่จะดูแลสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเองผมได้รับรายงานว่ายังไม่ได้ลงนามในประกาศ กระทรวงหลายฉบับที่จะสามารถเปิดทางให้กับหน่วยราชการดําเนินการในเรื่องนี้ต่อไปได้ เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณก็ตามก็ต้องจัดสรรงบประมาณสะท้อนความเป็นจริง และความต้องการของกองทุนนี้ ในกฎหมายระบุว่าต้องจัดสรรงบประมาณให้กองทุนนี้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่แล้วท่านตอนแรกจะไม่จัดงบประมาณให้เลย สุดท้ายจัดให้ ๒๕๐ ล้านบาท ปีนี้จัดให้อีก ๕๐๐ ล้านบาท แม้แต่ ๒๕๐ ล้านบาทของปีที่แล้วก็ยังไม่สามารถใช้ได้ ผมขอให้ รัฐบาลเอาจริงกับเรื่องเหล่านี้ครับ และรัฐบาลก็จะสามารถที่จะตอบโจทย์ได้ว่างบประมาณ ฉบับนี้แก้ปัญหาและสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร
ผมขอสรุปนะครับท่านประธาน เป็นกําลังใจให้กับรัฐบาลในการที่จะปฏิบัติ หน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป ขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับว่าสื่อมวลชนเอง หรือแม้แต่เพื่อนสมาชิกของพรรคท่านเอง ก็จะเรียกคณะรัฐมนตรีชุดนี้ว่าเป็นคณะรัฐมนตรี เกรดซี (C) ส่วนตัวผมขออนุญาตเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วย ผมมองว่าเกือบทุกท่านที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ แต่จะพิสูจน์ตัวท่านเองนี่ก็คือท่านใช้ความรู้ความสามารถนั้นอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าท่าน ใช้ความรู้ความสามารถที่ผมทราบว่าท่านมีในการที่จะตอบโจทย์ความต้องการของ ประเทศชาติ และของพี่น้องประชาชนผ่านการแก้ไขร่างงบประมาณฉบับนี้ที่ท่านนําเสนอต่อสภา ผมเชื่อว่านั่นคือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ท่านอย่ากังวลในเรื่องของการถูกปรับออกจากตําแหน่ง ท่านอย่ากังวลเพียงแค่ว่ากระทรวงของท่านได้รับโควตางบประมาณเพียงพอแล้วหรือยัง ขอให้ยึดหลักสําคัญนะครับว่างบประมาณที่ดีต้องตอบโจทย์ประเทศในเรื่องใดบ้าง ต้องตอบโจทย์ การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง นั่นคือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่าน พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีเสนอเข้าสู่สภาเพื่อนํางบประมาณ ดังกล่าวไปขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทําให้ พี่น้องประชาชนมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นด้วยนโยบายเร่งด่วนสําคัญ นอกจากนโยบาย ทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีอีกนโยบายหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมสนใจก็คือ นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาของยาเสพติด ท่านประธานครับ ผมมีเวลาอภิปราย ไม่มากนักคงจะลงรายละเอียดไม่ได้ แต่ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านเมื่อวานนี้ ได้อภิปรายถึงปัญหายาเสพติด ต้องกราบเรียนว่าในนโยบายของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งได้รับ การยอมรับจากพี่น้องประชาชนจนได้มาเป็นรัฐบาลในวันนี้นะครับ และต้องขอชื่นชม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้เลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมใช้คน เหมาะกับงาน โดยเฉพาะท่าน ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง แล้วก็ท่านพลตํารวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ซึ่งทําหน้าที่ทํางานเรื่องยาเสพติดมาเป็นเวลานาน ท่านประธานครับ ท่านเฉลิมนั้นมีความรู้ความเข้าใจในปัญหาของการแพร่ระบาดของยาเสพติด ถามว่างบประมาณที่รัฐบาลตั้งให้ถึง ๑๑,๕๘๒ ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว ๒,๑๑๑ ล้านบาท คิดเป็น ๒๒.๒๙ เปอร์เซ็นต์นั้น พอไหม ถ้าถามใจท่านเฉลิมก็คงบอกว่าไม่พอ เพราะว่า ขบวนการยาเสพติดในวันนี้มีขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยากต้องใช้งบประมาณจํานวนมาก โดยเฉพาะในเรื่องเครื่องมือสื่อสารวันนี้ขบวนการยาเสพติดนั้นทําเป็นขบวนการ เครื่องมือ สมัยใหม่นั้นมีความจําเป็นต่อผู้ปฏิบัติงาน เมื่อดูผลงานของท่านร้อยตํารวจเอก เฉลิม ก็ต้องกล่าวว่าพอใจ เมื่อวานนี้ท่านชี้แจงว่าในยุคของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้น สามารถจับได้ ๕๒ ล้านเม็ด วันนี้เราทราบและเห็นปรากฏจากข่าวจับผู้ค้ารายสําคัญได้เป็น จํานวนมาก แล้วก็แต่ละครั้งนั้นก็ได้ยาเสพติดเป็นจํานวนมากเช่นเดียวกัน และที่สําคัญ ต้องชื่นชมครับ วันนี้โดยเฉพาะการตรวจค้นเรือนจําที่กดดันเข้าไปในเรือนจํานั้นสามารถ ตัดตอนเครือข่ายการค้ายาเสพติดได้มากก็ต้องกราบเรียนให้ท่านเฉลิมได้ทําต่อ แต่ว่าผม ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่างานปราบปรามนั้นมีผลงานที่เด่นชัด แต่ว่าเมื่อเทียบกับยุคของ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร วันนั้นรัฐบาลใช้มาตรการป้องกันปราบปรามและ บําบัดรักษา วันนี้ผมเห็นแต่ภาพเด่นชัดของรัฐบาลในเรื่องการปราบปรามเท่านั้น ถือว่า เป็นผลสําเร็จระดับหนึ่ง แต่ว่ายาเสพติดยังไม่หมดไปต้องขับเคลื่อนทั้ง ๓ กระบวนการ ไปด้วยกัน และการป้องกันนั้นที่สําคัญที่สุดต้องให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม วันนี้ ท่านพยายามสกัดกั้นสารตั้งต้นที่เข้ามาในประเทศไทย มาตรการการป้องกันวันนี้ท่านต้อง กลับไปรี เอกซเรย์ (Re X-ray) ในพื้นที่อย่างละเอียด การปราบปรามผมไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีขวัญกําลังใจ หลายครั้งที่มีปัญหาท่านก็ลงไปดูตลอด ส่วนการบําบัดรักษาผมก็อยากจะฝากท่านว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งก็เป็นเจ้าหน้าที่ของ สาธารณสุข นอกจากบําบัดรักษาเสร็จแล้วท่านต้องติดตามไปแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งไปพบกับผู้ที่ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ด้านขวัญกําลังใจท่านคงต้องไปเติมตรงนั้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ยาเสพติดจะหมดจากประเทศไทยเหมือนเช่นยุคของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เราจะได้ช่วยลูกหลานของเราให้ปลอดภัยจากยาเสพติดนับแสนคน นับล้านคน ลูกหลานของเรา จะได้กลับมาสู่อ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่อย่างอบอุ่นอีกครั้ง ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ขอเป็นกําลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ แล้วก็รัฐบาลชุดนี้ได้ช่วยทําหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป แล้วก็ขอบคุณ สําหรับโครงการเขื่อนแม่วงก์ที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่ช่วยสามารถกักเก็บน้ําในยามแล้งได้ แล้วส่วนหนึ่งก็ช่วยลดปัญหาอุทกภัยทั้งจังหวัดนครสวรรค์และภาคกลางและต้องขอบคุณ รัฐบาลที่ให้เงินอุดหนุนลงไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณครับ
ท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่ดิฉันเคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท การจัดสรรงบประมาณดิฉันก็อยากให้รัฐบาลจัดสรร ด้วยความประหยัด แล้วก็โปร่งใส แล้วก็คุ้มค่านะคะ คือในประเทศของประชาธิปไตย คือประชาชนหนีไม่พ้น อันที่ ๑ ก็คือเรื่องความตาย กับ ๒. คือการเสียภาษีให้กับรัฐ คือการเสียภาษีให้กับรัฐ ทุกคนต้องเสียอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ทางตรงหรือว่าทางอ้อม แต่ว่าเงินภาษีที่จะนําไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อจะได้รับการยินยอมจาก ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยต้องผ่านตัวแทนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเวลาท่านเก็บภาษีของประชาชนมานี่ ก็ต้องเอาไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ของผู้ที่เสียภาษี หรือว่าโรงงานต่าง ๆ ก็เช่นกันที่เสียภาษีให้กับรัฐ ท่านก็จะต้องเอาไปทํา เกี่ยวกับถนนหนทาง สาธารณูปโภคต่าง ๆ ตามที่พี่น้องประชาชนต้องการ หรือว่าจะไป ขุดลอกคูคลองป้องกันน้ําท่วมต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้ประเทศ อยู่ในขั้นวิกฤติคือข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน สินค้าการเกษตรถูกหมดเลย ที่ดิฉันเคยหารือ ท่านประธานว่าตอนนี้มะพร้าวอ่อนบาทเดียวยังไม่มีคนซื้อเลย สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็น ลูกละ ๑๔ บาท มะพร้าวอ่อน แล้วก็สัปปะรดก็ถูก มันสําปะหลังก็ถูก หอมแดง เพราะฉะนั้น ต่อไปสินค้าการเกษตรถูก แต่ข้าวของแพง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แล้วก็ท่านไปเก็บ ภาษีของพี่น้องประชาชน ประชาชนข้าวของแพง แต่ว่าสินค้าการเกษตรถูก สินค้าต่าง ๆ ขึ้นราคา แล้วก็ภาษีของเขา เขาต้องการให้เอามาพัฒนาประเทศ มาทําถนนหนทางอย่างที่ ดิฉันได้อภิปรายไปแล้วเมื่อกี้นี้ แต่ว่ารัฐบาลได้นําเงินภาษีของพี่น้องประชาชนมาให้กับ ผู้ที่มาชุมนุมแล้วเสียชีวิตถึง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท นี่ประชาชนร้องเรียนดิฉันมาบอกให้ดิฉัน ช่วยมาพูดให้กับรัฐบาลฟังหน่อยว่าเขาทํากิน ดิฉันเคยอภิปรายเหมือนกันว่าก๋วยเตี๋ยว เขาขายไปนั่งนับชามเขาเพื่อเก็บภาษี แต่ภาษีของเขาที่เสียมา เขาให้เอามาพัฒนาประเทศ เขาไม่ได้ให้เอามาให้กับคนที่เผาบ้านเผาเมืองแล้ว เอาภาษีของเขา ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทไปจ่าย แล้วดิฉันก็คิดว่างบประมาณอันนี้มันต้องผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านไปใช้งบกลาง แล้วการที่มาของบประมาณจากสภา สภาอนุมัติไปแล้ว งบกลางไม่สามารถที่จะบอกได้เลยว่า ท่านจะเอาไปใช้อะไรบ้าง แต่ท่านเอาไปให้กับคนที่มาชุมนุมถึง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท จริง ๆ อันนี้ท่านน่าจะตั้งงบประมาณปกตินี้เลยว่าท่านจะเอาไปชดเชย เราจะได้มาอภิปราย ในสภาได้ แต่พอท่านมาใช้กลางนี่ พี่น้องประชาชนเขาเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนนะคะว่าเงินที่เก็บภาษีไปแล้ว ก็ขอให้เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะว่ารัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุล การตั้งงบประมาณที่รายจ่ายมากกว่ารายรับ มันก็จะต้องกู้เงินมา การกู้เงินมา เสร็จก็ต้องมาเก็บภาษี มารีดภาษีกับพี่น้องประชาชน ดิฉัน จึงอยากจะกราบเรียนว่าวิธีการเก็บภาษีของท่านก็ขอให้เก็บด้วยความเป็นธรรม ใครที่มีรายได้ ดิฉันพูดอยู่เรื่อยว่าเกิดมาเป็นคนมันต้องมีความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่อชาติ ศาสนา โดยเฉพาะ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะนั้นคนไทยทุกคนต้องเสียภาษีเพื่อเอาไปพัฒนาประเทศ ใครหลีกเลี่ยงภาษีก็จะทํากินไม่ขึ้น เพราะว่าเรามีรายได้แล้วเราไม่พัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากทางรัฐบาลว่าเงินภาษีที่ท่านจะเก็บ คนที่มีรายได้แล้วหนีภาษี แล้วศาลตัดสินแล้วว่าหลีกเลี่ยงภาษีทางรัฐบาลจะมีวิธีการดําเนินการอย่างไรนะคะ แล้วก็ รัฐบาลจะเก็บครบได้เมื่อไร เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากนะคะว่าคนที่มีรายได้ รวยแล้ว ไม่ควรโกงภาษีนะคะ ผิดกับพี่น้องประชาชนที่ยากจนหาเช้ากินค่ําเขาต้องจ่ายภาษีมาพัฒนา ประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ใช่คนรวยไม่ต้องเสียภาษี แต่คนจนต้องเสียภาษี อย่างนี้มันไม่เป็นธรรมนะคะ
อีกอย่างหนึ่ง ที่ดิฉันได้พูดไว้ตอนแรกนะคะว่าการจัดงบประมาณต้องจัด อย่างประหยัด แล้วก็ใช้จ่ายให้โปร่งใส แล้วก็คุ้มค่า ที่ประหยัด อย่างเช่นในกรณีที่รัฐบาล กู้เงินมา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้จ่ายในกิจการน้ําท่วม แต่ ๑ ปีไปแล้ว ท่านเพิ่งใช้ไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเงินที่เรากู้มาเราต้องเสียดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาล จะต้องมีการวางแผน มีการจัดการใช้งบประมาณให้ดี เพราะว่าท่านกู้ ๆ ๆ กู้มาแล้วก็มาโกง โกงเสร็จก็กลับไปกู้ วนเวียนอยู่อย่างนี้ประเทศมันจะเดินหน้าได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันก็คิดว่าเมื่อรัฐบาลกู้มาแล้วเพิ่งใช้ไปได้แค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันต้องเสียดอกเบี้ย แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง คืองบไปตั้งแล้วดิฉันคิดว่าการตั้งงบประมาณ หน่วยราชการ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนเมื่อวานนี้มีคนอภิปราย ดิฉันจําไม่ได้นะคะว่าใคร แต่ว่าฟังแล้ว เหมือนกับด่าราชการอย่างเดียว ดิฉันเป็นข้าราชการมาเก่า คือการจัดงบประมาณบางที นักการเมืองไปแทรกแซง ให้ข้าราชการทําตามที่ตัวเองต้องการพอถูกด่า ข้าราชการก็ถูกด่า ดิฉันก็บอกกับข้าราชการทุกคนที่มาชี้แจงว่าอะไรที่เราทําแล้วไม่ถูกต้องข้าราชการอย่าไปทํา ตามนักการเมือง แต่เวลาติดคุก เวลามีใครด่ามาเขาก็จะด่าข้าราชการประจํา นักการเมือง ก็จะรอด เมื่อวานนี้บอกว่านักการเมืองไม่ทุจริต ดิฉันว่าไม่จริงค่ะ ในฐานะที่ดิฉันเป็น นักการเมืองดิฉันก็ตรงไปตรงมา เพราะว่าจากข่าวต่าง ๆ ท่านจะเห็นไหมคะ อย่างเช่น การกู้เงิน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดิฉันเป็นคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ของสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้เห็นแล้วถึงปัญหาอันนี้ว่าขณะนี้ให้อํานาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กู้เงินมาบริหารในองค์กรของตัวเองได้ แต่การกู้เงินนี่ กู้มาแล้ว กู้มาเพื่อหาเสียง เพราะว่า มันจะมีการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดต่าง ๆ ตอนนี้กู้กันมากมายมหาศาลเลย คณะกรรมการกฤษฎีกา บอกไม่ใช่เป็นหนี้สาธารณะ แต่อันนี้ท่านทราบไหมคะว่าการกู้พอต่อไปถ้าเกิดไม่มีผ่อน ก็จะมีปัญหา รัฐบาลก็ต้องไปใช้หนี้แทน แล้วก็กู้มาแล้วเพื่อกินเปอร์เซ็นต์ เพื่อเอาเปอร์เซ็นต์ ไปซื้อเสียง แล้วกลับเข้ามาโกงใหม่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ต้องดูด้วย ไม่ใช่ปล่อย ให้กู้ ๆ อนุมัติให้กู้ ให้กู้ธนาคารกรุงไทยยังแอบไปกู้ธนาคารออมสินเลย เห็นไหมคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นจังหวัดร้อยเอ็ด ๔๑๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูบางจังหวัดยังไม่อนุมัติ งบเลย แต่ถนนทําไปเรียบร้อยแล้ว คลองยังไม่ทันจะอนุมัติขุดไปแล้ว บางทีก็ไม่ได้ขุดด้วย เบิกเงินกันเรียบร้อยแล้วนะคะ ดิฉันจึงว่าการใช้งบประมาณมันต้องใช้อย่างประหยัด โปร่งใส แล้วก็ให้คุ้มค่า ไม่ใช่กู้มามาเลียนแบบรัฐบาลไม่ได้ มาเลียนแบบรัฐบาลใหญ่ไม่ได้นะคะ เพราะว่ารัฐบาลใหญ่ อย่างเช่น ตั้งเงินให้กับหมู่บ้านประชาธิปไตยอย่างนี้ก็หาเสียงเหมือนกัน ก็เอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปใช้ ถูกไหมคะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เลียนแบบอีก เช่นกัน ก็เอาเงินไปใช้หาเสียง แล้วมีผลประโยชน์กลับมาถึงผู้บริหาร ในลักษณะนี้ดิฉัน ไม่เห็นด้วยที่จะเอางบประมาณของแผ่นดินเอาไปใช้ในการหาเสียง เอาไปในการทุจริตนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือการตั้งงบประมาณที่ดิฉันเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ คือดิฉันเห็นมาทุกปีเลยรัฐบาลไม่ยอมแก้ ปีนี้ดิฉันอยากให้ รัฐบาลเอาไปพิจารณาด้วยนะคะ ถ้าไม่พิจารณาดิฉันก็จะพูดเรื่อยไปทุกปี อย่างเช่นงบการขุดลอก คูคลอง อย่าเอางบขุดลอกคูคลอง อย่างเช่นที่จังหวัดสมุทรสงครามมีตั้งร่วม ๔๐๐ คลอง งบ อบต. ขุดเองทั้งตําบลยังไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเลย แต่ถ้าให้กรมชลประทาน ให้กรมทรัพยากรน้ําไปขุดคลองหนึ่งเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเลย ดิฉันก็คิดว่าการใช้ งบประมาณต้องใช้อย่างประหยัด ดิฉันขี้เหนียวนะคะ ดิฉันสงสารประเทศ เพราะว่าเงิน ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ต้องให้ทั่วถึงทั้งประเทศด้วย ไม่ใช่ว่าให้เฉพาะเป็นบางจังหวัด อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีดิฉันต้องยกทุกปีเลย ดิฉันขอพูดจังหวัดสุพรรณบุรีนะคะ เพราะว่า อย่างเช่นการที่อนุมัติงบไปแล้ว อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุมัติไปแล้วก็ไปโอน เปลี่ยนแปลงงบ เราบอกว่าไม่ให้โอนเปลี่ยนแปลงงบไปซื้อรถก็ซื้อรถกันหมดนะคะ แล้วก็โอน เปลี่ยนแปลงงบกรมชลประทานส่วนใหญ่เขาจะไปลงจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ดิฉันก็เลยมานั่งคิดว่าทําไมประเทศไทยมีตั้ง ๗๗ จังหวัดทําไมไม่ให้ทั่วถึงแล้วก็เท่าเทียมกัน ไปดูได้เลยนะคะที่ดิฉันพูดดิฉันเป็นคนพูดตรงไปตรงมา เพราะดิฉันเป็นคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ ก็อยากจะกราบเรียนทางท่านประธานว่าการจัดสรรงบประมาณ แม้กระทั่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เช่นกันนะคะ อย่าลงแต่จังหวัดสุพรรณบุรี อย่างเดียวให้ลงทั้งประเทศด้วยนะคะ
อีกประการหนึ่ง ก็คืองบค่าจ้างที่ปรึกษาคือไม่ควรที่จะตั้งงบค่าจ้างที่ปรึกษา ในงบพัฒนาจังหวัดเพราะตอนนี้ค่าจ้างที่ปรึกษาในงบพัฒนาจังหวัดตั้งกันมากมายมหาศาล เลยนะคะ ตั้งค่าจ้างที่ปรึกษาแล้วก็โกงกินกัน ฮั้วกันกับนักการเมือง ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่เป็นกรรมาธิการดิฉันฝากนะคะ อย่าให้มีค่าจ้างที่ปรึกษาในงบพัฒนาจังหวัด ในงบกระทรวงต่าง ๆ ก็ตั้งมาโกงกันอุตลุดอยู่แล้วดิฉันก็เคยอภิปรายไปแล้ว
อีกเรื่องหนึ่ง คืออยากจะฝากกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับชุด อส. คราวที่แล้ว ดิฉันก็อภิปราย ตั้งชุดตั้ง ๔,๘๐๐ บาท ท่านประธานก็รู้ดีในจังหวัดพะเยาของท่านตัดขาย ชุดละ ๗๕๐ บาท นี่ตั้งชุดตั้ง ๔,๘๐๐ บาท ชุด อส. ๒ ชุด ๙,๖๐๐ บาท และมาก็ชี้แจง ไม่ค่อยจะได้ด้วย ปีนี้อย่าให้เห็นนะคะ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลด้วยว่า การตั้งงบประมาณต้องให้พิจารณากันใหม่แล้ว กรมบัญชีกลางหรือว่าสํานักงบประมาณ ไม่ใช่ว่าไม่มีสเปก (Spec) เลยตั้งมาแพงกว่าจังหวัดท่านประธานตั้งกี่เท่า ๗๕๐ บาทประธาน พยักหน้า ใช่ไหมคะ ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น ๔,๘๐๐ บาท ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ ถ้าเกิดยังมีตั้งมาดิฉันตั้งใจไว้แล้วอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดิฉันก็จะเอาเรื่องนี้ขึ้นมา อภิปรายนะคะดิฉันจองคิวไว้เลย
แล้วก็อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องการที่เจ้าหน้าที่มาชี้แจงดิฉันเห็นใจนะคะว่า งบประมาณต่าง ๆ การโอนเปลี่ยนแปลงก็ไปลงบางจุดเจ้าหน้าที่หลังจากที่ปลดเกษียณไป แล้วมาคุยให้ดิฉันฟังบอกว่าเขาหนักใจมากเลยการจัดทํางบประมาณถ้าเขามีอํานาจเขาจะจัด ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอแต่เขาไม่มีอํานาจเขาเลยต้องจัดตามนักการเมือง แล้วก็การจัด งบประมาณก็ฝากรัฐบาลอีกเช่นกันเวลาพิจารณางบประมาณแต่ละปีจะมีผีกระสือ ผีกระหัง มาอยู่แถว ๆ บริเวณสภาเป็นจํานวนมากเลย โดยเฉพาะหน้าห้องงบประมาณ ดิฉันบอกให้ เอาตํารวจไปนั่งจับหน่อย มีการซื้อขายทุบหัวกันดิฉันไม่เห็นด้วยเลย ทุกปีจะมีอย่างนี้ ใครที่ไม่เกี่ยวข้องท่านประธานต้องสั่งเลย ห้ามเด็ดขาดเลย พวกติดตาม รัฐมนตรี พวกติดตาม ส.ส. ก็ไม่ได้นะคะ เพราะว่าดิฉันเห็นแล้วนี่ พวกข้าราชการก็มาบอก กับดิฉันหลังจากที่เกษียณไปแล้วว่าการมาชี้แจงงบประมาณทุกปีต้องหนักใจ เพราะจะมีคนโน้น คนนี้มานะคะ แล้วก็ซื้อขายทอนเปอร์เซ็นต์กัน บ้านเมืองมันจะอยู่ได้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันอยากจะฝากนะคะว่าการทุจริตงบประมาณแผ่นดินนี้ดิฉันก็แช่งทุกปีว่าใครโกงกินนี้ เจ้าพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทําไมทํางานช้าจริง ดิฉันนั้นอยากให้ทํางานเร็ว ๆ แล้วก็ดิฉันก็พูด ทุกครั้งเลย คนเขาบอกว่ารังสิมา คุณอย่าไปใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทํางาน ไม่ทันแล้ว เพราะส่วนใหญ่มันจะทุจริตทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่าขอร้องเถอะค่ะ นักการเมืองทั้งหลาย ข้าราชการประจํานะคะ ถ้าท่านไม่โกงแผ่นดินนี้ ท่านจะเจริญรุ่งเรือง แล้วก็สุขกายแล้วก็สบายใจนะคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๕ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาต ผม ๖ นาทีใช่ไหมครับ ไม่ใช่ ๕ นาทีนะครับ เตรียมมา ๖ นาที
ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นการอภิปรายในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ กระผมมีเรื่องที่จะ กราบเรียนว่าตั้งแต่ปีวิกฤติเศรษฐกิจ ปี ๒๕๔๐ มานี้ เป็นวิกฤติที่ทําให้ประเทศชาติของเรา ล่มสลายไปและในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ มีพรรคไทยรักไทยได้เกิดขึ้นมาภายใต้กรอบแนวคิดใหม่ ที่มีการจัดสรรงบประมาณและการใช้นโยบายในการที่จะนํางบประมาณลงสู่ระดับรากหญ้า แล้วก็ทําให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศชาติก้าวเดินไปได้ มาถึงวันนี้นะครับ พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทย ก็คือพรรคไทยรักไทยเดิมนั่นเอง และบุคลากรของพรรคไทยรักไทยเดิมกลับต้องมาอยู่ พรรคเพื่อไทยทั้งหมดเพราะว่าพรรคไทยรักไทยถูกยุบไป วันนี้ความเชื่อถือของพี่น้องประชาชน ต่อพรรคเพื่อไทย ได้ยอมรับและอยากจะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน แก้ไขปัญหาของสังคมให้มันดีขึ้นนะครับ นโยบายต่าง ๆ ที่พรรคเพื่อไทยได้นําเสนอต่อพี่น้องประชาชนได้มีความชัดเจนในเรื่องของระบบเศรษฐกิจ มีความชัดเจนในเรื่องของระบบสังคม ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของความมั่นคง ของประเทศ อย่างชัดเจน แจ่มแจ้ง จึงทําให้พี่น้องประชาชนได้เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา และในวันนี้นะครับ วันนี้เป็นไดอะแกรม (Diagram) ที่ผมได้ทําไว้ ผมมีความเชื่อมั่นว่า นโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ดีกว่าพรรคไทยรักไทยเมื่อ ๑๐ ปีก่อนเป็น ๑๐ เท่า หมายความว่านโยบายนี้พร้อมนะครับ ทิศทางการเดินของพรรคเพื่อไทยในการนําพา ประเทศให้ก้าวเดินไป มีทิศทางที่ถูกต้อง แต่ว่าวันนี้ครับ มีปัญหาเรื่องของข้าวของแพง มีปัญหาในเรื่องของสินค้าเกษตรตกต่ํา นี่เป็นแค่ช่วงเวลาช่วงหนึ่งเท่านั้นเองที่มันเกิดขึ้น วิกฤติเศรษฐกิจของโลกนี้เป็นภัยคุกคามไม่ว่าวิกฤติเศรษฐกิจในเรื่องของระบบเศรษฐกิจ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ของยุโรปที่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องการเมืองในตะวันออกกลาง และประเทศแอฟริกาใต้เกิดขึ้นมากมาย แล้วก็วิกฤติการเมืองภายในประเทศของเรา ตลอดจนวันนี้เวลาการเมืองก็เคลื่อนไป ปีที่แล้วมีการเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม รัฐบาล เข้ามาบริหารวันที่ ๒๓ เดือนสิงหาคม เงินงบประมาณซึ่งเป็นกลไกสําคัญของรัฐบาลในการที่จะ พาประเทศนี้ก้าวเดินไป ก็เลื่อนเวลาออกไปถึง ๕ เดือน เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณต่าง ๆ ต้นปี ๒๕๕๕ มาก็ใช้ลําบาก มาปี ๒๕๕๖ นี้ครับ งบประมาณที่เข้ามาใหม่ ๒.๔ ล้านล้านบาท กระผมเข้าใจว่าในปี ๒๕๕๖ นี้ การใช้งบประมาณต่าง ๆ จะสามารถเคลื่อนไปได้เต็มที่ การที่ มีปัญหาที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องข้าวของแพงนะครับ เรื่องของผลผลิตการเกษตรตกต่ํานี้เดี๋ยวจะ ถูกแก้ได้ เพราะว่าพรรคเพื่อไทยมีนโยบายระบบเศรษฐกิจชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ถ้างบประมาณสามารถถูกนําไปใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยเวลาที่เหมาะสมแล้วนี่ ผมเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการที่จะใช้งบประมาณและ ใช้อํานาจในการพาประเทศนี้เดิน พรรคเพื่อไทยวันนี้ได้เตรียมงบประมาณไว้ในทุก ๆ ด้านไว้ เพียบพร้อม ซึ่งในตัวเลขงบประมาณในแต่ละกระทรวงนี่ผมจะไม่ลงไป แต่อยากจะกราบเรียนว่า พรรคเพื่อไทยบอกว่าจะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพาประเทศนี้ก้าวเดินไป โดยอยากจะ กําหนดจีดีพี อยากจะให้กําหนดค่าอาร์ แอนด์ ดี (R & D) ในการที่จะพาประเทศนี้เดิน ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งกระผมเข้าใจว่านี่คือมุมมองอีกมุมมองหนึ่งที่จะสามารถนําพา ประเทศนี้ก้าวเดินไปได้ อยากจะเห็นนะครับ วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของพรรคเพื่อไทยนี่ ได้ใช้กรอบความคิดเปลี่ยนประเทศนี้ให้เป็นออแกนิก (Organic) ทั้งหมดด้วยการสนับสนุน การใช้จุลินทรีย์ชีวภาพหรือไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ลงมานะครับ หรือว่า การแก้ไขปัญหาพลังงานนะครับ สนับสนุนเรื่องของเทคโนโลยีทางด้านไบโอแก๊ส (Biogas) ไบโอแมส (Biomass) คลาสซิฟิเคชั่น (Classification) หรือโซล่าเซล (Solar cell) ในการที่จะ เปลี่ยนลดการนําเข้าพลังงานน้ํามันหรือแก๊สจากต่างประเทศด้วยพลังงานทางเลือก อย่างนี้ ก็เป็นวิธีการในการใช้ทุ่มงบประมาณลงมาในการที่จะพาระบบของเราก้าวเดินไปและแก้ไข ปัญหาพลังงานนะครับ หรือว่าอยากจะเห็นรัฐบาลนี้ได้กําหนดกรอบในการที่จะให้มี การกําหนดค่าอาร์แอนด์ดีให้มากขึ้น โดยใช้เติมค่าอาร์แอนด์ดีเข้าไปอยู่ในงบดุลประจําปี ก่อนอีดิท (Edit) นี่ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่งนะครับ หรือว่าการจะคัดเลือกรับสมัครผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละสาขามาสอบกับรัฐบาลเลยให้เป็นผู้ชํานาญการ ผู้เชี่ยวชาญ และส่งลงไปช่วยเอสเอ็มอี (SME) หรือโอทอป (OTOP) ทั้งหลายในการที่จะทําการค้นคว้าหรือว่าสร้างนวัตกรรม ผลผลิตใหม่ ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นกรอบการใช้งบประมาณต่าง ๆ ๒.๔ ล้านล้านบาทนี่จะ สามารถนําพาประเทศนี้ก้าวเดินไปได้ โดยผลักดันการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก้าวนําพาประเทศนี้เดินไป
และในท้ายที่สุด ในเรื่องทางการเมืองครับ อยากจะใช้ความรัก ไม่ใช่แค่ ปรองดองหรือสมานฉันท์ แต่ใช้สังคมแห่งความรักลงมาแก้ สร้างให้พี่น้องประชาชน ในประเทศได้มีการเสียสละ มีความรักมีความห่วงใยต่อกัน สร้างสังคมประเทศไทยให้เป็น สังคมแห่งความรักครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร ๒๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ วันนี้ก็ขออภิปรายนโยบาย และการใช้งบประมาณของปี ๒๕๕๖ นะครับ กระผมมองไปข้างบนนี้ไม่เห็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ หรืออย่างต่ําที่สุดท่านรองนายกรัฐมนตรี เฉลิม นี่นะครับ ถ้าท่านอยู่ก็ยังดีครับ เพราะว่าที่ผ่านมาฟังเมื่อวานทั้งวันรู้สึกรองนายกรัฐมนตรี เฉลิม จะตอบคําถามเศรษฐกิจได้ ดีกว่าทีมเศรษฐกิจทุกคนเลยนะครับ ที่พูดนี้ต้องยกเว้นท่านชุมพลนะครับ เพราะพอดี ประเด็นที่ผมจะพูดไม่มีเรื่องท่องเที่ยวนะครับ ก็อยากจะวิงวอนนะครับ เรื่องที่ผมกําลังจะพูด มีความสําคัญอย่างมาก และคิดว่าจําเป็นจะต้องมีการชี้แจงและให้คําตอบเพื่อความชัดเจน กับสภาแห่งนี้ครับ
ประการแรก ในปีที่ผ่านมา ครึ่งแรกของปีที่แล้วเศรษฐกิจโต ๓ เปอร์เซ็นต์ มาครึ่งหลังติดลบ ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ ทําให้ทั้งปีภาพรวมนี่ติดลบ .๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ เอาล่ะ พูดถึงเหตุการณ์น้ําท่วมจะเป็นลักษณะของเหตุการณ์เป็นภัยธรรมชาติหรือเป็นอย่างอื่น ก็แล้วแต่นะครับ ความคิดหลากหลายมากในสังคม ผมแค่สะท้อนให้ว่าไม่ใช่ทุกคนครับ เชื่อว่ามันเป็นภัยธรรมชาติล้วน ๆ ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องการบริหารจัดการด้วยนะครับ การใช้ งบประมาณ ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ก่อนที่จะพูด ปี ๒๕๕๖ นี่ผมคิดว่าเรามีความจําเป็น นะครับ ในแง่ของสมาชิกสภานี่ต้องตรวจสอบเหมือนกันครับว่าก่อนหน้านี้ท่านทํางาน เป็นอย่างไร ใช้งบไปมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่รับปากไว้กับประชาชนนี่ทําได้ มากน้อยแค่ไหน จริง ๆ ผมไมต้องประเมินนะครับ มีคนประเมินท่านแล้วนะครับ ผลของ กรุงเทพโพล (Poll) ๙ เดือนสอบตกทุกวิชาครับ สอบตกทุกวิชาครับ ภาพรวมนี่ท่านได้ ๓.๘๓ เปอร์เซ็นต์ การบริหารด้านเศรษฐกิจ ๓.๘๓ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าสอบได้ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ครับ คือสอบมันต้องเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ถึงผ่านนะครับ ภาพรวมท่านสอบได้ ๓.๘๓ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๓๘ เปอร์เซ็นต์นั่นเอง ถ้ามองในรายละเอียด แยกแยะลงไปแล้วนี่ในเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ํานี่นะครับ สอบได้ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เรื่องของแพงสอบได้ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ เรื่องน้ํามันแพงสอบได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตกทุกวิชาครับ เรื่องที่สําคัญ ๆ เรื่องที่กระทบปากท้องของประชาชนสอบตกหมด ถ้าเป็นมาตรฐาน ของประเทศอื่น ๆ ต้องพิจารณาตัวเองแล้วครับ ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ผลงาน ทําได้แค่นี้พิจารณาตัวเองจริง ๆ นะครับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หลายเรื่องที่สัญญาไปแล้ว ของบไปแล้ว ทําไม่ได้กลับไม่ได้ทํา ผมอยากจะชี้เรื่องสําคัญ ๆ ๒-๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก เรื่องโครงการจํานําข้าวตอนที่แถลงนโยบายผมเคยวิจารณ์ เคยเตือนแล้วว่าจะมีปัญหาจะใช้งบประมาณมากจะมีความเสียหายสูงและจะไม่ได้ผลตามที่ คาดไว้ สมมุติฐานของท่านก็คือว่าถ้าจํานําในราคาแพงสูงกว่าราคาตลาดในประเทศแล้ว ราคาในตลาดโลกมันจะสูงขึ้น ผิดครับ ความเป็นจริงผ่านมาเกือบ ๑ ปี ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่าน คิดเลย ทีนี้สมาชิกหลายท่านเมื่อวานพูดเรื่องข้าว ท่านกลับมาตอบในประเด็นที่ว่ามันเป็น เรื่องระหว่างโครงการจํานําหรือประกันรายได้ ไม่ใช่นะครับ ท่านเข้าใจผิดหมดเลยครับ ในโลกนี้มีหลายรัฐบาลรวมทั้งประเทศไทยเคยทําจํานํามาแล้ว ทําได้ดีกว่าที่ท่านทํา ผมเชื่อ เรื่องประกันรายได้ ท่านไม่เชื่อเรื่องประกันรายได้ไม่เป็นอะไรครับ แต่ท่านเชื่อเรื่องจํานํา ท่านต้องทําได้ดีกว่านี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เพราะว่าโครงการจํานําของท่านนี่ท่านจํานําในราคา ที่สูงกว่าตลาด ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลต้องซื้อทุกเม็ด ต้องใช้เงินเยอะมาก และมันจะมี กระบวนการคอร์รัปชัน (Corruption) เกิดขึ้น อันนี้ชัดเจนครับ ท่านบอกว่าราคาข้าว ในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นท่านไปดูครับ ๑ ปีผ่านไปราคาข้าวหอมมะลิลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ราคาตลาดโลกนะครับ ราคาข้าวอื่น ๆ เกลี่ยกันไป มี ๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง แล้วแต่กรณีนะครับ ท่านใช้เงินไปทั้งหมด ๑๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ผ่าน ธ.ก.ส. ๑๔๔,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เงินไปร่วม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ออกใบประทวนได้เท่าไรครับ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ใบ ๑,๗๐๐,๐๐๐ ใบ ณ วันที่ ๑๕ พฤษภาคมทั้งนาปีนาปรัง เท่ากับเท่าไรครับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของเกษตรกรที่ปลูกข้าวทั้งหมด เกษตรกรที่ปลูกข้าวทั้งหมด ๕.๖ ล้านครัวเรือน ผมไป สอบถามลงพื้นที่คนมาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการหลายคณะกรรมาธิการไม่เคยได้ราคา ที่สัญญาไว้ครับ เฉลี่ยได้ ๙,๐๐๐-๑๑,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐-๑๑,๐๐๐ บาท คําถามก็มีว่า ส่วนต่างมันไปอยู่กับใครครับ ถ้าเกษตรกรได้แค่นั้นนะครับ ส่วนต่าง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ต่อตันอยู่ที่ใคร ถ้ารัฐบาลตอบโจทย์นี้ไม่ได้ผมคิดว่าก็จะเป็นปัญหาความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลเอง มีกระบวนการลักลอบนําเข้า เพราะอะไรครับ เพราะว่าราคาจํานําสูงกว่าราคาตลาด เพราะฉะนั้นประเทศเพื่อนบ้านรุมล้อมสนุกสนานครับ ขนกันเข้ามา กองทัพมดขนเข้ามา ขนมาเป็นรถบรรทุกก็มี เพื่อมาสวมสิทธิ มีกระบวนการซื้อข้าว ซื้อใบประทวน มีโกง ค่าความชื้นนะครับ ทีนี้เมื่อกี้ผมบอกไปแล้วชาวนาทั้งหมด ๕.๖ ล้านครัวเรือนครับ ท่านออก ๑.๗ ล้านใบประทวน คําถามผมมีอยู่ว่าอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน หรือ ๑๖ ล้านกว่าคน ประชากร ๑๖ ล้านกว่าคนท่านไม่ดูแลหรือครับ จนถึงวันนี้ท่านไม่ดูแลเลยหรือครับ แล้วเขา ขายข้าวได้อย่างไรครับ ในขณะเดียวกันสต๊อก (Stock) ข้าวท่านพุ่งครับ ตอนนี้สต๊อกร่วม ๑๒ ล้านตันแล้ว แต่ส่งออกตกนะครับ ส่งออกตกนี่ชัดเจนนะครับ ปีที่แล้วเฉลี่ยง่าย ๆ ครับ ท่านประธาน เดือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันเราส่งออกครับ ปีนี้ผ่านไป ๔ เดือนครึ่ง ส่งออก ๒.๔ ล้านตัน ๒.๔ ล้านตันเท่านั้นครับ วันนี้ยังมีการลงหนังสือพิมพ์มติชนบอกว่าเรายังเป็นที่หนึ่งอยู่ แต่ที่หนึ่ง แบบยอดขายลดไปครึ่งหนึ่งท่านภูมิใจหรือเปล่า ต้องตั้งคําถามตัวเองให้ดีอย่าหลอกตัวเองนะครับ ยอด ๒.๔ ล้านตันต่ําที่สุดในรอบหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอันดับแน่ถ้าแนวโน้ม ยังเป็นเช่นนี้ สต๊อกยิ่งสูง ท่านทราบดีนะครับ สต๊อกยิ่งสูงราคายิ่งตก ข้าวหอมมะลิส่งออก ก็ไม่ได้สูงขึ้น ราคาต่ําลงนะครับ ต่ําลง ๕ เปอร์เซ็นต์จากตันหนึ่ง ๑,๑๓๖ เหรียญ เหลือ ๑,๐๘๐ เหรียญ นี่ครับทฤษฎีของท่าน สมมุติฐานของท่านที่ท่านแถลงนโยบายต่อสภา ปีที่แล้วก่อนที่จะของบประมาณ ท่านเคยบอกว่าจะจํานําทุกเม็ด จนถึงวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า ท่านทําได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของข้าวทั้งระบบ และความเสียหาย ที่เกิดขึ้น ณ วันนี้วันที่ท่านต้องขายข้าวออกจากคลัง อคส. อตก. ท่านเสียหายแน่นอนครับ ณ วันนี้เสียหายแล้ว ผมประเมินเอาไว้ที่ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครได้ประโยชน์ นอกจากพ่อค้าคนกลางในประเทศ การส่งออกถดถอย เสียหาย ปีนี้ท่านของบอีก ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าท่านไม่ปรับปรุงนโยบายนี่ขอกี่ล้านบาทผมก็ไม่เห็นด้วยครับ เพราะว่าท่านต้อง แก้ปัญหาแล้วตอบโจทย์ ตอบคําถามเหล่านี้ให้ได้ชัดเจนเสียก่อน ผมแค่ฝากข้อมูลไว้ เป็นอุทาหรณ์นิดเดียวนะครับ ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ปีครับ ใช้เงินไปทั้งหมด ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทใน ๒ ปีครับ ข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด พืช ๓ ตัว ช่วยเกษตรกร ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนครับท่านประธาน ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ณ วันนี้ท่านทําได้ ๑.๗ ล้านใบประทวนครับ และในใบประทวน ๑.๗ ล้านใบนี่นะครับ ไม่ทราบว่าเป็นส่วนที่มี การซื้อขายกันเท่าไร เงินไม่ถึงมือเกษตรกรครับ ถ้าจะพูดถึง ธ.ก.ส. เอง ผมเป็นห่วงสถานะ ของ ธ.ก.ส. มากนะครับ ปีที่แล้วใช้ไป ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ขออีก ๖๑,๐๐๐ ล้านบาท ต้องถามว่าสถานะของ ธ.ก.ส. จะเป็นอย่างไรบ้าง
เรื่องที่ ๒ โครงการจํานํามันสําปะหลัง อันนี้ผมคิดว่าน่าเป็นห่วงที่สุดเลยครับ ประกาศรับจํานํามันสําปะหลังวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ท่านประธานทราบไหมครับ วันนั้นวันที่รัฐประกาศว่าให้ประชาชน ให้เกษตรกรนํามันสําปะหลังมาจํานํานี่มีกี่ลานมัน สําปะหลังที่รับจํานํา มีกี่จุดครับ ทั้งประเทศมี ๔ จุดครับ ทําอะไรกันครับ ๔ จุดนี่ผ่านไป ๑ เดือน ตอนนั้นเกษตรกรมาร้องเรียนนะครับ ผ่านไป ๑ เดือน เพิ่มมาเป็น ๔๘ จุด ทั้งประเทศมี ๔๘ จุด มันถึงเจ๊งอย่างไรครับ ถามว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ได้ราคาเท่าไร ส่วนใหญ่ ได้ราคา ๑.๒๐ บาท ที่ต่ําที่สุดที่พวกผมได้รับข้อมูลโดยตรงจากเกษตรกร ๘๐ สตางค์ ยังมีเลยครับ และท่านก็บอกว่าท่านออกใบประทวนไปแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย เกษตรกร มีทั้งหมด ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย ที่เหลือไม่ต้องดูแลเขาหรืออย่างไรครับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่ารายนี้ ผมไม่เชื่อเลยนะครับว่าเป็นใบประทวนของเกษตรกร เป็นการซื้อขายมามีการลักลอบ หลังจากนั้นขออีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ บอกว่าเนื่องจากในโรงมันสําปะหลัง ในลาน มันสําปะหลัง มันสําปะหลังมันเต็ม ขออีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ มติของ ครม. วันที่ ๑๐ เมษายน เพื่อไปซื้อออกจากลานมันสําปะหลัง ใครได้ประโยชน์ครับ โครงการอย่างนี้ครับ คนที่เขาเป็นนักธุรกิจนี่เขารู้ดีเลยครับ เจ้าของลานมันสําปะหลังนั่นละได้ประโยชน์ ไม่ใช่เกษตรกรนะครับ คือยิ่งทํายิ่งแย่ ยิ่งแก้ยิ่งผิดครับ เรื่องนี้ยิ่งทํายิ่งแย่ ยิ่งแก้ยิ่งผิด เอางบ ไปใช้พ่อค้าได้ประโยชน์ เกษตรกรเดือดร้อน แล้วในมุมหนึ่งหลาย ๆ คนเขาบอกผมนะครับว่า เกษตรกรโดนหลอก
เรื่องต่อไปครับ เรื่องของแพง ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ แพงทั้งแผ่นดิน ของบประมาณเข้ามาปีนี้จะแก้ไข ๑,๔๕๙ ล้านบาท คําตอบที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ทั้งวัน ผมฟังแล้ว ผมไม่สบายใจเลย มันไม่ใช่เรื่องว่าใครเป็นโจทก์ เป็นจําเลยระหว่างพรรคฝ่ายค้าน กับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านมีหน้าที่ชี้ว่ามีปัญหา รัฐบาลมีหน้าที่ต้องไปแก้ ไม่ใช่มาตอกกลับพวกเรา เวลาเราชี้ว่ามีบางรายการของมันแพง แล้วมันแพงจริง ๆ ครับ ท่านกลับมาบอกว่า บางรายการมันถูก ท่านเล่นตลกหรือเปล่า อันนี้ต้องให้เครดิตท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ท่านตอบได้ดีที่สุดอยู่คนเดียวครับ ที่ท่านบอกว่ารัฐบาลอย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ หลีกหนี ความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ ท่านพูดถูกครับ ไม่ใช่มาตอบโต้พวกเราครับ ถ้าท่านอยากจะเถียง เรื่องของแพง ตัวเลขของตลาดมีทุกตลาดครับ ท่านไปดูสิครับ ผมก็มีข้อมูลของตลาดครับ ๒ ตลาดครับ เฉลี่ยทุกรายการ ทุกสินค้าที่ขายในตลาดมันแพงขึ้น ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านอยากจะเถียงว่ารายการไหนราคาถูก แพง ไปเถียงกับแม่ค้าในตลาดดีกว่าครับ ไม่ต้องมาเถียง กับพวกผมครับ ในเมื่อเฉลี่ยทุกรายการที่ขายในตลาดมันแพงขึ้น ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะบอกว่าไม่มีปัญหาอย่างนั้นหรือครับ วิธีตอบคือว่านั่งเครื่องบินไปจังหวัดเชียงใหม่ แล้วไปกินก๋วยเตี๋ยว ๓ บาทหรือครับ หรือนั่งรถเมล์ไปไกล ๆ ที่อยู่ไกลบ้านเขาเพื่อไปกินของถูก อย่างนั้นหรือครับ ไม่ใช่ครับ ท่านต้องตีโจทย์ให้ถูกนะครับ เรื่องของแพงเป็นปัญหาสําคัญ ณ วันนี้ ท่านอย่าตอบแบบเล่น ๆ อย่างนั้นครับ ไม่ใช่เรื่องการตอบโต้ทางการเมืองจริง ๆ ครับ
โครงการถูกทั้งแผ่นดิน ธงฟ้า ผมเตือนท่านนิดนะครับ ไม่ว่าท่านจะของบ เท่าไร ท่านไม่สามารถสร้างจุดกระจายสินค้าได้ทั่วถึง ท่านทําถูกได้เพราะท่านไปตัดพ่อค้า คนกลางออกถึงทําถูกได้ เป็นมาตรการบางจุดชั่วคราวเท่านั้นเอง แต่ในขณะที่ธงฟ้าขายได้ ผู้ประกอบการรายเล็ก
ท่านเกียรติครับ ขอโทษนิดหนึ่ง มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมเห็น ผู้อภิปรายท่านพูดตั้งนานแล้ว ผมไม่อยากลุกขึ้นประท้วงเลยครับ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นท่านพูดในเรื่องของงบประมาณปีหน้าเลย ๒.๔ ล้านล้านบาทครับ ท่านไปพูดของแพงครับ ของทุกอย่างไม่แพงอย่างที่คิดครับ แพงแต่บุหรี่ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับ เมื่อกี้ท่านกําลังอภิปรายถึง ท่านเป็นห่วงในเรื่องของการใช้จ่ายเงินของ กระทรวงพาณิชย์ในการบริหารการจัดการเรื่องสินค้าแพงครับ ท่านพูดถึงประเด็นนี้อยู่นะครับ เชิญต่อท่านครับ
ครับ ถ้าของไม่แพงคงไม่ใส่ ในงบประมาณ ๑,๔๕๙ ล้านบาท ผมพูดไปแล้วนะครับ ขอปีนี้ครับ แก้ของแพงครับ โครงการร้านถูกใจ ๑๐ รายการไปตรวจดูสิครับ มี ๑๐ รายการเท่านั้นในโครงการร้านถูกใจ ที่ถูกกว่าข้างนอก แต่ถูกไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่โฆษณาไว้ ที่เหลือท่านไปตรวจดูครับ แพงกว่าร้านข้างนอกนะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นเรื่องของแพง แล้วก็ไม่ต้องเถียงกันนะครับ นิด้าเขาทําโพลไว้ครับ คนทั้งประเทศ ๖๐.๖ เปอร์เซ็นต์บอกรัฐต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องก่อนครับ ของแพงครับ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นอะไรครับ
ประเด็นต่อไป น้ํามันแพง แต่น้ํามันแพงเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้ของแพง และปัญหาน้ํามันแพงเป็นเพราะนโยบายผิดพลาด ของบปีนี้ไว้ครับ กระทรวงพลังงาน ๑,๙๙๘ ล้านบาท ก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับ ไม่ค่อยเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาประชุมสภาเลย จนถึงวันนี้ผมยังไม่พบท่านเลยครับ ท่านมาครั้งเดียว มาตอบกระทู้นะครับ ถ้าท่านไม่มาฟังสมาชิกท่านจะแก้ปัญหาได้ถูกต้องได้อย่างไร ผมเริ่มจากแก๊สแอลพีจี (LPG) แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมขึ้นไป ๔ ครั้งครับ ผมไปตรวจสอบดูนะครับ อ้างว่าที่ต้องขึ้น เพราะราคาตลาดมันสูงกว่า ตอนนี้ขึ้นมา ทําไปทํามาภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ ๓๐ บาทกว่า แพงกว่าหลายประเทศแล้วครับ แต่ในขณะเดียวกันมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครับ ใน ๒ ปี ที่ผ่านมาใช้เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเท่านั้นนะครับ ใช้เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า ถามว่าซื้อราคาเท่าไร ไม่บอกครับ ไม่ประกาศครับ ไปดูในเว็บไซต์ (Website) ไปสอบถาม ในกรรมาธิการ ไม่ตอบครับ ก็เป็นบริษัทในกลุ่ม ในเครือของ ปตท. ทั้งสิ้น แต่ใช้เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่านะครับ ที่บอกอ้างอิงราคาตลาดโลกตรงไหนครับ ไม่ตอบครับ ในขณะเดียวกันภาคขนส่งก็ขึ้นไป ๔ ครั้ง แต่ที่น่าสนใจครับภาคครัวเรือนครับท่านประธาน ๓๕ กิโลกรัมนี้ครับ กระทรวงบอกไม่ได้ขึ้น แต่ในความเป็นจริงคนขายขึ้นครับ ผมซื้อแก๊ส ซื้อใช้ที่บ้าน เมื่อก่อนนี้ปีที่แล้ว ๒๑๐ บาท ถึง ๒๖๐ บาทต่อถัง ปีนี้ ๓๐๐-๓๕๐ บาท ขึ้นอยู่กับว่าบ้านอยู่ไกลขนาดไหน ขึ้นครับ ทั้ง ๆ ที่ต้นทางไม่ได้ขึ้นนะครับ แต่คนขายปลีกขึ้น ทีนี้ที่น่าสนใจไปกว่านั้นมันมีการขยายตัวการใช้เยอะมากใน ๒ ปีครับท่านประธาน เมื่อก่อนนี้ เราใช้ ๑๑๗,๐๐๐ ตันต่อเดือน วันนี้ขึ้นไปเป็น ๒๒๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ประชากรเราไม่ได้ เพิ่มขึ้นเยอะขนาดนั้นนะครับท่านประธาน ประชากรประเทศไทยไม่ได้โตขนาดนั้น ครัวเรือน มันเพิ่มขึ้นได้อย่างไรเยอะแยะเกือบเท่าตัว เท่ากับครัวเรือนเราเพิ่มขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ๑๐๐,๐๐๐ ตันฟังดูเหมือนไม่เยอะนะครับ ทอนเป็นกิโลกรัมครับ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ต่อเดือนครับ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมต่อเดือนทอนเป็นถังนะครับ ถังละ ๑๕ กิโลกรัมต่อเดือน ๖.๗ ล้านถังมันหายไปไหนครับ ทําให้เราต้องนําเข้าครับ ถ้าเป็นต่อปี ๘๐ ล้านถังต่อปีครับ และถ้าคิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมสงสัย ผมถาม ซักถามเจ้าหน้าที่ ในกรรมาธิการ หลายกรรมาธิการครับ เขายอมรับว่ามีการลักลอบ ฝากรองนายกรัฐมนตรี เฉลิมครับ ช่วยกันดูหน่อยครับ ท่านปราบปรามเก่งมาก แต่ผมไปดูในงบประมาณของ กระทรวงพลังงาน ถามว่ามีงบเผื่อไว้ในเรื่องการลักลอบไหม มีครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านตั้งงบไว้ดูแลการลักลอบที่ชายแดน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เอาจริงหรือเปล่าครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทนี้ ค่าข้าวผัดคงไม่พอครับ สําหรับเจ้าหน้าที่ ท่านตั้งไว้ได้อย่างไรครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าตราบใด ที่ท่านไม่ตั้งใจแก้เรื่องนี้ท่านต้องนําเข้ามาเพิ่มและท่านต้องเอาเงินชดเชย เงินงบประมาณ ของประชาชนนี่ล่ะครับ ไปชดเชยกับการลักลอบที่เขาได้ ๒ เด้ง ซื้อถูกไปขายแพง และผิดกฎหมาย ท่านต้องแก้ไขครับ แก๊สธรรมชาติขึ้น ๔ ครั้งครับ ภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ผมเรียน ท่านประธานครับ ใช้แก๊สธรรมชาติราคาแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้มีปัญหามากมาย แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คืองานศึกษาของสถาบันวิจัยจุฬาลงกรณ์ ที่บอกว่าค่าบริหารจัดการต่อลิตร ในเรื่องแก๊สธรรมชาตินี้ สูงกว่าที่ควรจะเป็น เขาประเมินไว้ ๑ ลิตร ๒ บาทพอแล้วครับ ถ้าจ้างเอกชนบริหาร ๒ บาท วันนี้ ปตท. บริหารเอง ๕ บาทกว่าครับ หมายความว่าอย่างไร ตอนนี้กระทบทั้งระบบครับ ราคาแก๊สธรรมชาติที่ขายให้โรงไฟฟ้าก็แพงกว่าที่ควรจะเป็น ทําให้ต้องขึ้นค่าเอฟที (FT) ๓๐ สตางค์ ค่าเอฟที ๓๐ สตางค์แปลว่าอะไรท่านประธานครับ ที่บ้านท่านประธานรอบิล (Bill) ไว้ได้เลยครับ เดือนหน้าแพงขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งประเทศ ค่าไฟแพงขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จนถึงวันนี้ยังไม่เปิดเผยต้นทุนปากหลุมเลยครับ มีปัญหาเรื่อง สถานีไหน แล้วท่านก็จะเน้นการเพิ่มราคาแก๊ส ทั้ง ๆ ที่ถ้าท่านไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะเพิ่มราคาแก๊ส และเป็นผลทําให้ของแพง ทําให้ต้นทุนขนส่งแพง ทําให้ประชาชนเดือดร้อน นโยบายแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) ไม่ชัดเจน กระทบราคาน้ํามันทําให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ราคาน้ํามันดีเซลผมเรียนท่านประธานเลย ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ครับ อธิบายให้ประชาชนทราบสักนิดเถอะครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยววิป (Whip) ใช้เวลาที่ทอนไปนะครับ บอกให้ประชาชนทราบสิครับ ในราคาน้ํามันดีเซล ๓๐ กว่าบาทนี้ครับ หน้าโรงกลั่นประมาณ ๒๐ บาทนะครับ ที่เหลือเป็นเรื่องภาษี เรื่องกองทุน เพราะฉะนั้นรัฐบาลสามารถบริหารจัดการไม่ให้เกิน ๓๐ บาทได้ทุกกรณีครับ ในช่วงเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา ไม่ต้องโต้แย้งกันครับ แต่ท่านยอมให้ขึ้นไปถึง ๓๓ บาท ๓๔ บาท ทําให้คนต้องร้องเรียนขอขึ้นค่าโดยสาร ขอขึ้นค่าขนส่ง กระทบต่อราคาสินค้า ทําให้ของแพง นโยบายผิดพลาดครับ
เรื่องต่อมาครับ โครงการที่ท่านรับปากไว้แล้วทําไม่ได้ ผมคิดว่ามันมีหลาย กรณีนะครับ เพราะการใช้งบประมาณมันมีต่อเนื่องมาถึงปีนี้ด้วยนะครับ ผมอยากเน้น ๒-๓ โครงการเท่านั้นละครับ บัตรเครดิตพลังงานท่านตั้งเป้าหมายไว้ สําหรับแท็กซี่นะครับ พี่น้องแท็กซี่ ๖๕,๐๐๐ คันใช่ไหมครับ วันนี้ทําไปได้ ๕,๐๐๐ คัน ท่านบอกจะเลิกด้วย บัตรเครดิตเกษตรกร นี่ภาคคนจนทั้งนั้นละครับ ตั้งเป้าหมายไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย ทําได้ ๕,๐๐๐ ราย อื่น ๆ มีอีกเยอะครับ แต่เวลามีไม่มากนะครับ การใช้งบประมาณ หลายกระทรวงมีปัญหา จนถึงวันนี้เบิกจ่ายได้น้อยมากครับ ก็เรียนท่านประธานครับ ผมไม่อยากยกทุกกระทรวง แต่สอบตกหลายกระทรวงมากนะครับ อย่างต่ํา ๖ กระทรวง กระทรวงที่สอบตกอันดับ ๑ กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายไป ๑๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท่านขอ งบประมาณไปท่านไม่ใช้ ท่านมีปัญหาตรงไหนครับ ตรงนี้ก็เป็นประเด็น ส่วนหนึ่งที่ผมต้อง แตะนิดหนึ่งครับ สํานักงานผู้แทนการค้าไทยของบไว้ ๒๖ ล้านบาท ผมไม่เห็นผลงานจนถึง วันนี้เลยครับ มีผลงานอะไรบ้างครับ จนถึงวันนี้มี ๕ คนนะครับ ยังไม่มีผลงานแม้แต่นิดเดียว ๒๖ ล้านบาท ผมก็ไม่ให้ งบเออีซีต้องเรียนท่านประธานว่ามีในเล่มนี้ รายละเอียดค่อนข้าง เยอะนะครับ แต่เป็นรายละเอียดที่ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งเลยครับ เหมือนกับการตั้งงบประมาณ ไม่เข้าใจเออีซี ขอไว้ทั้งหมด ๔,๑๑๗ ล้านบาท แต่ผมยกตัวอย่าง คือ ๔,๑๑๗ ล้านบาท ผมคิดว่าน้อยไป แต่ไปดูรายละเอียดในโครงการผมคิดว่าเยอะไป เพราะว่าโครงการของท่าน มันไม่ตอบโจทย์เออีซีเลย ที่บอกว่าไม่ตอบโจทย์เพราะอะไรครับ ส่วนใหญ่เป็นงบฝึกอบรม ผมยกตัวอย่างนะครับ เป้าหมาย ตัวชี้วัด อบรมผู้ประกอบการปีละ ๒๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ประเทศไทยมีผู้ประกอบการกี่ล้านรายครับ อีก ๓ ปี เข้าสู่ ๒๐๑๕ เออีซีแล้ว ปีละ ๒ คน อย่างเก่งเลย ทุกกระทรวงท่านฝึกอบรมไปเถอะครับ ได้ ๑๐๐,๐๐๐ ราย ในผู้ประกอบการเป็น หลายล้านบาท อย่างนี้หรือครับ นี่คือการเตรียมความไม่พร้อมเข้าสู่เออีซีมากกว่า แล้วปัญหา ที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ ปัญหาที่สําคัญที่สุดก็คือว่าที่ผ่านมา ๑ ปี ท่านทราบไหมครับ กระทรวงไหนเป็นแม่งานเรื่องเออีซี กระทรวงการต่างประเทศครับ ใน ๑ ปีที่ผ่านมาไม่เคย เรียกประชุมเลย ท่านของบไปท่านไม่เรียกประชุมท่านจะขับเคลื่อนอย่างไรครับ ในกระทรวงเอง ก็ต้องปรับโครงสร้าง ภาคเอกชนก็ต้องปรับโครงสร้าง จนถึงวันนี้ท่านยังไม่ได้ขับเคลื่อนนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องชี้แจงให้ชัดเจนนะครับว่าท่านจะมีแนวอย่างไร ถ้าท่านขอโครงการที่มี การปรับโครงสร้างรายอุตสาหกรรมผมยินดีครับ ถ้าท่านของบประมาณในการที่จะไปทําให้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนดีขึ้น ยินดีครับ ทราบไหมครับ เรามี ๔ สถาบัน สถาบันอัญมณี สถาบันอาหาร สถาบันสิ่งทอ สถาบันยานยนต์ ปีนี้ให้งบ สถาบันเดียวครับ สถาบันอัญมณี เพราะฉะนั้นสิ่งทอไม่ต้องมาคุยกับรัฐบาลแล้วหรือครับ อาหาร เรื่องส่งออกหลักของประเทศไทยเลยครับ ไม่มีงบให้เลยครับ ก็ต้องถามว่าจัดงบกัน อย่างนี้มันคือยุทธศาสตร์อะไรกันแน่ เรื่องศึกษาผมขอพูดนิดเดียวครับ ผมเห็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั่งตรงนี้ครับ เออีซีท่านขอไว้ ๑,๖๑๖ ล้านบาท ๑,๖๑๖ ล้านบาท แต่ผมไม่เห็นโครงการที่มันทําให้เราเข้มแข็ง ท่านตอบผมให้ได้สิครับว่า จริง ๆ เขามีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในอาเซียน วันนี้ประเทศไทยเป็นสมาชิกกี่มหาวิทยาลัย ท่านทราบไหมครับ ท่านตอบผมได้ไหมครับ ๔ มหาวิทยาลัยครับ ในประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยกี่มหาวิทยาลัย ถ้าท่านไม่เข้าไปเป็นสมาชิก ไม่เป็นเครือข่ายกับเขา ท่านของบ ไปทําอะไรครับ ถ้าท่านตอบผมว่ามันมีเป้าหมายไหมครับว่าท่านจะฝึกจากนี้ไป ภาษาอังกฤษ ต้องได้ ภาษาที่ ๓ คือภาษาอาเซียน ภาษาใดภาษาหนึ่ง ภาษาพื้นบ้านควรจะได้ มีไหมครับ ไม่เห็นในเอกสารงบประมาณครับ ถ้าไม่เห็นมันก็จะอนุมัติไปก็ไม่สบายใจอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ในปี ๒๕๕๖ โดยสรุปนะครับ ผมไม่เห็น ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ท่านเขียนไว้หลายตอนมากว่าจะทําให้สังคมสมดุล ยุทธศาสตร์ ท่านไม่ทําให้สมดุลละครับ ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ของท่านนอกจากขาดความชัดเจนแล้วยังมีช่องว่าง ช่องโหว่อีกมากที่จะ ทําให้ความเหลื่อมล้ําที่มีอยู่ในสังคมมีมากขึ้น คนจนจนลง คนรวยรวยขึ้น แล้วสังคมจะสมดุล ได้อย่างไร ก็ต้องฝากท่านประธานครับ ขอคําตอบหลายเรื่อง ตอนนี้ประชาชนกําลังหมด ศรัทธาและหมดความเชื่อมั่นในรัฐบาล ถ้าท่านไม่ชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าจะแก้ไข อย่างไร ก็คงไม่สามารถเห็นชอบในหลักการของงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ได้ ขอบคุณครับ
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ซึ่งถือว่า เป็นเครื่องมือที่สําคัญของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินที่มาจากภาษีของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้จัดทํางบประมาณจํานวนทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งสามารถกระจายไปในส่วนต่าง ๆ ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ที่มีผู้อภิปราย หลายท่านบอกว่าเหมือนเดิม แต่ว่าได้เติมงบ แล้วก็เพิ่มรายละเอียดของแต่ละยุทธศาสตร์ และในการจัดทํางบประมาณปีนี้เป็นงบประมาณขาดดุล จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากมีการเก็บรายได้ได้จํานวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นปีนี้เพิ่มจากปี ๒๕๕๕ จํานวน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูแล้วเหมือน จํานวนน้อยนิด แต่ด้วยการบริหารราชการของรัฐบาลด้วยความชาญฉลาดของรัฐบาลที่มี การจัดทํางบประมาณ และมีการใช้วิธีการในการบริหารจัดการโดยทําให้การจ่ายเงินชําระ เรื่องดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟู แล้วก็ไปให้ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยรับผิดชอบ พร้อมกับการสํารองเอาเงินคงคลังซึ่งรวมแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่สําคัญมีงบประมาณ รายจ่ายจํานวนทั้งสิ้น ๑,๙๐๑,๙๑๑.๗ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่สูง ถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ใช้ทั้งหมดจํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท ก็ถือว่ามีส่วนที่จะช่วย ในการนําไปพัฒนา หรือส่วนต่างหรือส่วนที่เหลือนั้น จํานวน ๔๙๘,๐๘๘.๓ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ตามความเชื่อของผม ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครหรือพรรคใดมาเป็น รัฐบาลในขณะนี้จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทํางบประมาณขาดดุลอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ส่วนที่สําคัญนั้นก็คือเรื่องของการจัดสรรงบประมาณว่ามีการจัดสรรงบประมาณไปสู่พี่น้อง ประชาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน แค่นั้นเองนะครับ ส่วนที่สําคัญนั้นจากการที่ผมได้พิจารณางบประมาณหรือการจัดทํางบประมาณของรัฐบาล จะเห็นได้ว่ามีการจัดทํางบประมาณที่สมดุลและเหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งการจัดสรรงบประมาณ ที่ผ่านมาได้มีผู้อภิปรายหลายท่านบอกว่าได้เกิดปัญหาหลายอย่างในประเทศไทย โดยเฉพาะ ปัญหาที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน ต้องกราบเรียนว่าในการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมา รัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณในสภาพที่คาบเกี่ยวกับ ๒ รัฐบาล ทําให้แก้ปัญหาได้ในระดับ หนึ่ง แต่ผมยืนยันว่าในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ซึ่งรัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณ นําไปสู่งบประมาณในส่วนหลาย ๆ อย่างและมั่นใจว่าทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในการจัดสรรงบประมาณเพื่อที่ให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน นั่นคือการจัดสรรงบประมาณไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย หรือสนับสนุนมาตรการบ้านหลังแรกและรถคันแรก หรืองดการเก็บเงินสมทบกองทุนน้ํามัน ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีผู้อภิปรายบอกว่าเป็นโครงการสิ้นคิด ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า โครงการดังกล่าวนั้นเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ที่เป็นเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องการพักชําระหนี้ จึงขอพูดและประกาศไปทั่วประเทศไทยว่า คนที่พูดนั้นใครกันแน่ที่สิ้นคิดนะครับ เพราะการทําให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ หรือเอาเงินไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้นหรือ เกษตรกรนั้น ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ เมื่อวานนี้ได้มีผู้อภิปรายบอกว่าเงินคือ พระเจ้า ส่วนนี้ก็ถือเป็นการตอบโจทย์ เพราะคนที่พูดเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายก็บอกว่า เงินส่วนที่ได้นั้นรวมแล้วแต่ละโครงการ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายถึงว่าเห็นแก่เงิน แต่ไม่ได้เห็นถึงความสุขของพี่น้องประชาชนหรือเห็นประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ฉะนั้นแล้วผมในส่วนที่ได้เห็นได้รู้แล้วก็ได้รับทราบกับรายละเอียดตรงนี้ จึงเห็นว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ยังมีการจ่ายเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได กับผู้สูงอายุ มาตรการภาษีเพื่อลดภาระการลงทุน เช่นนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วต่อมาก็เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็กองทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี หมู่บ้านเอสเอ็มแอล หรือแม้กระทั่งกองทุนตั้งตัว ซึ่งเป็นส่วนที่สําคัญอย่างยิ่งต่อลูกหลานที่จะจบปริญญาตรีนะครับ เพื่อเป็นส่วนสําคัญในการที่จะ ทําหน้าที่ในการที่จะพัฒนาตัวเองหรือสร้างเนื้อสร้างตัวให้กับตัวเองนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากการที่ผมได้พูดมาแล้วก็จากการได้ศึกษา จะเห็นได้ว่างบประมาณส่วนนี้ ได้ครอบคลุมไปถึงส่วนสําคัญของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการอยู่ดีกินดีนะครับ กระผม จึงขอสนับสนุนงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ของรัฐบาล ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ พบว่า เรามีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกมาก ดังนั้นเราต้องใช้เงินอย่างประหยัดให้คุ้มค่า เราต้องใช้ทรัพยากร ของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมกําลังจะพูดถึงสนามบินดอนเมืองที่ถูกปล่อยให้หลับใหล มาเป็นเวลานานเกือบ ๖ ปี หลังจากเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องปลุกสนามบินดอนเมืองให้ฟื้นคืนชีพให้ได้ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ให้คุ้มค่ากับงบประมาณจํานวนมหาศาลที่เราได้ทุ่มเทไปในการ พัฒนาสนามบินดอนเมืองให้เป็นประตูสู่ประเทศไทยมานานร่วม ๑๐๐ ปี ท่านประธานครับ เดิมทีเมื่อมีการวางแผนก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ นั้น รัฐบาลในขณะนั้น มีนโยบายที่จะใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กันไปด้วย พูดได้ว่าต้องการใช้นโยบาย ๒ สนามบิน ต่อมามีการเปลี่ยนไปใช้นโยบายสนามบินเดียว คือจะใช้เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น นโยบายการใช้สนามบินมีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายหน ๒ สนามบินบ้าง สนามบินเดียวบ้าง เป็นไปตามการเปลี่ยนรัฐบาล ถ้าเป็นในประเทศญี่ปุ่นเขาจะพูดว่าเป็นประชาธิปไตย แบบคาราโอเกะ (Karaoke) คือมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยมากในช่วง ๖ ปีหลัง เขาจะพูดว่าเป็นประชาธิปไตยแบบคาราโอเกะ คือผลัดกันบริหารประเทศคนละปี ๒ ปี ทํานองเดียวกับการร้องคาราโอเกะที่ผลัดกันร้องเพลงคนละเพลง ๒ เพลง ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้นโยบายนี้จะต้องนิ่งเสียที ใช้นโยบาย ๒ สนามบินเถอะครับ ดอนเมือง เป็นสนามบินที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านเนื้อที่และทําเลที่ตั้ง บนเนื้อที่เกือบ ๔,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ใช้สอย ในอาคารหลายแสนตารางเมตร และทําเลที่ตั้งที่ไม่ห่างจากใจกลางกรุงเทพฯ การเดินทาง เข้าออก ส่งผลให้สนามบินดอนเมืองมีสมรรถนะที่จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง ๓๙ ล้านคนต่อปี ก่อนที่ย้ายไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีเนื้อที่ถึง ๒๐,๐๐๐ ไร่ มากกว่าสนามบินดอนเมืองหลายเท่า แต่สมรรถนะในการรองรับผู้โดยสารมีแค่เพียง ๔๕ ล้านคนต่อปีเท่านั้น ท่านประธานครับ การใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิมีข้อดีดังนี้
๑. ลดความแออัดของเครื่องบินและผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานคงเคยประสบกับความล่าช้าบ่อยครั้งในการรอเครื่องบินขึ้นลง เนื่องจากรันเวย์ (Runway) แน่น ผู้โดยสารต้องเสียเวลารอนาน เสียการเสียงาน เครื่องบินต้องสิ้นเปลือง น้ํามันจากการบินวนรอบสนามบินเพื่อรอแลนด์ดิ้ง (Landing) ผู้โดยสารขาออกขาเข้าต้องเข้าแถว กันยาวเหยียดเพื่อรอผ่านการตรวจคนเข้าเมือง
๒ เป็นการลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ จากเสียงดังของเครื่องบิน
๓. ลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการถูกเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมอีก ประมาณ ๙,๐๐๐ ไร่ เพื่อขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ในกรณีที่ต้องการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เพียงสนามบินเดียว
๔. ประหยัดงบประมาณที่จะใช้ในการขยายสนามบินสุวรรณภูมิในระยะที่ ๒ และระยะต่อไป
และ ๕ เป็นการใช้ทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ปล่อย งบประมาณจํานวนมหาศาลที่เราได้ทุ่มเทไปในการพัฒนาสนามบินดอนเมืองต้องสูญเปล่า ท่านประธานครับ ข้อด้อยของสนามบินดอนเมืองมีเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นคือแม้ว่าจะมี ๒ รันเวย์ก็ตาม แต่เครื่องบินขนาดใหญ่ไม่สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ เพราะมี ระยะห่างระหว่างรันเวย์แค่เพียง ๓๙๕ เมตรเท่านั้น ต่างกับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าจะมี ๒ รันเวย์เหมือนกันก็ตาม แต่มีระยะห่างระหว่างรันเวย์ถึง ๒.๒ กิโลเมตร เครื่องบินขนาดใหญ่ สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ ท่านประธานครับ น่าเสียดายที่เราไม่ได้วางแผน ใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ในหลายประเทศ เขาจะวางแผนไว้ล่วงหน้านานนับ ๑๐ ปี ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแต่ละวัน เพราะเวลาที่ผ่านไป ในแต่ละวันนั้นหมายถึงต้นทุนของประเทศชาติ ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันคิดเพื่อชาติ ช่วยกัน ปลุกดอนเมืองให้ตื่นขึ้นมาเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ชาติบ้านเมือง ในกรณีที่ใช้สนามบิน ดอนเมืองเพื่อการบินและยังมีพื้นที่ว่างจะต้องไม่ปล่อยทิ้งไว้ จะต้องทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมขอเสนอให้ใช้พื้นที่เหล่านั้นเพื่อ
๑. เป็นศูนย์ซ่อมบํารุงเครื่องบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
๒. เป็นศูนย์บริการอะไหล่เครื่องบิน
๓. เป็นศูนย์ฝึกบินจําลองสําหรับนักบินและนักเรียนการบิน
๔. ใช้เป็นสํานักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
๕. ให้หน่วยราชการที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอเช่า และ
๖. เป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินเป็นต้น
ท่านประธานครับ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ก็มีประเทศไทย กับประเทศสิงคโปร์นี่ละที่เป็นคู่แข่งขันด้านการบินมานานปี หากมองไปที่ปริมาณผู้โดยสาร นับว่าสูสี แต่เมื่อมองไปที่ปริมาณสินค้าพบว่าสนามบินชางฮีของประเทศสิงคโปร์แซงหน้า สนามบินสุวรรณภูมิไปหลายช่วงตัว เรื่องนี้เป็นเพราะว่าประเทศสิงคโปร์มีท่าเรือที่มีปริมาณ สินค้ามากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากมีทําเลการขนส่งทางทะเลที่ไม่เป็นรองประเทศใด สินค้าบางส่วน ณ ท่าเรือแห่งนี้มีการเปลี่ยนถ่ายจากเรือสู่เครื่องบิน จากเครื่องบินสู่เรือ สนามบินชางฮีมีประวัติที่น่าเกรงขาม เพราะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมนานาประเภทมามากมาย เป็นเวลาหลายปี ในขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิมีทําเลที่ตั้งที่เหนือกว่า หากสายการบิน จากประเทศยุโรปหรือประเทศสหรัฐอเมริกาใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นฐานการบินจะ ประหยัดเวลาได้ไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง ดังนั้นถ้าเราผนึกกําลังของสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากับ สนามบินดอนเมือง แน่นอนครับ ประตูสู่อาเซียนจะต้องอยู่ที่ประเทศไทย ท่านประธานครับ ในอดีตมีผู้โดยสารเครื่องบินจํานวนมากแวะเวียนมาเที่ยวบริเวณพื้นที่รอบสนามบินดอนเมือง เช่นวัดดอนเมืองเป็นต้น ทําให้ร้านค้า ร้านอาหาร รถสามล้อคึกคัก แต่มาบัดนี้เศรษฐกิจ ในพื้นที่นั้นซบเซา ผมดีใจครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ท่านรับปากว่าจะใช้ดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมในฐานะที่มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมขนส่งทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าจะอยู่ฝ่ายค้าน ก็ตาม แต่ผมยินดีและเต็มใจที่จะช่วยท่าน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรา และเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ท่านประธานครับ อดีตนายกรัฐมนตรีของสหภาพโซเวียต ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่านักการเมืองเหมือนกันหมดไม่ว่าที่ไหน เขาสามารถให้สัญญาที่จะสร้าง สะพานได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีแม่น้ํา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคํากล่าวนี้จะไม่สามารถใช้ได้ ที่ประเทศไทย ขอบพระคุณครับ
ท่านพลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมา เราอภิปรายเป็นเวลา ๒ วัน เราจะพูดเรื่องงบประมาณโดยทั่วไปของปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นะครับ ในวันนี้ทางกระผมจะขอพิจารณางบประมาณด้านยุทธศาสตร์และรากฐานการพัฒนาที่สมดุล สู่สังคม ซึ่งทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ทั้งหมด ๔๙๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และเรื่องสําคัญที่สุดที่ผมต้องอภิปรายในวันนี้ คือเรื่องแผนงานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ทั้งหมด ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เราจะรู้ว่า ปัญหาทางภาคใต้นี้เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน แม้แต่ความรุนแรงทั้งหลายที่เกิดขึ้น หลายรัฐบาลที่ผ่านมาต่อเนื่องกันจนถึง ณ บัดนี้ยังไม่ได้ข้อยุติแล้วก็มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้น รัฐบาลได้พยายามจะแก้ปัญหาต่าง ๆ หลายรัฐบาลจนถึงรัฐบาลปัจจุบันนี้ แต่เท่าที่ผ่านมา หน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นของ กอ.รมน. คือกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็น ประธาน และขณะเดียวกันรัฐบาลที่แล้วได้ตั้งศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับผิดชอบในการพัฒนาและดําเนินการด้านทางการเมือง ทําให้หน่วยงานศูนย์อํานวยการ ชายแดนภาคใต้นี้มีคณะกรรมการในด้านกําหนดกับด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งกําหนดให้ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซึ่งมีบทบาทให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการกําหนดด้านยุทธศาสตร์แก้ปัญหาในการพัฒนาและด้านการเมือง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น ที่รัฐบาลที่ผ่านมานี้แล้วก็รัฐบาลปัจจุบันนี้ หน่วยงานทั้งสองนี้ได้ทํางานยังไม่สอดคล้อง เป็นเอกภาพกัน มาเมื่อรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ในตอนต้นเราแก้ปัญหา ติดน้ําท่วม แต่หลังจากเกิดเหตุแล้วปรากฏว่าหลังจากแก้ปัญหาน้ําท่วมแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้ามานั่งเป็นหัวโต๊ะ เป็นประธานในการดําเนินการครับ ทั้ง ๒ หน่วยงาน ทั้ง ศอ.บต. และ กอ. รมน. และมีคณะกรรมการศูนย์ประสานงานในการแก้ปัญหาทางด้าน ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีทั้งหลายที่จะทําให้ทั้ง ๒ หน่วยงาน ระหว่าง กอ.รมน. และ ศูนย์อํานวยการประสานงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้มี การประชุมหารือกัน ได้กําหนดแนวทางในการปฏิบัติว่าทั้งหน่วยงานของกองอํานวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ทั้งหน่วยงานของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นนี้มีทางแม่ทัพบก ซึ่งเป็นรอง ศอ.บต. มีทางเลขาธิการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้ง หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ประชุมไปกําหนด โดยกําหนดให้การแก้ปัญหา โดยส่วนรวมเป็นคณะกรรมการประสานงาน ซึ่งเรามองเห็นว่าแนวทางของรัฐบาลที่ผ่านมานี้ ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี้เป็นการแก้ปัญหา ซึ่งจะนําไปสู่ความสําเร็จในการแก้ปัญหา ชายแดนภาคใต้ในส่วนหนึ่งครับ ซึ่งได้กําหนดเป็นนโยบายและออกคําสั่งไปแล้วนะครับ และสําคัญที่สุดในเรื่องการแก้ปัญหานี้ก็คือทั้ง กอ.รมน. ทั้ง ศอ.บต. นี้จะดําเนินการ แก้ปัญหาโดยทางสันติวิธีและดําเนินการปรองดอง และสร้างความสันติสุขให้มาสู่ประเทศ ในคราวนี้ และการแก้ปัญหาส่วนนี้นอกจากนี้แล้วยังให้ภาคประชาชนนี้มีโอกาสในการพูดคุยกัน ร่วมมือกัน ไม่เฉพาะ แต่เฉพาะทางภาคราชการคือ ศอ.บต. หรือ กอ.รมน. แก้ปัญหาเท่านั้น ในภาคประชาชน ในส่วนการแก้ปัญหาของประชาชนทั้งหลายนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะทางส่วนนี้ เอาปัญหานี้เป็นปัญหาของชาติ ร่วมกันแก้ปัญหาเอาความสงบสุขมาสู่ชายแดนภาคใต้เรานะครับ ในการตั้งงบประมาณการแก้ปัญหาในด้านชายแดนใต้นี้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นส่วนหนึ่ง ในการแก้ปัญหาด้านนี้ แต่ด้านความมั่นคงที่จะสอดคล้องกันนี้ผมก็เป็นห่วงใยว่า เงินงบประมาณส่วนนี้อาจจะไม่เพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการใช้เงินในจังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็นเงินมหาศาลก็ฝากทางรัฐบาลให้ควบคุมการจ่ายเงินทั้งหลาย ตามงบประมาณที่ว่านี้ให้ไปถึงมือประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายนะครับ แล้วก็ ขณะเดียวกันฝากความห่วงใยไปยังทาง กอ.รมน. ภาค ๔ และ ศอ.บต. ในภาคสนามนี้ให้ ทํางานร่วมมือในการประสานงาน ประสานแผนให้เกิดความสําเร็จในการกํากับดูแล และขอให้ประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ตลอดฝ่ายการเมืองทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ เป็นปัญหาของชาติครับ ผมขอฝากในงบประมาณ ฝากทางรัฐบาลไว้ครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๘ อําเภอบ้านกรวด อําเภอละหานทราย อําเภอโนนดินแดน พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนว่าวันนี้เป็นวันที่ ๒ ที่ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เข้าสภา งบประมาณถือว่าเป็นเครื่องไม้ เครื่องมือที่สําคัญของรัฐบาลในการบริหารและพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๖ นี้ เราตั้งงบไว้ถึง ๒.๔ ล้านล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณ ขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณขาดดุลปี ๒๕๕๖ นี้ อาจจะน้อยกว่าปี ๒๕๕๕ อยู่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็จริงอยู่ครับท่านประธาน แต่นั่นเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชีหรืองบดุล เท่านั้น เพราะว่าในความเป็นจริงนั้นเรายังมีเขาเรียกว่างบ พ.ร.ก. เงินกู้ อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรายังไม่ได้ใช้ ดังนั้นถ้ามารวมกัน งบ ๒.๔ ล้านล้านบาท งบปี ๒๕๕๖ บวกกับ พ.ร.ก. อีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะรวมเป็น ๒.๗๕ ล้านล้านบาท เป็นงบจํานวนมากครับท่านประธาน และจะทําให้ตัวเลขขาดดุลจาก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งประเด็นนี้ต้องบอกความจริงกับพี่น้องประชาชนเพราะเงินทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษี อากรของพี่น้องประชาชนครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่าถึงผมเองอาจจะเป็นผู้แทนบ้านนอก ก็จริงอยู่ เป็นผู้แทนเซราะกราวจากจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ผมก็ให้กําลังใจและเอาใจช่วยรัฐบาล เพราะว่าผมอยากเห็นประเทศชาติของเราเดินหน้าต่อไปได้ ผมอยากเห็นความปรองดอง เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นระบบ เป็นสากล แล้วก็เป็นประชาธิปไตยเพิ่มยิ่งขึ้น ผมว่าถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจะเลิกทะเลาะกัน เลิกแตกแยก และที่สําคัญที่สุดผมอยากเห็นประเทศชาติของเราพัฒนา อยากเห็นรอยยิ้มของคนไทย ผมอยากเห็นคนไทยกลับมามีความสุขเหมือนเดิม และพี่น้องประชาชนมีรายได้ที่มากขึ้น เพียงพอในการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ในภาคการเกษตร พี่น้อง ผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ท่านประธานครับ ในเกือบปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลบริหารประเทศใช้เงินงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท แต่สิ่งที่เราเห็น ในวันนี้นโยบายต่าง ๆ ที่รับปากไว้ตอนหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท และอื่น ๆ อีกมากมาย วันนี้ยังไม่มีในภาคปฏิบัติเลยครับ ท่านประธาน พี่น้องประชาชนทั่วประเทศกําลังรอคอยอยู่ แต่ท่านประธานครับ วันนี้ เป็นวันที่งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ กําลังเข้าสภาวาระแรก ผมไม่ขัดขวางหรอกครับ พร้อมและ ยินดีสนับสนุน และผมเรียนว่าถ้างบไม่พอยินดีให้เพิ่มขึ้นอีก แต่ขออย่างเดียวคืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ทําอย่างไรให้พี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรของเราซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ของประเทศมีรายได้ที่มากขึ้น ที่เพียงพอให้ทันกับค่าครองชีพที่วันนี้ขึ้นเอา ขึ้นเอา ทุกวันครับ พี่น้องที่ปลูกมันสําปะหลัง พี่น้องที่ปลูกข้าวกําลังทุกข์ระทมอย่างแสนหาหัส ผิดหวังกับ นโยบายจํานําราคาพืชผลทางการเกษตร ที่เปลี่ยนจากการประกันราคามาเป็นจํานําราคาในวันนี้ ท่านประธานครับ นโยบายจํานําราคามีปัญหามาก ๆ แล้วก็มีการทุจริตด้วย ผลประโยชน์ ส่วนใหญ่ตกไม่ถึงมือพี่น้องเกษตรกร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างมันสําปะหลัง เรามีการจํานําที่ ๒.๘๐ บาท ๒.๙๐ บาท ก็จริงอยู่ครับ แต่จุดจํานํามีน้อยมาก หายากมาก แถมเมื่อขนไปแล้ว หักโน้นหักนี่ยุบยับไปหมด ไม่ขายก็ไม่ได้ครับ ขนกลับก็ไม่ได้ เพราะมันสําปะหลังจะเน่า เหมือนผีถึงป่าช้า วันนี้มันสําปะหลังขายได้จริง ๆ อยู่ที่ ๑.๔๐ บาทเท่านั้นเอง ๑.๔๐ บาท ที่ว่านี่ ยังหาที่ขายยากอีก ชาวบ้านเขาเดือดร้อนมากครับ ท่านประธานครับ ได้เงินไม่พอ ค่าครองชีพ วันนี้ของทุกอย่างแพงไปหมด ทุกอย่างแพงไปหมดครับท่านประธาน ยกเว้นแต่ สินค้าทางการเกษตร ยิ่งช่วงนี้ลูกหลานเปิดเทอมด้วยไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนเหมือนกัน สงสารเขาบ้างท่านประธานครับ ข้าวก็เหมือนกัน ข้าวหอมมะลินี้บอกว่าจํานํา ๒๐,๐๐๐ บาท ขายจริง ๆ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง นั่นคือสิ่งที่อยากกราบเรียนผ่านทางท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลด้วย ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่าผมอยากให้ทางรัฐบาลปรับเปลี่ยนวิธีการครับ จะกลับมาใช้การประกันราคาในแบบเก่าก็ได้ หรือผสมผสานทั้ง ๒ วิธีการเข้าหากันก็ได้ หรือให้พี่น้องเกษตรกรเลือกวิธีการก็ได้ครับ เพราะว่าวิธีการจํานําวันนี้ไม่ไหวจริง ๆ ครับ ทําอย่างไรให้พี่น้องเรามีรายได้ที่เพียงพอในการที่จะดูแลครอบครัว แต่ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมยังให้กําลังใจรัฐบาลอยู่ตลอด แต่ผมขออย่างเดียวจากรัฐบาลก็คือว่าทําอย่างไรที่จะให้มันสําปะหลัง ข้าว ยางพารา อ้อย และพืชเกษตรตัวอื่น ๆ ถ้างบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ๒.๔ ล้านล้านบาทไม่พอ ขอเพิ่มก็ยินดีครับ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรของเรามีรายได้ที่เพียงพอในการที่จะดูแลครอบครัว ผมขอเรื่องนี้ เรื่องเดียวครับ เพราะพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ กําลังหลัก กําลังสําคัญของ ประเทศครับ พวกเราในฐานะที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยต้องดูแลครับ งบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท ถ้าไม่พอขอเพิ่มได้ครับ แต่ทําอย่างไรให้พี่น้องรากหญ้า พี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะปลูกมันสําปะหลัง ปลูกข้าว ปลูกยางพารา ปลูกอ้อยต่าง ๆ เขามีรายได้ที่ดูแล ครอบครัว เขาเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เขาเป็นเจ้าของประเทศของเรา นั่นสิ่งที่อยาก กราบเรียนขอผ่านทางท่านประธาน ผมขอแค่นี้ครับ
มีเรื่องที่กราบฝากอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ประปาผิวดินที่บ้านสันติสุข ตําบลสําโรงใหม่ อําเภอละหานทราย งบ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท สร้างเสร็จแล้วปีกว่า วันนี้ยังใช้งานไม่ได้ ฝากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดคณิตช่วยตรวจสอบให้หน่อย ตําบลสําโรงใหม่ ได้รับงบประมาณปีละ ๔๐ กว่าล้านบาท แต่จัดเป็นงบพัฒนานิดเดียวครับ เราจะมีมาตรการ หรือวิธีการอย่างไรที่จะให้ท้องถิ่นมุ่งเน้นในเรื่องของการจัดงบพัฒนา หรืองบที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณมากครับ
ต่อไป เป็นท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ ประกอบด้วยอําเภอครบุรี และอําเภอเสิงสาง ขออภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาล ซึ่งปีนี้ รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งหลายท่านก็เป็นห่วงเป็นใยครับว่า จะมีงบประมาณมาใช้จ่าย ในปี ๒๕๕๖ หรือไม่ ผมเองก็มีความคิดคล้าย ๆ ครับ เนื่องจาก ภาวะอุปสรรคที่ผ่านมานั้นเกรงว่ารัฐบาลนั้นจะจัดเก็บเงินไม่ได้ตามเป้า แต่ก็ได้สอบถามจาก ผู้ที่มีประสบการณ์ในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็น กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร แล้วก็ส่วนรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่มีผลกําไรจัดส่ง รัฐบาล สํานักงบประมาณก็บอกว่าไม่น่าจะเป็นห่วง ดังนั้นแล้วก็ขอให้สบายใจได้ว่าเรื่องการหา รายได้ไม่น่าจะเป็นห่วง ผมเองเลยได้ไปศึกษาแผนงานการแก้ปัญหาของรัฐบาล โดยเฉพาะ ผมจะต่อจากท่านพลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ที่ท่านก็เป็นห่วงสถานการณ์ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมไปดูแผนงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลนี้ตั้งงบประมาณ ไว้ประมาณ ๒๐,๗๓๐ กว่าล้านบาท ที่ผ่าน ๆ มาครับ รัฐบาลหลายรัฐบาลในอดีตก็พยายาม เนื่องจากว่าปัญหาทางภาคใต้นั้นมีอุปสรรคมากมาย ตั้งงบประมาณไปเท่าไรปัญหา ก็ไม่คลี่คลายลง ซึ่งกระผมเองเชื่อว่างบประมาณที่ตั้งไปนั้นพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ชายแดนภาคใต้อาจจะสงสัยว่าผ่านส่วนราชการใดไปบ้าง ได้แต่พูดกันครับว่างบประมาณ จํานวนมากลงไปทางภาคใต้แต่ไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนบ้าง ผมเองอยากจะเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าปีนี้รัฐบาล โดยสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น ได้จัดเตรียมงบประมาณผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ของสํานักนายกรัฐมนตรี ๖,๘๙๐ กว่าล้านบาท กระทรวงมหาดไทยครับ ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง ๕,๐๐๐ กว่า ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการผ่านสํานักงานปลัดกระทรวง ผ่านหน่วยราชการต่าง ๆ แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมแล้ว ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนกระทรวงกลาโหมนั้นอาจจะดูตัวเลขลดลงประมาณ ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงเกษตร และสหกรณ์อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ยังมีส่วนราชการในทุกกระทรวงที่ได้งบประมาณ จากรัฐบาลไปเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในส่วนราชการ ที่ไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีสํานักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการจัดสรรงบประมาณไปอีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ด้วยระยะเวลาที่จํากัดครับ นี่คือตัวอย่างของงบประมาณที่ผมเอง อยากจะชี้แจงไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านท่านประธานครับว่า เพราะอะไรครับ เพราะเท่าที่ผ่านมารู้แต่ว่าจํานวนมหาศาลแต่ไม่รู้ว่าไปอยู่หน่วยงานใด วันนี้ก็เป็นตัวอย่างเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้าใจรัฐบาลดี แต่ก็มีพี่น้องประชาชน คนส่วนหนึ่งที่เป็นคนจํานวนน้อยที่ได้รับการปลุกระดม ปลุกปั่นให้หลงผิดเพื่อที่จะเกลียดชัง รัฐบาล แล้วก็นํามาเป็นเงื่อนไขว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้ดูแลพี่น้องชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ปล่อย ให้พี่น้องชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นบุคคลชั้นสองของประเทศนี้ วันนี้ตัวเลขที่ผมบอกไปนั้น เป็นความตั้งอกตั้งใจของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาในภาคใต้นั้นผมเชื่อว่าพี่น้องชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่รักสงบแต่มีคนจํานวนน้อยที่ไม่หวังดีต่อรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน พยายาม จะใช้การบริหารราชการของรัฐบาลนั้นไปเป็นเงื่อนไขให้มีความเกลียดชังรัฐบาล วันนี้ผมจึง นําตัวเลขมาชี้แจงกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านท่านประธาน เพื่อที่จะให้ผู้ที่หลงผิดเปลี่ยนแนวคิดมาเป็นมิตรกับรัฐบาลเพื่อที่จะให้ภาคใต้นั้นเกิดความสงบ เพราะพื้นที่ภาคใต้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นคนไทยไม่มีใครคิดว่าท่านเป็นคนชาติอื่น และประเทศไทยนี้ก็ไม่สามารถที่จะแบ่งแยกได้ ดังนั้นแล้วพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นคนไทยเหมือนกับคนไทยในภาคอื่น ๆ ซึ่งอยู่ใต้ร่มโพธิสมภารขององค์พระประมุของค์เดียวกันคือองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านเจือ ราชสีห์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลนํางบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาเพื่อขอความเห็นชอบ จากสภานะครับ ผมเองจะขออภิปรายในประเด็นเรื่องที่ ๑.๗ การลดภาระค่าครองชีพส่งเสริม และรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน ในประเด็นนี้ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ ๑,๔๕๙.๗ ล้านบาท ผมถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การลดภาระค่าครองชีพเป็นการเพิ่ม ค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็การส่งเสริมรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดมาแล้วว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนน้ํามันของรัฐบาลชุดนี้ วันแรกที่เข้ามารับตําแหน่งมีเงินอยู่ใน กองทุนน้ํามัน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ามาบริหารไม่กี่วันนะครับ ยกเลิกหายวับไปกับตา ราคาเบนซินลดลงไปไม่กี่วันพี่น้องประชาชนได้ใช้น้ํามันถูกอยู่ไม่กี่วันวินัยทางการใช้น้ํามัน ซึ่งรัฐบาลก่อน ๆ ได้เตรียมกันมาอย่างดี พลังงานทดแทนก็ตามไม่ได้ผลแล้วก็ราคา ค่าครองชีพก็เพิ่มสูงมากขึ้น กองทุนน้ํามันก็ติดลบจํานวนมหาศาล ที่ผมต้องเรียนเรื่องนี้ เพราะว่าน้ํามันหรือพลังงานเป็นต้นทุนสําคัญที่จะต้องทําให้เกิดต้นทุนทางด้านอื่น ๆ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม พวกเรา คณะกรรมาธิการการคมนาคมเราก็มีความคิด เรามีความเป็นห่วงมาก ๆ ในขณะนั้นว่าถ้าพลังงานแห่งชาติซึ่งจะต้องขึ้น ไม่ว่าแอลพีจี เอ็นจีวี (NGV) ก็ดีนี้นะครับ มันจะเป็นปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแน่นอนนะครับ สิ่งที่พวกเรา ได้ทําในขณะนั้นก็คือว่าคณะกรรมาธิการการคมนาคมได้เชิญหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ทางด้านพลังงานได้มาชี้แจงว่าตอนที่ขึ้นราคาน้ํามันนั้น ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ดี นายกรัฐมนตรีเองก็ดีซึ่งได้รับทราบอยู่แล้ว ท่านได้มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง ผมได้ถาม ทางรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้มีหน้าที่ในการกํากับราคาค่ารถโดยสารอยู่ด้วย ท่านบอกว่าท่านไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ในการขึ้นราคาพลังงาน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ดี ท่านน่าจะมีแนวทาง เตรียมการที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อการขึ้นราคาพลังงาน คณะกรรมาธิการ การคมนาคมเราได้ประชุมกันและผมเองได้มีหนังสือไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ขอให้ทบทวนการขึ้นราคาพลังงานธรรมชาติเพราะว่าพี่น้องประชาชนถูกอุทกภัย วาตภัย ที่ผ่านมานี้ครับ ซึ่งมีความเดือดร้อนมาก ๆ อย่าไปขึ้นเลย ราคาพลังงานธรรมชาตินี้นะครับ ทางท่านนายกรัฐมนตรีน่าที่จะชะลอไว้ก่อนเพราะว่าหลังจากนั้นราคาค่าโดยสารก็ดี ราคา ค่าขนส่งก็ดีจะต้องขึ้นตามมาแน่นอน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ ท่านครับ หลังจากนั้นเราก็ได้ เชิญคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งท่านรองปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านเป็นประธานอยู่มาสอบถามว่าถ้าราคาต้นทุนพลังงานขึ้นไปนี้นะครับ ราคารถจะขึ้น หรือไม่ขึ้นนะครับ ในวันนั้นที่เราเชิญมาก่อนในช่วงในวันสงกรานต์ ทางประธานคณะกรรมการ ควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ท่านรองปลัดกระทรวง ท่านก็รับปากกับคณะกรรมาธิการ บอกว่ายังไม่ขึ้นนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะนําความเห็นของคณะกรรมาธิการไปบอกกับทาง คณะกรรมการแล้วก็ผู้ประกอบการ ปรากฏว่าหายจากคณะกรรมาธิการไปประมาณ ๒ อาทิตย์แล้วก็ได้ประกาศขึ้นราคา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องจริงครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ท่านสรศักดิ์ แสนสมบัติ เป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ท่านก็บอกว่าได้อนุมัติให้ขึ้นราคาแล้วจากรถเมล์ขนาดเล็กหรือมินิบัส (Minibus) นี้นะครับ จากเดิมที่เก็บในราคา ๖.๕๐ บาท เพิ่มมาเป็น ๘ บาทนะครับ แล้วก็รถโดยสารที่วิ่งระหว่าง ต่างจังหวัดขึ้นมา ๔ สตางค์ต่อกิโลเมตร รถสองแถวปรับขึ้นราคาโดยสารให้เป็นอัตราเดียวกันที่ ๗ บาท เดิม ๕ บาทถึง ๖ บาท ขึ้นมาเป็น ๗ บาท และหลังจากนั้นถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืน สี่ทุ่มถึงตีห้าก็ปรับขึ้นอีก ๕๐ สตางค์นะครับ นั่นคือผลกระทบที่รัฐบาลไม่มีความสามารถ ที่จะบริหารได้นะครับ เพิ่มค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ แต่ว่าวันที่ ขึ้นราคานี้ วันนั้นผมดูข่าวจากสื่อมวลชนนี้ครับ รัฐบาลไม่ได้เตรียมการอะไรเลยครับ ท่านประธานครับ แม้แต่ว่าเหรียญที่จะเตรียมกันชาวบ้านก็ยังเข้าใจว่ายังราคาเดิม นั่นคือ รัฐบาลไม่ได้ประชาสัมพันธ์ ไม่ได้เตรียมการรองรับให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าขณะนี้ พี่น้องประชาชนมีภาระเพิ่มมากขึ้น เงิน ๑.๕๐ บาท เงิน ๒ บาทอาจจะน้อยสําหรับ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่ามากด้วยกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคนจน ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไม่ใช่เป็นความรู้สึกนะครับ อันนี้เป็นการเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ กรรมาธิการเองก็พยายามที่จะร้องขอและพยายามที่จะให้ข้อสังเกตกับคณะกรรมการ ก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งได้นะครับ เป็นที่น่าเสียดายที่ทําให้ภาระของพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้น โดยไม่จําเป็น ต้องเรียนว่าโดยไม่จําเป็นจริง ๆ นะครับ นโยบายของรัฐบาลหลายนโยบาย ที่ประกาศเอาไว้แล้วก็หาเสียงเอาไว้ทําไม่ได้นะครับ ผมอยู่ในส่วนคณะกรรมาธิการ การคมนาคม ค่ารถ ๒๐ บาทตลอดสายทําไม่ได้ครับ ต้องเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า ทําไม่ได้ ขณะนี้ปีหนึ่งแล้วนะครับ ทําไม่ได้ อันนี้ต้องเรียนกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ว่า ตอนที่หาเสียงว่าจะทําเรื่องนี้ แต่ว่ามันยังทําไม่ได้ แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะบอกกับทางพวกเราว่าท่านจะนําร่องก่อน แต่ว่าขณะนี้ก็ยังทําไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มาพูดกับทางสภาว่าท่านจะให้ความสําคัญมาก ๆ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ
เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนะครับ ท่านย้ํานะครับ เมื่อวาน ผมฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญมากมากกว่า รัฐบาลชุดอื่น ๆ ซึ่งผมก็ฟังได้นะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันต้องดูที่การปฏิบัติด้วย ผมอยู่ คณะกรรมาธิการการคมนาคม ผมได้รับหนังสือสําเนาเรื่องอยู่จากทาง สตง. นะครับ ท่านทํา หนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านบอกว่าทางกระทรวงคมนาคมหลังจากที่ น้ําท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการขนส่งทางบกนี่ โครงการฟื้นฟูทางหลวงที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติของกรมทางหลวง คือทางรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินรักษาราชการแทน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินท่านมีความเป็นห่วงมากนะครับว่าโครงการที่ได้เงินงบประมาณไปมาก แล้วก็รีบที่จะทําโครงการนั้น อาจจะมีปัญหาไม่คุ้มค่าหรือไม่สมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ของงบประมาณก็ได้ อันนี้ก็อยากจะเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ไว้ด้วยว่าอันนี้แค่ตัวอย่างหนึ่งนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาลต้องให้ความจริงจัง กับความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ รัฐบาลชุดนี้ได้พูดไว้กับทางสภา แล้วก็เงินของ พี่น้องประชาชนมีความสําคัญนะครับ เพราะผมต้องขึ้นมาพูดเรื่องนี้เพราะว่าคราวนี้เราใช้ เงินงบประมาณเป็นจํานวนมากนะครับ แล้วก็โครงการหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกระทรวงคมนาคมนั้นมีจํานวนเงินมหาศาลนะครับ ซึ่งทางรัฐบาลต้องให้ความสนใจ ให้ความโปร่งใสเกิดขึ้นมานะครับ ก่อนที่จะขึ้นมาอภิปรายผมได้พบกับเพื่อนสื่อมวลชน หลายคนนะครับ หลายคนก็ให้ข้อสังเกตไปบอกว่าโครงการหลายโครงการซึ่งรัฐบาลได้กําลัง ที่จะทําอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าโครงการทวายก็ดี โครงการกับประเทศเพื่อนบ้านก็ดี ผมอยากจะ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าทําเรื่องนี้ให้โปร่งใสนะครับ เพราะว่ามีคนเฝ้ามองอยู่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการทวายที่ไปพม่ามานี่มีคนเขาตั้งข้อสังเกตว่าจะมีผลประโยชน์อย่างอื่น ทับซ้อนหรือไม่นะครับ ก็ต้องฝากท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกันดูเรื่อง เงินงบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ๆ นะครับ หลายเรื่องที่รัฐบาลคิดว่าจะทํา ก็ไม่ได้ทําละครับ เรื่องประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘ ที่จะเกิดขึ้นก็ไม่ได้เตรียมการอะไรเลย นะครับ เรื่องการปลูกปาล์มซึ่งจะต้องแข่งขันกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ก็ไม่ได้เตรียมการนะครับ เราเองก็ถือว่าต้นทุนยังสูงอยู่ แต่ว่าเรื่องเหล่านี้ก็ต้องขอฝาก ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าต้องเตรียมการให้เรียบร้อย ขอขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุน งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวนเงิน ๒.๔ ล้านล้านบาท เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่เอาหลังสู้ฟ้า เอาหน้าสู้ดิน โดยเฉพาะการรับจํานําข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ได้ยกระดับราคาเพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรได้ราคาที่ดีขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดยโสธร เป็นจังหวัดที่ทํานาข้าวได้ผลระดับ ยกระดับต้น ๆ ของประเทศ เกษตรกรพึงพอใจในราคารับจํานําของรัฐบาล ๑๕,๐๐๐- ๒๐,๐๐๐ บาทต่อเกวียนของรัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ อีกส่วนหนึ่งตอนนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรบางอย่าง โดยเฉพาะ มันสําปะหลัง ราคาเงาะ ราคาสับปะรด ราคาหอมแดง ราคายังไม่นิ่ง รัฐบาลก็กําลังช่วยเหลือ เพื่อจะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีแต่การรับจํานํา รัฐบาลก็ยังช่วยเหลือเงินน้ําท่วม ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ รัฐบาลก็ได้จ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรไปหมดแล้ว พี่น้องก็พึงพอใจต่อรัฐบาลที่พูดแล้ว ทํา แล้วยังทําตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท ๙๐ ปีขึ้นไปได้ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าใครอยากได้ ก็รอเอานะครับ รัฐบาลก็ได้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนไปเรียบร้อยแล้ว พี่น้องก็พึงพอใจกับ รัฐบาลนี้เป็นอย่างมาก แล้วยังนํานโยบายพักชําระหนี้ให้เกษตรกร ซึ่งรัฐบาลก็ได้ดําเนินการ ไปแล้วทําให้พี่น้องเกษตรกรได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ไม่ต้องหาเงินมาใช้หนี้ แล้วยังลด ดอกเบี้ยให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย ท่านประธานที่เคารพรักครับ ไม่ว่าจะเป็นการชําระหนี้ รัฐบาลก็ยังนําเงินไปทําซ่อมแซมถนนที่ชํารุดเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมา โดยสะดวกเพื่อนําเอาสินค้าเพื่อการเกษตรเข้าสู่ตลาด และยังเอางบประมาณไปขุดลอก ห้วย หนอง คลอง บึงเพื่อกักเก็บน้ําให้กับประชาชนทําการเกษตร เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับ เกษตรกรให้บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลได้ให้นโยบายกับพี่น้องประชาชนไว้ตอนหาเสียง ท่านประธานครับ รัฐบาลเพิ่งได้บริหารประเทศมา ๙ เดือนนะครับ ทําอะไรหลายอย่างให้กับ ประชาชนไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามยาเสพติดของท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง จับทุกวันไม่เว้นวันหยุดนะครับ การจับยาเสพติดในครั้งนี้ของท่านรองนายกรัฐมนตรี จับไปทั่วประเทศไทยนะครับ ผมจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ขอขอบคุณครับ
ต่อไป เป็นท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตอภิปรายในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะขอทําหน้าที่เป็นกระจกเงาสะท้อนให้กับทางรัฐบาล ได้รู้เห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่ความยุติธรรม ระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ และในเรื่องของสินค้าราคาแพง พืชผล ทางด้านการเกษตรตกต่ําอย่างไม่มีที่ไหนเป็นมาก่อน ท่าน ส.ส. ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ หัวหน้าฝ่ายหนี้สินก็ได้เปิดประเด็นไปแล้วครับ เรื่องสินค้าแพง พืชผลการเกษตรตกต่ํานะครับ ในส่วนเรื่องของความเป็นธรรมผมคิดว่า ส.ส. ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีกหลาย ๆ ท่าน ก็คงจะอภิปรายในเรื่องนี้ให้ท่านประธานสื่อไปถึงรัฐบาลได้ทราบว่ามันเป็น ความยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรมอย่างไร แม้กระทั่งที่จังหวัดอุบลราชธานี ผมขออนุญาตครับ ปีที่แล้วผมก็ได้ชี้แจงยื่นหนังสือให้ประธานนะครับ ท่านประธานบอกว่าส่งเอกสาร ให้ท่านประธาน ผมก็ส่ง ปีนี้เช่นกันครับ เอกสารประกอบการช่วยเหลือผู้กระทบสถานการณ์ อุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานี ๓ หมวด หมวดฟื้นฟู หมวดคุณภาพชีวิต รวมแล้ว ๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่าน ส.ส. ฝ่ายทางรัฐบาลก็ได้ฝากมาเช่นกันครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ส.ส. สุทธิชัย จรูญเนตร ส.ส. สุพล ฟองงาม รวมถึง ส.ส. ดอกเตอร์ศุภชัย ก็ได้ทวงถามในพื้นที่อภิปราย หารือในที่สภาแห่งนี้ครับ ผมเองจึงขอทวงถามอีกครั้งครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไม่มี ความเป็นธรรม อนุมัติบางโครงการ บางโครงการอนุมัติในเขตที่น้ําไม่ท่วมครับ ผมยังขอ ยืนยันให้ท่านอนุมัติทั้งหมดที่ทางจังหวัดส่งมา เพราะว่าท่านมีงบประมาณงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบกู้อีก ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะขอวนมาถึงเรื่องของพืชผล การเกษตรตกต่ํา มีหลายท่านได้พูดไปครับ เรื่องยางพารา เรื่องข้าว เรื่องมันสําปะหลัง และ ที่เป็นประเด็นร้อนที่สุดครับท่านประธาน เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมามีปัญหาเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะอําเภอยางชุมน้อย อําเภอราษีไศล อําเภอกันทรารมย์ และอําเภอวังหิน รวมทั้งพื้นที่ของอําเภอเขื่องใน ในเขตของ จังหวัดอุบลราชธานี เพราะว่าเป็นพื้นที่ปลูกหอมแดง เรื่องเป็นมาอย่างไรครับ หอมแดง เป็นพื้นที่เศรษฐกิจทางภาคเหนือเขาปลูกครับ ตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเพชรบูรณ์ของท่านยุพราชก็ฝากผมมาทวงถามท่านประธาน รวมทั้งจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมาราคาหอมแดง สูงมาก แต่ราคาเริ่มตกต่ําลงมาเรื่อย ๆ เนื่องจากสาเหตุอะไรไม่ทราบ ทางเกษตรกรได้ยื่น หนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สนามบินกองบิน ๒๑ จังหวัดอุบลราชธานี มายื่นที่ท่านรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ทําเนียบรัฐบาลก็รับปากว่าจะช่วยเหลือครับ ผมก็ดีใจครับ เอกสารในมือของผมนี่เป็นเอกสารของทางราชการนะครับ เป็นเอกสารของคณะกรรมการ คชก. ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ท่านก็ได้อนุมัติเงินเพิ่มเติมสําหรับพี่น้องเกษตรกร ๓๒๕ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบหอมแดงตกต่ําที่จังหวัดศรีสะเกษและที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านครับ พอหลังจากนั้นทางจังหวัดก็ได้ออกระเบียบกฎกติกา กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะ เยียวยาเข้าโครงการจํานําหอมแดง ผมขออนุญาตชี้แจงอย่างละเอียดนิดหนึ่ง และหลังจากนั้นชาวบ้านหลายพันคนก็ได้เข้าโครงการโดยได้เซ็นสัญญากับ อคส. โดยได้รับ งบจากทาง คชก. ที่ท่านอนุมัติงบมาให้ทําสัญญาทุกคน ๕,๐๐๐ กว่ารายเพื่อที่จะหวังว่า เงินงวดแรก ๓๐๐ กว่าล้านบาทเขาจะได้รับเงินอนุมัติฟื้นฟูเยียวยาในกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่หลังจากนั้นทางคณะกรรมการก็ได้มีมติอนุมัติเงินเข้ามาว่าจะช่วยเหลือ จังหวัดเริ่มรับ จํานําโครงการนี้เข้ามาเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม เกษตรกรหลายพันรายเข้ามาเรื่อย ๆ เข้ามา ตั้งแต่วันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ ท้ายที่สุดถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ท่านครับ ทางเจ้าหน้าที่ อคส. อ้างเหตุผลบอกว่าเงินหมดแล้ว หมดสิทธิ หมดโควตาและเกษตรกรที่นํามันสําปะหลังในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ และวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ อีกหลายล้านกิโลกรัมรอความหวังอยู่ ประเด็นก็คือว่า ในส่วนแรกเงินงบประมาณรอบแรกที่อนุมัติโดยคณะกรรมการช่วยเหลือ ๓๒๕ ล้านบาท ก็ยังจ่ายเกษตรกรไม่หมด รวมทั้งหอมแดงที่อยู่ในสต๊อก โรงเย็น โกดังเก็บหอมแดงก็ยัง ระบายออกไม่ได้ คําถามของผมก็คือว่า ๑. เรื่องเงินจะคืนชดเชยเขาได้อย่างไร ๒. หอมแดง ที่เน่าอยู่นั้น ท่านมีแนวทางที่จะเอาไปทําอะไรต่อไป เพราะว่าผมทราบข่าวมาว่าก็เหมือนไม่มี ชีวิตนะครับ ผีไปถึงป่าช้าไม่ฝังก็เผา หอมแดงก็เหมือนกันในเมื่อมันเน่ามาแล้วนี่ ท่านจะทํา อย่างไร มติมีเขียนบอกว่าจะเอาไปทําเป็นปุ๋ย เอาไปทําเป็นปุ๋ยครับ โครงการจํานําของท่านนี่ละ ที่ท่านบอกว่ามันดีนี่ครับ แล้วเงินชาวบ้านก็ยังได้ไม่ครบ มิหนําซ้ําทางจังหวัดศรีสะเกษ รวมกับชาวบ้านไปร้องเรียนหลายร้อยหลายพันคน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็หลายพันคนครับ รวมทั้งเมื่อวาน ๔,๐๐๐ กว่าคนครับ ที่เขาร้องเรียนชดเชยในเรื่องของหอมแดง ท่านครับ มิหนําซ้ําทางคณะกรรมการช่วยเหลือก็อนุมัติเงินมาอีกรอบสอง เพราะเห็นปัญหา รอบแรกหมดโควตาในเงินจํานํา อนุมัติเงินมาอีกรอบสอง ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท หวังที่จะ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังค้างอยู่ในเรื่องของการจํานําหอมแดง ตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้ ชาวบ้านทวงถามก็ได้รับคําตอบอย่างเดียวว่ารอการตรวจสอบจากคณะกรรมการ ก็ไม่รู้ว่า ชาวบ้านจะได้คําตอบตอนไหนนะครับ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของ รัฐบาล พี่น้องจังหวัดอุบลราชธานีส่วนน้อยครับ ที่ไปร่วมโครงการจํานําหอมแดงในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงมีประเด็นคําถามซึ่งทางรัฐบาลต้องตอบครับ โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะว่าถ้าไม่ตอบนี่ครับ ผมคงไม่สามารถอนุมัติเงินให้กับ อคส. ในปีที่แล้ว ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้เกือบ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอีก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านต้องมีคําตอบ เพราะว่าในเรื่องความเสียหายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร ตอบให้ครบนะครับ ๕ ข้อ ถ้าท่านไม่ตอบผมก็จะใช้สิทธิสงวนสิทธิมาถามท่านต่อในโอกาสต่อไป ท่านครับ ชาวบ้านรอคําตอบนะครับ ฝากผมมา
ข้อ ๑ หอมแดงที่ชาวบ้านเข้าโครงการจํานํา ที่เกษตรกรทําสัญญากับ อคส. จะได้เงินกับรัฐหรือไม่ ได้เมื่อไร หรือได้อย่างไร ผมไม่อยากให้มีม็อบ (Mob) เกิดขึ้นอีกนะครับ
ข้อ ๒ หอมแดงที่เน่าเสีย สิ่งกลิ่นเหม็นท่านจะดําเนินการอย่างไร และมี ค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพราะผมทราบว่าหอมแดงที่เน่าเสีย ท่านก็มีค่าบริหารจัดการอีกตันละ ๓๕๐ บาทในการขนย้าย ที่เน่าเสียในเขตของอําเภอเมืองแล้วก็อีกหลายพื้นที่ในจังหวัดศรีสะเกษครับ
ข้อ ๓ หอมแดงที่ยังไม่เน่า ณ ตอนนี้นะครับ หอมแดงที่ยังไม่เน่า ท่านจะมี แนวทางระบายหอมแดงอย่างไรบ้าง ไปสู่ตลาดต่างประเทศหรือไปสู่ตลาดภายในประเทศ เพราะว่าเท่าที่ทราบมา ณ วันนี้เกษตรกรจํานํากับท่านกิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ตลาดตอนนี้ หอมแดงกิโลกรัมละ ๒๐ บาทไปแล้ว ชาวบ้านเขาจะเอามาขายก็ไม่ได้เพราะเข้าโครงการ ไปแล้วครับ นี่คือประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วยังไม่มีใครแก้ไขครับ
ข้อ ๔ ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ณ ตอนนี้หอมแดงที่เข้าโครงการประมาณ ๔๘ จุดที่ท่านรับฝากไว้ตามจุดต่าง ๆ ครับ มีการสูญหายไปแล้ว ๗,๐๐๐ กว่าตัน แล้วก็มี การแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจเรียบร้อยแล้วในการสูญหายทั้งหมดนี้ ทั้งหมดนี้คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ
ข้อ ๕ ถ้าโครงการนี้มีปัญหา ท่านคิดว่าถ้าไม่มีปัญหาอย่างนี้ จะเปลี่ยนมา เป็นประกันราคาหอมแดงได้หรือไม่ เพราะว่าจํานําครับท่าน จํานําตาม อคส. ที่เสนอมานี้ ใช้งบปี ๒๕๕๖ ไปเยียวยา ไปย้อนหลัง ชดเชยย้อนหลังตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ครับ ขนาดงบปี ๒๕๕๖ ก็ยังตั้งงบประมาณไปชดเชยย้อนหลังให้กับ พี่น้องเกษตรกรอีกหลาย ๆ อย่าง
และข้อสุดท้ายครับ ถ้าไม่เปลี่ยนใช้แบบจํานํานะครับ แต่ก่อนตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ทางท้องถิ่นเขาบริหารเองครับ ผ่านทาง อบต. เทศบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด มาปีที่ผ่านมานี้ที่ทางรัฐบาลอยากจะเข้ามาบริหารหอมแดง จึงมีปัญหาเกิดขึ้นต่าง ๆ มากมาย แต่หลายคําตอบครับ ชาวบ้านรอคําตอบ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีหรือว่าท่านปลัดกระทรวง ที่เกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตครับ ท่านปลัดยรรยง พวงราช ก็เป็นคนศรีสะเกษ อําเภอยางชุมน้อย พี่น้องเขาทวงสิทธิ ทวงถามว่าพี่น้องอีกหลายพันกว่าคนต้องการทราบคําตอบ ไม่วันนี้ก็เป็น วันพรุ่งนี้ก็ได้ครับ เพื่อที่จะมีคําตอบที่ชัดเจน ถ้าท่านไม่ตอบวันนี้ งบประมาณที่อนุมัติไปอีก ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลเสียกับพี่น้องประชาชนคนไทยเช่นกัน ผมไม่อยากได้ยินครับ ท้ายที่สุดว่าโครงการจํานําหอมแดงของรัฐบาลชุดนี้จะเปลี่ยนเป็น โครงการหอมเหม็นนะครับ เพราะมันจะเน่าเสียต่อไปเรื่อย ๆ และท้ายที่สุดไม่อยากได้ยิน ต่างชาติพูดว่าโครงการจํานําหอมแดงของรัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นโครงการทําปุ๋ยหมักที่แพง ที่สุดในโลกจากรัฐบาลของท่านที่กําหนดนโยบายที่ผิดพลาดครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เอกสาร ท่านจะส่งไหม เอกสารนี้ได้รวมท่านวิฑูรย์ นามบุตร ใช่ไหมครับ ที่ท่านอ่านไป ขอเชิญ เอาให้กับผมด้วยนะครับ ต่อไปเป็นท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ครับ เชิญครับ ขอโทษครับ ประสิทธิ์ วุฒินันชัย ครับ ท่านประสิทธิ์นั่งลงครับ เชิญครับ ท่านไหนครับ คือชื่อส่งมา ๒ ชื่อ
ผมครับ
อย่างนั้น ท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ นั่งก่อนครับ ให้ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย จากจังหวัดเชียงใหม่ พูดก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมโชคดีครับ ท่านประธานครับ ที่มีโอกาสได้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจํา ปี ๒๕๕๖ ตั้งไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ผมเห็นด้วยครับ ที่จะได้ไปสนับสนุนรัฐบาล สนองนโยบายรัฐบาลให้ไปได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ วันนี้ก็ดีอยู่แล้วครับ แต่ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปครับท่านประธาน ผมได้นั่งฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดมาได้ ๒ วันแล้วครับ ท่านประธานครับ สรุปได้ว่าเป็นเรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องข้าวของแพงที่บอกว่า แพงทั้งแผ่นดิน ถูกทั้งแผ่นดิน ยังไม่พอครับ เหนือไปจากนั้นบอกว่าอย่างไรครับ หลอกคนจน อุ้มคนรวย ไม่จริงครับ ท่านประธานครับ โครงการของรัฐบาลหรือนโยบายของรัฐบาลนี้โครงการ รับจํานําข้าวครับ ยกตัวอย่างที่จังหวัดเชียงใหม่ผมครับ ผมได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่นําข้าวไปจํานํา บอกเป็นเสียงเดียวกันครับว่าโครงการรับจํานําข้าวนั้นทําให้เขามีความสุข แล้วครับ ยิ่งกว่านั้นครับ เขาลืมตาอ้าปากได้ครับ ไม่เชื่อผมลองไปถามครับที่จังหวัดเชียงใหม่ ของกระผมครับ ยังไม่พอครับท่านประธาน รัฐบาลนี้ยังไม่ได้ดูแลเฉพาะพืชเศรษฐกิจครับ พืชประจําถิ่นก็ยังใส่ใจครับ ปีไหนฝนตก น้ําดี ผลผลิตเยอะ ราคาก็ต้องตกต่ํา ปีไหนฝนแล้ง ผลผลิตน้อย ราคาก็แพง ปีนี้น้ําฝนดี อากาศเย็นดี ยกตัวอย่างครับ พืชประจําถิ่นของผม ที่จังหวัดเชียงใหม่ กระเทียมครับ พอฤดูกระเทียมออก อากาศดี หนาวเย็น ผลผลิตเยอะ ล้นตลาด ประชาชนเดือดร้อน ขอรัฐบาล รัฐบาลรีบช่วยเหลือครับ ช่วยเหลืออย่างไร ท่านประธาน อนุมัติครับ ซื้อนําตลาดในราคากิโลกรัมละ ๓๕ บาท ถามว่าเกษตรกรพอใจไหม เขาดีใจครับ เขาลืมตาอ้าปากได้ แล้วผู้บริโภคเดือดร้อนไหมท่านประธาน ไม่เดือดร้อนครับ มาถึงตลาด มาถึงมือผู้บริโภค แม่บ้านบอกว่าไม่เกิน ๕๐ บาท ไม่เดือดร้อนครับท่านประธาน ขออีกนิดครับเวลาน้อย ผมขอไปที่เรื่องของถนนหนทางครับ หนีไม่พ้นกระทรวงคมนาคม ถนนทางหลวงชนบทหรือถนนทางหลวงแผ่นดิน ถนนทางหลวงแผ่นดินนี้ โครงข่าย ทั่วประเทศนี้นะครับ ขอให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรทั้งประเทศครับ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นี้ล่ะครับ ผมยกตัวอย่างครับ ที่จังหวัดเชียงใหม่ผม มีถนนเส้นหนึ่งครับ เป็นถนนทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ สร้างมาสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๕๐ กว่ากิโลเมตร ที่เหลือแบ่งเป็น ๒ ช่วง ช่วงป่า ช่วงภูเขา และช่วงที่ราบเรียบ ที่ราบเรียบนี้ต้องทําในสมัยรัฐบาลนี้ให้ได้ครับ เพราะสร้างมา สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แล้ว ส่วนที่เป็นป่า เป็นภูเขาจะอนุรักษ์ไว้เหมือนเขาใหญ่ผมไม่ว่า อนาคตต้องทําอย่างไรครับท่านประธาน ต้องเจาะเป็นอุโมงค์ครับ ประเทศไทยจะได้มีถนน ที่เป็นอุโมงค์ ไม่ต้องนั่งเครื่อง ไปโรงรถเข้าอุโมงค์ไปที่จังหวัดเชียงใหม่เพราะเป็นเมือง ท่องเที่ยวและเป็นเมืองเกษตรครับ ผลผลิตทางการเกษตรที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะ เขตเลือกตั้งของผม ๓ อําเภอ อําเภอฝาง อําเภอแม่อาย อําเภอไชยปราการ ปริมาณนี้ มหาศาล เมื่อมหาศาลนี้ต้องใช้ถนนเส้นไหนครับ มีเส้นเดียวครับ ไปเส้นไหนไม่ได้แล้ว คือถนนไหนครับ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ มีระยะทางเท่าไรครับท่านประธาน ๑๕๐ กว่ากิโลเมตร และสร้างสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๕๐ กว่ากิโลเมตร ที่เหลือนี้ครับ ผมบอกว่าแบ่งเป็น ๒ ช่วง ช่วงป่า ช่วงภูเขา และที่ราบเรียบต้องทําให้สําเร็จขยายเป็น ๔ ช่องจราจร สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี่ล่ะครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ท่านชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตที่ ๔ อําเภอบ้านโป่ง พรรคภูมิใจไทย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลตั้งไว้ก็เป็นเงินถึง ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นงบประมาณ ที่รัฐบาลจะใช้ในกิจการของประเทศเพื่อการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งต่อไป ในงานชิ้นนี้ รัฐบาลได้กระจายความสําคัญไปยังยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สําคัญในการดําเนิน นโยบายถึง ๙ ข้อ ดิฉันเองได้ขอที่จะอภิปรายในยุทธศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงในข้อที่ ๑ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การสร้างรากฐาน การพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ซึ่งรัฐบาลจัดสรร งบประมาณไว้ประมาณ ๔๙๑,๔๘๒ ล้านบาท แล้วงานทางด้านยุทธศาสตร์ด้านนี้เป็นงาน ที่เกี่ยวข้องใน ข้อ ๑.๒ นั่นก็คือเรื่องราวที่เกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามและบําบัดรักษา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องของยาเสพติด ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณตั้งเอาไว้ เป็นเงินถึง ๑๑,๕๘๒.๘ ล้านบาท เวลาที่สั้นก็จะขอพูดตรงนี้ เนื่องจากว่าเป็นการสร้าง รากฐาน ยุทธศาสตร์อื่น ๆ จะทําไม่ได้เลยถ้ารากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ตรงนี้ดิฉันขอยก ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่าหัวใจของเรื่องราวตรงนี้ที่จะต้องสร้างรากฐาน ก็คือ ประชากร หรือประชาชนคนไทยนะคะ เพราะว่าปัจจุบันรัฐบาลเองต้องบอกว่าเรื่องของ การปราบปรามยาเสพติดนั้นถือเป็นนโยบายที่สําคัญของรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็หัวใจของมันถ้า รัฐบาลไม่สามารถแก้ได้ชนิดที่ให้หมดสิ้นไปก็จะเป็นการนําพามาถึงความอ่อนแอของ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แล้วเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาในยุทธศาสตร์ทั้งหลายที่รัฐบาลตั้ง เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา สังคม หรือว่า การต่างประเทศ หรือใด ๆ ตามก็จะเป็นเรื่องราวที่ทําให้เกิดได้ยากมาก เพราะประชาชน ในชาติไทยนี้อ่อนแอ อันเป็นผลเนื่องมาจากปัญหาของยาเสพติด ดิฉันไม่เถียงนะคะว่า การทํางานของรัฐบาลในปัจจุบันนี้มีการสร้างผลงานที่เรียกว่าจับกุมยาเสพติดในการแถลง ข่าวได้ในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ แล้วก็ทุก ๆ เดือน ทุก ๆ สัปดาห์จะต้องมีการแถลงข่าว จับกุมยาเสพติดในการปราบปราม เมื่อวานนี้ก็ได้ยินท่านรองนายกรัฐมนตรี คือท่านเฉลิม อยู่บํารุง ขออภัยที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้แถลงว่าในรอบ ๙ เดือนที่ผ่านมา ท่านได้มี การเรียกว่าปราบปรามหรือจับกุมงานทางด้านยาเสพติดไม่ว่าจะเป็นยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) กัญชา เฮโรอีนถือว่าเป็นผลงานที่มากพอสมควร ดิฉัน ต้องกราบเรียนว่าดิฉันเองในนามตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนจังหวัดราชบุรีในเขต อําเภอบ้านโป่งเอาใจช่วยและสนับสนุนงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด เงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น บอกเลยค่ะว่าสนับสนุนแล้วโหวตให้ แล้วถ้าต้องการที่จะแปรญัตติเพิ่มงบประมาณก็จะแปรญัตติให้ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็คงจะต้องขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ถ้าเกิดว่าอยู่แถว ๆ นี้ในห้อง ในรัฐสภาแห่งนี้ ก็ฝากกันว่างานแถลงข่าวที่เราได้ยินกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นงานจับยาเสพติด สําคัญ ๆ หรือว่าในสายงานของราชทัณฑ์ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหวั่นไหวมาก เพราะว่าในคุกก็ดี ที่เราเรียกว่าราชทัณฑ์ตรงนั้น เป็นจุดกําเนิดที่จะพูดได้ว่าถ้าบอกว่าจะเป็นศูนย์รวม หรือศูนย์กลางเป็นระบบออฟฟิศ หรืออย่างไร ที่จําเป็นต้องมีการสั่งการผ่านจากราชทัณฑ์ ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่าข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นคุกของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือแม้กระทั่ง ที่บ้านดิฉันเองคุกเขาดิน ต้องบอกกันว่าเป็นเรื่องราวที่ต้องขอแรงของรัฐบาลอย่างแรง เพราะว่าในเรื่องราชทัณฑ์นี้ไม่ใช่มีแค่ ๒ ที่นี้เท่านั้น กระจายกันไปทั่วในทุกจังหวัดจะบอกก็ได้ เพราะว่ารัฐบาลอาจจะยังไปไม่ทั่วถึง แล้วก็ภาพที่ออกมาในเชิงข่าวนั้นเป็นภาพที่เป็นการแถลงข่าวและเห็นกันได้ชัด เราเห็นกันได้ ในลักษณะที่เรียกว่าใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในร่างกายก็ดี หรือที่เห็นกันว่าฝังไว้ในดิน ในบริเวณคุกก็ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหวั่นไหวมาก ถ้าได้ยินเสียงนี้แล้วก็ขอให้รับทราบไว้ด้วยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดราชบุรีที่ได้รู้จักกับท่าน และพบท่านเมื่อยามที่ได้เจอกัน ในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดราชบุรี ๑๕ ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นศาลเด็กในสถานพินิจครั้งนั้น ดิฉันได้มีโอกาสรู้จักกับท่านรองนายกรัฐมนตรีและท่านก็ได้มาเป็นกําลังใจให้กับผู้พิพากษาสมทบ ทุกท่าน และวันนั้นยังจําได้ว่า ๑๕ ปีที่ผ่านมา คดีเด็กและเยาวชนประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่มาจากยาเสพติดล้วน ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ค้ารายย่อย รายใหญ่ เรื่องอื่น ๆ ทางอาชญากรรมนั้นน้อยกว่าเรื่องยาเสพติด วันนั้นที่ผ่านมาก็บอกว่าคุกนั้นของเด็ก ขออนุญาต เรียกเป็นสถานพินิจแทบจะล้นหมดแล้ว เวลานอนก็ต้องเบียด ๆ กัน นั่นคือสถานพินิจ ของเด็กและเยาวชนที่อายุต่ํากว่า ๑๘ ปีนะคะ และ เรคคอร์ด (Record) ตรงนั้น ถ้าออกจาก สถานพินิจแล้วก็จะต้องถูกลบและจางหายไป และในขณะว่าถ้าเป็นราชทัณฑ์หรือคุกของ ผู้ใหญ่ละคะ ล้นคุกแน่นอน วันนี้ต้องฝากไว้ว่ารัฐบาลจะต้องหาทางช่วยกันบริหารดําเนินงาน แล้วก็ป้องปรามอย่างเต็มที่ และท่านเองได้มีโอกาสไปเรียกประชุมที่จังหวัดราชบุรีบ้านเกิด ดิฉัน มอบนโยบายให้กับแกนนํากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ผู้ที่มีความสําคัญในจังหวัดเป็นพันคน เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ดิฉันกราบขอบพระคุณในนโยบายที่ท่านได้ทําอย่างเข้มแข็ง และหลังจากนั้นมาอําเภอบ้านโป่ง ซึ่งเป็นบ้านเกิดดิฉันอีกครั้งหนึ่ง ตั้งค่ายบําบัดค่ะ แล้วก็ ได้ส่งคนที่ติดยาเสพติดหรือมีแนวโน้มว่าข้องเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าไปบําบัดในศูนย์บําบัด ซึ่งเป็นสถานที่ของราชการในบางที่ที่เรายืมกัน เป็นรุ่น ๆ ตั้งแต่เดือนกว่า ๒ เดือนที่ผ่านมา บัดนี้ ๑๓ รุ่นแล้วก็มีผู้ที่รับการบําบัดนั้นประมาณเป็นพันคน และดิฉันเองก็ได้ติดตามและ สอบถามก็ปรากฏว่าผลที่ออกมาความช่วยเหลือการบําบัดตรงนี้ก็เป็นจิตวิทยาที่ทําให้ ความรู้สึกของคนที่เข้าไปบําบัดนั้นดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขออย่าได้หยุดเนื่องจากว่าอันนี้ ก็คือปลายเหตุเท่านั้น ดิฉันเองวันนี้จะนําความและกราบเรียนว่าในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีชาวบ้านหรือประชาชนประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ คน วันนี้ต้องบอกรัฐบาลว่าขอยาแรงค่ะ เพราะว่ายาที่ท่านใช้อาจจะเป็นการแถลงข่าว แต่วันนี้ดิฉันขอแรงกว่านั้น เนื่องจากว่ามีเงิน งบประมาณที่ตั้งมาหมื่นกว่าล้านบาท มีกระทรวงยุติธรรม มีราชทัณฑ์ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ งานนี้ทุกประการและมีสาธารณสุขที่จะต้องเกี่ยวข้องกับงานบําบัด เพราะฉะนั้นกราบเรียน บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเอกราชมาช้านาน มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ไม่อายใคร อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดิฉันก็คงทนไม่ได้ถ้าจะบอกว่าประเทศไทยตรงนี้ ดิฉันเองต้องบอกกับท่านว่าไม่ต้องการให้เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ไม่ต้องการให้ประเทศไทย เป็นแหล่งผ่านขนส่งยาเสพติด ไม่ต้องการให้เป็นแหล่งค้าและไม่ต้องการให้เป็นแหล่งเสพ ตลอดจนไม่ต้องการให้เป็นแหล่งชุบตัวของคนที่ได้ประโยชน์จากยาเสพติดแล้วเอามาชุบตัว เป็นผู้มีอํานาจในแผ่นดินนี้ รัฐบาลรับทราบไหมคะว่านโยบายอันนี้กุมหัวใจของพ่อและแม่ ของเยาวชนคนติดยาเสพติดไว้ และทําให้ความอ่อนแอมีเกิดขึ้นในครอบครัวตลอดมา เพราะว่าเวลาลูกรักต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจ หรือถูกส่งเข้าคุกก็ตามที่ภาษาแบบนั้นพ่อแม่ หัวใจสลาย เพราะการดําเนินงานในชีวิตที่จะต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่จะต้องมานั่งเถียงกันว่าของถูกหรือของแพง แต่พ่อและแม่อันเป็นกําลังสําคัญ และเยาวชน อันเป็นอนาคตของชาติมันคงจะรับไม่ได้ และประเทศไทยจะเดินได้อย่างไรคะ วันนี้ดิฉัน ขอกราบเรียนและฝากไปบอกรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าในสายงานตํารวจ ยุติธรรมหรือ ผู้มีอํานาจในจังหวัดก็ดี นโยบายปราบยาเสพติดของท่านเป็นนโยบายที่ทางประชาชนทุกคนดีใจ ถ้าจะพูดได้ว่าแฮปปี้ (Happy) แต่ขอฝากไปให้ต่อยอดและใช้ยาแรงขึ้นอีกนิดหนึ่งว่าขอให้ ปราบยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินนี้ ถ้าได้ยินก็ขอความกรุณารับข้อสังเกตตรงนี้ไปด้วย ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ เดี๋ยวนะครับ ผมจะอ่านชื่อท่านจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ หลังจากท่านวัชรพล และจะเป็นท่านพันเอก วินัย สมพงษ์ จากท่านวินัย สมพงษ์ และจะเป็นท่านบุญฐิน ประทุมลี และกลับมาที่ท่านชนินทร์ รุ่งแสง แล้วก็มาท่านปาริชาติ ชาลีเครือ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา จากที่ทางรัฐบาลได้นําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๖ เสนอต่อสภาเพื่อให้สภาได้พิจารณารับร่าง เราจะเห็นได้ว่างบประมาณ ในปี ๒๕๕๖ นั้น เป็นงบประมาณที่ดําเนินการแบบขาดดุล และสิ่งที่สําคัญที่สุดจากเมื่อวานนี้ ตามคําแถลงประกอบงบประมาณของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีทั้งหมด ๓๘ หน้า ในระยะเวลา ๖ นาทีที่กระผมได้รับจากสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมขออนุญาตได้ กราบเรียนท่านประธานเป็น ๓ ประเด็นหลัก ประเด็นแรก เราต้องเข้าใจว่าในเรื่องงบประมาณ ของแผ่นดิน แน่นอนครับ มีประเด็นหลักสําคัญอยู่ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑. เงินงบประมาณนั้น มาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชน รัฐบาลหรือผู้ที่ดูแลงบประมาณนั้นจะต้องดําเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อตอบสนอง ในสิ่งที่พี่น้องประชาชนนั้นต้องการ
ประเด็นที่ ๒ งบประมาณนั้น ถ้าเราคิดถึงเรื่องการลงทุนนั้นไม่มีผลกําไร แต่งบประมาณนั้นสิ่งที่จะได้ก็คือสิ่งที่ทําแล้วประสบความสําเร็จและแก้ไขปัญหาสิ่งต่าง ๆ นั้น ได้ดําเนินการอย่างถูกต้อง
ประเด็นที่ ๓ ก็คือในเรื่องของความไม่ซ้ําซ้อน ถ้างบประมาณแผ่นดินของเรา ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ซึ่งงบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท ได้มีการดําเนินการใช้จ่าย ให้เกิดประโยชน์ และหน่วยงานทุกหน่วยงานมีการบูรณาการกัน ผมมั่นใจครับว่าประเทศไทย เรานั้นคงจะไม่มีปัญหาในเรื่องของอุทกภัยน้ําท่วม เราคงไม่มีปัญหาในเรื่องถนนหนทาง สาธารณูปโภคหรือระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ
ประเด็นสุดท้าย ก็คือความคุ้มค่า ถ้างบประมาณที่เราได้มีการพิจารณา ทุกกระทรวงได้ดําเนินการอย่างถูกต้อง แน่นอนครับ สิ่งนั้นก็จะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน หลักสําคัญในคําแถลงนโยบายประกอบงบประมาณของ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ท่านพูดไว้หลักประเด็นสําคัญอยู่ ๔ ประการ ผมคงไม่อ่าน แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ ถือว่าเป็นประเด็นที่มีความสําคัญอย่างยิ่งใน ๔ ข้อ ย่อ ๆ ก็คือในเรื่อง
ประเด็นที่ ๑ การดําเนินงานของหน่วยงานที่สอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาล อย่างที่ผมกราบเรียนไปเบื้องต้น
ประเด็นที่ ๒ ก็คือให้ความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายเงิน งบประมาณของหน่วยงาน นี่คือสิ่งสําคัญหลัก
ประเด็นที่ ๓ ก็คือการเสริมสร้างศักยภาพการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อโอนถ่ายภารกิจสาธารณะให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับครับว่า การกระจายอํานาจตาม พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนกระจายอํานาจนั้น ถือว่าเป็นสิ่งสําคัญหนึ่ง ที่ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ดูแลความต้องการ
ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องการดําเนินงานนโยบายงบประมาณขาดดุลภายใต้ กรอบความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่าในปีต่อ ๆ ไปนั้นงบประมาณ เราจะสู่ความสมดุล นอกจากนั้นแล้วในคําแถลงยังมียุทธศาสตร์ทั้งหมดอีก ๘ ยุทธศาสตร์ แต่ผมขออนุญาตที่จะได้นําเรียนท่านประธานในยุทธศาสตร์สําคัญอยู่ ๓ ยุทธศาสตร์ สิ่งที่ผมคิดในวันนี้ก็คือ มองถึงประเทศชาติเพื่อมองไปถึงการจัดทํางบประมาณ ประเทศไทย เรามีรายได้จากการส่งออกเป็นประเด็นสําคัญหลัก
ประเด็นที่ ๑ ก็คือรายได้จากพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นในเรื่องยุทธศาสตร์ ที่ผมอยากจะพูดถึงที่ทางรัฐบาลได้มีการจัดทํางบประมาณ ยกตัวอย่างเช่น ในยุทธศาสตร์แรก คือการสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ผมขออนุญาตกราบเรียนในประเด็น ๑.๔ การบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ ถ้างบประมาณจํานวน ๔๓,๔๐๒ ล้านบาท ที่จะมี การดําเนินการโครงการขนาดใหญ่ ๑๐ โครงการ เป็นไปตามที่พูดไว้ นั่นก็หมายความว่า ในอนาคตประเทศชาติเรานั้น พี่น้องเกษตรกรจะมีน้ําทํานาตลอดปี และประเด็นสําคัญหลัก ก็คืออุกทกภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะไม่เกิดน้ําท่วม เราก็จะไม่สูญเสียงบประมาณ ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็หมายความว่านอกเหนือจากงบประมาณที่ทางรัฐบาลจะดําเนินการแล้วถือว่า เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและน่ายินดีอย่างยิ่ง แต่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องการบริหารจัดการ ทําอย่างไรที่จะให้งบประมาณนั้นไม่ซ้ําซ้อน ทําอย่างไรที่จะให้ทางจังหวัด ทางท้องถิ่น และหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการบูรณาการเพื่อที่จะให้งบประมาณนั้นเหมือนกับเป็นจิ๊กซอว์ ในการต่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านในเรื่องยุทธศาสตร์ ๑.๑๐ คือ เรื่องการเสริมสร้างเสถียรภาพเรื่องราคาสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นเงินงบประมาณถึง ๔๐,๑๕๒ ล้านบาท ผมดีใจอย่างยิ่งครับ สําหรับโครงการในเรื่องของการจํานําผลผลิตทางการเกษตร แต่อยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่านโยบายนั้นดีอยู่แล้ว แต่ทําอย่างไรที่จะให้ นโยบายนั้นเกิดผลอย่างเต็มที่ ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนเกษตรกรนั้นเดือดร้อนอย่างยิ่ง
ท้ายที่สุดครับ ด้วยเวลาอันจํากัด ผมขออนุญาตไปที่ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ในเรื่อง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องรถไฟความเร็วสูง ผมอยากฝากท่านประธานครับ ไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าตรงนี้ถ้าเราสามารถดําเนินการในการเชื่อมโยงเครือข่ายการคมนาคมได้ นั่นก็หมายความว่า ๑. เราสามารถประหยัดพลังงาน ๒. พี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา ก็จะเกิดประโยชน์ ไม่ต้องมาวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องการจราจร และสําคัญที่สุดครับ ก็ทําให้ ประเทศชาติของเราได้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุดนี้ ผมต้องขอขอบคุณไปทางรัฐบาลครับ ที่ได้มีการเสนองบประมาณ สู่สภาผู้แทนราษฎร โดยภาพรวมกระผมในฐานะตัวแทนของพรรคชาติพัฒนายินดีอย่างยิ่ง ที่จะเห็นรัฐบาลได้นําพาประเทศชาติไปสู่การพัฒนาต่อไป ขอขอบคุณครับ
เชิญ ท่านพันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ ท่านสุพัชรี มีอะไรปรึกษาหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานนะคะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ พอดีดิฉัน อยากจะทราบว่าคิวที่จะอภิปรายของดิฉันเป็นคิวที่เท่าไร เพราะว่าท่านประธานยังไม่ได้อ่าน รายชื่อของดิฉันนะคะ
ของท่าน จะเป็นลําดับที่ ๖ ต่อจากท่านปาริชาต ชาลีเครือ อ่าน ๕ ท่านไปก่อนนะครับ ท่านจะได้ เตรียมตัวนะครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญ ท่านพันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ด้วยเวลาที่จํากัด กระผมก็ขออนุญาตทําหน้าที่เป็นจิ้งจกตัวน้อย ๆ ที่ทักท้วงรัฐบาลเรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ สัก ๒ เรื่องให้สอดคล้องกับเวลา ท่านประธานครับ ตัวเลข ต่อไปนี้ล้านเปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและเป็นตัวเลขที่กระผมนํามาจากเอกสารของ รัฐบาลเป็นผู้แจก สภาเป็นผู้ให้ และ ส.ส. ทุกท่านมีครับ ตัวเลขที่กระผมจะกล่าวต่อไป ผมไม่แน่ว่าทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลมีเวลาพอจะเอาใจใส่ใคร่ครวญอย่างพวกผมหรือไม่ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ จากการสํารวจของสํานักงานสถิติซึ่งแจกมาเมื่อปี ๒๕๕๔ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ ปีที่แล้วเขาแจกมา ตัวเลขต่อไปนี้ครับ ยืนยันชัดเจนว่าประชากรคนไทย ๖๕ ล้านคนเรามีครอบครัวของไทยประมาณ ๒๐ ล้านครอบครัว แปลว่าครอบครัวหนึ่งก็มีพ่อแม่ลูก ๓ คนบ้าง ๔ คนบ้าง ถือว่าเป็นหนึ่งครอบครัว ในจํานวน ๖๕ ล้านคน เราจึงมีครอบครัวเฉลี่ย ๒๐ ล้านครอบครัว ท่านประธานครับ ๒๐ ล้านครอบครัว ไม่น่าเชื่อเลยครับ สํานักงานสถิติแห่งชาติไม่ได้โกหกออกมาใช้เงินหลวง สํารวจครัวหลวง ๒๐ ล้านครอบครัว ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๐ ล้านครอบครัว ปรากฏว่ามีครอบครัวที่เป็นหนี้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของครอบครัว ๒๐ ล้านครอบครัวนั้นเป็นหนี้ หนี้อยู่เท่าไร ๑๓๕,๔๐๐ บาท ท่านประธานครับ นั่นคือครอบครัวทั่วไป ถ้าเจาะลงไปเฉพาะครอบครัว ของคนที่เป็นข้าราชการ ข้าราชการมีหนี้มากกว่านี้อีกแยะครับ เพราะข้าราชการมีรสนิยมสูง ต้องการมีรถ ต้องการมีบ้าน เพราะฉะนั้นคนที่เป็นข้าราชการครอบครัวข้าราชการจึงเป็นหนี้ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ครับ ครอบครัวของข้าราชการ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นหนี้ ครอบครัวหนึ่งเป็นหนี้ ไม่น่าเชื่อ ๘๗๒,๓๘๘ บาท เห็นไหมครับ คนทั่ว ๆ ไปเป็นหนี้ ๑๓๕,๐๐๐ บาท ราชการ ๘๗๐,๐๐๐ บาท เป็นตัวเลขที่น่ากลัว คนที่ดูแลเศรษฐกิจต้องตระหนักตัวเลขอย่างนี้ ท่านประธานครับ เศรษฐกิจปีนี้ งบประมาณปีนี้ขาดดุล ชาวบ้านฟังไม่เข้าใจขาดดุลไม่ค่อย เข้าใจครับ ถ้าบอกว่างบประมาณปีนี้ก็เหมือนกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา คือรัฐบาลหากินไม่พอ กินพอใช้ ไม่คุ้มปากคุ้มท้อง งบประมาณแผ่นดินใน ๑๐๐ บาท เงินทุก ๆ ๑๐๐ บาทที่เป็น งบประมาณแผ่นดินรัฐบาลหามาได้เป็นรายได้สุทธิ ๘๗.๕๐ บาท อีก ๑๒.๕๐ บาทต้องไป เที่ยวกู้เขามาจึงจะพอกิน พอใช้ พอจ่าย พูดอย่างนี้ชาวบ้านที่เลือกผมเข้ามาเขาบอกว่า อย่างนี้เข้าใจ ท่านประธานครับ แต่ละครอบครัวมีหนี้อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่าง ผมจึงทักท้วง รั้งหน่วงท้วงติงไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่ว่ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ผมก็ท้วงท่าน รัฐบาลนี้ผมก็ท้วงอีก เพราะท่านต้องไปกู้เขามา ท่านประธานครับ ปีนี้กู้มา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ผมยืนยันครับ จําตัวเลขไว้ จําคําพูดผมไว้ สิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่เราพิจารณาอยู่นี้ เราจะมีหนี้สาธารณะอย่างน้อยที่สุดอย่างต่ําสุด ๔.๕ ล้านล้านบาท ผมยืนยันจะเป็นตามนั้น เว้นแต่ว่าตัวเลขท่านไม่จริง ผมเอามาจากตัวเลขของท่าน ๔.๕ ล้านล้านบาท เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ คนไทย ๖๕ ล้านคน แปลว่าต้องเฉลี่ยหนี้กันคนละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท เด็กผู้ชาย ผู้เฒ่า คนแก่ มีอายุ มีลมหายใจ เป็นหนี้ ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท และนับวันจะมากขึ้น หนี้ ๗๐,๐๐๐ บาทนี่ เป็นหนี้สาธารณะที่ไปทับถมไปเพิ่มจากหนี้ครัวเรือนที่ผมได้กราบเรียนท่านเมื่อกี้ พี่น้องครับ ท่านประธานครับ ผมจึงได้ทักท้วงเป็นจิ้งจกท้วงตลอดว่าระวังนะครับ อย่าย่ามใจว่าตอนนี้ หนี้สาธารณะ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ถึง เมื่อก่อนประเทศกรีซครับ ประชาธิปไตย ๒,๐๐๐ ปีของ ประเทศกรีซ เมื่อก่อนคิดอย่างเราครับ หนี้สาธารณะยังไม่มากกู้มา กู้มา กู้มา กู้มา เพื่อประชานิยม วันนี้ประเทศกรีซจะล้มละลาย ประเทศกรีซมีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะจะอยู่ ในอียู (EU) ได้หรือไม่ก็ลูกผีลูกคน และมันกําลังลามไปถึงประเทศสเปน ลามไปถึง ประเทศอิตาลี ผมจึงติงเตือนไว้เพราะหนี้สาธารณะผลักไปไหนไม่ได้ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบ รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่คนที่รับผิดชอบคือลูกหลานเหลนโหลนในวันข้างหน้า กระผมจึง ขอทักท้วงว่ารัฐบาลพึงตระหนักถึงหนี้สาธารณะเอาไว้ให้จงดี อย่าย่ามใจ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะแตะถึงเรื่องยาเสพติด สักนิดหนึ่ง ผมกราบเรียนนะครับว่ากระผมนั้นคือ ส.ส. คนแรกของรัฐสภาเราที่ทําหน้าที่เป็น ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดคนแรกของรัฐสภาไทย และผมได้เอาจริงเอาจังเรื่องนี้มาโดยตลอด ท่านประธานครับ ผมเรียนตรงไปตรงมา ไม่ประจบ ผมชื่นใจครับ รัฐบาลนี้ทําเรื่องยาเสพติดได้ค่อนข้างดี วงรอบยาเสพติดถ้าทําให้ ครบวงจร ๑. ท่านต้องป้องกัน ๒. ท่านต้องปราบปราม และ ๓. ต้องบําบัดแล้วก็ฟื้นฟู การป้องกันของท่านอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ ผมให้เกณฑ์ผ่าน เพียงแต่อยากจะแนะนําว่า เอาสังคม เอาพลังสังคมมาช่วยท่านสักนิดหนึ่ง เพราะคนที่ทําธุรกิจยาเสพติดเขากลัวมาก ก็คือกลัวสังคมรังเกียจเดียดฉันท์ ต้องเอาพลังทางสังคมมาบอยคอต (Boycott) มาแซงชัน (Sanction) ช่วยท่าน ทําประชาสัมพันธ์ให้มาก ๆ ในมาตรการบําบัด
ข้อที่ ๒ ผมชื่นชม ท่านทําเรื่องปราบปรามได้ดีครับ ผมจะไม่พูดซ้ํา เพราะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชะวรลัทธิ์ได้พูด แล้วก็ตรงกับที่ผมคิดอยากจะพูด เพราะฉะนั้นต้องขอโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านพูดแทนผมแล้ว การปราบปรามของรัฐบาลนี้ ทําได้อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ว่ามาตรการที่ ๓ คือมาตรการบําบัดและฟื้นฟู ผมกราบเรียนว่าถ้าเผื่อ ตั้งใจทํากว่านี้อีกสักนิดหนึ่งท่านจะได้คะแนนมากกว่านี้ ผมอยากจะให้การบําบัด อย่าเพียงแต่เอาไปให้ทหารฝึก ๒ เดือน ๓ เดือน เอาไปเข้าถ้ํากระบอก ๔ เดือน ๕ เดือน ออกมาติดยาเสพติดเหมือนเดิมครับ คนเข้าบําบัดแล้วติดยาเสพติดเหมือนเดิมประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากให้รัฐบาลเริ่มวิธีการบําบัดทําให้เป็นสถาบันเหมือนอย่าง ต่างประเทศใช้เวลา ๔ ปี ๕ ปี เหมือนโรงเรียน ปวช. ปวส. มีการฝึกอบรม มีตารางการเรียน มีการฝึกอาชีพ ๔ ปี ๕ ปี เมื่อสําเร็จจากสถาบันที่บําบัดเขา เกลี้ยกล่อมเขา กล่อมเกลานิสัยเขา เมื่อออกมาแล้วสังคมยอมรับและเป็นการให้ชีวิตใหม่ ก็ขอย้ําเตือนว่าขอท่านได้โปรด ให้ความสําคัญเรื่องการบําบัดและฟื้นฟูให้มาก และจงทําเป็นสถาบันเป็น เพราะวันนี้ปีนี้ จะมีคนเข้าบําบัด ๔๐๐,๐๐๐ คน มีคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๓๐๐,๐๐๐ คน แปลว่าคนเป็นล้านคน เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องทําเป็นสถาบันเพื่อแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธาน
ต่อไป เป็นท่านบุญฐินครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญฐิน ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายนิติบัญญัติและตัวแทนปวงชนชาวไทย ท่านประธานที่เคารพ ในการจัดทํางบประมาณนั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่มาจากเสียงข้างมากที่จะทํารายจ่าย ประจําปีเพื่อพัฒนาประเทศ ในการจัดทํานั้นจะต้องผ่านความเห็นชอบของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรโดยรัฐสภา แม้แต่รัฐบาลที่มาจากการยึดอํานาจประชาชนก็ยัง ให้ความเห็นชอบจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทางสภานิติบัญญัติ อันนี้เป็นหน้าที่ที่จะ ทําทุกรัฐบาลนะครับ ในการจัดทํางบประมาณนั้น ผมขอฝากเรียนท่านประธานผ่านถึง พี่น้องประชาชนว่าการจัดทํางบประมาณส่วนมากทําอยู่ ๒ รูปแบบก็คือ
แบบที่ ๑ แบบสมดุล ก็คือการคิดคํานวณรายรับได้เท่าไรก็จัดทํารายจ่าย เท่านั้น อันนี้เขาเรียกว่าการทํางบประมาณแบบสมดุล
แบบที่ ๒ ก็คือแบบขาดดุล ซึ่งคิดคํานวณจากรายได้ รายจ่าย แล้วก็รายรับ ซึ่งรายจ่ายนั้นมากกว่ารายรับเขาเรียกว่า ขาดดุล ซึ่งประเภทที่ ๒ นั้นรัฐบาลปัจจุบัน ได้ดําเนินการอยู่อันเนื่องจากว่าด้วยหลักการและเหตุผลและความจําเป็นในการจัดทํา งบประมาณที่ขาดดุลก็ใช้มาก ส่วนมากเราใช้กับประเทศที่กําลังพัฒนาหรือมีภาวะเศรษฐกิจ ที่ตกต่ํา ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการในรูปแบบที่ ๒ สําหรับเรื่องของความเป็นธรรมหรือ การกระจายนั้นรัฐบาลปกติหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบก็คือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ รัฐบาลต้องผ่านงบประมาณ ผ่านกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งอยู่ทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าจะมี บางกระทรวงที่มีจํานวนเม็ดเงินเพิ่มขึ้น แต่ว่าอันนั้นคือภารกิจที่ต้องรับผิดชอบทั่วประเทศนะครับ ถึงแม้ว่าจะกระจุกอยู่จุดไหนแต่ว่าก็เพื่อประชาชน ดูที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลนะครับ สําหรับกระผมในห้วงเวลาที่น้อยนิดที่ได้รับมอบหมาย ก็คือจะอภิปรายเรื่องของนโยบาย เร่งด่วนของรัฐบาลเกี่ยวกับป้องกันและปราบปรามการทุจริต จากประสบการณ์ที่รับราชการ มา ๒๙ ปี และเป็นผู้บริหารตําแหน่งเล็ก ๆ ๑๙ ปี ในเรื่องของการทุจริตผมมองที่ ๒ จุด
จุดที่ ๑ ก็คือเรื่องของในราคากลาง สมมุติว่าของชิ้นหนึ่งราคา ๑๐๐ บาท แต่การกําหนดราคากลาง ๑๐๐ บาท แต่สามารถที่จะซื้อในท้องตลาดได้ ๖๐ บาท ส่วนต่าง ที่เป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หายไปในเรื่องของการจัดซื้อ ในเรื่องของการฮั้วประมูลด้วย เรื่องของ ข้าราชการ และการเมืองในส่วนนี้นะครับ ซึ่งก็เกิดขึ้นทุกรัฐบาลนะครับ อันนี้คงไม่มีใคร กล้าปฏิเสธได้นะครับ
ในส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการโกงเนื้องาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมากนะครับ หลังจากที่ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างแล้วนะครับ ส่วนหนึ่งก็จะเกิดการโกงเนื้องานก็คือ ไม่ได้ สเปกนะครับ ถ้าจะเป็นพวกสิ่งก่อสร้างอาคารเรียน สิ่งนี้ถ้าไม่ได้สเปกนะครับ ก็จะพัง โดยไม่ต้องเกิดแผ่นดินไหวนะครับ รอให้ลมพัดก็พังทับหัวเด็กหรือทับประชาชนที่มาติดต่องาน อันนี้เป็นสิ่งที่อันตรายมาก ฉะนั้นในเรื่องของการที่จะป้องกันมันอยู่ที่จิตสํานึกของข้าราชการ และคนที่มีประสบการณ์นะครับ หน้าที่ที่จะตรวจสอบในเรื่องของการไม่ให้เกิดการทุจริต ก็เป็นหน้าที่ของข้าราชการ ทั้งข้าราชการการเมืองโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็น ฝ่ายนิติบัญญัติและตรวจสอบ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะการประสานงาน ที่ดูแลพี่น้องประชาชนที่มีความเดือดร้อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประสานงานในรูปของ งบประมาณที่ให้กับประชาชนตามความเดือดร้อนของพี่น้องนั้น ไม่ใช่ไปโกงเนื้องานนะครับ ประสานงานและตรวจสอบด้วย ผู้แทนราษฎรไม่ใช่ผู้รับเหมา อย่าให้ผู้รับเหมาอ้างว่า งานจากผู้แทนราษฎร แล้วไปกดดันข้าราชการให้ตรวจรับในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้สเปก นั่นคือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและจะทําให้ประเทศชาตินั้นมีแต่จะพังพินาศครับ ผมอยากฝาก ข้อคิดสําหรับคนที่เกี่ยวข้องงบประมาณทุกภาคส่วนนะครับว่าธรรมชาติของจิต ชอบคิด แต่เรื่องต่ํา ๆ เปรียบเสมือนสายน้ําชอบไหลลงสู่ที่ลุ่มเสมอ ฉะนั้นทุกคนควรฝึกจิต จิตที่ฝึกดี แล้วย่อมแยกแยะสิ่งที่ถูกต้องและผิดชอบเป็นธรรมะกับต้นไม้ จากวัดป่า จังหวัดอุบลราชธานี ขอบคุณมากครับ
ท่านชนินทร์ รุ่งแสง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมจะขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจํา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งถือว่าเป็น ครั้งที่ ๒ ในรอบปีสําหรับรัฐบาลชุดนี้ที่ได้มีโอกาส เสนองบประมาณเข้าสู่สภาแห่งนี้ สิ่งที่ผมจะอภิปรายจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ๑.๗ แผนงานลดภาระค่าครองชีพและส่งเสริมรักษาเสถียรภาพราคา พลังงานแล้วก็จะคาบเกี่ยวไปถึงแผนงานที่ ๓.๓ เรื่องของการยกระดับความสามารถในการ แข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีหรืออุตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดย่อม ท่านประธานที่เคารพครับ ปฏิเสธไม่ได้นะครับ ในขณะนี้ ประชาชนทั้งประเทศกําลังเดือดร้อนในเรื่องของราคาข้าวของที่แพง ในเรื่องของค่าครองชีพ ที่สูง ขณะนี้ที่บอกว่าเป็นการแพงทั้งแผ่นดินเป็นเรื่องจริงครับ เพราะว่าตัวเลขรายรับไม่พอ กับรายจ่าย แต่ผมจะชี้ให้เห็นว่าสิ่งสําคัญที่สุดของการล้มเหลวของการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ เรื่องของคิดไปเอง ไม่ใช่เรื่องของฤดูกาล ท่านประธานที่เคารพครับ ต้นทุนสําคัญที่สุดของ การผลิตสินค้า นั่นก็คือพลังงาน ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านและหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ โอกาสที่พวกเราได้ทักท้วงกัน ก็คืออยากจะให้รัฐบาลได้หันมาให้ความสําคัญสนใจกับเรื่อง ของต้นเหตุของปัญหา แต่ว่าในหลาย ๆ เดือนที่ผ่านมานะครับ ก่อนจะเกิดเหตุถือว่าวิกฤติ ในขณะนี้นั้น รัฐบาลทํานโยบายที่สวนทางโดยสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของ พลังงานที่ได้รับผลกระทบมาก ปฏิเสธไม่ได้ครับ เกิดจากนโยบายเริ่มต้นเข้ามาทํางานของ รัฐบาล โดยการใช้นโยบายประชานิยมแบบสิ้นคิด ไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แน่นอน ที่สุดครับ เรื่องที่ผมจะพูดก็คือเรื่องของการที่ไปปรับลดราคาพลังงานทุกชนิด ทุกประเภท ตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาทํางานของรัฐบาล ทําให้กองทุนน้ํามันจากบวก ในสิ้นเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ มีบวกอยู่ถึง ๑,๓๕๖ ล้านบาท ๓ เดือนผ่านไปจนถึงสิ้นปี ติดลบครับ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท และขณะนี้กองทุนน้ํามันติดลบ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนน้ํามันถือว่าเป็นกลไกสําคัญในการ ที่จะทําให้รักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันในการที่จะให้รัฐบาลได้ใช้โอกาสในการแทรกแซง เมื่อจําเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ํามัน ราคาเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบกับสินค้า ราคาสินค้า ซึ่งรัฐบาลชุดนี้คิดแตกต่างกับรัฐบาลชุดที่แล้วครับ รัฐบาลชุดที่แล้วเข้าไปสนับสนุน เข้าไป ดูแลเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบกับสินค้าโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นดีเซล ไม่ว่าจะเป็นแอลพีจี เอ็นจีวี แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาปุ๊บลดราคาน้ํามัน ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน ๙๕ เบนซิน ๙๑ แน่นอนที่สุด คนที่ได้รับผลกระทบในเริ่มต้นก็ดีใจกัน แต่ว่าถ้าหากได้มาคิดแล้วผมคิดว่าผลกระทบ ที่เกิดขึ้นมันไม่จําเป็นจะต้องไปดูแลขนาดนั้น เมื่อเกิดผลกระทบขนาดนั้นรัฐบาลก็ไม่มี ทางแก้ไขอย่างอื่น นอกจากมาขึ้นราคาน้ํามัน ซึ่งก็กระทบกับค่าครองชีพ กระทบกับค่าขนส่ง ผมดีใจนะครับที่รัฐบาลได้มายอมรับกับคณะกรรมการชุดที่ผมเชิญไป ผมเชิญรัฐบาล เข้ามาชี้แจง รัฐบาลได้มายอมรับกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจว่าสาเหตุที่ชะลอ การขึ้นราคาเชื้อเพลิงเอ็นจีวี แอลพีจีนั้น เพราะว่ารัฐบาลเห็นว่ากระทบกับต้นทุนค่าใช้จ่าย ต้นทุนค่าสินค้า ก็ดีใจครับเพิ่งมารู้สึกตัว ทั้งที่พวกเราได้ทักท้วงกันมานาน แต่ว่ามติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่งมารู้สึก แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าที่ผ่านมารัฐบาล มีทางเลือกที่จะไม่จําเป็นต้องขึ้นราคาพลังงาน แต่ว่ารัฐบาลไม่ได้เลือก รัฐบาลไปเห็น ความสําคัญกับบริษัทน้ํามันขนาดใหญ่ ก็คือ ปตท. แทนที่จะเห็นความสําคัญถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้รถ ใช้ถนนกว่า ๑,๑๐๐,๐๐๐ คัน และผลกระทบ จากพี่น้องประชาชนที่บริโภคสินค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ถือว่ากลับมาตั้งหลักกันใหม่ วันนี้รัฐบาลไม่สามารถยืนยันได้ เมื่อวานบอกว่าจะงดเก็บ ภาษีสรรพสามิตน้ํามันดีเซลหรือไม่ อย่างไร แต่ผมอยากจะให้รัฐบาลช่วยยืนยันหน่อยครับว่า ในเมื่อยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาพลังงานนั้นกระทบกับต้นทุนสินค้าแล้ว ปีนี้หรือเมื่อไร รัฐบาลจะมีนโยบายในการปรับขึ้นราคาน้ํามัน หรือว่าเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นแอลพีจี เอ็นจีวี หรือไม่ เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เราทักท้วงกันมาโดยตลอดว่าไม่ควรจะทําอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้ เกิดต้นทุนการขายสินค้าที่สูงมากขึ้น
อีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เรื่องขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาท ผมเอง เห็นด้วยนะครับ ที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นได้มีค่าแรง ได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลควรตระหนักครับว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลกระทบอย่างไร มากน้อยขนาดไหน เพราะว่าเอสเอ็มอีทั่วประเทศนั้นมีอยู่ ๒.๙ ล้านราย ตรงนี้รัฐบาลควรจะต้องเข้าไปหา มาตรการดูแลเยียวยาให้ทันท่วงทีด้วย รัฐบาลควรจะให้ความสําคัญทั้งผู้บริโภค รัฐบาลควรจะ ให้ความสําคัญทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งถือว่าเป็นรากหญ้าสําคัญของประเทศ แต่ว่า สิ่งสําคัญที่สุดตัวชี้วัดอันหนึ่งที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลต้องไปดูนะครับว่าตัวเลขการสั่งปิดเลิก กิจการในเดือนที่ผ่านมาเทียบกับเดือนที่ผ่านมาของปีที่แล้วมีสูงมากขึ้นถึง ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เป็นตัวชี้วัดครับว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการขึ้นค่าแรง แน่นอนที่สุดว่าชัดเจนที่สุดคือรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงเมื่อวันที่ ๑ เมษายน แต่ว่ารัฐบาล เพิ่งมีมติ ครม. ที่มีมาตรการเยียวยาเอสเอ็มอีนั้นวันที่ ๒๔ เมษายน และที่สําคัญที่สุด นอกจากความล่าช้าแล้วยังไม่ทั่วถึง ยังตีโจทย์ไม่แตก รัฐบาลยังมีล็อก สเปก (Lock spec) ไว้ว่าที่ช่วยเหลือนั้น บางมาตรการ อย่างเช่นมาตรการทางภาษีเฉพาะจังหวัดที่มีการขึ้น ค่าแรง ๓๐๐ บาทเท่านั้นเอง ตรงนี้ผมถามว่าเอสเอ็มอีทั่วประเทศนั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ต่างจังหวัด เขาจะคิดอย่างไร เขาจะได้รับผลกระทบอย่างไร รัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร ไม่มีคําตอบ ตรงนี้ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง
ท่านประธานครับ มาถึงการแก้ไขปัญหาที่ผมถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหา แบบลูบหน้าปะจมูก เหมือนลิงแก้แห ไม่ว่าจะเป็นการนําเข้าน้ํามันปาล์ม ซึ่งเรื่องนี้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นท่านอาคม เอ่งฉ้วน กําลังติดตามเรื่องนี้อยู่ เพราะว่า มีความไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง เป็นการนําเข้าน้ํามันปาล์ม โดยไม่ได้ผ่านคณะกรรมการ น้ํามันปาล์มแห่งชาติ เป็นการนําเข้าน้ํามันปาล์มซึ่งส่งผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกร ในปัจจุบัน รัฐบาลคิดว่าจะสามารถบีบพ่อค้าคนกลางได้ แต่ไป ๆ มา ๆ รัฐบาลไม่คิดหรือครับว่า ขณะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวเกษตรกรปาล์มทั่วประเทศขณะนี้ ซึ่งเรื่องนี้ ท่าน ส.ส. อาคม เอ่งฉ้วน คงจะได้ติดตามอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นนโยบายต่าง ๆ ที่มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องของการแก้ไขปัญหาโดยใช้โครงการที่ใช้เงินมหาศาล ๑,๖๐๐ ล้านบาท ครม. มีมติ อนุมัติตอนที่ไป ครม. สัญจรที่จังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม เรื่องของการทําโครงการ ธงฟ้าหรือว่าร้านถูกใจ ท่านประธานครับ ตรงนี้ก็เป็นโครงการหนึ่งที่รัฐบาลกําลังล้มเหลว รัฐบาลกําลังแก้ไขผิดพลาดเพราะว่าขณะนี้ ๒ เดือนผ่านไปงบประมาณยังไม่ได้ใช้ เป้าหมาย ที่บอกว่าจะลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ๓.๖ ล้านบาทยังไม่ได้ลดสักบาท ร้านที่บอกว่า จะเปิดในกรุงเทพมหานครหลายร้อยร้านได้คุยว่ามีการมาลงทะเบียนแล้วหลายพันร้าน ปรากฏว่ามีแค่โครงการต้นแบบ ร้านต้นแบบที่เหงา ๆ ไม่มีสินค้ามากเท่าไรอยู่ที่ กระทรวงพาณิชย์เท่านั้นเอง ผมเองไปตรวจมาเองครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลล่าช้าและรัฐบาลแก้ไขปัญหายิ่งแก้หรือยิ่งยุ่ง ท่านประธานครับ ผมเอง มีความเห็นว่างบประมาณที่ใช้ใน ๒ หมวด ใน ๒ แผนงานตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม แผนงาน ๑.๗ ลดภาระ ค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนนั้น ผมคิดว่าสําคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องงบประมาณครับ จะให้ไป มากมายขนาดไหนก็ตามแต่ว่ารัฐบาลยังไม่เปลี่ยนท่าที ยังไม่เปลี่ยนนโยบาย ยังไม่เปลี่ยน วิธีการทํางานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของท่าทีที่ไปบอกว่าประชาชนเขาคิดไปเองเรื่องของของแพง วิธีการทํางานที่เวลาลงพื้นที่แล้วไปหาข้อมูลสินค้าต่าง ๆ ก็ยกโขยงกันไป ไปขอข้อมูลกับ ผู้ผลิตอย่างเดียวไม่ถามประชาชน นโยบายที่จะแก้ไขแบบปลายทางอย่างเดียว ไปควบคุม ราคาอย่างเดียวไม่คํานึงถึงต้นทุนราคาสินค้า ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยน เป็นเรื่องที่สําคัญ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะทําให้การแก้ไขปัญหานั้นเป็นไปด้วย ความเรียบร้อยได้ ประชาชนจะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาแน่นอนครับ และสิ่งสําคัญที่สุด ผมอยากจะเน้นครับ ท่านประธานครับ ภาวะผู้นําของผู้นําประเทศของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความสําคัญมาก ท่านมีคําพูด ที่ประชาชนรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่เกิดภาวะวิกฤติ ตอนช่วงน้ําท่วมท่านก็บอกว่าเอาอยู่ ๆ แล้วก็ท่วม วันนี้วิกฤติของแพงท่านบอกว่าประชาชนคิดไปเอง เป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ เป็นเรื่องของลมฟ้าอากาศ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ เรื่องของภาวะผู้นํา เรื่องของการสื่อสารของผู้นํารัฐบาลที่จะทําให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นได้ต้องพูดความเป็นจริง ต้องมีข้อมูลที่แท้จริง ต้องมีวิธีการที่ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเน้น ผมย้ําว่าถ้าหากไม่มีการปรับ ไม่มีการเปลี่ยน งบประมาณได้ไปเท่าไรก็ไม่พอใช้ งบประมาณ ใช้ไปเท่าไรก็ไม่สามารถตอบโจทย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ แล้วตามด้วยท่านสุพัชรีนะครับ แล้วก็กุสุมาลวตี เชิญท่านปาริชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเห็นด้วยกับการทําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะมีความเหมาะสมหลาย ๆ ด้าน ด้วยกัน ซึ่งจะเห็นว่าอย่างแรกคงหนีไม่พ้นในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้ว การที่รัฐบาลต้องทํางบประมาณแบบขาดดุลก็เพื่อให้สอดคล้อง กับรายรับรายจ่ายของประเทศและเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่ประเทศไทยจะไปสู่ ประชาคมอาเซียนในเร็ว ๆ นี้ ส่วนใครจะมองว่าการจัดทําครั้งนี้ งบประมาณเป็นการสนองตอบ ประชานิยมก็ตามนะคะ แต่ในส่วนตัวของดิฉันเห็นว่าเป็นการดีค่ะ เพราะว่างบประมาณ ดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของประเทศเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ท่านประธานคะ งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นี้ ตั้งไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันขอย้ําว่ามีความเหมาะสมแล้ว ส่วนที่พรรคฝ่ายค้านบางท่านตั้งข้อสังเกตว่าเป็นงบ ที่กระจุกในบางจังหวัดไม่กระจายทั่วถึงนั้น ดิฉันคิดว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะถ้าหากว่า รัฐบาลทําอย่างนั้นจริง พรรคฝ่ายค้านก็สามารถที่ตรวจสอบตรงนี้ได้และที่สําคัญ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ชี้แจงแล้วว่าการทํางบประมาณในครั้งนี้รัฐบาลทํา เพราะว่าเป็นความห่วงใยเรื่องการพัฒนาประเทศ ดังนั้นงบประมาณส่วนนี้เป็นไปเพื่อ ความขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อเป็นการเร่งรัดกระตุ้นเศรษฐกิจทุก ๆ ด้าน ให้ขยายตัว และเพื่อเป็นการวางรากฐานพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น ท่านประธานคะ ในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการบริหารน้ําที่รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ ดิฉันเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งที่ให้ความสําคัญเรื่องนี้เพราะสภาวะอากาศแปรปรวนแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา ทําให้เกิดสภาวะน้ําท่วมอย่างที่เราทราบ จะเห็นว่ารัฐบาลได้ตั้งแผนรองรับ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างสูง การใช้จ่าย การลงทุนของรัฐบาลก็ขยายต่อเนื่องด้วย ปีที่แล้วประเทศเราประสบกับภัย น้ําท่วมครั้งยิ่งใหญ่ ส่งเสริมให้มีมาตรการต้องฟื้นฟูประเทศและบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสําคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงด้านน้ําท่วม น้ําแล้ง และปริมาณน้ํา ที่จะต้องแก้ไขถึง ๑๗ ลุ่มน้ํา ตามนโยบาย ตามยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม ซึ่งในการจัดสรรงบประมาณในเรื่องนี้ไว้ประมาณ ๕๗,๖๘๒.๑ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒.๔ ของงบประมาณ เมื่อเทียบปีที่แล้วนะคะ จํานวนงบประมาณที่ได้ ๔๕,๑๔๘.๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑.๙ ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลเพิ่ม ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็น เรื่องจําเป็นและสอดคล้องในสภาวะเศรษฐกิจและสังคมแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ นอกจากนี้ดิฉันยังมองเห็นว่าการจัดงบประมาณพัฒนาเศรษฐกิจของงบประมาณในคราวนี้นั้น อีกเรื่องหนึ่งที่ลืมไม่ได้ ก็คือเรื่องพลังงานนะคะ เมื่อดูแล้วงบประมาณเรื่องพลังงานนี้อยู่ที่ กระทรวงพลังงานกระทรวงเดียวนะคะ ยอด ๑,๙๙๘.๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดของแต่ละกระทรวง ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก ดิฉันเอง อยากจะเสนอแนะผ่านรัฐบาลชุดนี้นะคะ อยากให้เห็นความสําคัญเพิ่มงบประมาณส่วนนี้ ให้มากหน่อยเพราะว่าตอนนี้เราเสียเปรียบดุลการค้าและเสียงบประมาณมหาศาลในเรื่อง การนําเข้างบประมาณพลังงานนี้นะคะ ก็อยากจะให้ท่านเน้นหนักจัดหาพลังงานทดแทน ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นะคะ ซึ่งพลังงาน แสงอาทิตย์นี้ถือเป็นว่าพลังงานที่สะอาดไม่ต้องซื้อนะคะ แล้วก็ดีกว่าพลังงานที่มาจาก ธรรมชาติที่หมดไปได้ ตรงนี้อยากจะให้รัฐบาลกํากับดูแลสนับสนุนภาคเอกชนให้มีบทบาท มากขึ้นนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากจะให้ส่งเสริมเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์ระบบพีวี (PV) หรือระบบเซลลูลาร์ (Cellular) ให้มากขึ้นนะคะ แล้วก็เป็น การสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนอีกด้วยค่ะ
ประการสุดท้ายนะคะ ดิฉันเองก็ขอโอกาสนี้ขอบคุณและชื่นชมกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ท่านได้นําพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติ มหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งตอนนี้พากันอย่างเร่งรัด นําพาประเทศเข้าสู่กระบวนการ ฟื้นฟูประเทศอย่างแท้จริงและนับจากนี้ไปดิฉันมั่นใจว่างบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท จะเป็นงบประมาณที่มีประสิทธิภาพและพาให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และขอเป็นกําลังใจกับ ฯพณฯ อีกครั้งหนึ่งนะคะ และทางรัฐบาลทุกท่าน ดิฉันมั่นใจว่า งบประมาณคราวนี้คงจะผ่าน ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งและสนับสนุนนะคะ ขอเป็นกําลังใจแล้วก็ สนับสนุนงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นี้อย่างจริงจังและจริงใจค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ๖ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในจํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาทในครั้งนี้เลย เพราะเป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้อง กับความเป็นจริง และเป็นการจัดสรรงบประมาณแบบอุดหนุนประชานิยม ไม่ตรงกับความต้องการ และไม่ตรงกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของ การแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ดิฉันขอเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการสะท้อนปัญหา ตรงนี้ให้กับรัฐบาลได้ทราบ ท่านประธานคะ วันนี้พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนในเรื่อง สินค้าราคาแพงมาก ด้วยสาเหตุจากนโยบายประชานิยมที่หลงทางของพวกท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรับจํานําข้าวตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ตอนนี้ชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบข้าว ราคาไม่ขึ้นค่ะ เงินเดือนข้าราชการปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติเลย การขึ้นค่าแรง ๓๐๐ บาททั่วประเทศวันนี้ยังทําไม่ได้ค่ะ นําร่องเพียงแค่ ๗ จังหวัดเท่านั้นเอง สิ่งเหล่านี้ทําให้สินค้าอุปโภคบริโภคที่จําเป็นในชีวิตประจําวันต่างปรับขึ้นไปดักหน้าประชานิยม ที่พวกท่านตั้งไว้เป็นปีแล้วก็ไม่ได้ทําไว้ และยังมีอีกหลายรายการที่จ่อคิวปรับสูงขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี่ท่านอาจจะคิดว่าดิฉันพูดไปเอง ท่านอาจจะคิดว่าดิฉัน คิดไปเอง เพราะฉะนั้นเรามาฟังเสียงจากพี่น้องประชาชน เสียงจากพ่อค้าแม่ค้ากันนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิป (Clip) เสียง)
“............... : แม่ค้าก็ต้องเครียดเป็นธรรมดาในเมื่อรายได้ตก แต่รายจ่ายเพิ่ม มันสู้ไม่ไหวค่ะ ควักเงินออกจากกระเป๋าของแพงจะคิดเองได้อย่างไรคะ เงินอยู่ในกระเป๋าเรา เราควักซื้อของเราไม่รู้หรือคะว่าของมันแพงหรือถูก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทําไมนายกรัฐมนตรี ถึงไม่ได้เดินแถบนี้ ไม่ได้ถามเลยค่ะ อยากพูด แต่นายกรัฐมนตรีไม่มา เพราะนายกรัฐมนตรี เข้ามาเพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่ทําให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ตอนนี้ประชาชน เดือดร้อน ก็ให้นายกรัฐมนตรีแก้ไขตรงนี้ด้วย”
“............... : แล้วอยากจะบอกว่าสถานที่ต่าง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีจะไปนี่จะมี เหมือนกับมาเคลียร์ (Clear) สถานที่ไว้ก่อน พอนายกรัฐมนตรีไปราคาก็เท่าเดิม แต่ไหน ๆ ทุกอย่างมันขึ้นหมด ขึ้นตั้งแต่ค่าแรง ๓๐๐ บาทขึ้นทุกอย่างมันก็ขึ้นหมด คนที่เดือดร้อน คือคนที่ผ่อนของทุกอย่าง ประชาชนรากหญ้าเดือดร้อน คนที่สบายคือพวกคุณ เพราะนายกรัฐมนตรีนั่งแต่ในสภาใช่ไหม เคยมาเดินไหมว่าข้าวของอะไรนี่มันแพงขนาดไหน ตามหลักความจริงตอนนี้หลังจากนายกรัฐมนตรีไปหรือว่าใครก็ตามที่ดัง ๆ มานี่ไม่รู้เหมือน ผักชีโรยหน้า ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว ข้าวของแพง”
“............... : แพงขึ้นมาก ๆ แล้วก็เศรษฐกิจมันไม่ดีด้วย”
“............... : เมื่อเช้าดูข่าวตอน ๖ โมง เปิดดูเขาบอกว่าของถูก แล้วพอสักประเดี๋ยว เปิดไปอีกช่องหนึ่ง จตุพรบอกว่าจะไปเปิดขายของในราคาถูกนะ แล้วทําไมเขาขัดกันละ รัฐบาลเดียวกันละ”
“............... : ก็สงสัยอยู่ว่าก็ทุกวันมันขึ้น ๆ ตลอดเวลา แล้วทําไมของมันจะถูก ได้อย่างไร”
เห็นไหมละคะ นี่เสียดายนะคะ เสียงเบาไป นิดหนึ่ง ถ้าเสียงดังคงจะได้ฟังกันชัดขึ้น นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงนะคะ รัฐบาลหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะหลอกพี่น้องประชาชนคนยากจนค่ะ แต่เมื่อเราฟังคําตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยทราบ เลยค่ะว่าความลําบาก ความลําเค็ญ ความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ในการที่จะต่อสู้กับ วิกฤติของแพงเช่นนี้เป็นอย่างไร เพราะท่านลืมตาดูโลกขึ้นมาก็เจอกับแก้ว แหวน เงิน ทอง รายล้อมอยู่มากมาย ทั้งยังไปโทษน้ําท่วม โทษดิน ฟ้า อากาศ แล้วยังบอกว่าประชาชนคิดไปเอง ท่านเชื่อไหมคะ ไม่เชื่อลองดูค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : อุทกภัยน้ําท่วมท่านจะเห็นว่าราคาสินค้ายังสูงต่อเนื่อง เพราะ จริง ๆ แล้วในรายละเอียดเราเห็นแล้วว่าเริ่มมีการปรับตัวลดลง แต่อาจยังไม่ได้ปรับตัวลดลง ในจุดที่ประชาชนรู้สึกพอใจ แล้วก็บวกกับขณะนี้ ช่วงนี้เดือนเมษายน ก็เป็นเดือนที่อาจจะร้อน จริง ๆ ในช่วงของรอบเดือนถือว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่มีค่าใช้จ่ายเยอะ ลูกต้องไปเรียนหนังสือ อะไรต่าง ๆ ก็เลยรู้สึก ๒ มุมนี้มาประกอบกันก็เลยมีความรู้สึกว่ามันแพง”
เห็นไหมคะ นับว่าเป็นความโชคร้ายสุด ๆ ของชาวไร่ ชาวนา กรรมกรที่ใช้แรงงาน ข้าราชการชั้นผู้น้อยผู้ทํามาค้าขายซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ของประเทศเราที่จะต้องมาเจอกับนายกรัฐมนตรีที่ไร้ประสบการณ์ ขาดประสบการณ์มาก ที่สุดในประเทศก็ว่าได้ ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยนะคะ กับการแก้ปัญหาของแพง ทั้งแผ่นดิน ด้วยการออกมาตรการ ด้วยการออกกฎหมายไปลงโทษผู้ที่ขายของแพงทั้งยังมี การให้ปรับมีทั้งจําคุก ๗ ปี แค่จําคุก ๗ ปีคนก็ตกใจแล้วละค่ะ ขายไข่ดาวแพงจาก ๕ บาท ขึ้นเป็น ๗ บาท คนก็ไม่กล้าแล้วละค่ะ เป็นการใช้กฎหมายข่มขู่พี่น้องประชาชนมาก ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ดูแลราคาสินค้าเอง แต่กลับไปโยนความผิดให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ในวันนี้โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ออกโครงการสวยหรู สวยเก๊ เก๋ ทั้งหมดก็คือถูกทั้งแผ่นดิน โครงการถูกทั้งแผ่นดินนี้ ดิฉันคิดว่าเพื่อที่จะหวังลบกระแสของแพง แค่นี้ก็บ่งบอกถึงเจตนาของเจ้าของโครงการ แล้วละค่ะว่าไม่ได้มุ่งที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ท่านประธานคะ สุดท้ายแล้วค่ะ แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะสั่งหยุดการปรับราคา พลังงาน สั่งหยุดการขึ้นราคาน้ํามัน สั่งหยุดการขึ้นค่าไฟฟ้า แต่เมื่อถึงกําหนดเวลาคงจะ สามารถยื้อต่อไปได้อีก เพราะยิ่งยื้อเท่าไรประชาชนผู้บริโภคก็จะรับกรรมมากขึ้น ความผิดพลาดในการบริหารแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้มีมากมายมหาศาลค่ะ ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย กับการจัดสรรงบประมาณจํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาทของรัฐบาลในครั้งนี้ค่ะ ขอกราบ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ๗ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลคิดอะไรและจะทําอะไร ผ่านการจัดทํางบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มีผลต่อการแก้ปัญหา และฟื้นฟูกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันอยากแสดงความเห็นและ ชื่นชมรัฐบาลในระยะเวลาอันสั้นในการอภิปรายครั้งนี้ว่าดิฉันเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนซึ่งได้รับงบประมาณถึง ๘๓,๕๑๗.๔ ล้านบาท สุภาษิตอีสานที่สะท้อนถึงความขมขื่นในการขาดโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งทุนว่า ครวญคึดมีบ่แพ้ ทุนสิค้าก็บ่มี รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ให้โอกาสกับ ประชาชน เพื่อเพิ่มศักยภาพแล้วก็ขีดความสามารถให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แห่งชาติไม่น้อยกว่า ๕๕,๗๐๐ แห่งทั่วประเทศ รวมถึงให้การสนับสนุนกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีในทุกจังหวัดให้กับผู้หญิงได้มีบทบาทในการพัฒนาครอบครัว สังคม ชุมชน และการเมือง ให้ผู้หญิงได้ก้าวมายืนเคียงคู่บุรุษอย่างมีศักดิ์ศรีแล้วก็มีศักยภาพ สมกับที่เรามี นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย เงินจํานวน ๖,๓๖๐ ล้านบาทจะกระจาย ไปทุกจังหวัดอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมค่ะท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือเงินกองทุน เอสเอ็มแอลสําหรับพี่น้องประชาชนในชนบท เป็นการพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับทุกหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านเล็ก หมู่บ้านกลาง หมู่บ้านใหญ่ เพราะฉะนั้นค่ะ ท่านประธานคะ การลดอํานาจรัฐเพิ่มอํานาจให้ประชาชนเป็นความสําเร็จของนโยบาย ที่ทําได้จริงและเป็นที่ชื่นชมของประชาชนค่ะ ถ้าหากเปรียบประเทศไทยเป็นต้นไม้ ถ้าเรารด ที่รากนะคะก็จะทําให้ต้นไม้นั้นเติบโตได้ค่ะ เพราะฉะนั้นนโยบายของพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งถึงพรรคพลังประชาชนและจนกระทั่งถึงพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจของ พี่น้องประชาชนตลอดมาค่ะ ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันอยากจะขอบคุณรัฐบาลในฐานะ ที่เป็นนักการเมืองคนหนึ่งนะคะ ก็คือยุทธศาสตร์ในการเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปการเมืองค่ะ ซึ่งปีนี้ได้รับงบประมาณ ๑๐๑ ล้านบาท ซึ่งเป็นจํานวนน้อยมากค่ะ กับความจําเป็นในการปฏิรูปการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของ ทุกคน รัฐสภานั้นจะเป็นสถาบันเพื่อประชาชน คุณค่าและความสําคัญของคําว่า การเมือง นั้น ถ้าเปรียบกับร่างกายนะคะ การเมืองก็คือหัวใจ ท่านประธานคะ ถ้าหัวใจดี สมองดี กล้ามเนื้อดี ทุกส่วนดี ถ้าหากหัวใจไม่ดีก็เสียชีวิตค่ะ หัวใจล้มเหลว เพราะฉะนั้นถ้าเศรษฐกิจเป็นฐาน การเมืองเป็นยอด ถ้าหากการเมืองดี ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นการเมือง ภาคประชาชน มีการขับเคลื่อนทางสังคม เพราะฉะนั้นการบริหารประเทศก็จะมี ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินไปด้วยนะคะ ดิฉันจึงเห็นด้วยค่ะ กับยุทธศาสตร์ นี้ค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ผู้แทนราษฎรสะท้อนถึงภูมิปัญญาประชาชนซึ่งครั้งนี้ ท่านอดีตประธานรัฐสภา ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน เคยสอนดิฉันเอาไว้ว่าให้ตระหนักถึงคุณค่า ของการที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันมาจากจังหวัดมหาสารคามซึ่งเป็น เมืองตักศิลาอีสานก็จะต้องนึกถึงเกียรติภูมิของประชาชนที่เลือกเรามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าการต่อสู้กับอํานาจรัฐ อํานาจเงินนั้น เข้ามาสู่สภาก็ทําให้เป็นตัวชี้วัดค่ะว่า พี่น้องประชาชนได้พัฒนาประชาธิปไตย แล้วก็พัฒนาทางด้านการเมืองแล้วนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากจะขอฝากถึงนักการเมืองในสภาแห่งนี้ที่ดี ๆ มากมาย เสียสละทั้งกําลังกาย กําลังสติปัญญา กําลังทรัพย์เพื่อวางพื้นฐานที่ดีให้กับประเทศชาติ เพื่อวางนโยบายที่ดีให้กับประชาชน นักการเมืองหลายคนผ่านกฎหมายนับร้อยนับพันฉบับ เพื่อความเป็นธรรมในสังคมมากมาย มีความตั้งใจทํางานนะคะ แต่ว่ามีตราบาปที่จะมองว่า นักการเมืองนั้นไม่ดี ก็ทําให้นักการเมืองที่ดีนั้นเสียกําลังใจค่ะ ท่านประธานคะ ท่านประธาน ทราบไหมคะว่ามีหลายคนทํางานการเมืองมาชั่วชีวิตแต่ว่าไม่ได้รับสวัสดิการใด ๆ เลยนะคะ ต่อสู้เพื่อคนยากคนจนเมื่อเกษียณอายุไปนักการเมืองไม่มีเงินที่จะเกษียณอายุเลย และนักการเมืองที่อาสารับใช้ประชาชนต้องยอมรับสวัสดิการต่าง ๆ ก็แย่กว่าภารโรงค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่า อบต. ภารโรงนี่ลูกเต้าเขายังเบิกค่าเล่าเรียนได้ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้นะคะ แต่นักการเมืองไม่มีเลยค่ะ เมื่อเสียชีวิตแล้วก็เหมือนหมาล่าเนื้อ เท่านั้น หลายคนที่ดี ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นท่านทองปักษ์ เพียงเกษ ที่จังหวัดขอนแก่น หรือท่านแคล้ว นรปติ นะคะ ซึ่ง ๘๐ ปีกว่านี่ เขาเป็น ส.ส. มานาน เมื่อเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้ รับการดูแลเท่าไร เหลือแต่คุณงามความดี อยู่ที่จังหวัดดิฉันค่ะ ท่านทองใบ ทองเปาด์ ก็เป็น นักต่อสู้เพื่อประชาชน เป็นนักการเมืองที่ดี แต่นักการเมืองพวกนั้นก็เหลือแต่ความดี แต่ไม่ได้ มีสวัสดิการใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันอยากจะพูดให้พี่น้องประชาชนเข้าใจถึง สภาพนักการเมืองนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ โดยสรุปแล้วดิฉันเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้จัดสรรงบประมาณอย่าทั่วถึงและเป็นธรรมค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนาที รัชกิจประการ ครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ จากจังหวัดพัทลุงค่ะ วันนี้จะขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลได้เสนอให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พิจารณานะคะ ท่านประธานคะ ตัวดิฉันเองในวันนี้ก็คงจะไม่พูดเรื่องตัวเลขนะคะว่าเป็นอย่างไร เพราะว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้เราก็ได้ยินสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงประเด็นนี้นะคะ แต่สิ่งหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันอยากจะถามนะคะ
เป็นคําถามข้อแรก ที่อยากจะให้ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตอบว่าการที่ร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา รัฐบาลใช้หลักการอะไรในการจัดทํางบประมาณ เพราะว่า เท่าที่ดิฉันสังเกตดู ที่ผ่านมาจะเห็นกรอบกว้าง ๆ ก็คือประกอบด้วยนโยบายแล้วก็โครงสร้าง ของงบประมาณ รวมถึงยุทธศาสตร์ทั้ง ๙ ที่ได้ปรากฏในร่างนะคะ และนอกจากนั้นถ้าดูจาก ตัวเลข ที่ผ่านมาก็จะดูจากงบประมาณในรอบปีที่ผ่านมา ในวันนี้ดิฉันจะขอเสนอหลักธรรม ถ้าเผื่อว่าถ้าดูจากที่ผ่านมาก็อาจจะไม่เห็นที่ชัดเจน แต่วันนี้ดิฉันในฐานะที่เป็นสมาชิกผู้หนึ่ง อยากจะขอเสนอรัฐบาลในเรื่องหลักธรรมที่นํามาใช้ในการที่จะร่างงบประมาณเพื่อที่จะให้มี ประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติรวมถึงประชาชนด้วยนะคะ หลักพระพุทธศาสนาที่ดิฉัน กล่าวถึงได้แก่ สัปปุริสธรรม ๗ ค่ะ อันเป็นหลักธรรมของผู้ดี ที่รัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ ในประเทศไทยยุคนี้ที่ได้มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นสตรี ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ภาคภูมิใจแล้วก็ ยังรู้สึกยินดีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้เกียรติให้งบประมาณผ่านองค์กรสตรี ซึ่งตัวดิฉันเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นประธานคณะกรรมการสตรีจังหวัดพัทลุงด้วยนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะ ฝากในเรื่องของหลักพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในเรื่องของหลักสัปปุริสธรรม ๗ นะคะ ก็อยากจะให้รัฐบาลทุกท่านรวมถึงที่เกี่ยวข้องมีหลักในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งมีองค์ประกอบด้วยกัน ๗ อย่าง อย่างแรกคือเรียกว่าการรู้จักธรรมนะคะ ประเด็นแรกกับ ประเด็นที่ ๒ คือจะเกี่ยวเนื่องกัน การรู้จักธรรมในที่นี้ก็คือเราต้องรู้กฎเกณฑ์ของเหตุและผล วันนี้ถ้าท่านทํางบประมาณดี ผลมันก็ออกมาดี ประชาชนในชาติเราก็จะได้ผลประโยชน์สูงสุด ในขณะที่ประเด็นที่ ๓ ก็คือการรู้จักตนค่ะ รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรู้จักการจัดลําดับ ความสําคัญในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการจัดสรรนะคะ ยกตัวอย่าง ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ถ้าดูจากยุทธศาสตร์ที่ ๔ ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งจริง ๆ แล้วยุทธศาสตร์ที่ ๔ เป็นยุทธศาสตร์ที่ดีมาก ถ้ามีการลงลึกแล้วก็ ลงปฏิบัติที่เป็นจริงนะคะ เพราะว่าที่ผ่านมาหลาย ๆ ท่านคงทราบดีว่าจริง ๆ ตัวเคพีไอ (KPI) ที่จะวัดในความอยู่ดีมีสุขของประชากรก็มีด้วยกัน ๓ อย่างเองค่ะท่านประธาน ก็คือ โง่ จน แล้วก็เจ็บนะคะ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่ ๔ ค่อนข้างจะครอบคลุม เพียงแต่ทําอย่างไรที่จะ ให้ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ลงสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง
สําหรับในเรื่องของยุทธศาสตร์ที่ ๔ อีกเรื่องหนึ่ง ประเด็นแรกที่ดิฉัน พูดถึงเรื่องโง่ จน เจ็บ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน เราจะเห็นว่า ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศต้นแบบที่เราสามารถดูได้ในการลงทุนทางด้านการศึกษา ต่อจํานวนประชากรสูงที่สุดในเอเชีย อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญที่วันนี้คุณภาพของประชากรของ ประเทศสิงคโปร์ทําไมเขาถึงได้ดีกว่าของบ้านเรานะคะ ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเอง ถ้าสมมุติ เราลงทุนมากอีกสักนิดหนึ่งเราก็ไม่ได้แพ้เขานะคะ
อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของยุทศาสตร์ที่ ๔ ก็คือในเรื่องของความจน วันนี้ ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ก็มีการพูดถึงเหมือนกันนะคะ ในเรื่องของการยกระดับแรงงาน ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นอีก ๑ ประเด็นที่จะสามารถที่จะนํามาใช้ได้ในเรื่องของฝีมือ ประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยกว่า คนอื่น เพียงแต่ว่าเราทําอย่างไรที่จะส่งเสริมทักษะตรงนี้ให้ใช้ให้เป็นประโยชน์นะคะ
สําหรับประเด็นที่ ๔ ในเรื่องของสัปปุริสธรรม ๗ ก็คือในเรื่องของการรู้จัก ประมาณค่ะท่านประธาน การรู้จักประมาณเป็นสิ่งสําคัญนะคะ วันนี้ที่หลาย ๆ ท่าน สมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดถึงก็คือทั้งในเรื่องรายรับแล้วก็รายจ่ายของงบประมาณ ทําอย่างไรไม่ให้ขาดดุลหรือเกินดุล รวมถึงอัตราการเก็บภาษีที่เป็นธรรมด้วยนะคะ
ประการที่ ๕ ในเรื่องของการรู้จักกาล วันนี้สิ่งสําคัญที่สุดในเรื่องของการทํา งบประมาณในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ว่าทําอย่างไรให้เราใช้เงินให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะเวลา มันจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของเงินค้างท่อค่ะ
ประเด็นที่ ๖ ก็คือการรู้จักชุมชนหรือพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณนะคะ วันนี้คณะรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องทราบนะคะ งบประมาณที่ลงไปมันตรงกับ ความต้องการหรือไม่นะคะ
ประเด็นที่ ๗ ในเรื่องของการรู้จักบุคคลหรือผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม นะคะว่าสิ่งสําคัญถ้าสมมุติเรารู้จักผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมนี้ เราสามารถที่จะ จําแนกให้เห็นได้ถึงความแตกต่างใน ๒ ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรก ก็คือความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญที่ผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีนะคะ และเหนือไปกว่านั้นก็คือในเรื่องของคุณธรรมค่ะท่านประธาน วันนี้ค่ะ ถ้าสมมุติว่าผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม มีคุณธรรม อย่างน้อยปัญหาที่เราพูด ถึงเรื่องการคอร์รัปชันในหลาย ๆ ประเด็นหรือในทุกอย่างในเรื่องของการคอร์รัปชันก็จะไม่ เกิดขึ้น รวมถึงการค้ายาเสพติดซึ่งวันนี้รัฐบาลก็ทําได้ดีมากนะคะ ในเรื่องของการปราบปราม ยาเสพติด เพราะดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่จะสนับสนุนในเรื่องนี้นะคะ จากที่กล่าวมาดิฉันเอง ก็ขอสนับสนุนนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็คงจะไม่มีสตางค์ที่จะไปบริหารจัดการ ประเทศชาติ ก็ขอฝากในเรื่องของหลักพุทธศาสนาทั้ง ๗ นี้ให้ทางรัฐบาลได้ไปเป็นแบบอย่าง เพราะปีนี้อาจจะไม่ทันนะคะ ก็ขอดูกันปีหน้าว่าอย่างน้อยหลักการในวันนี้ได้นําไปใช้บ้าง หรือเปล่า ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านอนันต์ ลิมปคุปตถาวร และตามด้วยท่านอนุชา บูรพชัยศรี ท่านประชา ประสพดี ครับ เชิญท่านอนันต์ ๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนันต์ ลิมปคุปตถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุน งบประมาณรายจ่ายประจําปีที่ทางรัฐบาลได้กําหนดขึ้น สาระสําคัญของงบประมาณ บรรดางบประมาณทั้งหลายในแต่ละปีก็หมายถึงว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะนํานโยบาย ของรัฐบาลนั้นไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ยังมีความทุกข์ยาก ยังมีความลําบากเกี่ยวกับเรื่องการนํางบประมาณอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติ ผมดีใจที่เห็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งก็ถือว่าเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ในห้วงระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีแต่ภารกิจที่ส่งไปให้กับท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นไม่ได้ รับงบประมาณ แต่ปีนี้ทางรัฐบาลก็ถือว่าทําได้อย่างดีโดยการเพิ่มเติมงบประมาณเพื่อที่จะ ให้ท้องถิ่นนั้นมีกําลังงบประมาณเพื่อที่จะได้นําไปใช้จ่าย ผมยกตัวอย่างว่าอย่างบรรดา น้ําประปาชนบทที่อยู่ตามบ้าน ตามเมืองที่มีการดําเนินการมาช้านาน หลายหมู่บ้านยังขาดแคลน เกี่ยวกับเรื่องน้ําประปา แต่ระบบหรือว่าการกระจายอํานาจนั้นเขากระจายอํานาจตรงนี้ ไปให้กับไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น เช่น องค์การบริหารส่วนตําบล แต่ในขณะเดียวกันกําลังของงบประมาณไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาล กําลังงบประมาณตรงส่วนนี้ไม่มีหลายปีมานี้ลําบากมาก แต่ก่อนนี้เราก็ยังมี เรียกว่ามีหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง ไม่ว่าจะเป็นรวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งกรมทรัพยากรน้ําซึ่งตั้งมาทีหลังนั้นก็ยังสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณอะไรต่าง ๆ นี้ ลงไป แต่ตอนนี้ตามระบบตามระเบียบของคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วทั้งหมดรวมลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งตรงนี้เป็นปัญหา แล้วก็ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นยังอยู่กันอย่างยากลําบาก เพราะฉะนั้นดีใจครับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั้นได้รับงบประมาณ เพิ่มเติม ก็อยากจะขอฝากให้รัฐบาลช่วยดูแลตรงนี้ด้วย
และเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งครับ นโยบายของรัฐบาลก็ได้พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องน้ํา เรื่องการระบบส่งน้ําอะไรต่าง ๆ นี้มาในพื้นที่ของผมเอง ที่จังหวัดชัยภูมิก็มีเขื่อนสําคัญคือ เขื่อนโปร่งขุนเพชร ซึ่งเขื่อนโปร่งขุนเพชรนั้นก็ถ้าได้มีการก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ นั้น ก็น่าจะเป็น ประโยชน์ เพราะว่าตอนสมัยปี ๒๕๓๓ นั้น มี ๒ เขื่อนที่ได้รับงบประมาณคือเขื่อนลําคันฉู แล้วก็ เขื่อนโปร่งขุนเพชร แต่ปรากฏว่าเขื่อนลําคันฉูนั้นได้ดําเนินการเสร็จเรียบร้อย แล้วก็ในช่วง ระยะเวลา ๒ ปีงบประมาณนี้ที่รัฐบาลนี้ ก็มีแผนงานต่อเนื่องซึ่งได้รับงบประมาณวางท่อส่งน้ํา เพื่อเข้าไปสู่พื้นที่ทางการเกษตร และตอนนี้ที่อยากจะเรียกร้องก็คือได้ทราบว่าคณะรัฐมนตรี นั้นก็ได้มีมติที่จะให้มีการก่อสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชรขึ้น เพื่อที่จะทําให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ํา และรวมทั้งรวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ซึ่งตรงนี้เป็นต้นน้ําที่น้ําจะไหลลงไปในลําน้ําชี แล้วก็สามารถที่จะสร้างปัญหาในอนาคตซึ่งหลาย ๆ ปีน้ําจากลําน้ําชีนี้ก็ไหลบ่าท่วมหลาย ๆ อําเภอ หลาย ๆ จังหวัด ไปจนกระทั่งถึงจังหวัดอุบลราชธานี เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นแหล่งต้นน้ํา ถ้ามีการก่อสร้างเขื่อนโปร่งขุนเพชร แล้วก็ปัจจุบันนี้ก็ได้ทําความเข้าใจแล้วก็ทราบว่า พี่น้องประชาชนนั้นอยากเรียกร้อง ถึงแม้ว่าจะมีองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ เอ็นจีโอ (NGO) จะเข้าไปคัดค้านอย่างไรก็ตามนั้น ถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่อยากจะเห็นว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัย ปัญหาเรื่องภัยแล้งอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ แก้ไขได้ เบ็ดเสร็จแล้วก็จะทําให้พี่น้องประชาชนคนยากคนจนนั้นลืมตาอ้าปากได้ ผมก็อยากจะขอฝากให้ รัฐบาลได้สนับสนุนให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ําโปร่งขุนเพชรก็จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านอนุชา บูรพชัยศรี ๖ นาทีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมได้อ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ควบคู่ไปกับการที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลง ประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปแล้ว ทําให้ผมเกิดความกังวล และอยากจะขออภิปรายต่อท่านประธานสักประมาณ ๓ ประเด็น ต้องบอกว่ารายจ่ายในส่วนของ ๒.๔ ล้านล้านบาท ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ มีในส่วนของที่เป็นรายรับอยู่ ๒.๑ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่างบประมาณปีนี้เป็นเรื่องของการที่จัดทําแบบในลักษณะของขาดดุล แล้วก็ คงจะต้องจัดสรรวงเงินกู้อีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมาโป๊ะให้กับทางด้าน ในส่วนของงบประมาณปีนี้ แต่จริง ๆ แล้วตัวเลขมันไม่ใช่เพียงเป็นแค่การกู้แค่นี้นะครับ จริง ๆ แล้วตัวเลขมันเป็นเรื่องของการกู้ที่มากกว่านี้เป็นจํานวนมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่าทางด้านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวไปแล้ว ผมคงจะไม่พูดซ้ําอีก แต่ประเด็นที่ผมมีความเป็นห่วงแล้วก็ไม่มั่นใจในเรื่องของการที่จะนํา งบประมาณไปใช้บริหารราชการแผ่นดินของเราในปี ๒๕๕๖ ก็ต้องบอกว่าจากในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมางบประมาณหลาย ๆ ส่วนที่นําไปใช้ไม่เกิดประโยชน์เลย ผมยกตัวอย่าง
โครงการแรก เรื่องของโครงการรถคันแรกซึ่งก็ได้ดําเนินการโดยใช้งบประมาณไป ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์เลยแก่ประชาชนส่วนใหญ่ เพราะเนื่องจากว่าผมอยากจะให้นโยบายในลักษณะของประชานิยมในลักษณะเช่นนี้ ไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะว่าประเทศเราโดยเฉพาะในเมืองหลวงของเรา กรุงเทพมหานคร ควรที่จะต้องพัฒนาในเรื่องของระบบขนส่งมวลชน เราควรที่จะให้ประชาชนของเราได้เริ่ม ที่จะหยุดใช้ในสิ่งที่เป็นเรื่องของส่วนตัวกันบ้างแล้วก็ยอมที่จะมาใช้ในเรื่องของส่วนรวม อย่างเช่น ในเรื่องของรถไฟฟ้า หรือว่าในส่วนของรถใต้ดินอะไรต่าง ๆ รถขนส่งมวลชนอะไร ทุกรูปแบบ หรือว่าในระบบเรือ หรือระบบรางอะไรก็แล้วแต่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกว่า นโยบายรถคันแรกสร้างความสับสนไม่ใช่เฉพาะกับประชาชนอย่างเดียว ผู้ประกอบการ ก็สับสนครับ เพราะว่าตอนที่ออกนโยบายมาคนที่เขาเป็นเจ้าของบริษัทรถยนต์เขายังไม่รู้เลย ครับว่าเขาสามารถที่จะเข้าอยู่ในโครงการนี้ได้หรือเปล่า ถ้าท่านลองกลับไปดูท่านคงจะเห็นว่า มีการพูดคุยกันเรื่องสเปก ในช่วงระยะเวลาแรก ๆ มาก นอกจากนี้แล้วในเรื่องของการที่เรา จะสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนที่ว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมพูดง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องศึกษาอะไรมากหรอกครับ พูดมาแล้วหลายครั้ง โครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ (Airport Rail Link) ศึกษาอย่างไรตอนนี้ก็ยังขาดทุนอยู่ เพราะฉะนั้นบางครั้งโครงการที่เราจะเอาไปใช้ ในเรื่องของรถคันแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปเลยครับ จากมักกะสันแทนที่จะไปมุดอยู่ใต้ สุวรรณภูมิ ต่อไปถึงจังหวัดชลบุรี บางทีอาจจะต่อไปถึงพัทยา จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี ถึงจังหวัดตราดก็ยังได้จากเส้นนี้นะครับ ส่วนเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงก็ไปว่ากันอีกในอนาคต นอกจากนั้นผมยังจําได้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดในสภาแห่งนี้ละครับว่าตอนที่ท่าน เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินครั้งแรกเลยท่านบอกว่าท่านจะให้ ๒๐ บาทตลอดสาย สําหรับ ขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แต่ลองดูสิครับ เมื่อเดือนที่แล้วมีการพูดถึงว่า จะขึ้นราคาค่ารถเมล์ ค่าโดยสาร มีการที่จะขึ้นรถไฟฟ้า แต่ก็มีการชะลอไปในบางส่วน เอาละครับ ไม่ว่ากัน แต่ผมลองไปเปิดดูนโยบายบอกเอาไว้ครับว่าภายใน ๔ ปีจะสร้างให้ครบทุกสาย ๑๐ เส้น และ ๒๐ บาทจะเกิดขึ้น นี่ผ่านมาเกือบจะปีหนึ่งแล้วยังไม่มีเส้นไหนขึ้นเลยนะครับ เส้นเดิมเป็นเส้นที่รัฐบาลในชุดที่แล้วของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มต้นไว้ทั้งหมด ไม่ว่าสายสีม่วง สีแดง อะไรต่าง ๆ นะครับ ส่วนต่อขยายของบีทีเอส (BTS) ก็เช่นเดียวกัน เรื่องของตั๋วร่วม ก็เช่นเดียวกันยังไม่เกิดขึ้นเลย งบประมาณผมอ่านดูก็ไม่มีอยู่ในส่วนของตรงนี้ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ได้พิจารณาในเรื่องของโครงการประชานิยมเช่นนี้ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก
อีกส่วนหนึ่งครับ เรื่องของงบประมาณที่เกี่ยวกับค่าครองชีพ เรื่องของแพง มันไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน ช่วงแรกโปรโมชั่น (Promotion) ครับ น้ํามันลดลงจริงประมาณสักเดือนหนึ่ง หลังจากนั้น ก็ขึ้นพรวด ๆ ๆ แล้วต้นทุนเรื่องของโลจิสติกส์ (Logistics) เรื่องของค่าขนส่งมันก็เป็นเรื่อง สําคัญในเรื่องของการที่จะมาวัดกันว่าสินค้าราคาแพงหรือไม่ สินค้าจากส่วนหนึ่งส่งมาอีก ที่หนึ่งเพื่อให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายใช้สอยต้องใช้การขนส่งหมดละครับ แล้วนําราคาน้ํามันดีเซล ราคาแก๊สแอลพีจี ทุกอย่างขึ้นหมด แล้วจะให้เขารักษาราคาได้ถูกลงได้อย่างไรครับ ตอนนี้ ต้องบอกว่าที่ท่านเคยบอกว่าจะมีเรื่องของเงินเพิ่มขึ้นในกระเป๋า ตอนนี้เงินอาจจะเท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม แต่ต้องบอกว่าภาวะเงินฝืดมันเกิดขึ้นแล้ว คนไม่อยากจะจับจ่ายใช้สอย เพราะมีความรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่ากับการที่จะไปจับจ่ายใช้สอยในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น เรื่องของโครงการสินค้าธงฟ้า ร้านถูกใจอะไรต่าง ๆ มันเป็นการเกาไม่ถูกที่ ในส่วนของ ผู้ประกอบการหลาย ๆ ส่วนเขาก็พูดขึ้นมาครับ เขาบอกว่าการที่มีการขึ้นค่าแรงก็ดี ๓๐๐ บาท มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกือบแสนรายจะต้องปิดตัวไปในอนาคต ผมไม่ได้พูดขึ้นมาเองครับ นี่เป็นการที่เขาไปทํารีเสิร์ช (Research) ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต่าง ๆ มีการออกมา พูดกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกับนโยบายเรื่องของงบประมาณที่ท่านจะนํามาใช้ ในปี ๒๕๕๖ เรื่องของการที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจเรียกผู้ประกอบการเข้าไปแทนที่จะไปรับฟัง ปัญหาของเขา กลับกลายว่าไปเลคเชอร์ (Lecture) เขาอีกว่าเขาควรจะทําธุรกิจอย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยากให้ทางท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยว่าเป็นสิ่งที่สมควรหรือไม่ เขาทําธุรกิจกันมาหลายชั่วคน ทํามาผมเข้าใจว่าก่อนที่รัฐมนตรีหลายท่านจะเกิดด้วยซ้ําไป ไม่ต้องไปบอกเขาหรอกครับว่าทําอย่างไร ฟังปัญหาเขาแล้วรัฐบาลช่วยพิจารณาที่จะช่วยเขา ในเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาเขาดีกว่า
สุดท้ายสรุปครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ถึงแม้ผมจะเป็นฝ่ายค้านก็ดี แต่ประเทศชาติต้องเดินหน้าไปครับ เพราะขีดความสามารถของประเทศจะต้องสู้กับเขาครับ อีกไม่นานเออีซีจะเปิดขึ้นอีก ประมาณ ๒ ปีนี้นะครับ ปี ๒๕๕๘ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวอย่างยิ่งนะครับ ในการที่จะต้อง เพิ่มขีดความสามารถ แต่ขอเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมอยากให้ท่านแสดงภาวะความเป็นผู้นําในการที่จะนําพาเศรษฐกิจ ไม่อยากให้ท่านอ่าน แต่สคริป (Scrip) และอะไรบางอย่างที่ท่านหาเสียงเอาไว้ อะไรบางอย่างที่มันไม่ถูกต้อง ฟังเสียงฝ่ายค้านบ้างเถอะครับ ในการที่ทักท้วง เพราะเราทักท้วงด้วยความสร้างสรรค์ ไม่ได้ทักท้วงที่จะล้มรัฐบาลหรือต้องการทักท้วงที่จะให้ท่านปรับ ครม. เพราะนี่คือวาระของ งบประมาณแผ่นดินที่เราพิจารณา ไม่ใช่เรื่องของการที่เราจะมาพูดในเรื่องของการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นขอกราบฝากท่านประธานไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ และตามด้วยท่านอลงกรณ์ เชิญครับ ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากคําแถลงร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาล ภายใต้การนําของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอสรุปแนวทางการพัฒนาประเทศได้เป็น ๘ ยุทธศาสตร์ ซึ่งผมเห็นว่าได้ครอบคลุมการพัฒนาทุก ๆ ด้านแล้ว และส่วนตัวของกระผม คิดว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาคน้อยมาก แต่ก็น่าเห็นใจรัฐบาลที่มีข้อจํากัดเกี่ยวกับเรื่องระเบียบการเงิน การคลัง ซึ่งมีกฎเกณฑ์เฉพาะว่า ด้วยการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าเป็นการจัดสรร งบประมาณน้อยมากก็เพราะว่าเพิ่มจากปีที่แล้วเพียง ๐.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเป็นการตั้ง งบประมาณแบบขาดดุล แต่จะทําอย่างไรได้ละครับ ในเมื่อในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้รับความบอบช้ําจากเหตุการณ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่หมักหมมมานมนาน ขาดการแก้ไข เยียวยาอย่างจริงจัง ทําให้บ้านเมืองมีปัญหามากมายหลายด้าน สุดที่จะแก้ไขได้ทันทีทันใด ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้นโยบายพรรคเพื่อไทย ซึ่งมี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นนโยบายที่ได้รับความไว้วางใจจาก พี่น้องประชาชนคนรากหญ้าของชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ประชาชนต่างมุ่งหวังว่า รัฐบาลนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองเดินไป ข้างหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสงบสุข แก้ปัญหาปากท้อง ความยากจนให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทุกคน ทุกองค์กร ทุกภาคส่วนให้ลืมตาอ้าปาก ได้อย่างทั่วถึง ท่านประธานครับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องประชาชนคนไทยยึดอาชีพหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน นั่นคืออาชีพเกษตรกรรม ปัจจัยสําคัญอย่างหนึ่งของการประกอบอาชีพนี้ก็คือน้ํา กระผมจึงขอสนับสนุนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการเป็นพิเศษ ท่านประธานครับ พูดถึงแหล่งน้ําในประเทศไทยมันมีทั้งคุณและโทษ พูดถึงโทษของน้ํา ผมขอยกตัวอย่างถึงเหตุการณ์ปีที่ผ่านมา น้ําก็มีโทษอย่างมหันต์ ทําลายทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนที่ได้รับอุทกภัยมากมายหลายครัวเรือน ตลอดทั้งหยุดยั้งการบริหารธุรกิจ อุตสาหกรรมหลายโรงงาน หลายบริษัท ต่างก็ได้รับผลกระทบจนแทบจะยกเลิกกิจการ ก็หลายแห่ง แต่ยังโชคดีที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เล็งเห็นความสําคัญของเหตุการณ์มหาอุทกภัย ในครั้งนั้น จึงได้แก้ไขเยียวยาจนสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี ท่านประธานครับ พูดถึงยุทธศาสตร์ การจัดการน้ําแล้ว ผมขอตั้งข้อสังเกตให้รัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการน้ํา ดังนี้
๑. ด้านการป้องกันน้ําท่วม รัฐบาลต้องให้ความสําคัญกับเหตุการณ์น้ําท่วม ในปีที่แล้วว่าจะดูแลแก้ไขและป้องกันน้ําท่วมด้วยวิธีใด ใช้งบประมาณเท่าไรตามความเป็นจริง เพื่อจะได้ใช้งบประมาณอย่างดีมีประสิทธิภาพ
๒. การป้องกันภาวะน้ําแล้ง ท่านประธานครับ หลายจังหวัดเผชิญกับภาวะ น้ําท่วมแต่ละจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีประสบภาวะแห้งแล้ง ผมอยากจะเน้น ในเรื่องของความแห้งแล้งมากกว่าที่ทําอยู่ในขณะนี้ เพราะปัญหาเรื่องน้ําท่วมรัฐบาลได้ให้ ความสําคัญอยู่แล้ว แต่วิธีแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง ขาดการเอาใจใส่จากหน่วยงานราชการ และรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้ให้ความสําคัญอย่างจริงจัง ที่ผมเป็นห่วงเพราะผมเป็น ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี คนอีสาน พูดถึงจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความแห้งแล้ง เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภาคอีสาน ผมขอวิงวอนให้รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นใจ และให้ความสําคัญให้มากด้วย เพราะพี่น้องคนอีสานให้ความศรัทธาเลื่อมใสในนโยบาย ตั้งความหวังอย่างมากมายกับรัฐบาลชุดนี้ ความคาดหวังของพี่น้องของผมใช่ว่าจะเฉพาะ เจาะจงแต่ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ําเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงยุทธศาสตร์ การพัฒนาด้านอื่น ๆ ที่เหลือทั้ง ๗ ยุทธศาสตร์ กระผมใคร่เสนอการใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนา การจัดการน้ําของภาคอีสานโดยให้รัฐบาลศึกษาความเป็นไปได้ในการผันน้ําจากแม่น้ําโขง ขึ้นมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านอุปโภคบริโภค และโดยเฉพาะด้านการเกษตรกรรมซึ่งจะช่วย แก้ไขปัญหาการอพยพแรงงานไปหากินต่างจังหวัด ตลอดต้องยกคุณภาพชีวิตของพี่น้อง คนอีสานให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ผมก็ขอ สนับสนุนเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ๑๕ นาทีครับ และตามด้วยท่านตวงรัตน์นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้กระผมได้ใช้สิทธิอภิปรายแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเราจะเริ่มใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ จนสิ้นเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๖ ถือเป็นงบประมาณที่มียอด สูงสุดเป็นประวัติการณ์นะครับ ๒.๔ ล้านล้านบาท และเป็นงบประมาณฉบับแรกที่จัด โดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน นั่นแสดงให้เห็นว่าการเสนอสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาร่างงบประมาณ ดังกล่าวนี้ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ เป้าหมาย การบริหารจัดการ แล้วก็ผลลัพธ์ที่รัฐบาลปัจจุบัน ประสงค์ที่จะให้เกิดผลจากการใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือในการบริหารและพัฒนาประเทศ ผมไม่เห็นจุดเปลี่ยนใด ๆ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นงบไร้วิสัยทัศน์ แล้วก็สุ่มเสี่ยงต่อการที่เราใช้งบประมาณที่มียอดสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิด อนาคตที่มั่นคงยั่งยืนสําหรับประเทศ ที่ผมกล่าวเช่นนี้อยากจะเรียนว่ามีโจทย์หลายโจทย์ ทีเดียวในแต่ละปีที่ท้าทายต่อประเทศไทย แต่ต้องเข้าใจว่าโลกไม่รอประเทศไทยนะครับ เวลาก็ไม่รอประเทศไทย อยู่ที่รัฐบาลจะสามารถบริหารนําพาประเทศไปสู่โอกาสที่ดีกว่า ได้อย่างไร ผมยกตัวอย่าง ๒ ตัวอย่างเท่านั้นละครับ
ตัวอย่างที่ ๑ ก็คือการขาดดุลการค้าในเดือนมีนาคมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเดือนกว่าที่ผ่านมานี้ครับ เราขาดดุลเกือบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยอดส่งออกลด ท่านประธานคงทราบว่าที่ผมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะว่าประเทศไทยพึ่งพารายได้ จากการส่งออกคิดเป็นกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพี ถ้าเอาการส่งออกและนําเข้ารวมกันเกินกว่าผลผลิตมวลรวมประชาชาติ หรือจีดีพี ของประเทศ นั่นหมายความว่าภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการของเรา การจ้างงาน ของเรา ลูกหลานของเรา ตัวเรานั้นต้องพึ่งพาการส่งออกทั้งสินค้าและบริการเป็นสําคัญ เมื่อพิจารณาตัวเลขดังกล่าวเพื่อความเป็นธรรมกับรัฐบาลก็อาจจะกล่าวได้ว่าการส่งออก ที่ทรุดหนักเป็นผลกระทบมาจากการผลิตที่ได้รับผลพวงกรณีของมหาอุทกภัยปีที่แล้ว แต่รัฐบาลไม่ได้พิสูจน์ฝีมือในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการสร้างตลาดใหม่ การขยายสินค้าที่เจาะไปยังตลาดเดิมและตลาดใหม่เพื่อที่จะรักษา อัตราการเติบโตทางการส่งออก ซึ่งในรัฐบาลที่ผ่านมาต้องเรียนท่านประธานว่าได้ทํายอด การส่งออกสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศครับ ทําให้การเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัว สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบทศวรรษ แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาในเดือนสิงหาคมเผชิญกับ มหาอุทกภัยฐานการผลิตได้รับผลกระทบ อันนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่อย่างน้อยด้วยความเป็นธรรม ผมก็เข้าใจได้ว่ามีผลต่อยอดการส่งออก แต่ผ่านไปเกือบปีเราก็ยังมะงุมมะงาหราด้วยตัวเลข การส่งออกที่ติดลบในไตรมาสแรกอย่างน่าวิตก ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้เตรียมสําหรับ การเปลี่ยนแปลงในอนาคตเลยว่าทําอย่างไรเราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ที่เราส่งออก เพราะเมื่อดูในยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัยและ นวัตกรรม รัฐบาลจัดให้เพียง ๐.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ตอนที่ผมได้รับ เชิญไปกล่าวสุนทรพจน์ครบรอบ ๖๙ ปีการก่อตั้งบริษัทไอบีเอ็ม ในประเทศไทย และครบรอบ ๑๐๐ ปีของไอบีเอ็ม เขาอยากฟังวิสัยทัศน์เรื่องโมเดล (Model) เศรษฐกิจใหม่ คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้ทราบว่าบริษัทอย่างไอบีเอ็มเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ล้มละลายครับ แล้วก็ใช้การลงทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยการวิจัยและพัฒนา อาร์แอนด์ดี ในที่สุดได้อนุสิทธิบัตร ได้สิทธิบัตร ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมา ๑๐ ปีให้หลังกลายเป็นบริษัทที่มูลค่าแบรนด์ (Brand) ของบริษัทนั้นสูงเป็นอันดับ ๒ ของโลกครับ เราเรียนรู้กันและกัน แต่รัฐบาลก็ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่การที่เสนองบประมาณ มาเสนอให้มาเคยทําอย่างไรทําอยู่อย่างนั้น เคยมีลิ้นชักอยู่ ๗-๘ ลิ้นชัก ก็ใส่มา ๗-๘ บรรทัด เพียงแต่กรอกตัวเลขต่างกันเท่านั้นเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ไร้วิสัยทัศน์และไม่เตรียมประเทศ ให้พร้อม การเตรียมประเทศให้พร้อมนั้นต้องดูความท้าทายที่เข้ามา และแน่นอนที่สุด ผมต้องเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลไม่ได้อินังขังขอบเลยครับ ต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่
๑. ก็คือเศรษฐกิจโลกภายหลังยุควิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger)
๒. วิกฤตการณ์ยูโร (Euro) ที่กําลังเกิดอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้
๓. ก็คือสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกระทบต่อการผลิตและการย้ายฐานผลิต ที่ทําให้ห่วงโซ อุปทานของการผลิตโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ ด้านไอที (IT) ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่น ๆ นั้นกระทบกระเทือนไปหมด จนกระทั่งมาถึงมหาอุทกภัย ในประเทศไทยที่กระทบฐานการผลิต และแน่นอนการที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมเมื่อเราประกาศเป็นศูนย์กลางอาเซียนเราก็ จําเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม แต่ไม่ใช่เฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่หมายถึง ประชาคมอาเซียนซึ่งมี ๓ เสา ทั้งเรื่องสังคม วัฒนธรรม การเมือง ความมั่นคง และในเรื่อง ของเศรษฐกิจอาเซียน ความท้าทายดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ถึงเวลาที่เราจะต้อง เปลี่ยน ถามว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนได้อย่างไร เปลี่ยนโดยรัฐบาล เปลี่ยนโดยงบประมาณ ที่ผ่านไปสู่การปรับเปลี่ยนแผนงาน โครงการ ผมเคยเรียนท่านประธานว่าเวลาไม่รอประเทศไทย ประเทศอื่น ๆ ที่เป็นคู่ค้า คู่ขาย คู่แข่งเขาก็ไม่รอประเทศไทยถ้ารัฐบาลยังสับขาย่ําอยู่กับที่ ศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของเราไม่แข็งแรง ไม่แข่งขันได้เราจะสูญเสียเหมือน อย่างที่เราสูญเสียความเป็นประเทศแชมป์ (Champ) ส่งออกข้าวในรอบ ๒๐-๓๐ ปี ผมเรียน ท่านประธานว่าการเปลี่ยนแปลงให้เกิดจุดเปลี่ยนนั้นมันทําได้ครับ ถ้ารัฐบาลยังไม่เข้าใจ ผมก็จะบอกยกตัวอย่างว่าประตูตะวันตกที่รัฐบาลที่แล้วได้ขับเคลื่อนผลักดันเปิดประตูทวาย จนสําเร็จ ประเทศไทยได้สัมปทานแต่ผู้เดียวจากรัฐบาลพม่าเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม รัฐบาล ก็ประชุม ครม. สัญจร เราก็สานงานต่อก่องานกันไปเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ แต่นั่นคือ การให้เห็นถึงเมื่อเห็นวิสัยทัศน์ เห็นโอกาสเราก้าวข้ามเทือกเขาตะนาวศรีและไปสู่มิติใหม่ ของประเทศ สร้างความเป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อมโยงหรือว่าความเป็นศูนย์กลางของ อาเซียนด้วยการพัฒนาโลจิสติกส์ นี่คือการสร้างจุดเปลี่ยนให้กับประเทศจากที่ภาคตะวันตก ของเราไม่มีทางออกทะเลสู่มหาสมุทรอินเดียแต่เราก็ทําได้ในเวลาเพียงแค่ปีเศษ ๆ เท่านั้นเอง หรือข้อเสนอที่บอกว่าเราเปลี่ยนสามแยกวังมะนาวเป็นสี่แยกวังมะนาว หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเรากําลังจะสร้างระเบียงเศรษฐกิจ สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ขึ้นระหว่างทวาย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านสิงขรไปสู่มะริด ตรงนี้ก็เป็นการสร้างในลักษณะการสร้างจุดเปลี่ยน นั่นหมายความว่า อย่างไร กระบวนการงบประมาณที่ผมไม่เห็นปรากฏในงบประมาณฉบับนี้ในการสนับสนุน จุดเปลี่ยนดังกล่าว แต่จุดเปลี่ยนที่สําคัญที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าประเทศนี้ ยากจนล้าหลังมานานแล้วครับ ด้วยการที่เราผลิตสินค้าราคาถูก ๆ อย่างไรครับ เราพูดกันถึง ค่าแรงขั้นต่ํา ซึ่งก็ยังต่ําอยู่ในขณะที่ค่าครองชีพสูงชักหน้าไม่ถึงหลัง ผมกําลังบอก ท่านประธานว่ามันน่าผิดหวังอยู่นะครับ เมื่อเราไม่เห็นงบประมาณในการสนับสนุนในเรื่อง ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และต่อมาเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจได้เคยตอบกับผมว่ายินดีที่จะสานต่อนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่ง ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็พัฒนาขึ้นอีกระดับหนึ่งเป็นเศรษฐกิจนวัตกรรมหรืออินโนเวทีฟ อีโคโนมี (Innovative Economy) ตรงนี้เองที่เราจะเปลี่ยนประเทศไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น เปรียบง่าย ๆ คือการเปลี่ยนจากประเทศที่ผลิตเสื้อผ้าเย็บโหล รับจ้างเย็บเสื้อโหลและถาม บอกว่าคนไทยเย็บเสื้อโหลจะมีความร่ํารวยได้อย่างไร เย็บไปให้คนอื่นเขารวย เราจะเปลี่ยน ประเทศมาสู่การผลิตสินค้าที่มีการออกแบบ มีดีไซน์ (Design) ที่เรียกว่าเปลี่ยนจากโออีเอ็ม (OEM) เป็นโอดีเอ็ม (ODM) มีดีไซน์ แล้วก็ไปสู่การเป็นประเทศที่เป็นเจ้าของแบรนด์ ซึ่งจําเป็นจะต้องมีระบบทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง จะต้องมีการส่งเสริมนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง วันนี้น่าเสียดายครับ นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้วางโครงสร้างพื้นฐานไว้ให้หมดแล้วครับ ตั้งสํานักงานเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ไว้ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไว้ให้ ๓๐๐ ล้านบาท ในการประเดิมตั้งสถาบันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เรียกว่า ครีเอทีฟ อะคาเดมี่ (Creative Academy) ไว้ ๑๕ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ครอบคลุมหมดร่วมมือกับ ๑๐๐ กว่ามหาวิทยาลัย และสมาคมการค้าทั้งประเทศ ได้คัดเลือกเมืองต้นแบบ เมืองสร้างสรรค์ที่เรียกว่า ครีเอทีฟ ซิตี้ (Creative City) ไว้เรียบร้อย พัฒนาตําราวิชาเรียนเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนให้ สังคมไทย การศึกษาไทยไปสู่พันธุ์ใหม่ก็คือเปรียบเหมือนลูกไก่ ไม่ใช่ลูกนก ก็คือรู้จักไขว่คว้า หาความรู้เหมือนลูกไก่คุ้ยเขี่ยหาความรู้ไม่ว่าด้วยแท็บเล็ตด้วยอินเตอร์เน็ต ด้วยอะไร ซึ่งเอื้ออํานวยในด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตํารับตําราเหล่านั้นส่งไปหมดแล้วครับ อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีสถาบันการศึกษาในสังกัด วันนี้ไม่ขยับอะไรเลยครับ ท่านต้องการให้ประเทศนี้ยากจนอย่างนั้นหรือครับ อยากให้คนไทยนั้นมีรายได้ต่ํา ขายแรงงานกินด้วยการผลิตสินค้าราคาต่ํา ๆ น้ําท่วมครั้งนี้ไม่ได้สอนท่านเลยหรือครับว่า เราจะต้องสร้างจุดเปลี่ยนประเทศ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้น เราประกอบสิ่งของทั้งสิ้นครับ สินค้าอุตสาหกรรมเราไม่ได้แตกต่างกับช่างเย็บเสื้อโหลเลยครับ เรามีมาร์จิน (Margin) ต่ําเหลือเกิน วันนี้จะเห็นได้ว่าเมื่อเราตรวจวัดขีดความสามารถในการ แข่งขันระหว่างประเทศ ไม่ว่าโดยไอเอ็มดี (IMD) ก็ดี โดยเวิรล์ดแบงก์ (World bank) ก็ดี หรือว่าดับบลิวอีเอฟ (WEF) ก็ดี สถานะเราไม่กระเตื้องขึ้นเลยครับ รัฐบาลนี้ได้เห็นถึง ประสบการณ์ ได้เห็นถึงปัญหาแล้ว แต่ว่าเมื่อมีเวลามีโอกาสของการบริหารประเทศ มีเวลา ของการที่จะสร้างจุดเปลี่ยนด้วยการเข้าใจต่อปรากฏการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลง เราไม่ได้ ทําอะไรเลย ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ยกเป็นตัวอย่างสั้น ๆ นะครับ ให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว ทําได้ทันที แต่เราก็ไม่เคยทํา และเป็นโอกาสก็คือการที่เราจะมีประชาคมการเมืองและ ความมั่นคงอาเซียน เราจะมีสิ่งที่เรียกว่าเป็นการป้องกันร่วมกันของอาเซียนหรือคอมมอน ดีเฟนซ์ (Common Defense) ดังนั้นจะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศครับ มีมูลค่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ประเทศไทยมีฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ เรามีฐานการผลิตในด้านของสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม เรามีฐานการผลิตมากมาย ตลาดที่เราจําเป็น จะต้องหาตลาดใหม่ ๆ อย่างเช่นตลาดในด้านของยุทธพันธ์ครับ เชื่อไหมครับว่าเมื่อ ๘๐ กว่าปีก่อน ประเทศไทยผลิตเครื่องบินนะครับ สมัยนั้นยังใช้เครื่องบินปีกชั้นเดียว ปีกสองชั้น เครื่องยนต์เดียว ประเทศไทยผลิตรุ่นจันทรุเบกษา ผลิตเครื่องบินรุ่นบริพัตร วันนี้เรากลายเป็นซื้ออย่างเดียว เราผลิตปืน ๑๑ มม. ท่านประธานคงทราบนะครับ ที่เรียกว่า ปพ. ๘๖ คือผลิตในปี ๒๔๘๖ แต่ก็คือปืนรุ่น ๑๑ มม. นั่นนะครับ หรือแม้แต่ ปลย. ปืนเล็กยาว เอสเค (SK) ๓๓ นี่เราผลิต มานานแล้วในปี ๒๕๑๑ ถึงวันนี้เราซื้อเอ็ม 16 (M 16) กระบอกหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ขณะที่เรามีเครื่องจักรในการผลิตอยู่ที่กรมสรรพาวุธ รัฐบาลไปหลับอยู่ที่ไหนครับ ผมยกตัวอย่างเหล่านี้มาเพื่อให้เห็นว่าโอกาสของการเกิดประชาคมอาเซียนเป็นตัวอย่าง ให้เห็นว่าเราสามารถที่จะแสวงหาโอกาสจากตลาดเหล่านี้ด้วยฐานการผลิตที่มีอยู่ แล้วก็ ใช้จุดเปลี่ยนจากฐานเอกชนพลเรือนมาสู่ฐานของยุทธพันธ์ เหล่านี้เป็นต้น เหมือนที่ ประเทศมาเลเซียได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว และเราไม่ควรที่จะสูญเสียโอกาสในตลาดเช่นนี้ ผมได้เห็นงบประมาณในสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศเพิ่มขึ้น ๓๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเป็นงบผูกพันตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เท่ากับว่า ไม่ได้เพิ่มขึ้นและลดลงไป ๒๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ํา นี่คือสิ่งที่อยากบอกว่าเมื่อมีงบประมาณ เข้ามาเป็นเครื่องมือบริหารประเทศต้องสร้างจุดเปลี่ยนต่อความท้าทายทั้งในภูมิภาคระดับโลก และใช้ฐานสหภาพของเราสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในที่สุดแล้วชาวนาก็จะไม่มีซังกับหนี้ เพราะการขายเป็นตันก็จนเป็นตัน หนี้เป็นตันอยู่ เราสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยการขายเป็นกรัม ขายเป็นกิโลกรัม ด้วยการสร้างแบรนด์ ด้วยการแปรรูป สิ่งเหล่านี้เสียดายครับ รัฐบาลได้ทําให้ประเทศนี้สูญเสียโอกาส ในชั้นคณะกรรมาธิการผมจะแปรญัตตินะครับ ในกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อที่จะให้ รัฐบาลได้ยอมรับมาสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าครับ นั่นคือความหมายของ งบประมาณแผ่นดิน ๒.๔ ล้านล้านบาทที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งปวงและอนาคต ของประเทศไทย ขอบคุณท่านประธาน
ท่านตวงรัตน์ โล่สุนทร ๕ นาทีครับ และตามด้วยท่านวิฑูรย์นะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวตวงรัตน์ โล่สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในครั้งนี้ค่ะ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้ได้มีการจัดทําเป็นงบประมาณแบบขาดดุล ก็เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีการขยายตัว ซึ่งสมาชิกหลายท่านก็ได้แสดง ความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องภาระหนี้ และประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลนะคะ แต่สําหรับดิฉันแล้วดิฉันมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ได้ตรงตามเป้า อย่างแน่นอนค่ะ โดยพิจารณาจากข้อมูลการจัดเก็บรายได้ของสํานักงบประมาณในช่วง ๗ เดือนแรก ของปี ๒๕๕๕ ที่สูงเกินเป้าถึง ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศเอง ก็กําลังอยู่ในภาวะฟื้นตัว อัตราการเติบโตของจีดีพีสูงขึ้นก็ยิ่งน่าจะมั่นใจได้ว่ารายได้ของ รัฐบาลในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอนนะคะ ดิฉันต้องขอแสดงความชื่นชมที่รัฐบาลนี้ ไม่ได้เป็นรัฐบาลที่ดีแต่กู้ แต่ได้ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับการรักษาวินัยทางการคลัง และตั้งเป้าหมายจะทยอยปรับลดการขาดดุลในแต่ละปีงบประมาณต่อเนื่องไปเพื่อเข้าสู่ งบประมาณแบบสมดุลในอนาคต ซึ่งได้เริ่มดําเนินการตั้งแต่ปีนี้ โดยร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ได้ปรับลดการขาดดุลให้น้อยลงกว่าในปีที่ผ่านมาถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ท่านประธาน งบประมาณในปีนี้มีการจัดสรรลงไปใน ๘ ยุทธศาสตร์ ๕๑ แผนงาน ซึ่งเมื่อพิจารณา ในภาพรวมแล้วพบว่ารัฐบาลได้ให้น้ําหนักความสําคัญกับ ๓ เรื่องหลัก ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่อง ที่ต้องการการรีบเร่งในการดําเนินงานแทบทั้งสิ้นนะคะ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิตและการสร้างรายได้ของ ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในระดับฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายโอกาสและ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง รัฐบาลได้จัดทํานโยบาย อย่างเช่น การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ การยกระดับราคาสินค้าเกษตร การเพิ่มค่าแรงและค่าจ้าง และการพักหนี้ครัวเรือน ดิฉันเชื่อว่าหากเราสามารถจะลดช่องว่างระหว่างคนมีและคนจน ลดความแตกต่างระหว่างผู้มากโอกาสและผู้ด้อยโอกาสได้ก็อาจจะนําไปสู่จุดเริ่มต้นของ การปรองดองสมานฉันท์ได้นะคะ เพราะความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจเป็นสาเหตุสําคัญ ประการหนึ่งของความแตกแยก ขัดแย้งในสังคมค่ะ
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยมี นโยบายการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบโลจิสติกส์ การบริหารจัดการน้ํา การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับนานาประเทศ และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นศูนย์กลาง และก้าวเข้าไปสู่การเป็นผู้นํา ทางการค้าและการลงทุนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ในอนาคตค่ะ แต่จากข้อมูลของ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พบว่านอกจากอุปสรรคด้านความสามารถทางภาษา และความไม่พร้อมของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารแล้ว อุปสรรคที่สําคัญอย่างยิ่ง อีกประการหนึ่ง ก็คือการประสานงานกันในระหว่างหน่วยงานซึ่งมีหลากหลายกระทรวง ทบวง กรม ยังขาดการบูรณาการ ขาดการกํากับและสั่งการนโยบายเศรษฐกิจในภาพรวม ดิฉันจึงอยากจะขอให้รัฐบาลได้รีบเร่งแก้ไขปัญหาและดําเนินการในเชิงรุกในส่วนนี้ด้วยนะคะ
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันจากภาวะความผันผวนของ เศรษฐกิจโลก โดยการพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่จําเป็นต่อการสร้าง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศค่ะ เพราะทุกวันนี้การส่งออกของประเทศไทยมีมูลค่า สูงถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ในขณะที่เศรษฐกิจภายในประเทศมีมูลค่าเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศสูงมากเช่นนี้นับว่าจะเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจ ของประเทศ เพราะว่าหากระบบเศรษฐกิจภายนอกมีความผันผวน เศรษฐกิจของเราก็จะ ผันผวนตามไปด้วย ดังเช่นที่เกิดในขณะนี้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ เศรษฐกิจ ในสหภาพยุโรป การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้มีความเข้มแข็ง เติบโตเป็นรากฐานสําคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นเรื่องที่สําคัญ เอสเอ็มอีมีบทบาทต่อประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ในทางเศรษฐกิจเอสเอ็มอี สามารถจะสร้างผลผลิตให้กับประเทศคิดเป็น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ส่วนในด้านสังคม ก็เป็นแหล่งการจ้างงานที่สําคัญ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างงานในท้องถิ่น จากข้อมูลของ สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมพบว่าในปัจจุบันประเทศไทยมีจํานวน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ราย ก่อให้เกิดการจ้างงานทั่วประเทศ ถึงประมาณ ๑๐ ล้านคนนะคะ รัฐบาลมีนโยบายและแผนงานเพื่อที่จะสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยผ่านการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หลายมาตรการ ทั้งนโยบายการเพิ่มผลผลิตเอสเอ็มอี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หมู่บ้าน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนตั้งตัวได้ ซึ่งกองทุนเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสําคัญ ที่จะช่วยให้เกิดวิสาหกิจชุมชนรายใหม่ ๆ ขึ้นในท้องถิ่นทั่วประเทศ และน่าดีใจที่รัฐบาลได้ จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้สูงถึงเกือบ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ จากเหตุผลต่าง ๆ ที่ได้กล่าว เรียนมาแล้วดิฉันเห็นว่ารัฐบาลจัดทํางบประมาณรายจ่ายปีนี้ได้สอดคล้องกับนโยบาย ที่ประกาศไว้กับประชาชน แล้วก็เป็นงบประมาณที่เหมาะสมกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ของประเทศ ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสามารถจัดการบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านวิฑูรย์ นามบุตร ๑๕ นาที แล้วตามด้วยท่านวิสาระดีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๒.๔ ล้านล้านบาท ผมจะอภิปรายอยู่ ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ก็คือรัฐบาลบริหารงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้บริหารเก่งและ บริหารเป็น
ประการที่ ๒ จะอภิปรายถึงงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่ไม่สอดคล้อง ไม่ตรงตาม นโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา
และประเด็นที่ ๓ จะชี้ให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สิ้นเปลืองและส่อไปในทางทุจริต
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่แรก ที่บอกว่ารัฐบาลบริหารงานไม่มี ประสิทธิภาพ แน่นอนครับ ปี ๒๕๕๖ ยังไม่อนุมัติ แต่งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เราผ่าน ปีงบประมาณมาสู่ไตรมาสสุดท้าย อีกเพียง ๔ เดือนครับ ก็จะถึงวันที่ ๓๐ กันยายน สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ปรากฏว่าการใช้งบประมาณล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพต่ํากว่า มาตรฐานเยอะมาก ไม่ต้องเอาข้อมูลจากไหนครับ เอาข้อมูลจากกรมบัญชีกลางและ สํานักงบประมาณ นี่คือข้อมูลล่าสุดครับ ที่อยู่ในระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม เมื่อ ๓ วันที่ผ่านมานี้ครับ เป็นข้อมูลสุดท้าย ผมไม่พูดถึงทุกกระทรวงครับ ผมจะพูด เฉพาะกระทรวงที่มีงบลงทุนจํานวนมากของแต่ละกระทรวง ท่านประธานครับ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาใช้งบลงทุนไป ๑๒.๖ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เป็นกระทรวง ที่มีงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท ไปพัฒนาเรื่องแหล่งน้ํา ไปพัฒนาเรื่องระบบชลประทาน ปรากฏว่าถึงวันนี้ครับ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม เพิ่งใช้งบลงทุนไปเพียง ๒๐.๘ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงคมนาคม ๑๕.๔ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑๖.๓ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงพาณิชย์ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กล่าวหากัน ที่พูดกัน ที่บรรยายความกันในสภาเยอะแยะ จะแพงทั้งแผ่นดิน จะถูกทั้งแผ่นดิน หรือจะเป็นอย่างไร ครับ กระทรวงพาณิชย์ใช้งบประมาณต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐานมากครับ ปรากฏว่างบประมาณ ของกระทรวงพาณิชย์อีก ๔ เดือนจะสิ้นปีงบประมาณครับ ใช้งบไปเพียง ๑๓.๑๑ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่นับบรรดาเงินเดือนนะครับ เงินเดือนมันไปไกลแล้วล่ะครับ เพราะสิ้นเดือนก็ต้องเบิก กระทรวงมหาดไทยใช้ได้ครับ ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงไหนดีขออนุญาตชมครับ กระทรวงมหาดไทย ถ้าดูแนวนี้ก็แสดงว่ามีโอกาสที่จะบริหารงบประมาณไปได้ดีครับ กระทรวงศึกษาธิการครับ งบเยอะเช่นกันครับ ในส่วนงบลงทุนอยู่ที่ ๑๑.๗๙ เปอร์เซ็นต์ ถือว่ายังดีกว่าของเดิม พอสมควรครับ ที่มีการกระจายอํานาจไปให้เขตพื้นที่การศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงศึกษาธิการถึงวันที่ ๑๘ พฤษภาคมก็ไป ๑๑.๗๙ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่ ๑๐.๔๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ น่าตกใจเหมือนกันครับ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพิ่งใช้งบประมาณ งบลงทุนไปเพียง ๐.๐๓๑ เปอร์เซ็นต์ และงบกลางท่านประธานครับ งบกลางที่เร่งรัดกันนักกันหนา อยากจะให้สภาผ่านรายละเอียดโครงการไม่ต้องเสนอมา เพราะเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะต้องบริหารจัดการเรื่องงบกลาง แก้ปัญหาวิกฤติน้ําท่วม อุทกภัย ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงวันนี้เร่งที่สุดแล้วครับ ดีที่สุด ณ วันนี้ ได้มีการเบิกจ่ายเงิน ๒๑.๙๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านครับ เวลา ๔ เดือนที่เหลือ มันเข้าสู่ฤดูฝนนะครับ เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม งบลงทุนต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็ยังเชื่อว่าคงไม่มีการขยับอะไรไป อีกมากมายนัก เพราะสภาพภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคกลางถ้าช่วงระหว่างเดือนที่ผม กล่าวเมื่อสักครู่นี้ มันเข้าสู่ฤดูฝน เพราะฉะนั้นการเบิกจ่ายหรือการใช้เงินของงบประมาณ เชื่อเถอะครับว่าคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายและจะต่ํากว่าเป้าเยอะแยะ
ประการที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือการตั้งงบประมาณของ แต่ละกระทรวงซึ่งผมไม่ลงรายละเอียด ไม่สอดคล้องกับนโยบาย หลายเรื่องท่านทํา แต่ทําเพียง บางส่วน พูด ๑๐๐ ทํา ๑๐ พูด ๑๐๐ ทํา ๕ มีครับ แต่หลายเรื่องครับ ท่านพูดในนโยบาย ไม่ได้ทํา ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานเจือ ท่านดอกเตอร์สามารถ ท่านวินัย สมพงษ์ พวกเรา ทํางานอยู่ในกระทรวงคมนาคม อยู่ในคณะกรรมาธิการด้วยกันนี่ครับ เห็นชัดเจนมาก ท่านประธานครับ ถือโอกาสเรียนไปยังรัฐบาล สิ่งที่พูดจะเป็นเรื่องติติงเพื่อให้หน่วยงานและ รัฐบาลเร่งตามนโยบายของรัฐบาลครับ ท่านประธานเจือปูพื้นเล็กน้อยครับ เรื่อง ๒๐ บาท ตลอดสาย ท่านประธานครับ มาขอโทษประชาชนไม่มีใครว่าครับ ณ วันนี้ โอกาสที่ท่านจะ ทํา ๒๐ บาทตลอดสาย งบประมาณอยู่ในส่วนของกระทรวงมีน้อยมากครับ และมันจะไม่เกิด ที่พูดนี้ไม่ได้คิดเองเลยครับ กรรมาธิการการคมนาคมโดยท่านเจือได้เชิญทั้ง สนข. เชิญทั้ง สํานักปลัดกระทรวง เชิญทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาถามหมดแล้วครับ มาซักหมดแล้วครับว่า นโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้และมาเป็นนโยบายรัฐบาลมันจะเกิด เมื่อไร ในที่สุดครับ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติบอกว่านโยบายเรื่องนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ถ้าจะ ๒๐ บาทตลอดสายได้ ต้องก่อสร้างรถไฟฟ้าให้เสร็จอย่างน้อยอีก ๑๐ สาย ท่านครับ อีก ๑๐ ปีก็ไม่เสร็จครับ อีก ๒๐ ปีผมก็ยังไม่แน่ใจเสร็จหรือไม่ ดังนั้นนโยบายอะไรที่ท่าน ออกไว้แล้วมันทําไม่ได้หรือทําไม่สําเร็จ ท่านออกมาบอกกับพี่น้องประชาชน ใครจะตําหนิติติง เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปครับ ทําไมถึงจะไม่เสร็จครับ เพราะโครงการที่กําลัง ดําเนินการอยู่ขณะนี้ เช่น โครงการสายสีม่วง ตอนที่ ๓ ท่านไปปรับรายละเอียดอีกเยอะครับ เดี๋ยวจะว่ากันในวาระต่อไป ท่านไปปรับเหล็กจาก ๘๐๐ มิลลิเมตรหรือ ๖๐๐ มิลลิเมตร มีปัญหา เรื่องการก่อสร้างดําเนินการต่อไป โครงการรถไฟฟ้าสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ ๒๓ กิโลเมตร สัญญาที่ ๖ นี้ครับ ประมูลไปแล้วครับ เหมือนกับมีการเคาะกะลาครับ เพราะบริษัทที่ได้เป็น บริษัทอยู่ในเครือของกลุ่มบริษัทชิโน-ไทย กลุ่มบริษัทชิโน-ไทย ท่านก็รู้ว่ามีเกี่ยวข้องโยงกับ การเมืองส่วนไหน พอกลุ่มบริษัทชิโน-ไทย ประมูลงานได้ ๘ เดือน รัฐบาลช่วงนี้ ปรากฏว่า ไม่อนุมัติแล้วครับตอนนี้ มีท่าทีจะยืดเยื้อจะดึงและจะรื้อประมูลด้วยซ้ําไป เดี๋ยววาระโอกาส ที่เหมาะสมจะได้พูดเรื่องนี้ต่อไป ดังนั้นผมถึงกราบเรียนกับท่านประธานว่าเป็นไปไม่ได้หรือ ถ้าเป็นไปได้ นายกรัฐมนตรีมาตอบเลยว่า ๒๐ ปีตลอดสาย ผมไม่ขอปีนี้ครับ เพราะปีนี้ อย่างไรก็ไม่ได้ ภายใน ๓ ปี ท่านทําได้หรือไม่
ประการที่ ๒ เป็นสิ่งที่แปลกมากในคณะกรรมาธิการการคมนาคมที่เราเชิญ ข้าราชการมาชี้แจง ท่านครับ รัฐบาลต้องดูแลคนจนสิครับ แต่ขณะนี้รัฐบาลกําลังให้คนจน เดือดร้อน ลดค่าโดยสารรถครับ ท่านประธานครับ ค่าแก๊สลงครับ ค่าน้ํามันในตลาดโลกลดครับ แต่ปรากฏว่าค่าขนส่งโดยมติของคณะกรรมการ แล้วก็มีผลด้วยแล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ปรากฏว่าค่าขนส่งขึ้นครับ รถสองแถวขึ้นประมาณ ๒ บาทครับ รถตู้ขึ้นครับ อันนี้ คือพี่น้องในส่วน กทม. และปริมณฑลได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ครับ ท่านสามารถครับ ขึ้นแล้วครับ ขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๕ ขึ้นมาได้ ๑ สัปดาห์แล้วครับ สวนกับข้อเท็จจริง สวนกับทางที่ควรจะเป็นครับ แต่ในส่วนของผมนี่ครับ ในฐานะเป็น ส.ส. ต่างจังหวัดนี่ขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนครับ รถต่างจังหวัดจะเป็นรถทัวร์ รถตู้ รถโดยสารนี่ขึ้น ๔ สตางค์ต่อกิโลเมตร แล้วก็ขึ้นแล้วครับ ๔ สตางค์ดูเหมือนจะไม่มากครับ แต่ถ้ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๖๐๐ กิโลเมตร ๒๔ บาทครับ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ก็ประมาณนี้ครับ ถ้ากรุงเทพฯ ไปทางใต้ชายแดนนี่ตกไปเท่าไรครับ เงิน ๒๐ กว่าบาทที่เพิ่ม ๓๐ บาทที่เพิ่มมันเป็นเงินไม่น้อยครับ เพราะเป็นเงินของชาวบ้าน เงินของคนจนทั้งนั้นครับ รัฐบาลต้องดําเนินการในเรื่องนี้ ในเรื่องส่วนงบประมาณจะว่ากัน อย่างไรก็ว่ากันไปครับ รถไฟความเร็วสูงท่านประธาน ผมบอกเลยครับว่ารัฐบาลก่อนที่อนุมัติ ในรัฐสภาไว้เรียบร้อยแล้วจะทําอยู่สายไหนบ้าง ไม่พูดซ้ําละครับ รู้ ท่านเอามาทําต่อเถอะครับ อะไรที่มันดีเอามาทําต่อ ไม่ต้องบอกว่าใครลอกใครครับนโยบาย ผู้สูงอายุพรรคประชาธิปัตย์ ทําไว้ ๕๐๐ บาท พรรคเพื่อไทยมาทําต่อเป็นขั้นบันไดอีก ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท พวกผมก็ไม่เคยว่า สิ่งที่ดีประชาชนได้ประโยชน์ทําครับ อสม. พรรคประชาธิปัตย์ทําไว้ พรรคเพื่อไทยเอามาทําต่อก็ไม่เห็นมีพวกผมว่าสักหน่อยว่าลอกนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ผู้ช่วยสารวัตรกํานัน ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเพิ่มให้จาก ๒,๕๐๐ บาท เป็น ๕,๐๐๐ บาท จาก ๔,๐๐๐ บาท เป็น ๘,๐๐๐ บาท จาก ๕,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท พรรคเพื่อไทยจะมาขยายผลต่อในฐานะเป็นรัฐบาลเพิ่มพวกเราไม่ว่า แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าใครลอกกัน ท่านครับ รถไฟความเร็วสูง จะเป็นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ใต้ กรุงเทพฯ-ตะวันออก ไม่เกิด ท่านประธาน นโยบายเขียนในของรัฐบาลชัดเจนครับ แต่ปรากฏในงบประมาณนี่มันไม่มีครับ ในงบประมาณมันไม่มี ปี ๒๕๕๕ ผ่านมาทั้งปี ไม่มี ปี ๒๕๕๖ ปีนี้ผมเปิดดูทุกขบวนครับ ไม่มีโครงการงบประมาณก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง บอกว่าไม่มีน่าเกลียดครับ มีครับ ตั้งงบ ศึกษาท่านประธานครับ ตั้งงบศึกษา ศึกษาอะไรบ้างครับ ที่ปรึกษาสํารวจออกแบบ ศึกษาผลสํารวจความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศึกษายุทธศาสตร์ การลงทุน อยู่ในเล่มนี้ครับ อยู่ในเล่มงบประมาณนี่ ศึกษา เสริมสร้างเครือข่ายชุมชน ศึกษา มาตรฐานการออกแบบ ศึกษาผลของการศึกษา มีไหมครับประเทศไทย โครงการแต่ละ โครงการนี่ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟความเร็วสูงจะอยู่ในการรถไฟแห่งประเทศไทย หรืออยู่ในส่วนของรัฐบาลที่รับผิดชอบ ล้วนแต่ตั้งงบประมาณที่ส่อให้เห็นว่าโครงการ แผนงานงบประมาณมันไม่เกิดครับ เราได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ในกรรมาธิการทั้งหมดนะครับว่า ภายในปีนี้รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟรางคู่จะเกิดขึ้นไหม ปีนี้จะคิกออฟ ฝังหมุดได้สักสายไหม พี่น้องอีสานบ้านผมเอาทีหลังก็ได้ครับ ถึงแม้จะให้ กําลังใจรัฐบาลเยอะแยะครับ ไม่ว่าจะรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ- ขอนแก่น กรุงเทพฯ-อุดรธานี กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ-สุรินทร์ กรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ ผมบอกว่ารอก็ได้ ลองไปบ้านนายกรัฐมนตรีสิครับ ขอกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก่อน เอากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปีนี้เริ่มสร้างได้ไหม แต่คณะทํางานเจ้าหน้าที่บอกเลยครับว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ และภายใน รัฐบาลนี้ผมยังไม่เชื่อว่าจะเกิดรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย ถ้าตราบใดที่การใช้เงิน งบประมาณของท่านมุ่งไปสู่แต่เรื่องของการสํารวจ ๆ และขอไปยังทุกกระทรวงครับ ที่พูดไม่มีเฉพาะกระทรวงคมนาคมครับ ยังมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงใหญ่ ๆ หลายกระทรวงตั้งงบประมาณในลักษณะศึกษา ศึกษา ศึกษา หลาย ๆ ศึกษา และหลาย ๆ โครงการมันก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นครับ คณะกรรมาธิการงบประมาณปีที่ แล้วก็มีข้อสังเกตในเรื่องของการศึกษาที่ผมได้นําเรียนมานี้ละครับ ปรากฏว่าแทนที่ปีที่แล้ว คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกต สภา ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล มีข้อสังเกต ปรากฏว่าปีนี้ มามากกว่าเดิม เพื่อนสมาชิกครับ พวกเราทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ว่าฝ่ายค้าน รัฐบาล ปีนี้มาดู งบประมาณให้มันเป็นผลและมันเป็นจริงอะไรที่ ส.ส. พวกเราเสนอเข้าไปนี่เอาไปปฏิบัติ ได้ไหมครับ นโยบายรัฐบาลก็ต้องชัดเจน
ส่วนประเด็นเรื่องของการทุจริต ผมคงขออนุญาตท่านประธานเอาไปในวาระ โอกาสต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๗ นาที ครับ คุณแม่คนใหม่
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ค่ะ ใช่ค่ะ ดิฉันขออนุญาตลุกขึ้นมาอภิปรายพร้อมกับลูกสาวในท้องแล้วก็ขอใช้สิทธิ ในฐานะคนท้อง ๗ เดือนนี้ค่ะ ที่จะเห็นชอบในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในการลงมติดิฉันก็ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดเชียงรายนับเสียงในสภาก็ได้เท่ากับ ๑ เสียง แต่ในการอภิปรายดิฉันจะขอเป็นปาก เป็นเสียงให้แก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายและยังต้องขอเป็นปากเป็นเสียงให้กับลูก ในท้องด้วยค่ะ และยังคงจะขอเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่านค่ะที่ได้ตั้ง ความหวังไว้กับรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกคนที่มีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับดิฉันว่า ภายใต้การนําของรัฐบาลชุดนี้เราจะมีความหวังกับอนาคตของสังคมไทยที่เป็นอยู่จะต้อง ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ ดิฉันขออภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในส่วนที่จะสนับสนุนในการสร้างสังคมที่ดี ในการสร้างสังคมที่น่าอยู่อาศัยสําหรับคนไทยทุกคน แล้วก็ลูกหลานของท่านในอนาคต ท่านประธานคะ หลังยุคของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งเผชิญกับการปฏิวัติรัฐประหาร ๖ ปีที่ผ่านมาเราคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่งที่เกิดขึ้นหรือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย นั่นก็คงหนีไม่พ้นนั่นก็คือเรื่องปัญหายาเสพติด ก่อนที่ดิฉันจะ ตั้งท้องเคยคิดเหมือนกันว่าถ้ามีลูกแล้วลูกจะโตขึ้นมาในสังคมที่ดีหรือเปล่า เราต้องมานั่งห่วงว่า ในที่สุดเขาโตขึ้นเขาจะคบเพื่อนแบบไหน สังคมดีไหม เพื่อนเขาจะพาเขาไปติดยาหรือเปล่า มากสุดค่ะแค่โตมาแล้วไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดก็ถือว่าโชคดีแล้ว แต่ต้องบอกผ่านท่านประธาน ไปนะคะว่าทุกวันนี้ยังมีกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นเหมือนดิฉันเองหลายคนเลยนะคะ คือมีอยู่ไม่น้อยเลย ที่ตัดสินใจที่จะครองชีวิตคู่สามีภรรยาโดยที่ไม่เอาลูกค่ะ หรือว่าไม่มีทายาทสืบต่อ เพราะอะไรคะ เพราะว่าพอได้สอบถามจากสาเหตุนั้นเขาบอกว่าสังคมเราที่เป็นอยู่ตอนนี้ เขาไม่แน่ใจเลยค่ะว่าลูกหลานเขาจะเติบโตขึ้นมาในสังคมที่ดีแล้วก็ปราศจากยาเสพติดหรือเปล่า ต้องขอบคุณนะคะรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ที่ให้ความจริงใจแล้วก็จริงจังกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้นะคะ ซึ่งพอลงไปในพื้นที่พี่น้องประชาชนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐบาลชุดนี้ได้แก้ปัญหายาเสพติด ให้เบาบางลงไปมากแล้ว แต่ถามว่าหมดไปหรือยังก็ยังไม่หมดไปค่ะ การตั้งงบประมาณ ในปี ๒๕๕๖ ได้เตรียมเงินไว้สําหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพิ่มจากปีก่อนหน้า ถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งงบประมาณไว้สูงถึง ๑๑,๕๘๒ ล้านบาท ก็ด้วยความจริงจังและ จริงใจในการแก้ปัญหา แก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้นะคะ พ่อแม่อย่างดิฉันหรือว่า พ่อแม่ผู้ปกครองที่ฟังอยู่ก็คงจะสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจแล้วค่ะว่าลูกหลานของเขา ในอนาคตจะห่างไกลยาเสพติดและมีอนาคตที่ดีขึ้น พอมาดูในด้านสาธารณสุขนะคะ ดูงบที่ตั้งไว้ของกระทรวงสาธารณสุขอาจดูไม่มากนักเพียง แค่ ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด หรือประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แต่ถ้าดูองค์รวมของกระทรวงนี้มีถึง ๑๐.๔ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด หรือ ๒๕๔,๙๔๗ ล้านบาท ซึ่งต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้ตั้งงบเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ทําให้ประชาชนชาวไทยไม่ว่าจะจนหรือรวยก็สามารถจะได้รับ ระบบสวัสดิการด้านการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียมกันแล้วก็มีคุณภาพ แต่ว่ามี ๒ ประเด็น ที่ดิฉันอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลชุดนี้นะคะ
ประเด็นแรกนี่ค่ะ พอได้พูดคุยกับผู้รู้หรือว่าแพทย์บางท่านแล้วนี่ เขาบอกว่า มีอีกหลายโรคร้ายด้วยกันที่เรียกว่าไม่ได้รวมอยู่ในระบบประกันสุขภาพ บางโรคนั้นมันอาจจะ ไม่ได้สร้างภาระให้กับงบประมาณมากมายอะไร แต่ถ้าสมมุติเราสามารถเพิ่มโรคร้ายพวกนี้ เข้าไปนี่ เราสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิต สามารถรักษาชีวิตหรือว่าให้อวัยวะให้กับผู้ป่วย ช่วยเหลือ ผู้คนได้มากมาย ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยไปศึกษาแล้วก็ดูแลในอนาคตด้วย
เรื่องที่ ๒ ก็คือเป็นงบในส่วนของการศึกษาและวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีเพียงแค่ ๗,๔๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง โดยศักยภาพของแพทย์ไทยแล้วก็นักวิจัยของ คนไทยนี่ต้องยอมรับนะคะว่าก็เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ และในเมื่อประเทศไทยอยากจะ พัฒนางานสาธารณสุขของประเทศไทยหรือว่าอยากจะให้เป็นศูนย์รวมของการรักษาให้แก่ พี่น้องทั่วโลกได้มารวมตัวที่ประเทศไทยแล้วนี่ จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้รัฐบาลอุดหนุน ในส่วนของการวิจัยให้กับแพทย์ไทยกับนักวิจัยไทยในอนาคตด้วยนะคะ
ด้านการศึกษาค่ะ ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการนี่ได้รับจัดสรรงบประมาณ เรียกว่าเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดถ้าเทียบกับกระทรวงอื่น ๆ ก็ว่าได้ คิดเป็น ๑๙.๒ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณรายจ่ายหรือถ้าเป็นเม็ดเงินอยู่ที่ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบการศึกษานี่ค่ะ ดิฉันรู้สึกดีใจนะคะ เพราะว่ามันสามารถจะสร้าง โอกาสให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ให้กับทุกเพศทุกวัย ทุกระดับการศึกษา แล้วก็สามารถให้เด็ก ๆ พวกนี้ได้เข้าถึงแหล่งความรู้ที่มีมาตรฐานแล้วก็มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งงบประมาณตัวนี้ ก็รวมไปถึงงบประมาณของการพัฒนาครูแล้วก็บุคลากรในทางด้านการศึกษาเพื่อให้กลุ่มคน เหล่านี้สามารถเพิ่มความรู้ มีคุณภาพ มีจริยธรรม และที่สําคัญมีความก้าวหน้าในอาชีพ การงานครูด้วยค่ะ โอกาสของเด็กในต่างจังหวัดที่เรียกว่าเรียนดีแต่ว่าไม่มีโอกาสก็กลับมาด้วย โครงการ ๑ อําเภอ ๑ ทุนการศึกษา น้อง ๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ เองนี่นะคะ ก็สามารถมีแท็บเล็ตหรือว่าคอมพิวเตอร์พกพาที่สามารถจะทําให้เขานี่ได้เข้าถึงการศึกษาได้ อย่างเท่าเทียมกัน สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้โดยผ่านอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันทุกคน อนาคตของเด็กไทยจะสดใสดีกว่าที่ผ่านมา แล้วเขาก็จะมีศักยภาพไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ของเราแต่ว่าจะมีศักยภาพเรียกว่าระดับโลกเลยก็ว่าได้ และด้วยงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ นี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกที่อยู่ในท้องของดิฉันเองหรือว่าลูกหลานของใคร ๆ ในประเทศนี้ก็ตามก็สามารถ จะโตมาในสังคมที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน อย่างที่ดิฉันได้อภิปรายไปนะคะ สังคมที่ปลอดยาเสพติด สังคมที่มีระบบประกันสุขภาพที่ดีแล้วก็มีการศึกษาที่เท่าเทียมกันค่ะ
ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ก็อยากจะขออภิปรายเรื่องของงบกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีนะคะ เพราะว่าไม่พูดก็คงไม่ได้ เพราะว่าถ้าสมมุติว่าดิฉันคลอดลูกออกมานี่ก็คง จะต้องขอไปเป็นสมาชิกกลุ่มสตรีแล้วก็แม่บ้านเช่นเดียวกันนะคะ ก็ต้องขอขอบคุณ ทางรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้เห็นความสําคัญกับกลุ่มสตรีและแม่บ้าน แล้วก็ได้ตั้งงบ ให้กับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเฉลี่ยแล้วจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทด้วยกันนะคะ ก็ขอเป็น ตัวแทนสตรีทุกคนขอบคุณไปยังทางรัฐบาลด้วย และสุดท้ายนี้จากที่ได้อภิปรายมาทั้งหมด ดิฉันขอสนับสนุนแล้วก็เห็นชอบในหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ด้วยอีกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ครับอภิปราย ทีหนึ่ง ๒ คนเลยนะครับ ท่านมนู พุกประเสริฐ เชิญครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มนู พุกประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ ครับ วันนี้ต้องขออภิปราย ในส่วนของร่างงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในปี ๒๕๕๖ นะครับ ในส่วนของหลายกระทรวง หรือหลายยุทธศาสตร์ที่ทางรัฐบาลได้ส่งหนังสือเข้ามา ปรากฏว่าเนื่องจากเวลาค่อนข้างจํากัด ก็จะขอเลือกเอาสําหรับนโยบายหรือว่าโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ตัวนะครับ เนื่องจากว่าเป็น ส.ส. ในต่างจังหวัด สภาพอย่างยิ่งที่ผมพูดโดยตลอดในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ในเรื่องของ ผู้สูงอายุ ผมยังมองไม่เห็นว่ารัฐบาลได้เตรียมการในเรื่องของโครงการผู้สูงอายุสักเท่าไร อย่าไปทึกทักเอาว่าสิ่งที่เบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุเพิ่มเป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท นั่นคือการเข้าสู่โครงการของผู้สูงอายุอย่างครบถ้วนนะครับ โดยข้อเท็จจริงแล้วผู้สูงอายุไม่ใช่ ใช้เงินในส่วนของเบี้ยยังชีพอย่างเดียวเท่านั้น ทางรัฐบาลจะต้องดูโครงการต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้อง กับเรื่องของความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุของพวกเราด้วยนะครับ ปู่ย่าตายายทั้งหลายจะอยู่ อย่างไร ไม่ใช่ว่าให้เงินไปแล้วจะไปใช้อย่างไรก็ถือว่านั่นคือโครงการรองรับโครงการของ ผู้สูงอายุ ณ เวลานี้ผู้สูงอายุทั้งประเทศถือเป็น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ประชากรผู้สูงอายุถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว แล้ว ๑๗ เปอร์เซ็นต์ผมยังไม่เห็นทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบประมาณ ๒๕๕๖ ในครั้งนี้ได้ทําเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งหนึ่งนะครับ ก็ฝากทางรัฐบาลไว้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของสุขภาพ จะเปิดดูในยุทธศาสตร์ที่ ๔.๔ นะครับ เรื่องของยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพด้านสุขภาพ ท่านเขียนไว้ว่าจะดูแล จะใช้นวัตกรรม และแจ้งเตือนภัยด้านสุขภาพเพื่อลดภาวะโรคที่คุกคามต่อสุขภาพ ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ผมเชื่อว่าเวลานี้พี่น้องที่อยู่ทางบ้านเวลาที่จะเจ็บป่วย อย่าถึงเวลาที่จะเจ็บป่วยเลยครับ แม้กระทั่งเรื่องของการตรวจสุขภาพประจําปีไม่มีใครเข้าถึง เข้าถึงแพทย์ยากมากนะครับ จะเจ็บป่วย จะเข้าโรงพยาบาลกันทีก็รอว่ามันไม่ไหวแล้วถึงจะต้องเข้า เพราะฉะนั้นท่านทํา เรื่องของสุขภาพเข้าไว้ ๒ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ ๔.๔ คล้าย ๆ กันนะครับ แต่อยู่ใน หลักประกันสุขภาพเสีย ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในหลักประกันสุขภาพด้านสุขภาพแค่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตีเสียว่าประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินที่ค่อนข้างสูงมากครับ ก็อยากจะฝากรัฐบาลไว้ด้วยว่าเรื่องของสุขภาพ อย่าให้ชาวบ้านบอกว่าถ้ามันไม่ไหวถึง จะต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อก่อนผมได้ยินแต่ว่าโรงพัก ศาล อย่าไปเกี่ยวข้องเลยถ้าไม่จําเป็น แต่เดี๋ยวนี้ประชากรพูดบอกว่าโรงพยาบาลด้วยนะครับ ถ้าไม่จําเป็นก็อย่าได้ไปเกี่ยวข้องเลย แม้กระทั่งตัวผมเอง ผมเคยไป แค่ตรวจสุขภาพอย่างเดียว นั่งรอตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึง บ่ายสามโมงครึ่งยังไม่เจอแพทย์เลยนะครับ อย่าว่าแต่เรื่องของการเจ็บป่วยเลย เรื่องของการ แค่จะไปตรวจสุขภาพเพื่อป้องกันตัวเองยังต้องใช้เวลาขนาดนี้ ชาวบ้านเข็ดไปตาม ๆ กัน มันก็เลยทําให้มะเร็งนะครับ มะเร็งเวลาชาวบ้านเข้าไปโรงพยาบาลระยะสุดท้ายทั้งนั้นละครับ ไม่เคยเจอว่าชาวบ้านรับรู้ว่าเป็นมะเร็งระยะแรก ระยะที่ ๒ เพื่อที่จะเตรียมการรักษา เพราะว่า ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะเข้าสู่โรงพยาบาล อยากจะฝากทางรัฐบาลไว้ด้วยว่าถ้าเมื่อใด ก็แล้วแต่ ถ้าท่านทําโรงพยาบาลที่สําหรับรักษาคนไข้ไว้รวมกับเพื่อที่จะการป้องกันการตรวจ สุขภาพยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เท่าที่ควรก็ฝากไว้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของน้ํา ยุทธศาสตร์ที่ ๑.๔ ถ้าอยู่จังหวัดสุโขทัยไม่พูดถึง เรื่องน้ําก็คงจะประหลาดนะครับ เพราะว่าปีนี้ ได้ยินท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านได้ตั้ง โครงการหรือได้ตั้งแผนที่จะป้องกันน้ําท่วมไว้อย่างสวยหรู ผมเองได้ยินแล้วรู้สึกนิยมชมชอบ ในการแก้ปัญหาของรัฐบาลในครั้งนี้ ท่านตั้งโครงการไว้ว่าการแก้ปัญหาน้ําท่วมนั้นจะต้องมีทั้ง ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา ฟังดูเหมือนจะเป็นระบบ ผมก็ดีใจนะครับ ท่านทําโครงการเสร็จแล้ว ท่านก็นําคณะไปตรวจสอบในเรื่องของต้นน้ํา จําได้ว่าท่านไป ตรวจสอบครั้งแรกที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์มีเขื่อนขนาดใหญ่ ตรงนั้นสามารถ ที่จะควบคุมป้องกันจะปล่อยน้ํา จะปล่อยมากปล่อยน้อยนั่นมีเขื่อนขนาดใหญ่สามารถที่จะ ควบคุมได้อยู่แล้ว เรื่องของน้ําท่วม เรื่องของต้นน้ํา ถ้าจะให้พูดกันจริง ๆ ถ้าจะนึกถึงกันจริง ๆ ต้องจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัยครับ ท่านครับ ท่านประธานครับ จังหวัดแพร่กับจังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งต้นน้ําที่ชัดเจนมากที่สุด แต่ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ไป ก็ไม่เป็นอะไร ในเมื่อมีโครงการ ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําแล้ว คิดว่าในแผนปฏิบัติการของท่าน ท่านคงจะต้อง ทําเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมเองผมเป็นคณะกรรมาธิการ การคมนาคม ได้เชิญหน่วยงานของคมนาคม เข้าไปสอบถามในเรื่องของการป้องกันน้ําท่วม ในแหล่งต้นน้ําของจังหวัดสุโขทัย เชิญหน่วยงานกรมเจ้าท่า ท่านมีแผนอะไรบ้างในเรื่องของ การทําเรื่องของเรื่องนี้ ทางกรมเจ้าท่าบอกว่าใช้งบประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาทในงบพิเศษ โดยใช้วิธีพิเศษเพื่อที่จะทําให้รวดเร็วมากมายยิ่งขึ้น ปรากฏว่าถามไปถามมามีการเซ็นสัญญา กันว่าต้นเดือนเมษายน และ ณ บัดนี้ยังไม่ได้ดําเนินการหรือว่าดําเนินการเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และถามว่าเหตุไฉนถึงเป็นเช่นนี้ บอกว่ามันต้องออกแบบ ทําไปออกแบบไป ท่านฟังดูนะครับ ท่านประธานครับ ของบประมาณไปที่สํานักงบประมาณ สํานักงบประมาณ ไม่รู้ว่าตั้งงบประมาณมาได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีแบบ ณ เวลานี้มีการทําไปออกแบบไป แล้วปรากฏว่าทําโครงการนี้ด้วยวิธีพิเศษประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นที่น่าสังเกต ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ปลายน้ํานี้ผมได้ข่าวว่าทํากันไปถึง ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ต้นน้ํา อย่างจังหวัดแพร่ อย่างจังหวัดสุโขทัยนี้ ยังเพิ่ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคืออะไร มันทําให้สิ่งที่ นิยมชมชอบอยู่ในใจว่าโครงการในลักษณะอย่างนี้มีการแก้ปัญหาโดยขั้นโดยตอน มีการกําหนดต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา แต่มันคืออะไรตอนนี้ ต้นน้ํา ดําเนินการไปได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปลายน้ํานี้ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว และอย่างนี้ในงบประมาณของ ปี ๒๕๕๖ มันทําให้เราคลางแคลงใจครับ เมื่อใดก็แล้วแต่ ถ้าสิ่งที่ผ่านมาหรือว่าประสบการณ์ ที่ท่านทําไว้อย่างนี้ ในโอกาสต่อไปที่จะต้องทํางบประมาณในปี ๒๕๕๖ ทําให้สงสัยว่ามันจะเกิด เหตุการณ์ในลักษณะของปี ๒๕๕๕ หรือไม่ อย่างไรก็ดีครับ ผมเชื่อว่าร่างงบประมาณฉบับนี้ คงจะต้องผ่านสภา แต่ว่าข้อทักท้วง ข้อติติงของฝ่ายค้านหรือแม้กระทั่งของพรรคภูมิใจไทย ที่นําเสนอคงจะเติมเต็มโครงการที่อย่างไรก็ต้องผ่านในวันนี้ให้จงได้ แล้วก็ใช้ประโยชน์ ในงบประมาณซึ่งมีอย่างมหาศาลของพี่น้องประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบคุณ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ ๕ นาทีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศิริสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมมา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยเฉพาะงบประมาณเชิงสังคมนั้น ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมสนใจคือ เรื่องผู้สูงอายุ ต้องขอกราบขอบพระคุณภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ความสําคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ โดยการปรับจ่ายเบี้ยยังชีพ ให้กับผู้สูงอายุมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาครับ โดยจัดให้มีเบี้ยยังชีพรายเดือนอย่างทั่วถึง และเป็นธรรมแก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศแบบขั้นบันได ผู้สูงอายุอายุ ๖๐ ปีถึง ๖๙ ปี ได้เบี้ยยังชีพ ๖๐๐ บาท ผู้สูงอายุ ๗๐ ปีถึง ๗๙ ปี ได้เบี้ยยังชีพ ๗๐๐ บาท ผู้สูงอายุ ๘๐ ปีถึง ๘๙ ปี ได้เบี้ยยังชีพ ๘๐๐ บาท และอายุ ๙๐ ปีขึ้นไปได้ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่ดี ผมขอสนับสนุนรัฐบาลที่จัดงบประมาณให้กับผู้สูงอายุ ผมคิดว่าคนไทยทั่วประเทศ เห็นความสําคัญตรงนี้ และขอกราบขอบพระคุณรัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับ
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านหรือที่เราเรียกกันว่า อสม. รัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญกับ อสม. ทั่วประเทศว่าให้ความเอาใจใส่โดยเพิ่ม ค่าทดแทนในการที่ทํางานนั้นให้เดือนละ ๖๐๐ บาท ท่านประธานครับ ถ้าเป็นไปได้อยากจะเรียน ท่านวิทยา บุรณศิริ ปรับเพิ่มเงินค่าตอบแทนให้กับชาว อสม. ของชาวอําเภอปากช่องและ อสม. ทั่วประเทศ จากเดิม ๖๐๐ บาท ปรับเพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ บาท จะเป็นการดีและ กราบขอบพระคุณไว้ล่วงหน้า
เรื่องที่ ๓ ผมประทับใจกับรัฐบาลชุดนี้ คือการนําโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรค กลับมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไข จนมีความสมบูรณ์และดูแลสุขภาพของประชาชนชาวรากหญ้า ได้อย่างดี วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ รัฐบาลได้เริ่มต้นทําโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาทุกที่ ทั่วถึงทุกคน ทําให้ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพใด ๆ ก็สามารถ เข้าถึงการรักษาเจ็บป่วยฉุกเฉินได้อย่างเท่าเทียมกันครับ
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ดําเนินการโรงพยาบาล ส่งเสริมคุณภาพตําบล ซึ่งเป็นสถานพยาบาลประจําตําบลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีขีดความสามารถระดับปฐมภูมิได้รับการยกฐานะจาก สถานีอนามัยหรือศูนย์สุขภาพชุมชนตามนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว และรัฐบาลชุดนี้เห็นว่า ความคิดที่ดีจึงดําเนินการต่อเป็นความใจกว้างของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และมีท่านวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พยายามแก้ไขปัญหา และอุปสรรคที่มีอยู่ รัฐบาลยืนยันนะครับว่าจะสนับสนุนงบประมาณให้โรงพยาบาลส่งเสริม คุณภาพตําบลมีการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเน้นที่การดูแลการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ท่านประธานครับ ผมดีใจที่ผมเกิดมาเป็นคนปากช่อง ผมดีใจครับ ที่ผมได้เป็นผู้แทนราษฎร และเป็นผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยในรัฐบาลชุดนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงขอยืนยัน แล้วก็สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลชุดนี้ได้จัดไว้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อพี่น้องประชาชนชาวอําเภอปากช่อง และพี่น้องทั่วประเทศ ขอบคุณครับ
พลตํารวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปราย งบประมาณรายจ่ายที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อให้สภาได้มีการพิจารณาในวันนี้ กระผมเองขออภิปราย เกี่ยวกับเรื่องงบกลางของรัฐบาล ซึ่งงบกลางของรัฐบาลนั้นได้ตั้งไว้ถึง ๓๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่มากเป็นอันดับ ๒ ของงบประมาณรายจ่ายในปีนี้ การที่ตั้งงบประมาณ มากนั้น ผมมีความเห็นว่าการตั้งงบประมาณเป็นจํานวนมากที่อยู่งบกลางนั้นเป็นการตั้ง เพื่อเป็นการรองรับนโยบายของรัฐบาลมากกว่า เพราะการตั้งงบประมาณกลางนั้นเหมือนกับรับนโยบายให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้งบกลาง อย่างเดียว ในงบกลางนั้นเราจะพบว่ามีงบประมาณที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินจําเป็น ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งไว้ถึง ๗๓,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่มีรายละเอียดหรือโครงการที่รองรับ กระผมเองจึงมีคําถาม ต่อคณะรัฐมนตรีว่างบกลางฉุกเฉิน ปี ๒๕๕๕ ซึ่งยังอยู่ในงบประมาณซึ่งเป็นจํานวนเงินถึง ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท รวมกับงบฟื้นฟู ป้องกัน เยียวยาและป้องกันอุทกภัยอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลได้ใช้ทําโครงการอะไรบ้าง ในพื้นที่ใดบ้าง เนื่องจากว่าขณะนี้ประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากมหาอุทกภัยที่ผ่านมายังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง จะเห็นว่า มีการร้องเรียน มีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวานนี้ก็มีการประท้วงจากพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดปทุมธานีที่คลอง ๕ มีการประท้วงเรื่องงบการช่วยเหลือเยียวยาซึ่งแต่ละ ครอบครัวได้ไม่เท่ากัน มีการประท้วงปิดถนน สร้างความเดือดร้อน กระผมจึงอยากจะให้ คณะรัฐมนตรีที่ได้ตั้งงบประมาณกลางไว้มากมายอย่างนี้ได้ชี้แจงให้ทราบ และเมื่อสักครู่ จะขอเอ่ยนามครับท่านวิฑูรย์ นามบุตร ได้แจ้งว่างบกลางที่รัฐบาลได้จ่ายไปในงบปี ๒๕๕๕ นั้น เพิ่งจ่ายไปเพียงประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่ทราบว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากมหาอุทกภัยครั้งที่แล้วจะได้เงินเมื่อไรนะครับ เพราะว่าเพิ่งจ่ายไปแค่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออีกประมาณร่วม ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นจะจ่ายเมื่อไร นอกจากนี้แล้วผมขออภิปรายเรื่องงบ กระทรวงศึกษาธิการ งบกระทรวงศึกษาธิการตามที่คณะรัฐมนตรีได้จัดให้กระทรวงศึกษาธิการนั้น ในปีงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้น มีถึง ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมได้เห็นตัวเลขแล้วก็รู้สึกดีใจแทนนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้นะครับที่ว่าจะได้รับ การดูแลอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีงบประมาณมากถึง ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจะพบว่าพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะนําบุตรหลานเข้าเรียนชั้น ม. ๑ หรือ ม. ๔ นั้น กําลังมี ปัญหาอยู่ ถ้าติดตามข่าวแล้วท่านจะพบว่าเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่แล้วมีนักเรียนที่จะ เข้าเรียนต่อชั้น ม. ๔ ต้องมีการอดข้าวประท้วงที่หน้าทําเนียบรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้รับเรียนต่อ จากสถานที่โรงเรียนที่เรียนอยู่แล้ว ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดความผิดพลาดจากนโยบายการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการหรือของโรงเรียนนะครับ เด็กที่จะเข้าเรียนชั้น ม. ๑ หรือ ม. ๔ นั้น ในการเข้าเรียน ชั้น ม. ๑ ก็มีการสอบแล้ว เมื่อเรียนเข้าชั้น ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ จะเรียนต่อ ม. ๔ ก็ต้องมีการสอบอีกล่ะ ผมก็ไม่เข้าใจว่านโยบายที่กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งไว้ มันถูกต้องหรือไม่ เพราะอยู่ ๆ เมื่อนักเรียนที่เรียนจบ ม. ๓ จะเรียนต่อ ม. ๔ ในโรงเรียนเดิม ไม่รับ ซึ่งก็จะเกิดภาระกับผู้ปกครอง พ่อแม่ที่จะต้องนําบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ภาวะจิตใจ ของนักเรียนจะเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะว่าโรงเรียนเดิม ครูเดิม สถานที่เดิมก็เรียนอยู่แล้ว การเรียนต่อเนื่องก็จะน่าเกิดประโยชน์กับนักเรียนนะครับ แต่เหตุไฉนจะต้องย้ายโรงเรียน ซึ่งนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการหรือคณะรัฐมนตรีได้วางเอาไว้ สรุปว่า เรียนอย่างมีคุณภาพ เสมอภาค ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังมีทุนอุดหนุนกับผู้ที่จะเรียน ทุกชั้นเรียนด้วยนะครับ ก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ถ้าหากเป็นตัวอย่าง ให้กับนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองที่ยังไม่มีสถานที่เรียนอีกจํานวนมากอาจจะต้องมีการอดข้าว ประท้วงอีก ก็ไม่ทราบว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดําเนินการอย่างไร กระผมจึงไม่ไว้วางใจ ที่จะรับงบประมาณที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านมนพร เจริญศรี ๕ นาที
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดิฉันต้อง ขอชื่นชมรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน ดิฉัน ได้พลิกดูการจัดทําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ มีความเหมาะสมแล้วก็สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ณ ปัจจุบันนี้ ในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้แถลงนโยบายไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร พี่น้องประชาชนก็จะเห็นว่านโยบายสําคัญ ๆ ที่ได้ออกสู่สายตาประชาชนแล้วก็เป็นสัญญา ประชาคมของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายล่าสุดคือนโยบายพักหนี้ครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทลงมา เป็นระยะเวลา ๓ ปี ท่านประธานที่เคารพคะ นอกจากนั้น ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณแทนที่พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมเป็นอย่างสูงยิ่งที่เมื่อคราวประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ให้ความเมตตาต่อพี่น้อง ชาวจังหวัดนครพนมแล้วก็พี่น้องชาวอีสานเหนือในการอนุมัติโครงการก่อสร้างโรงพยาบาล ศูนย์อนุภาคอินโดจีน เป็นเงินงบประมาณ ๑,๒๗๘ ล้านบาท สืบเนื่องจากจังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่ห่างไกลแล้วก็อยู่จังหวัดชายแดน พี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านสุชาติ ธาดาธํารงเวช ไปเก็บเกี่ยวเอาปัญหาในพื้นที่ ก็พบว่าพี่น้องประชาชนยังมีปัญหา ขาดแคลนโรงพยาบาล เครื่องไม้เครื่องมือ คุณหมอที่มีความรู้ความสามารถเก่ง ๆ ท่านก็ได้ อนุมัติโครงการในการจัดซื้อเครื่องฟอกไต เครื่องเอ็กซเรย์ (X-ray) และเครื่องพีซี (PC) สแกน (Scan) สมอง นอกจากนั้นยังได้อนุมัติการก่อสร้างศูนย์พักญาติภายในโรงพยาบาล จังหวัดนครพนมในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ท่านได้อนุมัติไปเบื้องต้นเป็นเงินงบประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นค่ะ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ท่านยังได้ตั้งไว้ในงบประมาณการ ก่อสร้างอาคารตึก ๙ ชั้น แล้วก็การก่อสร้างโรงพยาบาล อาคารต่าง ๆ ที่จะเตรียมรับมือ ในการเปิดโรงพยาบาลศูนย์อนุภาคอินโดจีน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พี่น้องชาวจังหวัดนครพนม และคนอีสานได้เล็งเห็นว่าอํานาจในวันเลือกตั้งเป็นอํานาจที่นํามาซึ่งความผาสุก เป็นอํานาจ ซึ่งทําให้เขาจะพลิกเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แล้วก็ทําให้ดิฉันมองเห็นว่าภาระของ พี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตัดสินใจทันต่อเหตุการณ์ในการที่จะแก้ไข ปัญหาได้อย่างฉับพลัน นอกจากนั้นค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ก็จะเห็นว่าในแผนงานพัฒนาการประกันสุขภาพ ปรากฏว่าทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงสาธารณสุขเป็นเงินงบประมาณถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ของเงิน ๒.๔ ล้านล้านบาท ต้องถือว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ในการ จัดทํางบประมาณทีเดียวค่ะ เพราะว่าเป็นกระทรวงที่ได้ให้ความสนใจใส่ใจต่อสุขภาพ นอกจากนั้นค่ะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังมีมิติของการพัฒนาแตกต่างไป จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านอื่น ๆ ที่ผ่านมา นั่นก็คือท่านได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขได้ทําหน้าที่ป้องกันปราบปรามแล้วก็ฟื้นฟู เยียวยาด้านยาเสพติด นั่นก็คือได้ระดมกวาดล้างสารตั้งต้นผลิตยาบ้าหรือว่าสารซูโดอีเฟดรีน จนสามารถทําให้จับกุมเป็นจํานวนมากและทําให้ขบวนการผลิตยาบ้าชะงัก และวันนี้ ทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่จะต้องมีการจับกุม สืบสวน สอบสวน เจ้าหน้าที่ทางราชการที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมาดําเนินคดีต่อไป ซึ่งจากปรากฏการณ์ ดังกล่าวก็จะเป็นหนึ่งในขบวนการที่มีความจริงใจที่จะปราบปรามยาเสพติดอย่างแท้จริงค่ะ ท่านประธานคะ นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลเองยังได้มีการบูรณาการหลักประกันสุขภาพถึง ๓ หลัก ไม่ว่าหลักประกันสุขภาพ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนประกันสังคม กองทุน หลักสวัสดิการข้าราชการ ซึ่ง ๓ กองทุนเหล่านี้ รัฐบาลได้หยิบยื่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียมกันของคนในสังคม ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตําบลใดเมื่อมีการเจ็บป่วย หรือจะต้อง เข้ารับการรักษาพยาบาล พี่น้องประชาชนคนไทยก็สามารถใช้สิทธินี้ในการเข้ารับการรักษา พยาบาลทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชน ซึ่งถ้าจะเป็นของรัฐหรือเอกชนแห่งใดก็ตาม ถ้าพี่น้องประชาชนไม่อยู่ในสิทธิของโรงพยาบาลแห่งนั้นก็สามารถที่จะไปใช้สิทธิ ในการที่จะเข้ารับการรักษา แล้วก็ไม่จําเป็นต้องสํารองเงินสดก่อน นอกจากนั้นดิฉันต้องขอ เสนอแนะแล้วก็ขอชื่นชมว่าการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลในปีนี้เป็นปีปกติ ซึ่งเป็น ไตรมาสแรกนะคะ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ดิฉันก็ขอฝากว่าหลังจากร่างงบประมาณนี้ผ่านสภา คณะผู้บริหารก็คงจะต้องบริหารราชการแผ่นดินไปตามกฎระเบียบ ดิฉันขอฝากในเรื่องของ ความโปร่งใส อย่าให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจะเป็นเสมือนเหลือบไร จะทําให้รัฐบาลอยู่ ไม่ได้ และพี่น้องประชาชนก็ฝากให้กําลังใจมา และท้ายที่สุดค่ะ ดิฉันขอเร่งรัดให้รัฐบาล ได้จัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ลงไปในพื้นที่เพื่อจะเป็นตัวกระตุ้น เศรษฐกิจในระดับฐานรากให้มีการหมุนเวียน ท้ายที่สุดค่ะ ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ด้วยความขอบคุณค่ะ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้มีโอกาสได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในปีนี้ ท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลได้เสนอร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ในกรอบวงเงินถึง ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้น ซึ่งเพิ่มจากปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นับว่าเป็นงบประมาณที่สูงนะครับ ผมก็ดีใจด้วยที่ทางรัฐบาลได้จัด งบประมาณมานะครับ ก็ถือว่าเป็นงบประมาณที่มากกว่าทุก ๆ ปี มากเป็นประวัติการณ์ แต่ด้วยจะเหตุผลประการใดก็ตามท่านประธานที่เคารพ ผมได้อ่านและได้ฟังคําแถลงจาก ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งแถลงไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ นั้นมีถึง ๙ ยุทธศาสตร์ ด้วยกัน โดยคําแถลงมีถึง ๓๘ หน้าด้วยกัน ผมได้พยายามดูตัวเลขในการจัดสรรงบประมาณ ในปีนี้ เห็นได้ว่าตัวเลขในการจัดสรรงบประมาณนั้นขาดความชัดเจน ไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ท่านประธาน ผมจะชี้ให้ดูนะครับ ท่านประธานที่เคารพ โดยเฉพาะที่ผมอยากจะ อภิปรายก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๑ คือการสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ซึ่งรัฐบาลได้ตั้ง งบประมาณถึง ๔๙๑,๔๘๒ ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๒๐.๕ ของกรอบวงเงินงบประมาณ ท่านประธาน ซึ่งเป็นกรอบวงเงินลําดับรองจากยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือด้านการศึกษา ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิตซึ่งตั้งไว้ถึง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๖.๑ ของกรอบวงเงินงบประมาณ
ท่านประธานที่เคารพครับ ชื่อในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างรากฐาน การพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ฟังแล้วหรูมากนะครับ แต่ผมได้มาตรวจดูในส่วนของแผนงาน ๑.๔ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผมซึ่งเป็น ส.ส.ในเขตลุ่มแม่น้ํายม ก็คือแผนงานการบริหารจัดการน้ํา อย่างบูรณาการ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้มีความจริงใจจัดสรรงบประมาณถึง ๔๓,๔๐๒.๔ ล้านบาท ในแผนนี้นะครับ ผมก็พยายามได้ดูงบประมาณก็เชื่อว่างบประมาณ ดังกล่าวนี้น่าจะกระจายไปอยู่กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ํา โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหลาย ๆ กระทรวง แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน ในส่วนของเปรียบเทียบ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นถือว่าเป็นกรมหลัก โดยเฉพาะ กรมชลประทาน ผมผิดหวังมากนะครับ มองเห็นตัวเลขเปรียบเทียบจากปีที่แล้ว ปีที่แล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งงบประมาณอยู่ที่ ๗๖,๗๒๑.๓ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๕๖ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับจัดสรรงบประมาณเท่าไรนะครับ ๗๓,๐๓๙.๒ ล้านบาท ลดลงไปหรือน้อยลงไปถึง ๓,๖๐๐ กว่าล้านบาทท่านประธาน แค่นั้นยังไม่พอนะครับ กรมชลประทานลดลงไปถึง ๗,๔๕๕.๙ ล้านบาท ซึ่งกรมชลประทานนั้นเป็นกระทรวงหลัก ได้ตั้งงบประมาณในส่วนของปี ๒๕๕๖ เพียง ๓๕,๔๕๓.๓ ล้านบาท เปรียบเทียบปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๕ ๔๒,๙๑๙.๒ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลต้องตัดงบหรือลดงบประมาณ ในส่วนของ กรมชลประทานไปทําอะไร ผมตรวจดูในส่วนของงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแม้จะเพิ่ม แต่โครงการหรือแผนหลักในการแก้ไขปัญหาหรือการจัดการ บูรณาการของการแก้ปัญหาเรื่องน้ํานั้นไม่มีโครงการใหม่ ๆ เลยท่านประธาน ก็อยากจะ กราบเรียนนะครับว่าแม่น้ํายมของผม ซึ่งมีต้นน้ําที่จังหวัดแพร่ลงมาจังหวัดสุโขทัย มาจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร สู่จังหวัดนครสวรรค์ปีที่แล้วเป็นจุดเริ่มต้นของการน้ําท่วม ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลทราบดีแต่ตรงนี้ทําไมไม่มีการจัดสรรงบประมาณลงไปแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้อง ๕ จังหวัดที่ประสบชะตากรรมเดียวกันในเรื่องน้ําท่วม ทําให้บ้าน ไร่นา พืชสวนเสียหายนับความเสียหายไม่ถ้วนท่านประธาน ก็อยากจะกราบเรียนว่าการจัดสรร งบประมาณในส่วนนี้ ผมก็ไม่เข้าใจนะครับว่าการบูรณาการนั้นบูรณาการอย่างไร ก็ต้อง กราบเรียนว่าตราบใดที่รัฐบาลยังไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วม น้ําแล้ง ในพี่น้องชาวลุ่มน้ํายม ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณในร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านประสาท ตันประเสริฐ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขตเลือกตั้งที่ ๖ พรรคชาติพัฒนา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท กระผมในนามพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินขอสนับสนุน ท่านประธานครับ ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในชนบท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเห็นประชากรส่วนใหญ่ ของประเทศเราเป็นเกษตรกร เพราะฉะนั้นในส่วนของงบเพื่อพี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศ ผมสนใจ ท่านประธานครับ ปีนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบลงทุนในส่วนตรงนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผมถือว่า น้อยมากจากปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ท่านประธานครับ อาชีพเกษตรกรรมนั้นหัวใจก็คือน้ํา เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจัดงบประมาณเพื่อการนี้ทั้งประเทศให้กับพี่น้องเกษตรกรปัญหาต่าง ๆ จะหมดไปเยอะ เขาสามารถที่จะประกอบอาชีพของเขาได้อย่างสมบูรณ์ ครอบครัวของเขา มีความสุข วันนี้กรมชลประทานได้รับงบประมาณน้อยมาก ในส่วนของงบลงทุนค่าครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษเอง แล้วก็ในงบประมาณนั้น ท่านประธานครับ เป็นโครงการที่เหมือน ๆ กันทุกปี ก็คือโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ําด้วยไฟฟ้า ซึ่งปีนี้มีเพียง ๕๖ แห่ง งบประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นงบประมาณผูกพัน ซึ่งผูกพัน มาแต่ละที่ ๆ หลาย ๆ ปี บางที่ก็แต่ละปีได้ ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท แต่ละโครงการ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นงบประมาณผูกพัน ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ปีหน้าก็คงจะเช่นเดียวกัน มันก็เป็นสภาพอย่างนี้ ผมว่าถ้ามีโอกาสสนับสนุนงบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ของกรมชลประทาน ถ้ามีจํานวนที่มากพอสมควรและแก้ปัญหาทั้งระบบทีเดียว ให้เขาได้มีแหล่งน้ํา และโดยเฉพาะแหล่งน้ําสําคัญที่เราสามารถส่งโดยไม่ต้องใช้สถานีสูบน้ํา ด้วยไฟฟ้า ซึ่งแต่ละที่ ๆ ก็มีมูลค่าเป็น ๑๐๐ ล้านบาททั้งนั้น โดยการหาแหล่งน้ําธรรมชาติ ระบบเขื่อน ซึ่งสามารถดําเนินการได้ในหลาย ๆ พื้นที่ ทั่วประเทศครับ หลาย ๆ ท่านอาจจะ ไม่เข้าใจว่าเขื่อนมีประโยชน์อย่างไร แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าวันนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา วันนี้เขื่อนมีความสําคัญบรรเทาอุทกภัยได้ระดับหนึ่ง ในอีกส่วนหนึ่ง ก็คือในหน้าแล้งจะสามารถมีแหล่งน้ําต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ถึงแม้ว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมจะได้ถาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะผมไม่เห็นมีในรายการงบประมาณรายจ่าย จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ท่านรัฐมนตรี ก็ตอบว่า ท่านประธานครับ งบเงินกู้ เพราะฉะนั้นปีนี้ขาดดุลไม่เป็นอะไรครับ การขาดดุล ถ้าทําให้พี่น้องเกษตรกรหรือว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็ไม่มี ปัญหาเหมือนกับเราไปกู้ธนาคารถ้าเราสามารถนําเงินกู้นั้นมาก่องานออกดอกออกผลได้ คุ้มค่าเราก็ส่งคืนเขาได้ เพราะฉะนั้นในส่วนของความเห็นของผมวันนี้จะไม่มี จะไม่เป็น แบบปีที่แล้ว ถ้าเรามีที่กักเก็บน้ําบรรเทาอุทกภัยในฤดูน้ําหลาก แก้ปัญหาในฤดูแล้งให้พี่น้อง เกษตรกรได้มีแหล่งน้ําต้นทุนในการทํานา ทําไร่ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะหมดไป พี่น้องส่วนใหญ่ ของประเทศอยู่ดีกินดี เพราะฉะนั้นงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท กระผมขอสนับสนุนและขอขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ด้วยนะครับ ที่สนับสนุนงบประมาณจํานวนมาก มากกว่าปีที่แล้วถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอบพระคุณครับ
ท่านเรืองศักดิ์ งามสมภาค ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ ในวันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมได้มาอภิปรายในเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งงบประมาณรายจ่ายประจําปีเป็นสิ่งที่มีความสําคัญมาก ใช้ในการบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ ทําให้ประเทศเจริญก้าวหน้า เรื่องนี้ จะต้องดูแลกันอย่างเป็นพิเศษ ให้นําเงินภาษีอากรของราษฎรไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด งบประมาณในปี ๒๕๕๖ ที่ตั้งไว้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ ๒๕๕๕ จํานวน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบกลางเสีย ๓๑๙,๒๐๗ ล้านบาท จําแนกตามกระทรวงต่าง ๆ ๒,๐๘๐,๗๙๓ ล้านบาท ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องของจํานวนงบประมาณนี่ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และเราควรจะให้การสนับสนุน แต่ผมจะขอเรียนแนะนําในเรื่องของการจัดงบประมาณไปใช้ ในการพัฒนาประเทศในเรื่องของเศรษฐกิจ เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศ เราอยู่ในลักษณะตกต่ําและสูง ประกอบเป็น ๒ ทาง
ในเรื่องทางแรก ผลผลิตจากการเกษตรราคาตกต่ํา เช่น ข้าว ยางพารา มันสําปะหลัง สับปะรด เป็นต้น ในส่วนของอาหาร ของใช้ประจําวันต่อการดําเนินชีวิต ของประชาชนจะแพงขึ้น ไม่สมดุลกับรายได้ เช่น อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ค่าโดยสาร คมนาคมทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ อันนี้ทําไมมีทั้งต่ําและทั้งสูง มันน่าจะเกิดประโยชน์ ด้านใดด้านหนึ่ง ทั้ง ๒ ด้านไม่เกิดประโยชน์ ทางด้านต่ําก็คือว่าเป็นการใช้ประจําวันของ ประชาชนโดยทั่วไป สูงก็เป็นผลผลิตจากการเกษตรที่ออกมา ทําให้สินค้าเกษตรตกต่ํา ขณะนี้รัฐบาลก็เข้าไปช่วยเหลือต่าง ๆ ในเรื่องของการรับจํานําก็ดี ธงฟ้าก็ดี ในเรื่องของการ จําหน่าย แต่ผมคิดว่าเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า ในเรื่องของการแก้ไขจริง ๆ มันจะต้องแก้ไข จากรากเง้าของปัญหา หรือสาเหตุของปัญหาที่ทําให้ของแพง อะไรล่ะที่เป็นปัญหา ธุรกิจ ธุรกรรมต่าง ๆ ในเรื่องของสินค้าอุปโภค บริโภค แล้วก็สินค้าเกษตร มันจะสัมพันธ์กับราคา น้ํามันเชื้อเพลิงนะครับ ก็อาจจะพูดได้ว่าน้ํามันเชื้อเพลิงเป็นตัวชี้ว่าสินค้าจะสูงหรือจะต่ํา เป็นปัจจัยสําคัญ ผมก็จะวกเข้ามาในเรื่องน้ํามันเชื้อเพลิง ขณะนี้ก็อยู่ในเกณฑ์สูง เราจะพูดว่า เราไม่สามารถจะบิดเบือนราคาน้ํามันที่แท้จริงของโลกได้ อันนั้นผมคิดว่าไม่จริง เรามาดูเรื่อง โครงสร้างราคาน้ํามันเชื้อเพลิงนะครับว่ามันเป็นอย่างไร โครงสร้างผมไปหามาเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นี้ โครงสร้างน้ํามันเชื้อเพลิง ราคาน้ํามัน ณ หน้าโรงกลั่นนะครับ ลิตรละ ๒๔.๙๘๑๒ บาท อันนี้เป็นราคาน้ํามันเบนซิน ๙๕ นะครับ ผมยกมา ในส่วนของภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ํามัน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าการตลาดแล้วก็ยังมี ภาษีมูลค่าเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง ก็คือออกจากโรงงาน โรงกลั่น โดนไปแล้ว ๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ขายปลีกอีก ๗ เปอร์เซ็นต์ ต้องรวมส่วนที่รัฐเก็บเข้าไปก็เป็นเงิน ๒๐.๗ บาทต่อลิตร โดยประมาณ ในราคาต้นทุนออกหน้าโรงกลั่น ซึ่งรวมค่าขนส่งด้วย ๒๔.๙๘๑๒ บาท มาคอมแพร์ (Compare) เปรียบเทียบกันก็อาจจะเห็น ได้ว่าราคานี้เป็นราคาหน้าโรงกลั่นอยู่ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ นอกนั้นเป็นภาษีที่รัฐเก็บ ก็ประมาณ ๒๐ บาทก็ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในส่วนนี้หากถ้าเราจะช่วยเหลือเกษตรกรจริง ๆ เรารู้ว่าเป็นสาเหตุที่ทําให้ราคาสินค้าผันแปรไป หากรัฐจะลดรายได้ของรัฐลงมาเสียให้มันชัดเจน แล้วก็นิ่ง ให้ราคาน้ํามันนิ่ง จะลดลงมาสัก ๑๐ บาทต่อลิตรโดยเฉลี่ยทุกประเภทของน้ํามัน อันนี้จะช่วยเหลือได้อย่างมาก ราคาจะต่ําลงไป เราเปรียบเทียบกับราคาในประเทศต่าง ๆ แล้ว เราอยู่ในเกณฑ์ราคาสูงนะครับ ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาสูงกว่า หรือจะน้อยก็มีครับ แต่ค่าครองชีพของเขาก็สูงเช่นเดียวกัน มันไปกันได้ ของเราค่าแรง รายได้เข้ามา ๓๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาทปริญญาตรี อันนี้มันไม่สมดุลกัน ราคามันไปกันไม่ได้ครับ ถึงจะ ๓๐ บาท ๒๐ บาท มันก็ยังสูงอยู่นั่น อันนี้เป็นเรื่องของโครงสร้างราคาน้ํามัน น่าจะกลับไปพิจารณา มันมีประโยชน์ส่วนนี้กับใคร เพราะว่าถ้าเราไปเก็บและมาปล่อย ทําไมต้องทําให้มันยุ่งยาก ขึ้น ถ้าเราตัดไฟตั้งแต่ต้นลมตั้งแต่ตอนแรก ตัดไปเสียเลย ไม่ต้องเก็บ การที่จะไปช่วยเหลือ เรื่องของสินค้าธงฟ้าก็ดี ในเรื่องปะโน่นปะนี่อะไรต่าง ๆ มันก็หยุดไปได้นะครับ อันนั้น ส่วนจริง ๆ แล้วสูงกว่าราคาในตลาดจริง ๆ เสียอีก เพราะค่าใช้จ่ายในเรื่องของการนําไป มันใช้เวลา ใช้เงิน แล้วก็ใช้พนักงาน ผมแนะนําทางรัฐบาล ๑ เรื่องนะครับ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ๓ วันมานี้ ทางสื่อมวลชนออกข่าวสิ่งแวดล้อมในเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม ในเรื่องเขตอุตสาหกรรม หรือนิคมอุตสาหกรรมนําน้ําทิ้งที่ไม่มีคุณภาพ หรือน้ําเสียไปปล่อยทิ้งไว้ในสถานที่ต่าง ๆ ในส่วนของราชการก็มี ในที่ดินของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จังหวัดชลบุรีน้ําเสียมาทิ้งลงในบ่อ ผมก็ไม่ทราบว่าทิ้งได้อย่างไร ยังมีหน่วยราชการของกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน ปล่อยให้ทิ้ง เป็นบ่อที่ขุดลูกรังขึ้นมา ลูกรังตั้งสมัยไหนก็ไม่รู้เป็นบ่อ แล้วก็ทิ้งตามสถานที่ สาธารณะเยอะแยะ กระทรวงอุตสาหกรรมมาทําอะไรอยู่ ดูแลอย่างไร การนิคมอุตสาหกรรม ปล่อยออกมาได้อย่างไร ใบนําออกขายเขาได้ไหม ใบละเท่าไร น้ํามันเป็นน้ําออกไป น้ําเสีย สิ่งของที่ใช้ในอุตสาหกรรมเป็นของเสียที่ออกไป เขามีใบ เขาเรียกว่า ใบแมนิเฟท (Manifest) เป็นใบกํากับของเสียออกไป มันก็ออกไปได้นะครับ อันนี้เรียกว่า ใบลอย หรือเปล่าครับ รับจ้าง ออกใบอนุญาตนี้ออกไปหรือเปล่า อันนี้ต้องไปตรวจสอบนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรม ควรจะตั้งงบประมาณในเรื่องของเทคโนโลยีในการตรวจสอบ ไม่ได้ใช้คนทั้งหมด ผมเป็น คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ผมเชิญมาขอความรู้ หรือขอเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ก็ไม่สามารถ ที่จะตอบได้ ทําไมไม่ตั้งงบประมาณในส่วนนี้เข้ามาเพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมทําอะไรอยู่ ในเรื่องการขออนุญาตในที่ไม่ควรอนุญาต หรือไม่สามารถ อนุญาตได้ ซ้ําซ้อนกัน ซ้ําซ้อนการออกใบอนุญาตถึงกับยกเลิกกันไป แล้วก็เงียบกันไป อันนี้ ที่จังหวัดปทุมธานี มันเรื่องของสิ่งแวดล้อมอยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยา โรงต่อเรือเหล็ก ไม่อนุญาต อุทธรณ์ตกไปไม่อนุญาต แต่ท่านสามารถอนุญาตที่เก่าได้ อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งนะครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ขอให้ดําเนินการโดยด่วนนะครับ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ตอนนี้สื่อมวลชน ออกข่าวกัน ๓-๔ วันติดต่อกันแล้วครับ คงจะออกไปเรื่อย ๆ ละครับ แล้วดีเอสไอ (DSI) ก็เข้าไปรับงานในเรื่องนี้มาด้วย ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ขอฝากท่านประธานด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านอัญชลี วานิช เทพบุตร ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิชเทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ทั้งสิ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นจากงบประมาณปีที่แล้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะเดียวกันเงินงบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะท่านประธาน ได้กลายมาเป็นงบรายจ่ายประจําเสีย ๑.๙ ล้านล้านบาท เหลืองบที่จะมาลงทุนให้กับประเทศไทย ให้กับคนไทยทั้งชาติอยู่ที่ประมาณ ๔๔๘,๙๓๘ ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากค่ะ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๑๘.๗ เปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่สิ่งที่ดิฉันและพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหมดห่วงใย ไปมากกว่านั้นก็คือท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะสามารถนําเงินงบประมาณ เงินภาษีอากรของเรา ๔๔๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นมาบริหารจัดการสําหรับการลงทุนให้กับ ประเทศ สําหรับการลงทุนให้กับคนไทยทั้งชาติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้หรือไม่ ท่านประธานคะ ด้วยเวลาที่จํากัดมากดิฉันจะขออภิปรายแล้วก็ยกตัวอย่างเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬานะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้เคยแถลงนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีไว้เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ค่ะ ได้พูดถึงนโยบายการสร้างรายได้ไว้ว่าจะส่งเสริมและจัดให้มีการพัฒนา การท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งหลักประกันความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวในภาวะ ปกติและภาวะวิกฤติค่ะ ข้อสําคัญก็คือจะทําให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรียกได้ว่า ๒ เท่าตัวในเวลา ๕ ปีค่ะ ๒ เท่าตัวในเวลา ๕ ปีคือโจทย์ที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งไว้นะคะ แถลงไว้ต่อสภา จึงเป็นที่มาซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องตอบโจทย์ ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยการไปตั้งงบประมาณแล้วก็ตั้งประมาณการรายได้จากการท่องเที่ยว ในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๘ ไว้ค่ะ สรุปก็คือในปี ๒๕๕๘ นั้น รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย จะต้องขึ้นสูงถึงประมาณ ๒ ล้านล้านบาทค่ะ ทีนี้เรากลับมาดูว่ารายได้ที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๔ คือปีที่แล้วนะคะ รายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ประมาณ ๗๓๔,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ แล้วก็จากนักท่องเที่ยวไทยก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ คือปีนี้ล่ะค่ะ ถ้าตอบโจทย์นายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาแถลงต่อสภา ก็คือจะต้องเพิ่มรายได้ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ให้ขึ้นมาที่ ๘๘๑,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ และในปี ๒๕๕๖ คืองบประมาณที่เรากําลังถกอยู่นี้ค่ะ รายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องก้าวกระโดดขึ้นมาถึง ๑ ล้านล้านบาทค่ะท่านประธาน หากจะถามดิฉันว่าตัวเลขเหล่านี้ จะสามารถเป็นไปได้จริงหรือเปล่า ดิฉันคงต้องเรียนค่ะว่าอาจจะเป็นไปได้แต่เป็นไปได้ยากมากค่ะ เนื่องจากว่าถ้าจะให้เป็นไปตามโจทย์นี้แล้วผู้บริหารประเทศท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่า คณะรัฐมนตรีจะต้องทํางานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างขะมักเขม้น มีวิสัยทัศน์แล้วก็มีการตั้ง งบประมาณที่สามารถบรรลุผลได้ แต่พอเรามาดูงบประมาณที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติ ให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาน่าเศร้าใจค่ะท่านประธาน เพราะว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตั้งไว้ที่ประมาณ ๑๐,๒๖๔ ล้านบาทค่ะ แต่แปลกใจว่าในปี ๒๕๕๖ งบประมาณกลับตั้งไว้ลดน้อยลงค่ะเพียง ๙,๑๘๓ ล้านบาท น้อยลงไปเกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน ถ้าจะถามดิฉันว่าเกิดอะไรขึ้นกับความคิด ที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวก้าวกระโดดถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และมาตั้งงบประมาณลดลงในปี ๒๕๕๖ อย่างนี้ตอบโจทย์ประเทศไทยไม่ได้เลยค่ะ ท่านประธาน ท่านประธานคะ อย่างที่ดิฉันได้เคยเรียนแล้วว่าการท่องเที่ยวของไทยนั้นถือได้ว่า เป็นภาคเศรษฐกิจที่ทํารายได้ให้กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานควบคู่กับ ภาคอุตสาหกรรมการส่งออกแล้วก็ภาคเกษตรค่ะ แต่นับวันการท่องเที่ยวของไทยนั้น ก็ถดถอยลงไปเรื่อย ๆ ดิฉันได้เคยอภิปรายไปแล้วค่ะว่าตลอดระยะเวลา ๘ ปีที่ผ่านมาถือได้ว่า เป็นฝันร้ายของการท่องเที่ยวไทยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเราต้องเผชิญทั้งภัยธรรมชาติ เราต้องเผชิญ ทั้งภัยโรคติดต่อ ต้องเผชิญทั้งภัยการเมือง ต้องเผชิญทั้งภัยจลาจลเผาบ้านเผาเมืองที่เกิดขึ้น ท่านประธานคะ แต่ภาคเอกชน ภาคประชาชนเขาไม่ได้ท้อถอยเขาก็ต้องการที่จะรักษา การท่องเที่ยวไทยไว้ให้ไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไปให้ได้ วันนี้รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ต้องตอบโจทย์ค่ะว่าแล้วท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ให้อะไรกับการท่องเที่ยวไทยบ้าง การท่องเที่ยวของไทยดูง่าย ๆ มันก็จะมีอยู่ ๕ พี (5P) ด้วยกันค่ะ
พีแรก ก็คือพี โพรดักท์ ( P Product)
พีที่ ๒ ก็คือ พี ไพรซ์ (P Price)
พีที่ ๓ ก็คือ พี โปรโมชั่น (P Promotion)
พีที่ ๔ ก็คือ พี เพรส (P Press)
และพีสุดท้าย ก็คือ พี พีเพิล (P People)
เรามาดูที่พีแรกก่อนค่ะว่า พี โพรดักท์ นั่นก็หมายถึงแหล่งท่องเที่ยวค่ะ ท่านประธาน เรามาดูว่าท่านนายกรัฐมนตรีแถลงต่อสภาไว้เมื่อวานนี้ค่ะว่าได้จัดการ ตั้งงบประมาณในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการไว้เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ ของไทยให้มีศักยภาพแล้วก็ได้มาตรฐาน โดยส่งเสริมพัฒนาบูรณะและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ รวมทั้งพัฒนามาตรฐานและ ศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยและแหล่งท่องเที่ยวไทยค่ะ แต่พอมาดูงบประมาณค่ะ ท่านประธานคะ ที่ให้มาไว้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการท่องเที่ยว ดิฉันคงต้องเรียนค่ะว่าเป็นตัวเลขที่น่าใจหายอีกเช่นกันค่ะ ในปี ๒๕๕๕ ท่านตั้งงบประมาณ ไว้ทั้งสิ้น ๒,๖๒๓ ล้านบาทค่ะ ปี ๒๕๕๖ คือปีที่เรากําลังถกนี่ค่ะ งบประมาณลดลงค่ะ เหลือเพียง ๒,๒๓๖ ล้านบาท ลดลงถึง ๑๔.๗๗ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน ตอบโจทย์ อย่างไรคะว่ากรมการท่องเที่ยวจะต้องเป็นผู้ที่ไปดูและไปฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยค่ะ ปรากฏว่าปีนี้เขาได้งบประมาณในการลงทุนประมาณ ๙๙๖ ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่ กรมการท่องเที่ยวได้ทําแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวไว้ทั้งหมดนี้ค่ะ ๓ ปีงบประมาณ คือปี ๒๕๕๕-๒๕๕๗ ผ่าน ครม. เรียบร้อยแล้วนะคะ ใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๖,๖๕๑ ล้านบาท แต่ในปี ๒๕๕๖ ของเขานี้ เขาได้เพียง ๙๙๖ ล้านบาท อย่างนี้ก็เช่นกันค่ะว่า ดิฉันไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไรกับการท่องเที่ยวของไทยจริง ๆ นอกจากนั้น ในเรื่องของมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งกรมการท่องเที่ยวต้องเป็นผู้ไปประเมินแล้วก็ เป็นคนที่ทําในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเอาข้อมูลอันนี้ส่งต่อให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปรากฏท่านประธานเชื่อไหมคะว่า ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง แหล่งท่องเที่ยวทั่วไทยค่ะ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น สามารถประเมินไปได้เพียง ๒๓ แห่งเท่านั้นเองค่ะ ด้วยแห่งละประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น ดิฉันไม่ได้ตําหนิกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ได้ตําหนิกรมการท่องเที่ยวค่ะ เพราะว่าไม่ได้มีงบประมาณให้เขาเลย ตรงนี้ค่ะเป็นความถดถอย ของการท่องเที่ยวของไทยอย่างยิ่ง และมันก็ผิดรูปผิดร่างกับสิ่งที่ท่านายกรัฐมนตรี ได้เคยแถลงไว้ต่อสภาค่ะ ท่านประธานคะ
พีต่อมา ก็คือในเรื่องของพี ไพรส์ ค่ะท่านประธาน หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี นี้ค่ะได้ประกาศให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ปรากฏว่า ๗ จังหวัด จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร และอีก ๕ จังหวัดค่ะ ได้มีการไปทําการวิจัยกันค่ะว่าจากยอดตัวเลข ค่าแรงขั้นต่ําที่ก้าวกระโดดไปถึง ๓๐๐ บาทนั้น ค่าแรง ค่าจ้างก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ ๓๕-๓๙ เปอร์เซ็นต์นะคะ และต้นทุนการผลิตทั้งหลายก็เพิ่มขึ้นโดยรวมในภาคบริการและ ภาคการค้าอยู่ที่ประมาณ ๑๕.๖ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ประเด็นอยู่ตรงนี้ค่ะว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา ภาคเอกชนต้องจ่ายค่ะ ถือเป็นฟิกคอส (Fix cost) ไฟฟ้าต้องจ่ายค่ะ แม้นักท่องเที่ยวไม่มา แต่ก็ต้องเปิดไฟตามโรงแรมต่าง ๆ ข้อสําคัญต้นทุนในการผลิตของอาหารต่าง ๆ ก็ขึ้นหมดค่ะ ท่านประธาน เรียกได้ว่าที่เขาบอกว่าแพงทั้งแผ่นดินจริง ๆ ค่ะ แต่ประเด็นก็คือว่าราคา ห้องพักค่ะ ราคาแพคเกจ (Package) ของการท่องเที่ยวไทยไม่สามารถขึ้นราคาได้ ตรงนี้ ต่างหากที่ทําให้ภาคเอกชนเขาจะต้องแบกภาระ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกบอกว่า ได้มีนโยบายในเรื่องของการยกเว้นภาษี ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดาไปประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็สุดแล้วแต่ค่ะ อย่างที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวค่ะว่าจะเป็นประโยชน์เฉพาะบริษัทที่มีผลกําไรดี ๆ บริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้น และในอนาคต จะส่งผลโดยตรงต่อเอสเอ็มอี หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ก็จะล้มหายตายจากไป รวมทั้งโรงแรมซึ่งเป็นของคนไทย ต่อไปก็จะเหลือแต่เชน (Chain) ซึ่งเป็นโรงแรมใหญ่ ๆ ตรงนี้ เป็นสิ่งที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลควรจะต้องพึงทราบด้วย
พีสุดท้ายค่ะ ท่านประธานคะ ก็คือ พี พีเพิล ค่ะ ก็คือการเตรียมความพร้อม ให้กับทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันคงก็อภิปรายเฉพาะในภาคของการท่องเที่ยว เมื่ออาเซียนรวมเป็น ๑ อีก ๒ ปีข้างหน้าเท่านั้น ท่านประธานคงทราบดีนะคะว่าขณะนี้ ประเทศในกลุ่มอาเซียนได้มีการเซ็นข้อตกลงคุณสมบัตินักวิชาชีพไปแล้ว ๗ สาขา สาขาที่ ๘ นี้ก็คือสาขาท่องเที่ยวค่ะ แต่ประเด็นก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้คุยกับทาง ๙ ประเทศเรียบร้อยไปแล้ว เขาแบ่งออกมาเป็น ๓๒ ตําแหน่งงานค่ะ แล้วโดยแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือภาคโรงแรมเสีย ๒๓ ตําแหน่งงาน แล้วก็สาขาการเดินทางอีก ๙ ตําแหน่งงาน แต่ปรากฏว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถทําหลักสูตรได้สําเร็จในขณะนี้เพียง ๒ ตําแหน่งงานเท่านั้นค่ะ ท่านประธานคะ เพราะอะไรคะ เพราะว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้งบประมาณมา เพียงเท่านั้น นี่ยังโชคดีค่ะว่ารัฐบาลอาจจะพอไหวตัวและเห็นความสําคัญ ก็เลยตั้ง งบประมาณในปีนี้ไว้ประมาณ ๑๑๘ ล้านบาท แต่ด้วยเงื่อนเวลาและเงื่อนงบประมาณ ที่จํากัด ดิฉันก็ไม่มั่นใจค่ะว่าการเตรียมความพร้อมเหล่านี้จะสามารถทําหลักสูตรเพื่อจะรองรับ อาเซียนรวมเป็น ๑ ในสาขาวิชาชีพท่องเที่ยวได้ทันอีกประมาณ ๓๐ ตําแหน่งงานหรือเปล่า ที่ดิฉันอยากจะขอร้องตั้งเป็นข้อสังเกตก็คือนอกจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว จะต้องมีการรับรองมาตรฐานแล้วก็ออกใบอนุญาตสมรรถนะสําหรับคนไทยที่จะต้องเดินทาง ไปประกอบอาชีพในอาเซียนอีก ๒ ปีข้างหน้า และเมื่ออาเซียนเดินทางมาประกอบธุรกิจ ธุรกรรมในประเทศไทยก็จะต้องมีการออกใบสมรรถนะแล้วก็ออกใบอนุญาตที่กระทรวงแรงงาน เช่นกัน แต่เท่าที่ได้มีการสอบถามนั้นกระทรวงแรงงานยังไม่มีการเตรียมพร้อมในเรื่องเหล่านี้ เลย ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ค่ะ ได้โปรดช่วยดูรายละเอียด แล้วก็ได้โปรดช่วยดูเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างใกล้ชิดค่ะ เพราะว่า ห่านทองคําตัวนี้เราจะเอาแต่ไข่ทองคําไม่ได้ค่ะ ท่านประธานคะ คงต้องดูแลบํารุงรักษา ห่านทองคําตัวนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ท่านพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณรัฐบาลที่มีความห่วงใยในเรื่องสุขภาพของประชาชน มีแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพ ด้วยงบประมาณ จํานวน ๑๙๖,๔๘๕ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่ดี มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม ท่านประธานคะ งานทางด้านสาธารณสุข นั้นเป็นงานที่ต้องใช้บุคลากร วัตถุ สิ่งของ อีกทั้งขั้นตอนในการบริหารจัดการให้เป็นระบบ ระเบียบ รวดเร็วด้วยนะคะ เพราะต้องอยู่กับความเป็นความตายของคนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น งบประมาณขณะนี้ยังนับว่าไม่เพียงพอด้วยซ้ําไป เพราะการมีสุขภาพดี สมบูรณ์ทั้งร่างกาย และจิตใจอยู่ในสังคมอย่างเป็นสุข เป็นความจําเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิตเราทุกคน ท่านประธานคะ ระบบงานของสาธารณสุขนั้นประกอบไปด้วย การส่งเสริมสุขภาพและ การป้องกันโรค การรักษา การฟื้นฟู การคุ้มครองผู้บริโภค ปัจจุบันยังสนับสนุนแพทย์แผนไทย ทุกระดับ ซึ่งเป็นเรื่องประหยัดงบประมาณการใช้ยาได้อย่างดี มีผลต่อร่างกายของเรามาก เพราะลดอัตราการเสี่ยงในการใช้ยาจากผลข้างเคียงที่เรารับประทานยาเข้าไปนะคะ อย่างเช่น เคล็ดขัดยอก ปวดเส้น ปวดเอ็น แทนที่เราจะต้องไปทานยาให้มันระคายกระเพาะ เราก็ไม่ต้องทาน ไปหาแพทย์แผนไทยให้บีบ ให้นวดให้เราก็จะหายได้โดยที่ไม่ต้องทานยา ทางด้านการรักษาจากสถานีอนามัยเดิมก็ได้รับการยกฐานะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตําบลมีพยาบาลวิชาชีพดูแลและให้การรักษาเบื้องต้น สามารถลดการแออัดของโรงพยาบาล แต่ในปัจจุบันยังไม่สามารถขยายการบริการได้อย่างครอบคลุม เพราะต้องดูแลทางด้าน ทันตสาธารณสุข การแพทย์แผนไทย และระบบการส่งต่อผู้ป่วยระดับอําเภอ โรงพยาบาล อําเภอแต่ละแห่งได้มีการพัฒนาศักยภาพในการรักษาเพิ่มขึ้น มีแพทย์เฉพาะทางเกือบทุก สาขา อย่างเช่น โรงพยาบาลภูเขียวบ้านดิฉันนะคะ แต่เดิมถ้ามีผู้ป่วยหนักจําเป็นต้องให้ แพทย์เฉพาะทางรักษาจะต้องส่งไปถึงที่จังหวัดชัยภูมิ หรือจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นระยะทาง ถึง ๑๐๐ กิโลเมตร เสียชีวิตก่อนถึงนะคะ เป็นระยะทางขนาดนี้บางทีแทบจะไม่ได้รับการรักษา แต่เดี๋ยวนี้ประชาชนเข้าถึงการบริการได้ง่ายขึ้น อย่างเป็นต้อหิน ต้อกระจก ก็มีหมอรักษา ให้ เปลี่ยนเลนส์ตาให้ มีหมอสูตินารีเวช หมอเด็ก หมอศัลยกรรม สามารถแม้กระทั่งเปลี่ยน ข้อเข่า ข้อสะโพกให้กับผู้ป่วยได้ เมื่อรักษาแล้วยังต้องตามไปฟื้นฟูสุขภาพให้กับประชาชน ถึงที่บ้านอีกนะคะ จําเป็นค่ะ จําเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณต่าง ๆ เพื่อพัฒนาบุคลากร ทางการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถยิ่ง ๆ ขึ้นไป รัฐก็ได้จัดงบประมาณให้ถึง ๒,๖๖๘ ล้านบาท เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ งานทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยเรายังต้องการงบประมาณอีกมากนะคะ เพราะว่าประชาชนเรายังขาดแคลนอีกหลายอย่าง ยกตัวอย่างโรงพยาบาลประจําจังหวัด ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ที่ได้ผลักดันงบประมาณในการสร้างตึก ผู้ป่วยใน ๑๐ ชั้นให้กับโรงพยาบาลประจําจังหวัด ซึ่งแต่เดิมผู้ป่วยจะต้องนอนตามระเบียง นอนตามทางเดิน เพราะว่าแออัดมาก ลําบากมาก ก็ได้รับความเมตตาและกรุณาจากรัฐบาล ของเรานี่ละทําให้ดีขึ้น ประชาชนฝากขอบคุณมาด้วยนะคะ ท่านประธานคะ พุทธพจน์ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ดิฉันต้องขอบคุณรัฐบาลชุดนี้นะคะ ที่กําลังจะให้สิ่งที่ประเสริฐนั้นกับประชาชน ขอบคุณค่ะ
ท่านสามารถ มะลูลีม ครับ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จะขอกล่าว คําขวัญ กทม. ที่ได้รับการโหวตชนะเลิศมาสด ๆ ร้อน ๆ เลยนะครับ กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ งบปีนี้ ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้น ทางรัฐบาลได้จัดขาดดุลไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็ต้องกู้มาเพื่อในการบริหารงาน ท่านบริหารงานไป ๙ เดือนนั้นท่านกู้ไปแล้ว ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้วครับ ถ้าเรียกว่าเป็นการกีฬาก็ต้องถือว่าชนะเลิศการกู้ไปแล้วครับ ที่ใครก็ไม่สามารถที่จะทําลายสถิติของท่านได้ อันนี้ต้องเรียนนะครับท่านประธาน ผมได้รับมอบหมาย ให้พูดในเรื่องการกีฬาของกระทรวงนี้ ซึ่งได้รับงบประมาณมา ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เรียกว่า งบ ๑๐๐ บาท จะได้ ๔๐ สตางค์ ได้ .๔๐ บาท เมื่อปี ๒๕๕๓ นั้น ๑๐๐ บาท ได้ ๒๐ สตางค์ หนนี้ได้ขึ้นมาอีก ๑ เท่าตัว แต่ผมมาดูแล้วครับว่าการที่งบประมาณท่านเพิ่มขึ้นมานั้น ท่านเพิ่มมาในงบค่าก่อสร้างสนามกีฬาอย่างมากมายมหาศาลในประเทศไทยมากกว่า ไปพัฒนาการกีฬาด้านอื่น ๆ ของประเทศ ก่อนอื่นต้องขอยินดีกับท่านรัฐมนตรีชุมพล ศิลปอาชา นะครับ ที่ผลงานท่านสอบผ่าน แต่วันนี้รองนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็น ท่านยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ดูแลประธานโอลิมปิกก็ไม่ได้มานั่งอยู่ในที่นี้นะครับ ในด้านการกีฬา ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทยก็ไม่เห็นมานั่งนะครับ ท่านชุมพล กาญจนะ ก็ไม่เห็นมีใครเลยครับ รัฐบาลในชุดนี้ที่จะมานั่งฟังปัญหาต่าง ๆ ที่จะต้องมี ความสําคัญในเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้นะครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีชุมพลนั้น ผลงานดี ผมเรียนนะครับว่ามีอานิสงส์ เรื่องนักกีฬาคนพิการครับ เมื่อก่อนนี้ผมเคยยื่นกระทู้ ในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่านักกีฬาที่น่าสงสารที่สุดคือนักกีฬาคนพิการอย่างพาราลิมปิกเกมส์ (Paralympic Games) นะครับ อย่างคุณประจักษ์ วะโฮรัมย์ ต้องใช้เงินส่วนตัวที่เก็บหอม รอมริบไปควอลิไฟด์ (Qualify) ให้ตัวเองได้ไปเล่นพาราลิมปิกเกมส์ ใช้เงินไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โชคดีที่ได้เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง ได้เงินอัดฉีด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท หักลบกลบหนี้กําไรมา ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท ยังมีน้ําใจมากนะครับ ขนาดเป็นคนพิการนะครับ กีฬาวีลแชร์ (Wheelchair) ก็คือว่ามาตั้งกองทุนให้นักกีฬาคนพิการไป ๗๐๐,๐๐๐ บาท สําหรับรุ่นน้อง ๆ ที่มีโอกาสจะไปควอลิไฟด์ ท่านรัฐมนตรีชุมพลทราบจากที่ผมได้พูดท่านจัด งบไว้ ๑๐ ล้านบาท สําหรับนักกีฬาคนพิการว่าต่อไปนี้คุณไม่ต้องเอาเงินส่วนตัวมาช่วย ประเทศชาติแล้วนะครับ ผมจัดให้ได้มา ๑๐ ล้านบาท คนพิการก็เล่นไป ก็ไม่ต้องเครียดที่ว่า ถ้าเผื่อแพ้มาเงินที่หามา ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องหมดตัว เพราะฉะนั้นอานิสงส์ ตรงนี้ละครับที่ทําให้ท่านได้เป็นรัฐมนตรีที่มีรายชื่อเป็นคนที่สอบผ่าน ท่านประธานครับ นักกีฬาคนพิการเหนื่อยมากไม่ว่าจะการเก็บตัวอะไรก็ตาม แต่พอเหรียญรางวัลซีเกมส์ เหรียญอะไรก็ตามจะได้นิดเดียวครับ เช่น ถ้าซีเกมส์คนปกติได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท นักกีฬาคนพิการ จะได้เพียง ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง น้อยกว่าถึง ๔ เท่า เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ให้ไปเถอะครับ คนพิการหรือคนดีให้เท่ากันรับรองประเทศไทยไม่มีล่มจมแน่นอนครับ ผมได้รับมอบหมาย ให้พูดเรื่องกีฬาอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องฟุตซอล (Futsal) โลกครับ เป็นงานใหญ่มากครับ จัดในปีนี้วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เราได้รับเกียรติจาก ฟีฟ่า (FIFA) ให้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตซอลโลก ครั้งที่ ๗ ปกติที่เขาแข่งขันกันมานะครับ เขาแข่งขันกัน ๒๐ ประเทศ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มี ๒๔ ประเทศ ผมไม่เคยเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ในประเทศไทยเลยครับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นมีหน่วยงานจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะจัดงบ ผมเคยพบท่านบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผมเรียนท่านประมาณเดือนสิงหาคมของปี ๒๕๕๓ ผมบอกท่านว่าท่านครับ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ทําไม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ประชาสัมพันธ์ละครับ ท่านบอกนี่ถ้าคุณไม่พูดผมไม่รู้ เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ท่านก็เลยสั่งการในที่ประชุมว่าปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคุณช่วย ดําเนินการตามที่ ส.ส. สามารถเขาบอกนะครับ ประชาสัมพันธ์ ผมเห็นว่าเดือนสิงหาคม งบปี ๒๕๕๔ ควรจะต้องมี ไม่มีครับ งบปี ๒๕๕๕ ก็ไม่มีการประชาสัมพันธ์ จนถึงทุกวันนี้ จะเข้างบปี ๒๕๕๖ ไม่เคยมีการประชาสัมพันธ์ แล้วโดยเฉพาะวันที่มีการแถลงข่าว ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คงจะไม่ได้รับเชิญหรือเปล่า ไม่ทราบครับ ไม่ได้ไปร่วมในงานนะครับ ซึ่งตรงนี้ต้องบอกเลยครับว่า เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะต้องเสียหายไหมครับ ขณะนี้การก่อสร้างของสนามกีฬานั้น กําลังก่อสร้างอยู่นะครับ แต่เกิดเหตุการณ์ก็คือว่าเมื่อวานนี้อ่านข่าว กทม. เครียดจัดเงินงวด ไม่ออกงวดที่ ๓ ๑๑๖ ล้านบาท เบิกจ่ายไม่มีปัญหา ท่าน ส.ส. รัชดา ธนาดิเรก ท่านบอกว่า กทม. ก็มีหนังสือมาถึงรัฐบาลว่าจะยินดีที่จะออกเงิน กทม. ไปก่อนอนุญาตไหมนะครับ รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือว่าสํานักงบประมาณก็ไม่ตอบครับว่าจะให้ หรือไม่ให้ เพราะเกรงจะเสียชื่อ เสียหน้าประเทศไทย อย่าไปคิดเลยครับว่างบประมาณนี้ อนุมัติในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๑,๒๓๙ ล้านบาท เป็นการที่รัฐบาลช่วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านก็ตัดที่ดินของกรุงเทพมหานคร ๕๐ ไร่ให้ทําสนามกีฬา ซึ่งต้องเรียนนะครับว่าในอดีต ที่การตกลงกันกับฟีฟ่านั้น สนามกีฬานั้นมีอยู่ ๓ สนาม ๑. อิมแพค (IMPACT) ที่เมืองทองธานี ๒. อาคารนิมิบุตร ๓. อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก แต่ฟีฟ่ามาตรวจแล้วบอกว่าอิมแพค เมืองทองธานีไม่ได้นะครับ เพราะว่าไม่ได้เป็นสนามที่เป็นอาชีพของการแข่งขันฟุตซอล เพราะฉะนั้นก็ตัดทิ้งต้องหาสถานที่ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ท่านตัดสินใจเลยครับ กลัวเสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศไทย เอาที่ของสถาบันฝึกพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ๕๐ ไร่มาทําสนามกีฬาฟุตซอล ก็เมื่อตอนปลายปีที่แล้วน้ําท่วมหนักนะครับ กว่าจะตอก เสาเข็มกันได้ก็เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ในปีนี้ ทั้ง ๆ ที่เรารู้ตัวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ แล้วว่าเราจะเป็นเจ้าภาพ เพราะฉะนั้นเป็นห่วงอย่างยิ่งครับ ต้องวิงวอนเลยนะครับว่า หน่วยงานราชการของประเทศเราอย่าไปคิดนะครับ ถ้าเรื่องกีฬายังไม่ปรองดองกันเรื่องอื่น ๆ คงปรองดองลําบากครับ รีบอนุมัติงบประมาณเลยครับ ไม่ว่าสํานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ ท่านไปเปิดตัวในงานนั้นฟีฟ่าชื่นชมท่านมากครับ คือท่านได้หน้าครับ แต่ว่าเงินไม่ออกนี่มันไม่ได้นะครับ สมัยก่อนบางคนนี่ยินดีออกเงิน แต่ไม่ออกหน้า แต่นี่ออกหน้าแต่ไม่เห็นเงินนี่ เพราะฉะนั้นก็ควรจะต้องดําเนินการในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมกลัวที่สุดคือเสื่อมเสียชื่อเสียงประเทศไทยในเวทีนานาชาติ นานาโลก จะต้องบอก หรือครับว่าทําไมประเทศไทยจัดกันทั้งทีงบประมาณไปสะดุดหยุดหายไปอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง ผมต้องบอกเลยครับว่าเรื่องอย่างนี้อยู่ไม่ได้นะครับ เราต้องรีบดําเนินการโดยด่วนครับ
ต่อมาเรื่องฟุตบอลในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นไทยลีก (Thai league) ดิวิชั่น ๑ (Division 1) ดิวิชั่น ๒ (Division 2) วันนี้ไทยลีกดิวิชั่น ๑ ก็ได้รับงบประมาณแล้ว ๘๗ ล้านบาท อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อเช้านี้ แต่ปัญหาก็คือดิวิชั่น ๒ ที่ว่าได้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปี ๒๕๕๓ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ท่านก็เอาเงินกับ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่มี ๔๐๐ ล้านบาท ท่านเห็นว่าจ่ายเงินรางวัลนักกีฬาซีเกมส์ (Sea Games) เอเชี่ยนเกมส์ (Asian Games) โอลิมปิกส์ (Olympics) น่าจะเหลือท่านก็ให้มา ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทก็จัดไปให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเป็นปีเริ่มต้น ในปี ๒๕๕๓ พอปี ๒๕๕๔ ไม่ทราบว่าทํางานกันอย่างไรครับ ลดเหลือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แข่งช้าไป ๑ เดือน ท่าน ส.ส. พลพีร์ สุวรรณฉวี มาบอกกับผมนะครับ ขณะนั้นท่านทําทีมนครราชสีมา บอกอย่างนี้เหมือนไม่ได้ให้ครับ เพราะผมหมดเดือนหนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท คุณให้มา ๕๐๐,๐๐๐ บาท แข่งช้าไป ๑ เดือน เหมือนไม่ได้ให้ ปี ๒๕๕๕ ก็ได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พอปี ๒๕๕๖ รัฐมนตรีชุมพลออกข่าวเมื่อ ๒ วันนี้ว่าจะหาให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ทุกคนในสภาผู้แทนราษฎรผมเชื่อครับ ทุกพรรคการเมืองมีจิตใจสนับสนุน การกีฬา อย่างพรรคเพื่อไทยนะครับ ส.ส. เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านชุมพล จุลใส ท่านณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส. เฉลิมชัย ศรีอ่อน ทุกคนเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลกันทั้งนั้นครับ ทุกพรรคครับ ไม่ว่าคุณบุญยิ่ง นิติกาญจนา จากจังหวัดราชบุรี หลายคนนะครับ คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ จากจังหวัดนครราชสีมาก็มีการสนับสนุน คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ คุณภราดร จากพรรคชาติไทยพัฒนานั้น เป็นผู้จัดการทีมกันทั้งนั้น ทุกคนก็ให้การสนับสนุน ผมคิดว่า เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเข้ามาในสภานั้นทุกคนก็คงจะให้การสนับสนุนอย่างดี เพราะมีคนถามผม ตลอดครับว่าเมื่อไรประเทศไทยจะได้ไปฟุตบอลโลก ผมก็เลยบอกครับว่าถ้าให้งบประมาณ กันแบบนี้ ถ้าวันไหนฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก บอลทั้งโลกมันคงไปเตะกันที่จักรวาล หมดแล้วครับ
ท่านประธานครับ สนามกีฬา กรมพลศึกษาได้รับงบประมาณอย่างมากมาย มหาศาล แต่ท่านครับ มีสนามกีฬาอีกมากมายที่ไม่มีแสงไฟเตะหลายจังหวัดครับ ต้องมาเตะ สี่โมงเย็น พอเตะสี่โมงเย็นมาคนดูก็น้อย เพราะว่าสี่โมงเย็นคนยังไม่เลิกจากงานก็มาดู น้อยนะครับ ก็เลยทําให้รายได้ รายรับของสโมสรน้อยไป ถ้ารัฐบาล ชื่ออธิบดี เป็นสาวนะครับ แสงจันทร์นะครับ แสงจันทร์ครับ ช่วยติดแสงไฟให้กับสนามกีฬาที่ต้องการแสงสว่าง หน่อยนะครับ จะได้เป็นบุญของนักกีฬาต่าง ๆ ที่จะต้องเตะ เพราะฉะนั้นกีฬาทั้งหมดมีอีก ๑๑ ชนิดที่เป็นกีฬาอาชีพ อยากจะให้สนับสนุนก็คือว่ากีฬาวอลเลย์บอลนะครับ เมื่อวานนี้ ชนะเซอร์เบียแชมป์ยุโรป (Champ Europe) ไป ๓ เซ็ต (Set) รวดอย่างนี้นะครับ ควรจะเป็นลีก (League) อาชีพ เป็นลีกที่คนไทยสนับสนุนและสนใจอย่างยิ่งนะครับ สมาคมยกน้ําหนัก แจ้งมาว่าขณะนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นหนี้สมาคมยกน้ําหนักอยู่ ๒๐ ล้านบาท เขาจัดการไปก่อน สํารองไปก่อน คนเป็นนายกสมาคม ไม่ว่าจะเป็นท่าน พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย ภรรยาท่านบุษบา ยอดบางเตย ต้องหาเงินหาทองมาใช้หนี้ใช้สินไปก่อน เป็นได้อะไรครับ เขาทํางานเพื่อชาติ แต่เขาต้องออกเงินไปก่อน แล้วนักกีฬาชนะเลิศมาครับ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาทยังไม่ได้จ่ายเขานะครับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว อันนี้ก็ต้องเรียนว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าควรจะต้องสนับสนุนในการกีฬา ทําไมเวลาหมดเร็วจัง ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
เชิญ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ ๖ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ งบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ปีนี้ละครับ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือ งบของยิ่งลักษณ์จริง ๆ ครับ งบปี ๒๕๕๕ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้งบของรัฐบาลเก่า เมื่อวิกฤติ อุทกภัยน้ําท่วม มหาอุทกภัย ลําบากยากเข็ญ หาเงินงบประมาณก็ไม่มีนะครับ ต้องไปรวบรวม ไปเสาะหา กว่าจะได้มา แก้ปัญหาก็กระท่อนกระแท่น ปีนี้ละครับ เต็ม ๆ ครับ จากนี้ไป รัฐบาลจะได้ดําเนินนโยบายที่ได้แถลงต่อสภา รัฐบาลชุดนี้ดูเหมือนว่า เขาบอกว่าเป็นทีมซี (C) ทีมบี (B) ท่านประธานครับ ถึงจะเป็นทีมซี ทีมบีนะครับ แต่เขาก็เอาหนี้เน่าของกองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งรัฐบาลทุกสมัยใช้หนี้ปีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณมา ๑๒ ปีแล้ว ปีนี้ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้เอาหนี้เน่าอันนี้ออกไป ทําให้งบประมาณของชาติใช้อย่างเต็มที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้เสนอพระราชบัญญัติร่วมทุน กับเอกชน ซึ่งผ่านวาระที่หนึ่งไปแล้ว อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์สําหรับการขยายฐานการลงทุน จากต่างประเทศ
อีกเรื่องหนึ่ง คือการริเริ่มที่จะทําเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทย ตามแนวชายแดน อันนี้คือเรื่องใหญ่ ๆ ที่ยิ่งลักษณ์จะทําเพื่ออนาคตของประเทศไทย ท่านประธานครับ งบประมาณของกระทรวงกลาโหมปีนี้ได้ ๑๐๐,๘๑๑ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๗.๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๒,๑๔๔ ล้านบาท ผมยินดีด้วยกับกองทัพ ท่านประธานครับ เราอาจจะมองกองทัพว่าใช้งบประมาณมากมายเหลือเกินแต่ไม่ได้ทํางาน ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าประเทศไทยมีศึกสงคราม ประเทศไทยรบกับเขมรจริง ๆ ประเทศไทยรบกับ ประเทศเพื่อนบ้าน เรารบได้ไม่เกิน ๓ วันครับ เพราะไม่มีกระสุนครับ ไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่จะไปต่อสู้เกินกว่า ๓ วัน ทุกสิ่งทุกอย่างเสื่อมตามสภาพ ท่านประธานครับ ถึงผมจะอยู่ต่อสู้ ช่วงปฏิวัติรัฐประหารผมก็สู้กับทหารมา แต่วันนี้เห็นใจครับว่าทหารจําเป็นจะต้องพัฒนา อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมของทหารนะครับ วันนี้เขาเรียกว่าถูกแช่แข็งอยู่นะครับ คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมทหารก็รอวันตาย ดังนั้นอยากจะให้รัฐบาลได้เจียดเงินไปช่วย ในอุตสาหกรรมทหาร อย่างน้อยก็ผลิตลูกปืน อย่างน้อยก็ผลิตปืนเล็ก ปืนพก เพื่อให้เขามี ชีวิตชีวาขึ้นมา ท่านประธานครับ งบกลางของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปรากฏว่าจังหวัดเชียงรายของผมนะครับ ปีนี้จะมีสวนสัตว์พื้นที่ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ทันสมัยที่สุด ในประเทศไทย ทันสมัยที่สุดในอาเซียน ของบประมาณสําหรับศึกษาวิจัยแค่ ๒๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แล้วเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชียงของ ๑๕,๐๐๐ ไร่ครับ ใช้งบประมาณศึกษาวิจัย เพื่อที่จะทําเมืองใหม่ ทําเขตเศรษฐกิจใหม่เพื่อรองรับถนนอาร์ ๓ เอ (R3A) รองรับสะพาน ข้ามแม่น้ําโขง แห่งที่ ๔ อันนี้นะครับใช้งบ ๑๐๐ ล้านบาท ใช้งบกลางของท่านรัฐบาล ยิ่งลักษณ์นะครับ อย่างไรก็ฝากทางสํานักงบประมาณด้วยนะครับ รัฐบาลชุดนี้กระจายอํานาจ กระจายเงิน กระจายองค์ความรู้ ท่านประธานครับ กองทุนพัฒนาสตรีให้สตรีไปตัดสินใจเอง ในจังหวัดต่าง ๆ อย่างน้อยก็จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เอสเอ็มแอล ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ชาวบ้านตัดสินใจเองว่าหมู่บ้านของเราปีนี้จะพัฒนาอะไร กองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็กระจายอํานาจให้สิทธิของประชาชนได้ตัดสินใจเองว่าเงินกองทุนหมู่บ้านนั้นจะให้ใครทําอะไร ในหมู่บ้าน แท็บเล็ตสําหรับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน วันนี้หมู่บ้านห่างไกลที่ไม่เคยเห็นเลย เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพามันเป็นอย่างไร วันนี้เด็กในชนบทจะได้เห็นในอีกไม่กี่วัน ข้างหน้านี้ ต้องกราบขอบพระคุณรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอย่างสูงยิ่งที่ได้วางแนวทาง สําหรับอนาคตประเทศไทย วันนี้เป็นโอกาสแล้วครับที่จะได้แสดงผลงาน จากนี้ไป ปี ๒๕๕๖ จะไม่ถูกตําหนิติเตียน จะไม่ถูกดุด่าว่ากล่าว จะไม่ถูกหาว่าของแพง วันนี้เรามีงบประมาณ ในมือแล้วที่จะบริหารจัดการประเทศไทย สร้างความปรองดอง สร้างวิสัยทัศน์ใหม่สําหรับ ประเทศเข้าสู่ ปี ๒๕๕๘ ซึ่งจะเป็นเสรีอาเซียน ผมในฐานะเป็น ส.ส. จังหวัดเชียงราย พร้อมแล้ว ที่จะนําจังหวัดเชียงรายเข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เข้าสู่เสรีการค้าแนวชายแดน ท่านประธานครับ นี่คือที่มาของพรรคเพื่อไทย คือหัวใจประชาชนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมขออนุญาตอภิปราย งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๒-๓ ประเด็นนะครับ แล้วก็มีสไลด์ (Slide) ประกอบด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องที่ ๑ ผมขอสไลด์ที่ ๑ นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ งบประมาณสําหรับการดูแลและป้องกันรักษาป่าโดยที่รัฐบาลได้สนับสนุน งบประมาณให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เพิ่มขึ้นจากเดิมร่วม ๒,๐๐๐ ล้านบาทจากปีที่แล้ว จากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งมี ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้ได้ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้น ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอสไลด์ที่ ๑ นะครับ เงินที่เพิ่มขึ้น ผมกราบเรียนว่า ๒ กรมนี้ ผมอภิปรายแค่ ๒ กรม ที่จริงในกระทรวงนี้มีหลายกรม แต่ขออนุญาตอภิปรายเฉพาะ ๒ กรม ๒ กรมนี้ได้รับงบประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่ากระทรวงไอซีที (ICT) ทั้งกระทรวง มากกว่ากระทรวงพาณิชย์ มากกว่ากระทรวงวัฒนธรรม มากกว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมากกว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่ง ๕ กระทรวงเหล่านี้ก็เป็นกระทรวงสําคัญแต่ว่าได้รับงบประมาณน้อยกว่า ๒ กรมนี้ ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ในการป้องกันป่าและฟื้นฟูปลูกป่า ภาพที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้เป็นป่าผืนหนึ่ง แล้วก็เป็นป่าในประเทศไทยใกล้เคียงกับป่าผืนนี้ครับ นี่เป็นภาพป่าในอําเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าปีที่แล้วเราอนุมัติงบประมาณให้ ๒ กรมนี้ ไป ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อดูแลป่าผืนนี้ครับ ไม่มีต้นไม้ครับ มีอยู่นิดเดียวครับ ปีที่แล้ว เราอนุมัติเงินก้อนนี้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ ให้กับกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชไปปลูกป่าในป่าผืนนี้ครับ ในป่าผืนนี้ทั้งกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ใช้เงินส่วนนี้ในการป้องกันและฟื้นฟู ท่านประธานเห็นไหมครับ มีต้นไม้ขึ้นกี่ต้น และในป่าผืนนี้ที่ดอยหลวงผืนนี้ครั้งหนึ่ง เอกชนเคยมาปลูกป่าด้วยงบประมาณของเอกชนคือ ปตท. ปลูกไปจํานวนมากครับ แล้วหลังจากปลูกในปีแรกผู้ดูแลคือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชปล่อยให้มี การบุกรุกแล้วก็ยังเบิกเงินบํารุงรักษาป่าปีละ ๕๐๐ ต่อมาอีก ๙ ปี แล้วสภาพอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ไปเบิกเขาปีละ ๕๐๐ ๕๐๐ ทุกปี ปีนี้รัฐบาลจะอนุมัติเงินกู้ไปอีก สักประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทจาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปฟื้นฟูป่าแบบนี้อีก ผมจึง กราบเรียนท่านประธานว่าปีนี้เรายังอนุมัติไป ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เราจะยังอนุมัติให้จํานวน มากขนาดนี้หรือครับ สําหรับการดูแลป่าแบบนี้ ฝีมือขนาดนี้เรายังจะให้ปลูกป่าด้วย งบประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทอีกไหมครับ ผมคิดว่าสภาควรจะยับยั้ง สภาไม่ควรที่จะถูกหลอก ให้อนุมัติงบประมาณไปดูแลป่าที่มีสภาพเช่นนี้อีกต่อไป ผมเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ มีรับสั่งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าป่าไม้ต้องปลูกทั้งไม้โตเร็ว และโตช้าผสมกัน การทํางานของข้าราชการที่ต้องทําหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ข้าราชการต้องไม่โลภและอยากได้เงินจึงจะรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ได้รับสั่งนี้รัฐบาล คิดอย่างไรครับ รับสั่งนี้รัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทํางานในการป้องกันและฟื้นฟูสภาพป่า อย่างไรครับ นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ถ้าหากพวกเรายังจะอนุมัติเงินก้อนใหญ่ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ในการป้องกันรักษาป่าผมก็อยากให้เปลี่ยนแปลงวิธีทํางานบ้าง และถ้ารัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลง วิธีการทํางานป้องกันและฟื้นฟูสภาพป่าเราก็ควรปรับลดงบประมาณลงด้วยนะครับ นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ สไลด์ที่ ๒ เรื่องไฟป่า ต้องยอมรับครับว่าใน ๒ ปีที่ผ่านมา สภาพไฟป่ามีปัญหามาก มีผู้ป่วยจากปัญหาหมอกควันไฟป่า ๕๓,๓๙๗ คน ทั้งหัวใจหลอดเลือด ทั้งทางเดินหายใจ ตาอักเสบ ผิวหนังอักเสบ รวมแล้ว ๕๓,๓๙๗ ราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วง ที่มีหมอกควันไฟป่า ๓๐๓ ครั้ง คนตาย ๗๗ คน บาดเจ็บ ๒๘๕ คน ปีที่แล้วเราอนุมัติ งบประมาณผมพูดเฉพาะเรื่องไฟป่าให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ๒๗๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เราอนุมัติให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปดูแลปัญหาไฟป่า ๓๑๘ ล้านบาท ปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ที่อนุมัติไป ๒๗๘ ล้านบาท ไฟป่าเกิดขึ้น ๒,๔๙๒ ครั้ง ปี ๒๕๕๕ เกิดขึ้น ๒,๓๕๖ ครั้ง ปี ๒๕๕๔ ที่เกิดขึ้น ๒,๔๙๒ ครั้ง ใช้งบประมาณไป ๒๗๘ ล้านบาท ได้คดีเพียง ๑ คดีเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ ปีที่ ๒ ไฟป่าเกิดขึ้น ๒,๓๕๖ ครั้ง ใช้งบประมาณไป ๓๑๘ ล้านบาท ได้คดี ๒ คดี ทั้ง ๆ ที่ผู้ใหญ่ ในรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่ผู้ใหญ่ในราชการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่า ไฟป่าเกิดขึ้นจากน้ํามือมนุษย์ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วจับกุมได้คดีเดียวในปี ๒๕๕๔ จับกุมได้แค่ ๒ คดีในปี ๒๕๕๕ เท่ากับว่าในปี ๒๕๕๔ คดีนั้นราคาแพงถึง ๒๗๘ ล้านบาท เพราะได้คดีเดียว แพงไหมครับท่านประธานครับ ปีที่ ๒ ใช้เงินไป ๓๑๘ ล้านบาท เท่ากับคดีละ ๑๖๐ ล้านบาท แพงไหมท่านประธานครับ คดีที่ยาก ๆ ซับซ้อนนครบาลใช้ไม่กี่แสนบาท คดียุ่งยาก ของประเทศไทยใช้ไม่กี่ล้านบาทครับ แต่คดีไฟป่าของประเทศไทยคดีหนึ่ง ๒๗๘ ล้านบาท คดีหนึ่ง ๑๖๐ ล้านบาท แล้วรัฐบาลจะคิดอย่างไรต่อเรื่องนี้ครับ ลดจํานวนครั้งของการเผาป่าลง ได้ไหม ลดพื้นที่ที่ถูกเผาลงได้ไหม เพิ่มจํานวนคดีขึ้นมาให้ได้ถ้ายังจะใช้งบประมาณจํานวนนี้ต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องเขื่อนแม่วงก์อยู่นิดเดียวครับ ไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะสนับสนุน เขื่อนแม่วงก์ทั้ง ๆ ที่ใจแล้วไม่เห็นด้วย เพราะว่าเขื่อนไม่เคยแก้ปัญหาน้ําท่วมได้ รวมทั้งเขื่อน แม่วงก์นี้มีรายงานทางวิชาการบอกถ้าแก้ได้ก็แก้ได้เพียง ๑.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ถ้าแก้ได้ แก้จากน้ําท่วม ๑๐๐ วันมาเหลือ ๙๘ วันเท่านั้นเอง ถ้าแก้ได้แก้น้ําท่วมจาก ๑ เมตร ใน ๗ วัน เป็น ๗๐ เซนติเมตร ใน ๕ วันเท่านั้นเอง แต่ที่ประเด็นสําคัญก็คือ ครม. อนุมัติเขื่อนแม่วงก์ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่อีไอเอ (EIA) จะสรุปผลทั้งหมดในวันที่ ๒๐ กรกฎาคม รออีก ๑๐๐ วันไม่ได้หรือครับรัฐบาล รอให้อีไอเอจบเสียก่อนถึงจะอนุมัติเงิน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้สร้างเขื่อนแม่วงก์ นี่คือการใช้อํานาจของรัฐบาลชุดนี้ ครั้งหนึ่งจําได้ ไหมครับแหลมผักเบี้ยในสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ขอใช้อีไอเอ ไม่ขอทําอีไอเอจนมีรับสั่ง ให้เลิกโครงการ ถ้าจะทําต้องทําอีไอเอ นี่มารอบเดิมกับรัฐบาลของพี่ชายเลย แค่ ๑๐๐ วัน ทําไมรัฐบาลนี้รออีไอเอไม่ได้ ผมไม่ขัดข้องครับ ถ้าอีไอเอบอกว่าเห็นด้วยกับโครงการนี้ แต่ว่า อนุมัติก่อนอีไอเอ รัฐบาลใช้อํานาจแบบนี้ใช้ไม่ได้ ผมไม่พูดถึงป่าต้องเสียหายไปหมื่นกว่า ล้านไร่ สัตว์ป่า พื้นที่มรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยวถูกทําลาย แต่ว่ารัฐบาลอนุมัติก่อนที่จะมี อีไอเออย่างไร
เรื่องสุดท้าย ปัญหามาบตาพุดที่รุนแรงอยู่ในขณะนี้ ปัญหาการนําน้ําปน สารเคมีน้ําเสียไปทิ้งในที่สาธารณะของนิคมบางปูในขณะนี้ เป็นภารกิจที่สําคัญของ กรมควบคุมมลพิษ ต้องไปตรวจอากาศ ตรวจดิน ตรวจสารตกค้างในพืชในสัตว์ ท่านประธาน กรมนี้ควรจะมีงบประมาณเพิ่มไหมครับ สถานการณ์แบบนี้กรมนี้เท่านั้นที่จะดูแลคุณภาพ ประชาชน ควรจะเพิ่มไหมครับท่านประธาน แต่ว่าตัวเลขที่อยู่ในมือผมขณะนี้กรมนี้ถูกปรับ ลดลงครับ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ได้ ๔๙๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ได้ ๔๕๗ ล้านบาท ลดลง ๓๓ ล้านบาท และปี ๒๕๕๖ ลดลงอีก ๑๙ ล้านบาท เหลือ ๔๓๘ ล้านบาท ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเราอนุมัติงบประมาณไปจํานวนนี้รัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลงวิธีในการทํางาน ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงวิธีทํางานผมฝากกรรมาธิการขอได้ช่วยปรับลดด้วย เพราะปัญหา สิ่งแวดล้อม ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัญหาความมั่นคงใหม่ของบ้านเมืองถ้ารัฐบาล ไม่ประสบความสําเร็จในการแก้ปัญหานี้จะไม่ประสบความสําเร็จในการแก้ปัญหาบ้านเมือง ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่าน ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขต ๑๙ พรรคเพื่อไทย ก็ในเรื่องงบประมาณปี ๒๕๕๖ ผมสนับสนุนเต็มที่ด้วยเหตุที่ ในโครงการรับจํานําข้าว เนื่องจากว่าผมได้ติดตามมาตลอด ด้วยเหตุว่าเกษตรกรกลุ่มนี้เป็นฐาน ปิรามิดที่ใหญ่ ใหญ่ที่สุดของกระบวนการทําการเกษตรของประเทศไทย ต้องยอมรับนะครับ ว่าในเรื่องของอาชีพชาวไร่ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ สิ่งที่ผ่านมาในอดีตรัฐบาล ที่แล้วในเรื่องโครงการประกันรายได้เราจะเห็นได้ว่าเสถียรภาพด้านราคาเกิดผลกระทบ อย่างมากมาย คนที่ได้ประโยชน์คือพ่อค้าส่งออก ออกไปดั๊ม (Dump) ขายต่างประเทศ รัฐบาลในขณะนั้นก็มีหน้าที่โอนส่วนต่าง ตั้งราคาอ้างอิงไว้ แล้วก็โอนส่วนต่าง คนที่ได้ ประโยชน์จากเงินภาษีพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคนคือผู้บริโภคปลายทาง วันนี้ผมจําเป็น ที่จะต้องนําข้อมูลที่ในอดีตที่รัฐบาลชุดก่อนในเรื่องประกันรายได้จะเห็นได้ว่าตัวเลขจํานวนรายก็ดี ที่อ้างว่าครอบคลุมจํานวนรายได้มากกว่า จํานวนครัวเรือนที่มากกว่า ผมบอกเลยนะครับว่าหลายพื้นที่ครอบครัวเดียวกัน พ่อก็ไปแจ้งทํานาประกันรายได้ ลูกเขย ก็ไปแจ้ง พื้นที่แถว ๆ นั้นล่ะครับ ตกลงครอบครัวหนึ่งมีการโอนส่วนต่างกันมากมายก่ายกอง มิหนําซ้ําพวกชาวนาแถวสีลม ชาวนาแถวเยาวราชที่ซื้อที่ดินเก็งกําไรออกให้นอมินี (Nominee) ไปลงชื่อเป็นเกษตรกรก็มี ก็ได้โอนส่วนต่างกันมากมายก่ายกอง สูงสุดเคยโอน ถึงเกวียนละ ๓,๕๐๐ บาทส่วนต่าง คนหนึ่งลิมิต (Limit) ที่ ๔๐ เกวียน ท่านไปคิดดูสิครับ เกวียนหนึ่ง ๓,๐๐๐ กว่าบาท ๔๐ เกวียนเข้าไปเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท นาปรัง นาปี ๒ ครั้ง ตกลงได้รายหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท นี่คือความเจ็บปวดที่เราเห็นแล้วว่าถ้าดําเนินการ อย่างนี้ต่อไปประเทศชาติสูญเสียรายได้มากมาย ใช้ไป ๑ ปีกับ ๔ เดือน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นอากาศ ไม่เหมือนจํานํานะครับ จํานําจะต้องมีสินค้า ถ้าชาวนาคนไหน ไม่มีสินค้าข้าว ก็ไม่ได้การจํานํา แต่ประกันรายได้นี่ไม่ต้องมีของนะครับท่าน ขึ้นทะเบียนแล้ว รออย่างเดียวนะครับ ถึงเวลาถ้าส่วนต่างมันมีเขาก็โอนให้ ๆ นี่คือความเสียหาย และประเทศชาติ เราผลิตข้าวปีหนึ่ง ๓๐ ล้านตัน อันนั้นคือเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่ามูลค่ามาก ๆ ในขณะที่เราไปซื้อปุ๋ย ซื้อพลังงานจากต่างประเทศเข้ามาเป็นปัจจัยการผลิต แต่แล้วราคาข้าวเราเสถียรภาพไม่มี และจํานวนมาก ๆ ถ้าเป็นของเล็กน้อยไม่เป็นไรนะครับ ประกันรายได้ แต่ของเยอะ ๆ โดยเฉพาะข้าว ปีหนึ่ง ๓๐ ล้านตัน ขอชาร์ท (Chart) ที่ ๑ เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประมาณการผลิต ข้าวเปลือกนี่นะครับ ๓๐-๓๒ ล้านตัน แปรสภาพเป็นข้าวสาร ๒๐ ล้านตัน บริโภค ภายในประเทศ ๑๐ ล้านตัน ส่งออกไปต่างประเทศ ๑๐ ล้านตันนะครับ นี่ละครับ จะชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขมันเยอะ ชาร์ทที่ ๒ เลยครับ อันนี้ชี้ให้เห็นนะครับว่าปริมาณการส่งออกวันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๗ เมษายน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตัน แต่เดือนนี้เดือนเดียวประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตัน รวมแล้วถึงปัจจุบันประมาณเกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ขอชาร์ทที่ ๓ เลยครับ อันนี้เป็นการเปรียบเทียบนะครับว่า ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสรุปเมื่อวันศุกร์ที่แล้วนะครับ ราคานี่ เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ กับโครงการรับจํานําเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ โครงการ ประกันรายได้ ข้าวสาร ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๔,๕๐๐ บาท แต่ฝั่งขวามือนี่นะครับ โครงการ รับจํานําข้าว ๑๘,๐๐๐ บาท อันนี้ให้เห็นนะครับ ขณะที่ในช่วงโน้น ในปีกลายประเทศอินเดีย เขายังไม่ได้ทุ่มตลาดมา ปีนี้นะครับ ปริมาณข้าวที่ออกมาของประเทศอินเดียทุ่มมา ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งเขาไม่เคยส่งออกมา ๕ ปีแล้ว เพิ่งมาออกปีนี้ เรายังยันเสถียรภาพได้ที่ ๑ ตัน ๑๘,๐๐๐ บาท แล้วก็ข้าวเปลือกในช่วงประกันรายได้ที่มีการโอนส่วนต่างที่ราคา อ้างอิง ๙,๐๐๐ บาท แต่ขณะที่ขวามือเป็นเงิน ๑๒,๕๐๐ บาทเมื่อสัปดาห์ก่อน ชาวนา ที่ไม่มีทะเบียน ไม่มีเอกสารสิทธิที่จะไปดําเนินการก็สามารถที่จะขายเงินสดได้เกวียนละ ๑๒,๕๐๐ บาทนะครับ ขอถัดไปเลยครับ อันนี้เป็นปริมาณตลาดโลกนะครับ ปีหนึ่งบริโภค ข้าวทั้งสิ้น ๓๐ ล้านตัน นี่คือกระเพาะของโลก ไม่ว่าประเทศไทยจะเป็นม้าตีนปลายในปีนี้ เราจะชะลอการส่งออกอย่างไร หนีไม่พ้นล่ะครับ ดีมานด์ (Demand) มันรองรับอยู่แล้ว ๑๐ ล้านตันของประเทศไทยถ้าไม่ออกไปคงมีคนอดข้าวตายนะครับ วันนี้เราชี้ให้เห็นนะครับ ว่าถึงแม้เราอาจจะชะลอไปบ้าง แต่เรายึดเสถียรภาพด้านราคาก็จะส่งผลให้ประเทศไทยนั้น ไม่เสียดุลนะครับ ขอชาร์ทถัดไปเลยครับ อันนี้คือราคาตลาดโลกนะครับ เมื่อเดือนเมษายน วันที่ ๒ อันนี้ข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๕๘๕-๖๐๐ ยูเอสดอลลาร์ เวียดนาม ๔๐๐ กว่านะครับ จะเห็นว่าเสถียรภาพเราดีตลอดนะครับ เราเห็นว่าที่เราทํามานี่นะครับ ใช้เงินโครงการ รับจํานํา เราเป็นการหมุนเวียนนะครับ ไม่เหมือนประกันรายได้ที่เราจะต้องจ่ายขาดไปนะครับ ตั้งบัญชีแล้วเป็นอากาศหมด แต่อันนี้เรามีสินค้าเข้าในสต็อกที่เราสามารถจะบริหาร ไม่ว่าจะไปจีทูจี (G2G) บาร์เทอร์ เทรด (Barter Trade) หรือประมูลในตลาดเกษตรล่วงหน้า แล้วก็จะเป็นคลังอาหารที่รองรับ การขาดแคลนภายในประเทศซึ่งมันก็ไม่แน่นะครับ เรื่องภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็อาจจะทําให้ เกิดปัญหาขาดแคลนข้าวได้ อันนี้เราเห็นได้ชัดว่าวันนี้ประเทศไทยเดินมาถูกทางแล้วนะครับ ที่เราไม่ใช่ไปรับทําประกันรายได้ เอาโครงการรับจํานําเป็นสิ่งที่ชาวไร่ชาวนา ผมเอง เป็นที่ปรึกษาสมาคมชาวนานะครับ ทุกภาคยอมรับว่าจํานําดีกว่าประกันรายได้ ขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ตามที่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท กระผมมีความเห็นว่าสาระสําคัญที่ไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งกระผมเห็นว่า ยังไม่เพียงพอต่อบางหน่วยงานและขอให้หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณแล้วใช้จ่ายอย่างมี สํานึกต่องบประมาณที่ได้ให้คุ้มค่าและสูงสุดและได้รับประโยชน์ต่อราษฎรในประเทศทุกคน อย่างทั่วถึงกัน ปัญหาเรื่องน้ําชาวไร่ชาวนาขาดแคลนฝน ยามเพาะปลูกขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชาวไร่ชาวนาให้ได้รับงบประมาณนี้จากกรมชลประทาน ให้ได้อย่างคุ้มค่าแม้งบประมาณที่ได้มานี้ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท น้อยกว่าปีเดิมไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ากระทรวงนี้เป็นกระทรวงหลักที่ช่วย ชาวไร่ชาวนามาตลอดและงบประมาณที่ขาดหายไปนี้ ถ้าได้เพิ่มเติมขึ้นมาเท่ากับปี ๒๕๕๕ จะเป็นการดี เพราะว่ากรมชลประทานสามารถช่วยชาวไร่ชาวนาให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์ จากแหล่งน้ําทั่วประเทศเป็นอย่างดี แล้วก็มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ชาวไร่ชาวนาต้อง พึ่งพาอยู่ประจําคือเรื่องราคาพืชผลที่ทางรัฐบาลมีการจํานําจํานองไว้ปีหน้านี้อยากจะให้ได้ งบประมาณนี้ขึ้นมาให้ได้มาช่วยเป็นการประกันราคาสินค้ามากกว่าเป็นราคาจํานอง เพราะว่างบประมาณบางส่วนนี้เราจะสามารถไปใช้ได้ ให้ชาวบ้านเขามีความหวังว่า เขาทําการเกษตรขึ้นมาแล้วจะมีผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมีสิ่งที่ดี ๆ ที่เขาจะได้รู้ว่า ยอดรายรับของเขาจะได้แค่ไหน เพราะถ้าราคาจํานองชาวเกษตรกรเขา คืออาจจะไม่ค่อย พอใจที่ว่าทํามาแล้วเขายังไม่มีหลักประกันที่แน่นอนนะครับ แล้วก็มีเรื่องที่ทํากิน ชาวไร่ บางส่วนตอนนี้ที่ทํากินมีปัญหามากเรื่องใบสําคัญซึ่งไม่ได้มีใบ น.ส. ๓ หรือใบโฉนดทุกที่นะครับ บางพื้นที่เป็นใบ ภบท. ๕ แล้วก็ใบ ส.ป.ก. บางครั้งเกษตรกรที่จะไปจํานําจํานองอาจจะทําไม่ได้ เงินหมุนเวียนก็คงไม่เพียงพอ อยากให้รัฐบาลช่วยด้านนี้ให้เต็มที่ งบประมาณที่มีบางส่วน ที่ทําการจํานําจํานองนี้ อยากจะให้มาดูแลด้านการที่ดินให้เกษตรกรด้วยครับ แล้วก็เรื่อง กระทรวงพาณิชย์ที่ได้งบประมาณไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้เพิ่มเติมมาอีก ๘๖๐ กว่าล้านบาท น่าเสียดายที่กระทรวงนี้ได้มาน้อย เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์ถ้ามีการจํานําและการประกัน ราคาสินค้าเกษตร เอาเงินงบประมาณส่วนนี้มาเป็นการประกันราคาสินค้าเกษตรจะดี แล้วก็ อาจจะช่วยชาวไร่ชาวนาได้มากขึ้นอีก และการคมนาคมงบประมาณปีที่แล้วที่ได้มาน้อยกว่า ปีนี้ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้ได้มา ๙๖,๐๗๑ ล้านบาท กระทรวงคมนาคมนี้คือเป็นเส้นทางหลักที่ชาวไร่ชาวนาแล้วก็การขนส่งพืชผลการเกษตร การเดินทาง การลดค่าใช้จ่าย เราสามารถลดค่าใช้จ่ายไปได้มากถ้าเรามีเส้นทางที่ดี ๆ และสะดวกที่ทํางานได้คล่องตัวขึ้น กรมทางหลวงกับยังมีเส้นทางอีกหลายกิโลเมตรที่ยัง ลาดยางไม่ทั่วถึง แล้วก็กรมทางหลวงชนบทก็ยังมีอีกมากมายที่ยังลาดยางไม่ทั่วถึง ชาวบ้าน อยากจะได้งบประมาณส่วนนี้มาดูแลเขา แล้วก็อยากให้งบประมาณส่วนนี้มาทําทางที่เป็น ทางลาดยางหรือว่าเมื่อก่อนนี้เป็นทางไร้ฝุ่น ตอนนี้ขอให้กรมทางหลวงที่ได้มานี้อยากจะให้ ดําเนินการด้านถนนไร้ฝุ่นนี้ดําเนินการต่อไป เพราะว่ายังมีถนนอีกมากมาย โดยเฉพาะ ในจังหวัดลพบุรีพื้นที่ของกระผมยังมีทางหลวงอีกหลายกิโลเมตรที่ยังไม่ได้รับการดูแล และทางหลวงชนบทยังมีอีกมากมายที่ยังไม่ได้ลาดยาง คิดดูแล้วตกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร อยากจะให้งบประมาณส่วนนี้กลับตกมาอยู่กับพื้นที่ทุรกันดาร ผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกคนในพื้นที่นี้ ก็คงจะต้องการถนนลาดยางเข้าสู่พื้นที่ทุกคนนะครับ
แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่ง คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งชาวบ้านมีหลายหมู่บ้าน ที่ยังไม่ได้รับการดูแลไฟฟ้าเข้าไม่ทั่วถึงมีอยู่หลายหลังคาเรือน ตามที่ดูแล้วงบประมาณ ที่ได้มาปีนี้ขาดไปตก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ได้มาแค่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งมาเปรียบเทียบ กับเมื่อปี ๒๕๕๕ แล้วขาดไปตกประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้ ผมอยากจะให้ได้มาเพิ่มเติม เพราะว่าบางพื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ทั่วถึงชาวบ้านเขาจะเดือดร้อน และมีผู้ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ตกประมาณ ๑๓,๙๐๐ กว่าครัวเรือน อยากจะได้ส่วนนี้มาเพิ่มเติม
มีเรื่องการศึกษา ในเมื่อตอนนี้รัฐบาลได้มีการแจกเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้กับเด็กแล้ว ก็อยากจะให้ติดตามผลงาน เพราะมีบางพื้นที่ที่ได้รับไปแล้วสัญญาณก็ยังมี ไม่ทั่วถึงก็มี อยากจะให้รัฐบาลช่วยดูแลด้านนี้ด้วย แล้วก็ช่วยดูแลเด็กยากจนบางกลุ่มที่ยังมีอยู่ ในพื้นที่ประเทศไทยเราให้ได้รับการศึกษาที่ดี แล้วก็มีความรู้เท่าเทียมกับเด็กในตัวเมือง การเข้าเรียนไม่ต้องมาฝาก ไม่ต้องมาใช้ผู้หลักผู้ใหญ่คอยมาฝากเข้าโรงเรียนนี้ โรงเรียนโน้นนะครับ
แล้วก็มีอีกสิ่งหนึ่ง คือเรื่องแหล่งน้ําที่เรายังขาดแคลนอยู่อีกมากมายหลายที่ ก็ขอให้รัฐบาลช่วยดูแล งบประมาณที่ได้มาแล้วขอให้ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า แล้วก็ขอให้ถึงมือ ชาวบ้านโดยทั่วถึงกันครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสุทธิชัย จรูญเนตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดโอกาสให้กระผมจะได้ แสดงเหตุแสดงผลต่อรัฐบาลในวันนี้ ในการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของงบประมาณ อย่างแท้จริงในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการคลัง และอีกส่วนหนึ่งเป็นความจําเป็นของภาครัฐที่จะต้อง ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เชื่อแน่ว่าก็คงจะเข้าสู่งบประมาณสมดุลในอนาคตไม่ช้านี้ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ต้องขอชื่นชมในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน แต่ทางรัฐบาล ก็ได้จัดสรรงบประมาณได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน ทุกมิติ และยังได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อเป็นการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญ ให้มีความมั่นคงเป็นการสร้างอนาคต ของประเทศต่อไป โดยส่วนตัวแล้วหลังจากที่ได้ศึกษาเอกสารเล่มนี้อย่างละเอียดก็คงต้อง บอกท่านประธานว่าเห็นด้วยและยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ดีครับ ท่านประธาน ผมมีเรื่องสําคัญที่อยากฝากไปถึงรัฐบาลเอง โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ ในการบริหารจัดการน้ําผมเห็นว่ายังมีความสําคัญและยังมีความจําเป็น โดยเฉพาะประเทศไทย เราเป็นประเทศเกษตรกรรม น้ําจึงเป็นหัวใจที่สําคัญต่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะภาคอีสานครับท่านประธาน เป็นสภาพที่มีความแห้งแล้ง เป็นภาคที่อยู่ในเขตพื้นที่ ราบสูงมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล วันนี้ต้องบอกว่าระบบชลประทานในภาคอีสานมีน้อยมาก แทบไม่น่าเชื่อครับว่าพื้นที่การเกษตร ๕๗ ล้านไร่ เรามีพื้นที่ชลประทานเพียงแค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนแล้วมันอยู่ที่ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เทียบไม่ได้เลยครับกับภาคกลาง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีเขตชลประทานเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วครับ เพราะฉะนั้นคนอีสานวันนี้ ยังต้องมีชะตากรรมที่ผูกอยู่ติดความเสี่ยงกับเรื่องดินฟ้าอากาศกันอยู่ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ ด้วยความสําคัญแบบนี้ผมจึงใคร่เรียนไปยังรัฐบาลที่จะได้ช่วยจัดสรรงบประมาณ ในการพัฒนาแหล่งน้ําโดยเฉพาะเป็นแหล่งน้ําเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน ชาวภาคอีสานด้วย และขณะเดียวกันก็อยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทํางาน ร่วมกันตรงนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ํา กรมพัฒนาที่ดิน หรืออีกกรมหนึ่งครับ ที่อยากจะพูดถึงในที่นี้คือกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ซึ่งปกติจะมีภารกิจ ในการหาน้ําอุปโภคบริโภคให้กับคนในชุมชน ให้กับโรงเรียน แต่วันนี้เพิ่มภารกิจอีกสักอย่าง ดีไหม นั่นก็คือลองจัดหาน้ําบาดาลเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสาน ด้วยลักษณะโครงสร้างของดินและเป็นที่ราบสูงอยู่แล้วนี่ ผมเชื่อว่าไม่มีปัญหาในการนํา น้ําใต้ดินขึ้นมาใช้แทนที่เราจะมองไปที่น้ําบนดินอย่างเดียว เพราะฉะนั้นหน่วยงานเหล่านี้ ผมเชื่อมั่นว่าสามารถที่จะมาบูรณาการร่วมกัน วางแผนในการบริหารจัดการน้ําร่วมกัน อย่างน้อย ๆ การดําเนินงานต่อไปนี้จะไม่ได้เกิดความซ้ําซ้อน จะได้เกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ต่อการนําทรัพยากรเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และที่สําคัญที่สุดวันนี้จะได้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และจะเป็นการรองรับเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๖ และวันนั้นผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นอนาคตที่ดีของ พี่น้องเกษตรกรไทย และเราจะได้เห็นอนาคตที่ดีของประเทศไทย ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ ๑๐ นาที
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณปี ๒๕๕๖ ที่กําลังพิจารณากันอยู่ในสภาขณะนี้นั้น ผมมีข้อที่จะต้องเรียนต่อ ที่ประชุมอยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ ถ้าดูจากสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยได้พูดเอาไว้ในการ แถลงนโยบาย แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการเองก็รับไปเป็นภาระในการบริหารจัดการในเรื่องของ กระบวนการการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ถึง ๖-๗ ยุทธศาสตร์ ซึ่งก็ต้องยอมรับครับว่าเป็นเรื่องที่สําคัญทีเดียว
ประการแรก ก็ต้องเป็นเรื่องของการพยายามพัฒนาการศึกษาโดยให้นักเรียน เป็นศูนย์กลาง เรื่องของการพยายามเปิดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน เรื่องของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีส่วนในกระบวนการในการพัฒนาการศึกษา ในเรื่องของการยกระดับครู บุคลากรทางการศึกษา ในเรื่องของการพยายามอย่างยิ่งในการ เพิ่มคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา อาชีวศึกษา รวมไปถึงเรื่องของ การสร้างต้นทุนทางปัญญาให้กับชาติ วันนี้พอดีเห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการชุมพล มานั่งฟัง ในการอภิปรายอยู่ด้วย ก็คงคล้ายกับสมัยที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือ สมัยที่ท่านบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี กระบวนการในการติดอาวุธทางปัญญา ให้กับนักเรียนนักศึกษา ก็คงจะลักษณะไม่หนีกันเท่าไรคล้าย ๆ กันในเรื่องของการสร้างทุน ทางปัญญาของชาติ
ท้ายที่สุดในเรื่องของการเตรียมความพร้อม เป็นเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรบุคคลเพื่อจะเข้าสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กระบวนการเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สําคัญและผมเชื่อว่าด้วยเนื้อหาสาระของยุทธศาสตร์ทั้ง ๗ ข้อที่กระผมได้กล่าวโดยย่อ ไว้ทั้งหมดนั้น เชื่อว่าถ้าผมเป็นสมาชิกฝ่ายรัฐบาลก็คงต้องลุกขึ้นมาบอกว่าต้องขอชื่นชม วิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องขอชื่นชมว่ายุทธศาสตร์ทั้ง ๗ ข้อที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเอาไว้ ที่กระทรวงได้ปฏิบัติ ตามนั้น ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่สวยงาม ถูกต้อง ตรงประเด็นทุกประการครับ
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่ายุทธศาสตร์จะสวยหรูขนาดไหน แล้วทําให้ประเทศ เกิดการพัฒนาได้อย่างที่ยุทธศาสตร์วางเอาไว้ ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าเราสามารถทําตาม ยุทธศาสตร์ที่เราวางไว้ได้หรือไม่ นั่นคือเหตุผลที่ทําไมเพื่อน ๆ สมาชิกฝ่ายค้านของผมถึงได้ อภิปรายในช่วงวันที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ แล้วก็อาจจะมีเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาล บางส่วนลุกขึ้นประท้วงหาว่าพวกเราพูดกันในเรื่องของแพง ในเรื่องของการโจมตีรัฐบาลในเรื่อง ของการบริหารเศรษฐกิจ จริง ๆ ไม่ใช่หรอกครับ เหตุผลที่เพื่อนสมาชิกของผมยกขึ้นมา ทั้งหมดที่พูดไปแล้วนั้นก็เป็นเพราะว่ามันเป็นที่มาที่ไปครับ เพื่อให้เราได้ดูว่าความน่าเชื่อถือ ของการแถลงนโยบาย ของการจัดทํางบประมาณในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานั้น มีบทเรียนอะไร อย่างไรบ้างที่รัฐบาลควรจะต้องตระหนักถึงและนํามาแก้ไขไม่ให้สิ่งเหล่านั้นได้เกิดขึ้นอีก ในปี ๒๕๕๖ กระบวนการในการเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุด คือกระบวนการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจเป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ และแน่นอน เมื่อพูดถึงภาคธุรกิจนั้นการแข่งขันในเวทีระดับโลก ในเวทีระดับอาเซียนนั้น ผมคิดว่าแรงงาน มีฝีมือนั้นเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด วันนี้แน่นอนว่ากระบวนการในการสร้างแรงงานมีฝีมือนั้น เป็นเรื่องที่หลาย ๆ ประเทศยอมรับกันครับว่าเป็นส่วนสําคัญในการผลักดันให้ประเทศ ก้าวไปสู่ความเป็นผู้นําทางเศรษฐกิจได้ เพราะว่าวันนี้แน่นอนครับว่าเศรษฐกิจทั่วโลกนั้น เป็นลักษณะของโกลบาไลเซชัน (Globalization) หรือเป็นลักษณะของเศรษฐกิจที่มีความหมุนเวียน ทั่วถึงกัน ประกอบธุรกิจคล้าย ๆ กัน ฝีมือแรงงานแบบเดียวกัน กระบวนการทางความคิด ทางภาคธุรกิจนั้นเหมือน ๆ กัน ต่างกันที่ว่าแรงงานของใครจะมีฝีมือมากกว่ากัน ถ้าเรายังอยู่ บนกระบวนการของการสร้างแรงงานไร้ฝีมืออยู่ กระบวนการในการพัฒนาเศรษฐกิจจะไม่ สามารถเป็นไปอย่างที่เราคิดได้ นี่คือสิ่งสําคัญครับ ที่ผ่าน ๆ มานั้นต้องยอมรับว่า กระบวนการในการพัฒนาทักษะให้กับแรงงานของเรานั้นน้อยมาก นั่นเป็นสาเหตุที่ทําให้เรานั้น ยังไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าเรามีความพร้อมในการเข้าไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน มามองถึงภาคของกระทรวงศึกษาธิการครับ ส่วนที่สําคัญที่สุดในเรื่องของการพัฒนา ฝีมือแรงงานคงหนีไม่พ้นสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา งบประมาณที่ท่านจัดสรร ลงไปในสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษานั้นอยู่ที่ ๒๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่า ปีที่ผ่านมาอยู่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท จะเห็นได้ชัดว่างบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมดนั้น ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ ๔๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถึงประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หลัก ๆ ไปอยู่ที่ สพฐ. หลัก ๆ ไปอยู่ที่สํานักปลัดกระทรวง ส่วนงาน ที่ควรได้รับการพิจารณาเพิ่มงบประมาณมาก ๆ อย่างเช่น อาชีวศึกษานั้นได้รับการพิจารณา เพิ่มงบประมาณอยู่แค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น น้อยมาก เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็คือ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นกระบวนการที่ทําให้ผมถึงต้องลุกขึ้นมา บอกว่าผมไม่แน่ใจว่ากระบวนการที่ท่านบอกว่าท่านอยากจะพัฒนาคนในชาติ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ก้าวเข้าไปพร้อมที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น จะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วจะเห็นครับว่ากระบวนการในการที่จะสร้างสถาบันอาชีวศึกษานั้น ในการยกระดับให้สามารถที่จะสอนในระดับปริญญาตรีได้เพื่อที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานให้เป็น แรงงานที่มีสกิล (Skill) มีทักษะมากขึ้น เป็นแรงงานที่มีความชํานิชํานาญมากขึ้น มากกว่าปกติ เป็นแรงงานที่มีความสามารถเฉพาะด้านมากกว่าที่ควรจะเป็นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ครับ งบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาฝีมือแรงงานในระดับนั้นต้องใช้อย่างน้อยประมาณถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาท ในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลในอดีตก็เคยพยายามพัฒนาเรื่องนี้ เคยพยายามทํา เรื่องนี้ ถึงมีการพยายามในการตั้ง ๑๙ สถาบันการศึกษาให้สามารถสอนระดับปริญญาตรีได้ แต่วันนี้งบประมาณที่ถูกจัดสรรไปนั้นรัฐบาลปัจจุบันสําหรับกระบวนการแบบนี้ได้แค่ ๓๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น นี่ละครับ นี่เป็นส่วนสําคัญที่ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ทําให้เราไม่แน่ใจครับว่า วิธีการบริหารจัดสรรงบประมาณที่ถูกต้องนั้นจะทําให้พวกเราสามารถก้าวเข้าไปสู่ความเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร นอกเหนือไปจากนั้นครับ เราใช้เงิน ไปกับเรื่องของฟิกซ์ อิท เซ็นเตอร์ (Fix it center) มาก ๆ ครับ ๕๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อเทียบกับ ๓๐ ล้านบาทที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ วันนี้เรื่องของฟิก อิท เซ็นเตอร์นั้น ประเด็นที่เรา น่าจับตามองก็คือว่าอย่างที่ผมเรียนให้ทราบครับว่าความพร้อมในการแข่งขันในระดับ อาเซียน หรือในระดับโลกนั้นสิ่งที่สําคัญก็คือการพัฒนาแรงงานที่มีฝีมือ วันนี้ถ้าเราสร้าง ศูนย์ซ่อมสร้างเหล่านี้มากขึ้น แต่ว่าไม่ได้เพิ่มทักษะให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง แน่นอนครับว่า เราจะได้แรงงานไร้ฝีมือมากขึ้น กระบวนการในการผลิตต่าง ๆ ก็จะไม่มีทักษะ ขาดความคล่องตัว ในการผลิต ขาดความคล่องตัวในการแข่งขัน ในอดีตที่ผ่านมาต้องยอมรับครับว่าเราอาจจะมี แรงงานจํานวนมาก แต่ว่าวันนี้ครับ ด้วยความเป็นประชาคมอาเซียน แม้ยังไม่ก้าวเข้าสู่ความเป็น ประชาคมอาเซียนก็ตาม แต่จะเห็นได้ชัดว่าเรามีแรงงานจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศเรามากขึ้น และแน่นอนครับว่า กระบวนการในการผลิตนั้นจากเดิมถ้ายกตัวอย่างเช่น คนหนึ่งคนอาจจะทํางานต่อเชื่อมได้ แต่ประกอบไม่ได้ แล้วส่งงานชิ้นนี้ ส่งไปให้บุคคลที่ต้องทํางานที่เป็นส่วนประกอบต่อไป แล้วก็ สู่สายพานการผลิตอื่น ๆ ต่อไปนั้นคงไม่พอ วันนี้สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือทําอย่างไรก็ตามในการ ที่จะฝึกทักษะคนเหล่านี้ให้สามารถที่จะต่อเชื่อมได้ แล้วก็ประกอบได้ แล้วถึงจะส่งวัตถุดิบ เหล่านั้นไปสู่กระบวนการในการผลิตต่อไป สิ่งเหล่านี้ครับ เป็นสิ่งสําคัญที่ต้องเรียนครับว่า ผมมีความรู้สึกว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณแบบนี้นั้น ทําให้ไม่มีความมั่นใจครับว่าเราจะ สามารถก้าวไปสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ด้วยความพร้อม สมบูรณ์ของ แรงงานมีฝีมือ นอกเหนือไปจากนั้นครับ สิ่งที่ต้องยอมรับอีกประการหนึ่ง คือเรื่องของการวิจัย พัฒนาเป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ รัฐบาลให้ความสําคัญกับเรื่องของการวิจัยพัฒนาน้อยมาก ๆ ครับ ในปีที่ผ่านมางบประมาณในเรื่องของการวิจัยนั้น ในปี ๒๕๕๔ ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ได้งบประมาณอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาถึงรัฐบาลที่ผ่านมาครับ รัฐบาลปัจจุบัน ในปี ๒๕๕๕ ได้งบประมาณ ๘๓๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ จนถึงปีนี้งบประมาณในการวิจัยกับสถาบัน การศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้นท่านให้มาแค่ ๕๐๐ ล้านบาท กระบวนการในการวิจัยเป็น สิ่งสําคัญครับ และกระบวนการต่าง ๆ ที่ผมได้บอกเมื่อสักครู่นี้ รวมถึงตัวเลขของงบประมาณ ที่ลดลงแบบนี้ทําให้ผมไม่แน่ใจครับว่ารัฐบาลให้ความสําคัญกับเรื่องของการวิจัยมากน้อย แค่ไหน อย่างไร แน่นอนครับ รายงานทางวิชาการเป็นเรื่องสําคัญ วันนี้ท่านอาจจะไม่เชื่อ รายงานทางวิชาการของสถาบันบางแห่ง หรือผลวิจัยบางที่ บางสถาบันที่ออกมาสวนทางกับ สิ่งที่รัฐบาลคิด ท่านก็บอกท่านไม่เห็นด้วย ผมพยายามไม่คิดครับว่าท่านไม่เชื่อผลวิจัย ไม่ให้ ความสําคัญกับการวิจัย แต่กระบวนการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ทําให้เห็นชัดครับว่า ท่านไม่ได้ให้ความสําคัญกับการวิจัยแต่อย่างใด จริง ๆ ผมมีเรื่องที่จะต้องพูดกับที่ประชุมอีก ค่อนข้างเยอะ แต่ด้วยเวลาอันจํากัดก็ต้องเรียนให้ทราบครับว่า ๒ เรื่องหลัก ๆ ที่ผมได้เรียน ท่านไว้ก็คือเรื่องของการให้ความสําคัญกับแรงงานมีฝีมือในกระบวนการของการอาชีวศึกษา กระบวนการของการให้ความสําคัญกับการวิจัยเป็นเรื่องสําคัญ ปีที่แล้วถ้าจําให้ดีครับ ผมพูด เรื่องพวกนี้ไว้เยอะมาก ในเรื่องของการอภิปรายงบประมาณว่าใช้ไม่เหมาะสมอย่างไร อภิปรายเสร็จท่านปรับ ครม. หนีผมไปครั้งหนึ่ง ผมหวังว่าผมพูดเสร็จครั้งนี้ จริง ๆ แค่วาระแรกนะครับ ท่านรัฐมนตรีคงยังอยู่เพื่อที่จะทํางาน แล้วก็ปรับปรุงงบประมาณให้เหมาะสม แล้วคงไม่หนี ผมไปอีกรอบนะครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ค่ะ ท่านประธานคะ ในจํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านประธานคะ สิ่งที่เราได้เห็นว่างบประมาณที่ตั้งไว้นั้น
ประเด็นที่ ๑ ดิฉันขอพูดเรื่องการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ งบประมาณ ที่ได้ดิฉันขอขอบคุณจริง ๆ ว่างบประมาณที่ให้ ๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น เพื่อมาจัดการ บริหารเรื่องน้ํา ท่านประธานคะ ภาคอีสานแล้งมากค่ะท่านประธาน แล้งและสิ่งที่เราต้องการ ที่สุดคือน้ํา ถ้ามีน้ําของเราเกษตรกรรับรองว่าไม่อพยพเข้ามาในเมือง ไม่สร้างความแออัด และปัญหาให้แก่ชุมชนเมืองแน่นอน ท่านประธานคะ ในสิ่งที่ดิฉันต้องการนั่นคือสนับสนุน จริง ๆ ว่าเรื่องน้ํานั้น แม้กระทั่งกระทรวงที่รับผิดชอบนะคะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณที่ท่านเพิ่มงบประมาณที่ให้กระทรวงนี้จาก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาเป็น ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณปีที่แล้วอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท และขอขอบคุณทางรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ท่านเข้าใจถึง การพัฒนา ท่านไปเยี่ยมไปดูฝายที่ให้งบประมาณไป แล้วก็ลงพื้นที่ไปเห็นพื้นที่จริง นั่นคือ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ได้ประสบคือถ้ารัฐมนตรีเอาใจใส่ในงบประมาณที่ให้ไปแล้วไปตรวจงานแล้ว ได้เห็นผลงานจริง ๆ สร้างคุณประโยชน์และประชาชนของดิฉันเองในภาคอีสานนั้นเกิดความ ภาคภูมิใจโดยเฉพาะโครงการพระราชดําริเรื่องฝนหลวงค่ะ ถ้ามีฝนเราเหมือนฟ้าประทานค่ะ ท่านประธานคะ ทั้งปลูกข้าว ปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลัง พอโดนฝนเท่านั้นสิ่งที่งอกงามขึ้นมา นั่นคือผลผลิตที่เกิดขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันขอสนับสนุนเรื่องงบประมาณของ กระทรวงนี้แล้วขอบคุณจริง ๆ
และส่วนอีกประเด็นหนึ่ง เกี่ยวกับงบพัฒนาสร้างรากฐานจริง ๆ นั้น ดิฉัน เรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เราได้งบประมาณแผนการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน สิ่งที่ดิฉันฝากท่านประธานด้วยว่า ๘๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๒๐.๕ เปอร์เซ็นต์นั้น สังคมเราได้อะไร เพื่อสร้างศักยภาพและขีดความสามารถให้การพัฒนายกระดับรากฐาน ให้แก่หมู่บ้านชุมชนเมืองนะคะ น้อมนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการทํางานและ องค์รวมโดยเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน ชุมชนเมืองและใช้กลไกในการพัฒนาการศึกษา และมอบให้กองทุนหมู่บ้าน ท่านประธานคะ อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทมันคุณค่ามหาศาล เกี่ยวกับการพัฒนา เขาคิดเอง ทําเองนะคะ กองทุนหมู่บ้านไม่สูญหรอกค่ะท่านประธาน คิดเปอร์เซ็นต์แล้วไม่สูญแน่นอน เพราะฉะนั้นกองทุนซึ่งนโยบายของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้นั้น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ท่านประธานคะ ไม่มีรัฐบาลไหน ที่ให้ความสําคัญกับผู้หญิงมากเท่ากับรัฐบาลนี้ค่ะ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงทั่วประเทศ ประชากรทั่วประเทศ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน เลยครึ่งนะคะ ท่านประธาน สิ่งที่ปรากฏแก่เรานั้นผู้หญิงทุกคนทํางานเงินเดือนไม่มีซีหาไม่ เราทําทุกองค์กร เพื่อให้เกิดประโยชน์ในสังคมหมู่บ้านและชุมชน ยกตัวอย่างเช่นไม่ว่าเป็น อสม. อพปร. อส.ตร. กองทุนหมู่บ้านก็ผู้หญิงครึ่ง ๆ ล่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นหลายคนหลายความคิด มอบหมายที่ให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดิฉันว่าไม่สูญเปล่า แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญเคยให้เรามาแล้ว ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ สิทธิหญิงชายเท่าเทียม แต่ยังไม่เท่าเทียมในสังคมที่ความเป็นจริง มาตรา ๘๐ ที่เราส่งเสริมให้หญิงชายเสมอภาค ท่านประธานคะ ความเสมอภาคในสังคม ยังไม่มี แต่ในเมื่อกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเกิดขึ้นดิฉันมุ่งหวังเหลือเกินว่าสตรีทุกคนยกย่อง นายกรัฐมนตรีของเรา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ความสําคัญและพวกเรา ทํางานโดยเฉพาะ ส.ส. ที่เป็นสตรีเป็นประธานสตรีจังหวัดเราทํางาน เรารู้ว่าเราไม่เคยต้องการ สิ่งตอบแทนถ้ามีให้เราไม่ขัดศรัทธาที่จะให้นะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นดิฉันมั่นใจว่ากองทุนพัฒนา บทบาทสตรีที่เกิดขึ้นทําให้เราเข้มแข็ง ทําให้องค์กรสตรีที่จะดูแลหมู่บ้านในชุมชนในหมู่บ้าน อย่างดีขึ้น เพราะฉะนั้นฝากประเด็นถึง กลอนนี้ฝากถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ด้วยนะคะ สตรีมีสองมือ หมั่นยึดถือ ในแก่นสาร สตรีมีสองเท้า ช่วยย่างก้าว ความใฝ่ฝัน สตรีมีสองตา ไว้เสาะหา ชีวิตใหม่ สตรีมีดวงใจ เป็นดวงไฟ ไม่ผันผวน สร้างสรรค์พลังมวล ด้วยเธอนั้น ล้วนคือคน สตรีมีชีวิต ลบรอยผิด ด้วยเหตุผล ดอกไม้มีหนามแหลม มิใช่แย้ม ให้คนชม บานไว้เพื่อสะสม ความอุดม แห่งแผ่นดิน มอบฝาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอบคุณค่ะ
เชิญท่าน อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในครั้งนี้ กระผมขอเน้นมาที่ กระทรวงศึกษาธิการเพราะถือว่าเป็นกระทรวงหลัก เป็นรากฐานที่สําคัญในการพัฒนา ประชาชนและการพัฒนาประเทศชาติ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในวงเงิน ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้น ทางรัฐบาลใจดีครับ จัดสรรให้กระทรวงศึกษาธิการถึง ๑๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเป็นยอดงบประมาณก็ประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นับว่ามากทีเดียวครับ แต่ท่านประธานครับ ถ้าเราวิเคราะห์เจาะลึกลงไป น่าเสียดายครับ งบประมาณที่มากมายลําดับ ๑ ของประเทศชาติในครั้งนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการ มิได้ใช้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และที่สําคัญที่สุดไม่ตอบสนองนโยบายของชาติ วันนี้ชาติของเรามีปัญหาที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องคุณภาพทางการศึกษา เรื่องของโอกาสทางการศึกษา ผมขออนุญาต นําเรียนท่านประธานในเรื่องโอกาสทางการศึกษา วันนี้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ หรือแม้แต่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้โอกาสเยาวชนของชาติ ได้ศึกษาฟรี ๑๕ ปี อย่างทั่วถึงมีคุณภาพและไม่เก็บค่าใช้จ่าย ท่านประธานครับ จะเห็นว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์คราวที่แล้ว เราจัดสรรค่าใช้จ่าย ๑๕ ปีให้กับโรงเรียน ให้กับ นักเรียนอย่างเพียงพอ ทั้งในเรื่องของค่าเล่าเรียน เรื่องของอุปกรณ์การเรียนสมุดหนังสือ เรื่องของกิจกรรมเสริมหลักสูตร เรื่องของชุดนักเรียนอะไรต่าง ๆ สิ่งที่คิดว่าเป็นปัจจัยสําคัญ ต่อการจัดการศึกษา เราจัดให้อย่างครบ แต่วันนี้ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลนะครับ ไม่ตัดลด รายจ่ายตรงนี้ แต่ผมกราบเรียนว่าวันนี้ภาวะเศรษฐกิจที่มันเปลี่ยนแปลงไป ที่เราประจักษ์กัน ทุกคนนะครับว่าข้าวของทุกหมวด รายจ่ายแพงขึ้นครับ แต่น่าเสียดายทางกระทรวงศึกษาธิการ มิได้จัดงบประมาณในการเรียนฟรี ๑๕ ปี ให้มันสอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อ ให้สอดคล้อง กับราคาสินค้าที่มันแพงขึ้น ไม่ว่าชุดนักเรียน สมุด หนังสืออะไรต่าง ๆ ทุกอย่างครับ ก็ทําให้ โรงเรียนต้องคิดนอกกรอบ ซึ่งผมกราบเรียนว่าจริง ๆ ไม่นอกกรอบละครับ นอกนโยบาย นอกรัฐธรรมนูญก็คือเก็บค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากที่รัฐจัดสรรให้หรือรัฐรับผิดชอบ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าขณะนี้ท่านทราบไหม ลูกหลานของเรา ที่ไปเรียนฟรีตามโครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ ใน ม. ๑ ครับ ผู้ปกครองต้องรับภาระ ค่าใช้จ่ายเพิ่มจากที่รัฐจัดสรรให้ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ กว่าบาท ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาทแล้วแต่ โรงเรียน ใน ม. ปลายเช่นเดียวกันครับ ม. ๔ ก็ประมาณ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท แล้วแต่ โรงเรียน ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่านโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ไม่ชัดเจน เปิดช่องว่างให้โรงเรียนไปสร้างภาระให้กับผู้ปกครองมากเป็นพิเศษ ผมได้สํารวจ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่โรงเรียนเรียกเก็บ ท่านประธานครับ มีหลายรายการด้วยกัน เช่นอะไรบ้างครับ เช่น เรื่องค่าบํารุงศึกษาห้องเรียนพิเศษ บางโรงเรียนเก็บถึงปีละ ๑๗,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่โรงเรียน ค่าสอนคอมพิวเตอร์ที่เกินจากมาตรฐานของรัฐ อันนี้แสดงว่ารัฐไม่มีมาตรฐานในการจัด คอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนนะครับ เก็บแล้วแต่โรงเรียนครับ บางโรงเรียน ๕๐๐ บาท บางโรงเรียน ๑,๐๐๐ บาท บางโรงเรียนก็เกิน ค่าจ้างครูต่างประเทศ ค่าจ้างครูที่มีความ เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะ ค่าสมาคมผู้ปกครองและครูเก็บด้วยนะครับ ค่าสมาคมผู้ปกครอง และครู ค่าประกันชีวิต ค่าบัตรประจําตัวนักเรียน ค่าวารสารประชาสัมพันธ์ ค่าปฐมนิเทศ ก็เก็บด้วยนะครับ ค่ากิจกรรมปรับพื้นฐานในการเรียน เหล่านี้เป็นต้น ที่ผมเสาะแสวงหามาว่า ทางนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้จัดเก็บเพิ่มเติมเป็นการสร้าง ภาระให้กับผู้ปกครองมากน้อยแค่ไหน อย่างไร นี่เป็นเพียงตัวอย่าง ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านประธานตระหนักได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าวันนี้โครงการ เรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ ตามที่พวกเรามีเจตนารมณ์ร่วมกันว่ารัฐต้องดูแลบุตรหลาน ของเราให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง ปรากฏว่าไม่ใช่ครับ วันนี้โรงเรียนไปเก็บเพิ่มเติมนะครับ จากผู้ปกครองนี่ ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ผมลองทบทวนไปว่าก่อนที่เราไม่มีโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปี ก่อนที่รัฐบาลไม่มีโครงการเรียน ฟรี ๑๕ ปีนี่ปรากฏว่าผู้ปกครองจ่ายเท่าไรนะครับ ตอนนั้น ม. ๑ ไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาทครับ ม. ๔ ม. ปลายนี่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท แต่วันนี้เมื่อเรียนฟรีนี่ผู้ปกครองรับภาระมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นเรื่อง ที่ไม่ถูกต้อง
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่พวกเรากังวลกันมากนะครับ การจัดการศึกษา การจัดงบประมาณรายจ่ายประจําปีให้กับกระทรวงศึกษาธิการนั้น ผมกราบเรียนว่าเราหวังเรื่องคุณภาพทางการศึกษา เพราะวันนี้คุณภาพทางการศึกษา ของบ้านเรามีปัญหานะครับ มีปัญหาอย่างไรครับ ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานก็พูดอย่างนี้ ครับว่า อยู่ครบจบแน่ อยู่ครบจบแน่ นั่นหมายความว่าถ้านักเรียนเรียนอยู่ครบชั้นปีนะครับ ป. ๖ เรียน ๖ ปี จบ ป. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ครบ ๓ ปีจบ ม. ต้น เรียนต่อ ๓ ปีจบ ม. ปลาย คุณภาพแตกต่างกันอย่างมากมาย ยอมรับว่าบางคนนี่เก่งมาก ๆ แต่บางคนนี่ไม่สมภูมิกับ ระดับชั้นที่สําเร็จการศึกษามา นี่คือปัญหาคุณภาพ ระดับอุดมศึกษาครับ ท่านประธาน เคยได้ยินนะครับว่าจ่ายครบจบแน่ ด้วยตรงนี้เองครับ ก็ทําให้การศึกษาของบ้านเราตกต่ํา โดยที่รัฐไม่สามารถจัดสรรงบประมาณไปสอดคล้องกับปัญหาของการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ท่านประธานครับ ในระดับมัธยมศึกษาต้นตอน ม. ๓ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม. ๖ ผลการทดสอบโอเน็ต (O-NET) ท่านประธานคงทราบดี แล้วผมพูดทุกปีนะครับ แต่ไม่กระเตื้องขึ้น ไม่ดีขึ้น วิชาหลักทุกวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไม่ถึงครึ่งครับ ตกทุกวิชา ถ้าเทียบประเมินกับต่างชาติโดยใช้ข้อสอบกลางนะครับ ไม่ว่าของพิซซ่านะครับ ก็ปรากฏว่าวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์นี่เด็กไทยอยู่ลําดับล้าหลังนะครับ ในทุกเรื่องก็เป็น เรื่องที่ผมคิดว่าพวกเราควรตระหนัก ฉะนั้นในการจัดงบประมาณถึงแม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าเกิดจัดไม่สอดคล้องกับปัญหาของประเทศนี่มันย่อมจะ มีปัญหา
ปัญหาหลักอีกเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเรากังวลมาก คือเรื่องของ แท็บเล็ตที่แจกนักเรียนปรากฏว่ามีปัญหา ๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ความไม่สอดคล้อง ความไม่สอดคล้องนี้หมายความว่าเด็กในช่วงชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๓ ควรจะได้รับการพิจารณาในเรื่องของความรู้ความสามารถในการอ่านออก เขียนได้ เรื่องการพัฒนาร่างกายนะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ไม่เหมาะสมกับความพร้อมของการศึกษา จากผลการวิเคราะห์ ผลการวิจัยปรากฏว่าโรงเรียน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีความพร้อม ที่พร้อม ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วก็มีผลกระทบกับสายตาของเด็กนะครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ เรื่องความโปร่งใสซึ่งเป็นปัญหาของเราในวันนี้นะครับ เพราะว่าครั้งแรกตกลงซื้อจีทูจี กลายมาเป็นเอ็มโอยู (MOU) เปลี่ยนสเปก เปลี่ยนราคา ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ประชาชน รับไม่ได้ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรามีความภาคภูมิใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณมากแต่งบประมาณส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับปัญหาของประเทศชาติครับ ผมเลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับการจัดงบประมาณครั้งนี้ครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เสนอโดยสํานักงบประมาณ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตั้งรายจ่ายไว้ทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีขึ้นมาเพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐมีเงินรายจ่าย ในปี ๒๕๕๖ มีด้วยกันทั้งสิ้น ๓๔ มาตรา เป็นกฎหมายใหญ่ประจําปีที่ ส.ส. ที่อยู่ในห้องนี้ จะต้องทําหน้าที่กลั่นกรองและสุดท้ายก็คือพิจารณาอนุมัติให้กับรัฐบาลนําไปใช้ ผมเองเป็น ส.ส. ที่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะอภิปรายวันนี้ก็คงหนีไม่พ้น เรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งรัฐบาลได้นํามาบรรจุไว้ในแผนงานในแผนของ งบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. ก่อนหน้าของผม ๒-๓ ท่านไป ไม่ว่าจะเป็นท่านมุกดา ท่านสุทธิชัย ก็ได้เกริ่นนําเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในภาคอีสาน นั่นก็คือเรื่องของความแล้งแห้ง ปีที่แล้วส่วนใหญ่ข่าวที่ออกทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทางโทรทัศน์ก็ดีจะเป็นเรื่องของอุทกภัยน้ําท่วม แต่อีกภัยหนึ่งที่เป็นภัยที่เกิดขึ้นแล้วก็ เป็นภัยที่ซ้ําซากทุกปีนั่นคือภัยแล้งที่เกิดขึ้นในภาคอีสาน ข้อมูลในจํานวนพื้นที่ที่ทํานา ในภาคอีสาน เกษตรภาคอีสานนั้น ส.ส. ได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว ผมขออนุญาตเจาะลงที่ มาตรา ๑๑ รายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งไว้ปีนี้ ๗๓,๐๓๙ ล้านบาท ลดลง จากปีที่แล้วประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่อาจจะ ตกใจรัฐบาลทําไมลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง ผมเรียนว่ารัฐบาลได้มี แผนการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะการพัฒนา แหล่งน้ําใหญ่ ๆ ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ก็ดี หรือเงินอื่น ๆ ก็ดีที่เราได้ตั้งไว้และกําลัง ดําเนินการอยู่ ผมขออนุญาตลงไปในเรื่องของกรมพัฒนาที่ดิน ปีนี้กรมพัฒนาที่ดินได้รับ การจัดสรรเตรียมพร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณ ๕,๓๙๕ ล้านบาท สิ่งที่ผมต้องการอภิปราย ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาของทางภาครัฐ ปีนี้รัฐบาลทําได้ถูกใจพี่น้องเกษตรกรที่เป็นคนยาก คนจนที่ทํานานอกเขตชลประทาน ผมย้ําท่านประธานว่านอกเขตชลประทานก็คือว่าอาศัย น้ําฝนจากฟ้าอย่างเดียว รัฐบาลปีนี้นะครับ จัดงบประมาณไว้ให้เฉพาะเรื่องของการขุดสระ ในไร่นา ซึ่งเป็นความต้องการสูงสุดของพี่น้องเกษตรกรนอกเขตชลประทานขณะนี้ เดิมนั้น พี่น้องเกษตรกรมีความต้องการอยู่ประมาณ ๘๓๔,๐๐๐ กว่าราย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึง ปัจจุบันรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จัดไปแล้ว ๑๕๗,๐๐๐ กว่าราย เหลือความต้องการ อีกประมาณ ๖๗๖,๐๐๐ กว่าราย ปีนี้รัฐบาลโดยท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านอนุมัติให้ ในปี ๒๕๕๖ ถึง ๘๐,๐๐๐ บ่อท่านประธานครับ เทียบกับปี ๒๕๕๒ ๒๐,๐๐๐ บ่อ ปี ๒๕๕๓ ๑๘,๒๓๕ บ่อ ปี ๒๕๕๔ ๘,๐๐๐ บ่อ ปี ๒๕๕๕ ปีที่แล้วได้ ๒๐,๐๐๐ บ่อ ปีนี้ได้ ๘๐,๐๐๐ บ่อ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ๘๐,๐๐๐ บ่อ ก็ยังไม่พอครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ถ้าเป็นไปได้ยังมีเกษตรกรอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย ที่รอความเมตตาจากทางรัฐบาลที่จะได้รับโครงการขุดสระในไร่นา ผมย้ํากับรัฐบาลนิดหนึ่ง ว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่ว่ายังมีหนทางอีกยาวไกลที่จะต้องก้าวเดินออกไปเพื่อให้คนเหล่านี้ เกษตรกรเหล่านี้ซึ่งเป็นคนยากคนจนจะเป็นฐานการผลิตเพิ่มฐานการผลิตให้เรามีข้าว ที่มีคุณภาพ ให้เราได้มีปัจจัยการผลิตก็คือน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกร ถามว่าโครงการนี้รัฐบาล ลงทุนเยอะไหม ไม่เยอะครับท่านประธาน สระหนึ่งมูลค่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกร สมทบด้วย ๒,๕๐๐ บาทต่อบ่อ ภาครัฐสนับสนุนประมาณ ๑๗,๘๐๐ บาทต่อคน ต่อบ่อ ปีที่แล้วและหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาศูนย์ประเมินผลสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ทําการวิจัยและพบว่าพี่น้องเกษตรกรเปรียบเทียบก่อนและหลังที่จะมีการขุดสระ ในไร่นา หลังจากขุดสระแล้วมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ บาทต่อปีนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีความจําเป็นสําคัญและประเทศไทย ในอนาคตจะต้องเป็นอู่ข้าวอู่น้ําของโลก ถ้าหากว่าเราจะแก้ปัญหาอย่าเพิ่งดูแต่เฉพาะพื้นที่ กรมชลประทานครับ ดูพื้นที่นอกเขตชลประทานด้วย พวกเรามีความพร้อม มีความขยัน มีความอดทน มีปัจจัยต่าง ๆ ครบ ขาดอย่างเดียวครับ ก็คือน้ํา ถ้าหากว่ารัฐบาลตั้งใจให้ปีนี้ให้ ๘๐,๐๐๐ บ่อ ปีหน้าอาจจะเพิ่มเป็น ๑๖๐,๐๐๐ บ่อ ปีต่อไปอีก ๑๖๐,๐๐๐ บ่อไม่เกิน ๔ ปี ก่อนที่จะครบวาระรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เกษตรกรประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ รายก็จะมีสระน้ําในไร่นา ถามว่าเมื่อมีแล้วรายได้เพิ่มแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เกษตรกรเหล่านั้นก็จะเสียภาษีกลับคืนให้กับ รัฐบาลเพื่อนําไปใช้จ่ายในสิ่งอื่น ๆ ต่อไป การจัดทํางบประมาณเป็นสิ่งสําคัญ รัฐบาลเอา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เอาความเห็นจากส่วนต่าง ๆ มาจัดตั้งเป็นงบประมาณ หลายท่านก็อาจจะมองไปคนละมุมกัน แต่ผมมองในมุมที่ว่าการแก้ปัญหาแม้ว่าจะเป็น กลุ่มคนเล็ก ๆ งบประมาณไม่เยอะ แต่ถ้าท่านใส่ลงไปให้ เราสามารถที่จะเพิ่มจีดีพี เป็นจํานวนมากให้กับเกษตรกรเหล่านั้น
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องของนโยบายอีกอย่างหนึ่งที่พี่น้องเกษตรกร ฝากมาทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องนั่นก็คือการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เป็นโครงการที่ผมอยากจะฝากทางผู้ที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลครับ ปีนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนในเรื่อง ของการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรว่าท่านได้จัดเงินไว้ให้โครงการเหล่านี้หรือไม่ เกษตรกรที่มี น้ําแล้ว ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐๐ กว่ารายที่ขุดบ่อไปแล้วตอนนี้อยากจะได้ไฟฟ้าเพื่อที่จะ ขยายไฟฟ้าไปถึงไร่ที่นาของเขา ถามว่าประโยชน์อะไรของการขยายไฟฟ้าออกไป ลดต้นทุนครับ เกษตรกรต้องสูบน้ําเข้าสู่แปลงนา ปกติถ้าใช้พลังงานเครื่องยนต์ดีเซล ใช้ค่าใช้จ่ายสูงกว่า พลังงานสูบน้ําด้วยไฟฟ้าหรือว่าเครื่องปั๊มน้ําไฟฟ้าเยอะครับ ต่างกันประมาณ ๓ เท่า เพราะฉะนั้นถ้าหากรัฐบาลให้ความสําคัญแล้วก็ขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรไปอีกก็จะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้น ขออนุญาตสนับสนุนรัฐบาลขอเป็นกําลังใจแล้วก็คิดว่า กฎหมายเพียง ๓๔ มาตรานี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านชื่นชอบ คงอุดม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมก็ได้มีโอกาสมาอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งก็ได้มีการจัดทํางบประมาณโดยรัฐบาล โดยงบประมาณทั้งหมดก็อยู่ที่ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งก็ถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติการตั้งแต่มีการจัดทํางบประมาณกันขึ้นมา ซึ่งในส่วนนี้ผมก็มีความเป็นห่วงครับท่านประธานว่าคุณภาพผมมีความคิดเห็นว่าสําคัญ มากกว่าปริมาณ แต่เอาละครับ วันนี้ก็จําเป็นที่จะต้องดูแลงบประมาณตัวนี้กันทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของคุณภาพต่อปริมาณนี่ ผมคิดว่าจะเป็นตัวบ่งชี้ว่ารัฐบาลทํางาน อย่างมีประสิทธิภาพหรือเปล่า ในส่วนที่ผมมีความคิดเห็นว่าคุณภาพสําคัญมากแล้วก็ด้อยมาก ในส่วนของการจัดทํางบประมาณในครั้งนี้ก็คือส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้จะมีงบประมาณที่เพิ่มขึ้นถึงเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ จากเดิม ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ วันนี้ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๕๖ แต่ว่า ในส่วนที่ผมคิดว่าเป็นส่วนสําคัญแล้วก็ทางท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้พูดถึงอยู่เป็นประจํา ในการบูรณาการการทํางานร่วมกันของทุกหน่วยงาน หน่วยงานหนึ่งที่ผมเห็นว่า เป็นหน่วยงานที่สําคัญแล้วก็น่าจะให้ความสําคัญมากในกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป็น หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจัดทําแผนที่จะบูรณาการหน่วยงานทุกหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกัน ในส่วนนี้ผมกลับเห็นว่าทางรัฐบาลเองให้ความสําคัญลดลง ถึงแม้จะมีงบประมาณ ที่เพิ่มขึ้นโดยรวม แต่ในส่วนของสํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ซึ่งมีหน้าที่ที่จะทํางาน ร่วมกับ สพฐ. แล้วก็อาชีวศึกษา แล้วก็อุดมศึกษา สํานักงานปลัดต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ผมคิดว่ามีความสําคัญมากที่จะต้องให้แผนการจัดทําแผนบูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกันให้ งบประมาณที่เพิ่มขึ้น แต่ทางรัฐบาลกลับให้ลดลง ในปี ๒๕๕๕ ทางสภาการศึกษานะครับ ถ้าเรียกสั้น ๆ ได้รับเงินงบประมาณในส่วนที่จะจัดทําแผนบูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกันที่ ๖๒ ล้านบาท แต่ในปีนี้กลับได้ลดลงที่ ๕๒ ล้านบาท ถือว่าลดลง ๘,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก็คิดเป็น สัดส่วน ๑๓.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนนี้เองผมคิดว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จําเป็นที่จะต้องทํางานในส่วนที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ ใน ๗ ประการด้วยกันนะครับ ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ทั้ง ๗ แผนนี้ทางท่าน ส.ส. ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ก็ได้พูดถึงไปแล้ว แต่ผมก็จําเป็นที่จะต้องกล่าวถึงอีกครั้งนะครับ เพราะว่าเป็นส่วนที่สําคัญ แล้วก็จะเป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับงานต่าง ๆ ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เป็นส่วนที่จะทําให้ นักเรียน เด็ก ๆ น้อง ๆ ได้คุณภาพอย่างที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้นะครับ แต่สิ่งที่ผมเห็นก็ยังไม่เป็น อย่างนั้นนะครับ อย่าง
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ นะครับ ก็คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภทโดยมุ่งเน้นนะครับ เป้าหมายก็คือให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ผมคิดว่าในส่วนนี้เอง เดี๋ยวผมจะพูดถึงต่อไปนะครับว่าในส่วนนี้ผมคิดว่ารัฐบาลยังทําได้ไม่ดีพอ ถือว่าสอบตกครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การสร้างโอกาสการศึกษาแก่ประชาชนทุกกลุ่ม อย่างเท่าเทียมกันนะครับ
ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ การปฏิรูปครูเพื่อยกฐานะครูและวิชาชีพให้เป็นวิชาชีพ ชั้นสูงนะครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ก็คือการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และการฝึกอาชีพให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การพัฒนา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้การศึกษา ทัดเทียมกับนานาชาตินะครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การสนับสนุนการพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ
ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ การเปิดเสรีประชาคมอาเซียน
ในทุกยุทธศาสตร์ที่พูดถึงมานะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้ว ทางรัฐบาลเองก็ได้มีนโยบายโครงการแท็บเล็ตที่จะต่อยอดให้เด็กได้มีโอกาสค้นคว้าหาความรู้ ป. ๑ ซึ่งโครงการนี้ก็ต้องถือว่าเป็นโครงการหนึ่งที่เพิ่มเงินงบประมาณให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เป็นอย่างมากนะครับ เกือบร่วม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ซึ่งยังมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่แอบแฝง ที่ทางรัฐบาลเองผมเชื่อว่ายังไม่ได้มีการเตรียมการ ยังไม่ได้มีความพร้อมนะครับ ยังไม่คิด อย่างรอบคอบ ในส่วนของแท็บเล็ตเองผมคิดว่าคุณภาพก็ถูกลดด้วยปริมาณนะครับ ผมได้มี โอกาสพูดคุยกับหลายภาคส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับรู้ข้อมูลก็รู้สึกตกใจนะครับว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการเองก็ยังมีความไม่แน่ใจว่าโครงการนี้จะสามารถทําได้อย่างที่ รัฐบาลมุ่งหวังนะครับ อย่างในกรณีของการที่จะมีทั้งหมด โรงเรียนที่จะเข้าร่วมในโครงการ ๒๗,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ตอนนี้โรงเรียนที่มีความพร้อมในแง่ของอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) โครงข่ายในการที่จะให้บริการวายฟาย (Wi-Fi) เพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างที่ทางรัฐบาล ได้ตั้งเป้าไว้นะครับ มีความพร้อมไม่เกิน ๘๐๐ โรงเรียนเท่านั้นนะครับ เพราะในส่วนนี้ ผมก็คิดว่าเป็นส่วนที่รัฐบาลเองคงต้องเร่งดําเนินการ ทางรัฐบาลอาจจะมีแผนแต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะสามารถทําได้อย่างที่รัฐบาลมุ่งหวัง รัฐบาลเองในหลาย ๆ ส่วนผมก็เห็นว่าเป็นการทํา นโยบายเพื่อแก้บนนะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาหลาย ๆ นโยบายก็ไม่มีความพร้อมแล้วก็ยังคิด ไม่รอบคอบจริง ๆ นะครับ อย่างแท็บเล็ตเองนี้นะครับ หลายส่วนนะครับ ค่าใช้จ่ายผมคิดว่า ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ค่าบริการรายเดือน ทางรัฐบาลเองผมไม่แน่ใจว่าได้เตรียมในส่วนนี้ไว้อย่างไร เพราะว่าเท่าที่ผมได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็มีค่าบริการรายเดือนที่จะต้องจ่าย ทั้งหมดโดยเฉลี่ยต่อโรงเรียนประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งตรงนี้เองถ้าคิดเป็นเดือนก็เดือนละ ประมาณ ๑๗๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะทําอย่างไร และจะมีความพร้อม ขนาดไหน ยังไม่ต้องพูดถึงนะครับ ส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าสําคัญมากและเป็นส่วนที่ผมคิดว่า เป็นผลเสียกับเด็ก ๆ น้อง ๆ ทางรัฐบาลเองได้เตรียมการไว้อย่างไร เพราะว่าเท่าที่ผม ได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไอซีทีก็ยังไม่พร้อมในการที่จะป้องกันเว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะสมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวท์ลิสต์ (Whitelist) หรือแบลคลิสต์ (Blacklist) ที่ทางไอซีที ได้มีการกําหนดขึ้นมานะครับ อย่างไวท์ลิสต์จะผ่านทางวายฟายของทางกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีลิสต์ (List) ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งเอาไว้ว่าให้เข้าได้ไม่เกินประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เว็บไซต์นะครับ แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นไปติดวายฟายที่อื่น ทางกระทรวงศึกษาธิการ และทางไอซีทีก็ยังไม่มีความพร้อมในการที่จะจัดการเว็บไซต์ที่ยังไม่สามารถบล็อกได้นะครับ ตรงนี้ผมคิดว่าก็เป็นส่วนที่สําคัญ ยังไม่ต้องรวมถึง มีงานวิจัยของทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งก็ได้ทําวิจัยกับโรงเรียนนําร่อง ๕ โรงเรียนที่ทางรัฐบาลได้ลองเอาแท็บเล็ตไปใช้ ซึ่งตรงนี้ ผมคิดว่าทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ได้ระบุชัดเจนนะครับว่าเป็นผลเสียต่อสายตา ของน้อง ๆ นะครับ จริง ๆ ไม่ควรใช้เกินวันละ ๒-๓ ชั่วโมง ทางรัฐบาลเองต้องการให้เด็กนํา กลับไปใช้ที่บ้าน ซึ่งผมไม่เห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดนะครับ จริง ๆ สามารถที่จะ นํามาใช้ร่วมกันได้นะครับ กับพี่ ๆ ม. ๑ ก็ไม่จําเป็นจะต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับ พี่ ม. ๑ นะครับ เพราะว่าจริง ๆ น้องใช้ไป ๒-๓ ชั่วโมง ในชั่วโมงอื่น ๆ ที่เหลือก็ยังส่งไปให้ รุ่นอื่น ๆ หรือชั้นอื่น ๆ ใช้ได้ ตรงนี้ผมคิดว่าก็จะเป็นส่วนที่ทางรัฐบาลจําเป็นที่จะต้องแก้ไข กล้ามเนื้อมัดเล็กเด็ก ๆ นี้จําเป็นที่จะต้องใช้มือขีดเขียน แต่ว่าทางสํานักเลขาธิการ สพฐ. นี้ ก็ได้บอกผมนะครับว่าในแท็บเล็ตมีแอพพลิเคชั่น (Application) ที่สามารถใช้เขียน ก ไก่ ถึง ฮ นกฮูกได้ ซึ่งก็ไม่เหมือนนะครับ ไม่เหมือนเด็ก ๆ ที่ใช้มือจับปากกาแล้วก็เขียนลงไป บนกระดาษ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าเป็นผลกระทบที่ทางรัฐบาลเองยังไม่ได้คิดถึง ยังไม่ได้ เตรียมความพร้อม ผมคิดว่าจําเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม อย่าทําเรื่องนี้ไปแบบลวก ๆ นะครับ เหมือนเรื่องอื่น ๆ ที่ทําผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้ง ไฟป่าหรือว่า แก้ปัญหาของแพงอย่างที่เป็นทุกวันนี้ ให้จบไปเองตามธรรมชาติ แบบนี้ผมคิดว่าคงไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมคิดว่าทางรัฐบาลเองจัดทํางบประมาณตัวนี้ขึ้นมา ตรงนี้ในปีนี้ ผมยังเห็นว่าไม่เหมาะสมในหลาย ๆ เรื่อง ผมจึงไม่มีความไว้วางใจที่จะผ่านร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยว ผมจะอ่านชื่อ ๓ ท่านนะครับ จะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ท่านต่อไปเป็นท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แล้วก็มาท่านประนอม โพธิ์คํา แล้วก็ท่านที่ ๓ จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ เชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้จัดงบประมาณนะครับ แล้วก็ส่งเข้าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณา ในสภาแห่งนี้ จํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท ผมต้องขอชื่นชมว่าปีนี้ทางรัฐบาลก็ได้จัดงบประมาณเพิ่มขึ้นจากงบประมาณ เมื่อปี ๒๕๕๕ ที่จัดไว้จํานวน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ปีนี้จัดเพิ่ม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ปีนี้ท่านประธาน ก็ทราบดีว่าเราได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจน้ําท่วม แต่ทางรัฐบาลก็ได้พยายามที่จะ รักษาวินัยทางการเงิน การคลัง แล้วก็ในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจแล้วก็เพิ่ม งบประมาณในการพัฒนาประเทศ ท่านประธานครับ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่แบ่งเป็น ยุทธศาสตร์ทั้งหมด ๘ ยุทธศาสตร์ ท่านประธานครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๘ ในเรื่องของ การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้ทั้งสิ้น ๓๓๐,๖๘๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๘ ของวงเงินงบประมาณ ผมไปดูในข้อ ๘.๑ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินบอกว่าจะต้องเพิ่มคุณภาพในการ ให้บริการของหน่วยงานภาครัฐแก่ประชาชน ปรับปรุงการให้บริการเชิงรุกของภาครัฐ บริหารทรัพยากรบุคคลและเพิ่มสมรรถนะข้าราชการไปสู่ระบบสากลอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารของทางราชการสู่สาธารณชน ได้รวดเร็วถูกต้องเป็นธรรม ผมชอบมากครับ ท่านประธานครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๘ นี้นะครับ เพราะว่าแสดงให้เห็นถึงว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ให้ความสําคัญกับเรื่อง ธรรมาภิบาลนะครับ ท่านประธานครับ ผมไปดูงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยที่จัด ให้กับกรุงเทพมหานครปี ๒๕๕๖ ในคําขอจัดให้เพิ่มขึ้นจํานวน ๒๐๐ ล้านบาท คือปี ๒๕๕๖ ได้ จัดให้กับกรุงเทพมหานครแล้วนะครับจํานวน ๑๔,๔๑๙ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณ เมื่อปี ๒๕๕๕ จํานวน ๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงาน ที่ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ ที่จะให้งบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะว่าผมข้องใจนะครับ ท่านประธานครับ กับการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานคร ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพมหานครท่านประธาน ก็บอกว่า มีวิสัยทัศน์ครับ ท่านประธานครับ บอกว่าจะต้องทําให้การเดินทางไม่ติดขัดลดปัญหาจราจร และพันธกิจที่สําคัญข้อ ๑ ของกรุงเทพมหานครเลย ก็คือพัฒนาระบบคมนาคมให้ต่อเนื่องและ มีประสิทธิภาพเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดและไร้มลพิษ ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่ได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างเดียวนะครับ ยังมีเงินรายได้ที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บอีก ปีหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมเงินรายได้และเงินอุดหนุนจากรัฐบาล กรุงเทพมหานครมีงบประมาณปีหนึ่ง ๖๙,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ แต่ท่านประธานครับกรุงเทพมหานครบริหารอย่างไรท่านประธาน สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า บีทีเอสที่คนกรุงเทพมหานครใช้ ในส่วนของสัมปทาน ๒๓.๕ กิโลเมตร ที่กรุงเทพมหานคร มีสัมปทานกับบริษัทบีทีเอสซี เริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ปี ๒๕๔๒ จะไปสิ้นสุดวันที่ ๔ ธันวาคม ปี ๒๕๗๒ ท่านประธานครับ สัญญาถึงปีนี้ยังเหลือเวลาอีก ๑๗ ปี และสิ่งที่ผมข้องใจครับว่า คุณบริหารอย่างไรครับ สัญญาเหลืออีก ๑๗ ปีแต่คุณไปต่อ ผมไม่ใช้คําว่า ต่อสัญญา เพราะว่ามันมีการไปใช้เทคนิคในการเลี่ยงว่าไม่ใช่เป็นการต่อสัญญา แต่ผมเอาเป็นว่าไปขยาย การจ้างเดินรถให้กับบีทีเอสเดินรถเพิ่มขึ้นอีก ๑๓ ปี รวมเป็น ๓๐ ปี ท่านประธานครับ สมบัติรถไฟฟ้ากรุงเทพมหานครชิ้นนี้ เป็นสมบัติของคนกรุงเทพฯ ครับ ทําด้วยเงินภาษีของ คนกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่สมบัติของท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน แล้วอยู่ ๆ ท่านไปตัดสินใจแทนคนกรุงเทพมหานครเขาทําไมครับทั้งที่คุณรออีก ๑๗ ปีข้างหน้านี่นะครับ ค่อยมาตัดสินใจว่าคุณจะให้บีทีเอสต่อไหมนะครับ เพราะว่าสัญญายังไม่ได้หมด ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าการที่ไปต่อการเดินรถให้กับบริษัทบีทีเอสซีนี่ เพิ่มขึ้นนะครับ ทั้งที่สัญญายังไม่หมดนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเป็นสิ่งที่คนกรุงเทพฯ เขาข้องใจมาก
เดี๋ยวนะครับ ท่านยุทธพงศ์มีท่านสมาชิกประท้วง เชิญท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน
ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงผู้กําลังอภิปราย เพราะว่าผมเข้าใจว่า
๑. คือเรากําลังอภิปรายกันเรื่องของงบประมาณของปี ๒๕๕๖
๒. ก็คือเรื่องของสัมปทานรถไฟฟ้า ซึ่งผู้อภิปรายกําลังพูดถึงนั้น ไม่เป็น ข้อเท็จจริง ผู้อภิปรายผิดข้อบังคับในเรื่องของการกล่าวเท็จ เรื่องของสัมปทานนั้นจริง ๆ แล้วกรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทําสัมปทานไปอีก ๓๐ ปีนะครับ จริง ๆ เป็นเรื่องของสัญญา เดินรถในส่วนต่อขยาย แล้วก็ในเนื้อหาสาระนั้นถ้าท่านประธานจะกรุณาผมต้องเรียน ให้ทราบครับว่าแนวทางของ กทม. นั้นมีแนวทางชัดเจนในเรื่องของการรักษาสมบัติของ กทม. แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ใช้รถไฟฟ้าในราคาที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านผู้อภิปรายกําลังพูดอยู่ว่า
ท่านณัฏฐ์ จะประท้วงผู้อภิปรายเรื่องอะไรครับ ข้อ ๖๑ ใช่ไหม
ข้อ ๖๑ ครับ
ว่าไม่อยู่ ในประเด็นที่เรากําลังประชุมปรึกษาหารือกัน
ส่วนนั้นอันที่ ๑ ๒. ก็คือ ท่านกล่าวเท็จ เพราะว่าในเรื่องของสัญญานั้นไม่ใช่สัญญาสัมปทานนะครับ กรณีของการต่อสัญญา ตรงนี้ไปเป็นสัญญาของการเดินรถส่วนต่อขยาย ไม่ใช่เรื่องของสัมปทานนะครับ คนละเรื่อง กันครับ
เดี๋ยวนะครับ เอาประเด็นแรก ก่อนที่ท่านประท้วงว่าอยู่ในประเด็นหรือไม่ก่อน ส่วนที่ท่านไปบอกว่า เรื่องต่อสัญญานั้นอันนั้นไม่อยู่ในข้อบังคับนะครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยประเด็นแรกก่อนนะครับ ท่านกําลังพูดถึงเรื่องของมาตรา ๑๗ เรื่องของกระทรวงมหาดไทยอยู่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยนี้ ก็ควบคุมกํากับงานกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครโดยรัฐบาลได้เสนองบประมาณ เข้ามา ๑๔,๔๑๙ ล้านบาท ก็มีอยู่ ๖ แผนงาน ใน ๖ แผนงานท่านก็เจาะลงไปจนถึงว่า แผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจ นั่นก็คือการบริหารการจัดการ อันนี้ยังอยู่ประเด็นนะครับ แต่ส่วนในประเด็นที่ท่านบอกว่าสัญญาจะต่อ ไม่ต่อนั้น เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในการกํากับดูแลมาตอบข้อซักถาม
ต้องเรียนท่านประธานนิดหนึ่ง ด้วยความเคารพครับว่า คือผมเข้าใจครับว่าท่านรัฐมนตรีคงต้องมาชี้แจง แต่ว่าถ้าปล่อยให้ ท่านผู้อภิปรายได้พูดต่อในกรณีนี้ผมคิดว่าจะเสียหาย เนื่องจากกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องของสัญญา สัมปทาน ท่านผู้อภิปรายเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาสัมปทานแล้วมีการไปต่ออายุ ซึ่งไม่ใช่
คืออย่างนี้ครับ คือท่านจะไปบอกว่าเป็นการต่อสัญญาสัมปทานหรือไม่ ผมก็ยังไม่ทราบนะครับ ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างที่ท่านณัฏฐ์พูดหรือเปล่าผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ฉะนั้นให้ท่านพูดไป เดี๋ยวผมกํากับดูแลว่าอยู่ในประเด็นก่อนนะครับ แล้วก็ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตอบข้อซักถามนี้ แต่ถ้าเดี๋ยวท่านพูดท่านก็มาขอใช้สิทธิพาดพิงผมก็ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร เอาอย่างนี้ ก่อนนะครับ เชิญท่านผู้อภิปรายต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้รับความเสียหายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ที่มาบอกว่าผมอภิปรายด้วยความเท็จแล้วก็บอกว่าผมไปบอกว่า เป็นการต่อสัญญา
คืออย่างนี้ ท่านยุทธพงศ์ท่านไม่ได้บอกว่าเป็นความเท็จ ท่านเพียงแต่บอกว่าท่านบอกว่ากรณีอย่างนี้ เป็นการขยายต่อสัญญา คือการขยายเวลาสัมปทาน ท่านบอกว่ามันไม่ใช่ ฉะนั้นประธาน จึงได้วินิจฉัยไปแล้วบอกว่าอันนั้นเป็นข้อคิดเห็นของท่าน แล้วก็ข้อคิดเห็นของท่านณัฏฐ์ เดี๋ยวผู้ที่เกี่ยวข้องท่านจะมาชี้แจงเอง ที่ควบคุมกํากับกรุงเทพมหานครคือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นขอให้ท่านอภิปรายในประเด็นของมาตรา ๑๗ ต่อนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็กราบเรียนท่านประธานอยู่แล้วครับว่าการดําเนินการมันไม่ใช่ เป็นการต่อสัญญา ผมก็เรียนท่านประธานนะครับ ถ้าจะเอาเทปมาเปิดก็ได้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมศึกษาเรื่องนี้มาอย่างดี และผมไม่เคยบอกว่าเป็นการต่อสัญญา แต่เป็น การขยายการจ้างเดินรถให้กับบริษัทบีทีเอสซี ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมมีคําถามที่จะถามผ่านท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยกันตอบหน่อยครับว่าการที่กรุงเทพมหานครไปดําเนินการขยายการจ้างเดินรถให้กับ บริษัทบีทีเอสซีทั้งที่สัญญายังสัมปทานจะเหลืออีก ๑๗ ปี ผมถามว่ากรุงเทพมหานคร คนกรุงเทพฯ เขาได้อะไรครับ ได้ค่าโดยสารลดลงไหม ได้ส่วนลดไหม ได้อะไรจากการไป กระทําครั้งนี้ครับ ท่านประธานครับ แล้วผมอยากจะท้าเลยนะครับว่าใครก็ตามที่บอกว่า ทําแล้วกรุงเทพมหานครได้ประโยชน์ คนกรุงเทพฯ ได้ประโยชน์ ผมอยากจะให้เรียกร้องให้ เอแบคโพล (ABAC Poll) ก็ได้ หรือจะเป็นสวนดุสิตโพลก็ได้นะครับ หรือจะโพลไหน ๆ ก็ได้ที่เป็นกลางให้ไปสํารวจ ไปถาม คนกรุงเทพมหานครว่า
ข้อ ๑ เขาเห็นด้วยไหมครับว่าการที่กรุงเทพมหานครภายใต้การนําของ ผู้ว่าราชการจังหวัดจากพรรคของท่าน พรรคฝ่ายค้านนี่นะครับ ไปขยายการเดินรถให้กับ บีทีเอสซีเพิ่มอีก ๑๓ ปี ทั้งที่สัญญายังเหลืออีก ๑๗ ปี ไปถามคนกรุงเทพมหานครเขาหน่อยว่า เขาเห็นด้วยไหม
ข้อ ๒ ให้ไปถามหน่อยเถอะว่าคนกรุงเทพมหานครเขาเชื่อไหมว่าเรื่องนี้ ไปทําแบบนี้มันมีการทุจริตหรือไม่นะครับ ผมท้าเลยนะท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่างบประมาณของรัฐบาลที่จัดในปีนี้นะครับ ผมสนับสนุนครับ เพราะว่าเป็นการจัดงบประมาณได้ดีครับ และผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า ในยุทธศาสตร์ที่ ๘ การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ผมชื่นชมนะครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มียุทธศาสตร์นี้นะครับ แล้วก็ให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์ในเรื่องธรรมาภิบาล การจัดการบริหารบ้านเมืองที่ดี
เชิญ ท่านประนอม โพธิ์คํา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย เขต ๑๒ คืออําเภอปักธงชัย อําเภอวังน้ําเขียว และตําบลชัยมงคล ก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมได้มาอภิปรายในเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ในงบประมาณ ทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท ก็ต้องขอบพระคุณรัฐบาลนะครับที่มองเห็นความสําคัญของ การบริหารจัดการของเรื่องน้ํา เพราะพื้นที่ของภาคอีสานของพวกเรานั้น แม้จะมีปัญหา ในเรื่องของน้ํา แล้วก็น้ําท่วมเหมือนอย่างพื้นที่ของผม อําเภอปักธงชัยนั้น ก็เมื่อปี ๒๕๕๓ ก็ได้เกิดน้ําท่วมขึ้นที่อําเภอปักธงชัย ก็จึงทําให้ทุกวันนี้น้ําท่วมแล้วไม่ได้แก้ไขปัญหานั้นเลยนะครับ เพราะว่าเรามีรัฐบาลแต่ว่าไม่ได้ลงไปแก้ไขปัญหาของเรื่องน้ําท่วม เพราะว่าในพื้นที่อําเภอปักธงชัย ของผมนั้นมีเขื่อนอยู่ ๑ เขื่อนก็คือเขื่อนลําพระเพลิง เพราะเขื่อนลําพระเพลิงนั้นสร้างมา หลายปีแล้วประมาณเกือบ ๒๐ ปี ใช้งบประมาณสร้างไปประมาณสัก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เก็บน้ําได้ประมาณ ๑๐๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้ผมเองได้ไปปรึกษากับกรมชลประทานว่า จะต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ําท่วมอย่างไรที่พี่น้องอําเภอปักธงชัยนั้นจะไม่ให้เกิดน้ําท่วม ต่อไปอีก แล้วก็จะไม่เกิดความแห้งแล้ง ทางกรมชลประทานนั้นก็ให้ข้อคิดนะครับว่าเราน่าจะ สร้างฟลัดเวย์ (Floodway) ขึ้นอีกประมาณสัก ๔ เมตร สูงอีกประมาณสัก ๔ เมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณสัก ๔๐๐ ล้านบาท ก็จะเก็บน้ําได้อีกประมาณ ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรก็ถือว่าเป็นจุดคุ้มทุนที่สุด พอถึงฤดูแล้งเราก็จะได้นําน้ําดังกล่าวนั้น ที่เราสร้างฟลัดเวย์ขึ้นนั้นเพิ่มมาอีก ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนั้นได้มาปล่อยให้พี่น้องประชาชน ได้ทํานาได้หลายหนนะครับ ก็จะให้พี่น้องประชาชนได้ทํานามากขึ้นนะครับ ก็จะทําให้ความแห้งแล้ง ของในพื้นที่นั้นหายลงไป ก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีรายได้ที่สูงขึ้นนะครับ นั่นก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ว่าจะต้องให้ทางรัฐบาลนั้นเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของอําเภอปักธงชัย แล้วก็กันปัญหา ของน้ําท่วมของพี่น้องอําเภอปักธงชัยแล้วก็อําเภอโชคชัยที่จะต้องลามไปถึงพื้นที่ของพี่น้อง จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ เพราะพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ต้นน้ําของอําเภอปักธงชัยแล้วก็ อําเภอวังน้ําเขียว ก็จึงฝากทางรัฐบาลนะครับว่าเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ํา ในเรื่องของ กรมชลประทานพื้นที่ของเขื่อนลําพระเพลิง อําเภอปักธงชัย
เรื่องต่อไป ก็คงจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว ก็อยากฝากรัฐบาลนะครับว่า พื้นที่อําเภอวังน้ําเขียวนั้นเป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยว เพราะว่าเราอยู่ที่ประเทศไทยหรือ ประเทศต่าง ๆ นั้นก็จะสนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะพื้นที่อําเภอวังน้ําเขียวนั้น จังหวัดนครราชสีมาได้ใช้พื้นที่ของอําเภอวังน้ําเขียวเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมา และเป็นแหล่งรายได้ของประเทศไทย เป็นโอโซน (Ozone) ระดับ ๗ ของโลก ทําให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวนั้นไปเที่ยวที่อําเภอวังน้ําเขียวอย่างมากมาย เมื่อหลังจากการเลือกตั้ง มาแล้วเกิดปัญหาหนัก เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ลงไปจับกุมผู้ที่สร้างรีสอร์ท (Resort) หรือ ผู้ที่ไปทํามาหากินในพื้นที่อําเภอวังน้ําเขียว ทําให้พื้นที่อําเภอวังน้ําเขียวนั้นชะงักจากการท่องเที่ยว ทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นไม่มีรายได้ ในการประกอบอาชีพ นั่นจึงเป็นสิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาล ฝากประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ช่วยไปดูแลเรื่องของการท่องเที่ยวเพราะว่ากว่าเราจะสร้างแหล่งท่องเที่ยวได้แต่ละจุดนั้น เราต้องใช้งบประมาณสูงแต่ตรงนี้เราไม่ได้ใช้งบประมาณในการพัฒนาเรื่องท่องเที่ยวเลย แต่มันเกิดจากธรรมชาติที่แท้จริงของในธรรมชาตินะครับ ก็อยากฝากเรียนท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ผู้บริหารไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีก็มีความเข้าใจนะครับว่าสิ่งที่มันเกิดของวังน้ําเขียวนั้น เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่ว่าทําไมเรามีกรมอุทยานอยู่ในพื้นที่ แต่ทําไมเวลา พี่น้องประชาชนไปก่อสร้างแล้วทําไมไม่บอกเขา ทําไมไม่เตือนประชาชนก่อนนะครับว่า ตรงนั้นมันสร้างไม่ได้นะครับ ก็ต้องถือว่าตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่นั้นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นะครับ ก็จึงฝากเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี แล้วก็ขอความอนุเคราะห์ว่าจะทําอย่างไร ที่เราจะต้องงดการละเว้นหรือการจับกุมพี่น้องประชาชนไปเป็นสักระยะหนึ่งนะครับ คือต้องทํา ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าเราจะผลิตและจะหาทางออกแบบไหน เพื่อเราจะได้เอา พื้นที่วังน้ําเขียวของเรานั้นเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติต่อไปนะครับ ก็อยากฝาก กราบเรียนท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ แล้วก็เรื่องต่อไปก็คงเป็นเรื่องของการประกันจํานํา ราคาผลผลิตทางการเกษตรเพราะพื้นที่ของผมนั้นเป็นพื้นที่การเกษตร มันไปมีปัญหาในเรื่องของ การจํานํา ในเรื่องของข้าวนะครับ ราคาข้าวที่จํานําแล้ว ราคาที่จํานํานั้นไม่ได้ตามราคา ที่ทางรัฐได้ประกาศไว้นะครับ แล้วก็เรื่องการประกัน การไปจํานํามันสําปะหลังนะครับ เราจํานํากันบอกว่ากิโลกรัมละ ๓ บาท แต่จริง ๆ แล้วพี่น้องเกษตรกรนั้นไปขายได้บาทกว่า ๆ บางพื้นที่นั้นก็ได้ ๑.๒๐ สตางค์ เพราะว่าโรงรับจํานํานั้นไม่มีนะครับ แต่บางคนที่ร้ายไปกว่านั้น ก็คือเรื่องของผู้ที่ปลูกมันสําปะหลังไม่มีโควตาจํานํา แต่คนที่ไม่มีได้ปลูกมันสําปะหลัง แต่มีโควตา จึงอยากฝากกราบเรียนท่านประธานนะครับ ไปตรวจสอบในพื้นที่แล้วว่า กระทรวงพาณิชย์ลงไปดําเนินการอย่างนี้ทําให้พี่น้องของเรานั้นขาดรายได้ในการทําพืช เกษตรกรรมนะครับ
แล้วก็เรื่องต่อไปก็คงจะเป็นเรื่องของการคมนาคมนะครับ ในพื้นที่ของพื้นที่ อําเภอวังน้ําเขียวและอําเภอกบินทร์บุรีเป็นถนน ๓๐๔ ที่แต่ละปีนั้นมันจะเกิดอุบัติเหตุมาก ในพื้นที่ช่วงกิโลเมตรที่ ๔๐ กว่าไปถึงกิโลเมตรที่ ๕๐ กว่าช่วงถนนของบ้านเขาทรายนะครับ เมื่อปี ๒๕๕๑ นั้นเกิดเหตุอุบัติเหตุนั้นถึงปีละ ๑,๓๐๐ กว่าครั้ง มีผู้เสียชีวิตไปเกือบเป็น พันคน แต่ว่าเราไม่ได้รับการแก้ไขในการก่อสร้างทาง ๔ เลน เพราะตรงนี้เป็นถนนที่ทาง ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้มาสร้างเมื่อปี ๒๕๐๙ และทําให้ตรงนี้ความลาดชันประมาณ ๘ กิโลเมตร พอเบรก (Brake) รถน้ําหนักของเมืองไทยผ่านไปนะครับ เบรกไม่ดี เบรกก็แตก ก็จึงทําให้อุบัติเหตุนั้นเกิดเป็นประจําแทบจะทุกวัน ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานไปยัง กระทรวงคมนาคมด้วยว่าพื้นที่ตรงนี้ต้องรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนของเรา ที่จะต้องผ่านเส้นทางตรงนี้เพื่อขนนําสินค้าสู่มาบพุดนั้นจะต้องเกิดอุบัติเหตุกันประจํานะครับ ก็หวังใจว่าท่านประธานก็คงจะฝากไปทางกระทรวงคมนาคมช่วยไปดูแก้ไขทําถนน ๔ เลน ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อจะได้ลดอุบัติเหตุ และพี่น้องประชาชนจะได้ไม่สูญเสียชีวิตและ ทรัพย์สินอีกต่อไป ก็ขอกราบเรียนแล้วก็ขอขอบพระคุณท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่าน จ่าสิบตรี ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ แค่ผมพูดทุกคนก็ฮือฮาแล้วครับท่านประธาน พอดี ร ผมชัดเจนนะครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ก่อนอื่นต้องขอประท้วงท่านประธานก่อนที่เอ่ยยศผมผิด ผมไม่ใช่ จ่าสิบตรี ประสิทธิ์ ผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ครับ ท่านครับ วันนี้ถือว่า เป็นความโชคดีของผมที่ท่านประธานได้ให้โอกาสผม ได้ให้เกียรติผมในการอภิปรายในวันนี้ เพราะที่ผ่านมาทั้งหมดผมได้มีโอกาสแค่ประท้วง ถือว่าเป็นความโชคดีแล้วก็ขอขอบคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ด้วย ท่านประธานครับ ฟังการอภิปรายของสมาชิก พรรคเพื่อไทยทั้งหมดที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อวานมาถึงวันนี้ หลายท่านได้ชี้แจงรายละเอียดถึง การจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ของรัฐบาล หลายคนลงลึกไปถึงจุดประสงค์ ที่รัฐบาลได้กระจายงบประมาณไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ นะครับ แต่ข้อเท็จจริงเท่าที่ผมฟังก็ยังมีสมาชิกฝ่ายค้านบางท่านที่ลุกขึ้นมาอภิปรายก็ไม่เห็นด้วย ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของกระผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของพรรครัฐบาล และได้มองเห็นถึงวิสัยทัศน์ถึงความฉลาดหลักแหลมของคณะรัฐมนตรีของรัฐบาล โดยเฉพาะ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึงจะมีประสบการณ์ทางการเมืองน้อย แต่วันนี้มาเป็นผู้นํารัฐบาล เกินความคาดหมายครับท่านประธาน ท่านสุขุม รอบคอบ ยิ่งลักษณ์ยิ่งลึก ปัญหาที่เกิดกับ ประเทศไทย เมื่อมีปัญหาว่าประชาชนเดือดร้อนท่านก็รีบไปทันที มีปัญหาว่าข้าวของแพง ท่านก็รีบลงสู่พื้นที่ไปดูที่ตลาดกําชับให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบหลาย ๆ ท่านลงพื้นที่เดินตลาด ปรากฏว่าข้อเท็จจริงปัญหาไม่ได้เกิดจากการบริหารของรัฐบาลที่ผิดพลาด ปัญหาบางอย่าง มันเกิดจากต้นทุน ปัญหาบางอย่างเกิดจากการที่สินค้าบางประเภทมีจํานวนเยอะ บางประเภท มีจํานวนน้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตามงบประมาณต่าง ๆ ที่ได้จัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะชาวไร่ ชาวนา คนจน ผมเป็น ส.ส. สุรินทร์ ลูกชาวนาคนจน มาดูการจัดทํา งบประมาณแล้วรู้สึกชื่นใจและภูมิใจในนโยบายที่รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ได้ทําตามสัญญา ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ ยกตัวอย่างเช่น ผมเองลงหาเสียงที่จังหวัดสุรินทร์ กรณีที่บอกว่า ใครติดหนี้ ธ.ก.ส. ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เลือกจ่าประสิทธิ์เป็น ส.ส. ได้พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล ได้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี รวยเละ ผมพูดอย่างนี้แล้วก็ตบมือสนั่นหวั่นไหว แล้วก็เทคะแนนให้ผมเยอะแยะไปหมด และอีกหลาย ๆ นโยบายที่ผมหาเสียงตามนโยบาย ของพรรคเพื่อไทย เพราะข้อเท็จจริงรัฐบาลก็ทําได้ พักชําระหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มตั้งแต่นานแล้ว และเอาจริงเอาจังเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ดังนั้นพี่น้องประชาชนทั่ว ทั้งประเทศที่เป็นเกษตรกร ที่เคยติดหนี้ ธ.ก.ส. ติดหนี้ออมสิน ติดหนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ติดหนี้ธนาคารอิสลามไปลงทะเบียนขอพักหนี้ได้เลย และอีกอย่างหนึ่งวันที่ ๒๔ พฤษภาคมนี้ อีกวันสองวันนี้รัฐบาลจะโอนเงินเอสเอ็มแอล ที่ได้หาเสียงไว้ว่าหมู่บ้านเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท กดปุ่มวันที่ ๒๔ นี้ นี่คือข้อเท็จจริงและความจริงใจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ดังนั้นมีสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านบางคน มาบอกว่ารัฐบาลทํามาได้ กู้มาโกง ไม่มี งบประมาณปี ๒๕๕๖ เรากําลังดําเนินการ เรายังไม่ได้ทําการอะไรจะว่าโกงได้อย่างไร ข้าวของที่แพงก็ไม่เป็นความจริง แพงได้อย่างไร รัฐบาลนี้บริหารประเทศยังไม่เคยเข้าคิวซื้อน้ํามันพืชเลย ไม่เชื่อไปดูสิปัญหาน้ํามันพืชสมัยนี้ ตอนนี้ ๔๐ บาท สูงสุดไม่เกิน ๔๒ บาทต่อขวด ต่อลิตร แต่รัฐบาลงวดที่แล้วแม่โว๊ยเข้าคิว ๓ ชั่วโมงได้ขวดเดียว ๕๗ บาท แค่นั้นยังไม่พอสูงถึง ๕๕๗ บาท เพราะอ้าย ๕๐๐ บาท ถูกตํารวจปรับทะเลาะกันไปยืนเข้าคิว เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้จริง ๆ และอีกอย่างหนึ่ง อิจฉาเด็ก เด็กที่จะได้แจกแท็บเล็ต ทุกคนมีความสุข น้อง ๆ ของผมนี่เตรียมแล้วเปิดเทอมนี้ เปิดเทอมนี้จะได้รับแท็บเล็ต คุณครูก็มีความสุข เป็นการวิวัฒนาการของโลกสมัยใหม่ เป็นการเรียนแบบทันสมัยที่ยิ่งลักษณ์ได้มองเห็น ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มองเห็น
เดี๋ยว ท่านประสิทธิ์ใจเย็น ๆ ครับ ช้า ๆ หน่อย ผมฟังไม่ค่อยทัน
ฟังไม่ทันใช่ไหมครับ พอดี มันน้อยครับท่านประธาน
เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ และประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ นะครับ ผมเอง ก็ไม่อยากทําลายบรรยากาศที่งดงามของสภาแห่งนี้ และเราเพิ่งได้นั่งฟังท่านอภิปรายเป็นครั้งแรก ก็เพลิดเพลินครับ แต่ว่าท่านออกลีลาเสียดสีมากเกินไปถ้าแต่งชุดแดงทั้งชุดอีกครั้งหนึ่ง ก็เหมือนตัวตลกคณะละครสัตว์นะครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวท่านประท้วงผู้ประท้วง เดี๋ยวขอให้ถอนคําพูดนี้ก่อนนะครับ วันนี้ท่านแต่งตัวก็เห็น ในข้อเท็จจริงอย่าไปกล่าวหากันอย่างนั้น แล้วก็ตัวตลกให้ถอนคําพูดนะครับ อย่างนั้น ผมจะไม่ให้ท่านประท้วงนะครับ
ก็ขอให้ท่านประธานได้ควบคุมการอภิปราย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แสดงฐานะของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก ประชาชนมากกว่าการเป็นตัวตลกนะครับ
คือประเด็น ที่ท่านประท้วงท่านประสิทธิ์นี้ท่านไม่ได้ประท้วงใช่ไหม จะประท้วงประธาน ข้อ ๘ ใช่ไหมครับ
ผมประท้วงท่านประธานและผมประท้วง คุณจ่าด้วย ข้อ ๖๑ พูดจาเสียดสี ผมเป็นห่วงคุณจ่าครับ คือพูดจาเสียดสีมาก ๆ หัวจะโกร๋น หมดนะครับ เป็นห่วงจริง ๆ ครับ
ผมจะได้ วินิจฉัยนะครับ เชิญท่านนั่งลงนะครับ ท่านกําลังพูดถึงในเรื่องของการจัดงบประมาณปีนี้ว่า ไปใช้จ่ายในโครงการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาเมื่อวานนี้ เช่น งบที่เกี่ยวข้องกับ เอสเอ็มแอลปีนี้ท่านก็ได้จัดไว้ แล้วก็เห็นเมื่อวานนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านก็ได้แถลงแล้วอันนี้ก็อยู่ในประเด็นที่เราประชุมปรึกษาหารือกัน ส่วนเรื่องของคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส ซึ่งเราเรียกว่าแท็บเล็ตที่จะแจกนะครับ เดี๋ยวท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านจะตอบเรื่องนี้ที่ถามอยู่ ส่วนที่ท่านประท้วงผม ในข้อ ๘ ผมก็ดูอยู่ คือแต่ละท่านจะมีสไตล์ (Style) และลีลาจะให้เหมือนกันไม่ได้ ของท่านเอง ก็ไม่เบาเหมือนกันนะครับ ออกลีลาเหมือนกันก็อดทนดูท่านประสิทธิ์อีกนิดหนึ่ง เชิญท่านประสิทธิ์ ต่อนะครับ ผมจะไม่ให้ประท้วงนะครับ เพราะว่าท่านประสิทธิ์กําลัง เหลืออยู่ประมาณ
ท่านประธานมีผู้ประท้วง ท่านต้องให้ประท้วงตามสิทธิก่อนครับ
เชิญครับ ท่านจะประท้วงอะไร
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ท่านประธานครับ ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือผู้ประท้วงต้องประท้วงในประเด็นนะท่านประธาน และคุณประสิทธิ์ อภิปรายอยู่ในประเด็นทั้งหมด และไม่ได้เสียดสีใครครับ
คืออย่างนี้ครับ เข้าใจครับ คืออย่างนี้ท่านวรชัยครับ ท่านใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านยืนขึ้น แล้วก็ยกมือ ผมก็ต้องฟังท่านก่อนว่าท่านประท้วงอะไร ท่านก็บอกว่าประท้วงตามข้อ ๖๑ ประท้วงผู้อภิปราย แล้วก็ประท้วงประธานในข้อ ๘ ผมก็ได้วินิจฉัย ได้ยุติไปแล้ว ฉะนั้น ท่านมาประท้วงอีกท่านก็ไม่บอกว่าประท้วงอะไร เพียงแต่มายืนยันข้อวินิจฉัยของกระผมเอง ฉะนั้นนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวท่านจ่าประสิทธิ์กําลัง ประชาชนกําลังชมอยู่แล้วฟังอยู่ว่า ท่านกําลังลําดับเหตุการณ์ได้ดีพอสมควรนะครับ เชิญท่านนั่งลงครับ
ผมเชื่อท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประสิทธิ์ต่อครับ
ท่านประธานท่านต้องทดเวลา ให้ผมนะครับ ผมไม่ได้ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพแต่เป็นเทคนิคของผมครับ
เขาทด ให้แล้วครับ
โอเคท่านประธานครับ อย่าว่าแต่ผม ออกลีลาท่าทางเลย ผู้ประท้วงฝ่ายโน้นขอโทษทีท่านประธาน
คือไม่เอาแล้วครับ เอาเนื้อหาที่เราพูดไปนะครับ คือมันไปลอกเลียนแบบกันไม่ได้หรอกครับ ลีลานะครับ เชิญท่านต่อครับ
ผมกําลังบอกว่าเขาน่ะแลบลิ้น แพลบไวยิ่งกว่างูอีกครับ เวลาแลบลิ้นจับไม่ทัน
คือขอให้พูดในประเด็นนะครับ ขอความกรุณาอย่าไปกระทบกระทั่งกัน เพราะผมได้ ชี้แจงไปแล้ว เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอพูดในเรื่องการสนับสนุนการจัดทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ของรัฐบาลต่อ
โครงการอีกอันหนึ่ง ที่ประชาชนคนจนโดยเฉพาะชาวไร่ชาวนา ชาวเกษตรกร ทุกข์อะไรไม่ทุกข์ ทุกข์ของการเจ็บไข้ได้ป่วย ความยากจนใครก็ไม่อยากได้ แต่ความยากจน ความอด ความหิว มันทนได้ อดได้สักชั่วโมง ๒ ชั่วโมง พรุ่งนี้ก็รอได้ แต่ความเจ็บป่วยบางอย่าง รอไม่ได้ ๓๐ บาท รักษาทุกโรคที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยทําไว้ มันสุดยอดที่พรรคเพื่อไทย ลงสมัครเมื่อไร ชนะเมื่อนั้น นโยบายดี ๆ ทั้งนั้น ถามว่าสุดยอดอย่างไร ท่านครับ คนจน จน ทุกข์ ไม่มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาล แต่เมื่อนโยบายของพรรคไทยรักไทย มาถึง พรรคพลังประชาชนและมาพรรคเพื่อไทย ๓๐ บาท ทําให้ประชาชนคนจนได้มีโอกาสเข้าถึง การรักษาพยาบาล ท่านไปดูเถอะครับ ที่โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาล เต็มตั้งแต่ตีห้าแล้ว ท่านไม่เชื่อ ท่านไปดู แล้วก็ขอชื่นชมรัฐบาลโดยเฉพาะท่านยิ่งลักษณ์ ได้ทุ่มเทงบประมาณ ตั้งหลายล้านบาทให้กับกระทรวงสาธารณสุข และด้านประกันสังคมได้มอบโอกาสดี ๆ โดยเฉพาะโรคฉุกเฉิน การรักษา ๓๐ บาท รักษาทุกโรคเป็นนโยบายที่สุดยอด แต่มีการป่วยฉุกเฉิน มันเป็นการมอบโอกาสให้กับประชาชนคนจนที่ไปทํางานอยู่ต่างจังหวัด เวลาเกิดอุบัติเหตุ ป่วยฉุกเฉินไม่ต้องไปรอหนังสือส่งตัว ดังนั้นพี่น้องประชาชนที่ฟังผมอภิปรายจําไว้ แล้วเอาไปใช้ ท่านอยู่ที่ไหนของประเทศไทย ขอให้ท่านเป็นคนไทย ถ้าท่านป่วยฉุกเฉิน ท่านไม่ต้องห่วง เรื่องการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลไหนดีที่สุด แพงที่สุด เครื่องมือเครื่องไม้ทันสมัยที่สุด ท่านเข้าไปเลย รัฐบาลจะดูแลท่านเอง แค่ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว อย่างนี้มีความสุขที่สุด
ส่วนเรื่องเศรษฐกิจไม่ต้องห่วง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะจัดการให้ท่านเอง นโยบายตรงนี้เราทําแน่ โดยเฉพาะคนที่เป็นรัฐมนตรี คนที่เป็นรัฐบาลทุกคนมีสมอง มีความตั้งใจ พี่น้องประชาชนคนไทยไม่ต้องห่วง ขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสพรรคเพี่อไทย ท่านเลือกไม่ผิดแล้ว ถ้าท่านเลือกผิด บริหารประเทศก็ฉิบหาย เหมือนรัฐบาลชุดแล้วเอางบประมาณโน้นไปฆ่า คนเสื้อแดง แล้วดีที่ไหน อย่างนั้นดีหรือครับ
เชิญท่าน ผู้ประท้วงครับ เชิญท่านอรรถพร พลบุตร
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเอง ไม่อยากประท้วงจริง ๆ ครับ มันคนละรุ่น คนละราคา และผมก็ได้ยินคุณจ่าประสิทธิ์ เมื่อกี้นี้ ไปนัดแนะกับตํารวจสภาว่าเดี๋ยวจะสร้างเรื่องก่อเหตุให้มีการหาออกไป เพื่อที่จะเป็นข่าว
คืออย่างนี้ ท่านประท้วงอะไรก่อนครับ
แต่ว่าผมจําเป็นเพราะว่าท่านผู้อภิปราย ได้ใช้วาจาที่ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เป็นวาจาที่หยาบคาย และทําให้สภาของเราแห่งนี้เสื่อมเสีย เกียรติยศศักดิ์ศรี ต้องถอนคําพูดที่ใช้คําว่า ฉิบหาย ครับ สภาแห่งนี้ได้เสื่อมเสียจากพฤติกรรม บ้า ๆ บอ ๆ ของ ส.ส. คนนี้
เอาว่า ท่านขอให้ท่านผู้อภิปรายถอนคําพูดคําว่า ฉิบหาย เพราะเป็นคําไม่สุภาพ ถูกต้องนะครับ
ถอนคําพูด แล้วก็กลับเนื้อกลับตัวเป็น ส.ส. ดี
ครับ เดี๋ยวท่านนั่งลง เดี๋ยวท่านถอนได้ไหมเพราะว่าเป็นคําไม่สุภาพ
ท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธาน ไม่มีปัญหา แต่เมื่อกี้เขาว่าผมเป็น ส.ส. บ้า ๆ บอ ๆ อย่างนี้คุณถอนนะ
คืออย่างนี้ครับ ขอให้พูดกับท่านประธาน แล้วเวลาท่านพูดพูดกับผม แล้วก็ไม่จําเป็นอย่าไปชี้ฝั่งโน้น เดี๋ยวมันจะไม่จบนะครับ
ท่านครับ ผมออกลีลาเฉย ๆ ผมยังหันไปนี่ ยังไม่ได้หันไปไหนเลยครับ
คืออย่างนี้ ขอให้ถอนคําว่า ฉิบหาย นะครับ
ผมถอนได้ แต่เขาต้องถอน คําว่า เป็น ส.ส. บ้า ๆ บอ ๆ ด้วยครับท่านประธาน เพราะเขาก็ว่าผม ผมก็เสียหาย ผมเป็น ส.ส. ประชาชนเขาเลือกผมมา
ตกลงว่า ท่านถอนนะครับ
ผมถอนครับ ท่านประธาน ต้องให้เขาถอนด้วยนะครับ คําว่า ส.ส. บ้า ๆ บอ ๆ นี่
เชิญท่านอรรถพรครับ
ก็ยินดีนะครับ ชาวบ้านก็เห็นใครบ้า ใครบอเห็นกัน ประจักษ์กับสายตาครับ ผมยินดีถอนครับ ช่วยกันทํามาหากินครับ
ขอบคุณ มากครับ ท่านหารือใช่ไหมครับ เชิญครับ ท่านเจะอามิงหรือเปล่าครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานให้ท่านสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่นะครับ ได้ใช้คําพูดและวาจาเสียดสี ต่อกรณีที่ใช้คําว่า รัฐบาลที่แล้วใช้งบประมาณฆ่าเสื้อแดง รัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ใช้งบประมาณ ฆ่าเสื้อแดงครับ
เดี๋ยวอะไรนะ ท่านว่าใหม่สิครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาต ท่านประธานทักท้วงท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นพูดเมื่อสักครู่ ที่ใช้คําพูดว่า รัฐบาลที่แล้วใช้งบประมาณ ฆ่าเสื้อแดง ท่านประธานครับ รัฐบาลครั้งที่แล้วไม่มีนโยบายที่ไปฆ่าพี่น้องประชาชน แต่เกิดจาก กลุ่มคนที่มีการประท้วงในขณะนั้นเผาบ้านเผาเมือง
เดี๋ยวมัน จะไม่จบครับ เดี๋ยวท่านเจะอามิงประท้วงประเด็นอะไรก่อนครับ
ประเด็นท่านสมาชิกได้พูดใส่ร้ายว่า รัฐบาลที่แล้วใช้งบประมาณฆ่าเสื้อแดง ท่านจะต้องถอนคําพูด
แล้วท่าน จะให้ถอนคําพูดใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ
เชิญท่านนั่งลงครับ เชิญท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ถอนได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ
คืออันนี้ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่เขากําลังสืบเสาะและพิสูจน์กันอยู่นะครับ ฉะนั้นขอความกรุณา
งบประมาณที่ใช้ในการปราบ คนเสื้อแดง ๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ครับ คือการที่จะไปอํานวยความสะดวกในเรื่องของการบริหารการจัดการของรัฐบาล ถ้าอยู่อีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องมองอีกแบบหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งก็อีกแบบหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริง มันปรากฏว่ารัฐบาลเขามีอํานาจในการบริหารในการจัดการ แต่ที่ท่านไปพูดอย่างนี้มันก็เป็น อย่างที่ท่านสมาชิกได้ประท้วง ขอให้ถอนคําพูดนะครับ จะเดินหน้าได้ต่อนะครับ
ได้ครับท่านประธาน ผมถอนนะครับ
แล้วมันจะ ไปต่อได้ไหม เชิญท่านผู้ประท้วงข้างหลังก่อนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อกี้ผู้ประท้วงใช้คําว่า คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง เสียดสีครับ ใส่ร้ายป้ายสีตามข้อ ๖๑ ครับ ถอนคําพูดครับ ท่านประธานครับ แล้วเรื่องนี้ ท่านต้องให้ถอนคําพูดครับ เสียดสีพวกผมว่าคนเสื้อแดง ผมเป็นคนเสื้อแดงครับ ใส่ร้ายป้ายสี ด้วยครับ ข้อ ๖๑ ครับ ทั้งเสียดสีทั้งใส่ร้ายป้ายสี
เดี๋ยวท่านนั่งก่อนครับ
ท่านช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
เจะอามิง โตะตาหยง เราผู้ใหญ่แล้ว ข้อเท็จจริงมันยังพิสูจน์กันไม่เสร็จสิ้นนะครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเรียนยืนยันว่า ข้อมูลที่ผมพูดเป็นข้อเท็จจริง ในกรณีของกลุ่มเสื้อแดงได้มีการพิพากษาของศาลที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้วครับว่ามีการกระทําความผิดจริง จะให้ผมถอนได้อย่างไร ในเมื่อมันเป็นความผิดจริง และมีการกระทําอย่างนั้นจริง ๆ ผมถอนไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ
ครับ ไม่เป็นอะไร ไม่ถอนก็ไม่เป็นอะไร ท่านสุนัยเชิญครับ เมื่อกี้ท่านประท้วงอะไร
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตประท้วงท่านที่ประท้วงสักนิดหนึ่ง แล้วก็ขออนุญาตประท้วงจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ด้วยครับ รู้สึกจะหมดเวลาแล้ว คงจะกินเวลาคนอื่น ท่านประธานครับ ผมอยากให้การอภิปราย มันราบรื่นต่อไป และขอกราบเรียนว่าจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์นั้น ได้ใช้สิทธิในการอภิปรายของเขา ก็ฝากความปรารถนาดีถึงท่านเจะอามิงด้วยว่าเราก็เคยเป็นผู้แทนใหม่กันทุกคนครับ ก่อนที่จะมาเป็น ผู้แทนราษฎรหลายสมัยเป็นผู้แทนใหม่ก่อน ท่านประธานครับ ผมขอขอบพระคุณที่ท่านประธาน ได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ได้ดี นั่นก็คือท่านประธานรู้ดีว่าการอภิปรายในสภาของผู้แทนราษฎร ทุกคนนั้น เป็นภาระอันศักดิ์สิทธิ์ที่รับมาจากประชาชน ดังนั้นการพูดจาของแต่ละคนก็มี บุคลิกของแต่ละคน ผมคิดว่าถ้าเราเอื้ออาทรต่อกัน ให้โอกาสต่อกัน ผมว่าสิ่งเหล่านี้เขากําลัง ทําหน้าที่ของเขา แต่ถ้ามันผิดพลาดอะไรบ้างผมคิดว่าเรามองกันอย่างในโอกาสที่ ผู้แทนราษฎรเขามาใหม่ ๆ ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ก็แจ้งเกิดไปแล้วนะครับ ผมคิดว่า ขอประท้วงจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ว่าทุกอย่างก็เรียบร้อยดีแล้ว ก็ควรจะรักษาเวลา แล้วก็ ขอความกรุณาเพื่อนฝ่ายค้านว่าเราทําความเข้าใจต่อผู้แทนราษฎรใหม่ที่เขาต้องการจะแจ้งเกิด อีกหลายคนครับที่อภิปรายดีมาก ในการอภิปรายครั้งนี้ ผมเองก็เป็นผู้แทนราษฎรหลายสมัย ก็อยากจะอภิปราย แต่เนื่องจากเวลาน้อยเวลานี้ก็ให้แก่เพื่อน ส.ส. ใหม่ ๆ ทั้งนั้น ให้เขาได้ แสดงต่อประชาชนว่าเขาได้รับฉันทานุมัติมาจากประชาชนแล้ว เขาทําหน้าที่ของเขาแล้ว จะหนักบ้างเบาบ้างในลีลาต่าง ๆ ขอให้เข้าใจกันครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านจ่าประสิทธิ์ต่อครับ คือผมจะไม่ทักท้วงเรื่องเวลานะครับ แต่เวลาจะจับถ้าหากว่า เกินไปก็ไปทดในรายการของแต่ละฝ่ายไปนะครับ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ ผมจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ อีกหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องชื่นชม โดยเฉพาะรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฉลาด ฉลาดใช้คนเป็น ฉลาดใช้คน ที่มีฝีมือ มีความสามารถ ผมเป็นตํารวจมาก่อนก็อดที่จะชื่นชมในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ไม่ได้ เพราะร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นอดีตสารวัตรกองปราบสามร้อยยอด ปรากฏว่า พอได้ทําหน้าที่ตรงนี้ในการปราบปรามยาเสพติดทําให้พี่น้องประชาชนมีความสุข ชื่นชม ในผลงานของรัฐบาล จับทุกวัน ยาบ้าเยอะแยะไปหมด หลายคนบอกว่ามันมาจากไหนเยอะแยะ ผมบอกว่าก็งวดที่แล้วรัฐบาลงวดที่แล้วไม่ได้ทําอะไรเลย พอมาถึงรัฐบาลเรารัฐบาลเราทํา เต็มที่ ปรากฏว่ามียาเสพติดมากมาย ดังนั้นอยากให้พี่น้องประชาชนสบายใจ เรื่องปัญหา ยาเสพติดรัฐบาลเราทําแน่ ดําเนินการแน่อย่างเบ็ดเสร็จอย่างเป็นประโยชน์ให้พี่น้อง มีความสุขไม่ต้องห่วงลูกหลานของท่าน ดังนั้นขอชื่นชมข้าราชการตํารวจทุกท่านที่ท่านทุ่มเท กําลังกาย กําลังกายใจในการทําหน้าที่บําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ขอแสดง ความยินดีกับนายตํารวจดาวน้อย ๆ อายุ ๕๓ ปี ตรงนี้มันสุดยอดของตํารวจไทย เป็นขวัญ และกําลังใจ ผมเองดีใจที่มีโอกาสได้มารับใช้พี่น้องประชาชนและเข้ามาในพรรคเพื่อไทย ปรากฏว่าได้มีโอกาสร่วมเสนอนโยบายร่วมคิดในเรื่องที่จะให้ตํารวจได้ตําแหน่ง ขอโทษทีครับ ท่านประธานตอนนี้ขาดตลาดครับ หลังจากตํารวจ ๒๗,๐๐๐ คน ได้รับแต่งตั้งเป็นนายตํารวจ ปรากฏว่ารองเท้าส้นสูงขาดตลาด นี่มันแพงแน่รองเท้าส้นสูง เพราะมันขาดตลาด ปรากฏว่า มีคุณนายใหม่หลายท่าน มีทั้งคุณนายใหญ่ คุณนายเล็ก คุณนายกลางท่านประธาน ปรากฏว่า ทําให้รองเท้าแพง ตรงนี้ไม่ว่ากันเพราะว่ามันขาดตลาด ดังนั้นสินค้าบางอย่างที่บอกว่าแพง เพราะมันขาดตลาดการผลิตไม่พอนะครับ จึงนําเรียนท่านประธานด้วยความเคารพมา ในโอกาสนี้ว่าผมมีความดีใจ มีความภาคภูมิใจที่รัฐบาลนี้ได้ตั้งใจทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบจ. รัฐบาลก็จัดสรรงบประมาณอย่างเต็มที่ ดังนั้นให้พี่น้อง สบายใจว่ารัฐบาลนี้ไม่มีการนํางบประมาณไปสั่งฆ่าประชาชนอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในข้อ ๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปีนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ จํานวน ๒๐,๗๓๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งท่านประธานครับ ท่านประธานจะได้สังเกตจําได้นะครับ จากวลีไม่กี่วลีที่บอกว่าโจรกระจอก โจรห้าร้อยครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมจับตัวเลขดูนะครับ จากวันที่เกิดเหตุที่ปล้นปืนค่ายทหารปิเหล็ง ที่อําเภอเจาะไอร้อง ต้นปี ๒๕๔๗ จากนั้นมา ถึงปีนี้ท่านประธานลองไปรวบรวมตัวเลขดูจากที่เราบอกว่าปัญหาภาคใต้ ปัญหาโจรกระจอก ปัญหาโจรห้าร้อย ถ้ารวมงบประมาณจากปี ๒๕๔๗ ถึงงบประมาณที่รัฐบาลกําลังใส่เข้าไปอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วท่านประธานครับ ท่านประธาน ลองไปดูสิครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปัญหาภาคใต้ถ้าเราไม่ได้พูดถึงแนวทางหรือว่าเรา ไม่กําหนดทิศทางการใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ปัญหาแล้วผมคิดว่างบก้อนนี้จะสูงขึ้นทุกปี ๆ ๆ ผมคิดว่าในปีนี้ ปีที่แล้วงบประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้เพิ่มขึ้นมา ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านลงไปดูสิครับเพิ่มที่ไหนบ้าง ผมรวบรวมตัวเลขในเบื้องต้นไปเพิ่มเติมในส่วนของ กอ.รมน. นะครับ จากปีที่แล้วได้อยู่ประมาณสัก ๖,๑๐๐ ล้านบาท ในส่วนเฉพาะภาคใต้ครับ ผมไม่พูดส่วนอื่น ปีนี้ ๖,๗๕๐ ล้านบาท ซึ่งใน กอ.รมน. ปีนี้ได้ทั้งหมด ๗,๔๕๕ ล้านบาท ไปเพิ่มที่ ศอ.บต. ครับ ได้รับจัดสรรปีนี้ ๒,๒๖๕ ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วนะครับ ซึ่งได้รับ การจัดสรร ๑,๔๒๒ ล้านบาท ไปอยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ นี่เฉพาะภาคใต้นะครับ ท่านประธานครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเพิ่มขึ้น ได้รับการจัดสรรในปีนี้ เพิ่มขึ้นมากกว่า ปีที่แล้ว ๑,๕๒๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่าใน ๓ ส่วนที่เพิ่มขึ้นอยู่ในส่วน ที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงเสียส่วนใหญ่ แล้วก็สิ่งที่วิตกกังวลก็คือว่าเมื่อเราเพิ่มงบประมาณ ให้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเข้าใจว่าคงไปใช้ในตํารวจที่ศูนย์ปฏิบัติการตํารวจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาค ๑๐ (ศชต.) ผมคิดว่าสิ่งที่เราวิตกกังวลกันในขณะนี้ก็คือว่า ประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธาน จะสังเกตเห็นว่าตัวเลขที่นําสู่สาธารณะนี้มันน่าใจหายนะครับท่านประธาน คดีที่เกิดขึ้น มีปริมาณคดีที่รู้ตัวคนร้ายยังไม่ถึงครึ่งเลยครับ กับปริมาณคดีที่เกิดขึ้น ในปริมาณคดีที่รู้ตัว คนร้ายจับได้เอามาลงโทษนี้ เอาเข้าจริงนี้ถ้าไปถึงศาลฎีกา ท่านประธานจะเห็นว่ามีอยู่ประมาณสัก ๒๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับที่ศาลสามารถลงโทษในตัวผู้กระทําความผิดได้ นั่นก็คือ เราขาดพยานหลักฐานที่จะมาลงโทษกับคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขีดความสามารถตรงนี้การที่ศาลต้องตัดสินพิพากษายกฟ้องอาจจะมาจากสาเหตุหนึ่งก็คือว่า บุคคลนั้นโดนจับมาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้กระทําความผิด ซึ่งอันนี้อันตราย ถ้ากระบวนการยุติธรรม เบื้องต้นไปจับคนที่ไม่มีความผิดมาลงโทษ ปัญหาภาคใต้ก็จะต้องยืดเยื้อแล้วก็รุนแรงต่อไป เพราะอย่างน้อยที่สุดมีคนกลุ่มหนึ่งที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อํานาจของรัฐ นั่นคือคนที่ไม่ได้กระทําความผิดแล้วตํารวจไปจับกุมมา
ประการที่ ๒ ที่ศาลไม่ลงโทษนี่ท่านประธานครับ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มี พยานหลักฐานมาพิสูจน์ยืนยันถึงการกระทําความผิดของบุคคลนั้น การที่ไม่มีประจักษ์พยาน หรือว่าไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิด อันนี้ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับจําเลยไป แต่ว่า สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องรู้ในวันนี้ก็คือว่าการรวบรวมสํานวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นในการที่จะพิสูจน์ความผิดกับบุคคลที่ถูกกล่าวหานั้น ผมคิดว่าประสิทธิภาพต้องมีมากกว่าปัจจุบัน เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดเรารู้ ยอมรับความจริง กันอยู่ว่าประจักษ์พยานที่จะนํามาพิสูจน์คนกระทําความผิดในภาคใต้ยากมาก เรามีเฉพาะ เหลือทางอยู่ก็คือพยานวัตถุหรือว่านิติวิทยาศาสตร์ที่จะมาใช้ลงโทษ ผมคิดว่าวันนี้สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติต้องให้การใส่ใจในเรื่องอย่างนี้มากขึ้น การรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ ความผิดจากนิติวิทยาศาสตร์หรือการรวบรวมจากการที่พยานแวดล้อมจะต้องมีมากขึ้น การทําสํานวนไม่ใช่ว่ามีอะไรก็เอาแค่นั้น อย่างนี้อันตรายครับ แล้วก็การใส่ใจของพนักงาน สอบสวนในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงต้องใส่ใจในสํานวนการสอบสวนมากกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าคิดแต่เพียงว่ามีพยานเอกสารอะไรหรือว่ามีพยานอะไรก็เอาแค่นั้น ก็จะนําไปสู่ ความไม่น่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น นี่คือสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ผมคิดว่า เรื่องจังหวัดชายแดนภายใต้เราใส่งบประมาณเข้าไป ตัวชี้วัดต้องชัดเจนครับว่างบประมาณ ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ความยากจนในพื้นที่แก้ได้มากน้อยแค่ไหน เพียงไร รัฐบาลในชุดก่อนหน้านี้พยายามแก้ปัญหาโครงสร้าง คือปัญหาความยากจนในพื้นที่ ประชาชน ในพื้นที่ต้องการอะไร โครงการ หรือหน่วยงาน หรือว่างบประมาณที่ผ่านกระทรวงต่าง ๆ ที่เราเรียกกันว่า งบฟังก์ชัน (Function) นี่จะต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน ในพื้นที่เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรียกว่าปัญหาความยากจน จะต้องลดน้อย ถอยลงควบคู่กับการแก้ปัญหาในเชิงยุทธศาสตร์ในเรื่องการป้องกันความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้พี่น้องประชาชน ขา ๒ ขานี้ต้องเดินไปด้วยกัน การพัฒนากับความมั่นคง ต้องไปด้วยกัน นั่นคือเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่แล้วให้มี ศอ.บต. เกิดขึ้น แล้วก็เรามีกฎหมาย ความมั่นคง มี กอ.รมน เป็นเครื่องมือ ศอ.บต. เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ด้านความมั่นคง เรามี กอ. รมน. เป็นเครื่องมือ แต่ว่าทั้ง ๒ เครื่องมือนี้คนที่บังคับบัญชาสูงสุดคือนายกรัฐมนตรี แต่ผมแปลกใจครับว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีเองก็ให้ความสนใจกับปัญหาภาคใต้นี่น้อยมาก เรื่องความมั่นคงตํารวจนี่ท่านมอบให้ท่านเฉลิมดูแล ท่านเฉลิมเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลตํารวจ แต่ไม่เคยลงไปใน ๓ จังหวัดชายแดนเลย ขวัญและกําลังใจของคนที่เขาอยู่ที่นั่น เขาจะทําอย่างไรละครับ ท่านลองลงไปดูหน่อยได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน รัฐบาลว่าคนที่เป็นผู้นํานี่ต้องกล้าลงไปลุยในพื้นที่ ลงไปดูสิครับว่าทําไมคดีเวลาทําฟ้องศาล แล้วนี่ศาลเอาคนมาลงโทษน้อยเหลือเกินที่จะพิสูจน์ความผิดของบุคคลเหล่านั้นได้ ท่านเก่งสํานวน ท่านบอกท่านอยู่กองปราบปรามมานาน ท่านลองไปดูหน่อยนะครับ โรงพักต่าง ๆ ปัญหามันคืออะไร พนักงานสอบสวนเขามีปัญหา มีอุปสรรคอะไร ท่านจะลงไปติว พนักงานสอบสวนหน่อยไหมครับที่อําเภอเจาะไอร้อง ท่านจะลองลงไปดูไหมครับว่าปัญหา มันคืออะไร ในเรื่องการทําสํานวนการสอบสวน ท่านบอกว่าท่านเคยอยู่กองปราบปราม ผมเพิ่งรู้เมื่อสักครู่นะครับว่าอยู่ที่สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นครับ สามร้อยยอด กองปราบปรามที่นี่มันสามยอด แต่ว่าเห็นบอกว่าอยู่สามร้อยยอดก็ไม่เข้าใจครับ คงอยู่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าประเด็นเรื่องของการที่จะสร้าง ขีดความสามารถแล้วก็ในเรื่องการที่จะไปเรื่องพัฒนาควบคู่กันไป อันนี้จําเป็น ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องลงมาดูปัญหาภาคใต้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการพัฒนา คนเราตั้งกฎหมาย เราออกกฎหมายเรื่อง ศอ.บต. เพื่อที่จะให้ ศอ.บต. ดูแลเรื่อง การประสานงานการบูรณาการในพื้นที่ให้เป็นเอกภาพ ท่านวันนี้ถ้าท่านไม่ใช้ให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมาย ผมถือว่าการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียโอกาสจริง ๆ ครับ วันนี้งบประมาณที่มันกระจัดกระจายอยู่ ภารกิจที่มันอยู่ในหลายกระทรวงไม่เป็นเอกภาพ นี่คือปัญหา นี่คืออุปสรรคในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมเองพยายามครับ แม้กระทั่งเรื่องการพัฒนาเมืองชายแดน รัฐบาลชุดก่อนให้ความสําคัญมากครับ ด่านชายแดน ทั้งหมด ตั้งแต่จังหวัดสตูลไปถึงอําเภอสุไหงโก-ลก เรามีงบประมาณเพิ่มเติมในการที่จะ ปรับปรุง เพราะนี่คือหน้าตาของประเทศ การค้า การขายผ่านจุดนี้ก่อนครับ ตั้งแต่ตําบลวัง ประจัน จังหวัดสตูลมาถึงตําบลปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา อําเภอสะเดา เราจัดงบประมาณ ใหม่ไว้ให้ในการที่จะทําด่านใหม่ที่อําเภอสะเดา กําลังจะให้ศึกษาเส้นทางที่จะทําลําเลียงจาก ชายแดนประเทศมาเลเซียมาสู่ท่าเรือน้ําลึกที่จังหวัดสงขลา การค้า การขายของด่านชายแดน ในจังหวัดสงขลา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ท่านไปดูสิครับ การค้า การขาย ใน ๔ ด่านนี้ จังหวัดสงขลามี ๔ ด่าน ด่านท่าเรือน้ําลึก ด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา และด่านประกอบ หลังจากนั้นเราไปที่อําเภอเบตง เราไปที่ตําบลบูเก๊ะตา เราไปที่อําเภอสุไหงโก-ลก เราไปที่สุด คืออําเภอตากใบ นี่คือด่านเมืองชายแดน แผนพัฒนาต้องชัดเจนครับว่าจะเอาอย่างไรกับ การพัฒนาเมืองชายแดนทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าในงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ต้องมีตัวชี้วัดว่าแต่ละปีที่เราใส่งบประมาณลงไปมากขึ้น ๆ นี่ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร ถ้าเราไม่มี ตัวชี้วัด เราไม่มีตัวชี้วัดว่าความยากจนในพื้นที่แต่ละปีนี่มันลดน้อยถอยลงไปเท่าไร เราถมเท่าไร ก็ไม่เต็มครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกครับ
ท่านประธานสภา ท่านเจริญ จรรย์โกมล ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาดํารงเวช ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะขอโอกาสนี้ ได้ชี้แจงแก่ท่านสมาชิกที่สนใจในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้นํา ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ท่านประธาน คณะกรรมาธิการการศึกษา
เรื่องแรก ที่อยากชี้แจงก็คือเรื่องของคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต จึงอยากจะขอ เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ประกอบมี ๖ หน้านะครับ ถ้าขึ้นได้ก็อยากจะให้ขึ้นเลย
เชิญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโสต ขึ้นแล้วท่านอธิบายพร้อมเลยนะครับ
เรื่องของ การจัดหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ นี้นะครับ เป็นเรื่องที่หลาย ประเทศในยุโรปได้ทําแล้ว เป็นเรื่องที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ทําเกือบทุกชั้นปีแล้ว เป็นเรื่องที่ ประเทศด้อยพัฒนาในแอฟริกา เช่น ประเทศรวันดาก็ได้จัดหาแล้ว ดังนั้นการจัดหาเครื่อง คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เราจะต้องพัฒนาในทิศทางนี้ เช่นเดียวกับ การปรับเปลี่ยนกระดานชนวนมาเป็นระบบกระดาษ แต่การจัดหาปีนี้เราได้แจกหนังสือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้เลยเหมือนกันเป็นคู่ขนานไปพร้อม ๆ กัน ปีนี้เราจัดซื้อจากประเทศจีน โดยคาดหวังว่าจะเป็นระบบที่รัฐบาลต่อรัฐบาลแนะนํา เหตุที่การจัดซื้อจากประเทศจีนนั้น เพื่อป้องกันโครงการใหม่ ๆ ที่จะถูกครหาว่ามีนอกมีใน เพราะฉะนั้นการจัดซื้อคราวนี้ ก็จะเห็นได้ว่ามีการจัดซื้อที่โปร่งใสและราคาถูกมากประมาณ ๘๒ เหรียญต่อเครื่อง ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ๒,๗๐๐ กว่าบาท ยังไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มนะครับ การจัดซื้อ คราวนี้ก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เครื่อง เครื่องที่มาแล้วก็คือ ๒,๐๐๐ เครื่อง อยู่ที่สนามบิน ก็จะมีการไปออกของอันนี้มา เราได้มีการอบรมครูแล้ว ๕๔,๙๐๐ คน จากอบรม ๑๐๐ คน เป็น ๑,๐๐๐ คน จาก ๑,๐๐๐ คน เป็น ๕๔,๙๐๐ คน เราได้จัดวิชาการที่เคยอยู่บน แผ่นกระดาษมาเป็นระบบดิจิตอล (Digital) จะแสดงอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ๘ สาระวิชา เรามีภาพเคลื่อนไหวที่เรียกว่า เลิร์นนิ่งออบเจ็ค (Learning object) ๓๓๖ รายการ เช่น มีโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ เช่น ผ่าตัดกบได้ เช่น ดอกไม้บาน การศึกษาเหล่านี้ที่พี่น้องประชาชน ดูตามเพาเวอร์พอยท์นี้ ก็เป็นการศึกษาที่จะมีการใส่เลิร์นนิ่งออบเจ็คมีสื่อหลัก แล้วก็มี การวัดผลทั้งตอนต้นและตอนปลาย
ขอภาพต่อไปนะครับ ผลของการใช้ระบบคอมพิวเตอร์นี้ ถ้าจะมองเห็น บนภาพนี้ก็จะเห็นได้ว่ามีสิ่งที่ดีขึ้นกว่าระบบกระดาษมากมายนะครับ เช่น เราจะพูดภาษาก็มี การโต้ตอบเป็นสําเนียงที่ถูกต้อง ปีนี้จะใส่ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนเข้าไป ถ้าครูไม่แน่ใจ ในสําเนียงที่ถูกต้องก็มาเปิดฟังอันนี้ และครูสอนสามารถคุมนักเรียนได้ผ่านระบบเซ็นเซอร์ (Sensor) ที่ขึ้นอยู่บนแผ่นกระดานนะครับ ถ้าท่านสมาชิกทั้งหลายดูในเรื่องสาระวิชาต่าง ๆ ก็จะเห็นได้ว่าทุกอย่างทําดีขึ้น มีภาพประกอบ สามารถที่จะเป็นภาพเคลื่อนไหว เรียนแบบ ตาดู หูฟัง มือทํา หัวสมองคิด อันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นระบบที่ก้าวหน้ากว่าระบบกระดาษ
ขอภาพถัดไปนะครับ อันนี้บอกว่าครูจะได้ประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้น แล้วก็ นักเรียนจะได้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้นได้อย่างไรนะครับ เช่น วิธีการสอนสอนได้เร็วขึ้น นักเรียนก็สนุกสนานต่อการเรียน ในหลาย ๆ วิชาอ่านจากข้างบนลงข้างล่างนี่นะครับ ก็จะเห็นว่าทุกวิชาสามารถที่จะทําให้การเรียนการสอนมีคุณภาพ นักเรียนเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ผมกราบเรียนพี่น้องประชาชนครับ อันนี้เป็นการปฏิวัติการเรียนการสอน ไม่ใช่ว่า เอาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและบอกว่าเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ไม่ใช่ เพราะครูก็เรียนรู้จากแท็บเล็ต นักเรียนก็เรียนได้ เราถึงจะให้นักเรียนยืมไป ๑ ปีครับ เหตุผลไม่มีอะไรมากครับ เวลาเราซื้อ เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ลูกเรานี่ เราให้ยืมเฉพาะกลางวันไหมครับ มีการวิจัยก็บอกว่า ให้ใช้ร่วมกันนี่ ของอะไรที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของเขาจะไม่รักษาดูแล เหมือนเราเข้าไปใช้ คอมพิวเตอร์ตามห้องสมุดนี่ เราจะใช้ไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพครับ ครบ ๓ ปีจะยกให้ไปเลย เป็นเพราะว่า ๓ ปีแล้วอายุของคอมพิวเตอร์ชิ้นนั้นก็จะใช้ได้อีกสักปีสองปี แต่ผมเชื่อว่า เด็กนักเรียนก็จะรักษาอย่างดี ในปีงบประมาณใหม่นี้ได้กราบเรียนท่านสมาชิกว่า จะของบประมาณเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้นักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ครับ ก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าเครื่อง เครื่องเดิมที่ประถมศึกษาปีที่ ๑ ซื้อประมาณ ๒,๗๐๐ บาท มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถ้าจะกรุณาก็ประมาณเพิ่มหน่วยความจําไปนิดหน่อยจาก ๘ กิ๊กกะไบต์ (Gigabyte) เป็น ๑๒ กิ๊กกะไบต์นี่ ก็จะสักประมาณ ๓,๐๐๐ บาทครับ ทั้งหมดที่พูดมานี่
ขอภาพต่อไปนะครับ เราก็จะเห็นได้ว่าเรามีหน่วยความจํานี่ ๘ กิ๊กกะไบต์ แต่เราใส่ทั้งหมดนี่มีประมาณ ๔ กิ๊กกะไบต์เท่านั้นเองครับ เหลืออีก ๔ กิ๊กกะไบต์นี่สามารถ ที่จะโหลด (Load) ข้อมูลเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ทําเกือบเรียบร้อยแล้วนะครับ ระบบหนังสือดิจิตอล จากประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ แล้วตอนนี้ก็จะทําจาก มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นะครับ ระบบหนังสือนี้มันดี ในแง่ที่ว่าเรียนในระดับฮอลเลย์ เซ็นทรัล ก็ได้ คือเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑ ทุกวิชา ๘ สาระวิชา อันนี้ก็เป็นภาพที่ให้เห็นได้ว่าเรามีเลิร์นนิ่งออบเจ็ค อยู่จํานวนเท่าไร
ขอภาพถัดไปครับ จะได้เห็นภาพผมบ้าง ขอเพาเวอร์พอยท์ถัดไปนะครับ อันนี้ก็คือตัวที่ได้เตรียมแผนการซึ่งเตรียมแล้วนะครับ เตรียมแล้วอบรมครูเรียบร้อยหมดแล้ว ก็จะเสนอภาพเป็นเพาเวอร์พอยท์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่าเรามีเนื้อหาที่เรียกว่า คอนเทนท์ (Content) ครบถ้วน ความจริงก็ได้เปิดแสดงให้ดูหลายครั้งแล้ว อันนี้ก็กราบเรียน ว่าระบบคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนี่ ปีใหม่นี้จะของบประมาณประมาณเดือนพฤศจิกายน ให้มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในขณะเดียวกันงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ในต้นปีหน้านี้ก็จะขอให้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ใหม่ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีนี้จะเอาเครื่องขึ้น ประถมศึกษาปีที่ ๒ ไป แล้วก็ขึ้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ไป แล้วเราก็มีระบบเซิร์ฟเวอร์ (Server) นะครับ เป็นระบบ คลาวด์ (Cloud) คลาวด์แปลว่าอากาศนี่นะครับ ที่จะโหลดเนื้อหาได้ครบถ้วน มีท่านสมาชิก กังวลเรื่องวายฟายครับ วายฟายนี้มีประมาณ ๘๐๐ กว่าแห่งปัจจุบันจริง แต่เราสามารถ ต่อได้อีก ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงครับ โรงเรียน สพฐ. มีประมาณ ๓๒,๐๐๐ โรงครับ ในระบบอื่น ๆ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะไม่มีวายฟาย (Wi-Fi) มีที่ยังไม่มีไฟฟ้าอีกประมาณ ๖๐๐ กว่าโรง เท่านั้นเอง ซึ่งอันนั้นเราจะใช้ระบบวิธีบริหารจัดการ ถ้าไฟฟ้าไม่มีที่บ้านก็อาจจะมาที่ โรงเรียนใหญ่ ส่วนเหล่านี้ได้เตรียมการหมดแล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกเกือบทุกท่าน ที่เห็นด้วยกับการใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อปฏิวัติการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนทุกระดับครับ
เรื่องต่อไป ก็อยากจะกราบเรียนคําถามที่มีคําถามว่าการเรียนของนักเรียน ยังมีการเรียนฟรีอยู่หรือไม่ แล้วก็ฟรีแค่ไหนนะครับ ก็ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ บุคคล ย่อมมีสิทธิเสมอภาคในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและ มีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ปีนี้ก็ของบประมาณเพิ่มขึ้นครับ ผมไม่ได้ไปแก้ไขนโยบายใด ๆ ของรัฐบาลที่ท่านพรรคฝ่ายค้านเคยดูแล แต่เราจัดให้ชัดเจน เราเรียกว่า เรียนดีอย่างมี คุณภาพครับ เป็นเพราะว่าจะบอกว่ามันฟรีทั้งหมดมันก็ไม่ใช่เช่นนั้น เราจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในระดับมาตรฐานนะครับ มีหลายท่านพูดว่าต้องจ่ายค่าเรียนห้องอีพี (EP) ห้องเรียน ภาษาอังกฤษ ห้องเรียนพิเศษ อันนั้นมันสูงกว่ามาตรฐานครับ ผู้ปกครองเขาคะยั้นคะยอ ให้โรงเรียนจัดแล้วเขาก็จ่ายนะครับ อันนี้ก็เป็นโฆษณาที่เคยปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์นะครับ เราก็มีค่าจัดการเรียนการสอน
อันที่ ๒ ก็คือค่าอุปกรณ์การเรียน
อันที่ ๓ ก็คือค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
๓ เรื่องนี้ให้ที่โรงเรียนครับ มีอีก ๒ เรื่องก็คือค่าเครื่องแบบนักเรียนกับ ค่าหนังสือ ปีนี้หนังสือให้ไปเลยครับ ปีนี้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้ทั้งหนังสือคู่ขนานไปกับ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนะครับ ค่าเครื่องแบบนักเรียนเราก็จัดให้นะครับ ผมกราบเรียนครับว่า ค่าเครื่องแบบนักเรียนปีนี้ ตัวอย่างกรณี ประถมศึกษาปีที่ ๑ นะครับ ก็เป็น ๓๖๐ บาทต่อคน ต่อปีนะครับ ทีนี้จะกราบเรียนภาพรวมก็แล้วกันนะครับ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ทั้งหมดต่อปี ทั้ง ๕ เรื่องเราจัดให้ ๓,๖๙๑ บาท พอเทียบ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ดูนะครับ ก็เป็น ๖,๑๑๙ บาท สําหรับคนที่เรียนอาชีวศึกษา ปวช. ๑ ปวช. ๒ ปวช. ๓ แต่ละคนจะได้สิทธิ ๑๖,๐๔๖ บาท อันนี้ก็เป็นเงินปีงบประมาณที่ใช้อยู่ ประมาณ ๔๒,๕๕๒ บาท ปีใหม่ก็ได้ขอปรับตามอัตรา เงินเฟ้อขึ้นมานะครับ ก็กราบเรียนว่าก็ได้พยายามที่จะดูแลพี่น้องผู้ปกครองและนักเรียน ตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้นะครับ
เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องโอเน็ตครับ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ได้สอบถามเรื่องโอเน็ต โอเน็ตมาจากคําภาษาอังกฤษว่า ออดินารี เนชั่นแนล เอดูเคชั่น เทสต์ (Ordinary National Education Test) เวลาเทสต์ เทสต์ช่วงชั้นปีที่จบ ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ เทสต์อะไร เทสต์การเรียนรู้ทั้ง ๖ ปีของ ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ มัธยมศึกษาปีที่ ๒ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นะครับ เทสต์ทําไม เทสต์เพื่อให้ได้มาตรฐานการศึกษาของประเทศ มิฉะนั้นนักเรียนก็จะได้คะแนน ของครูแต่ละคนที่สอนตามที่ต่าง ๆ ทําไมโอเน็ตเทสต์แล้วคะแนนตกลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กระผมเข้ามา ในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา ได้ปรับคะแนนโอเน็ต ประถมศึกษาปีที่ ๖ จากได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ไม่ใช่อย่างที่หนังสือพิมพ์พูดกันนะครับ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็เพิ่มขึ้นมาจํานวนมาก จากประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นมา ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ ที่รายงานในหน้าหนังสือพิมพ์ครับ ทําไมโอเน็ตเดิม ๆ คะแนนมันต่ํา ก็เป็นเพราะว่าการไปสอบ โอเน็ต ผู้สอบคือนักเรียนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการสอบ นอกจากรัฐบาลอยากรู้ว่านักเรียน โดยเฉลี่ยได้คะแนนเท่าไร แล้วก็ไม่ได้ไปทําอะไร นักเรียนที่ฉลาดก็ไม่ไปสอบครับ นักเรียน ที่เกรงใจครูหน่อยก็ไปสอบ แต่ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไร ครูไม่มีความสนใจที่จะสอนให้นักเรียน ได้คะแนนโอเน็ตดี เป็นเพราะว่าระบบเดิมที่ผ่านมาครูได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนเงินเดือนหรือเลื่อนวิทยฐานะ เช่น คส. ๒ เป็น คศ. ๓ คศ. ๓ เป็น คศ. ๔ นี้นะครับ มาจากการทําวิจัย การทําผลงานส่งผู้อ่าน คนอื่นไม่เกี่ยวกับการสอนในห้องครับ วันนี้ผมถึงได้กราบเรียนท่านทั้งหลายว่าผมจะเสนอ วิธีการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ครับ ประกอบด้วยคําใหญ่ ๆ ๒ คําครับ
คําที่ ๑ เรียกว่า ทรานสแพเรนซี่ (Transparency)
คําที่ ๒ เรียกว่า แอคเคาท์ทาบิลิตี้ (Accountability)
ทรานสแพเรนซี่ ทําอย่างไรครับ ระบบครูปัจจุบันนี้เขาเรียกว่า ถูกรีดไถ ตั้งแต่ก่อนไม่เป็นครูแล้วครับ เช่น จบวิชาชีพครูมาได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ก็ต้องมาสอบครับ มาสอบนี่ สมมุติว่ารับ ๕๐๐ คนนี้ขึ้นทะเบียนไว้ ๑,๐๐๐ คน คนที่ ๙๐๐ ไม่มีทางได้แน่ ๆ รอ ๒ ปีแล้วก็จะเลิกไปนะครับ ทีนี้ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือการสอบครูในอดีต นอกจากจะสอบวิชาการ แล้ว แล้วก็ตัดออกไปหมดแล้ว เอาเฉพาะที่ผ่านวิชาการได้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี้นะครับ เขาเรียกว่ามาสอบวิสัยทัศน์ สอบสัมภาษณ์นะครับ ทีนี้ระบบเดิมของเราซึ่งเป็นกฎหมายนะครับ ถ้าพี่น้องสมาชิกคิดว่าจะร่วมกันแก้ไขผมก็จะนําเสนอเข้ามา คือเรียนท่านไว้ก่อนว่า เรากระจายอํานาจการบริหารงานบุคคลครับ วันนี้กระจายไป ๒๒๕ เขตครับ มีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่ตั้งโดยส่วนกลางแค่ ๓ คน อีก ๗-๘ คนเลือกตั้งในบางรูปแบบนะครับ หลาย ๆ ท่านเป็นครูก็จะทราบว่าคนที่เขาเลือกตั้ง เช่น ตัวแทนครู ตัวแทนโรงเรียนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ บางครั้งก็ใช้จ่ายเยอะ ก็มีข้อเรียกร้องกันเยอะแยะ เป็นที่ข่าวในอินเทอร์เน็ต ในหน้า หนังสือพิมพ์ก็เยอะ ว่าแค่สอบเข้ามาขึ้นลิสติ้ง (Listing) ก็ต้องไปหาอะไรไปให้เขา ขึ้นมาบนลิสติ้ง แล้วจะถูกเรียกหรือเปล่าก็ต้องหาอะไรไปให้เขาอีก เป็นอาจารย์ ซี ๗ อยู่ อยากเป็น รองผู้อํานวยการก็ต้องไปสอบแล้วก็ไปสัมภาษณ์ ก็ต้องหาอะไรไป มีคนเรียกร้อง เป็นผู้อํานวยการก็เช่นเดียวกัน ทําผลงานจะเลื่อนจาก คศ. ๒ มาเป็น คส. ๓ เรียกว่า ทําวิจัย ก็จะต้องเอาไปให้คนที่มีเส้นมีสายที่เขาสามารถอนุมัติให้ได้ ให้อ่าน ผมก็กราบเรียนครับว่า อันนี้ผมก็ทําโดยแบบว่าไม่ขึ้นอยู่กับว่าการเมืองฝ่ายไหน ได้ปรึกษาท่านอาจารย์ประกอบ ได้ปรึกษาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเงาของพรรคประชาธิปัตย์ ดอกเตอร์กนก เป็นประจํา ว่าต่อไปนี้ผมก็เสนอว่าเราตัดเรื่องสอบสัมภาษณ์ไปก่อน ให้สอบต่าง ๆ โครงแบบต่าง ๆ นี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพื่อตัดปัญหาที่ว่าการได้ขึ้นมาซึ่งตําแหน่งหรือเลื่อนตําแหน่ง ไม่โปร่งใส ซึ่งวันนี้ถ้าหลายท่านจะดูตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็จะเห็นได้ว่าการสอบ รองผู้อํานวยการโรงเรียน ผู้อํานวยการโรงเรียน ซึ่งจะรับประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าตําแหน่งนี้นะครับ มีคนพอใจหมดครับ แล้วเขาก็บอกว่าถึงแม้เขาสอบไม่ได้เขาก็ไม่เสียใจครับ เป็นเพราะว่า เป็นระบบที่โปร่งใส แข่งขันกันอย่างแท้จริงครับ อันนี้กราบเรียนพี่น้องทั้งหลายที่จะดูแล น้องชาย น้องสาวเรา ซึ่งเป็นครูที่เป็นเรือจ้างที่มาดูแลลูก ๆ ของเราครับ ต่อไปนี้เราลด มีหลายคนเขาบอกว่าระบบกินครูบ้างหรือระบบรีดเลือดกับครูบ้างลงไปนะครับ เรียกว่า ทรานสแพเรนซี่ ขจัดคอร์รัปชันต้องแก้ไขโดยทรานสแพเรนซี่ คอมพีทิชั่น (Transparency Competition) ต้องตรวจสอบได้แล้วก็ผู้นําก็ไม่คอร์รัปชันนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เมื่อครูได้หลุดพ้นจากการที่จะต้องไปเสียเงินเสียทอง พวกนี้ ท่านก็สามารถที่จะมาสอนนักเรียนแต่สอนแล้วไม่ได้ผลงานครับ ผมก็เลยโยงคะแนน โอเน็ต ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้เป็นผลงานของครูครับ แล้วก็มาเกิดขึ้นทันทีเลยครับ ที่เพิ่งผ่านมานี้นะครับว่านักเรียน ประถมศึกษาปีที่ ๖ ไปเข้า มัธยมศึกษาปีที่ ๑ คะแนนของโรงเรียนเขาไม่เชื่อ เขาไม่นับ โรงเรียนใหม่จะออกข้อสอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะเข้ามัธยมศึกษาปีที่ ๑ เขาไม่นับคะแนนโรงเรียนเดิมเพราะเขาไม่เชื่อ ก็เลยขอเอาคะแนนโอเน็ตที่สอบแล้วนี่คิดเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คะแนนที่จะสอบเข้าโรงเรียน ใหม่ก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ เช่นเดียวกัน มัธยมศึกษาปีที่ ๔ เช่นเดียวกันแล้วก็ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปรากฏว่าคะแนนโอเน็ตดีขึ้นมาเลยครับ เป็นเพราะว่านักเรียนได้รับ ประโยชน์จากการไปสอบโอเน็ต ครูก็ตั้งอกตั้งใจสอนครับ แต่ครูจะตั้งอกตั้งใจสอนให้ดีขึ้น ก็คือคะแนนของนักเรียนต้องเป็นผลงานของครูครับ คือลดคะแนนไปทําวิจัยแล้วได้เลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน เลื่อนชั้นลงไป แต่เอาคะแนนผลงาน ผลงานของนักเรียนก็คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ ๆ ที่เหลือก็คะแนนตามปกติ ช่วยชุมชน ช่วยโรงเรียนดูแลเอาใจใส่ต่าง ๆ คะแนนผู้อํานวยการ โรงเรียนก็ไม่ต้องไปวิ่งกับใครแล้วนะครับ เอาคะแนนครูครับ
ท่านประท้วง ท่านณัฏฐ์มีอะไรหรือไม่ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขออภัยท่านรัฐมนตรีครับ ต้องขอประท้วงท่านรัฐมนตรีผู้กําลังอภิปรายตอบข้อซักถาม อยู่นะครับ จริง ๆ ต้องเรียนท่านด้วยความเคารพนะครับ เพราะว่าประเด็นที่ท่านชี้แจง เป็นประเด็นที่หลาย ๆ ประเด็นพวกกระผมไม่ได้ติดใจถาม แต่ว่าหลาย ๆ ประเด็นที่พวกกระผม ถามไปนั้นท่านยังไม่ได้ตอบ เช่น ประเด็นเรื่องของอาชีวศึกษาอะไรก็ตามแต่ ฉะนั้นรบกวน ท่านประธานแล้วก็ท่านรัฐมนตรีครับว่าประเด็นไหนที่พวกกระผมไม่ได้ติดใจถาม ผมคิดว่า ท่านต้องกระชับแล้วก็ไม่ตอบนอกประเด็น ขอบพระคุณครับ
ครับ ก็จะตอบเรื่องอาชีวศึกษานะครับ ตามที่ท่านณัฏฐ์ถาม อาชีวศึกษาเดิมมีกรอบคิดกันว่า พวกฝ่ายวางแผนไปบอกพี่น้องประชาชนบอก นี่ลุงลูกของลุงไม่ต้องเรียนมากหรอกเรียน ปวช. ปวส. ก็พอ แล้วก็ได้เงินเหมือนกัน แต่กราบเรียนท่านทั้งหลายครับ คนในเอเชียทั้งหมด ชอบให้ลูกได้รับปริญญาตรีครับ โดยเฉพาะประเทศไทยต้องการให้ลูกได้รับพระราชทาน ปริญญาครับ ดังนั้นวันนี้ผมจะไม่กีดกั้นอิสรภาพของการศึกษาของลูก ๆ ของเรา ให้เขาและ พ่อแม่เขาได้มีโอกาสจินตนาการอย่างเต็มที่ครับ รัฐนี่จะไม่ไปบังคับว่าลูกประชาชนต้องเรียน ตรงโน้นตรงนี้ครับ เป็นเพราะว่าจริง ๆ นี่มันก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะถูกครับ เช่นรัฐ สมัยฮิตเลอร์ ก็เคยบังคับประชาชนครับ เดี๋ยวนี้ประเทศทางแถบเกาหลีก็มีประเทศหนึ่งบังคับประชาชน ผมก็เลยไปศึกษามา ผมก็เลยได้ขอให้ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการได้เลิกข้อจํากัดของ นักเรียนที่จบ ปวส. และไปต่อสถาบันราชมงคล ๙ แห่ง มีคนเขาไปกั้นไว้ครับ คือก่อนนี้ มีหลักสูตรต่อเนื่องคือจบ ปวส. ๒ ปีแล้วก็ต่อสถาบันราชมงคลได้ ๒ ปี ๔ ปีเท่ากันแล้วจบ ปริญญาตรี ก็มีคนในอดีตเขาไปกั้นไว้บอกห้ามต่อ ห้ามต่อนักเรียนก็เลยไม่เรียน ปวส. เรียน แค่ ปวช. แล้วก็ไปเรียนวิชาอื่นเลย ไปเรียนสถาบันราชภัฏ เรียนรัฐศาสตร์เรียนอะไรต่าง ๆ ทําให้เราเสียช่างไป อันนี้ก็ได้ไปขอให้ปรับระเบียบอันนี้ จากนั้นสถาบันอาชีวศึกษาเขาก็มี ปัญหานี้เขาก็เลยจะขอท่านทั้งหลายว่าตั้งขึ้นเป็นสถาบันต่ออีก ๒ ปี จาก ปวส. ๑๙ แห่งครับ ก็จะได้จบปริญญาตรี เหตุผลก็มีอย่างนี้ครับว่าทําไมล่ะครับ เป็นช่างซึ่งแก่ขึ้นอีก ๒ ปีได้ ปริญญาตรีได้เงินเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างในประเทศอิสราเอลคนจบปริญญาตรี แก่กว่าพวกเราโดยทั่วไป ๓ ปีหมดเพราะต้องไปเป็นทหาร อันนี้ก็กราบเรียนเรื่องของ อาชีวศึกษา ทีนี้เหตุผลที่เสนอก็คือว่าเราดูแลลูกหลานประชาชนเหมือนลูกหลานของเราครับ ก็มีท่านหนึ่งได้อภิปรายไว้ว่ายังไม่เท่าไร แต่ผมว่าผมเรียนอย่างนี้นะครับเราดูแลด้วยหลัก ปรัชญาครับ เราบอกพี่น้องประชาชนครับว่าถ้ามีปัญหาอะไรใด ๆ ให้คิดว่าถ้าเขาเป็นลูกของ คุณคุณจะทําอย่างไร แล้วถ้ามีปัญหาต้องตัดสินใจเรื่องใด ๆ ในแง่ครูบาอาจารย์ ให้คิดว่า ถ้าเขาเป็นน้องชายคุณคุณจะทําอย่างไร ทุกวันนี้รัฐบาลนี้ได้ใช้ปรัชญานี้ บางครั้งเราก็เรียกว่า นักเรียนเป็นศูนย์กลาง พี่น้องครูบาอาจารย์คือคนในครอบครัวครับ อันนี้ปรัชญานี้ก็ได้กระจายมาในเรื่องอื่น ๆ ทุกเรื่องนะครับ เช่น เรื่องของการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอยากจะให้มีเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมครับ วันนี้มีโรงเรียนเอกชน ๔,๐๐๐ แห่ง สพฐ. ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ผมก็ได้ขอให้คณะรัฐมนตรีแล้ว ก็สภาผู้แทนราษฎรให้ช่วยดูแล วันนี้ระบบตอบแทนต่อครูโรงเรียนเอกชนที่เราสัญญากับเขา ไว้ยังน้อยกว่าตอบแทนโรงเรียนรัฐบาล เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเอกชนก็มีจํานวนมากครับ ๖๐ กว่าแห่งครับ มหาวิทยาลัยในจํานวน ๑๐๐ กว่าแห่งเอกชนก็มีมาก ซึ่งมากจนกระทั่ง แข่งขันจนอาจจะมีความเสียหายได้ ส่วนนี้ก็ได้กราบเรียนไว้นะครับ
สําหรับคําถามท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เรื่องของการกําหนดคุณภาพการศึกษาต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็ได้ทําตามที่ท่านเคยทํามา แต่เราไม่ได้เรียก เรียนฟรี เป็นเพราะว่าบางส่วนผู้ปกครอง เขาจ่ายเพิ่มในส่วนที่เหนือกว่าพื้นฐานนะครับ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกครับ ในเรื่องของ ความสงสัยการเข้าสู่เออีซี ก็คือการเข้าสู่การเป็นระบบเศรษฐกิจร่วมกันในปี ๒๕๕๘ กระทรวงศึกษาธิการได้ของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรไว้ หลัก ๆ ครับ ก็คือจะให้ เด็กไทยได้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เดิมเขาบอกว่าให้สอนภาษาอังกฤษในเชิง แกรมม่า (Grammar) นั้นพูดไม่ได้ครับ แล้วก็ได้เคยมากราบเรียนท่านกรรมาธิการว่าเราจะเอาเนทีฟ สปีกเกอร์ (Native speaker) เข้ามาเลยครับ แล้วเราก็จะจ่ายเงินจ่ายทองเขาบางส่วน ประมาณปลายเดือนนี้ผมก็จะไปที่ประเทศอังกฤษคุยกับบริติช เคานซิล (British Council) นักเรียนที่กําลังเรียนปริญญาตรีเป็นเนทิฟ สปีกเกอร์เป็นคนอังกฤษเข้ามา ๔,๐๐๐ คน แล้วเราก็ดูแลค่าใช้จ่ายขั้นต่ํา แล้วสอนไปทั่วหมดนะครับ เป็นอิงลิช สปีคกิ้ง (English speaking) เช่นเดียวกันที่มาแล้วก็ครูจีน เขามีสํานักงานชื่อว่า ฮั่นปั้น ครูจีนก็จะมาสอน ทั่วประเทศเลย ให้สามารถพูดภาษาจีนได้ วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายได้ไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนของเรา โดยเฉพาะโรงเรียนที่เรียกว่า เวิลด์คลาส (World class) มาตรฐานโลก ๒๘๐ แห่ง ก็จะเห็นได้ว่า มีนักเรียนพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเรานะครับ คือผมไปพูดภาษาอังกฤษดีกว่าผม หลายคนนะครับ จนกระทั่งบางทีเราไม่กล้าตอบไป เพราะภาษาอังกฤษเราแย่กว่า ภาษาจีน ภาษาเวียดนาม ภาษาพี่น้องเพื่อนบ้านดีขึ้นมากครับ ดังนั้นก็กราบเรียนท่านทั้งหลายครับว่า อยากจะขอให้ได้ดูแล โดยต่อไปนี้โรงเรียนจะไปจ้างเอง และเราก็จะอุดหนุนเงินงบประมาณไป ก็คิดไว้ว่าจะขอเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท สําหรับครูภาษาอังกฤษนะครับ
มีเรื่องหนึ่ง ที่มีการประท้วงกันอยู่แถวหน้าทําเนียบรัฐบาล ซึ่งวันนี้เลิกไปแล้วครับ อยากเรียนพี่น้องทั้งหลายว่าเราก็เห็นใจเด็ก ๆ ที่ไม่สามารถเข้าเรียนได้ เป็นเพราะว่า ระเบียบใหม่นี้ คือบอกว่าให้รับนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ขึ้น มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของโรงเรียนนั้น แล้วก็อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ให้สอบแข่งขันถ้าไม่ได้ อันนี้เป็นระเบียบที่มาจาก สมัยท่านชินวรณ์แล้วนะครับ ผมไม่ได้แก้ไขอะไร ทีนี้นักเรียนเหล่านั้นเขาสอบเข้าไม่ได้ ก็มีคนหลายคนก็ไปร่วมด้วยช่วยกัน มีถ่ายในหน้าหนังสือพิมพ์เยอะแยะ ก็เลยรู้สึกว่าจะมี มือที่สามเข้าไปแทรกกันเยอะแยะ ผมก็เลยกราบเรียนว่าอย่าเป็นกังวลนะครับ ของเรา ยังรักษาระเบียบปฏิบัติอยู่ในทุก ๆ ที่ ก็ได้กราบเรียนพี่น้องผู้ปกครองแล้วว่าเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน โรงเรียนที่นักเรียนอยากเข้ามาก ๆ มี ๖ โรงเรียน มีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยา โรงเรียนสตรีวิทยา โรงเรียนบดินทรเดชา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยเหล่านี้นะครับ ต่อไปเราก็จะขยายโรงเรียนเหล่านี้ให้มากขึ้นนะครับ เพราะว่าโรงเรียนว่าง ๆ เรามีเยอะครับ ทีนี้นักเรียนอาจจะไม่แน่ใจในแบรนด์ในชื่อ เราก็จะให้ ผู้อํานวยการคนนั้นไปขยาย เพราะฉะนั้นก็จะกราบเรียนพี่น้องว่าเหมือนร้านอาหารที่ดีนะครับ ก็ควรขยายให้กว้างขึ้น ร้านอาหารที่ไม่ค่อยดีก็เล็กลงไป สิ่งเหล่านี้ก็ได้แก้ไข แล้วก็พี่น้อง ผู้ปกครองก็พึงพอใจก็กราบเรียนท่านทั้งหลายไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญ ท่านจุรินทร์ครับ เดี๋ยวท่านจุรินทร์ยกมือก่อน
ผมขอนิดเดียวครับ เพราะถ้าไม่พูด เสียหายนะครับ เพราะผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าจริง ๆ ทุกประเด็น ผมก็ชอบนโยบาย ของท่าน แต่ว่าประเด็นส่วนที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ ผมคิดว่าถ้าเกิดท่านไม่พูดให้ชัด ทําให้ คนเข้าใจผิดได้ ที่ท่านพูดในเรื่องกรณีเด็กโรงเรียนบดินทรเดชาที่ไปประท้วงในเรื่องที่ โรงเรียนไม่รับเข้าเรียน เช่นเด็กที่เขามีกิจกรรมและ ผอ. รับปากเด็กว่าจะให้เข้าเรียน ในที่สุด ไม่ได้เรียน ส่วนหนึ่งนะครับ ทีนี้เด็กก็ไปประท้วงเพราะว่า ผอ. พูดไม่เป็นคําพูด ใช่ไหมครับ เท่าที่ผู้ปกครองได้ชี้แจงให้พวกผมรับทราบ ทีนี้ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของมือที่สาม เป็นเรื่องการเมือง ซึ่งผมกราบเรียนว่าผมเสียใจมาก เพราะเรื่องเหล่านี้ท่านรัฐมนตรีไม่ควร จะพูดว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องแสวงหา
คืออาจารย์ประกอบครับ ท่านเพียงแต่บอกว่ามือที่สาม แต่ไม่มีเรื่องการเมืองนะครับ
ใช่ครับ คนเข้าใจผิดตรงนี้ครับ คําว่า มือที่สาม คือใคร ถูกไหมครับ จริง ๆ อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีน่าจะพูดให้ชัดเจนครับ ว่ามือที่สามคือใคร ประเด็นตรงไหน เพราะว่าผมกับท่านรัฐมนตรีมีความคิดตรงกันครับว่า กฎเกณฑ์กติกาต้องเป็นไปตามนั้น ถ้าเกิดว่าเราเปลี่ยนแปลงมากเกินไปมันเกิดโกลาหล ทั้งประเทศก็เห็นด้วยกับท่านนะครับ เพียงแต่ว่าที่ท่านบอกว่ามือที่สามนั้น กลัวคนเข้าใจผิด เพราะวันแรกท่านบอกว่าการเมืองอยู่เบื้องหลังนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านต้องชี้แจง ให้ชัดเจน มิฉะนั้นแล้วจะเกิดความเสียหายครับผม
เชิญท่านจุรินทร์ครับ ท่านรัฐมนตรีคอยตอบทีเดียวเลยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ สอบถามท่านรัฐมนตรี ๒ คําถามเท่านั้นละครับ กรณีคําถามที่ประสงค์ จะสอบถามท่านรัฐมนตรีจะตอบหรือไม่ก็ได้นะครับ เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแท็บเล็ต เนื่องจากว่าปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ตั้งงบประมาณไว้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทโดยประมาณ แล้วก็ปี ๒๕๕๖ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ตั้งงบประมาณไว้ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับในการ จัดซื้อ คําถามก็คือว่า
เมื่อสักครู่ผมฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจง ท่านได้ตอบคําถามเรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ต ว่าในการจัดซื้อนั้น ใช้วิธีการจัดซื้อจากประเทศจีน ซึ่งแบบจีทูจี เพื่อป้องกันการครหาว่า มีนอกมีใน เพราะฉะนั้นการจัดซื้อด้วยวิธีจีทูจีจึงมีความโปร่งใส คําถามก็คือถ้าการจัดซื้อด้วย วิธีจีทูจีคือรัฐบาลต่อรัฐบาลมีความโปร่งใส ทําไมในการจัดซื้อในที่สุดจึงต้องเปลี่ยนจากระบบ จีทูจีหรือรัฐต่อรัฐมาเป็นระบบแบบเอ็มโอยู เหมือนกับที่ปรากฏเป็นข่าว นี่คือคําถามที่ ๑ ครับ
คําถามที่ ๒ ก็คืองบประมาณในการจัดซื้อแท็บเล็ตของปีนี้ ไม่ใช่งบที่เรากําลังพูด เพราะเป็นงบปีหน้านะครับ เป็นงบประมาณที่ตั้งไว้ที่กระทรวงศึกษาธิการ แต่ทําไมเวลาซื้อจริง ไปให้กระทรวงไอซีทีเป็นผู้จัดซื้อ ถ้าจะให้เหตุผลว่าเพราะกระทรวงไอซีทีเป็นผู้ที่รู้เรื่อง เทคโนโลยีดี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่าต่อไปโดยแนวทางที่จะต้องปฏิบัติ ก็คือ งบประมาณในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี จะต้องให้กระทรวงไอซีที เป็นผู้จัดซื้อกระทรวงเดียวทั้งหมดใช่หรือไม่ งบของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป กระทรวงไอซีที ก็จะซื้อ หรืองบของกระทรวงอื่น ๆ ทุกกระทรวงถ้าเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีก็จะเป็นเรื่องที่ กระทรวงไอซีทีจะเป็นผู้จัดซื้อใช่หรือไม่ การที่จัดให้งบกระทรวงศึกษาธิการไปให้กระทรวงไอซีทีซื้อเที่ยวนี้เป็นความประสงค์ของ กระทรวงศึกษาธิการหรือเป็นความประสงค์ของกระทรวงไอซีที หรือเป็นความประสงค์ของ ใครกันแน่ อันนี้ก็คือสิ่งที่ถ้าจะมีคําตอบก็จะช่วยให้เกิดความชัดเจนขึ้นในประเด็นทั้งหมดนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านจะตอบ ไหมครับ เชิญครับ
ขอขอบคุณ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ
เรื่องที่ ๑ งบปี ๒๕๕๕ ความจริงเราตั้งไว้ ๑,๑๐๐ ล้านบาทเองครับ แต่ว่า เราไปปรับเปลี่ยนขอรายการอื่น ๆ เราก็สามารถจัดได้ประมาณ ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท ของกระทรวงศึกษาธิการนะครับ มีหน่วยงานอื่น ๆ อย่าง กทม. พัทยาอะไรต่าง ๆ รวมมาแล้วท่านจะเห็นตัวเลขประมาณสัก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ปีใหม่นี้ก็จะขอซื้อ ประถมศึกษาปีที่ ๑ กับ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ จะซื้อประมาณ เดือนพฤศจิกายนนะครับ แล้วก็เข้าใจว่าได้คํานวณเผื่อไว้ว่าให้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้น ซึ่งราคาต่อหน่วยมันเพิ่มขึ้นนะครับ ขอไว้ประมาณที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าทําไมไม่จีทูจีตามที่ได้พูดไว้นานแล้ว ปัญหาเหมือนกับ ทุกประเทศนะครับ เวลาเราเข้าใจว่าจีทูจีคือแบบนี้ แต่ของประเทศจีนเข้าใจคนละแบบ แล้วก็รัฐบาลจีนเขาไม่สามารถที่จะไปค้ําประกันบริษัทที่ขายเขาแล้วรัฐบาลจีนก็ไปรับผิดชอบ เช่นเดียวกันเราก็คงไม่สามารถที่จะค้ําประกันเวลาใครมาซื้อเครื่องปรับอากาศ และเราก็บอกว่า ต้องซื้อบริษัทนี้แล้วรัฐบาลไทยจะค้ําประกันทํานองเดียวกัน ก็เลยด้วยความพยายาม ก็เลยใช้เอ็มโอยู ที่เซ็นกับกระทรวงต่างประเทศเป็นเอ็มโอยูใหญ่ แล้วก็อันนี้เป็นเอ็มโอยู อันเล็กอันหนึ่งที่มาซื้อในแท็บเล็ตอันนี้นะครับ
เรื่องที่ ๓ ทําไมให้ไอซีทีซื้อนะครับ ก็เรียนอย่างนี้ครับ ก็คืองบมันกระจาย ตามที่ต่าง ๆ แล้วเดิมก็มีข้อครหาในกระทรวงศึกษาธิการอยู่เดิมก่อนผมเข้ามาอยู่แล้วว่า ซื้ออะไรมันจะมีปัญหาเต็มไปหมดนะครับ เราก็เลยตัดปัญหานี้ให้ไปซื้อที่แหล่งเดียวกันแล้ว ซื้อที่โปร่งใส ถามว่าปีใหม่นี้จะทําอย่างไร ปีใหม่ก็จะขอ ครม. แล้วแต่พิจารณาผมก็คิดดัง ๆ ตอนนี้ก็คือก็ซื้อเองอาจจะประมูล อีออกชัน (e-Auction) ในประเทศให้มันโปร่งใสไปเลย เป็นย่อ ๆ เป็นราย ๆ ไปอะไรต่าง ๆ นี้ก็เป็นไปได้ หรือถ้ามีแนวคิดเรื่องของซื้อผ่านประเทศ ที่สําคัญ รู้สึกว่าทูตประเทศอินเดียก็มาบอกผมแล้วว่าไม่ใช่มีแต่ประเทศจีนเท่านั้นหรอก เครื่องราคาเท่านี้ ของประเทศอินเดียก็มีนะครับ ก็ได้กราบเรียนไปตามข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับ
เรื่องของท่านประกอบครับ ก็มันมีอย่างนี้คือไม่ได้ว่าใคร อย่างนี้มีรูปคน ที่ลงหนังสือพิมพ์กันใหญ่นะครับ เขาบอกว่าเขาเป็นที่ปรึกษาอะไรเข้ามาเยอะแยะ ผมก็ได้ทํา ๒ ประการเมื่อเช้าวันนี้นะครับ
อันที่ ๑ คือตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ผู้อํานวยการท่านนี้ชื่อสุวัฒน์ เขาเป็นมานานแล้วนะครับ แล้วก็ผู้ปกครองมาบ่ายวันนี้ก็มาเจอผม ทุกคนให้กําลังใจ ดอกเตอร์สุวัฒน์กันใหญ่ คืออยากจะให้ดูแลคนดี ให้กําลังใจคนดีนะครับ เพิ่งมาเมื่อตอนบ่าย นี่นะครับ ตอนนี้ก็กราบเรียนว่าอย่างไรก็ตามมีผู้ร้องมานี่ ผมก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ข้อเท็จจริง แล้วก็ขอให้ร้องมาอีกเลยครับ มาที่กระทรวงศึกษาธิการจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน ให้หมด
อันที่ ๒ ผมตั้งคณะกรรมการเยียวยา ให้ร้องมาทุกที่เลยครับ คือถ้าโรงเรียนไหน ผิดระเบียบตรงไหน โดยเฉพาะเรื่องผู้มีอุปการคุณตามรูปแบบเป็นหลักของสํานักงาน สพฐ. อยู่แล้วนะครับ มีมาหลายสมัยแล้ว ท่านอดีตรัฐมนตรีหลายท่านคงทราบว่ามี ผู้มีอุปการคุณ แต่เขาต้องประกาศให้โปร่งใสหมดครับ คือเด็กที่มาร้องเขามาบอกว่าบางทีเขาก็อยู่ในนี้ทําไม เขาไม่ได้ ก็ถามอาจารย์เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้เอาทุกคนเขาจัดระเบียบมาอย่างนี้ แต่ผมก็จะ สอบสวนตั้งคณะกรรมการเยียวยาให้ครบถ้วนในทุกที่นะครับ แต่ว่าระหว่างนี้ก็พยายาม พานักเรียนเหล่านี้ไปโรงเรียนที่เรียกว่าคู่พัฒนานะครับ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เต็มครับ แล้วก็พาไปดู โรงเรียนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ในขณะเดียวกันปีหน้าจะขยายโรงเรียนเวิลด์คลาส ออกไปนะครับ ขอบพระคุณท่านครับ
ติดใจใช่ไหม อาจารย์ประกอบ
ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นิดหน่อย เท่านั้นเองท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าเรื่องกรณีที่เด็กบดินทรเดชามาประท้วง ผมเข้าใจว่าเป็นความเดือดร้อนของเด็กจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ตําหนิท่าน ผอ. เพราะผมทราบว่า ท่าน ผอ. เป็นคนดี เพียงแต่ว่าหลังจากเด็กมาประท้วงแล้ว ท่านรัฐมนตรีบอกว่าการเมือง อยู่เบื้องหลัง ทีนี้พอการเมืองคงคิดได้ว่าอาจจะเป็นการเมืองของพรรคฝ่ายค้านหรือเปล่า หรืออย่างไร และเมื่อสักครู่ท่านบอกว่ามือที่สามและท่านเอาภาพมา ผมก็มองไม่ออกว่า ภาพอะไร อยากให้ท่านพูดชัด ๆ นะครับ เพราะผมกราบเรียนว่าปัญหาทุกข์ร้อนของเด็ก ของผู้ปกครองไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง และไม่ควรเอาการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้ปัญหานี้เป็นปัญหาที่บริสุทธิ์เราจะได้แก้ปัญหากันได้ เพราะฉะนั้น ฝากรบกวนท่านรัฐมนตรีนะครับว่าภาพที่ท่านคิดว่ามือที่สามเป็นใคร เพราะเราจะได้ช่วย ขจัดกันครับ ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้การเมืองเข้ามาแทรก และในที่สุดมันเกิดความเสียหายในภาพของ การศึกษานะครับ ผมอยากให้เป็นปัญหาของนักเรียน ของผู้ปกครองจริง ๆ และเราหาทาง ที่จะช่วยเหลือเยียวยา เพราะว่าเป็นความทุกข์ร้อนของเด็กจริง ๆ ท่านครับ
คือท่าน ไม่ได้บอกเรื่องการเมืองนะครับ ผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ ท่านตอบไหมครับท่านรัฐมนตรี ถ้าไม่ตอบ ก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจง
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงนิดเดียวนะครับ ๒ วัน ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมได้สดับฟัง ๒ วันที่ผ่านมา ซึ่งมีประเด็นคําถามบางคําถามเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความสนใจในการพิจารณาเรื่องงบประมาณตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วก็วันนี้ ผมอยากจะขอตอบสั้น ๆ ใช้เวลาเพียงนิดเดียวกับความห่วงใยของท่านสมาชิก ศุภชัย ใจสมุทร ที่ท่านได้มีการอภิปรายไว้ว่ามีการปรับลดเรื่องงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว แล้วก็จะส่งผลกระทบต่อการดําเนินการอย่างไร งบประมาณมาใช้สําหรับนโยบายให้มีการใช้ ยาสมุนไพร แพทย์สมุนไพรในการบริการสาธารณสุขนั้นจะเป็นอย่างไร แล้วก็เรื่องของการ เตรียมความพร้อมในการรองรับเออีซี ผมใคร่ตอบนะครับว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็เรียนตามตรงว่าแม้งบประมาณที่รัฐบาลมีจํากัด ที่ผ่านมาการบริหารการจัดการในเรื่องของ การดูแลเรื่องหลักประกันสุขภาพนั้น รัฐบาลเองโดยมอบหมายให้ผมนั้นได้ดําเนินการ ในส่วนของ รายหัวนั้นก็ยังไม่พบปัญหาใดตอนนี้ ก็พยายามที่จะในเชิงป้องกัน เราเน้นเรื่องการป้องกันนั้น เป็นหลัก ส่วนการรักษาพยาบาลที่เราพบว่าตัวเลขในการรักษาตอนนี้ยังสามารถที่จะควบคุมได้ เพราะฉะนั้นในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรี จะต้องดําเนินการเพื่อที่จะนําพาการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนให้ได้ อันนี้ผมขอกราบเรียน แล้วก็ขอขอบคุณในความห่วงใย
ต่อเรื่องของการใช้แพทย์แผนไทย ก็เรียนให้ทราบนะครับ เนื่องจากว่า แพทย์ทางเลือกหรือแพทย์แผนไทยนั้น ผมได้บูรณาการโดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลต้องการให้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในโลกเรามีหลายประเทศที่เขานําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ หรือแพทย์ ทางเลือกของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศศรีลังกา ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า ซึ่งประเทศพม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่พัฒนาไปได้ดี แต่เราเองตอนนี้เราก็มีภูมิปัญญา ตั้งแต่โบราณปู่ย่าตายาย รวมถึงพระราชบัญญัติการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์ แผนไทยที่ได้ออกโดยสภาแห่งนี้ไป ผมคิดว่าถ้าได้บูรณาการแล้วจะทําให้เป็นทางเลือกให้ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสส่งเสริมให้แพทย์แผนไทยนั้นดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะพี่น้องอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคอื่น ๆ นะครับ และมีงานวิจัยที่ผมได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม ได้ดําเนินการ โดยเฉพาะงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนําตัวยาสมุนไพรมาพัฒนาเพื่อให้เป็น ยาสําคัญที่สามารถใช้รักษาพยาบาลได้ โดยเฉพาะเรื่องของโรคมะเร็งซึ่งเป็นปัญหาสําคัญ
ต่อท่านชินวรณ์ที่มีความห่วงใย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับว่าทําไมรัฐบาล ถึงกลับมาเก็บเรื่อง ๓๐ บาท เพราะฉะนั้นการร่วมจ่าย ๓๐ บาทนั้นเป็นนโยบายตั้งแต่ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้นํานโยบายตัวนี้มาใช้กับพี่น้องคนไทย แต่ว่าเมื่อบริบทมันเปลี่ยน และเราจะกลับมาใช้เราก็ต้องคํานึงถึงการดูแลเรื่องของคุณภาพให้เป็นหลัก แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ปัจจุบันนั้นเจ็บป่วยฉุกเฉินเราสามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนโยบายในเรื่องของการร่วมจ่ายนั้นเราไม่ได้เก็บกับประชาชนทุกคน เด็กอายุ ๐-๑๒ ปีก็ไม่ได้เก็บ อสม. ก็ดี หรือผู้สูงอายุที่เกิน ๖๐ ปีไปแล้วก็ไม่ได้เก็บในส่วนนี้ หรือผู้ที่ยากจนก็ไม่ได้เก็บนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ยังยืนยันนะครับว่านโยบายที่เราได้ ประกาศไว้กับพี่น้องประชาชนนั้น พรรคเพื่อไทยก็ขอดําเนินการในนโยบายต่อ ขอบคุณ ท่านปวีณ แซ่จึง ที่ท่านได้มีการอภิปรายไว้ แล้วก็เห็นด้วยที่เราสอดรับในนโยบายไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลที่ผ่านมาหรือรัฐบาลปัจจุบันในเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล หรือเรื่องที่ ผมเองได้มาประยุคแล้วก็ดําเนินการเรื่องโครงการใกล้บ้านใกล้ใจ ที่ทําให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปโรงพยาบาลใหญ่ เดี๋ยวนี้สามารถดูแลเรื่องเบาหวาน ความดัน เราใช้ระบบเทเล-เมดิซีน (Telemedicine) มาช่วยในการดูแลให้คําปรึกษา เพราะฉะนั้น ๑ ตําบล มีแพทย์ให้คําปรึกษา ส่วนนี้ผมยอมรับนะครับว่าปัจจุบันแพทย์ขาด พยาบาลก็ขาด แต่เราก็ต้องพัฒนาเพื่อให้รองรับกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทําให้เรา ช่วยให้คําปรึกษาพี่น้องประชาชนได้นะครับ ท่านนุกูล ท่านวิรุฬห์ แล้วก็ท่านชะวรลัทธิ์ โดยเฉพาะที่ได้แสดงความคิดเห็นไว้ทั้ง ๓ ท่านนั้นก็เห็นด้วยในเรื่องของโครงการที่รัฐบาล ได้ดําเนินการ มีบางประเด็นที่อยากจะฝากไว้โดยเฉพาะการประสานงานกับฝ่ายเกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชน ในเรื่องของภาคใต้ ผมเรียนตามตรงว่าปัจจุบันนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้มีอีกหลายโครงการใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม โดยเฉพาะเรื่อง บําบัดยาเสพติดผมได้ดําเนินการในส่วนนี้โดยคืนบุตรหลานให้กับอ้อมกอดของพ่อแม่ สําหรับ บุตรหลานที่ติดยาเสพติดเราได้มีโครงการบําบัดยาเสพติดโดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และใช้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล เครือข่ายพี่น้อง อสม. ช่วยกัน ซึ่งดําเนินการไปด้วยดี แล้วก็ยังมีเรื่องของสนับสนุนโครงการอาหารฮาลาล ในโรงพยาบาล ฮาลาลสุขภาพที่ได้ดําเนินการไปหลายโครงการ ต่อท่านวิฑูรย์ นามบุตร ที่แสดงถึงความห่วงใยว่าในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็คือการเบิกจ่าย งบประมาณ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้นะครับว่าเราจัดทํา งบประมาณรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้จัดทํางบประมาณแล้วสภาแห่งนี้ได้ผ่าน และตราเป็นพระราชบัญญัติในเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมครับ ผมเรียน ตามตรงนะครับ หลังจากทําทีโออาร์ (TOR) ประกาศ แล้วก็ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี้ก็เป็นสิ่งที่หืดขึ้นคอจริงอย่างท่านว่า แต่ว่าด้วยปีงบประมาณ เรามาจัดทํากันแล้วก็มีพระราชบัญญัติสามารถดําเนินการได้ในเดือนมีนาคม เพราะฉะนั้น ผมถือว่าตรงนี้ถ้ายืนยันว่าถ้าเป็นโครงสร้างการก่อสร้างขนาดใหญ่นั้น ก็สามารถที่จะ ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ แต่เรื่องเบิกจ่ายอาจจะต้องมีการกันเงินหรือว่าเพื่อที่จะ ดําเนินการเร่งรัดในการก่อสร้างใหญ่ ๆ ก็ทําได้เต็มที่ แต่ว่า ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ในส่วนที่ท่าน ห่วงใย ผมยืนยันว่าถ้าไม่ใช่งบประมาณก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เป็นงบด้านอื่น ๆ นั้น ก็สามารถที่จะดําเนินการได้ทัน อันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็เร่งรัดอยู่แล้วเพื่อที่จะให้ เบิกจ่ายใช้ได้ทัน
สําหรับท่านอื่น ๆ ก็คงจะเป็นการสนับสนุนในนโยบาย เช่น ท่านวิสาระดี ท่านมนู พุกประเสริฐ ที่ท่านฝากไว้ว่าผู้สูงอายุว่าจะทําอย่างไร ปัจจุบันนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้ดําเนินการในโครงการสําหรับผู้สูงอายุในเรื่อง ๗๐ ปีไม่มีคิว อันนี้ก็เป็นโครงการที่เรา ให้บริการกับผู้สูงอายุซึ่งเป็นปีที่รองรับผู้สูงอายุมากขึ้นในทั่วโลก แต่ว่าในประเทศไทยสําหรับ กระทรวงสาธารณสุขได้ดําเนินการโครงการเหล่านี้นะครับ แล้วก็อีกสิ่งหนึ่งที่เราเริ่มสําหรับ ความห่วงใย สําหรับโรคมะเร็งที่ท่านเป็นห่วงก็เรียนตามตรงว่าเราได้รับเรื่องเดียวกันจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็คือเรื่องของการที่ดูแลอาหารสุขภาพ ซึ่งคิดว่าถ้ากระทรวงได้ดําเนินการ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีช่วยดูแลเรื่องของอาหารที่ปลอดภัยก่อนที่จะให้ประชาชนบริโภคผมยืนยันนะครับ ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการลดเรื่องของโรคมะเร็ง แล้วก็โรคเบาหวาน ความดัน สําหรับท่านอื่น ๆ ผมก็ขอขอบคุณท่านศิรสิทธิ์จากปากช่อง โคราช ได้แสดงความคิดเห็นและผมขอรับในส่วนของ การเพิ่มเงินให้กับ อสม. ก็เห็นตรงกันนะครับ แล้วผมคิดว่าสภาแห่งนี้ก็คงจะเห็นด้วย แต่ว่าในโอกาสที่เหมาะสม ผมได้กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้วว่า อสม. ได้รับเงิน เพียง ๖๐๐ บาท แต่ปัจจุบันนั้นกระทรวงสาธารณสุขโดยมอบหมายให้พี่น้อง อสม. นั้น ได้ดูแลคัดกรองป้องกันโรคต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน การรณรงค์เรื่องอาหาร สุขภาพ แม้กระทั่งเรื่องภัยพิบัติ เราใช้ อสม. อย่างมาก วันนี้ผมก็เห็นว่า อสม. นั้นควรจะ ได้รับเงินส่วนเพิ่มสัก ๔๐๐ บาทก็คงจะไม่ยาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ขอขอบคุณท่านศิรสิทธิ์ แล้วก็จะนําเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้วก็หาทางที่จะดําเนินการให้เป็นไปได้ว่าเพิ่ม ๔๐๐ บาท ผมคิดว่าถ้าสภาแห่งนี้จะสนับสนุนด้วยก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีสําหรับพี่น้อง อสม. ขอบคุณท่าน มนพร ขอบคุณพรเพ็ญ และทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น ผมยังรอรับฟังอยู่ ถ้าหากมีประเด็น ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี ชัจจ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธาน ผม พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีท่านสมาชิกได้อภิปรายถึงงบประมาณในการดําเนินการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ เรื่อง การรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็จตุจักร ผมใคร่จะเรียนชี้แจงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามที่ท่านได้กล่าวว่ารถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์ นั้นขาดทุนไม่มีผู้โดยสาร ไม่มีคนที่สถานีมักกะสัน น่าจะล่มสลายแน่นะครับ ผมใคร่จะขอชี้แจงว่าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ นั้นเป็นทางรถไฟ ที่เชื่อมต่อออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ วัตถุประสงค์ ความมุ่งหมายเดิมที่ได้จัดสร้างขึ้นก็เพื่อจะ รับผู้โดยสารออกจากสนามบิน แล้วก็รับผู้โดยสารกลางดอนเมืองไปส่งที่สนามบิน ซึ่งจะมี ผู้โดยสารเท่าไรนั้นก็แล้วแต่ ซึ่งการลงทุนนั้นค่อนข้างสูง ผู้โดยสารแน่นอนครับ ปริมาณ ย่อมไม่เพียงพอ ต่อมาทางการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งได้รับผิดชอบดูแล ก็ได้จัดเป็น ๒ ระบบ คือ
ระบบด่วน คือวิ่งออกจากสถานีมักกะสันไปสถานีสุวรรณภูมิ โดยไม่แวะหยุด ที่สถานีใดเลย ใช้เวลา ๑๕ นาที
แล้วก็อีกแบบหนึ่ง คือรถไฟวิ่งแบบรถไฟชานเมือง หรือซิตี้ ไลน์ City line) ซึ่งจะมีการจอดตามสถานี ๘ แห่ง ใช้เวลาไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิจะไปหรือจะกลับก็ตาม แต่ละเที่ยวใช้เวลา ๓๐ นาที เมื่อได้รับจัดการเดินรถแบบนี้ ก็ได้รับผู้โดยสารจากตาม สถานีต่าง ๆ ซึ่งตามรายทางในการสัญจรไปมา ปรากฏว่าได้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก เส้นที่ขาดทุนก็คือ เอ็กซ์เพรส เรลเวย์ (Express railway) คือการวิ่งด่วน ๑๕ นาทีในช่วงแรก แล้วก็ไม่มีผู้โดยสารเพียงพอ ดังนี้ผู้โดยสารก็ยังน้อยอยู่ แต่เมื่อดูจากวัตถุประสงค์เดิม จุดมุ่งหมายเดิมที่สร้างรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์ นี้ขึ้นก็เนื่องจากผู้โดยสารโดยไม่ต้องคํานึงถึง ต้นทุน กําไร เพราะว่าเป็นการบริการเชื่อมต่อจากสนามบินเพื่อให้สนามบินนั้นเป็นสนามบิน ที่ทันสมัย ซึ่งทั่วโลกถ้าเผื่อไม่มีรถไฟฟ้าที่วิ่งออกจากสนามบินนั้นจะได้รับการประเมินค่า ว่าเป็นสนามบินที่ตกต่ํา แล้วก็คะแนนต่ํามากนะครับ ซึ่งเป็นที่เสียชื่อเสียงของสนามบินไปด้วยนะครับ ธรรมชาติของรถไฟนั้นมันต้องมีก่อน มีรถก่อน ลงทุนก่อน วิ่งจนกระทั่งประชาชนได้เห็นว่ามีคุณค่า และได้อพยพมาอยู่ใกล้ จึงมาใช้ทาง อันนี้เป็นธรรมชาติของรถไฟ ท่านจะเห็นว่ารถซึ่งวิ่งอยู่กลางเมือง รถบีทีเอส วิ่งมา ๑๓ ปีแล้ว ปรับโครงสร้างหนี้ ๒ ครั้ง ถ้าไม่ปรับโครงสร้างหนี้ก็ถึงกับเจ๊ง แต่ขณะนี้ เมื่อวิ่งมาครบ ๑๓ ปี ขณะนี้เริ่มมีกําไร เพิ่งจะเริ่มมีกําไร รถไฟฟ้าสายบีเอ็มซีแอล (BMCL) หรือ รฟม. ขณะนี้วิ่งมาก็ยังขาดทุนอยู่ ปีหนึ่งขาดทุนประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ทางผู้ที่ได้ วางแผนในการสร้างรถไฟแอร์พอร์ต เรลลิงก์นี้ได้ประเมินไว้แต่แรกแล้วละครับ วางแผนทาง การเงิน บริษัทรถไฟฟ้า รฟท. จํากัด จะขาดทุนถึง ๕ ปี ปีแรกคือปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเริ่มดําเนินกิจการ ก่อนหน้านั้นเป็นการให้ทดลองวิ่ง และให้โดยสารฟรี เมื่อปีที่แล้วขาดทุน ๑๙๗ ล้านบาท ตามแผนทางการเงินก่อนสร้างนะครับ ในปีนี้ ๒๕๕๕ จะขาดทุน ๓๓๙ ล้านบาท ปีหน้า ปี ๒๕๕๖ ยิ่งหนักใหญ่ คือขาดทุนถึง ๔๒๗ ล้านบาท ปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นปีที่ ๔ ขาดทุน ๑๙๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๘ จะขาดทุนเหลือ ๒๗ ล้านบาท และปี ๒๕๕๙ จะทํากําไรได้ ๑๖๗ ล้านบาท แผนการนี้เป็นค่อนข้างจะใกล้เคียงความจริงครับ แต่ขณะนี้ที่เดินรถอยู่ก็ปรากฏว่ามีรายได้ เฉลี่ยดีกว่าที่แผนกําหนดไว้เล็กน้อยเราคงขาดทุนไม่ถึง ๓๓๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ นี้ครับ คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี เพราะผู้โดยสารนั้นเริ่มมากขึ้น วันหนึ่งรถที่วิ่งจะมีผู้โดยสารประมาณ ๕๐,๐๐๐ คนในวันธรรมดา และวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็จะมีประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ก็เป็นอันว่า มันสูงกว่าประเมินเล็กน้อย ก็มีรายได้ขาดทุนน้อยกว่าที่ประเมินไว้หลายล้านบาทเหมือนกัน ตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายและได้ถ่ายภาพมา เห็นว่าสถานีนั้นปราศจากผู้คน ว่างเปล่า ขอเรียนว่าขณะนี้เป็นอีกขณะที่ระหว่างปิดเทอม ผู้โดยสารน้อยลงอยู่ แต่ถ้าเผื่อท่านไปดูตอน เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา หรือตอนเย็น เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ท่านจะพบว่ารถไม่พอให้ผู้โดยสารขึ้น หลายคนที่ขึ้นไม่ได้ แล้วก็ต้องรอขบวนต่อไปอีก ๑๕ นาที ซึ่งอันนี้เป็นที่น่าเสียดายอยู่ ถ้าเผื่อเราจะได้บริการให้มีรถวิ่งมากกว่านี้ ขณะนี้รถที่วิ่งเป็นซิตี้ ไลน์หรือรถไฟชานเมืองนั้น ซึ่งจอดทุกสถานีนั้นมีรถใช้งานอยู่ ๕ คัน เรายังต้องการเพิ่มขึ้นอีก ขณะนี้กําลังดําเนินการ จัดซื้ออยู่เพื่อมาเสริม เพื่อให้ประชาชนจะได้ใช้ แล้วก็การรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วยครับ คงจะเรียนได้ขณะนี้ว่า ไม่ได้ผิดไปตามแผนเดิมที่มีอยู่ และผู้โดยสารยังมีอยู่วันละ ๕๐,๐๐๐ ราย ๕๐,๐๐๐ คนนะครับ และกําลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของรถไฟ รถไฟเมื่อแรกเริ่มนั้นผู้โดยสารจะไม่มี และจะเพิ่มมาก ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ จนตามขีดความสามารถของรถไฟและความหนาแน่นของ พลเมืองนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องรถไฟตกรางที่ดอนเมืองและที่อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดอนเมืองนั้นก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าขณะนั้นอากาศร้อนมาก รางรถไฟนั้นความร้อนสูงถึง ๕๐ องศาเซลเซียส ย่อมขยายตัวแล้วก็เนื่องจากรางนั้นเก่าก็บิดเบี้ยวนะครับ การตรวจตรานั้น ก็ถือว่าบกพร่องอยู่ต้องยอมรับว่าผู้ที่ตรวจตรานั้นบกพร่อง แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่เผลอไผล และสุดวิสัยอยู่เหมือนกันเนื่องจากอากาศร้อนกะทันหันนะครับ แล้วก็เป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายขึ้น
ส่วนที่อําเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช รถไฟตกรางรถไฟขบวนนั้น มีคนขับกับผู้ช่วยคนขับ ๒ นาย แล้วก็มีผู้ที่อยู่ตรงหัวรถขับรถเครื่องจักร แล้วก็ตู้สุดท้ายคือ ตู้ที่ ๑๙ ก็มีพนักงานดูแลรักษารถ ๒ นายเป็น ๔ นาย แล้วก็ได้ตกรางขึ้นเป็นรถขบวน ๑๗ ตู้ ที่บรรทุกยางพาราจากสถานีบางซื่อจะไปส่งที่ประเทศมาเลเซีย เหตุที่เกิดเนื่องจากขณะนั้น ฝนตก ๓ วัน ๓ คืน ในวันที่ ๒ พนักงานรถไฟซึ่งรักษาทางได้ยังออกสํารวจเส้นทางอยู่ ก็ยังไม่พบสิ่งปกติ เมื่อวันที่ ๓ ตอนเช้าเมื่อรถไฟบรรทุกสินค้ายางพาราไป ๑๗ ตู้ตรงกลางนั้น ก็น้ําหนักมากอยู่ ปรากฏว่าตรงนั้นเป็นช่องเขาที่ลงมาแล้วพอออกจากภูเขาก็เป็นทางลาดลงมา พอลาดลงมาและจะมีเลี้ยวโค้งเล็กน้อย แต่ก็ปรากฏว่ารถไฟนั้นน้ําหนักไปอยู่ตรงโค้งมากไป แล้วก็ถนนทรุดทําให้รถตู้ที่ ๓ ปีนราง รถขบวนนั้นเป็นตู้ของประเทศมาเลเซีย ตู้ของ ประเทศมาเลเซียนั้นเวลาเขาล็อกตู้ต่อกันนั้นมันล็อกแน่นไม่เหมือนกับรถตู้รถไฟไทยที่ถ้าเผื่อ ตกตู้หนึ่งอีกตู้ต่อไปก็อาจจะไม่ตกก็ได้ แต่นั่นเป็นการล็อกแน่นทั้งขบวนก็เลยพากันตกลงไป ทั้งขบวนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่รถไฟได้พยายามซ่อมจนกระทั่งได้รับคําชมเชย จากทางประเทศมาเลเซียว่าสามารถทําได้รวดเร็วมาก แต่รวดเร็วนั้นก็คือใช้เวลาถึง ๓๐ กว่าชั่วโมงกว่าจะกู้รางให้รถวิ่งได้เป็นเหตุให้เสียหาย ทางผมได้กําชับเจ้าหน้าที่รถไฟ ต่อไปนี้ถ้ามีรถไฟตกรางอีก ทางสุดท้ายก็จะต้องพิจารณาโทษทัณฑ์กันแล้วเนื่องจาก ต้องตรวจตรากันอย่างเข้มงวด การตกครั้งหนึ่งนั้นเสียหายก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ เป็นห่วงใยแล้วก็ได้พูดถึงเรื่องนี้นะครับ
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องตลาดนัดจตุจักร เมื่อ กทม. ได้เช่าตลาดนัดจตุจักร มาเป็นระยะเวลานานและมาขณะนี้ กทม. ไม่เช่าต่อ รถไฟไทยจําเป็นต้องเข้าไปบริหาร เนื่องจาก ตลาดนัดนี้เลิกไม่ได้ เป็นตลาดที่คู่บ้านคู่เมืองไปเสียแล้ว เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เป็นวีคเอ็น มาร์เก็ต (Weekend market) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นเลิกไม่ได้ก็จําเป็นต้องเข้าไปดูแล แล้วก็ได้พยายามเอาผู้เชี่ยวชาญประจําตลาดได้เข้ามาดู เข้ามาแนะนําและกําลังจะจัดจ้าง ผู้เชี่ยวชาญตลาดเหล่านี้เป็นคราว ๆ ต่อไป ตามที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้บอกว่าตลาดนัดซบเซา คนไม่มาเดิน ผมได้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วนะครับ เป็นความจริงอย่างที่ท่านว่า แต่ก็น่าเห็นใจแม่ค้าบอกว่าเป็นธรรมดาในฤดูนี้ใกล้เปิดเทอม ผู้ปกครอง เพราะประชาชนนั้น ไม่ค่อยจะมาเที่ยวตลาดนัดซื้อของ เนื่องจากก็คงจะไปดูแลลูกเต้าที่จะต้องเข้าโรงเรียน เป็นอย่างนี้ทุกปีในเดือนพฤษภาคม แต่สังเกตได้ว่าผู้ที่มาเที่ยวตลาดนัดจตุจักรนั้น เป็นชาวต่างชาติ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ และยอดนี้ยังคงยืนหยัดอยู่ คือประมาณ ๓๐,๐๐๐- ๔๐,๐๐๐ คนในวันเสาร์-อาทิตย์นี้นะครับ คนมาตลาดนัดจตุจักรปกติที่แล้วมาตอนปกตินะครับ วันละ ๑๕๐,๐๐๐ คน วันเสาร์ ๑๕๐,๐๐๐ คน วันอาทิตย์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท มีชาวต่างชาติอยู่ ๓๑-๓๒ เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฮ่องกง ประเทศเกาหลี ประเทศจีน เป็นส่วนมากแล้วก็มีฝรั่งอยู่ค่อนข้างมากเหมือนกัน ขณะนี้ตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวก็คือ ลดลงเหลือวันละ ๑๐๐,๐๐๐ คน วันเสาร์ ๑๐๐,๐๐๐ คน วันอาทิตย์ ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งก็ไม่น้อยเลย เพราะชาวต่างชาตินั้นยังยืนหยัดอยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ กว่าคนถึง ๔๐,๐๐๐ คน เหมือนเดิมนะครับ ที่ลดไปก็คือเป็นคนไทยที่ไม่ไปตลาด ตลาดก็ไม่ผิดปกติแต่อย่างใดนะครับ ขณะนี้ตลาดนัด จตุจักรนั้นกําลังจะฟื้นฟูแล้วก็จะก้าวล้ําไปเรื่อย ๆ โดยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เป็นตลาดที่ ทันสมัยยิ่งขึ้น สะดวกสบายยิ่งขึ้น มีความปลอดภัยในการจับจ่ายใช้สอย แต่เดิมนั้นมีโจรกรรม วิ่งราว มีจี้ มีปล้น ในตลาดแต่ละวันเสาร์ แต่ละวันอาทิตย์นั้นไม่ต่ํากว่า ๒๐ รายนะครับ แล้วก็ในวันธรรมดาซึ่งพ่อค้าแม่ค้าจะต้องกลับไป ได้เก็บข้าวของไว้ที่ตลาดนัดจตุจักร ที่โรงพักบางซื่อมีสถิติอยู่ว่ามีของถูกลักขโมยเป็นอันมาก ขณะนี้เหลือวันเสาร์-อาทิตย์ ก็อาจจะเหลือ ๑ ราย ๒ ราย แก๊งค์ (Gang) ที่มาลักทรัพย์ล้วงกระเป๋าก็ดี มาลักสินค้า จากแผงค้าก็ดี ซึ่งมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศเวียดนาม มาจากประเทศไนจีเรีย ก็ไม่มี ปรากฏขึ้น เนื่องจากได้เอาเจ้าหน้าที่เข้าไปทํางานกันอย่างเต็มที่ เรื่องความปลอดภัย เรื่องจี้ ปล้นในนั้นไม่มี ไม่มีมาเป็นหลายเดือนแล้ว ตลาดกําลังจะปรับปรุงถนนหนทางให้ทันสมัย อีกประมาณสัก ๔-๕ เดือน จะเห็นรูปโฉมใหม่แล้วก็จะเห็นว่าตลาดนัดจตุจักรนั้นทุกท่านจะได้เป็น ที่พักผ่อน เป็นที่รื่นรมย์ของประชาชนชาวกรุงเทพฯ และคนทั่ว ๆ ไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านประเสริฐ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอถามคําถามสั้น ๆ ถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมครับ คือ
คนที่ยะลานี้ ประชาชนคนยะลาเขาใช้บริการโดยสารขบวนรถไฟสาย ยะลา-กรุงเทพฯ นะครับ เต็มทุกวันนะครับ ทีนี้มันก็มีปัญหาก็คือเสียเวลาทุกวันครับ วันละ ๓ ชั่วโมง คนจากยะลาจะไปรอขึ้นรถก็เสียเวลา ๓ ชั่วโมง มาถึงกรุงเทพฯ ก็ต้องเสียเวลาอีก ๓ ชั่วโมง เพราะรถมันออกช้าไป ๓ ชั่วโมง มันก็จะเป็นอย่างนี้ทุกวันละครับ แล้วก็รถจาก กรุงเทพฯ กลับไปที่จังหวัดยะลาก็เสียเวลาวันละ ๓ ชั่วโมงครับ ชาวบ้านผู้ใช้บริการรถไฟนี่เขาฝากบอกครับว่าถ้าไม่สามารถบริหารจัดการให้การเดินรถไฟ สายขบวนยะลาให้ตรงต่อเวลาได้นะครับ ขอได้โปรดปรับเวลาเลยครับ ปรับเวลาให้มันตรงไป เลย ๓ ชั่วโมง เพราะชาวบ้านที่จังหวัดยะลานี่เขาต้องไปรับไปส่ง และเขาก็กลัวท่านก็ทราบว่า ปัญหาของจังหวัดยะลาเป็นอย่างไร สภาพปัญหาของบ้านเมืองเป็นอย่างไรนะครับ บางครั้ง ขบวนรถไฟไปเขาไปยืนรอเขาก็กลัวครับ ทําอย่างไรให้ท่านบริหารจัดการรถไฟให้ ตรงเวลาได้ก็ช่วยทําครับ และถ้าทําไม่ได้ก็ขอความกรุณาปรับเวลาให้มันตรงกับความเป็นจริง เพราะเขาไม่ต้องไปรอรถไฟนาน และไม่ต้องไปรอรับนาน นี่ประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ เรื่องความสะอาด อันนี้ก็เขาพูดกันมาตลอดหลายยุคหลายสมัย ท่านก็คงทราบนะครับว่าความสะอาดของรถไฟเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการใช้บริการห้องน้ํา ในขบวนรถไฟนะครับ ช่วยดูแลให้หน่อยครับ ถ้าจะกรุณาตอบได้เรื่องรถไฟที่เสียเวลาได้ก็จะ เป็นพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกจากจังหวัดยะลาที่เคารพ ท่านครับ ผมเข้ามาดูแลรถไฟ เมื่อ ๗-๘ เดือนที่แล้ว ปรากฏว่ารถไฟจนกระทั่งขณะนี้ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไรนะครับ เดี๋ยวขอเวลา นิดเดียวครับ เนื่องจากว่ารถไฟนั้นมีความต้องการหัวรถลากประมาณ ๓๐๐ หัวขึ้นไป จะให้ดี น่าจะประมาณสัก ๓๔๐-๓๕๐ หัว ขบวนรถก็ต้องการเพิ่มอีกประมาณสัก ๒๐๐-๓๐๐ ขบวน ตู้ทั้งอะไรก็แล้วแต่นะครับ ผมเสียใจที่จะต้องพูดเช่นนี้ เนื่องจากนี่คือความจริง รางรถไฟ ทรุดโทรดมาก รถด่วนที่วิ่งมาจากจังหวัดยะลามาถึงกรุงเทพฯ นี่นะครับ วิ่งได้โดยเฉลี่ยแล้ว ประมาณ ๕๐-๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้านอกจากไม่ตรงเวลาแล้วเข้าใจดีครับว่ากว่าจะมาถึง จุดหมายปลายทางนั้นเวลายืดยาวต่อกว่าเดิมอีกมากมายนะครับ ขณะนี้สภาพหัวรถจักรมี ๘๐ กว่าหัว ต้องพูดกันตรง ๆ ครับ ท่านประธานครับว่าหัวรถจักรมีอยู่ ๘๐ กว่าหัวที่ใช้ได้ดี อีก ๔๐ กว่าหัวนั้นซ่อมบ่อยมากครับ ไม่รู้จะเสียเมื่อไร ตู้ขบวนท่านจะเห็นว่าขบวนรถไฟนั้น ขณะนี้เป็นขบวนหลากสี ไม่สามารถจะเป็นขบวนสีฟ้า สีแดง รถเร็ว รถด่วนเหมือนอย่างเดิม จะต้องเอาตู้นั้นมาสับตู้นี้ เอาตู้นี้มาสับตู้นั้น จนกระทั่งไม่มีเวลาที่จะให้คนทําความสะอาด ผมถามคนทําความสะอาดตู้รถไฟว่าเขาบ่นมากว่าตู้รถไฟสกปรกทําไมทําไม่ความสะอาดอย่างนี้ เขาบอกว่าไม่มีเวลาให้เขาทําความสะอาดเสียด้วยซ้ํา พอมาส่งปุ๊บก็เอาไปต่อกระบวนใหม่ปั๊บ ก็ไปแล้ว เขาอยากทําเพราะเขารับจ้างเป็นตู้ ๆ เพราะเขาได้ค่าจ้างเป็นตู้ ถ้าเขาทํา ความสะอาดได้ ๑ ตู้ก็ได้ค่างจ้างจํานวนหนึ่งของตู้จํานวนหนึ่ง แต่เขาไม่มีโอกาสได้ทําความสะอาด ขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤติครับ จริง ๆ แล้ว ต้องพูดว่าอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่ในท่ามกลางภาวะวิกฤตินั้น เรามีความโชคดี เรามีความหวัง ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ผ่านมาแล้วทุกรัฐบาลนะครับ ผมไม่ทราบว่ามันเริ่มมาตั้งแต่ชุดไหน ก็เห็นความจําเป็นว่ารถไฟนี้ก็ยังแย่ และมาชุดที่แล้ว ได้อนุมัติวงเงินไว้ ๑๗๖,๘๐๘ ล้านบาท ในการทําทางรถไฟ ทําทางนะครับ มีราง มีหมอน มีก่อทางโรยหินอะไรต่ออะไรนี่ครับ นี่คือทาง แล้วก็ยังให้ซื้อหัวรถจักรกับขบวนรถด้วยเพื่อเป็นการปรับปรุงปฏิรูป นอกจากนั้นก็ทําทางคู่ ได้มีแผนทําทางคู่ไว้ แต่ว่าไม่ใช่คู่ยาวครับ คู่สั้น ๆ คู่ไปแค่ ๑๐-๒๐ กิโลเมตร ก็แวะเข้า เส้นทางเดิม คือเป็นทางรอหลีกแต่รอหลีกยาวหน่อย ระหว่างรอหลีกไม่ต้องหยุดรอให้วิ่งไปเรื่อย ๆ ให้ขบวนโน้นมาสวนจะได้ไม่เสียเวลา ผมก็ดําเนินรอยตามครับ ดําเนินรอยตามนโยบายของ การรถไฟแห่งประเทศไทยทุกประการ แต่ว่าการซื้อหัวรถจักรนั้นประมูลกันแล้วประมูลกันอีก ผมเข้ามาถึงก็ยกเลิกประมูลหัวรถจักรและขณะนี้กําลังเพิ่งจะเขียนทีโออาร์ แล้วก็กําลัง จะเปิดซื้อหัวรถจักรอีก ชุดแรก ๒๐ หัว แล้วก็ชุดต่อไปอีก ๕๐ หัว แล้วก็จะเอาหัวรถจักรอีก ๕๖ หัว เรียกว่า รีเฟอร์บิท (Refurbish) คือไปทํารถไฟ เพราะฉะนั้นที่จังหวัดยะลานะครับ ผมทราบแล้วครับและไม่ว่าจะเป็นจังหวัดยะลา ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ รถไฟเสียเวลา ไม่ตรงต่อเวลา ผมได้รับจดหมายร้องเรียนมากมายว่าจะกลับแต่กลับไม่ทันเพราะรถไฟ เสียเวลาต้องไปเสียค่าโรงแรม ก็เป็นเหตุให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับความเดือดร้อน ขณะนี้รางทางที่ได้รับเงินมานั้นทําไปแล้ว ซ่อมไปแล้ว ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วกําลัง เปิดประมูลต่ออีกเป็นช่วง ๆ คาดภายในปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ทางจะสมบูรณ์รถไฟราง ๑ เมตรจะวิ่งได้เร็วขึ้นและผมพยายามให้รักษาคุณภาพรางให้อยู่ในสภาพดีจะได้วิ่งได้สัก ๑๐๐ นะครับ หรือ ๑๒๐ ในตอนที่ทางตรง ๆ แล้วก็ไม่เลี้ยวไม่โค้งนะครับ คิดว่าอีก ๒ ปี ทางคงเรียบร้อยและขบวนรถก็จะเรียบร้อยด้วยครับ ผมคิดว่าเราทําได้นะครับ เพราะเรามี เงินแล้ว เรามีวงเงินอยู่แล้ว แต่เนื่องจากติดขัดเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้อง ขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติขอขอบพระคุณจริง ๆ ช่วยบอกประชาชนชาวยะลาว่า ผมจะดูแลเป็นพิเศษทางจังหวัดยะลานั้น เพราะทราบดีว่าเดือดร้อนปัญหาไม่เหมือนภาคเหนือ หรือภาคอีสาน แล้วก็จะรีบทํานะครับ จะพยายามรีบทําแต่ให้อดทนรอสักนิดเพื่อให้รางดี รถดี รถขบวนที่ใหม่จะใช้ไปวิ่งที่จังหวัดยะลาก่อนเลยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนัยเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ ผมเองขออนุญาตประท้วงและขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาดูข้อบังคับ ข้อ ๘ ในอํานาจของท่าน ข้อ ๖๑ ข้อ ๖๒ คือขณะนี้เรากําลังอยู่ในเรื่องของการอภิปรายเรื่อง งบประมาณ ผมเองเป็นกรรมการวิปด้วยครับ ก็เกรงว่าเวลาที่เรากําหนดนี้อาจจะไม่ทัน บังเอิญขอประทานโทษท่านประเสริฐนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน คงจะทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีชัจจ์นั้น มีความเข้าใจเรื่องรถไฟดีมาก ก็เลยถามเรื่อยเลย ถามเรื่อยท่านรัฐมนตรีก็ตอบเรื่อยเลย มันก็จะเกินเวลาครับท่านประธาน เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็จะ ไม่จบ ผมเองอยากจะให้อยู่ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ เป็นการอภิปรายในเรื่องงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องถามกระทู้หรือว่าจะเป็นเรื่องการถามตอบกันอย่างนี้ ขอประทานโทษท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ ผมเข้าใจว่าตอนนี้ท่านฝ่ายค้านเขาทราบดีว่าท่านรู้เรื่องรถไฟมากเขาเลย ถามท่าน ท่านก็ตอบไปเรื่อยมันก็จะเกินเวลาครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านช่วย ควบคุมตามข้อ ๘ ด้วยครับ
ขอบคุณครับ ท่านประเสริฐผมว่าพอสมควรกระมังครับ
เสียหายถ้าพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้นอกเหนือจากงบประมาณเลย เพราะว่าเมื่อรถไฟเสียเวลานะครับ ก็ต้องใช้เงิน งบประมาณครับ ท่านประธานครับ ทุกอย่างที่เราถามเป็นประโยชน์ เราจะเห็นว่าเรื่องนี้ เป็นความเดือดร้อนของคนใน ๓ จังหวัดนะครับ แล้วคนใน ๓ จังหวัดก็หนักหนาสาหัส มาตลอด
ตกลงท่านประเสริฐ จะถามต่อใช่ไหม
ครับ อีก ๑ นาทีครับ
ท่านสุนัย คงไม่เป็นอะไร เพราะเขาจับเวลาอยู่แล้ว ไม่เป็นอะไรครับ เชิญครับ ๑ นาที
ท่านประธานครับ เนื่องจากผมนี่ เคยนั่งรถไฟฟรีจากสถานีรถไฟจังหวัดยะลาครับ ไปลงที่สถานีรถไฟอําเภอรามัน ก็คือเรียกว่า สถานีรถไฟรามัน ผมก็เคยได้ตั๋วรถไฟนี่ฟรี แต่พอผมเห็นตั๋วรถไฟฉบับนี้ ผมแปลกใจครับว่า ทําไมไม่ใส่ตัวเงิน ปกติตั๋วนี่เวลาเราไปที่เคาน์เตอร์ (Counter) ขายตั๋วการรถไฟนี่ จริง ๆ การรถไฟเขาต้องออกตั๋วให้เราถึงจะไปขึ้นรถไฟได้ ผมก็ใช้บริการฟรีของรัฐบาลชุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่นะครับ เขาก็ให้ตั๋วรถไฟผมมา ผมก็ไปขึ้น แต่ปรากฏว่าในตั๋วนี่ ไม่ได้เขียนอะไรเลยครับ ออกแต่ตั๋ว ผมคิดว่ารถไฟต้องปรับปรุงครับ ต้องเขียนว่าตั๋วรถไฟ นี่เป็นตั๋วรถไฟฟรีจากสถานีรถไฟนี้ไปถึงสถานีรถไฟอีกที่หนึ่ง แล้วก็พิมพ์ต่อว่าที่ท่านนั่งฟรี ด้วยเงินภาษีของประชาชน ถ้าตั๋วรถไฟฉบับนี้ปกติท่านต้องจ่ายเงินราคา ๑๐๐ บาท ท่านก็ต้องพิมพ์ ๑๐๐ บาทครับ แต่ไม่เก็บเงินครับ เพราะเป็นเงินภาษีของประชาชน ประชาชนผู้ใช้บริการ รถไฟเขาจะได้รู้ครับว่าที่เขาไปนั่งรถไฟฟรีเป็นเงินภาษีของประชาชน เขานั่งแล้วด้วยเงิน ๑๐๐ บาท ก็พิมพ์ ๑๐๐ บาท ถ้า ๒๐๐ บาท ก็พิมพ์ ๒๐๐ บาท ประชาชนก็จะได้ช่วยกัน ประหยัดเงินภาษีของประชาชน ท่านรัฐมนตรีพอจะรับเรื่องนี้ไปทําต่อได้ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ อย่าคุยกันครับ ฟังผมพูดก่อนครับ ท่านรัฐมนตรีฟังอยู่ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีฟังผมดีกว่าครับ เพราะเวลารัฐมนตรีไปคุยกันนี่ไปคุยใน ครม. ก็ได้ครับ แต่เวลา ผมเอาเรื่องของประชาชนมาเล่าให้รัฐมนตรีฟังนี่ ผมคิดว่ารัฐมนตรีได้ฟังน้อยมากครับ และที่ท่าน ส.ส. ซีกรัฐบาลมาประท้วงผมนี่ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้นะครับ แต่ผมเห็นว่ามีโอกาส ผมก็ลุกมาเห็นว่าเป็นประโยชน์ของประเทศชาติและเป็นภาษีของประชาชนครับ
เชิญท่านสุนัย
ท่านประธานครับ ขอประทานโทษ นิดเดียวเดี๋ยวผมจะเสียหายว่าผมไม่เคยได้ยิน ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาเกือบ ๒๐ ปีครับ นอนอยู่ข้างรถไฟครับ บ้านผมอยู่ริมทางรถไฟผมรู้เรื่องดี เพียงแต่ตอนนี้ให้รัฐมนตรีชัชจ์ว่า ไปก่อน แต่ทีนี้ผมเองคิดว่าเรื่องนี้ครับ ท่านครับ มันไม่ใช่ถามตอบกันไปเรื่อย ๆ มันไม่ใช่ เรื่องงบประมาณ ท่านจะลากโยงเข้างบประมาณก็ลากได้หมดละครับ แต่มันถูลู่ถูกังครับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นการอภิปรายตามข้อ ๖๑ จริง ๆ ผมคิดว่ามันน่าจะนอกประเด็น แล้วครับ
คงไม่เป็นอะไรครับ เล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ท่านจะชี้แจงหน่อยไหมครับ ท่านจะได้สบายใจ
ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ เรื่องตั๋วฟรีนี่เพราะว่าบ้านเราก็ตั๋วฟรีกันมาตลอดนะครับ แต่ขอเรียนว่ามันเป็นเงินภาษีของประชาชนจริง ๆ แต่ว่ามีฟรีแค่ตู้เดียวครับ ในบางขบวนเท่านั้น แล้วก็สําหรับคนยากจนจริง ๆ ที่ไม่มีตั๋วนะครับ ถ้าเผื่อมีอะไรขอความกรุณาไปคุยกันนอกรอบ ได้เสมอครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประเสริฐ นอกรอบได้นะครับ ท่านสมาชิกครับ เราใช้เวลาทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายละประมาณ ๑๐ ชั่วโมง และเวลาที่เหลือตอนนี้ทั้ง ๒ ฝ่าย เหลือเวลาอยู่ ๖ ชั่วโมงครับ แล้วก็อาจจะบวกเสียเวลา หรือประท้วงอะไรบ้างนี่ พรุ่งนี้น่าจะได้ลงมติอยู่ที่ประมาณบ่ายสามโมงบวกลบ เพราะฉะนั้น ต้องพร้อมในการลงมติด้วยนะครับ เชิญท่านสุชาติ ภิญโญ ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะของตัวแทนพี่น้องประชาชน ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในการ เลือกตั้งทุกครั้งพี่น้องประชาชนเขามีความหวังกับตัวแทนของเขานะครับ โดยเฉพาะรัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตภาคอีสาน ผมเองเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลได้นํา ร่างงบประมาณเพื่อผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมจึงรู้สึกมีความดีใจ และอยากจะเห็นประเทศเราพัฒนาเหมือนประเทศอื่นเขา ในการพัฒนาประเทศ ผมต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ามันมี ๒ ปัจจัยด้วยกัน
ปัจจัยแรก ก็คือเรื่องของงบประมาณที่รัฐบาลได้เสนอในครั้งนี้
อีกปัจจัยหนึ่ง ก็จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งรัฐบาลนี้ภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมคิดว่ามีการบริหารการจัดการที่ดี ทําให้รัฐบาล เซฟ (Save) เงินงบประมาณหลายแสนล้านบาท ต้องยอมรับว่าในครั้งที่ผ่านมาคือ ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ เราตั้งตัวไม่ทัน รัฐบาลต้องใช้เงินจํานวนมากในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาเรื่องของอุทกภัย แต่ครั้งนี้เรารู้และเราบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุลเพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือว่า เป็นประสิทธิภาพที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการจัดการงบประมาณในครั้งนี้เป็นการจัดการงบประมาณ แบบยั่งยืน เป็นการรักษาวินัยการเงินการคลัง คุ้มครอง ครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน รัฐบาลของ เราทําทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม ๆ กันได้ มีการพูดมากเหลือเกินนะครับว่าทําไมเราไม่ทําเรื่องโน้น เรื่องนี้ก่อน แต่เท่าที่เห็นและสิ่งที่ประจักษ์ต่อพี่น้องประชาชนก็คือว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านได้ทําหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างพร้อม ๆ กันได้ สิ่งที่รัฐบาลได้ดําเนินการแล้วก็ได้เสนอ งบประมาณในครั้งนี้ก็คือเป็นการลดความเหลื่อมล้ําระหว่างคนจนและคนรวย เป็นการตอบโจทย์ ครอบคลุมในทุก ๆ ด้านในการจัดการงบประมาณในครั้งนี้ งบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่เหมาะสมนะครับ แล้วปีนี้เองเราได้มีความพร้อมนะครับ ท่านประธานครับ เราได้เตรียมงบประมาณล่วงหน้า ๕ เดือน ถือว่ารัฐบาลนี้มีความพร้อมและมีความตั้งใจที่จะ บริหารประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ให้เหมือนบ้านเมืองอื่นเขา
สิ่งที่ผมบอกว่ารัฐบาลนี้ได้ทําหน้าที่ตอบโจทย์ทุกอย่างครบทุกประการก็คือว่า เมื่อมองไปทางด้านการศึกษาเราก็คงเห็นนะครับว่าเรามีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ เรื่องของแท็บเล็ตนะครับ เรื่องของการศึกษา โดยเฉพาะในระดับปริญญาตรี ทุนการศึกษา ๑ อําเภอ ๑ ทุน ผมก็อยากจะขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีในเรื่องของทุนแลกเปลี่ยน นักเรียนในต่างอําเภอ เราอยากให้แต่ละอําเภอได้รับทุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหรืออะไร ก็แล้วแต่ในเชิงนี้ เพื่อให้เด็กในชนบทอย่างพวกเราได้มีโอกาสได้ไปต่างประเทศบ้าง
ด้านการเกษตร แน่นอนที่สุดครับ ท่านประธานครับ อาชีพหลักของบ้านเรา ก็คือเรื่องของการเกษตร เพราะฉะนั้นต้องยอมรับว่าการพัฒนาประเทศ ผมยังเชื่อมั่นนะครับ ว่าด้านเกษตรอุตสาหกรรม มีความเหมาะสมสําหรับการพัฒนาประเทศนะครับ ผมไม่ปฏิเสธ ในเรื่องของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรืออะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเราในตอนนี้ แต่ผมอยากให้รัฐบาลได้เน้นทางเรื่องของการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาล เราได้มีนโยบายในเรื่องของ สนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับพี่น้องประชาชน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ
ในเรื่องของคมนาคมเองนะครับ ทางหลวงเราก็ได้งบเพิ่มขึ้นอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นที่ต้องการของพี่น้องประชาชนเราก็ได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๓,๐๐๐ กว่า ล้านบาทครับ ต้องขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีได้ช่วยดูแลให้ครอบคลุมทั้งหมดทุกพื้นที่ครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอในครั้งนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่ง เช่นกันนะครับว่า ส.ส. พรรคฝ่ายค้านจะได้เปลี่ยนใจมาสนับสนุนงบประมาณฉบับนี้ เพราะงบประมาณฉบับนี้รัฐบาลมีความตั้งใจและเกิดประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชน ครอบคลุมทุกพื้นที่ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาต ท่านประธานร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์และแสดงข้อคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมดูในงบประมาณของรัฐบาลนี้ กระผมขออนุญาตพูดในประเด็นงบประมาณที่ลง ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานเหลือเกินครับท่านประธาน ถ้าจะย้อนกลับไปดูว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นเริ่มจริงตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เรื่อยมาจนมีการปล้นอาวุธปืนและที่สําคัญที่ตอกย้ํา ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุดก็คือในกรณี การสลายม็อบที่ตากใบ มีผู้คนเสียชีวิตถึง ๗๘ คนในสมัยรัฐบาลของท่านทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้นล่ะครับถึงมีการตั้งงบประมาณกับแนวทางในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวงบประมาณ เป็นส่วนหนึ่ง และเป็นตัวที่จะขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา แต่ประเด็นสําคัญที่สุด ณ วันนี้ คือเราต้องเข้าใจว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหาที่สําคัญที่สุดก็คือยุทธศาสตร์ในการกํากับ การดูแลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะภายใต้การนําของรัฐบาลของ คุณยิ่งลักษณ์ ณ วันนี้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไม่มีเลย และรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านยิ่งลักษณ์ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และไม่มี ความชัดเจนกับแนวทางในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับอีก ประเด็นที่สําคัญมากที่สุดก็คือว่าในเมื่อระดับนโยบายไม่มีความชัดเจนกับแนวทางในการ แก้ไขปัญหา การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล ถึงแม้จะมีตัวเงินมากมายขนาดไหน ก็ไม่สามารถที่จะนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาให้บรรลุผลได้ ท่านประธานครับ เราก็ต้องยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้มีการพูดถึงว่าการเอาเงินงบประมาณไปให้กับ ศูนย์บริการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปีนี้เพิ่มขึ้นจากงบปีที่แล้ว ปีที่แล้วรัฐบาล ได้จัดตั้งไว้ในปี ๒๕๕๖ จํานวน ๑๙,๔๖๘ ล้านบาท วันนี้รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์ ได้เพิ่มงบประมาณขึ้นไป ๒,๒๖๕ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องยอมรับครับว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหา ถ้ากระบวนการหรือ ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขมันไม่มี แล้วมี งบประมาณไปขนาดไหนมันก็ต้องยอมรับว่ามันไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนได้ ตัวเงิน งบประมาณวันนี้เป็นที่มาและข้อครหาของผู้คนว่าโดยเฉพาะเวลาดูงบประมาณ การเพิ่ม งบประมาณขึ้นไปทุกปี ๆ วันนี้ จนมีที่มาคําถามที่เขาพูดว่ารัฐบาลนี้การจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์ เป็นการจัดสรรงบประมาณในรูปแบบค้าสงคราม หรือเปล่า ท่านประธานครับ นี่เป็นข้อครหาของผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุผลที่ประชาชนได้ พูดอย่างนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐบาลได้จัดงบประมาณไปบนพื้นฐานที่ไม่มียุทธศาสตร์ กับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ พอไปดู ในงบประมาณของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า จะเพิ่มความแตกแยกขึ้นในหมู่ของประชาชน เหตุผลส่วนหนึ่งที่เราต้องยอมรับว่าในการ กํากับการดูแลของเลขาธิการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้กับแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา เลขาธิการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผลิตผล ที่เกิดจากกฎหมายที่ออกโดยพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ณ วันนั้นก่อนหน้านั้นมีการยุบศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ไป และมีการจัดตั้ง ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาใหม่ในสมัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ในขณะนั้นบอกว่าศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีอํานาจเพราะไม่มี กฎหมายอยู่ในมือ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในสมัยนั้นก็ได้จัดร่างกฎหมายเพื่อนําสู่ ในการแก้ไขโดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล กํากับการดูแลและมีรัฐมนตรีและมีเลขาธิการ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเลขาธิการในการที่จะไปดูแลปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้เร็ว แต่ท่านประธานครับ กฎหมายที่ออกในสมัย พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นกฎหมายที่ดีและในเนื้อหาของกฎหมายศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณด้วยตัวของมันเอง โดยผ่าน กระบวนการที่กฎหมาย ศอ.บต. ยอมรับ ท่านประธานครับ แต่กลับมาดูในคณะรัฐบาลชุด ของท่านยิ่งลักษณ์ ท่านไม่ได้ให้ความสําคัญตรงนั้นครับ ท่านไปให้ความสําคัญโดยให้กับ ฝ่ายกองกําลังคือ กอ.รมน. เป็นผู้ที่มีส่วนในการกําหนดดูแลในการจัดสรรงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกมิติหนึ่งคือมิติในด้านความมั่นคง กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ กอ.รมน. ให้ดูแลเฉพาะด้านความมั่นคง ในด้านการพัฒนาก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่บนเงื่อนไขเหล่านี้ล่ะครับ จะแสดงให้เห็นว่า ภายใต้การนําของรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้กลไกของรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังปีนเกลียวกันอยู่ ยังมีข้อขัดแย้งในการบริหารการจัดการ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะมองเห็นให้ชัดลงขึ้นไปอีกว่าวันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งปัญหา ที่เกิดขึ้นเดิมก็ยังมีอยู่แต่วันนี้มันมีปัญหาการช่วงชิง ปัญหางบประมาณระหว่างของกลไก และหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยกันเอง ท่านประธานครับ สิ่งที่ต้อง พึงระมัดระวังที่จะสร้างความแตกแยกขึ้นในสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่งก็คือว่า วันนี้มีส่วนหนึ่งโดยเฉพาะเลขาธิการศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการพูดถึง กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกับผู้นําท้องถิ่น โดยที่จะเอาเงินงบประมาณเป็นเหยื่อล่อให้ ผู้นําท้องถิ่นที่ได้มีส่วนการประสานกับเลขาธิการ ศอ.บต. จะให้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปสู่แนวทางในการพัฒนาในพื้นที่ ท่านประธานครับ จังหวัดชายแดนภาคใต้เคยมีปัญหา วันหนึ่งในสมัยรัฐบาลทักษิณบอกว่าพื้นที่ใดที่มีการเลือกตั้งของพรรครัฐบาลในสมัยนั้นเขาจะ ให้งบประมาณ วันนี้ก็ไม่แตกต่างกันครับ เขาบอกว่าคนที่ไปอยู่ใกล้ชิดกับเลขาธิการ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้งบประมาณไป ถามว่าอีกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยและที่ไม่ได้ไปอยู่ไม่รู้จักกับเลขาธิการ ศอ.บต. ไม่ได้งบประมาณไปใช่ไหมครับ สิ่งเหล่านี้สร้างความแตกแยกและงบประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ ศอ.บต. ลงไป เนื้อหางบประมาณ เนื้อหาและแผนงานโครงการในการที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเนื้อหาสาระที่จะเป็นเป้าหมายในการแก้ไขอย่างไรบ้างครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้เป็น ๔ ประเด็นที่สําคัญ และประเด็นต่อมาที่จะสร้างความแตกแยก ขึ้นในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องยอมรับเป็นการซ้ําเติมปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้เพิ่มเติมขึ้น เพราะคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ยอมรับในการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง แต่การที่ไปเปิด มีการจัดตั้งจากกลุ่มคนที่เป็นเสื้อแดงไปเปิดในหมู่บ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้เขาบอกว่าอย่าไปเปิดหมู่บ้านเหล่านี้ได้ไหม เพราะจะเป็นการซ้ําเติมปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น ปัญหาเดิมก็ยังแก้ไขไม่ได้ นี่คือจะเอาอีกปัญหาหนึ่งเข้าไป ซ้ําเติมกับพี่น้องประชาชนอีก ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากงบประมาณกับแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ประสิทธิภาพและประสิทธิผลกลไกของรัฐ ที่ไปอยู่กับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลนี้ว่าวันนี้ท่านจะมอบ ให้ใครเป็นผู้ดูแลและกํากับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ศูนย์อํานวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือจะให้ กอ.รมน. ให้ชัดเจนหน่อยครับ แต่กระบวนการวันนี้ ถ้ากระบวนการของ กอ.รมน. มาของบประมาณแผนในการจัดการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ต้องย้อนกลับไปดูว่าภายใต้โครงสร้างของกฎหมาย ศอ.บต. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ทําไว้นี่นะครับ ถ้าหน่วยงานอื่นไปทําและจัดสรรงบประมาณและแผนงานแล้วมันจะผิด กฎหมายหรือไม่ นี่ฝากไปถึงท่านประธานไปถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วยครับ ขออนุญาต ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๕ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานคะ สําหรับการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒.๔ ล้านล้านบาท และได้มีการตั้ง งบประมาณรายได้ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท ถึงแม้จะเป็นการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คําว่า ขาดดุล เราอย่าไปเข้าใจผิดว่าเป็นการขาดทุนนะคะ เพราะการขาดดุล ทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้เคยมีทํางบประมาณแบบขาดดุลมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ผ่านมา จากการที่ดิฉันได้อ่านในรายละเอียดของการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลในปี ๒๕๕๖ ดิฉัน เห็นว่ามีความเหมาะสมและเป็นรายละเอียดที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทั้ง ๘ ยุทธศาสตร์ ซึ่งมีความจําเป็นและมีความสําคัญในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้าด้วย และในการนี้ดิฉันจริง ๆ ต้องขอชื่นชมรัฐบาลนะคะ ที่มีความกล้าหาญอย่างมาก ในการนํา นโยบายหรือโครงการใหม่ ๆ นําเสนออกมา ดิฉันขอยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นโครงการสําหรับ ผู้ที่ไม่เคยมีบ้านหลังแรก หรือโครงการรถยนต์คันแรก โครงการกองทุนตั้งตัวได้ และที่สําคัญ ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชมอย่างมาก เพราะมีโครงการสําหรับผู้หญิงหรือ สุภาพสตรีคือกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รัฐบาลก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ด้วย จนกระทั่งมีสุภาพบุรุษบางท่านแซวดิฉันว่าเมื่อไรจะมีโครงการของสุภาพบุรุษบ้าง และในการ จัดทํางบประมาณในครั้งนี้ดิฉันไม่ได้ชื่นชมเฉพาะงบประมาณใหม่ ๆ ของรัฐบาลนะคะ ท่านประธาน ยังมีโครงการหรือนโยบายเก่า ๆ ที่เคยทํามาดีในรัฐบาลก่อน ๆ ดิฉันขอเอ่ยถึง ไม่ว่าจะเป็นโครงการปราบยาเสพติด ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้รับทราบกันตามสื่อสาร ไม่ว่าจะทีวีหรือ หนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพักชําระหนี้ให้กับเกษตรกรที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่ดิฉันสนใจและให้ความสําคัญที่สุดก็เห็นจะเป็นโครงการรับจํานําพืชผลทางการเกษตร ดิฉันไปอ่านในรายละเอียดของงบประมาณในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่เป็นการสร้างสมดุล สู่สังคมโดยเฉพาะข้อที่ ๑.๑๐ เป็นแผนงานเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ท่านประธานคะ ในปี ๒๕๕๖ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการเสริมสร้างสินค้าเกษตร ๔๐,๑๕๒ ล้านบาท แต่ถ้าท่านประธานลองมองย้อนกลับไปในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาได้มี การจัดสรรงบประมาณถึง ๔๘,๑๒๑ ล้านบาท จะเห็นว่าลดลงถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉัน เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลถึงตั้งประมาณการงบประมาณในส่วนโครงการสินค้าเกษตรแค่นั้น เพราะปีที่แล้วประเทศไทยเกิดมหาอุทกภัยขึ้น ตัวเลขเข้าร่วมโครงการสินค้าเกษตรลดลง แต่ดิฉันอยากฝากไปยังรัฐบาลด้วยความห่วงใยว่าปีนี้ดิฉันมั่นใจว่าจากการที่รัฐบาลได้มี การบริหารจัดการน้ําที่ดี อุทกภัยที่ผ่านมาน่าจะไม่เกิดขึ้นอีก ดิฉันอยากให้รัฐบาลเตรียม ความพร้อมในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนจากส่วนใดหรือจะไปใช้เงินงบกลางที่รัฐบาลตั้ง ไว้ถึง ๓๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะสินค้าเกษตรทุกตัวเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา หรือพืชผักผลไม้อื่น ๆ เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ไม่สามารถรอเวลาที่รัฐบาลจะต้องประชุมก่อนแล้วถึงจะออกมาช่วยเหลือได้ นี่คือ ความห่วงใยของดิฉัน เพราะต้องยอมรับนะคะว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรม แต่เป็นประเทศเกษตรกรรม ถ้าหากประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกรสามารถผลิตพืชผล ทางการเกษตรแล้วนําออกสู่ตลาดขายได้ราคาดี เป็นอย่างไรคะ ก็จะมีประชาชนนําเงิน เหล่านั้นไปซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบ เมื่อมีเงินหมุนเวียนเข้ามา ในระบบ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ในปีต่อ ๆ ไปเราอาจจะ ไม่ต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุลอีกก็ได้ เพราะอย่าลืมนะคะว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงอยากฝากรัฐบาลให้มีการเตรียมพร้อมในส่วนนี้ไว้รองรับด้วยนะคะ
และสุดท้ายค่ะท่านประธาน ในฐานะที่ดิฉันเคยอภิปรายเรียกร้องให้มี การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์และโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ดิฉันต้อง ขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ ที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เพราะเกือบ ๔๐ ปี ที่ชาวจังหวัดนครสวรรค์ได้รอคอยมานาน และชาวจังหวัดนครสวรรค์ ฝากกราบขอบพระคุณมายังรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญในการบริหารจัดการน้ํา แต่นอกเหนือจากเขื่อนแม่วงก์ก็ยังมีโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นบึงน้ําจืดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย เคยมีพื้นที่ถึง ๑๓๗,๐๐๐ ไร่นะคะ แต่ปัจจุบันถูกบุกรุกเหลือไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ในพื้นที่ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ไร่นี้ ถ้ารัฐบาลบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม สามารถจัดสรร งบประมาณบริหารจัดการน้ําเวลาเกิดอุทกภัย ก็จะเป็นที่รองรับน้ําหรือแก้มลิงรับน้ําได้ ปริมาณมหาศาล และในฤดูแล้งก็จะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรใช้น้ําไว้สําหรับทําการ เพาะปลูก อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝาก เพราะว่าจังหวัดนครสวรรค์ก็มีสถานศึกษาที่สําคัญ มีมหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์ แต่ปัจจุบันไม่ได้รับงบประมาณ ถึงแม้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์ จะได้รับจัดสรรงบประมาณถึง ๑๐,๓๘๒ ล้านบาท ก็ตาม แต่ในปีนี้วิทยาเขตนครสวรรค์ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณเลย ดิฉันจึงอยากจะ ฝากให้ช่วยจัดสรรงบประมาณดังกล่าวลงไปด้วย หากไม่ได้ ดิฉันขอให้จัดแยกออกไปเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และสุดท้ายจริง ๆ ค่ะ ดิฉันสนับสนุนในการจัดทํางบประมาณ ของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอบพระคุณค่ะ
หลายท้าย เหลือเกินนะครับ เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตยครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําลังพิจารณากันอยู่นี้ ผมเห็นด้วยกับ สมาชิกของรัฐบาลนะครับ ที่บอกว่าเป็นงบประมาณฉบับแรกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ได้จัดทําขึ้นเอง ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น ความจริงแล้วเราก็ได้บอกว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นั้น ไม่ได้จัดงบประมาณเพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นยังไม่ได้เป็นการจัดสรร งบประมาณที่มียุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาคนยากจนอีกด้วย แต่เมื่อพิจารณาลึกลงไปครับ งบประมาณ ฉบับปี ๒๕๕๖ นั้น ยังมีลักษณะของการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็น คนยากคนจนอยู่ด้วย ต้องยอมรับครับว่าคนเราจะต้องมีปัจจัย ๔ วันนี้ภายใต้การบริหารของ รัฐบาล ปัจจัย ๔ ของคนยากคนจนมีปัญหาทั้งสิ้นครับ อาหารวันนี้แพงทุกชนิด เครื่องนุ่งห่ม วันนี้ชุดนักเรียนเปิดเทอมนี้ก็แพง เรื่องของยารักษาโรค รักษาฟรีดี ๆ ก็ไปเก็บเงินเขา
และสุดท้ายคือเรื่องที่อยู่อาศัย ในบรรดาคนจนที่สุดในประเทศนี้ ท่านประธานครับ ก็คือคนซึ่งไม่มีที่ดินทํากินเป็นของตัวเอง ข้อมูลซึ่งเคยทําไว้ในสมัย การลงทะเบียนคนจนของอดีตพรรคไทยรักไทยนั้น คนไม่มีที่ดินทํากินมีถึง ๔,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน นโยบายเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ดินนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด รัฐบาลชุดที่แล้วได้เดินหน้า เอาไว้ ๓ เรื่อง คือ
เรื่องกฎหมายภาษีทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธ อย่างสิ้นเชิง และจนปัจจุบันนี้กฎหมายซึ่งร่างเสร็จแล้วถูกถอนออกจากสภา ไม่มีการรับรอง กระทรวงการคลังก็เก็บไปดองเอาไว้และไม่มีการออกมาดําเนินการ แต่อีก ๒ เรื่องซึ่งเป็น เรื่องใหญ่ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ นั้นที่ผมถือว่าเป็นเรื่องหลอกลวงคนจนก็เพราะว่าในนโยบาย ที่รัฐบาลแถลงเอาไว้ต่อรัฐสภา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ นั้น ในหน้า ๓๕ ได้เขียน ข้อ ๕.๔ เรื่องสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ําในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดิน เอาไว้บอกว่าจะมีการใช้มาตรการทางภาษีและจัดตั้งธนาคารที่ดินให้แก่คนจนและเกษตรกร รายย่อย นี่คือนโยบายที่เขียนเอาไว้ ในงบประมาณโดยสังเขป ปี ๒๕๕๖ ก็เช่นเดียวกันครับ เขียนเอาไว้ชัดเจนในหน้า ๑๗ ในแผนงานอนุรักษ์จัดการทรัพยากรธรรมชาติบอกว่า สร้างเครื่องมือเป็นกลไกบริหารทรัพยากรธรรมชาติจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อกระจายการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรม แต่ในคําแถลงประกอบนโยบายงบประมาณรายจ่ายของนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีการพูดถึงนโยบายเรื่องธนาคารที่ดิน แต่พอลงลึกไปดูในเอกสารงบประมาณท่านประธาน ครับ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ธนาคารที่ดินซึ่งเรารอกันมาหลายสิบปีและมีการออกเป็น พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนเพื่อการบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ซึ่งเสร็จสิ้น ในรัฐบาลชุดที่แล้ว และประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ นั้น รัฐบาลชุดที่แล้ว อนุมัติเงินโดยมติ ครม. เอาไว้ประมาณ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาทให้จัดตั้งธนาคารที่ดิน ในงบปี ๒๕๕๕ รัฐบาลชุดนี้จัดตั้งงบธนาคารที่ดินเอาไว้ ๗๕๐ ล้านบาท จนมาถึงปีนี้ท่านประธานครับ ไม่มี การใช้เงินไปจัดซื้อที่ดินให้คนจนเลยแม้แต่บาทเดียว ในงบปี ๒๕๕๖ ก็จัดงบไว้เพียง ๔๘ ล้านบาทเท่านั้น โดยที่ ๗๕๐ ล้านบาทนั้นไม่มีการใช้ไปเลย ที่สําคัญก็คือว่าในพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งธนาคารที่ดิน ในมาตรา ๔๔ นั้น จะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการในวาระเริ่มแรก ซึ่งได้เขียนเอาไว้ว่าจะต้องไม่เกิน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ในปลาย รัฐบาลชุดที่แล้วติดการเลือกตั้ง ถ้าจะตั้งต้องไปผ่าน กกต. ก็รอรัฐบาลชุดนี้ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันนี้วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เกินกว่า ๑ ปีแล้ว เรื่องถูกดองอยู่ที่ นายกรัฐมนตรีครับ ไม่มีการเซ็น ซึ่งผมถือว่าเป็นการกระทําที่ผิดพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินด้วยซ้ําไป นี่คือการหลอกคนจนว่าจะจัดตั้ง ธนาคารที่ดินให้เขาครบไปแล้ว ๑ ปีก็ไม่จัดตั้ง แต่เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดท่านประธานครับ ก็คือ นโยบายแก้ไขปัญหาคนจนที่ไปอยู่ในที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ ในรูปแบบของนโยบายที่เรา เรียกว่า โฉนดชุมชน โฉนดชุมชนนั้นแม้จัดตั้งในรัฐบาลชุดที่แล้วออกเป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ชัดว่ามีประชาชนที่ต้องการจะขอโฉนดชุมชนเป็นอย่างมากนะครับ ข้อมูลล่าสุด ที่มีการรายงานกันนั้น มีชุมชนที่ขอโฉนดชุมชนมาทั่วประเทศมากกว่า ๕๐๐ ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ และเป็นครัวเรือนมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ทั้ง ๔ ภาคของประเทศ มากที่สุดคือในภาคเหนือ รองลงมาคือภาคอีสาน ภาคกลางและ ภาคใต้ ซึ่งรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย รัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติไปแล้ว ๒ ที่ และมีการอนุมัติ เพิ่มเติมสําหรับดําเนินการต่อไป ล่วงมาถึงรัฐบาลชุดนี้ท่านประธานครับ ความน่าเป็นห่วง ก็คือพี่น้องคนจนในชื่อของกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพรีมูฟ (P-move) หรือ ขปส. มาพบรัฐบาลที่ทําเนียบรัฐบาลในครั้งเมื่อตั้งรัฐบาลใหม่ ๆ ยื่นหนังสือขอให้เดินหน้านโยบายโฉนดชุมชน ไม่มีคําตอบที่ชัดเจน วันที่ ๑๕ มกราคม มีการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ท่านประธานครับ กระบวนการเพื่อประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม ไปรอขอพบนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่าก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าพบ สุดท้ายมีการยื้อยุดกัน มีการใช้กําลังเจ้าหน้าที่ในการพยายามที่จะจัดการกับพี่น้องประชาชน ซึ่งนั่นคนยากจนก็เจ็บช้ําน้ําใจพออยู่แล้ว แต่หลังจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นคนยากจนไปพบนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านประธานดูภาพต่อไปนี้ครับ ผมขออนุญาต ไว้แล้วขอให้ขึ้นจอครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
เป็นเฟซบุ๊ค (Facebook) ของ คณะกรรมการโฉนดชุมชนคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกระบวนการ ขปส. ด้วย เขาเข้าไปพบนายกรัฐมนตรีครับ คนซ้ายมือคือนายประยงค์ ดอกลําไย ซึ่งเป็นกรรมการโฉนดชุมชนอยู่ด้วยถามนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ รู้จักโฉนดชุมชนไหม ถ้าเห็นรูปนี้ไม่ชัดจะขยายให้ใหญ่ขึ้น ท่านประธานครับ เป็นภาพต่อไปครับ ภาพต่อไปประยงค์ถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ รู้จักโฉนดชุมชนไหมครับ นายกรัฐมนตรีตอบว่าขอไปดูรายงานก่อนนะคะ ตอบแค่นี้ก็เห็นได้ ชัดแล้วว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้จักนโยบายโฉนดชุมชน เป็นสัญญาณว่านโยบายที่แก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ําเรื่องที่ดินนั้นทําท่าว่าจะมีปัญหาครับ หลังจากวันที่ ๑๕ มกราคมไปแล้ว เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ มีการประชุมคณะกรรมการจัดให้มีโฉนดชุมชน เดิมทีอนุมัติไว้ ๒ ที่ คือที่คลองโยง จังหวัดนครปฐม กับที่อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน แล้วก็ มีการขอหน่วยงานต่าง ๆ ขอที่ดินไปรวมทั้ง ส.ป.ก. ด้วย ขอกันมานานครับ ในวาระการประชุม ปจช. จัดให้มีโฉนดชุมชน วันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ประธานคือ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประทานโทษที่เอ่ยนาม รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่เขาแจ้งครับว่าขณะนี้ ส.ป.ก. คือสํานักงานปฏิรูปที่ดินได้อนุมัติให้นําพื้นที่ของ ส.ป.ก. ไปจัดทําโฉนดชุมชนแล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไร่ดง จังหวัดลําพูน หลังจากเจ้าหน้าที่เขาแจ้ง แล้วประธานบอกให้รอเรื่องไว้ก่อน โดยบอกว่ายังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับร่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนชื่อของโฉนดชุมชน ความหมายผมที่กําลัง จะบอกท่านประธานก็คือว่า นโยบายโฉนดชุมชนซึ่งดีแต่รัฐบาลไม่เดินต่อเพราะไม่ชอบชื่อครับ แต่คนที่เสียผลประโยชน์คือชาวบ้านที่รออยู่ เพราะเขาอยู่ในที่ดินนี้มานานแล้ว เจ้าของพื้นที่ คือ ส.ป.ก. ก็อนุญาตแล้ว แต่คนซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบไปเป็นประธานบอกว่าไม่ได้เพราะติด ที่ชื่อจะออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีใหม่ เปลี่ยนชื่อเสีย ชาวบ้านก็ต้องรอต่อครับ ปรากฏมีชาวบ้านแย้งขึ้นมา ประธานบอกว่าเขาให้กับชุมชน ทําไมกรณีนี้เป็นการอนุญาต ให้กับสหกรณ์ ซึ่งอันนี้เป็นการตอบที่ไม่รู้ขั้นตอนเลยว่าที่ ส.ป.ก. เขาให้สหกรณ์ เขาให้ ชาวบ้านในชุมชนไปจดทะเบียนสหกรณ์ แล้วให้กับสหกรณ์เหมือนที่คลองโยง เหมือนที่ป่าซาง ประธานท่านนี้ตอบว่าอย่างไรครับ ควรมีการตรวจสอบประวัติกรรมการชุมชนผู้ขอใช้ ประโยชน์ที่ดินด้วย เกรงว่าจะมีการจัดสรรพื้นที่ให้กับสมาชิกชุมชนไม่เป็นธรรม ประเด็น ที่ชี้ให้เห็นในเวลานี้ก็คือว่าไม่เชื่อชาวบ้านครับว่าจะจัดสรรโฉนดชุมชนได้ สุดท้ายเรื่องไร่ดง ที่เขารอกันมาหลายสิบปีถูกดองครับ ดองตั้งแต่เดือนมีนาคมจนปัจจุบันยังไม่ได้นะครับ แต่ที่หนักยิ่งกว่านั้นท่านประธานครับ ในวันที่ ครม. ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรีโดยรองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาพูดบอกว่า นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเรื่องกรณีโฉนดชุมชนที่มีการดําเนินการผิดพลาด โดยมีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนเอาไปทําโครงการขนาดใหญ่พบมากแถบภาคใต้ ซึ่งมันตลกเพราะภาคใต้ไม่มี การอนุมัติโฉนดชุมชน แสดงว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้เรื่องโฉนดชุมชน ไม่รู้ใครชงเข้าไป แล้วโฉนดชุมชนมันซื้อขายก็ไม่ได้เพราะเป็นที่ดินของรัฐ เขามีเพียงสิทธิทํากิน แต่สัญญาณ ที่ส่งออกมาโดยนายกรัฐมนตรีและโดยโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีมันนําไปสู่ความรุนแรง ท่านประธานครับ วันที่ ๓๐ มีนาคม เจ้าหน้าที่ของอุทยานเขาปู่เขาย่าได้มีการดําเนินการ ในวันที่ ๓๐ มีนาคม บุกเข้าไปในแปลงยางพาราของประชาชนเทือกเขาบรรทัด บ้านทับเขือ- ปลักหมู ซึ่งเป็นชุมชนที่มีการดําเนินการรังวัดจะออกโฉนดชุมชนแล้ว และอยู่ในมติ ครม. ที่รองรับความเห็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบอกว่าถ้ามีปัญหาให้ชะลอการบุกจับกุม เอาไว้ก่อน แต่เจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณมาตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม วันที่ ๓๐ มีนาคม บุกเลยครับ จับรื้อถอนของชาวบ้านทั้งที่เป็นเขตที่ทําโฉนดชุมชนแล้ว ชาวบ้านเขาก็พยายามชี้แจง เจ้าหน้าที่ไม่ฟังครับ แต่ที่หนักคือวันที่ ๖ เมษายน ท่านประธานครับ ที่บริเวณบ้านเขาสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ขอทําโฉนดชุมชน เที่ยวนี้เจ้าหน้าที่ไปครับ ชาวบ้านถ่ายคลิปเอาไว้ท่านประธานครับ ที่ผมจะให้ประธานดูต่อไป คลิปนี้มันสะเทือนใจมาก ด้วยความที่รัฐบาลส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย กับเรื่องโฉนดชุมชนแต่ต้นมันไปนําไปสู่ความรุนแรง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เอาเจ้าหน้าที่บุกไป ชาวบ้านขอนะครับ กราบขอเจ้าหน้าที่เลย เอาหนังสือแสดงว่ามาจาก สํานักนายกรัฐมนตรีให้ชะลอไว้ก่อนไม่ฟัง เจ้าหน้าที่ฉายคลิปเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“............... : ชุมชนบ้านหาดสูง คลิปนี้ส่งมาจากนักข่าวพลเมืองเครือข่าย เทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง เพื่อให้ทีวีสาธารณะนําไปเผยแพร่ต่อสังคมวงกว้าง ชาวบ้าน ต่างยืนยันว่าทั้ง ๒ พื้นที่ ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการประสานงาน เพื่อจัดให้มีโฉนด ชุมชน โดยมีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐได้”
ในที่สุดท่านประธานครับ ชาวบ้านกราบ ขอแล้วก็ไหว้ รูปหลังนี้เดี๋ยวผมจะอธิบายว่าไหว้ใคร ในที่สุดเจ้าหน้าที่ไม่ฟังก็เข้าไปบุกรุก ก็เข้าไป ทําลายของชาวบ้าน ผมแยกออกนะครับ ระหว่างพื้นที่โฉนดชุมชนกับพื้นที่บุกรุกป่า พื้นที่บุกรุกป่า ท่านจัดการไปเลยครับ แต่นี่คือพื้นที่ทําโฉนดชุมชน งบประมาณที่ท่านจัดเอาไว้ปีที่แล้ว ๑๘ ล้านบาท ปีนี้จัด ๒๐ ล้านบาท แต่เมื่อท่านส่งสัญญาณไม่ชัดเรื่องโฉนดชุมชน และนายกรัฐมนตรี โดยโฆษกสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาพูดลักษณะนี้ ชาวบ้านที่กราบขอเจ้าหน้าที่โดนรื้อหมดครับ ทั้งบ้านด้วย แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเอาอดีตโจร ชื่อนายไข่หมูกไปเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของรัฐ ถือปืนด้วยครับ แล้วเขาไปขู่ชาวบ้าน แล้วยังประกาศอีกว่าจะของบ ๕๐ ล้านบาท ที่ชาวบ้านกราบคนแรกเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ที่กราบคนหลังนี้คนจนต้องกราบโจรครับ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐในรัฐบาลยุคท่านให้ท้ายโจร ไปขู่ชาวบ้าน และที่เขาสงสัยในเฟซบุ๊คของประชาชนที่ทํากินอยู่ก็คือทําไมต้องไปจัดการพื้นที่ โฉนดชุมชนที่จังหวัดตรังก่อน นี่เป็นเรื่องชาวบ้านนะครับ อย่าเอาเรื่องการเมืองมาปนเลยครับ ปัญหาโฉนดชุมชนจึงค้างคาทุกวันนี้ วันนี้ก็ไม่เดินไปไหนครับ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านก็จะเปลี่ยนใหม่ จะเปลี่ยนชื่อผมไม่ว่า แต่ชาวบ้านที่รอกัน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ทั่วประเทศเขารอโฉนดชุมชน งบประมาณที่ท่านจัดเอาไว้ปีที่แล้วเขียนชัด ปีนี้ไปซ่อนเอาไว้ ในงบดําเนินการ ได้ข่าวจะเลิกโฉนดชุมชน สิ่งที่ผมกลัวที่สุดท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลส่งสัญญาณความรุนแรงให้ทํากันอย่างนี้มันจะกลับไปเหมือนปี ๒๕๔๕ ยุคอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่จังหวัดลําพูน มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดการกับชาวบ้านซึ่งอยู่ ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐบาลชุดที่แล้วทําโฉนดชุมชนให้แล้วจับกุมชาวบ้านไปทั้งสิ้น ๑๓๖ คน ส่งฟ้องทั้งหมด ๒๘ คดี ยังไม่จบจนเดี๋ยวนี้มีคนจนติดคุกและบางคนผูกคอตายไปแล้วครับ
ท่านสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วงครับ
นี่คืองบที่ผมบอกท่านประธานครับว่า เป็นงบซึ่งเมื่อพิจารณาลึกลงไปแล้วก็หลอกลวงคนยากจน
จบแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เอ่ยชื่อบุคคลภายนอกซึ่งเขา ไม่มีโอกาสได้มาชี้แจงตรงนี้ กล่าวหาว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้สั่งคนไปจับ อย่างนี้ ผิดข้อบังคับนะท่านประธาน ท่านประธานต้องเตือนแล้วก็ชี้แจงให้ผู้อภิปรายอยู่ในประเด็น ถ้าไม่จําเป็นอย่ากล่าวถึงบุคคลภายนอก เพราะเขาไม่มีโอกาสมาชี้แจงนะครับ ขอบคุณครับ
คงไม่เป็นไรครับ จบการอภิปรายแล้วครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ก็คงจะชี้แจงครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย
ท่านรัฐมนตรี มีผู้ประท้วงท่าน เชิญท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมไม่ได้ประท้วงท่านรัฐมนตรี แต่ว่าเมื่อกี้ผมพูดยังไม่จบว่าท่านประธานต้อง ขอคลิปเมื่อกี้เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยนะครับ จากผู้อภิปรายเมื่อกี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสาทิตย์
ดีแล้วครับ ที่ขอคลิปเมื่อกี้นะครับ คลิปเมื่อกี้ ออกสถานีโทรทัศน์ทีวีสาธารณะไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไปแล้ว และอยู่ในยูทูป (YouTube) เป็นคลิปที่เผยแพร่กันโดยทั่วไป และตอนนี้คลิปดังกล่าวผมก็มอบให้กับทางเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ยินดีครับที่จะมอบให้ท่านประธาน เพียงแต่ประเด็นของผมนี่ก็คือว่า ถ้าเรายังปล่อย โดยฝ่ายนโยบายส่งสัญญาณให้ใช้ความรุนแรงกับคนจนในลักษณะอย่างนี้นะครับ อันนี้คือ ปัญหาความขัดแย้ง และความเหลื่อมล้ําจะแก้ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาครับ เรื่องคลิปนี้ส่งได้ แต่ว่าต้องดําเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านเขาด้วยครับ
เอาเป็นว่าส่งมา ก็แล้วกันนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ครับ
ครับ ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นผมต้องเรียนว่าในด้านการปฏิบัติการของทางเจ้าหน้าที่นะครับ ถ้าหากว่าไปปฏิบัติการรุนแรง ต่อพี่น้องประชาชนจริง ผมจะดําเนินการตรวจสอบให้ แต่วันนี้ผมจะขออนุญาตพูดถึง นโยบายของเรื่องที่ดิน เพราะถ้าหากว่าถ้าไม่พูดให้ชัดเจน เกรงจะมีความคลาดเคลื่อนและ เกิดความเข้าใจผิดกัน ผมเรียนอย่างนี้ครับ โดยนโยบายที่ดินถามว่าโครงการโฉนดชุมชน เป็นโครงการที่ดีไหม ดีครับ แต่โครงการโฉนดชุมชนนั้นต้องเรียนว่าเป็นเพียงแต่ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีที่ให้พี่น้องประชาชนไปใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้มี กรรมสิทธิ์ แล้วอาจจะถูกยกเลิกเพิกถอนโดย พ.ร.บ. ของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ แต่จริง ๆ แล้ว โดยจุดมุ่งหมายของทางรัฐบาลนะครับ เราต้องการมองจนถึงขั้นที่วันหนึ่งพี่น้องประชาชน จะต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างแท้จริง วันนี้เองนี่นะครับ ผมอยากเรียนว่าในเรื่องของสิ่งที่ทาง รัฐบาลดําเนินการอยู่ ทางรัฐบาลกําลังดําเนินการในเรื่องของเราตั้งคณะกรรมการเรียกว่า คณะกรรมการบูรณาการการบริหารจัดการที่ดินเชิงระบบ ตั้งขึ้นมาทําไมครับ ตั้งขึ้นมา ตอนนี้อย่างแรกเลย เราดําเนินการเพื่อจัดรูปที่ดิน จัดรูปที่ดินคือเราต้องดูฐานข้อมูลที่ดิน ทั้งหมดเสียก่อน เราต้องดูภูมิศาสตร์ของที่ดิน เราต้องดูว่าที่ดินนั้นลักษณะที่ดินเป็นอย่างไร มีภูมิอากาศ ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นอย่างไรนะครับ ปลูกอะไรได้บ้าง ใครครอบครองที่ดิน อยู่ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนหรือใครนะครับ มีเอกสารสิทธิหรือไม่ เราดูข้อมูลทั้งหมด และเราดูเส้นทางคมนาคม ดูเส้นทางน้ํา ดูสภาพดิน ทั้งหมดคือสิ่งที่เราต้องดูทําฐานข้อมูล ที่ดิน เสร็จแล้วเราถึงจะจัดระบบการบริหารที่ดิน ทําผังเมือง แยกโซนเมือง แยกโซนชนบท แยกที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตร พื้นที่พาณิชยกรรม การใช้ประโยชน์ พื้นที่สีเขียว พื้นที่อนุรักษ์ ออกจากกันนะครับ เสร็จแล้วเราจะดําเนินการเพื่อที่จะออกเอกสารสิทธิที่ดินให้กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่เป็นเกษตรกร วันนี้ควรต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน นั่นคือ กระบวนการในการออกระเบียบกฎหมายที่ดินเพื่อยกร่างที่ดินในการใช้ที่ดิน แล้วก็พัฒนา ที่ดินต่าง ๆ ผมอยากเรียนว่าวันนี้เองปัญหาของการให้กรรมสิทธิ์ที่ดินก็คือว่า เราให้แต่ที่ดิน แต่พี่น้องประชาชนไม่สามารถทํามาหากินในที่ดินได้ ไม่มีกรรมสิทธิ์ได้ สุดท้ายมาก็โอนขาย ยกให้กับคนอื่นไป เขาไม่มีกําลังที่จะดูแลที่ดิน เพราะฉะนั้นในเรื่องของ กรรมสิทธิ์ที่ดิน และการพัฒนาที่ดิน การส่งเสริมให้หารายได้ เพิ่มสิทธิประโยชน์ในที่ดินเป็น สิ่งที่จําเป็นนะครับ ในรัฐบาลที่ผ่านมามองถึงเรื่องการออกโฉนดชุมชน บอกว่ามีอยู่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ที่ต้องออกโฉนดชุมชน จริง ๆ แล้ว พื้นที่ดินของประเทศไทยมีทั้งหมด ประมาณ ๓๒๐ ล้านไร่ กรมที่ดินออกไปแล้วประมาณ ๑๒๗ ล้านไร่ เหลืออีกประมาณ ๑๙๐ ล้านไร่ ที่ต้องออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน นั่นแปลว่าอีกเกือบ ๒ เท่า เราออกไปแล้ว ประมาณแค่ ๑ ใน ๓ เท่านั้นเอง อีกประมาณ ๒ ใน ๓ เราจะต้องออกโฉนดที่ดิน ซึ่งวันนี้ ส่วนหนึ่งอยู่ในที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมธนารักษ์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของกรมที่ดิน ที่สาธารณประโยชน์ หรือว่าที่ของกรมอุทยาน ของป่าไม้ ของหน่วยงานต่าง ๆ วันนี้ ความชัดเจนอยู่ตรงไหน ความชัดเจนยังไม่มี เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดําเนินการ คือ ทําฐานข้อมูลที่ดินเสียก่อน วันนี้เองเราเพิ่มงบประมาณให้กับกรมที่ดิน ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ กรมที่ดินได้งบประมาณไป ๕,๔๑๑ ล้านบาท ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๗,๔๔๒ ล้านบาท เพิ่มไป ๒,๐๓๐ ล้านบาท เพื่อทําฐานข้อมูลที่ดินและจัดรูปที่ดินให้แล้วเสร็จ และหลังจากนั้นเอง กระบวนการต่าง ๆ เราจะเริ่มดําเนินการ ผมอยากเรียนว่าเราดําเนินการเรื่องที่ดิน ด้วยความรอบคอบครับ และเรียนว่าวันหนึ่งเราจะดําเนินการออกโฉนดที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เพียงแต่กรรมสิทธิ์ แล้วก็ปล่อยไปเลย ออกง่ายครับ ออกโฉนดชุมชนออกง่ายครับ ไปตรวจสอบเสร็จก็ให้หน่วยงานของรัฐโอนมา ๆ เซ็นออกไปเลย แต่ถามว่าเขาจะไปดูแล อย่างไร ใครจะเป็นคนดูแล ใครจะลงทุน ใครจะบํารุงระบบน้ํา ใครจะบํารุงดิน ใครจะทําการ เพาะปลูก ใครจะทําอะไร เพราะมันอยู่กันเป็นกลุ่ม วันนี้เองเราก็พยายามที่จะแยกโซนครับ ตรวจสอบให้ชัดเจนครับ ที่ตรงนั้นขวางทางน้ําหรือไม่ ที่ตรงนั้นขวางทางถนนหรือไม่ จะดําเนินการกันอย่างไร เราทําครับ ไม่ช้าครับ ภายในปีนี้ผมคิดว่าภาพของเรื่องที่ดินจะเห็น ชัดเจนนะครับ ผมเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แต่เรียนกับท่านสาทิตย์ว่า เรื่องของที่ดินรัฐบาลนี้ไม่ปล่อยปละละเลยแน่นอนครับ แล้วเราพร้อมที่จะให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสาทิตย์ ขอสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ ขอนาที เดียวนะครับ บังเอิญมี ๒-๓ ประเด็น
๑. สั้น ๆ ก็คือคณะกรรมการชุดที่มีรองนายกรัฐมนตรียงยุทธเป็นประธานตั้ง เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม มาแก้ไขปัญหาที่ดินเชิงบูรณาการ ผมรู้ว่าหลายเรื่องที่ดินไปกองที่นั่น ตลอดระยะเวลา ๕ เดือนมานี้ประชุมครั้งเดียวนะครับ และเรื่องที่ดินประชุมครั้งเดียวไม่ได้ เรื่องมันเยอะ
๒. เรื่องโฉนดชุมชนฟังท่านตอบ ท่านไม่เข้าใจหลักการ ซึ่งอันนี้ควรที่จะทํา ความเข้าใจในเรื่องนี้นะครับ เพราะถ้าท่านบอกว่าออกโฉนดให้ บางคนเราออกโฉนดมา เท่ากับอายุกรมที่ดิน และจนเดี๋ยวนี้ตายไป ๒ รุ่นแล้วยังไม่ได้นะครับ
๓. ก็คือต้องดูแลเรื่องการกระทําเจ้าหน้าที่ อย่าส่งสัญญาณให้ใช้ความรุนแรง อย่าใช้โจรมาจัดการกับชาวบ้านเขากลัว และเอาโจรไปติดอาวุธ นี่คือปัญหานะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าจะแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ําเรื่องที่ดินท่านต้องทําความเข้าใจเรื่องโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน และกําชับเจ้าหน้าที่ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ช้าครับ วันนี้เรียนว่ารัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาแล้ว ๓ ชุดนะครับ คือ
คณะที่ ๑ คือคณะอนุกรรมการจัดรูปที่ดิน เพื่อที่จะดูที่ดินในส่วนของที่ดิน ของรัฐทั้งหมด เพื่อจะโอนกลับมาอยู่ในส่วนกลาง
คณะที่ ๒ คือคณะอนุกรรมการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อดูแลเรื่องของ การกระจายการถือครองที่ดินให้เป็นธรรม
คณะที่ ๓ คือคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาทางด้านกฎหมาย พิจารณา การยกร่างกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินทั้งหมด เพื่อดูแลในเรื่องของการจัดสรรที่ดินให้กับ พี่น้องประชาชน วันนี้รัฐบาลผ่านไปเพียงไม่ถึง ๑ ปี แต่ผมเรียนว่าเมื่อเราดําเนินการอย่างเป็นระบบ แล้วเราอาจจะช้าในช่วงแรกครับ แต่เมื่อดําเนินการแล้ว ผมคิดว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต่อ พี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแน่นอนครับ เกษตรกรที่ถือ ครองที่ดิน ครอบครองที่ดินอยู่ ควรต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง อันนี้คือสิ่งที่เราคิดว่า เราจะดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชน รอถึงวันเวลาภายในรัฐบาลนี้ครับ ท่านจะเห็นภาพ ที่ชัดเจน แล้วท่านจะเห็นความแตกต่างระหว่างรัฐบาลของท่านกับรัฐบาลของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมคิด เชื้อคง ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมนายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย ส.ส. อุบลราชธานี เขต ๑๐ วันนี้ผมมาสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งปกติแล้ว เมื่อสักตอนเที่ยงส่วนมากเพื่อนสมาชิกซีกฝ่ายค้านก็จะได้อภิปรายว่าพรรครัฐบาล โดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ดูแลคนจน ซึ่งปกติงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นี้นะครับ ก็มีหลายเรื่องที่ได้ดูแล คนจนทุกภาคส่วน เช่น การส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนซึ่งก็จัดสรรไว้ ๘๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็มีทั้งเอสเอ็มแอล มีทั้งกองทุนหมู่บ้าน มีทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพราะฉะนั้นก็มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจัดสรรไว้ ๖๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นเงิน ๖๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ก็มีเรื่องของการพักหนี้ เกษตรกร มีเรื่องของรถยนต์คันแรก มีเรื่องเบี้ยยังชีพเกี่ยวกับแรงงานเกี่ยวกับผู้จบปริญญาตรี เพราะฉะนั้นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่าพรรคเพื่อไทยทอดทิ้งคนจนก็ไม่เป็นความจริงครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าฝากไปถึงพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าพรรคที่เป็น รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนําไม่มีทางที่จะไม่ดูแลพี่น้องประชาชนคนยากจน หรอกครับ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ดูแลคนจนผมถามหน่อยประเทศไทยพรรคไหนจะดู มันก็มีอยู่ เท่านี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากเรียนท่านประธานไปสู่เพื่อนสมาชิกครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมจะอธิบายเรื่องงบประมาณโครงการเร่งด่วนเกี่ยวกับการแก้ไข ปราบปรามยาเสพติด ซึ่งจริง ๆ พี่น้องประชาชนทั้งหลายก็ได้รู้ เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ได้รู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นนโยบายของรัฐบาลซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ได้ใช้นโยบายนี้หาเสียงและ ผมก็เชื่อว่า ส.ส. พรรคเพื่อไทยทุกท่านที่มาอยู่ในสภานี้ก็ได้เอานโยบายนี้ไปหาเสียงกับ พี่น้องประชาชนซึ่งโดยหลักแล้วงบประมาณในส่วนดูแลยาเสพติดนี้เพิ่มขึ้น ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยไปเพิ่มอยู่ในส่วนของทุกกระทรวง ทบวง กรม เพราะฉะนั้นแล้วการปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะช่วง ๗-๘ เดือนที่เราเป็นรัฐบาลมานั้นก็ได้ดูแลอย่างดี เริ่มต้นจากการจับกุม การบําบัดรักษา การป้องกัน เพราะฉะนั้นและที่สําคัญส่วนมาก ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่อยู่ ในพื้นที่เวลาออกพื้นที่ไปก็จะอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้หลีกเลี่ยงยาเสพติดแล้วก็ ได้ช่วยกันพูด ยิ่งผมเป็น ส.ส. บ้านนอกอยู่ชายแดน แถวอําเภอน้ํายืน น้ําขุ่น ก็ติดกับชายแดนเขมร เพราะฉะนั้นการลักลอบขนยาเสพติดก็มีมาก เพราะฉะนั้นตํารวจก็ต้องทํางานหนัก อย่างเพื่อนสมาชิกริมชายแดนเหล่านี้ก็เป็นภาระที่จะต้องไปนั่งอธิบายทั้งหมด เพราะฉะนั้น อย่างท่านสมคิด บาลไธสง ท่านเชิดพงศ์ ที่จังหวัดบึงกาฬท่านก็อยู่ริมชายแดน ท่านก็พยายาม อธิบายเรื่องยาเสพติด เพราะฉะนั้นตํารวจก็ทํางานหนัก ผมเห็นว่ารถตํารวจที่เพิ่มนิดหน่อย ๕๐๐-๖๐๐ คันมันยังน้อยเสียด้วยซ้ําไปในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนําก็ได้เอามาเป็นนโยบายหลัก เพราะฉะนั้น มันก็เหมือนว่าเราดูแลสังคม ดูแลทุกอย่างนะครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เพราะฉะนั้นเรื่องที่บอกว่าพรรครัฐบาลเวลาตั้งงบประมาณไม่ดูแลทุกกลุ่มทุกอาชีพ ผมว่า ไม่จริงหรอกครับ ดูทุกส่วนแต่ว่าบางส่วนนั้นอาจจะไม่ได้ดั่งใจ เพื่อนสมาชิกซีกทางโน้น อาจจะไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นอะไรครับ ถึงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยสุดท้ายเราก็ใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน นี่ล่ะครับ ไม่ได้ใช้เงินกระเป๋าอื่น เพราะฉะนั้นบางทีก็อยากกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ในการทํานโยบายต่าง ๆ อาจจะไม่ทันใจแต่ความตั้งใจของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นความตั้งใจสูงและยิ่งงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ก็ได้เพิ่มเติมทุกเรื่องครับ เรื่องถนนหนทาง เรื่องไฟฟ้าการเกษตร เหล่านี้ล่ะครับ จะช่วยให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลที่ดี เพราะฉะนั้น ในกรณีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นี้ ผมก็เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยแล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลได้จัดทํา แล้วก็จะได้ใช้ที่เป็นผลดีต่อพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ
ท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานนะคะ ที่ได้ให้โอกาสได้พูดเกี่ยวกับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ งบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจํานวนมาก แล้วก็มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ว่าดิฉันก็ไม่ติดใจว่าจะมากหรือน้อย แต่ที่สําคัญก็คืองบประมาณทุกบาททุกสตางค์จะใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน
เรื่องแรก ที่ดิฉันอยากจะพูดก็คือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ที่ทางรัฐบาลซึ่งได้พูด ในเมื่อวานนี้ ก็คือการฟื้นฟูความสัมพันธ์แล้วก็พัฒนาความร่วมมือกันระหว่างประเทศ ในภูมิภาค ตัวดิฉันเองอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษอยู่บริเวณชายแดนเขาพระวิหารนะคะ ในส่วนที่มี การปะทะกันในช่วงปีที่ผ่านมาดิฉันก็เป็นห่วงนะคะ เพราะว่าจากการที่เรามีการปะทะกัน ในช่วงที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากว่าพรมแดนที่เราเคยเปิด ไปมาหาสู่กันก็ปิดไปโดยปริยาย แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเพื่อที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ ในระหว่างประเทศเลยนะคะ งบประมาณที่ท่านได้รับ ๔,๑๑๗ ล้านบาทก็ถือว่าเป็นงบประมาณ ที่เป็นจํานวนมาก แต่ทางชายแดนซึ่งถือว่าในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาที่เรามีการกระทบกระทั่ง กันจนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน ทางพื้นที่เราก็มีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลที่จะ สามารถเชื่อมต่อกันโดยมีความสัมพันธ์อันดีงาม ถ้าอย่างไรก็จะต้องขอฝากทางรัฐบาลว่า ให้เปิดจุดเชื่อมต่อที่จะทําให้พวกเราไปมาหาสู่กันในระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้นะคะ
แต่เงาะอร่อยนะ ทุเรียนก็อร่อย
ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน ก็เลยต้องฝากท่านรัฐบาลว่าอย่างไรงบประมาณที่ได้ไปนี้เป็นงบประมาณที่เป็นจํานวนมาก ก็อยากให้ได้คิดถึงในส่วนนี้บ้างนะคะ
เรื่องต่อมา ก็คือเรื่องท่องเที่ยว อยากจะให้ทางรัฐบาลมีการพัฒนาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตภาคอีสาน ท่านได้เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวปีนี้ก็เป็น จํานวนมาก แต่ว่างบประมาณที่ท่านจะได้รับในส่วนของการพัฒนาการท่องเที่ยวนี้ก็เป็น จํานวนมากนะคะ คือ ๘,๖๖๒ ล้านบาท ในยุทธศาสตร์ที่มีการพัฒนาการท่องเที่ยว ภาคอีสานก็ถือว่าเป็นภาคหนึ่งที่น่าจะได้รับการส่งเสริมการท่องเที่ยวนะคะ ก็อยากฝากให้ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วยนะคะ
เรื่องที่สําคัญที่ดิฉันอยากจะพูดต่อไป ก็คือในการพัฒนาทางด้านสาธารณสุข ที่ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณถึง ๑๑๘,๒๑๒ ล้านบาท ในการที่จะทําให้ประชาชนได้รับ การดูแลในเรื่องคุณภาพชีวิต ในเรื่องสุขภาพอย่างทั่วถึงนะคะ แต่ว่าในส่วนของประชาชน ที่ได้รับการดูแลสุขภาพที่ทั่วถึงก็ต้องมีบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ทางพยาบาล แล้วก็บุคลากรทางสาธารณสุข ฝากดิฉันมาถึงรัฐบาลว่าอย่างไรก็อยากจะฝากให้ท่านดูแล ในเรื่องของบุคลการทางสาธารณสุขเพื่อที่จะทําให้เขามีกําลังใจในการที่จะดูแลประชาชน ให้มีคุณภาพได้ โดยเฉพาะพยาบาลนะคะ ดิฉันเองก็เป็นพยาบาลวิชาชีพมาก่อน แล้วก็อยากจะฝาก ทางรัฐบาลให้ดูแลพยาบาลเพื่อที่จะให้ขวัญและกําลังใจในด้านสาธารณสุขนี่ทํางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ พยาบาลปัจจุบันนี้ไม่ได้รับการบรรจุเป็นจํานวนมาก แล้วก็ทําให้พยาบาล ที่ไม่ได้รับการบรรจุเกิดไม่มีกําลังใจที่จะทํางานแล้วก็จะทําให้ประชาชนที่ได้รับการดูแลนี้ มีคุณภาพได้อย่างไรนะคะ อันนี้ก็ต้องฝากทางรัฐบาลเพื่อที่จะจัดสรรงบประมาณให้กับ ทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อที่จะบรรจุเป็นข้าราชการ แล้วก็เป็นกําลังใจให้กับบุคลากร สาธารณสุขต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
ก็ประชาสัมพันธ์ ให้ด้วยนะครับ อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เงาะก็อร่อย ทุเรียนอร่อยครับ ผมไปบุกสวน มาแล้วอร่อยจริง ๆ เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอชมเชยรัฐบาลที่ได้จัดสรรเงินงบประมาณในปี ๒๕๕๖ อย่างเป็นธรรมแล้วก็ทั่วถึง ท่านประธานที่เคารพครับ นับว่าเป็นรัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นสตรีที่ใจแกร่งแล้วก็กล้าหาญ ที่จะดําเนินการนโยบายตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เพื่อนสมาชิกบางท่านไม่ได้อ่านในคําแถลง ของท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อ่านหมด ยังไปกล่าวหาว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณหลอกลวง ประชาชน ไปกล่าวหารัฐบาลหลายอย่าง เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตพูดเรื่องเดียวนะครับ
๓.๔ การเพิ่มประสิทธิภาพภาคการตลาด การค้า ลงทุน การจัดสรรเงิน งบประมาณ จํานวน ๖,๖๕๔ ล้านบาทนะครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้ขยายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นงบในด้านการลงทุนซึ่งเป็นการจัดสรรที่เป็นธรรมให้แก่ พี่น้องทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ๔ เลน ไม่ว่าจะเป็นรางรถไฟรางคู่ไปยังภาคใต้ ภาคเหลือ ภาคตะวันออก แล้วก็ภาคอีสาน เห็นไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านต้อง อ่านให้หมด แล้วค่อยมาพูดนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในวันนี้รัฐบาลไม่ได้หลอกลวง ประชาชน ได้ทําตามนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน เงินเอสเอ็มแอล ไม่ว่าจะเป็น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ๓๐ บาทรักษาทุกโรค นี่ละครับท่านประธาน ยิ่งรัฐบาลได้ประกาศนโยบาย บอกว่าใครเป็นหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทพักไว้ ๓ ปี ขณะนี้ก็ได้ไปลงทะเบียนแล้วนะครับ จนถึงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ท่านสามารถไปลงทะเบียนได้ ท่านสมาชิกที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ก็ไปลงทะเบียนพักได้นะครับ เราพักให้ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือเป็นนโยบายหลัก เพราะฉะนั้น รัฐบาลนี้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาด้วยคะแนนซึ่งเป็นเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้น ไม่มีรัฐบาลไหนละครับที่จะไปหลอกหลวงประชาชน เพราะฉะนั้นยิ่งรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้หญิงเด็ดเดี่ยวนี่ละครับ ได้ทําตามนโยบายที่แถลงไว้กับ รัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ยังไปพูดนอกประเด็นออกมาว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณ เพื่อจะไปแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านเองก็เป็นสมาชิกภาคใต้ท่านก็ยัง ไม่เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้นพี่น้องชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านจงฟังไว้วันนี้แม้แต่ สมาชิกของท่านก็ยังไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลจัดงบประมาณไปตั้ง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ ท่านประธาน ฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภาคใต้ด้วย แม้แต่ท่านที่เลือกขึ้นมาเป็น ส.ส. ยังไม่เห็นด้วยเลยนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ครับ ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ๕ นาทีนะครับ ท่านเจะอามิงมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตทักท้วง ท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ท่านได้กล่าวทําให้ผมซึ่งเป็น คนอภิปรายก่อนหน้านี้อาจจะได้รับความเสียหายได้ โดยกล่าวว่าสมาชิกที่อภิปรายก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับงบประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทําให้ผมนี่เกิดความเสียหาย ผมขออนุญาตท่านประธานชี้แจงอย่างนี้ครับว่าที่ผมพูดในสภาผู้แทนราษฎรนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มันมีหน่วยงานของรัฐซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้กําลังจะไปแทะเล็มกัน โดยไม่มีแผนงานและเนื้องาน ไม่ได้เอางบประมาณไปแก้ไข ปัญหาอย่างแท้จริงกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งเหล่านี้ผมต้องการให้สังคมได้แลเห็นได้รับรู้ว่า รัฐบาลเพิ่มไปแล้วนี่แผนงานและเนื้องาน สิ่งที่สําคัญที่สุดคือกําลังจะเอางบประมาณ ที่ผ่านโดย ศอ.บต. ไปสร้างความแตกแยกในสังคมอย่างไร ในภาคใต้มากขึ้นอย่างไร โดยผ่าน เลขาธิการ ศอ.บต. อย่างไรครับ ผมถึงขออนุญาตกราบเรียนว่าตามที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง เมื่อสักครู่นี้ทําให้ผมเสียหาย ขอให้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยให้ถอนคําพูดด้วยครับ
ท่านครับ เมื่อกี้ ที่ท่านพูดนี่ ผมว่ามันเข้าข่ายไปใส่ร้ายคนนอกเขานะครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ ได้ชี้แจง ทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมพูด คือบนพื้นฐานของความเป็นจริง ผมได้รับข้อมูลในพื้นที่เขาบอกว่า
ท่านครับ ใช้คําว่า เขาบอกว่า และทําให้คนอื่นเสียหาย ผมว่าไม่ควรกระมังครับ ถ้าเป็นเรื่องร้องเรียนก็ค่อยว่า กันไปตามข้อเท็จจริง ผมว่าพอแล้วกระมังครับ สมควรแล้วนะครับ
ท่านประธานถ้าอย่างนี้ต้องให้ถอน ก่อนครับ ให้เพื่อนสมาชิกที่กล่าวหาผมเมื่อสักครู่ว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผมไม่เห็นด้วย ให้ถอนด้วยครับ
ก็ไม่เป็นอะไรครับ
และกล่าวให้ร้าย
ท่านครับ ผมถือว่า ตักเตือนทั้งคู่นะครับ ก็สมควรแล้วนะครับ ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ๕ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงอย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ฉบับนี้จะต้องผ่าน การเห็นชอบในสภาทั้งวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม อย่างแน่นอน ประเด็นสําคัญครับ ท่านประธาน ในการอภิปรายของสมาชิกผู้ทรงเกียรติในขณะนี้นั้น ก็เพื่อให้การใช้จ่ายเงิน จํานวนทั้งสิ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้มีประสิทธิภาพ ให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของ งบประมาณได้รับความเป็นธรรม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน ประเด็นที่ผม เป็นห่วงครับ ท่านประธานที่เคารพ มีพี่น้องบางพื้นที่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทํา งบประมาณในรอบหลายปีที่ผ่านมา เกรงว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นี้พี่น้องจะถูกยัดเยียด ความไม่เป็นธรรมจากการใช้งบประมาณในปี ๒๕๕๖ นี้อีก บังเอิญว่าผม เกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่งจะมี ส.ส. ในรอบ ๑๐ ปีในจังหวัดปทุมธานี ผมจึงขอกราบเรียน
ประเด็นที่ ๑ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานที่ผมเป็นห่วง ผมกังวลใจ ผมไม่สบายใจถึงขั้นผมรันทดและหดหู่ใจ เมื่อได้ยินหลักคิด ทัศนคติและพฤติกรรม การอภิปรายของสมาชิกท่านผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้ทรงเกียรตินะครับ ที่กําลังศึกษาถึงระดับขั้นปริญญาเอกและผู้จบดอกเตอร์ทางการศึกษา รวมถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการด้วยที่ได้อภิปรายสนับสนุนในประเด็นการจัดงบประมาณยุทธศาสตร์ ทางด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคนในชาติ ทั้ง ๆ ที่ท่านนั้นทราบดีนะครับว่า ความสําเร็จของการเรียนรู้ของคนนั้นมันมาจากพันธุกรรม มาจากสิ่งแวดล้อมและมาจาก ประสบการณ์ ห้องเรียน โรงเรียน ครู แบบเรียน หลักสูตรและสื่อการสอนเป็นเรื่องของ การจัดสิ่งแวดล้อมและการจัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน ส่วนแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ พกพานั้น เป็นเพียงสื่อการสอนที่ดีชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ผู้มีเกียรติที่จบทั้งระดับปริญญาโท ดอกเตอร์ทางการศึกษา รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้อภิปรายสนับสนุน ยกย่องนโยบายประชานิยมทางด้านการศึกษา โดยการแจกแท็บเล็ตอย่างออกหน้าออกตา เสมือนว่าการใช้แท็บเล็ตแล้วประสบความสําเร็จในการเรียนอย่างแน่นอน แท้ที่จริงแล้ว การจัดประสบการณ์ตรง การจัดสภาพแวดล้อมที่ดีจะเรียนรู้ได้ดีกว่าการใช้แท็บเล็ต ซึ่งในแท็บเล็ตนั้นจะเป็นสถานการณ์จําลองหรือว่าซีมูเลท (Simulate) สถานการณ์จริง เข้าไปใช้ในแท็บเล็ตเท่านั้น ระวังนะครับ ทัศนคติของผู้ปกครองได้ไว้ใจแท็บเล็ตจนไม่สนใจ ไม่ใส่ใจลูกหลานแล้วจะก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพทางการศึกษาของคนในชาติตามมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะเดียวกันนั้นห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ในอําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานีนั้นยังไม่เพียงพอนะครับ
ประเด็นถัดมาที่ผมเป็นห่วง ก็คือประเด็นเกิดความเสียหายหลังจากน้ําท่วม อําเภอลําลูกกา อําเภอคลองหลวง อําเภอธัญบุรี อําเภอเมือง จังหวัดปทุมธานีเกือบทั้งหมดนั้น ถูกน้ําท่วมเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุการณ์น้ําท่วมปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ท่านประธานได้โปรด ไปถึงท่านผู้ที่ดูแล รัฐมนตรีทั้งหลายได้ใส่ใจดูแลเมืองปทุมธานีในเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้นะครับ เรื่องงบเยียวยาจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้มีงบเปราะบาง แล้วก็มีงบสงเคราะห์ผู้ยากไร้ลงไปโดยการแจกจ่ายนั้นไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับ มอบหมายในการไปแจกจ่ายเงินเปราะบางแล้วก็เงินเยียวยา งบจากกระทรวงมหาดไทย ช่วยเหลือผู้ถูกน้ําท่วมชาวบ้านเรียกว่างบ ๒๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้กําลังมีปัญหา มีการประท้วง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ ๒๒ พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการปิดถนนประท้วงเพราะว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแจกจ่ายงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม ชาวบ้านเข้าใจว่างบ ๒๐,๐๐๐ บาทนั้น เป็นงบที่ช่วยเหลือทรัพย์สินที่เสียหายจากน้ําท่วมตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่การแจกจ่ายออกมาแท้ที่จริงแล้วมีผู้ได้รับในหลักพันบาทบ้าง หลักหมื่นบาทบ้าง หลักหลายหมื่นบาทบ้าง ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน พี่น้องประชาชนรอคอยคําตอบ ขอความชัดเจน จากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ งบฟื้นฟูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โครงสร้าง พื้นฐาน ตอนนี้ท่อในชุมชนต่าง ๆ นั้นมีโคลนอุดตัน ถนนยังซ่อมแซมไม่เสร็จ ฝนตกลงมาครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ตกเพียงนิดหน่อยนั้นน้ําท่วมขังแล้วครับ หน้าแล้งก็ยังมีน้ําท่วมขัง เข้าหน้าฝนจะเกิดน้ําท่วมขังอีกมากมาย งบของกรมชลประทานเนื่องจากว่าจังหวัดปทุมธานีนั้น โครงสร้างพื้นฐานมีคลองรังสิต คลองระพีพัฒน์ คลองหกวา มีคลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม คลองสี่ เป็นคลองซอยอยู่ คลองเหล่านี้ไม่ได้รับการฟื้นฟู และคลองเหล่านี้ก็จะได้รับการเป็นคลอง ที่จะทําเป็นแนวคันกั้นน้ําตามพระราชดําริ ขอได้โปรดให้งบประมาณไปให้กับกรมชลประทาน ของจังหวัดปทุมธานีด้วย
ทางหลวงแผ่นดินครับ จากอนุสรณ์สถานผ่านหน้าเซียร์รังสิต สี่แยก ตลาดสี่มุมเมืองไป จนกระทั่งถึงฟิวเจอร์พาร์ค เป็นถนนทางหลวงแผ่นดินเพียง ๓ กิโลเมตร ที่พาดผ่านอําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี น้ําท่วมขังโดยตลอดครับ ไม่ได้รับการแก้ไขมากว่า ๑๐ ปี ถนนหมายเลข ๓๐๑๗ ครับ คลองสี่ ถนนเส้นนั้นเป็นถนนทางหลวงแผ่นดินระยะทางแค่ ๗.๕ กิโลเมตรเท่านั้น ๒ เลน วันนี้มีงบเวนคืนแต่ว่าไม่มีงบก่อสร้าง พี่น้องประชาชนอยู่กัน เป็นจํานวนมากมาย
ตรงนี้ละครับท่านประธานที่เคารพ จังหวัดปทุมธานีได้จัดเก็บภาษีส่งเข้าคลัง งบประมาณแผ่นดินได้มากเป็นอันดับ ๗ ของทั้งหมด ๗๗ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ได้โปรดเมตตาอย่าได้ยัดเยียดความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณประจําปีให้กับ พ่อแม่พี่น้องอําเภอลําลูกกา พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานีอีกเลยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสิรินทร รามสูต ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางสิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอสนับสนุนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลได้เสนอต่อการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ซึ่งรัฐบาลตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจําปีไว้ที่ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ดิฉันเห็นว่าสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไว้ว่า เป็นการจัดสรรงบประมาณที่สูงที่สุด แต่ดิฉันก็ขอให้กําลังใจกับรัฐบาลนะคะ หากเศรษฐกิจ ของประเทศไทยไปได้ดีกว่านี้ ดิฉันก็เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะตั้งงบประมาณสูงกว่านี้แล้วก็เป็น งบประมาณที่สมดุลด้วยค่ะ ดิฉันขอให้กําลังใจนะคะ
ตลอดระยะเวลาในการบริหารงานในปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นั้น ประเทศไทยเรา ประสบปัญหาในเรื่องของภัยธรรมชาติอย่างมากมาย แต่ด้วยความเข้มแข็งของคนไทยและ ด้วยเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ทําให้การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของไทยเป็นไปด้วยดีนะคะ และดิฉันก็หวังว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นั้น เศรษฐกิจของประเทศไทยเราก็จะเจริญเติบโต ไปในทิศทางที่ดีด้วยนะคะ
การจัดสรรงบประมาณนั้น สาระสําคัญของการจัดสรรนั้น ก็คือการจัดสรรหา รายได้และรายจ่ายของรัฐบาล รายได้มาจากที่ไหนคะ รายได้ก็มาจากการจัดเก็บภาษีอากร จากพี่น้องประชาชนและรายได้ในการหาเงินเข้าประเทศของรัฐบาลนะคะ แต่ว่ารายจ่ายนั้น หน่วยงานต่าง ๆ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้น แต่ละปีก็จะเสนอการขอรับการจัดสรร งบประมาณมายังรัฐบาล แต่เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ที่ทุกโครงการที่เสนอมานั้นจะได้รับ การจัดสรรจากรัฐบาลนะคะ แต่การจัดสรรนั้นจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม ถูกต้องแล้วก็ เห็นประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนนะคะ ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก เขตพื้นที่ที่อยู่จะว่ารอบนอกหรือว่าบ้านนอกก็ว่าได้นะคะ แล้วก็การจัดสรรงบประมาณนั้น ความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขตเมืองและเขตที่อยู่ห่างไกลในชนบทนั้นก็ย่อม แตกต่างกัน ดิฉันอยากจะสะท้อนถึงปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนในเขตชนบท หรือว่าจังหวัดที่อยู่ห่างไกลนะคะ จากยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดิฉันเห็นว่า ความจําเป็นในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณเพื่อน้ํากินน้ําใช้หรือว่าประปาหมู่บ้านนั้น มีความสําคัญมากนะคะ ในระยะที่ผ่านมา ๓-๔ ปีนั้น เราได้มีการกระจายอํานาจสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดสรรหาน้ํากินน้ําใช้หรือว่าประปาหมู่บ้านนั้น ก็อยู่ในความดูแล ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นบางที่ไม่สามารถที่จะ จัดสรรงบประมาณในการหาน้ําสะอาดหรือน้ําประปาหมู่บ้านให้กับพี่น้องประชาชนได้นะคะ
ส่วนเรื่องต่อมา ก็คือเรื่องของเส้นทางคมนาคมที่อยู่ในพื้นที่ป่าหรือว่าลุ่มน้ํา ที่ ๑ เอ หน่วยงานหลายหน่วยงานไม่สามารถที่จะเข้าไปพัฒนาได้ แต่ดิฉันก็ต้องขอขอบคุณ ทางหน่วยทหารพัฒนา ที่ผ่านมานั้นเราได้พึ่งพาหน่วยทหารพัฒนาอย่างมากมาย อย่างเช่น พื้นที่ในจังหวัดน่านที่อยู่ในลุ่มน้ําที่ ๑ เอ ของตําบลสะเนียน ก็ได้มีการเข้าไปสํารวจของ หน่วยทหารพัฒนาแล้วและดิฉันก็หวังว่าในงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้นะคะ กระทรวงกลาโหมก็ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ก็อยากจะขอให้เข้าไปช่วยดูแล ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ป่าแล้วก็เขตลุ่มน้ําที่หน่วยงานอื่น ไม่สามารถที่จะเข้าไปพัฒนาเส้นทางอันยากลําบากได้ และที่สําคัญที่สุดและดิฉันก็ภาคภูมิใจ มากที่สุดในเรื่องของยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวนะคะ จังหวัดน่านเราได้รับ การอนุมัติจาก ครม. เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาให้เป็นเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืนนะคะ พร้อมกับจังหวัดสุพรรณบุรีคือเขตเมืองเก่าอู่ทองนะคะ แต่เนื่องจากในการ อนุมัติของคณะรัฐมนตรีนั้น เพิ่งอนุมัติเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานั้น ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นั้น ยังไม่ได้มีการจัดสรรให้ แต่ดิฉันก็เชื่อว่าจากการที่พวกเราจะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา พิจารณางบประมาณและมีการแปรญัตติงบประมาณนั้น ดิฉันก็หวังว่าเขตเมืองเก่า เมืองน่าน ที่มีชีวิตนั้นจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีแล้วก็คณะกรรมาธิการที่เข้า ไปดูแลในเรื่องของการแปรญัตติด้วยค่ะ และดิฉันขอสนับสนุนการใช้จ่ายงบประมาณของ รัฐบาลในปี ๒๕๕๖ นี้ ดิฉันคิดว่าท่านทํามาถูกทางแล้วค่ะ ขอสนับสนุนค่ะ
ท่านพีรยศครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาลวันนี้เป็นวันที่ ๒ แล้วนะครับ สําหรับตัวกระผม เองเวลามีจํากัดมากนะครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณแต่จะพูดถึง เรื่องประเด็น ๗.๑ ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับ การต่างประเทศนะครับ ท่านประธานที่เคารพ สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่ทราบ กันโดยทั่วไปแล้วนะครับ มันมีความรุนแรงมาหลายสิบปีนะครับ และรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็มี ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดความสงบ สันติสุข แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ก็มีความ พยายามเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดตรงนี้มันเกี่ยวข้องกับองค์กรระหว่างประเทศ ที่มันมีบทบาทสําคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ องค์กร ที่กล่าวนี้ก็คือองค์กรความร่วมมือระหว่างอิสลาม หรือโอไอซี (OIC) เดิมทีเราจะเรียกว่า ออร์กาไนเซชั่น ออฟ เดอะ อิสลามิก คอนเฟอเรนซ์ (Organization of the Islamic Conference) แต่ปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนเรียกว่า ออร์กาไนเซชั่น ออฟ อิสลามิก โคออเปอเรชั่น (Organization of the Islamic Cooperation) ก็คือความร่วมมือองค์กรต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ มีประเทศสมาชิกทั้งหมดของประเทศมุสลิม ๕๗ ประเทศ และโอไอซีนี้ได้ก่อตั้งขึ้นมา เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๗๑ หรือ พ.ศ. ๒๕๑๔ ซึ่งได้มีการจัดตั้งครั้งแรก ๓๕ ประเทศที่กรุงราบัต ราชอาณาจักรโมร็อกโก ที่มีการประชุมระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ กันยายน ค.ศ. ๑๙๖๙ การประชุมสุดยอดอันนี้โดยมีเป้าหมายต้องการแสวงหาจุดร่วมระหว่างประเทศหรือรัฐมุสลิม ในการที่จะแก้ไขปัญหากรณีบริเวณมัสยิดอัลอักซอ ในกรุงเยรูซาเลมถูกวางเพลิง เพราะฉะนั้น บรรดาผู้นําประเทศมุสลิมจึงมีการประชุมขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ การจัดตั้งนั้น แน่นอนครับ ผู้ที่มีบทบาทสําคัญที่สุดก็คือกษัตริย์ไฟซาล แห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย และ กษัตริย์ฮัสซันแห่งโมร็อกโกเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในการที่สนับสนุนกําหนดหลักการของความ เป็นประชาชาติมุสลิม เพราะฉะนั้นบทบาทสําคัญอันนี้ที่ได้ตั้งขึ้นมาก็มีสถาบันการศึกษา แห่งหนึ่ง ผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติและท่านประธานก็อาจจะทราบแล้วนะครับ คือมหาวิทยาลัยคิงอับดุลอาซิสในประเทศซาอุดิอาระเบียได้จัดตั้งสถาบัน ผมขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษนะครับ คือ อีซี จูส ออฟ มุสลิม ไมนอริตี้ อะแฟรส์ (EC Jesus of muslim minority affairs) สถาบันอันนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลของบรรดากลุ่มมุสลิมชาติพันธุ์ส่วนน้อย ทั่วโลก ข้อมูลเหล่านี้จะรวบรวมอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นเป้าหมายของโอไอซีนั้นต้องการที่จะ เข้าไปช่วยเหลือบรรดาประเทศมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชาชาติมุสลิมส่วนน้อยที่ ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นประเทศไทยของเราต้อง ขอบคุณนะครับ ในอดีตรัฐบาลของคุณชวน หลีกภัย สมัยชวน หลีกภัย ๒ ได้มีการประชุม หารือภายในคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ภายใต้แกนนําของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ฯพณฯ สุรินทร์ พิศสุวรรณ ดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศขณะนั้น กระผมเองก็ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีสุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้เดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในการประชุมโอไอซี แอนนวล โคออร์ดิเนชัน มีทติ้ง (Annual Coordination Meeting) ที่กรุงนิวยอร์ก ในวันนั้นทางโอไอซี ได้ประกาศให้ ๔ ประเทศสามารถมีที่นั่งอยู่ในฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์ ประกอบด้วย ๑. ประเทศไทย ๒. สาธารณรัฐแอฟริกากลาง บอสเนีย เฮอร์เซโกวินา และประเทศรัสเซีย วัตถุประสงค์อันนี้เพื่อที่การที่ประเทศไทยพยายามเข้าไปสู่มีบทบาทในองค์กรนี้เพื่อที่จะ ทํางานร่วมกันกับองค์กรระหว่างประเทศของอิสลามในการที่จะสร้างความเข้าใจ ชี้แจงข้อมูลต่าง ๆ ให้โลกมุสลิมได้เข้าใจว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นอย่างไรว่ารัฐบาลมีแนวคิดในการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๔๑ การประชุมโอไอซีได้ดําเนินไปหลายประเทศมุสลิม ปรากฏว่ากลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน กลุ่มหนึ่งที่รู้จักกันในพื้นที่คือขบวนการพูโล (PULO) ได้พยายามที่จะส่งเอกสารร้องเรียน ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากอํานาจรัฐในสมัยนั้นในจังหวัด ชายแดนภาคใต้นะครับ ทางโอไอซีเองก็ยังไม่ได้บรรจุวาระแต่เปิดโอกาสให้เข้าไปร่วมนั่งฟังเฉย ๆ แต่เมื่อประเทศไทยของเราสามารถต่อสู้ผลักดันเข้าไปอยู่ในฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๑ เป็นต้นมา เราจะเห็นว่าประเด็นปัญหาความขัดแย้งความรุนแรงในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ของเราโดยกลุ่มขบวนการหลายขบวนการพยายามผลักดันส่งรายงาน การร้องเรียนเข้าไปสู่องค์กรโอไอซี แต่ก็ได้รับการยับยั้งจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา เราต้องขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านของเราคือประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย จนกระทั่งปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าขบวนการต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะเอาประเด็นความขัดแย้ง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราเข้าไปในการประชุมโอไอซี ท่านประธานที่เคารพ เราต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานั้น ทุกหน่วยงาน ทุกฝ่ายก็มีการพูดว่ามันเป็นปัญหาภายในของประเทศ เป็นความขัดแย้งของเรา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอะไร แต่เราต้องยอมรับความจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ มัสยิดกรือเซะและเหตุการณ์ตากใบ ปัญหาที่เราคิดว่าไม่น่าจะออกไปสู่ในสายตาของต่างประเทศ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ มันเป็นจุดสนใจของบรรดาประเทศมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมโดยเฉพาะโอไอซี ได้ให้ความสําคัญ ด้วยความเป็นห่วงว่าพี่น้องมุสลิมชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในประเทศไทยนั้น ไม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะเห็นว่าระยะ ๓ ปีที่ผ่านมาเลขาธิการโอไอซีก็ได้เดินทางมา ประเทศไทย ก็ได้มาพบรัฐบาลไทยในขณะนั้น โดยพูดในเชิงที่ว่าเราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา ของพี่น้องมุสลิมในประเทศไทย ปัญหาไม่มีอะไรนอกจากกระตุ้นให้เขาได้รับการศึกษา แต่ก็ฝากการบ้านไว้ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วท่านประธานที่เคารพ เราจะเห็นว่ามีตัวแทนพิเศษ ของเลขาธิการโอไอซี คือท่านไซยิด กาซิม อัลมัสรี่ ได้เดินทางมาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามการบ้านที่ได้ฝากไว้ในรัฐบาลก่อน ๆ ได้ดําเนินการอย่างไรในการแก้ไข จึงได้มีข้อสรุป จากท่านอัลมัสรี่อยู่ ๓-๔ ประเด็นครับประธาน
๑. ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาศาสนา อันนี้ผมสบายใจ ผมขอเวลานิดหนึ่งท่านประธานครับ อันนี้มีความสําคัญครับ
๒. ขอประณามการใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเกิดจากฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง อันนี้ ชัดเจนนะครับ
๓. ไม่สนับสนุนกระบวนการแบ่งแยกดินแดน ๓ จังหวัดไปเป็นรัฐอิสระ
๔. การใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหา
๕. ยินดีเป็นกลางในการประสานกับกลุ่มขบวนการต่าง ๆ
ผมจึงเน้นตรงนี้ว่าประเด็นที่ ๕ น่าเสียดายผู้ที่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยเฉพาะผมจะฝากผ่านท่านประธานไปยังรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง คือท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ท่านในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนกระบวนการ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านควรจะเอาประเด็นนี้มาพิจารณาครับ มันเป็นโอกาส ดีแล้ว โอไอซีไม่ได้มาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย มันเป็นโอกาสที่ดีที่เขาเสนอ ตัวและเราเองต้องตัดสินใจว่าจะเอากันอย่างไรประเด็นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะหลายกลุ่มหลายฝ่ายพยายามไปเจรจากับกลุ่มขบวนการต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้รับความสนใจ นําไปสู่ความรุนแรงบ้างในบางครั้ง เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาสที่เราฝ่ายไทยควรจะตั้ง คณะกรรมการกลุ่มหนึ่งขึ้นมาให้มีอํานาจให้ไปร่วมกันทํางานกับโอไอซีที่เขายินดีที่จะเป็น ผู้ประสานงานในการที่จะพบปะกลุ่มขบวนการ เพราะทุกวันนี้เรายังไม่รู้เลยครับ หัวหน้า ขบวนการที่แท้จริงคือใคร แต่ผมคิดว่าถ้าโอไอซีเปิดทางตรงนี้แล้วมันจะเป็นประโยชน์แก่ ประเทศไทย และที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไป เยี่ยมประเทศตะวันออกกลาง ผมก็แสดงความยินดีครับ ก็ท่านไปที่ประเทศบาห์เรน ประเทศบาห์เรนนั้นเป็นประเทศเสมือนน้องชายของซาอุดิอาระเบีย เรามีปัญหาความขัดแย้ง ในเรื่องการขโมยเพชรที่ผ่านมา และฆ่านักการทูต ฉะนั้นประเทศบาห์เรนจะเป็นสื่อ ช่วยให้แก่เรานะครับ เพราะผมเคยเป็นประธานกลุ่มมิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศบาห์เรน เวลามันจํากัดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คงเป็นท่านสุดท้ายสําหรับคืนนี้นะครับ แล้วก็อย่าลืมพรุ่งนี้มาเช้ากันหน่อยนะครับ แล้วก็ คาดว่าจะมีการลงมติกันสักประมาณบ่ายสามโมงบวกลบ จะได้เตรียมเรื่องความพร้อม ในการลงมติครับ เชิญท่านวิภูแถลง ๘ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องมาทําความเข้าใจ ต้องมายอมรับความเป็นจริง พรรคแต่ละพรรค รัฐบาลแต่ละรัฐบาลย่อมจะมีปรัชญาในการบริหารประเทศ มีหลักคิด มีมุมมอง มีกระบวนทัศน์ ในการมองปัญหาของประเทศแตกต่างกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทําให้แต่ละรัฐบาล แต่ละ พรรคการเมืองก็ย่อมจะมีนโยบายในการบริหารจัดการประเทศแตกต่างเช่นเดียวกันครับ เมื่อเป็นอย่างนี้หลักคิดมุมมองนโยบายของรัฐบาล แล้วก็พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของประเทศก็ย่อมจะเกี่ยวร้อยสัมพันธ์กัน จะเป็น อย่างอื่นไปไม่ได้ครับ เพราะต่างก็เป็นอิทัปปัจจยตาซึ่งกันและกัน เป็นเหตุเป็นปัจจัย ซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะพยายามที่จะแนะนํา พยายามที่จะบอกว่าน่าจะ อย่างนั้น น่าจะอย่างนี้ ก็ไม่สามารถจะเป็นไปได้ เพราะรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนํา ในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะต้องร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ตอบโจทย์นโยบาย ของรัฐบาลที่ให้เป็นสัญญาประชาคมไว้กับประชาชนนะครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมได้พิจารณาแล้ว ได้ใคร่ครวญแล้ว ได้ดูรายละเอียดแล้ว งบประมาณแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลทุกข้อ และที่สําคัญที่สุด รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ที่มีไม้ค้ํา มีผนังทองแดงกําแพงเหล็ก มีการสนับสนุนจากที่เดียวเท่านั้นครับ คือประชาชน ฉะนั้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนที่เป็นของประชาชนจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากบริหารประเทศเพื่อดูแลชีวิตและความสุขของประชาชน มาพิจารณาเป็นรายละเอียด ในบางรายการครับ เพราะเวลาจํากัด งบประมาณตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้ที่เห็น ได้ชัดที่สุด เช่นการแก้ไขป้องกันปัญหายาเสพติด วันนี้ต้องยอมรับความจริง โพลทุกสํานัก เห็นว่าผลงานที่โดดเด่นของรัฐบาลก็คือการปราบปรามยาเสพติด วันนี้รัฐบาลก็ได้ ให้งบประมาณเพิ่มจากปีที่แล้วถึง ๑๑,๕๘๒.๙ ล้านบาทครับ นี่คือการให้ความสําคัญ ให้ความจําเป็น เพราะท่านประธานครับ น้ําท่วมหลังน้ําลดบ้านสามารถซ่อมบํารุงดูแลรักษา ได้ แต่พี่น้องประชาชนลูกหลานประชาชนที่ติดยาเสพติด แม้จะเข้าบําบัดแล้วแต่ศักยภาพ แห่งความเป็นมนุษย์จะไม่หลงเหลือเท่าเดิมอีกแล้วครับ รัฐบาลนี้จึงได้ให้ความสําคัญกับ การปราบปรามยาเสพติด เพิ่มงบประมาณถือว่าเหมาะสมถูกต้องและเป็นการเพิ่มศักยภาพ ของประชาชน ศักยภาพของประชาชนก็คือศักยภาพของประเทศครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญอีกประการหนึ่งครับ นั่นก็คือรัฐบาลมีหลักคิดบอกว่าต้องลดรายจ่าย ต้องเพิ่ม รายได้ แล้วก็ต้องให้โอกาสแก่ประชาชน เมื่อมาพิจารณางบประมาณจะสอดคล้องกับ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อสภานี้ ที่ให้เป็นสัญญาประชาคมไว้กับประชาชน นั่นก็คือลดรายจ่าย พักหนี้ครัวเรือน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ แรงงาน ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์การลดรายจ่ายของ ประชาชน จะไม่เรียกว่า บําบัดทุกข์ดูแลชีวิตและดูแลความสุขของประชาชนได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นการลดรายจ่ายยังไม่พอ ยังเพิ่มรายได้ เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากเดิม ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท และ ๙๐ ปี ๑,๐๐๐ บาท ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนนะครับ นอกจากนั้นมาตรการภาษี รถคันแรกของประชาชน สมาชิกบางท่านอาจจะไม่เห็นด้วย คนที่ไม่เห็นด้วยเพื่อให้โอกาสคนจะมี รถคันแรกล้วนแล้วแต่คนที่มีรถหลายคันทั้งสิ้นครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เป็นเรื่องที่แปลก มากครับ ฉะนั้นผมว่าการให้โอกาสกับคนที่ยังไม่มีรถได้มีรถคันแรกเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ทําในสิ่ง ที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว แต่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมคนที่มีรถหลาย ๆ คัน เขาไม่ยอมแม้แต่ กระทั่งจะให้โอกาสคนที่มีรถสัก ๑ คันหรือคันแรกครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ก็มีการให้โอกาสกับประชาชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ แล้วก็ ให้โอกาสกับประชาชน การเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านให้กับชุมชนให้กับประชาชน นี่ก็ถือว่า เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทุน การเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ก็ให้โอกาสสตรี และที่สําคัญมากครับ เป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาลชุดนี้ นั่นก็คือกองทุนตั้งตัวได้ ประธาน คงจะเคยมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งครับ เป็นชีวิตของชายคนหนึ่ง อย่าเรียกว่าชายคนหนึ่ง เลยครับ เป็นเด็กหนุ่มที่เรียกว่าเถ้าแก่น้อย เผอิญเด็กคนนี้เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ พอประมาณ ในวัยเด็กเพียง ๑๘ ปี ๑๙ ปี ๒๐ ปี เขาสามารถสร้างตัวจนมีเงินเป็นพันล้านบาท เขาบอกว่าเขาโชคดีที่เขารู้ว่าตัวเขาเองจะเป็นอะไรตั้งแต่วัย ๑๘ ปี วันนี้รัฐบาลได้ให้โอกาส คนประเภทนี้ครับ เรียกว่า กองทุนตั้งตัวได้ ครับ ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยได้กู้มาเพื่อที่จะ ประกอบกิจการในลักษณะของเถ้าแก่น้อย ท่านประธานครับ บิล เกตส์ ได้พูดไว้ชัดเจนมากว่า ใครก็ตามที่เกิดมาจนแล้วตายไปอย่างจน ๆ ถือว่าเป็นความผิดของเขา แต่ใครก็ตามเกิดมา จนแล้วอยากจะรวย แต่ต้องกลับมาตายอย่างจน ๆ ถือว่าเป็นความผิดของรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ได้ตระหนักจึงเห็นว่าในประเทศนี้คนหนุ่มสาวที่อยากรวยเขาไม่มี สิทธิที่จะตายจน เพราะรัฐบาลสนับสนุนตามร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ เพื่อให้โอกาส ในการตั้งตัวของคนหนุ่มสาวที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นที่สําคัญมากครับ เป็นนโยบายที่ชัดเจน ขอนิดหน่อยครับ ท่านประธานครับ นั่นคือเอสเอ็มแอล เอสเอ็มแอล นอกจากให้โอกาสในชุมชนแล้วยังเป็นโครงการยังเป็นงบประมาณที่ส่งเสริมการปกครอง ประเทศในระบอบประชาธิปไตยด้วย สืบเนื่องจากเปิดโอกาสให้ประชาคม ให้ประชาชน ในชุมชนได้เป็นผู้กําหนดว่าในหมู่บ้านขนาดเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท จะเอาเงินไปทําอะไร อย่างไรให้ประชาชนเป็นผู้คิดสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นการร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ ต่อสภาแห่งนี้ ถือว่าถูกต้องเหมาะสมครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ปิดประชุมครับ