พลตํารวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2556 และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงการใช้งบกลางฉุกเฉินในปี 2555
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้เปิดโอกาสให้ผมได้อภิปราย งบประมาณรายจ่ายที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อให้สภาได้มีการพิจารณาในวันนี้ กระผมเองขออภิปราย เกี่ยวกับเรื่องงบกลางของรัฐบาล ซึ่งงบกลางของรัฐบาลนั้นได้ตั้งไว้ถึง ๓๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่มากเป็นอันดับ ๒ ของงบประมาณรายจ่ายในปีนี้ การที่ตั้งงบประมาณ มากนั้น ผมมีความเห็นว่าการตั้งงบประมาณเป็นจํานวนมากที่อยู่งบกลางนั้นเป็นการตั้ง เพื่อเป็นการรองรับนโยบายของรัฐบาลมากกว่า เพราะการตั้งงบประมาณกลางนั้นเหมือนกับรับนโยบายให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้งบกลาง อย่างเดียว ในงบกลางนั้นเราจะพบว่ามีงบประมาณที่ใช้ในกรณีฉุกเฉินจําเป็น ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งไว้ถึง ๗๓,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่มีรายละเอียดหรือโครงการที่รองรับ กระผมเองจึงมีคําถาม ต่อคณะรัฐมนตรีว่างบกลางฉุกเฉิน ปี ๒๕๕๕ ซึ่งยังอยู่ในงบประมาณซึ่งเป็นจํานวนเงินถึง ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท รวมกับงบฟื้นฟู ป้องกัน เยียวยาและป้องกันอุทกภัยอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลได้ใช้ทําโครงการอะไรบ้าง ในพื้นที่ใดบ้าง เนื่องจากว่าขณะนี้ประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากมหาอุทกภัยที่ผ่านมายังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง จะเห็นว่า มีการร้องเรียน มีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวานนี้ก็มีการประท้วงจากพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดปทุมธานีที่คลอง ๕ มีการประท้วงเรื่องงบการช่วยเหลือเยียวยาซึ่งแต่ละ ครอบครัวได้ไม่เท่ากัน มีการประท้วงปิดถนน สร้างความเดือดร้อน กระผมจึงอยากจะให้ คณะรัฐมนตรีที่ได้ตั้งงบประมาณกลางไว้มากมายอย่างนี้ได้ชี้แจงให้ทราบ และเมื่อสักครู่ จะขอเอ่ยนามครับท่านวิฑูรย์ นามบุตร ได้แจ้งว่างบกลางที่รัฐบาลได้จ่ายไปในงบปี ๒๕๕๕ นั้น เพิ่งจ่ายไปเพียงประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่ทราบว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากมหาอุทกภัยครั้งที่แล้วจะได้เงินเมื่อไรนะครับ เพราะว่าเพิ่งจ่ายไปแค่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลืออีกประมาณร่วม ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นจะจ่ายเมื่อไร นอกจากนี้แล้วผมขออภิปรายเรื่องงบ กระทรวงศึกษาธิการ งบกระทรวงศึกษาธิการตามที่คณะรัฐมนตรีได้จัดให้กระทรวงศึกษาธิการนั้น ในปีงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้น มีถึง ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมได้เห็นตัวเลขแล้วก็รู้สึกดีใจแทนนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้นะครับที่ว่าจะได้รับ การดูแลอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีงบประมาณมากถึง ๔๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจะพบว่าพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะนําบุตรหลานเข้าเรียนชั้น ม. ๑ หรือ ม. ๔ นั้น กําลังมี ปัญหาอยู่ ถ้าติดตามข่าวแล้วท่านจะพบว่าเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่แล้วมีนักเรียนที่จะ เข้าเรียนต่อชั้น ม. ๔ ต้องมีการอดข้าวประท้วงที่หน้าทําเนียบรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้รับเรียนต่อ จากสถานที่โรงเรียนที่เรียนอยู่แล้ว ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดความผิดพลาดจากนโยบายการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการหรือของโรงเรียนนะครับ เด็กที่จะเข้าเรียนชั้น ม. ๑ หรือ ม. ๔ นั้น ในการเข้าเรียน ชั้น ม. ๑ ก็มีการสอบแล้ว เมื่อเรียนเข้าชั้น ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ จะเรียนต่อ ม. ๔ ก็ต้องมีการสอบอีกล่ะ ผมก็ไม่เข้าใจว่านโยบายที่กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งไว้ มันถูกต้องหรือไม่ เพราะอยู่ ๆ เมื่อนักเรียนที่เรียนจบ ม. ๓ จะเรียนต่อ ม. ๔ ในโรงเรียนเดิม ไม่รับ ซึ่งก็จะเกิดภาระกับผู้ปกครอง พ่อแม่ที่จะต้องนําบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ภาวะจิตใจ ของนักเรียนจะเกิดอะไรขึ้นครับ เพราะว่าโรงเรียนเดิม ครูเดิม สถานที่เดิมก็เรียนอยู่แล้ว การเรียนต่อเนื่องก็จะน่าเกิดประโยชน์กับนักเรียนนะครับ แต่เหตุไฉนจะต้องย้ายโรงเรียน ซึ่งนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการหรือคณะรัฐมนตรีได้วางเอาไว้ สรุปว่า เรียนอย่างมีคุณภาพ เสมอภาค ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังมีทุนอุดหนุนกับผู้ที่จะเรียน ทุกชั้นเรียนด้วยนะครับ ก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ถ้าหากเป็นตัวอย่าง ให้กับนักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองที่ยังไม่มีสถานที่เรียนอีกจํานวนมากอาจจะต้องมีการอดข้าว ประท้วงอีก ก็ไม่ทราบว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดําเนินการอย่างไร กระผมจึงไม่ไว้วางใจ ที่จะรับงบประมาณที่ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอครับ ขอขอบคุณครับ