รังสิมา รอดรัศมี หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ประหยัด ใช้เงินที่กู้มาไม่คุ้มค่า และไม่โปร่งใส และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณด้วยความประหยัดและโปร่งใส และเก็บภาษีในลักษณะที่เป็นธรรมและไม่ให้คนรวยหลีกเลี่ยงภาษี
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่ดิฉันเคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นเงินทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท การจัดสรรงบประมาณดิฉันก็อยากให้รัฐบาลจัดสรร ด้วยความประหยัด แล้วก็โปร่งใส แล้วก็คุ้มค่านะคะ คือในประเทศของประชาธิปไตย คือประชาชนหนีไม่พ้น อันที่ ๑ ก็คือเรื่องความตาย กับ ๒. คือการเสียภาษีให้กับรัฐ คือการเสียภาษีให้กับรัฐ ทุกคนต้องเสียอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ทางตรงหรือว่าทางอ้อม แต่ว่าเงินภาษีที่จะนําไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อจะได้รับการยินยอมจาก ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยต้องผ่านตัวแทนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นเวลาท่านเก็บภาษีของประชาชนมานี่ ก็ต้องเอาไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ของผู้ที่เสียภาษี หรือว่าโรงงานต่าง ๆ ก็เช่นกันที่เสียภาษีให้กับรัฐ ท่านก็จะต้องเอาไปทํา เกี่ยวกับถนนหนทาง สาธารณูปโภคต่าง ๆ ตามที่พี่น้องประชาชนต้องการ หรือว่าจะไป ขุดลอกคูคลองป้องกันน้ําท่วมต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้ประเทศ อยู่ในขั้นวิกฤติคือข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน สินค้าการเกษตรถูกหมดเลย ที่ดิฉันเคยหารือ ท่านประธานว่าตอนนี้มะพร้าวอ่อนบาทเดียวยังไม่มีคนซื้อเลย สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็น ลูกละ ๑๔ บาท มะพร้าวอ่อน แล้วก็สัปปะรดก็ถูก มันสําปะหลังก็ถูก หอมแดง เพราะฉะนั้น ต่อไปสินค้าการเกษตรถูก แต่ข้าวของแพง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แล้วก็ท่านไปเก็บ ภาษีของพี่น้องประชาชน ประชาชนข้าวของแพง แต่ว่าสินค้าการเกษตรถูก สินค้าต่าง ๆ ขึ้นราคา แล้วก็ภาษีของเขา เขาต้องการให้เอามาพัฒนาประเทศ มาทําถนนหนทางอย่างที่ ดิฉันได้อภิปรายไปแล้วเมื่อกี้นี้ แต่ว่ารัฐบาลได้นําเงินภาษีของพี่น้องประชาชนมาให้กับ ผู้ที่มาชุมนุมแล้วเสียชีวิตถึง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท นี่ประชาชนร้องเรียนดิฉันมาบอกให้ดิฉัน ช่วยมาพูดให้กับรัฐบาลฟังหน่อยว่าเขาทํากิน ดิฉันเคยอภิปรายเหมือนกันว่าก๋วยเตี๋ยว เขาขายไปนั่งนับชามเขาเพื่อเก็บภาษี แต่ภาษีของเขาที่เสียมา เขาให้เอามาพัฒนาประเทศ เขาไม่ได้ให้เอามาให้กับคนที่เผาบ้านเผาเมืองแล้ว เอาภาษีของเขา ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทไปจ่าย แล้วดิฉันก็คิดว่างบประมาณอันนี้มันต้องผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านไปใช้งบกลาง แล้วการที่มาของบประมาณจากสภา สภาอนุมัติไปแล้ว งบกลางไม่สามารถที่จะบอกได้เลยว่า ท่านจะเอาไปใช้อะไรบ้าง แต่ท่านเอาไปให้กับคนที่มาชุมนุมถึง ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท จริง ๆ อันนี้ท่านน่าจะตั้งงบประมาณปกตินี้เลยว่าท่านจะเอาไปชดเชย เราจะได้มาอภิปราย ในสภาได้ แต่พอท่านมาใช้กลางนี่ พี่น้องประชาชนเขาเกิดความเคลือบแคลงสงสัย เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนนะคะว่าเงินที่เก็บภาษีไปแล้ว ก็ขอให้เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะว่ารัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุล การตั้งงบประมาณที่รายจ่ายมากกว่ารายรับ มันก็จะต้องกู้เงินมา การกู้เงินมา เสร็จก็ต้องมาเก็บภาษี มารีดภาษีกับพี่น้องประชาชน ดิฉัน จึงอยากจะกราบเรียนว่าวิธีการเก็บภาษีของท่านก็ขอให้เก็บด้วยความเป็นธรรม ใครที่มีรายได้ ดิฉันพูดอยู่เรื่อยว่าเกิดมาเป็นคนมันต้องมีความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่อชาติ ศาสนา โดยเฉพาะ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะนั้นคนไทยทุกคนต้องเสียภาษีเพื่อเอาไปพัฒนาประเทศ ใครหลีกเลี่ยงภาษีก็จะทํากินไม่ขึ้น เพราะว่าเรามีรายได้แล้วเราไม่พัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากทางรัฐบาลว่าเงินภาษีที่ท่านจะเก็บ คนที่มีรายได้แล้วหนีภาษี แล้วศาลตัดสินแล้วว่าหลีกเลี่ยงภาษีทางรัฐบาลจะมีวิธีการดําเนินการอย่างไรนะคะ แล้วก็ รัฐบาลจะเก็บครบได้เมื่อไร เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากนะคะว่าคนที่มีรายได้ รวยแล้ว ไม่ควรโกงภาษีนะคะ ผิดกับพี่น้องประชาชนที่ยากจนหาเช้ากินค่ําเขาต้องจ่ายภาษีมาพัฒนา ประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ใช่คนรวยไม่ต้องเสียภาษี แต่คนจนต้องเสียภาษี อย่างนี้มันไม่เป็นธรรมนะคะ
อีกอย่างหนึ่ง ที่ดิฉันได้พูดไว้ตอนแรกนะคะว่าการจัดงบประมาณต้องจัด อย่างประหยัด แล้วก็ใช้จ่ายให้โปร่งใส แล้วก็คุ้มค่า ที่ประหยัด อย่างเช่นในกรณีที่รัฐบาล กู้เงินมา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้จ่ายในกิจการน้ําท่วม แต่ ๑ ปีไปแล้ว ท่านเพิ่งใช้ไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเงินที่เรากู้มาเราต้องเสียดอกเบี้ย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ารัฐบาล จะต้องมีการวางแผน มีการจัดการใช้งบประมาณให้ดี เพราะว่าท่านกู้ ๆ ๆ กู้มาแล้วก็มาโกง โกงเสร็จก็กลับไปกู้ วนเวียนอยู่อย่างนี้ประเทศมันจะเดินหน้าได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันก็คิดว่าเมื่อรัฐบาลกู้มาแล้วเพิ่งใช้ไปได้แค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันต้องเสียดอกเบี้ย แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง คืองบไปตั้งแล้วดิฉันคิดว่าการตั้งงบประมาณ หน่วยราชการ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนเมื่อวานนี้มีคนอภิปราย ดิฉันจําไม่ได้นะคะว่าใคร แต่ว่าฟังแล้ว เหมือนกับด่าราชการอย่างเดียว ดิฉันเป็นข้าราชการมาเก่า คือการจัดงบประมาณบางที นักการเมืองไปแทรกแซง ให้ข้าราชการทําตามที่ตัวเองต้องการพอถูกด่า ข้าราชการก็ถูกด่า ดิฉันก็บอกกับข้าราชการทุกคนที่มาชี้แจงว่าอะไรที่เราทําแล้วไม่ถูกต้องข้าราชการอย่าไปทํา ตามนักการเมือง แต่เวลาติดคุก เวลามีใครด่ามาเขาก็จะด่าข้าราชการประจํา นักการเมือง ก็จะรอด เมื่อวานนี้บอกว่านักการเมืองไม่ทุจริต ดิฉันว่าไม่จริงค่ะ ในฐานะที่ดิฉันเป็น นักการเมืองดิฉันก็ตรงไปตรงมา เพราะว่าจากข่าวต่าง ๆ ท่านจะเห็นไหมคะ อย่างเช่น การกู้เงิน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดิฉันเป็นคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ของสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้เห็นแล้วถึงปัญหาอันนี้ว่าขณะนี้ให้อํานาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กู้เงินมาบริหารในองค์กรของตัวเองได้ แต่การกู้เงินนี่ กู้มาแล้ว กู้มาเพื่อหาเสียง เพราะว่า มันจะมีการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดต่าง ๆ ตอนนี้กู้กันมากมายมหาศาลเลย คณะกรรมการกฤษฎีกา บอกไม่ใช่เป็นหนี้สาธารณะ แต่อันนี้ท่านทราบไหมคะว่าการกู้พอต่อไปถ้าเกิดไม่มีผ่อน ก็จะมีปัญหา รัฐบาลก็ต้องไปใช้หนี้แทน แล้วก็กู้มาแล้วเพื่อกินเปอร์เซ็นต์ เพื่อเอาเปอร์เซ็นต์ ไปซื้อเสียง แล้วกลับเข้ามาโกงใหม่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ต้องดูด้วย ไม่ใช่ปล่อย ให้กู้ ๆ อนุมัติให้กู้ ให้กู้ธนาคารกรุงไทยยังแอบไปกู้ธนาคารออมสินเลย เห็นไหมคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นจังหวัดร้อยเอ็ด ๔๑๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูบางจังหวัดยังไม่อนุมัติ งบเลย แต่ถนนทําไปเรียบร้อยแล้ว คลองยังไม่ทันจะอนุมัติขุดไปแล้ว บางทีก็ไม่ได้ขุดด้วย เบิกเงินกันเรียบร้อยแล้วนะคะ ดิฉันจึงว่าการใช้งบประมาณมันต้องใช้อย่างประหยัด โปร่งใส แล้วก็ให้คุ้มค่า ไม่ใช่กู้มามาเลียนแบบรัฐบาลไม่ได้ มาเลียนแบบรัฐบาลใหญ่ไม่ได้นะคะ เพราะว่ารัฐบาลใหญ่ อย่างเช่น ตั้งเงินให้กับหมู่บ้านประชาธิปไตยอย่างนี้ก็หาเสียงเหมือนกัน ก็เอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปใช้ ถูกไหมคะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เลียนแบบอีก เช่นกัน ก็เอาเงินไปใช้หาเสียง แล้วมีผลประโยชน์กลับมาถึงผู้บริหาร ในลักษณะนี้ดิฉัน ไม่เห็นด้วยที่จะเอางบประมาณของแผ่นดินเอาไปใช้ในการหาเสียง เอาไปในการทุจริตนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือการตั้งงบประมาณที่ดิฉันเป็นคณะอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ คือดิฉันเห็นมาทุกปีเลยรัฐบาลไม่ยอมแก้ ปีนี้ดิฉันอยากให้ รัฐบาลเอาไปพิจารณาด้วยนะคะ ถ้าไม่พิจารณาดิฉันก็จะพูดเรื่อยไปทุกปี อย่างเช่นงบการขุดลอก คูคลอง อย่าเอางบขุดลอกคูคลอง อย่างเช่นที่จังหวัดสมุทรสงครามมีตั้งร่วม ๔๐๐ คลอง งบ อบต. ขุดเองทั้งตําบลยังไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเลย แต่ถ้าให้กรมชลประทาน ให้กรมทรัพยากรน้ําไปขุดคลองหนึ่งเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเลย ดิฉันก็คิดว่าการใช้ งบประมาณต้องใช้อย่างประหยัด ดิฉันขี้เหนียวนะคะ ดิฉันสงสารประเทศ เพราะว่าเงิน ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ต้องให้ทั่วถึงทั้งประเทศด้วย ไม่ใช่ว่าให้เฉพาะเป็นบางจังหวัด อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีดิฉันต้องยกทุกปีเลย ดิฉันขอพูดจังหวัดสุพรรณบุรีนะคะ เพราะว่า อย่างเช่นการที่อนุมัติงบไปแล้ว อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุมัติไปแล้วก็ไปโอน เปลี่ยนแปลงงบ เราบอกว่าไม่ให้โอนเปลี่ยนแปลงงบไปซื้อรถก็ซื้อรถกันหมดนะคะ แล้วก็โอน เปลี่ยนแปลงงบกรมชลประทานส่วนใหญ่เขาจะไปลงจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ดิฉันก็เลยมานั่งคิดว่าทําไมประเทศไทยมีตั้ง ๗๗ จังหวัดทําไมไม่ให้ทั่วถึงแล้วก็เท่าเทียมกัน ไปดูได้เลยนะคะที่ดิฉันพูดดิฉันเป็นคนพูดตรงไปตรงมา เพราะดิฉันเป็นคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ ก็อยากจะกราบเรียนทางท่านประธานว่าการจัดสรรงบประมาณ แม้กระทั่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เช่นกันนะคะ อย่าลงแต่จังหวัดสุพรรณบุรี อย่างเดียวให้ลงทั้งประเทศด้วยนะคะ
อีกประการหนึ่ง ก็คืองบค่าจ้างที่ปรึกษาคือไม่ควรที่จะตั้งงบค่าจ้างที่ปรึกษา ในงบพัฒนาจังหวัดเพราะตอนนี้ค่าจ้างที่ปรึกษาในงบพัฒนาจังหวัดตั้งกันมากมายมหาศาล เลยนะคะ ตั้งค่าจ้างที่ปรึกษาแล้วก็โกงกินกัน ฮั้วกันกับนักการเมือง ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่เป็นกรรมาธิการดิฉันฝากนะคะ อย่าให้มีค่าจ้างที่ปรึกษาในงบพัฒนาจังหวัด ในงบกระทรวงต่าง ๆ ก็ตั้งมาโกงกันอุตลุดอยู่แล้วดิฉันก็เคยอภิปรายไปแล้ว
อีกเรื่องหนึ่ง คืออยากจะฝากกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับชุด อส. คราวที่แล้ว ดิฉันก็อภิปราย ตั้งชุดตั้ง ๔,๘๐๐ บาท ท่านประธานก็รู้ดีในจังหวัดพะเยาของท่านตัดขาย ชุดละ ๗๕๐ บาท นี่ตั้งชุดตั้ง ๔,๘๐๐ บาท ชุด อส. ๒ ชุด ๙,๖๐๐ บาท และมาก็ชี้แจง ไม่ค่อยจะได้ด้วย ปีนี้อย่าให้เห็นนะคะ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาลด้วยว่า การตั้งงบประมาณต้องให้พิจารณากันใหม่แล้ว กรมบัญชีกลางหรือว่าสํานักงบประมาณ ไม่ใช่ว่าไม่มีสเปก (Spec) เลยตั้งมาแพงกว่าจังหวัดท่านประธานตั้งกี่เท่า ๗๕๐ บาทประธาน พยักหน้า ใช่ไหมคะ ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น ๔,๘๐๐ บาท ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ ถ้าเกิดยังมีตั้งมาดิฉันตั้งใจไว้แล้วอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดิฉันก็จะเอาเรื่องนี้ขึ้นมา อภิปรายนะคะดิฉันจองคิวไว้เลย
แล้วก็อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องการที่เจ้าหน้าที่มาชี้แจงดิฉันเห็นใจนะคะว่า งบประมาณต่าง ๆ การโอนเปลี่ยนแปลงก็ไปลงบางจุดเจ้าหน้าที่หลังจากที่ปลดเกษียณไป แล้วมาคุยให้ดิฉันฟังบอกว่าเขาหนักใจมากเลยการจัดทํางบประมาณถ้าเขามีอํานาจเขาจะจัด ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอแต่เขาไม่มีอํานาจเขาเลยต้องจัดตามนักการเมือง แล้วก็การจัด งบประมาณก็ฝากรัฐบาลอีกเช่นกันเวลาพิจารณางบประมาณแต่ละปีจะมีผีกระสือ ผีกระหัง มาอยู่แถว ๆ บริเวณสภาเป็นจํานวนมากเลย โดยเฉพาะหน้าห้องงบประมาณ ดิฉันบอกให้ เอาตํารวจไปนั่งจับหน่อย มีการซื้อขายทุบหัวกันดิฉันไม่เห็นด้วยเลย ทุกปีจะมีอย่างนี้ ใครที่ไม่เกี่ยวข้องท่านประธานต้องสั่งเลย ห้ามเด็ดขาดเลย พวกติดตาม รัฐมนตรี พวกติดตาม ส.ส. ก็ไม่ได้นะคะ เพราะว่าดิฉันเห็นแล้วนี่ พวกข้าราชการก็มาบอก กับดิฉันหลังจากที่เกษียณไปแล้วว่าการมาชี้แจงงบประมาณทุกปีต้องหนักใจ เพราะจะมีคนโน้น คนนี้มานะคะ แล้วก็ซื้อขายทอนเปอร์เซ็นต์กัน บ้านเมืองมันจะอยู่ได้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ดิฉันอยากจะฝากนะคะว่าการทุจริตงบประมาณแผ่นดินนี้ดิฉันก็แช่งทุกปีว่าใครโกงกินนี้ เจ้าพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทําไมทํางานช้าจริง ดิฉันนั้นอยากให้ทํางานเร็ว ๆ แล้วก็ดิฉันก็พูด ทุกครั้งเลย คนเขาบอกว่ารังสิมา คุณอย่าไปใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทํางาน ไม่ทันแล้ว เพราะส่วนใหญ่มันจะทุจริตทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่าขอร้องเถอะค่ะ นักการเมืองทั้งหลาย ข้าราชการประจํานะคะ ถ้าท่านไม่โกงแผ่นดินนี้ ท่านจะเจริญรุ่งเรือง แล้วก็สุขกายแล้วก็สบายใจนะคะ ขอบคุณค่ะ