พิษณุ หัตถสงเคราะห์ อภิปรายเรื่องงบประมาณปี 2556 โดยเน้นย้ำความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความแล้งแห้งในภาคอีสาน พิษณุ หัตถสงเคราะห์ เสนอการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เสนอโดยสํานักงบประมาณ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตั้งรายจ่ายไว้ทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท โดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีขึ้นมาเพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ของภาครัฐมีเงินรายจ่าย ในปี ๒๕๕๖ มีด้วยกันทั้งสิ้น ๓๔ มาตรา เป็นกฎหมายใหญ่ประจําปีที่ ส.ส. ที่อยู่ในห้องนี้ จะต้องทําหน้าที่กลั่นกรองและสุดท้ายก็คือพิจารณาอนุมัติให้กับรัฐบาลนําไปใช้ ผมเองเป็น ส.ส. ที่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะอภิปรายวันนี้ก็คงหนีไม่พ้น เรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งรัฐบาลได้นํามาบรรจุไว้ในแผนงานในแผนของ งบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ท่าน ส.ส. ก่อนหน้าของผม ๒-๓ ท่านไป ไม่ว่าจะเป็นท่านมุกดา ท่านสุทธิชัย ก็ได้เกริ่นนําเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในภาคอีสาน นั่นก็คือเรื่องของความแล้งแห้ง ปีที่แล้วส่วนใหญ่ข่าวที่ออกทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทางโทรทัศน์ก็ดีจะเป็นเรื่องของอุทกภัยน้ําท่วม แต่อีกภัยหนึ่งที่เป็นภัยที่เกิดขึ้นแล้วก็ เป็นภัยที่ซ้ําซากทุกปีนั่นคือภัยแล้งที่เกิดขึ้นในภาคอีสาน ข้อมูลในจํานวนพื้นที่ที่ทํานา ในภาคอีสาน เกษตรภาคอีสานนั้น ส.ส. ได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว ผมขออนุญาตเจาะลงที่ มาตรา ๑๑ รายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งไว้ปีนี้ ๗๓,๐๓๙ ล้านบาท ลดลง จากปีที่แล้วประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่อาจจะ ตกใจรัฐบาลทําไมลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง ผมเรียนว่ารัฐบาลได้มี แผนการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะการพัฒนา แหล่งน้ําใหญ่ ๆ ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ก็ดี หรือเงินอื่น ๆ ก็ดีที่เราได้ตั้งไว้และกําลัง ดําเนินการอยู่ ผมขออนุญาตลงไปในเรื่องของกรมพัฒนาที่ดิน ปีนี้กรมพัฒนาที่ดินได้รับ การจัดสรรเตรียมพร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณ ๕,๓๙๕ ล้านบาท สิ่งที่ผมต้องการอภิปราย ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาของทางภาครัฐ ปีนี้รัฐบาลทําได้ถูกใจพี่น้องเกษตรกรที่เป็นคนยาก คนจนที่ทํานานอกเขตชลประทาน ผมย้ําท่านประธานว่านอกเขตชลประทานก็คือว่าอาศัย น้ําฝนจากฟ้าอย่างเดียว รัฐบาลปีนี้นะครับ จัดงบประมาณไว้ให้เฉพาะเรื่องของการขุดสระ ในไร่นา ซึ่งเป็นความต้องการสูงสุดของพี่น้องเกษตรกรนอกเขตชลประทานขณะนี้ เดิมนั้น พี่น้องเกษตรกรมีความต้องการอยู่ประมาณ ๘๓๔,๐๐๐ กว่าราย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึง ปัจจุบันรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จัดไปแล้ว ๑๕๗,๐๐๐ กว่าราย เหลือความต้องการ อีกประมาณ ๖๗๖,๐๐๐ กว่าราย ปีนี้รัฐบาลโดยท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านอนุมัติให้ ในปี ๒๕๕๖ ถึง ๘๐,๐๐๐ บ่อท่านประธานครับ เทียบกับปี ๒๕๕๒ ๒๐,๐๐๐ บ่อ ปี ๒๕๕๓ ๑๘,๒๓๕ บ่อ ปี ๒๕๕๔ ๘,๐๐๐ บ่อ ปี ๒๕๕๕ ปีที่แล้วได้ ๒๐,๐๐๐ บ่อ ปีนี้ได้ ๘๐,๐๐๐ บ่อ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ๘๐,๐๐๐ บ่อ ก็ยังไม่พอครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ถ้าเป็นไปได้ยังมีเกษตรกรอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย ที่รอความเมตตาจากทางรัฐบาลที่จะได้รับโครงการขุดสระในไร่นา ผมย้ํากับรัฐบาลนิดหนึ่ง ว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่ว่ายังมีหนทางอีกยาวไกลที่จะต้องก้าวเดินออกไปเพื่อให้คนเหล่านี้ เกษตรกรเหล่านี้ซึ่งเป็นคนยากคนจนจะเป็นฐานการผลิตเพิ่มฐานการผลิตให้เรามีข้าว ที่มีคุณภาพ ให้เราได้มีปัจจัยการผลิตก็คือน้ําให้กับพี่น้องเกษตรกร ถามว่าโครงการนี้รัฐบาล ลงทุนเยอะไหม ไม่เยอะครับท่านประธาน สระหนึ่งมูลค่าประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท พี่น้องเกษตรกร สมทบด้วย ๒,๕๐๐ บาทต่อบ่อ ภาครัฐสนับสนุนประมาณ ๑๗,๘๐๐ บาทต่อคน ต่อบ่อ ปีที่แล้วและหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาศูนย์ประเมินผลสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ทําการวิจัยและพบว่าพี่น้องเกษตรกรเปรียบเทียบก่อนและหลังที่จะมีการขุดสระ ในไร่นา หลังจากขุดสระแล้วมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ๑๐,๐๐๐ บาทต่อปีนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีความจําเป็นสําคัญและประเทศไทย ในอนาคตจะต้องเป็นอู่ข้าวอู่น้ําของโลก ถ้าหากว่าเราจะแก้ปัญหาอย่าเพิ่งดูแต่เฉพาะพื้นที่ กรมชลประทานครับ ดูพื้นที่นอกเขตชลประทานด้วย พวกเรามีความพร้อม มีความขยัน มีความอดทน มีปัจจัยต่าง ๆ ครบ ขาดอย่างเดียวครับ ก็คือน้ํา ถ้าหากว่ารัฐบาลตั้งใจให้ปีนี้ให้ ๘๐,๐๐๐ บ่อ ปีหน้าอาจจะเพิ่มเป็น ๑๖๐,๐๐๐ บ่อ ปีต่อไปอีก ๑๖๐,๐๐๐ บ่อไม่เกิน ๔ ปี ก่อนที่จะครบวาระรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เกษตรกรประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ รายก็จะมีสระน้ําในไร่นา ถามว่าเมื่อมีแล้วรายได้เพิ่มแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เกษตรกรเหล่านั้นก็จะเสียภาษีกลับคืนให้กับ รัฐบาลเพื่อนําไปใช้จ่ายในสิ่งอื่น ๆ ต่อไป การจัดทํางบประมาณเป็นสิ่งสําคัญ รัฐบาลเอา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เอาความเห็นจากส่วนต่าง ๆ มาจัดตั้งเป็นงบประมาณ หลายท่านก็อาจจะมองไปคนละมุมกัน แต่ผมมองในมุมที่ว่าการแก้ปัญหาแม้ว่าจะเป็น กลุ่มคนเล็ก ๆ งบประมาณไม่เยอะ แต่ถ้าท่านใส่ลงไปให้ เราสามารถที่จะเพิ่มจีดีพี เป็นจํานวนมากให้กับเกษตรกรเหล่านั้น
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องของนโยบายอีกอย่างหนึ่งที่พี่น้องเกษตรกร ฝากมาทางท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องนั่นก็คือการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เป็นโครงการที่ผมอยากจะฝากทางผู้ที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลครับ ปีนี้ยังไม่ค่อยชัดเจนในเรื่อง ของการขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรว่าท่านได้จัดเงินไว้ให้โครงการเหล่านี้หรือไม่ เกษตรกรที่มี น้ําแล้ว ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐๐ กว่ารายที่ขุดบ่อไปแล้วตอนนี้อยากจะได้ไฟฟ้าเพื่อที่จะ ขยายไฟฟ้าไปถึงไร่ที่นาของเขา ถามว่าประโยชน์อะไรของการขยายไฟฟ้าออกไป ลดต้นทุนครับ เกษตรกรต้องสูบน้ําเข้าสู่แปลงนา ปกติถ้าใช้พลังงานเครื่องยนต์ดีเซล ใช้ค่าใช้จ่ายสูงกว่า พลังงานสูบน้ําด้วยไฟฟ้าหรือว่าเครื่องปั๊มน้ําไฟฟ้าเยอะครับ ต่างกันประมาณ ๓ เท่า เพราะฉะนั้นถ้าหากรัฐบาลให้ความสําคัญแล้วก็ขยายไฟฟ้าเพื่อการเกษตรไปอีกก็จะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรเหล่านั้น ขออนุญาตสนับสนุนรัฐบาลขอเป็นกําลังใจแล้วก็คิดว่า กฎหมายเพียง ๓๔ มาตรานี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ