สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการปลุกฟื้นสนามบินดอนเมืองให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเสนอแผนการใช้สนามบินดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ และเพิ่มความแข่งขันของสนามบินไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ พบว่า เรามีหนี้สินเพิ่มขึ้นอีกมาก ดังนั้นเราต้องใช้เงินอย่างประหยัดให้คุ้มค่า เราต้องใช้ทรัพยากร ของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมกําลังจะพูดถึงสนามบินดอนเมืองที่ถูกปล่อยให้หลับใหล มาเป็นเวลานานเกือบ ๖ ปี หลังจากเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๙ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องปลุกสนามบินดอนเมืองให้ฟื้นคืนชีพให้ได้ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ให้คุ้มค่ากับงบประมาณจํานวนมหาศาลที่เราได้ทุ่มเทไปในการ พัฒนาสนามบินดอนเมืองให้เป็นประตูสู่ประเทศไทยมานานร่วม ๑๐๐ ปี ท่านประธานครับ เดิมทีเมื่อมีการวางแผนก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ นั้น รัฐบาลในขณะนั้น มีนโยบายที่จะใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กันไปด้วย พูดได้ว่าต้องการใช้นโยบาย ๒ สนามบิน ต่อมามีการเปลี่ยนไปใช้นโยบายสนามบินเดียว คือจะใช้เฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น นโยบายการใช้สนามบินมีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายหน ๒ สนามบินบ้าง สนามบินเดียวบ้าง เป็นไปตามการเปลี่ยนรัฐบาล ถ้าเป็นในประเทศญี่ปุ่นเขาจะพูดว่าเป็นประชาธิปไตย แบบคาราโอเกะ (Karaoke) คือมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยมากในช่วง ๖ ปีหลัง เขาจะพูดว่าเป็นประชาธิปไตยแบบคาราโอเกะ คือผลัดกันบริหารประเทศคนละปี ๒ ปี ทํานองเดียวกับการร้องคาราโอเกะที่ผลัดกันร้องเพลงคนละเพลง ๒ เพลง ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้นโยบายนี้จะต้องนิ่งเสียที ใช้นโยบาย ๒ สนามบินเถอะครับ ดอนเมือง เป็นสนามบินที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านเนื้อที่และทําเลที่ตั้ง บนเนื้อที่เกือบ ๔,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ใช้สอย ในอาคารหลายแสนตารางเมตร และทําเลที่ตั้งที่ไม่ห่างจากใจกลางกรุงเทพฯ การเดินทาง เข้าออก ส่งผลให้สนามบินดอนเมืองมีสมรรถนะที่จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง ๓๙ ล้านคนต่อปี ก่อนที่ย้ายไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีเนื้อที่ถึง ๒๐,๐๐๐ ไร่ มากกว่าสนามบินดอนเมืองหลายเท่า แต่สมรรถนะในการรองรับผู้โดยสารมีแค่เพียง ๔๕ ล้านคนต่อปีเท่านั้น ท่านประธานครับ การใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กับสนามบินสุวรรณภูมิมีข้อดีดังนี้
๑. ลดความแออัดของเครื่องบินและผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานคงเคยประสบกับความล่าช้าบ่อยครั้งในการรอเครื่องบินขึ้นลง เนื่องจากรันเวย์ (Runway) แน่น ผู้โดยสารต้องเสียเวลารอนาน เสียการเสียงาน เครื่องบินต้องสิ้นเปลือง น้ํามันจากการบินวนรอบสนามบินเพื่อรอแลนด์ดิ้ง (Landing) ผู้โดยสารขาออกขาเข้าต้องเข้าแถว กันยาวเหยียดเพื่อรอผ่านการตรวจคนเข้าเมือง
๒ เป็นการลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ จากเสียงดังของเครื่องบิน
๓. ลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการถูกเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมอีก ประมาณ ๙,๐๐๐ ไร่ เพื่อขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ในกรณีที่ต้องการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เพียงสนามบินเดียว
๔. ประหยัดงบประมาณที่จะใช้ในการขยายสนามบินสุวรรณภูมิในระยะที่ ๒ และระยะต่อไป
และ ๕ เป็นการใช้ทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ปล่อย งบประมาณจํานวนมหาศาลที่เราได้ทุ่มเทไปในการพัฒนาสนามบินดอนเมืองต้องสูญเปล่า ท่านประธานครับ ข้อด้อยของสนามบินดอนเมืองมีเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นคือแม้ว่าจะมี ๒ รันเวย์ก็ตาม แต่เครื่องบินขนาดใหญ่ไม่สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ เพราะมี ระยะห่างระหว่างรันเวย์แค่เพียง ๓๙๕ เมตรเท่านั้น ต่างกับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าจะมี ๒ รันเวย์เหมือนกันก็ตาม แต่มีระยะห่างระหว่างรันเวย์ถึง ๒.๒ กิโลเมตร เครื่องบินขนาดใหญ่ สามารถขึ้นหรือลงพร้อม ๆ กันได้ ท่านประธานครับ น่าเสียดายที่เราไม่ได้วางแผน ใช้ประโยชน์สนามบินดอนเมืองไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ในหลายประเทศ เขาจะวางแผนไว้ล่วงหน้านานนับ ๑๐ ปี ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแต่ละวัน เพราะเวลาที่ผ่านไป ในแต่ละวันนั้นหมายถึงต้นทุนของประเทศชาติ ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันคิดเพื่อชาติ ช่วยกัน ปลุกดอนเมืองให้ตื่นขึ้นมาเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ชาติบ้านเมือง ในกรณีที่ใช้สนามบิน ดอนเมืองเพื่อการบินและยังมีพื้นที่ว่างจะต้องไม่ปล่อยทิ้งไว้ จะต้องทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมขอเสนอให้ใช้พื้นที่เหล่านั้นเพื่อ
๑. เป็นศูนย์ซ่อมบํารุงเครื่องบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
๒. เป็นศูนย์บริการอะไหล่เครื่องบิน
๓. เป็นศูนย์ฝึกบินจําลองสําหรับนักบินและนักเรียนการบิน
๔. ใช้เป็นสํานักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
๕. ให้หน่วยราชการที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอเช่า และ
๖. เป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินเป็นต้น
ท่านประธานครับ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ก็มีประเทศไทย กับประเทศสิงคโปร์นี่ละที่เป็นคู่แข่งขันด้านการบินมานานปี หากมองไปที่ปริมาณผู้โดยสาร นับว่าสูสี แต่เมื่อมองไปที่ปริมาณสินค้าพบว่าสนามบินชางฮีของประเทศสิงคโปร์แซงหน้า สนามบินสุวรรณภูมิไปหลายช่วงตัว เรื่องนี้เป็นเพราะว่าประเทศสิงคโปร์มีท่าเรือที่มีปริมาณ สินค้ามากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากมีทําเลการขนส่งทางทะเลที่ไม่เป็นรองประเทศใด สินค้าบางส่วน ณ ท่าเรือแห่งนี้มีการเปลี่ยนถ่ายจากเรือสู่เครื่องบิน จากเครื่องบินสู่เรือ สนามบินชางฮีมีประวัติที่น่าเกรงขาม เพราะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมนานาประเภทมามากมาย เป็นเวลาหลายปี ในขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิมีทําเลที่ตั้งที่เหนือกว่า หากสายการบิน จากประเทศยุโรปหรือประเทศสหรัฐอเมริกาใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นฐานการบินจะ ประหยัดเวลาได้ไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง ดังนั้นถ้าเราผนึกกําลังของสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากับ สนามบินดอนเมือง แน่นอนครับ ประตูสู่อาเซียนจะต้องอยู่ที่ประเทศไทย ท่านประธานครับ ในอดีตมีผู้โดยสารเครื่องบินจํานวนมากแวะเวียนมาเที่ยวบริเวณพื้นที่รอบสนามบินดอนเมือง เช่นวัดดอนเมืองเป็นต้น ทําให้ร้านค้า ร้านอาหาร รถสามล้อคึกคัก แต่มาบัดนี้เศรษฐกิจ ในพื้นที่นั้นซบเซา ผมดีใจครับ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ท่านรับปากว่าจะใช้ดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมในฐานะที่มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมขนส่งทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าจะอยู่ฝ่ายค้าน ก็ตาม แต่ผมยินดีและเต็มใจที่จะช่วยท่าน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอันเป็นที่รักของเรา และเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ท่านประธานครับ อดีตนายกรัฐมนตรีของสหภาพโซเวียต ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่านักการเมืองเหมือนกันหมดไม่ว่าที่ไหน เขาสามารถให้สัญญาที่จะสร้าง สะพานได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีแม่น้ํา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคํากล่าวนี้จะไม่สามารถใช้ได้ ที่ประเทศไทย ขอบพระคุณครับ