ธนิก มาสีพิทักษ์ พูดเรื่องการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายปี 2556 ของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการงบประมาณที่สมดุลและเหมาะสม รวมถึงการสนับสนุนโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การพักหนี้เกษตรกรรายย่อย การสนับสนุนมาตรการบ้านหลังแรกและรถคันแรก และการลดภาระการลงทุนของนิติบุคคล
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ซึ่งถือว่า เป็นเครื่องมือที่สําคัญของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินที่มาจากภาษีของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้จัดทํางบประมาณจํานวนทั้งสิ้น ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งสามารถกระจายไปในส่วนต่าง ๆ ๘ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ที่มีผู้อภิปราย หลายท่านบอกว่าเหมือนเดิม แต่ว่าได้เติมงบ แล้วก็เพิ่มรายละเอียดของแต่ละยุทธศาสตร์ และในการจัดทํางบประมาณปีนี้เป็นงบประมาณขาดดุล จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากมีการเก็บรายได้ได้จํานวน ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นปีนี้เพิ่มจากปี ๒๕๕๕ จํานวน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูแล้วเหมือน จํานวนน้อยนิด แต่ด้วยการบริหารราชการของรัฐบาลด้วยความชาญฉลาดของรัฐบาลที่มี การจัดทํางบประมาณ และมีการใช้วิธีการในการบริหารจัดการโดยทําให้การจ่ายเงินชําระ เรื่องดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟู แล้วก็ไปให้ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยรับผิดชอบ พร้อมกับการสํารองเอาเงินคงคลังซึ่งรวมแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่สําคัญมีงบประมาณ รายจ่ายจํานวนทั้งสิ้น ๑,๙๐๑,๙๑๑.๗ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่สูง ถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ใช้ทั้งหมดจํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท ก็ถือว่ามีส่วนที่จะช่วย ในการนําไปพัฒนา หรือส่วนต่างหรือส่วนที่เหลือนั้น จํานวน ๔๙๘,๐๘๘.๓ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ตามความเชื่อของผม ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครหรือพรรคใดมาเป็น รัฐบาลในขณะนี้จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทํางบประมาณขาดดุลอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ส่วนที่สําคัญนั้นก็คือเรื่องของการจัดสรรงบประมาณว่ามีการจัดสรรงบประมาณไปสู่พี่น้อง ประชาชนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน แค่นั้นเองนะครับ ส่วนที่สําคัญนั้นจากการที่ผมได้พิจารณางบประมาณหรือการจัดทํางบประมาณของรัฐบาล จะเห็นได้ว่ามีการจัดทํางบประมาณที่สมดุลและเหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งการจัดสรรงบประมาณ ที่ผ่านมาได้มีผู้อภิปรายหลายท่านบอกว่าได้เกิดปัญหาหลายอย่างในประเทศไทย โดยเฉพาะ ปัญหาที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชน ต้องกราบเรียนว่าในการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมา รัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณในสภาพที่คาบเกี่ยวกับ ๒ รัฐบาล ทําให้แก้ปัญหาได้ในระดับ หนึ่ง แต่ผมยืนยันว่าในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ซึ่งรัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณ นําไปสู่งบประมาณในส่วนหลาย ๆ อย่างและมั่นใจว่าทําให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในการจัดสรรงบประมาณเพื่อที่ให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชน นั่นคือการจัดสรรงบประมาณไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย หรือสนับสนุนมาตรการบ้านหลังแรกและรถคันแรก หรืองดการเก็บเงินสมทบกองทุนน้ํามัน ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีผู้อภิปรายบอกว่าเป็นโครงการสิ้นคิด ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า โครงการดังกล่าวนั้นเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ที่เป็นเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องการพักชําระหนี้ จึงขอพูดและประกาศไปทั่วประเทศไทยว่า คนที่พูดนั้นใครกันแน่ที่สิ้นคิดนะครับ เพราะการทําให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ หรือเอาเงินไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้นหรือ เกษตรกรนั้น ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ เมื่อวานนี้ได้มีผู้อภิปรายบอกว่าเงินคือ พระเจ้า ส่วนนี้ก็ถือเป็นการตอบโจทย์ เพราะคนที่พูดเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายก็บอกว่า เงินส่วนที่ได้นั้นรวมแล้วแต่ละโครงการ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายถึงว่าเห็นแก่เงิน แต่ไม่ได้เห็นถึงความสุขของพี่น้องประชาชนหรือเห็นประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ฉะนั้นแล้วผมในส่วนที่ได้เห็นได้รู้แล้วก็ได้รับทราบกับรายละเอียดตรงนี้ จึงเห็นว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ยังมีการจ่ายเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได กับผู้สูงอายุ มาตรการภาษีเพื่อลดภาระการลงทุน เช่นนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วต่อมาก็เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็กองทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี หมู่บ้านเอสเอ็มแอล หรือแม้กระทั่งกองทุนตั้งตัว ซึ่งเป็นส่วนที่สําคัญอย่างยิ่งต่อลูกหลานที่จะจบปริญญาตรีนะครับ เพื่อเป็นส่วนสําคัญในการที่จะ ทําหน้าที่ในการที่จะพัฒนาตัวเองหรือสร้างเนื้อสร้างตัวให้กับตัวเองนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากการที่ผมได้พูดมาแล้วก็จากการได้ศึกษา จะเห็นได้ว่างบประมาณส่วนนี้ ได้ครอบคลุมไปถึงส่วนสําคัญของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการอยู่ดีกินดีนะครับ กระผม จึงขอสนับสนุนงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ของรัฐบาล ขอกราบขอบพระคุณครับ