เกียรติ สิทธีอมร ระบุว่าโครงการร้านถูกใจไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาของแพง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เกียรติ สิทธีอมร ระบุว่าโครงการร้านถูกใจไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาของแพง เนื่องจากสินค้าในโครงการยังราคาสูงกว่าตลาดภายนอก และเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนก่อน เกียรติ สิทธีอมร วิจารณ์นโยบายพลังงานที่ผิดพลาดซึ่งทำให้น้ำมันและก๊าซแพงขึ้น โดยชี้ว่าขาดการควบคุมราคาและการทุจริต พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานมาชี้แจงต้นทุนและแก้ไขปัญหาเพื่อลดภาระประชาชน

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

ครับ ถ้าของไม่แพงคงไม่ใส่ ในงบประมาณ ๑,๔๕๙ ล้านบาท ผมพูดไปแล้วนะครับ ขอปีนี้ครับ แก้ของแพงครับ โครงการร้านถูกใจ ๑๐ รายการไปตรวจดูสิครับ มี ๑๐ รายการเท่านั้นในโครงการร้านถูกใจ ที่ถูกกว่าข้างนอก แต่ถูกไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่โฆษณาไว้ ที่เหลือท่านไปตรวจดูครับ แพงกว่าร้านข้างนอกนะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นเรื่องของแพง แล้วก็ไม่ต้องเถียงกันนะครับ นิด้าเขาทําโพลไว้ครับ คนทั้งประเทศ ๖๐.๖ เปอร์เซ็นต์บอกรัฐต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องก่อนครับ ของแพงครับ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นอะไรครับ

ประเด็นต่อไป น้ํามันแพง แต่น้ํามันแพงเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้ของแพง และปัญหาน้ํามันแพงเป็นเพราะนโยบายผิดพลาด ของบปีนี้ไว้ครับ กระทรวงพลังงาน ๑,๙๙๘ ล้านบาท ก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับ ไม่ค่อยเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาประชุมสภาเลย จนถึงวันนี้ผมยังไม่พบท่านเลยครับ ท่านมาครั้งเดียว มาตอบกระทู้นะครับ ถ้าท่านไม่มาฟังสมาชิกท่านจะแก้ปัญหาได้ถูกต้องได้อย่างไร ผมเริ่มจากแก๊สแอลพีจี (LPG) แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมขึ้นไป ๔ ครั้งครับ ผมไปตรวจสอบดูนะครับ อ้างว่าที่ต้องขึ้น เพราะราคาตลาดมันสูงกว่า ตอนนี้ขึ้นมา ทําไปทํามาภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ ๓๐ บาทกว่า แพงกว่าหลายประเทศแล้วครับ แต่ในขณะเดียวกันมีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครับ ใน ๒ ปี ที่ผ่านมาใช้เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเท่านั้นนะครับ ใช้เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า ถามว่าซื้อราคาเท่าไร ไม่บอกครับ ไม่ประกาศครับ ไปดูในเว็บไซต์ (Website) ไปสอบถาม ในกรรมาธิการ ไม่ตอบครับ ก็เป็นบริษัทในกลุ่ม ในเครือของ ปตท. ทั้งสิ้น แต่ใช้เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่านะครับ ที่บอกอ้างอิงราคาตลาดโลกตรงไหนครับ ไม่ตอบครับ ในขณะเดียวกันภาคขนส่งก็ขึ้นไป ๔ ครั้ง แต่ที่น่าสนใจครับภาคครัวเรือนครับท่านประธาน ๓๕ กิโลกรัมนี้ครับ กระทรวงบอกไม่ได้ขึ้น แต่ในความเป็นจริงคนขายขึ้นครับ ผมซื้อแก๊ส ซื้อใช้ที่บ้าน เมื่อก่อนนี้ปีที่แล้ว ๒๑๐ บาท ถึง ๒๖๐ บาทต่อถัง ปีนี้ ๓๐๐-๓๕๐ บาท ขึ้นอยู่กับว่าบ้านอยู่ไกลขนาดไหน ขึ้นครับ ทั้ง ๆ ที่ต้นทางไม่ได้ขึ้นนะครับ แต่คนขายปลีกขึ้น ทีนี้ที่น่าสนใจไปกว่านั้นมันมีการขยายตัวการใช้เยอะมากใน ๒ ปีครับท่านประธาน เมื่อก่อนนี้ เราใช้ ๑๑๗,๐๐๐ ตันต่อเดือน วันนี้ขึ้นไปเป็น ๒๒๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ประชากรเราไม่ได้ เพิ่มขึ้นเยอะขนาดนั้นนะครับท่านประธาน ประชากรประเทศไทยไม่ได้โตขนาดนั้น ครัวเรือน มันเพิ่มขึ้นได้อย่างไรเยอะแยะเกือบเท่าตัว เท่ากับครัวเรือนเราเพิ่มขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ๑๐๐,๐๐๐ ตันฟังดูเหมือนไม่เยอะนะครับ ทอนเป็นกิโลกรัมครับ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัม ต่อเดือนครับ ๑๐๐ ล้านกิโลกรัมต่อเดือนทอนเป็นถังนะครับ ถังละ ๑๕ กิโลกรัมต่อเดือน ๖.๗ ล้านถังมันหายไปไหนครับ ทําให้เราต้องนําเข้าครับ ถ้าเป็นต่อปี ๘๐ ล้านถังต่อปีครับ และถ้าคิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมสงสัย ผมถาม ซักถามเจ้าหน้าที่ ในกรรมาธิการ หลายกรรมาธิการครับ เขายอมรับว่ามีการลักลอบ ฝากรองนายกรัฐมนตรี เฉลิมครับ ช่วยกันดูหน่อยครับ ท่านปราบปรามเก่งมาก แต่ผมไปดูในงบประมาณของ กระทรวงพลังงาน ถามว่ามีงบเผื่อไว้ในเรื่องการลักลอบไหม มีครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านตั้งงบไว้ดูแลการลักลอบที่ชายแดน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เอาจริงหรือเปล่าครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทนี้ ค่าข้าวผัดคงไม่พอครับ สําหรับเจ้าหน้าที่ ท่านตั้งไว้ได้อย่างไรครับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าตราบใด ที่ท่านไม่ตั้งใจแก้เรื่องนี้ท่านต้องนําเข้ามาเพิ่มและท่านต้องเอาเงินชดเชย เงินงบประมาณ ของประชาชนนี่ล่ะครับ ไปชดเชยกับการลักลอบที่เขาได้ ๒ เด้ง ซื้อถูกไปขายแพง และผิดกฎหมาย ท่านต้องแก้ไขครับ แก๊สธรรมชาติขึ้น ๔ ครั้งครับ ภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ผมเรียน ท่านประธานครับ ใช้แก๊สธรรมชาติราคาแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนี้มีปัญหามากมาย แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คืองานศึกษาของสถาบันวิจัยจุฬาลงกรณ์ ที่บอกว่าค่าบริหารจัดการต่อลิตร ในเรื่องแก๊สธรรมชาตินี้ สูงกว่าที่ควรจะเป็น เขาประเมินไว้ ๑ ลิตร ๒ บาทพอแล้วครับ ถ้าจ้างเอกชนบริหาร ๒ บาท วันนี้ ปตท. บริหารเอง ๕ บาทกว่าครับ หมายความว่าอย่างไร ตอนนี้กระทบทั้งระบบครับ ราคาแก๊สธรรมชาติที่ขายให้โรงไฟฟ้าก็แพงกว่าที่ควรจะเป็น ทําให้ต้องขึ้นค่าเอฟที (FT) ๓๐ สตางค์ ค่าเอฟที ๓๐ สตางค์แปลว่าอะไรท่านประธานครับ ที่บ้านท่านประธานรอบิล (Bill) ไว้ได้เลยครับ เดือนหน้าแพงขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งประเทศ ค่าไฟแพงขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จนถึงวันนี้ยังไม่เปิดเผยต้นทุนปากหลุมเลยครับ มีปัญหาเรื่อง สถานีไหน แล้วท่านก็จะเน้นการเพิ่มราคาแก๊ส ทั้ง ๆ ที่ถ้าท่านไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะเพิ่มราคาแก๊ส และเป็นผลทําให้ของแพง ทําให้ต้นทุนขนส่งแพง ทําให้ประชาชนเดือดร้อน นโยบายแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) ไม่ชัดเจน กระทบราคาน้ํามันทําให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ราคาน้ํามันดีเซลผมเรียนท่านประธานเลย ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ครับ อธิบายให้ประชาชนทราบสักนิดเถอะครับ ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยววิป (Whip) ใช้เวลาที่ทอนไปนะครับ บอกให้ประชาชนทราบสิครับ ในราคาน้ํามันดีเซล ๓๐ กว่าบาทนี้ครับ หน้าโรงกลั่นประมาณ ๒๐ บาทนะครับ ที่เหลือเป็นเรื่องภาษี เรื่องกองทุน เพราะฉะนั้นรัฐบาลสามารถบริหารจัดการไม่ให้เกิน ๓๐ บาทได้ทุกกรณีครับ ในช่วงเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา ไม่ต้องโต้แย้งกันครับ แต่ท่านยอมให้ขึ้นไปถึง ๓๓ บาท ๓๔ บาท ทําให้คนต้องร้องเรียนขอขึ้นค่าโดยสาร ขอขึ้นค่าขนส่ง กระทบต่อราคาสินค้า ทําให้ของแพง นโยบายผิดพลาดครับ

เรื่องต่อมาครับ โครงการที่ท่านรับปากไว้แล้วทําไม่ได้ ผมคิดว่ามันมีหลาย กรณีนะครับ เพราะการใช้งบประมาณมันมีต่อเนื่องมาถึงปีนี้ด้วยนะครับ ผมอยากเน้น ๒-๓ โครงการเท่านั้นละครับ บัตรเครดิตพลังงานท่านตั้งเป้าหมายไว้ สําหรับแท็กซี่นะครับ พี่น้องแท็กซี่ ๖๕,๐๐๐ คันใช่ไหมครับ วันนี้ทําไปได้ ๕,๐๐๐ คัน ท่านบอกจะเลิกด้วย บัตรเครดิตเกษตรกร นี่ภาคคนจนทั้งนั้นละครับ ตั้งเป้าหมายไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ราย ทําได้ ๕,๐๐๐ ราย อื่น ๆ มีอีกเยอะครับ แต่เวลามีไม่มากนะครับ การใช้งบประมาณ หลายกระทรวงมีปัญหา จนถึงวันนี้เบิกจ่ายได้น้อยมากครับ ก็เรียนท่านประธานครับ ผมไม่อยากยกทุกกระทรวง แต่สอบตกหลายกระทรวงมากนะครับ อย่างต่ํา ๖ กระทรวง กระทรวงที่สอบตกอันดับ ๑ กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายไป ๑๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ท่านขอ งบประมาณไปท่านไม่ใช้ ท่านมีปัญหาตรงไหนครับ ตรงนี้ก็เป็นประเด็น ส่วนหนึ่งที่ผมต้อง แตะนิดหนึ่งครับ สํานักงานผู้แทนการค้าไทยของบไว้ ๒๖ ล้านบาท ผมไม่เห็นผลงานจนถึง วันนี้เลยครับ มีผลงานอะไรบ้างครับ จนถึงวันนี้มี ๕ คนนะครับ ยังไม่มีผลงานแม้แต่นิดเดียว ๒๖ ล้านบาท ผมก็ไม่ให้ งบเออีซีต้องเรียนท่านประธานว่ามีในเล่มนี้ รายละเอียดค่อนข้าง เยอะนะครับ แต่เป็นรายละเอียดที่ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งเลยครับ เหมือนกับการตั้งงบประมาณ ไม่เข้าใจเออีซี ขอไว้ทั้งหมด ๔,๑๑๗ ล้านบาท แต่ผมยกตัวอย่าง คือ ๔,๑๑๗ ล้านบาท ผมคิดว่าน้อยไป แต่ไปดูรายละเอียดในโครงการผมคิดว่าเยอะไป เพราะว่าโครงการของท่าน มันไม่ตอบโจทย์เออีซีเลย ที่บอกว่าไม่ตอบโจทย์เพราะอะไรครับ ส่วนใหญ่เป็นงบฝึกอบรม ผมยกตัวอย่างนะครับ เป้าหมาย ตัวชี้วัด อบรมผู้ประกอบการปีละ ๒๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ประเทศไทยมีผู้ประกอบการกี่ล้านรายครับ อีก ๓ ปี เข้าสู่ ๒๐๑๕ เออีซีแล้ว ปีละ ๒ คน อย่างเก่งเลย ทุกกระทรวงท่านฝึกอบรมไปเถอะครับ ได้ ๑๐๐,๐๐๐ ราย ในผู้ประกอบการเป็น หลายล้านบาท อย่างนี้หรือครับ นี่คือการเตรียมความไม่พร้อมเข้าสู่เออีซีมากกว่า แล้วปัญหา ที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ ปัญหาที่สําคัญที่สุดก็คือว่าที่ผ่านมา ๑ ปี ท่านทราบไหมครับ กระทรวงไหนเป็นแม่งานเรื่องเออีซี กระทรวงการต่างประเทศครับ ใน ๑ ปีที่ผ่านมาไม่เคย เรียกประชุมเลย ท่านของบไปท่านไม่เรียกประชุมท่านจะขับเคลื่อนอย่างไรครับ ในกระทรวงเอง ก็ต้องปรับโครงสร้าง ภาคเอกชนก็ต้องปรับโครงสร้าง จนถึงวันนี้ท่านยังไม่ได้ขับเคลื่อนนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องชี้แจงให้ชัดเจนนะครับว่าท่านจะมีแนวอย่างไร ถ้าท่านขอโครงการที่มี การปรับโครงสร้างรายอุตสาหกรรมผมยินดีครับ ถ้าท่านของบประมาณในการที่จะไปทําให้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนดีขึ้น ยินดีครับ ทราบไหมครับ เรามี ๔ สถาบัน สถาบันอัญมณี สถาบันอาหาร สถาบันสิ่งทอ สถาบันยานยนต์ ปีนี้ให้งบ สถาบันเดียวครับ สถาบันอัญมณี เพราะฉะนั้นสิ่งทอไม่ต้องมาคุยกับรัฐบาลแล้วหรือครับ อาหาร เรื่องส่งออกหลักของประเทศไทยเลยครับ ไม่มีงบให้เลยครับ ก็ต้องถามว่าจัดงบกัน อย่างนี้มันคือยุทธศาสตร์อะไรกันแน่ เรื่องศึกษาผมขอพูดนิดเดียวครับ ผมเห็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั่งตรงนี้ครับ เออีซีท่านขอไว้ ๑,๖๑๖ ล้านบาท ๑,๖๑๖ ล้านบาท แต่ผมไม่เห็นโครงการที่มันทําให้เราเข้มแข็ง ท่านตอบผมให้ได้สิครับว่า จริง ๆ เขามีเครือข่ายมหาวิทยาลัยในอาเซียน วันนี้ประเทศไทยเป็นสมาชิกกี่มหาวิทยาลัย ท่านทราบไหมครับ ท่านตอบผมได้ไหมครับ ๔ มหาวิทยาลัยครับ ในประเทศไทย มีมหาวิทยาลัยกี่มหาวิทยาลัย ถ้าท่านไม่เข้าไปเป็นสมาชิก ไม่เป็นเครือข่ายกับเขา ท่านของบ ไปทําอะไรครับ ถ้าท่านตอบผมว่ามันมีเป้าหมายไหมครับว่าท่านจะฝึกจากนี้ไป ภาษาอังกฤษ ต้องได้ ภาษาที่ ๓ คือภาษาอาเซียน ภาษาใดภาษาหนึ่ง ภาษาพื้นบ้านควรจะได้ มีไหมครับ ไม่เห็นในเอกสารงบประมาณครับ ถ้าไม่เห็นมันก็จะอนุมัติไปก็ไม่สบายใจอยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ในปี ๒๕๕๖ โดยสรุปนะครับ ผมไม่เห็น ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ท่านเขียนไว้หลายตอนมากว่าจะทําให้สังคมสมดุล ยุทธศาสตร์ ท่านไม่ทําให้สมดุลละครับ ผมคิดว่ายุทธศาสตร์ของท่านนอกจากขาดความชัดเจนแล้วยังมีช่องว่าง ช่องโหว่อีกมากที่จะ ทําให้ความเหลื่อมล้ําที่มีอยู่ในสังคมมีมากขึ้น คนจนจนลง คนรวยรวยขึ้น แล้วสังคมจะสมดุล ได้อย่างไร ก็ต้องฝากท่านประธานครับ ขอคําตอบหลายเรื่อง ตอนนี้ประชาชนกําลังหมด ศรัทธาและหมดความเชื่อมั่นในรัฐบาล ถ้าท่านไม่ชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าจะแก้ไข อย่างไร ก็คงไม่สามารถเห็นชอบในหลักการของงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ได้ ขอบคุณครับ