นิพนธ์ บุญญามณี หารือเรื่องงบประมาณที่จัดสรรเพื่อแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในพื้นที่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงและความยากจนในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในข้อ ๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปีนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ จํานวน ๒๐,๗๓๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งท่านประธานครับ ท่านประธานจะได้สังเกตจําได้นะครับ จากวลีไม่กี่วลีที่บอกว่าโจรกระจอก โจรห้าร้อยครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมจับตัวเลขดูนะครับ จากวันที่เกิดเหตุที่ปล้นปืนค่ายทหารปิเหล็ง ที่อําเภอเจาะไอร้อง ต้นปี ๒๕๔๗ จากนั้นมา ถึงปีนี้ท่านประธานลองไปรวบรวมตัวเลขดูจากที่เราบอกว่าปัญหาภาคใต้ ปัญหาโจรกระจอก ปัญหาโจรห้าร้อย ถ้ารวมงบประมาณจากปี ๒๕๔๗ ถึงงบประมาณที่รัฐบาลกําลังใส่เข้าไปอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วท่านประธานครับ ท่านประธาน ลองไปดูสิครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปัญหาภาคใต้ถ้าเราไม่ได้พูดถึงแนวทางหรือว่าเรา ไม่กําหนดทิศทางการใช้จ่ายงบประมาณในการแก้ปัญหาแล้วผมคิดว่างบก้อนนี้จะสูงขึ้นทุกปี ๆ ๆ ผมคิดว่าในปีนี้ ปีที่แล้วงบประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้เพิ่มขึ้นมา ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านลงไปดูสิครับเพิ่มที่ไหนบ้าง ผมรวบรวมตัวเลขในเบื้องต้นไปเพิ่มเติมในส่วนของ กอ.รมน. นะครับ จากปีที่แล้วได้อยู่ประมาณสัก ๖,๑๐๐ ล้านบาท ในส่วนเฉพาะภาคใต้ครับ ผมไม่พูดส่วนอื่น ปีนี้ ๖,๗๕๐ ล้านบาท ซึ่งใน กอ.รมน. ปีนี้ได้ทั้งหมด ๗,๔๕๕ ล้านบาท ไปเพิ่มที่ ศอ.บต. ครับ ได้รับจัดสรรปีนี้ ๒,๒๖๕ ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วนะครับ ซึ่งได้รับ การจัดสรร ๑,๔๒๒ ล้านบาท ไปอยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ นี่เฉพาะภาคใต้นะครับ ท่านประธานครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเพิ่มขึ้น ได้รับการจัดสรรในปีนี้ เพิ่มขึ้นมากกว่า ปีที่แล้ว ๑,๕๒๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่าใน ๓ ส่วนที่เพิ่มขึ้นอยู่ในส่วน ที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงเสียส่วนใหญ่ แล้วก็สิ่งที่วิตกกังวลก็คือว่าเมื่อเราเพิ่มงบประมาณ ให้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเข้าใจว่าคงไปใช้ในตํารวจที่ศูนย์ปฏิบัติการตํารวจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาค ๑๐ (ศชต.) ผมคิดว่าสิ่งที่เราวิตกกังวลกันในขณะนี้ก็คือว่า ประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธาน จะสังเกตเห็นว่าตัวเลขที่นําสู่สาธารณะนี้มันน่าใจหายนะครับท่านประธาน คดีที่เกิดขึ้น มีปริมาณคดีที่รู้ตัวคนร้ายยังไม่ถึงครึ่งเลยครับ กับปริมาณคดีที่เกิดขึ้น ในปริมาณคดีที่รู้ตัว คนร้ายจับได้เอามาลงโทษนี้ เอาเข้าจริงนี้ถ้าไปถึงศาลฎีกา ท่านประธานจะเห็นว่ามีอยู่ประมาณสัก ๒๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับที่ศาลสามารถลงโทษในตัวผู้กระทําความผิดได้ นั่นก็คือ เราขาดพยานหลักฐานที่จะมาลงโทษกับคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขีดความสามารถตรงนี้การที่ศาลต้องตัดสินพิพากษายกฟ้องอาจจะมาจากสาเหตุหนึ่งก็คือว่า บุคคลนั้นโดนจับมาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้กระทําความผิด ซึ่งอันนี้อันตราย ถ้ากระบวนการยุติธรรม เบื้องต้นไปจับคนที่ไม่มีความผิดมาลงโทษ ปัญหาภาคใต้ก็จะต้องยืดเยื้อแล้วก็รุนแรงต่อไป เพราะอย่างน้อยที่สุดมีคนกลุ่มหนึ่งที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อํานาจของรัฐ นั่นคือคนที่ไม่ได้กระทําความผิดแล้วตํารวจไปจับกุมมา
ประการที่ ๒ ที่ศาลไม่ลงโทษนี่ท่านประธานครับ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มี พยานหลักฐานมาพิสูจน์ยืนยันถึงการกระทําความผิดของบุคคลนั้น การที่ไม่มีประจักษ์พยาน หรือว่าไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิด อันนี้ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้กับจําเลยไป แต่ว่า สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องรู้ในวันนี้ก็คือว่าการรวบรวมสํานวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นในการที่จะพิสูจน์ความผิดกับบุคคลที่ถูกกล่าวหานั้น ผมคิดว่าประสิทธิภาพต้องมีมากกว่าปัจจุบัน เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดเรารู้ ยอมรับความจริง กันอยู่ว่าประจักษ์พยานที่จะนํามาพิสูจน์คนกระทําความผิดในภาคใต้ยากมาก เรามีเฉพาะ เหลือทางอยู่ก็คือพยานวัตถุหรือว่านิติวิทยาศาสตร์ที่จะมาใช้ลงโทษ ผมคิดว่าวันนี้สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติต้องให้การใส่ใจในเรื่องอย่างนี้มากขึ้น การรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ ความผิดจากนิติวิทยาศาสตร์หรือการรวบรวมจากการที่พยานแวดล้อมจะต้องมีมากขึ้น การทําสํานวนไม่ใช่ว่ามีอะไรก็เอาแค่นั้น อย่างนี้อันตรายครับ แล้วก็การใส่ใจของพนักงาน สอบสวนในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงต้องใส่ใจในสํานวนการสอบสวนมากกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าคิดแต่เพียงว่ามีพยานเอกสารอะไรหรือว่ามีพยานอะไรก็เอาแค่นั้น ก็จะนําไปสู่ ความไม่น่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น นี่คือสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ผมคิดว่า เรื่องจังหวัดชายแดนภายใต้เราใส่งบประมาณเข้าไป ตัวชี้วัดต้องชัดเจนครับว่างบประมาณ ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ความยากจนในพื้นที่แก้ได้มากน้อยแค่ไหน เพียงไร รัฐบาลในชุดก่อนหน้านี้พยายามแก้ปัญหาโครงสร้าง คือปัญหาความยากจนในพื้นที่ ประชาชน ในพื้นที่ต้องการอะไร โครงการ หรือหน่วยงาน หรือว่างบประมาณที่ผ่านกระทรวงต่าง ๆ ที่เราเรียกกันว่า งบฟังก์ชัน (Function) นี่จะต้องตอบสนองความต้องการของประชาชน ในพื้นที่เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรียกว่าปัญหาความยากจน จะต้องลดน้อย ถอยลงควบคู่กับการแก้ปัญหาในเชิงยุทธศาสตร์ในเรื่องการป้องกันความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้พี่น้องประชาชน ขา ๒ ขานี้ต้องเดินไปด้วยกัน การพัฒนากับความมั่นคง ต้องไปด้วยกัน นั่นคือเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่แล้วให้มี ศอ.บต. เกิดขึ้น แล้วก็เรามีกฎหมาย ความมั่นคง มี กอ.รมน เป็นเครื่องมือ ศอ.บต. เป็นเครื่องมือในการพัฒนา ด้านความมั่นคง เรามี กอ. รมน. เป็นเครื่องมือ แต่ว่าทั้ง ๒ เครื่องมือนี้คนที่บังคับบัญชาสูงสุดคือนายกรัฐมนตรี แต่ผมแปลกใจครับว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีเองก็ให้ความสนใจกับปัญหาภาคใต้นี่น้อยมาก เรื่องความมั่นคงตํารวจนี่ท่านมอบให้ท่านเฉลิมดูแล ท่านเฉลิมเป็นรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลตํารวจ แต่ไม่เคยลงไปใน ๓ จังหวัดชายแดนเลย ขวัญและกําลังใจของคนที่เขาอยู่ที่นั่น เขาจะทําอย่างไรละครับ ท่านลองลงไปดูหน่อยได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน รัฐบาลว่าคนที่เป็นผู้นํานี่ต้องกล้าลงไปลุยในพื้นที่ ลงไปดูสิครับว่าทําไมคดีเวลาทําฟ้องศาล แล้วนี่ศาลเอาคนมาลงโทษน้อยเหลือเกินที่จะพิสูจน์ความผิดของบุคคลเหล่านั้นได้ ท่านเก่งสํานวน ท่านบอกท่านอยู่กองปราบปรามมานาน ท่านลองไปดูหน่อยนะครับ โรงพักต่าง ๆ ปัญหามันคืออะไร พนักงานสอบสวนเขามีปัญหา มีอุปสรรคอะไร ท่านจะลงไปติว พนักงานสอบสวนหน่อยไหมครับที่อําเภอเจาะไอร้อง ท่านจะลองลงไปดูไหมครับว่าปัญหา มันคืออะไร ในเรื่องการทําสํานวนการสอบสวน ท่านบอกว่าท่านเคยอยู่กองปราบปราม ผมเพิ่งรู้เมื่อสักครู่นะครับว่าอยู่ที่สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นครับ สามร้อยยอด กองปราบปรามที่นี่มันสามยอด แต่ว่าเห็นบอกว่าอยู่สามร้อยยอดก็ไม่เข้าใจครับ คงอยู่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าประเด็นเรื่องของการที่จะสร้าง ขีดความสามารถแล้วก็ในเรื่องการที่จะไปเรื่องพัฒนาควบคู่กันไป อันนี้จําเป็น ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องลงมาดูปัญหาภาคใต้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการพัฒนา คนเราตั้งกฎหมาย เราออกกฎหมายเรื่อง ศอ.บต. เพื่อที่จะให้ ศอ.บต. ดูแลเรื่อง การประสานงานการบูรณาการในพื้นที่ให้เป็นเอกภาพ ท่านวันนี้ถ้าท่านไม่ใช้ให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของกฎหมาย ผมถือว่าการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียโอกาสจริง ๆ ครับ วันนี้งบประมาณที่มันกระจัดกระจายอยู่ ภารกิจที่มันอยู่ในหลายกระทรวงไม่เป็นเอกภาพ นี่คือปัญหา นี่คืออุปสรรคในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกผมเองพยายามครับ แม้กระทั่งเรื่องการพัฒนาเมืองชายแดน รัฐบาลชุดก่อนให้ความสําคัญมากครับ ด่านชายแดน ทั้งหมด ตั้งแต่จังหวัดสตูลไปถึงอําเภอสุไหงโก-ลก เรามีงบประมาณเพิ่มเติมในการที่จะ ปรับปรุง เพราะนี่คือหน้าตาของประเทศ การค้า การขายผ่านจุดนี้ก่อนครับ ตั้งแต่ตําบลวัง ประจัน จังหวัดสตูลมาถึงตําบลปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา อําเภอสะเดา เราจัดงบประมาณ ใหม่ไว้ให้ในการที่จะทําด่านใหม่ที่อําเภอสะเดา กําลังจะให้ศึกษาเส้นทางที่จะทําลําเลียงจาก ชายแดนประเทศมาเลเซียมาสู่ท่าเรือน้ําลึกที่จังหวัดสงขลา การค้า การขายของด่านชายแดน ในจังหวัดสงขลา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธานครับ ท่านไปดูสิครับ การค้า การขาย ใน ๔ ด่านนี้ จังหวัดสงขลามี ๔ ด่าน ด่านท่าเรือน้ําลึก ด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา และด่านประกอบ หลังจากนั้นเราไปที่อําเภอเบตง เราไปที่ตําบลบูเก๊ะตา เราไปที่อําเภอสุไหงโก-ลก เราไปที่สุด คืออําเภอตากใบ นี่คือด่านเมืองชายแดน แผนพัฒนาต้องชัดเจนครับว่าจะเอาอย่างไรกับ การพัฒนาเมืองชายแดนทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าในงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ต้องมีตัวชี้วัดว่าแต่ละปีที่เราใส่งบประมาณลงไปมากขึ้น ๆ นี่ผลลัพธ์ออกมาคืออะไร ถ้าเราไม่มี ตัวชี้วัด เราไม่มีตัวชี้วัดว่าความยากจนในพื้นที่แต่ละปีนี่มันลดน้อยถอยลงไปเท่าไร เราถมเท่าไร ก็ไม่เต็มครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ