สุชาติ ธาดาธํารงเวช แนะนำระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาที่พัฒนาการเรียนการสอนผ่านฟีเจอร์เช่นการออกเสียงภาษาและสื่อมัลติมีเดียโต้ตอบได้ เสนอแนวคิดปฏิวัติการเรียนการสอนโดยใช้แท็บเล็ตแทนหนังสือโดยยืมใช้ ๑ ปีแล้วมอบเป็นของนักเรียนเมื่อครบ ๓ ปี พร้อมขอจัดซื้ออุปกรณ์กว่า ๗ แสนเครื่องในงบประมาณปีถัดไป อภิปรายแผนการนำแท็บเล็ตและระบบหนังสือดิจิทัลเข้าสู่โรงเรียนทุกระดับพร้อมชี้แจงความพร้อมด้านเนื้อหาและโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต และวิจารณ์ระบบสอบครูปัจจุบันที่ขาดความโปร่งใสโดยเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อตัดขั้นตอนการสัมภาษณ์ออกเหลือเพียงข้อเขียนทั้งหมด เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดปัญหาทุจริตในการเลื่อนตำแหน่ง
เรื่องของ การจัดหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ นี้นะครับ เป็นเรื่องที่หลาย ประเทศในยุโรปได้ทําแล้ว เป็นเรื่องที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ทําเกือบทุกชั้นปีแล้ว เป็นเรื่องที่ ประเทศด้อยพัฒนาในแอฟริกา เช่น ประเทศรวันดาก็ได้จัดหาแล้ว ดังนั้นการจัดหาเครื่อง คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เราจะต้องพัฒนาในทิศทางนี้ เช่นเดียวกับ การปรับเปลี่ยนกระดานชนวนมาเป็นระบบกระดาษ แต่การจัดหาปีนี้เราได้แจกหนังสือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้เลยเหมือนกันเป็นคู่ขนานไปพร้อม ๆ กัน ปีนี้เราจัดซื้อจากประเทศจีน โดยคาดหวังว่าจะเป็นระบบที่รัฐบาลต่อรัฐบาลแนะนํา เหตุที่การจัดซื้อจากประเทศจีนนั้น เพื่อป้องกันโครงการใหม่ ๆ ที่จะถูกครหาว่ามีนอกมีใน เพราะฉะนั้นการจัดซื้อคราวนี้ ก็จะเห็นได้ว่ามีการจัดซื้อที่โปร่งใสและราคาถูกมากประมาณ ๘๒ เหรียญต่อเครื่อง ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ ๒,๗๐๐ กว่าบาท ยังไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มนะครับ การจัดซื้อ คราวนี้ก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เครื่อง เครื่องที่มาแล้วก็คือ ๒,๐๐๐ เครื่อง อยู่ที่สนามบิน ก็จะมีการไปออกของอันนี้มา เราได้มีการอบรมครูแล้ว ๕๔,๙๐๐ คน จากอบรม ๑๐๐ คน เป็น ๑,๐๐๐ คน จาก ๑,๐๐๐ คน เป็น ๕๔,๙๐๐ คน เราได้จัดวิชาการที่เคยอยู่บน แผ่นกระดาษมาเป็นระบบดิจิตอล (Digital) จะแสดงอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ๘ สาระวิชา เรามีภาพเคลื่อนไหวที่เรียกว่า เลิร์นนิ่งออบเจ็ค (Learning object) ๓๓๖ รายการ เช่น มีโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ เช่น ผ่าตัดกบได้ เช่น ดอกไม้บาน การศึกษาเหล่านี้ที่พี่น้องประชาชน ดูตามเพาเวอร์พอยท์นี้ ก็เป็นการศึกษาที่จะมีการใส่เลิร์นนิ่งออบเจ็คมีสื่อหลัก แล้วก็มี การวัดผลทั้งตอนต้นและตอนปลาย
ขอภาพต่อไปนะครับ ผลของการใช้ระบบคอมพิวเตอร์นี้ ถ้าจะมองเห็น บนภาพนี้ก็จะเห็นได้ว่ามีสิ่งที่ดีขึ้นกว่าระบบกระดาษมากมายนะครับ เช่น เราจะพูดภาษาก็มี การโต้ตอบเป็นสําเนียงที่ถูกต้อง ปีนี้จะใส่ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนเข้าไป ถ้าครูไม่แน่ใจ ในสําเนียงที่ถูกต้องก็มาเปิดฟังอันนี้ และครูสอนสามารถคุมนักเรียนได้ผ่านระบบเซ็นเซอร์ (Sensor) ที่ขึ้นอยู่บนแผ่นกระดานนะครับ ถ้าท่านสมาชิกทั้งหลายดูในเรื่องสาระวิชาต่าง ๆ ก็จะเห็นได้ว่าทุกอย่างทําดีขึ้น มีภาพประกอบ สามารถที่จะเป็นภาพเคลื่อนไหว เรียนแบบ ตาดู หูฟัง มือทํา หัวสมองคิด อันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นระบบที่ก้าวหน้ากว่าระบบกระดาษ
ขอภาพถัดไปนะครับ อันนี้บอกว่าครูจะได้ประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้น แล้วก็ นักเรียนจะได้ประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้นได้อย่างไรนะครับ เช่น วิธีการสอนสอนได้เร็วขึ้น นักเรียนก็สนุกสนานต่อการเรียน ในหลาย ๆ วิชาอ่านจากข้างบนลงข้างล่างนี่นะครับ ก็จะเห็นว่าทุกวิชาสามารถที่จะทําให้การเรียนการสอนมีคุณภาพ นักเรียนเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ผมกราบเรียนพี่น้องประชาชนครับ อันนี้เป็นการปฏิวัติการเรียนการสอน ไม่ใช่ว่า เอาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตและบอกว่าเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ไม่ใช่ เพราะครูก็เรียนรู้จากแท็บเล็ต นักเรียนก็เรียนได้ เราถึงจะให้นักเรียนยืมไป ๑ ปีครับ เหตุผลไม่มีอะไรมากครับ เวลาเราซื้อ เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ลูกเรานี่ เราให้ยืมเฉพาะกลางวันไหมครับ มีการวิจัยก็บอกว่า ให้ใช้ร่วมกันนี่ ของอะไรที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของเขาจะไม่รักษาดูแล เหมือนเราเข้าไปใช้ คอมพิวเตอร์ตามห้องสมุดนี่ เราจะใช้ไม่ค่อยเต็มประสิทธิภาพครับ ครบ ๓ ปีจะยกให้ไปเลย เป็นเพราะว่า ๓ ปีแล้วอายุของคอมพิวเตอร์ชิ้นนั้นก็จะใช้ได้อีกสักปีสองปี แต่ผมเชื่อว่า เด็กนักเรียนก็จะรักษาอย่างดี ในปีงบประมาณใหม่นี้ได้กราบเรียนท่านสมาชิกว่า จะของบประมาณเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้นักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ครับ ก็ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าเครื่อง เครื่องเดิมที่ประถมศึกษาปีที่ ๑ ซื้อประมาณ ๒,๗๐๐ บาท มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถ้าจะกรุณาก็ประมาณเพิ่มหน่วยความจําไปนิดหน่อยจาก ๘ กิ๊กกะไบต์ (Gigabyte) เป็น ๑๒ กิ๊กกะไบต์นี่ ก็จะสักประมาณ ๓,๐๐๐ บาทครับ ทั้งหมดที่พูดมานี่
ขอภาพต่อไปนะครับ เราก็จะเห็นได้ว่าเรามีหน่วยความจํานี่ ๘ กิ๊กกะไบต์ แต่เราใส่ทั้งหมดนี่มีประมาณ ๔ กิ๊กกะไบต์เท่านั้นเองครับ เหลืออีก ๔ กิ๊กกะไบต์นี่สามารถ ที่จะโหลด (Load) ข้อมูลเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ทําเกือบเรียบร้อยแล้วนะครับ ระบบหนังสือดิจิตอล จากประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ แล้วตอนนี้ก็จะทําจาก มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นะครับ ระบบหนังสือนี้มันดี ในแง่ที่ว่าเรียนในระดับฮอลเลย์ เซ็นทรัล ก็ได้ คือเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑ ทุกวิชา ๘ สาระวิชา อันนี้ก็เป็นภาพที่ให้เห็นได้ว่าเรามีเลิร์นนิ่งออบเจ็ค อยู่จํานวนเท่าไร
ขอภาพถัดไปครับ จะได้เห็นภาพผมบ้าง ขอเพาเวอร์พอยท์ถัดไปนะครับ อันนี้ก็คือตัวที่ได้เตรียมแผนการซึ่งเตรียมแล้วนะครับ เตรียมแล้วอบรมครูเรียบร้อยหมดแล้ว ก็จะเสนอภาพเป็นเพาเวอร์พอยท์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่าเรามีเนื้อหาที่เรียกว่า คอนเทนท์ (Content) ครบถ้วน ความจริงก็ได้เปิดแสดงให้ดูหลายครั้งแล้ว อันนี้ก็กราบเรียน ว่าระบบคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนี่ ปีใหม่นี้จะของบประมาณประมาณเดือนพฤศจิกายน ให้มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในขณะเดียวกันงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ในต้นปีหน้านี้ก็จะขอให้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ใหม่ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีนี้จะเอาเครื่องขึ้น ประถมศึกษาปีที่ ๒ ไป แล้วก็ขึ้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ไป แล้วเราก็มีระบบเซิร์ฟเวอร์ (Server) นะครับ เป็นระบบ คลาวด์ (Cloud) คลาวด์แปลว่าอากาศนี่นะครับ ที่จะโหลดเนื้อหาได้ครบถ้วน มีท่านสมาชิก กังวลเรื่องวายฟายครับ วายฟายนี้มีประมาณ ๘๐๐ กว่าแห่งปัจจุบันจริง แต่เราสามารถ ต่อได้อีก ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงครับ โรงเรียน สพฐ. มีประมาณ ๓๒,๐๐๐ โรงครับ ในระบบอื่น ๆ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงว่าเราจะไม่มีวายฟาย (Wi-Fi) มีที่ยังไม่มีไฟฟ้าอีกประมาณ ๖๐๐ กว่าโรง เท่านั้นเอง ซึ่งอันนั้นเราจะใช้ระบบวิธีบริหารจัดการ ถ้าไฟฟ้าไม่มีที่บ้านก็อาจจะมาที่ โรงเรียนใหญ่ ส่วนเหล่านี้ได้เตรียมการหมดแล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกเกือบทุกท่าน ที่เห็นด้วยกับการใช้เครื่องมือสื่อสารเพื่อปฏิวัติการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนทุกระดับครับ
เรื่องต่อไป ก็อยากจะกราบเรียนคําถามที่มีคําถามว่าการเรียนของนักเรียน ยังมีการเรียนฟรีอยู่หรือไม่ แล้วก็ฟรีแค่ไหนนะครับ ก็ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ บุคคล ย่อมมีสิทธิเสมอภาคในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและ มีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ปีนี้ก็ของบประมาณเพิ่มขึ้นครับ ผมไม่ได้ไปแก้ไขนโยบายใด ๆ ของรัฐบาลที่ท่านพรรคฝ่ายค้านเคยดูแล แต่เราจัดให้ชัดเจน เราเรียกว่า เรียนดีอย่างมี คุณภาพครับ เป็นเพราะว่าจะบอกว่ามันฟรีทั้งหมดมันก็ไม่ใช่เช่นนั้น เราจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในระดับมาตรฐานนะครับ มีหลายท่านพูดว่าต้องจ่ายค่าเรียนห้องอีพี (EP) ห้องเรียน ภาษาอังกฤษ ห้องเรียนพิเศษ อันนั้นมันสูงกว่ามาตรฐานครับ ผู้ปกครองเขาคะยั้นคะยอ ให้โรงเรียนจัดแล้วเขาก็จ่ายนะครับ อันนี้ก็เป็นโฆษณาที่เคยปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์นะครับ เราก็มีค่าจัดการเรียนการสอน
อันที่ ๒ ก็คือค่าอุปกรณ์การเรียน
อันที่ ๓ ก็คือค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
๓ เรื่องนี้ให้ที่โรงเรียนครับ มีอีก ๒ เรื่องก็คือค่าเครื่องแบบนักเรียนกับ ค่าหนังสือ ปีนี้หนังสือให้ไปเลยครับ ปีนี้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ให้ทั้งหนังสือคู่ขนานไปกับ คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนะครับ ค่าเครื่องแบบนักเรียนเราก็จัดให้นะครับ ผมกราบเรียนครับว่า ค่าเครื่องแบบนักเรียนปีนี้ ตัวอย่างกรณี ประถมศึกษาปีที่ ๑ นะครับ ก็เป็น ๓๖๐ บาทต่อคน ต่อปีนะครับ ทีนี้จะกราบเรียนภาพรวมก็แล้วกันนะครับ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ทั้งหมดต่อปี ทั้ง ๕ เรื่องเราจัดให้ ๓,๖๙๑ บาท พอเทียบ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ดูนะครับ ก็เป็น ๖,๑๑๙ บาท สําหรับคนที่เรียนอาชีวศึกษา ปวช. ๑ ปวช. ๒ ปวช. ๓ แต่ละคนจะได้สิทธิ ๑๖,๐๔๖ บาท อันนี้ก็เป็นเงินปีงบประมาณที่ใช้อยู่ ประมาณ ๔๒,๕๕๒ บาท ปีใหม่ก็ได้ขอปรับตามอัตรา เงินเฟ้อขึ้นมานะครับ ก็กราบเรียนว่าก็ได้พยายามที่จะดูแลพี่น้องผู้ปกครองและนักเรียน ตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้นะครับ
เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องโอเน็ตครับ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ได้สอบถามเรื่องโอเน็ต โอเน็ตมาจากคําภาษาอังกฤษว่า ออดินารี เนชั่นแนล เอดูเคชั่น เทสต์ (Ordinary National Education Test) เวลาเทสต์ เทสต์ช่วงชั้นปีที่จบ ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ เทสต์อะไร เทสต์การเรียนรู้ทั้ง ๖ ปีของ ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ มัธยมศึกษาปีที่ ๒ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ นะครับ เทสต์ทําไม เทสต์เพื่อให้ได้มาตรฐานการศึกษาของประเทศ มิฉะนั้นนักเรียนก็จะได้คะแนน ของครูแต่ละคนที่สอนตามที่ต่าง ๆ ทําไมโอเน็ตเทสต์แล้วคะแนนตกลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กระผมเข้ามา ในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา ได้ปรับคะแนนโอเน็ต ประถมศึกษาปีที่ ๖ จากได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับ ไม่ใช่อย่างที่หนังสือพิมพ์พูดกันนะครับ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็เพิ่มขึ้นมาจํานวนมาก จากประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นมา ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ ที่รายงานในหน้าหนังสือพิมพ์ครับ ทําไมโอเน็ตเดิม ๆ คะแนนมันต่ํา ก็เป็นเพราะว่าการไปสอบ โอเน็ต ผู้สอบคือนักเรียนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการสอบ นอกจากรัฐบาลอยากรู้ว่านักเรียน โดยเฉลี่ยได้คะแนนเท่าไร แล้วก็ไม่ได้ไปทําอะไร นักเรียนที่ฉลาดก็ไม่ไปสอบครับ นักเรียน ที่เกรงใจครูหน่อยก็ไปสอบ แต่ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไร ครูไม่มีความสนใจที่จะสอนให้นักเรียน ได้คะแนนโอเน็ตดี เป็นเพราะว่าระบบเดิมที่ผ่านมาครูได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนเงินเดือนหรือเลื่อนวิทยฐานะ เช่น คส. ๒ เป็น คศ. ๓ คศ. ๓ เป็น คศ. ๔ นี้นะครับ มาจากการทําวิจัย การทําผลงานส่งผู้อ่าน คนอื่นไม่เกี่ยวกับการสอนในห้องครับ วันนี้ผมถึงได้กราบเรียนท่านทั้งหลายว่าผมจะเสนอ วิธีการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ครับ ประกอบด้วยคําใหญ่ ๆ ๒ คําครับ
คําที่ ๑ เรียกว่า ทรานสแพเรนซี่ (Transparency)
คําที่ ๒ เรียกว่า แอคเคาท์ทาบิลิตี้ (Accountability)
ทรานสแพเรนซี่ ทําอย่างไรครับ ระบบครูปัจจุบันนี้เขาเรียกว่า ถูกรีดไถ ตั้งแต่ก่อนไม่เป็นครูแล้วครับ เช่น จบวิชาชีพครูมาได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ก็ต้องมาสอบครับ มาสอบนี่ สมมุติว่ารับ ๕๐๐ คนนี้ขึ้นทะเบียนไว้ ๑,๐๐๐ คน คนที่ ๙๐๐ ไม่มีทางได้แน่ ๆ รอ ๒ ปีแล้วก็จะเลิกไปนะครับ ทีนี้ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือการสอบครูในอดีต นอกจากจะสอบวิชาการ แล้ว แล้วก็ตัดออกไปหมดแล้ว เอาเฉพาะที่ผ่านวิชาการได้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี้นะครับ เขาเรียกว่ามาสอบวิสัยทัศน์ สอบสัมภาษณ์นะครับ ทีนี้ระบบเดิมของเราซึ่งเป็นกฎหมายนะครับ ถ้าพี่น้องสมาชิกคิดว่าจะร่วมกันแก้ไขผมก็จะนําเสนอเข้ามา คือเรียนท่านไว้ก่อนว่า เรากระจายอํานาจการบริหารงานบุคคลครับ วันนี้กระจายไป ๒๒๕ เขตครับ มีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการที่ตั้งโดยส่วนกลางแค่ ๓ คน อีก ๗-๘ คนเลือกตั้งในบางรูปแบบนะครับ หลาย ๆ ท่านเป็นครูก็จะทราบว่าคนที่เขาเลือกตั้ง เช่น ตัวแทนครู ตัวแทนโรงเรียนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ บางครั้งก็ใช้จ่ายเยอะ ก็มีข้อเรียกร้องกันเยอะแยะ เป็นที่ข่าวในอินเทอร์เน็ต ในหน้า หนังสือพิมพ์ก็เยอะ ว่าแค่สอบเข้ามาขึ้นลิสติ้ง (Listing) ก็ต้องไปหาอะไรไปให้เขา ขึ้นมาบนลิสติ้ง แล้วจะถูกเรียกหรือเปล่าก็ต้องหาอะไรไปให้เขาอีก เป็นอาจารย์ ซี ๗ อยู่ อยากเป็น รองผู้อํานวยการก็ต้องไปสอบแล้วก็ไปสัมภาษณ์ ก็ต้องหาอะไรไป มีคนเรียกร้อง เป็นผู้อํานวยการก็เช่นเดียวกัน ทําผลงานจะเลื่อนจาก คศ. ๒ มาเป็น คส. ๓ เรียกว่า ทําวิจัย ก็จะต้องเอาไปให้คนที่มีเส้นมีสายที่เขาสามารถอนุมัติให้ได้ ให้อ่าน ผมก็กราบเรียนครับว่า อันนี้ผมก็ทําโดยแบบว่าไม่ขึ้นอยู่กับว่าการเมืองฝ่ายไหน ได้ปรึกษาท่านอาจารย์ประกอบ ได้ปรึกษาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเงาของพรรคประชาธิปัตย์ ดอกเตอร์กนก เป็นประจํา ว่าต่อไปนี้ผมก็เสนอว่าเราตัดเรื่องสอบสัมภาษณ์ไปก่อน ให้สอบต่าง ๆ โครงแบบต่าง ๆ นี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เพื่อตัดปัญหาที่ว่าการได้ขึ้นมาซึ่งตําแหน่งหรือเลื่อนตําแหน่ง ไม่โปร่งใส ซึ่งวันนี้ถ้าหลายท่านจะดูตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็จะเห็นได้ว่าการสอบ รองผู้อํานวยการโรงเรียน ผู้อํานวยการโรงเรียน ซึ่งจะรับประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าตําแหน่งนี้นะครับ มีคนพอใจหมดครับ แล้วเขาก็บอกว่าถึงแม้เขาสอบไม่ได้เขาก็ไม่เสียใจครับ เป็นเพราะว่า เป็นระบบที่โปร่งใส แข่งขันกันอย่างแท้จริงครับ อันนี้กราบเรียนพี่น้องทั้งหลายที่จะดูแล น้องชาย น้องสาวเรา ซึ่งเป็นครูที่เป็นเรือจ้างที่มาดูแลลูก ๆ ของเราครับ ต่อไปนี้เราลด มีหลายคนเขาบอกว่าระบบกินครูบ้างหรือระบบรีดเลือดกับครูบ้างลงไปนะครับ เรียกว่า ทรานสแพเรนซี่ ขจัดคอร์รัปชันต้องแก้ไขโดยทรานสแพเรนซี่ คอมพีทิชั่น (Transparency Competition) ต้องตรวจสอบได้แล้วก็ผู้นําก็ไม่คอร์รัปชันนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เมื่อครูได้หลุดพ้นจากการที่จะต้องไปเสียเงินเสียทอง พวกนี้ ท่านก็สามารถที่จะมาสอนนักเรียนแต่สอนแล้วไม่ได้ผลงานครับ ผมก็เลยโยงคะแนน โอเน็ต ประถมศึกษาปีที่ ๖ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้เป็นผลงานของครูครับ แล้วก็มาเกิดขึ้นทันทีเลยครับ ที่เพิ่งผ่านมานี้นะครับว่านักเรียน ประถมศึกษาปีที่ ๖ ไปเข้า มัธยมศึกษาปีที่ ๑ คะแนนของโรงเรียนเขาไม่เชื่อ เขาไม่นับ โรงเรียนใหม่จะออกข้อสอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะเข้ามัธยมศึกษาปีที่ ๑ เขาไม่นับคะแนนโรงเรียนเดิมเพราะเขาไม่เชื่อ ก็เลยขอเอาคะแนนโอเน็ตที่สอบแล้วนี่คิดเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คะแนนที่จะสอบเข้าโรงเรียน ใหม่ก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ เช่นเดียวกัน มัธยมศึกษาปีที่ ๔ เช่นเดียวกันแล้วก็ มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปรากฏว่าคะแนนโอเน็ตดีขึ้นมาเลยครับ เป็นเพราะว่านักเรียนได้รับ ประโยชน์จากการไปสอบโอเน็ต ครูก็ตั้งอกตั้งใจสอนครับ แต่ครูจะตั้งอกตั้งใจสอนให้ดีขึ้น ก็คือคะแนนของนักเรียนต้องเป็นผลงานของครูครับ คือลดคะแนนไปทําวิจัยแล้วได้เลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน เลื่อนชั้นลงไป แต่เอาคะแนนผลงาน ผลงานของนักเรียนก็คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ ๆ ที่เหลือก็คะแนนตามปกติ ช่วยชุมชน ช่วยโรงเรียนดูแลเอาใจใส่ต่าง ๆ คะแนนผู้อํานวยการ โรงเรียนก็ไม่ต้องไปวิ่งกับใครแล้วนะครับ เอาคะแนนครูครับ