สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วิฑูรย์ นามบุตร หารือเรื่องงบประมาณปี 2556 โดยวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลและแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟ้อ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มค่าโดยสารรถเมล์และเรียกร้องให้รัฐบาลลดค่าโดยสารรถเมล์ และยังพูดเรื่องการทุจริต ซึ่งจะนำไปพิจารณาในโอกาสต่อไป

นายวิฑูรย์ นามบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๒.๔ ล้านล้านบาท ผมจะอภิปรายอยู่ ๓ ประเด็น

ประเด็นแรก ก็คือรัฐบาลบริหารงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลนี้บริหารเก่งและ บริหารเป็น

ประการที่ ๒ จะอภิปรายถึงงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่ไม่สอดคล้อง ไม่ตรงตาม นโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา

และประเด็นที่ ๓ จะชี้ให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สิ้นเปลืองและส่อไปในทางทุจริต

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่แรก ที่บอกว่ารัฐบาลบริหารงานไม่มี ประสิทธิภาพ แน่นอนครับ ปี ๒๕๕๖ ยังไม่อนุมัติ แต่งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เราผ่าน ปีงบประมาณมาสู่ไตรมาสสุดท้าย อีกเพียง ๔ เดือนครับ ก็จะถึงวันที่ ๓๐ กันยายน สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ปรากฏว่าการใช้งบประมาณล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพต่ํากว่า มาตรฐานเยอะมาก ไม่ต้องเอาข้อมูลจากไหนครับ เอาข้อมูลจากกรมบัญชีกลางและ สํานักงบประมาณ นี่คือข้อมูลล่าสุดครับ ที่อยู่ในระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) ณ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม เมื่อ ๓ วันที่ผ่านมานี้ครับ เป็นข้อมูลสุดท้าย ผมไม่พูดถึงทุกกระทรวงครับ ผมจะพูด เฉพาะกระทรวงที่มีงบลงทุนจํานวนมากของแต่ละกระทรวง ท่านประธานครับ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาใช้งบลงทุนไป ๑๒.๖ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เป็นกระทรวง ที่มีงบประมาณหลายหมื่นล้านบาท ไปพัฒนาเรื่องแหล่งน้ํา ไปพัฒนาเรื่องระบบชลประทาน ปรากฏว่าถึงวันนี้ครับ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม เพิ่งใช้งบลงทุนไปเพียง ๒๐.๘ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงคมนาคม ๑๕.๔ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑๖.๓ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงพาณิชย์ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กล่าวหากัน ที่พูดกัน ที่บรรยายความกันในสภาเยอะแยะ จะแพงทั้งแผ่นดิน จะถูกทั้งแผ่นดิน หรือจะเป็นอย่างไร ครับ กระทรวงพาณิชย์ใช้งบประมาณต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐานมากครับ ปรากฏว่างบประมาณ ของกระทรวงพาณิชย์อีก ๔ เดือนจะสิ้นปีงบประมาณครับ ใช้งบไปเพียง ๑๓.๑๑ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่นับบรรดาเงินเดือนนะครับ เงินเดือนมันไปไกลแล้วล่ะครับ เพราะสิ้นเดือนก็ต้องเบิก กระทรวงมหาดไทยใช้ได้ครับ ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงไหนดีขออนุญาตชมครับ กระทรวงมหาดไทย ถ้าดูแนวนี้ก็แสดงว่ามีโอกาสที่จะบริหารงบประมาณไปได้ดีครับ กระทรวงศึกษาธิการครับ งบเยอะเช่นกันครับ ในส่วนงบลงทุนอยู่ที่ ๑๑.๗๙ เปอร์เซ็นต์ ถือว่ายังดีกว่าของเดิม พอสมควรครับ ที่มีการกระจายอํานาจไปให้เขตพื้นที่การศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงศึกษาธิการถึงวันที่ ๑๘ พฤษภาคมก็ไป ๑๑.๗๙ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่ ๑๐.๔๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ น่าตกใจเหมือนกันครับ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพิ่งใช้งบประมาณ งบลงทุนไปเพียง ๐.๐๓๑ เปอร์เซ็นต์ และงบกลางท่านประธานครับ งบกลางที่เร่งรัดกันนักกันหนา อยากจะให้สภาผ่านรายละเอียดโครงการไม่ต้องเสนอมา เพราะเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะต้องบริหารจัดการเรื่องงบกลาง แก้ปัญหาวิกฤติน้ําท่วม อุทกภัย ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงวันนี้เร่งที่สุดแล้วครับ ดีที่สุด ณ วันนี้ ได้มีการเบิกจ่ายเงิน ๒๑.๙๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านครับ เวลา ๔ เดือนที่เหลือ มันเข้าสู่ฤดูฝนนะครับ เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม งบลงทุนต่าง ๆ เหล่านี้ผมก็ยังเชื่อว่าคงไม่มีการขยับอะไรไป อีกมากมายนัก เพราะสภาพภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคกลางถ้าช่วงระหว่างเดือนที่ผม กล่าวเมื่อสักครู่นี้ มันเข้าสู่ฤดูฝน เพราะฉะนั้นการเบิกจ่ายหรือการใช้เงินของงบประมาณ เชื่อเถอะครับว่าคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายและจะต่ํากว่าเป้าเยอะแยะ

ประการที่ ๒ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือการตั้งงบประมาณของ แต่ละกระทรวงซึ่งผมไม่ลงรายละเอียด ไม่สอดคล้องกับนโยบาย หลายเรื่องท่านทํา แต่ทําเพียง บางส่วน พูด ๑๐๐ ทํา ๑๐ พูด ๑๐๐ ทํา ๕ มีครับ แต่หลายเรื่องครับ ท่านพูดในนโยบาย ไม่ได้ทํา ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานเจือ ท่านดอกเตอร์สามารถ ท่านวินัย สมพงษ์ พวกเรา ทํางานอยู่ในกระทรวงคมนาคม อยู่ในคณะกรรมาธิการด้วยกันนี่ครับ เห็นชัดเจนมาก ท่านประธานครับ ถือโอกาสเรียนไปยังรัฐบาล สิ่งที่พูดจะเป็นเรื่องติติงเพื่อให้หน่วยงานและ รัฐบาลเร่งตามนโยบายของรัฐบาลครับ ท่านประธานเจือปูพื้นเล็กน้อยครับ เรื่อง ๒๐ บาท ตลอดสาย ท่านประธานครับ มาขอโทษประชาชนไม่มีใครว่าครับ ณ วันนี้ โอกาสที่ท่านจะ ทํา ๒๐ บาทตลอดสาย งบประมาณอยู่ในส่วนของกระทรวงมีน้อยมากครับ และมันจะไม่เกิด ที่พูดนี้ไม่ได้คิดเองเลยครับ กรรมาธิการการคมนาคมโดยท่านเจือได้เชิญทั้ง สนข. เชิญทั้ง สํานักปลัดกระทรวง เชิญทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาถามหมดแล้วครับ มาซักหมดแล้วครับว่า นโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้และมาเป็นนโยบายรัฐบาลมันจะเกิด เมื่อไร ในที่สุดครับ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติบอกว่านโยบายเรื่องนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ถ้าจะ ๒๐ บาทตลอดสายได้ ต้องก่อสร้างรถไฟฟ้าให้เสร็จอย่างน้อยอีก ๑๐ สาย ท่านครับ อีก ๑๐ ปีก็ไม่เสร็จครับ อีก ๒๐ ปีผมก็ยังไม่แน่ใจเสร็จหรือไม่ ดังนั้นนโยบายอะไรที่ท่าน ออกไว้แล้วมันทําไม่ได้หรือทําไม่สําเร็จ ท่านออกมาบอกกับพี่น้องประชาชน ใครจะตําหนิติติง เป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปครับ ทําไมถึงจะไม่เสร็จครับ เพราะโครงการที่กําลัง ดําเนินการอยู่ขณะนี้ เช่น โครงการสายสีม่วง ตอนที่ ๓ ท่านไปปรับรายละเอียดอีกเยอะครับ เดี๋ยวจะว่ากันในวาระต่อไป ท่านไปปรับเหล็กจาก ๘๐๐ มิลลิเมตรหรือ ๖๐๐ มิลลิเมตร มีปัญหา เรื่องการก่อสร้างดําเนินการต่อไป โครงการรถไฟฟ้าสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ ๒๓ กิโลเมตร สัญญาที่ ๖ นี้ครับ ประมูลไปแล้วครับ เหมือนกับมีการเคาะกะลาครับ เพราะบริษัทที่ได้เป็น บริษัทอยู่ในเครือของกลุ่มบริษัทชิโน-ไทย กลุ่มบริษัทชิโน-ไทย ท่านก็รู้ว่ามีเกี่ยวข้องโยงกับ การเมืองส่วนไหน พอกลุ่มบริษัทชิโน-ไทย ประมูลงานได้ ๘ เดือน รัฐบาลช่วงนี้ ปรากฏว่า ไม่อนุมัติแล้วครับตอนนี้ มีท่าทีจะยืดเยื้อจะดึงและจะรื้อประมูลด้วยซ้ําไป เดี๋ยววาระโอกาส ที่เหมาะสมจะได้พูดเรื่องนี้ต่อไป ดังนั้นผมถึงกราบเรียนกับท่านประธานว่าเป็นไปไม่ได้หรือ ถ้าเป็นไปได้ นายกรัฐมนตรีมาตอบเลยว่า ๒๐ ปีตลอดสาย ผมไม่ขอปีนี้ครับ เพราะปีนี้ อย่างไรก็ไม่ได้ ภายใน ๓ ปี ท่านทําได้หรือไม่

ประการที่ ๒ เป็นสิ่งที่แปลกมากในคณะกรรมาธิการการคมนาคมที่เราเชิญ ข้าราชการมาชี้แจง ท่านครับ รัฐบาลต้องดูแลคนจนสิครับ แต่ขณะนี้รัฐบาลกําลังให้คนจน เดือดร้อน ลดค่าโดยสารรถครับ ท่านประธานครับ ค่าแก๊สลงครับ ค่าน้ํามันในตลาดโลกลดครับ แต่ปรากฏว่าค่าขนส่งโดยมติของคณะกรรมการ แล้วก็มีผลด้วยแล้วนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ปรากฏว่าค่าขนส่งขึ้นครับ รถสองแถวขึ้นประมาณ ๒ บาทครับ รถตู้ขึ้นครับ อันนี้ คือพี่น้องในส่วน กทม. และปริมณฑลได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ครับ ท่านสามารถครับ ขึ้นแล้วครับ ขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๕ ขึ้นมาได้ ๑ สัปดาห์แล้วครับ สวนกับข้อเท็จจริง สวนกับทางที่ควรจะเป็นครับ แต่ในส่วนของผมนี่ครับ ในฐานะเป็น ส.ส. ต่างจังหวัดนี่ขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนครับ รถต่างจังหวัดจะเป็นรถทัวร์ รถตู้ รถโดยสารนี่ขึ้น ๔ สตางค์ต่อกิโลเมตร แล้วก็ขึ้นแล้วครับ ๔ สตางค์ดูเหมือนจะไม่มากครับ แต่ถ้ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๖๐๐ กิโลเมตร ๒๔ บาทครับ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ก็ประมาณนี้ครับ ถ้ากรุงเทพฯ ไปทางใต้ชายแดนนี่ตกไปเท่าไรครับ เงิน ๒๐ กว่าบาทที่เพิ่ม ๓๐ บาทที่เพิ่มมันเป็นเงินไม่น้อยครับ เพราะเป็นเงินของชาวบ้าน เงินของคนจนทั้งนั้นครับ รัฐบาลต้องดําเนินการในเรื่องนี้ ในเรื่องส่วนงบประมาณจะว่ากัน อย่างไรก็ว่ากันไปครับ รถไฟความเร็วสูงท่านประธาน ผมบอกเลยครับว่ารัฐบาลก่อนที่อนุมัติ ในรัฐสภาไว้เรียบร้อยแล้วจะทําอยู่สายไหนบ้าง ไม่พูดซ้ําละครับ รู้ ท่านเอามาทําต่อเถอะครับ อะไรที่มันดีเอามาทําต่อ ไม่ต้องบอกว่าใครลอกใครครับนโยบาย ผู้สูงอายุพรรคประชาธิปัตย์ ทําไว้ ๕๐๐ บาท พรรคเพื่อไทยมาทําต่อเป็นขั้นบันไดอีก ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท พวกผมก็ไม่เคยว่า สิ่งที่ดีประชาชนได้ประโยชน์ทําครับ อสม. พรรคประชาธิปัตย์ทําไว้ พรรคเพื่อไทยเอามาทําต่อก็ไม่เห็นมีพวกผมว่าสักหน่อยว่าลอกนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ผู้ช่วยสารวัตรกํานัน ตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเพิ่มให้จาก ๒,๕๐๐ บาท เป็น ๕,๐๐๐ บาท จาก ๔,๐๐๐ บาท เป็น ๘,๐๐๐ บาท จาก ๕,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท พรรคเพื่อไทยจะมาขยายผลต่อในฐานะเป็นรัฐบาลเพิ่มพวกเราไม่ว่า แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าใครลอกกัน ท่านครับ รถไฟความเร็วสูง จะเป็นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ใต้ กรุงเทพฯ-ตะวันออก ไม่เกิด ท่านประธาน นโยบายเขียนในของรัฐบาลชัดเจนครับ แต่ปรากฏในงบประมาณนี่มันไม่มีครับ ในงบประมาณมันไม่มี ปี ๒๕๕๕ ผ่านมาทั้งปี ไม่มี ปี ๒๕๕๖ ปีนี้ผมเปิดดูทุกขบวนครับ ไม่มีโครงการงบประมาณก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง บอกว่าไม่มีน่าเกลียดครับ มีครับ ตั้งงบ ศึกษาท่านประธานครับ ตั้งงบศึกษา ศึกษาอะไรบ้างครับ ที่ปรึกษาสํารวจออกแบบ ศึกษาผลสํารวจความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศึกษายุทธศาสตร์ การลงทุน อยู่ในเล่มนี้ครับ อยู่ในเล่มงบประมาณนี่ ศึกษา เสริมสร้างเครือข่ายชุมชน ศึกษา มาตรฐานการออกแบบ ศึกษาผลของการศึกษา มีไหมครับประเทศไทย โครงการแต่ละ โครงการนี่ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟความเร็วสูงจะอยู่ในการรถไฟแห่งประเทศไทย หรืออยู่ในส่วนของรัฐบาลที่รับผิดชอบ ล้วนแต่ตั้งงบประมาณที่ส่อให้เห็นว่าโครงการ แผนงานงบประมาณมันไม่เกิดครับ เราได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ในกรรมาธิการทั้งหมดนะครับว่า ภายในปีนี้รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟรางคู่จะเกิดขึ้นไหม ปีนี้จะคิกออฟ ฝังหมุดได้สักสายไหม พี่น้องอีสานบ้านผมเอาทีหลังก็ได้ครับ ถึงแม้จะให้ กําลังใจรัฐบาลเยอะแยะครับ ไม่ว่าจะรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ- ขอนแก่น กรุงเทพฯ-อุดรธานี กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ-สุรินทร์ กรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ ผมบอกว่ารอก็ได้ ลองไปบ้านนายกรัฐมนตรีสิครับ ขอกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ก่อน เอากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปีนี้เริ่มสร้างได้ไหม แต่คณะทํางานเจ้าหน้าที่บอกเลยครับว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้ และภายใน รัฐบาลนี้ผมยังไม่เชื่อว่าจะเกิดรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย ถ้าตราบใดที่การใช้เงิน งบประมาณของท่านมุ่งไปสู่แต่เรื่องของการสํารวจ ๆ และขอไปยังทุกกระทรวงครับ ที่พูดไม่มีเฉพาะกระทรวงคมนาคมครับ ยังมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงใหญ่ ๆ หลายกระทรวงตั้งงบประมาณในลักษณะศึกษา ศึกษา ศึกษา หลาย ๆ ศึกษา และหลาย ๆ โครงการมันก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้นครับ คณะกรรมาธิการงบประมาณปีที่ แล้วก็มีข้อสังเกตในเรื่องของการศึกษาที่ผมได้นําเรียนมานี้ละครับ ปรากฏว่าแทนที่ปีที่แล้ว คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกต สภา ส.ส. ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล มีข้อสังเกต ปรากฏว่าปีนี้ มามากกว่าเดิม เพื่อนสมาชิกครับ พวกเราทั้ง ๒ ฝ่ายไม่ว่าฝ่ายค้าน รัฐบาล ปีนี้มาดู งบประมาณให้มันเป็นผลและมันเป็นจริงอะไรที่ ส.ส. พวกเราเสนอเข้าไปนี่เอาไปปฏิบัติ ได้ไหมครับ นโยบายรัฐบาลก็ต้องชัดเจน

ส่วนประเด็นเรื่องของการทุจริต ผมคงขออนุญาตท่านประธานเอาไปในวาระ โอกาสต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ