วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เช่น ปัญหายาเสพติด การพัฒนาระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า การศึกษาและวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข และบทบาทสตรีและแม่บ้าน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ค่ะ ใช่ค่ะ ดิฉันขออนุญาตลุกขึ้นมาอภิปรายพร้อมกับลูกสาวในท้องแล้วก็ขอใช้สิทธิ ในฐานะคนท้อง ๗ เดือนนี้ค่ะ ที่จะเห็นชอบในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในการลงมติดิฉันก็ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดเชียงรายนับเสียงในสภาก็ได้เท่ากับ ๑ เสียง แต่ในการอภิปรายดิฉันจะขอเป็นปาก เป็นเสียงให้แก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายและยังต้องขอเป็นปากเป็นเสียงให้กับลูก ในท้องด้วยค่ะ และยังคงจะขอเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่านค่ะที่ได้ตั้ง ความหวังไว้กับรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกคนที่มีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับดิฉันว่า ภายใต้การนําของรัฐบาลชุดนี้เราจะมีความหวังกับอนาคตของสังคมไทยที่เป็นอยู่จะต้อง ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ ดิฉันขออภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในส่วนที่จะสนับสนุนในการสร้างสังคมที่ดี ในการสร้างสังคมที่น่าอยู่อาศัยสําหรับคนไทยทุกคน แล้วก็ลูกหลานของท่านในอนาคต ท่านประธานคะ หลังยุคของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งเผชิญกับการปฏิวัติรัฐประหาร ๖ ปีที่ผ่านมาเราคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่งที่เกิดขึ้นหรือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย นั่นก็คงหนีไม่พ้นนั่นก็คือเรื่องปัญหายาเสพติด ก่อนที่ดิฉันจะ ตั้งท้องเคยคิดเหมือนกันว่าถ้ามีลูกแล้วลูกจะโตขึ้นมาในสังคมที่ดีหรือเปล่า เราต้องมานั่งห่วงว่า ในที่สุดเขาโตขึ้นเขาจะคบเพื่อนแบบไหน สังคมดีไหม เพื่อนเขาจะพาเขาไปติดยาหรือเปล่า มากสุดค่ะแค่โตมาแล้วไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดก็ถือว่าโชคดีแล้ว แต่ต้องบอกผ่านท่านประธาน ไปนะคะว่าทุกวันนี้ยังมีกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นเหมือนดิฉันเองหลายคนเลยนะคะ คือมีอยู่ไม่น้อยเลย ที่ตัดสินใจที่จะครองชีวิตคู่สามีภรรยาโดยที่ไม่เอาลูกค่ะ หรือว่าไม่มีทายาทสืบต่อ เพราะอะไรคะ เพราะว่าพอได้สอบถามจากสาเหตุนั้นเขาบอกว่าสังคมเราที่เป็นอยู่ตอนนี้ เขาไม่แน่ใจเลยค่ะว่าลูกหลานเขาจะเติบโตขึ้นมาในสังคมที่ดีแล้วก็ปราศจากยาเสพติดหรือเปล่า ต้องขอบคุณนะคะรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ที่ให้ความจริงใจแล้วก็จริงจังกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้นะคะ ซึ่งพอลงไปในพื้นที่พี่น้องประชาชนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐบาลชุดนี้ได้แก้ปัญหายาเสพติด ให้เบาบางลงไปมากแล้ว แต่ถามว่าหมดไปหรือยังก็ยังไม่หมดไปค่ะ การตั้งงบประมาณ ในปี ๒๕๕๖ ได้เตรียมเงินไว้สําหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพิ่มจากปีก่อนหน้า ถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งงบประมาณไว้สูงถึง ๑๑,๕๘๒ ล้านบาท ก็ด้วยความจริงจังและ จริงใจในการแก้ปัญหา แก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้นะคะ พ่อแม่อย่างดิฉันหรือว่า พ่อแม่ผู้ปกครองที่ฟังอยู่ก็คงจะสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจแล้วค่ะว่าลูกหลานของเขา ในอนาคตจะห่างไกลยาเสพติดและมีอนาคตที่ดีขึ้น พอมาดูในด้านสาธารณสุขนะคะ ดูงบที่ตั้งไว้ของกระทรวงสาธารณสุขอาจดูไม่มากนักเพียง แค่ ๔.๒ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด หรือประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง แต่ถ้าดูองค์รวมของกระทรวงนี้มีถึง ๑๐.๔ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด หรือ ๒๕๔,๙๔๗ ล้านบาท ซึ่งต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้ตั้งงบเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน เพราะว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ทําให้ประชาชนชาวไทยไม่ว่าจะจนหรือรวยก็สามารถจะได้รับ ระบบสวัสดิการด้านการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียมกันแล้วก็มีคุณภาพ แต่ว่ามี ๒ ประเด็น ที่ดิฉันอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลชุดนี้นะคะ
ประเด็นแรกนี่ค่ะ พอได้พูดคุยกับผู้รู้หรือว่าแพทย์บางท่านแล้วนี่ เขาบอกว่า มีอีกหลายโรคร้ายด้วยกันที่เรียกว่าไม่ได้รวมอยู่ในระบบประกันสุขภาพ บางโรคนั้นมันอาจจะ ไม่ได้สร้างภาระให้กับงบประมาณมากมายอะไร แต่ถ้าสมมุติเราสามารถเพิ่มโรคร้ายพวกนี้ เข้าไปนี่ เราสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิต สามารถรักษาชีวิตหรือว่าให้อวัยวะให้กับผู้ป่วย ช่วยเหลือ ผู้คนได้มากมาย ก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยไปศึกษาแล้วก็ดูแลในอนาคตด้วย
เรื่องที่ ๒ ก็คือเป็นงบในส่วนของการศึกษาและวิจัยของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีเพียงแค่ ๗,๔๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง โดยศักยภาพของแพทย์ไทยแล้วก็นักวิจัยของ คนไทยนี่ต้องยอมรับนะคะว่าก็เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ และในเมื่อประเทศไทยอยากจะ พัฒนางานสาธารณสุขของประเทศไทยหรือว่าอยากจะให้เป็นศูนย์รวมของการรักษาให้แก่ พี่น้องทั่วโลกได้มารวมตัวที่ประเทศไทยแล้วนี่ จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้รัฐบาลอุดหนุน ในส่วนของการวิจัยให้กับแพทย์ไทยกับนักวิจัยไทยในอนาคตด้วยนะคะ
ด้านการศึกษาค่ะ ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการนี่ได้รับจัดสรรงบประมาณ เรียกว่าเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดถ้าเทียบกับกระทรวงอื่น ๆ ก็ว่าได้ คิดเป็น ๑๙.๒ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณรายจ่ายหรือถ้าเป็นเม็ดเงินอยู่ที่ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบการศึกษานี่ค่ะ ดิฉันรู้สึกดีใจนะคะ เพราะว่ามันสามารถจะสร้าง โอกาสให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ให้กับทุกเพศทุกวัย ทุกระดับการศึกษา แล้วก็สามารถให้เด็ก ๆ พวกนี้ได้เข้าถึงแหล่งความรู้ที่มีมาตรฐานแล้วก็มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งงบประมาณตัวนี้ ก็รวมไปถึงงบประมาณของการพัฒนาครูแล้วก็บุคลากรในทางด้านการศึกษาเพื่อให้กลุ่มคน เหล่านี้สามารถเพิ่มความรู้ มีคุณภาพ มีจริยธรรม และที่สําคัญมีความก้าวหน้าในอาชีพ การงานครูด้วยค่ะ โอกาสของเด็กในต่างจังหวัดที่เรียกว่าเรียนดีแต่ว่าไม่มีโอกาสก็กลับมาด้วย โครงการ ๑ อําเภอ ๑ ทุนการศึกษา น้อง ๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ เองนี่นะคะ ก็สามารถมีแท็บเล็ตหรือว่าคอมพิวเตอร์พกพาที่สามารถจะทําให้เขานี่ได้เข้าถึงการศึกษาได้ อย่างเท่าเทียมกัน สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้โดยผ่านอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันทุกคน อนาคตของเด็กไทยจะสดใสดีกว่าที่ผ่านมา แล้วเขาก็จะมีศักยภาพไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ของเราแต่ว่าจะมีศักยภาพเรียกว่าระดับโลกเลยก็ว่าได้ และด้วยงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ นี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกที่อยู่ในท้องของดิฉันเองหรือว่าลูกหลานของใคร ๆ ในประเทศนี้ก็ตามก็สามารถ จะโตมาในสังคมที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน อย่างที่ดิฉันได้อภิปรายไปนะคะ สังคมที่ปลอดยาเสพติด สังคมที่มีระบบประกันสุขภาพที่ดีแล้วก็มีการศึกษาที่เท่าเทียมกันค่ะ
ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ก็อยากจะขออภิปรายเรื่องของงบกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีนะคะ เพราะว่าไม่พูดก็คงไม่ได้ เพราะว่าถ้าสมมุติว่าดิฉันคลอดลูกออกมานี่ก็คง จะต้องขอไปเป็นสมาชิกกลุ่มสตรีแล้วก็แม่บ้านเช่นเดียวกันนะคะ ก็ต้องขอขอบคุณ ทางรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้เห็นความสําคัญกับกลุ่มสตรีและแม่บ้าน แล้วก็ได้ตั้งงบ ให้กับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเฉลี่ยแล้วจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทด้วยกันนะคะ ก็ขอเป็น ตัวแทนสตรีทุกคนขอบคุณไปยังทางรัฐบาลด้วย และสุดท้ายนี้จากที่ได้อภิปรายมาทั้งหมด ดิฉันขอสนับสนุนแล้วก็เห็นชอบในหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ด้วยอีกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ