สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แถลงว่าเห็นด้วยกับสมาชิกของรัฐบาลที่บอกว่า งบประมาณฉบับแรกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จัดทําขึ้นเอง แต่ไม่ได้จัดงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาคนยากจน และไม่ได้เป็นการจัดสรร งบประมาณที่มียุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาคนยากจน นอกจากนี้ยังบอกว่า งบประมาณฉบับปี ๒๕๕๖ ยังมีลักษณะของการหลอกลวงพี่น้องประชาชน และมีปัญหาทั้งสิ้น ๔ ประการ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคนไม่มีที่ดินทํากิน มีถึง ๔,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน และยังบอกว่า รัฐบาลชุดที่แล้วได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาที่ดิน แต รัฐบาลหลอกลวงคนจน โดยไม่ดำเนินการตามนโยบายการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดิน และไม่ได้จัดตั้งธนาคารที่ดินให้กับคนจน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องโฉนดชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีแต่รัฐบาลไม่เดินต่อเพราะไม่ชอบชื่อ และส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย ทำให้เกิดความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการรับรองโฉนดที่ดินชุมชนในบ้านหาดสูง จังหวัดตรัง และขอให้เผยแพร่ข้อมูลนี้ให้ประชาชนทั่วไปทราบ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องปัญหาการจัดการพื้นที่โฉนดชุมชน และเรียกร้องการ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําลังพิจารณากันอยู่นี้ ผมเห็นด้วยกับ สมาชิกของรัฐบาลนะครับ ที่บอกว่าเป็นงบประมาณฉบับแรกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ได้จัดทําขึ้นเอง ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น ความจริงแล้วเราก็ได้บอกว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นั้น ไม่ได้จัดงบประมาณเพื่อที่จะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นยังไม่ได้เป็นการจัดสรร งบประมาณที่มียุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาคนยากจนอีกด้วย แต่เมื่อพิจารณาลึกลงไปครับ งบประมาณ ฉบับปี ๒๕๕๖ นั้น ยังมีลักษณะของการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็น คนยากคนจนอยู่ด้วย ต้องยอมรับครับว่าคนเราจะต้องมีปัจจัย ๔ วันนี้ภายใต้การบริหารของ รัฐบาล ปัจจัย ๔ ของคนยากคนจนมีปัญหาทั้งสิ้นครับ อาหารวันนี้แพงทุกชนิด เครื่องนุ่งห่ม วันนี้ชุดนักเรียนเปิดเทอมนี้ก็แพง เรื่องของยารักษาโรค รักษาฟรีดี ๆ ก็ไปเก็บเงินเขา

และสุดท้ายคือเรื่องที่อยู่อาศัย ในบรรดาคนจนที่สุดในประเทศนี้ ท่านประธานครับ ก็คือคนซึ่งไม่มีที่ดินทํากินเป็นของตัวเอง ข้อมูลซึ่งเคยทําไว้ในสมัย การลงทะเบียนคนจนของอดีตพรรคไทยรักไทยนั้น คนไม่มีที่ดินทํากินมีถึง ๔,๗๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน นโยบายเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ดินนั้นเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด รัฐบาลชุดที่แล้วได้เดินหน้า เอาไว้ ๓ เรื่อง คือ

เรื่องกฎหมายภาษีทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธ อย่างสิ้นเชิง และจนปัจจุบันนี้กฎหมายซึ่งร่างเสร็จแล้วถูกถอนออกจากสภา ไม่มีการรับรอง กระทรวงการคลังก็เก็บไปดองเอาไว้และไม่มีการออกมาดําเนินการ แต่อีก ๒ เรื่องซึ่งเป็น เรื่องใหญ่ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๑ นั้นที่ผมถือว่าเป็นเรื่องหลอกลวงคนจนก็เพราะว่าในนโยบาย ที่รัฐบาลแถลงเอาไว้ต่อรัฐสภา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ นั้น ในหน้า ๓๕ ได้เขียน ข้อ ๕.๔ เรื่องสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ําในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่ดิน เอาไว้บอกว่าจะมีการใช้มาตรการทางภาษีและจัดตั้งธนาคารที่ดินให้แก่คนจนและเกษตรกร รายย่อย นี่คือนโยบายที่เขียนเอาไว้ ในงบประมาณโดยสังเขป ปี ๒๕๕๖ ก็เช่นเดียวกันครับ เขียนเอาไว้ชัดเจนในหน้า ๑๗ ในแผนงานอนุรักษ์จัดการทรัพยากรธรรมชาติบอกว่า สร้างเครื่องมือเป็นกลไกบริหารทรัพยากรธรรมชาติจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อกระจายการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรม แต่ในคําแถลงประกอบนโยบายงบประมาณรายจ่ายของนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีการพูดถึงนโยบายเรื่องธนาคารที่ดิน แต่พอลงลึกไปดูในเอกสารงบประมาณท่านประธาน ครับ เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ธนาคารที่ดินซึ่งเรารอกันมาหลายสิบปีและมีการออกเป็น พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนเพื่อการบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ซึ่งเสร็จสิ้น ในรัฐบาลชุดที่แล้ว และประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ นั้น รัฐบาลชุดที่แล้ว อนุมัติเงินโดยมติ ครม. เอาไว้ประมาณ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาทให้จัดตั้งธนาคารที่ดิน ในงบปี ๒๕๕๕ รัฐบาลชุดนี้จัดตั้งงบธนาคารที่ดินเอาไว้ ๗๕๐ ล้านบาท จนมาถึงปีนี้ท่านประธานครับ ไม่มี การใช้เงินไปจัดซื้อที่ดินให้คนจนเลยแม้แต่บาทเดียว ในงบปี ๒๕๕๖ ก็จัดงบไว้เพียง ๔๘ ล้านบาทเท่านั้น โดยที่ ๗๕๐ ล้านบาทนั้นไม่มีการใช้ไปเลย ที่สําคัญก็คือว่าในพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งธนาคารที่ดิน ในมาตรา ๔๔ นั้น จะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการในวาระเริ่มแรก ซึ่งได้เขียนเอาไว้ว่าจะต้องไม่เกิน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ในปลาย รัฐบาลชุดที่แล้วติดการเลือกตั้ง ถ้าจะตั้งต้องไปผ่าน กกต. ก็รอรัฐบาลชุดนี้ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันนี้วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เกินกว่า ๑ ปีแล้ว เรื่องถูกดองอยู่ที่ นายกรัฐมนตรีครับ ไม่มีการเซ็น ซึ่งผมถือว่าเป็นการกระทําที่ผิดพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินด้วยซ้ําไป นี่คือการหลอกคนจนว่าจะจัดตั้ง ธนาคารที่ดินให้เขาครบไปแล้ว ๑ ปีก็ไม่จัดตั้ง แต่เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดท่านประธานครับ ก็คือ นโยบายแก้ไขปัญหาคนจนที่ไปอยู่ในที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ ในรูปแบบของนโยบายที่เรา เรียกว่า โฉนดชุมชน โฉนดชุมชนนั้นแม้จัดตั้งในรัฐบาลชุดที่แล้วออกเป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ชัดว่ามีประชาชนที่ต้องการจะขอโฉนดชุมชนเป็นอย่างมากนะครับ ข้อมูลล่าสุด ที่มีการรายงานกันนั้น มีชุมชนที่ขอโฉนดชุมชนมาทั่วประเทศมากกว่า ๕๐๐ ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ และเป็นครัวเรือนมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ทั้ง ๔ ภาคของประเทศ มากที่สุดคือในภาคเหนือ รองลงมาคือภาคอีสาน ภาคกลางและ ภาคใต้ ซึ่งรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย รัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติไปแล้ว ๒ ที่ และมีการอนุมัติ เพิ่มเติมสําหรับดําเนินการต่อไป ล่วงมาถึงรัฐบาลชุดนี้ท่านประธานครับ ความน่าเป็นห่วง ก็คือพี่น้องคนจนในชื่อของกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพรีมูฟ (P-move) หรือ ขปส. มาพบรัฐบาลที่ทําเนียบรัฐบาลในครั้งเมื่อตั้งรัฐบาลใหม่ ๆ ยื่นหนังสือขอให้เดินหน้านโยบายโฉนดชุมชน ไม่มีคําตอบที่ชัดเจน วันที่ ๑๕ มกราคม มีการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ท่านประธานครับ กระบวนการเพื่อประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม ไปรอขอพบนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่าก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าพบ สุดท้ายมีการยื้อยุดกัน มีการใช้กําลังเจ้าหน้าที่ในการพยายามที่จะจัดการกับพี่น้องประชาชน ซึ่งนั่นคนยากจนก็เจ็บช้ําน้ําใจพออยู่แล้ว แต่หลังจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นคนยากจนไปพบนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านประธานดูภาพต่อไปนี้ครับ ผมขออนุญาต ไว้แล้วขอให้ขึ้นจอครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

เป็นเฟซบุ๊ค (Facebook) ของ คณะกรรมการโฉนดชุมชนคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกระบวนการ ขปส. ด้วย เขาเข้าไปพบนายกรัฐมนตรีครับ คนซ้ายมือคือนายประยงค์ ดอกลําไย ซึ่งเป็นกรรมการโฉนดชุมชนอยู่ด้วยถามนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ รู้จักโฉนดชุมชนไหม ถ้าเห็นรูปนี้ไม่ชัดจะขยายให้ใหญ่ขึ้น ท่านประธานครับ เป็นภาพต่อไปครับ ภาพต่อไปประยงค์ถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ รู้จักโฉนดชุมชนไหมครับ นายกรัฐมนตรีตอบว่าขอไปดูรายงานก่อนนะคะ ตอบแค่นี้ก็เห็นได้ ชัดแล้วว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้จักนโยบายโฉนดชุมชน เป็นสัญญาณว่านโยบายที่แก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ําเรื่องที่ดินนั้นทําท่าว่าจะมีปัญหาครับ หลังจากวันที่ ๑๕ มกราคมไปแล้ว เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ มีการประชุมคณะกรรมการจัดให้มีโฉนดชุมชน เดิมทีอนุมัติไว้ ๒ ที่ คือที่คลองโยง จังหวัดนครปฐม กับที่อําเภอป่าซาง จังหวัดลําพูน แล้วก็ มีการขอหน่วยงานต่าง ๆ ขอที่ดินไปรวมทั้ง ส.ป.ก. ด้วย ขอกันมานานครับ ในวาระการประชุม ปจช. จัดให้มีโฉนดชุมชน วันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕ ประธานคือ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประทานโทษที่เอ่ยนาม รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่เขาแจ้งครับว่าขณะนี้ ส.ป.ก. คือสํานักงานปฏิรูปที่ดินได้อนุมัติให้นําพื้นที่ของ ส.ป.ก. ไปจัดทําโฉนดชุมชนแล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไร่ดง จังหวัดลําพูน หลังจากเจ้าหน้าที่เขาแจ้ง แล้วประธานบอกให้รอเรื่องไว้ก่อน โดยบอกว่ายังไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับร่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนชื่อของโฉนดชุมชน ความหมายผมที่กําลัง จะบอกท่านประธานก็คือว่า นโยบายโฉนดชุมชนซึ่งดีแต่รัฐบาลไม่เดินต่อเพราะไม่ชอบชื่อครับ แต่คนที่เสียผลประโยชน์คือชาวบ้านที่รออยู่ เพราะเขาอยู่ในที่ดินนี้มานานแล้ว เจ้าของพื้นที่ คือ ส.ป.ก. ก็อนุญาตแล้ว แต่คนซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบไปเป็นประธานบอกว่าไม่ได้เพราะติด ที่ชื่อจะออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีใหม่ เปลี่ยนชื่อเสีย ชาวบ้านก็ต้องรอต่อครับ ปรากฏมีชาวบ้านแย้งขึ้นมา ประธานบอกว่าเขาให้กับชุมชน ทําไมกรณีนี้เป็นการอนุญาต ให้กับสหกรณ์ ซึ่งอันนี้เป็นการตอบที่ไม่รู้ขั้นตอนเลยว่าที่ ส.ป.ก. เขาให้สหกรณ์ เขาให้ ชาวบ้านในชุมชนไปจดทะเบียนสหกรณ์ แล้วให้กับสหกรณ์เหมือนที่คลองโยง เหมือนที่ป่าซาง ประธานท่านนี้ตอบว่าอย่างไรครับ ควรมีการตรวจสอบประวัติกรรมการชุมชนผู้ขอใช้ ประโยชน์ที่ดินด้วย เกรงว่าจะมีการจัดสรรพื้นที่ให้กับสมาชิกชุมชนไม่เป็นธรรม ประเด็น ที่ชี้ให้เห็นในเวลานี้ก็คือว่าไม่เชื่อชาวบ้านครับว่าจะจัดสรรโฉนดชุมชนได้ สุดท้ายเรื่องไร่ดง ที่เขารอกันมาหลายสิบปีถูกดองครับ ดองตั้งแต่เดือนมีนาคมจนปัจจุบันยังไม่ได้นะครับ แต่ที่หนักยิ่งกว่านั้นท่านประธานครับ ในวันที่ ครม. ไปประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรีโดยรองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาพูดบอกว่า นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงเรื่องกรณีโฉนดชุมชนที่มีการดําเนินการผิดพลาด โดยมีการซื้อขาย แลกเปลี่ยนเอาไปทําโครงการขนาดใหญ่พบมากแถบภาคใต้ ซึ่งมันตลกเพราะภาคใต้ไม่มี การอนุมัติโฉนดชุมชน แสดงว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้เรื่องโฉนดชุมชน ไม่รู้ใครชงเข้าไป แล้วโฉนดชุมชนมันซื้อขายก็ไม่ได้เพราะเป็นที่ดินของรัฐ เขามีเพียงสิทธิทํากิน แต่สัญญาณ ที่ส่งออกมาโดยนายกรัฐมนตรีและโดยโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีมันนําไปสู่ความรุนแรง ท่านประธานครับ วันที่ ๓๐ มีนาคม เจ้าหน้าที่ของอุทยานเขาปู่เขาย่าได้มีการดําเนินการ ในวันที่ ๓๐ มีนาคม บุกเข้าไปในแปลงยางพาราของประชาชนเทือกเขาบรรทัด บ้านทับเขือ- ปลักหมู ซึ่งเป็นชุมชนที่มีการดําเนินการรังวัดจะออกโฉนดชุมชนแล้ว และอยู่ในมติ ครม. ที่รองรับความเห็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบอกว่าถ้ามีปัญหาให้ชะลอการบุกจับกุม เอาไว้ก่อน แต่เจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณมาตั้งแต่วันที่ ๒๐ มีนาคม วันที่ ๓๐ มีนาคม บุกเลยครับ จับรื้อถอนของชาวบ้านทั้งที่เป็นเขตที่ทําโฉนดชุมชนแล้ว ชาวบ้านเขาก็พยายามชี้แจง เจ้าหน้าที่ไม่ฟังครับ แต่ที่หนักคือวันที่ ๖ เมษายน ท่านประธานครับ ที่บริเวณบ้านเขาสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ขอทําโฉนดชุมชน เที่ยวนี้เจ้าหน้าที่ไปครับ ชาวบ้านถ่ายคลิปเอาไว้ท่านประธานครับ ที่ผมจะให้ประธานดูต่อไป คลิปนี้มันสะเทือนใจมาก ด้วยความที่รัฐบาลส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย กับเรื่องโฉนดชุมชนแต่ต้นมันไปนําไปสู่ความรุนแรง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เอาเจ้าหน้าที่บุกไป ชาวบ้านขอนะครับ กราบขอเจ้าหน้าที่เลย เอาหนังสือแสดงว่ามาจาก สํานักนายกรัฐมนตรีให้ชะลอไว้ก่อนไม่ฟัง เจ้าหน้าที่ฉายคลิปเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ชุมชนบ้านหาดสูง คลิปนี้ส่งมาจากนักข่าวพลเมืองเครือข่าย เทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง เพื่อให้ทีวีสาธารณะนําไปเผยแพร่ต่อสังคมวงกว้าง ชาวบ้าน ต่างยืนยันว่าทั้ง ๒ พื้นที่ ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการประสานงาน เพื่อจัดให้มีโฉนด ชุมชน โดยมีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐได้”

ในที่สุดท่านประธานครับ ชาวบ้านกราบ ขอแล้วก็ไหว้ รูปหลังนี้เดี๋ยวผมจะอธิบายว่าไหว้ใคร ในที่สุดเจ้าหน้าที่ไม่ฟังก็เข้าไปบุกรุก ก็เข้าไป ทําลายของชาวบ้าน ผมแยกออกนะครับ ระหว่างพื้นที่โฉนดชุมชนกับพื้นที่บุกรุกป่า พื้นที่บุกรุกป่า ท่านจัดการไปเลยครับ แต่นี่คือพื้นที่ทําโฉนดชุมชน งบประมาณที่ท่านจัดเอาไว้ปีที่แล้ว ๑๘ ล้านบาท ปีนี้จัด ๒๐ ล้านบาท แต่เมื่อท่านส่งสัญญาณไม่ชัดเรื่องโฉนดชุมชน และนายกรัฐมนตรี โดยโฆษกสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาพูดลักษณะนี้ ชาวบ้านที่กราบขอเจ้าหน้าที่โดนรื้อหมดครับ ทั้งบ้านด้วย แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเอาอดีตโจร ชื่อนายไข่หมูกไปเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของรัฐ ถือปืนด้วยครับ แล้วเขาไปขู่ชาวบ้าน แล้วยังประกาศอีกว่าจะของบ ๕๐ ล้านบาท ที่ชาวบ้านกราบคนแรกเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ที่กราบคนหลังนี้คนจนต้องกราบโจรครับ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐในรัฐบาลยุคท่านให้ท้ายโจร ไปขู่ชาวบ้าน และที่เขาสงสัยในเฟซบุ๊คของประชาชนที่ทํากินอยู่ก็คือทําไมต้องไปจัดการพื้นที่ โฉนดชุมชนที่จังหวัดตรังก่อน นี่เป็นเรื่องชาวบ้านนะครับ อย่าเอาเรื่องการเมืองมาปนเลยครับ ปัญหาโฉนดชุมชนจึงค้างคาทุกวันนี้ วันนี้ก็ไม่เดินไปไหนครับ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านก็จะเปลี่ยนใหม่ จะเปลี่ยนชื่อผมไม่ว่า แต่ชาวบ้านที่รอกัน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ทั่วประเทศเขารอโฉนดชุมชน งบประมาณที่ท่านจัดเอาไว้ปีที่แล้วเขียนชัด ปีนี้ไปซ่อนเอาไว้ ในงบดําเนินการ ได้ข่าวจะเลิกโฉนดชุมชน สิ่งที่ผมกลัวที่สุดท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลส่งสัญญาณความรุนแรงให้ทํากันอย่างนี้มันจะกลับไปเหมือนปี ๒๕๔๕ ยุคอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่จังหวัดลําพูน มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดการกับชาวบ้านซึ่งอยู่ ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐบาลชุดที่แล้วทําโฉนดชุมชนให้แล้วจับกุมชาวบ้านไปทั้งสิ้น ๑๓๖ คน ส่งฟ้องทั้งหมด ๒๘ คดี ยังไม่จบจนเดี๋ยวนี้มีคนจนติดคุกและบางคนผูกคอตายไปแล้วครับ