สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วราภรณ์ตั้งภากรณ์ หารือเรื่องงบประมาณปี 2556 และเรียกร้องการเตรียมพร้อมในการจัดสรรงบประมาณสำหรับการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตร เธอยังหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์และโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ขอบคุณรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และเรียกร้องการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาบึงบอระเพ็ด และให้จัดสรรงบประมาณให้มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานคะ สําหรับการจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒.๔ ล้านล้านบาท และได้มีการตั้ง งบประมาณรายได้ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท ถึงแม้จะเป็นการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่คําว่า ขาดดุล เราอย่าไปเข้าใจผิดว่าเป็นการขาดทุนนะคะ เพราะการขาดดุล ทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้เคยมีทํางบประมาณแบบขาดดุลมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ผ่านมา จากการที่ดิฉันได้อ่านในรายละเอียดของการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลในปี ๒๕๕๖ ดิฉัน เห็นว่ามีความเหมาะสมและเป็นรายละเอียดที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทั้ง ๘ ยุทธศาสตร์ ซึ่งมีความจําเป็นและมีความสําคัญในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้าด้วย และในการนี้ดิฉันจริง ๆ ต้องขอชื่นชมรัฐบาลนะคะ ที่มีความกล้าหาญอย่างมาก ในการนํา นโยบายหรือโครงการใหม่ ๆ นําเสนออกมา ดิฉันขอยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นโครงการสําหรับ ผู้ที่ไม่เคยมีบ้านหลังแรก หรือโครงการรถยนต์คันแรก โครงการกองทุนตั้งตัวได้ และที่สําคัญ ในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชมอย่างมาก เพราะมีโครงการสําหรับผู้หญิงหรือ สุภาพสตรีคือกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รัฐบาลก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ด้วย จนกระทั่งมีสุภาพบุรุษบางท่านแซวดิฉันว่าเมื่อไรจะมีโครงการของสุภาพบุรุษบ้าง และในการ จัดทํางบประมาณในครั้งนี้ดิฉันไม่ได้ชื่นชมเฉพาะงบประมาณใหม่ ๆ ของรัฐบาลนะคะ ท่านประธาน ยังมีโครงการหรือนโยบายเก่า ๆ ที่เคยทํามาดีในรัฐบาลก่อน ๆ ดิฉันขอเอ่ยถึง ไม่ว่าจะเป็นโครงการปราบยาเสพติด ซึ่งทุกวันนี้ก็ได้รับทราบกันตามสื่อสาร ไม่ว่าจะทีวีหรือ หนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพักชําระหนี้ให้กับเกษตรกรที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่ดิฉันสนใจและให้ความสําคัญที่สุดก็เห็นจะเป็นโครงการรับจํานําพืชผลทางการเกษตร ดิฉันไปอ่านในรายละเอียดของงบประมาณในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่เป็นการสร้างสมดุล สู่สังคมโดยเฉพาะข้อที่ ๑.๑๐ เป็นแผนงานเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ท่านประธานคะ ในปี ๒๕๕๖ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการเสริมสร้างสินค้าเกษตร ๔๐,๑๕๒ ล้านบาท แต่ถ้าท่านประธานลองมองย้อนกลับไปในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาได้มี การจัดสรรงบประมาณถึง ๔๘,๑๒๑ ล้านบาท จะเห็นว่าลดลงถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉัน เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลถึงตั้งประมาณการงบประมาณในส่วนโครงการสินค้าเกษตรแค่นั้น เพราะปีที่แล้วประเทศไทยเกิดมหาอุทกภัยขึ้น ตัวเลขเข้าร่วมโครงการสินค้าเกษตรลดลง แต่ดิฉันอยากฝากไปยังรัฐบาลด้วยความห่วงใยว่าปีนี้ดิฉันมั่นใจว่าจากการที่รัฐบาลได้มี การบริหารจัดการน้ําที่ดี อุทกภัยที่ผ่านมาน่าจะไม่เกิดขึ้นอีก ดิฉันอยากให้รัฐบาลเตรียม ความพร้อมในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนจากส่วนใดหรือจะไปใช้เงินงบกลางที่รัฐบาลตั้ง ไว้ถึง ๓๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะสินค้าเกษตรทุกตัวเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา หรือพืชผักผลไม้อื่น ๆ เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ไม่สามารถรอเวลาที่รัฐบาลจะต้องประชุมก่อนแล้วถึงจะออกมาช่วยเหลือได้ นี่คือ ความห่วงใยของดิฉัน เพราะต้องยอมรับนะคะว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรม แต่เป็นประเทศเกษตรกรรม ถ้าหากประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกรสามารถผลิตพืชผล ทางการเกษตรแล้วนําออกสู่ตลาดขายได้ราคาดี เป็นอย่างไรคะ ก็จะมีประชาชนนําเงิน เหล่านั้นไปซื้อสินค้าหรือบริการ ก็จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบ เมื่อมีเงินหมุนเวียนเข้ามา ในระบบ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ในปีต่อ ๆ ไปเราอาจจะ ไม่ต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุลอีกก็ได้ เพราะอย่าลืมนะคะว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงอยากฝากรัฐบาลให้มีการเตรียมพร้อมในส่วนนี้ไว้รองรับด้วยนะคะ

และสุดท้ายค่ะท่านประธาน ในฐานะที่ดิฉันเคยอภิปรายเรียกร้องให้มี การจัดสรรงบประมาณก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์และโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ดิฉันต้อง ขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ ที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เพราะเกือบ ๔๐ ปี ที่ชาวจังหวัดนครสวรรค์ได้รอคอยมานาน และชาวจังหวัดนครสวรรค์ ฝากกราบขอบพระคุณมายังรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญในการบริหารจัดการน้ํา แต่นอกเหนือจากเขื่อนแม่วงก์ก็ยังมีโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นบึงน้ําจืดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย เคยมีพื้นที่ถึง ๑๓๗,๐๐๐ ไร่นะคะ แต่ปัจจุบันถูกบุกรุกเหลือไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ในพื้นที่ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ไร่นี้ ถ้ารัฐบาลบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม สามารถจัดสรร งบประมาณบริหารจัดการน้ําเวลาเกิดอุทกภัย ก็จะเป็นที่รองรับน้ําหรือแก้มลิงรับน้ําได้ ปริมาณมหาศาล และในฤดูแล้งก็จะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรใช้น้ําไว้สําหรับทําการ เพาะปลูก อีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝาก เพราะว่าจังหวัดนครสวรรค์ก็มีสถานศึกษาที่สําคัญ มีมหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์ แต่ปัจจุบันไม่ได้รับงบประมาณ ถึงแม้ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตนครสวรรค์ จะได้รับจัดสรรงบประมาณถึง ๑๐,๓๘๒ ล้านบาท ก็ตาม แต่ในปีนี้วิทยาเขตนครสวรรค์ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณเลย ดิฉันจึงอยากจะ ฝากให้ช่วยจัดสรรงบประมาณดังกล่าวลงไปด้วย หากไม่ได้ ดิฉันขอให้จัดแยกออกไปเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และสุดท้ายจริง ๆ ค่ะ ดิฉันสนับสนุนในการจัดทํางบประมาณ ของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอบพระคุณค่ะ