สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หารือเรื่องงบประมาณที่ลดลงและผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเน้นการป้องกันเป็นหลัก และควบคุมการรักษาพยาบาลได้ นอกจากนี้ยังพูดถึงการใช้แพทย์แผนไทย และเรียกร้องการสนับสนุนให้บูรณาการและพัฒนาแพทย์แผนไทยให้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการร่วมจ่าย 30 บาท และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล โครงการใกล้บ้านใกล้ใจ โครงการบําบัดยาเสพติด และโครงการอาหารฮาลาล

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงนิดเดียวนะครับ ๒ วัน ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมได้สดับฟัง ๒ วันที่ผ่านมา ซึ่งมีประเด็นคําถามบางคําถามเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความสนใจในการพิจารณาเรื่องงบประมาณตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วก็วันนี้ ผมอยากจะขอตอบสั้น ๆ ใช้เวลาเพียงนิดเดียวกับความห่วงใยของท่านสมาชิก ศุภชัย ใจสมุทร ที่ท่านได้มีการอภิปรายไว้ว่ามีการปรับลดเรื่องงบประมาณเหมาจ่ายรายหัว แล้วก็จะส่งผลกระทบต่อการดําเนินการอย่างไร งบประมาณมาใช้สําหรับนโยบายให้มีการใช้ ยาสมุนไพร แพทย์สมุนไพรในการบริการสาธารณสุขนั้นจะเป็นอย่างไร แล้วก็เรื่องของการ เตรียมความพร้อมในการรองรับเออีซี ผมใคร่ตอบนะครับว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็เรียนตามตรงว่าแม้งบประมาณที่รัฐบาลมีจํากัด ที่ผ่านมาการบริหารการจัดการในเรื่องของ การดูแลเรื่องหลักประกันสุขภาพนั้น รัฐบาลเองโดยมอบหมายให้ผมนั้นได้ดําเนินการ ในส่วนของ รายหัวนั้นก็ยังไม่พบปัญหาใดตอนนี้ ก็พยายามที่จะในเชิงป้องกัน เราเน้นเรื่องการป้องกันนั้น เป็นหลัก ส่วนการรักษาพยาบาลที่เราพบว่าตัวเลขในการรักษาตอนนี้ยังสามารถที่จะควบคุมได้ เพราะฉะนั้นในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่รัฐมนตรี จะต้องดําเนินการเพื่อที่จะนําพาการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนให้ได้ อันนี้ผมขอกราบเรียน แล้วก็ขอขอบคุณในความห่วงใย

ต่อเรื่องของการใช้แพทย์แผนไทย ก็เรียนให้ทราบนะครับ เนื่องจากว่า แพทย์ทางเลือกหรือแพทย์แผนไทยนั้น ผมได้บูรณาการโดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลต้องการให้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในโลกเรามีหลายประเทศที่เขานําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ หรือแพทย์ ทางเลือกของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศศรีลังกา ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า ซึ่งประเทศพม่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่พัฒนาไปได้ดี แต่เราเองตอนนี้เราก็มีภูมิปัญญา ตั้งแต่โบราณปู่ย่าตายาย รวมถึงพระราชบัญญัติการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์ แผนไทยที่ได้ออกโดยสภาแห่งนี้ไป ผมคิดว่าถ้าได้บูรณาการแล้วจะทําให้เป็นทางเลือกให้ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสส่งเสริมให้แพทย์แผนไทยนั้นดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะพี่น้องอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือโรคอื่น ๆ นะครับ และมีงานวิจัยที่ผมได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม ได้ดําเนินการ โดยเฉพาะงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนําตัวยาสมุนไพรมาพัฒนาเพื่อให้เป็น ยาสําคัญที่สามารถใช้รักษาพยาบาลได้ โดยเฉพาะเรื่องของโรคมะเร็งซึ่งเป็นปัญหาสําคัญ

ต่อท่านชินวรณ์ที่มีความห่วงใย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับว่าทําไมรัฐบาล ถึงกลับมาเก็บเรื่อง ๓๐ บาท เพราะฉะนั้นการร่วมจ่าย ๓๐ บาทนั้นเป็นนโยบายตั้งแต่ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้นํานโยบายตัวนี้มาใช้กับพี่น้องคนไทย แต่ว่าเมื่อบริบทมันเปลี่ยน และเราจะกลับมาใช้เราก็ต้องคํานึงถึงการดูแลเรื่องของคุณภาพให้เป็นหลัก แต่อย่างไร ก็แล้วแต่ปัจจุบันนั้นเจ็บป่วยฉุกเฉินเราสามารถที่จะดูแลพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนโยบายในเรื่องของการร่วมจ่ายนั้นเราไม่ได้เก็บกับประชาชนทุกคน เด็กอายุ ๐-๑๒ ปีก็ไม่ได้เก็บ อสม. ก็ดี หรือผู้สูงอายุที่เกิน ๖๐ ปีไปแล้วก็ไม่ได้เก็บในส่วนนี้ หรือผู้ที่ยากจนก็ไม่ได้เก็บนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ยังยืนยันนะครับว่านโยบายที่เราได้ ประกาศไว้กับพี่น้องประชาชนนั้น พรรคเพื่อไทยก็ขอดําเนินการในนโยบายต่อ ขอบคุณ ท่านปวีณ แซ่จึง ที่ท่านได้มีการอภิปรายไว้ แล้วก็เห็นด้วยที่เราสอดรับในนโยบายไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลที่ผ่านมาหรือรัฐบาลปัจจุบันในเรื่องของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล หรือเรื่องที่ ผมเองได้มาประยุคแล้วก็ดําเนินการเรื่องโครงการใกล้บ้านใกล้ใจ ที่ทําให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปโรงพยาบาลใหญ่ เดี๋ยวนี้สามารถดูแลเรื่องเบาหวาน ความดัน เราใช้ระบบเทเล-เมดิซีน (Telemedicine) มาช่วยในการดูแลให้คําปรึกษา เพราะฉะนั้น ๑ ตําบล มีแพทย์ให้คําปรึกษา ส่วนนี้ผมยอมรับนะครับว่าปัจจุบันแพทย์ขาด พยาบาลก็ขาด แต่เราก็ต้องพัฒนาเพื่อให้รองรับกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทําให้เรา ช่วยให้คําปรึกษาพี่น้องประชาชนได้นะครับ ท่านนุกูล ท่านวิรุฬห์ แล้วก็ท่านชะวรลัทธิ์ โดยเฉพาะที่ได้แสดงความคิดเห็นไว้ทั้ง ๓ ท่านนั้นก็เห็นด้วยในเรื่องของโครงการที่รัฐบาล ได้ดําเนินการ มีบางประเด็นที่อยากจะฝากไว้โดยเฉพาะการประสานงานกับฝ่ายเกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชน ในเรื่องของภาคใต้ ผมเรียนตามตรงว่าปัจจุบันนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้มีอีกหลายโครงการใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม โดยเฉพาะเรื่อง บําบัดยาเสพติดผมได้ดําเนินการในส่วนนี้โดยคืนบุตรหลานให้กับอ้อมกอดของพ่อแม่ สําหรับ บุตรหลานที่ติดยาเสพติดเราได้มีโครงการบําบัดยาเสพติดโดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และใช้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล เครือข่ายพี่น้อง อสม. ช่วยกัน ซึ่งดําเนินการไปด้วยดี แล้วก็ยังมีเรื่องของสนับสนุนโครงการอาหารฮาลาล ในโรงพยาบาล ฮาลาลสุขภาพที่ได้ดําเนินการไปหลายโครงการ ต่อท่านวิฑูรย์ นามบุตร ที่แสดงถึงความห่วงใยว่าในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็คือการเบิกจ่าย งบประมาณ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้นะครับว่าเราจัดทํา งบประมาณรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้จัดทํางบประมาณแล้วสภาแห่งนี้ได้ผ่าน และตราเป็นพระราชบัญญัติในเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมครับ ผมเรียน ตามตรงนะครับ หลังจากทําทีโออาร์ (TOR) ประกาศ แล้วก็ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นี้ก็เป็นสิ่งที่หืดขึ้นคอจริงอย่างท่านว่า แต่ว่าด้วยปีงบประมาณ เรามาจัดทํากันแล้วก็มีพระราชบัญญัติสามารถดําเนินการได้ในเดือนมีนาคม เพราะฉะนั้น ผมถือว่าตรงนี้ถ้ายืนยันว่าถ้าเป็นโครงสร้างการก่อสร้างขนาดใหญ่นั้น ก็สามารถที่จะ ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ แต่เรื่องเบิกจ่ายอาจจะต้องมีการกันเงินหรือว่าเพื่อที่จะ ดําเนินการเร่งรัดในการก่อสร้างใหญ่ ๆ ก็ทําได้เต็มที่ แต่ว่า ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ในส่วนที่ท่าน ห่วงใย ผมยืนยันว่าถ้าไม่ใช่งบประมาณก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เป็นงบด้านอื่น ๆ นั้น ก็สามารถที่จะดําเนินการได้ทัน อันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็เร่งรัดอยู่แล้วเพื่อที่จะให้ เบิกจ่ายใช้ได้ทัน

สําหรับท่านอื่น ๆ ก็คงจะเป็นการสนับสนุนในนโยบาย เช่น ท่านวิสาระดี ท่านมนู พุกประเสริฐ ที่ท่านฝากไว้ว่าผู้สูงอายุว่าจะทําอย่างไร ปัจจุบันนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้ดําเนินการในโครงการสําหรับผู้สูงอายุในเรื่อง ๗๐ ปีไม่มีคิว อันนี้ก็เป็นโครงการที่เรา ให้บริการกับผู้สูงอายุซึ่งเป็นปีที่รองรับผู้สูงอายุมากขึ้นในทั่วโลก แต่ว่าในประเทศไทยสําหรับ กระทรวงสาธารณสุขได้ดําเนินการโครงการเหล่านี้นะครับ แล้วก็อีกสิ่งหนึ่งที่เราเริ่มสําหรับ ความห่วงใย สําหรับโรคมะเร็งที่ท่านเป็นห่วงก็เรียนตามตรงว่าเราได้รับเรื่องเดียวกันจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็คือเรื่องของการที่ดูแลอาหารสุขภาพ ซึ่งคิดว่าถ้ากระทรวงได้ดําเนินการ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีช่วยดูแลเรื่องของอาหารที่ปลอดภัยก่อนที่จะให้ประชาชนบริโภคผมยืนยันนะครับ ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการลดเรื่องของโรคมะเร็ง แล้วก็โรคเบาหวาน ความดัน สําหรับท่านอื่น ๆ ผมก็ขอขอบคุณท่านศิรสิทธิ์จากปากช่อง โคราช ได้แสดงความคิดเห็นและผมขอรับในส่วนของ การเพิ่มเงินให้กับ อสม. ก็เห็นตรงกันนะครับ แล้วผมคิดว่าสภาแห่งนี้ก็คงจะเห็นด้วย แต่ว่าในโอกาสที่เหมาะสม ผมได้กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้วว่า อสม. ได้รับเงิน เพียง ๖๐๐ บาท แต่ปัจจุบันนั้นกระทรวงสาธารณสุขโดยมอบหมายให้พี่น้อง อสม. นั้น ได้ดูแลคัดกรองป้องกันโรคต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน การรณรงค์เรื่องอาหาร สุขภาพ แม้กระทั่งเรื่องภัยพิบัติ เราใช้ อสม. อย่างมาก วันนี้ผมก็เห็นว่า อสม. นั้นควรจะ ได้รับเงินส่วนเพิ่มสัก ๔๐๐ บาทก็คงจะไม่ยาก แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ขอขอบคุณท่านศิรสิทธิ์ แล้วก็จะนําเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแล้วก็หาทางที่จะดําเนินการให้เป็นไปได้ว่าเพิ่ม ๔๐๐ บาท ผมคิดว่าถ้าสภาแห่งนี้จะสนับสนุนด้วยก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีสําหรับพี่น้อง อสม. ขอบคุณท่าน มนพร ขอบคุณพรเพ็ญ และทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น ผมยังรอรับฟังอยู่ ถ้าหากมีประเด็น ขอขอบคุณท่านประธานครับ