สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

พิสิษฐ์ สันตพันธุ์ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่าย ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาลภายใต้การนําของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แก่ประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการป้องกันน้ำท่วมและปัญหาความแห้งแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญและสนับสนุนการแก้ไขปัญหานี้

นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากคําแถลงร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ของรัฐบาล ภายใต้การนําของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอสรุปแนวทางการพัฒนาประเทศได้เป็น ๘ ยุทธศาสตร์ ซึ่งผมเห็นว่าได้ครอบคลุมการพัฒนาทุก ๆ ด้านแล้ว และส่วนตัวของกระผม คิดว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาคน้อยมาก แต่ก็น่าเห็นใจรัฐบาลที่มีข้อจํากัดเกี่ยวกับเรื่องระเบียบการเงิน การคลัง ซึ่งมีกฎเกณฑ์เฉพาะว่า ด้วยการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่าเป็นการจัดสรร งบประมาณน้อยมากก็เพราะว่าเพิ่มจากปีที่แล้วเพียง ๐.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเป็นการตั้ง งบประมาณแบบขาดดุล แต่จะทําอย่างไรได้ละครับ ในเมื่อในอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้รับความบอบช้ําจากเหตุการณ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่หมักหมมมานมนาน ขาดการแก้ไข เยียวยาอย่างจริงจัง ทําให้บ้านเมืองมีปัญหามากมายหลายด้าน สุดที่จะแก้ไขได้ทันทีทันใด ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้นโยบายพรรคเพื่อไทย ซึ่งมี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นนโยบายที่ได้รับความไว้วางใจจาก พี่น้องประชาชนคนรากหญ้าของชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ประชาชนต่างมุ่งหวังว่า รัฐบาลนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองเดินไป ข้างหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสงบสุข แก้ปัญหาปากท้อง ความยากจนให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทุกคน ทุกองค์กร ทุกภาคส่วนให้ลืมตาอ้าปาก ได้อย่างทั่วถึง ท่านประธานครับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์พี่น้องประชาชนคนไทยยึดอาชีพหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน นั่นคืออาชีพเกษตรกรรม ปัจจัยสําคัญอย่างหนึ่งของการประกอบอาชีพนี้ก็คือน้ํา กระผมจึงขอสนับสนุนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการเป็นพิเศษ ท่านประธานครับ พูดถึงแหล่งน้ําในประเทศไทยมันมีทั้งคุณและโทษ พูดถึงโทษของน้ํา ผมขอยกตัวอย่างถึงเหตุการณ์ปีที่ผ่านมา น้ําก็มีโทษอย่างมหันต์ ทําลายทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนที่ได้รับอุทกภัยมากมายหลายครัวเรือน ตลอดทั้งหยุดยั้งการบริหารธุรกิจ อุตสาหกรรมหลายโรงงาน หลายบริษัท ต่างก็ได้รับผลกระทบจนแทบจะยกเลิกกิจการ ก็หลายแห่ง แต่ยังโชคดีที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เล็งเห็นความสําคัญของเหตุการณ์มหาอุทกภัย ในครั้งนั้น จึงได้แก้ไขเยียวยาจนสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี ท่านประธานครับ พูดถึงยุทธศาสตร์ การจัดการน้ําแล้ว ผมขอตั้งข้อสังเกตให้รัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการน้ํา ดังนี้

๑. ด้านการป้องกันน้ําท่วม รัฐบาลต้องให้ความสําคัญกับเหตุการณ์น้ําท่วม ในปีที่แล้วว่าจะดูแลแก้ไขและป้องกันน้ําท่วมด้วยวิธีใด ใช้งบประมาณเท่าไรตามความเป็นจริง เพื่อจะได้ใช้งบประมาณอย่างดีมีประสิทธิภาพ

๒. การป้องกันภาวะน้ําแล้ง ท่านประธานครับ หลายจังหวัดเผชิญกับภาวะ น้ําท่วมแต่ละจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีประสบภาวะแห้งแล้ง ผมอยากจะเน้น ในเรื่องของความแห้งแล้งมากกว่าที่ทําอยู่ในขณะนี้ เพราะปัญหาเรื่องน้ําท่วมรัฐบาลได้ให้ ความสําคัญอยู่แล้ว แต่วิธีแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง ขาดการเอาใจใส่จากหน่วยงานราชการ และรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้ให้ความสําคัญอย่างจริงจัง ที่ผมเป็นห่วงเพราะผมเป็น ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี คนอีสาน พูดถึงจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความแห้งแล้ง เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภาคอีสาน ผมขอวิงวอนให้รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นใจ และให้ความสําคัญให้มากด้วย เพราะพี่น้องคนอีสานให้ความศรัทธาเลื่อมใสในนโยบาย ตั้งความหวังอย่างมากมายกับรัฐบาลชุดนี้ ความคาดหวังของพี่น้องของผมใช่ว่าจะเฉพาะ เจาะจงแต่ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ําเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงยุทธศาสตร์ การพัฒนาด้านอื่น ๆ ที่เหลือทั้ง ๗ ยุทธศาสตร์ กระผมใคร่เสนอการใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนา การจัดการน้ําของภาคอีสานโดยให้รัฐบาลศึกษาความเป็นไปได้ในการผันน้ําจากแม่น้ําโขง ขึ้นมาใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านอุปโภคบริโภค และโดยเฉพาะด้านการเกษตรกรรมซึ่งจะช่วย แก้ไขปัญหาการอพยพแรงงานไปหากินต่างจังหวัด ตลอดต้องยกคุณภาพชีวิตของพี่น้อง คนอีสานให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ผมก็ขอ สนับสนุนเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ