นาที รัชกิจประการ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารประเทศ และระบุว่ารัฐบาลควรใช้หลักธรรมในการจัดสรรงบประมาณ โดยอ้างถึงหลักสัปปุริสธรรม 7 ประการ เพื่อให้งบประมาณมีประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน นอกจากนี้ยังพูดถึงความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารประเทศและเรียกร้องการนำหลักพุทธศาสนาไปเป็นแบบอย่างในการบริหารประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ จากจังหวัดพัทลุงค่ะ วันนี้จะขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลได้เสนอให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พิจารณานะคะ ท่านประธานคะ ตัวดิฉันเองในวันนี้ก็คงจะไม่พูดเรื่องตัวเลขนะคะว่าเป็นอย่างไร เพราะว่า ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้เราก็ได้ยินสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงประเด็นนี้นะคะ แต่สิ่งหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันอยากจะถามนะคะ
เป็นคําถามข้อแรก ที่อยากจะให้ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตอบว่าการที่ร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา รัฐบาลใช้หลักการอะไรในการจัดทํางบประมาณ เพราะว่า เท่าที่ดิฉันสังเกตดู ที่ผ่านมาจะเห็นกรอบกว้าง ๆ ก็คือประกอบด้วยนโยบายแล้วก็โครงสร้าง ของงบประมาณ รวมถึงยุทธศาสตร์ทั้ง ๙ ที่ได้ปรากฏในร่างนะคะ และนอกจากนั้นถ้าดูจาก ตัวเลข ที่ผ่านมาก็จะดูจากงบประมาณในรอบปีที่ผ่านมา ในวันนี้ดิฉันจะขอเสนอหลักธรรม ถ้าเผื่อว่าถ้าดูจากที่ผ่านมาก็อาจจะไม่เห็นที่ชัดเจน แต่วันนี้ดิฉันในฐานะที่เป็นสมาชิกผู้หนึ่ง อยากจะขอเสนอรัฐบาลในเรื่องหลักธรรมที่นํามาใช้ในการที่จะร่างงบประมาณเพื่อที่จะให้มี ประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติรวมถึงประชาชนด้วยนะคะ หลักพระพุทธศาสนาที่ดิฉัน กล่าวถึงได้แก่ สัปปุริสธรรม ๗ ค่ะ อันเป็นหลักธรรมของผู้ดี ที่รัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ ในประเทศไทยยุคนี้ที่ได้มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นสตรี ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ภาคภูมิใจแล้วก็ ยังรู้สึกยินดีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้เกียรติให้งบประมาณผ่านองค์กรสตรี ซึ่งตัวดิฉันเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นประธานคณะกรรมการสตรีจังหวัดพัทลุงด้วยนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะ ฝากในเรื่องของหลักพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในเรื่องของหลักสัปปุริสธรรม ๗ นะคะ ก็อยากจะให้รัฐบาลทุกท่านรวมถึงที่เกี่ยวข้องมีหลักในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งมีองค์ประกอบด้วยกัน ๗ อย่าง อย่างแรกคือเรียกว่าการรู้จักธรรมนะคะ ประเด็นแรกกับ ประเด็นที่ ๒ คือจะเกี่ยวเนื่องกัน การรู้จักธรรมในที่นี้ก็คือเราต้องรู้กฎเกณฑ์ของเหตุและผล วันนี้ถ้าท่านทํางบประมาณดี ผลมันก็ออกมาดี ประชาชนในชาติเราก็จะได้ผลประโยชน์สูงสุด ในขณะที่ประเด็นที่ ๓ ก็คือการรู้จักตนค่ะ รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรู้จักการจัดลําดับ ความสําคัญในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการจัดสรรนะคะ ยกตัวอย่าง ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ถ้าดูจากยุทธศาสตร์ที่ ๔ ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งจริง ๆ แล้วยุทธศาสตร์ที่ ๔ เป็นยุทธศาสตร์ที่ดีมาก ถ้ามีการลงลึกแล้วก็ ลงปฏิบัติที่เป็นจริงนะคะ เพราะว่าที่ผ่านมาหลาย ๆ ท่านคงทราบดีว่าจริง ๆ ตัวเคพีไอ (KPI) ที่จะวัดในความอยู่ดีมีสุขของประชากรก็มีด้วยกัน ๓ อย่างเองค่ะท่านประธาน ก็คือ โง่ จน แล้วก็เจ็บนะคะ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่ ๔ ค่อนข้างจะครอบคลุม เพียงแต่ทําอย่างไรที่จะ ให้ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ลงสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง
สําหรับในเรื่องของยุทธศาสตร์ที่ ๔ อีกเรื่องหนึ่ง ประเด็นแรกที่ดิฉัน พูดถึงเรื่องโง่ จน เจ็บ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน เราจะเห็นว่า ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศต้นแบบที่เราสามารถดูได้ในการลงทุนทางด้านการศึกษา ต่อจํานวนประชากรสูงที่สุดในเอเชีย อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญที่วันนี้คุณภาพของประชากรของ ประเทศสิงคโปร์ทําไมเขาถึงได้ดีกว่าของบ้านเรานะคะ ทั้ง ๆ ที่บ้านเราเอง ถ้าสมมุติ เราลงทุนมากอีกสักนิดหนึ่งเราก็ไม่ได้แพ้เขานะคะ
อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของยุทศาสตร์ที่ ๔ ก็คือในเรื่องของความจน วันนี้ ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ก็มีการพูดถึงเหมือนกันนะคะ ในเรื่องของการยกระดับแรงงาน ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นอีก ๑ ประเด็นที่จะสามารถที่จะนํามาใช้ได้ในเรื่องของฝีมือ ประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยกว่า คนอื่น เพียงแต่ว่าเราทําอย่างไรที่จะส่งเสริมทักษะตรงนี้ให้ใช้ให้เป็นประโยชน์นะคะ
สําหรับประเด็นที่ ๔ ในเรื่องของสัปปุริสธรรม ๗ ก็คือในเรื่องของการรู้จัก ประมาณค่ะท่านประธาน การรู้จักประมาณเป็นสิ่งสําคัญนะคะ วันนี้ที่หลาย ๆ ท่าน สมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดถึงก็คือทั้งในเรื่องรายรับแล้วก็รายจ่ายของงบประมาณ ทําอย่างไรไม่ให้ขาดดุลหรือเกินดุล รวมถึงอัตราการเก็บภาษีที่เป็นธรรมด้วยนะคะ
ประการที่ ๕ ในเรื่องของการรู้จักกาล วันนี้สิ่งสําคัญที่สุดในเรื่องของการทํา งบประมาณในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ว่าทําอย่างไรให้เราใช้เงินให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะเวลา มันจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของเงินค้างท่อค่ะ
ประเด็นที่ ๖ ก็คือการรู้จักชุมชนหรือพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณนะคะ วันนี้คณะรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องทราบนะคะ งบประมาณที่ลงไปมันตรงกับ ความต้องการหรือไม่นะคะ
ประเด็นที่ ๗ ในเรื่องของการรู้จักบุคคลหรือผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม นะคะว่าสิ่งสําคัญถ้าสมมุติเรารู้จักผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมนี้ เราสามารถที่จะ จําแนกให้เห็นได้ถึงความแตกต่างใน ๒ ประเด็นนะคะ
ประเด็นแรก ก็คือความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญที่ผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีนะคะ และเหนือไปกว่านั้นก็คือในเรื่องของคุณธรรมค่ะท่านประธาน วันนี้ค่ะ ถ้าสมมุติว่าผู้นําในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม มีคุณธรรม อย่างน้อยปัญหาที่เราพูด ถึงเรื่องการคอร์รัปชันในหลาย ๆ ประเด็นหรือในทุกอย่างในเรื่องของการคอร์รัปชันก็จะไม่ เกิดขึ้น รวมถึงการค้ายาเสพติดซึ่งวันนี้รัฐบาลก็ทําได้ดีมากนะคะ ในเรื่องของการปราบปราม ยาเสพติด เพราะดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่จะสนับสนุนในเรื่องนี้นะคะ จากที่กล่าวมาดิฉันเอง ก็ขอสนับสนุนนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็คงจะไม่มีสตางค์ที่จะไปบริหารจัดการ ประเทศชาติ ก็ขอฝากในเรื่องของหลักพุทธศาสนาทั้ง ๗ นี้ให้ทางรัฐบาลได้ไปเป็นแบบอย่าง เพราะปีนี้อาจจะไม่ทันนะคะ ก็ขอดูกันปีหน้าว่าอย่างน้อยหลักการในวันนี้ได้นําไปใช้บ้าง หรือเปล่า ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน