สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๔ · ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เจือ ราชสีห์ หารือเรื่องการขึ้นราคาค่าพลังงานและป้องกันการทุจริต โดยเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการขึ้นราคาค่าพลังงานและให้ความจริงจังในการใช้เงินงบประมาณ พร้อมเตรียมการโครงการสำคัญ เช่น โครงการประชาคมอาเซียน และโครงการปลูกปาล์ม

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลนํางบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาเพื่อขอความเห็นชอบ จากสภานะครับ ผมเองจะขออภิปรายในประเด็นเรื่องที่ ๑.๗ การลดภาระค่าครองชีพส่งเสริม และรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน ในประเด็นนี้ทางรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ ๑,๔๕๙.๗ ล้านบาท ผมถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การลดภาระค่าครองชีพเป็นการเพิ่ม ค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนแล้วก็การส่งเสริมรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดมาแล้วว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนน้ํามันของรัฐบาลชุดนี้ วันแรกที่เข้ามารับตําแหน่งมีเงินอยู่ใน กองทุนน้ํามัน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ามาบริหารไม่กี่วันนะครับ ยกเลิกหายวับไปกับตา ราคาเบนซินลดลงไปไม่กี่วันพี่น้องประชาชนได้ใช้น้ํามันถูกอยู่ไม่กี่วันวินัยทางการใช้น้ํามัน ซึ่งรัฐบาลก่อน ๆ ได้เตรียมกันมาอย่างดี พลังงานทดแทนก็ตามไม่ได้ผลแล้วก็ราคา ค่าครองชีพก็เพิ่มสูงมากขึ้น กองทุนน้ํามันก็ติดลบจํานวนมหาศาล ที่ผมต้องเรียนเรื่องนี้ เพราะว่าน้ํามันหรือพลังงานเป็นต้นทุนสําคัญที่จะต้องทําให้เกิดต้นทุนทางด้านอื่น ๆ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม พวกเรา คณะกรรมาธิการการคมนาคมเราก็มีความคิด เรามีความเป็นห่วงมาก ๆ ในขณะนั้นว่าถ้าพลังงานแห่งชาติซึ่งจะต้องขึ้น ไม่ว่าแอลพีจี เอ็นจีวี (NGV) ก็ดีนี้นะครับ มันจะเป็นปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนแน่นอนนะครับ สิ่งที่พวกเรา ได้ทําในขณะนั้นก็คือว่าคณะกรรมาธิการการคมนาคมได้เชิญหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ทางด้านพลังงานได้มาชี้แจงว่าตอนที่ขึ้นราคาน้ํามันนั้น ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ดี นายกรัฐมนตรีเองก็ดีซึ่งได้รับทราบอยู่แล้ว ท่านได้มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง ผมได้ถาม ทางรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้มีหน้าที่ในการกํากับราคาค่ารถโดยสารอยู่ด้วย ท่านบอกว่าท่านไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ในการขึ้นราคาพลังงาน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ดี ท่านน่าจะมีแนวทาง เตรียมการที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อการขึ้นราคาพลังงาน คณะกรรมาธิการ การคมนาคมเราได้ประชุมกันและผมเองได้มีหนังสือไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ขอให้ทบทวนการขึ้นราคาพลังงานธรรมชาติเพราะว่าพี่น้องประชาชนถูกอุทกภัย วาตภัย ที่ผ่านมานี้ครับ ซึ่งมีความเดือดร้อนมาก ๆ อย่าไปขึ้นเลย ราคาพลังงานธรรมชาตินี้นะครับ ทางท่านนายกรัฐมนตรีน่าที่จะชะลอไว้ก่อนเพราะว่าหลังจากนั้นราคาค่าโดยสารก็ดี ราคา ค่าขนส่งก็ดีจะต้องขึ้นตามมาแน่นอน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ ท่านครับ หลังจากนั้นเราก็ได้ เชิญคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งท่านรองปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านเป็นประธานอยู่มาสอบถามว่าถ้าราคาต้นทุนพลังงานขึ้นไปนี้นะครับ ราคารถจะขึ้น หรือไม่ขึ้นนะครับ ในวันนั้นที่เราเชิญมาก่อนในช่วงในวันสงกรานต์ ทางประธานคณะกรรมการ ควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ท่านรองปลัดกระทรวง ท่านก็รับปากกับคณะกรรมาธิการ บอกว่ายังไม่ขึ้นนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะนําความเห็นของคณะกรรมาธิการไปบอกกับทาง คณะกรรมการแล้วก็ผู้ประกอบการ ปรากฏว่าหายจากคณะกรรมาธิการไปประมาณ ๒ อาทิตย์แล้วก็ได้ประกาศขึ้นราคา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องจริงครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เป็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ท่านสรศักดิ์ แสนสมบัติ เป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ท่านก็บอกว่าได้อนุมัติให้ขึ้นราคาแล้วจากรถเมล์ขนาดเล็กหรือมินิบัส (Minibus) นี้นะครับ จากเดิมที่เก็บในราคา ๖.๕๐ บาท เพิ่มมาเป็น ๘ บาทนะครับ แล้วก็รถโดยสารที่วิ่งระหว่าง ต่างจังหวัดขึ้นมา ๔ สตางค์ต่อกิโลเมตร รถสองแถวปรับขึ้นราคาโดยสารให้เป็นอัตราเดียวกันที่ ๗ บาท เดิม ๕ บาทถึง ๖ บาท ขึ้นมาเป็น ๗ บาท และหลังจากนั้นถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืน สี่ทุ่มถึงตีห้าก็ปรับขึ้นอีก ๕๐ สตางค์นะครับ นั่นคือผลกระทบที่รัฐบาลไม่มีความสามารถ ที่จะบริหารได้นะครับ เพิ่มค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ แต่ว่าวันที่ ขึ้นราคานี้ วันนั้นผมดูข่าวจากสื่อมวลชนนี้ครับ รัฐบาลไม่ได้เตรียมการอะไรเลยครับ ท่านประธานครับ แม้แต่ว่าเหรียญที่จะเตรียมกันชาวบ้านก็ยังเข้าใจว่ายังราคาเดิม นั่นคือ รัฐบาลไม่ได้ประชาสัมพันธ์ ไม่ได้เตรียมการรองรับให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าขณะนี้ พี่น้องประชาชนมีภาระเพิ่มมากขึ้น เงิน ๑.๕๐ บาท เงิน ๒ บาทอาจจะน้อยสําหรับ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่ามากด้วยกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคนจน ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ไม่ใช่เป็นความรู้สึกนะครับ อันนี้เป็นการเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะครับ กรรมาธิการเองก็พยายามที่จะร้องขอและพยายามที่จะให้ข้อสังเกตกับคณะกรรมการ ก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งได้นะครับ เป็นที่น่าเสียดายที่ทําให้ภาระของพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้น โดยไม่จําเป็น ต้องเรียนว่าโดยไม่จําเป็นจริง ๆ นะครับ นโยบายของรัฐบาลหลายนโยบาย ที่ประกาศเอาไว้แล้วก็หาเสียงเอาไว้ทําไม่ได้นะครับ ผมอยู่ในส่วนคณะกรรมาธิการ การคมนาคม ค่ารถ ๒๐ บาทตลอดสายทําไม่ได้ครับ ต้องเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า ทําไม่ได้ ขณะนี้ปีหนึ่งแล้วนะครับ ทําไม่ได้ อันนี้ต้องเรียนกับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ว่า ตอนที่หาเสียงว่าจะทําเรื่องนี้ แต่ว่ามันยังทําไม่ได้ แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะบอกกับทางพวกเราว่าท่านจะนําร่องก่อน แต่ว่าขณะนี้ก็ยังทําไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มาพูดกับทางสภาว่าท่านจะให้ความสําคัญมาก ๆ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ

เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตนะครับ ท่านย้ํานะครับ เมื่อวาน ผมฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ก็บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญมากมากกว่า รัฐบาลชุดอื่น ๆ ซึ่งผมก็ฟังได้นะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันต้องดูที่การปฏิบัติด้วย ผมอยู่ คณะกรรมาธิการการคมนาคม ผมได้รับหนังสือสําเนาเรื่องอยู่จากทาง สตง. นะครับ ท่านทํา หนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านบอกว่าทางกระทรวงคมนาคมหลังจากที่ น้ําท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมการขนส่งทางบกนี่ โครงการฟื้นฟูทางหลวงที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติของกรมทางหลวง คือทางรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินรักษาราชการแทน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินท่านมีความเป็นห่วงมากนะครับว่าโครงการที่ได้เงินงบประมาณไปมาก แล้วก็รีบที่จะทําโครงการนั้น อาจจะมีปัญหาไม่คุ้มค่าหรือไม่สมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ของงบประมาณก็ได้ อันนี้ก็อยากจะเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ไว้ด้วยว่าอันนี้แค่ตัวอย่างหนึ่งนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาลต้องให้ความจริงจัง กับความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ รัฐบาลชุดนี้ได้พูดไว้กับทางสภา แล้วก็เงินของ พี่น้องประชาชนมีความสําคัญนะครับ เพราะผมต้องขึ้นมาพูดเรื่องนี้เพราะว่าคราวนี้เราใช้ เงินงบประมาณเป็นจํานวนมากนะครับ แล้วก็โครงการหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกระทรวงคมนาคมนั้นมีจํานวนเงินมหาศาลนะครับ ซึ่งทางรัฐบาลต้องให้ความสนใจ ให้ความโปร่งใสเกิดขึ้นมานะครับ ก่อนที่จะขึ้นมาอภิปรายผมได้พบกับเพื่อนสื่อมวลชน หลายคนนะครับ หลายคนก็ให้ข้อสังเกตไปบอกว่าโครงการหลายโครงการซึ่งรัฐบาลได้กําลัง ที่จะทําอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าโครงการทวายก็ดี โครงการกับประเทศเพื่อนบ้านก็ดี ผมอยากจะ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าทําเรื่องนี้ให้โปร่งใสนะครับ เพราะว่ามีคนเฝ้ามองอยู่นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการทวายที่ไปพม่ามานี่มีคนเขาตั้งข้อสังเกตว่าจะมีผลประโยชน์อย่างอื่น ทับซ้อนหรือไม่นะครับ ก็ต้องฝากท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกันดูเรื่อง เงินงบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ๆ นะครับ หลายเรื่องที่รัฐบาลคิดว่าจะทํา ก็ไม่ได้ทําละครับ เรื่องประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘ ที่จะเกิดขึ้นก็ไม่ได้เตรียมการอะไรเลย นะครับ เรื่องการปลูกปาล์มซึ่งจะต้องแข่งขันกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ก็ไม่ได้เตรียมการนะครับ เราเองก็ถือว่าต้นทุนยังสูงอยู่ แต่ว่าเรื่องเหล่านี้ก็ต้องขอฝาก ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าต้องเตรียมการให้เรียบร้อย ขอขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ