นิยม ช่างพินิจ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้าภาคการเกษตร และการสนับสนุนผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการรับจํานํา และเรียกร้องการแก้ไขกรอบระยะเวลาการรับจํานํา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องเกี่ยวหนีน้ํา และแก้ไขปัญหาอุทกภัย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้พูดและอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นสิ่งที่สําคัญว่าวันนี้เอง งบประมาณที่รัฐบาลได้ตั้งเอาไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าถ้ามากกว่าผลประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนได้รับกับปัญหาภายในประเทศ ผมคิดว่า คงจะไม่สมดุลกัน โดยเฉพาะปัญหาที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาอุทกภัย ภัยอะไรต่าง ๆ แล้วก็สิ่งที่สําคัญไปกว่านั้นถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงินที่จะไปช่วยเหลือในการแก้ปัญหา ก็เพียงได้ระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมของประเทศในการแก้ปัญหาก็ถือว่าคืบหน้ามาได้เยอะ สิ่งที่สําคัญนะครับท่านประธาน ที่ผมชื่นชอบแล้วก็สนับสนุน โดยเฉพาะที่ยกเป็นนโยบาย เร่งด่วน โดยเฉพาะในเรื่องของในการยกระดับราคาสินค้าภาคการเกษตร ต้องยอมรับครับ ท่านประธานว่าที่เราเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยเฉพาะจากการ ประกันรายได้มาเป็นโครงการรับจํานําก็ต้องมีอุปสรรคบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของ มันสําปะหลังบ้าง อะไรบ้าง แต่สิ่งที่สําคัญวันนี้ผมอยากจะสะท้อนผ่านท่านประธานสภา ไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง วันนี้มันต้องใช้องค์ประกอบหลาย ๆ ด้านด้วยกัน โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นโรงมันสําปะหลัง ลานมันสําปะหลัง โรงสี ต้องทํางานกัน อย่างบูรณาการ และให้การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการต่าง ๆ เป็นที่พึงพอใจ
และประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่า ในการที่จะมีปัญหาและอุปสรรคมีหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะว่าสิ่งที่สําคัญเองวันนี้นโยบาย ของการรับจํานํา เพราะว่าเกษตรกรต้องนําข้าวหรือพืชผลทางการเกษตรที่จะต้องรับมาจํานํา ต่อผู้ประกอบการต้องเป็นของจริง มันจึงมีปัญหาบ้าง อะไรบ้าง แต่รัฐบาลก็ตั้งเม็ดเงินไว้นะครับ ซึ่งจะน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะโครงการรับจํานํา ปี ๒๕๕๕ ตั้งไว้ ๔๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปีนี้ตั้งไว้ ๔๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็ลดลงมาประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ก็บ่งบอกว่า อาจจะมีเงินอยู่ที่กองทุนนะครับ สินค้าในรอบปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลได้รับจํานําไว้ ถ้ามีการระบายปุ๊บ ก็จะเอาเม็ดเงินตรงนั้นที่จะมาหมุนเวียนต่อไปครับ ผมจะพูดต่อไปว่าวันนี้เองครับสิ่งที่ยังเป็น ปัญหาและอุปสรรค แล้วก็ฝากท่านประธาน ถามว่าพี่น้องประชาชนภาคการเกษตรนี้ พึงพอใจไหม ผมยอมรับว่าพึงพอใจครับ แต่ก็ยังมีปัญหาอุปสรรคที่อยากจะฝากไป โดยเฉพาะในเรื่องของอุปสรรคปัญหาในการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการแล้วนี้ ปัญหา ที่จะตามมานะครับ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นมันสําปะหลังเป็นข้าว เรื่องของ กรอบระยะเวลาการรับจํานําครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก กรอบระยะเวลา การจํานํานี้นะครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นโครงการในอดีตประกันรายได้จะไม่มีผลตรงนี้เลย เกษตรกรก็ทําไป และรัฐบาลก็ชดเชยให้ แต่โครงการรับจํานําเราต้องเอาใช้ของจริง เพราะฉะนั้นเองรัฐบาลได้กําหนดกรอบระยะเวลาในการเพาะปลูกไว้นี้นะครับ อย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น นาปรัง วันที่ ๑ พฤศจิกายน ไปจนสิ้นสุดวันที่ ๓๐ เมษายน แต่กรอบ ระยะเวลาการรับจํานําของรัฐบาลต้องสอดคล้องนะครับ อย่างไปนาปีครับ เพาะปลูกในช่วง ของวันที่ ๑ พฤษภาคม ไปสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน อย่างนี้นะครับ ไปกําหนดกรอบอย่างนี้ ปุ๊บนี้นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าแต่สิ่งที่สําคัญเองนี้นะครับ เราจะไปเริ่มรับโครงการ โครงการรับจํานําก็ไปเริ่มกําหนดวันเก็บเกี่ยวในช่วงของ ต้นเดือนสิงหาคม หรือวันที่ ๑ สิงหาคมอย่างนี้ มันจะมีปัญหาตรงไหน ทราบไหมครับ ท่านประธาน ก็คือพี่น้องเกษตรกรที่เขาทําการเพาะปลูกตามที่รัฐบาลกําหนดวันที่ ๑ พฤษภาคมเป็นไปไม่ได้หรอกครับ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน นี่นะครับ ไล่มาตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ไล่มานี้นะครับ เขาจะเพาะปลูกกันในช่วงของปลายเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน สิ่งที่สําคัญที่เขาต้อง เพาะปลูกในช่วงนี้ก็เพราะว่า ๑. น้ําที่เกษตรกรมีแล้วก็รีบทํา แต่ประเด็นที่สําคัญไปกว่านั้น เขาต้องเกี่ยวหนีน้ําครับท่านประธาน ทําหนีน้ํา เพราะว่าถ้าเราไปปลูกเดือนพฤษภาคมนี้ เดือนสิงหาคมนี้น้ํามาแล้ว ตรงนั้นเป็นปัญหาที่เกษตรกรก็จะลําบาก แล้วเราก็จะต้องไป ชดเชย ไปตั้งงบชดเชยปัญหาน้ําท่วม ไร่ละ ๒,๐๐๐ กว่าบาท อะไรอย่างนี้ ตรงนี้ มันจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากให้นําตรงนี้ไปปรับปรุงและแก้ไขกรอบระยะเวลาการทํา แต่ทั้งนี้ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าถึงแม้ว่าเราจะกําหนดกรอบระยะเวลาอย่างนี้แล้ว นี่ครับท่านประธาน มันจะไปกระทบกับคนที่รับจํานําไปแล้วแต่ผมคุยกับทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็ทางเกษตรจังหวัดอื่นที่ได้มาชี้แจงในกรรมาธิการโดยท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้เรียกมาชี้แจง มันไม่เป็นอุปสรรคเลยครับ เขาก็ตั้งล็อก (Lock) ได้ ปลดล็อกได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นให้เกษตรกรนี้ได้เข้าร่วมโครงการต่อปีนี้ ท่านจะทําในช่วงไหน ไม่ต้องมากําหนดนาปีนาปรังหรอกครับ แต่ว่าให้เขาจํานําได้เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาลนี้ ได้ ๒ รอบ ตรงนี้ล่ะจะเป็นที่พึงพอใจให้กับพี่น้องภาคการเกษตร ก็คงจะฝากไว้นะครับ นี่ถือว่า เป็นประเด็นสําคัญนะครับ และมาในเรื่องของการแก้ปัญหาของอุทกภัยนะครับ ดูจาก ร่างงบประมาณจะเห็นได้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รู้สึกว่าจะได้น้อยกว่าปีที่แล้ว แต่สิ่งที่สําคัญนะครับท่านประธาน ก็หมายความว่าที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง โดยเฉพาะกรมชลประทานก็แก้ปัญหาไปเยอะในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะแก้ปัญหาอุทกภัย แล้วก็เชื่อมโยงจิ๊กซอว์ (Jigsaw) แบบบูรณาการไปแก้ปัญหาเรื่องของภัยแล้งนะครับ ก็ต้อง ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ และผมพร้อมที่จะสนับสนุนร่างงบประมาณตรงนี้ แต่ก็อยากจะฝากท่านประธานไว้ถึงรัฐมนตรี ก็ขอให้ใช้เม็ดเงินตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ