วินัย สมพงษ์ หารือเรื่องหนี้สาธารณะของประเทศ และเตือนให้รัฐบาลตระหนักถึงหนี้สาธารณะ วินัย สมพงษ์ยังหารือเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทำได้ดี แต่ยังขาดการสนับสนุนจากสังคม และแนะนำให้ปรับปรุงมาตรการบำบัดและฟื้นฟู
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ด้วยเวลาที่จํากัด กระผมก็ขออนุญาตทําหน้าที่เป็นจิ้งจกตัวน้อย ๆ ที่ทักท้วงรัฐบาลเรื่องสั้น ๆ ง่าย ๆ สัก ๒ เรื่องให้สอดคล้องกับเวลา ท่านประธานครับ ตัวเลข ต่อไปนี้ล้านเปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและเป็นตัวเลขที่กระผมนํามาจากเอกสารของ รัฐบาลเป็นผู้แจก สภาเป็นผู้ให้ และ ส.ส. ทุกท่านมีครับ ตัวเลขที่กระผมจะกล่าวต่อไป ผมไม่แน่ว่าทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลมีเวลาพอจะเอาใจใส่ใคร่ครวญอย่างพวกผมหรือไม่ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ จากการสํารวจของสํานักงานสถิติซึ่งแจกมาเมื่อปี ๒๕๕๔ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ ปีที่แล้วเขาแจกมา ตัวเลขต่อไปนี้ครับ ยืนยันชัดเจนว่าประชากรคนไทย ๖๕ ล้านคนเรามีครอบครัวของไทยประมาณ ๒๐ ล้านครอบครัว แปลว่าครอบครัวหนึ่งก็มีพ่อแม่ลูก ๓ คนบ้าง ๔ คนบ้าง ถือว่าเป็นหนึ่งครอบครัว ในจํานวน ๖๕ ล้านคน เราจึงมีครอบครัวเฉลี่ย ๒๐ ล้านครอบครัว ท่านประธานครับ ๒๐ ล้านครอบครัว ไม่น่าเชื่อเลยครับ สํานักงานสถิติแห่งชาติไม่ได้โกหกออกมาใช้เงินหลวง สํารวจครัวหลวง ๒๐ ล้านครอบครัว ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒๐ ล้านครอบครัว ปรากฏว่ามีครอบครัวที่เป็นหนี้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของครอบครัว ๒๐ ล้านครอบครัวนั้นเป็นหนี้ หนี้อยู่เท่าไร ๑๓๕,๔๐๐ บาท ท่านประธานครับ นั่นคือครอบครัวทั่วไป ถ้าเจาะลงไปเฉพาะครอบครัว ของคนที่เป็นข้าราชการ ข้าราชการมีหนี้มากกว่านี้อีกแยะครับ เพราะข้าราชการมีรสนิยมสูง ต้องการมีรถ ต้องการมีบ้าน เพราะฉะนั้นคนที่เป็นข้าราชการครอบครัวข้าราชการจึงเป็นหนี้ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ครับ ครอบครัวของข้าราชการ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นหนี้ ครอบครัวหนึ่งเป็นหนี้ ไม่น่าเชื่อ ๘๗๒,๓๘๘ บาท เห็นไหมครับ คนทั่ว ๆ ไปเป็นหนี้ ๑๓๕,๐๐๐ บาท ราชการ ๘๗๐,๐๐๐ บาท เป็นตัวเลขที่น่ากลัว คนที่ดูแลเศรษฐกิจต้องตระหนักตัวเลขอย่างนี้ ท่านประธานครับ เศรษฐกิจปีนี้ งบประมาณปีนี้ขาดดุล ชาวบ้านฟังไม่เข้าใจขาดดุลไม่ค่อย เข้าใจครับ ถ้าบอกว่างบประมาณปีนี้ก็เหมือนกับหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา คือรัฐบาลหากินไม่พอ กินพอใช้ ไม่คุ้มปากคุ้มท้อง งบประมาณแผ่นดินใน ๑๐๐ บาท เงินทุก ๆ ๑๐๐ บาทที่เป็น งบประมาณแผ่นดินรัฐบาลหามาได้เป็นรายได้สุทธิ ๘๗.๕๐ บาท อีก ๑๒.๕๐ บาทต้องไป เที่ยวกู้เขามาจึงจะพอกิน พอใช้ พอจ่าย พูดอย่างนี้ชาวบ้านที่เลือกผมเข้ามาเขาบอกว่า อย่างนี้เข้าใจ ท่านประธานครับ แต่ละครอบครัวมีหนี้อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่าง ผมจึงทักท้วง รั้งหน่วงท้วงติงไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่ว่ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ผมก็ท้วงท่าน รัฐบาลนี้ผมก็ท้วงอีก เพราะท่านต้องไปกู้เขามา ท่านประธานครับ ปีนี้กู้มา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ผมยืนยันครับ จําตัวเลขไว้ จําคําพูดผมไว้ สิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่เราพิจารณาอยู่นี้ เราจะมีหนี้สาธารณะอย่างน้อยที่สุดอย่างต่ําสุด ๔.๕ ล้านล้านบาท ผมยืนยันจะเป็นตามนั้น เว้นแต่ว่าตัวเลขท่านไม่จริง ผมเอามาจากตัวเลขของท่าน ๔.๕ ล้านล้านบาท เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ คนไทย ๖๕ ล้านคน แปลว่าต้องเฉลี่ยหนี้กันคนละประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท เด็กผู้ชาย ผู้เฒ่า คนแก่ มีอายุ มีลมหายใจ เป็นหนี้ ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท และนับวันจะมากขึ้น หนี้ ๗๐,๐๐๐ บาทนี่ เป็นหนี้สาธารณะที่ไปทับถมไปเพิ่มจากหนี้ครัวเรือนที่ผมได้กราบเรียนท่านเมื่อกี้ พี่น้องครับ ท่านประธานครับ ผมจึงได้ทักท้วงเป็นจิ้งจกท้วงตลอดว่าระวังนะครับ อย่าย่ามใจว่าตอนนี้ หนี้สาธารณะ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ถึง เมื่อก่อนประเทศกรีซครับ ประชาธิปไตย ๒,๐๐๐ ปีของ ประเทศกรีซ เมื่อก่อนคิดอย่างเราครับ หนี้สาธารณะยังไม่มากกู้มา กู้มา กู้มา กู้มา เพื่อประชานิยม วันนี้ประเทศกรีซจะล้มละลาย ประเทศกรีซมีปัญหาเรื่องหนี้สาธารณะจะอยู่ ในอียู (EU) ได้หรือไม่ก็ลูกผีลูกคน และมันกําลังลามไปถึงประเทศสเปน ลามไปถึง ประเทศอิตาลี ผมจึงติงเตือนไว้เพราะหนี้สาธารณะผลักไปไหนไม่ได้ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบ รัฐบาลมาแล้วก็ไป แต่คนที่รับผิดชอบคือลูกหลานเหลนโหลนในวันข้างหน้า กระผมจึง ขอทักท้วงว่ารัฐบาลพึงตระหนักถึงหนี้สาธารณะเอาไว้ให้จงดี อย่าย่ามใจ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะแตะถึงเรื่องยาเสพติด สักนิดหนึ่ง ผมกราบเรียนนะครับว่ากระผมนั้นคือ ส.ส. คนแรกของรัฐสภาเราที่ทําหน้าที่เป็น ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดคนแรกของรัฐสภาไทย และผมได้เอาจริงเอาจังเรื่องนี้มาโดยตลอด ท่านประธานครับ ผมเรียนตรงไปตรงมา ไม่ประจบ ผมชื่นใจครับ รัฐบาลนี้ทําเรื่องยาเสพติดได้ค่อนข้างดี วงรอบยาเสพติดถ้าทําให้ ครบวงจร ๑. ท่านต้องป้องกัน ๒. ท่านต้องปราบปราม และ ๓. ต้องบําบัดแล้วก็ฟื้นฟู การป้องกันของท่านอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ ผมให้เกณฑ์ผ่าน เพียงแต่อยากจะแนะนําว่า เอาสังคม เอาพลังสังคมมาช่วยท่านสักนิดหนึ่ง เพราะคนที่ทําธุรกิจยาเสพติดเขากลัวมาก ก็คือกลัวสังคมรังเกียจเดียดฉันท์ ต้องเอาพลังทางสังคมมาบอยคอต (Boycott) มาแซงชัน (Sanction) ช่วยท่าน ทําประชาสัมพันธ์ให้มาก ๆ ในมาตรการบําบัด
ข้อที่ ๒ ผมชื่นชม ท่านทําเรื่องปราบปรามได้ดีครับ ผมจะไม่พูดซ้ํา เพราะท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชะวรลัทธิ์ได้พูด แล้วก็ตรงกับที่ผมคิดอยากจะพูด เพราะฉะนั้นต้องขอโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านพูดแทนผมแล้ว การปราบปรามของรัฐบาลนี้ ทําได้อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ว่ามาตรการที่ ๓ คือมาตรการบําบัดและฟื้นฟู ผมกราบเรียนว่าถ้าเผื่อ ตั้งใจทํากว่านี้อีกสักนิดหนึ่งท่านจะได้คะแนนมากกว่านี้ ผมอยากจะให้การบําบัด อย่าเพียงแต่เอาไปให้ทหารฝึก ๒ เดือน ๓ เดือน เอาไปเข้าถ้ํากระบอก ๔ เดือน ๕ เดือน ออกมาติดยาเสพติดเหมือนเดิมครับ คนเข้าบําบัดแล้วติดยาเสพติดเหมือนเดิมประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากให้รัฐบาลเริ่มวิธีการบําบัดทําให้เป็นสถาบันเหมือนอย่าง ต่างประเทศใช้เวลา ๔ ปี ๕ ปี เหมือนโรงเรียน ปวช. ปวส. มีการฝึกอบรม มีตารางการเรียน มีการฝึกอาชีพ ๔ ปี ๕ ปี เมื่อสําเร็จจากสถาบันที่บําบัดเขา เกลี้ยกล่อมเขา กล่อมเกลานิสัยเขา เมื่อออกมาแล้วสังคมยอมรับและเป็นการให้ชีวิตใหม่ ก็ขอย้ําเตือนว่าขอท่านได้โปรด ให้ความสําคัญเรื่องการบําบัดและฟื้นฟูให้มาก และจงทําเป็นสถาบันเป็น เพราะวันนี้ปีนี้ จะมีคนเข้าบําบัด ๔๐๐,๐๐๐ คน มีคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ๓๐๐,๐๐๐ คน แปลว่าคนเป็นล้านคน เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องทําเป็นสถาบันเพื่อแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธาน