รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๔๑ นาฬิกา)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีผู้มาลงชื่อ ๒๖๒ ท่านนะครับ ยังไม่ครบองค์ประชุม ผมจะถือโอกาสนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้หารือนะครับ โดยเวลาในการหารือผมจะดูที่องค์ประชุม ถ้าทันทีที่องค์ประชุมครบผมก็จะตัดเข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ผมขอหารือต่อท่านประธานรัฐสภา ซึ่งตอนนี้ในภาคเหนือเองนั้นก็ได้เข้าสู่ ฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นแล้วนะครับ แล้วก็เป็นช่วงของไฮซีซัน (High season) ผมต้องกราบเรียนกับทางประธานว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้นโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้นั่งอยู่ตรงนี้ว่า ในภาคเหนือ หรือภาคใต้ ต่างจังหวัดไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ําท่วมแล้ว โดยเฉพาะภาคเหนือ หรือว่า ภาคเหนือตอนล่าง แล้วเมื่อคืนนี้ที่จังหวัดสุโขทัยงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายที่ผ่านไปนั้น ก็เกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะว่า อยากให้ทางรัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะไปทางต่างประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หอการค้าไทยเขาได้มีการประชุม แล้วเขาก็ได้พูดมาว่าการท่องเที่ยวต่างชาตินั้นมาเที่ยว ลดน้อยลงมาก ซึ่งเขาเข้าใจว่าน้ําท่วมนั้นทั้งประเทศ แต่ความจริงก็เป็นเฉพาะจังหวัด เท่านั้นเอง ในภาคเหนือซึ่งเป็นฤดูหนาวตอนนี้เป็นสิ่งที่น่าท่องเที่ยวมาก

อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของเส้นทางการเดินทาง ก็อยากให้เพิ่มเที่ยวบินไปทาง ภาคเหนือให้มากขึ้นครับ โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่าจะเป็นทาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ก็อยากให้มีเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น การเดินทางของผู้ท่องเที่ยว หรือว่าประชาชนทั่วไปนั้นตอนนี้อาศัยการเดินทางทางเครื่องบินเป็นหลัก เพราะว่า การเดินทางทางรถยนต์นั้นค่อนข้างลําบากอยู่ในหลาย ๆ จังหวัด ฉะนั้นการท่องเที่ยวนี้ จะได้ดึงดูดเงินเข้ามาในประเทศเราครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ ท่านจะตอบเลยใช่ไหมครับ ได้ครับ เชิญครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ผมต้องขอขอบพระคุณมากครับ เป็นเรื่องจริงครับ และผมได้ เตรียมการไว้นานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพืชสวนโลกหรือศูนย์ประชุมจังหวัดเชียงใหม่ ได้เร่งรัดมากและได้ให้ประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลกเรียบร้อยแล้วนะครับ ว่าน้ํามันท่วม มันท่วมไม่กี่จังหวัด แต่ภาคเหนือ ภาคใต้ยังสบายมาก สถานการณ์ขณะนี้ มันคล้าย ๆ กับเมื่อตอนวิกฤติการเมือง คนก็เข้าใจว่าเกิดขึ้นทั้งประเทศ ซึ่งไม่ใช่ ขณะนี้ คําเตือนของประเทศต่าง ๆ ที่ออกมานั้นไม่ได้ออกมาห้ามทั้งประเทศ ไม่ใช่ ห้ามเฉพาะ น้ําท่วมและจังหวัดที่มีน้ําท่วมเท่านั้นเอง และจุดที่น้ําท่วมมิได้หมายความว่าห้ามไปทั้งหมดเลย หามิได้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนั้นมีทั้งหมด ๒๔ แห่งทั่วโลก ได้ประชาสัมพันธ์ ทั้งในเว็บไซต์ (Web site) ทั้งเดินทางไปโรดโชว์ (Road show) ไปทําความเข้าใจกัน ได้ทําเหมือนกับสมัยตอนวิกฤติการเมืองเลย ตอนวิกฤติการเมืองนั้นทางเราก็ได้แก้ไขปัญหา ขึ้นมาได้ นักท่องเที่ยวกลับมาเยอะแยะเลย ผมกําลังทําโครงการที่จะเสนอทางรัฐบาลขอใช้ มาตรการที่เคยใช้มาเมื่อ ๒ ปีที่แล้วซึ่งได้ผลมาก ไม่ว่าจะวีซ่า (Visa) ฟรี แลนด์ดิ้ง (Landing) ฟรี ปาร์คกิ้ง (Parking) ฟรี ทุกอย่างจะทําเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาให้มากที่สุด ผมเอง เมื่อ ๒ ปีที่แล้วเดินทางไปเป็นว่าเล่นเลย เที่ยวนี้คงจะต้องใช้โอกาสเดินทางไปทําความเข้าใจ พบปะผู้หลักผู้ใหญ่ของต่างประเทศ ทําความเข้าใจผู้ประกอบการ ทําความเข้าใจกับ สื่อมวลชนต่าง ๆ พาเขามาเมืองไทยเลย คงต้องทําแบบเดียวกับสมัยที่เคยทําอย่างนั้นนะครับ ผมรับประกันครับ ขณะนี้ตัวเลขแม้ว่าจะลดลงไปบ้าง แต่ลดที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยองค์รวมนั้นก็คงจะไม่คลาดเคลื่อนจากที่กําหนดไว้เท่าไรนัก สัก ๑๗-๑๘ ก็คงจะเป็น ตัวเลขที่ยืนได้ครับ แล้วผมก็ได้คุยกับทางกระทรวงคมนาคมนะครับ ถนนสายเอเชียผมบอก ขอให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเมน (Main) ที่ต้องไป จังหวัดเชียงใหม่โดยรถยนต์ และทางกระทรวงคมนาคมเขารับปากว่าสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เสร็จแน่ ซ่อมแซมเสร็จ เดินทางไปได้อย่างสะดวกเลย พืชสวนโลกคงต้องเลื่อนไปหน่อย เหตุผลก็เพราะว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออํานวยอย่างที่ท่านสมาชิกได้ทราบเรียบร้อยแล้ว แต่เลื่อนไปแค่วันที่ ๑๔ ธันวาคมเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้กําลังโปรโมท (Promote) นักท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ นะครับ ก็ต้องขอเรียนทําความเข้าใจไว้สักนิดหนึ่งให้สบายใจ หน่อยครับ พวกเรารัฐบาลทําเต็มที่ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในนาม สมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานรัฐสภากล่าวขอบคุณไปยังทางรัฐบาลที่เร่งรัด จ่ายค่าชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนของกระผมในจังหวัดลําพูน ๔ อําเภอ โดยพืชสวน ไร่นา ๒,๒๐๐ บาท พืชสวน ๓,๕๐๐ บาท แล้วก็น้ําท่วมแล้วก็ทําให้พืชไร่ถมทับ เสียหาย ๗,๘๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเป็นการทํางานที่รวดเร็วและทําให้พี่น้องประชาชนใช้เงิน ก้อนนี้สามารถที่จะเข้าไปเยียวยาได้ทั้งหมด ๘ อําเภอครับท่านประธานครับ

ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ ขณะนี้ปรากฏว่าสภาวะอากาศมันวิปริต แปรปรวน อยากจะเร่งรัดให้ทางรัฐบาลจัดสรรงบเตรียมภัยหนาวอีกแล้วครับท่านครับ ในขณะที่กรุงเทพฯ น้ํายังไม่แห้งเลยครับ บ้านผมจะประกาศภัยหนาวแล้วครับ เพราะฉะนั้น เรื่องภัยธรรมชาตินี่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นการเตรียมการของรัฐบาล ทั้งแล้ง ทั้งท่วม ทั้งหนาวนี่ จะต้องมีทั้ง ๓ ฤดูกาลในขณะพร้อมกัน วันนี้ผมไม่อยากจะให้มาโฟกัส (Focus) ที่น้ําท่วมอย่างเดียวครับ เราต้องมององค์รวมของทั้งโลกแล้วก็ทั้งประเทศว่ามันเป็น ภัยธรรมชาติที่มนุษย์เราได้สร้างขึ้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่นว่าการได้ปรึกษาหารือกัน วันนี้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นสมาชิกรัฐสภาวันนี้คงจะหาทางออกร่วมกัน และนําผลปฏิบัติของ ทางรัฐสภานี้ไปเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่กําลังประสบ เคราะห์กรรมภัยธรรมชาติอยู่ในขณะนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่าน พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา องค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตประทานกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ อุทกภัยน้ําท่วมนี่ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าในส่วนของ ผอ. ศปภ. ประทานอภัยนะครับต้องเอ่ยนาม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก จากการที่เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เนื่องจากข้าราชการตํารวจ มีหน้าที่จะต้องรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อน ๒๔ ชั่วโมง รวมทั้งภารกิจอื่นที่อาจไม่คาดถึง อย่างเช่น โจรผู้ร้าย โปรยเรือใบก็ดีในเขตเทศบาล โจรกรรมทรัพย์สินของชาวบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตนครบาล ภายใต้การนําของรักษาการท่าน พลตํารวจตรี วินัย ทองสอง ก็ดี หรือที่กองบัญชาการ ตํารวจภูธรภาค ๑ โดยท่านคํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภา ไปยังท่าน ผอ. ศปภ. ท่านได้เยียวยาส่งเสริมสนับสนุนข้าราชการตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ดังกล่าวบ้างหรือไม่ โดยเฉพาะท่านแจ๊สหรือท่านคํารณวิทย์นี่นะครับ ได้สร้างเต็นท์อยู่หลัง บช.ภ. ๑ และได้ใช้เงิน ท่านไม่มีพรรคนะครับ ท่านมีแต่พวก ผมไปดูมาแล้วจากการแถลงข่าว จับกุมคนร้ายที่ลักทรัพย์ของดาราช่อง ๗ สี ปรากฏว่าเดินไปตรวจเยี่ยมนะครับ ปรากฏว่า ท่านมีพวกสนับสนุนเกือบ ๒๐ ล้านบาทครับ ผอ. ศปภ. ไม่ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุน แต่ประการใด ดังนั้นผมกราบเรียนเน้นย้ําให้ท่านได้กรุณาดูแลในส่วนของตํารวจด้วยครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน แต่ท่านก็ปิดสภาถึง ๑ เดือนเต็ม ๆ กรุณาไปอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ประจําวันนี้ ซึ่งเขียนถึงท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ อยู่ในประเด็น หารือเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานกรุณาทดเวลาคืนด้วยครับ ท่านพูดไป ๑๐ วินาที กรุณาคืนเวลาให้ผมก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับท่านว่าต่อ เถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีมากมายเหลือเกินแต่ท่านปิดสภาหนี ในวันนี้พี่น้องประชาชนที่ถูกน้ําท่วมในเขตหนองแขม บางแค ภาษีเจริญ และทุก ๆ เขตทั้งใน กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง ผู้ประสบภัยต้องการให้รัฐบาลดูแล อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นน้ําดื่ม อาหาร ยาทาแก้เท้าเปื่อย สะพานไม้ ให้คนเดิน เรือในบางแห่ง หรือนมสําหรับเด็ก ท่านประธานครับ ที่ไปแจกของแจกไม่ทั่วถึง และบางที่ก็ย้ําว่านี่เป็นของเสื้อแดงนะ ใส่เสื้อ ปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไปแจกของแล้วบอกว่านี่เป็นของเสื้อแดงนะ พูดอย่างนี้ได้อย่างไร เอาของราชการไปแจก แล้วบอกว่านี่เป็นของเสื้อแดงนะ ท่านประธานครับนี่คือความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๒ ผู้สูงอายุทั่วทั้งกรุงเทพมหานครไม่ได้เบี้ยยังชีพมาเป็นเวลา ๒ เดือนแล้ว ขอให้รัฐบาลเร่งดําเนินการ

เรื่องที่ ๓ อยากจะถาม ศปภ. โดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าท่าน ซื้อทรายจากที่ไหน ราคารถละเท่าไร จากจังหวัดอะไร โปรดแถลงต่อสภาว่าซื้อทราย รถละเท่าไร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังมีการรีดไถพ่อแม่พี่น้องประชาชนโดยตํารวจ ตั้งด่านเถื่อนหลังบ้านท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ เราตกลง กันแล้วนะครับประเด็นหารือ ถ้าเป็นกรณีที่จะเกิดเป็นปัญหาความขัดแย้งก็ไม่อยากเอามาพูด ในส่วนของการหารือนะครับ มันเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงครับ แล้วก็เข้าข่ายใส่ร้ายด้วยครับ แล้วสําคัญสุดอํานาจในการให้หารือเป็นอํานาจของประธาน อาจจะให้หรือไม่ให้ก็ได้นะครับ แต่เห็นแก่สมาชิกก็ไม่อยากจะให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ก็อยากจะใช้เวลาตรงนี้ให้เป็น ประโยชน์ เพราะฉะนั้นถ้าจะหารือขอเป็นการหารืออย่างสร้างสรรค์เถอะครับ แบบทุกครั้ง ที่ท่านเคยใช้ครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมขอ ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานต้องถอนคําพูดว่า ใส่ร้าย ผมใส่ร้าย ตรงไหน ผมพูดเรื่องจริง

(นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอเหวง

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อันที่จริงผมไม่อยากจะประท้วงเลยนะครับท่านประธาน เพราะว่าผมอยาก จะให้ใช้เวลาเรื่องการหารือท่านประธานให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด แต่ผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมขอประท้วงผู้ซึ่งกําลังอภิปรายอยู่ในข้อ ๖๑ ในเรื่อง ใส่ร้ายป้ายสีครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าไม่มีคนเสื้อแดงคนไหน ผมก็เป็นคน เสื้อแดงคนหนึ่งนะครับ ตรงนี้มันก็พาดพิงผมด้วย ขณะเดียวกันเป็นการใส่ร้ายป้ายสีด้วย ไม่มีคนเสื้อแดงคนไหนครับที่ไปเอาของของรัฐบาลไปแจกเฉพาะคนเสื้อแดง ไม่มีครับ ดังนั้น ผมขอให้ท่านประธานได้โปรดกรุณาพิจารณา หากว่าท่านผู้อภิปรายยืนยันว่ามีจริงกรุณา เอาเทปบันทึกภาพ บันทึกเสียงมาแสดงหน่อย หากท่านไม่สามารถที่จะเอาเทปบันทึกภาพ หรือเทปบันทึกเสียงมาแสดง ผมขออนุญาตตั้งข้อกล่าวหาท่านว่าท่านพูดเท็จในสภา ผมขอให้ท่านเอามานะครับ ผมท้านะครับหากว่าท่านไม่สามารถที่จะเอาเทปบันทึกภาพ และเทปบันทึกเสียงมาได้กรุณาถอนคําพูดเถอะครับ ท่านมีเกียรตินะครับ อย่าให้ประชาชน ประณามว่าท่านเป็นนักโกหกนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวัชระ เพชรทอง ที่จริง ผมให้เกียรติท่านมากนะครับ เพราะฉะนั้นท่านควรให้เกียรติผมในฐานะประธานด้วยนะครับ ผมได้วินิจฉัยไว้แล้วว่ามันเข้าข่าย แล้วที่สําคัญย้ําอีกทีนะครับ อํานาจในการให้การหารือ เป็นอํานาจของประธานซึ่งจะให้หรือไม่ให้ก็ได้ แล้วที่สําคัญยิ่งกว่านั้นคือข้อตกลงของเรา การหารือจะต้องเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ในการประชุม เพราะฉะนั้นเมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วว่าท่านเข้าข่ายใส่ร้ายนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นอํานาจของประธานเช่นกัน เพราะฉะนั้นขอเตือนท่านนะครับ อยากให้หารือ ในแนวทางสร้างสรรค์ครับท่าน ต่อของท่านเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับประเด็นแรก

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงท่านวัชระ เพชรทอง ได้ยืนใกล้ ๆ น้องที่รักนี่ครับ เป็นการประท้วงครั้งแรกที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลยืนข้างกันเลยครับ ท่านประธาน อยากจะขออนุญาตท่านประธานนิดครับเดียวว่าน้องวัชระ เพชรทอง นี้ ก็เอาใจใส่พี่น้องประชาชน ความเครียดเรื่องน้ําท่วมมันก็เป็นเรื่องกันทั้งนั้น แต่อยากจะขอ ประท้วงท่านวัชระ เพชรทอง ว่าขณะนี้ประชาชนทําโพลล์ (Poll) ออกมาหลายสํานัก แล้วครับ อยากเห็นสภาประนีประนอมกันในช่วงนี้เรื่องน้ําท่วมและช่วยกันแก้ปัญหา ดังนั้นขอประท้วงว่าการที่จะใส่ร้ายกันอย่างนี้มันไม่มีอะไรดีขึ้นครับ เรามาช่วยกันคิดดีกว่า ก็ขอน้องวัชระ เพชรทอง เถอะว่าเวลาอย่างนี้ยิ่งพูดอย่างนี้ยิ่งเสียคะแนนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก พยายามฟังประเด็นที่เพื่อนสมาชิกประท้วง เพราะเมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกท่านแรก ได้ประท้วงคุณวัชระไปแล้วในประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าใส่ร้าย ซึ่งท่านประธานก็วินิจฉัย ไปแล้ว และพอดีมีท่านสมาชิกท่านใหม่ลุกขึ้นมาประท้วงโดยที่ไม่ได้พูดถึงข้อบังคับที่ชัดเจนว่า ประท้วงเรื่องอะไร ฉะนั้นท่านประธานปล่อยให้เขาพูดไปเพื่อต้องการให้มีการประนีประนอม ปรองดองผมว่ามันผิดข้อบังคับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ควรจบแล้วนะครับ ท่านต่อเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผมขอใช้สิทธิประท้วงท่านประธาน และประท้วงนายแพทย์เหวง เหวง โตจิราการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว ในประเด็นที่มีการประท้วงนะครับ แล้วก็ไม่มีใครทําผิดข้อบังคับข้อไหนละครับ ท่านต่อของท่านดีกว่าครับ ท่านต่อเถอะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ นายแพทย์เหวง เหวงพาดพิงถึงผม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอย่าดื้อเลยครับ ท่านต่อของท่านเถอะครับ ไม่เช่นนั้นผมจะไม่อนุญาตเลยนะครับ ผมมีสิทธิ ผมมีอํานาจที่จะ ไม่อนุญาตแล้วครับ อํานาจตามข้อบังคับ อํานาจตามข้อบังคับที่ท่านได้ร่วมกันเขียนกันมาให้ ประธานปฏิบัติ ท่านวัชระครับ ถ้าจะพูดต่อผมก็จะอนุญาตนะครับ แต่ถ้ายังจะประท้วง ผมคงไม่อนุญาต

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ไม่ประท้วงท่านประธาน แต่ใช้สิทธิพาดพิงที่นายแพทย์เหวงพาดพิง ตามข้อบังคับครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอเขาแค่ชี้แจงครับ เขาไม่ได้พาดพิงให้เสียหายตรงไหนเลยครับ พอเถอะครับ ท่านอย่าดื้อเลยครับ ผมเห็นด้วยกับท่านสุนัยนะครับ ประชาชนเขาไม่อยากเห็นสภาพอย่างนี้นะครับ ท่านกรุณา เถอะครับ ท่านครับกรุณาเถอะครับจะได้พูดต่อ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจเมื่อสมาชิกท่านหนึ่งพาดพิงถึงผม ผมไม่มีสิทธิที่จะชี้แจงได้ อย่างไร เมื่อเขาว่าผมพูดเท็จ ผมจะรับคําท้านายแพทย์เหวง แล้วผมจะนําพี่น้องประชาชนที่ ประสบเหตุดังกล่าวมาแถลงที่สภา ท่านประธานครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดนั้นคือความจริง

และประการสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงพี่น้องประชาชน ที่ร้องเรียนมาก็คือ เรื่องที่มีเจ้าหน้าที่ตํารวจ สน. บางบอน ตั้งด่านเถื่อนหลังบ้าน ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วรีดไถพี่น้องประชาชนรายละ ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๒ คน รวม ๓๐,๐๐๐ บาท คนที่ถูกรีดไถเป็นพี่น้องคนงานทํางานเป็นชนชั้นกรรมาชีพ แต่กลับถูก รีดไถเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๘ นาฬิกา ๓๐ นาที ที่ถนนบางบอน ๕ หลังบ้าน รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๖๑๕ คน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ มีผู้มาลงชื่อ ๓๓๗ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ ท่านนิยม มีอะไรครับ

นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อครับ พี่น้องกําลังเดือดร้อนเรื่องน้ําท่วมของจังหวัดลพบุรี ถ้าท่านประธานไม่ให้ผมได้หารือ ผมก็ขอส่ง เป็นหนังสือรายงานเพื่อให้ท่านประธานพิจารณาสั่งการครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ได้ครับ ขอบคุณครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมครับ

รับทราบเรื่องการถ่ายทอดประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งในการประชุมขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในวันนี้นะครับ นอกจากจะมีการถ่ายทอดทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้วนะครับ ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภาทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุมนะครับ จึงแจ้งต่อที่ประชุมทราบ แต่เนื่องจากทางช่อง ๑๑ ได้มีหนังสือกรมประชาสัมพันธ์ หนังสือแจ้งมาที่สภานะครับว่า วันนี้ในช่วงระหว่าง ๑๐.๓๐-๑๑.๓๐ นาฬิกา จะมีการตัดไปถ่ายทอดสดรายการ พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๓ ที่จังหวัดนครพนม โดยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานนะครับ ก็ขอแจ้งที่ประชุมทราบครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไปเป็นการพิจารณา เรื่องด่วน

เรื่องด่วนที่ ๑ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (กรณีปัญหาภัยพิบัติ อันเนื่องมาจากอุทกภัย) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจรับเสด็จที่จังหวัดนครพนม ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงแทนครับ เชิญท่านครับ

ขอแจ้งเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแจ้งบอกผมให้เรียนที่ประชุม ทราบนะครับว่า หลังจากเสร็จภารกิจเฝ้ารับเสด็จแล้วก็จะกลับมาที่สภา มาถึงสภาประมาณ ช่วงบ่าย ๓ โมงครับ

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพอย่างยิ่ง กระผม ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในนามของ คณะรัฐมนตรีได้เสนอญัตติดังกล่าวต่อท่านประธานรัฐสภา เพื่อจะได้มีการอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ วันนี้เป็นวันที่มีตัวเลขอันเป็นมงคลแล้วก็ เป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก นั่นก็คือวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปี ๑๑ ก็คงเป็นการเริ่มต้นที่ดี ในการที่จะมาร่วมกันแก้ปัญหาที่สําคัญและยิ่งใหญ่ของชาติ นั่นก็คือภัยพิบัติอันเกิดมาจาก อุทกภัย การประชุมร่วมกันของเราในวันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของตัวบทกฎหมาย แต่สําหรับ ภาคปฏิบัติได้มีการทํางานร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรีหรือพรรครัฐบาล กับพรรคที่ไม่ใช่ พรรครัฐบาล ผมขอกราบเรียนรายละเอียดนิดหนึ่งนะครับว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤติผมได้รับ โทรศัพท์จากโทรศัพท์สายหนึ่งแล้วก็บอกผมว่า ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูด ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านมีสถานภาพหลายสถานภาพ สถานภาพหนึ่งของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ ก็คือผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่สถานภาพหนึ่งที่มีความสําคัญอย่างยิ่งก็คือพลเมืองไทย ท่านได้โทรศัพท์ถึงผมว่า ท่านยงยุทธ ขณะนี้คลองประปาอยู่ในสภาวะวิกฤติ น้ํากําลังจะเข้าคลองประปารีบมาแก้ไข โดยรีบด่วน มิฉะนั้นจะแก้ปัญหายากและเป็นภัยอันตรายกับผู้คนหลายสิบล้านคน เมื่อท่านได้กรุณาโทรศัพท์ถึงผม ผมก็ได้แจ้งผู้เกี่ยวข้องในทันที ส่วนหนึ่งก็ได้รักษาสภาพของคลองประปาและเกิด ความปลอดภัยขึ้นได้จนทุกวันนี้ ถ้าหากว่าไม่มีพลเมืองที่ดีแจ้งผมมา คือ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัญหานี้อาจจะบานปลายและแก้ไขยาก ได้มีการแก้ตัดไฟเสียก่อนที่ลมจะมา มีบุคคลอีกท่านหนึ่งก็คือท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้โทรศัพท์ถึงผมตลอดเวลาว่าขณะนี้ หมู่บ้านที่เมืองนนท์กําลังจะมีปัญหากระแสไฟฟ้าที่จะทําร้ายชีวิตผู้คนได้ มาแก้ไขด่วน ผมก็ส่งพนักงานการไฟฟ้านครหลวงไปดําเนินการในทันที วันนี้เมื่อเช้าท่านก็โทรศัพท์ถึงผม อีกว่าถนนทางหลวงสาย ๓๐๔ การแก้ปัญหามันแก้ปัญหาไม่ถูกจุด แก้ปัญหารักษาถนนได้ แต่ชุมชนจะมีปัญหาในเรื่องน้ํา อันนี้เป็นการทําหน้าที่ของท่านร่วมกับรัฐบาลอยู่แล้ว แต่มันนอกรัฐสภา แล้วก็ทําหน้าที่ได้อย่างดี คณะรัฐมนตรีก็อยากจะนําปัญหาดังกล่าว เข้ามาสู่ที่ประชุมแห่งนี้ก็เลยได้มีการประชุมในวันนี้ขึ้นมา สมาชิกรัฐสภาท่านใดอยากจะถาม อยากจะฟังคําตอบจากปาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ขอกรุณารอในเวลาดังกล่าว แต่ท่านอยากจะฟังความเห็นโดยทั่วไปจากคณะรัฐมนตรี กระผมและคณะก็ยินดีจะชี้แจง ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีจึงขอเสนอญัตติอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา ๑๗๙ ชองรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ในปัญหาภัยพิบัติของชาติที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านสุเทพครับ ขออภัยนิดเดียวครับ ผมลืมแจ้งวิป ๓ ฝ่ายของเราได้ตกลงกันจะใช้เวลา ฝ่ายละ ๔ ชั่วโมงครึ่งนะครับ แล้วก็น่าจะไปจบเอาประมาณเที่ยงคืนครับ ก็ให้แต่ละฝ่าย บริหารเวลาของท่านเอาเองนะครับ เชิญท่านสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอแสดงความขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ได้เป็นผู้นําเรื่องนี้เข้ามาให้ สมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันพิจารณาให้ความคิดเห็น ท่านประธานครับ แม้ว่าพวกผมจะเป็น ผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน แล้วก็ส่วนใหญ่จะเป็นผู้แทนต่างจังหวัด วันนี้เราก็มีความรู้สึก เป็นห่วงเป็นใยเห็นใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติที่รุนแรงกว้างขวาง เราตั้งใจที่จะ เข้ามาช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนเหล่านั้น ทั้งด้วยกําลังกาย ทั้งด้วยกําลังสมอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมจะนําเรียนในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้ ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธและท่านรัฐมนตรีทั้งหลายได้สบายใจว่าไม่มีความประสงค์ ที่จะไปตําหนิติเตียนรัฐบาล ไม่ได้ประสงค์จะไปตําหนิติเตียนท่านทั้งหลายแต่อย่างใดทั้งสิ้น ครับ สิ่งที่ต้องการจะพูดก็เพื่อจะเสนอความคิดความเห็นในบางแง่บางมุม ซึ่งคิดว่าถ้ารัฐบาล ไม่ยึดมั่นถือมั่น รับเอาความคิดเหล่านี้ ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติก็จะช่วยบรรเทา ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง

ในประการแรกท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนเสนอกับรัฐบาลว่า การดูแลแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนผู้ประสบภัยน้ําท่วมคราวนี้ รัฐบาลสมควรที่จะระดมเอา ทุกภาคส่วนเข้ามาทํางานร่วมกันอย่างบูรณาการจริง ๆ ภาพที่ประชาชนเขาเห็นมันยังไม่เป็น อย่างนั้นครับ กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายก็ยังไม่ได้ทํางานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ อยากจะให้รัฐบาลไปปรับปรุงตรงนี้ครับ วางงานอื่นเอาไว้ก่อน มาดูแลประชาชนที่เขากําลัง เดือดร้อนกันตรงนี้ก่อน เฉพาะในกรุงเทพฯ หลายล้านคนที่กําลังทุกข์ยากเลือดตาแทบ กระเด็นอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นต้องเอาทุกกระทรวง ทบวง กรมมาทํา ผมเคยเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีทั้งหลายออกไปค้างคืนที่จังหวัดต่าง ๆ ตอนที่ น้ําท่วมแรก ๆ ตอนนี้ไปไหนหมดแล้วละครับ ส่งไปค้างคืนที่ทวีวัฒนาบ้าง ส่งไปค้างคืนที่ หนองแขมบ้างสิครับ ส่งไปค้างคืนที่ดอนเมืองบ้าง ไปบัญชาการอยู่ที่นั่นแหละ แบ่งพื้นที่ กันเลย อย่างนี้มันถึงจะเข้าถึงประชาชนดูแลประชาชนได้จริง ๆ ที่สําคัญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธครับ ที่จริงผมควรจะพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีบังเอิญ ท่านยังไม่มา ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ เคยเป็นปลัดเทศบาล เคยเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด เคยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลควรจะใช้ท่านให้มากกว่านี้ คนกระทรวงมหาดไทยมีความรู้มีความสามารถมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เคยแก้ปัญหาอย่างนี้เรียกมาให้หมด เอามาประจําอยู่ในแขวงต่าง ๆ ในเขตต่าง ๆ ที่ถูกน้ําท่วมในกรุงเทพฯ นี่ครับ อย่างนี้คนพวกนี้เขาทํางานได้ ท่านสั่งไม่กี่คํา เขาเข้าใจเพราะเคยมีประสบการณ์ คนไม่มีประสบการณ์ท่านใช้ไปนี่ยุ่งนะครับ ผมเห็น ท่านประชา พรหมนอก ส่งอธิบดีบางกรมจากกระทรวงยุติธรรมไปประสานงานกับเขา ทะเลาะกันวุ่นวายไปหมดเลยครับ เพราะไม่รู้เรื่อง เคยดูแลงานอื่นไม่เคยดูแลงาน ของประชาชน อย่างนี้ก็ทํากับคนอื่นยาก แต่คนกระทรวงมหาดไทยต้องเอามาใช้ ขณะนี้ ผมเห็นว่าที่ยังเป็นหลักอยู่ก็เฉพาะกองทัพ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศที่ลงมาช่วยอยู่ แต่ว่างานนี้ต้องเป็นงานของรัฐบาลครับ ไม่ใช่งานของกองทัพ กองทัพจะมาเสริมครับ แต่รัฐบาลต้องเป็นหลัก ผมเรียนนะครับว่าการดูแลประชาชนคราวนี้ถ้าท่านทั้งหลาย ไม่พร้อมใจกันจริง ๆ ไม่ระดมทุกฝ่ายมาจริง ๆ ความเดือดร้อนของประชาชนจะแสนสาหัส แล้วก็จะเป็นผลร้ายกับรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลพร้อมเพรียงกันทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐบาลก็สามารถที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากภาคเอกชนเข้ามาสมทบด้วยได้ การช่วยเหลือประชาชนก็จะทั่วถึงและมีพลังมากขึ้น เรื่องอะไรบ้างละครับที่ท่านจะต้องไป ช่วยเหลือประชาชนในปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้

ในประการแรกครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจครับว่าประชาชน คนกรุงเทพฯ นับล้านคนวันนี้อดข้าวครับ มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ไม่รู้จะไปซื้อผักสด เนื้อหมู เนื้อไก่ ไปซื้อแก๊สที่ไหน เพราะปิดหมดน้ําท่วม คนจะไปซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารต้องเดินทาง ตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง รัฐบาลต้องเข้าใจครับว่าเขาอดอยากจริง ๆ เดือดร้อนจริง ๆ เพราะฉะนั้น การดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องทําทันที รัฐบาลช้าไปหน่อยครับเรื่องนี้ อย่างน้อยช้ากว่าผมไป ๑๒ วัน ผมจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ บังเอิญพวกผมนี่ถูก น้ําท่วมมาบ่อยที่ภาคใต้หลายจังหวัด น้ําท่วมหนักพวกเราก็มีประสบการณ์ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พอได้ข่าวว่าน้ําจะท่วมกรุงเทพฯ คนที่ภาคใต้เขาก็คิดถึง คนกรุงเทพฯ ครับ เพราะสมัยที่น้ําท่วมภาคใต้นั้นชาวกรุงเทพมหานครเขามีน้ําใจ ส่งความช่วยเหลือไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ส่งยา ส่งน้ํา ส่งอาหาร ให้เงินไป สร้างบ้าน ประชาชนที่จังหวัดภาคใต้เขาก็บอกผ่านผู้แทนราษฎรพวกผมมาว่า คราวนี้จะขอ แสดงน้ําใจตอบแทนกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ท่านประธานถึงเห็นภาพว่า มีครัวชาวใต้ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่น้ําท่วมตั้งเกือบ ๒๐ ครัวเข้าไปแล้วครับในขณะนี้ วันหนึ่งดูแลประชาชนเป็นแสนคน ขนกุ้ง ขนปลา ขนมะละกอ ขนเครื่องแกงมาจากภาคใต้ เรียบร้อย อาสาสมัครเป็นแม่ครัวมาจากจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลาขึ้นมาพร้อม แล้วเขาเปิดครัวมาแล้ว ๑๒-๑๓ วัน ตั้งแต่วันแรกที่น้ําท่วม พอได้ปะทะประทังดูแลพี่น้องประชาชนที่เขากําลังเดือดร้อนกันอยู่ แต่ผมเพิ่งเห็นครัวของรัฐบาลเริ่มต้นเมื่อวานนี้ครับ แล้วก็กว่าจะเริ่มต้นได้ก็หมดไปครึ่งวัน เดือดร้อนผมด้วย จะมาประชุมสภาก็รถติดกับรถครัวรัฐบาลนี่ละครับ เพราะว่าท่าน สร้างภาพก่อน มัวแต่สร้างภาพกันอยู่ เอารถไปจอดเต็มลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วก็ยังหา ที่ตั้งครัวไม่ได้วิ่งกันจนค่ําเลยเมื่อวานผมก็ยังเห็น เพราะฉะนั้นท่านต้องปรับปรุงใหม่ครับวิธีนี้ ผมขอเสนอแนะอย่างนี้ครับ ท่านต้องสํารวจครับ เอา ส.ก. ส.ข. เอาผู้อํานวยการเขตมาเลย ว่าถนนไหน ซอยไหนที่ประชาชนเขาเดือดร้อน ท่านบอกเลยว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ไปตั้ง ครัวอยู่ซอยนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ไปตั้งครัวอยู่ซอยนี้ จําเป็นครับ ผมยกตัวอย่างให้ ท่านประธานดูนะครับ เรามีครัวบางแห่งของเรา ยกตัวอย่างที่คุณชุมพล จุลใส ส.ส. ชุมพร ไปตั้งครัวอยู่ที่พุทธมณฑลสาย ๒ คนที่เดินทางมารับอาหารที่นี่ ๓ ชั่วโมงครับ ลุยน้ํามาถึง จะได้เอาอาหารกลับไปบ้าน เพราะฉะนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธก็ควรจะต้องกระจาย ครัวของรัฐบาลลงไป พวกผมมีเรี่ยวแรงน้อยเป็นฝ่ายค้านยังทําครัวได้ตั้ง ๒๐ แห่ง รัฐบาล ทําสัก ๒๐๐-๓๐๐ ครัวก็ได้ครับ ทั่วพื้นที่ที่น้ําท่วมเลย อย่างนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนที่เขากําลังอดอยาก ผมเรียนครับว่าเขาอดอยากจริง ๆ นะครับ มีเงินก็ซื้อ ไม่ได้ไม่สามารถปรุงอาหารรับประทานเองได้ในวันที่น้ําท่วมกะทันหันอย่างนี้ แล้วครัวนี้ ก็ไม่จําเป็นต้องตั้งอยู่ถาวรครับ พอน้ําลด คนเริ่มเดินทางออกไปซื้อหาได้ ท่านก็ย้ายครัวไป อยู่ที่น้ํามันมาก เพราะน้ํามันเคลื่อนไปเรื่อย ผมยกตัวอย่างครับ ครัวของ ส.ส. ธานี เทือกสุบรรณ น้องผมนี่ครับ ไปตั้งอยู่ที่บางพลัด ตั้งแต่วันแรกที่น้ําท่วมช่วยเหลือคนแถว บางพลัดได้รับประทานอาหาร วันนี้ปิดครับ จะย้ายไปประชาชื่นแล้ว เพราะว่าที่บางพลัด น้ําลดแล้วคนเดินทางไปหาซื้ออาหารได้เองแล้ว ประชาชนเขาเริ่มช่วยตัวเองได้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลทําในลักษณะเดียวกัน ผมเชื่อว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องอาหาร การกินของพี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ถุงยังชีพครับ ผมไม่ค่อยเห็นรัฐบาลเอา ถุงยังชีพไปแจก อันนี้เป็นปัญหาครับ ผมอยากให้รัฐบาลทํา เพราะว่าคนที่เขาอยู่เข้าไปใน ซอยลึก ๆ เดินทางยาก มีครัวของผมครัวหนึ่งครับตั้งอยู่ที่ริมคลองทวีวัฒนา เฉพาะที่เอา วัตถุดิบไปส่งให้ที่ครัวนี้ไปกลับใช้เวลาตั้ง ๕ ชั่วโมง คนแถวนั้นอดอยากครับ ถ้าได้ถุงยังชีพ ที่เขาสามารถปะทะปะทังไปได้สัก ๒ อาทิตย์ อย่างนี้เขาก็พอที่จะดิ้นรนช่วยตัวเองได้ รัฐบาลก็ต้องจัดถุงยังชีพให้ครบที่เขาจะช่วยตัวเองได้ ผมไม่พูดหรอกครับว่ามีเฉพาะคนบางพวกบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ถุงยังชีพวันนี้ เพราะว่า พูดอย่างนั้นก็ไม่สร้างสรรค์อะไร แต่ผมเรียกร้องรัฐบาลว่าช่วยให้ได้ทุกครอบครัวที่เขา เดือดร้อน ที่เขาช่วยตัวเองไม่ได้ ถ้ารัฐบาลทําเรื่องนี้ได้เสียงที่จะบ่นพึมพําต่อว่ารัฐบาล ก็จะเบาลง และผมขอร้องท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ คนที่จะไปทํา ครัวนี่ต้องเสียสละหน่อยครับ ต้องเปิดตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ นั่นแหละครับ กว่าจะไปปิดก็ต้องทุ่ม ๒ ทุ่ม แล้วต้องดูแลเรื่องคุณภาพอาหารด้วยครับ คนกรุงเทพฯ คิดมากนะครับ ไม่ใช่ขอทาน นะครับที่มาขออาหารรับประทานนี่ เพราะว่าไม่มีทางเลือกอื่นดิ้นรน ถ้าไม่ใส่หัวใจเข้าไป ในการบริการ ถ้าไม่ดูแลเรื่องคุณภาพ ถ้าท่านเอาของบูดไปเที่ยวแจกให้เขาอย่างที่ กําลังทําอยู่ตอนนี้แล้วก็จะเป็นปัญหาใหญ่โตเลยครับ จะเสียใจกันอย่างยิ่ง อันนี้เป็นเรื่องที่ ผมขออนุญาตเสนอแนะในเรื่องของการดูแลเรื่องอาหารการกิน

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับที่ผมอยากจะเสนอแนะ ก็คือเรื่องของ การคมนาคม วันก่อนรัฐบาลก็หยุดงานให้ไป ๔-๕ วันก็พอทําเนาครับ ตอนนี้ทุกคนต้องไป ทํางานแล้วหลายคนตกงานแล้วครับ ถูกไล่ออกไปแล้วเพราะว่าไปทํางานไม่ได้ คือน้ําท่วม ทั่วไปหมดครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเดินทางด้วยพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วไปถึง ที่ทํางานได้ อาจจะนั่งเรือเล็ก ๆ ออกจากบ้าน แต่ว่าพอมาถึงเจอสะพานก็ต้องลงจากเรือแล้ว ก็ไม่สามารถจะแบกเรือข้ามสะพานไปพายต่อได้นี่ก็เป็นปัญหา ต้องใช้ทั้งรถยนต์ต้องใช้ทั้งเรือ เป็นตอน ๆ เป็นช่วง ๆ รัฐบาลต้องวางแผนแล้วครับ ซอยแต่ละซอย ถนนแต่ละสายจะ เชื่อมโยงการคมนาคมกันอย่างไรเพื่อให้คนที่เขาทํางานนั้นสามารถออกจากบ้านและไป ทํางานได้ คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่คนต่างจังหวัดนะครับที่เอาเสื้อผ้าม้วนแล้วก็ทูนหัวเดินลุยน้ําไป เพราะน้ําที่ท่วมนี้ลุยไม่ได้ครับ ท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีลองไป ลุยเองดูก็ได้ครับ เน่าแล้วครับ เหม็นครับ และสารพัดโรค แล้วก็ไม่รู้จะไปอาบน้ําที่ไหน กว่าจะไปถึงที่ทํางาน เพราะฉะนั้นเรื่องด่วนที่สุดในขณะนี้ก็คือว่ารัฐบาลต้องไปจัดการเรื่อง การคมนาคมขนส่ง เอารถหกล้อ เอารถสิบล้อของภาคเอกชนเข้ามา เอาเรือเท่าที่มี จะเอาเรือมาจากต่างจังหวัด หางยาวที่ไหนมาวางแผนกันให้เป็นระบบ วันนี้พรุ่งนี้ต้องทําให้ เสร็จครับไม่อย่างนั้นคนเขาไปทํางานไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ ยังไม่นับรวมคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย โดยกะทันหันซึ่งมีปัญหาเยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องระบบคมนาคมนี้ผมเรียกร้องรัฐบาลครับ แนะนํารัฐบาลว่าต้องรีบไปประชุมกันแล้วก็วางแผนให้ชัดเจน กําหนดเวลาเดินทางให้คน เขาสามารถที่จะเดินทางไปได้ ไม่ใช่ว่ารอตั้งชั่วโมง ๒ ชั่วโมงครึ่งไม่โผล่มาสักคันเขาก็ไป ทํางานไม่ทันแล้วอย่างนี้ก็ลําบากนะครับ

ในประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานไปถึง รัฐบาลคือเรื่องการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนครับ ผมอยากให้ทําให้จริงจังมากกว่านี้ สมควรที่จะมีหน่วยแพทย์ไปตั้งอยู่ตามซอกซอยถนนต่าง ๆ ให้ทั่วถึง ผมเห็นเมื่อ ๒ วันก่อนครับ มีคุณหมอ พยาบาลจากโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มารับรักษาพยาบาลอยู่ แต่ว่าเขาก็ต้องเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ คนป่วยนัดหมอไม่ได้ครับ เขาไม่สามารถนัดกับหมอได้ ว่าเขาจะป่วยวันนั้นวันนี้ มันป่วยทุกวันครับ เดือดร้อนทุกวัน การที่จะเข้ามาหาหมอในเมือง ไม่มีโอกาสครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขต้องจัดหน่วยแพทย์กระจายออกไปประจํา อยู่ตามพื้นที่ที่น้ําท่วมทุกแห่งเพื่อดูแลประชาชน ทั้งโรคหวัด โรคน้ํากัดเท้าสารพัด ท้องร่วง ท้องเสียมีปัญหาครับ เรื่องท้องเสียนี่ครับท่านประธานเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าน้ําดื่มไม่พอ ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมควรที่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดรับบริจาคน้ําดื่มขนมาให้คนกรุงเทพฯ วันนี้ เพราะถ้าเขาใช้น้ําที่ท่วม แม้จะเอาไปต้มแล้วเอามาบริโภคก็ไม่รับประกันครับว่าจะปลอดภัย นี่เป็นเรื่องใหญ่ครับ ของพวกผมต้องขนมาตั้งแต่สงขลา หาดใหญ่ ไล่มาเรื่อย สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดสุราษฎร์ธานีผลิตน้ําดื่มเฉพาะสําหรับ ช่วยคนกรุงเทพฯ คราวนี้นับเป็นแสนขวด นี่ถ้ารัฐบาลทําจะมีเป็นล้าน ๆ หลายสิบล้านขวด ที่จะมาช่วยได้ แล้วก็จะทําให้คนอาจจะลดปัญหาเรื่องโรคท้องเสียท้องเดินนี่ครับ

ที่สําคัญอีกอันหนึ่งครับคือสุขภาพจิต คนในเมืองกรุงเขามีความอดทนน้อยครับ กลุ้มใจครับ เพราะฉะนั้นกรมสุขภาพจิตต้องออกมาทํางานเต็มที่ ไปนั่งพูดนั่งคุยกับเขา ไปถึง ก็อย่าตกใจครับ เรื่องแรกเขาด่ารัฐบาลก่อนครับ พอด่ารัฐบาลเสร็จเขาก็ด่า ส.ส. ทุกพรรค โดนกันหมดครับ พวกเราก็ต้องอดทน แต่ว่าต้องพูดจาต้องอธิบาย ปัญหาที่เขาจะว่าท่านมาก ที่สุดเวลาเขามาพบก็คือว่า เขาฟังพวกท่านพูดแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่มีคําตอบที่ชัดเจน ซึ่งที่จริง ผมเข้าใจครับ ผมเจอทุกวันเขาก็มาถามว่านี่น้ําจะท่วมอีกกี่วัน ใครมันจะตอบได้ แต่ว่า อย่างไรก็ต้องคุยกับเขา ต้องพูดจากับเขา ต้องมีคนไปให้กําลังใจ ท่านประธานครับ

เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่า สุขภาพของเด็กครับ นมผงหาซื้อไม่ได้ นมกล่องหาซื้อไม่ได้ แล้วก็เดือดร้อนมาก คนที่น่าสงสารที่สุดคือ พวกผู้ใช้แรงงานครับ นายจ้างไปอยู่พัทยาแล้ว ไปอยู่หัวหินแล้ว ไปอยู่เชียงใหม่แล้ว ไปอยู่เขาใหญ่แล้ว คนพวกนี้อยู่บ้านมีลูกเล็ก ๆ ไม่มีนมที่จะให้เด็กได้ดื่ม อันนี้เรื่องใหญ่ครับ ทั้งนมผง ทั้งนมกล่อง ชาวพม่าผู้ใช้แรงงานอย่างนั้นยิ่งน่าสงสารที่สุด รัฐบาลรีบไปทําเถอะครับ เพื่อมนุษยธรรม ดูแลคนเหล่านี้เขาให้ทั่วถึงด้วย อย่าไปขอดูบัตรประจําตัวก่อนนะครับ ผมเห็นที่ไปแจกเรือขอดูบัตรประจําตัวว่ามีบัตรพิเศษชนิดนั้นไหมถึงจะได้เรือ อย่าทําครับ วันนี้เดือดร้อนเหมือนกันหมด เพื่อมนุษยธรรมอย่าแบ่งแยกคน ผมก็ขอฝากรัฐบาลครับ

ในประการสุดท้ายที่จะเรียนกับรัฐบาลก็คือว่าการเยียวยาหลังน้ําลด ที่รัฐบาลประกาศว่าน้ําท่วมแล้วจะให้ ๕,๐๐๐ บาท ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลชุดนี้ ทําเรื่องใหญ่ ๆ ตั้งหลายเรื่อง บ้านหลังใหม่ รถคันใหม่ ลดภาษีให้กับนิติบุคคล วันนี้ช่วยคน น้ําท่วมให้เต็มที่หน่อยครับ ทั้งหมดที่ท่านทําโครงการใหญ่ ๆ นั้นใช้เงินไปหลายแสนล้านบาท น้ําท่วมนี่สําหรับคนกรุงเทพฯ วันนี้ ๕,๐๐๐ บาทไม่มีความหมายครับ ทั้งสวนกล้วยไม้ ทั้งสวนผลไม้ ทั้งการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ยับเยินหมดแล้ว มันก็ต้องคิดกันถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาทครับ ขณะที่น้ําท่วมอยู่นี้รัฐบาลอย่านิ่งเฉยสิครับ ไปสํารวจเยี่ยมให้ทุกบ้าน ได้รู้มาให้ชัดเจนเลยว่าแต่ละคนเขาเดือดร้อนอย่างไร แล้วมาคํานวณค่าช่วยเหลือกันใหม่ อย่างนี้ถึงจะทําให้ประชาชนเหล่านั้นเขามีกําลังใจ นั่งนับวันรอน้ําลด แล้วก็รอว่าน้ําลดแล้ว รัฐบาลนี้เขาจะเข้ามาเยียวยา เขาจะเข้ามาดูแลอย่างไร ผมไม่พูดถึงเรื่องกิจการขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรมการค้าขนาดใหญ่ แต่ว่าทั้งหมดที่ผมพูดวันนี้ที่เรียนกับท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลนี่ก็เพราะว่าให้ดูแลคนธรรมดา คนเดินดินธรรมดานับล้านคนที่กําลังเดือดร้อน แสนสาหัสเท่านั้น

ผมเรียนกับท่านประธานครับว่าขออนุญาตใช้โอกาสนี้เป็นตัวแทนของ ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ผู้เดือดร้อน ขอขอบคุณคนที่มีน้ําใจ มูลนิธิทั้งหลาย สื่อมวลชน องค์กรต่าง ๆ ที่เข้าไปถึงตัวผู้เดือดร้อนก่อนรัฐบาลทั้งสิ้น ขอขอบคุณกองทัพ ขอขอบคุณ ทหารทุกระดับช่วยเหลือประชาชนไม่ได้รับประทานอาหารเลย ทําทั้งวัน ประชาชนก็ยัง ไม่ชอบใจเพราะว่าไม่ทั่วถึง กําลังเขามีเท่านั้น ผมต้องขอบคุณการไฟฟ้านครหลวงครับ ที่ช่วยรักษาชีวิตประชาชนไว้ได้มากด้วยการส่งคนไปขยับหม้อแปลงให้สูงพ้นน้ํา แต่ว่าที่ไป ไม่ทันก็มีเสียชีวิตไปหลายราย ขอขอบคุณพนักงานของการประปาที่เข้าไปดูแลให้น้ําประปา มันยังไหลอยู่สําหรับคนที่เฝ้าบ้าน พูดถึงตรงนี้ต้องเรียนท่านประธานครับว่าแม้ว่ารัฐบาล จะเรียกร้องให้ประชาชนเขาอพยพออกจากพื้นที่น้ําท่วม แต่คนส่วนหนึ่งเขาไปไม่ได้ครับ เป็นห่วงทรัพย์สิน โจรผู้ร้ายชุกชุมครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องจัดการให้ตํารวจ ลาดตระเวนตรวจตรอก ซอยเหมือนเดิม ใช้พาหนะอย่างอื่นเท่าที่จะหาได้ แต่ว่าต้องไปให้ ความปลอดภัยในเรื่องของทรัพย์สินของประชาชนให้ได้ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธาน เฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน และหวังจะเห็นรัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไข ปัญหานี้โดยทันทีภายในวันนี้ พรุ่งนี้ ไม่ต้องรอว่าพร้อมกันแล้วเรียกทีวีมาพร้อมถ่ายภาพตั้ง วันแล้วถึงจะออกไปนะครับ เขาหิวอยู่ทั้งวัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก ทางวุฒิสมาชิกได้ยื่นรายชื่อมาทั้งหมดเลยนะครับ แล้วก็ให้ใช้เวลาพูดท่านละ ๗ นาที เพื่อความสะดวกนะครับ ผมจะอนุญาตให้ฝ่ายซึ่งใช้เวลาฝ่ายละ ๔ ชั่วโมงครึ่งเท่ากัน ผมก็จะ ให้ฝ่ายค้านประมาณสักครึ่งชั่วโมง แล้วก็ทางวุฒิสภาสักครึ่งชั่วโมง ก็ประมาณสัก ๕ ท่าน เป็นกลุ่ม แล้วรัฐบาลก็จะประเมินเวลาได้ครับ ว่าระหว่างที่ฝ่ายค้านครึ่งชั่วโมง วุฒิสมาชิก ครึ่งชั่วโมง รัฐบาลหมายถึงรัฐมนตรีชี้แจงกับสมาชิกฝ่ายรัฐบาลพูดก็รวมกันประมาณ ครึ่งชั่วโมง จะได้ประเมินเวลาตรงนี้ควบคู่ไปด้วยนะครับ ผมขออนุญาตไปที่วุฒิสมาชิก ท่านแรกครับ ท่านอนุรักษ์ นิยมเวช ท่านละ ๗ นาทีทุกท่านนะครับ

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับ

ประการแรก ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านคณะรัฐมนตรี โดยท่าน นายกรัฐมนตรีที่ให้ความกรุณาในการเปิดสภาทั้ง ๒ สภารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องอุทกภัย ต้องขอกราบขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ ในปัญหาดังกล่าวผมมี ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

ประการแรก ผมอยากให้รัฐบาลน้อมนําแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะปัญหาในเรื่อง ของการทําแนวของฟลัดเวย์ (Floodway) หรือว่าการขุดคลองระบายน้ําต่าง ๆ นะครับ หรือว่าการจัดทําแก้มลิง รวมตลอดถึงการสร้างเขื่อนในบริเวณลุ่มแม่น้ํายมที่มีความจําเป็น ซึ่งผมเห็นว่าปัญหาดังกล่าวนี่ โดยเฉพาะการขุดลอกคลองบึงในเขตของแม่น้ําเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกทั้งฝั่งตะวันตก ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาในเรื่องของวัชพืช หรือว่าปัญหาในเรื่องของ ตื้นเขินหรือการรุกล้ําต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่า ณ ปัจจุบันนี้รัฐบาลควรต้องเร่งดําเนินการ รวมบุคลากรต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อดําเนินการทําเรื่องดังกล่าวโดยเร็ววัน เพราะว่าเท่าที่ ตรวจสอบแล้วในพื้นที่ในฝั่งตะวันออกนี่นะครับยังมีปัญหาในเรื่องของการระบายอยู่ หรือในพื้นที่ฝั่งตะวันตกในบริเวณที่จะออกไปสู่สมุทรสาครยังมีคลองหลาย ๆ คลองตื้นเขินอยู่ ผมคิดว่ารัฐบาลควรต้องรีบดําเนินการดังกล่าวโดยเร็วนะครับ

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในภาวะวิกฤติวันนี้ ผมอยากให้รัฐบาลและทุก ๆ ฝ่าย ดําเนินการร่วมมือกันเพื่อการแก้ไขปัญหาในเรื่องของวิกฤติของประเทศ เพราะผมคิดว่า สถานการณ์วันนี้ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันทํางานเพื่อการแก้วิกฤตินี้ให้ได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ หรือคนต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา รัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา หรือภาคประชาชน ผมคิดว่าต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาวิกฤตินี้ให้ได้ อย่าทะเลาะกันนะครับ เพราะว่าประชาชนก็เดือดร้อนมากอยู่แล้ว ยิ่งทะเลาะกันประชาชน ก็มองว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งทําให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนยิ่งล่าช้า

อีกประการหนึ่ง ผมอยากให้มีการทํางานบูรณาการระหว่างตัวรัฐบาลกับ กทม. รวมทั้งตลอดถึงตัวพื้นที่บริเวณที่อยู่รอบ กทม. ไม่ว่าจะสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร เพราะพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ใกล้เคียงที่มีทั้งการระบายน้ําออกไป เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วอยากให้ทํางานร่วมกันเพื่อที่จะให้ประสิทธิภาพในแง่ของ การระบายน้ําเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวดเร็ว

อีกประการหนึ่งก็คือว่า ในเรื่องของขบวนการการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน ในฐานะผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลควรต้องพยายามที่จะเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องของ ข้อพิพาทระหว่างประชาชนที่อยู่เหนือน้ําที่ถูกการปิดกั้น แล้วก็ประชาชนที่อยู่ใต้น้ํา โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีของคลองสามวา คลอง ๙ คลอง ๑๐ คลอง ๑๑ หรือพื้นที่ประชาชนที่อยู่แนวรังสิต หรือที่มีการกั้นบริเวณบิ๊กแบ็ก (Big Bag) เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วผมคิดว่ารัฐบาลต้องเข้ามา เมื่อมีปัญหาข้อพิพาทต้องเข้าไป แก้ปัญหาโดยเร็ววัน ไม่ใช่ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ และจะนําไปสู่เป็นกรณีตัวอย่างของเคส (Case) อื่น ๆ เลยต้องฝากให้รัฐบาลช่วยหาบุคลากรเข้าไปดําเนินการแก้ปัญหา ไม่ว่าพื้นที่พิพาท เกิดขึ้นในบริเวณโดยรอบกรุงเทพมหานครหรือว่าในตัวของ กทม. เอง

อีกประการหนึ่ง ก็คือขบวนการในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน วันนี้ประชาชนที่มีปัญหาประสบอุทกภัยไม่อยากออกจากพื้นที่ เพราะกลัวปัญหาในเรื่องขโมยเข้าไปขโมยของในบ้าน ก็เลยไม่อยากจะออกมา เพราะฉะนั้น วันนี้กําลังของตํารวจต้องเอาจริงเอาจังนะครับ ถ้าตํารวจไม่พอควรจะเอาตํารวจในจังหวัดอื่น ที่น้ําไม่ท่วมเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาดังกล่าว โดยตลอดถึงปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการที่มี บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีเอาเรือใบโยนลงไปในน้ําทําให้เกิดปัญหาของประชาชนเดินทางโดยรถ ไม่ได้ รถเกิดยางแตก ไม่ว่ารถของ ขสมก. หรือรถของทหารต่าง ๆ เหล่านี้ ตํารวจต้อง เอาจริงจังนะครับ เข้ามาดําเนินการในเรื่องดังกล่าวเพื่อจะไม่ให้ประชาชนซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนอยู่แล้วต้องเดือดร้อนยิ่งขึ้นอีก

อีกประการหนึ่งในกระบวนการในเรื่องของการเยียวยา เป็นเรื่องที่ประชาชน ซึ่งไม่สามารถออกมาซื้อของหรือซื้ออาหารการกินได้ รัฐบาลต้องดําเนินการในเรื่องของ การเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคให้ทั่วถึง โดยเฉพาะปัจจัยสี่ ในขณะเดียวกันประชาชน เดือดร้อนมาก ทําอย่างไรที่รัฐบาลจะดําเนินการทํางานร่วมกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในส่วน ของตัวกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. หรือในกรุงเทพฯ เอง ในภาคประชาชนต่าง ๆ เหล่านี้ ทําอย่างไรที่จะทําให้เขาสามารถ อย่างน้อยได้รับความเดือดร้อนมีอาหารการกินที่ดี อันนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญ รวมถึงกระบวนการในเรื่องของการเยียวยา ดําเนินการภายใน ๑ ปี หรือกระบวนการที่ต้องดําเนินการในระยะยาว ผมคิดว่ารัฐบาลต้องรีบดําเนินการโดยเร็ว เพื่อประชาชนจะได้รู้ว่าเขาจะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้างจากที่ได้รับการเยียวยา รวมตลอด ถึงแผนของโครงการนิวไทยแลนด์ (New Thailand) ผมคิดว่าอาจจะทําคู่ขนานได้ แต่ขณะเดียวกันโครงการที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวควรจะต้องคิดถึงปัญหาน้ําที่มาจาก ทางเหนือ หรือขณะเดียวกันในอนาคตถ้าเกิดน้ําทะเลสูงขึ้น เราจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าเกิด กรุงเทพฯ จะต้องท่วม รวมถึงกรณีที่ว่าน้ําท่วมนี่นะครับ ในบางกรณีน้ําท่วม ๔ เดือน ในขณะเดียวกันอาจจะมีแล้งอยู่ประมาณ ๘ เดือน เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วปัญหา อุทกภัยนี่ไม่ใช่เฉพาะปัญหาเรื่องน้ําอย่างเดียว

อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเดินทางของประชาชน บริเวณที่ประสบ ปัญหาอุทกภัย ปัญหาในเรื่องรถ ปัจจุบันได้รับความกรุณาจากทหาร ในขณะเดียวกันปัญหา ขสมก. ประชาชนก็ยังเดือดร้อนอยู่ ไม่สามารถรู้ในเรื่องของจํานวนรถหรือว่าสายการเดินทางได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องชี้แจงหรือว่าให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ในเรื่องของ เส้นทางการเดินรถ ตลอดถึงวันนี้ผมคิดว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในเรื่อง ของการแก้ปัญหาอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และต้องพยายามปกป้อง นิคมอุตสาหกรรมที่อาจจะประสบผลกระทบถูกน้ําท่วมได้นะครับ ผมคิดว่าในโอกาส ในวันหน้าไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก ผมคิดว่าในสถานการณ์วันนี้ผมคิดว่า ผมก็คงให้กําลังใจรัฐบาลกับท่านนายกรัฐมนตรีที่จะต้องดําเนินการในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้สามารถที่จะให้ลุล่วง สถานการณ์แก้ไขให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ของ กทม. บริเวณด้านในซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ โดยเฉพาะซึ่งผมคิดว่า มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการดังกล่าวโดยเร็ววันนะครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ รัฐสภายินดี ต้อนรับมิสเตอร์ปีเตอร์ ฟลีท ประธานบริษัท ฟอร์ด อาเซียน และคณะด้วยความยินดีครับ ซึ่งนําโดยท่านบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบคุณครับ เชิญท่านประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ครับ

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดขอนแก่นในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นนักอุตสาหกรรม ขณะนี้เหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นเกี่ยวกับธุรกิจทางอุตสาหกรรมนะครับ ตามรายได้ของประเทศ ๗๐ เปอร์เซ็นต์มาจาก การส่งออก ดังนั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมที่ประสบภาวะน้ําท่วมอยู่ในขณะนี้เป็นความเสียหาย อย่างมหาศาลนะครับ ดังนั้นจึงขอทางรัฐสภาผ่านทางท่านประธานถึงทางรัฐบาลนะครับว่า รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนลงทุนในประเทศไทยได้อย่างไรนะครับ รัฐบาลจะสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างประเทศได้อย่างไรที่จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ในอีก ๕ ปีหรือ ๑๐ ปี ข้างหน้า เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าขณะปริมาณฝนจะมากขึ้น ๆ เนื่องจากภาวะโลกร้อน ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีการวางแผนทั้งระบบ ในที่นี้หมายถึงเป็นการบูรณาการ ทุก ๆ กระทรวงต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง จะต้องทําอย่างไรไม่ให้เกิดภาวะน้ําท่วมซ้ําซากอีก เหตุการณ์ของน้ําที่เกิดขึ้นและมากขึ้นและปริมาณที่เพิ่มขึ้นปีหนึ่งประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ในอนาคต จํานวนแม่น้ําลําคลองที่ไหลลงสู่ทะเลเรามีแม่น้ําเจ้าพระยา มีแม่น้ําท่าจีน แล้วก็มีแม่น้ําบางปะกง ปริมาณน้ําเดิมก็ยังไม่ค่อยเพียงพออยู่แล้ว ดังนั้นถ้าน้ํามากขึ้น ปริมาณน้ําที่ไหลลงมาก็ย่อมท่วมเป็นธรรมดา ดังนั้นจึงขอฝากว่า ในการบูรณาการนี้จําเป็นจะต้องทําอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดความถาวรจะต้อง เร่งทํานะครับ โดยเฉพาะการขุดคลองหรือขุดแม่น้ําเจ้าพระยาเส้นที่ ๒ กระผมเห็นว่าสมควร ที่จะต้องเร่งทําแม้นจะต้องใช้งบประมาณเท่าไรนะครับ และสามารถที่จะใช้พื้นที่ข้างเคียง ต่าง ๆ ได้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ในการเพาะปลูกนะครับ ขณะเดียวกัน ขณะนี้เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนอย่างหนึ่งที่เราสามารถที่จะนํามาใช้ครับ ท่านประธาน เช่น เกี่ยวกับ การฟื้นฟูในอนาคตหรือการเยียวยาในปัจจุบัน เหตุการณ์นี้ทําให้มีผู้เสียชีวิตอยู่จํานวนหนึ่ง ทั้งเด็กด้วยนะครับ จึงอยากจะขอเรียนผ่านทางท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับว่า งบประมาณที่จะมีอยากให้จัดส่วนหนึ่งไปฝึกเด็ก ทั่วประเทศนะครับ โดยวิธีการจัดสรรให้เด็กมีโอกาสเรียนในเรื่องของการว่ายน้ํา เพราะเด็ก ปี ๆ หนึ่งน้ําไม่เกิดฝนตกน้ําท่วมนะครับ เด็กก็เสียชีวิตในช่วงของการปิดเทอมที่มักจะชอบ เล่นน้ํา แล้วก็เสียชีวิตเพราะสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นการฝึกเด็กให้มีการออกกําลังกายโดยการว่ายน้ํา ย่อมเป็นทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมด้วยนะครับ จึงขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ

อีกข้อหนึ่งทางด้านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ เรื่องของภาวะของการใช้เงิน ๑.๒ แสนล้านบาทเป็นเรื่องที่ต้องป้องกันการรั่วไหล ดังนั้นเรื่องของการคอร์รัปชันย่อมเป็น สิ่งที่ต้องถูกตําหนิในเรื่องที่ถัดมา ดังนั้นมาตรการสิ่งเหล่านี้จะต้องมีมาตรการการป้องกัน ที่เข้มงวด อย่าให้เกิดภาวะคอร์รัปชันซ้ําซ้อนซ้ําซาก แล้วก็เป็นเรื่องที่จะต้องถูกตําหนิ ทุกรัฐบาล เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ต้องป้องกันนะครับ

ขณะเดียวกันผมก็ขออนุญาตถามนะครับว่า สมัยกรุงศรีอยุธยานะครับ พม่ามาล้อมไทยเรา พม่าก็เคยแตกพ่ายกลับไปหลายครั้ง เพราะว่ามาล้อมกรุงศรีอยุธยา แล้วน้ําท่วมนะครับ ดังนั้นจึงขอให้ลองพิจารณาจุดตรงนี้ให้ดีว่าการตั้งโรงงานต่าง ๆ ขอให้ พิจารณาในที่สูง มิฉะนั้นเราก็จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ตลอดไป

อีกข้อหนึ่งนะครับ ก็ขอให้ความสามัคคีของทางพรรคทั้ง ๒ พรรค ทั้งพรรครัฐบาลแล้วก็พรรคฝ่ายค้านเกิดความช่วยเหลือร่วมมือกันอย่างจริงจังนะครับ ขออย่าใช้อีโก้ (Ego) หรือใช้ความทิฐินะครับ มีเหตุการณ์อะไรก็ขอให้ช่วยใช้โทรศัพท์ยกหูคุย กันมากกว่าที่จะเป็นการส่งจดหมาย ซึ่งที่เกิดขึ้นมาก็คือความล่าช้าแล้วก็สร้างความเสียหาย ให้กับส่วนรวมโดยคิดไม่ถึง จุดนี้เป็นจุดหนึ่งซึ่งในเหตุการณ์ที่จําเป็นจะต้องสามัคคีกันนะครับ ลดความทิฐิเหล่านี้ลง

เรื่องของความเชื่อมั่นอีกข้อหนึ่งของชาวต่างประเทศนะครับ อาหารการกิน ต่าง ๆ ที่เราส่งออกต่างประเทศย่อมใช้น้ําประปาเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่ง หรือใช้ น้ําประปาในการล้าง หรือในการทําความสะอาด หรือในการบรรจุ ความเชื่อมั่นก็ต้องสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับคนที่ลงทุนเพื่อส่งออกนอกด้วย หรือแม้แต่ผู้บริโภคต่างประเทศก็ต้องเกิด ความเชื่อมั่นนะครับว่าน้ําที่เราเอามาใช้มีความสะอาดและมีความบริสุทธิ์เพียงพอนะครับ ดังนั้นจุดนี้เป็นจุดที่เราต้องสร้างความเชื่อมั่นโดยเร่งด่วนนะครับ เพราะต่างประเทศ จะขาดความเชื่อมั่น และเห็นขณะนี้เมืองนอกก็มีส่งทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาตรวจสอบ ในเรื่องของการอุปโภคของเรานะครับว่าจะมีผลต่ออาหารต่าง ๆ ของเราอย่างไร ดังนั้นจุดนี้ เป็นจุดที่รัฐบาลจะต้องเร่งด่วนในการพิจารณานะครับ

อีกอันหนึ่งนะครับ ขณะนี้อยากจะขอว่าทางการท่องเที่ยวก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่เราเสียหาย สิ่งที่ต้องฟื้นฟูโดยเร่งด่วนก็คือเรื่องของสถานที่วัดวาอารามต่าง ๆ นะครับ กระทรวงวัฒนธรรมก็ดี การท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี จะต้องเร่งด่วนในการพัฒนาและในการใช้ งบประมาณในการฟื้นฟู ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซัน ไม่ว่าน้ําจะมาหรือจะไม่มา เดือนธันวาคม ก็เป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวจะมากันเยอะ ดังนั้นเป็นสิ่งที่จะต้องรีบฟื้นฟูว่าให้เกิดกลับมา เหมือนเดิมในส่วนที่รัฐบาลจะต้องเร่งด่วนนะครับ ขอให้ใช้ระบบการบูรณาการเข้ามาบริหาร ในช่วงภาวะเช่นนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่าน คํานูณ สิทธิสมาน ครับ

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภานะครับ ท่านประธานครับ สมาชิกยังโหรงเหรงอยู่นะครับ ก็เป็นที่น่าเสียดายที่การเกิดอุทกภัยขึ้นมาครั้งนี้ดูเหมือนว่า ในช่วงแรกรัฐบาลเองก็ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ แต่ในที่สุดก็คือค่อย ๆ ปรับไป ผมเห็นว่า ประเด็นที่เป็นการปรับใหญ่ที่สุดก็คือการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุด กยอ. ที่เป็นชุดที่จะวางยุทธศาสตร์ในระยะยาวที่มีดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน ขาดคนเดียวครับ ขาดท่านวิจิตร สุพินิจ ไม่อย่างนั้นก็จะครบดรีมทีมสมบูรณ์แบบ อันนี้ละครับสิ่งที่ผมเสียดายก็คือวันนี้เรามี ครม. ตัวจริง ครม.ตามกฎหมายมานั่งฟัง เรามี ครม. เงาของพรรคฝ่ายค้านมาคอยชี้แนะ แต่ว่าเราขาด ครม. แฝงชุดอาจารย์โกร่ง มารับฟัง แล้วก็มาชี้แจงว่าแผนระยะยาวแผนวางยุทธศาสตร์ของท่านคืออะไร อย่างไรก็ตามครับ กระผมเห็นว่าก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ได้คนมีความรู้ มีความสามารถมากชุดหนึ่งเข้ามา ทํางาน โดยไม่ต้องปรับ ครม. ให้น้ํากระเพื่อม แต่ว่ากระผมเห็นว่ามันก็ยังมีจุดอ่อนคือ ๑. กรรมการชุดนี้ไม่ใช่กรรมการอิสระ ปกติกรรมการอิสระที่รัฐบาลจะตั้งขึ้นแม้กระทั่ง ในอดีตสมัยปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ก็จะให้ความไว้วางใจบุคคลคนใดคนหนึ่ง แล้วเขาไปเลือกทีมมาเอง แต่ในขณะนี้เป็นกรรมการของรัฐบาล เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะวาง ยุทธศาสตร์ของประเทศฉีกกรอบออกไปจากแนวนโยบายของรัฐบาลนั้นก็คงจะเป็นไปได้ยาก ซึ่งผมเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้มันจําเป็นที่จะต้องมีแนวคิดใหม่ที่ฉีกกรอบออกไปจากเดิม ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นจุดอ่อนของคณะกรรมการ กยอ. ชุดอาจารย์โกร่งนี่นะครับ ก็คือว่าเมื่อดูรายชื่อทั้งหมดแล้วดูเหมือนจะขาดการมีส่วนร่วม จากภาคประชาชน ไม่มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาร่วมด้วย และที่สําคัญก็คือ ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่จะออกมา หรือออกมาแล้วส่วนหนึ่งก็ไม่ได้มีกระบวนการ การมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนเข้ามา ถ้าจะขออนุญาตเปรียบเทียบกับคณะกรรมการอิสระ ในยุครัฐบาลชุดที่แล้วที่ตั้งขึ้นมาหลังเหตุการณ์ไฟ ไม่ใช่เหตุการณ์น้ํานะครับ จะเห็นได้ว่า อันนั้นท่านไปหยิบฉวยเอามาจากกระบวนการของภาคประชาชนที่เขาทําอยู่แล้ว คือชุดอาจารย์ประเวศ วะสี แล้วก็ทําตั้งชุดท่านอานันท์ขึ้นมา เพราะฉะนั้นชุดสมัชชาของ ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี มันจะมีกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ในประเด็นที่ผมอยากจะฝากรัฐบาลที่เป็น ครม. ตัวจริง ครม. ตามกฎหมาย ไปพิจารณาในเรื่องนี้นะครับ กระผมไม่ขัดข้องครับถ้าจะมีอีกทีมหนึ่งที่เป็นเหมือนบอร์ด (Board) บริหารพิจารณากลั่นกรองขึ้นมาให้ท่านซึ่งเป็นเหมือนบอร์ดใหญ่ ทําให้มันถูกต้อง ตามกฎหมาย แต่ผมเห็นว่าสิ่งที่ทําอยู่เราอาจจะได้ดอกเตอร์โกร่งได้ใครต่อใครมา แต่ว่า สถานะของประเทศในตอนนี้ วิกฤติในตอนนี้ ผมเกรงว่า กยอ. อาจจะเป็นได้เพียงแค่บิ๊กแบ็ก คือชะลอกระแสน้ําที่จะพัดพาลงมาเท่านั้นเอง แต่ถ้าเผื่อว่าจะทําให้เหนือกว่าบิ๊กแบ็ก เป็นรีชัพเฟิล (Reshuffle) อย่างแท้จริงนี่นะครับ สิ่งที่ท่านจะต้องเพิ่มก็คือต้องเพิ่ม กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มันถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องให้ภาคประชาชน เข้ามาร่วมคิด ร่วมทําโดยตรง นี่ประเด็นแรกที่ผมอยากจะฝากซึ่งท่านสามารถจะปรับได้

ที่อยากจะฝากในประการต่อมาก็คือว่า การวางนโยบายระยะยาวนั้น มันจะต้องเชื่อมโยงกับการปฏิรูปประเทศโดยองค์รวม กระผมไม่อยากให้ทิ้งคณะกรรมการอิสระ ๒ ชุด ที่รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งขึ้น แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้พูดถึงเลย คือชุดท่านอานันท์กับชุดอาจารย์ประเวศ ท่านจะเอาเข้ามาผนวกอย่างไร

ประการที่ ๓ ก็คือผมเห็นด้วยครับ ที่จะต้องทําให้การวางยุทธศาสตร์ ระยะยาวนี้เป็นเรื่องถาวร

ประการที่ ๔ ที่กระผมอยากจะติงมากที่สุดก็คือ วิธีการหาเงินมาทํา ไม่ว่าจะหาเงินมาทําภายใต้โครงการระยะยาวกี่แสนล้านก็ตามแต่ ผมคาดเดาได้ว่า คณะกรรมการชุดอาจารย์โกร่งจะต้องเสนอ

๑. ออกพระราชกําหนดให้รัฐบาลใช้เงินไปพลางก่อนตามมาตรา ๖ ของพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พุทธศักราช ๒๔๙๑

๒. น่าจะต้องเอาทุนสํารองระหว่างประเทศมาใช้สัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ โดยการแก้ไข พ.ร.บ. เงินตรา พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย - ๑ ๗ / ๑

๓. ก็คือการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้นะครับ ก็ล้วนเป็นการกู้ยืม เป็นการกู้ยืม กระผมอยากเห็นแนวคิดใหม่ที่ออกมาติงไปว่าเราอาจจะมี วิธีการหาเงินที่ไม่จําเป็นต้องกู้ทั้งหมด หรืออาจจะไม่จําเป็นต้องกู้เลย วิธีการภาษีครับ เก็บภาษีจากคนที่ได้ประโยชน์จากคันกั้นน้ํา หรือเก็บภาษีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เรื่องนี้เสียดาย ที่ไม่มีเวลานะครับ แต่ก็ขอฝากไว้

และสุดท้ายครับ สิ่งสําคัญที่จะต้องพูดในฐานะคนฝั่งธนบุรี ท ทหารแล้ว นะครับ บางทีกรุงเทพมหานครใหญ่เกินไปแล้วครับ ผมฝากเป็นครั้งสุดท้ายว่ารัฐบาล จะทําบุญกับคนธนบุรีด้วยการแก้ไขปรับปรุงระบบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น แยกกรุงธนบุรี ออกมาเป็นเขตปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผู้ว่าของตัวเอง ก็จะทําให้คนธนบุรีนั้นได้มีการทํางาน ที่ต่อเนื่องไป กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านพีระ มานะทัศน์ ครับ

นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภา ลําปาง 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลําปาง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา กระผมเองขอให้กําลังใจกับทางรัฐบาลรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วยที่ได้ตั้งใจทํางาน ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ก็ต้องยอมรับนะครับว่าปัญหาเรื่องของน้ําในปีนี้นั้นมากเป็นพิเศษ เรียกว่าในรอบ ๒๐๐ กว่าปีตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์มานั้น ครั้งนี้มากที่สุด เมื่อปี ๒๔๘๕ ตอนนั้นน้ํามาก แต่ยังไม่เท่ากับปีนี้ ผมได้สอบถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กระผมเอง ได้ติดตามข่าวจากทุกภาคส่วน สิ่งที่เห็นคิดว่าเป็นพลังที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ในสิ่งที่ดี ก็คือว่า พลังของประชาชนในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการทํางานแก้ไขวิกฤติในครั้งนี้ อันนี้ผมถือว่าเรื่องสําคัญ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมานั้นเราเกิดปัญหามากมายด้วยกัน ปัญหาน้ําท่วมผมคิดว่าเราแก้ได้ แต่ปัญหาความแตกแยกของคนนั้น ตรงนี้ครับจะเป็นโอกาส ที่ดีมาก ผมมีข้อเสนอ ๖ ข้อนะครับสั้น ๆ

เรื่องแรกก็คือว่า รัฐบาลจะต้องเร่งดําเนินการในการที่จะบริหารจัดการน้ํา ในอนาคตแบบบูรณาการ คือต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน อยากจะให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ให้เขาเป็นเจ้าภาพที่แท้จริงในพื้นที่ เพราะว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้มันก็จะเกี่ยงกันระหว่างพื้นที่ เพราะว่าน้ํามันเชื่อมโยงกันนะครับ ถ้าเรามองดูจากสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยนี่ จากภาคเหนือต้นน้ํานี่ น้ําปิง น้ําวัง น้ํายม น้ําน่าน อย่างเช่นจังหวัดลําปาง ไม่น่าเชื่อว่าปีนี้น้ําท่วมสนามบิน เครื่องบินลงที่ สนามบินจังหวัดลําปางไม่ได้ ต้องไปลงที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พอน้ําจาก เหนือลงมาก็ลงมาสุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยาเรื่อยลงมา นี่ตอนกลางแล้ว ภาคเหนือตอนล่างลงมาสู่ตอนกลาง แล้วก็จะมาลงกรุงเทพฯ ขณะนี้กําลังเดือดร้อน กันอยู่ทุกหย่อมหญ้า เพราะฉะนั้นต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน

ประการที่ ๒ คือระบบข้อมูลต้องชัดเจนกว่านี้ ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมานี่ เราขาดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการน้ําขนาดใหญ่ขนาดนี้ เราขาดเครื่องมือที่สําคัญ ๆ เราไม่ได้มีการเตรียมพร้อมเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นข้อมูลนี่ผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก อยากให้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยจัดทําระบบฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์เชื่อมโยง ระหว่างข้อมูลภาคดาวเทียม ภาคพื้นดิน ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ของพี่น้องประชาชนด้วย ตรงนี้จะทําให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นเอกภาพ แล้วมีเป้าหมายร่วมกันทุกหน่วยงาน

ประการที่ ๓ สมควรอย่างยิ่งจะต้องปรับโครงสร้างองค์กรในการบริหาร จัดการน้ํา จะเป็นกระทรวง ทบวง กรม อย่างไรก็แล้วแต่ กระทรวงน้ําหรืออะไรที่เราพูดกัน ก็อยากให้ทํานะครับ เพราะฉะนั้นแล้วมันจะเกิดปัญหาตามมาก็คือว่าต่างคนต่างทํา ของใคร ของมัน ข้อมูลแต่ละส่วนก็ว่ากันไปคนละทิศคนละทางไม่มาบรรจบเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้อยากจะฝากไว้ว่าโครงสร้างของการบริหารจะมีส่วนสําคัญในการที่จะไปสู่ความสําเร็จ ของการแก้ไขปัญหาในอนาคต

ประการที่ ๔ ที่มีคนพูดกันมากก็คือเรื่องฟลัดเวย์ มอเตอร์ เวย์ (Motor way) ที่ผมอยากจะให้เทียบกับมอเตอร์เวย์คือว่าเราน่าจะมี วอเตอร์ เวย์ (Water way) เป็นคลองระบายน้ําขนาดใหญ่สามารถขนส่งสินค้าโดยเฉพาะบ้านเราส่วนใหญ่ก็อยู่ในราบลุ่ม เป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก สินค้าที่นํามาขายส่วนใหญ่ก็เป็นข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ซึ่งต้องอาศัยเส้นทางทางน้ําเป็นค่าขนส่งที่ถูกที่สุดแล้วจะต้องใช้เป็นเส้นทางขนส่ง การคมนาคม ระบายน้ําในคราวเดียวกันด้วย ขอให้เป็นคลองขนาดใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศอียิปต์ คลองสุเอซ หรือคลองปานามา เป็นตัวอย่างนะครับ เราน่าจะทํา คลองขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อที่จะใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรซึ่งต้นทุนต่ํา ที่สุดแล้วจะเป็นการประหยัดพลังงานในอนาคตได้ด้วย อันนี้ขอฝากเป็นข้อคิดเห็นนะครับ

ประการที่ ๕ อยากจะให้รัฐบาลรีบเตรียมเงินสักก้อนหนึ่งครับ ผันเงินเข้าสู่ ชนบท ผมมีประสบการณ์เมื่อปี ๒๕๔๐ ตอนนั้นคนตกงานไม่มีงานทํา คนมันเครียดครับ ไม่มีอาชีพ ไม่มีอาหารการกิน ไม่มีปัจจัย ๔ มันก็หันไปหากินเหล้าบ้าง บางคน ไปค้ายาเสพติดบ้าง สังคมตรงนี้น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นรัฐบาลอาจจะผันเงิน อัดฉีดเม็ดเงิน ลงสู่รากหญ้าในพื้นที่ คนที่ตกงานกลับไปพื้นที่ได้ทํามาหากินได้ชั่วครั้งชั่วคราวนะครับ อย่างน้อยก็มีอาหารการกินอยู่โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อยากจะให้รัฐบาลรีบ ดําเนินการตรงนี้นะครับ อาจจะเรียกว่าผันเงินแบบสมัยท่านอาจารย์คึกฤทธิ์อะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสังคมในพื้นที่ก็อยากจะฝากเป็นข้อคิดเห็นนะครับ

และประการสุดท้าย ก็คือว่ากลุ่มที่ประกอบธุรกิจขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรม หลายแห่งน้ําท่วมต้องหยุดกิจการคนต้องตกงาน ก็มีเงินอยู่เพียงส่วนหนึ่งใช้ไปใช้มาก็จะหมด ตอนนั้นจะเครียดแล้วครับ อาหารการกินก็ลําบาก จะรอรับแจกอยู่ก็ใช่ที่ เพราะว่าคนไทย นี่นะครับอยากจะพึ่งตัวเองอยากจะช่วยตัวเองอยู่แล้วล่ะ แต่ว่าไม่มีโอกาส เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องสร้างโอกาสในการที่จะฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม แล้วก็ภาคใช้แรงงานจะได้มีงานทํา มีอาชีพ มีรายได้ ให้เขายืนหยัดอยู่ได้ในสังคมนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องหลัก ๆ ที่ผมอยาก จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี หลายท่านนะครับ ผมก็ชื่นชมท่านทํางานอย่างเต็มความสามารถอยู่ แต่ว่าในสิ่งที่ผมเสนอนี่เป็นทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ก็อยากจะฝากเป็น ข้อสังเกตแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๕ นาทีครับ ไม่อยู่นะครับ ผมไปที่ฝ่ายค้านนะครับ ท่านเทพไท เสนพงศ์ ๑๐ นาทีครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาน้ําท่วม ตามที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสที่จะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าปัญหาน้ําท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ หลายฝ่ายก็ตระหนักว่ามันเป็น ภัยธรรมชาติ แต่ทั้งหมดมนุษย์เราสามารถที่จะเอาชนะธรรมชาติได้ในบางกรณีถ้าหากว่า เราได้มีการวางแผนอย่างดีแล้วก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเพื่อเอาชนะ ภัยธรรมชาติให้ได้ อุทกภัยครั้งนี้ผมต้องยอมรับกับท่านประธานว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใหญ่ไปกว่าความสามารถของรัฐบาล ที่สามารถจะบรรเทาเบาบางหรือแก้ปัญหาได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลชุดนี้ได้ใช้วิธีการตั้งศูนย์ ศปภ. ขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการที่จะรับมือแก้ปัญหาอุทกภัย ครั้งนี้ ในทัศนะของผม ผมคิดว่า ๕ ด้านครับ

เรื่องแรก เรื่องการตั้งศูนย์ ศปภ. เพื่อบริหารจัดการปัญหาอุทกภัย ก็อยาก จะเรียนว่าดูโครงสร้าง ดูตัวบุคคล รัฐบาลตั้งบุคคลผิดฝาผิดฝั่งมาตั้งแต่ต้น ซึ่งผมได้แสดง ความเห็นผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว การตั้ง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ขึ้นมาเป็น ผู้อํานวยการศูนย์ ผมอยากจะเรียนว่าท่านประชาท่านเป็นบุคคลที่มีความสามารถ แต่ความสามารถของท่านในการแก้ปัญหาน้ําท่วม ผมคิดว่าไม่เหมาะสมกับบุคลิกและ ประสบการณ์ของท่าน ผมแปลกใจมากตรงที่ว่า ศปภ. น่าจะเป็นศูนย์แก้ปัญหาของรัฐบาล ที่จะใช้แขนขาของกระทรวงมหาดไทยได้มากที่สุด เพราะงานในลักษณะเช่นนี้ต้องยอมรับกับ ท่านประธานว่าเป็นงานของกระทรวงมหาดไทยโดยแท้ แต่รัฐบาลไม่เลือกใช้คนที่อยู่ใน กระทรวงมหาดไทยนั่นก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถ้าดูโครงสร้างดูอํานาจ ท่านควบตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกตําแหน่งหนึ่งด้วย ถ้าหากว่าได้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. ผมคิดว่าความก้าวหน้า หรือความเหมาะสมในการแก้ปัญหาน่าจะดีขึ้น นั่นก็คือโครงสร้างการบําบัดทุกข์บํารุงสุขของ กระทรวงมหาดไทย ควบคุม ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงยันถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อํานวยการ ศปภ. ก็จะทําให้โครงสร้างการบริหารจัดการแก้ปัญหาได้สะดวกยิ่งขึ้นและเป็นจริงมากยิ่งขึ้น แต่รัฐบาลก็เลือกใช้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่มีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ กรมราชทัณฑ์ ผมก็อยากจะถามท่านประธานว่าลําพังคุกจะย้ายนักโทษที่จะช่วยตัวเอง ก็ลําบากสาหัสสากรรจ์แล้ว ท่านจะมีเวลาที่จะมาดูแลควบคุมงานทั้งหมดได้อย่างไร แม้กระทั่งการพูดถึงเรื่องการขุดคลองที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าควรจะให้รัฐมนตรี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปดูแลเรื่องการขุดคลอง ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เรามีรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นอธิบดีกรมชลประทานเก่านะครับ ก็สามารถที่น่าจะมี ความรู้ความสามารถและเหมาะสมกับงานมากกว่า แต่รัฐบาลก็ไม่ทํา

เรื่องที่ ๒ ความล้มเหลวเรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสาร ท่านประธานก็จะเห็นว่าการออกทีวีแถลงข่าวของ ศปภ. ในช่วงตอนค่ําทุกวัน ประชาชน ก็เฝ้ารอฟังว่าเราจะมีข่าวสารใหม่ ๆ อะไรหรือไม่ แต่ที่สุดท่านก็จะเห็นว่าเป็นการรายงาน ความเคลื่อนไหวของมวลน้ําว่าท่วมตรงไหนบ้าง ท่วมอย่างไร มิหนําซ้ําความเป็นเอกภาพ ในการแถลงข่าว ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการแย่งชิงกัน ออกทีวีเพื่อที่จะเสนอหน้าต่อพี่น้องประชาชน การใช้สื่อของรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่อง ๑๑ ออกมาสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าล้มเหลวท่านประธาน เหมือนกับการจัดเกมโชว์ (Game show) เรียลลิตี้โชว์ (Reality show) เกี่ยวกับน้ําท่วม เป็นส่วนใหญ่ รัฐบาลได้ตั้ง ศปภ. ขึ้นมาตั้งทีมโฆษกเพื่อที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ก็ต้องเรียนอีกละครับท่านประธานว่าก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมโฆษก ที่ไม่มีประสบการณ์ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะบางท่าน เป็นแค่นักล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) จ่ายเงินให้กับสื่อมวลชน เพราะคิดว่าประสบความสําเร็จ จากการเลือกตั้ง แล้วก็จะมาตั้งเป็นโฆษกได้ สุดท้ายก็ล้มเหลว ท่านประธานก็เห็นว่า ก็ไปยืมมืออาชีพ อย่างศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ ขึ้นมาเพื่อกอบกู้ แต่นั่นก็สายไป เสียแล้วครับท่านประธานครับ เพราะความเชื่อถือมันล้มหายตายจากไปเสียแล้ว ผมอยากจะ เรียนนะครับว่าการให้ข้อมูลการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนใน ศปภ. ถ้าท่านประธานจะได้ดู จากความเคลื่อนไหวของ โซเชียล มีเดีย (Social Media) ท่านประธานก็จะได้เห็นว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างรุนแรง เขาไม่เชื่อถือรัฐบาล เขาไม่เชื่อถือ ศปภ. เขาไม่เชื่อถือทีมงานของทีมโฆษก แม้กระทั่งการใช้ สื่อช่อง ๑๑ ประชาชนกลับไปให้ความสําคัญกับสื่อฟรีทีวีในช่องอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีคนติดตามข่าวสารจากช่องนี้มากที่สุด แล้วเราก็จะได้เห็นว่าพระเอกในการแก้ปัญหาแล้วก็คนที่ประชาชนให้ความเชื่อถือมากที่สุด ไม่ใช่เป็นผู้บริหาร ศปภ. แต่กลับเป็นนักวิชาการอิสระอย่างดอกเตอร์เสรี ศุภราทิตย์ และดอกเตอร์อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ทั้ง ๆ ที่บทบาทหน้าที่เหล่านี้น่าจะเป็นบุคคล มาจากของรัฐบาล แต่ว่าความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นล้มเหลวไป

ความล้มเหลวในส่วนที่ ๓ ผมคิดว่าในเรื่องของการบริหารจัดการในการ แก้ปัญหา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าต้องยอมรับความจริงว่าใน ศปภ. ขาดความเป็นเอกภาพในการที่จะทํางาน ในการสั่งการ ท่านประธานจะเห็นว่าประธาน ศปภ. ก็ออกมาพูดอีกอย่างหนึ่ง คณะกรรมการที่เป็นรัฐมนตรีบางท่านก็มาพูดอีกอย่างหนึ่ง สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับพี่น้องประชาชน ช่วงเวลาไม่กี่นาทีประธานต้องออกมา แก้ข่าวชุลมุนชุลเกจนประชาชนเห็นได้ว่า ศปภ. เป็นศูนย์ปั้นภาพจริง ๆ คือพยายาม สร้างภาพกันแต่ละคนเหมือนกับในลักษณะการที่จะออกทีวี ใครออกได้ออกเอาในลักษณะ เช่นนั้น ไม่นับถึงเรื่องระบบการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการแจกจ่ายถุงยังชีพ ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวก เอาของที่พี่น้องประชาชนบริจาคไปใช้ ในนามของตัวเองมากมาย อย่างกรณีของพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีบอกว่าได้บริจาคของมา แล้วมี ส.ส. บางท่านบางคนเอาชื่อไปติดแล้วก็ไปบริจาค ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานจะหาว่า ผมยกเมฆหรือใส่ร้าย ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมมีหลักฐานชัดเจนครับ ท่านประธาน อย่างน้อยเห็นนะครับว่าของบริจาคเรือลํานี้เป็นชื่อของแม่ทองใบบริจาคให้ แต่มีการติดสติกเกอร์บอกว่า ใช้ในราษฎร (คนเสื้อแดงเท่านั้น) อีกหลายท่านครับเอาของ บริจาคจากหน่วยราชการจากอดีตผู้สมัครมาหาเสียงล่วงหน้าแล้วก็ติดชื่อตัวเอง เอาของจาก กทม. แล้วก็ใส่ชื่อตัวเองแจก รวมไปถึง ส.ก. ส.ข. รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้รับของบริจาค และติดชื่อของตัวเองไปบริจาค ไปแจกจ่ายพี่น้องประชาชนเพื่อเอาหน้า ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานครับว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พวกผมเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ ในลักษณะ การเลือกปฏิบัติการ ๒ มาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะโฆษณาตลอดว่ารังเกียจ ในระบบ ๒ มาตรฐาน แล้วก็ใช้ระบบนี้ ข้อหานี้หาเสียงมาโดยตลอด การบริหารจัดการ ในเรื่องการเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่ารัฐบาลไม่ได้ มีการวางแผนเรื่องกลไกการตลาด เรื่องการดูแลสินค้า ควบคุมคลังสินค้าได้ดีเท่าที่ควร สินค้าขาดตลาดจํานวนมากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน ว่าทั้งหมดเป็นความล้มเหลว ซึ่งผมมีเวลาน้อยมากครับท่านประธาน ผมพูด ๕ ข้อ แต่ว่าได้ แค่ ๓ ข้อ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมยังมีแนวเสนอกับรัฐบาลชุดนี้ ในเรื่องทางออกของรัฐบาล แต่ว่าเมื่อเวลาจํากัดผมจะขออนุญาตอภิปรายแค่นี้ แล้วก็คง จะต้องไปใช้สื่อมวลชนแถลงข่าวเพื่อเสนอทางออกกับรัฐบาล ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ มาที่ฝ่ายรัฐบาลครับ ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ ท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ๕ นาทีครับ

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาทั้งหมดได้มาแสดงความคิดเห็น แล้วก็อภิปรายในเรื่องของปัญหามหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะว่า ในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ตลอดจนอีกหลายจังหวัดของประเทศไทย ก็โดนภัยพิบัติคืออุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่นี้เช่นกัน แล้วก็ยังมีอีกหลายจังหวัดที่น้ําท่วมหนัก แล้วก็ยังจมอยู่ในน้ําตลอดระยะเวลาเดือนถึง ๒ เดือน ดิฉันรู้สึกเห็นใจทางรัฐบาลที่ได้มารับ หน้าที่ในช่วงที่เกิดวิกฤติภัยพิบัติครั้งนี้ ก็ทําให้บางครั้งอาจจะไม่สามารถที่จะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากว่าเป็นมหาภัยพิบัติ ส่วนจังหวัดศรีสะเกษของดิฉันก็โดนภัยพิบัติครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะอําเภอที่อยู่ใกล้แม่น้ําก็ท่วม ไปอย่างถ้วนทั่วหน้ากัน อันนี้ก็เป็นที่น่าเห็นใจ แต่ที่ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้เห็นในครั้งนี้ก็คือน้ําใจ ของคนไทย เนื่องจากว่าเมื่อมีภัยพิบัติมาคนไทยทั้งประเทศได้ร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็น จากทางภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ทั่วประเทศได้ช่วยเหลือกัน อันนี้ดิฉันต้องขอชื่นชม คนไทยทั่วประเทศ เมื่อเราได้เจอภัยแบบนี้ก็ทําให้พวกเราได้สามารถช่วยเหลือกันได้ อย่างเต็มที่โดยที่ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ดิฉันอยากจะให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ไปตลอดนะคะ

สิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงว่าทางรัฐบาลจะสามารถแก้ไขในปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ได้หรือไม่ แต่ว่าวันนี้ก็ดีใจว่าทางสมาชิกรัฐสภาได้มาร่วมกันออกความคิดเห็น ทางอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษของดิฉันซึ่งถูกอุทกภัยครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เราได้รับ ความเดือดร้อนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากรุงเทพฯ นะคะ แต่ว่าน้ําที่ท่วมก็ลดลงได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ว่าไม่ท่วมขังนานแต่ว่าความเสียหายนี้ประชาชนก็ยังเดือดร้อนหลายพื้นที่ ทําให้ถนนพัง เสียหาย สะพานขาดเป็นบางพื้นที่ ดิฉันก็อยากจะฝากทางรัฐบาลได้ช่วยดูแลในช่วงที่น้ําลด แล้วนะคะ ก็มีถนนเส้นทางจากบ้านดินตะวันตก ตําบลเวียงเหนือไปบ้านทุ่งโพธิ์ ตําบลสังเม็ก อันนี้คอสะพานขาด ท่วมตั้งแต่วันที่ ๑๓ กันยายน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ก็ได้รับการช่วยเหลือแค่เพียงพื้นฐาน ก็ยังไม่สามารถที่จะข้ามไปข้ามมา แต่ว่าประชาชน ก็ช่วยกันอย่างที่ดิฉันได้กล่าวในข้างต้นว่าช่วยกันสร้างสะพานเพื่อที่จะข้ามโดยบรรเทา ความเดือดร้อนไปก่อน แต่ก็ยังต้องรอคอยความหวังจากทางรัฐบาล แล้วก็อีกเส้นทางหนึ่ง ก็คือบ้านกุดปลาขาว ตําบลน้ําอ้อม อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษนะคะ อีกเส้นทางหนึ่งก็คือทางหนองเรียงที่ถูกตัดขาดเช่นกัน สะพานไม้บ้านขยุง บ้านขนา ตําบลน้ําอ้อมที่จะไปตําบลเวียงเหนือ อันนี้ก็ถือว่าเป็นที่ที่ถูกอุทกภัยนะคะ ดิฉันก็ยังจะฝากถึง แนวทางที่จะช่วยเหลือ เพราะว่าเกิดอุทกภัยนี้ทั่วประเทศนะคะ ก็เพียงแต่อยากจะให้ ทางรัฐบาล ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ร่วมไม้ร่วมมือกันระดมผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมาช่วยกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนให้วางแผนเพื่อที่จะรับอุทกภัยในครั้งหน้า เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่าจะมีอุทกภัยแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือเปล่านะคะ อันนี้ก็ต้องฝากทางรัฐบาล แล้วก็ต้องเห็นด้วยกับทางท่านสมาชิกบางท่านที่ได้เสนอในเรื่อง ของงบประมาณที่จะเอาไปซื้อแท็บเล็ต (Tablet) หรือว่างบประมาณที่ทางรัฐบาลจะทํานี่ เอามาช่วยในงบประมาณฟื้นฟูประเทศในหลังอุทกภัยครั้งนี้นะคะ ก็ขอฝากทางรัฐบาลไว้ เพียงแค่นี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ครับ ๑๐ นาทีครับ

ร้อยตํารวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ก่อนอื่นผมขอแสดงความเสียใจในความสูญเสียและขอฝาก ความห่วงใยในความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยทุกคนในทุกจังหวัด พร้อมกับขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณท่านผู้เสียสละทุกท่านจากทุกภาคส่วนที่ได้มุ่งมั่น ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาวะทุกข์ยากวิกฤติครั้งนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ในปี ๒๕๕๔ ได้นํามา ซึ่งความสูญเสียและความวิบัติอย่างใหญ่หลวงร้ายแรงก็ตาม แต่ที่จะมองในเชิงบวก เราก็อาจจะพบว่าอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์นี้สามารถทําให้คนในชาติของเรานั้นเพิ่ม ความแข็งแกร่ง ความมั่นคง และความสามัคคีปรองดองได้อย่างมาก นอกจากนั้นวิกฤตการณ์ คราวนี้อาจจะเป็นบทเรียนล้ําค่าสําหรับประเทศไทยในอนาคต โดยเราควรศึกษาวิกฤตการณ์ ครั้งนี้อย่างเป็นระบบ อย่างเป็นวิชาการ เพื่อหยั่งลึกลงไปถึงสาเหตุของปรากฏการณ์ รวมทั้ง แสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างถูกต้องตามปรากฏการณ์และเพื่อให้ได้ผลที่ยั่งยืน อย่างไรก็ดีแม้วิกฤตการณ์ครั้งนี้จะหนักหนาสาหัสสําหรับพี่น้องผู้ประสบภัยจนยากที่จะ ลืมเลือน แต่กระนั้นผมก็ยังมองว่าวิกฤตการณ์อุทกภัยครั้งนี้ยังเป็นสถานการณ์ที่ป้องกันได้ แก้ไขได้ และเป็นโจทย์ที่ไม่ยาก ดังเช่นบางประเทศที่ประสบอยู่นั้นเป็นโจทย์ที่ยากมากก็คือ เรื่องของแผ่นดินไหว ผมจะใช้เวลาโดยย่อ และมักจะอ้างว่ามีข้อจํากัดเรื่องการพยากรณ์ อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าสามารถแจ้งล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๗ วันหรือ ๑ สัปดาห์ แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเรายังโชคดีนะครับที่เราสามารถทราบล่วงหน้าได้ถึง ๗ วัน ซึ่งแตกต่าง อย่างสิ้นเชิงกับวิกฤตการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งไม่มีทางทราบล่วงหน้าได้เลย เพราะฉะนั้นเราจึง ควรตระหนักว่าแต่ละนาที แต่ละวินาทีของช่วงเวลาวิกฤตินั้นคือความอยู่รอดของผู้คน และประเทศชาติ ไม่ใช่ปล่อยผ่านแบบไม่ใยดี

ประการที่ ๒ ภัยจากน้ําหลากที่เอ่อมานั้น คือไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ํา ตามแรงดึงดูดของโลกซึ่งสามารถคํานวณได้ คาดการณ์ได้ล่วงหน้าไม่ยากนัก แต่ภัยจาก แผ่นดินไหวนั้นคํานวณได้ยากมาก และตรวจสอบพบล่วงหน้าได้ยากมาก เพราะโลก ของเรานั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง ๑๒,๗๕๑ กิโลเมตร แต่เปลือกโลกที่เราอยู่อาศัยนั้น มีความหนาเพียง ๑๐ กิโลกรัมถึง ๓๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง เปลือกโลกจึงมีลักษณะคล้ายกับ เปลือกหอมหัวใหญ่ เปลือกโลกนั้นเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลาด้วยความเร็วเท่ากับที่เล็บ ที่นิ้วหัวแม่มือหรือแม่เท้าของเรางอกนั่นละครับ

ประการที่ ๓ ภัยจากน้ําหลากครั้งนี้แม้จะทําลายเรือกสวนไร่นา ถนนหนทาง ขัดขวางการสัญจรทางบก แต่ก็ไม่รุนแรงถึงขนาดทําลายโครงสร้างที่มั่นคงของอาคาร สิ่งก่อสร้าง ซึ่งภัยจากแผ่นดินไหวที่รุนแรงนั้นทําลายสิ่งก่อสร้างที่มั่นคงโดยไม่ยากถ้าไม่มี ระบบการป้องกันแผ่นดินไหวไว้ก่อน การที่ผมยกตัวอย่างนี้เปรียบเทียบอุทกภัยกับ แผ่นดินไหว โดยย่อทั้ง ๓ ประการ ก็มีเพียงวัตถุประสงค์ที่จะให้เห็นว่าในความโชคร้ายของ เรานั้น เรายังมีความโชคดีอยู่บ้าง แม้ว่าขณะนี้ในเบื้องต้นสถิติจะบ่งบอกว่าอุทกภัยครั้งนี้ ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า ๕๐๐ คน บ้านเรือนจมน้ําแล้วกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ หลัง ทรัพย์สินเสียหายไปแล้วราว ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนประสบอุทกภัยแล้วราว ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน สาเหตุสําคัญของอุทกภัยครั้งนี้น่าจะสืบเนื่องมาจากหลายตัวแปร

ตัวแปรแรก ก็คือปัจจัยทางธรรมชาติของปรากฏการณ์ลานินญ่า ซึ่งกระแส น้ําอุ่นบริเวณเส้นศูนย์สูตรทําให้ลมพัดพาความชื้นและฝนมาตกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปริมาณที่มากใน พ.ศ. ๒๕๕๔ คือปีนี้เรารับพายุฝนหนักถึง ๕ ลูกด้วยกัน ระหว่าง เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม

ตัวแปรที่ ๒ ก็คือปัจจัยจากการกระทํามนุษย์ซึ่งสร้างก๊าซเรือนกระจก ขึ้นมาอย่างมากมายในช่วง ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ก๊าซเหล่านี้นําไปสู่สภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกโดยปกตินั้นคือประมาณ ๑๘ องศาเซลเซียส แต่ที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าเฉลี่ยไปเพียง ๑-๒ องศาเซลเซียสเท่านั้น ภูมิอากาศจะแปรปรวนไปหมด ตัวอย่างเช่น ในเขตหนาวที่เรียกว่าเขตทุนดรา (Tundra) หรือทันดรานั้น จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเขตอบอุ่น น้ําแข็งจะละลายเร็วขึ้นเมื่อผ่านฤดูหนาว ฤดูร้อนจะยาวนานขึ้น สัตว์บางชนิดจะสูญพันธุ์ อย่างเช่นที่ขั้วโลกเหนือหมีขาวกําลังจะสูญพันธุ์ และสัตว์บางชนิด จะอพยพเข้าไปแทนที่ เป็นต้นว่าแมลงและยุง เขตอบอุ่นนั้นก็ค่อย ๆ กลายเป็นเขตร้อน นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ําแข็งที่ละลายจากขั้วโลกใต้จะทําให้ ระดับน้ําทะเลสูงขึ้นและอาจจะท่วมที่ราบลุ่มทั่วโลกภายใน ๓๐ ปีนี้ เพราะปริมาณน้ําแข็งที่ แอนตาร์กติกานั้นมีมากเหลือเกิน เป็นล้านของล้านลูกบาศก์กิโลเมตร ท่านประธานครับ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ ๑ คือธรรมชาติ และตัวแปรที่ ๒ คือมนุษย์นั่นแหละก็คือต้นเหตุ ของการมาของน้ําปริมาณมหาศาล อย่ามัวโทษกันเลยครับ นี่คือภัยที่ได้เตือนเราล่วงหน้า ในวันนี้

เพราะฉะนั้นตัวแปรที่ ๓ ก็คือตัวแปรจากการบริหารการพัฒนา ซึ่งหมายถึง วงจรของการวางแผน การปฏิบัติ แล้วก็การประเมินผล เนเธอร์แลนด์ก็คือดินแดนที่ต่ํา ในยุโรป พื้นที่ ๑ ใน ๔ ของประเทศนี้ต่ํากว่าระดับน้ําทะเลนะครับ ตามภาพที่ท่านเห็น ประเทศนี้จึงมีสิ่งก่อสร้างด้านวิศวกรรม ด้านการจัดการน้ําที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก มีเขื่อนยาว ๓๐ กิโลเมตร แล้วก็ลึก ๖-๑๐ เมตร กั้นระหว่างทะเลเหนือกับอ่าว ส่วนบ้านในพื้นที่ต่ําก็จะเป็นบ้านลอยน้ําก็คือมีทุ่นลอยอยู่ใต้น้ํา ใต้บ้าน เนเธอร์แลนด์ จึงมีฝนตกชุกมาก และพื้นที่ของเนเธอร์แลนด์นั้นส่วนใหญ่ก็อยู่ใต้น้ําและอาจจะมีฝนตกชุก ประมาณ ๗๐๐ มิลลิเมตรต่อปี ช่วงที่ฝนตกหนักก็คือฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง อันที่จริงแล้วคิดในเรื่องการจัดการน้ําของเนเธอร์แลนด์นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลยในประเทศไทย เพราะรัชกาลที่ ๕ ภายหลังเสด็จประพาสยุโรป ๒ ครั้ง ได้โปรดเกล้าฯ ให้นําระบบ การจัดการน้ําของเนเธอร์แลนด์มาเป็นต้นแบบในการวางแผนขุดคลองรังสิต คลองระพีพัฒน์ พร้อมทั้งคลองซอยต่าง ๆ ที่ครอบคลุมจังหวัดปทุมธานีฝั่งตะวันออกและบางส่วนของ จังหวัดนครนายก นับเป็นเวลาประมาณร้อยปีมาแล้วที่ประเทศไทยได้มีการจัดการน้ําของ เนเธอร์แลนด์มาประยุกต์ใช้ รัชกาลที่ ๕ ทรงรับสั่งว่าพระองค์ไม่เสียดายพระราชทรัพย์ ในการที่จะขุดคูคลองและโปรดให้มีการขุดคูคลองตลอดรัชกาล

ที่ท่านเห็นนั้นก็คือภาพของอําเภอหนองเสือนะครับ ซึ่งเป็นคลองแอก ประมาณคลอง ๘ ข่าวออกมาว่าน้ําท่วมหมด ไม่จริงละครับ นี่คือภาพวันที่ ๘ พฤศจิกายน อําเภอหนองเสือตั้งแต่คลอง ๘ คลอง ๙ คลอง ๑๐ ขึ้นไปนั้นน้ําไม่ท่วม สวนผลไม้ ยังเหมือนเดิม นาข้าวยังเหมือนเดิมครับนี่คือพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ ๕ ที่ได้ทรงมอบให้กับพวกเรา ดังนั้นน้ําท่วมและภัยแล้งนี่นะครับหรือน้ําแล้งคือปัญหาที่ เชื่อมโยงกัน ถ้าเราเร่งไล่น้ําออกลงทะเลโดยเร็วทั้งหมด อีกไม่กี่สัปดาห์เมื่อหลังฝนหมด เราก็จะเจอกับภาวะน้ําแล้ง

ผมขอเสนอข้อมูลน้ําจืดสักนิดหนึ่งครับโดยย่อ ๒ ใน ๓ ของเปลือกโลก ปกคลุมไปด้วยน้ําก็จริง แต่ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ของน้ําที่ปกคลุมโลกนั้นก็คือน้ําเค็มหรือน้ําทะเล ที่กระจายอยู่ในทุกทะเลมหาสมุทร น้ําจืดที่มนุษย์ต้องการในการอุปโภคบริโภค ในชีวิตประจําวันนั้นมีเพียงแค่ร้อยละ ๓ เท่านั้นของน้ําทั้งโลก ข่าวร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ในร้อยละ ๓ ของน้ําจืดที่มีอยู่นั้น ร้อยละ ๒.๕ หรือประมาณ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ของน้ําจืด ทั้งหมดนั้น มนุษย์ไม่สามารถนํามาใช้ได้ทันทีหรอกครับ เพราะน้ําจืดเหล่านี้กระจายอยู่ใน ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ ธารน้ําแข็งบนเทือกเขาสูงและภูเขาน้ําแข็งที่ลอยอยู่ในทะเล น้ําจืดที่มนุษย์สามารถใช้ได้นั้นมีอยู่เพียง ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ําทั้งโลกเท่านั้นเอง คือ ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของน้ําจืดทั้งหมด แต่ใน ๑๗ เปอร์เซ็นต์นี้ ๒ ใน ๓ ก็กลายเป็น น้ําใต้ดิน ซึ่งต้องขุดเจาะบ่อบาดาลขึ้นมาเพื่อเอามาใช้ ท่านจะเห็นได้ว่าในอดีตนั้นกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกได้ขุดเจาะน้ําบาดาลมาใช้เกินปริมาณจนกระทั่งทําให้แผ่นดินทรุด เป็นต้นว่า บริเวณแถวรามคําแหง แล้วก็เขตบางกะปินั่นแหละครับ น้ําผิวดินที่กระจายอยู่ในทะเล ในทะเลสาบ แม่น้ําลําคลองที่มีปริมาณน้อยมากคิดเป็นเพียงแค่ประมาณ ๑ ใน ๑๐๐ ส่วน ของ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของน้ําทั่วโลกเท่านั้นเอง ในปัจจุบันนี้มนุษย์ได้ใช้น้ําจืดประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อการเกษตร ๒๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อการอุตสาหกรรม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อการอุปโภคบริโภค น้ําจืดทั่วโลกประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านเมตริกตันจะไหลลงสู่ทะเล มหาสมุทรในแต่ละปีและกลายเป็นน้ําเค็มไป การจัดการน้ํา การวางผังประเทศ การกําหนด โซนนิ่ง (Zoning) ของการใช้ที่ดินจึงมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ถึงเวลาแล้ว ละครับที่เราต้องมองทั้งระบบ และเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะขณะนี้ผังเมืองรวมของ ประเทศไทยนั้นน่าเสียดายมากครับ มีไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านอาจจะไม่เชื่อ เรื่องนี้ในสมัยที่ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เคยขอให้กรมการผังเมืองดําเนินการอันนี้ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๓ ปี แต่ก็ปรากฏว่าทําได้ปีเดียวก็ถูกระงับยกเลิกไป

ท่านประธานครับ โลกของเรานั้นเก่าแก่ถึง ๔,๖๐๐ ล้านปี สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ เกิดขึ้นดํารงอยู่และสูญพันธุ์ไปจํานวนนับไม่ถ้วน มนุษย์คือพวกเราทั้งหลายนั้นมีวิวัฒนาการ อยู่บนโลกนี้เพียงแค่ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ปีเท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าสั้นมากเมื่อเทียบกับอายุ ของโลก มนุษย์จึงอาจจะถูกลบออกจากเปลือกโลกวันใดก็ได้ที่เราไม่สามารถปรับตัวให้เข้า สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ดังเช่น ไดโนเสาร์ เสือเขี้ยวดาบและสมันที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ผมจึงขอจบการอภิปรายโดยการฝากข้อคิดว่ามนุษย์คือพวกเราทั้งหลายนั้นไม่ได้อยู่เหนือ ธรรมชาติ เราเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เราจึงดํารงเผ่าพันธุ์ต่อไปไม่ได้ ถ้าเราดําเนินชีวิตในรูปแบบที่ฝืนธรรมชาติ เราควรเคารพธรรมชาติ ปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ เรียนรู้และเข้าใจกฎธรรมชาติครับ อยู่กับธรรมชาติครับ อยู่ใต้ธรรมชาติ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านธานี เทือกสุบรรณ ๕ นาทีครับ

นายธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบ อุทกภัยน้ําท่วมในครั้งนี้

ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทยถึง รัฐบาลนะครับว่าการช่วยเหลือครั้งนี้รัฐบาลได้บริหารราชการช้าไปนิดหนึ่ง แต่ว่าก็ยังดี ที่รัฐบาลก็ได้ไหวตัวทันแล้วก็กลับมาดําเนินการ ท่านประธานครับในต่างจังหวัดองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่รัฐบาลประสานไป ทุกจังหวัดพร้อมที่จะมาช่วยเหลือรัฐบาลในการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่การประสานของรัฐบาลเมื่อออกเป็นหนังสือสั่งการแล้ว หนังสือสั่งการบางฉบับไม่ได้สั่งการจากผู้ที่มีอํานาจจริง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ไม่สามารถที่จะมาเบิกจ่ายได้นะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญ แต่ที่ผมอยากจะเสนอแนะ ท่านประธานผ่านไปรัฐบาลก็คือการประสานงานแต่ละจังหวัดให้กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการใดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้รวบรวมเครื่องมือเครื่องจักรกําลังคนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ในจังหวัดและขึ้นมาช่วยเหลือรัฐบาล โดยรัฐบาลต้อง จําเพาะเจาะจงไปให้ชัดเจนเลยว่าจังหวัดไหนมาช่วยเขตไหน เช่นว่า ให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาช่วยเขตทวีวัฒนา หรือไม่ก็ ๒ จังหวัดมาช่วยต่อ ๑ เขต เพราะว่าขณะนี้มีเขตที่ประสบ อุทกภัยที่น้ําท่วมจริง ๆ ประมาณ ๑๕-๑๖ เขตเท่านั้นซึ่งสามารถที่จะมาช่วยได้ เพราะในท้องถิ่นทุกจังหวัดเลยจะมีทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ ถ้ารวมของทุกท้องถิ่นมาในแต่ละ จังหวัดจะมีประมาณ ๒๐-๓๐ คัน ในท้องถิ่นก็จะมีรถบรรทุกน้ําที่จะมาช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน ในท้องถิ่นก็ยังมีรถสุขาเคลื่อนที่ที่จะมาช่วยได้ และบางทีก็มีสุขาเคลื่อนที่ ไม่เป็นรถนะครับ ยังมีเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น รถแบคโฮ (Backhoe) ขนาดที่มุมยาว เพื่อที่จะมาช่วย กทม. ในการเอาขยะออกจากปากท่อต่าง ๆ โรงสูบน้ําต่าง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ

นอกจากนั้นเรือหางยาว เรือท้องแบนในท้องถิ่นต่าง ๆ ก็มีมากมาย ผมก็อยากจะฝากว่าให้รัฐบาลได้สั่งการไป แล้วก็ที่สําคัญที่สุดท้องถิ่นอยากมาครับ ท่านประธานครับ แต่ว่าท้องถิ่นเหล่านั้นเขาต้องอาศัยงบประมาณ งบประมาณของเขา ซึ่งมีจํากัด ถ้ารัฐบาลมีน้ําใจแล้วก็ให้สั่งการและทํางานได้แน่นอน ผมว่ารัฐบาลบอกเป็นนัยไป เลยครับว่าท้องถิ่นไหน จังหวัดไหนที่มาช่วยรัฐบาลจะคืนเงินให้ไปในงบอุดหนุน เพื่อที่เขา จะได้เอาเงินของเขามาช่วยเต็มที่ก่อนและกลับไปก็จะไม่มีปัญหาต่อสภาท้องถิ่นนั้น ๆ หรือต่อจังหวัดของเขานะครับ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ทําได้ เพราะว่าในงบประมาณที่รัฐบาล ได้ทําในงบประมาณแผ่นดินที่ผ่านไปเมื่อวานนี้ผมดูแล้วนะครับ มีงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ซึ่งรัฐบาลทํามากกว่าปกตินะครับ อันนี้แหละสามารถที่จะเอาไปและจ่ายคืนให้กับ อบจ. หรือท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ต้องมาจ่ายได้ ผมว่าเรื่องนี้ก็จะทําให้รัฐบาลสามารถทํางานได้ ผมยกตัวอย่างครับท่านประธานครับ เมื่อคราวที่เกิดสึนามิที่จังหวัดพังงา ผมเป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ขณะนั้นนะครับ ท่านอธิบดีสาโรช ขอโทษครับ ที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้กรุณาวิทยุสั่งการให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปช่วยจังหวัดพังงา ให้จังหวัดชุมพรไปช่วยจังหวัดระนอง ให้จังหวัดนครศรีธรรมราชไปช่วยจังหวัดภูเก็ต ให้จังหวัดสงขลาไปช่วยจังหวัดกระบี่ เป็นต้น ทําให้เราสามารถไปทํางานได้ และผมก็ยืม เครื่องมือของทุกหน่วยงานในจังหวัดไปช่วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานที่อยากจะฝากไปก็คือ ฝากไปถึงท่านประชาครับ ตํารวจครับ ผมไปช่วยเหลือน้ําท่วมครั้งนี้ตํารวจอยากช่วยเหลือมากครับ แต่ตํารวจ ไม่มีเครื่องมือ ตํารวจไม่มีกําลัง มีแต่กําลังคน ทั้ง ๆ ที่บ้านของตัวเอง แฟลตตํารวจของตัวเอง ถูกน้ําท่วม ลูกเมียตัวเองไม่รู้อยู่อย่างไร เขาก็ได้ไปยืนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนะครับ ฝากว่าให้งบประมาณไปกับตํารวจเพิ่มหน่อย ให้เขาได้มีกําลัง มีเรือ นอกจากมีเรือแล้วต้องมี น้ํามันเรือครับท่านประธาน ตํารวจหายืมเรือมาจากไหนก็ได้ แต่ว่าน้ํามันเรือต้องให้เขาครับ ผมก็อยากจะฝากท่านประธานว่าสิ่งหนึ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดําเนินการได้ และดําเนินการได้ทันทีก็คือให้บอกเขาไปเรื่องงบประมาณด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาที่วุฒิสภานะครับ วุฒิสมาชิกครับ ท่านภิญโญ สายนุ้ย ๗ นาทีครับ

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ มหันตภัย ภัยพิบัติน้ําท่วมในคราวนี้เกิดปัญหากับประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากว่า คนทั่วประเทศมีบ้านอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ท่านประธานครับ เหตุที่เกิด ภัยพิบัติถ้าย้อนกลับเบื้องหลังการถ่ายทํา ท่านปุระชัยก็ได้พูดอย่างละเอียดเมื่อกี้ ผมก็ได้ยืม ท่านมาหน่อยหนึ่ง และท่านธานีก็รวบรวมก่อนผม ทําให้ผมได้องค์ความรู้เพิ่มเติม ท่านประธานครับ เหตุที่เกิดภัยพิบัติที่สําคัญที่สุดก็เนื่องจากว่า พระผู้เป็นเจ้าได้กําหนด สุริยะจักรวาลให้อยู่อย่างที่เป็นอยู่ และเมื่ออยู่อย่างนี้แล้วฝนที่รวบรวมจากถิ่นอื่นมาตกที่ ประเทศไทยตอนเหนือไหลลงสู่อ่าวไทย อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมหันตภัยเกิดอย่างนี้ น้ํามาก อย่างนี้จะโทษใครก็ไม่ได้ และท่วมแน่นอน เพียงแต่ว่าในขณะที่น้ํากําลังจะท่วมนั้นได้มีการ เบี่ยงเบนน้ําไปในบางทิศทางที่เพื่อรักษาสิ่งสําคัญที่เป็นก่อสร้างหรือว่าเขตพระราชวัง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธานครับ น้ําต้องท่วมแน่นอน ไปไหนไม่พ้น เนื่องจากว่า น้ําทะเลหนุน โดยเฉพาะวันนี้ครับท่านประธาน ในขณะที่ผมกําลังพูดอยู่นี้ผมเข้าใจว่า ที่ถนนพระราม ๒ ถึงแล้ว ท่านประธานครับ ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาให้ไม่ท่วมได้ เนื่องจากว่า น้ํามาแล้ว น้ําทะเลหนุนด้วย วันนี้ขึ้น ๑ ค่ํา หลังลอยกระทงน้ําหนุนสูงสุดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะเก่งอย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าทําไม่ได้ที่จะให้มันพ้นภัยนี้ไปได้ น้ําที่รวม ออกแม่น้ําเจ้าพระยาก็ออกช้า จะเจาะถนนก็ไปได้ช้า ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดผลกระทบต่อ ประชาชนค่อนข้างที่จะมากเป็นพิเศษในรอบ ๑๐๐ ปีดังที่บางท่านได้กล่าวไปแล้ว

ในทางด้านที่สําคัญที่ผมจะลงลึกเพื่อที่จะไม่ซ้ําซ้อนกับท่านที่อภิปราย ที่ผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของการเยียวยา ในส่วนของทุกกระทรวงที่ได้ร่วมมือกันได้ ดําเนินการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทําให้บางท้องที่นั้น ไม่ท่วม ไม่น่าเชื่อว่าอยู่ติดเขตแม่น้ําเจ้าพระยาอย่างเขตเทศบาลนครนนทบุรี อันนี้เป็น ความสามารถของกลุ่มท่านนายกสมนึก ธนเดชากุล นะครับ ๔ ตําบลตรงนั้นไม่ท่วมครับ ตําบลท่าทราย ตําบลบางกระสอ ตําบลบางเขน ตําบลสวนใหญ่ ตําบลตลาดขวัญ อันนี้เป็นความสามารถครับ แต่ในเรื่องของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ดําเนินการ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการครับท่าน ไม่มีในคําสั่งเลยว่าให้ดําเนินการ อย่างไร แต่กระทรวงศึกษาธิการโดยสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สํานักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน แล้วก็สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนแล้วก็ สพฐ. ครับ หน่วยอพยพทั้งหลาย แล้วก็ที่สําคัญอีกหน่วยหนึ่งครับ หน่วยอิสระอย่างคุรุสภา และสํานักงาน สกสค. ครับ ได้เยียวยาร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ถึงแม้จะมีการดําเนินการของกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ตาม แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตนิดเดียวว่า ดําเนินการไปก่อน โรงเรียนดําเนินการไปก่อนนะครับ กระทรวงดําเนินการไปก่อน ไม่แน่ใจว่า จะเบิกงบไหน แต่เท่าที่สังเกตงบประมาณผ่านวาระหนึ่ง ไปนั้นมีงบกลางค่อนข้างเยอะ แต่ผมว่าคณะกรรมการที่พิจารณางบบกลางโดยผ่าน ครม. นั้น ท่านประธานครับ ฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ฝากถึง ครม. ว่าในการจัดสรรงบตรงนี้ที่จัดลงไปหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหลายนั้น บางหน่วยงานไม่มีคนจะทําอย่างไร เช่น พม. สํานักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ไม่มีคนทํางาน แต่ว่าเป็นหน้าที่ตรงที่จะเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อน จากภัยพิบัติในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ถึงแม้จะเกิดปัญหาอย่างไรก็แล้วแต่ มันก็จะต้อง เยียวยาไปให้ได้ถึงแม้จะได้น้อยได้มาก แต่อีก ๒ เดือนข้างหน้าผมเข้าใจว่าภัยแล้งจะเยือนมาอีก มันหมุนเวียนอยู่กับประเทศไทยไม่มีวันจบนะครับ ผมยังเข้าใจว่าเหตุสําคัญที่สุดที่เกิด ทําให้น้ํานั้นไม่สามารถที่จะไหลวนอย่างรวดเร็วได้นั้นเกิดจากว่าคลองคูทั้งหลายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นได้ถูกฝังกลบไปด้วยหมู่บ้านทั้งหลายที่ไปฝังกลบเพื่อสร้างหมู่บ้าน หลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลานี้น้ําท่วม น้ําเน่า แล้วก็ไหลลงทะเลคงไม่หมดคงขังอยู่ เป็นระยะเวลานานท่านประธานครับ อย่างไรก็แล้วแต่ผมฝากเป็นครั้งสุดท้ายว่างบประมาณ ที่ได้ไปนั้นจัดสรรให้หน่วยงานทุกหน่วยงานที่ได้สู้ ใจสู้และทําไปก่อนแล้วนะครับ เยียวยา ในทุก ๆ ด้าน อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะทั้งหลาย จึงฝากท่านประธานถึงรัฐบาล ให้ช่วยคิดเรื่องนี้โดยเฉพาะมีคณะกรรมการซึ่งทางท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งไปแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านนรีวรรณ จินตกานนท์ ครับ

รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

เรียนท่านประธาน ดิฉัน รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ สมาชิกวุฒิภาควิชาการ ดิฉันขออนุญาตเรียนเสนอข้อคิดเห็นบางประการในเรื่องปัญหาภัยพิบัติอันเกิดมาจาก อุทกภัยที่เรากําลังพูดถึงกันในครั้งนี้ ดิฉันก็เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านนะคะ ก็ต้อง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับพี่น้องชาวไทยที่ท่านประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ต้องชื่นชมทุกท่านที่ท่านมีความอดทนแล้วก็ต่อสู้นะคะ พวกเราเอง ก็ขอเป็นกําลังใจให้ทุกท่าน และขอเรียนว่าเพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภาหลาย ๆ ท่านก็ประสบ ภัยพิบัติเช่นเดียวกับทุก ๆ ท่านนะคะ

ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอความคิดเห็นบางประการ ดิฉันเห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดถึงเรื่องของการดําเนินงานที่จะต้องเป็นการดําเนินงาน แบบบูรณาการ การบริหารจัดการแบบที่มีการวางแผนแล้วก็มีประสิทธิภาพ การช่วยเหลือ ที่จะต้องทั่วถึง แล้วก็ข้อมูล การให้ข้อมูลที่ชัดเจนให้ประชาชนได้เข้าใจแล้วก็ไม่มีข้อมูล ที่ทําให้เกิดการสับสน ดิฉันอยากจะขอเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องของการที่จะให้ชุมชน มีส่วนร่วมนะคะ ปัจจุบันนี้เราทราบดีว่าชุมชนของเรามีความเข้มแข็งแล้วก็มีชุมชนมากมาย ที่พอจะช่วยตัวเองได้ ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครรู้จักท้องถิ่นของเราเองดีกว่าคนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้น เพราะฉะนั้น ความช่วยเหลือต่าง ๆ ถ้าสามารถจะผ่านชุมชนโดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมย่อมที่จะเกิด ประโยชน์ การช่วยเหลือด้านอาหารถ้าสามารถที่จะส่งอาหารเข้าไปช่วยถึงชุมชน ถ้าชุมชนมี สถานที่ที่จะทําอาหารเองก็ให้ชุมชนรวมตัวกันเอง ดิฉันคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ชุมชนก็จะได้มีกิจกรรมที่จะทํา ไม่มีความเครียด ถ้าไม่มีสถานที่ก็สามารถที่จะมีส่วนร่วมได้ว่า จะต้องการกี่คน ดิฉันเชื่อแน่ว่าการกระทําอย่างนี้จะทําให้มีความทั่วถึงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การช่วยเหลือซึ่งจะคุมไปถึงเรื่องของการที่เราจะฟื้นฟูมีประสิทธิภาพแล้วก็ทําได้ อย่างรวดเร็ว ดิฉันอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอว่าน่าจะมีศูนย์ลงทะเบียนผู้ประสบภัยที่เป็น วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) แต่ศูนย์นี้คงจะต้องไปอยู่มาตั้งแต่ระดับชุมชน คือ จะต้องเป็นเครือข่าย จะต้องมีตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัด แล้วก็จนกระทั่งมาถึงส่วนกลาง แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าทางภาครัฐจะต้องกําหนดให้ ชัดเจนว่าจะต้องการข้อมูลอะไร และที่สําคัญเขาจะได้รับความช่วยเหลืออะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้คงต้องชัดเจนเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ และควรจะต้องมี การตอบเลยว่าถ้าท่านมาลงทะเบียนแล้วท่านจะได้รับคําตอบในเรื่องของการช่วยเหลืออะไร เมื่อไร ไม่ใช่ว่าให้ท่านมาติดตามเอาเอง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ดิฉัน อยากจะเรียนเสนอ นอกจากนี้แล้วอยากจะเรียนเสนอว่าการฟื้นฟูชุมชนในเชิงกายภาพ ถ้าหากว่าเราจะพิจารณาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถนน บ้าน ระบบระบายน้ํา ไฟฟ้าอะไร ทั้งหลาย ภาครัฐเตรียมข้อมูลให้ชุมชนว่าจะฟื้นฟูอย่างไรเพื่อที่จะให้ไม่เป็นการกันน้ํา จะฟื้นฟูบ้านอย่างไร จะมีแบบบ้านที่จะต้องเป็นไต้ถุนสูงหรืออย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ดิฉันคิดว่าภาครัฐจะต้องเตรียมไว้ให้ได้ สิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนเสนอก็คือว่าน่าจะมีการตั้ง ศูนย์กลางชุมชนในแต่ละชุมชน ซึ่งในสภาวะปกติศูนย์นี้ก็จะเป็นที่ประชุมที่ทํากิจกรรมต่าง ๆ แต่ในสภาวะของภัยพิบัติ ศูนย์นี้ต้องอยู่ในสภาวะที่พร้อม อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะให้ ประชาชนเข้าไปเป็นที่พักพิง เป็นที่อาศัยของประชาชนได้ ต้องมีอาหาร มีทุกอย่าง ที่จะพร้อม อันนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าจะเป็นประโยชน์

อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนฝากไว้สั้น ๆ ว่าอยากจะขอให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ รายย่อย พ่อค้าแม่ค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มักจะตกขอบอยู่เป็นประจํา คือผู้ด้อยโอกาส เด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ก็ขอความกรุณาทางภาครัฐได้กรุณาเตรียมไว้ให้ครบถ้วน ด้วยนะคะ นอกจากนี้แล้วอยากจะขออนุญาตเรียนเสนอว่าน่าที่จะได้มีการดูแลในเรื่องของ อาชีพในชุมชนด้วย เพราะว่าในบางครั้งเขาอาจจะยังไม่สามารถจะกลับไปประกอบอาชีพ เดิมของเขาได้ จะมีการอบรมเสริมอาชีพระยะสั้นอย่างไร ทั้งนี้ ขออนุญาตเรียนว่าต้องให้เป็น การทําอย่างทั่วถึงนะคะ การฟื้นฟูทั้งเชิงกายภาพและเชิงเศรษฐกิจ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนเสนอว่าถ้าให้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย ตลอดจนโรงเรียน สถาบันการศึกษาระดับสูงทุกระดับทั้งหลายก็สามารถที่จะ ระดมสรรพกําลัง แล้วนักศึกษาเองก็พร้อมที่จะออกมาช่วยและเป็นการสร้างจิตสํานึก ให้นักศึกษาได้ทําประโยชน์เพื่อสังคมด้วย

ในประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันคิดว่าดิฉันอาจจะมีเวลาที่จะเสนอ ก็คือการวางแผน ระยะยาว ดิฉันเห็นด้วยว่าจะต้องมีการวางแผนระดับชาติที่จะเป็นการวางแผนเชิงบูรณาการ ที่จะป้องกัน และเห็นด้วยที่จะต้องมีการบริหารจัดการน้ําเชิงบูรณาการเช่นเดียวกัน ในส่วนที่ ดิฉันอยากจะเสนอก็เช่นเดียวกันก็จะเน้นที่ชุมชน ดิฉันขอเรียนเสนอว่า ให้พิจารณาศูนย์ภัยพิบัติระดับชุมชน เพื่อที่จะช่วยปฏิบัติการระดับเล็ก ในท้องที่ และในขณะเดียวกันก็ขออนุญาตว่าให้แผนป้องกันภัยพิบัตินี้ได้รับการเผยแพร่ ให้กับชุมชนทุกชุมชน เพื่อที่ชุมชนจะได้เกิดการตระหนักมีความรู้ แล้วก็เตรียมตัวที่จะรับกับ ภัยพิบัติได้ทันสถานการณ์ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ครับ

นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสาคร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดสมุทรสาครขณะนี้มีอุทกภัย อย่างใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีจังหวัดมา จริง ๆ แล้วสิ่งที่จังหวัดสมุทรสาครประสบในวันนี้ และขณะนี้เป็นเพราะว่าการบริหารจัดการทั้งฝ่ายรัฐบาลและทางฝ่ายกรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีการประสานงานที่ดี ยกตัวอย่างง่าย ๆ ขณะนี้อําเภอกระทุ่มแบนโดยเฉพาะ ตําบลอ้อมน้อยมีน้ําอยู่เต็มพื้นที่ครับ อําเภออ้อมน้อยอยู่ติดกับเขตหนองแขม กทม. ติดต่อ กับเขตทวีวัฒนา แต่ไม่มีการประสานงานที่ดีเลยเพราะว่าต่างคนต่างทํา นี่คือจุดที่ทําให้ เกิดปัญหา แล้วก็จริง ๆ แล้วผมไม่โทษทางรัฐบาลหรือโทษใครนะครับ แต่ผมอยากจะให้ มีการประสานงานที่ดี เพราะการประสานงานที่ดี เนื่องจากเราขาดอยู่ ๔ อย่างนะครับ

สิ่งแรกก็คือข้อมูล ข้อมูลในการนําเสนอให้ประชาชนแต่ละพื้นที่ทราบ แล้วผมทราบว่าอุทกภัยนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมนะครับ แต่ขณะนี้เดือนพฤศจิกายน เป็นเวลาหลายเดือน น้ําเริ่มไหลจากที่สูงมาที่ต่ํา คือจากเหนือลงมาใต้ ผ่านจังหวัดต่าง ๆ ผมก็ได้เห็นภาพของจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลอุทกภัยมาตลอดเวลาหลายเดือน แต่ไม่คาดว่า เมื่อมาถึงจังหวัดสมุทรสาคร เราก็ประสบภัยเช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ ขณะนี้ น้ําในจังหวัดสมุทรสาครโดยเฉพาะตําบลอ้อมน้อยลึกถึงเมตรเศษนะครับ แล้วก็การที่จะ แก้ปัญหาต่าง ๆ ก็ทํากันแบบเรียกว่าเหมือนกับผักชีโรยหน้า เพราะว่าไม่มีผู้ที่จะมาจัดการ อย่างแท้จริง ทั้ง ๆ จังหวัดสมุทรสาครอยู่ใกล้กับแม่น้ําท่าจีน แม่น้ําท่าจีนอยู่ที่ อําเภอกระทุ่มแบน ห่างจากอ้อมน้อยไม่ไกล แล้วก็น้ําที่แม่น้ําท่าจีนก็ยังไม่มากเท่าที่ควร เมื่อวานนี้ผมก็ได้ไปเดินดูที่ริมแม่น้ําจีนเพราะเป็นวันลอยกระทง ก็ยังทราบว่า มีบางจุดน้ําไม่ถึงตลิ่งเท่าไร ซึ่งผมก็สงสัยว่าทําไมน้ําที่อยู่ในตําบลอ้อมน้อยทําไมรัฐบาล ไม่หาวิธีที่จะดูดหรือว่าผันสูบไปที่แม่น้ําท่าจีน ไม่ใช่ว่าแม่น้ําท่าจีนท่วมนะครับ บางตําบล ของอําเภอกระทุ่มแบนยังไม่ท่วมครับ เพราะว่าบางตําบลของอําเภอติดกับแม่น้ําท่าจีน เพราะเราขาดข้อมูลที่ดี และประสานงานกัน

อย่างที่ ๒ นั่นคือเครื่องมือ เครื่องมือจริง ๆ แล้วทางรัฐบาลน่าจะระดม เครื่องสูบน้ําจากภาคเอกชน จากภาคราชการต่าง ๆ ที่มีมาระดมสูบที่กระทุ่มแบนเพื่อลง แม่น้ําท่าจีน แต่ก็ไม่มีใครทํา ลําพังจะให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปสั่งมันเป็นเรื่องยากครับ เพราะว่ารัฐบาลเองอาจจะมองว่าก็ปล่อยให้เหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ที่ผ่านมาแล้วนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราไม่แก้ไขวันนี้ น้ําท่วมกระทุ่มแบนเป็นเดือนแน่นอนครับ

อย่างที่ ๓ คือเรื่องงบประมาณ ผมเองได้ลงในพื้นที่แล้วก็ได้เจอกับ ท่าน นายก อบจ. ท่านนายกเทศมนตรี ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตําบล แต่ละท่าน งบประมาณจํากัดมาก ๆ เราไม่สามารถที่จะดําเนินการอะไร เพราะว่างบประมาณเองเบิกแล้ว ไม่มีใครมาจ่ายนะครับ เขาก็ต้องพยายามทําให้ดีที่สุดนะครับ แล้วก็เหมือนกับแก้ปัญหา ไปวัน ๆ หนึ่ง

อันที่ ๔ ก็คือการจัดการที่ผมบอกแล้วว่าเราไม่มีการร่วมมือที่ดีเลย เพราะไม่มีเฮด (Head) จริง ๆ ที่จะไปแก้ปัญหา เพราะส่วนราชการต่าง ๆ ก็ต้องรอ ทางส่วนกลางสั่งมานะครับ อยากจะให้ทางรัฐบาลระดมให้ส่วนราชการทุกส่วนของประเทศ ช่วยกันนะครับ อย่างบางท่านเองก็ว่าตํารวจก็อยากจะช่วยแต่ไม่มีงบประมาณนะครับ ผมก็อยากจะให้ทางรัฐบาลพยายามที่จะประสานงาน เพราะท่านเป็นผู้สั่งได้ทุกเรื่องนะครับ แล้วก็พยายามทําให้เป็นเหมือนกับประสานทุกฝ่าย ผมคิดว่าเรื่องน้ําเป็นเรื่องที่เราไม่ว่าท่าน หรอกครับเพราะมันเกิดขึ้นแล้ว แต่เราติงท่านที่ว่าการแก้ปัญหาของท่านนี่นะครับ ท่านไม่ได้มองเลยก็มองเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ นะครับ จริง ๆ แล้วจังหวัดสมุทรสาคร เป็นจังหวัดสุดท้ายน้ําก็จะไหลลงสู่ทะเลแล้วนะครับ จริง ๆ แล้วน้ําทะเลหนุนผมคิดว่าปัญหา ที่ผมอยู่ไม่มีปัญหาเท่าไรหรอก ตอนนี้น้ําในแม่น้ําท่าจีนจริง ๆ ยังไม่เต็มเลยครับ แต่ว่าจุดที่ ใกล้ ๆ กับแม่น้ําท่าจีนน้ําท่วมเต็มไปหมดเลย แล้วน้ําก็ขังเพราะว่ามันเป็นที่ซึ่งไม่สามารถ ที่จะถ่ายต่อไปยังแม่น้ําท่าจีนได้ เนื่องจากทางภาคตะวันตกถ้าท่านดูทีวีแล้วจะทราบว่า ไม่มีคลองส่งน้ําที่จะลงแม่น้ําท่าจีนโดยตรงเลยนะครับ มีคลองราชมนตรีคลองจะสิ้นสุดถึง บางแคนะครับ จริง ๆ แล้วผมเรียนตรง ๆ ว่าปัญหานี้ถ้ารัฐบาลเอาจริงเอาจังโดยใช้ศักยภาพ ของท่าน ผมคิดว่าแก้ปัญหาในจังหวัดสมุทรสาครคงไม่ยากเพราะว่าเป็นจังหวัดสุดท้ายแล้ว ก็คิดว่าน้ําก็คงจะอีกไม่กี่วันก็หมดแล้ว แต่ว่าที่ยังขังอยู่ผมไม่ทราบว่าอีกกี่วันนะครับ เนื่องจากการระบายน้ําไม่ใช่มันไหลไปเองโดยธรรมชาตินะครับ มันติดที่ถนน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็เคยจะเสนอให้ตัดถนนพระราม ๒ บางส่วน ท่านเองก็ไม่ได้มองเลย เพียงแต่มองว่าปัญหาให้น้ําผ่านน้อย ๆ เพื่อให้มันจบไปนะครับ ผมก็ฝากให้ทางรัฐบาล ช่วยแก้ปัญหาให้จังหวัดสมุทรสาครด้วยนะครับ ขอขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

นายปรเทพ สุจริตกุล ครับ ท่านธีระ สุวรรณกุล ครับ

นายธีระ สุวรรณกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธีระ สุวรรณกุล วุฒิสมาชิก สรรหาภาคเอกชน ในวันนี้ผมได้มีโอกาสที่จะได้พูดถึง ๓ เรื่องที่ผมพยายามจะรวบรวมแล้วก็พูดให้อยู่ในเวลา ที่เหมาะสมนะครับ

ในเรื่องที่ ๒ ผมในฐานะที่ทํางานอยู่ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรมด้วยนะครับ ก็ได้เห็นความเดือดร้อนของพระภิกษุสงฆ์ ทั่วประเทศ ผมกําลังดําเนินการอย่างนี้ครับ คือให้ทางพระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศได้รวบรวม ความเสียหาย ตําแหน่งแห่งที่ของศาสนสถาน ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานอยู่ในส่วน โบราณสถานหรือเปล่านะครับ แต่เป็นส่วนของที่มีพระสงฆ์รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ได้รีบ รวบรวมรายชื่อแล้วส่งมาให้ท่านรัฐมนตรีเพื่อการพิจารณาแก้ไขปัญหา แล้วผมจะได้ติดตาม ทําหน้าที่วุฒิสมาชิกในกรรมาธิการติดตามการทํางานบริหารงานของท่านต่อไปครับ

ในส่วนเรื่องสําคัญอีกส่วนหนึ่งนะครับ ผมก็ได้ประสบด้วยตัวเองนะครับ ก็คือภาวะความเป็นผู้นําของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นส่วนใด ส่วนนิติบัญญัติ หรือแม้จะเป็น ผู้บริหารประเทศคือรัฐบาล ณ ปัจจุบัน ในเรื่องของศาสนา ผมอยากให้ท่านช่วยให้ ความสําคัญในเรื่องนี้ ผมทราบดีว่าทุกท่านและผมเชื่อนะครับว่าทุกท่านมีอยู่ในใจนะครับ คือเรื่องการปฏิบัติศาสนา คุณธรรม จริยธรรมได้ปรากฏออกมาจากการทํางาน จากการปฏิบัติหน้าที่ จากหน้าที่ที่ท่านรับผิดชอบยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ถึงแม้จะสร้าง ความเชื่อมั่นในระดับโลกยังไม่ได้ในขณะนี้นะครับ เนื่องจากปัญหาต่าง ๆ รุมเร้า ผมอยากให้ ท่านให้ความสําคัญในเรื่องดังกล่าว คือการมีสมาธิ มีสติ มีปัญญานะครับ ทุกศาสนาได้มี การแนะนําในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ท่านจะต้องเน้นย้ําตัวเองในเรื่องดังกล่าว แล้วท่านจะเห็น ทางนะครับว่าวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตัวท่านเองในฐานะผู้บริหารประเทศ ผู้นําประเทศจะใช้ ทางออกแบบไหนนะครับ ผมก็ได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ในการอภิปรายทั่วไป ของวุฒิสภา ต้องทํางานเพื่อชาติก่อนนะครับท่าน ผมเป็นคนรุ่นใหม่อาจจะอายุน้อยแต่ว่า มีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวพอสมควรนะครับ ความที่เราระลึกถึงประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตัวนะครับท่าน อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องพูดกันต่อไปครับ ไม่ว่าจะเป็น การทํางานแก้ไขปัญหาหรือการบูรณาการเพื่ออนาคตของประเทศต่อไป

ส่วนประเด็นที่ ๓ ผมมีเวลาอีกนิดเดียวครับ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ผังเมือง ชุมชนเมืองนะครับ ความสําคัญในเรื่องดังกล่าว ผมขออยากให้ท่านได้ช่วยพิจารณา เอกสารประกอบการพิจารณาการประชุมวันนี้นะครับ ในหน้าที่ ๖๖ และหน้าที่ ๗๔ จะเป็น เรื่องที่ทางรัฐสภาของเราได้ศึกษาผลกระทบต่าง ๆ แล้วก็ความสําคัญของการมีผังชุมชนเมืองขึ้นมา อย่างจริงจังนะครับ ผมทราบว่าทั้ง กทม. เอง ทั้งรัฐบาลในหลาย ๆ ยุคที่ผ่านมาก็มีผู้ที่เสนอ และมีผู้ที่เห็นความสําคัญ โดยเฉพาะโดยวิชาชีพของผมเองในขณะนี้ผมปฏิบัติวิชาชีพ สถาปนิก มีความรู้ความสามารถในเรื่องการวางผังชุมชนเมืองพอสมควรนะครับ สมาคมสถาปนิกสยาม สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยพร้อมแล้วนะครับ ผมได้ไปคุยที่จะให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าวโดยทางวิชาการ แล้วเมื่อไรนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีจะนําเข้าทําให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจังครับ ในโอกาสนี้เป็นโอกาสเหมือนกับ ผมจะเรียกว่าเป็นโอกาสสุดท้ายหรือเปล่านะครับ แต่ว่าผมขอยืนยันครับว่าในเรื่องดังกล่าวนี้ มีผู้ที่พร้อมจะทําและมีตัวอย่างออกมาให้เห็นแล้วนะครับ ในส่วนอื่น ๆ ผมจะได้ประสานงาน ถ้าท่านรัฐมนตรีต้องการในฐานะเป็นสถาปนิกวิชาชีพ สมาคมและสภาวิชาชีพดังกล่าว ที่พูดถึงพร้อมแล้วครับท่านรัฐมนตรีครับ แล้วก็ขอฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้กรุณา สร้างความเชื่อมั่น ในฐานะที่ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งผมยังไม่เห็นและยังไม่รู้สึกที่จะเชื่อมั่น ในความเป็นผู้นําของท่านนายกรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ - ๓ ๑ / ๑

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นรอบของสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ชื่อที่อยู่ที่ผมมี ๒ ชื่อนะครับ ไม่ทราบท่านสะดวกหรือพร้อมหรือยังนะครับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ กับท่านรณเทพ อนุวัฒน์ เชิญท่านเลยครับ

นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นนั้นกระผมต้องขอแสดงความเสียใจและขอเป็น กําลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย

จังหวัดชลบุรีนั้นเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ แต่อาจจะมีสภาพที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ รวมถึงกรุงเทพมหานคร และช่วงระยะเวลา ในการท่วมขังนั้นก็ไม่ยาวนานเท่า ซึ่งอําเภอพนัสนิคมและอําเภอพานทองเป็นพื้นที่ที่อยู่ใน เขตเลือกตั้งของกระผม ซึ่งปีนี้ก็โดนน้ําท่วมไปแล้ว ๔ ครั้งด้วยกัน สาเหตุเนื่องจากว่า อําเภอพนัสนิคมนั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม เป็นแอ่งกระทะ ไม่มีพื้นที่ซับน้ําซึ่งเป็นพื้นที่ ซับน้ําสาธารณะประเภทแก้มลิงที่จะรองรับน้ําจาก ๔ สายทางด้วยกัน ซึ่งสายทางแรกนั้น เป็นสายทางที่มาจากเขื่อนสียัดที่ระบายน้ําออกมาในหน้าฝน สายทางที่ ๒ นั้นเป็นสายคลอง ที่มาจากบ่อทอง-หนองใหญ่ทางด้านคลองป่าแดง สายทางที่ ๓ นั้นมาจากคลองสาริกาที่รับน้ํา มาจากหนองใหญ่-บ้านบึง ส่วนสายทางที่ ๔ นั้นเป็นสายทางที่มาจากคลองหลวงซึ่งรับน้ํา มาจากอําเภอบ่อทอง ผ่านเกาะจันทร์เข้าสู่พนัสนิคม ซึ่งกระผมต้องขอขอบพระคุณท่านอดีต รัฐมนตรีสนธยา คุณปลื้ม และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านวิทยา คุณปลื้ม ในอดีต ที่ได้ผลักดันงบศึกษาอีไอเอ (EIA) จนกระทั่งรัฐบาลชุดที่แล้วได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําคลองหลวง ที่พี่น้องประชาชนชาวอําเภอพนัสนิคมนั้นรอคอยมา ตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ ซึ่งก็มีคําถามว่าอ่างเก็บน้ําคลองหลวงแห่งนี้เมื่อสร้างเสร็จแล้วสามารถที่จะ แก้ปัญหาน้ําท่วมในเขตอําเภอพนัสนิคมได้หรือไม่ ผมต้องเรียนว่าคงแก้ไม่ได้ทั้งหมดนะครับ เนื่องจากว่าอ่างเก็บน้ําคลองหลวงนั้นรับน้ําเพียงแค่สายทางเดียว ซึ่งปกติน้ํา ๔ สายทางนี้ ก็ไหลมารวมกันอยู่ที่บริเวณท้องกระทะที่ตําบลไร่หลักทอง วัดโบสถ์ วัดหลวง ท่าข้าม เมื่อเอ่อล้นก็จะไหลเข้าสู่อําเภอพานทอง เข้าสู่แม่น้ําบางปะกงต่อไป ซึ่งแนวทางในการแก้ไข ก็คงจะต้องไปหาแก้มลิงที่รองรับน้ําจากคลองป่าแดงกับคลองสาริกา แล้วก็มาสร้างแก้มลิง เมื่อหาไม่ได้ก็ต้องขุดครับ เพราะว่าเนื่องจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้จัดหาพื้นที่ เอาไว้ ๔๑๗ ไร่ ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากจะให้รัฐบาลนั้นอุดหนุนงบประมาณในการขุดแก้มลิง ตรงนี้ แล้วก็อีกแห่งหนึ่งนะครับ ก็คือเป็นการหาแก้มลิง จัดสร้างแก้มลิงที่จะมารองรับน้ํา ที่มาจากคลองป่าแดง มาจากคลองสาริกาในพื้นที่ของอําเภอบ่อทอง อําเภอหนองใหญ่ แล้วก็อําเภอบ้านบึง ซึ่งทั้ง ๒ กรณีนี้ถ้าหากว่ารัฐบาลทําได้ปัญหาเรื่องของน้ําท่วมน้ําแล้ง ในเขตพื้นที่อําเภอพนัสนิคมก็จะหมดไป ส่วนในเขตพื้นที่ของอําเภอพานทอง เมื่อน้ําได้ ไหลล้นจากอําเภอพนัสนิคมเข้าสู่อําเภอพานทอง ถ้าหากว่านิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ขยายพื้นที่รับน้ําออกไป ๑๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่รับน้ําหายไป ๑๐,๐๐๐ ไร่ เราก็ควรที่จะต้อง สร้างแก้มลิงเพื่อมารองรับน้ําจากอําเภอพนัสนิคม เนื่องจากว่าทางระบายน้ําจาก อําเภอพานทองที่จะไหลไปสู่บางปะกงนั้นมีพื้นที่จํากัด เพราะฉะนั้นแล้วเราก็คงจะต้องมา สร้างแก้มลิงเพื่อรองรับน้ําจากพนัสนิคมเพื่อที่จะรอการผันไปสู่แม่น้ําบางปะกง ซึ่งก็จะเป็น การแก้ปัญหาในเรื่องของน้ําท่วม น้ําแล้งให้กับพี่น้องชาวอําเภอพนัสนิคมและ ชาวอําเภอพานทองต่อไป ก็ขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลด้วยครับ ขอกราบขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เมื่อกี้ประสานงานกับวิป (Whip) รัฐบาล ขออนุญาตเพิ่มเวลาในส่วนของกรุงเทพมหานครเป็น ๑๓ นาที ได้ตกลงกับ วิปไว้เรียบร้อยแล้วครับท่านประธานครับ

ท่านประธานครับ ผมในฐานะตัวแทนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทั้งหมด ๑๐ เสียงในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ซึ่งขณะนี้น้ําก็ยัง ท่วมอยู่นี่นะครับ ไล่ไปตั้งแต่ลาดกระบัง ข้าง ๆ ผมนี่ครับ ดอกเตอร์ธีรรัตน์ ข้างหลังผมนี้ก็ หลักสี่ครับ คุณสุรชาติ เทียนทอง คุณการุณ โหสกุล เขตดอนเมือง คุณอนุสรณ์ ปั้นทอง เขตบางเขน คุณอนุดิษฐ์ นาครทรรพ สายไหม แล้วก็เรื่อยไปจนถึงคุณพลภูมิ ที่บึงกุ่ม และคันนายาว คุณไพโรจน์ที่ลาดกระบัง แล้วก็คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ที่มีนบุรี รวมทั้งท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่ง แม้จะอยู่ในเขต ๕ ก็คือคุณลีลาวดี วัชรโรบล แต่ก็ได้รับ ภัยพิบัติครั้งนี้เหมือนกันครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีข้อเสนอดี ๆ ครับ ไม่อยากจะไปว่า ใครอีกแล้ว เพราะวันนี้มันต้องจับมือจับไม้ร่วมกันเดินทางไปพร้อม ๆ กันกับมหาอุทกภัย ครั้งนี้ครับท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตเลียนแบบพรรคฝ่ายค้าน วันนี้ผมจะขออนุญาต เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงาครับท่านประธานครับ เห็นฝ่ายค้านเขามีรัฐมนตรีเงา หลายคน ก็เลยอยากจะลองเป็นบ้างครับ ผมจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการแก้ไข ปัญหาในกรุงเทพมหานครนั้น ถ้าผมเป็นผู้ว่า กทม. เงานะครับ ท่านประธานครับ อันดับแรก ที่ผมจะทําก่อนเลยครับ จะตั้งใจฟังแล้วก็จะติดตามสถานการณ์น้ําที่ขณะนี้ ถ้าเราย้อนหลังไป ๓ เดือนที่แล้วท่านประธานครับ ผมจะไปดูที่ภาคเหนือ หรือไม่ก็เปิดโทรทัศน์ดูครับ หรือไม่ ก็ให้ที่ปรึกษากรุงเทพมหานครช่วยกันดูครับว่าภาคเหนือน้ํามันมามากมาน้อยขนาดไหน มาถึงจังหวัดตากหรือยัง กําแพงเพชรหรือยัง นครสวรรค์ ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานครเมื่อไร นี่คือวิธีคิดของผมแบบเด็ก ๆ ครับ แต่ท่านประธานครับ ที่ผ่านมา ๓ เดือน เราเฝ้าดูแต่ข่าวโทรทัศน์ครับ แล้วก็ลุ้นระทึกกันครับ คน กทม. ก็เป็นพวกตื่นทรายครับ ผมก็เป็นครับ ๒ เดือนที่แล้วคิดอย่างเดียวหาซื้อทรายที่ไหน วัน ๆ ไม่ต้องทําอะไรหรอกครับ นั่งตั้งกระสอบทรายกันไป เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ้ามีโอกาสนะครับท่านประธานครับ ผมจะส่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครับ ช่วยกรุณานั่ง บขส. สีส้มนี่ละครับไปดูหน่อย นครสวรรค์น้ําเข้ามาถึงหรือยัง ถ้ามันมาแล้วมัน จะท่วม กทม. ไหม แล้ววางแผนอย่างเป็นระบบครับ ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าท่านทําหรือไม่นะครับ แต่ถ้าเป็นผมผมจะทําแบบนั้นครับ และที่น่าแปลกใจก็คือว่าถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่า กทม. แล้วก็มี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ในพรรคเดียวกัน ผมจะเรียกมาปรึกษาทันทีครับ

เรื่องต่อมา ท่านประธานครับ ถ้าผมได้มีโอกาสบุญมาวาสนาส่งนี่นะครับ ผมจะสั่งเร่งเปิดประตูระบายน้ํากรุงเทพมหานครทุกตอนครับท่านประธานครับ ตั้งแต่ฝั่ง ทิศตะวันออกทําตั้งแต่ ๒ เดือนที่แล้วท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ผมขับรถไปที่ คลอง ๒ คลอง ๓ คลอง ๔ ครับ ผมไปจัดรายการวิทยุที่วิทยาลัยธัญบุรีท่านประธานครับ น้ําในช่วงเดือนตุลาคมต้นเดือนครับ กําลังสบาย ๆ คนนั่งตกปลากันชิว (Chew) ๆ ครับ ถ้าวันนั้นผมเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมสั่งเปิดประตูเรียบเลย ตั้งแต่ตะวันออก มีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง หนองจอก จัดเต็มไปแล้วท่านประธานครับ แล้วก็ค่อย ๆ ไหลรินน้ํามาเรื่อย ๆ ผ่านกรุงเทพมหานคร ผ่านอุโมงค์ยักษ์ที่ท่านผู้ว่าคนปัจจุบันโฆษณาไว้ นี่ละครับ ป่านนี้อยู่เดือนท่านประธานครับ น้ําในฝั่งตะวันออก โอ้โฮสบายครับลดระดับลง ถึงเวลาน้ําเหนือมามากก็ค่อย ๆ ผันผ่านคลองต่าง ๆ จะได้ไม่ต้องไปยืมเครื่องสูบน้ํา ท่านประธานครับ

ประเด็นต่อมาครับ ถ้าผมได้มีโอกาสเป็นผู้ว่าราชการ แล้ววันนี้ถ้าเผื่อผมเป็น ผู้ว่า กทม. เงานี่นะครับ ผมจะตั้งวอร์รูม (War room) กรุงเทพมหานครครับ ลดการกดดัน พี่น้องประชาชนที่จะไปรื้อคันกันน้ําบิ๊กแบ็กบ้าง ไปเปิดประตูระบายน้ําบ้าง เขตผมคลองสามวาเต็ม ๆ ท่านประธานครับ ท่วมมาตั้งแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ชาวบ้าน เครียดครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครบอกเขาไหมว่า ฝั่งตะวันออก ๒-๓ แขวงนั้นเป็นพื้นที่รับน้ํา มีหมู่บ้านไปปลูกกันเรียบร้อยท่านประธานครับ หน้าแล้งคิดง่าย ๆ ครับก็คือการปลูกบ้านในบึงบอระเพ็ดตอนน้ําแห้งนั่นเอง ถ้าอย่างนี้ ประชาชนรู้ใครจะบ้าไปซื้อละครับ อย่างนี้ กทม. ถ้าผมเป็นนะครับ ผมประกาศเลยเขตนี้ ท่านไม่ต้องไปอยู่กันเพราะเป็นบึงบอระเพ็ดแห้ง ๆ เดี๋ยวพอหน้าฝนน้ําท่วม อย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมจะทํานะครับ ถ้ามีโอกาสครับผมเสนออย่างนี้ครับ การจะแก้ปัญหาในพื้นที่ ประตูระบายน้ําท่านประธานครับ ผมมีจดหมายฉบับหนึ่งที่ถืออยู่นี่นะครับ ไม่ได้ให้ ท่านประธานดูครับ แค่ชูเล่น ๆ ครับ เป็นจดหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีลงนาม เปิดประตูระบายน้ําคลองสามวาเพิ่มอีก ๒๐ เซนติเมตรครับ สุดท้ายก็ไปให้สัมภาษณ์กัน สนุกสนาน นายกรัฐมนตรีไปตามใจม็อบ (Mob) นี่กรุงเทพมหานครนะ ถ้าจังหวัดปทุมธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมจะไปที่ประตูระบายน้ําคลองสามวาทันทีครับ วันนั้นผมไปท่านประธานครับโดนโห่ ถามผู้ว่า กทม. ไปไหน ผมบอกผมนี่ละ ผู้ว่า กทม. เงา สุดท้ายผมก็เรียนสายกับ ผู้หลักผู้ใหญ่ครับ บอกว่าท่าน ๑ ทางเลือก คือถ้าท่านไม่เปิดประตูน้ําคลองสามวานะครับ ประชาชนรุมฮือซึ่งจะจัดตั้งจากไหนอย่างไร นักการเมืองเกี่ยวข้องไม่รู้ แต่ประชาชนฮือ รื้อแน่นอนครับ พอรื้อเกิดอะไรขึ้นครับ ชาวบ้านก็เดือดร้อน อย่างนี้โยนให้รัฐบาลตัดสินใจ ได้หรือครับ กทม. ต้องช่วยกัน ถ้าผมมีโอกาสผมจะบอกเอาละครับท่านครับ ปัญหามีอยู่ ๒ อย่าง ถ้าไม่เปิดประตูระบายน้ําเพิ่มอีกเล็กน้อยลดความกดดัน ชาวบ้านรื้อคุมไม่ได้จะเอา แบบไหน ผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมก็ต้องตัดสินใจแบบนั้นครับ ลดความกดดันแล้วค่อย เจรจาครับ ตกลงอย่างไรแน่เป็นเรื่องของ กทม. หรือเป็นเรื่องของรัฐบาลครับ ก็ไม่ว่ากัน อีกครับ

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครมี ๕๐ เขต มีน้ําท่วม ๒๐ เขตครับ ๓๐ เขต ผอ. ทําอะไรครับ เอาละท่านอาจจะสั่งการก็ได้ แต่ถ้าเป็นผมเป็น ผู้ว่า กทม. ผมจะสั่งการเลยผู้อํานวยการเขต ๓๐ เขตผนึกกําลังเหมือนที่รัฐบาลทําแบบนี้ ละครับ ท่านไปประกบเขตที่มีปัญหา สามวามีปัญหาหนักเอา ๒ เขตที่ชั้นในที่จิบไวน์กัน สบาย ๆ เอามานั่งประชุมร่วมกันแล้วเอากําลังช่วยกันครับ เขตหนึ่งท่านประธานทราบไหมครับ มีพนักงานที่เป็นทั้งเจ้าหน้าที่ประจําและไม่ประจําประมาณ ๑,๐๐๐ คนครับ มีรถยนต์ หลายร้อยคันครับ มีสตางค์ครับ ส.ส. อย่างผม ๑ คนประชากร ๑๖๐,๐๐๐ คน ประชากร แฝงอีก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน สิริรวมแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ คน ผมเข้าไปวันหนึ่งท่านประธานครับ ๔ หมู่บ้าน โดยด่าตลอดครับ ไม่เห็น ส.ส. ไม่เห็น กทม. เป็นหน้าที่ของผู้ว่า กทม. สั่ง ผอ. เขต กําลังมีมากกว่าผม ผมมีรถปิกอัพ ๒ คันท่านประธานครับ มีลูกน้อง ๕ คน วันหนึ่งเข้า ๕ หมู่บ้านก็เพลียแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดผมมีโอกาสเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมจะสั่ง ท่านประธานมีคนประท้วงครับ

(นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ มีอะไรครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๓ ขออนุญาตประท้วง ท่านผู้อภิปรายนะครับ แล้วก็อยากจะให้ความคิดกับผู้อภิปรายด้วยว่าขณะนี้ เรากําลังอยู่ในรัฐสภานะครับ ไม่ใช่สภากรุงเทพมหานคร วันนี้เป็นการเปิดอภิปรายโดยรัฐบาล เพื่อที่จะเสนอแนะข้อคิดเห็นต่าง ๆ ให้กับรัฐบาล แล้วท่านที่กล่าวกระแนะกระแหน เปรียบเทียบว่าจะทําเหมือนรัฐบาลโดยมีผู้ว่าเงานะครับ ผมคิดว่ามันไม่ใช่ มันเป็น การกระแนะกระแหนมันเป็นการใส่ร้ายป้ายสีนะครับ ถ้าหากท่านประธานเตือนแล้วยังไม่ฟัง ผมคิดว่าท่านประธานก็ต้องให้โอกาสทางฝ่ายค้านได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข้อมูลที่บิดเบือน ในขณะนี้ ให้ประชาชนเข้าใจได้ถูกต้องด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ผมก็กําลังฟังอยู่นะครับ เชิญต่อครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผู้แทน กทม. เหมือนกันท่านประธานครับ ไม่ว่ากันครับ ถ้ามีโอกาสว่างเชิญคลองสามวานะครับ ผู้แทนน้อยไปนิดหนึ่งตอนนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมกําลังเสนอให้ท่านฟังนะครับว่า - ๓ ๔ / ๑

(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วง หรือครับ เชิญครับ ทีละท่านนะครับ ท่านข้างหลังท่านการุณนั่งก่อนครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอเรียนท่านประธานว่าเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ได้ประท้วงไปในข้อ ๔๓ ของการประชุมร่วม ผมอยากให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ เพราะเหตุว่านอกจากเสียดสีแล้วยังมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลซึ่งอยู่ภายนอก คือท่านผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานคร ท่านไม่มีสิทธิมาชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิด ท่านคิดว่าจะปล่อยให้ท่านผู้อภิปรายอภิปรายพาดพิงไปถึงบุคคลภายนอก ท่านประธาน ต้องให้โอกาสกับทางพรรคประชาธิปัตย์หรือตัวแทนที่สามารถจะชี้แจงให้กับท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครได้ในอนาคตต่อไป แต่ถ้าปล่อยให้ท่านผู้อภิปรายพูดไปแล้วถึงเวลาทางเรา ขอใช้สิทธิพาดพิงบ้าง ท่านไม่ให้พูด ผมคิดว่าจะเป็นการเสียหายกับบุคคลภายนอก เป็นอย่างยิ่งครับ อันนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ผมก็เข้าใจ ผมกําลังฟังอยู่นะครับ ขอท่านผู้อภิปรายช่วยกรุณาด้วยนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าท่านประธานจะบอกผมก็ยังไม่รู้จะบอกอะไรว่า กรุณาอะไรนะครับ คือผมก็พูดของผมปกติ ผมก็เพียงแค่เรียนว่าถ้าเกิดผมมีโอกาส

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ครับท่าน กรุณา หมายถึงว่า กรุณาหลีกเลี่ยงการพูดถึงบุคคลอื่นโดยไม่จําเป็นครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ วันนี้ใครก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง

(นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับ ผมวินิจฉัย ไปแล้ว ท่านมีอะไรครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เพิ่มเติมครับท่านประธาน ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากที่ผมประท้วงแล้วท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ เมื่อ สักครู่ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยแล้ว แต่ว่าท่านผู้อภิปรายได้พูดพาดพิงว่าให้ไปแถวเขต ของท่านนะครับ คันนายาว หรือคลองสามวา ประหนึ่งว่าเขตผมไม่ได้ประสบปัญหาน้ําท่วม เขตตลิ่งชันขณะนี้น้ําท่วมเต็มพื้นที่เหมือนกันนะครับ มีความรู้สึกเดียวกันนะครับ แล้วประชาชนก็ถ่ายทอดมาว่าความรู้สึกตรงนี้รัฐบาลไม่ได้มีความรับผิดชอบ ไม่ได้สนใจใยดี อะไรเลยครับ ตรงนี้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ ที่รู้สึกกับความเดือดร้อนตรงนี้ เหมือนกับเขตท่านเหมือนกัน ท่านกรุณาอย่าพูดเสียดสีนะครับ ขอบคุณมากนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เอาละครับท่านประธานครับ ผมจะไม่เสียดสีอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ จริง ๆ แล้วเป็น การอภิปรายมันก็ต้องมีการยกโน่นยกนี่บ้างเป็นธรรมดานะครับ แต่ถ้าท่านฟังแล้วก็ว่ากัน ตอนท้าย แล้วเดี๋ยวค่อยประท้วงกันอีกทีหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับต่อนะครับ เรื่องของ กรุงเทพมหานครผมกําลังบอกว่าถ้าเกิดผมมีโอกาสเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงา เหมือนที่ประชาธิปัตย์ก็ทําอยู่นี่ละครับ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน ผมก็อธิบายแล้วก็แนะนําว่า ควรจะทําอย่างไร เช่น กทม. ถ้าเกิดผมเป็นผู้ว่าราชการนะครับ มี ๕๐ เขต มีกําลังพล มีทั้งคน มีทั้งเงิน ผมจัดหนักไปแล้วท่านประธานครับ บอก ผอ. ๕๐ เขต ท่านเตรียมถุงยังชีพ ไว้เยอะ ๆ เตรียมทรายไว้เยอะ ๆ ท่านประธานรู้ไหมครับเกิดอะไรขึ้นครับ ประชาชน ๕๐ เขต ตื่นทรายทั้งจังหวัดกรุงเทพมหานคร สุดท้ายปลายทาง

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับข้างหลัง

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องประท้วงผู้อภิปรายครับว่าท่านกําลังเสียดสีทั้งบุคคลภายในและบุคคลภายนอก ซึ่งประเด็นตรงนี้ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่าคงไม่มีประโยชน์ที่เราจะมานั่งบอกว่า จะเป็นรัฐบาลเงา หรือ กทม. เงา เพราะวันนี้ในความเป็นจริงท่านก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝั่งรัฐบาล ซึ่งมีอํานาจมากกว่า กทม. อยู่แล้วนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมยังฟังอยู่เรื่อย ๆ นะครับ ขอบคุณครับ เชิญผู้อภิปรายว่าต่อครับ กรุณานิดหนึ่งเถอะครับ ไหน ๆ เราก็มาเรียบร้อย ดีแล้วนะครับ กรุณานิดหนึ่งเถอะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมก็อภิปรายตามปกติ ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นนะครับ ปี ๒๕๒๖ ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านจริงๆ ครับ ท่านเทียม มกรานนท์ น้ําท่วมตอนนั้นคนก็ลงไปที่ผู้ว่า กทม. ว่าแก้ไขปัญหาอย่างไร ไม่เห็นมีใครด่า รัฐบาลครับ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นท่านประธานครับ ผมกําลังจะจับมือร่วมกัน ท่านบอกผมเป็น รัฐบาลถูกครับ แต่ใน กทม. ผมเป็นฝ่ายค้านครับ ฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบการทํางานของ กรุงเทพมหานครเหมือนกันนะครับ เอาล่ะ ท่านประธานครับ เข้าประเด็นต่อนะครับ ถ้าผมมีโอกาสเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประธานครับ ผมจะไม่แถลงข่าวพร่ําเพรื่อครับ เขตผมอพยพมาแล้ว ๔ ครั้ง ท่านประธานครับ ชาวบ้านด่าเช้า กลางวัน เย็น อพยพ ๗ เขต ถ้าเป็นผมผมจะตั้งสติ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตประท้วงผ่าน ท่านประธานไปยังผู้อภิปราย ผมว่าท่านประธานต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปตาม ข้อบังคับครับ เขียนไว้ชัดเจนว่าข้อ ๔๓ ห้ามพาดพิงถึงบุคคลภายนอก และประเด็นที่ ๒ ท่านประธาน เนื่องจากผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิด เพราะฟังท่านผู้อภิปรายกําลัง ชี้นําในประเด็นที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลชุดนี้ประกาศตาม พ.ร.บ. บรรเทาสาธารณภัย มาตรา ๓๑ วันที่ ๒๑ ตุลาคม เท่ากับสิทธิความรับผิดชอบทั้งหมดในกรุงเทพมหานครอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ท่านมาโยนกล่าวหาผู้ว่าราชการการกรุงเทพมหานครไม่ได้นะครับท่านประธานครับ ดังนั้นถ้าท่านจะกล่าวหาต้องกล่าวหานายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อย่าให้ผมต้องถึงห้ามนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ อย่าพาดพิงเสียดสีนะครับ เชิญท่านอภิปรายให้อยู่ในเรื่องที่เรา คุยกันนะครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ถ้าปีหน้าพรรคเพื่อไทยลงสมัครผู้ว่า กทม. ผมจะให้ผู้ว่า กทม. ของ พรรคเพื่อไทยทําต่อไปนี้ครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับท่านประธานครับ ไม่ได้เสียดสีผู้ว่า กทม. คนปัจจุบันนะครับ

๑. ผมจะเร่งทําอุโมงค์ส่งน้ําขนาดยักษ์ เขียนบอกว่า เพื่อคนดอนเมือง หลักสี่ จตุจักรครับ ถ้าผู้ว่า กทม. ได้ของพรรคเพื่อไทยรับรองครับมันระบายน้ําได้ไม่ต้องนั่งเรือไป ทํางานครับ ในกรุงเทพมหานครนะครับท่านประธานครับ นอกจากนี้ผมจะยกมือยอมแพ้ อย่างนี้ให้กับรัฐบาล ท่านประธานครับ ว่าให้นายกรัฐมนตรีจัดการเด็ดขาดตั้งแต่ต้นไปเลย ท่านประธานครับ ตั้งแต่น้ํามันมาตั้งแต่จังหวัดตากนั่นแหละท่านประธานครับเพื่อจะได้ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ กรุงเทพฯ ไม่มีปัญหา กรุงเทพฯ อย่างโน้นอย่างนี้ อย่างนี้จะได้รู้ กันอย่างเป็นระบบ เวลาจะตั้งบิ๊กแบ็กจะได้สบายใจ เวลาจะเตือนภัยอะไรอย่างไร ก็อธิบายกันไปอย่างชัดเจนครับท่านประธานครับ

สุดท้ายที่เป็นประเด็นที่น่าสนใจก็คือถ้าผู้ว่า กทม. ปีหน้ามีการเลือกตั้งแล้ว เปลี่ยนคนเป็นของพรรคเพื่อไทย ผมจะบอกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในอนาคตของผมครับว่า ท่านกรุณาช่วยหน่อยเถอะ เลิกเล่นการเมืองสักพักได้ไหม ช่วยกรุณาจับมือกันแล้วก้าวไป พร้อม ๆ กันเหมือนเพลงพี่เบิร์ดเขาอย่างนี้ได้ไหม มันจะได้สบายใจท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นแล้วทุกวันนี้ฟังใครแน่ พอฟัง กทม. กทม. บอกว่าเดี๋ยวรอรัฐบาล ฟังรัฐบาลเดี๋ยว บอกรอ กทม. ท่านประธานครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีความรู้สึกว่าเพื่อนสมาชิกที่กําลังอภิปรายกําลังกล่าวให้ร้ายเสียดสีท่านประธานครับ เขากําลังเรียกร้องให้มีการจับมือกัน เลิกเล่นการเมือง แล้วก็มาดูแลประชาชน แต่สิ่งที่เขาพูด เขากําลังเล่นการเมืองท่านประธาน แต่กําลังจะมากล่าวหาพวกผมเล่นการเมือง มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องคุมการอภิปรายของท่านผู้นี้นะครับ ท่านผู้นี้อภิปรายอย่างนี้ ทําให้สังคมเข้าใจผิด และผมต้องย้ํานะครับ ท่านไม่ต้องมาอ้างว่าถ้าท่านส่งผู้ว่า กทม. ท่านต้องบอกว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์วันนี้เลย เพราะว่ามาตรา ๓๑ กําหนดไว้ชัดเจนว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องรับผิดชอบกรุงเทพมหานครทั้งหมด ไม่ต้องไปบอกคนอื่น บอกวันนี้ ต้องแก้วันนี้เลยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจิรายุครับ ผมยังไม่ได้ วินิจฉัยนะครับ ผมขอให้ท่านจิรายุปฏิบัติอย่างที่ผมได้ขอร้องนะครับ ขอความกรุณานะครับ อย่าให้ผมต้องใช้วิธีอื่นนะครับ ผมขอร้องว่ากรุณาอย่าเสียดสีกระทบกระทั่งนะครับ แล้วก็พาดพิงถึงบุคคลอื่นโดยไม่จําเป็นนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ถอนหายใจท่านประธานครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ ผมเสนอในฐานะถ้าเกิดใครก็แล้วแต่ จะเป็นผู้ว่า ก็มันเรื่อง กทม. ท่านประธาน แล้วจะไม่ให้พูดถึงผู้ว่า กทม. อย่างไรครับนี่ จะให้ ผมพูดอย่างไร เป็นผู้ว่าอะไรอย่างไรครับ มันเรื่อง กทม. ท่านประธาน แล้วผมเป็น ส.ส. กทม. หนักใจท่านประธานครับ น้ําท่วมมาเดือนครึ่ง ไปขอทรายผมเอารถไปตักทรายที่เขต ท่านประธานครับ ชาวบ้านมาขอยืมรถหกล้อไป ก็มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์นี่แหละครับ ไปโพสต์ (Post) ในเฟซบุ๊ก (Facebook) บอก จิรายุ ห่วงทราย เปลี่ยนนามสกุลผมให้ เรียบร้อยท่านประธานครับ ผมไม่อยากนามสกุลอื่นครับ เป็นนามสกุลของคุณปู่ คุณพ่อผมครับ เพราะฉะนั้นท่านไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นในท้องถิ่น การปกครองกรุงเทพมหานคร กับต่างจังหวัดไม่เหมือนกันครับ ผู้แทนโดนด่าตลอด แต่นักการเมืองท้องถิ่นก็คือ กรุงเทพมหานคร ผู้ว่า กทม. ผู้อํานวยการเขต รองผู้ว่า กทม. ท่านกรุณาพวกผมหน่อยสิครับ ทุกเขตเป็นหมดครับที่นั่งกันนี่หน้าดําคร่ําเครียดกันหมดครับ เพราะฉะนั้นผมเสนออย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้ากรุงเทพมหานครถ้าจะเป็นเขตปกครองพิเศษ ก็เอาละแก้กฎหมายกัน ในอนาคตก็ว่ากันไปครับ แต่วันนี้ท่านทํางานอย่างเป็นองคาพยพ เมื่อกี้ท่านบอกแล้วว่ารัฐบาลจัดการเบ็ดเสร็จนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบได้ ถ้าผมมีวิญญาณ ท่านประธานครับ โอ้โฮ ถ้าผมปลดได้ผมปลดตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ท่านประธานครับ รู้ไหมครับว่า กทม. เจ็บปวดขนาดไหน คือพวกผม ส.ส. กทม. คลองสามวา ชาวบ้านด่าใคร ไม่ได้ ไม่เห็นไปด่าเขตครับ ด่าแต่พวกผม ผมกําลังจะบอกว่าถ้าท่านมีงบประมาณ ในอนาคตนะครับ ท่านจัดไปเลย สรรพกําลังท่านมากกว่าพวกผม ผมเข้าวันละ ๔ หมู่บ้าน บ้านผมมี ๑,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๒ ปียังเข้าไม่ครบเลยท่านประธานครับ พอจะทําจะทําปุ๊บ รัฐบาลบอก กทม. อย่างนี้อย่างนั้น อย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อวานนี้รัฐบาลจัดคาราวาน ผมบอก ท่านช่วยกรุณาหน่อยครับ จัดครัวไปที่พื้นที่ผมหน่อย ได้ครัวภูเก็ตครับ ผมขอขอบพระคุณ พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตครับ ไปดูที่คลองสามวา อย่างนี้ถ้าเกิดอนาคตผู้ว่า กทม. ท่านทํางาน อย่างเป็นระบบได้ไหมครับ

(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านว่าอย่างไรนะครับ มีประท้วงครับ มีประท้วง เชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขอโทษผู้อภิปรายจริง ๆ ครับ ผมพยายามตั้งใจแล้วก็พยายามฟังเห็นท่านประธาน ได้กล่าวเตือนหลายครั้งว่าให้หลีกเลี่ยงการพูดถึงบุคคลภายนอก ๒. ให้หลีกเลี่ยงการเสียดสี บุคคลอื่น ตลอดเวลาจนถึงเมื่อสักครู่ก็ยังเอาอีกครับ บอกว่าถ้าผู้ว่า กทม. ถ้ามีปัญหาก็ให้ ปลด ๆ ไปเลย ผมฝากถามว่าแล้วอีกกี่จังหวัดที่ท่วมแล้วก็เอาไม่อยู่นายกรัฐมนตรีทําไม ไม่ออกไปเลยละครับ ถ้ารับไม่ไหวหนึ่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร แล้วอีกกี่สิบจังหวัด ถ้าจะเปรียบเทียบกันแบบนี้มันก็ไม่จบละครับ นายกรัฐมนตรีก็ต้องออกด้วยครับ ออกก่อน ด้วยครับ แต่ว่าถ้าด้วยเหตุด้วยผล ถ้าเจตนารมณ์ของการเปิดการประชุมในครั้งนี้ช่วยกัน สร้างสรรค์ก็ต้องพูดอีกแบบหนึ่งครับว่าจะช่วยอย่างไรคลองสามวา ท่านไปดูพื้นที่บ้าง หรือเปล่า ดูได้หรือเปล่าให้พวกเราไปช่วยไหม ยินดีครับ เขตที่ไม่ท่วมจะให้ไปจับมือกันไป ช่วยกันดูแลยินดีครับ ผมเชื่อว่าทั้งดอนเมือง ทั้งหลักสี่ ผมก็ทราบว่า ส.ส. พรรคเพื่อไทย ก็ทํางานหนักครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าคนที่อภิปรายอยู่นี้ในเขตนี้ได้ทําหนักเท่ากับเพื่อน ๆ หรือเปล่าถึงไม่ค่อยรู้ครับ ก็ช่วยกันหมดครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมไม่ต่อล้อต่อเถียงแล้วกันนะครับ เขาจะมารู้เรื่องดีกว่าเขตผมก็เกินไป ละครับ ดูเขตท่านให้ดีก็แล้วกันนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมทําทุกอย่างครับ นี่ครับ เจาะถนนออกก็ทํา คุยกับกระทรวงก็ทํา ทําทุกอย่างครับ แต่พอไปเจอป้าย กทม. อารมณ์เสีย เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ที่ผมพยายามพูด ผมไม่ได้ไปว่าอะไรนะครับ เพียงแค่เสนอแนะ ถ้าเกิดเป็นรัฐบาล ถ้าเกิด เป็นผู้ว่าคนใหม่ท่านควรจะทําอย่างนี้ ก็มันเรื่อง กทม. แล้วจะไม่ให้พูดถึงผู้ว่า กทม. ได้อย่างไร

สรุปใจความอย่างนี้ท่านประธานครับ กรุงเทพมหานครได้เงินอุดหนุนรัฐบาล ผมอภิปรายไปตอนงบประมาณครับ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ เป็นงบภายใน ของเขาอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ถุงยังชีพมันขาดแคลน หรืออย่างไรครับ ผมไปขอ ๒๐๐ ถุงที่เขต เขตให้มา ๒๐๐ ถุงไปแจกชาวบ้าน พอวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่บางคนนะครับ บอก ส.ส. จิรายุเอาไปหมดแล้ว อย่างนี้ท่านโถมงบเข้าไปสิครับ ท่านจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ทรายชาวบ้านอยากได้ ท่านจัดให้ครับ ประตูน้ําระบายน้ํา มีปัญหาท่านแก้ไขครับ ขุดลอกคูคลองไม่ใช่เพิ่งมาทํา ๒-๓ วันนี้ครับ ท่านต้องทําอย่าง ต่อเนื่อง คลองมันมองเห็นจากตาเปล่าได้อย่างไรครับ ก็ขุดจ้วงเข้าไปจะได้รู้ระดับมันมาก ขนาดไหน อย่างนี้กรุงเทพมหานครกรุณาทําครับ

สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ผมยังมีเจตนาที่ดีครับ ผมขอชมครับ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์บางคนนะครับ ไปช่วยผมแจกของครับ ไปในพื้นที่ผมบอกดี แล้วท่านไปช่วยกันเถอะ เพราะว่าผมไม่ไหวจริง ๆ พื้นที่มันกว้างมาก ทําไมละครับอย่างนี้ ไม่ใช่การจับมือที่ดีต่อกันหรือครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ที่ผมพูดเป็นข้อเสนอแนะ ถ้าท่านคิดว่าดีท่านเอาไปใช้ แต่ถ้าท่านคิดไม่ดีท่านก็บอกว่า เออ ผมมั่ว ผมเด็ก ไม่มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นวิธีคิดแก้ไขกรุงเทพมหานคร วันนี้ต้องจับมือกันแล้วครับ ไม่ต้องโทษรัฐบาล ไม่ต้องโทษผู้ว่า แต่ทําอย่างไรให้แก้ปัญหาร่วมกันครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

หมดเวลาแล้วครับ ฝ่ายรัฐบาลมีอีกไหมครับ ขณะนี้ไม่มีนะครับ ต่อไปจะเป็นรอบของสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ เชิญท่านโกวิทย์ ธารณา ครับ แล้วก็ต่อไปเป็นท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี นะครับ

นายโกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม โกวิทย์ ธารณา ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายเรื่องของวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดคือปัญหาน้ําท่วมครับ แต่ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานคนที่แล้ว คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นพรรคใดพรรคไหนผมก็จําไม่ได้แล้ววันนี้ เพราะมึนกับการ น้ําท่วม เพราะน้ําเสียมันเยอะ ไม่เปิดประชุมสภา ๓ อาทิตย์ หมายความว่าอย่างไรครับ สภาเป็นของผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๔ อาทิตย์แล้วครับ ปิดปาก พี่น้องประชาชนอย่างนี้ แล้ววันนี้จะมาเป่าผู้ว่า กทม. ของผม ผมไม่ว่าหรอกครับ เพราะว่า ใครทํากรรมบาปให้กับพี่น้องประชาชน ประชาชนรู้ครับ ตั้งแต่นครสวรรค์มาถึง กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นไข่แดงครั้งสุดท้ายซึ่งเก็บภาษีประชาชนมากที่สุด เลี้ยงคนทั้งประเทศ และคนอาศัยต่างจังหวัดที่มาอาศัยอพยพมาและมาทํามาหากินในกรุงเทพมหานคร ประชาชนแฝงอีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนครับ วันนี้ต้องอพยพไปสู่ถิ่นเดิม ไร้อาชีพ ร้องไห้กลับบ้าน รวมทั้งแรงงานต่างประเทศอีกเท่าไรครับ สูญเสียเท่าไรครับ ใครโกหกครับ ประตูน้ํา ๑๔ บานที่พังทลายนี่ใครทําครับ ฝีมือ กทม. หรือเปล่าครับ รั่ว ๒๐ จุด ใครทําครับ ๕ จังหวัดมาถึงนิคมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจพังทั้งระบบ อ๋อ ผู้ว่า กทม. ผมทําหรือครับ โอ้โฮ คงจะสะใจคนกรุงเทพฯ มากเลย น้ํานี่มาจนมหาศาลครับ กฟผ. ๑,๗๐๐ ครับ กรมชลประทานรวมแล้ว ๖,๐๐๐ ต่อวินาที มากรุงเทพมหานครด้วยความเร็วเป็นท่อนะครับ จากปี ๒๕๓๘ น้ําท่วมเพราะมันมีที่ไปครับ เพราะว่าการพัฒนาพื้นที่ยังไม่ถึงขนาดนี้ วันนี้มีถนนหนทางหมดแล้วครับ ทุกพื้นที่มีการพัฒนาตั้งแต่ ๒๕-๓๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีน้ําที่ไป ในกรุงเทพมหานครหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งตะวันออกซึ่งมีการพัฒนา หนองงูเห่า หรือการพัฒนาพื้นที่ดินเต็มอัตราศึก คือไม่มี วันนี้แก้มลิงหายแทบหมดแล้วครับ หมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นทุกจังหวัดเกิดขึ้นครับ สนามกอล์ฟเกิดขึ้นครับ การพัฒนาเมือง ทุกจังหวัดเกิดขึ้นอย่างมโหฬาร แต่การจัดการรัฐบาลครับไม่เคยเปิดเผยความจริงให้ กทม. เรื่องที่เกิดขึ้นจํานวนน้ําที่จะมาครับ และเวลาที่ท่านพูดนี่ครับเสียดสี กทม. ท่านรู้ไหมว่า กทม. ฝนตกเท่าไรครับ น้ําทะเลหนุนเท่าไรครับ อยู่เขตติดทะเลไหมครับ ท่านพูดเอาแต่ได้ นี่คือความเสียหายให้กับตัว กทม. ผู้ว่าผม ทุกอย่างครับ การอภิปรายต้องบอกความจริงครับ อย่าบิดเบือน เอาตัวเองของรัฐบาลเป็นนโยบายความผิดใส่กับผู้ว่า กทม. นะครับ ผมก็มี ฝั่งธนบุรีครับ มี ส.ส. ๑๐ คน แต่วันนี้ผมขึ้นรายชื่อบัญชีมาแล้วครับ รู้มาว่าฝั่งธนบุรี พื้นมันเตี้ยแบบเหมือนกับจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรีตลอดเวลา ท่านไปดูปัญหาครับ เขาไม่เคยจ้าง ม็อบมาเลยครับ เขาไม่มีขบวนม็อบแบบทุเรศ ๆ คือจัดม็อบมาตีกัน ให้การบริหารไม่ได้มีไหม วันนี้เขาอยู่แบบสงบครับ เขาเจียมตัวครับ เขารับปัญหาของ ประชาชนทั้งประเทศด้วยความทุกข์ยาก นี่คือสาเหตุใหญ่ของใครรู้ไหม ขบวนการคือ เกมการเมือง เอาเข้าจริง ๆ ตะวันออกทําอะไร เดี๋ยวประชาชนก็รู้ครับ มันหนีไม่พ้นครับ หนองเสือไม่มีน้ําครับ บางน้ําเปรี้ยวไม่มีน้ําครับ มันหมายความว่าอย่างไรครับ แล้ววันนี้น้ํา มันมาถึงแล้วครับมันจะไปสู่ทะเลมันจะไปที่ไหนต้องช่วยกันคิดว่าวันนี้จะเอาออกจาก กรุงเทพฯ อย่างไร ไม่ใช่มาเปรียบเทียบว่าวันนี้ กทม. กทม. แล้วจะรู้สึกครับ คน กทม. รู้สึกว่าที่ทํางานหนักให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพรรคใดพรรคหนึ่งข้างหน้าจะรู้สึกว่า คนทั้งประเทศจะจนขนาดไหน เพราะฝีมือใครครับ ครั้งที่แล้วใครเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ที่ใหญ่โตต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศครับ ปักษ์ใต้พัง ๓ จังหวัดภาคใต้พังเพราะอะไรครับ ก็เกิดจากสาเหตุพรรคไหนก็ไม่รู้ครับ แล้วแก้ตัวได้ดีนะครับ

(นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา อยากจะขอประท้วงท่านผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ ที่ท่านบอกว่า บางน้ําเปรี้ยวไม่มีน้ํา ท่านทราบได้อย่างไรครับว่าบางน้ําเปรี้ยวไม่มีน้ําครับ เพราะว่า บางน้ําเปรี้ยวคืออําเภอหนึ่งที่ผมดูแลอยู่ครับ และวันนี้ท่วมมากว่า ๒ เดือนแล้วครับท่าน ถ้าท่านจะอภิปรายผมขอกรุณาขออนุญาตช่วยเช็ก (Check) ข้อมูลนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

จบแล้วครับ

นายโกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

บางน้ําเปรี้ยวเกิดจากฝนนะครับ เหมือนกับทุกเขตไม่เกี่ยวกับน้ําท่วมนะครับ วันนี้น้ํา ยังไม่ไปครับ แล้วท่านสํารวจเลยครับว่า ๑. ค่าเอฟที (Ft) ของการที่ทุกจังหวัดมันจะมีคือ การไฟฟ้าครับว่าน้ําประตูไหนทํางานไม่ทํางานจะรู้หมดครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

หมดเวลาแล้วครับ เชิญนั่งครับ

นายโกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมมีเวลาครับ ผมมีเวลาต่อครับเพราะผมขอฝ่ายค้านของผมได้ครับ และเดี๋ยวไปตัดได้ครับ เพราะเป็น เรื่องใหญ่ของฝั่งธนบุรีเลยครับว่าวันนี้น้ําจะไปที่ไหน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ตกลงท่านจะจบหรือว่า จะต่อครับ

นายโกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมต่อได้ครับ และเดี๋ยวผมไปทะเลาะกันเองได้ พวกผมทะเลาะกันเองได้ครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดครับวันนี้น้ํา ฝั่งธนบุรีที่ท่านพูดทั้งหมดเป็นน้ําเน่าหมดแล้วครับมาจากที่อื่น และคําว่าคูคลองทั้งหมด วันนี้เราจะเสนอนโยบายคือวันนี้ถ้าจะทําจริง ๆ ครับ วันนี้คือจะให้ กทม. ในฝั่งธนบุรี กลับไปสู่ภาวะที่ปกตินะครับ ช่วยคือป้องอย่างเดิม แล้วก็จัดการน้ําไปสู่ระบบคือให้ไป ตามระบบคือยังมีคลองภาษีเจริญซึ่งเป็นคลองยาวที่สุดคือไปถึงแม่น้ําท่าจีนครับ จะได้เอา คลองภาษีเจริญเป็นที่ต้นครับ แล้วจริง ๆ นะครับผมไม่อยากให้เป็นเวรกรรมที่มีจริง กับธรรมชาติแล้วมาลงโทษแล้วรัฐบาลเสียหายหรอกครับ เพราะว่าทุกคนเจ็บปวดหมด วันนี้เป็นการเจ็บปวดของคนไทยทั้งประเทศถึงลูกหลานนะครับ และสิ่งเหล่านี้ไม่มีใคร ที่อยากจะสร้างกรรมหรอกครับ แต่อย่ามาลงโทษคนที่เขาเจ็บปวดที่สุดคือความยากจน ของคนไทยทั้งประเทศ คุณจะฟื้นฟูอย่างไรผมเห็นด้วย แต่วันนี้น้ําที่ยังอยู่ กทม. ทั้งหมด เพราะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนะครับ ทั่วโลกเขาจะมาลงทุนประเทศไทย เขาไม่รอความเจ็บปวดครั้งสอง ครั้งสาม แต่ถ้านักการเมืองทุกคนมีจิตวิญญาณที่ดีให้กับ สังคม ผมคิดว่าประเทศไทยไปได้ ถ้าคิดว่าวันนี้ยังคิดว่ามี ๒ ระบบ ก็คือการไปหาเสน่หาก็คือ ถ้าเป็นแดงถึงแจกของ ผมคิดว่ายังไปกันไม่ได้หรอกครับ อย่าไปคิดเสน่หาในเรื่องของว่า วันนี้นะครับปรองดอง อย่าให้คนทั้งชาติเลยครับต้องเจ็บปวดกับความยากจนไปอีกกี่ยุค กี่สมัย เพราะว่าทางการเมืองทั้งหมดทั้งระบบนะครับ สิ่งที่ผมจะอภิปรายสิ่งที่ดี ๆ นําเสนอ กับฝ่ายของรัฐบาลให้ไปปฏิบัติ เกือบแทบไม่มีแล้วเพราะว่าต้องป้องกันผู้ว่า กทม. ซึ่งทํางาน เหน็ดเหนื่อยเพื่อความเป็นระเบียบให้คนกลับไปสู่ภาวะปกติของประเทศ ทําอย่างไรครับ รัฐบาลช่วยบอกทางสภามาและช่วยกันมาบอกสักครั้งเถอะครับ ตัวท่านนายกรัฐมนตรี และตัวท่านเฉลิม อยู่บํารุง ที่เป็น ส.ส. ฝั่งธนบุรี จากงบประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่จะไปเยียวยากันอย่างไรในสิ่งที่ปรารถนาของทุกคน กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภา มากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ๕ นาทีครับ

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๘ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนที่กําลัง ประสบภัยอยู่ในขณะนี้ แต่ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นวันที่เราเปิดกว้างให้สมาชิก ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. หรือ ส.ส. ได้ระดมความคิดและความคิดเห็นต่าง ๆ ในการที่เราจะ แก้ปัญหาร่วมกัน เพราะว่าอุทกภัยเที่ยวนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เราด้วยซ้ําไป

ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่ตั้งแต่ในอดีตเราละเลย ในเรื่องของการแก้ปัญหาหรือวางแผนในระยะยาว ดังนั้นในปีนี้เราจะเห็นว่าปัญหาได้ร้ายแรง ๑ ใน ๓ ครั้งในประวัติศาสตร์ ครั้งแรกก็ประมาณปี ๒๔๐๐ กว่า ๆ ครั้งที่ ๒ ก็ปี ๒๕๓๘ ปีนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ ประกอบกับภาวะของโลกของเรานี้เปลี่ยนแปลงไป ภาวะโลกร้อน น้ําแข็ง ขั้วโลกละลาย และที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ ปรากฏการณ์ที่เขาเรียกว่าเอลนิโญ่ ลานิญ่า ที่ทําให้สภาพอากาศแปรปรวน ตรงนี้ส่งผลกระทบครับในเรื่องของสภาพอากาศของ บ้านเรา เราจะเห็นว่าเมื่อถึงฤดูฝนบางครั้งฝนก็ไม่ตกนะครับ หรือบางปีฝนตกมาก โดยเฉพาะในปีนี้ เรามีพายุเข้าเต็ม ๆ ๕ ลูก นกเตน แล้วก็อีก ๔ ลูก ที่ตามมา ดังนั้นเราจะเห็นว่าพายุทั้ง ๕ ลูกนี้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วก็กรุงเทพฯ ของเราในครั้งนี้ ตรงนี้ผมกราบเรียนครับว่า ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ไม่สามารถแก้ปัญหาได้หรอกครับ เพราะว่าเราขาดการแก้ปัญหาหรือวางในการแก้ปัญหา ระยะยาวให้กับประเทศชาติของเรา และที่สําคัญท่านประธานครับ แม่น้ํา ๕-๖ สาย ปิง วัง ยม น่าน ป่าสัก สะแกกรัง ทั้งหมดนะครับเรามีช่องลงทะเลอยู่แค่ ๓ ช่อง ก็คือแม่น้ําเจ้าพระยาตรงกลาง แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําบางปะกง แต่ว่าหลัก ๆ ที่เราใช้กันก็คือ แม่น้ําเจ้าพระยาสายเดียวเท่านั้น ดังนั้นผมขออนุญาตที่จะเสนอแนะ วันนี้ทุกฝ่าย ควรหันหน้าเข้าหากันครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักวิชาการ เอ็นจีโอ (NGO) ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทุกฝ่ายนะครับ งานนี้ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ เพราะว่าเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติขั้นร้ายแรง แต่ถ้าเราร่วมมือกัน เราช่วยกัน ผมเชื่อมั่นว่า ปัญหาต่าง ๆ ก็จะทุเลาลุล่วงไปได้

ในเรื่องของการแก้ปัญหาระยะยาวนั้นประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศ ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ต่ํากว่าระดับน้ําทะเล เขาสามารถที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของ น้ําท่วมเขาได้ เราน่าจะดึงเอาองค์ความรู้หรือวิธีการต่าง ๆ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ มาประยุกต์ใช้กับบ้านของเรา กับประเทศชาติของเรา แต่สิ่งที่ผมห่วงในเรื่องของงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้น ซึ่ง ๒ วันก่อนที่เราได้อภิปรายงบปี ๒๕๕๕ ไป เราจะเห็นว่าในงบปี ๒๕๕๕ นั้น มีข้อจํากัดอย่างมาก ๆ ในการที่จะแก้ปัญหาระยะยาวให้กับประเทศชาติของเรา ดังนั้น ขอฝากทางรัฐบาลครับ ในการที่เราจะหาเงินมาลงทุนแก้ปัญหาระยะยาว โดยเราอาจจะเอา เงินมาจากเมืองจีนแล้วค่อยผ่อนส่งเป็นสินค้าเกษตร ทําจีทูจี (G2G) เพื่อให้การแก้ปัญหานี้ เราทําได้ทันที เพราะปีหน้าน้ําอาจจะท่วมมากเหมือนปีนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าเรามาดู ในรายละเอียดเราจะเห็นว่ากรมชลประทานซึ่งเป็นกรมหลักเรื่องน้ําได้งบประมาณเพียงแค่ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือเพิ่มแค่ ๑,๔๐๐ ล้านบาทนี่ถือว่าน้อยไปนะครับ กรมน้ํา ก็เช่นเดียวกัน กรมพัฒนาที่ดินก็เหมือนกันครับ หรือแม้แต่กรมทางหลวงปีนี้ได้แค่ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ลดลง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่พอหรอกครับที่จะซ่อมแซมในเรื่องของ ถนนหนทางหรือสายหลัก กรมทางหลวงชนบท ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็น้อยไปครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับท่านประธานครับ เส้นทางสายหลักที่เชื่อมสู่ภาคอีสานมีอยู่แค่ ๒ ช่องทาง ช่องทางแรกก็คือทางหลวงหมายเลข ๒ ผ่านสระบุรี โคราช วันนี้วิ่งไม่ได้แล้วครับ อีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นทางที่ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราไปจังหวัดสระแก้ว ไปอําเภอโนนดินแดง อันนี้มีปัญหาอยู่ที่ช่วงหมายเลข ๓๔๘ ทางหลวงนะครับ บริเวณช่วงโนนดินแดง-โคคลาน ซึ่งเป็น ๒ ช่องจราจรไม่มีไหล่ทาง ฝากกรมทางหลวงให้ช่วยขยายเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนของภาคอีสานด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นรอบของสมาชิก วุฒิสภา ๕ ท่านนะครับ ท่านปัญญา เบญจศิริวรรณ ท่านประวัติ ทองสมบูรณ์ ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ท่านประสงค์ นุรักษ์ ท่านจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา นะครับ เชิญท่านปัญญา เบญจศิริวรรณ ท่านละ ๗ นาทีครับ

นายปัญญา เบญจศิริวรรณ สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายปัญญา เบญจศิริวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องอุทกภัยน้ําท่วมในวันนี้เป็นอิชชู (Issue) ที่ทุกคนให้ความสนใจ เป็นอย่างยิ่ง และสําหรับผู้ที่ประสบภัยพิบัติผมขออนุญาตร่วมแสดงความเสียใจด้วย และขอชื่นชมข้าราชการและผู้ที่มีจิตอาสา จิตสาธารณะที่ได้ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ําท่วม ในขณะนี้นะครับ

ผมคิดว่าประเด็นเรื่องการบริหารจัดการน้ําได้มีท่านผู้เชี่ยวชาญและผู้รู้ ได้พูดกันไปมากพอสมควรแล้ว และเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ให้คําแนะนําและเสนอ ความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย สําหรับในกรณีภัยพิบัติที่ในปัจจุบันไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แล้วก็ในต่างประเทศหลายประเทศ เช่นอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ดี ในประเทศจีนในขณะนี้ก็ผ่านมาแล้วนะครับ บังกลาเทศก็ดี หรือว่าญี่ปุ่นเขามีประสบการณ์ มากกว่าเรานะครับ การที่เราจะหาความร่วมมือกับทางประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อได้มีการ ดําเนินการที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้นก็จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ สําหรับประเทศเรานี้ในขณะที่ เกิดปัญหาขึ้นมาการตั้งศูนย์ไครซิส แมนเนจเมนท์ โอเปอเรชั่น เซ็นเตอร์ (Crisis Management Operation Center) ซึ่งควรที่จะตั้งขึ้นมาทันทีที่เมื่อเราได้ทราบว่า จะเกิดปัญหานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาแล้ว คือทุกภาคส่วนควรจะต้องรู้ว่า หน้าที่แต่ละคนจะต้องทําอะไร ไม่ใช่ว่าพอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ตั้งศูนย์ ศปภ. ขึ้นมาก็เริ่มสั่งการกันนะครับ ความจริงตั้งแต่สมัยสึนามิแล้ว หลังจากสึนามิแล้วมันก็ควรจะมีศูนย์อันนี้ตั้งขึ้นมาเป็น แผนป้องกันภัยพิบัติของชาติ ซึ่งผมเข้าใจว่าคงมีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้มีการซักซ้อมกัน หรือไม่ทราบว่าอย่างไร พอเริ่มเกิดปัญหาครั้งนี้ขึ้นมาก็เรียกว่าอาจจะต่างคนต่างก็ต้องรอ คําสั่งจากทางระดับข้างบนนะครับ ซึ่งความจริงเมื่อเกิดเรื่องนี้ใครจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไร แผนอพยพนี้มันควรจะต้องเซ็ทอัพ (Set up) ไว้อย่างดีแล้วนะครับ มีศูนย์ที่จะให้คนไปอยู่ ได้มีการคอมมูนิเคชั่น (Communication) จะต้องทําอย่างไร จะต้องเตรียมการอพยพอย่างไร แล้วศูนย์ที่ไปอยู่นี่จะต้องมีการดูแลอย่างดีนะครับ ก็เป็นเรื่องที่เป็นบทเรียนที่เราควรจะต้อง ใช้นํามาเตรียมการในโอกาสต่อไปนะครับ

สําหรับเรื่องของการดูแลป้องกันทรัพย์สินของประชาชนนี่นะครับ ในปัจจุบันนี้ก็มีการให้ประชาชนไปจอดรถกันบนทางด่วน ซึ่งผมคิดว่าควรจะหาสถานที่ให้ เขาไปจอดรถกันในที่มันปลอดภัย หาตํารวจอะไรไปดูแลเขาสักหน่อยก็จะช่วยป้องกัน

ในส่วนของตรงนี้ได้นะครับ ในส่วนของบูรณาการข้อมูลนะครับ อย่าง กทม. ก็ให้แจ้งเตือนภัยเป็นเขตไปนะครับ ซึ่งกว้างเกินไปครับ ผมคิดว่ามันน่าจะมีการเตือนภัย ที่มันแคบกว่านี้ให้รู้ว่าในแต่ละจุด เช่น เป็นสัก ๑ ตารางเมตร หรือ ๒ ตารางกิโลเมตร ในแต่ละบริเวณนี่ก็น่าจะให้ข้อมูลที่ดีกว่านี้นะครับ ในขณะนี้ทางเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสาร ในปัจจุบันก็ยังไม่มีการบูรณาการข้อมูลนะครับ เป็นศูนย์ดาตา เซ็นเตอร์ (Data Center) ที่จะเป็นจุดเป็น ดีลิฟเวอร์ ซอร์ส (Deliver Source) สําหรับคนทั่วไป อันนี้ก็อยากจะเสนอ ให้ทางกระทรวงไอซีทีให้บูรณาการข้อมูลให้ดีกว่านี้นะครับ ในโอกาสต่อไปหลังจาก ที่ในขณะนี้ก็คือเป็นเรื่องของการที่จะช่วยผู้ที่ประสบภัยในศูนย์อพยพทางด้านแพทย์ ก็ยังขาดแคลนอยู่ค่อนข้างมากนะครับ มีผู้ที่เป็นแพทย์ที่อยู่ในบริเวณที่ไม่มีปัญหาก็อยากจะ มาช่วยอยู่บ้างนะครับ จะมีทางอย่างไรที่จะให้ทางแพทย์ได้ช่วยใช้ระบบเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ (Teleconference) หรืออะไรที่จะทําให้ทางผู้ที่ประสบภัยหลังจากผ่านมาแล้วประมาณ ๔ อาทิตย์ขึ้นไปก็จะเริ่มมีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ขึ้นมานะครับ แล้วก็ตรงศูนย์ที่อพยพนี้ ก็ควรจะมีแพทย์ที่จะเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลนะครับ ให้โรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า มาช่วยนะครับ

กรณีปัญหาเรื่องของมวลชนแต่ละจุด ๆ การที่ไปทําลายกําแพงพนังกั้นน้ํา ทางศูนย์ควรจะมีนีโกชิเอเตอร์ (Negotiator) หรือว่ามีผู้ที่เข้าไปเจรจานะครับ เพราะว่า เขาก็เสียหายเดือดร้อนมานาน และเขาก็ต้องเป็นผู้เสียสละเพื่อที่จะป้องกันกรุงเทพฯ ชั้นใน ในลักษณะอย่างนี้ควรจะมีกลุ่มที่เป็นนักเจรจาที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาลเข้าไปเสนอ ให้ทางผู้ที่ประสบภัยเดือดร้อนมานานได้รับการเยียวยา ได้รับการดูแลเป็นพิเศษนะครับ

สําหรับในอนาคตบทเรียนครั้งนี้เราคงต้องได้มาหารือกันว่าจะทําอย่างไร ที่จะป้องกันปัญหาเช่นนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป ก็คิดว่าทางรัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาซึ่งเชื่อว่าคงจะได้บูรณาการข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็ใช้บทเรียนครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ขึ้นมาอีกในอนาคตนะครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประวัติ ทองสมบูรณ์ ครับ

นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา มหาสารคาม 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมดีใจครับ ที่เห็นรัฐบาลได้เสนอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในเรื่องของปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย ซึ่งก็คงจะเป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับในช่วงระยะเวลา ๓ เดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ น้ําท่วมภาคเหนือตอนล่างและลงมาถึงกรุงเทพมหานครในขณะนี้ และหลายภูมิภาคที่เกิด อุทกภัย ไม่ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ซึ่งคาดคิดว่าอาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว ใจจริงไม่อยากจะให้เกิดเลย ผมก็คงจะไม่ไปพูดถึงปัญหาที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะทุกท่าน ผมเชื่อมั่นว่าท่านทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี เราได้ทําทุกสิ่งทุกอย่างในการที่จะนําสิ่งของข้าวของออกไปแจกจ่าย ร่วมกับทุกฝ่าย ไม่ได้มีการแบ่งแยกว่าฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ สีนั้นสีนี้ เราทําเพื่อประเทศชาติ และประชาชนของเรา ซึ่งในเรื่องของปัญหาเรื่องน้ําอุทกภัยที่มันเกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งจากที่ ผมฟังและเราได้มีการพูดคุยตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมา แล้วก็ได้รับฟังคําชี้แจง จากท่านรัฐมนตรี และจากที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ นะครับ ๒ วันผมก็ฟังส่วนใหญ่ เรื่องน้ํากันทั้งนั้น โดยสภาพปัญหาแต่ละพื้นที่ แต่ละแห่ง ท่านก็อภิปรายโดยสภาพ และในปัญหาสิ่งที่มันเกิดขึ้น ความขัดแย้งอะไรต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ประสบอุทกภัย ในเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ผ่านสภาไปเมื่อคืนนี้ ผมก็ดีใจครับ เงินตั้ง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินงบประมาณ มหาศาล ถ้าหากคิดว่างบประมาณส่วนนี้จะได้ไปดําเนินการในการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน อีกระยะเวลาคงไม่เกิน ๖๐ วัน ๒ เดือน ๒ เดือนเศษ ๆ ก็คงจะได้มีการผ่าน ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราตั้งขึ้นมา แล้วก็ทางวุฒิสภาของเราก็คงจะได้พิจารณา ในขั้นตอนสุดท้าย ก็อยากจะเร่งรีบให้งบประมาณตัวนี้ผ่านไปโดยเร็ว เพื่อจะไปแก้ไขปัญหา บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่านประธานรัฐสภา ไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณทุกท่านก็คงจะทราบกันดี เมื่อถึงชั้นคณะกรรมาธิการ วิสามัญในการพิจารณา ท่านก็คงจะไปตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาอีก อาจจะ ๕ คณะ หรือ ๖ คณะ แล้วก็ติดตามตรวจสอบแต่ละด้าน แล้วก็ตัดเงินงบประมาณ เงินงบประมาณ ที่รัฐบาลเสนอเข้ามานี่ทุกปี ท่านอาจจะตัด ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ดีครับที่ทางกรรมาธิการวิสามัญท่านได้ทํางานอย่างขยันขันแข็ง แล้วก็รักษา ผลประโยชน์ในเชิงงบประมาณ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภานะครับว่า เงินในส่วนที่ตัดทอนลงมาแล้ว เงินงบแปรญัตตินี่ผมอยากจะฝากท่านจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งในความเป็นจริงว่า ส.ส. หรือ ส.ว. เราไปยุ่งเกี่ยวเรื่องเงินงบประมาณไม่ได้ เราไม่สามารถไปแทรกแซง ในการบริหารงานของกระทรวงต่าง ๆ ไม่ได้ แต่ในปีนี้มันเป็นปีที่วิกฤติครับ ผมอยากจะขอ เสนอแนะแนวทางในการที่จะนําเงินงบประมาณไปแก้ปัญหาในพื้นที่แต่ละจังหวัดที่มัน เกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ โดยไม่ได้บอกว่าทางซีกผู้แทนฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล หรือท่านจะได้ไป คนละกี่สิบล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๓๐ ล้านบาท อันนี้ผมคงไม่ได้ไปพูดถึงตรงนั้น แต่อยากจะฝากบอกว่า สมมุติว่าในจังหวัด ๆ หนึ่งมีผู้แทนราษฎร ๕-๖ ท่าน จังหวัดเล็ก จังหวัดน้อยหรือจังหวัดใหญ่ โดยเฉลี่ยกันในงบแปรญัตติที่ท่านได้ตัดออกไปแล้ว อาจจะได้ ประมาณสักจังหวัดละ ๕๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท ท่านสามารถเอาไปดําเนินการ โครงการใหญ่ ๆ ได้ขอร้องเถอะครับโครงการเล็ก ๆ ขุดลอกลําห้วยเล็ก ๆ ในตําบลในหมู่บ้าน ให้ อบต. ให้เทศบาลเขาทําดีกว่าครับ และทําถูกกว่าด้วย แล้วก็ดีกว่าด้วย ให้เขาตรวจสอบ กันเอง เราไปทําโครงการงบประมาณใหญ่ ๆ นะครับ ไปทําแก้มลิง ไปทําประตูระบายน้ํา ไปทําฝาย ไปทําระบบชลประทานอะไรต่าง ๆ นะครับ หรือในพื้นที่ใดที่มีความจําเป็น เร่งด่วนที่ท่านอยากจะไปแก้ไขปัญหาในจังหวัดนั้น ๆ โดยให้ประชาชนได้รับทราบนะครับ ผมก็อยากจะฝากทางท่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ประเทศไทยในอนาคตขึ้นมานะครับ จะเป็นคณะ กยอ. ก็ดี กยน. ก็ดีนะครับ เราตั้งขึ้นมามากมายเวลาบ้านเมืองมีปัญหา เราก็ตั้งกรรมการยุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ปัญหาขึ้นมาทุกครั้ง หลายครั้งที่ผ่านมา ผมก็ติดตามอยู่ตลอดว่ารัฐบาลชอบไปตั้งกรรมการขึ้นมา แต่ถ้าตั้งแล้วก็ต้องให้อํานาจ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนะครับ อยากจะให้มีข้อสรุปเพราะว่าสภาเราทั้งสภาล่าง สภาบน เราตั้งกรรมาธิการมาจนเหนื่อยแล้ว ในเรื่องปัญหาของบ้านเมือง โดยเฉพาะอุทกภัย ภัยแล้ง เหลืออีกสักไม่กี่เดือนก็ต้องพูดเรื่องภัยแล้งอีกแล้ว ผมไม่อยากจะให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น วนเวียนซ้ําซาก ถ้าหากว่าท่านแก้ไขอย่างเป็นระบบนะครับ ทุกท่านได้ศึกษากัน ผมว่าศึกษา กันมากพอแล้วทางสภาผู้แทนราษฎรผมฟังอยู่ตลอด ส.ว. เราก็ศึกษามา ๓ ปีเศษ ๆ ที่ผมศึกษาเป็นประธาน เป็นอนุกรรมาธิการอะไรต่าง ๆ ที่เราได้ข้อสรุปที่จะแก้ไขปัญหา ของบ้านของเมืองในเรื่องของระบบชลประทานก็ดี หรือระบบอุทกภัย ภัยแล้ง น้ําท่วมอะไร ต่าง ๆ ถ้าคิดว่าเรามีแผนแม่บทนะครับ อยากจะฝากทั้งท่านคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านเรื่องบริหารจัดการเรื่องน้ํานะครับ เรามีสภาอุตสาหกรรม เรามีสภาหอการค้า เรามีสมาคมธนาคารไทย ที่จะมาร่วมกัน แต่อย่างหนึ่ง ที่ทางคณะกรรมการไม่ได้พูดถึง นั่นก็คือสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เราผ่านกฎหมายจัดตั้งตาม พ.ร.บ. สภาเกษตรกรแห่งชาติ เมื่อต้นปี และขณะนี้เขาก็มีการเลือกตั้งไปแล้วนะครับ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนะครับ มีประธานอะไรต่าง ๆ เรียบร้อยรอ ๒๓ ท่าน เท่านั้นเอง ผมอยากจะให้ทุกภาคส่วนได้มามีส่วนร่วมนะครับ เพื่อจะได้ขับเคลื่อน ประเทศไทยของเรา เพื่อที่จะสร้างความรักความสามัคคีให้ทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะ ภาครัฐบาลอย่างเดียวครับ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะภาคเกษตรกร ให้เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการตัดสินใจ เพราะว่าประเทศไทย ไม่ใช่ของรัฐบาลหรือของพวกเรา มันเป็นของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ถ้าหากว่า เราไม่ร่วมกันแก้ไข ณ วันนี้ครับ ซึ่งเป็นบทเรียนใหญ่แล้วนี้ ผมคิดว่าอนาคตอีกกี่สิบปี ร้อยปี ลูกหลานเรามันก็จะเกิดปัญหาอย่างนี้ แล้วก็จะหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กระผม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ได้กรุณาใช้สิทธิในการขอให้มีการประชุมร่วม ๒ สภา คือประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีครับว่า เมื่อท่านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ แล้ว หมายความว่า ท่านต้องฟังมากกว่าพูดนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ คือคณะรัฐมนตรีมาขอฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภา ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศของ การโต้ตอบกันระหว่างสมาชิกฝ่ายรัฐบาลกับสมาชิกฝ่ายค้าน เนื่องจากไม่ใช่เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อเราพูดถึงปัญหามหาอุทกภัย ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสําคัญ ๒ ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังคณะรัฐมนตรีให้ประกอบการพิจารณาในการดําเนินการทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว ในอนาคต เนื่องด้วยผมเชื่อว่าสมาชิกทั้งหมดและพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศไม่อยาก ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดซ้ําอีกในฤดูฝนที่กําลังจะถึงในอีก ๗-๘ เดือนข้างหน้า

ประเด็นแรก ก็คือสาเหตุของการเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ ๕๐ ปี ของประเทศไทย ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าน้ําท่วมคือปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติ แต่เราต้องยอมรับความจริงครับว่าน้ําท่วมครั้งนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ ทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว มีสาเหตุและปัจจัยเสริมที่ทําให้เกิดความรุนแรงมากกว่า ครั้งอื่น ๆ ซึ่งหลายคนก็บอกว่ามากที่สุดในรอบ ๕๐ ปี เท่าที่ผมประมวลและติดตาม เสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน พอจะจับประเด็นที่พี่น้องประชาชนเกิดความสงสัย ซึ่งอยากจะให้รัฐบาลรับเป็นประเด็นไว้ศึกษาต่อยอด ถอดบทเรียนออกมาให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบต่อไปในอนาคต ได้แก่เรื่องอะไรบ้างครับ

๑. ประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งประกอบด้วยเรื่องจังหวะ การระบายน้ํานั้นมีข้อบกพร่องอย่างไรหรือไม่ ผมเองมีหนังสือเป็นหลักฐานจากหน่วยงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยครับท่านประธาน ลงวันที่ ๔ สิงหาคม ในหนังสือฉบับนี้ เขาบอกว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้มีการประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อขอพร่องน้ํา จากเขื่อนสิริกิติ์ เพราะเห็นว่าเริ่มจะเข้าสู่วิกฤติตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ แต่ไม่ได้รับ การอนุญาตจากที่ประชุมอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ํา ซึ่งทุกท่านคง ทราบดีว่าอนุกรรมการชุดนี้คือชุดที่มีอํานาจหน้าที่ในการอนุญาตในการที่เขื่อนจะระบายน้ํา ออกมานะครับ จนกระทั่งวันที่ ๔ สิงหาคม เขาต้องรายงานซ้ําว่าเขื่อนมีความสามารถรองรับน้ํา ได้อีก ๑,๖๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น เพราะความจุขณะนั้นไปถึง ๘๒.๙๖ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วเขาก็บอกด้วยครับว่าตัวเลขเฉลี่ยอีก ๑ เดือนข้างหน้านั้นเขื่อนสิริกิติ์ไม่พอรองรับแน่ เพราะตัวเลขขั้นต่ําต่อเดือนที่จะเข้ามาคือ ๒,๗๑๔ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือสูงสุดคือ ๕,๕๖๙ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คือตัวอย่างในประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ํา นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของการปกป้องพื้นที่บางพื้นที่ให้พ้นจากการถูกภาวะน้ําท่วม ประเด็นการบริหารความเสี่ยงในเรื่องการระบายน้ําว่าเราจะยอมรับให้บางพื้นที่ถูกท่วม และบางพื้นที่ไม่ถูกท่วม โดยอาศัยหลักการยอมเสียนิ้วเพื่อรักษามือ การยอมเสียมือ เพื่อรักษาแขน หรือการยอมเสียแขนเพื่อรักษาชีวิต เพื่อป้องกันพื้นที่ส่วนใหญ่ของ ประเทศหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งคือประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาเรามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างอ่อนแอมากท่านประธาน เราจึงเจอประเด็นปัญหา โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับลําน้ํา ได้แก่ การปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ําลําน้ํา การปล่อยให้ลําน้ําตื้นเขินโดยปราศจากการเหลียวแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นถัดมา คือการไร้กฎเกณฑ์ในการพัฒนาประเทศชาติ โดยไม่สนใจใยดี กับกฎหมายผังเมือง ท่านประธานครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าขณะนี้ประเทศไทย มีการประกาศใช้ผังเมืองรวมจังหวัดเพียงแค่ ๑๓ จังหวัดใน ๗๗ จังหวัด ที่เหลือไปค้างอยู่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปค้างอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ไปค้างอยู่ตาม หน่วยงานปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ ผลที่ตามมาคือทําให้เราพัฒนาประเทศชาติโดยไร้ทิศทาง พื้นที่ที่ควรจะสงวนไว้เป็นพื้นที่ทางน้ําผ่านเป็นแก้มลิงก็เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง เพราะฉะนั้น อย่าโอดครวญกันเลยครับว่าทําไมน้ําจึงถูกกักมาเป็นท่อน ๆ นะครับ

สุดท้ายก็คือสาเหตุของการขาดเอกภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ที่จะต้องช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วม เรามีปัญหาเรื่องแตกเขตปกครอง เรามีปัญหา ทะเลาะเบาะแว้งกันตั้งแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ---------------------------------------------------- - ๔ ๔ / ๑ ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือท้องถิ่นอื่น ๆ เป็นเหมือนกันหมดครับ ที่สุดนําไปสู่ปัญหาความขัดแย้งของผู้คนในท้องถิ่นด้วยการพัง ประตูระบายน้ํา ด้วยการทําลายคันกั้นน้ํา ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมประมวลเป็นสาเหตุ ที่ทําให้เกิดวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งนี้

สําหรับเรื่องที่ ๒ คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมจะก้าวข้ามในเรื่องของ การพูดถึงเรื่องการบริหารการระบายน้ําออกจากพื้นที่น้ําท่วมขัง เนื่องจากผมเชื่อว่าขณะนี้ รัฐบาลและ กทม. ตั้งหลักได้แล้วในการระบายน้ําเริ่มเห็นผลแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอให้ รัฐบาลรับเป็นประเด็นไปคิดต่อยอด เวลาที่เหลือผมไม่มีเวลาที่จะลงรายละเอียด เรื่องที่ผม อยากจะเสนอให้รัฐบาลรับไปเป็นประเด็นต่อยอดก็คือ

๑. แผนอพยพผู้คน ศูนย์ต่าง ๆ ขณะนี้ท่านจัดงบประมาณให้เขาต่อหัว ๙๐ บาทต่อวัน ไม่เพียงพอครับ แล้วงบที่ท่านส่งลงไปนั้นไปถึงอย่างล่าช้าและไม่เท่ากับ จํานวนคนที่มีอยู่จริง

๒. แผนจราจรขนส่ง หลังจากที่ผมพูดในที่ประชุมวุฒิสภาแล้ว ดีขึ้น มีรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น แต่ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีรับไปก็คือแผนจราจรและขนส่งนั้น ขอให้ มีแผนเรื่องของการกู้พื้นผิวจราจรในเส้นทางที่เริ่มจะมีน้ําลดลงนะครับ ท่านต้องช่วยเร่ง ในการกู้ขึ้นมาเพื่อเปิดทางจราจรให้มากขึ้น การจราจรสะดวกขึ้น การขนส่งสินค้า อุปโภค บริโภคที่ขาดแคลนอยู่ในขณะนี้ก็จะดีขึ้น

ท่านประธานครับ ขออีก ๓๐ วินาทีนะครับ แผนต่อไปก็คือ แผนเรื่อง สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข กราบเรียนครับว่าเรื่องนี้หลังจากที่ผมพูดไปปัญหาเรื่องขยะ ก็ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร กราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ กระตุ้นเรื่องแผนการจัดเก็บขยะ มูลฝอยทั้งในพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมขังและรถเข้าไม่ถึงแต่ไม่ถูกน้ําท่วมขังนะครับ ซึ่งจะมี ผลกระทบต่อปัญหาสาธารณสุขในอนาคต ถ้าท่านล่าช้าในเรื่องนี้จะมีปัญหาเรื่องสาธารณสุข และไปสิ้นเปลืองงบประมาณตรงนั้น

แผนต่อไป คือแผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เรื่องนี้ผมกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานครับว่ามีประเด็นที่ท่านต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้เลยว่าคนที่จะรับ การเยียวยานั้นท่านเอาอะไรเป็นเกณฑ์ จะต้องมีบ้านเลขที่ จะต้องมีทะเบียนบ้านไหม ถ้าท่าน ใช้เกณฑ์นี้ผมกราบเรียนท่านว่าท่านจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต เนื่องจากพี่น้องต่างจังหวัด ที่มาทํางานในกรุงเทพฯ พักอาศัยที่พักที่นายจ้างจัดให้ เช่าอพาร์ทเมนท์ (Apartment) เช่าหอพัก พวกนี้ไม่มีทะเบียนบ้านทั้งหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านจะเอาเกณฑ์ ทะเบียนบ้านในการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายพี่น้องประชาชนส่วนนี้จะหลุดรอดออกไปจาก การได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

สุดท้ายแผนพัฒนาสังคมและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ณ วันนี้ต้องคิดต่อยอดไปเลย ครับว่า หลังน้ําลดทําอย่างไรนะครับ นักลงทุนต่างชาติต่างมองถึงวิธีการบริหารจัดการของ ประเทศไทยอยู่ ขณะนี้เริ่มมีข่าวแล้วครับว่าบริษัทประกันภัยต่างชาติจะไม่รับประกันต่อ สําหรับธุรกิจของประเทศไทยที่จะทําประกันภัยน้ําท่วม เพราะเขาเห็นว่าเราไม่มีฝีมือพอ ในการบริหารจัดการ เขามีความเสี่ยงมากที่จะรับประกันภัยต่อจากประเทศไทย เมื่อนั้นละครับ นักลงทุนต่างชาติจะไม่มาประเทศไทย เพราะลงทุนในประเทศไทยแล้วไม่สามารถทํา ประกันภัยได้ กราบเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ

สุดท้ายก็ฝากความหวังไว้ครับว่าต่อไปอย่าเปลี่ยนรัฐบาลช่วงฤดูฝนนะครับ เพราะจะหาคนรับผิดชอบไม่ได้ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประสงค์ นุรักษ์ ครับ

นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

กราบเรียน ท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ ขณะนี้คนทั้งโลกได้ทราบว่าอะไรกําลังเกิดขึ้นอยู่ใน ประเทศไทย แต่ผมมีความมั่นใจครับว่าเราคนไทยสามารถที่จะรักษาตัวเองให้อยู่รอดได้ อย่างมีความสง่าผ่าเผยกับสังคมโลกนะครับ ในโอกาสนี้ผมใคร่จะขอแสดงความชื่นชมยินดี ต่อเพื่อนคนไทยที่อยู่ต่างประเทศจํานวนมากที่มีความห่วงใยประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศ เมืองแม่ของเขาทั้งหลาย ที่เขาไปทํากินอยู่ในต่างประเทศและได้ส่งเงินมาช่วยเหลือ ประเทศไทยในวาระที่ประเทศแม่เขาได้รับความยากลําบาก แล้วก็ในขณะเดียวกัน มีหน่วยงานอาสาสมัครที่อยู่ในประเทศไทยหลายหน่วยงานที่มีจิตสาธารณะทุ่มเท ทั้งเวลา ทรัพย์สิน เพื่อจะช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในภาวะลําบาก ผมเองในฐานะซึ่งเป็นกรรมาธิการ การทหารขอถือโอกาสนี้ชื่นชมทหารทุกเหล่าทัพครับที่ได้ทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่ เมื่อวานนี้ผมเองได้ไปที่บริเวณอุตสาหกรรมบางชันได้นั่งคุยกับทหารซึ่งมาจาก ทางฝั่งตะวันออก เขาบอกว่าเขาได้มาอยู่แล้วประมาณ ๑ เดือนเต็ม ๆ เพื่อจะหวังคอยดูแล ความเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทหารเป็นที่พึ่งส่วนหนึ่ง ของประชาชนซึ่งเราสามารถจะฝากความหวังได้ในกรณีที่มีปัญหานะครับ ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งครับว่ารัฐบาลจะมองเห็นความสําคัญของสิทธิพื้นฐานของผู้ประสบภัยธรรมชาติ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชน ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ครับ ในการที่จะปฏิบัติในสิทธิต่าง ๆ เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ในช่วงที่มี ภัยพิบัติธรรมชาติ แต่ผมหวังว่ากระทรวงมหาดไทยคงจะมีความเข้าใจเรื่องนี้ดีครับ มีเอกสาร ชิ้นหนึ่งซึ่งออกโดยสถาบันดํารงราชานุภาพเป็นสํานักปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมว่าทางหน่วยงานของราชการจะได้ศึกษาถึงงานชิ้นนี้ และได้รู้ถึงหน้าที่ของตัวเองในการที่จะ ใช้สิทธิเพื่อจะให้ประโยชน์ในฐานะผู้ประสบภัย ได้รับสิทธิพื้นฐานนะครับ ท่านประธานครับ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะช่วยเหลือกันได้ในช่วงบ้านเมืองกําลังมีภัย มีทุกข์ แล้วก็มี ความลําบากเช่นนี้ หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เวลาผ่านไปแล้ว ผมว่าหน่วยงานหลาย หน่วยงานสามารถจะทําได้ แม้กระทั่งการบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ เพราะว่า การบินไทยน่าจะมีนโยบายในการที่จะขนคนจากต่างประเทศทั่วโลกมาประเทศไทย เอาเงินมาใช้ในประเทศไทยเพื่อจะช่วยกันรื้อฟื้นประเทศไทยหลังจากน้ําแห้งแล้ว หรืออยู่ใน ภาวะปกติแล้วนะครับ จะด้วยวิธีการและนโยบายอย่างไรก็ตามแต่ ผมเชื่อในความสามารถ ของการบินไทยที่สามารถจะคิดแนวนโยบายในการจะขนคนมาจากทั่วโลกครับ วันหนึ่ง หลายร้อยเที่ยวบิน ทั้งคนไทยที่อยู่ต่างประเทศด้วยผมว่าจะนําเงินมาอย่างมากมายมหาศาล ในการนํามาใช้จ่ายในประเทศไทยในช่วงของการพลิกฟื้นนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๘ ที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ซึ่งมีความสําคัญอย่างมากครับ คือ กยอ. กับ กยน. ผมมีความกังวลครับ ประเทศไทยอยู่ใน ฐานะเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว โดยไม่มีกรรมการ ๒ ชุดนี้ ผมเป็นห่วงว่าถึงแม้จะตั้ง กรรมการ ๒ ชุดนี้มาแล้ว งานที่คิดว่าจะทําตามนโยบายคือยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู และสร้างอนาคตของประเทศนั้นจะสําเร็จได้หรือไม่ ในเมื่อประชาชนคนไทย ยังไม่มีความพร้อม ท่านประธานครับ เรามีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง เราสามารถจะ ป้องกันและแก้ไขได้ ถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนของเรามีระเบียบ มีวินัย มีศีลธรรมในการ ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมนี้แล้ว เพราะว่างานของ กยน. นี้หรือ กยอ. ดังกล่าวนั้นจะไม่มากมาย จะไม่หนักหนาสาหัสอะไร มาก แต่ผมเป็นห่วงครับ เหมือนกับว่าเราปั้นรูปยักษ์มาแล้ว ไม่ได้ปั้นกระบองใส่มาด้วย ผมว่ายักษ์อันนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทําให้ผู้คนเห็นแล้วจะเป็นรูปยักษ์ ซึ่งมีสมรรถภาพในการที่จะให้มีความเป็นยักษ์ขนาดไหนนะครับ ผมว่ารัฐบาลน่าจะมีโอกาส ออกกฎหมายอีกฉบับหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องมือของ กยอ. ในการทํางาน อย่างน้อยกฎหมาย ที่จะเรียกในลักษณะที่เรียกว่าการจัดระเบียบประเทศไทย จะต้องมีกฎหมายคอยบังคับ ประเทศไทย คนไทยคุ้นเคยกับการขอกัน การให้กัน โดยลืมว่ากติกาของสังคมควรจะมี อยู่ด้วย ลืมไปเสียแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมการ กยอ. คงจะไม่เป็น การแปลว่ากินยาอ่อนนะครับ ต้องหาลักษณะของการกินยาแรงหรือ กยร. ตามมาด้วย ในขณะเดียวกันนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายเรื่องที่จะพูดกันในวันนี้ แต่ผมคิดว่า ผมจะพยายามเลือกเรื่องที่คนอื่นเขาไม่ค่อยพูดกันนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าเรื่องต่อไปนี้ น่าจะนําเข้ามาพูดด้วยนะครับว่า การที่นักวิชาการหลายฝ่ายได้มีการพูดอยู่ทุกคืน ในสถานีโทรทัศน์ทุกช่องว่าช่องทางเดินของน้ําทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของ กรุงเทพมหานครนั้นต่อไปรัฐบาลจะมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไร ทางฝั่งตะวันออก มีเครื่องกีดขวาง มีการใช้พื้นที่กีดขวางทางน้ําอย่างมากซึ่งทุกคนทราบอยู่ดี ทางฝั่งตะวันตก ก็เช่นกัน คลองต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในแนวของตะวันออก ตะวันตก ไม่ได้แนวเหนือใต้ รัฐบาลจะมี แนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรในการที่จะนําน้ํากลับสู่ทะเลในโอกาสข้างหน้าต่อไป ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทยอีก แต่ไม่มีอะไรแน่ครับ คณะกรรมการ กยน. ของรัฐบาลคิดว่าน่าจะหาทางป้องกันและคอยป้องกันให้ถึงที่สุด เพื่อที่จะกันน้ําท่วมกรุงเทพมหานครไม่เกิดขึ้นอีก การที่น้ําท่วมในต่างจังหวัดนั้น โดยมาก ในภาคใต้ของบ้านผมท่วมมาเร็ว แรง และไม่สามารถจะท่วมขังอยู่ได้เพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่พื้นที่ในของกรุงเทพมหานครนี้เป็นพื้นที่ทุกคนทราบดีว่าน่ากังวลและน่าเป็นห่วง เพราะเป็นพื้นที่ลุ่ม เป็นบาง คือบางกอกนะครับ เพราะฉะนั้นหวังว่าทาง กยน. นี้จะมีศักยภาพเพียงพอในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ แล้วก็ เวลาที่จะให้พิสูจน์ตัวเองก็คงจะอีกไม่นานนะครับ เพราะปีหน้าฝนก็คงจะมาอีก เพราะธรรมชาติก็หมุนเวียนอยู่ในวงจรของมันเอง เพราะฉะนั้นโอกาสของการที่น้ําจะ กลับมาอีกก็คงจะมี หวังว่าคงจะได้มีการเตรียมพร้อมอย่างดีนะครับในการที่จะป้องกันไม่ให้ เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ครับ เวลา ๒๕ วินาที ผมขอภาวนาครับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทย ทุกแห่ง ชีวิตของคนไทยที่หายไปแล้ว ๕๐๐ กว่าท่าน ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ําท่วมครั้งนี้ ผมขอแสดงความเสียใจในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย พวกเราทุกคนครับทั้งรัฐสภาแห่งนี้ เสียใจเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครับ แต่จะทําอย่างไรได้ ความหวังอยู่ที่รัฐบาลครับ ถ้ารัฐบาล ทําจริงปัญหาทุกอย่างแก้ไขและป้องกันได้ครับ ขอให้มีความหวังอย่างนั้นด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา ครับ

นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา สมาชิกวุฒิสภา ชัยนาท 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดชัยนาท ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาค่ะ การที่เรามาพูดคุยกันในวันนี้นี่นะคะ เราอย่าเพิ่งมามองหาคนใครผิด ใครถูกเลยนะคะ วันนี้เราทั้งฝ่ายค้าน ทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งสมาชิกวุฒิสภา เรามีเป้าหมาย เดียวกัน คือเราหาทางในการแก้ไขปัญหาวิกฤตินี้ไปด้วยกัน โดยที่จะให้เกิดความเสียหาย ไม่มากไปกว่านี้นะคะ จะว่าไม่เกิดความเสียหายเลยไม่ได้ เพราะว่าตอนนี้มันเกิดความเสีย หายไปมากแล้ว จากสถานการณ์น้ําท่วมที่ดีขึ้นเป็นลําดับ จะเห็นได้จากระดับน้ํา ในเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจนเกือบถึงในระดับปกติ และการระบายน้ําในเขื่อนเจ้าพระยา ก็สามารถควบคุมลงมาได้ในระดับปกติ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทําไมพอมาถึงกรุงเทพมหานคร การระบายน้ํายังสะเปะสะปะแล้วก็ควบคุมยังไม่ค่อยได้ จากข้อมูลขีดความสามารถของ การระบายน้ําในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกมีขีดความสามารถระบายน้ําได้เกือบ ๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่ในปัจจุบันเป็นที่สังเกตว่ายังไม่สามารถระบายน้ํา ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สาเหตุก็อาจจะเนื่องมาจากว่าการที่มีสิ่งอุดตันในลําคลองหลักที่ใช้ ในการระบายน้ํายังมีอยู่ เพราะฉะนั้นจึงอยากขอฝากไปยังรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ให้ถือโอกาสนี้เป็นโอกาสที่จะขุดลอกคูคลองทั้งระบบ แล้วก็ดูแลเรื่องสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าจะเป็น บ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ําที่สมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะคะ ขอให้คูคลองเหล่านั้น ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะได้ป้องกันวิกฤติน้ําท่วมมาอีกในอนาคตนะคะ

และเรื่องที่น่าอายและยังไม่มีใครพูดถึง คือเรื่องจระเข้ที่หลุดออกมาจากฟาร์ม อันนี้เป็นเรื่องที่แพร่หลายไปทั้งโลกนะคะ แล้วก็ยังเพิ่มความทุกข์จากคนที่ทุกข์ จากอุทกภัยแล้ว เพิ่มมาเป็นทวีคูณอีกว่าเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรในบ้านเรือนเขา จะสัญจร ออกมาทํางานเขาก็ต้องกลัวเรื่องจระเข้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไป ดูแลควบคุมมาตรฐานของฟาร์มด้วยนะคะ แล้วก็เจ้าของฟาร์มทั้งหลายน่าจะมีจิตสํานึก ในการรับผิดชอบต่อสังคมนะคะ ท่านเลี้ยงแล้วท่านก็ต้องดูแลของท่านอย่าให้หลุดออกมา เพราะมันเป็นสัตว์ดุร้าย แต่ก็ยังมีสิ่งดี ๆ สิ่งที่น่าจะเป็นขวัญกําลังใจของผู้ประสบภัยได้บ้าง ก็คือที่ดิฉันเห็นในการจับคู่ของจังหวัดที่ไม่โดนน้ําท่วมเป็นพี่เลี้ยงให้จังหวัดที่ถูกน้ําท่วม แล้วก็เมื่อวานนี้ดิฉันก็เห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้ปล่อยขบวนคาราวานของจังหวัดต่าง ๆ ที่ไม่ถูกน้ําท่วมมาช่วยเหลือในเขต กทม. นะคะ ซึ่งจังหวัดหนึ่งก็ดูแล ๑ เขตนะคะ ซึ่งจังหวัดชัยนาทของดิฉันก็ได้รับความอนุเคราะห์จากจังหวัดสมุทรสงครามมาเป็นพี่เลี้ยง ชาวจังหวัดชัยนาทได้รับประทานปลาเค็มสมุทรสงครามไม่ขาดไอโอดีนกันทั่วหน้า ดิฉันก็ขอ กราบขอบพระคุณชาวจังหวัดสมุทรสงครามแทนชาวจังหวัดชัยนาทมา ณ โอกาสนี้ ด้วยนะคะ ข้อสําคัญหลังจากนี้นะคะ รัฐบาลก็ต้องรีบเยียวยาบูรณะซ่อมแซมฟื้นฟูป้องกัน ในการที่จะเกิดน้ําท่วมในลําดับต่อ ๆ ไปค่ะ

ในทางด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลควรต้องรีบชดเชยความเสียหายเรือกสวนไร่นา อย่างเร่งด่วนนะคะ ก็ต้องขอชมเชยข้าราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทที่ได้สํารวจ ความเสียหายของเกษตรกรมาเรียบร้อยแล้วค่ะ อําเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ได้รับการชดเชย เกษตรกรที่ได้รับการชดเชยครบแล้ว จํานวน ๑,๓๓๔ ราย เป็นเงินกว่า ๓๘ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็ขอให้รัฐบาลได้เร่งรีบดูแลเกษตรกรและผู้ที่ได้รับความเสียหาย ผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างเร่งด่วนและเสมอภาคเท่าเทียมกันด้วยนะคะ

ส่วนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลก็ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาดูแลและแก้ไข ทั้งระยะสั้น ทั้งระยะยาว เมื่อได้ผลสรุปออกมาแล้วก็ขอให้กําหนดไปเลยนะคะว่าจะทํา อย่างไร แล้วไม่ใช่ว่ารัฐบาลใดมาเปลี่ยนไปก็เปลี่ยนนโยบายกันอีก เพราะฉะนั้นการแก้ไข ปัญหาของเรา ระบบน้ําของเราจึงยังไม่ไปถึงไหนสักทีหนึ่งนะคะ พอน้ําลดแล้วเราต้องรีบ รีบเข้าไปดูร่องรอยสํารวจร่องรอยความเสียหาย จุดเสี่ยง จุดที่เกิดปัญหา เพื่อวางแผนที่จะ ให้ถูกจุดจริง ๆ ตรงส่วนนี้เราควรจะใช้ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะคะ เพราะตรงนี้เขาจะรู้ข้อมูลในพื้นที่เขาเป็นอย่างดี ที่ไหนเสี่ยง ที่ไหนสูง พื้นที่ไหนต่ํา จํานวนประชากรกี่คน ประชากรที่ไหนที่ต้องดูแล เขาก็จะทราบหมดนะคะ บ้านเรือน อยู่ตรงไหนที่ขวางทางน้ําตรงนี้เขาจะทราบหมด ฉะนั้นถ้ารัฐบาลได้สนับสนุนเครื่องมือและ งบประมาณลงไปตรงนี้ รัฐบาลก็จะแบ่งเบาภาระไปได้มากนะคะ แล้วก็ขอให้ดูแลแม่น้ํา ลําคลอง หนอง บึงที่ตื้นเขิน อย่างแม่น้ําเจ้าพระยาตอนนี้เราจะเห็นน้ําล้นตลิ่ง จนไม่รู้เลยว่า ตรงไหนเป็นแม่น้ํา แต่เดี๋ยวท่านลองอีก ๒ เดือนนะคะ ท่านลองลงไปดู ลงไปดูเราจะเห็น เกาะแก่งขึ้นตามกลางแม่น้ํามากมายเลย เรียกว่าแทบจะเดินข้ามแม่น้ํากันได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบแก้ไขและการขุดลอกคูคลองนี่นะคะ ทางที่ดีควรจะใช้ให้ชาวบ้านเป็น กรรมการในการตรวจรับ เขาจะได้ให้ได้มาตรฐานและป้องกันการทุจริตนะคะ แล้วทุกคน จะหาแหล่งแก้มลิง อ่างเก็บน้ําขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ อย่างเช่นลุ่มน้ํายม ยังไม่มีแหล่งเก็บน้ําใด ๆ เลย ท่าน ส.ว. สุอําภา คชไกร ท่าน ส.ว. จังหวัดสุโขทัย ท่านก็ได้ ฝากดิฉันมานะคะว่าการที่ลุ่มน้ํายมไม่มีเครื่องมือในการเก็บกักน้ําเลย มันอาจจะเป็น สาเหตุหนึ่งของการที่น้ําท่วมทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา และโดยเฉพาะครั้งนี้ด้วยนะคะ น้ําท่าในลุ่มน้ํายมมีถึงกว่า ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่สามารถเก็บได้เพียง ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปีเท่านั้นเอง และตรงนี้มันจะไปไหนละคะ มันก็ลงมารวมกันที่ ปากน้ําโพ นครสวรรค์ แล้วก็ลงมาที่แม่น้ําเจ้าพระยาอย่างมากมายอย่างที่เห็นนะคะ ดิฉันอยากจะขอฝากไปยังรัฐบาลอีกนิดหนึ่งนะคะว่าเรื่องน้ําเน่าเสียที่กําลังจะลงไปชายฝั่ง นี่นะคะขอให้รัฐบาลช่วยดูแลหน่อย เพราะไม่ใช่ว่าเฉพาะปลาที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะตายนะคะ ปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ก็จะต้องตายไปด้วย ตรงนี้จะทําให้ตัดวงจรไปเป็นเวลาเป็นปี ๒ ปี เชียวนะคะ

และอีกประการหนึ่งค่ะมีท่านสมาชิกวุฒิสภาจากทางภูเก็ตฝากมาว่า ถ้าใครตกงานก็ขอให้ไปทางใต้ได้ ทางใต้ยังมีงานรอท่านอยู่มากมายนะคะ แหล่งท่องเที่ยว ทางฝั่งอันดามันนี่นะคะยังมีตําแหน่งว่างอีก นักท่องเที่ยวตรงนั้นยังมีเยอะค่ะ พวกเรายัง ต้องการแรงงานอีกเยอะนะคะ เพราะฉะนั้นฝากรัฐบาลส่งคนงานที่ตกงานไปทางนั้นได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ต่อไปเป็นรอบของ สมาชิกฝ่ายรัฐบาลนะครับ ขณะนี้ผมมีชื่ออยู่ ๒ ท่านนะครับ ท่านแรก ท่านนิยม ช่างพินิจ กับท่าน ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ นะครับ เชิญท่านนิยม ช่างพินิจ ครับ

นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมเอง ก็ถือเปรียบเสมือนว่าอยู่ต้นน้ําก็ว่าได้ คืออยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก และผมพยายามที่จะอธิบาย ในเชิงสร้างสรรค์ถึงปัญหาและอุปสรรคของอุทกภัยที่มันเริ่มเกิดในช่วงระยะเวลา แล้วก็ อิทธิพลพายุต่าง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าในช่วงระยะเวลาผมคงจะไม่กล่าวว่า ใครเป็นนายกรัฐมนตรี หรืออดีตนายกรัฐมนตรีเป็นใคร เพราะผมเชื่อได้ว่าวันนี้เองปัญหา อุทกภัยความรับผิดชอบ ผมว่าพี่น้องชาวไทยต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่สิ่งที่สําคัญครับ พายุนี่ครับ โดยเฉพาะน้ําที่จะเข้าสู่ในพื้นที่ของภาคเหนือตอนล่าง หรือภาคเหนือตอนบน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนต่าง ๆ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล มันเริ่มตั้งแต่กรกฎาคมแล้วครับ ต้นกรกฎาคมน้ําไหลท่วมเข้ามาแล้วครับ ซึ่งจะประกอบด้วยพายุต่าง ๆ ผมอยากให้ทาง เจ้าหน้าที่ได้ฉายภาพเพื่อจะได้รู้นะครับว่ามันมีพายุอะไรบ้าง แล้วก็มาในช่วงระยะเวลาไหน

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านจะเห็นนะครับ เริ่มแรกวันที่ ๒๕ มิถุนายน พายุโซนร้อนไหหม่าได้เริ่มเข้ามาแล้วครับ นี่คือช่วงของ เดือนมิถุนายนนะครับ แล้วถัดต่อมาพายุโซนร้อนนกเตน วันที่ ๒๕-๓๑ กรกฎาคม แล้วก็ต่อมาพายุโซนร้อนไห่ถาง วันที่ ๒๗-๒๘ กันยายน แล้วก็มาวันที่ ๒๘-๓๐ พายุไต้ฝุ่นเนสาด แล้วก็นาลแก วันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๘ ตุลาคม จะเห็นได้ว่าพายุเข้ามาทั้งหมด ๕ ลูกด้วยกัน ในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ที่ผมเรียนให้ทราบ เพราะฉะนั้นเองผมจะกราบเรียนต่อไปว่า วันที่ ๑ กรกฎาคม น้ําในพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะพื้นที่ของอําเภอบางระกํา ท่วมข้าวแล้วครับ ท่วมพืชไร่ครับ แล้วสิ่งสําคัญน้ําในพื้นที่บางระกํามีปริมาณน้ําตก ๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่ามากครับ โดยปกติเองในพื้นที่ที่ว่าน้ําท่วมที่ท่านนายกรัฐมนตรี เอาบางระกําโมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหา โดยปกติแล้วที่ผ่าน ๆ มาถ้าแม่น้ํายมสูงขึ้น ก็จะระบายลงสู่แม่น้ําน่าน โดยจะมีทางระบายน้ํา ๒ ทางด้วยกัน ก็คือดีอาร์ (DR) ๒.๘ กับ ดีอาร์ ๑๕.๘ ในช่วงระยะเวลา แต่ท่านทราบไหมครับว่าในช่วงของวันที่ ๒๐ สิงหาคม น้ําจากแม่น้ําน่านสูงกว่าแม่น้ํายม ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ก็แสดงว่าแม่น้ําน่านระบาย เข้าไปสู่แม่น้ํายมสูงขึ้น ก็ทําให้ในพื้นที่ของอําเภอบางระกําท่วม เปรียบเทียบเวลาแล้ว ๓ เดือนเต็ม ๆ ครับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าวันนี้เองท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นใจครับ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ หลังจากเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม กว่า กกต. จะรับรอง กว่าจะได้โปรดเกล้าฯ แล้วกว่าที่จะได้แถลงนโยบายนี่ละครับ เมื่อนายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายแล้วถึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้วันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ ผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย แล้วก็ไปจังหวัดพิจิตร ผมพูดในพรรคว่าในพื้นที่อําเภอบางระกํา ก็ท่วมนะ ในช่วงนั้นเองแล้วนายกรัฐมนตรีก็ลงไปในพื้นที่ของอําเภอบางระกําทําให้ เกิดอําเภอบางระกําโมเดลเกิดขึ้น ในช่วงนั้นเองครับผมอยากจะอธิบายให้ท่านประธาน ทราบว่าอยากจะให้ดูปริมาณน้ําในเขื่อนครับ ขอภาพที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ดูช่วงระยะเวลาของเดิมครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๓ คือเส้นน้ําในเขื่อนของภูมิพล แล้วมาดู ในช่วงของปี ๒๕๕๔ นี่คือระดับน้ําของเขื่อนภูมิพลเช่นกัน ในกรอบระยะเวลาเดียวกัน ลองเปรียบเทียบนะครับ ช่วงในวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ สิงหาคม ระดับน้ําอยู่ที่เท่าไรครับ ผลต่างนะครับ ผลต่างของน้ําตามหลักแม่น้ําเขื่อนภูมิพลจุน้ําได้ ๑๓,๔๖๒ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ดูระดับในช่วงของเดือนสิงหาคม วันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ ค่าเฉลี่ยเปรียบเทียบในระยะเวลา เดียวกันของปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ ต่างกันที่ ๕,๔๙๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะมองเห็นได้ว่า วันนี้เองจะบอกว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารแล้วน้ําในเขื่อน ถ้าท่านดูจากเส้นกราฟจะตอบพี่น้องประชาชนคนได้ทั้งประเทศครับ แล้วลองไปดูของเขื่อนสิริกิติ์สิครับ ไปภาพที่ ๓ ครับ เช่นกันครับท่านประธาน ท่านลองดูนะครับ ในช่วงของวันที่ ๒๕ ที่นายกรัฐมนตรีได้รับตําแหน่งเป็นอย่างไรครับ จะเห็นได้นะครับ เส้นกราฟสีแดงปี ๒๕๕๔ ระดับน้ําค่าเฉลี่ยระยะเวลา วัน เดือน ปีเดียวกัน ค่าเฉลี่ยต่างกันอยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรแล้วครับ พอท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามารับ ตําแหน่งปุ๊บก็เปิดน้ําระบายน้ําจากเขื่อนสิริกิติ์ลงสู่แม่น้ําน่านนะครับ ด้านแม่น้ําน่านก็ล้นลงสู่ พื้นที่อําเภอบางระกํา แล้วปัญหาก็ตามมาเรื่อยครับ ไม่ว่าจะมาในจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ก็ไล่มานะครับ เพราะฉะนั้นเองวันนี้ผมถึงเรียนให้ทราบว่าผมจะพูด อยู่เสมอว่าในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร จังหวัดสุโขทัย ผมยอมรับว่าปัญหา อุทกภัยเกิดซ้ําซากทุกปี ผมถึงพูดอยู่เสมอว่าในพื้นที่ของอําเภอบางระกําก็ดีนะครับ จะมีภูมิคุ้มกันในการที่จะแก้ปัญหา และในการที่จะร่วมอยู่กับน้ําแล้วมีการที่ว่าเราจะอยู่กับ น้ําอย่างไรหลังน้ําลดอย่างไร แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้พื้นที่ปริมาณน้ํา ใครมาเป็นรัฐบาล ก็ลําบากครับ เพราะฉะนั้นเองผมอยากจะกราบเรียนและอยากจะฝากคําถามถึง รัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เองน้ําเข้ามาในเขต กทม. แล้ว ในช่วงระยะเวลาของ กรกฎาคมที่น้ําเริ่มบ่าน้ําท่า แต่สิ่งที่สําคัญวันนี้ผมเชื่อว่าใน กทม. น่าจะมีระยะเวลา ในการเตรียมการและในการที่จะแก้ปัญหา ไปกลับกั้นว่าจะต้องรักษา กทม. ไว้อะไรไว้ ผมไม่เห็นด้วยหรอกครับ ก็ค่อย ๆ ปล่อย ค่อย ๆ ระบายไปตั้งแต่แรกมันก็จบแล้ว พอท่วม ก็เปรียบเสมือนน้ําป่านะครับ ไปกักกั้นทําคันเขาไว้แล้วผลสรุปก็เอาไม่อยู่ครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะฝากวันนี้เองท่านประธาน ในการบริหารเขื่อนวัตถุประสงค์เป้าหมายหลัก เขาใช้อะไร เช่น เดี๋ยวขอเวลานิดเดียวครับท่าน ว่าเขาจะไว้เพื่อการเกษตร หรือจะเอาไว้ เพื่อการที่จะผลิตไฟฟ้า นี่คือคําถามแรกที่อยากจะถามนะครับ

แล้วคําถามที่ ๒ ในเรื่องของการบริหาร ผมอยากให้ กทม. ไปดูแบบอย่าง อบจ. บ้าง อบต. บ้าง บริหารร่วมกับรัฐบาล บริหารแบบบูรณาการอย่างนี้เป็นต้น ก็คงจะฝากไว้และสิ่งที่สําคัญในการแก้ปัญหาวันนี้ไม่ใช่แก้ปัญหาน้ําท่วมอย่างเดียว สิ่งที่อยากจะฝากคือปัญหาในเรื่องของการเยียวยาและปัญหาที่จะตามมาคือภัยแล้ง ก็อยาก ฝากทุกหน่วยงานช่วยแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ครับ

ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือวันนี้ผมจะมาขอความกรุณาจาก ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังผู้คนหลายท่าน เพราะว่าถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลทางด้าน กายภาพของน้ําท่วมครั้งนี้ เราก็พูดจาสนทนากันมามากมายหลายวัน แต่มีข้อมูลบางอย่าง บางประเด็นที่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจแล้วเราน่าจะมาพูดจากันนะครับ คือ

ในอย่างแรกเลย ผมก็เห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาน้ําก็ท่วมกันมากมาย หลายประเทศไม่ใช่ว่าท่วมเฉพาะประเทศไทยนะครับ ถ้าไปดูที่เวียดนาม ไปดูที่กัมพูชา ไปดูที่ปากีสถานหรือว่าไปดูที่ประเทศอิตาลีน้ําก็ท่วมทั้งนั้นแหละครับ จะมากมาย แบบหลายประเทศไม่มีข่าวแพร่ขยายกระจายออกไปตามสื่อต่าง ๆ ทั่วโลกเหมือนกับน้ําท่วม ในประเทศไทย แล้วก็ข่าวนี้ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นภาษาของเขาเองที่เรา ขอความช่วยเหลือในการแปลไล่ดูข่าวก็ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน แล้วก็ไม่มีเหมือนกับว่า ในบางประเทศ หรือแม้แต่ประเทศเราเอง ผมเองก็สงสัยว่ามันจะเป็นจริงหรือเปล่าที่มีข่าว ออกมาว่ามีบางคณะ บางกลุ่ม บางพวก บางคน ถึงขนาดจ้างคนถึงประมาณ ๑๔-๑๕ คน ลงในโซเชียล มีเดีย (Social media) นะครับ พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับประเทศไทย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งความบกพร่องทางด้านการบริหารของรัฐบาลนี้นะครับ คือถ้าเป็นภาษาไทยมันก็คง จะไม่เป็นอะไรครับ แต่บางครั้งมันเป็นภาษาอังกฤษมันก็ออกไปแพร่ขยายกระจายไปทาง โซเชียล มีเดีย ซึ่งอันนี้มันเร็วมากนะ แล้วพอมันเร็วมากอย่างนี้มันก็กระทบถึงชาติบ้านเมืองเรานี่นะครับ มันมีหลายเรื่อง ผมได้พูดจาปราศรัยกับคุณเยฟกินี เบลลิงกี ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวของสถานีของรัฐบาลของ รัสเซียที่อยู่ในประเทศไทยนี่นะครับ เขาก็ได้ไปสัมภาษณ์ผู้คนมากมายมาหลายคน ผมเองในฐานะที่เป็นเพี่อนกับเยฟกินี เบลลิงกี ผมก็แบบอาศัยว่าขอดูข้อมูลที่ได้แบบสัมภาษณ์ มานี่นะครับ คือพวกท่านแทบไม่น่าเชื่อว่าท่านจะมีสถานะดีในสังคม บางท่านอาจจะเป็น นักการเมืองเสียด้วยซ้ําไป แต่ท่านให้สัมภาษณ์ในทํานองว่า เหมือนกับแบบประเทศไทยแย่แล้ว บั้นปลายแบบท้ายที่สุดนะครับ ผมต้องขอคุณเยสกินี เบลลิงกี ขอว่าคุณอยู่ ประเทศไทยมานานก็ขอให้ช่วยหน่อยเถอะ ขอให้ช่วยเขียนข่าวเพื่อที่จะไม่ให้นักท่องเที่ยว แบบชาวรัสเซียหยุดยั้งในการเดินทางมาประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น เขียนข่าวเกี่ยวกับ ภูเก็ต เขียนข่าวเกี่ยวกับเกาะสมุย เกาะช้าง พัทยา ซึ่งพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวดองหนองยุ่ง หรือไม่ได้โดนน้ําท่วมเลยครับ ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าทุกวันนี้นอกจากทางรัฐบาลจะต้องสู้ กับน้ําแล้ว ก็ยังต้องสู้กับคนบางกลุ่มบางพวกซึ่งใช้การเมืองเข้ามาเล่นเปิดปากเสียจนว่า ทําลายผลประโยชน์ของประเทศชาติในบ้านเมือง แล้วก็พวกกุข่าวต่าง ๆ นานาหลายอย่าง นี่นะครับ แม้แต่กุข่าวที่เราดูในโซเชียล แบบมีเดียนี่นะครับ กุแม้แต่กระทั่งว่ารัฐบาลผันน้ํา ไม่ให้ไปในบางพื้นที่ กุกันแม้กระทั่งว่าพื้นที่นั้นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ร่วมกับชาวตะวันออกกลางนี่ได้ซื้อแล้วก็ทํานา ซึ่งจริง ๆ มันไม่มีข่าว คือไม่มีความเป็นจริงเลย แต่ท่านกุกันแล้วก็เมื่อถ้าท่านเข้าไปดูในโซเชียล มีเดียประเภทแบบเฟซบุ๊กนี่นะครับ ท่านก็จะเห็นว่ารายชื่อของบางท่านเป็นรายชื่อที่เราแทบจะไม่น่าเชื่อครับว่าท่านกล้าใส่ข้อความ อย่างนั้นลงไปในโซเชียล มีเดีย ดังนั้นสิ่งต่าง ๆ อย่างนี้ สิ่งที่ผมอยากจะมาขอความกรุณาจาก ท่านว่าอย่าได้แพร่กระจายขยายข่าวในทางที่มันไม่เป็นจริงนะครับ ลงไปในสื่อสารแต่ ออนไลน์ (Online) ทั้งภาษาไทยแล้วก็ทั้งแบบภาษาอังกฤษนะครับ แล้วนอกจากนั้น แทนที่เรานี่จะได้รับความเรียกว่าแบบเห็นใจจากคนบางพวกนี่นะครับ ก็ปรากฏว่าในห้วง ในช่วงที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปจังหวัดนราธิวาส แล้วก็ไปจังหวัดปัตตานี คือมีคนเขาชักชวนไป พูดจาให้กับบรรดาครูฟัง แล้วผมก็ได้ไปทราบข้อมูลซึ่งมันไม่สบายใจครับ มีคนบางกลุ่ม ก็ไปพูดที่จังหวัดสงขลา ไปสนทนาปราศรัยในกลุ่มเล็ก ๆ นะครับที่บอกว่า น้ําท่วมแบบคราวนี้ ส่วนมากจะเป็นท่วมในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนคนไทย แต่ว่าเลือกพรรคการเมืองแบบอยู่ พรรคหนึ่ง ซึ่งการพูดทํานองนี้เหมือนกับว่าไปแบ่งแยกประชาชน จริง ๆ น้ําท่วมประเทศ มันน่าจะเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน มันเป็นเรื่องน่าสมเพชและเวทนาครับ แต่ปรากฏว่า ท่านกลับเอาเรื่องอย่างนั้น เอาไปดูหมิ่นถิ่นแคลนกัน แล้วเป็นเรื่องแบบสะใจ ซึ่งมันไม่น่าที่ จะเกิดขึ้นมาได้นี่นะครับ นอกจากนั้นเราก็จะเห็นว่าผู้คนที่บริหารแบบนคร หรือมหานคร หรือว่าแบบในบางพื้นที่ คือบางครั้งท่านก็อาจจะละเลยหรือว่าแบบมองไม่เห็น ยกตัวอย่างเช่น แบบในตอนนี้ ก็มีท่อส่งน้ําของ กทม. ซึ่งเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๓๐ ฟุต กองอยู่หลังจราจรกลางนี่นะครับ คือท่อเหล่านี้ถ้าเรานํามาเชื่อมต่อกันแล้วก็ทําเป็น บายพาส (Bypass) ผมก็คิดว่าแล้วก็สูบน้ําออกไปน้ําคงจะไหลผ่าน กทม. ได้สะดวกยิ่งขึ้น นี่นะครับ ดังนั้นก็อยากจะเรียนว่าน้ําท่วมครั้งนี้นะครับ แต่ทางรัฐบาลนี้ก็มารับตําแหน่งนี้ ในห้วงช่วงที่น้ําท่วมอยู่แล้ว ผมอยากจะเรียนว่าในช่วงที่เรากําลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นี่นะครับ ที่จังหวัดน่านน้ําก็ท่วมแล้วในตอนนั้น ผมจําได้เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ออก หาเสียงเลือกตั้งด้วย ตอนนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปหาเสียงที่จังหวัดน่าน แล้วก็ ท่านแคนดิเดต (Candidate) นายกรัฐมนตรีในตอนนั้น ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังไป หาเสียงด้วยกันที่จังหวัดน่าน จริง ๆ ในห้วงแบบช่วงนั้นน้ํามันเริ่มท่วมแล้วครับ แต่ปรากฏว่า การระบายน้ําออกจากเขื่อน ทั้งเขื่อนสิริกิติ์ ทั้งเขื่อนภูมิพล ยังไม่ได้กระทํากัน เราไม่มาบอก นะครับว่าน้ําท่วมครั้งนี้จริง ๆ เป็นผลมาจากรัฐบาลชุดไหนอย่างไร เพราะว่ามันจะซ้ําเติม สถานการณ์แต่ก็อยากจะเรียนว่าทุกวันนี้นะครับ ทางรัฐบาลก็ได้แก้ไขปัญหาหนักหน่วงกัน อยู่แล้วครับ ขอความเมตตากรุณาท่านอีกครั้งหนึ่ง โปรดอย่าสร้างให้ทางรัฐบาลต้องมากังวล เกี่ยวกับเรื่องคนอีกเลยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขณะนี้รายนามสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลไม่มีที่ผมแล้วนะครับ ก็จะเป็นรอบของสมาชิกฝ่ายค้าน มี ๓ ท่านนะครับ มีท่านครรชิต ท่านนิติรัฐ แล้วก็ท่านชะวรลัทธิ์ เชิญท่านครรชิต ทับสุวรรณ ๓ นาทีครับ

นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้กระผม ขออภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย กรณีปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย

ท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร ที่น้ําได้เริ่มเข้ามาท่วมในเขตอําเภอกระทุ่มแบนโดยเฉพาะอ้อมน้อย ตําบลสวนหลวง แล้วก็จะเคลื่อนทัพเข้ามาโจมตีอําเภอเมือง แล้วก็อําเภอบ้านแพ้วในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ครับ ก็มีความวิตกกังวลแล้วก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ซึ่งผมทราบว่าส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้เตรียม ความพร้อมนะครับ เนื่องจากว่าจังหวัดสมุทรสาครไม่เคยมีประสบการณ์น้ําท่วมใหญ่ ๆ มาก่อน เนื่องจากว่าเป็นจังหวัดที่ติดชายทะเล เวลามีปรากฏการณ์น้ําท่วมก็จะเป็นน้ําทะเล หนุนไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ลง แต่คราวนี้ก็คงจะแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับน้ําที่เคยเกิดขึ้นจากน้ําทะเล ผมเชื่อว่าทางจังหวัดในระดับปฏิบัติการได้เตรียมความพร้อมอยู่พอสมควรครับ แต่การให้ ความรู้การเตือนภัยกับพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอเมืองและอําเภอบ้านแพ้ว ที่น้ํายังไม่ได้ท่วมมาถึงนี่นะครับ ควรจะต้องแจ้งเตือนแล้วก็ให้องค์ความรู้หลาย ๆ อย่าง ขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น การวางถุงทราย พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ ๑ ของผม ในเขตอําเภอเมืองก็จะวางตามที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจกมานะครับ บางที่ บางบ้านก็ได้ ๒๐ ถุง ๓๐ ถุง ก็มาวางไปก็ไม่มีใครไปให้ความรู้นะครับว่าวางต้องวาง แบบไหน ต้องอุดท่อระบายน้ําหรือเปล่า ต้องอุดโถสุขภัณฑ์หรือเปล่า เพราะบางกรณี บางครั้งถ้าไม่ได้ให้ความรู้ท่านก็จะวางอยู่หน้าบ้านพอถึงเวลาน้ําเข้าปุ๊บ เข้ามาทาง ท่อระบายน้ําก็กลายเป็นแทนที่จะกันน้ําเข้านะครับ ก็กลายเป็นกันน้ําออก ก็ขังตัวเอง อยู่กับน้ํานะครับ การวางถุงทรายทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะจังหวัดนี้ก็ควรจะต้อง แจ้งนะครับระดับการท่วมของน้ําในตําบลไหนทางจังหวัดก็ควรจะแจ้งให้พี่น้องประชาชน ทราบว่าท่วมขังหรือไม่ หรือว่าท่วมสูงระดับกี่เซนติเมตร ต้องแจ้งให้อพยพวันไหน ตอนนี้พี่น้องประชาชนก็ยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน ถึงแม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนก็ยังไม่ทั่วถึง ท่านประธานครับ ที่สําคัญกว่านั้นก็คือพี่น้องประชาชนที่ตอนนี้ได้ถูกน้ําท่วมแล้วก็ยังขาด การดูแล จะพึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเดียวโดยลําพังแล้วท่านก็คงจะ ไม่มีกําลังนะครับ ต้องขอกําลังของรัฐบาลจัดสรรลงไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชนที่น้ําท่วมแล้วนะครับ

สุดท้ายนี้ทาง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะท่าน ส.ส. อรรถพร พลบุตร จากจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งวันนี้ท่านไม่มีคิวที่จะอภิปรายนะครับ พร้อมกับพวกเรา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ชายฝั่งทะเลทั้งหมดมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับมวลน้ําก้อนมหึมาก้อนนี้ ที่จะลงไปที่อ่าว ก หรืออ่าวไทย ซึ่งจะนํามาซึ่งความเสียหายกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์น้ํา สัตว์ทะเลนะครับ อยากให้ทางรัฐบาลได้แจ้งเตือนให้กับพี่น้องชาวประมง แล้วก็หาแนวทางป้องกันและระวังภัยให้กับพี่น้องชาวประมงด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านนิติรัฐ สุนทรวร ๒ นาทีครับ

นายนิติรัฐ สุนทรวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายนิติรัฐ สุนทรวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ก็คงจะมีเรื่อง ที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพราะว่าในขณะนี้น้ําท่วม สถานการณ์น้ําท่วม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ หลาย ๆ จังหวัดก็ท่วมไปหมดแล้ว ส่วนตอนนี้ จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดสุดท้ายแล้วนะครับที่น้ํากําลังจะเข้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อสักครู่ผมเดินทางมาผ่านอําเภอบางขุนเทียนถนนพระรามสอง ตอนนี้น้ํากําลังจะ เพิ่มขึ้นแล้วนะครับ ตอนนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่าอีกไม่นานน้ําก็คงจะเข้าสู่อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และส่วนของอําเภอกระทุ่มแบนที่ท่าน ส.ส. ได้พูดแล้ว ตําบลสวนหลวง และอําเภออ้อมน้อยส่วนนี้น้ําก็ท่วมไปเยอะแล้วนะครับ จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัด ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมีโรงงาน ๕,๐๐๐ กว่าแห่ง มีพื้นที่ในการเกษตรกรรมโดยเฉพาะ ในอําเภอบ้านแพ้วประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ตอนนี้ประชาชนค่อนข้างจะมีความห่วง มีความกังวลมากในเรื่องของน้ําที่จะท่วมเร็ว ๆ นี้นะครับ แต่ว่าหนทางที่แก้ไข ก็ยังมีอยู่นะครับ ก็คือว่าน้ําที่จะบ่ามาลงในแม่น้ําท่าจีนจะมีจํานวนอีกมากมาย เพราะฉะนั้น พวกเราได้พยายามหาทางที่จะแก้ไขป้องกันปัญหาน้ําท่วมโดยการปิดคลองจินดาซึ่งอยู่ใน อําเภอสามพราน เพราะว่าน้ําในแม่น้ําท่าจีนจะผ่านเข้าคลองจินดาแล้วก็เข้าสู่คลองต่าง ๆ คลองเล็กคลองน้อยเข้าสู่คลองดําเนินสะดวก ซึ่งตามปกติเราเคยพร่องน้ํากันอยู่ตลอดเวลา อยู่แล้วนะครับ ประตูระบายน้ําหลาย ๆ ประตูก็พร่องน้ําอยู่นะครับ แต่ว่าขณะนี้ปริมาณน้ํา กําลังมากขึ้น ๆ ก็ต้องขอความกรุณาท่านประธานกราบเรียนผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสําคัญได้บินไปดูสถานการณ์น้ํา แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็คงจะต้องของบประมาณ ขอกําลังสนับสนุนแล้วก็ช่วยดูแลป้องกันปัญหาน้ําท่วมซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้าย ถ้าจังหวัดสมุทรสาครรอดได้ก็ถือว่าครัวของโลกจะไม่เกิดความเสียหายครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ๗ นาทีครับ

นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพคะ เหตุการณ์น้ําท่วมในครั้งนี้ ถือเป็นอุทกภัยที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้นะคะ และน้ําท่วมครั้งนี้ ผ่านมาแล้วเป็นเวลาประมาณ ๓ เดือนก็ว่าได้ ในบางพื้นที่นั้นก็ตอบได้ว่าบางจังหวัด ก็ยุบไปแล้ว และในขณะที่ปิง วัง ยม น่าน ไหลรวมกันมาเป็นเจ้าพระยาแล้ววันนี้ลงมาสู่ กทม. ก็คงจะเป็นเรื่องที่เรียกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานต้องหาทางแก้ไขกัน ดิฉันเองในฐานะ ส.ส. พื้นที่ซึ่งอยู่ในจังหวัดราชบุรี วันนี้ขอพูดในนามตัวแทนคนไทยคนหนึ่งว่า สิ่งที่เราอยากจะรู้มากที่สุดในวันนี้ไม่ใช่ว่าใครผิดใครถูก หรือว่าใครเปิดประตูน้ําปิดประตูน้ํา ร ๓/๒๕๕๔ (ส. ทั่วไป) ศิริพร ๕๒/๒ น้ําจะไปทางตะวันออกหรือทางตะวันตก แต่สิ่งที่ประชาชนคนไทยอยากรู้ที่สุดในเวลานี้คือ ข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อมูลที่ชัดเจน ข้อมูลที่เป็นความจริง จริง ๆ ตรงนี้ก็ยังมีสิ่งที่เรารับรู้กันว่า ผ่านไปแล้วเป็นความชอกช้ําของประเทศไทย แล้วก็บอกว่ายังจะมีมวลน้ําก้อนใหญ่จะมา อีกแต่ตอบไม่ได้ค่ะวันนี้ชัดเจนหรือไม่ว่ามวลน้ําก้อนใหญ่ที่ได้ยินกันในข่าววิทยุโทรทัศน์ จะมาจริงหรือเปล่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่ในฐานะประชาชนคนไทยต้องการรู้เพื่อที่จะเตรียมตัว อุทกภัยเราก็คงจะต้องตอบว่าไม่มีใครสามารถที่จะเรียกว่าป้องกันได้อย่างชนิดที่ว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าต่อต้านได้มันเป็นเรื่องภัยธรรมชาติเข้าใจได้ดี แต่พี่น้องประชาชน คนไทยในหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ถ้าหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้ อยู่ในจังหวัดที่ถูกน้ําท่วมลงไปดูก็จะรู้ว่าความทุกข์ยากแสนสาหัส จนกระทั่งถึงภาวะจิตใจ ที่ล้มละลายนั้นเป็นมาอย่างไร วันนี้ต้องตอบว่าถ้าเป็นคนรวยประสบกับอุทกภัยก็คงจะ ไม่มีอะไรยากนัก หลายคนอพยพไปที่ชลบุรี หลายคนอพยพไปที่ประจวบคีรีขันธ์หรือชะอํา ไปพักตากอากาศเป็นเดือน ๆ เพราะว่ามีเงิน แต่ในสถานะของคนยากจน ดิฉันขอกราบเรียนว่า จะไปไหนคะ บางทีอาจจะมีบ้านที่สองในฐานะเรียกว่าหลังที่ ๒ ในฐานะเป็นชนชั้นกลาง แต่ว่าไปแล้วก็ท่วมอีกเห็นได้ค่ะจากวิทยุ ทีวี เพราะฉะนั้นวันนี้คนจนไปไหนไม่ได้เลย แล้วก็เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นนั่นก็คือน้ําท่วม ท่วม ท่วมจนมิดหลังคา แล้วบางครั้งคนจนบอกว่าไปไหนไม่ได้ก็ยังไม่อยากจะอพยพไปไหน เพราะว่ายังห่วงทรัพย์สิน และที่ได้ยินกันในทีวีก็คงจะเห็นกันว่าบางทีก็ยังมีโจรผู้ร้าย ฉะนั้นสิ่งที่เป็นความเศร้าโศก เสียใจครั้งใหญ่ครั้งนี้นะคะ ดิฉันเองในฐานะ ส.ส. ของจังหวัดราชบุรี อําเภอบ้านโป่ง และเป็นพรรคฝ่ายค้านคือพรรคภูมิใจไทย ขอแสดงความห่วงใยกับรัฐบาล และดิฉันเองก็ต้อง บอกว่าไม่บังอาจที่จะไปเรียกว่าบอกกล่าวหรือสั่งสอนว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร แต่สิ่งหนึ่ง ในความเป็นคนไทยวันนี้จะขอวิงวอนรัฐบาลช่วยแก้ไข ช่วยเรียกว่ารวมเอาหัวจิตหัวใจ รวมเอาจิตวิญญาณตรงนี้มารวมกัน ไม่ว่าท่านจะอยู่หน่วยงานใด กระทรวง ทบวง กรม วันนี้ท่านเห็นไหมคะว่าบ้านไหนที่ถูกน้ําท่วม ไม่มีที่อยู่ อพยพไม่ทัน บางครั้งต้องไปอาศัย ศาลาวัด ทราบกันมา เห็นกับตา อยู่กันอย่างไรคะ พระ เด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย สุนัข แมว อยู่ด้วยกัน รวมทั้งวันดีคืนดีก็จระเข้มาอยู่ด้วย นี่เป็นเรื่องจริง และดิฉันเองในฐานะ ส.ส. ของจังหวัดราชบุรี น้ําไม่ท่วมค่ะ แต่ในทุกอําเภอของจังหวัดราชบุรีขอร่วมแรงร่วมใจเป็น ส่วนหนึ่งในการที่จะบอกกับรัฐบาลว่าวันนี้ราชบุรีมี ส.ส. พรรคฝ่ายค้านของพรรคภูมิใจไทย ๔ คน ของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน แต่เราไม่ได้แบ่ง ไม่ได้แยก ไม่มีใครสั่งให้เราทําอะไร ถุงยังชีพ เงินเรี่ยไรจากพี่น้องประชาชน คนจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะดิฉัน ส.ส. บ้านโป่ง มากันเป็นระลอก ๆ เป็น ๑๐ คันรถสิบล้อแล้ว ส่งไปพระนครศรีอยุธยา ลพบุรีเราไปแล้ว ชัยนาท แล้วก็สิ่งที่เราจะไปเรายังทํากันต่อนะคะ วันที่จะถึงนี้เราก็ยังจะไปกันต่อ วันนี้ดิฉัน ขอวิงวอนรัฐบาล เพราะว่าดิฉันเองไปถึงครั้งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ไปยืนเห็น พี่น้องประชาชนที่เรียกว่ามารอถุงยังชีพ เห็นแล้วจริง ๆ ต้องเรียนว่าในฐานะที่เป็นบุคคลของ ตัวแทนนั้นความแข็งแกร่งก็ยังมีอยู่ ก็น้ําตาซึม ๆ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คงจะไม่ใช่ สิ่งที่เป็นสิ่งที่จะบอกว่าเป็นเรื่องเสียใจ หรือท้อแท้ หรืออ่อนแออะไรทั้งนั้น แต่เป็นเรื่องของ ความสงสาร เพราะฉะนั้นวันนี้นะคะ สักครู่ดิฉันก็ได้ยินท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่พูดว่า หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของอําเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ก็มาช่วยท่านในเขตกรุงเทพมหานคร อันนี้ก็เป็นการบูรณาการส่วนหนึ่งที่เราทําทุกอย่าง แล้วท้องถิ่นในจังหวัดราชบุรี ไม่ว่า อบจ. อบต. เทศบาล เราทําร่วมกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องพูด เพราะว่าพูดในตัวแทน คนราชบุรีที่เราเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ไม่ได้ถูกน้ําท่วม แต่เราจะทํางานต่อไปในฐานะ คนไทยคนหนึ่งเพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันอยากเห็นก็คือจิตวิญญาณ จิตวิญญาณอันเป็น จิตวิญญาณของคนไทยที่รักสามัคคีกัน ปรองดองกันอย่างไม่เห็นแก่พรรคแก่พวก และต่างฝ่ายต่างสี เรื่องราวตรงนี้เป็นเรื่องราวของคนไทยด้วยกันทั้งประเทศ ก็วิงวอนขอว่า แม้ว่าตรงนี้จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน หากแม้นว่าความร่วมมือใด ๆ ที่สามารถทําได้ ส่งเสียง มาเลยค่ะ พรรคฝ่ายค้านอย่างเราพรรคภูมิใจไทยจะทําให้อย่างเต็มที่โดยไม่เกี่ยงว่า จะเป็นใคร โดยที่ไม่เกี่ยงว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะเป็นเงินส่วนตัว เราจะทําให้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่คนราชบุรีที่ดิฉันต้องส่งผ่านเสียงจากรัฐสภาไปถึงวิทยุ ไปถึงทีวีนั้น บอกกราบขอบพระคุณเขาทุกคนว่าคนราชบุรีเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีน้ําใจ ตรงนี้ก็คงจะต้อง ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมด้วยกันเป็นรัฐบาล และทุก ๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ในความเป็นคนไทย ขอจิตวิญญาณของท่านบูรณาการงานชิ้นนี้อย่างมีระบบและ ไม่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย และทํางานร่วมกันอย่างใช้จิตวิญญาณแห่งความเป็นคนไทย เพราะพี่น้องประชาชนคนไทยตอนนี้ที่แก้ไขไม่ได้ก็ตกอยู่ในภาวะสภาพจิตใจที่ล้มละลาย และสิ่งที่เขาจะต้องเผชิญอีกก็คือรัฐบาลจะต้องเผชิญกับปัญหาของภัยแล้งที่จะตามมา และภัยหนาวก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอวิงวอนส่งเสียงนี้ฝากถึงผู้บริหารทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องให้ทําหน้าที่ตรงนี้อย่างดีที่สุด และถ้าต้องการความร่วมมือใด ๆ จากพรรคเรา หรือจังหวัดเราดิฉันยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่นะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นรอบของ สมาชิกวุฒิสภานะครับ ๕ ท่าน ท่านละ ๗ นาที มีท่านนฤมล ท่านศิริวัฒน์ ท่านจารุพงศ์ ท่านพรพันธุ์ และท่านสุพจน์นะครับ เชิญท่านนฤมล ศิริวัฒน์ ครับ

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้ติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์มาเป็นเวลาพอสมควร ได้เห็นว่าการบริหารการจัดการปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้นั้นมีความไม่สมบูรณ์ แล้วก็มีความบกพร่องมากทีเดียวนะคะ

ในส่วนของการบริหารนั้นดิฉันคิดว่ามีการจัดตั้งตัวบุคคล ซึ่งไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับการทําหน้าที่ มีการใช้หน่วยงานของรัฐในส่วนที่เป็นข้าราชการประจํา น้อยเกินไปกว่าฝ่ายการเมืองนะคะ ดิฉันเห็นว่าการตั้ง ศปภ. ขึ้นมานั้นอาจจะมีความจําเป็น แต่ควรที่จะมีการรวบรวมองค์ความรู้และเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งเราได้มีอยู่แล้วในระบบของเรา เป็นเวลาเนิ่นนานนะคะ ดิฉันได้เห็นข้อมูลบางข้อมูลปรากฏขึ้นมารู้สึกเสียดายที่รัฐบาล ละเลยและไม่ได้ใช้ข้อมูลหรือไม่ได้ใช้เครื่องมือ หรือไม่ใช้องค์ความรู้เหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ มากกว่าที่ควรจะเป็นและจึงได้เกิดปรากฏการณ์ที่ว่าขึ้น ถ้าเทียบกันการบริหารการจัดการ ปัญหาน้ําท่วมในครั้งนี้เป็นการแข่งขัน เป็นการต่อสู้ หลายคนหลายภาคส่วนพยายามบอกว่า เราต่อสู้กับน้ํานะคะ ดิฉันเห็นว่ารัฐบาลก็พยายามจะบอกอย่างนั้นเช่นเดียวกันด้วย การพยายามเล่นเกมอุดนะคะ ถ้าเป็นเกมฟุตบอลท่านประธานคะ โค้ช (Coach) หรือผู้จัดการ คือคุณยิ่งลักษณ์ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ของเรานี้ก็เลือกตัวผู้เล่นลงมาผิดตัวนะคะ เกมที่เล่นก็เลือกเล่นเกมผิด เกมอุดอย่างเดียวนะคะ อุดอย่างไรคู่ต่อสู้ที่แข็งแรงก็ย่อมหา โอกาสที่จะทําการโจมตีได้ วันนี้ท่านมองน้ําแค่ว่าเป็นน้ํา แต่จริง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าคู่ต่อสู้ของ เรานั้นมิใช่เพียงแค่เป็นน้ํา แต่เป็นความพึงพอใจของประชาชนในประเทศไทยและ ต่างประเทศซึ่งมาลงทุน มาร่วมวิถีชีวิตในบ้านเรา วันนี้จริง ๆ เห็นความขัดแย้งของ พี่น้องประชาชนหลายส่วนในประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา เพราะว่าปัญหาของการสื่อสาร ปัญหาของการจัดการ ความมั่นใจ ความรู้สึกการได้รับ ความเป็นธรรมนั้นมันไม่ได้ดีเพียงพอค่ะ ดิฉันเห็นว่าการบริหารวิกฤติบ้านเมืองนั้นต้องมี การปรับปรุงแก้ไข อันที่จริงแล้วเราไม่ได้เกิดขึ้นมา ปัญหาน้ํา ปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ นั้นไม่ได้ เกิดขึ้นมาแล้วบอกว่าเป็นครั้งแรก แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ใหญ่ก็ตาม เรามีหน่วยงานที่ รับผิดชอบมากมาย ถ้านับกันจริง ๆ แล้วเป็น ๑๐ หน่วยงาน ๑๐ องค์กรที่ดูแลปัญหา เกี่ยวกับภัยของความมั่นคงและสาธารณภัยต่าง ๆ ถ้าพูดจริง ๆ แล้วนะคะ ถ้าดิฉันจะหยิบ เอกสารขึ้นมาก็จะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติค่ะ ท่านประธานคะ เป็นเรื่องที่บอกว่าการฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติของเรานั้น หรือที่เราเรียกกันว่า ไครซิส แมนเนจเมนท์ เอคเซอร์ไซส์ (Crisis management exercise) ของเรานี้มันมีอยู่เป็นประจําอยู่แล้วค่ะทุกปี นโยบายที่จะต้องให้ความเตรียมพร้อมมันก็มีอยู่ ตั้งแต่เดือนธันวาคมปี ๒๕๔๘ นั้น ก็มีการกําหนดนโยบายการเตรียมความพร้อมแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบเป็นแนวทางในการที่จะเตรียมความพร้อมเผชิญสาธารณภัยและภัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๐ เราก็มีการกําหนดกรอบปฏิบัติการป้องกัน บรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการระดับกระทรวง มี ๑๗ ด้าน ที่เราได้กําหนดกันว่า จะมีด้านใดบ้าง ภัยที่เกี่ยวกับสาธารณภัย เช่น น้ําท่วม ภัยหนาว ภัยแล้งก็อยู่ในนั้นด้วย มาถึงพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ก็มีมติของ ครม. เห็นชอบกับแผนการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๗ ถามว่าแผนพวกนี้เขามีแล้วทําไหม ฝ่ายที่เป็น ข้าราชการพลเรือนเขาบอกได้ดําเนินการทํานะคะ ก็มีหนังสือจั่วถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิท วัฒนะ ว่าได้มีการฝึกแผน ได้มีการเตรียมความพร้อม ประสบความสําเร็จเป็นอย่างดี เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ค่ะ แต่วันนี้องค์ความรู้เหล่านั้น บุคลากรเหล่านั้นไม่ได้ถูก นํามาใช้เลย ศปภ. ที่ฝ่ายบริหารได้จัดตั้งขึ้นมาเต็มไปด้วยฝ่ายของการเมืองนะคะ และนั่นแหละค่ะ ดิฉันก็ต้องเรียนว่าเห็นใจนะคะ แม้จะไม่ได้เข้าไปใกล้ลึกแต่รู้ว่าคนเป็น นายกรัฐมนตรีอย่างคุณยิ่งลักษณ์ ซึ่งถามว่าพรรษาทางการเมืองนั้นมีขนาดไหน เรียนได้เลย ค่ะว่าสู้หลาย ๆ คนที่อยู่ใน ศปภ. ไม่ได้หรอกค่ะ ไม่มีทางที่จะไปสู้กันได้ค่ะ นั่นคือการเมือง ภายในพรรคเอง ไม่นับถึงการเมืองระหว่างพรรคอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่บอกว่าคนไทยวันนี้ ช้ํายิ่งกว่าช้ํา หลายคนบอกว่าไม่เชื่อรัฐบาลแล้ว หลายคนบอกว่าเชื่อสื่อภาคเอกชน เชื่อสื่อที่มาออนไลน์ดีกว่า ถามว่าแล้วจะเหลืออะไรคะ อย่าพูดถึงว่าความเชื่อมั่น จากต่างประเทศเลยค่ะ วันนี้ถ้าบริษัทประกันภัยใหญ่ ๆ ในสิงคโปร์เขาบอกว่าเขาไม่รับ ประกันภัยบริษัทที่มาตั้งในนิคมอุตสาหกรรมของเราอีกแล้วจะทําอย่างไรกัน ผู้ที่เขาจะลงทุน เขาก็ไม่ต้องการมาลงทุนอยู่บนความเสี่ยง ท่านบอกจะสร้างเขื่อนล้อม ให้ไปหาเงินกู้ ให้แหล่งเงินกู้ถูก ๆ จะใช้เขื่อนสร้างทั้งหมด มันไม่ใช่ค่ะ มันต้องปรับทั้งระบบโครงสร้าง ทั้งหมดจริง ๆ สิ่งที่ดิฉันบอกไว้ว่าถ้าเราไม่เอาวิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสเราก็จะเจอแบบนี้อีกค่ะ ดิฉันก็จริง ๆ แล้วไม่อยากที่จะอาจเอื้อมไปอ้างถึงพระราชดํารัสเมื่อปี ๒๕๓๘ ซึ่งหลายคน คงได้กล่าวถึงแล้วเทิดทูนไว้แล้ว ดิฉันอยากให้วาระนี้เป็นวาระที่คนไทยนี้นะคะ โดยเฉพาะ ฝ่ายบริหารได้น้อมนําสิ่งเหล่านี้ที่ท่านทรงมีไว้ให้กับพวกเราได้เรียนรู้ เอาไปทําเถอะค่ะ วันนี้ถ้ารัฐบาลจะต้องใช้เงินมาก จะต้องกู้ ดิฉันก็คิดว่าผู้คนคงจะให้ความเห็นชอบและยอมได้ เราในส่วนของวุฒิสภาก็จะทําหน้าที่ติดตามตรวจสอบให้เห็นถึงการทํางาน ดิฉันคิดว่า ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะที่ท่านจะพูดว่าปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้โดยไม่มีหลักการที่ชัดเจน ท่านจะรู้ ได้อย่างไรว่าปีหน้าที่ว่านั้นจะไม่ใช่เดือนพฤษภาคมที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ ท่านฟื้นฟูยังไม่ทันเสร็จ เลยค่ะใครจะการันตี (Guarantee) ได้ค่ะว่าจะไม่มีภาวะน้ําท่วมขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้น ดิฉันฝากค่ะระบบของเรามีอยู่แล้วเอามาใช้ประกอบ ดิฉันเห็นใจว่าความลําบากจะต้อง เกิดขึ้นต่อไปอีกมาก โรคระบาดต่าง ๆ จะต้องเกิดขึ้น เพื่อนสมาชิกของดิฉันที่ไม่ได้อภิปราย ในวันนี้ฝากบอกว่ามีสัตว์ตายนับล้านตัว ไก่ที่มาจากบริเวณใกล้ ๆ กรุงเทพฯ น้ําความเน่า ความเสียจะลงมาในระบบของเราได้มากได้น้อยขนาดไหน ท่านต้องรีบดําเนินการแก้ไข ดิฉันก็ฝากเอาไว้นะคะ เรื่องของการเยียวยาคงจะได้พูดได้เพียงเท่านี้ก่อนในวันนี้ ขอบพระคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสิริวัตน์ ไกรสินธุ์ ครับ

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากนครศรีธรรมราช ในฐานะ สมาชิกวุฒิสภา ก่อนอื่นผมขออนุญาตว่าในยามนี้ก็จะแสดงความเสียใจ แล้วก็ความเห็นใจ กับผู้ที่ได้รับภัยพิบัติทั้งหมดทั้งปวงนะครับ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่รัฐบาล กทม. ข้าราชการทุกส่วน เอกชน แต่ที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ ส่งเสียงจากสภาแห่งนี้ไปยังประชาชนหรือเยาวชนคนหนุ่มสาวทั้งหลายที่เป็นอาสาสมัคร โดยไม่มีเงินเดือน หรือว่าผลตอบแทนใด ๆ ที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยจิตสาธารณะ หรือจิตอาสา แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ในเมื่อรัฐบาลได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาก็ขอแสดงความคิดเห็นและขอเสนอแนะซึ่งในเวลาอันสั้น ผมมี ๔ ข้อครับ ใน ๔ ข้อนั้นมีข้อที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้าข้อเดียว ที่เหลือเป็นปัญหาในระดับ ที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างหรือปัญหาหลัก ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาและต้องเป็นเรื่อง ระยะยาวแต่ต้องพูดไว้ในที่นี้

เรื่องแรก ท่านประธานครับเฉพาะหน้านี่ ผมอยากกราบเรียนผ่านประธาน ไปยังรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของการแจกถุงยังชีพนี่ ไม่ว่ารัฐบาลไหนจนถึงรัฐบาลนี้ พอได้ไหมครับที่รัฐบาลตั้งแต่นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีทั้งหลายที่จะไปแจกเอง ผมคิดว่า มันไม่ช่วยและมันไม่ได้แก้ คือแน่นอนภาพลักษณ์ที่ความเชื่อมั่นอาจจะจําเป็นบ้าง แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ ถุงยังชีพหรือการช่วยเหลือเฉพาะหน้าต้องโอนภารกิจเหล่านี้ไปให้ท้องถิ่นได้แล้ว ท่านไม่มีทางที่จะแจกถุงยังชีพได้ครอบคลุมทั่วถึง โดยเฉพาะคนที่อยู่ลึก ๆ ได้เท่ากับ สมาชิก อบต. หรือกระทั่งคนที่อยู่ในพื้นที่ หรืออาสาสมัครทั้งหลาย ดังนั้นเรื่องนี้ผมฝากไว้ ในรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลต่อ ๆ ไปนะครับว่าภารกิจถุงยังชีพอย่าถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้อง ลงไปแจกเอง

ข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนว่าเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา เถียงกันเยอะในสภาแห่งนี้ผมฟังมาตลอด ในโซเซียลมีเดียหรือในสื่อสาธารณะทั้งหลาย ก็มีการถกเถียงกันเยอะ ผมคิดว่าสังคมไทยจะไม่ได้อะไรครับ ถ้าหากว่าถกเถียงกันไปมา คนละหนคนละที แล้วก็ใช้อารมณ์หรือกระทั่งผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นที่ตั้ง ผมคิดว่า ผมเห็นด้วยกับสมาชิกบางท่านที่เสนอเรื่องของการให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา สักชุดหนึ่งจะเรียกว่ากรรมการอิสระ หรือกรรมการกลาง หรือกรรมการอื่นใด แต่ว่าขอว่า ให้มีทุกภาคส่วนเข้ามา ฝ่ายค้านต้องตั้งเข้าไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญต้องตั้งเข้าไปด้วย แล้วก็ไปนั่ง ถกเถียงด้วยเหตุด้วยผล เอาข้อมูลมาแบกัน บนเวทีเดียวกันนะครับ อย่างมีความเท่าเทียมกัน ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นได้สังคมไทยก็จะได้บทเรียน ไม่อย่างนั้นเราจะมีภัยใหญ่ ๆ แต่ว่าเราเกี่ยวร้อยอะไรไว้ไม่ได้เลยครับท่านประธาน แม้แต่กระทั่งบทเรียนซึ่งจะไว้ สําหรับรับมือในอนาคต ดังนั้นผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการขึ้นมานะครับ

ข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมานั่งทบทวน เรื่องของแนวทางในการพัฒนาประเทศเสียใหม่ วิกฤติครั้งนี้ถ้าหากว่ายังไม่ทบทวนในเรื่อง ของแนวทางการพัฒนาประเทศหรือยุทธศาสตร์ใหญ่ ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ผมคิดว่า เราไม่มีทางแก้ได้ครับ เราไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ ที่จริงมันโยงมาจากภัย ของมนุษย์ครับ กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของแทบทุกอย่าง แต่ผมอยากเรียนในเวลาอันสั้นว่า เป็นเมืองที่ถมไม่มีทางเต็ม ท่านคิดโครงการหรืองบประมาณใด ๆ ในการที่จะป้องกัน กรุงเทพฯ ในอนาคตผมไม่เชื่อเราจะทําได้สําเร็จ ถ้าหากว่าท่านไม่กระจายออกไปนะครับ และถ้าหากตราบใดที่เรายังมุ่งหนุนอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนัก หรืออุตสาหกรรมรับจ้างผลิต ที่เราใช้หรือทําลายทรัพยากรไปเยอะมาก ทั้งพลังงาน ทั้งป่าไม้ หรือกระทั่งตรง ๆ เลยนะครับเอานิคมอุตสาหกรรมไปขวางทางน้ํา แล้วก็ชุมชนเติมเข้าไป หรือโครงสร้างพื้นฐานจากรัฐก็เติมเข้าไป เพราะว่าในนามของการพัฒนาประเทศมันรู้สึกว่า น่าจะเข้าไปช่วย ที่จริงผมเรียนท่านประธานว่าเราไม่ได้พัฒนาประเทศมากมายนัก จากอุตสาหกรรมบางประเภท ผมไม่ได้ปฏิเสธอุตสาหกรรมในทุกประเภท แต่ผมคิดว่า อุตสาหกรรม ยกตัวอย่างก็ได้ครับ อุตสาหกรรมรถยนต์อย่างนี้ เราแน่ใจหรือครับว่า ๑. เราจะได้กําไร หรือ ๒. เราจะได้ภาษีเข้ารัฐ ส่วนใหญ่ก็บีโอไอ (BOI) แทบทั้งนั้นครับ และใช้พลังงานสูงมากครับ แล้วไปตั้งขวางทางน้ําไว้เยอะมากครับ ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ ผมคิดว่าต้องมานั่งทบทวนกันใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาสั้นเหลือเกิน พูดถึงเรื่อง แนวทางการพัฒนาประเทศต้องใช้เวลายาว แต่ว่าผมไม่มีเวลาแล้ว

เรื่องของผังเมืองท่านประธาน เรื่องของผังเมืองต้องทบทวนใหม่ ผมคิดว่า ประเทศนี้น่าจะเป็นประเทศเดียวกระมังครับที่เราไม่รู้ว่าควรจะต้องวางเขตอุตสาหกรรม วางเขตเกษตร วางเขตชุมชน หรือวางเขตตรงไหนเป็นพื้นที่สีเขียว ผมคิดว่าเรามั่วกันไปหมดครับ ยังไม่นับประเด็นที่ดูเหมือนว่าจะเล็กกว่าเรื่องผังเมืองนี้ เช่นเรื่องของการถมที่ เป็นประเทศเดียวกระมังครับที่เราปล่อยให้การถมที่นั้นแทบจะเป็นเสรี คือหมายความว่า ใครมีกําลังก็ถมสูงเท่าไรก็ได้ ไม่มีว่าพื้นที่ไหนจะต้องถมในระดับเท่าไร นี่ยกตัวอย่างนะครับ เรายังมีตัวอย่างอีกมากมายแต่เวลามันหมดครับท่านประธาน ดังนั้นผมจึงอยาก กราบเรียนว่าต้องใช้วิกฤติครั้งนี้ไปตั้งคําถามและไปนั่งคุยกันใหม่เรื่องของแนวทาง หรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศเสียใหม่ ผมว่าเราต้องบุกไปในเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของการศึกษา เรื่องของการบริการ เรื่องของการเกษตร หรือถ้าอุตสาหกรรมก็คือ ทําเรื่องอาหารที่ต่อยอดจากการเกษตร อุตสาหกรรมเหล่านี้ ผมคิดว่าเราอยู่ได้กับน้ํา เราอยู่ได้ กับธรรมชาติมากกว่า และเรามีกําไรมากกว่า และแน่นอนที่สุดกระจายผลประโยชน์ให้กับ คนไทยมากกว่า ไม่เหมือนกับอุตสาหกรรมที่ผมยกตัวอย่าง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ก็ได้เฉพาะผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นคนต่างชาติแล้วก็มีคนไทยจํานวนนิดเดียวนะครับ

ประเด็นสุดท้ายก็คือว่า เราใช้วิกฤติครั้งนี้ในการที่จะทบทวนเรื่องของ การสร้างหรือพัฒนาคนกันใหม่ได้กระมังครับทําอย่างไรจึงจะสามารถผลิตหรือพัฒนาคนไทย ให้มีจิตสาธารณะและทักษะการคิด มีจิตสาธารณะเพื่อที่จะได้ช่วยกันรับมือกัน รู้จักเข้าคิวนะครับ แน่นอนผมพูดด้านดีของคนไทยไปแล้วที่มีจิตสาธารณะช่วยกันนะครับ แต่ว่าด้านที่มันเป็นด้านด้อยก็มีเยอะครับ ขโมยขโจรก็เยอะมาก ทิ้งบ้านไม่ได้ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นก็คือว่าแย่งชิงกันในการรับของแจก อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นทักษะการคิด หรือจิตสาธารณะในการรับมือกับภัยธรรมชาติครั้งใหม่ ๆ ซึ่งเราเชื่อว่าจะต้องเกิดขึ้นอีก แม้นไม่อยากให้เกิดขึ้น จะต้องทํากันอย่างขนานใหญ่ ไม่ใช่ทําระบบการสร้างคนเพียงแค่ให้คน เป็นซีพียู (CPU) ก็คือให้คนท่องจําไปตอบข้อสอบแข่งกันแล้วก็จบกันเพียงเท่านั้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านจารุพงศ์ จีนาพันธ์ครับ

นายจารุพงศ์ จีนาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายจารุพงศ์ จีนาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านก็คงเครียดกับปัญหาน้ําท่วม เพราะว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่านด้วยกัน ก็ประสบปัญหาน้ําท่วมด้วยเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านรองประธานวุฒิสภาเองนะครับ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็นวิศวกรนะครับ ก็อยากจะถ่ายทอดมุมมองว่าวิกฤติ มหาอุทกภัยในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ซึ่งจริง ๆ แล้วความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากน้ําก็คงระดับหนึ่งนะครับ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในมุมมอง ของวิศวกรผมมองว่าเกิดจาก ๓ ประการด้วยกันครับ ประการแรกคือข้อมูล ประการที่ ๒ คือการวางแผน ส่วนประการที่ ๓ คือการบริหารจัดการนะครับ ทําไมผมถึงยกเอา ๓ ประการขึ้นมาเป็นปัญหาใหญ่นะครับ ทั้งนี้เพราะว่าถ้าดูปริมาณน้ําถ้าเทียบกับเมื่อปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ําในปีนี้มีเพิ่มจากปีที่แล้วเพียงแค่ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ แต่ได้สร้าง ความเสียหายมากกว่าอุทกภัยปีที่แล้วอย่างเปรียบเทียบไม่ได้นะครับ มาดูในเรื่องของข้อมูล หลายสัปดาห์หรือหลายเดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าท่านที่ฟังข่าวก็คงจะได้รับทราบข้อมูลที่ไม่ค่อย จะตรงกันเลย ไม่ว่าจะเป็นน้ํามวลใหญ่ว่ามีหรือไม่มีในเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานะครับ ผมมองว่า ภาครัฐเองมีกลไกที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลไกของกระทรวงมหาดไทยเองก็ตาม หรือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตามนะครับ แต่ข้อมูลดังกล่าวก็เป็นข้อมูล การวัดปริมาณน้ําในแม่น้ําลําคลอง ไม่ได้มีการวัดระดับน้ําหรือปริมาณน้ําในท้องทุ่ง สิ่งเหล่านี้ถามว่าจัดการได้ไหม จริง ๆ ทําได้ครับท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยมีบุคลากร จํานวนมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็มีบุคลากรจํานวนมาก เราสามารถที่จะให้ บุคลากรเหล่านั้นไปทําการวัดระดับน้ําแล้วก็รายงานเข้ามาที่ศูนย์ อาจจะเป็นราย ๓ ชั่วโมง หรือในบางพื้นที่ที่เป็นวิกฤติอาจจะเป็นรายชั่วโมงก็ได้นะครับ ข้อมูลเหล่านี้ปัจจุบันได้ทราบ มาว่าไม่มีเลย มีแต่การคาดการณ์ว่าน้ําที่ไหลออกจากคลองหรือล้นจากแม่น้ํามีปริมาณ ประมาณเท่าไรเท่านั้นเองนะครับ แม้กระทั่งปัจจุบันนักวิชาการหลาย ๆ ท่านที่เข้ามา ช่วยเหลือรัฐบาลก็ยังต้องอาศัยข้อมูลจากดาวเทียม ซึ่งข้อมูลดาวเทียมต้องเรียนให้ทราบ อย่างนี้ครับท่านประธาน ในฐานะที่ผมมีความรู้ทางด้านดาวเทียมอยู่บ้างนะครับ ข้อมูลดาวเทียมเป็นข้อมูลโดยภาพรวมเท่านั้นเองนะครับ ไม่สามารถที่จะบอกปริมาณน้ํา ที่แท้จริงได้ ไม่สามารถที่จะบอกปริมาณการไหลของน้ําได้ การที่จะไปวัดปริมาณการไหล อาจจะต้องมีระบบโทรมาตร แต่ในกรณีนี้เป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นแบบกะทันหัน เราสามารถใช้ บุคลากรที่เรามีอยู่ไปวัดและรายงานกลับเข้ามาได้นะครับ

มองดูในเรื่องของการวางแผน การวางแผนเท่าที่ดูนะครับ สังเกตดูง่าย ๆ ในเรื่องของการตั้งศูนย์ ศปภ. ครั้งแรกตั้งอยู่ที่ดอนเมือง ผมเองถ้าได้มีโอกาสร่วมรัฐบาลด้วย ก็คงจะต้องแย้งนะครับว่าดอนเมืองถึงแม้จะเป็นที่ที่สูงก็ตาม สูงกว่าระดับน้ําทะเลปานกลางในระดับที่ประมาณสัก ๕-๖ เมตรนะครับ แต่ท่านลองวัด ปริมาณน้ําท่วมที่พระนครศรีอยุธยานะครับท่านประธาน ระดับผิวน้ําสูงประมาณถึง ๗ เมตร ในบางพื้นที่ก็มีครับ ทั้งนี้เพราะอะไรครับ เราไปวัดระดับน้ําเทียบกับระดับแม่น้ําไม่ได้ เพราะว่าระดับแม่น้ําจากน้ําที่ท่วมทุ่งไม่ได้เชื่อมต่อกัน น้ําที่ท่วมทุ่งมาแล้วเขาก็จะไหลไป ไม่สามารถที่จะวิ่งลงแม่น้ําได้ เพราะว่ามีสิ่งกีดขวาง อย่างเช่น ถนน หรือว่าหมู่บ้าน หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เพราะฉะนั้นดูจากการวางแผนในการตั้งศูนย์ ศปภ. แล้วก็จะเห็นว่า ย้ายจากดอนเมืองมาที่เอ็นเนอร์จี คอมเพล็กซ์ (Energy Complex) ก็โดนน้ําท่วมจนได้นะครับ ในวันที่ย้ายในวันที่เริ่มทําการถมทาง ผมก็ได้ขับรถตระเวนดูครับท่านประธาน ก็สังเกตเห็น เลยครับว่า แม้กระทั่งที่ศูนย์ ศปภ. เอง การวางแผนในเรื่องของการทําทางถมทาง เพื่อเชื่อมต่อดอนเมืองโทลล์เวย์กับทางเข้าของศูนย์ ศปภ. ก็ไม่ได้มีการแผนครับท่านประธาน นําหินคลุกไปบดอัดขวางทางน้ําคือขวางถนนเลยนะครับ แล้วก็ลาดยางมะตอยแล้วก็ต้องถม สูงขึ้น ๆ จนปัจจุบันก็สร้างปัญหาให้กับประชาชนที่อยู่ก่อนแนวที่กั้นทําให้ปริมาณน้ําสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเลยว่ารัฐบาลขาดการรวบรวมข้อมูลที่ดีพอนะครับ แล้วก็ขาด การวางแผน ไม่ได้วางแผนในหลาย ๆ ซีนาริโอ (Scenario) ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้จะแก้ไข อย่างไร ไม่มีแผน ๑ แผน ๒ แผน ๓ ที่ดีพอนะครับ เมื่อมองในเรื่องของการบริหารจัดการ ก็จะเห็นได้ชัดเลยครับว่าเหมือนที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว เป็นการใช้คน ไม่ถูกกับงาน ในขณะที่ภาครัฐเองมีบุคลากรไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ตาม แต่ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์นะครับ และที่สําคัญ ผมยังไม่เห็นความจําเป็นที่จะต้องมีศูนย์ ศปภ. เพราะโดยโครงสร้างของกระทรวงมหาดไทยเอง ก็มีกรม กองที่ทําหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของภัยพิบัติเหล่านี้อยู่แล้ว ขาดอยู่แค่วอร์รูม ที่จะทําหน้าที่รวบรวมข้อมูล เพื่อนําข้อมูลที่ถูกต้องส่งต่อให้นักวิชาการหรือวิศวกรหรือผู้ที่มี ความเกี่ยวข้องนําไปวิเคราะห์และวางแผนต่อไปเพราะฉะนั้นปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากสถานการณ์นี้เป็นหลัก และเนื่องจากเวลามีจํากัดนะครับ

ผมอยากจะฝากประเด็นสุดท้ายก็คือในเรื่องของภายหลังน้ําลด อยากจะฝาก รัฐบาลในเรื่องของการเยียวยาและการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนได้มีอาชีพ มีรายได้ อย่าให้ ประชาชนต้องเป็นหนี้อีกเลยครับ หลังน้ําลดท่านลองคิดดูสิครับว่านอกจากพืชผลไร่นา เสียหายแล้วนี่นะครับ แล้วไม่มีรายได้ แล้วเขาจะอยู่อย่างไร ผมเกรงว่าปัญหาในเรื่องของ ปากท้องของประชาชนจะพัฒนากลายเป็นปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองศาสตราจารย์ พรพรรณ บุณยรัตพันธ์ ครับ

รองศาสตราจารย์พรพรรณ บุณยรัตพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน พรพรรณ บุณยรัตพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาสรรหาภาควิชาชีพ สิ่งที่ดิฉันจะกราบเรียนท่านประธานในโอกาสต่อไปนี้จะเกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน อันได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ําท่วม สิ่งที่อยากจะเรียนถามไปยังรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง ก็คือในขณะนี้มีการให้สถิติเกี่ยวกับผู้เสียหายจากน้ําท่วมโดยที่บอกเป็นจํานวนที่ประชากร ที่ถูกน้ําท่วม ประชากรที่เสียชีวิตจากน้ําท่วม อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ท่านระบุมาตลอดว่า เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ๕๕๐ คนโดยประมาณในขณะนี้ ท่านน่าจะให้รายละเอียดที่ชัดเจนต่อไปว่า ทั้ง ๕๕๐ คนนี้เป็นชาย เป็นหญิง หรือเป็นเด็กประมาณเท่าไร แล้วข้อสําคัญก็คือสาเหตุของ การตายจากน้ําท่วม เพราะมันจะเป็นสาเหตุทั้งที่ป้องกันได้และไม่สามารถที่จะป้องกันได้ สุดวิสัย ส่วนสาเหตุที่สามารถที่จะป้องกันได้ เช่น การตายจากการถูกไฟฟ้าดูดในขณะที่ น้ําท่วม อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องเกิดจาการบกพร่องของการบริหารจัดการแน่นอน แล้วก็อยากจะ เรียนถามด้วยว่าท่านจะมีนโยบายอย่างไรในการที่จะชดเชยความเสียหายให้แก่ประชาชน ที่เสียชีวิตอันเนื่องมาจากน้ําท่วมครั้งนี้ เพราะว่าน้ําท่วมครั้งนี้มันก็ไม่ใช่เกิดจากภัยธรรมชาติซึ่งสุดวิสัยแต่อย่างเดียว แต่ถ้าสาเหตุ การตายนั้นเป็นสิ่งที่เกิดจากการบกพร่องในการช่วยชีวิต ก็อาจจะต้องมีการชดเชย ค่าเสียหายด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นก็คือการเจ็บป่วยภายหลังที่ระหว่างน้ําท่วม ซึ่งในขณะนี้ก็อาจจะผ่อนคลายลง แต่ที่สําคัญคือการเจ็บป่วยในสภาวะที่น้ําลดและเริ่มลด โดยเฉพาะโรคติดต่ออันตราย เช่น โรคฉี่หนู หรือว่าโรคไข้เลือดออก หรือว่าโรคทางเดิน หายใจอักเสบเฉียบพลันพวกนี้ โดยเฉพาะโรคฉี่หนูดิฉันได้เห็นท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้แสดงถึงการป้องกันโดยที่บอกให้ประชาชนได้สวมถุงพลาสติกเหมือนกับบูท (Boot) พลาสติก ซึ่งตัวอย่างของกรมควบคุมโรคก็ได้นํามาแสดง แล้วก็กําหนดว่าจะแจกถุงเหล่านี้ ให้กับชุมชน ชุมชนละ ๕๐ ถุง ซึ่งท่านไม่สามารถที่จะทําให้ครบกับจํานวนคนได้ ดิฉันคิดว่า ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคฉี่หนูในขณะนี้มีด้วยกันเกือบทุกท่าน ประชาชนทุกคนที่อยู่ใน สภาวะน้ําท่วมเสี่ยงมากต่อโรคนี้ ซึ่งโดยธรรมชาติของโรคเป็นโรคที่มีอันตรายสูง มีอัตรา การเสียชีวิตสูง และจะป้องกันได้โดยวิธีเดียวเท่านั้นก็คือไม่ให้เท้าสัมผัสหรือร่างกายสัมผัสกับ น้ําที่ท่วมขัง โดยเฉพาะน้ําที่ท่วมขังในระดับที่น้อยลง ๆ เพราะว่าความเข้มข้นของเชื้อโรค จะมากขึ้นในน้ําที่ลดลง เพราะฉะนั้นการที่กระทรวงสาธารณสุขสามารถที่จะแจกการป้องกัน ทั้งหมด รวมทั้งทําข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการป้องกันโรคเหล่านี้ให้ประชาชน โดยคํานึงถึง ด้วยว่าในสภาพของผู้อพยพ ผู้ที่อยู่ในศูนย์อพยพบางแห่งอาจจะไม่มีสื่อทางโทรทัศน์ หรือทางวิทยุที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นอาจจะต้องพิจารณาในการที่จะให้ข้อมูลให้กระจาย ให้มากที่สุดโดยวิธีอื่น ๆ ด้วย และการแจกถุงพลาสติกหรือว่าบูทพลาสติกที่สามารถที่จะ ป้องกันให้ประชาชนได้นั้นเป็นสิ่งที่ควรจะกระทําอย่างกว้างขวาง อาจจะขอความร่วมมือ จากองค์กรการกุศลอื่น ๆ หรือว่าผู้ที่มีจิตอาสาทั้งหลายกระจายให้ประชาชนทราบทั่วกัน และนอกจากนี้ควรจะได้อธิบายให้ประชาชนได้ทราบด้วยว่าอาการเริ่มแรกที่เขาควรจะต้อง พยายามไปรับการรักษานั้นคืออย่างไร และที่สําคัญที่สุดที่ประชาชนจะเสียชีวิตก็คือโอกาส ที่ช้าไปในการที่จะเข้ารับการรักษา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้กระทรวงสาธารณสุขน่าที่จะทําให้ ชัดเจนในเรื่องของการส่งต่อผู้ป่วย แล้วก็ให้ผู้ที่เริ่มมีอาการสามารถที่จะได้รับการรักษาได้ อย่างทันท่วงทีนะคะ

นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับสภาวะสิ่งแวดล้อม เช่น ในขณะนี้จะมี นักวิชาการหลายคนได้ฝากความเห็นมาว่าในขณะนี้มีความพยายามที่จะกอบกู้ นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยการสูบน้ําออกให้เร็วที่สุด ซึ่งอันนี้อยากจะให้พิจารณา ในรายละเอียดว่านิคมอุตสาหกรรมเหล่านั้นหลายแห่ง หลายนิคมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย โรงงานซึ่งมีสารพิษต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ของโรงงาน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะ สูบน้ําที่คั่งค้างอยู่ในบริเวณโรงงานออกมาสู่ภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านเรือนของ ประชาชน แล้วก็เป็นพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหลาย อันนี้อาจจะมีสารพิษ โดยเฉพาะโลหะหนัก หรือสารที่เป็นพิษปนเปื้อนอยู่เป็นจํานวนมาก ควรจะได้มีการตรวจสอบ อย่างน้อยตรวจสอบ ก่อนว่ามันมีสารที่ปนเปื้อนอยู่มีความรุนแรงขนาดไหน ก็ควรจะได้ทําการบําบัดรักษาหรือว่า จัดการก่อนที่จะพ่นออกมาให้เดือดร้อนกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ําท่วม บริเวณรอบ ๆ นิคมอุตสาหกรรมนั้นมากเข้าไปอีกนะคะ นอกจากนั้นบรรดาขยะที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมนั้นจะต้องคิดว่ามันแตกต่างกับขยะ โดยทั่วไป อาจจะมีขยะที่เป็นพิษปะปนอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะให้มีการกําจัดขยะเหล่านี้ โดยวิธีที่รอบคอบเป็นพิเศษมากกว่าวิธีธรรมดานะคะ ก็อยากจะเรียนฝากไว้ด้วยในเรื่องของ ขยะทางด้านอุตสาหกรรมและการระบายน้ําออกจากนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนั้นก็อยากจะเรียนเกี่ยวกับความวิตกของประชาชนในขณะนี้ว่า ถ้าหากว่าท่านจะบอกตั้งคณะกรรมการเพื่อที่จะฟื้นฟูยุทธศาสตร์นี้ ประชาชนทั่วไปอยากจะ ทราบแต่เพียงว่าในขณะนี้ปีหน้าน้ําจะท่วมอีกหรือไม่ คณะกรรมการเรียนว่ามีเวลาทํางาน ไม่ถึง ๖ เดือนเพื่อจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ขอบคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุพจน์ เลียดประถม ครับ

นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา ตราด 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองมีความเชื่อว่าในการเปิดอภิปรายทั่วไปในวันนี้ประชาชนชาวไทยเป็นจํานวนมาก เฝ้าคอยรับฟังแนวทางแก้ไขปัญหาที่สมาชิกรัฐสภาจะได้นําเสนอต่อรัฐบาล แล้วก็มุ่งหวัง เช่นเดียวกันว่ารัฐบาลเองน่าจะนําแนวทางที่สมาชิกรัฐสภาได้นําเสนอนี้นําไปปรับปรุง แนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยของพี่น้องประชาชน ก็คงไม่มีความเสียหายครั้งใดในอุทกภัย ที่ยิ่งใหญ่เท่ากับครั้งนี้ คําทักทายที่สมาชิกรัฐสภาได้พูดคุยกัน คําถามแรกที่พูดคุยกันก็มักจะ ถามว่าบ้านท่านน้ําท่วมหรือเปล่า และถ้าสมาชิกท่านไหนบอกน้ําไม่ท่วมก็จะแปลกใจมากว่า ท่านไปหลบอยู่ตรงไหน ทําไมน้ําไม่ท่วมบ้านท่าน ปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า เราขาดแผนการรองรับที่ดีพอ ปัญหาน้ําท่วมและภัยแล้งเป็นปัญหาของประเทศชาติ เราอยู่กับมันทุกปี มีท่วมทุกปี แล้วก็เสียชีวิตเป็นจํานวนมากทุกปี แต่ปีนี้เอาเถอะเราก็ แก้ตัวกันไปว่าปีนี้มันท่วมใหญ่จริง ๆ นะ ๕๐ ปี หรือ ๑๐๐ ปี เราไม่เคยท่วมขนาดนี้มาก่อน เราต้องยอมรับว่าคนในสมัยก่อน สมัยโบราณ ถ้าย้อนไปในสมัยอยุธยา เราได้ใช้น้ํา เป็นอาวุธนะครับ เวลาข้าศึกมาโจมตีกรุงศรีอยุธยา ข้าศึกมักจะต้องถอยร่นกลับไปไม่เป็น ขบวนทุกทีเมื่อฤดูน้ําหลาก ผมเองก็เคยอ่านประวัติศาสตร์ของรัสเซียก็เช่นเดียวกัน จอมทัพที่ลือชื่อหลาย ๆ คนที่บุกไปยังรัสเซียก็จะแพ้เมื่อยามที่ภัยหนาวมา แต่สมัยนี้ เราเองเมืองไทยเราอยู่กับน้ํามาตลอดนะครับ ในครั้งนี้เราเสียหายมากจริง ๆ

ผมเองมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาเป็นประเด็นหลักก็คือ เรื่องการจัดการ เราต้องยอมรับว่ารัฐบาลมีปัญหาในเรื่องของการจัดการอยู่อย่างมาก สิ่งแรก ที่รัฐบาลเองไม่ได้กระทําก็คือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลต้องยอมรับว่า ถ้าเราให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน เขานี่ช่วยตัวเขาเองได้มาก มากกว่าใคร ๆ เลยครับ เราจะเห็นข้อมูลในทางโทรทัศน์เป็นจํานวนมากว่ายังไม่มีหน่วยไหนเข้าไปเลยเป็นจํานวนมาก ถ้ารัฐบาลให้ข้อมูลเขาถูกต้องนะครับว่าปัญหาอุทกภัยน้ําจะมาถึงเมื่อไร มวลน้ําจะมีมากแค่ไหน แล้วเขาจะต้องทําอย่างไร เขาจะอยู่อย่างไร เขาจะมีอาหารการกินอย่างไร เขาจะคมนาคม อย่างไร สิ่งเหล่านี้นะครับรัฐบาลต้องให้ข้อมูลเขา ความไม่รู้นะครับท่านประธาน ทําให้เกิด ความโกลาหลเป็นอย่างมาก เกิดการกักตุนอาหาร สินค้าต่าง ๆ ขาดแคลนอย่างมาก นี่เราไม่นับ เฉพาะพื้นที่ที่น้ําท่วมนะครับท่านประธาน พื้นที่ที่น้ําไม่ท่วมก็เช่นเดียวกัน ท่านไปดูสิครับ สถานที่พักตากอากาศชื่อดังทั้งหลายนะครับ อาหารขาดแคลนทั้งนั้นนะครับ ผมเองอยู่ จังหวัดตราดนะครับ จังหวัดตราดก็ไม่มีน้ําดื่มขายเหมือนกัน เพราะพี่น้องประชาชน ที่ไปเที่ยวไปพักซื้อเข้ามายังกรุงเทพฯ เพราะฉะนั้นปัญหาตรงนี้เดือดร้อนกันไปทั่ว ต้องเรียน ท่านประธานว่าการไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทุกคนก็ต้องกักตุนไว้ก่อน กักตุนไว้จนเกิน ความต้องการนะครับ บางคนซื้อมาม่าไว้เป็นจํานวนมาก ผมไม่ทราบว่าทานไปกี่ห่อแล้ว เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ทีวีทุกวันนี้เราก็มี รายงานข่าวว่า กทม. หรือหน่วยราชการจะให้อพยพเวลาไหน เราไม่เคยบอกประชาชนเลย ว่าปริมาณน้ํามีมากแค่ไหน เราระบายน้ําได้วันละเท่าไร ปริมาณน้ําจะสูงขึ้นมากน้อยแค่ไหน ผมเองก็ร่ําเรียนมาทางวิศวกรรม ผมก็พยายามศึกษานะครับ ทําความเข้าใจจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับจากสื่อมวลชนนะครับ ผมก็พยายามบอกคนใกล้ตัวว่าตรงนั้นตรงนี้น้ําไม่ท่วมนะครับ อย่าตื่นตระหนกไป เพื่อช่วยเหลือกันอย่าไปซ้ําเติมสังคม บางท่านที่มีกําลังมากผมก็บอก อย่าเอารถไปจอดบนทางด่วนนะครับ ให้พี่น้องประชาชนที่เขาไม่สามารถไปไหนได้ไกลเอาไปจอด ท่านมีกําลังมากท่านก็ไปจอดที่อื่น เพราะฉะนั้นถ้าเราให้ข้อมูลนะครับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเหลือ สังคมได้มาก ท่านไม่ได้บอกอะไรเขามากเลยนะครับ ตอนนี้เราจะบอกกันเป็นหลัก ๆ ก็คือ น้ําท่วมสูงแค่ไหน กําลังจะท่วมแค่ไหนตรงไหนนะครับ แล้วจะต้องอพยพเวลาไหน ท่านไม่ได้ ให้ข้อมูลเชิงองค์ความรู้เลย ผมเชื่อว่าทางวิศวกรรมทําได้วัดได้ปริมาณน้ํา จะเข้ามามาก แค่ไหน ท่วมสูงแค่ไหน และจะต้องอยู่กับมันนานแค่ไหน ที่สําคัญท่านไปถ่ายที่ประตูน้ํามาสิครับ ว่าวันนี้เราระบายน้ําได้เท่าไร น้ําเขตนั้นเขตนี้มีมากแค่ไหน ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาล ต้องเลือกใช้คนนะครับ ต้องเลือกใช้คน ข้าราชการที่มีความรู้ความชํานาญนะครับ ทั้งที่ไม่ได้รับราชการแล้ว ทั้งที่ยังรับราชการอยู่ในปัจจุบันนี่ท่านต้องดึงมาช่วยเป็นปัญหา เชิงจัดการ เราดูที่ประเทศญี่ปุ่นสิครับ เขาทราบการเกิดแผ่นดินไหว ๘ วินาทีล่วงหน้า ท่านเชื่อไหมครับว่า ๘ วินาที ช่วยคนได้จํานวนมากมายมหาศาล แต่ในครั้งนี้น้ําท่วม เมืองไทย กรุงเทพฯ เราทราบล่วงหน้า ๓-๔ เดือน วันจันทร์ที่ผ่านมาผมได้อภิปราย ในวุฒิสภานะครับ ได้ถามในปัญหาอุทกภัยถามไปยังรัฐบาลนะครับ ปรากฏว่าได้มีรัฐมนตรี ท่านหนึ่งมาตอบยังสภาของวุฒิสภาว่าตอนนี้เรากําลังจัดสรรเงินไปซื้อเครื่องสูบน้ําอยู่ ปรากฏว่าเครื่องสูบน้ํานี่ในเมืองไทยไม่มีขาย เครื่องขนาดใหญ่ขนาดนี้เรากําลังรอซื้อ จากต่างประเทศ กําลังจัดส่งมา แล้วเมื่อวานผมก็ได้ฟังข่าวนะครับว่าปัญหาการจัดส่งทําให้ เครื่องสูบน้ําตัวนี้มาล่าช้า บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเรามีปัญหามากในเรื่องการเตรียมการ รองรับภัยพิบัติของชาติ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นรอบของสมาชิก ฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่านที่ผมมีชื่ออยู่แล้วขณะนี้คือ ท่านประสาท กับท่านไพโรจน์นะครับ เชิญท่านประสาท ตันประเสริฐ ๖ นาทีครับ

นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ได้ยินเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านอภิปราย แม้ว่าหลายท่านจะไม่ได้อยู่ใน สภาพพื้นที่ที่มีปัญหา หลาย ๆ จังหวัดก็รู้สึกดีใจที่ท่านได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ในส่วนกระผมเอง ท่านประธานครับ ในพื้นที่ของผมก็คือจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นแม่น้ําเจ้าพระยา หลายท่านบอกว่าน้ําท่วมนี่มาจากปิง วัง ยม น่าน อันนี้จริง เพราะว่าในส่วนของ กว่าจะมาเป็นเจ้าพระยานี่ทุกท่านครับมีเขื่อนขนาดใหญ่ ๒ ที่ มีอ่างเก็บน้ําขนาดปริมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรอีก ๑ ที่ เขื่อนขนาดใหญ่นั้นก็คือเขื่อนภูมิพล มีความจุน้ํา ขนาด ๑๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์มีความจุน้ําประมาณครึ่งหนึ่งของ เขื่อนภูมิพล แล้วก็อ่างเก็บน้ําที่พิษณุโลกอีกที่หนึ่ง ทุกท่านครับทั้ง ๓ ที่ ขณะที่เก็บน้ํา เกือบเต็ม ก่อนที่จะเต็มนี่หลังเขื่อนน้ําก็ท่วมแล้ว เพราะฉะนั้นหลาย ๆ ท่านก็โทษว่าเขื่อนนั้น ทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วม ทุกท่านครับ เขื่อนนั้นช่วยบรรเทาเท่านั้นเอง แต่แน่นอนว่า ถ้ามันมากเกินไปมันก็ต้องท่วม พายุทั้ง ๕ ลูกให้น้ํามหาศาล ในหน้าแล้งแน่นอนว่าเขื่อนนั้น จะสามารถเป็นน้ําต้นทุนให้พี่น้องเกษตรกรได้มหาศาล ในตอนใต้ของเขื่อนทั้งหมด รวมถึง ที่สุดท้ายก็คือพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ที่พี่น้องเกษตรกรจําเป็นที่จะต้องใช้น้ํา วันนี้เกิด วิกฤติขึ้น น้ําท่วมมหาศาล ไม่สามารถที่จะคํานวณความเสียหายได้ วันนี้รัฐบาลตั้งงบกลางถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเยียวยา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะช่วยได้เท่าไร ผมเชื่อว่าน้อยไปด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ วิธีแก้ปัญหานั้นผมเชื่อว่าแก้ได้แน่นอน ผู้รู้ทั้งหลาย นักวิชาการเยอะแยะ ทุกท่านครับ น้ํานี่เป็นธรรมชาติของเขา เขาไหลจากที่สูงไปหาที่ต่ํา ถ้ามีที่เก็บเขาก็อยู่ แต่ถ้าทางน้ําไปแล้วเขาไปไม่ได้เขาก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ระดับน้ําก็จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือธรรมชาติของเขา เพราะฉะนั้นในส่วนทางแก้ ท่านประธานครับ ทางน้ําทั้งหมดไม่ได้รับ การขุดลอกมานานเต็มทน ถ้าเขาตื้นขึ้นมา ๑ เมตร หมายความว่าน้ําจะสูงขึ้นมา ๑ เมตร ในพื้นที่ของผมน้ําไม่ได้ท่วมจากแม่น้ําเจ้าพระยาหรือลําน้ําสาขาทั้งหลาย แต่ท่วมจากน้ําป่า ซึ่งมีจํานวนมหาศาล อาจจะเป็น ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร หลายท่านไม่ทราบว่าน้ําจาก พื้นที่ของผมมาผสมทําให้ท่วมมหาศาล ก็คือพื้นที่อําเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ สถานที่ ตรงนี้กรมชลประทานได้มีแนวการสร้างเขื่อนแม่วงก์ซึ่งเป็นลําดับที่ ๒ จากแก่งเสือเต้น ทุกท่านครับ แก่งเสือเต้นก็ ๓๐ ปีมาแล้ว แม่วงก์ก็ ๓๐ ปีมาแล้ว ไม่ได้สร้างเสียที ถ้าสร้าง เมื่อใด วันนี้ถ้าสร้างเสร็จมหาภัยอาจจะไม่เกิดขึ้น มันเป็นอย่างนั้น นี่คือความจริงนะครับ น้ําที่บ้านผมไหลมาสมทบคราวนี้ไม่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ของผมท่วม น่าจะ ๕ รอบ ปริมาณน้ํามหาศาลแล้วก็ไหลลงแม่น้ําเจ้าพระยามาสมทบกันที่กรุงเทพฯ วันนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีเขื่อนหรือสร้างอ่างเก็บน้ําได้ แน่นอนว่าจะบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ และในหน้าแล้งเราก็จะมีแหล่งน้ําต้นทุนให้พี่น้องเกษตรกร มันเป็นอย่างนั้นครับ เพราะฉะนั้นในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ข้อ ๑.๔ สิ่งที่จะต้องทํา ในปีแรกบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ โดยการสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ผมเชื่อว่าถ้าทําได้ นักวิชาการทั้งหลาย ผู้รู้ทั้งหลายได้มีแนวโน้ม หรือมีสถานที่ที่จะทําแหล่งกักเก็บน้ําได้ ผมเชื่อว่าจะบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ ท่านประธานครับ ผมมีความเชื่ออย่างนี้ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ ท่านช่วยกันคิดนะครับ ในส่วนของผมผมก็คิดอย่างนี้ ถ้ามีแหล่งกักเก็บน้ํา เขื่อน อ่างเก็บน้ําก็จะสามารถช่วยบรรเทาได้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ๕ นาทีครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับกรณีปัญหาที่เราได้มีการเปิดประชุม รัฐสภาแบบไม่ลงมตินี้นะครับ ในส่วนของผมนั้นอยู่ในพื้นที่เขตหนองจอกซึ่งเป็นพื้นที่ โซนตะวันออกที่จะระบายน้ําไปสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ผมขอสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับ ในพื้นที่เขตหนองจอกในโซนที่เป็นพื้นที่สีเขียวที่กําหนดผังเมืองนี่นะครับ ปรากฏว่าผังเมือง ดังกล่าวเขียนไว้ดีนะครับ เขียนว่าเป็นพื้นที่สีเขียว ก็คือเป็นแก้มลิงตามพื้นที่ราบลุ่ม เป็นพื้นที่เพาะปลูก ทําไร่ทํานา แต่ท่านประธานครับ บัดนี้เมื่อหลายปีที่ผ่านมาเกิดหมู่บ้าน จัดสรรเถื่อนขึ้นมากมาย คือได้มีการขออนุญาตเป็น ๙ แปลง ๙ แปลงนะครับ เต็มพื้นที่จาก พื้นที่การทํานากลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรโครงการ ๑ หลาย ๆ ร้อย หลาย ๆ พันหลัง เกิดปัญหาแก้มลิงตามธรรมชาติถูกทําลายที่จะเป็นแหล่งให้น้ํามาอยู่ก็เป็นหมู่บ้านไป ก็เกิดปัญหา อีกทั้งสภาพปัญหาหมู่บ้านลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นอยู่ต่อเนื่องนะครับ ซึ่งจะเกิด มีปัญหาในปีต่อไป อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นแล้วว่าใน พ.ร.บ. บ้านจัดสรร ๒๕๔๓ ที่เรามี กฎหมายอยู่แล้วสามารถบังคับใช้ได้ไม่ต้องไปแก้กฎหมาย ไม่ต้องไปเพิ่มกฎหมาย กฎหมาย ฉบับดังกล่าวใช้ควบคุมได้เลยนะครับ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราควรจะหันมาดู เรื่องการผังเมือง ที่จะไปดําเนินการก่อสร้าง หมู่บ้านลักษณะอย่างนี้ก็จะเป็นการขัดขวางทางน้ําจะทําให้ แก้มลิงตามธรรมชาติลดน้อยลงนะครับ

ในปัญหาวัชพืชในคลองในพื้นที่เขตหนองจอกที่เราจะใช้เป็นก้างปลาไปสู่ คลองใหญ่ แล้วก็ออกไปทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตนะครับ ในพื้นที่ของผมนั้น เขตหนองจอกมีคลองทั้งสิ้น ๑๐๖ คลอง มีปัญหาวัชพืชแน่นคลองและไม่มีการลอกคลอง มาหลายปีแล้วเกิดปัญหา ดังนั้นขอภาพที่ผมแจ้งที่ห้องโสตไว้ครับ ขอภาพขึ้นเลยครับ ขอให้ทดเวลาในส่วนนี้ด้วยนะครับ คือมันจําเป็นที่จะต้องนํามาเสนอนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐภา

ท่านได้ทําหนังสือขอมา หรือเปล่าครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมไปยื่นที่ห้องโสตแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ยังไม่เห็นเรื่องเลยครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมไปยื่นที่ท่าน ผอ. แล้ว แล้วก็ท่าน ผอ. บอกจะไปมอบให้ท่านประธานเอง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ยื่นเมื่อไรครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เมื่อประมาณสักครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ยังไม่ถึงผมเลย

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ในเมื่อไม่มีภาพประกอบก็ขอพูดแล้วกันว่าในคูคลองเกือบทั้งหมดเลยนะครับ มีสภาพ มีหญ้า วัชพืช และหญ้าเหล่านั้นลงรากลึกถึงดิน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถึงเมื่อกี้นะครับ อย่างนั้น เชิญเลยครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เชิญขอภาพขึ้นเลยครับ ขอช่วยทดเวลาส่วนนี้ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ เชิญครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

นี่คือคลองลําไทรในเขตหนองจอกที่ท่านเห็น ที่ท่านสมาชิกได้เห็นคือวัชพืชเป็นกอ แล้วก็หญ้า แล้วก็ผักตบชวา แล้วก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ขอภาพถัดไปเลยครับ อันนี้ที่คลองลําไทรนะครับ ขอภาพถัดไปเลยครับ ข้างล่างคือคลองนะครับ ที่เราเห็นนี่คือ วัชพืช ขอภาพถัดไปเลยครับ อันนี้คลองบึงเตยซึ่งเชื่อมจากคลอง ๑๒ มาคลอง ๑๓ นะครับ อันนี้ก็แน่นแล้วก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ปีกลายแล้วครับ ประชาชนก็ร้องมา ผมก็ร้องมาที่เขต แล้วก็ร้องไป ศปภ. ก็ยังไม่มีการแก้ไข ขอภาพถัดไปเลยครับ อันนี้ก็อยู่ในคลองในโซนของ แขวงโคกแฝด ก็แน่นไปหมดเลยนะครับ หมดแล้วครับ เท่านั้นละครับ นี่ละครับเป็นปัญหา ที่เรามาถกเถียงกันว่าโซนตะวันออกทําไมน้ํามันไม่ไป น้ําไม่ไป ก็มีอย่างนี้ละครับ วัชพืชอย่างนี้ แล้วก็เวลาที่ผมเห็นแล้วว่ามีทั้งเครื่องจักรเครื่องมือในพื้นที่ในเขตหนองจอกเรามีอุปกรณ์ พร้อมนะครับ มีแบ็คโฮ (Backhoe) มีรถงับ มีเจ้าหน้าที่เขตเยอะแยะ แต่ก็เป็นอย่างนี้ละครับ ก็ทําให้เป็นอุปสรรค ส่วนในเรื่องของประตูระบายน้ําที่เราไม่มีการระบายเลยนะครับ ก็คือในคลองแสนแสบที่ประตูมีนบุรี แล้วก็คลองสามวา ใน ๒ เดือนกว่าที่ผ่านมาก็ทําลาย โอกาสที่จะระบายออกไป ในด้านการเยียวยานะครับ ที่เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ๕,๐๐๐ บาท ครั้งแรกฝ่ายปกครองก็บอกว่าให้สมาชิกสภาเขตนั้นเซ็นรับรองแล้วก็ให้เจ้าบ้าน มาแจ้ง สภาเขตเองก็เดินลงพื้นที่ไปดําเนินการช่วยเหลือเจ้าบ้านบางคนก็เป็นคนชรามาไม่ได้ เราก็ให้ความสะดวก แต่บัดนี้สํานักงานเขตหนองจอกได้สั่งยกเลิกไม่ให้สภาเขต ผมก็ไม่ทราบ ด้วยเหตุผลใดนะครับ หรือว่าเป็น ส.ข. พรรคเพื่อไทยหรือเปล่านะครับ อันนี้เราก็ตั้ง ข้อสังเกตก็ขอให้ทางท่านประธานได้ผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ โปรดให้โอกาสประชาชน ที่รอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล บ้านละ ๕,๐๐๐ บาท ได้รับความสะดวกในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัชดา ธนาดิเรก ๕ นาทีครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันดีใจ จริง ๆ ค่ะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ไม่ใช่เพราะว่าดิฉันจะได้ลุกขึ้นอภิปรายหรอกค่ะ แต่ว่าอย่างน้อย วันนี้ก็มาถึงวันที่รัฐบาลได้เห็นความสําคัญของสมาชิกรัฐสภา ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะรัฐบาลผู้บริหารประเทศจะรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะต่าง ๆ ขององค์สมาชิกในที่นี้ อย่างตั้งใจและนํากลับไปปฏิบัติด้วย ในฐานะที่เป็นผู้ประสบภัยพิบัติคนหนึ่ง แล้วก็เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตพื้นที่ที่เป็นพื้นที่แห่งแรกในกรุงเทพมหานครที่ถูกประกาศ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติก็คือเขตบางพลัด ดิฉันรู้สึกผิดหวังกับการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ เป็นอย่างยิ่งค่ะ เขตบางพลัด รวมถึงแขวงอรุณอัมรินทร์ในเขตบางกอกน้อยนั้นถูกน้ําท่วมมา ๒ อาทิตย์กว่าแล้วเป็น ๒ อาทิตย์กว่า ๆ ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรงนั้นต้องอยู่ในสภาวะน้ําท่วมสูงระดับเอวถึง ระดับอก สิ่งที่ประชาชนในเขตเลือกตั้งของดิฉันได้รับเป็นเวลา ๑๖ วันที่น้ําท่วมก็คือ ส้วมลอยน้ํา ๓ หลังค่ะ แล้วก็เรือ ๓ ลําจาก ศปภ. เขตเลือกตั้งของดิฉันไม่ได้มีบ้านอยู่ ๓ หลัง มีประชาชนอยู่ ๓ ครอบครัวนะคะ มีพี่น้องประชาชนกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน รัฐบาลให้ การช่วยเหลือเพียงเท่านี้ อย่าเรียกว่าเป็นการดูแลพี่น้องประชาชนเลยค่ะ สุดท้ายเมื่อเวลา ผ่านไป ๑๖ วันในเขตพื้นที่ที่ดิฉันดูแล แล้วก็กว่า ๑ เดือนที่พื้นที่ กทม. ในส่วนตะวันออก ต้องประสบภัยพิบัติน้ําท่วม ฝั่งธนบุรีทั้งหมดก็เกือบไปแล้ว รัฐบาลก็เพิ่งตื่น เพิ่งคิดที่จะมี โครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งเขต เร็วไปหรือเปล่าคะ ดิฉันไม่อยากจะพูดประชดหรอกค่ะ แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ารัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนจํานวนมาก แต่มีการตัดสินใจที่ล่าช้าแบบนี้ ข้อมูลเรื่องน้ํา ปริมาณน้ําในเขื่อนที่มีก็ไม่ได้รู้จักนํามาใช้ อย่างชาญฉลาด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ําที่อยู่ในเขื่อน ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทาน หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กระทรวงพลังงานทําอะไรอยู่คะทําไมไม่ออกมา มีบทบาท ถ้ากรมชลประทานไม่สามารถบริหารจัดการในเรื่องการเปิดปิดประตูระบายน้ํา ได้เอง ทําไมกระทรวงพลังงานไม่สั่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้ามามีบทบาท อย่างน้อยก็เป็น หน่วยงานที่มีความคล่องตัวในเรื่องของงบประมาณ เอาเงินออกมาใช้สิคะ หาเครื่องสูบน้ํา ซื้อไม่ได้ก็เช่า ทําไมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเป็นนิคมอุตสาหกรรมจะว่าใหญ่ก็ใหญ่ แต่จะเทียบกับระดับรัฐบาลมันก็เทียบกันไม่ได้ เขายังมีปัญญาที่จะหาเครื่องสูบน้ํา ๒๕๐ เครื่องมาสูบน้ําได้ แต่รัฐบาลไม่มี กรุงเทพมหานครร้องขอไป ณ วันนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณค่ะที่รัฐบาลหามาให้ แต่ก็เป็นจํานวนน้อยนิดเหลือเกินถ้าเทียบกับ ความต้องการที่จะนําไปสู่การคลี่คลายปัญหา ณ วันนี้วันที่พื้นที่หลาย ๆ ส่วนระดับน้ํา ดีขึ้นแล้ว และในเขตที่ดิฉันได้รับการเลือกตั้งมา

คําถามก็มีอยู่ว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการให้การเยียวยาพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ระดับน้ําลดลงอย่างไร บุคคล ประชาชนเหล่านี้จะอยู่อย่างไรถ้าบ้านเขาเสียหาย รถยนต์เขาพัง รัฐบาลจะมีนโยบายเงินกู้ให้หรือเปล่าคะ รถยนต์คันแรกท่านก็มีให้ได้ บ้านคน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานท่านจะมีเงินกู้เหล่านี้ให้ไหม จะมีโครงการที่จะเปิดซ่อมเครื่องไฟฟ้า ซ่อมรถยนต์ให้หรือเปล่า ก็อยากให้รัฐบาลช่วยไปพิจารณาด้วยนะคะ และในโอกาสต่อไป ซึ่งพวกเราก็ยังกังวลอยู่ว่าจะมีน้ําระลอกใหม่เข้ามาหรือเปล่า ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะใช้ข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ทางสถิติเอามาใช้อย่างชาญฉลาด และมีการวางแผนให้เกิด ประโยชน์สูงสุด ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ําของคําว่าการบูรณาการการทํางาน ก็ขอให้คําว่า การบูรณาการนี้เป็นการเปิดใจรับฟังเสียงของข้อมูลทุก ๆ ด้าน ตลอดระยะเวลา ๑ เดือน ก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรงในกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครไม่ได้ มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลหรือตัดสินใจของ ศปภ. เลย คําเตือนจาก ทางกรุงเทพมหานครว่าจุดเสี่ยงที่จะทําให้กรุงเทพมหานครน้ําท่วมก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ก็ขอเป็นกําลังใจค่ะ ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้วก็ขออย่าให้เกิดซ้ํา ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๕ นาทีครับ

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ประเด็นที่ดิฉันอยากจะอภิปราย ก็คือวิกฤตการณ์น้ําท่วมไทยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติ ได้อย่างไร เหตุการณ์น้ําท่วมในขณะนี้ส่งผลให้โรงงานกว่า ๑๐,๐๐๐ โรงงานจมน้ํา นิคมอุตสาหกรรม ๗ นิคมจมน้ําไปเรียบร้อยแล้ว และแห่งที่ ๘ กําลังจะจม คนงานในระบบแรงงานตกงานไปแล้วกว่า ๗๐๐,๐๐๐ คน นี่ยังไม่นับแรงงานในอุตสาหกรรม ที่ต่อเนื่อง โรงงานดังกล่าวที่ดิฉันได้กล่าวมานั้นตอนนี้ได้หยุดการผลิตและไม่ทราบว่า จะมีกําหนดเปิดได้อีกครั้งเมื่อไร โรงงานเหล่านี้ได้ผลิตสินค้าที่ครอบคลุมทุกประเภท ของสินค้าแล้วก็ไม่ใช่ผลิตสินค้าที่จําหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโรงงาน ซึ่งผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นดิฉันอยากจะ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นนะคะว่ารุนแรงมากขนาดไหน ซีอีโอ (CEO) ของ บริษัท แอปเปิลค่ะ ได้กล่าวขึ้นมาว่า ณ ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัท แอปเปิลนั้น ได้รับกระทบกระเทือนเนื่องจากภาวะน้ําท่วมในประเทศไทย บริษัท โตโยต้าค่ะ ไม่เฉพาะ โรงประกอบ ๓ โรงที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้นที่จะต้องหยุดการผลิตรถยนต์โตโยต้า แต่ยังส่งผลให้โรงงานอีก ๔ โรงงาน ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ ในประเทศแคนาดาจะต้องหยุดผลิตไปเช่นเดียวกันเนื่องจากขาดชิ้นส่วนในการผลิต ท่านประธานคะจากผลของการหยุดผลิตรถยนต์โตโยต้าซึ่งมีการประมาณค่าของ ความเสียหายไว้ว่า ๓ เดือนที่โตโยต้าต้องลดกําลังการผลิตอาจจะทําให้สูญเสียรายได้ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านเยน บริษัท ฮอนด้าค่ะ บริษัทซึ่งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะซึ่งมีปัญหาในเรื่อง ของโรงประกอบซึ่งจมน้ําอาจจะต้องหยุดการผลิต ๖-๑๐ เดือน สําหรับโรงงานนี้เป็นโรงงาน ขนาดใหญ่ มีกําลังการผลิตทั้งสิ้นในแต่ละปีถึง ๒๔๐,๐๐๐ คันต่อปี และยังส่งผลไปให้ บริษัทประกอบรถยนต์ฮอนด้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ประเทศบราซิล หรืออยู่ที่ประเทศอังกฤษก็ได้รับ ผลกระทบเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ค่ะท่านประธานคะเป็นสิ่งที่ทําให้นักลงทุนมองว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในความเสี่ยงอย่างที่สุดและมีโอกาสอย่างมากค่ะ ที่ประเทศเหล่านี้จะเบนเข็มหนีจากเมืองไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังการอภิปรายจาก ท่านผู้อภิปรายหลายท่านรวมถึงรัฐบาล ได้พยายามที่จะบอกว่าภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อนี้จริง ดิฉันยอมรับค่ะ แต่ท่านประธานก็คงจะมีความเชื่อเหมือนกับดิฉัน นะคะว่า ยิ่งเราต้องการที่จะเอาชนะธรรมชาติที่ยากขึ้นมากเท่าไร เราก็จะต้องมีผู้นํา ที่มีความสามารถมากขึ้นแค่นั้น ก็เหมือนกับสุภาษิตไทยที่ว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ หรือเชื่อผู้นําชาติจะพ้นภัย ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้นําที่ดีย่อมที่จะบรรเทาความรุนแรงของปัญหาให้ลงไปอยู่ในระดับที่รับได้หรือสูญเสีย น้อยที่สุด ถ้ามาดูถึงรัฐบาลนี้ค่ะภายใต้การนําของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นะคะ จะพบถึงความสับสน สร้างความผิดพลาดจนเกิดความเสียหายอย่างไม่น่าให้อภัย จนไม่สามารถที่จะประเมินความเสียหายได้ ดิฉันขอประเมินสถานการณ์น้ําที่ผิดพลาด ของรัฐบาลนี้

วันที่ ๙ ตุลาคมค่ะ ผอ.ศปภ. ได้บอกว่าสามารถที่จะคุมสถานการณ์น้ํา ที่ทะลักเข้านิคมโรจนะได้แล้ว และในวันเดียวกันค่ะน้ําก็ทะลักเข้านิคมโรจนะทั้ง ๓ เฟส (Phase) เสียหายไป ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท มีผู้เสียชีวิตถึง ๔ คน วันที่ ๑๓ โฆษก ศปภ. เฉลยว่านิคมไฮเทคกําลังกลับสู่สภาวะปกติ และในวันเดียวกันค่ะคันกั้นน้ํานิคมไฮเทคก็พังไป โรงงาน ๑๔๓ แห่งได้จมน้ํา

วันที่ ๑๗ ศปภ. ยืนยันว่าน้ําจะไม่เข้าท่วมนิคมนวนครอย่างแน่นอน แต่ในวันเดียวกันค่ะน้ําก็เข้าท่วมนิคมนวนครและยังมีน้ําสูงกว่า ๒ เมตร โรงงาน ๒๗๗ แห่ง ได้เกิดความเสียหาย

นี่ค่ะเป็นความผิดพลาดของการบริหารงานของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้คงปฏิเสธ ถึงการที่จะไม่รับผิดชอบในการที่ท่านส่งข้อมูลที่สับสนและผิดพลาดออกมาทําให้ ผู้ประกอบการได้รับความเสียหายอย่างถึงที่สุดนะคะ ดิฉันต้องขอเรียกร้องค่ะว่ารัฐบาล จะต้องให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อมูลที่รวดเร็ว ข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์เพื่อ ส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการนั้นได้ตัดสินใจได้ประทังให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๖ นาทีนะครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะตั้งแต่เช้าเราก็ฟังกัน เรื่องน้ําท่วมฟังไปฟังมาดิฉันว่าน้ําท่วมไม่ค่อยน่ากลัว การเมืองน่ากลัวมากกว่าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็มีปัญหาในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องของการเมือง ครั้งแรก ดิฉันนึกว่าจังหวัดลพบุรีเขตที่ดิฉันอยู่เพราะว่าเป็นฝ่ายค้านและน้ําท่วมเยอะ ไม่อยากที่จะ เอาปัญหาการเมืองมาพูด แต่วันนี้คงต้องเรียนให้ท่านประธานได้ทราบสักเล็กน้อย

เนื่องจากว่าตอนนี้จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ๒๔ จังหวัด มีลพบุรีอยู่ในนั้น ๑ จังหวัด พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายขณะนี้ยังคงอยู่ที่ ๓ อําเภอ ๕๗ ตําบล ๕๗ ตําบลเป็น พื้นที่ที่เป็นของดิฉันเอง ๔๕ ตําบล ก็มีข่าวบอกว่าเวลาแจกถุงยังชีพของ ศปภ. นั้นจะให้ ส.ส. เพื่อไทยไปแจก เขตนี้ ๔๕ ตําบล ดิฉันเป็น ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ดิฉันไม่ได้รับแจก ถุงยังชีพนะคะ ก็เรียนให้ท่านประธานได้รับทราบ ณ ตรงนี้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะมา บอกความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กับท่านประธานและคณะรัฐบาลได้รับทราบ ก็คือว่าข้อมูลต่าง ๆ บางครั้งบางอย่างไม่ชัดเจน แล้วก็ไม่ทราบว่าบางครั้งท่านรัฐมนตรี รับทราบหรือเปล่า บางครั้งท่านอาจจะไม่รับทราบ ก็อยากจะให้ท่านได้ฟังเสียงสะท้อนของ ส.ส. ที่รับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาให้ได้รับทราบกัน อย่างเช่น ข้าวที่ได้รับไป ส.ส. จะได้รับไปเพื่อที่จะเอาไปดูแลประชาชนในพื้นที่ที่น้ําท่วม ปรากฏว่าข้าวนั้นเก่า และมีกลิ่นเหม็น ซึ่งตรงนี้ถามว่าเป็นข้าวเก่าอยู่ในสต็อก (Stock) เดี๋ยวก็จะมาโทษกันว่า เป็นรัฐบาลที่แล้วทํา อันนั้นก็ไม่อยากจะพูด แต่อย่างน้อยถามว่าวันนี้มาอยู่ในมือท่านแล้ว อยากให้ท่านนั้นเสียค่าใช้จ่ายสักเล็กน้อยในการที่จะปรับปรุงคุณภาพเพื่อที่จะลงไป ถึงมือของประชาชน เพราะว่ารับไปแล้วเอาไปให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ส.ส. จะต้องถูก ตําหนิว่าเอาของไม่ดีมาให้เขา ข้าวนี่ท่านสอบถามได้ที่กระทรวงพาณิชย์ที่เอาไปให้ แต่ละจังหวัดนะคะ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

อีกเรื่องหนึ่งเนื่องจากว่าเรามีโครงการรับจํานําข้าวเริ่มวันที่ ๗ ตุลาคม ก่อนหน้าที่จะมีการจํานําข้าวนี่เนื่องจากว่าพื้นที่น้ําท่วม ข้าวเสียหาย ไม่มีข้าวมาจํานํา ไม่ว่าจะเป็นโครงการของการชดเชยไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท โครงการที่ท่านให้เยียวยาตันละ ๑,๔๓๗ บาท ก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ทีนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมถึงวันที่ ๖ ตุลาคมเป็นสุญญากาศ ไม่รู้ว่าจะได้รับอะไร เพราะว่าเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ ที่จะอยู่ในช่วงนี้ ๑-๖ ตุลาคม เพราะว่าทางคําสั่งของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปบอกว่าให้เก็บเกี่ยวเอาเฉพาะที่ เกี่ยวก่อน ๑ ตุลาคม ก็จะได้รับชดเชย จะได้รับเยียวยา แล้วก็ถ้าเกิดวันที่ ๗ ตุลาคม เมื่อเข้า โครงการจํานําแล้วจะได้รับเฉพาะชดเชย ไม่ได้รับเยียวยาตันละ ๑,๔๓๗ บาท แต่ว่าชาวนา วันที่ ๗ ตุลาคมเขาก็ท่วมไปแล้ว ข้าวเขาก็ไม่มีไปจํานํา มันก็เลยเป็นความเหลื่อมล้ํากัน ที่คําสั่งของท่านออกมา อยากให้ท่านนั้นพิจารณาและทบทวนกรณีตรงนี้อีกสักเล็กน้อย ประเด็นหนึ่งก็คือวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๖ เกษตรกรยังไม่รู้ว่าจะได้รับอะไร กับ ๒. ของวันที่ ๗ ตุลาคม เกษตรกรได้รับเพียงแค่อย่างเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้ก็คงต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอาไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ

อีกอย่างหนึ่งก็คือว่า นอกเหนือจากเรื่องเกี่ยวกับเกษตรแล้วนะคะ มันมีผลกระทบหลายอย่าง เช่น รายได้ที่เขาหายไป ต้นทุนที่จะเอามาทําใหม่ อย่างเช่น รถที่จะต้องส่งงวดจะทําอย่างไร เพราะว่าบางท่านนี่อาจจะเอารถหนีน้ําไปได้ รถไม่ได้จมน้ํา เอาไปจอดไว้ในบ้านเพื่อน บ้านญาติอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่ามันไม่มีรายได้ที่จะเอามาส่งงวดรถ ในงวดต่อ ๆ ไป แล้วอย่างเช่นกองทุนหมู่บ้าน ตอนนี้ท่านบอกว่าไม่ต้องส่งต้น ส่งแต่ดอก และพักหนี้ ๓ ปี ดอกก็จะหาไม่ได้ แล้วอย่างกรณี กองทุนหมู่บ้าน กรณีที่ว่าให้ส่งภายใน ๑๐ ปี เพื่อที่จะให้ครบทั้งต้นทั้งดอก กรณีตรงนี้ ท่านตกหล่นไปนะคะ เพราะว่าท่านให้เฉพาะคนที่ส่งต้นแล้วก็ส่งดอกที่เป็นงวด ๆ ต่อปีละครั้ง แต่คนที่ทําสัญญาไว้ว่าภายใน ๑๐ ปีให้ส่งทั้งต้นทั้งดอกให้ครบ กลุ่มตรงนี้ค่ะ ที่เขายังไม่ได้รับความชัดเจนว่าเขาจะต้องส่งอย่างไร เพราะเขาไม่มีสตางค์จะส่งนะคะ ก็ฝากท่านไว้อีก

กรณีบ้านเหมือนกันค่ะ ท่านบอกว่าถ้าน้ําท่วมบ้านพังไปเลยทั้งหลัง ท่านบอกท่านให้ ๓๐,๐๐๐ บาท อันนี้คือพังชัดเจนเห็นเลยนะคะ เพราะว่าอย่างที่ จังหวัดลพบุรีมีให้เห็นหลายหลัง ก็ฝากท่านไว้แล้วกันนะคะ เพราะว่าเวลาหมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขอความกรุณานะคะท่านรัฐบาลให้กําชับดูแลอีกสักเล็กน้อย ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตชี้แจงเพียงนิดเดียว ที่จริงวันนี้ เราคณะรัฐมนตรีมารับฟังพวกท่าน แต่ว่าบางประเด็นที่ต้องขอผมชี้แจงสักนิดหนึ่ง เนื่องจากเกรงว่าบางทีข้อมูลท่านอาจจะไม่ตรงกันแล้วก็จะสับสน แล้วก็จะทําให้ พี่น้องประชาชนนั้นไม่เข้าใจในรายละเอียด ต่อกรณีของท่านนริศา ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนะครับ ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงกรณีของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะนะครับ ได้มีการตาย ได้มีการสูญเสียชีวิต นิคมอุตสาหกรรมโรจนะกับนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ผมขออนุญาต นําเรียนในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายนะครับ โดยเฉพาะพื้นที่ยังไม่เกี่ยวกับ ภาพรวมนะครับ ถ้าภาพรวมเดี๋ยวทางรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง ศปภ. อาจจะชี้แจงนะครับ

ต่อกรณีของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะนั้นผมเรียนตามตรงนะครับว่า การป้องกันของนิคมอันดับแรกนะครับ เขาเป็นส่วนนิคมเป็นภาคเอกชนที่มีความเข้มแข็ง ถูกต้องครับ แต่ว่าสิ่งที่เขาพบความบกพร่องนั้นก็คือรอยท่อน้ําทิ้งที่เป็นประเด็นปัญหา ทําให้เกิดการพัง ซึ่งยืนยันนะครับว่าอันนี้เป็นการผิดพลาดทางเทคนิคของทางนิคมเขาเอง ต่อการเสียชีวิตนั้นก็เรียนตามตรงนะครับว่าการสูญเสียชีวิตนั้นเป็นการสูญเสียที่เกิดขึ้น ภายนอกนิคมนะครับ ที่ท่านบอกว่ามีคนเสียชีวิตนั้นไม่ใช่ว่าเพราะน้ําเข้านิคมแล้วคนตาย ไม่ใช่ครับ เป็นคนที่ใช้มอเตอร์ไซค์ขี่บนถนนแล้วก็ไปเกิดเหตุใกล้ ๆ กับบริเวณทางเข้านิคม ถูกไฟฟ้าดูดถึงแก่ชีวิต อันนี้ผมกราบเรียนนะครับว่า ๔ ท่านนะครับ ไม่ใช่ว่าเวลาท่าน อภิปรายพูดต่อกันมันหมายถึงว่าเกิดความผิดพลาดนิคมอุตสาหกรรมได้ทําแล้วทําให้ คนเสียชีวิต อันนี้ขออนุญาตตัวนี้นะครับว่าทําความเข้าใจ เดี๋ยวพี่น้องประชาชนฟังว่า มีน้ําเข้านิคมแล้วคนตาย ๔ ศพ อย่างนั้นไม่ใช่นะครับ คือขออนุญาตชี้แจงว่าประเด็นนี้ ก็เป็นข่าวแล้วก็เป็นข้อเท็จจริงที่ผมเองได้ติดตามตลอด

ต่อเรื่องของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมเองกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ลงไปในพื้นที่ อันนี้ก็เป็นในส่วนหนึ่งที่เป็นภาคเอกชนที่ การนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคก็มีส่วนในการดูแล แต่ก็เรียนในเบื้องต้นว่าในฐานะที่อยู่ใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็นําเรียนด้วยความเข้าใจว่า พนังบางส่วนนะครับที่เรียนตามตรงว่า เป็นส่วนที่ทางการนิคมนั้นต้องดําเนินการเอง ทางภาครัฐไม่มีส่วนไปเกี่ยวข้อง ในพนังกั้นน้ําของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค แต่ว่าการพังทลายนั้นก็เกิดขึ้นจากระดับน้ําที่มา เหนือความคาดหมายนะครับ แล้วเรียนตามตรงว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปย้ําด้วยตนเอง เลยว่าความสูงขนาดพนังกั้นน้ํานี้ไม่พอ ให้เขาเผื่ออีกแต่ว่าในสิ่งที่เขาเผื่อนั้นก็เป็น ความอ่อนตัวของดิน อันนี้ก็เป็นผิดพลาดทางเทคนิคของผู้ประกอบการนะครับ ก็เลยเรียนให้ ทราบว่าจากการที่สมาชิกอาจจะเข้าใจผิดว่ารัฐบาลเองไม่มีปัญญาหรือไม่มีสิ่งที่ไปดําเนินการ จนกระทั่งเกิดความเสียหาย ก็ขอเรียนให้ทราบ แล้วก็เรียนให้ทราบต่อไปด้วยปัจจุบันนี้ เดี๋ยวนี้นิคมอุตสาหกรรมโรจนะผมได้รับรายงานเมื่อก่อนที่จะมาประชุมเขาสูบน้ําออกแล้ว สูบทั้ง ๓ โซน (Zone) เลยของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เฉกเช่นเดียวกันนิคมอุตสาหกรรม ไฮเทคก็สูบแล้ว แล้วก็แถมด้วยนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินก็สูบแล้ว อินดัสทรี โซน (Industry zone) ในส่วนของวังน้อย แฟคตอรี่ (Factory) อีก ๒ วันน้ําแห้งครับ แล้วก็สามารถที่ประกอบการ หลายโรงงานที่เริ่มแห้งแล้วเขาก็สามารถเดินเครื่อง และพี่น้อง แรงงานก็ยังอยู่ สามารถปฏิบัติได้แล้ว ผมก็เลยนําเรียนเพื่อที่ประชุมได้รับทราบนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนและทําความเข้าใจว่า ในส่วนของการดูแลพี่น้องในส่วนของ กทม. ที่ผมเรียนตามตรงว่าก็ค่อนข้างจะเป็น คนค่อนข้างยาก เมื่อเช้านี้ผมทราบว่า ฯพณฯ อดีตรองนายกรัฐมนตรีท่านสุเทพก็ได้กล่าวว่า อยากให้มีหมอทุกซอย ขอเรียนตามตรงนะครับว่าถ้ามีทุกซอยบุคลากรเราไม่พอถึงขนาดนั้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมเองได้ทํางานร่วมกับทางแพทย์หญิงมาลินีซึ่งเป็นรองผู้ว่า กทม. ขอบุคลากรทางการแพทย์มาตามสิ่งที่ กทม. เห็นว่ามีความจําเป็น ผมสนับสนุนหมด ท่านน่าจะลองหารือกันดูนะครับว่าสิ่งที่ท่านรองผู้ว่า กทม. ขอกับกระทรวงสาธารณสุขมา ทํางานร่วมกันมีทุกจุดครับ ก็ขอเรียนท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่าในศูนย์พักพิงต่าง ๆ นั้น มีแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์อยู่ เราเอาแพทย์จากทั่วประเทศหลายโรงพยาบาลที่ น้ําไม่ท่วม ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ภาคอะไรมาช่วยกันหมดครับ ผมว่าเราในฐานะเป็นสมาชิก รัฐสภาน่าจะขอบคุณพวกเขานะครับ เพราะเขามาอยู่โดยเฉพาะในส่วนที่ดอกเตอร์รัชดา ได้กล่าว วัดเทพนารีที่ผมเองได้เข้าไปเห็นด้วยตัวเอง ที่ท่านกล่าวว่าบางพลัด ซึ่งตอนนี้จริง ๆ แล้วศูนย์ของพี่น้องภาคใต้ก็มาทําอาหารอยู่สี่แยกเลย ผมก็ได้พบกับท่านประธานวิป (Whip) อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขกลางสี่แยก เราก็ไปทํางานตรงนั้นก็ยังมีโอกาส ท่านก็เอา อาหารไปทํา ผมก็ยังชื่นชม เลยไปก็มีการบริหารอาหารอีกครับ มีเต็นท์ของภาคประชาชน ตรงนี้ผมถือว่าเป็นส่วนที่ถึงเวลาพี่น้องได้ช่วยกัน วันนั้นผมได้มีโอกาสพบท่านจุรินทร์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านก็นุ่งกางเกงขาสั้น ผมก็นุ่งกางเกงขายาวก็เปียกน้ํา เราก็ไป ช่วยกันดูแล เพราะฉะนั้นในซอยจรัญสนิทวงศ์ ๖๘ ผมก็ได้ไปมาด้วยตนเอง ก็ขออนุญาต นําเรียนว่าบางส่วนที่เรายอมรับว่ากรุงเทพมหานครนั้นมีพื้นที่กว้าง แต่ว่าเราจะไปได้ทั่วถึง กันหรือไม่ อันนี้ถ้าท่านบอกมานั้นผมพร้อมที่จะไปช่วยกันดูแล เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต นําเรียนให้ท่านเข้าใจว่าที่โรงเรียนสารพัดช่างวัดเทพนารีหน่วยแพทย์ของเราไปช่วยอยู่ และอยู่มานานแล้ว และจะอยู่ตลอดไปจนกว่าทาง กทม. หรือเขตบางพลัดนั้นจะเข้าสู่ สถานการณ์ปกติ ผมจึงยืนยันว่ามีทั้งหน่วยแพทย์และมีทั้งการดูแลในเรื่องของวัดวาอะไรต่าง ๆ ที่เราได้เข้าไปนั้น ผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้สั่งการตรงนี้ แต่ว่าด้วยกรอบอํานาจหน้าที่ ที่ กทม. เรามีพื้นที่มาก บางครั้งก็ยังไม่สามารถที่จะดูแลอย่างทั่วถึง เบื้องต้นผมขออนุญาต นําชี้แจงเพื่อทําความเข้าใจ อีกนิดเดียวนะครับ ที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านรองศาสตราจารย์ พรพรรณได้กล่าวนั้นผมคิดว่าโรคฉี่หนูก็ดี หรือโรคอื่น ๆ ก็ดีนั้น ผมได้ดําเนินการและมี มาตรการอย่างชัดเจน ก็ขออนุญาตรับความห่วงใยของท่านไป แต่สิ่งที่ท่านได้กล่าวนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เฝ้าระวังและมีหน่วยแพทย์ทุกศูนย์พักพิง มีศูนย์พักพิงที่ไหน เราจะดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น ที่บางบ้านอาจจะไม่อพยพออกมาอยู่ศูนย์พักพิง ที่แต่เราก็มีหน่วยแพทย์ออกไปทาง เรือตระเวน เวลานี้ ๒๐๐ กว่าทีมอยู่ทั่ว กทม. และปริมณฑล เราเหลือพื้นที่อีกประมาณ ๖ จังหวัดที่เราจะต้องเฝ้าระมัดระวัง เนื่องจากว่าจังหวัดอื่น ๆ นั้นเริ่มคลายไปสู่ สถานการณ์ที่ดีจากที่ได้รับผลกระทบ ๒๖ จังหวัด เวลานี้เราเหลือ ๖ จังหวัด มีสมุทรสาคร มีนครปฐม มี กทม. มีปทุมธานี มีนนทบุรี พระนครศรีอยุธยา เพราะฉะนั้นวันนี้ผลกระทบ ที่กําลังเกิดขึ้นที่เราต้องส่งทีมงานเข้าไปอย่างทั่วถึงนั้น ผมขออนุญาตนําเรียนว่าเบื้องต้น สิ่งที่ท่านฝากข้อสังเกตและข้อห่วงใยมานั้น ผมน้อมที่จะรับไปปฏิบัติและดูแลให้อย่างดี ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไปที่วุฒิสมาชิกนะครับ ท่านวรวิทย์ บารู ครับ

นายวรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงต้องขอแสดง ความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ซึ่งประสบอุทกภัยที่ได้รับการสูญเสียไม่ว่าจะเป็นชีวิตและ ทรัพย์สิน การเกิดขึ้นของอุทกภัยในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นเกือบทั่วทั้งประเทศอย่างที่ท่านสมาชิก ได้พูดถึงประมาณ ๒๔ จังหวัด แต่ความทุกข์เหล่านี้มันครอบคลุมไปทั่วประเทศ ไม่จํากัดเฉพาะ ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเท่านั้น แล้วในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยก็มีครอบคลุมไปในประชาชน ที่มีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมด้วย ก็คือมีเสียงเรียกร้องจากหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายของท่านรัฐมนตรีเอง หรือว่าที่ไหนต่อที่ไหนที่พี่น้องประชาชนที่เป็นมุสลิมเกี่ยวกับ อาหารฮาลาลในการบริโภค เพราะส่วนใหญ่ก็จะเชิญชวนให้บริโภคอาหารปรุงเสร็จนะครับ ก็มีประเด็นอาหารที่รับประทานได้กับรับประทานไม่ได้ ในประเด็นเหล่านี้ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่ได้ตั้งเต็นท์ที่มูลนิธิศูนย์กลางอิสลาม แห่งประเทศไทยที่แถวรามคําแหง ก็ได้ทําหน้าที่ในส่วนนี้ จะเห็นว่าความห่วงหาอาทร มันเกิดขึ้นทั่วไป สิ่งต่าง ๆ หลายอย่างที่เป็นวัฒนธรรมที่ได้หายไปจากสังคมไทยก็ได้เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม ศาสนา แต่ก็มีความห่วงหาอาทร ซึ่งกันและกัน ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีพี่น้องประชาชนผมอยากจะเรียนนะครับว่า ภาพต่าง ๆ ที่ประทับใจ ณ วันนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดปัตตานีมีผู้นํา ที่เป็นผู้นําชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นําศาสนา ผมเห็นกับตาเดินโดยที่ ทางราชการไม่ได้บอกให้ดําเนินการอย่างไร แต่ด้วยความสํานึกถึงความทุกข์ยากลําบากของ ประชาชนที่ประสบอุทกภัย เขาเดินด้วยตัวของเขาเองในการขอรับบริจาค แล้วก็รวบรวมส่ง ซึ่งขณะนี้ก็ยังดําเนินการอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มันห่างหายไปจาก สังคมไทย เสียดายอยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ฉวยโอกาสนี้ในการที่จะนําเอาสิ่งที่เป็น วัฒนธรรมไทยในเรื่องของการที่จะลดกระแสของความขัดแย้งในสังคมได้ใช้โอกาสนี้ โดยที่ให้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ออกมาทํางานในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย พร้อมกันนี้ก็คงต้องให้ กําลังใจกับผู้ซึ่งทํางาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งภาคเอ็นจีโอทั้งหลาย ที่ได้ช่วยเหลือในการปัดเป่าสิ่งซึ่งเป็นทุกข์ยากของประชาชนในครั้งนี้ แล้วประชาชน ไม่อยากที่จะมองเห็นในการที่จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ขัดแย้งกันในเรื่องของ การพร่องน้ํา ไม่พร่องน้ํา ปล่อยน้ําอะไรต่าง ๆ นะครับ ผมอยากจะเสนอให้ที่ตรงนี้นะครับว่า ถ้าหากว่าเราจะให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็น่าที่จะขอเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระ เข้าไปศึกษาพิจารณา ในเรื่องอันนี้ เพื่อที่จะหาคําตอบ ไม่ใช่เพื่อจะหาคนผิด หาคําตอบ ในเรื่องของการที่จะแก้ไขในโอกาสต่อไป ปัญหาอุทกภัยเราก็คาดการณ์ไม่ได้ ปีที่แล้วเราคุย ต่อรัฐสภานี้ได้ลงไปทางใต้ เพราะทางใต้ประสบอุทกภัยมาก ไม่ว่าจะเป็นนครศรีธรรมราช หรือสุราษฎร์ธานี หรือแม้กระทั่งจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง อย่างเช่นที่ปัตตานี พวกเราก็ไปกัน สมาชิกรัฐสภาหลายท่านก็ไปช่วยเหลือในทางโน้น ปีนี้เกิดขึ้นเริ่มต้นที่ภาคเหนือ แล้วลามมาถึงที่กรุงเทพฯ สิ่งซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่เพราะว่ามันลามกรุงเทพฯ มันก็มีการพูดถึง มากมาย แล้วก็สิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่าเราไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการคิด ผมในฐานะที่เป็นคนในทาง ชายแดนภาคใต้คิดว่าปัญหานี้ ในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติเหล่านี้ มันคงจะถึงเวลา ที่จะต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์หรือว่ากระดานชิฟ ในการที่จะคิดแก้ปัญหา หลายส่วนที่เรา มองดูข้าง ๆ บ้านเรา เป็นประเทศข้างบ้านก่อนที่จะมีการก่อสร้างคูน้ําสําคัญอันดับแรก คูน้ําคูระบายน้ําจะต้องมี ก่อนจัดสรรที่ดินเป็นเงื่อนไขของการที่จะสร้างอาคาร ในขณะที่ประเทศไทยเราคนที่มีเงิน ก็ถมเอา ถมเอา ถมสูงกว่าถนนแล้วก็น้ําก็จะเทลง อันนี้มันแสดงถึงจิตใจที่มีจิตสาธารณะ หรือไม่อย่างไร เพราะว่าตัวเองรอดแต่ว่าน้ําลงที่ถนนเหล่านี้ผมว่าจะต้องมีการแก้ไข หากว่า เราไม่แก้ไขทั้งระบบในเรื่องของการไม่ว่าจะเป็นผังเมืองหรืออะไรต่าง ๆ เราก็จะเจอปัญหาที่ ทุกข์ยากในอนาคตอีกมากมายเลยทีเดียว

อีกอย่างหนึ่งซึ่งเพิ่งได้มานะครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยาก็ได้พูดไปเมื่อกี้นะครับ จากการสูบน้ําเพิ่งได้รับมาตอนเที่ยงนี้เอง ประมาณตอนรับประทานอาหารเที่ยง มีสมาชิก วุฒิสภาท่านหนึ่งซึ่งท่านก็ประสบภัยเช่นเดียวกัน เรื่องกรณีเมื่อสูบน้ําออกจากโรงงาน ในนิคมอุตสาหกรรม ส่วนผสมของเคมีซึ่งท่านอาจารย์ที่โทรศัพท์มาผมก็เชื่อเพราะว่าเป็น สาขาวิชาของท่าน ท่านเรียนมาทางด้านเกษตรแล้วก็ทางด้านเคมีด้วย บอกว่ามีส่วนผสมของ เคมีจะมีผลกระทบในระยะยาวต่อประชาชนในละแวกใกล้เคียง เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนให้ ท่านรัฐมนตรีทราบ เพราะว่าส่วนนี้ซึ่งท่านอาจารย์ได้บอกว่าถ้ามีโอกาสก็ให้เรียนที่ประชุม ทราบด้วยว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งอาจจะมีผลกระทบในระยะยาว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ถ้าเราแก้ได้ก็อยากที่จะให้แก้สิ่งนั้น ไม่อยากที่จะให้นอกเหนือจากเมื่อหมดจากการประสบ อุทกภัยแล้ว นอกเหนือจากโรคอะไรต่าง ๆ มันก็จะเกิดผลกระทบอันเกิดจากสารเคมี ต่าง ๆ ด้วย สิ่งเหล่านี้จึงอยากจะเรียนให้ท่านในประเด็น ๓ ประเด็นที่ได้แจ้งไปในระยะเวลา สั้น ๆ ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีวิทยา เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพนะครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ผมตอบไปผมก็ลืมประเด็นนี้ไปนะครับ ก็ขออนุญาตนําเรียนนะครับว่า เนื่องจากว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในนิคมนั้นเป็นอุตสาหกรรม ประกอบนะครับ ลักษณะเป็นไม่ใช่อุตสาหกรรมประเภทที่มีพอลลูชั่น (Pollution) หรือมีมลภาวะ ในแต่ละโรงงานจะเป็นโรงงานประกอบเสียส่วนใหญ่นะครับ แล้วก็ไม่มีเรื่อง ของสารเคมี ล่าสุดโดยเฉพาะเรื่องของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคซึ่งได้มีการตรวจสอบเรื่องน้ํา แล้วก็ยืนยันต่อหน้า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าตรงนั้นไม่มีสารปนเปื้อน และมีการสูบออก เช่นเดียวกันครับ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะก็ไม่มีครับท่านครับ จะมีความห่วงใยบางนิคม แต่ว่าได้ส่งทีมงานออกไปตรวจสอบ แต่ว่าผลยังไม่ออกนะครับบางนิคม แต่ว่า ๒ นิคม ที่มีการสูบน้ําออกนั้นยืนยันครับไม่มีครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิทยา อินาลา ครับ เชิญท่านมณเฑียร บุญตัน ครับ

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ก่อนอื่นผมขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ประสบภัยพิบัติอันเนื่องมาจาก อุทกภัยร้ายแรงในครั้งนี้ ซึ่งกระผมก็เป็นหนึ่งในจํานวนผู้ที่ประสบภัยนะครับ คงไม่มีโอกาสใด ที่เราจะได้พูดได้เต็มปากว่าเราเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันเท่ากับโอกาสที่เราได้ประสบกัน ในครั้งนี้ในรอบหลายสิบปีนะครับ กระผมก็ขอเป็นกําลังใจให้พวกเราทุกคนได้ร่วมกันยิ้มสู้ แล้วก็เสริมพลังซึ่งกันและกันเพื่อก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไปด้วยกันนะครับ

กระผมมีข้อสังเกตและมีข้อเสนอแนะที่อยากจะฝากเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลว่าในส่วนที่เป็นที่น่าห่วงใยอย่างยิ่งในขณะนี้นะครับ และกระผมคิดว่าจะเป็น กุญแจดอกสําคัญไปสู่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป ก็คือเรื่องของความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ ทั้งในหมู่ประชาชน ทั้งนักลงทุนแล้วก็ชาวโลกที่มีต่อประเทศไทยเรา กระผมคิดว่าความเชื่อมั่นและความเชื่อถือมันเกิดจากเรื่องของการบริหารจัดการ ความพร้อมสภาวะผู้นํา ผมอยากจะขอเป็นกําลังใจให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แสดงภาวะ ผู้นําของท่านในโอกาสที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตินี่ละครับ ท่านมีโอกาสได้แสดงภาวะผู้นํา มันมีหลายเรื่องนะครับที่ในยามปกติโอกาสที่จะแสดงความเป็นผู้นําก็ไม่ค่อยมีนะครับ ก็บริหารจัดการกันไปตามปกติ แต่ในยามที่เราอยู่ในภาวะไม่ปกตินี่ละครับพี่น้อง ส.ว. เราแล้วก็หลายท่านได้เคยเสนอเรื่องของการใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการ แผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลก็ได้ตัดสินใจไปแล้วว่าไม่ใช้ แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาส ที่ได้เสียไปแล้วในการที่จะบริหารให้เกิดความเป็นเอกภาพและบูรณาการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ ปรากฏขึ้นก็คือ ขณะนี้มันมีปัญหาเรื่องของการสามารถที่จะร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ท่านก็เลือกใช้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแทน ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ผมอยากจะเรียนว่ามันไม่พอในการที่จะเรียกความเชื่อมั่นและความเชื่อถือครับ ผมอยากให้ ท่านได้ใช้ความพยายามมากกว่านี้นะครับ

ความเชื่อมั่นและความเชื่อถือลําดับที่ ๒ ที่กระผมคิดว่ารัฐบาลจะต้อง พยายามมากกว่านี้ก็คือเรื่องของการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นข้อมูลที่สามารถอธิบายได้ โดยหลักการอันเป็นวิทยาศาสตร์ แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นข้อมูลที่จําเป็นจะต้องเหมือน หรือไม่เหมือนกับสิ่งที่ทางนักวิชาการอิสระได้ให้ไว้นะครับ แต่อย่างน้อยที่สุดจะต้องเป็น ข้อมูลที่สามารถที่จะทําให้ประชาชนเกิดความมั่นใจขึ้นได้ เมื่อสักครู่ได้มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านพูดถึงเรื่องการให้ข้อมูล แล้วก็ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามนั้นและท่านก็ต้องเปลี่ยนบ่อย อันนี้ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เที่ยงตรงของข้อมูล จนในขณะนี้ประชาชน เขามีความเชื่อมั่นในข้อมูลของสังคมออนไลน์หรือเป็นข้อมูลจากสื่ออิสระมากกว่าที่จะเป็น ข้อมูลของรัฐ ท่านจะทําอย่างไร ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องมีการปรับปรุงระบบเหล่านี้ขึ้นมานะครับ

อันต่อมาก็คือ เราควรจะต้องอาศัยจังหวะนี้ละครับปรับเปลี่ยนระบบข้อมูล ข่าวสารสารสนเทศรวมไปถึงการจัดการความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อทําให้สังคมเรานั้นเป็นสังคม ที่มีความตื่นรู้ไม่ใช่ตื่นกลัว เป็นสังคมที่เชื่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ไม่ไปเชื่องมงายต่อเรื่อง ของการทํานายทายทัก กระผมต้องขอขอบคุณบรรดาหมอดูทั้งหลายนะครับที่ท่านได้ เว้นวรรคในช่วงนี้ไม่ออกมาให้การทํานายทายทักซึ่งจะทําให้เกิดความโกลาหลสับสนไป มากกว่านี้นะครับ ในตะวันตกมีความเชื่อถือในเรื่องการพยากรณ์อากาศ แล้วก็การพยากรณ์ อากาศไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝนฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหิมะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผ่นดินไหว จะถูกนํามาบรรจุในรายการวิทยุหรือโทรทัศน์เป็นรายชั่วโมงก็ว่าได้ กระผมคิดว่าเมืองไทย น่าจะปรับเรื่องนี้นะครับ ทําให้เรื่องของการตื่นรู้ในเรื่องของดินฟ้าอากาศนั้นเป็นเรื่องปกติวิสัย เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอครับ การให้ข้อมูลที่จําเป็นอย่างยิ่งก็คือ การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติ ซึ่งผมคิดว่าเมืองไทยยังมีจุดอ่อนอยู่มาก การเตือนภัยเราก็ดีขึ้นนะครับ การเยียวยาเราก็พอเห็นนะครับ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้ว่าหลายท่านจะพูดว่าเป็นมะรุมมะตุ้มก็ตาม ก็ยังได้เห็นน้ําใจกันในยามทุกข์ยาก แต่สิ่งที่ เรายังอ่อนด้อยก็คือเรื่องของการเตรียมพร้อมครับ กระผมคิดว่าเราน่าจะต้องศึกษาจาก ประเทศที่เขามีประสบการณ์มากกว่าเรา เช่น ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ หรือประเทศอื่นนะครับ ซึ่งเขาสามารถมีการจัดการความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีภัยพิบัติให้มากกว่านี้ รัฐบาลน่าจะถือโอกาสจัดระบบข้อมูลข่าวสารโดยอาศัยมาตรฐานที่จะเป็นหลักประกัน การเข้าถึงของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่ผูกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียม ความพร้อม การจัดการโดยใช้ข้อมูลที่เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโดยผ่านเว็บไซต์ก็ดี หรือสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ สื่ออื่น ๆ ก็ดี ควรจะต้องถือโอกาสปรับปรุงทั้งหมดโดยอาศัยมาตรฐานที่เป็น สากลและมีหลักประกันการเข้าถึงที่เท่าเทียมและทั่วถึง รัฐบาลควรจะต้องปรับปรุงระบบ การแจ้ง หรือเตือน หรือบอกข่าวภัยฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งกระผมได้เรียนไปหลายครั้งแล้วนะครับว่า ขณะนี้เรามีเลขหมายโทรศัพท์ที่แจ้งเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน เหตุร้าย อยู่ ๓๐-๔๐ เลขหมายครับ ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักที่ปฏิบัติกันในสากล ในสหรัฐอเมริกาหรือในอเมริกาเหนือใช้ ๙๑๑ เท่านั้น ในสหภาพยุโรปก็ใช้ ๑๑๒ เท่านั้น แต่ของเรายังไม่สามารถตกลงกันได้ ก็มี ๓๐-๔๐ เลขหมายครับ ท่านน่าจะต้องมีการจัดการให้ได้ในเรื่องนี้นะครับ

เรื่องต่อมาเราควรจะต้องถือโอกาสทําอย่างไรที่จะปลุกจิตสํานึกสาธารณะ ให้เกิดขึ้นครับ กระผมเรียนไปในที่ประชุมคณะกรรมาธิการที่ผมอยู่นะครับว่า กระทรวงศึกษาธิการจะทําอย่างไรที่จะให้เด็ก เยาวชนนั้นออกมาร่วมบําเพ็ญประโยชน์ โดยให้เครดิตในหลักสูตรการศึกษาของเขาเป็นคะแนนเลยครับ นอกจากนี้กระทรวงยุติธรรม ก็ควรจะต้องวางแผนทําอย่างไรที่จะทําให้ผู้ที่ทําความผิดลหุโทษไปบําเพ็ญประโยชน์ สาธารณะในช่วงนี้ละครับ แล้วก็ถือเป็นการไถ่โทษ หรือแม้กระทั่งผู้ที่กําลังจะพ้นโทษครับ ให้บําเพ็ญสาธารณประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือการช่วยเก็บขยะ และให้ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยเลยครับว่าการลงโทษผู้กระทําความผิดในขั้นลหุโทษถือเป็น การลงโทษไปในตัว แล้วก็จะเป็นการสร้างนิสัยที่จะทําประโยชน์ต่อสาธารณะ

ในท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธานที่เคารพ กระผมขอเวลาสักเล็กน้อยนะครับ กล่าวถึงคนที่เขาด้อยโอกาส เป็นคนพิการ เป็นผู้สูงอายุ หรือเป็นบุคคลไร้สถานะ ในสังคมครับ ในภาวะปกติคนเหล่านี้ก็มักถูกลืมอยู่แล้วครับ แล้วยิ่งในภาวะแบบนี้คนเหล่านี้ เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือครับ หน่วยงานของรัฐมีความล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ ผมมีโอกาสทํางานร่วมกับองค์กรเอกชนได้จัดบริการรับเรื่องราวร้องทุกข์แล้วก็ให้ ความช่วยเหลือเร่งด่วนกับคนพิการ ซึ่งก็ปรากฏว่าคนเหล่านี้พยายามขอความช่วยเหลือจาก หน่วยงานของรัฐ แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ท่านต้องหาวิธีการนะครับว่าคนที่ไม่สามารถ ช่วยตัวเองได้แล้วอยู่ลึกมากท่านจะช่วยเหลืออย่างไร คนพิการที่เป็นอัมพาต คนหูหนวก คนตาบอด หรือคนที่มีความบกพร่องทางจิตใจ พฤติกรรม ซึ่งจะไปอยู่ในศูนย์พักพิง กระแสหลัก ศูนย์เหล่านี้ก็ไม่ได้จัดสิ่งอํานวยความสะดวก ไม่ได้จัดสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับ เราจะทําอย่างไรครับที่ให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นในยามนี้หรือในยามฟื้นฟู อยู่บนพื้นฐานของการจัดการที่คํานึงถึงประโยชน์ของทุกคน ท้ายที่สุดจริง ๆ ครับ ในการ ฟื้นฟูบูรณะประเทศจะต้องมีการซ่อม จะต้องมีการสร้าง จะต้องมีการจัดระบบบริการ สาธารณะหลายแบบครับ ขอให้ท่านได้คํานึงถึงความต้องการในการเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม นําหลักการการออกแบบที่เป็นสากลหรือยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal design) มาใช้ ในการบูรณะปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง แม้กระทั่งขนส่งสาธารณะ ระบบการสื่อสารสารสนเทศ หรือแม้กระทั่งการสร้างอาชีพ สร้างงาน ฝึกอาชีพ ฝึกอบรมต่าง ๆ ก็ขอให้ได้นึกถึงคนที่ ด้อยโอกาส พิการ ทุกข์ยาก หรือแม้กระทั่งคนที่เป็นคนไร้สถานะทางทะเบียนครับ บุคคลไร้สถานะทางทะเบียนนี่หลายคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่คนไทย จริง ๆ แล้วหลายคนเป็น คนไทยครับ แต่ว่าเขาไม่มีโอกาส อาจจะด้วยความผิดพลาดบกพร่องประการใดก็แล้วแต่ ถ้าคนเหล่านี้ยังคงความเป็นคนไร้สถานะ จะเป็นความสั่นคลอนต่อความมั่นคงในยุคใหม่ ซึ่งผมขอทิ้งโจทย์นี้ไว้กับรัฐบาล และขอเป็นกําลังใจให้พี่น้องประชาชนได้ยิ้มสู้เพื่อผ่านวิกฤติ ครั้งนี้ไปด้วยกัน ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ อยากให้ ท่านช่วยรักษาเวลาด้วยนะครับ เพราะว่าถ้าเกินเวลามันก็เท่ากับไปตัดสิทธิของเพื่อนเรา ที่อยู่ท้ายแถวนะครับ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านช่วยดูแลเรื่องเวลาด้วยนะครับ เชิญท่านกฤช อาทิตย์แก้ว ครับ

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณรัฐบาล นับตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณท่านผู้ว่า กทม. ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้พยายามกันอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ที่จะทําให้วิกฤติ น้ําท่วมในครั้งนี้ วิกฤติอุทกภัยในครั้งนี้สูญหายไปจากประเทศไทยโดยเร็ว ผมได้เฝ้าติดตาม การทํางานของรัฐบาล ได้เฝ้าติดตามการทํางานของ กทม. จริง ๆ แล้วทั้ง ๒ ฝ่ายทํางาน อย่างเข้มแข็งด้วยกัน การทํางานมีผิดพลาดแน่นอนครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นเทวดาเหาะมา จากฟ้าหรือจากที่ไหนก็ตาม มันต้องมีข้อผิดพลาด แต่การผิดพลาดนั้นสามารถแก้ไขได้ การถกเถียงที่มีขึ้นผมติดตามอยู่ตลอด แต่การถกเถียงระหว่างรัฐบาลกับ กทม. ที่จริงแล้วนั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะว่าเมื่อถกเถียงแล้วงานมันเกิดครับ ผมมองไป อีกแง่หนึ่งก็ต้องกราบเรียนว่าถึงวันนี้แล้วพี่น้องประชาชนมั่นใจ เริ่มมั่นใจได้แล้วว่า งานแก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยในครั้งนี้มั่นใจว่าจะประสบความสําเร็จ

สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปก็คือว่า แผนการที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหา ในระยะยาวนั้น ทุกวันนี้หลายท่านมามองกันที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น สําหรับผมนั้น เป็นสมาชิกวุฒิสภา เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนจากบ้านนอก จากจังหวัดกําแพงเพชร เป็นต้นทางที่นําน้ํามาสู่กรุงเทพมหานคร ใน ๔ แควของเราคือ ปิง วัง ยม น่าน แต่ก่อนนี้ มีลุ่มน้ํามากมาย เผอิญผมเกิดภาคเหนือ เป็นเด็กภาคเหนือ แล้วในลุ่มน้ําที่มีมากมายเหล่านี้ ก็ถูกบุกรุกนานปีเข้า ณ วันนี้ทั้ง ปิง วัง ยม น่าน ก็เหมือนกับเป็นแม่น้ําที่ไม่มีแขนมีขา เพราะถูกบุกรุกไปเสียหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อถูกบุกรุกไปเสียหมดแล้วนี่ ไม่มีกิ่งก้านสาขา น้ําก็วิ่งตรงลงมาหาเจ้าพระยาอย่างเดียวเท่านั้นเอง และขณะที่เจ้าพระยาเองก็ถูกตัดแข้งตัดขา กิ่งก้านสาขาไม่มี ก็พุ่งลงมาหากรุงเทพมหานครอย่างเดียว ในกรุงเทพมหานครก็ถูก ตัดแข้งตัดขาโดยไม่มีการดูแลในเรื่องของคลองระบายน้ํา ซ้ํายังบอกกันว่าเป็นคลองที่ทําขึ้น เป็นการระบายน้ําฝนเท่านั้น จริง ๆ แล้วบรรพบุรุษเราได้ทําสิ่งเหล่านี้ไว้ให้กับพี่น้อง จนครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ว่าเรามิได้รักษาไว้เท่านั้น กราบเรียนว่ารัฐบาลน่าจะต้องรีบ ดําเนินการในระยะยาวโดยเคร่งครัดแล้วก็ชัดเจน ต้องแถลงออกมาด้วยว่าจะทําอย่างไร เป็นขั้นเป็นตอน กราบเรียนว่าแก้มลิงจะต้องทํา ไม่ใช่ทําแค่ที่กรุงเทพมหานคร หรือภาคกลาง ต้องทําเริ่มมาจากภาคเหนือ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอให้รัฐบาล ได้เร่งด่วนดําเนินการเรื่องนี้ด้วย

เรื่องต่อไปที่เป็นเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือหลังน้ําลดครับ หลังน้ําลดจะมี การดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการแก้ไขอุทกภัยในระยะยาว ก็จะมีการจ้างแรงงาน จ้างการก่อสร้าง จ้างอะไรต่ออะไรต่าง ๆ ฝากท่านประธานแจ้งไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ว่าขออย่าได้มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง ประเทศไทยนี้มันแปลกครับ เวลามีการรับเหมา ก่อสร้างอะไรแล้วชอบฉ้อราษฎร์บังหลวงกัน ครั้งนี้ผมไม่อยากจะพบเห็น ในเกือบทุกรัฐบาล ที่ผ่านมาก็ถูกกล่าวหาจะฉ้อราษฎร์บังหลวง นี่ยังไม่ได้เริ่มลงมือนะครับท่านประธานครับ เริ่มมีเรื่องเตรียมการกล่าวหากันแล้วว่ารัฐบาลจะฉ้อราษฎร์บังหลวงในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยระยะยาวตั้งแต่การรับเหมาก่อสร้างเป็นต้นไป เพราะฉะนั้นฝากด้วย ขอได้ระมัดระวังด้วย สําหรับผมเองจะจับตาดูนะครับ จะจับตาดูถ้าหากว่ามีการฉ้อราษฎร์ บังหลวงเกิดขึ้น ผมจะนํามาอภิปรายในที่นี้

กราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งครับ คณะกรรมการที่แต่งตั้งไว้ ๗ คณะ ผมก็ได้ตรวจรายชื่อแล้วเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้รับ ความกรุณาจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมหลายท่าน แล้วผมมั่นใจนะครับว่าร่วมแรงร่วมใจกัน แล้วนี่การทํางานครั้งนี้เชื่อว่าประสบความสําเร็จแน่นอน ผมตั้งความหวังไว้อย่างนั้นนะครับ เรียนท่านประธานครับ สิ่งที่เรากําลังพบ ณ วันนี้คือเราขาดผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ที่จะแก้ปัญหานี้ ก่อนน้ําท่วมไม่มีผู้เชี่ยวชาญครับ พอระหว่าง น้ําท่วมผู้เชี่ยวชาญออกมาเต็มประเทศเลยครับ มีทุกช่องเลยครับเปิดดูเถอะครับ ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนั้นแล้วทําไมตอนก่อนน้ําท่วมไม่เห็นพูดกัน ก็กราบเรียนว่าในการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ ก็ขอเอาผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ แม้ว่าเราจะต้องเอาผู้เชี่ยวชาญมาจากต่างประเทศก็ตาม แม้ว่าเรา อาจจะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศก็ตาม ผมอยากจะให้มีการดําเนินการโดยใช้ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงนะครับ ก็ฝากท่านประธานนําเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนครับ ความจริงเรามีผู้เชี่ยวชาญ ที่เก่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานะครับ เมื่อคณะกรรมการ ๗ คณะนี่ดําเนินการอย่างไรก็ตามก็ต้องรบกวนเบื้องพระยุคลบาทครับ นํากราบบังคมทูล ขอให้ทรงแนะนํานะครับ เมื่อทรงแนะนํามาแล้วมันจะได้เป็นพลังรวมอยู่ที่จุดเดียว แล้วเราก็ เดินหน้าทํางานกันต่อไป เอ็นจีโอทั้งหลายก็มารับทราบเสีย ท่านจะได้ไม่ได้คัดค้านในการ ที่จะดําเนินการเรื่องใด ๆ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ และประเทศไทยจะพ้น จากภัยเขาเรียกว่า อุทกภัยเป็นนิรันดร์ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านเจริญ ภักดีวานิช ครับ

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง กระผมขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปทางคณะรัฐมนตรี กระผมคิดว่า ๓ ประเด็นที่กระผมกราบเรียน มีคนพูด น้อยมาก ประชาชนของเราเดือดร้อนมา ๒-๓ เดือน กรุงเทพฯ ก็เป็นเดือน ถ้าเราไม่แก้ปัญหา เหล่านี้ จะหนักกว่านี้อีกหลายเท่านะท่านประธาน กระผมจะพูดถึงเรื่องน้ําเน่าเสีย เรื่องขยะ แล้วก็เรื่องโรค เท่าที่กระผมติดตามดูท่านประธาน ขณะนี้รัฐบาลเองในการวางแผน เรื่องพวกนี้ยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ เกือบทุกจุดนะครับ กระผมกราบเรียนท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑-๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ กรมควบคุมมลพิษได้ไปสํารวจแหล่งน้ําผิวดิน ๔๘ จุด ๘๒ เปอร์เซ็นต์ท่านประธานเสื่อมโทรมนะครับ ๖๕ เปอร์เซ็นต์เสื่อมโทรมมากนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้กระผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้น ถ้าเราไม่แก้โรคจะตามมาอย่างมหาศาล ขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว ๕๕๐ คน ถ้าเราไม่สามารถกําจัดเรื่องระบบขยะ เรื่องน้ําเสียก็นําไปสู่ การเสียชีวิตกันมากมายนะครับ อาจจะเป็นร้อยเป็นพันหรือเป็นหมื่นก็ได้นะครับ

กราบเรียนท่านประธาน ขณะนี้ปัญหาหนักก็คือขยะ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เฉพาะกรุงเทพฯ ๘,๐๐๐ ตัน ๘,๐๐๐ ตันมีศูนย์กําจัดขยะอยู่ ๓ ศูนย์ ขณะนี้เขาส่งไปที่ศูนย์ ได้แค่ศูนย์เดียว บางเขตไม่สามารถเก็บขยะได้เลย แล้วก็บางเขตรถเสียอีก เพราะฉะนั้น เรื่องนี้กระผมคิดว่ารัฐบาลต้องรีบจัดการ ต้องรีบ อาจจะขอต่างจังหวัดทุกจังหวัดมาช่วยระดมนะครับ ตรงไหนที่แห้งรีบจัดการ กราบเรียนท่านประธานครับ ระบบน้ําเสียขณะนี้เท่าที่กระผม ติดตามดูทหารก็ทํา อีเอ็ม บอล (EM ball) นะครับ เชื้อจุลินทรีย์ นักเรียนเล็ก ๆ บางคนทํา อาชีวศึกษาก็ให้วิทยาลัยเกษตรทุกแห่ง กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านทาง รัฐมนตรี รีบทบทวนระบบจํานวนเท่าไรแน่ที่พอ จําเป็นต้องใช้งบลงทุนก็ต้องลงทุนเพื่อให้ จากน้ําเสียเป็นน้ําดีขึ้นมาให้ได้ ใครบ้างที่ทํา ทําแล้วไปจ่ายที่ไหนบ้าง กระผมคิดว่าระบบ การบริหารจัดการซึ่งเพื่อนสมาชิกรัฐสภาหลายคนได้พูดไป เรื่องนี้ถ้าเผื่อมีการบริหาร การจัดการที่ต้องทบทวนประสิทธิภาพก็นําไปสู่การแก้ปัญหาได้ มีหน่วยงานอะไรบ้างที่ทํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาก็ทํา แต่ต่างคนต่างทํามันพอหรือยัง ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับ

อันที่ ๒ ที่กราบเรียนก็คือระบบการช่วยเหลือพื้นที่ที่น้ําลดแล้วนี่ครับ ท่านประธานครับ คนทุกข์มาเป็นเดือนแล้วนะครับ พอน้ําลดลงมาบางบ้านมี ๒ คน คนแก่ ๆ ครับ การขนย้ายครุภัณฑ์ที่เสียหรือไม่ก็เฟอร์นิเจอร์ที่เสีย ตู้เย็นที่เสียออกจากบ้านมันเกินกําลังนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านทางท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี ณ วันนี้เรามี อส. อยู่ทุกจังหวัด กําลัง อส. ท่านเหล่านั้นได้มาเปลี่ยนกําลังพลของทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ซึ่งท่านทํางานหนักมาก นักเรียน นักศึกษา กระผมเข้าใจว่าทุกคนอยากจะช่วยแต่ให้เราบริหารการจัดการ ที่มีประสิทธิภาพในการขนย้ายคนมาช่วยในบางพื้นที่ ทุกข์มาเดือนหนึ่งแล้วนะครับ ความทุกข์หลังน้ําท่วมในการขนย้ายเครื่องใช้ในบ้านที่เสียหายมันเป็นความทุกข์หนัก จริง ๆ นะครับ กระผมก็ขอกราบเรียนว่าการใช้กําลังคนเท่าไรจึงจะพอ พื้นที่ไหน ที่จําเป็นต้องไปช่วยด่วน กระผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีแผนบริหารที่ชัดเจนจะทําให้การช่วย มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเด็นที่ ๓ ที่กระผมกราบเรียนเสนอทางท่านประธานผ่านไปถึง คณะรัฐมนตรี กระผมเข้าใจว่าขณะนี้เป็นเรื่องที่เราทําได้ค่อนข้างมาก รัฐบาลก็ทํางานหนัก ทหาร ตํารวจ ประชาชนทั้งประเทศเห็นใจเป็นพลังสามัคคีเป็นความมีน้ําใจ กระผมคิดว่าเป็น ความมีน้ําใจของคนทั้งประเทศ แต่สิ่งที่คนทั้งกรุงเทพฯ หรือจังหวัดที่มีน้ําท่วมอยากเห็น การแก้ปีหน้า ปีหน้าถ้าท่วมแบบนี้อีก แล้วเสียหายแบบนี้ คนตายแบบนี้ กระทบเศรษฐกิจ หนักแบบนี้ กระผมคิดว่าคนไม่ให้อภัยนะครับ เราห้ามน้ําท่วมไม่ได้แต่สิ่งที่เราต้องเอา บทเรียนที่เราได้จากน้ําท่วมครั้งนี้มาวางแผน ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะต้องคณะกรรมการขึ้นมา ผมคิดว่ากว่าจะศึกษาเสร็จงบประมาณก็ ๑ มกราคมจะใช้ มีช่องไหนอยากจะฝาก ท่านประธานไปสู่ทางคณะรัฐมนตรีหาเงินพิเศษออกมาเสียก่อนเพื่อสําหรับใช้แก้ปัญหา ถ้ารอกระบวนการงบประมาณมกราคมกว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง บางเรื่องมันจําเป็นต้องเร่งด่วน กระผมคิดว่างบกลางที่พอมีอยู่ ถ้าเผื่อพอมีก็รีบบริหารจัดการในการแก้ แล้วเริ่มสร้าง ความมั่นใจว่าในปีหน้านั้นถึงแม้จะมีน้ําท่วมแต่เราจะไม่เสียหายแบบนี้ เราจะไม่เดือดร้อน แบบนี้ เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าทางคณะรัฐมนตรีคงจะได้เริ่มเตรียมการเพื่อจะได้นําไปสู่ การแก้ปัญหา ขณะนี้คนอยากช่วย แต่ระบบการที่นําคนมาช่วย กระผมคิดว่าถ้าเผื่อเรามี การบริหารจัดการที่ดีก็นําไปสู่การแก้ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ท่านประธานครับ เมื่อเช้าและตอนบ่ายมีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้พูดถึง การบริหารจัดการที่จําเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพ กระผมยก ๒ เรื่องขึ้นมาเพื่อต้องการ ชี้ให้เห็นว่าเราจําเป็นต้องทบทวนการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาเรื่องขยะ เรื่องน้ําเน่า และโรคที่จะเกิดขึ้น ถึงแม้กระทรวงสาธารณสุขระดมคนทั้งประเทศ หมอทั้งประเทศ มาช่วยก็ตาม กระผมคิดว่าถ้าปล่อยแบบนี้ ณ วันนี้ทั้งน้ําเน่าและขยะถ้าเราปล่อย ตามยถากรรม ท่านประธานครับ แล้วมันจะเกิดความเสียหายอย่างยิ่งใหญ่ เราจะเสียใจ ภายหลังนะครับ เหตุที่เสียใจเพราะว่าโรคโอกาสที่จะเกิดขึ้นอย่างมากมายจากน้ําเสีย แล้วก็ต้องทนทุกข์ เหมือนในบ้านแห้งแล้ว หน้าบ้านน้ํามันยังเน่าเสียอีกไปไหนไม่ได้ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้การบริหารจัดการในการเข้าไปช่วยในบางพื้น ที่มีความจําเป็นครับ ก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปทางคณะรัฐมนตรี กระผมคิดว่า ที่ผ่านมานั้นทางรัฐบาลแล้วก็ทางทหาร ตํารวจ ข้าราชการ แล้วก็ประชาชนได้เสียสละ ทํางานช่วยความเดือดร้อนของประชาชน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวรชัย เหมะ ๖ นาทีนะครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลเดือดร้อนในครั้งนี้นะครับ

ท่านประธานครับ น้ําเที่ยวนี้มันรุนแรงสาหัสสากรรจ์จริง ๆ ครับ มันมาพร้อมกับ เราตั้งรัฐบาล ตั้งรัฐบาลเสร็จน้ํามาทันทีครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่รุนแรงขนาดนี้ต่อให้รัฐบาล เทวดาไหนก็ไม่สามารถที่จะแก้ได้สําเร็จหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านได้หาวิธีการที่รับมือสารพัดครับ ท่านตั้งศูนย์ ศปภ. ครับ เพื่อที่จะบูรณาการในการแก้ไข ปัญหาน้ําในครั้งนี้ ก็คือศูนย์ ศปภ. ครับ ท่านประธานสภาครับ ศูนย์ ศปภ. มีหน้าที่ในการช่วยเหลือคน มีหน้าที่ในการรับบริจาคถุงยังชีพนะครับ ส่วนงานหลัก ที่สําคัญที่สุดก็คือ ผมนี่ครับท่านประธานครับ ผมได้เห็นภาพในทีวี แล้วก็เห็นมี ส.ส. บางท่านมีการพูดถึงเรื่องนี้ว่า ศปภ. นั้นมีปัญหาทํางานไร้ประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ผมเห็นรูป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถุงยังชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสื้อผ้าที่ลอยน้ําอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของห้องน้ําครับ ผมได้ทราบเรื่องนี้และผมได้ไปตรวจสอบในฐานะที่เป็นตัวแทนของ ประชาชนครับท่านประธาน ผมได้ไปดูเห็นเสื้อผ้าเมื่อวานผมก็เห็นภาพท่าน ส.ส. ท่านหนึ่ง ท่านได้ออกมาพูดนะครับ ข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานสภาครับ จ่าประสิทธิ์ช่วยโชว์หน่อยครับ ถุงนี้เป็นถุงเสื้อผ้าที่ได้คัดออกมาแล้วครับท่านประธานสภา เสื้อผ้ากองใหญ่ ๑๐ คันรถสิบล้อ ครับท่านประธานสภาครับ แล้วคัดเสื้อผ้าที่ใช้ไม่ได้ ที่ว่าลอยน้ําเอาทั้งถุงเลยครับ ที่ลอยน้ํา อยู่ครับ นี่คือเสื้อผ้ากองที่เห็นในภาพนี้ครับท่านประธาน ดูสิครับว่าอยู่ระเกะระกะไปหมด เพราะว่าได้คัดของดีไปแล้ว ท่านประธานครับจะเอาของขาด ๆ อย่างนี้ไปให้พี่น้องประชาชน ได้อย่างไร ในยุครัฐบาลที่แล้วครับ ปลากระป๋องเน่ารัฐบาลพังมาแล้ว ถ้าเอาของขาดอย่างนี้ หาว่าพวกรัฐบาลชุดนี้เอาของไม่ดีให้ประชาชนก็จะถูกไม่ไว้วางใจอีกครับท่านประธาน นี่คือข้อเท็จจริงครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว แล้วสําหรับส้วมลอยน้ํา ครับท่านประธานครับ ส่วนนี้อยู่ที่ตึกอาคาร ๒ ครับ เป็นที่พักของผู้ประสบภัยครับ ท่านประธานสภา ผู้ประสบภัยแถวรังสิตไม่มีที่อยู่ก็มาอยู่ที่อาคาร ๒ ที่ดอนเมือง ส้วมนี้คือส้วมที่ ใช้แล้วครับ ขณะที่น้ําขึ้นมาก็ต้องย้ายผู้ที่ประสบภัยก่อน ย้ายคนก่อนครับ ส้วมย้ายทีหลังครับ ส้วมมันไม่เหม็นครับ ปากคนมันเหม็นกว่าครับท่านประธานสภาครับ เพราะฉะนั้นส้วมย้าย ตามไปทีหลังครับ ไม่ใช่ส้วมที่บริจาคแล้ว ศปภ. ไม่ได้เอาไปแจกครับ แต่เป็นส้วมที่ใช้แล้ว ของผู้ประสบภัยครับ ตอนนี้ย้ายไปแล้วครับ ท่านประธานครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่ศูนย์ ศปภ. นั้นรับของบริจาค ส่วนหนึ่ง พี่น้องประชาชนที่ไปบริจาคแล้วก็จัดเป็นถุงยังชีพ ของบริจาคนั้นมันมีหลายส่วนครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง มาม่า หลายชนิด แต่ว่าถุงยังชีพนั้นต้องประกอบให้พี่น้อง ยังชีพได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ปลากระป๋อง มาม่า น้ํามันพืช ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเอามา บรรจุใหม่ ส่วนเมื่อวานที่ผมเห็นเอาขึ้นมาโชว์ครับ คือภาพนี้ครับ ภาพนี้เป็นภาพที่มวลชน อาสาสมัครเขามีน้ําใจมาบรรจุให้เพื่อที่จะเอาไปแจกพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่ง เป็นของที่มาจากการบริจาคส่วนหนึ่ง ถ้าส่วนไหนขาดผมได้ถามเจ้าหน้าที่ก็มีการสั่งซื้อ เพื่อที่จะให้ครบที่จะใช้ได้ในการดํารงชีวิต เพราะฉะนั้นส่วนนี้คือส่วนที่สั่งซื้อ ผมไปถามเจ้าหน้าที่ ผมเห็นครับกําลังขึ้นรถอยู่ ถามว่าชุดนี้ราคาเท่าไร เขาบอกว่าชุดนี้คือ ๕๐๐ บาท ชุดนี้คือของที่ประกอบที่ ศปภ. นะครับ ชุด ๕๐๐ บาท ผมได้ขอยืมมา ๑ ชุด พี่องอาจครับ คือชุดนี้ครับ น้ําหนัก ๑๐ กิโลกรัมครับท่านประธาน มีน้ําปลา มีรายการนะครับ ที่มีอะไรเท่าไร ผมจะเอาให้ท่านประธานสภาครับ ราคาทั้งหมด ๔๗๕ บาทอยู่ในถุงนี้ครับ ถุงนี้เอาไปแจกต่างจังหวัดครับ ส่วนที่ ศปภ. แจกนั้นคือส่วนที่บรรจุที่ ศปภ. ครับ ส่วนที่สั่งซื้อนั้นเอาไปแจกต่างจังหวัด พอไปลงที่โกดัง ศปภ. ครับ หรือว่าที่เขาผลิตเอาไปส่งเลยครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการพูดอะไรอย่าเอาดีใส่ตัว อย่าเอาสิ่งที่ไม่เป็นความจริงมาพูดครับ วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนสาหัสสากรรจ์นะครับ อย่ามาทําลายกันเลย คนที่ทํางาน เสียกําลังใจครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทํางานตื่นตี ๔ พวกเราเป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลลงไป ทุกวัน ดูแลพื้นที่ทุกวัน พวกเราไม่เคยเหน็ดเหนื่อยครับ แต่ต้องการกําลังใจครับ อย่ามาต่อว่า กันเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจารุพรรณ กุลดิลก ครับ ๑๐ นาทีครับ

นางสาวจารุพรรณ กุลดิลก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะคะ ดิฉัน ส.ส. จารุพรรณ กุลดิลก บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอชื่นชมทั้งรัฐบาลและภาคประชาชน และใครก็ตามที่เสียสละได้ช่วยเหลือประเทศไทยอย่างจริงใจในทุกวันนี้นะคะ

ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กมากเมื่อเทียบกับทั้งโลกค่ะท่านประธานคะ ปัญหาที่เราเผชิญในวันนี้ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือปัญหาสิ่งแวดล้อม และคนส่วนใหญ่ของ ทั้งโลกนี่ได้เข้าใจปัญหานี้แล้ว ปัญหาก็คือประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีปัญหา น้ําท่วมหนักเหมือนกัน แต่ว่าไม่เคยมีการบันทึกเอาไว้ เพราะฉะนั้นในแง่การจัดการ ไม่ใช่เพียงแต่ว่าจะจัดการอย่างไร แต่ในรายละเอียดจะต้องจัดการอย่างไร เมื่อน้ํามาถึง จะต้องจัดการอย่างไร ตรงนี้ไม่มีบันทึกในรายละเอียดไว้ แต่ในรัฐบาลนี้ได้มีการบันทึกไว้ อย่างละเอียดแล้ว ดิฉันได้เฝ้าดูการทํางานของ ศปภ. ได้เห็น ส.ส. หลาย ๆ ท่าน ทั้งรัฐบาลเอง ฝ่ายรัฐบาลเองหรือทุก ๆ ฝ่ายวิ่งมาที่ ศปภ. วิ่งมาเสนอความคิดนะคะว่าเมื่อน้ํามาจะต้อง จัดการอย่างไร เกิดนวัตกรรมมากมาย มีสิ่งประดิษฐ์มากมาย มีทั้งเรือประดิษฐ์ มีทั้งเสื้อชูชีพ ประดิษฐ์ ภาคประชาชนก็มาช่วยกัน ตรงนี้เกิดขึ้นนะคะ ตรงนี้ดิฉันอยากจะให้เห็นว่า มีทั้งประชาชนไม่ใช่เฉพาะภายในประเทศ แต่ว่าต่างประเทศก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เข้ามาช่วยเหลือ และการที่รัฐบาลต้อนรับชาวต่างชาติก็ทําได้น่าประทับใจไม่ปฏิเสธ ซึ่งในระดับโลกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติขนาดใหญ่ขณะนี้ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็จะรับฟังจาก ผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริง ๆ ในระดับโลก เพราะว่าเขาเกิดปัญหามาก่อนหน้านั้นแล้ว แล้วรัฐบาล ก็สามารถทําได้ดี ดังนั้นอยากจะให้มาฟังผู้เชี่ยวชาญชาวสวิต ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจัดการ อุทกภัยระดับโลกได้มาเยือนประเทศไทย บางท่านเป็นอธิบดีกรมน้ําของสวิตเซอร์แลนด์ บางครั้งได้ทํางานกับเซิร์น (CERN) ซึ่งเป็นสถาบันพลังงานระดับใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก็ให้เห็น แล้วว่าผู้เชี่ยวชาญได้มาทํางานกับ ศปภ. และได้ข้อสรุปดังนี้ค่ะ

จากการที่ผู้เชี่ยวชาญได้ไปตรวจเยี่ยมเขื่อนต่าง ๆ แล้วก็ตรวจสอบภาคพื้นดิน จากผลกระทบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ตรวจสอบ โรงงานผลิตบางเขน ติดต่อประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญที่ ศปภ. ประชุมกับเจ้าหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุข ไปดูแนวคันกั้นกระสอบต่าง ๆ คุณภาพน้ํา สภาพทั่วไป แล้วก็มีการ ประเมินโดยการจําลองโดยคอมพิวเตอร์ ผลสรุปก็คือว่า การปรับตัวและการรับมืออุทกภัย ทุกคนทําได้อย่างดีเยี่ยม และเห็นว่าเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นภัยพิบัติที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขนาดและจํานวนของน้ําที่ท่วมเกินการควบคุมนั้นเสียหาย ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ แม้กระทั่งเครื่องมือระดับดีที่สุดของโลกก็ยังยืนยันว่าไม่สามารถควบคุมได้เพราะเป็นอิทธิพล ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า แอนโทรโพเจนิก เอฟเฟค (Anthronoginic effect) ซึ่งเป็น ผลกระทบของการอยู่อาศัยของประชากรมนุษย์ทั้งโลกอันนี้เป็นคําศัพท์เฉพาะ ซึ่งทําให้เห็น แล้วว่าชาวโลกมีความเห็นตรงกันนะคะว่าขณะนี้ประเทศไทยกําลังเผชิญในสิ่งที่เรียกว่า เป็นภัยพิบัติระดับโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะให้กําลังใจทุก ๆ ท่านที่กําลังทํางาน อยู่ในขณะนี้ แต่ละท่านก็เชื่อว่า เมื่อได้รับกําลังใจแล้วก็คงไม่ได้ทํางานหนักน้อยลง แต่กลับจะไปมีกําลังใจ ในการทํางานหนักมากยิ่งขึ้นนี่นะคะว่า ต่อไปจะมีการบันทึกอย่างเป็นระบบ แล้วก็ในการที่ น้ําได้ท่วมตรงไหนจะมีปฏิบัติการอย่างไร เครื่องมืออุปกรณ์จะเป็นอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าผู้เชี่ยวชาญได้เสนอแนะว่าในการจัดการน้ําในลุ่มน้ํา เจ้าพระยานั้น ภารกิจสําคัญก็คือเรื่องการชลประทานและการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลนี้ ดิฉันเชื่อว่าท่านจะเน้นย้ําต่อไปก็คือ การป้องกันน้ําเป็นภารกิจสําคัญด้วยสําหรับการจัดการ ควบคุมปริมาณน้ํา การปล่อยน้ําในอนาคต ตรงนี้ก็เป็นส่วนสําคัญที่เป็นข้อที่ผู้เชี่ยวชาญ หลาย ๆ ท่านได้บอก ส่วนการนําประสบการณ์ของต่างประเทศเป็นข้อมูลในการพิจารณา แก้ไขในอนาคตนั้นก็เป็นเรื่องสําคัญ และดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลนี้ก็ได้รับข้อมูลต่าง ๆ และได้มา ทําประมวลเป็นสถิติและเป็นข้อมูลที่สามารถทําให้ชาวโลกเชื่อมั่นตัดสินใจว่าจะต้องแก้ไข อย่างไร

และในส่วนที่ ๓ ก็คือในระดับรัฐสภา ดิฉันขอเสนอให้มีตัวแทนร่วมแก้ไข ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับโลกด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สําคัญในฐานะตัวแทน ของประชาชนคนหนึ่งอยากจะส่งเสียงแทนประชาชนว่าตอนนี้เราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียว ได้แล้ว เราจะต้องช่วยแก้ไขปัญหาในระดับโลกด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะ เน้นย้ําเรื่องนี้เป็นภารกิจหลักเช่นเดียวกัน คือสิ่งแวดล้อมของโลกนะคะ

ทีนี้เท่าที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาในหลาย ๆ ปี ดิฉันขออยาก ให้ขึ้นสไลด์ (Slide) นิดหนึ่งข่าวสารที่พวกเรากําลังสับสนมากมาย วันนี้เรามาดูว่าชาวโลก เขามองประเทศไทยอย่างไรนะคะ เชิญห้องโสตทัศนูปกรณ์เปิดข่าวสักนิดหนึ่งนะคะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ดิฉันขอสรุปสั้น ๆ ก็คือว่าเท่าที่ติดตามข่าวหลาย ๆ สํานัก ที่เห็นบนสไลด์ก็คือ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ซีเอ็นเอ็นจะได้ชื่นชมว่าประเทศไทยได้สามารถจัดการภัยพิบัติอย่างดี เพราะฉะนั้นประชาชน คนไทยรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติและปรับตัวรับมือได้อย่างดี

สไลด์ต่อไปนะคะ ก็เป็นข่าวต่อเนื่องกันมานี่ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์

สไลด์ถัดไปค่ะ ก็คือประชาชนเขาได้เรียนรู้ เนื่องจากเขาเป็นชาวโลกซึ่งได้ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของโลก เพราะฉะนั้นเขาเรียนรู้อย่างรวดเร็วและรู้ว่าอันนี้เป็น ภารกิจสําคัญของโลก เขาทําข่าวโดยการทําให้เห็นว่าทุกวันนี้ชาวโลกจะช่วยประเทศไทย ได้อย่างไร เขาเรียนรู้และได้ข้อสรุปตรงนี้จึงได้ดําเนินการ

สไลด์ต่อไปนะคะ ก็เป็นข่าวถัดไปว่าท่านจะช่วยเหลือผ่านองค์กรต่าง ๆ ได้อย่างไร

สไลด์ถัดไปจะทําให้เห็นว่าเขาก็เข้ามาดูว่าศูนย์พักพิงผู้อพยพมีคุณภาพ อย่างไร ซึ่งก็ได้ระบุว่ามีคุณภาพ ๕ ดาวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีองค์กรไหน หน่วยงานไหน ที่เป็นสีฟ้าเข้าไปบริจาครับได้ มีทั้งสภากาชาดและที่อื่น ๆ มากมาย ทั้งรัฐบาลแล้วก็มี เบอร์โทรศัพท์ให้ นี่คือความเห็นใจของชาวโลกที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในวันนี้

สไลด์ถัดไปได้เลยนะคะ ข่าวในสํานักอื่น ๆ ก็เช่นกัน อย่างรอยเตอร์ (Reuter) ก็ได้แสดงความห่วงใยและเห็นความกังวลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการแก้ไขปัญหาอย่างท่วงที การทํางานเข้มแข็งของหน่วยแพทย์สาธารณสุข ข่าวเอเอฟพี (AFP) ชื่นชมรัฐ ได้รับมือภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว มีการทํางานร่วมมือกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา และกระทรวงกลาโหมต่าง ๆ ของทั่วโลก บลูมเบิร์ก (Bloomberg) ก็บอกว่ายังคงจะมีการ ลงทุนในประเทศไทย ระดับน้ําได้ลดลงแล้ว และได้มีความพยายามของภาครัฐในการป้องกัน พื้นที่สําคัญทางเศรษฐกิจ ข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) บอกว่าข้าวในประเทศไทยยังคงคลังอยู่มาก และยังมีอนาคตอยู่กับประเทศไทยอีกมากมาย นี่คือข่าวที่ดิฉันรวบรวมมาในช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมา และจากที่ส่วนตัวได้ดูข่าวสารบ้านเมืองทั่วโลกจะทําให้เห็นว่าข่าวสารของ ต่างประเทศดีขึ้น ๆ เป็นลําดับ แตกต่างจากปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง และมาในปีนี้ก็ดีขึ้นมาก ภายใต้รัฐบาลนี้ และดิฉันเห็นแนวโน้มว่าข่าวสารและความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชาวโลก จะมีต่อไปภายใต้การนําของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี เฉลิมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภาและในฐานะรองนายกรัฐมนตรี อันที่จริงแล้ว เนื้อหาสาระการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่สอบถามหรือพาดพิงมายังภารกิจ และพันธกิจของผมมีน้อย แต่ว่าเมื่อมีแล้วก็จะถือโอกาสสั้น ๆ มีเรื่องสําคัญและสมควร ที่จะต้องกราบเรียนท่านทั้งหลายเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ก่อนจะลงในรายละเอียด สักข้อ ๒ ข้อ ผมขออนุญาตชี้แจงเรื่องที่ถูกพาดพิง เพราะถ้าไม่ชี้แจงสถาบันตํารวจ ก็จะเสียหาย เมื่อตอนเช้าท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในระหว่างขอหารือท่านประธานรัฐสภามีข้อความตอนหนึ่งว่า และประการสุดท้าย ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานถึงพี่น้องประชาชนที่ร้องเรียนมาก็คือ เรื่องที่มี เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน. บางบอน ตั้งด่านเถื่อนหลังบ้านท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วรีดไถ พี่น้องประชาชนรายละ ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๒ คน รวม ๓๐,๐๐๐ บาท คนที่ถูกรีดไถเป็น พี่น้องคนงานทํางานเป็นชนชั้นกรรมาชีพ แต่กลับถูกรีดไถเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ที่ถนนบางบอน ๕ หลังบ้านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง

แต่เดิมผมอยากตอบตั้งแต่เช้า แต่เกรงบรรยากาศเรื่องการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมจะมองดูว่าไม่เหมาะสม ผมเรียนท่านประธานรัฐสภาไปยังบรรดาสมาชิกรัฐสภาว่า ผมตรวจสอบตั้งแต่เช้า ซอยบางบอน ๕ มีสถานีตํารวจนครบาลรับผิดชอบ ๓ สถานี คือ สถานีหนองแขม สถานีแสมดํา และสถานีบางบอน และบ้านผมห่างจากซอยบางบอน ๕ ๑ กิโลเมตร ไม่ได้อยู่หลังบ้านผม และเมื่อตรวจสอบแล้วผมก็บอกกับคุณวัชระว่าตรวจสอบแล้ว ตํารวจบอกว่าไม่มี ถามว่าตํารวจบอกว่าเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ ไม่มีตั้งด่านเคลื่อนที่ แต่อย่างใด ผมเชื่อตํารวจนะครับ ก็เชื่อครึ่งเดียว ใครทําผิดจะสารภาพ ผมบอกคุณวัชระ เป็นหน้าที่คุณวัชระที่ต้องเอาผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ดําเนินคดี เหตุเกิดท้องที่ไหน ไม่สําคัญ เมื่อมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ ปรากฏความว่าเหตุเกิดท้องที่อื่นก็ส่งไปดําเนินคดี ในท้องที่นั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมไม่ปกป้องแต่ต้องชี้แจงทําความเข้าใจ ซอยบางบอน ๕ ห่างจากบ้านผม ๑ กิโลเมตร หลังบ้านผมมีซอยเล็ก ๆ และบ้านผมอยู่ในความรับผิดชอบของ สถานีตํารวจนครบาลแสมดําไม่ใช่สถานีตํารวจนครบาลบางบอน ท้องที่ไหนไม่สําคัญครับ เหตุเกิดข้างบ้าน หลังบ้าน ไม่สําคัญ ขอให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ ฝากท่าน ส.ส. วัชระด้วย ผมจะให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ๒ คน ที่ตามคําอภิปรายของท่าน อย่างเที่ยงธรรม ถูกต้อง ชัดเจน

เรื่องที่ ๒ มีบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านให้ข้อคิดเห็นว่า ตํารวจนครบาล ตํารวจภูธรภาค ๑ ไม่เพียงพอ ตํารวจภูธรภาค ๑ มีน้ําท่วมตั้งแต่ลพบุรี สิงห์บุรี มาพระนครศรีอยุธยา มาปทุมธานี มานนทบุรี ๖ จังหวัด กําลังตํารวจไม่เพียงพอ และในนครบาล ๕๐ เขต สถานีตํารวจนครบาลหลายสถานีก็ถูกน้ําท่วม เรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจให้ผม ผมก็ทําในส่วนที่ผมได้รับมอบหมาย นายกรัฐมนตรีตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการจราจร ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และวันอาทิตย์นี้ผมจะบูรณาการจะประชุม คณะกรรมการทั้งหมด กําหนดพันธกิจระหว่างน้ําลด และภารกิจในระยะต่อไป คดีประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกาย ลัก ยิง ชิง ปล้น ย่อมเกิด และตํารวจเขา ทํางานได้ผลมาตลอด นั่นเป็นการวางแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวเพื่อความสบายใจ ของท่านประธานรัฐสภา ความสบายใจของสมาชิกรัฐสภาและพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน วันนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติโดย พลตํารวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ได้บูรณาการตามคําสั่งของ นายกรัฐมนตรีและอีกคําสั่งที่ผมสั่งไป ในเขตกรุงเทพมหานครเราใช้กําลังตํารวจทั้งหมด ๔,๗๕๔ นาย ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ๑ สถานีตํารวจ ๑ ครัว การจราจรที่ติดขัด ตํารวจทํา น้ําท่วมตํารวจทํา รถยกระดับออฟโรด (Off Road) ตํารวจจัดหาจากผู้มีจิตศรัทธา ประสานทบ ที่ช่วยเหลือเหตุการณ์นี้ แล้วทําเต็มพื้นที่ครับ ผมยกตัวอย่าง ชีวิตตํารวจเหมือน ลิเก รูปหล่อ เล่นเก่ง แต่ว่าคนข้างบ้านไม่ดูเพราะเห็นกันอยู่ทุกวัน ตื่นมาเห็นตํารวจ ตื่นมา เช้า สาย บ่าย เย็นเห็นตํารวจ กลางคืนเห็นตํารวจ ก็มองเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าลิเกโรงนั้น ไปเล่นไกล ๆ คนก็จะชื่นชมว่าพระเอกรูปหล่อ รําสวย ร้องลิเกเพราะ แต่ตํารวจทํางานเต็มที่ บช.น. เราใช้ ๒,๕๑๑ คน กําลังพลอาสาสมัคร บช.น. ใช้ ๑,๒๖๗ คน กําลังพลนอกหน่วย ที่มาช่วย บช.น. จากภูธรภาค ๒ ภาค ๔ ภาค ๗ อีก ๙๗๖ คน รวมแล้ว ๔,๗๕๔ นาย นี่เราทําแล้ว ผมพูดที่หน้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คําขวัญตํารวจ อยู่เถิดประชา ตัวข้าจะ คุ้มภัย ก็คือประชาชนได้อยู่ดีมีสุข ถามว่ามีคดีลัก วิ่ง ชิง ปล้นไหม มี แต่ร้อยละ ๙๘ จับได้หมด มีไอ้พวกอุตริเอาเรือใบไปวางเพราะเคยขับรถได้เงิน พอรถทหารไปวิ่ง รถตํารวจไปวิ่ง รถพี่น้องประชาชนที่มีจิตศรัทธาเอามาช่วยก็ไปวางเรือใบ ก็จับ ที่บอกมาทําร้ายตํารวจ ทหาร ไม่มี ก็จับไปดําเนินคดีหมดครับ ต่อมาก็กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และรัฐบาลเห็นความจําเป็น สําคัญ สมควร ต้องเพิ่มกําลังพล และเอากําลังพลไปช่วยพี่น้องประชาชนใน ๖ จังหวัดปริมณฑล ๑๒,๕๖๓ นาย น้ําท่วมมหิดล น้ําท่วมเขตทวีวัฒนา สั่งกําลังพลจากกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๗ ณ วันนี้ให้ตํารวจ สมุทรสาคร ตํารวจกองบัญชาการภูธรภาค ๗ สแตนด์บาย (Stand by) พร้อมช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครซึ่งมีโรงงานอย่างมาก พี่น้องเดือดร้อน รัฐบาลก็เดือดร้อน รัฐบาลมาอยู่วันนี้ได้ ผมมายืนตรงนี้ได้ก็เพราะประชาชนเขาเลือก พรรคเพื่อไทย ให้ประชาชนทุกข์ไม่ได้หรอกครับ เห็นตรงกัน ผมนั่งฟังมาตลอด

ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมว่าตํารวจได้รับสิ่งบริจาคจาก พี่น้องประชาชน ได้รับจากรัฐบาล และหรือองค์กรภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน เขาก็ทําบัญชีงบ แจกถูกต้องครบถ้วน ไม่มีความสูญเสียและไม่เสียหาย

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานาน แต่ในสภา พูดกันไม่มาก ในสภานิดเดียว แต่ข้างนอกไม่ว่า สื่อมวลชนบางคน น้อยนะครับ บางคน ที่ไม่เข้าใจ ฝ่ายการเมืองก็พูดว่าทําไมรัฐบาลไม่ประกาศใช้พระราชกําหนดในสถานการณ์ ฉุกเฉิน ผมเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพและเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ได้หยิบยกเรื่องนี้มาพูดกัน ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ผมเป็นคนคัดค้าน ผมบอกจะเอากฎหมายพระราชกําหนด สถานการณ์ฉุกเฉินไปรบกับน้ําได้อย่างไร เพราะน้ําเป็นภัยธรรมชาติ ต้องใช้พระราชบัญญัติ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาว่า ผมได้ใช้ สติปัญญาน้อยนิดเทียบเคียงแล้วบอกว่าที่มันไม่ควรมันมีเหตุผลไหม แล้วทําไมต้องควร เมื่อไม่ควรต้องมีเหตุผลมาอธิบายได้

ข้อที่ ๑ พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน เรียก พ.ร.ก. นะครับ พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน นัยในการออกกฎหมาย คนเรียนกฎหมายรู้หมด คนไม่เรียนกฎหมายก็เข้าใจว่ากฎหมายเขาออกเขาต้องมีเจตนารมณ์ เจตนารมณ์คือการใช้ว่า กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร พระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็น กฎหมายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ การก่อให้เกิดความไม่สงบในประเทศ เมื่อมีการก่อให้เกิดความไม่สงบในประเทศเขาต้อง ออกกฎหมายฉบับนี้มาเพื่อรักษาความมั่นคง เพื่อรักษาความปลอดภัย สิทธิเสรีภาพของ ประชาชนในกรณีเกิดสภาพร้ายแรง แต่ก็บททั่วไปในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติสาธารณะ เล็กนิดเดียว มีนิดเดียว เจตนารมณ์จริง ๆ ออกเพื่อแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลา มีเหตุรุนแรง คนร้ายมีวิธีการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ ออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อลดขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในการตรวจค้นจับกุม ในการอายัด จึงออกพระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกเมื่อปี ๒๕๕๐ ฉุกเฉินออกปี ๒๕๔๘ เรื่องการป้องกันภัยออกปี ๒๕๕๐ เป็นกฎหมายออกภายหลังเน้นเรื่องการป้องกัน บรรเทา ฟื้นฟูสาธารณภัยและได้รวบรวมกฎหมายป้องกันภัยพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๒ มารวมไว้ ในฉบับนี้ด้วย จึงเป็นกฎหมายเฉพาะที่ลึกในรายละเอียด นั่นเหตุผลเปรียบเทียบ ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาสาระ เน้นเรื่องการรักษาความมั่นคง จึงกําหนดภารกิจของทหารหาญและตํารวจให้เป็นหน่วยหลัก ในการทํางาน ส่วนพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นกฎหมาย ที่มีรายละเอียดเน้นการแก้ไขป้องกัน ฟื้นฟู เยียวยาสาธารณภัยโดยตรงไม่มีอํานาจเด็ดขาด การแก้ไขต้องใช้หลักเมตตาธรรม จะใช้อํานาจเด็ดขาดไม่ได้ ต้องเจรจาประนีประนอม เพราะผู้ประสบอุทกภัยมีความทุกข์ยากจึงใช้พระราชกําหนดไม่ได้

ข้อต่อไป พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน เรียกว่าเคอร์ฟิว (Curfew) มาตรา ๘ (๑) ห้ามชุมนุมทางการเมืองมาตรา ๘ (๒) ห้ามเสนอ ข่าวหรือเซ็นเซอร์ (Sensor) ข่าว มาตรา ๘ (๓) มีอํานาจจับกุมตัวและควบคุมผู้ต้องสงสัยว่า กระทําความผิดมาตรา ๑๑ (๑) มีกําหนดถึง ๓๐ วันไปมาตรา ๑๒ เรียกว่า ฟรีคิก (Free kick) แต่กรณีมหาอุทกภัยน้ําท่วมมันคนละเรื่อง รัฐบาลจึงตัดสินใจไม่ออก โดยผมเป็น คนเสนอแนะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ทีนี้พระราชบัญญัติป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยกําหนดหน้าที่ของเจ้าพนักงานไว้ก็คือว่า จัดให้มีสถานที่ชั่วคราว พักอาศัย ปฐมพยาบาลและรักษาทรัพย์สินของผู้ประสบภัยมาตรา ๒๗ (๑) เห็นไหมครับ จับใครก็ไม่ได้ ประกาศเคอร์ฟิวก็ไม่ได้ เซ็นเซอร์ข่าวก็ไม่ได้ ยกเลิกข่าวก็ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ เรื่องทํานองนั้น ต่อมาก็มีอํานาจจัดระเบียบการจราจรชั่วคราวในพระราชบัญญัติป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย เขามีอํานาจครับ ปิดกั้นไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่ มาตรา ๒๗ (๔) มีอํานาจแต่เป็นอํานาจของฝ่ายบริหารเน้นหนักรัฐศาสตร์ไม่ได้ใช้นิติศาสตร์ แต่พระราชกําหนด สถานการณ์ฉุกเฉินนั่นเอาเป็นเอาตาย สั่งห้ามออกนอกบ้าน สั่งห้ามชุมนุม จับกุมได้ตรวจค้นได้ โดยไม่ต้องใช้หมายพิเศษหรือหมายของศาล เช่น ในสถานการณ์ปักษ์ใต้ ทีนี้พระราชกําหนด สถานการณ์ฉุกเฉินเรียกให้มารายงานตัว ห้ามหรือสั่งให้กระทําใด ๆ เพื่อรักษาความมั่นคง เช่น ยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ ห้ามทําธุรกิจ เป็นต้น แต่ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดให้มีการรักษาความสงบ ป้องกันโจรผู้ร้าย เขามีกฎหมายมาตรา ๒๗ (๔) ช่วยเหลือ ขนย้ายทรัพย์สินผู้ประสบภัยเมื่อเจ้าของร้องขอมาตรา ๒๗ (๕)

ข้อสุดท้าย ที่รัฐบาลได้ตัดสินใจด้วยความภาคภูมิใจครับ และทุกวันนี้รัฐบาล ขอยืนยันต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วที่ไม่ใช้พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกําหนดหรือคําสั่งมีโทษจําคุก ๒ ปี ในมาตรา ๑๘ แต่มาตรา ๓๑ พระราชบัญญัติ ปภ. นะครับ เป็นเรื่องการลงโทษเจ้าหน้าที่ ของรัฐไม่ปฏิบัติตามคําสั่งนายกรัฐมนตรี โดยให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มาตรา ๓๑ เป็นบทลงโทษเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่เกี่ยวกับประชาชน นี่ครับมันจึง ไม่มีความจําเป็นที่เราต้องใช้พระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมรบกวนเวลามาเยอะ แล้วครับ ขอขอบพระคุณท่านประธาน รัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาที่ให้โอกาส ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรังสิมา รอดรัศมี

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านใช้สิทธิพาดพิง ใช่ไหมครับ ผมฟังอยู่ตลอดนะครับ ไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ ท่านวัชระครับ ไม่มีอะไร เสียหายเลยนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงเพียงเล็กน้อย และไม่ได้ตําหนิ ท่านรองนายกรัฐมนตรีแต่ประการใด แต่กลับชื่นชนด้วยซ้ําว่าท่านนั้นได้ใส่ใจในปัญหาที่ เจ้าหน้าที่ตํารวจรีดไถ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวัชระครับ เมื่อเช้า กับเมื่อวานผมโดนประท้วงเรื่องนี้นะครับ แล้วผมก็บอกกับหมอวรงค์ว่าผมจะใช้มาตรฐาน ตรงนั้น แล้วท่านไม่ได้เสียหายเลย แล้วเมื่อเช้าหรือวันก่อนเขาเสียหายทางอ้อมนะครับ แต่นี่ท่านไม่เสียหายเลย ถ้าผมอนุญาตมันก็จะผิดหลักการ คงไม่อนุญาตนะครับ ฝ่ายท่าน เป็นคนกําหนดเองนะครับ ผมคงไม่อนุญาตครับ อย่าเสียเวลาเลยครับ นั่งเถอะครับ ท่านนั่ง เถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านวัชระครับนั่งเถอะครับ ท่านอย่าดื้อ เลยครับ ท่านชี้ประเด็นที่ท่านเสียหายก่อน เอาประเด็นที่ท่านคิดว่าท่านเสียหาย ชี้ก่อนนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานต้องฟังความคิดเห็นของสมาชิก ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ การที่ผมใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีได้อภิปรายไปนั้น ผมต้องการที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า มีความเสียหายดังนี้

เนื่องจากว่าท่านบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นให้ผมไปแจ้งความ พาชาวบ้านที่ถูก ตํารวจรีดไถไปแจ้งความ ผมไม่มีความปรารถนาที่จะให้ตํารวจถูกออกจากราชการ แต่ต้องการให้คืนเงินจํานวน ๓๐,๐๐๐ บาทให้กับชาวบ้านคนยากจนเท่านั้นเอง แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านเจอผมในห้องอาหาร ท่านบอกว่าให้พาไปแจ้งความเลย ผมจะให้ออกจากราชการ ท่านประธานครับ ผมเพียงแต่ต้องการให้ชาวบ้านได้คืนเงินรายละ ๑๕,๐๐๐ บาท ๒ ท่าน และสิ่งที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมได้พูด รัฐบาลขอเปิดรัฐสภาเพื่อฟัง ความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาแต่ท่านเฉลิมพูดยาวนาน ท่านประธานไม่ได้ตักเตือนอะไรเลย จะให้สมาชิกมาฟังรองนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร การที่นายกรัฐมนตรีเปิดการประชุมในครั้งนี้ ขอให้ท่านประธานเปิดการประชุมรัฐสภานั้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. แต่ท่านประธานกลับเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้อภิปรายเสียยืดยาว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมให้เกียรติ เกินจําเป็นแล้วนะครับ ท่านอย่าเอาแต่ใจนะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งครับ นั่งเถอะครับ

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ผมใช้ข้อบังคับครับ ผมไม่ได้ใช้อํานาจอะไรเลยนะครับ ท่านอย่าทะเลาะเลยครับ ท่านครับ ผมว่าจบเลยดีกว่า กระมังครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ด้วยความเคารพครับ จบเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ยังไม่ได้ตอบเลย ขอชี้แจงนิดเดียว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ใช้สิทธิอภิปรายใช่ไหม ไม่เกี่ยวกับท่านวัชระนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมขอชี้แจงนาทีเดียว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจบเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

มันจบไม่ได้ ท่านประธาน คนเขาดูโทรทัศน์ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่าควรจบดีกว่าท่าน ผมว่าไม่มีอะไรเสียหายครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่เสียหายครับ แต่ว่าคนดูโทรทัศน์เหมือนกันเอาเงินไปคืนกับท่านสิ ไม่ใช่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมว่าเล็กน้อยครับท่าน ขอความกรุณาเถอะครับอย่าให้เสียบรรยากาศเลยครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ถ้าไม่เกี่ยวกับผม ผมไม่ไม่เสียหายหรอกครับ แต่สถาบันตํารวจเขาเสียหายครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่าคนฟังเขาเข้าใจท่าน ผมขอความกรุณาเถอะครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบครับท่าน เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาอีก ท่านเชื่อเถอะครับ ขอความกรุณาครับ ขอบคุณครับ จบเถอะครับ

(นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านกุสุมาลวตีท่านใช้สิทธิ ประท้วงนะครับ เชิญครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอประท้วงผู้ที่อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ คือท่านวัชระ เพชรทอง ซึ่งตั้งแต่เมื่อเช้านี้ได้ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใส่ร้าย วาจาไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลอื่น แล้วก็พูดถึงตํารวจรีดไถ แล้วก็พูดถึงท่านประธานว่า หน้าด้านหน้าทน ดิฉันคิดว่าท่านสมาชิกผู้นี้นี่ผิดประมวลจริยธรรมของการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในข้อ ๑๕ ด้วยนะคะว่าสมาชิกจะต้องเคารพสิทธิเสรีภาพ ส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือวาจาอันไม่สุภาพ มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสี ใส่ร้ายบุคคลอื่นโดยไม่มีพยานหลักฐาน หรือนําเรื่องที่เป็นเท็จ มาอภิปรายแสดงความเห็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันกราบเรียนท่านประธาน หลายครั้งเหลือเกินที่ดิฉันได้เห็นท่านวัชระ เพชรทอง ได้พูดจาเช่นนี้ในสภา ดิฉันเป็น ส.ส. คนหนึ่งที่มีความรักสภา อยากให้ท่านประธานช่วยกรุณาให้ดิฉันด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงขออย่างนี้ครับ ผมอยากให้จบนะครับ ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ท่านเขาใช้สิทธิประท้วง แล้วผมก็ถือโอกาส ไม่วินิจฉัย ท่านพอเถอะครับ

(นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ท่านสมาชิกสุภาพสตรี ท่านได้พาดพิงถึงกระผมนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเห็นว่าท่านได้พูดเท็จ เนื่องจากว่าสิ่งที่ผมพูดนั้น วันนี้คอลัมน์ (Column) บุคคลในข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยคุณกระสุนทอง ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนครับว่า ท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หน้าด้านหน้าทน เขียนไว้ครับ ท่านไปเปิดดูครับ ไทยรัฐ เป็นล้านฉบับลงเหมือนกันทุกฉบับ สืบเนื่องจากกรณีที่ท่านได้ปิดการประชุมสภามา ๔ ครั้ง แล้วท่านกุสุมาลวตี ถ้าผมเอ่ยชื่อผิดก็ขออภัย ผมจะนําไปให้ท่านได้อ่านแล้วส่งให้ ท่านประธานต่อไปว่าผมไม่ได้พูดเท็จในสภาผู้แทนราษฎร ผมนําความจริงมาพูด และสิ่งที่พูด นั้นก็คือสิ่งที่ฐานันดรที่ ๔ คือสื่อมวลชนได้เขียนวิพากษ์วิจารณ์ท่านประธานในฐานะ ที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติที่ท่านไม่ทําหน้าที่สมศักดิ์ศรีประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เรื่องของการมองต่างมุมนะครับ ผมถือว่าเพื่อให้การประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ เชิญท่านรังสิมา รอดรัศมี ครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันอภิปรายวันนี้ ก็ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้นะคะ เพราะว่าเมื่อวานนี้ดิฉันได้เวลาแค่ ๑๑ นาที ดิฉันก็เลย ไม่สามารถที่จะอภิปรายเปรียบเทียบราคาสิ่งของ แล้วก็สาเหตุอื่น ๆ อีกหลายประการ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันก็สงวนสิทธิไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วนะคะว่า ดิฉันจะอภิปรายต่อในวันนี้ และวันนี้ก็มีวุฒิสมาชิกได้มาร่วมประชุมด้วยก็จะได้ทราบนะคะ เพราะฉะนั้นก็เปิดวิดีโอ (Video) เลยค่ะ เชิญค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

“............... : จากหลาย ๆ ประเทศที่เป็นมิตรประเทศกับไทยมา”

ไม่ใช่ อันนี้ค่ะ ภาพแรกค่ะ เวลาหยุดก่อนนะคะ อย่ากินเวลาค่ะ ไล่ตั้งแต่ภาพที่ ๑ เลยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ดูเวลาให้ท่านด้วยนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม 🔗

ไม่เป็นอะไรค่ะเดี๋ยวดิฉันเลย ๒ นาทีค่ะ ห้องโสตทัศนูปกรณ์เปิดตั้งแต่ภาพที่ ๑ ค่ะ ระหว่างที่ยังไม่ได้เปิด ดิฉันก็อภิปรายไปก่อน

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาพนี้ท่านดูนะคะว่าสิ่งของที่พี่น้องประชาชนได้บริจาคมา เมื่อสักครู่นี้มีท่านผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายแล้วบอกว่าดิฉันได้อภิปรายเมื่อวานนี้ไม่เป็นความจริงนะคะ อันนี้หลักฐานนี้ ดิฉันเป็นคนพูดตรงนะคะ ไม่เป็นคนโกหกตอแหล พูดตามความเป็นจริงแล้วก็มีหลักฐาน จริงนะคะ ท่านดูสิคะ ภาพที่ ๑ ใครคะที่เอาของจาก ศปภ. ไปแจก ภาพต่อไปเลยค่ะ รัน (Run) เรื่อยไปเลยค่ะ อันนี้ก็เหมือนกัน ประชาชนบริจาคมาแต่เอาชื่อคนแดนไกลไปใส่ เอาดูนี่ หยุดก่อน อันนี้เขาเขียนว่าอย่างไร ดิฉันก็ไม่อยากจะอ่านหรอก เดี๋ยวหาว่าดิฉันพูด ไม่เพราะอีก ของคนไทยไม่ใช่ของ ส.ส. จัญไรมาบริจาค อันนี้เขาเขียนนะคะ ต่อไปเลยค่ะ อันนี้เห็นไหมคะ ของอันนี้ก็เอามาพ่นชื่อ คนแดนไกลจากใจห่วงใยประชาชน ท่านดูนะคะ อันนี้ดิฉันจะถามว่าเงินอันนี้เป็นเงินของใคร ภาพต่อไปเลยค่ะ เห็นไหมคะ รถที่เอามาใส่ก็เอา มาใส่ของที่ ศปภ. แต่ว่ามีชื่อจากคนแดนไกล เห็นไหมคะป้ายที่ติด ท่านดูนะคะเห็นไหมคะ เบื้องหลัง ศปภ. ที่ดอนเมืองเป็นอย่างไร แล้วก็น้ําเห็นไหมคะมีคนจองไว้เลยกี่แพ็ค (Pack) กี่แพ็ค ห้ามเอาไป ห้ามเคลื่อนย้าย ของนี้เป็นของใคร เห็นไหมคะของบริจาคมากมาย แต่มีชื่อคนแปะเห็นไหมคะ อย่าเพิ่งเลื่อนนะคะ ดู เป็นของ กทม. ก็มีชื่อ ส.ส. เอาไปแปะ ภาพต่อไปเลยค่ะ อันนี้เห็นไหมคะ ของหลวง ของกระทรวงสาธารณสุขก็เอาชื่อไปแปะ ชื่อ ส.ส. อะไรก็ไม่ทราบดิฉันก็มองไม่ค่อยเห็น อ่านเอาเองนะคะ อันนี้ก็เหมือนกันเห็นไหมคะ ข้างรถ จากคนแดนไกลทั้งนั้นเลย แต่ของอันนี้เป็นของที่ประชาชนบริจาคมา เขาเศร้าใจ มากนะคะ บริจาคมาแล้วก็มามีชื่อคนที่ไม่บริจาคมาฉวยโอกาส ผู้สมัครสอบตก ส.ก. อันนี้ก็สอบตก นี่นะคะท่านดู แล้วมีคนร้องเรียนดิฉันมาแถวอรุณอัมรินทร์มีคนเอาไปแจก ยังถามว่าไหนยกมือขึ้นสิ ใครรู้จักเบอร์ ๑ บ้าง ใครยกมือเบอร์ ๑ เอาไปเลยคนละชุด ๆ พอเสร็จ ถามรู้จักพรรคเพื่อไทยไหม อ้าวรู้จักเอาไปเลยคนละชุด ๆ รู้สึกชื่อ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยไหม รู้จัก เอาไปเลยคนละชุด ๆ พอใครไม่ยก อดค่ะ คนบอกไม่รู้จักหรอกเบอร์ ๑ รู้จักแต่เบอร์ ๑๐ ก็ไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้น เห็นไหมคะมันเลือกปฏิบัติไหมคะ นี่เขตบางพลัดนะคะ ดิฉันจึงอยากจะเรียนถามท่านว่า ของที่ท่านจัดทั้งหลายที่ได้บริจาคมาจากพี่น้องประชาชน ท่านเอามาจัด ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาท เมื่อวานดิฉันถามแล้วก็ให้ตอบ พอตอบแล้วดิฉันขอรายละเอียดก็ไม่ให้ ฉันจะให้ผู้สื่อข่าวไปดูกับดิฉันที่ตามห้างต่าง ๆ ว่ามันครบ ๘๐๐ บาทไหม ครบ ๕๐๐ บาทไหม ครบ ๓๐๐ บาทไหม แล้วเมื่อกี้นี้มีท่านที่อภิปรายดิฉันจดเอาไว้นะคะบอกว่าราคา ๕๐๐ บาท แจกต่างจังหวัด อ้าวต่างจังหวัด แล้วในกรุงเทพฯ คุณแจก ๘๐๐ บาทหรือ คนกรุงเทพฯ ได้มากกว่าคนต่างจังหวัดหรืออย่างไร แล้ว ๓๐๐ บาทคุณแจกที่ไหน แจกอะไรบ้าง ที่เมื่อวานนี้บอกว่าเป็นค่าขนส่ง ขนส่งนี่ดิฉันเฉลี่ยแล้วนี่ถุงละ ๑๕๓ บาท แล้วถ้าราคา ๕๐๐ บาท หักไป ๑๕๓ บาท เหลือเท่าไรคะค่าของ ดิฉันจึงถามอย่างไรคะ เมื่อวานว่าเหลือแซนนิต้า ๑ ห่อใช่ไหม เหลือทิชชู ๑ ม้วนใช่ไหม ค่าถุงใส่อีกรวมแล้ว ๓๐๐ บาทได้แค่นั้นหรือคะ วันนี้ดิฉันเอามาให้ท่านดู ท่านดูนะคะว่าที่ดิฉันเอามาของเมื่อวานนี้ ที่อีกระแตตาเขมันเอามานะ อันนี้นี่ของอีกระแตตาเขนะคะไม่มียี่ห้อเลย ที่ว่า ๑๙๕ บาท แล้วท่านดูของดิฉันนะ มาจากมาบุญครองเลยราคา ๑๓๐ บาท มียี่ห้อมีที่ไปที่มาเลยนะคะ แล้วดูสิ่งของอันนี้ของสํานักนายกรัฐมนตรีเมื่อวานของ ศปภ. ดิฉันคิดแล้ว ๔๐๐ กว่าบาท แล้วดูของที่ดิฉันนี่ ท่านคิด ๘๐๐ บาท แต่วันนี้ของดิฉันนี่แยกคนละซีก นี่ไม่ใช่ร้านขายของนะคะ นี่ดูมาม่าดิฉันมีให้ ๑ ลัง อันนี้มีกี่ห่อ ๑๐ ห่อ ปลากระป๋องดิฉันให้เป็นโหล อันนี้ให้เท่าไร ๑๐ กระป๋อง ดิฉันให้น้ํามัน ให้น้ําปลา ให้น้ําอีก ๑ โหล ให้สบู่ ๔ ก้อน ให้เทียน ให้ไฟแช็ค ให้แปรงสีฟัน ให้กาแฟอีก ๑ ห่อ นี่นะคะยาสีฟันหลอดใหญ่ แล้วท่านลองเปรียบเทียบ ของท่านดู ของท่านนี่มีขององค์การเภสัชรวมอยู่ในนี้ด้วยนะที่คิด ๘๐๐ บาทนี่ ดิฉันจึง อยากจะถามว่านี่มันเป็นไปได้ไหมว่าจะโปร่งใส ดิฉันจึงอยากจะกราบเรียนท่านว่าที่ดิฉัน อภิปรายนี่มีประชาชนมาร้องเรียนมากเลยนะคะ ขนาดดิฉันอภิปรายเมื่อวานนี้โทรมาหาดิฉัน ทั้งวันเลย แล้วเอาข้อมูลมาให้ตลอดเวลา แล้วเดี๋ยวท่านลองดู เมื่อบริจาคสิ่งของเป็นแบบนี้ แล้วคนเลยบริจาคลดลง ท่านสังเกตไหมคะ ตอนนี้ไม่มีใครบริจาคให้กับ ศปภ. เลย เพราะกลัว ศปภ. โกง ท่านพยักหน้าจริงใช่ไหมคะ เพราะว่าเขาเห็นความไม่โปร่งใส พอสื่อออกไปแล้วทุกคน เขาเชื่อเลย เขาก็เลยไปบริจาคผ่านสื่อ ผ่านองค์กรเอกชนทั้งหลาย บางคนไปเองเลยนะคะ ไปแจกเอง ดิฉันจึงอยากจะกราบเรียนท่านนะคะว่าขณะนี้ชาวต่างประเทศ หน่วยงานต่าง ๆ ประเทศต่าง ๆ ที่เขาบริจาคให้กับประเทศไทย เดี๋ยวท่านดูนะคะ ฉายวิดีโอม้วนที่ ๒ เลยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“…………… : เลขนะคะ สรุปความช่วยเหลือจากหลาย ๆ ประเทศที่เป็น มิตรกับประเทศไทยมา ที่ส่งล่าสุดนะคะเป็นข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศที่เราได้มา สัปดาห์ที่แล้ว สําหรับกลุ่มประเทศเอเชียและตะวันออกกลางค่ะ จีนก็เริ่มส่งความช่วยเหลือ มาตั้งแต่สิ้นเดือนสิงหาคมแล้วนะคะ โดยกาชาดจีนบริจาคเงิน ๓๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็รัฐบาลจีนค่ะ ส่งความช่วยเหลือเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ แล้วก็สิ่งของบรรเทาทุกข์อีกประมาณ ๕๐ ล้านบาทด้วย นอกจากนี้ก็มีการบริจาคสิ่งของช่วยเหลือตามมาเรื่อย ๆ ถึง ๕ ครั้งแล้วสําหรับจีนค่ะ

ส่วนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือไจก้า (JICA) มอบอุปกรณ์ บรรเทาทุกข์เป็นเต็นท์ ถุงนอน ผ้าห่มอะไรต่าง ๆ นี้นะคะรวม ๑๒ ล้านบาทด้วยกัน แล้วก็รัฐบาลญี่ปุ่นเขาส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสถานที่เพื่อประกอบการพิจารณาว่า จะช่วยเหลืออย่างไรต่อไปด้วยนะคะ อย่างที่นําเสนอไปในรายงานค่ะ”

อันนี้ ถ้าดิฉันจะเปิดหมดมันหลายนาทีเดี๋ยวดิฉันไม่ได้พูด ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านนะคะว่า ยอดบริจาคแรก ๆ ต่างประเทศก็บริจาคเยอะมากเลย ดิฉันไปปริ้นท์ (Print) มา นี่การแถลงข่าว ของกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็จากข้อมูลนะคะ อย่างกาชาดจีนก็ให้มา ประเทศจีน ให้มาหลายครั้งมากเลย ของไจก้าให้มา ๑๒ ล้านบาท ของประเทศมาเลเซีย ของกัมพูชา อินโดนีเซีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แล้วก็คูเวต คูเวตให้ตั้ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท เพราะดิฉันก็ยังคิดเลยว่าประเทศต่าง ๆ ที่เขาให้มาเป็นจํานวนเงิน มหาศาล แต่ว่าท่านไม่ได้มาชี้แจงเลยว่าเงินที่รับบริจาคจากต่างประเทศเป็นเงินทั้งหมดเท่าไร สิ่งของก็มากมายเลยเขาให้มา เครื่องกรองน้ําเอย ทรายเอย ถุงเอย อะไรเยอะแยะ ไปหมดเลย เพราะฉะนั้นสิ่งของต่าง ๆ ที่ให้มาท่านไม่ได้แจกได้ทั่วถึงเลย ท่านแจกเฉพาะเป็น จุด ๆ ให้เฉพาะเป็นคน ๆ ดิฉันก็เลยมานั่งนึกว่าที่น้ําท่วมนี่สังเกตนะคะ นี่ดิฉันฟังจาก ประชาชนด้วย สังเกตไหมคะจะไปนี่จะไม่เฉพาะในเขตที่เป็น ส.ส. ของพรรคของรัฐบาล แต่พรรคของฝ่ายค้านท่านไปดูได้แทบจะไม่เจอเลย น้อยมากเลยที่จะลงไป ลงไปถุงยังชีพ ก็ไม่แจก ดิฉันคิดว่าถ้าแจกก็คงจะเหลือ ๓๐๐ บาท ถ้าเขตของท่านอาจจะ ๘๐๐ บาท เมื่อเช้าดิฉันเจอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านเผดิมชัย ท่านบอกว่ารังสิมา แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเขตไหนอิสลาม ที่ใส่มาม่าหมูสับ ก็ท่านไปแจกเขตอิสลามทําไมไม่ใส่ เป็ดพะโล้หรือว่าต้มยํากุ้งไปล่ะ แล้วท่านเอามาม่าหมูสับไปแล้วเขาจะกินได้อย่างไรล่ะ เพราะท่านก็รู้อยู่แล้ว คลองสามวา หนองจอก อิสลามทั้งนั้น แล้วทําไมท่านไปเอา มาม่าหมูสับไปให้เขา เมื่อเช้าดิฉันไม่ได้ตอบนะคะ ดิฉันกะจะมาตอบในสภา เมื่อกี้เห็นนั่งอยู่ ก็เลยพูด ไม่ทราบไปไหนแล้ว ท่านคงจะได้ยินนะคะ ทีนี้ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านว่า ท่านต้องมีใจเป็นธรรมนะคะ เพราะว่าเงินนี้เป็นเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน ดิฉันแช่งไว้แล้ว ค่ะเมื่อวาน ที่เมื่อวานประธานก็สาธุ ดิฉันก็ยังรอดูอยู่นะคะว่าหลังจากน้ําลดแล้วเงินนี้ หมดไปแล้วจะต้องมีคนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเยอะแยะเลย ดิฉันจะคอยดูนะคะ แล้วก็มี ความรู้สึกว่าต่างชาติเขาหมดความเชื่อถือ หมดความศรัทธาในความไม่โปร่งใสของ ศปภ. และรัฐบาลนะคะ ดิฉันได้ข่าวเมื่อกี้นี้อียู (EU) มอบเงินนี่ไม่ได้มามอบให้กับทาง ศปภ. แล้ว ไปผ่านทางกาชาด ๖๒ ล้านบาท เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ว่านโยบายของท่านจะปราบปรามการทุจริต รัฐบาลท่านจะ ไม่มีการทุจริต แต่ในกรณีนี้ท่านเห็น ๆ อยู่แล้วว่าทําไมมันต่างกันมากมายเลยนะคะ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ท่านแบ่งแยกคนอย่างไร ให้อย่างไร ของนี่มันไม่ถึงเลย ทําไมราคามันถึงได้สูงขนาดนี้ มันแบ่งให้แต่ละผู้ช่วย ส.ส. เลขา อะไรอย่างนี้ ไปจัดซื้อจัดจ้าง กันเอง ที่พูดนี่คนมาถามดิฉันว่ามันใช่ไอ้ปื๊ดหรือเปล่า อีกระแตนี่มันใช่ไอ้ปื๊ดไหม ไอ้ปื๊ดดิฉัน ไม่รู้หรอกเพราะตอนนี้ยังหาไม่เจอเลย แต่อีกระแตตัวจริงมีจริงนะคะที่ดิฉันพูด แต่ไม่มีไฝ อย่างที่เขาถามเมื่อวานนี้นะคะ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนประธานฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะว่าจะจัดการกับการทุจริตอย่างไรในกรณีถ้าท่านตั้งกรรมการ แต่ถ้าตั้งทีไรดิฉันก็คิดว่ามันไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะท่านตั้งพวกท่านเองทั้งนั้นเลย ดิฉันถึงได้ ฝากท่านกล้าณรงค์ให้ช่วยดู เพราะดิฉันคิดว่าท่านกล้าณรงค์ต้องฟังดิฉัน เพราะดิฉันเสียงดัง ท่านก็จะได้รู้ว่าที่ดิฉันมาแฉทั้งหมดนี้มันมีอะไรบ้าง จะได้รู้ว่าเงินบริจาคนี้เอาไปทําอะไรบ้าง อยากให้รัฐบาลถ้าโปร่งใสจริง ๆ ท่านช่วยมาชี้แจงว่า เงินได้มาทั้งหมดเท่าไร ได้ของบริจาคต่างประเทศเท่าไร ได้ของบริจาคในเมืองไทยเท่าไร ให้ใครไปบ้าง เขตไหนเท่าไร ให้ผู้สมัครไปเท่าไร ให้ ส.ก. ของท่านไปเท่าไร ให้ ส.ส. ของท่าน ไปเท่าไร ให้เขตไหนบ้าง ท่านจะได้โปร่งใส แต่ถ้าท่านอึมครึมอย่างนี้ แล้วท่านพยักหน้า แบบเมื่อสักครู่นี้ ดิฉันคิดว่าคนก็เชื่อนะคะว่ามีการทุจริตจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่า อย่าให้คนทุจริตลอยนวล แล้วหนีไปต่างประเทศอีกเดี๋ยวจับไม่ได้อีก ขอบคุณค่ะ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านจตุพร ประท้วงนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ใช้สิทธิ พาดพิงครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี ได้นํารูปภาพมีน้ํา ๑ กอง และเขียนชื่อกระผมอยู่มาแสดง แล้วก็อธิบายให้กับพี่น้องประชาชนได้รับฟังว่า ผมนั้นไปจองน้ํากองนี้ ผมจะพูดให้คุณรังสิมาแล้วก็ไปตรวจสอบได้ ความจริงแล้วผมได้ อธิบายความเรื่องนี้ไปหลายครั้งว่ามีนักธุรกิจคนหนึ่ง เขาก็เป็นพี่น้องเสื้อแดงเหมือนกระผม เป็นเศรษฐีระดับพันล้านบาทนี่นะครับ อยู่หมู่บ้านเดียวกับคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เขาต้องการบริจาคของ แต่มีข้อแม้ว่าผมต้องเป็นคนรับเพื่อจะส่งไปให้ ศปภ. อีกทีหนึ่ง ผมไม่ได้เป็นคนที่ทํางานประจําใน ศปภ. เพราะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่เขาเอา น้ําไปบริจาคผมไม่ได้อยู่ แล้วเจ้าหน้าที่เขาเลยไปเขียนเอาไว้ เพราะว่าทางเจ้าตัวผู้ต้องการให้ บริจาคผ่านมือผมนะครับ เขามีความประสงค์เช่นนั้นจึงบอกว่าอย่าไปเคลื่อนย้าย ผมไม่ใช่คน เลวทรามต่ําช้านี่ครับ น้ํากองอย่างนั้นผมก็มีปัญญาที่จะซื้อ แล้วก็ไม่เคยมีชื่อกระผม แล้วท่านประธานลองไปถามท่านไม่ว่าจะเป็น ศปภ. หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีผมเป็นคนที่บอกเสมอว่า ของบริจาคนั้นอย่าให้มีสภาพเหมือน รัฐบาลที่แล้ว ปลากระป๋องต้องไม่เน่า ข้าวไม่ต้องเป็นมอด ผมเป็นคนตั้งกระทู้ถาม นายวิฑูรย์ นามบุตร ในสภานี่ครับ ผมก็มีความอายเหมือนกันถ้ารัฐบาลนี้ไปประพฤติเช่นนั้น รุ่งเช้านายวิฑูรย์ก็ลาออก เพราะฉะนั้นการที่วิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายถ่ายทอดโทรทัศน์ เจ้าตัวผู้บริจาคพร้อมแสดงตัว ร้านที่เขาไปซื้อพร้อมที่จะแสดงตน ส.ส. รังสิมา พร้อมจะเอา เกียรติยศอะไรเดิมพันหรือไม่ ความจริงผมมีเวลาอภิปรายตอนเวลา ๑ ทุ่ม แต่ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าการใช้สภาในการใส่ร้ายผู้คนนั้นเป็นเรื่องที่เลวทรามต่ําช้า ผมเรียนย้ําอีกครั้ง หนึ่งว่าการบริจาคให้กับรัฐบาลชุดนี้สามารถตรวจสอบได้ แล้วประชาชนเขาบริจาคมากกว่า รัฐบาลชุดที่แล้วเกิน ๑๐ เท่า เพราะการบริจาคคือความเดือดร้อนมันยาวนาน มันไม่ใช่เป็น การสะสมว่ายิ่งบริจาคคนจะต้องให้ ยิ่งมากเพิ่ม ๆ ใครคิดเช่นนั้นก็บ้ากันแล้ว นี่คนเขาเป็น จิตอาสาไป แล้วที่บอกว่าแจกเฉพาะพวกกระผมนั้น อันนี้ก็เป็นความเท็จหนักเข้าไปใหญ่ เรือที่คุณรังสิมาเห็นกองนี่นะครับ ที่ใส่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เขาใช้สตางค์ตัวเอง ซื้อนะครับ มันสมองอย่างคุณรังสิมาต้องไปพิสูจน์ เขาให้ผ่านคุณกนกพรแล้วก็มีตัวตนไป พิสูจน์ได้ มีแหล่งซื้อ มีใบเสร็จที่จะพิสูจน์อะไรได้ แต่ความไม่รู้ก็อย่าแสดงความโง่ไปใส่ร้าย คนอื่นเขา นี่ไม่ได้เป็นผู้หญิงแล้วผมจะด่าหนักกว่านี้อีก ขอบคุณท่านประธาน

(นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เอาเฉพาะที่โดนพาดพิงนะครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเรื่องที่ท่าน ส.ส. พูดเมื่อสักครู่ ที่จริงเรื่องนี้ มีการพูดกันในสภา หลังจากที่มีการสอบสวนใช้เวลาพอสมควร มีเอกสารเป็นร้อย ๆ หน้า ทุกอย่างมันมีความชัดเจน แล้วก็มีการชี้แจงกันในสภาหลายครั้ง ผมไม่เชื่อว่าสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะเอาเรื่องเดิมมาตอดเล็กตอดน้อย ที่ผมลาออกจากรัฐมนตรีนั้น ณ วันนั้นที่ผม ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสบายใจ ณ วันนั้นมันยังไม่มีอะไร หรือใครไปกําหนดหรอกครับว่าถูกผิดเป็นอย่างไร และกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสอบไม่เหมือนกับ กรรมการชุดรัฐบาลปัจจุบันตั้ง ซึ่งเป็นคนของรัฐบาลทั้งนั้น แต่ชุดที่สอบสวนผม มีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นประกอบด้วยทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัย จาก สตง. จากส่วนราชการ จากสภาทนายความหลายชุดครับ เอกสารเยอะแยะ ข้อเท็จจริง มันแตกต่างกับรัฐบาลปัจจุบันทําและที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เรื่องของผมนะครับ ไม่ได้ใช้ งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว น้ําท่วมที่จังหวัดพัทลุง เหตุเกิดไม่กี่วันหรอกครับ ที่ผมรับตําแหน่ง มันมีคนเอาของมาบริจาค การที่คนเอาของมาบริจาคเราก็ให้ราชการนี่ครับ ไปมอบต่อ ผมเองไม่มีส่วนในการไปมอบ ไม่มีส่วนได้หน้าได้ตาอะไรกับเขาเลยครับ เขาเอาของมาบริจาค กระทรวงก็มอบให้จังหวัดดําเนินการ ผมเองไม่มีสิทธิที่จะรู้หรอกครับว่า คุณสมบัติของที่เอามาบริจาคนั้นมันดีไม่ดีอย่างไร และดูที่ฉลากในปลากระป๋องมันก็ยัง ไม่หมดอายุ เพราะฉะนั้นครับอย่าเอาเรื่องที่ตัวเองทํานี่ไปเปรียบเทียบกับเรื่องของผม และเรื่องของผมนั้นนี่ครับ ไม่ได้ทําให้ประเทศชาติเสียงบประมาณ และขณะเดียวกันที่ผมแสดง ความรับผิดชอบลาออกนั้นนี่ครับ ก็เพื่อจะเป็นแบบอย่างเท่านั้นละครับ เพราะฉะนั้น หยุดตอดเล็กตอดน้อยครับ เรื่องของผมมันน่าจะจบได้แล้วครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ท่านพอแล้วกระมังครับ ท่านครับ ผมไม่อยากให้โต้กันไปโต้กันมา ควรพอครับไม่อย่างนั้นก็ต้องลุกกันมาอีกรอบ อย่างนั้นผมก็จะให้อีกคนละนิด

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การอธิบายแบบ ไม่ต้องรับผิดชอบพูดง่ายครับ วุฒิภาวะของคนเป็นรัฐมนตรีก็ควรที่จะรู้ว่าสิ่งของใดควรจะ แจกให้กับราษฎรหรือไม่ถ้าไม่ผิดเลยนะครับ ลาออกทําไม ถ้าบอกว่ากระทรวงไม่เสียหาย รัฐไม่เสียหาย และคณะกรรมการที่ตั้งความจริงลองแบรายชื่อมาสิครับว่ามีกี่ชุด และพวก ตัวเองกันเท่าไร ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า พวกกระผมนี่นะครับจะไม่ยอมให้ รัฐมนตรีชุดนี้ประพฤติตัวเหมือนกับรัฐบาลชุดที่แล้ว นั่นน้ําท่วมจังหวัดเดียวนะครับ น้ําท่วม จังหวัดเดียวปลากระป๋องก็เน่าแล้ว นี่ ๖๘ จังหวัดยังไม่มีปลากระป๋องเน่าสักกระป๋องหนึ่ง ข้าวสารก็ข้าวสารเป็นมอด ปลากระป๋อง น้ําพริกเผาก็กินไม่ได้ ที่ดีอย่างเดียวคือถุงตรา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เวลานั้นที่ไม่รั่วเท่านั้นเอง ที่เหลือเป็น ความเลวร้าย แต่ว่าท่านกําลังอธิบายอะไรละครับ ท่านจนมุมในสภา ท่านจนมุมในฐานะ จริยธรรมทางการเมือง จะเอาปลากระป๋องเน่ามากลบการจัดซื้อในคราวนี้ครับ ของครั้งนี้ รัฐบาลเขาชี้แจงแล้วว่ามี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งประชาชนเขาบริจาค คนมีจิตอาสาก็ไปบรรจุถุง ๒. ก็มีการจัดซื้อ ท่านก็ไปร้อง ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็ไปสอบสิครับ แต่อย่ามาพิพากษาสิครับ ทําอวดรู้ว่าถ้ามีชื่อใครตรงไหน อย่างไรนั้น แล้วไปใส่ความใส่ร้ายเขา นายกรัฐมนตรีทักษิณ เขามีปัญญาซื้อเองนะ ไม่ได้เหมือนพวกท่านหรอก รอฟังตอนรอบ ๑ ทุ่มก็แล้วกัน ขอให้นอน ตาหลับก็แล้วกันในครั้งนั้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ เชิญท่านวิฑูรย์ครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิฑูรย์ นามบุตร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมให้คนละครั้งก็พอแล้วนะครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ที่จริงไม่น่า มาเสียเวลาสภาครับ ถ้าไม่ผิดทําไมต้องลาออก ท่านจตุพรเองก็ดูเหมือนตัวเองเก่งมากนะครับ ท่านพูดในสภาวันนี้รุ่งขึ้นผมก็ลาออก ที่จริงไม่ใช่ครับ ท่านโกหก ท่านพูดไม่จริง หลังจากที่ ท่านอภิปรายในสภาแล้ว ผมพยายามตั้งกรรมการขึ้นมาสอบ แล้วก็ดําเนินการด้วย ความโปร่งใสเป็นระยะเวลาอีกนับเดือนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้บอกให้ผมลาออก ละครับ ผมไปพบท่านนายกรัฐมนตรีที่ทําเนียบ ผมไปบอกท่านนายกรัฐมนตรีเองครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพื่อต้องการให้ท่านเดินหน้าทํางานด้วยความสบายใจ ท่านมีงานใหญ่ เยอะแยะที่จะต้องทํา เรื่องแค่นี้ผมแสดงสปิริต แสดงความรับผิดชอบลาออก และให้กรรมการที่เป็นกลางมาพิสูจน์ กรรมการที่เป็นกลางผมไม่ได้ตั้งด้วย ท่านครับ คณบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนจากสภาทนายความ ตัวแทนจากหน่วยงาน ที่เป็นกลางเขาดําเนินการมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็บอกว่า ให้ความเป็นธรรมด้วย การที่ลาออกจากรัฐมนตรีควรจะชื่นชมกันบ้างสิครับ ผมไม่ได้จนมุม ผมไม่ได้หน้าด้านอยู่ ผมต้องการให้นักการเมืองรับผิดชอบ ตัวเองจะทําหรือไม่ทํา ผิดหรือไม่ผิด แต่ในเมื่อสังคมเขาเกิดความสงสัย เห็นไหมครับที่ต่างประเทศ รถไฟตกราง รัฐมนตรีเขาไม่ได้ขับรถไฟตกรางสักหน่อยเขายังแสดงสปิริตความรับผิดชอบลาออก เรื่องปลากระป๋องที่คนเอามาบริจาคนั้นไม่ใช่ความผิดของผมเลย ผมไม่ได้เกี่ยวข้องเลย เพียงแต่มันมาเกี่ยวกับผมตรงที่ผมเป็นรัฐมนตรี เขาเอาของมาให้เอาไปมอบ และที่มันเสียหายก็ไม่ได้เสียหายทั้งหมดนะครับ ส่วนที่เหลือยังเอาไปใช้แจกจ่ายได้ แต่ ณ วันนั้นมันเป็นเรื่องของกระแสสังคม มันเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของคน ผมก็เลย ต้องการให้พี่น้องประชาชนสบายใจว่าอย่างน้อย ๆ นักการเมืองบ้านเรายังมีสปิริต ยังมีความรับผิดชอบทางการเมืองให้เป็นแบบในอนาคตต่อไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คนละ ๒ ที พอสบายใจนะครับ

(นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านวรชัยสมควรพอแล้วกระมังครับ ท่านพอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวรชัยพอแล้วละครับ ผมว่าพอแล้วละครับ ท่านสั้น ๆ นะครับ เฉพาะที่โดนพาดพิง ขอทราบประเด็นที่โดนพาดพิง ด้วยนะครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ เมื่อสักครู่ท่านรังสิมาเอารูปผมมีอยู่ด้วยครับ ชื่อผมครับท่านประธานครับ ของ ส.ส. วรชัย เหมะ ห้ามเคลื่อนย้ายครับ ท่านประธานครับ น้ําอันนี้ทั้งหมด ๔๐๐ แพ็คครับ ผมขอชี้แจงครับ มวลชนที่เขารู้จักคุณจตุพรแล้วก็พวกเราได้เอามามอบให้ น้ํามาลงในวันนั้น มีพี่น้องประชาชนเขามาขอ มาขอปุ๊บพวกเราก็บอกว่าไปขอ ศปภ. แล้ว ศปภ. อนุญาตเสร็จ รถเขายังไม่มาขึ้นครับ เขาเลยติดชื่อกันไว้ครับ เพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นมาเอาด้วยนะครับ ท่านประธาน แล้วอีกอย่างหนึ่งครับ ที่ติดชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้นเป็นรถ ของมวลชนที่เขามาบริการในการเอาของไปแจกพี่น้องประชาชนคือถุงยังชีพครับ ไม่ใช่เอาของที่ ศปภ. แล้วบอกว่าเป็นของท่านทักษิณ ชินวัตร แต่มาขนของครับ รถเขาศรัทธาในตัว พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เขาเอามาบริการครับ เข้าใจให้ถูกด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ครับ

(นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๑ นะคะ อยากให้ประธานได้ตักเตือนผู้อภิปราย ส.ส. รังสิมานะคะ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ให้ช่วยอภิปรายในข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าสิ่งที่ ส.ส. รังสิมาอธิบายอาจทําให้ประชาชนที่รับชมหรือรับฟังอยู่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ผิดค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ประเด็นนี้จบไปแล้วละครับ

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

อีกนิดเดียวค่ะ เนื่องจากภาพที่ ส.ส. รังสิมานํามาฉายให้ดูคือเป็นภาพเรือที่มีชื่อของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร อยู่ ดิฉันได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย และดิฉัน ขอยืนยันว่ามีผู้ที่ชื่นชอบและชื่นชมใน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ประเด็นนี้ ต้องขออภัยจริง ๆ มีท่านชี้แจงหลายท่านแล้วไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็มีประท้วงอีก เขาชี้แจงกัน หลายรอบแล้วคงไม่เป็นอะไรครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

จบแล้วครับ นั่งเถอะครับ ไม่เป็นอะไรครับ ท่านพอเถอะครับ นั่งเถอะครับ เมื่อกี้ก็มีคนได้ชี้แจงไปแล้วไม่เป็นอะไร หรอกครับ พอเถอะครับ ท่านจบแล้วครับ พอเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ไม่อย่างนั้น ก็มีคนประท้วงอีก ท่านประท้วงต้องมีคนผิดข้อบังคับนะครับ เชิญครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานที่ปล่อยให้ผู้ประท้วง เมื่อสักครู่นี้ประท้วงโดยผิดข้อบังคับครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่ให้เขาประท้วง หรอกครับ อันนี้จบไปแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านครับ เมื่อกี้ผมได้ วินิจฉัยไม่ให้เขาใช้สิทธิประท้วงแล้วครับ ฟังแล้วครับ ท่านประท้วงประเด็นนี้ผมได้วินิจฉัย ไปแล้ว ผมไม่ให้เขาประท้วงแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ เชิญครับ อย่าซ้ําประเด็นเดิมนะครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นเดิมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าประเด็นเดิม ไม่ได้ครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ผมประท้วง ท่านประธานครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมประท้วงท่านประธานครับที่ปล่อยให้ผู้ประท้วงใช้ข้อบังคับของ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาประท้วงครับ เนื่องจากว่าวันนี้เป็นการประชุมรัฐสภานะครับ ต้องใช้ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ จบนะครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านรังสิมามีอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

พาดพิงค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่าน ผมให้เกียรติท่านเป็น พิเศษเลยนะครับ ทีนี้ถ้าอย่างนี้ก็โต้กันไปโต้กันมาทั้งคืนครับ อย่างนี้ครับประชาชนเขาดูอยู่ เขาอยากให้พวกเรามาคุยกันแนวสร้างสรรค์นะครับ ท่านเอาเฉพาะที่โดนพาดพิง แล้วอย่ากล่าวกลับนะครับ โอเคครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือมีผู้ที่บอกให้ประธาน ตักเตือนดิฉัน ไม่ต้องตักเตือนหรอกค่ะ ที่ดิฉันเอามามันออกในสื่อทุกสื่ออยู่แล้ว ดิฉันเอามา เน้นย้ํานะคะกลัวว่าผู้บริหารนายกรัฐมนตรีจะไม่ได้ดู ประชาชนทั่วไปก็ไม่ได้ดู ดิฉันก็เลยเอา มาจากสื่อทุกสื่อเลยอันนี้ แล้วอีกอย่างหนึ่งคืออันไหนที่ไม่เป็นความจริงดิฉันไม่อภิปราย ท่านก็บอกแล้วว่าเป็นเฉพาะตัวของดิฉันอยู่แล้วว่าเป็นคนตรงไปตรงมา ประชาชนเป็น ผู้ตัดสินนะคะที่ดูนี่ จะแก้ตัวอย่างไรดิฉันไม่ได้ว่าหรอก ใครจะแก้ตัวอย่างไรก็ได้ประชาชน เป็นผู้ตัดสินค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อนะครับ ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๑๕ นาทีครับ เชิญครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงจะเป็นจริงอย่างที่ท่านรังสิมาพูดนะครับว่าในเรื่องเงินบริจาค เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน แล้วที่สําคัญที่สุดคือชาวต่างประเทศ เรียนกับท่านประธานนะครับ ว่าเมื่อตอนบ่าย ๆ ผมได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ยูเอ็น (UN) เขาโทรศัพท์มาถามว่า วันนี้ตกลงผมจะยืนยันพูดเรื่องเงินบริจาคอีกหรือเปล่า แล้วจะพูดกี่โมง ผมก็บอกว่า วันนี้มีภาคสอง ภาคเรือดําน้ํา ซึ่งก็จะพูดไปถึงเงินบริจาคอีกต่อหนึ่ง ท่านประธานครับ ความจริงแล้วเรื่องนี้มันไม่ควรจะต้องมาเป็นภาระกับผม มันควรจะพูดกันเฉพาะเรื่องว่า เราจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ทําให้พี่น้องประชาชนสบายขึ้นอย่างไร สิ่งที่ผมจะพูดมันเป็น สิ่งที่เกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้า แล้วท่านทําให้พี่น้องประชาชนแทนที่จะได้รับผลประโยชน์ เพิ่มขึ้น ท่านไปตัดสิทธิเขา ความจริงแล้วปัญหามันง่าย ๆ ครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะบริหารงานให้มันถูกทิศถูกทาง ท่านตั้งกรรมการให้มันเฉพาะเท่าที่จําเป็น วันนี้ผมไม่มั่นใจนะครับ ใน ศปภ. มันมีกรรมการทั้งหมดกี่ร้อยชุดแล้ว เพราะคนที่ปฏิบัติงาน ที่นั่นเขาบอกว่า แต่ละคนใหญ่เป็นบ้าเลย แล้วก็สั่งงานกันมั่วไปหมด แล้วที่สําคัญที่สุดคือ โกงเงินสะบั้นหั่นแหลก เมื่อวานนี้เป็นเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ เรื่องถุงยังชีพ ผมไม่ทราบว่าหลังจากที่ผมอภิปรายแล้วนี่ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจง นี่มันเปลี่ยนชื่อได้หรือยังครับ ถุงยังชีพสําหรับผู้ประสบภัย เปลี่ยนเป็นถุงปลิดชีพไอ้พวก จัดการดีไหมครับ พวกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเปลี่ยนได้แล้วถุงนี้ ถุงยังชีพเปลี่ยนเป็นถุงปลิดชีพ เพราะผมไม่มั่นใจว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปจะมีข้าราชการกี่คนที่อาจจะต้องถูกออกจาก ราชการ เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณาบอกผมเมื่อวานว่าท่านจะเอาจริง แล้วก็ขอให้ ท่านเอาจริง แล้วผมก็ไม่มั่นใจว่าจะมีรัฐมนตรีกี่คนเหมือนกันละครับที่จะต้องถูกปรับออก เพราะว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง

ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเข้าไปเรื่องที่ผมพูดไว้เมื่อวานว่า ถ้าผมหา ข้อมูลเกี่ยวกับเรือเจอวันนี้ก็จะมีภาคสอง ก็มีแล้วครับ แต่ขอย้อนกลับไปนิดหนึ่ง เพราะว่า มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอีกส่วนหนึ่งที่เมื่อวานนี้ท่านไม่ได้รับฟัง ผมจะใช้เวลาย่อ ๆ เท่านั้นละครับ เพราะวันนี้มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวานนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกรุณาตอบ แล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับท่าน ท่านบอกว่าที่ท่านซื้อแพงเพราะว่าของมันไปส่ง หลายจุด ท่านลองตรวจสอบนะครับของทั้งหมดมันส่งที่ ศปภ. ครับ แล้วท่านบอกว่าน้ํา มันผ่านน้ํา ผมก็ไปซื้อโลตัสมันก็ส่งของก็ผ่านน้ําเหมือนท่าน มันต่างกันตรงไหน เขาไม่ได้ ยกขึ้นแพเลย แล้วในทํานองเดียวกันท่านอ้างว่า บริษัท เอื้อธนพัฒน์ ที่ใบเสร็จรับเงินกับใบเสนอราคาที่อยู่ ไม่ตรงกัน เพราะว่าน้ําท่วมเลยต้องเปลี่ยนที่อยู่ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่ามันจะย้ายที่อยู่ น้ํามันจะท่วมกี่แห่งแล้วเจ้าของจะไปนอนที่ภูเขาทอง ทะเบียนการค้ามันก็ที่เดิมครับ มันไม่จําเป็นต้องไปเปลี่ยน ท่านไปเอาความคิดนี้มาจากไหนครับ แล้วก็เรียนท่านเสียเลยนะครับ บ้านเลขที่ ๗๘ หมู่ที่ ๔ ที่ผมบอกว่าเขาไปอ้าง ๗๘ หมู่ที่ ๔ ท่านไปเช็กนะครับ มันไม่ใช่บริษัท เอื้อธนพัฒน์ มันไม่ใช่ร้านเอื้อธนพัฒน์ มันเป็นบริษัท เอกไรซ์ครับ เพราะฉะนั้นบริษัทที่กล่าวอ้างนั่นน่ะไม่รู้ไปจับมาจากไหน มันจะเป็นเครือญาติกัน หรือเปล่าผมไม่รู้ แต่มันเป็นบริษัทชื่อบริษัท เอกไรซ์ แล้วก็บริษัท เอกไรซ์นะครับ เขาจดทะเบียนวัตถุประสงค์ว่าประกอบกิจการโกดังสินค้า ให้เช่าโกดังสินค้า ท่านลองไป ตรวจสอบดูนะครับ มันไม่ใช่อย่างที่ท่านพูดละครับ เพราะในฐานะที่ท่านก็เป็นถึง รองนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าการจะตอบอย่ามาตอบขอไปวัน ๆ เอาให้มันมีหลักมีเกณฑ์ แล้วคนมันจะเชื่อท่านเอง ผมก็พยายามจะเชื่อท่านเหมือนกันล่ะ แต่พอผมไปเช็กว่า บริษัท เอกไรซ์นี่บอกกันตรง ๆ นะครับว่าต้องเปลี่ยนถุงยังชีพเป็นถุงปลิดชีพ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในกรณีที่บริษัทที่ท่านซื้อทั้ง ๒ บริษัท เสนอราคาเดียวกัน ท่านช่วยไปหา เหตุผลนะครับ มันเป็นไปได้หรือครับ ๘ รายการ เสนอแม้แต่เศษสตางค์ตรงกันเป๊ะทุกอย่างเลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ ท่านเชื่อหรือยังครับว่ามีการทุจริต แล้วผมก็มั่นใจนะครับว่า ถึงขณะนี้ท่านเชื่อว่ามีการฮั้วกัน แต่มันอาจจะเป็นปัญหาในตัวท่าน ท่านก็ยังพยายาม ไม่รับความจริงอยู่

ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็จะทําในสิ่งที่ผมได้พูดไว้เมื่อวาน คือผมจะพูดถึง เรื่องกรณีที่ ศปภ. ไปซื้อเรือไว้ช่วยเหลือชาวบ้าน ท่านประธานครับ ศปภ. นี่เอาเงิน ทั้งเงินบริจาคและเงินเหลือจ่ายปี ๒๕๕๔ ไปซื้อเรือครับ ท่านซื้อเรือ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ท่านซื้อ เรือไฟเบอร์กลาส (Fiber Glass) ขนาด ๕,๔๐๐ คูณ ๒,๐๐๐ คูณ ตัวเลขไม่ค่อยชัดนะครับ อะไร ๕๘๐ นี่นะครับ ท่านซื้อทั้งหมด ๓๐ ลํา ลําละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท อันนี้ใช้เงินบริจาค ท่านประธานดูความพิลึกของวิธีการซื้อครั้งนี้นะครับ บริษัท พูนเจริญพาณิชย์ด้วยเป็นผู้เสนอขาย บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ขายถุงยังชีพไปทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ ถุง แล้วก็มาขายเรือต่อ เรือราคาลําละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ท่านรู้ไหมครับว่าผู้ที่อนุมัติใบสั่งซื้อเขาบอกกันว่าคนระดับ อธิบดี รองอธิบดีไม่มีใครกล้าเซ็นแม้แต่คนเดียว ต้องไปจับคนชื่อ ปิยะ วงศ์ลือชา ครับ คนคนนี้เป็นหัวหน้าสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดปทุมธานี รักษาราชการแทน ผู้อํานวยการกองคลัง ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เอาคนระดับหัวหน้าสํานักงานที่จังหวัดปทุมธานีแต่งตั้งให้มาเป็นผู้อํานวยการกองคลัง ทั้ง ๆ ที่ผู้อํานวยการกองคลังก็อยู่ แล้วก็ไปบอกว่าปฏิบัติราชการแทนอธิบดี เอา ซี ๘ ที่ปทุมธานีแล้วมาเซ็นออกใบสั่งซื้อแทนอธิบดี อย่างนี้ท่านจะแก้ตัวอะไรได้อีกไหมครับว่า มันผิดปกติ มันเป็นไปได้อย่างไร แล้วเขาก็พูดกันใน ศปภ. นั่นแหละ เรื่องนี้ ศปภ. เป็นคนมาบอกผม บอกว่าอธิบดี รองอธิบดี ผู้อํานวยการกองคลังที่ใหญ่กว่านี้มันไม่กล้าเซ็นทั้งนั้น ต้องไปจับคนที่อยู่ปทุมธานีมาเซ็นแทน นอกจากนั้นท่านประธานครับ อันนี้เงินบริจาคนะครับ ที่ผมต้องตามมากก็คือเงินบริจาค ชาวบ้านเขาด่ากันทุกวันนี้ก็คือเขาบริจาคนี่แหละแล้วไปโกงเขา แล้วนอกจากนั้นบริษัทนี้นะครับ บริษัท พูนเจริญพาณิชย์ ผมพยายามเน้นนะครับ ขายถุงยังชีพไป ๖๐,๐๐๐ ถุง แล้วก็มาขายเรือ เมื่อกี้ไปแล้วนะครับ ๓๐ ลํา ลําละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท มาอีกครับ เงินเหลือจ่ายปี ๒๕๕๔ เรือไฟเบอร์กลาสขนาด ๕,๒๐๐ คูณ ๑,๘๕๐ คูณ ๕๘๐ ๑๐๐ ลําครับ ลําละ ๑๙๘,๐๐๐ บาท เขาคุยกันว่าเรือลํานี้ปล่อยออกไปไม่กี่วันแตกสะบัดเลย แล้วเขาก็บอกว่า ซื้อนี่ราคาไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ไม่รู้คนที่ซื้อไปหลับหูหลับตาที่ไหนซื้อ ๑๙๘,๐๐๐ บาท ก็บริษัทเดียวกันนี่ครับ พูนเจริญทรัพย์ แล้วท่านดูต่อไปนะครับ มันมีการซื้อสุขามือถือ ขนาดผมเรียกไม่ค่อยถูกเพราะว่าท่านตั้งศัพท์มานี่ผมพยายามท่องแล้วท่องอีกกว่าจะพูด นี่ไม่รู้ถูกหรือเปล่านะครับ สุขามือถือกระดาษ ที่บริษัท ปูนซิเมนต์ เขาบริจาคมา ๑๐๐ กว่าบาท ท่านบอกว่านี่ใยกระดาษมันไม่ดี ของท่านราคา ๒๔๕ บาทนี่ใยกระดาษมันดีรับน้ําหนัก ๑๐๐ กิโลกรัม ผมก็มีเพื่อนผมจบเภสัช ก็มีเพื่อนเรียนอยู่วิศวะพอสมควรละครับ และปูนซิเมนต์วิศวกรมันเยอะ พอถามบอกคุณไปให้เขาและให้เขามาด่าคุณทําไมล่ะ เขาบอกคุณเอาของห่วย ๆ ไปให้เขา ใช้งานก็ไม่ได้ เขาก็ยืนยันนะครับว่าคุณภาพมาตรฐาน เขาก็ไม่ต่างกับของที่ ศปภ. ซื้อหรอก แล้วเขาบอกมาด้วยคนที่พูดนั่นมันโม้อย่าไปเชื่อ ประเด็นมันก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นหรอกครับท่านครับ เขาซื้อจากบริษัท เอื้อคอร์ปอเรชั่น ๓๐,๐๐๐ ชุด สุขามือถือกระดาษนี่ ๓๐,๐๐๐ ชุด ชุดละ ๒๔๕ บาท ที่ท่านบอกว่า ของปูนซิเมนต์มันห่วย ๑๑๑ บาท นี่ท่านซื้อ ๒๔๕ บาท ๓๐,๐๐๐ ชุด ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ บริษัท เอื้อคอร์ปอเรชั่นท่านก็อยู่ดี ๆ ไปหางานให้ผมทํา บริษัท เอื้อคอร์ปอเรชั่นนี่นะครับ เขาจดทะเบียนว่าเขารับจ้างติดตั้งซ่อมบํารุง ตรวจสอบ บําบัดน้ําเสียหรือเครื่องกําจัดมลพิษ ตามไปดูต่อครับท่านครับ เพราะว่าบริษัท เติมคอร์ปอเรชั่นนี่ที่อยู่มันไปตรงกับ บริษัท พูนเจริญพาณิชย์ ที่ขายถุงยังชีพ ๖๐,๐๐๐ ถุง ขายเรือชนิด ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๓๐ ลํา แล้วก็ชนิด ๑๙๘,๐๐๐ บาท อีก ๑๐๐ ลํา บริษัท เติมคอร์ปอเรชั่นนี่ครับที่อยู่มันอยู่ ตรงกันเป๊ะเลยกับบริษัท พูนเจริญทรัพย์ที่เกือบจะเป็นผู้ถือหุ้น กระทรวงมหาดไทย เพราะซื้อที่นี่ทุกอย่างเลย แล้วท่านเที่ยวได้ไปรับประกันว่าของท่านดีราคา ๒๔๕ บาท ไอ้นั่น ๑๑๑ บาท ห่วย ของท่านนี่ของแท้ แล้วท่านรู้ไหมครับบริษัทที่มันอยู่ที่เดียวกันนี่นะครับ ผมให้ทายนะครับ ทาวน์เฮาส์ (Town house) น้ําท่วม แล้วเขาบอกว่าท่วมตั้งแต่จะส่งถุงยังชีพ ให้ท่านด้วยซ้ําไป เป็นทาวน์เฮาส์ครับ แล้วที่มันอะไรดีล่ะ จะพูดอุบาทว์ คําที่มันน้อยกว่า อุบาทว์มีคําว่าอะไรครับ คืออย่างนี้ท่านประธาน ทาวน์เฮาส์นี่นะครับ ท่านประธานเวลา ไม่เป็นอะไรนะครับ เดี๋ยวผมตัดทางของผมได้ ทาวน์เฮาส์หลังนี้ท่านประธานครับ หน้าบ้านมันมีป้ายอยู่ ๒ อันครับ หันหน้าเข้าทาวน์เฮาส์ หลังนี้ ทางซ้ายมือมันเขียนว่า พูนเจริญพาณิชย์ คือที่ขายถุงยังชีพและเรือ หันหน้าเข้าไปทางขวามือมันเขียนว่า เติมคอร์ปอเรชั่น ก็เป็นอันว่าท่านซื้อทั้งหมดนี่คือ เครือเดียวกันทั้งหมด เป็น ๑๐๐ ล้านบาทเลย แล้วอย่างนี้สรุปแล้วทั้งหมดที่ท่านทํามานี่ ท่านทําเพื่อใครครับนี้ ผมไล่ไม่ทันเท่านั้นแหละว่าตกลงเอาบริษัท ๓-๔ บริษัทนี่มามีหุ้นส่วน และมีนามสกุลวิชัยดิษฐอะไรบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะทําไมมันลึกซึ้งกันจังเลย เอะอะอะไร มันซื้ออยู่พวกนี้ ซื้ออยู่ ๒-๓ ชื่อนี่ ผมอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีละครับ ถ้าท่านจะเอา ข้อมูลพวกนี้ เปิดอีกสักวันสิครับวันอาทิตย์ จะได้มีเรื่องสนุก ๆ มาเล่าให้ฟังต่อ เพราะยังไม่มี เต็นท์เลยนี่เต็นท์ก็เยอะ แล้วผลที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีจะสบายด้วยซ้ําไป ท่านจะได้มีเรื่อง มีเหตุผลที่จะปรับ ครม. ท่านประธานครับ ผมพูดทั้งหมดนี่ล้วนมีเจตนาดีครับ คือเงินบริจาค นี่หลังจากที่ผมพูดไปเมื่อวานนี้นะครับ คนก็โทรศัพท์มามากมาย แล้วก็บอกให้เอาให้เต็มที่ เพราะเงินเขานี่ เขาให้มา เพราะว่าเขาสงสารพี่น้องประชาชน ก็ฝากไปถึงท่านทั้งหลาย ท่านที่เกี่ยวข้องทั้งหลายท่านคิดให้ดี ๆ ครับ สิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านพูดไว้มันเป็น บาปเป็นกรรม แล้วสิ่งเหล่านั้นละครับ มันจะย้อนกลับไปหาผู้ที่เกี่ยวข้อง สมที่ผมเรียกว่า ถุงปลิดชีพ ผมขอขอบคุณครับท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปก็เป็นรอบของ สมาชิกวุฒิสภานะครับ ๕ ท่าน ท่านละ ๗ นาทีนะครับ ก็จะมี พันตํารวจเอก สนธยา พลอากาศตรี เฉลิมชัย ท่านสิงห์ชัย ท่านสุมล และท่านเพ็ญพักตร์ เชิญท่าน พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา องค์กรภาคเอกชน โดยสมาคมไทย-ซิกซ์ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรส่งประกวด ครับท่านประธาน และในฐานะสมาชิกรัฐสภา

สําหรับในวันนี้ประชาชนที่ได้รับฟังสื่อทางสถานีวิทยุก็ดี จากสถานีโทรทัศน์ก็ดี อาจจะสําคัญผิดคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริงว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการเปิดสภาให้มีการ แสดงความเห็นแถลงกันวันนี้เนื่องมาจากอะไร กระผมอยากจะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังประชาชนผู้รับฟังทางบ้าน ตํารวจ ทหาร ข้าราชการ ภาคเอกชนต่าง ๆ ได้กรุณาทราบว่าก่อนที่จะมีการอภิปรายแสดงความเห็นต่าง ๆ นั้น โดยหลักแล้ว คณะรัฐมนตรีภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๙ ได้วางหลักว่า ในกรณีที่มีปัญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรี เห็นสมควรฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี จะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมกันเพื่อฟัง ความคิดเห็น กราบเรียนผ่านท่านประธานครับ กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสตรี หญิงคนแรกที่ท่านได้บริหารราชการแผ่นดินจากการที่ท่านแถลงไว้ได้ประมาณเมื่อ ๒ เดือนกว่า ยังไม่ทันจะไหว้ครูแล้วเสร็จก็ได้มีปัญหาเรื่องน้ํา หลายท่านคงจะทราบนะครับ น้ําเป็นของเหลว เป็นสารที่อ่อนที่สุด แน่นอนครับ ไม่มีสิ่งใดจะกระทบกระแทกของแข็งได้ดีเท่าน้ํา ดังท่านนักร้องอมตะท่านหนึ่งได้ร้องไว้นะครับ ก็คือท่านสุเทพ วงศ์กําแหง น้ําหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อน ๆ ของเราทําด้วยสิ่งใด จะทําด้วยสิ่งใดไม่สําคัญหรอกครับ ในวันนี้ถ้าสมาชิกรัฐสภาที่ประกอบไปด้วย ส.ส. และ ส.ว. ได้มีการอภิปรายในเชิง สร้างสรรค์ และก่อนเกิดเหตุนั้นมีความเป็นมาอย่างไร และขณะเกิดเหตุน้ําท่วมนั้นรัฐบาลได้ แก้ไขปัญหาอย่างไร และในอนาคตหลังจากที่น้ําลดแล้วรัฐบาลจะเยียวยาแก้ไขในปัญหานั้น อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ละครับประชาชนสนใจที่จะรับฟังในการแก้ปัญหาของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมในฐานะที่เป็นอดีตข้าราชการตํารวจก็อยากจะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานว่าในหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรตินี้ได้เสนอแนะ แสดงความเห็นกันหลากหลายประกอบด้วยองค์ความรู้ต่าง ๆ กระผมอยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธาน โดยกระผมเองไม่บังอาจที่จะมาเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลได้ แต่จะขอตั้งข้อสังเกตดังต่อไปนี้ครับท่านประธานครับ

ประการแรก สืบเนื่องจากระผมแน่นอนครับได้แต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา ผู้เดียว แล้วก็มียศนําหน้า พันตํารวจเอก ดังนั้นถ้าไม่พูดถึงเรื่องตํารวจ ข้าราชการตํารวจ ที่อยู่ทั่วประเทศ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน รวมทั้งพี่น้องทหารหาญและประชาชนที่มีจิตอาสา ก็จะดูกระไรอยู่ ท่านประธานครับ ในกรณีซึ่งเกิดอุทกภัย มหาอุทกภัยต่าง ๆ เกิดขึ้นมานะครับ ดังนั้นหลายท่านก็ต้องประสบเหตุ แน่นอนครับในการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินก็คงจะไม่มีหน่วยงานไหนนะครับนอกจากตํารวจ ผมเรียนว่าคําว่าตํารวจนั้น นี่นะครับ ต เต่า ตํารวจก็ต้องมีหน้าที่ออกตรวจรักษาความสงบเรียบร้อย สระอํา ครับ ตํารวจก็ต้องมีหน้าที่ มีอํานาจสามารถที่จะทําการสืบสวนจับกุมผู้กระทําผิด ตํารวจก็ต้องมี วินัยครับ ผมเชื่อว่าตํารวจในยุคนี้ภายใต้การนําของท่าน พลตํารวจเอก เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ท่านมีวินัยแน่นอนนะครับ และตํารวจเราก็จะต้องมีความรอบรู้ มีจริยา มารยาท ดังนั้น ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และท่าน ผบ.ตร. ซึ่งท่านมารับ หน้าที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ด้วยความสง่างามว่าในการรักษาความสงบเรียบร้อยนั้นนอกจาก กําลังพลนะครับ ซึ่งทํางานเหน็ดเหนื่อยตลอดระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง ตํารวจจะต้องรักษา ความเรียบร้อยในความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง รวมทั้งมีภารกิจอื่นที่จะต้องปฏิบัติ ในหลายเรื่องอาจจะไม่ได้คาดคิด อย่างเช่น กรณีวางเรือใบก็ดีนะครับ หรือในกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ เช่น ที่กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๑ ภายใต้การนําของท่าน พลตํารวจตรี คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ซึ่งรักษาการนะครับ จริง ๆ แล้วกระผมกราบเรียนผ่านท่านประธานว่าชื่อชั้นของท่านนี่น่าจะเป็นตัวจริง เสียงจริงไปเลย ผมจะยกตัวอย่างในกรณีของตํารวจภูธรภาค ๑ นะครับ ในกรณีเหตุเกิดขึ้นที่อําเภอบางปะหัน ซึ่งเป็นสื่อมวลชนก็ได้ลงรับทราบ มีนักแสดงคนหนึ่งนะครับ เป็นดาราตัวประกอบได้ปิดบ้าน หนีภัยน้ําท่วมไปเวลา ๑ เดือน กลับมาปรากฏว่ามีทรัพย์สินเสียหายนะครับ รักษาการเป็น รองผู้กํากับ ป. ที่บางปะหันนะครับ รักษาการ ท่านก็ได้ดําเนินการสืบสวนจับกุมได้ครับ ก็ขออนุญาตที่จะกล่าวคําชมเชยครับ แล้วก็กราบขอบพระคุณท่านรัฐบาลไว้ ณ โอกาสนี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม ครับ

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภาระบบสรรหา ภาควิชาการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความขอบคุณรัฐบาลที่เปิดให้มี การอภิปรายร่วมรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในวันนี้ ซึ่งนับเป็นความใจกว้างของรัฐบาลนะครับ เพราะว่าเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาและพูดคุย ปัญหาเรื่องภัยพิบัติที่เกิดจากอุทกภัยในวันนี้ ท่านประธานครับ เดิมทีเมื่อคืนและเมื่อเช้านี้ ผมเตรียมเนื้อหาที่จะมาอภิปรายในวันนี้ในรูปแบบหนึ่ง เน้นไปทางวิชาการ มีประเด็นของ เรื่องน้ําในเขื่อน ประเด็นเรื่องของการผลิตไฟฟ้า ประเด็นเรื่องของการบําบัดน้ําเสียเรื่องของ อะไร แต่ความคิดของผมต้องเปลี่ยนไป หลังจากที่ได้ร่วมรับฟังการอภิปรายของสมาชิก หลายท่านในวันนี้ เนื้อหาของผมที่เปลี่ยนไปมาจากก้นบึ้งของหัวใจผมจริง ๆ ผมสมมุติตัวเองว่า เป็นผู้ประสบภัยพิบัติ ว่าหลังจากที่ผมได้ร่วมรับฟังการอภิปรายในวันนี้ รวมทั้งการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เมื่อวาน และเมื่อวานซืน ผมสมมุติตัวเองว่าถ้าผมได้ร่วมรับฟังและร่วมรู้เห็นในสิ่งที่พวกเราได้ อภิปรายกัน ผมจะมีความรู้สึกอย่างไร ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ผมจะแยกออกเป็น ๓ ประเด็น เป็นสิ่งที่ผมเรียบเรียงขึ้นใหม่สด ๆ

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ท่ามกลางกระแสน้ําท่วมที่ไหลหลากจาก ทางเหนือลงมาสู่กรุงเทพมหานคร ความทุกข์เวทนา ความทรมานอย่างแสนสาหัสของ พี่น้องประชาชนเกือบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่สิ่งที่เขาได้ยินได้ฟังคือวิวาทะไม่ว่าจากใคร ก็แล้วแต่ ผมไม่ลงในเนื้อหา ไม่ลงในรายละเอียด ผมไม่ลงในสิ่งที่จะต้องปรากฏ แต่สิ่งที่ผม ได้ยินได้ฟังคือผมได้รับโทรศัพท์จากพรรคพวกกันที่เป็นนักวิชาการเหมือนกันโทรศัพท์มาว่า เขาได้พิสูจน์แล้วว่าอีเอ็มบอลนี่ได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์ในการช่วยบําบัดน้ําเสีย เขาบอกว่า ถ้าเป็นไปได้เขาจะรวบรวมประมาณ ๑,๐๐๐ ลูก หรือ ๑๐,๐๐๐ ลูกก็ได้ แล้วก็อยากจะมา โยนที่หน้ารัฐสภา ผมฟังแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก แล้วเป็นเรื่องเศร้า ผมฝากให้สมาชิก ทุกท่านช่วยกรุณาเก็บไปคิดนะครับ แต่ผมเจ็บร้าวในหัวใจ เจ็บร้าวลึก ๆ จริง ๆ นะครับ ผมฝากเอาไว้ เพราะผมเห็นว่าสถานการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นนี้ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคน จะมาโยนบาปใส่กัน จะมาโยนความผิดใส่กัน หรือจะมากล่าวหาต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ปริมาณน้ําในเขื่อน ก่อนมีรัฐบาล หลังมีรัฐบาลนี้ ช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาล ๒ รัฐบาลในช่วง ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ หรือแม้กระทั่งเรื่องของบริจาค เรื่องเงินบริจาค มันอะไรกัน ผมฟังแล้วผมก็เศร้า สิ่งที่เขา อยากจะได้รับ สิ่งที่เขาอยากจะได้ยิน สิ่งที่เขาอยากจะได้รู้ คือความร่วมมือร่วมใจกันของ ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ประชาชนทุกหมู่เหล่า สื่อมวลชนทุกแขนง ทุกสาขา ประชาชนที่อยู่เหนือเขื่อน ใต้เขื่อน เหนือคันกั้นน้ํา ใต้คันกั้นน้ํา อยากจะให้ทุกฝ่าย ร่วมมือร่วมใจกัน เพราะวิกฤติครั้งนี้มันใหญ่หลวงจริง ๆ มันเป็นมหาวิกฤติ ยิ่งกว่าวิกฤติ ที่ประเทศไทยเคยเผชิญในเรื่องของภัยพิบัติมา เป็นความเศร้าใจ เป็นความเสียหาย เป็นความรันทด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคําอธิบายของผมน่าจะร้าวลึกในหัวใจของสมาชิก ทุกท่าน และขอความกรุณาว่าเรามาร่วมมือกัน เรามาหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือร่วมใจกัน ฝ่าฟันให้พ้นภัยพิบัตินี้ไปให้ได้ กรุณาลด ละ เลิก ขอเถอะครับ เลิกการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งฝ่าย แบ่งสี เรามาร่วมมือร่วมใจกัน สิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมก็ร้าวลึก อีกเหมือนกันว่ามันอะไรกันนี่ ในท่ามกลางภาวะวิกฤติแบบนี้ยังมีคนคิดแบบนี้อีกหรือ ทุกท่านคงเคยได้ยินได้ฟัง ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองท่านหนึ่งได้รับการร้องขอแต่งตั้งให้เป็น ที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุดหนึ่งที่รัฐบาลตั้งขึ้น ท่านให้สัมภาษณ์ว่า ท่านถูกโทรศัพท์จาก ใครก็ไม่ทราบครับ ไปตัดพ้อต่อว่าในทํานองว่า ทําไมถึงมาร่วมมือกับคณะกรรมการชุดนี้ หรือรัฐบาลชุดนี้ก็แล้วแต่ ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนั้นได้ตอบไปว่าท่านไม่สนใจหรอกครับ ท่านกําลัง ทํางานเพื่อประโยชน์ของชาติ ของบ้านเมือง ของแผ่นดิน เพราะวิกฤตินี้มันใหญ่หลวงจริง ๆ ยังไม่รู้กันอีกหรือว่าวิกฤติครั้งนี้ใหญ่หลวงขนาดไหนนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงได้แต่ใคร่ขอ วิงวอน ขออธิษฐานต่อองค์พระสยามเทวาธิราช ได้โปรดดลจิตดลใจให้พวกเราทุกหมู่เหล่า ทุกฝ่าย ทุกสี ทุกพรรค ทุกพวก หันมาร่วมมือร่วมใจกันช่วยกันฝ่าฟันให้ภัยพิบัติครั้งนี้ มันเลือนหายไปเร็วที่สุด หันมาร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้เราสามารถที่จะฝ่าฟันให้พ้น ความเสียหายและพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ไปให้ได้ เพราะหลังจากที่น้ําลดแล้ว หลังจากที่น้ําแห้งแล้ว อย่าคิดนะครับว่าสถานการณ์ทุกอย่างมันจะดีขึ้น เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความยุ่งยาก ของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมือง ผมไม่อยากจะหลับตาแล้วก็นึกฝันไปว่ามันจะมี อะไรเกิดขึ้นบ้าง ความเสียหาย ความยากจน การไร้งานทํา การไม่มีเงินใช้ การไม่มีอาหารกิน ไร่นาเรือกสวนที่เสียหายนับเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านไร่ ทุกอย่างเป็นความเสียหายทั้งสิ้น ภาคอุตสาหกรรมมีความเสียหาย ภาคการเงินการคลังมีความเสียหาย เป็นความเสียหาย ที่ต้องอาศัยทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกฝ่ายมาร่วมมือกัน เพราะฉะนั้นหากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ผมขอวิงวอน และผมขออธิษฐานว่าเราหันมาร่วมมือร่วมใจกันช่วยกันฝ่าฟันภัยพิบัติวิกฤติ ซึ่งเป็นมหาวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านยงยุทธจะขอชี้แจงนะครับ เชิญท่านครับ

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมขอกล่าวรวม ๆนะครับ โดยสรุปและขอใช้ระยะเวลาไม่มากนัก เมื่อเช้าก็ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดก็จาก ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะว่าควรจะ ระดมสรรพกําลังทั้งหลายจากจังหวัดต่าง ๆ เข้ามาระดมช่วยพี่น้องในกรุงเทพมหานคร ก็เป็นความรู้สึกเดียวกันนะครับกับรัฐบาล โดยเมื่อวานนี้ทางรัฐบาลก็ได้เปิดการช่วยเหลือ กรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ เมื่อวานเราได้มีการเปิดโครงการ ๑ จังหวัด ๑ เขตกรุงเทพมหานคร ฯพณฯ สุเทพได้กรุณาบอกว่าต้องรีบมาดําเนินการในเขต กรุงเทพมหานคร กระผมกราบเรียนว่าในช่วงแรกรัฐบาลเองก็เผชิญภัยพิบัติจากอุทกภัย ใน ๒๑ จังหวัดในส่วนภูมิภาคที่เป็นมหาอุทกภัย ความคิดและสมาธิที่คิดจะมาช่วย ในกรุงเทพมหานครก็ยังไม่มี ขณะนั้นกรุงเทพมหานครก็ยังปลอดภัยอยู่ เราก็ได้ระดมในการที่จะไปช่วยเหลือ ในส่วนภูมิภาค ทันทีที่ทางส่วนภูมิภาคปัญหาต่าง ๆ ลดลงเราก็ได้หันมาดูพี่น้อง ในกรุงเทพมหานคร โดยความสัตย์จริงนะครับ กรุงเทพมหานครเป็นรูปแบบ การปกครองรูปแบบพิเศษที่มีงบประมาณเป็นของตัวเอง ที่มีอํานาจเป็นอิสระ มีพื้นที่ มีบุคลากรทุกด้านอยู่แล้ว มาวันหนึ่งรัฐบาลก็เห็นว่าภัยพิบัติครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เราก็ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งเฉยได้ ถึงแม้ว่างานดังกล่าวเป็นงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรุงเทพมหานคร เราก็คิดระดมจังหวัดในส่วนภูมิภาคที่ไม่ประสบภัยดังกล่าว ให้นําเอาครัว โดยเราเรียกว่าครัวรัฐบาล เราได้นําเอารถขนส่งเรียกว่ารถขนส่งของรัฐบาล เราได้นําเอา รถเก็บขยะเป็นรถเก็บขยะของรัฐบาล เราได้นําเวชภัณฑ์ เราได้นําถุงยังชีพ พูดถึงถุงยังชีพ แล้วก็คงต้องคุยเรื่องถุงยังชีพอีกสักพักหนึ่ง ได้นําเรือ ได้นําปัจจัยที่สําคัญในการครองชีพ เข้ามาในกรุงเทพมหานคร ๑ จังหวัด ๑๘ เขต เมื่อมีอุทกภัยขยายพื้นที่มากขึ้นก็จะเป็น ๑ จังหวัด ๒๓ เขต กทม. แล้วก็ได้เริ่มดําเนินการแล้วนะครับ ก็ตรงกับสิ่งที่ ฯพณฯ สุเทพ ได้กรุณาเสนอแนะ ก็เป็นแนวความคิดเดียวกัน เห็นในความทุกข์ยากของพี่น้อง กทม. เช่นเดียวกัน และมีแนวความคิดดําเนินการเช่นเดียวกันและได้ดําเนินการไปแล้ว โดยเรา เปิดโครงการเมื่อวานที่ลานพระที่นั่งดุสิต แล้วก็จะดําเนินการดังกล่าวนี้ต่อไปจนภัยพิบัติ ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นลง เพื่อจะได้พิสูจน์ให้พี่น้องทั้งหลายเห็นว่า ทุกข์ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะในส่วนภูมิภาคหรือกรุงเทพมหานครก็ดีก็เป็นทุกข์ของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เราก็ไม่สามารถที่จะละเลยให้เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ แล้วก็คิดว่าสถานการณ์ในกรุงเทพมหานครก็ยังดีขึ้น ผมก็ยืนยันตามที่ ฯพณฯ สุเทพได้กรุณา บอกว่าได้มาตั้งครัวตั้งแต่วันแรก ๆ บ้านผมก็อยู่แถวบางพลัด เมื่อน้ําเริ่มเข้ามา ในกรุงเทพมหานครมาก ผมก็เห็นครัวสุราษฎร์ธานี ก็บ้านเกิดของผมเอง ก็สนใจแล้วก็แวะดู เพราะท่านกํานันเล็กก็มานําผู้คน นําทรัพยากรทั้งหลาย แล้วก็มาทําอาหารให้คนทาน บังเอิญเป็นอาหารที่เป็นบ้านเกิดของผมเอง ผมก็เลยแวะไปรับอาหารด้วย แล้วก็บ้านผม อยู่บริเวณนั้นแล้วก็น้ําท่วม ก็ได้อาศัยอาหารทานไป ๑ มื้อ นั่นก็เป็นเรื่องจริง ๆ นะครับที่เราได้เห็น

อันนี้เป็นเรื่องที่เราเข้ามาเสริมคนในกรุงเทพมหานคร โดยความห่วงใย และความคิดริเริ่มของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะครับ เป็นความคิดริเริ่มของ ฯพณฯ จริง ๆ แล้วเราก็ได้สนองตอบ โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพและมีกระทรวงสาธารณสุข มีกระทรวงศึกษาธิการ มีกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ กระทรวงพลังงาน ก็มาระดมคนช่วยเหลือแล้วก็รวมถึงกองทัพ ตํารวจ ก็ได้ทําตามที่ ฯพณฯ สุเทพได้กรุณาพูดเมื่อเช้านะครับ แล้วก็ตรงกับความคิดของรัฐบาลด้วยเช่นกัน ทีนี้มาถึงเรื่องของถุงยังชีพนะครับ ที่ท่านได้กรุณาติดตามแล้วก็เอาใจใส่ แล้วก็ดูแลอย่างใกล้ชิดเหลือเกิน แม้กระทั่งตัวผมเองซึ่งอยู่ในฝ่ายบริหารก็ยังไม่ได้ติดตาม ใกล้ชิดเท่าที่ท่านทํามาหรอกครับ เพราะผมก็ยังนึกไม่ถึงว่าจะมีรายละเอียดมากมายขนาดนั้น ผมก็อยากแยกส่วนไปนิดหนึ่งนะครับว่า ศปภ. ก็มีโครงสร้างของ ศปภ. โดยมีการใช้บุคลากร ส่วนหนึ่งจากกระทรวงมหาดไทยและจากหลาย ๆ กระทรวง บุคลากรของกระทรวงมหาดไทย ก็จะแยกเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนหนึ่งก็เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ส่วนหนึ่งก็มาอยู่ ที่ ศปภ. ที่ ศปภ. ก็จะมีท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. ตัวผมเองก็ไม่ได้พูดในแง่ว่าไม่รับผิดชอบ ตัวผมเองเป็นประธานกองทุนสงเคราะห์ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในฐานะของรองนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ในฐานะของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย การจัดซื้อจัดหาทั้งสิ้นทั้งหลายทั้งปวง ก็เริ่มต้นจาก ศปภ. ตามความจําเป็นเหตุผลต่าง ๆ ในฐานะของประธานกองทุนซึ่งมีอํานาจเป็นผู้สั่งจ่ายเงิน โดยได้รับมอบจากกรรมการของกองทุน ผมก็จะอนุมัติเมื่อเห็นเอกสารทั้งหลายทั้งปวงนี่ครับ มาถูกต้องแล้ว ผมก็กราบเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ไม่มีทาง ทราบหรอกครับท่านครับว่าเรื่องที่ท่านว่าที่อยู่ทําไมมีหลายที่เหลือเกิน ทะเบียนการค้า มีที่เดียว ที่อยู่ทําไมมีหลายที่ ทําไมเสนอราคามาเหมือนกัน ทําไมต้องเป็นบริษัทนี้ จดทะเบียน เป็นอย่างนั้น ๆ โยงไปโยงมา ก็เป็นที่เดียวกับที่นี่ที่ขายเรือ เรื่องพวกนี้จะใช้เวลาครึ่งวัน หรือวันหนึ่งหรือคืนหนึ่งแล้วก็มาตอบท่านนี่ครับ มันไม่ทัน มันอาจจะไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ข้อมูลที่ท่านได้มาก็เป็นข้อมูลที่ท่านได้มา แล้วผมก็ขอกราบเรียนตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าข้อมูล ที่ท่านไม่จําเป็นต้องให้ผมก็ได้ เพราะท่านได้อภิปรายในสภาแห่งนี้แล้ว ผมก็จะนํา ข้อมูลที่ท่านให้มานี่ครับไปดําเนินการต่อ ไม่มีผู้ใดครับที่จะละเลยในสิ่งที่ท่านกล่าวหาได้ ในช่วงระยะเวลาที่ผู้คนอดอยาก ลําบากแสนสาหัสนะครับ แล้วก็จะมีผู้บริหารระดับสูง ในรัฐบาลนี่ครับไปร่วมกระทําการอย่างนั้น ผมก็เรียนยืนยันแล้วว่ามันนอกจากว่าทุจริต และประพฤติมิชอบแล้ว มันยังเป็นบาปกรรมอีกด้วย กฎหมายอาจจะตามไม่ถึง แต่บาปกรรมนี่ต้องตามถึง ท่านก็แช่งไว้แล้วนะครับ ท่านก็ได้แช่งชักหักกระดูกไว้แล้วว่า ถุงยังชีพจะเป็นถุงปลิดชีพ มันก็อาจจะปลิดชีพทั้งผู้ที่ทําผิดและผู้ที่กล่าวหาบุคคลอื่น โดยไม่มีข้อเท็จจริงที่เพียงพอ มันก็ต้องถูกปลิดชีพกันทั้งคู่ ถ้าเป็นสิ่งที่คนทําผิด ผิดจริงก็ต้องถูก บาปบุญคุณโทษลงโทษ แต่ถ้าผู้ซึ่งกล่าวหาผู้อื่นโดยจะจริงหรือไม่จริงมันก็ต้องดูกันต่อไป ผมขอแต่เพียงว่าผมขอโอกาสที่ข้อกล่าวหาของท่านทั้งหมดที่ท่านได้กล่าวมานี่ ในฐานะผมไม่ใช่ ผู้อํานวยการศูนย์ ผมเป็นที่ปรึกษาของ ศปภ. แต่ในฐานะที่ผมเป็นเจ้ากระทรวงมหาดไทย แล้วมีบุคลากรในกระทรวงของผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมก็ต้องดําเนินการในส่วนนั้น แม้เขาทํา ในนามของ ศปภ. ก็ตาม ก็ขอกราบขอบพระคุณครับที่ได้กรุณาติดตามเป็นหูเป็นตา ให้ผมแทนในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาของผม ก็ขอรบกวนเวลาของ ที่ประชุมแห่งนี้เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ได้รับ มอบหมายให้ทําหน้าที่เป็น ผอ.ศปภ. คือศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ก็ใคร่ที่จะ ขอนําเรียนในข้อเท็จจริงในบางประเด็นที่ทางท่านผู้มีเกียรติ ทางสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ได้พาดพิงถึง และได้กรุณาให้คําชี้แนะ ให้คําแนะนําไว้ในหลายเรื่องในหลายประเด็นนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราก็คงจะทราบกันดี สืบเนื่องจากที่ได้มี พายุโซนร้อนเข้ามา ๓ ลูกเต็ม ๆ ในช่วงของปลายเดือนมิถุนายน อันนั้นก็เป็นเหตุให้ประเทศไทย ของเรานั้นก็ค่อนข้างที่จะวิกฤติ เนื่องจากปริมาณน้ํามีมากขึ้น ครั้นเมื่อต้นเดือนตุลาคม พายุไต้ฝุ่นก็เข้ามาอีก ๒ ลูกเต็ม ๆ ในต้นเดือนตุลาคม ก็ยิ่งเป็นเหตุให้ประเทศไทยของเรานั้น ได้ซ้ําเติมลงมาอีก น้ําซึ่งมีมากอยู่แล้วจากพายุโซนร้อน ๓ ลูกดังที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม ก็กลับมาเพิ่มเติมมาอีกด้วยไต้ฝุ่นอีก ๒ ลูก ก็ยิ่งทําให้มากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นน้ําทางภาคเหนือของประเทศไทยก็เกือบจะกล่าวได้ว่า เป็นมวลน้ําใหญ่มหึมามหาศาล เขื่อนของเราซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๔ เขื่อนทางด้านเหนือนะครับ ทางประเทศด้านเหนือของประเทศไทยเราก็คือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ แควน้อย ตลอดจน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นปริมาณน้ําก็ค่อนข้างที่จะเต็มเกือบจะล้นเขื่อน ก็ต้องยอมรับในสภาพ ความจริงประเด็นหนึ่งว่าในศักยภาพของเขื่อนนั้นก็มีขีดความสามารถในการรองรับน้ํา ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเกินขีดความสามารถที่เขื่อนจะรองรับได้เขื่อนก็ต้องปล่อยน้ําลงมา อันนี้เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นในหลักการตรงนี้ละครับน้ําของประเทศไทยเราจึงเกิดขึ้น มากมายอย่างมหาศาลเป็นอุทกภัยในครั้งนี้ก็ได้ถูกปล่อยลงมาจากเขื่อนบ้าง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการปล่อยที่มีระบบการควบคุม มีระบบการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ด้วยกรมชลประทานซึ่งเป็นแม่งานหลักอยู่นะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ก็สืบเนื่องจากมวลน้ําเกิดอย่างมากมายมหาศาล ดังกล่าวแล้วก็ได้ไหลมาท่วมทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ก็นับตั้งแต่พิจิตร สุโขทัยไล่ลงมา และมวลน้ํามวลนั้นก็ได้เคลื่อนตัวลงมาทางภาคกลางตอนบน นั่นก็หมายถึง สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท มาจนถึงพระนครศรีอยุธยาในที่สุด เมื่อน้ํามาถึงพระนครศรีอยุธยา แล้วก็เป็นช่วงที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ภายใต้การนําของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ พิจารณาแล้วว่ามวลน้ํามหาศาลเหล่านี้ แน่นอนคงจะไม่เป็นผลดีในการที่ประเทศไทยของเรา จะรับได้ เพราะเป็นมวลน้ําที่มากมายมหาศาลเหลือเกิน อาจจะเกิดน้ําท่วมใหญ่ขึ้นมา ซึ่งก็เป็นจริง หลังจากที่นครสวรรค์โดนมาเต็ม ๆ แล้ว ก็ลงมาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยาโดนเข้าเต็ม ๆ หนัก ๆ เพราะฉะนั้น มาถึงตรงจุดนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี โดยท่านนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็จึงได้ ดําเนินการในเรื่องของการพิจารณาที่จะตั้งศูนย์ปฏิบัติการขึ้นมาศูนย์หนึ่ง เพื่อที่จะช่วยเหลือ ปฏิบัติการในเรื่องช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เรียกว่า ศูนย์ ศปภ. โดยได้ใช้อํานาจตามความ ในมาตรา ๑๑ (๓) (๙) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้นมาในคําสั่งที่ ๑๙๓ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ นั่นก็คือตั้งศูนย์ ศปภ. ชื่อย่อว่า ศปภ. ชื่อเต็มว่า ศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในส่วนโครงสร้างของศูนย์ ศปภ. แห่งนี้นะครับ ก็ได้มีการตั้ง ขึ้นมาด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ครอบคลุมในการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ํา ที่มากมายมหาศาลเหล่านี้ควบคู่กันไปในทุก ๆ ส่วน เราจะดูแลเฉพาะเรื่องน้ําอย่างเดียว ก็คงไม่ได้ เพราะพี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนแสนสาหัสในพื้นที่หลายจังหวัดครับ ไม่ใช่แค่ จังหวัด ๒ จังหวัดเท่านั้น นับ ๒๐-๓๐ จังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนขณะนั้น เพราะฉะนั้น ก็จึงได้วางโครงสร้าง ศปภ. ขึ้นมา ศปภ. นั้นประกอบด้วยศูนย์บัญชาการ เป็นศูนย์สั่งการ นั่นเอง ซึ่งหมายถึงตัวกระผมเป็นผู้อํานวยการศูนย์ คือ ผอ.ศปภ. มีปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น รอง ผอ.ศปภ. มีคณะรัฐมนตรีโดยท่านรองนายกรัฐมนตรีทุกท่าน คณะรัฐมนตรีทุกท่านเป็นที่ปรึกษาของศูนย์ ศปภ. ในโครงสร้างของศูนย์แห่งนี้ก็จึงได้ แบ่งย่อยลงไปแบ่งซอยลงไปนะครับว่า ศูนย์ ศปภ. นั้นจะประกอบด้วย

๑. ก็คือฝ่ายอํานวยการร่วม คือฝ่ายเสนาธิการนั่นเอง ฝ่ายที่จะต้องรวบรวม เป็นฝ่ายสมอง เป็นคลังสมองของศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้ พร้อมที่จะคิด พร้อมที่จะวางแผน เพื่อที่จะให้สั่งการไปยังฝ่ายปฏิบัตินั้นอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

๒. ก็คือฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายปฏิบัติการนี้จะบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหมดที่มีอยู่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวข้องกับ เรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน จะเข้ามาอยู่ในส่วนปฏิบัติการทั้งสิ้น อาทิเช่น ผู้อํานวยการทหารสูงสุด กองบัญชาการทหารสูงสุดก็เป็นส่วนหนึ่งของส่วนปฏิบัติการ กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตํารวจ มหาดไทย แล้วก็อีกหลาย ๆ กระทรวงก็อยู่ในส่วนของปฏิบัติการนี้ จากส่วนปฏิบัติการแล้วก็จะไปที่ส่วนสนับสนุน เป็นฝ่ายสนับสนุนนั่นเอง ฝ่ายสนับสนุนก็คือกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการที่จะสนับสนุนการปฏิบัติให้บรรลุผล อย่างเช่น กระทรวงการต่างประเทศ อย่างนี้ถือว่าส่วนสนับสนุน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บางองค์กร ในกระทรวงก็เป็นส่วนสนับสนุน บางองค์กรหรือบางกรมในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็เป็นส่วนปฏิบัติการ เพราะฉะนั้นมันค่อนข้างที่จะหลากหลายอยู่ใน ส่วนของ ศปภ.

คําถามในประเด็นที่ ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านได้ห่วงใยว่าเห็นแต่ ทหารออกปฏิบัติการ ไม่ค่อยเห็นหน่วยอื่นเลย ตํารวจก็ไม่เห็น และมิหนําซ้ํายังเอา กระทรวงยุติธรรมมาเป็นผู้อํานวยการศูนย์อีก ใคร่ขอกราบเรียนท่านที่เคารพครับ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสุเทพ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน และตลอดจน ท่านเทพไท เสนพงศ์ ด้วย ท่านได้ให้ข้อคิดในเรื่องนี้ไว้ว่าทําไมจึงต้องตั้งกระทรวงยุติธรรม ทําไมจึงไม่ตั้งทหาร อันนี้ขอกราบเรียนนะครับ ทหารอยู่ในส่วนปฏิบัติการทั้งสิ้น ทหาร ตํารวจ มหาดไทย และกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกกระทรวงอยู่ในส่วนปฏิบัติการ เพราะฉะนั้นการออกทํางานในส่วนของกําลังพลจากหน่วยต่าง ๆ นั้นออกปฏิบัติการ ในนามของ ศปภ. ทั้งสิ้นครับ อันนี้ใคร่กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าก็ขอโอกาสนี้ ทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน การทํางานเที่ยวนี้เป็นการบูรณาการอย่างเบ็ดเสร็จทุกหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนองค์กรทางภาคประชาชนที่มีจิตอาสามีจิตเมตตาในการที่จะเข้ามาช่วย พี่น้องประชาชนนั้นได้ร่วมกันเข้ามาทํางานอยู่ในองค์กรนี้ทั้งสิ้นครับ มีความเป็นหลากหลาย เรามีหลากหลายทางความคิดนะครับ เรามีหลากหลายในเรื่องของการดําเนินการทั้งหลายทั้งปวง ข่าวบางเรื่องตามที่ท่านได้วิจารณ์ไปนั้นว่าค่อนข้างที่จะสับสน กระผมก็ใคร่ขอกราบเรียนว่า ในการให้ข่าวนั้นเป็น ๒ ลักษณะครับ ลักษณะหนึ่งก็คือให้ข่าวโดยทีมงานโฆษกของ ศปภ. เรามีโฆษกของ ศปภ. อยู่อย่างชัดเจน ในช่วงเบื้องต้นนั้นมีอยู่ ๓ ท่านด้วยกันคือ พลเอก พลางกูร กล้าหาญ พลตํารวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ และคุณวิมนะครับ ทางอดีตโฆษก ทีมโฆษกรัฐบาลเป็นทีมงานโฆษก แต่ส่วนที่ข่าวข้อมูลออกมาค่อนข้างที่จะถูก วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นข้อมูลที่สับสนนั้น กระผมใคร่ขอเรียนว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ ทั้งสิ้น ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นออกจากทีมงานซึ่งออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่ คือของ ชุดปฏิบัติการนั่นเอง ท่านจะสังเกตเห็นได้ว่าเมื่อเวลาชุดปฏิบัติการออกไปทํางานในพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น ออกไปปิดไซฟ่อน (Syphon) ของประปาที่คลองรังสิต สื่อมวลชนก็จะตามกัน เป็นขบวนยาวเหยียดนะครับ เมื่อเขาเห็นเราทําอะไรเขาก็จะมีเก็บข่าว เขาก็จะมีเก็บภาพ หาข่าว ตลอดจนสัมภาษณ์ผู้ที่ทํางาน บางครั้งผู้ที่ทํางานไปก็ปฏิเสธไม่ได้อาจจะจงใจหรือไม่จงใจ ก็แล้วแต่ ก็มีการพูดไปบ้าง ให้ข่าวไปบ้าง ก็เลยกลายเป็นว่าฝ่ายปฏิบัติบางครั้งนั้นก็มีข่าวเล็ดลอด ออกไปทางสื่อมวลชน กระผมจึงใคร่ขอกราบเรียนว่าข่าวที่เป็นทางการนั้น ช่วงหลัง ๆ มา ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านเป็นผู้กํากับงานของหน่วย ศปภ. แห่งนี้ ท่านก็เลยได้มีคําสั่งว่า ต่อไปนี้การแถลงข่าวต้องเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น นั่นนะครับกระผมจึงต้องมาได้ถือเป็น ระเบียบปฏิบัติว่าการแถลงข่าวจริง ๆ นั้นจะต้องเป็นออกโดย ผอ.ศปภ. เท่านั้น อันนี้ก็ขอยอมรับว่าช่วงนั้นก็คงมีสับสนอยู่บ้าง ต้องขอกราบเรียนข้อเท็จจริงท่านได้กรุณา ทราบนะครับ

ในเรื่องของการคมนาคมที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านได้กรุณาเป็นห่วง ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้ระบุว่าในหลายพื้นที่ไม่สามารถที่จะใช้รถธรรมดาวิ่งได้ ในกรณีที่ น้ําท่วมสูง อย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็นนนทบุรี ปทุมธานี หรือก็อาจจะเป็นกรุงเทพมหานคร บางจุดท่านได้ให้ข้อเสนอแนะมาก็ใคร่ขอกราบเรียนว่าทาง ศปภ. นั้นได้ดําเนินการไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเป็นการเตรียมการนี้ โดยการที่จะช่วยพี่น้องประชาชนใน กทม. กระผมเองได้ออกคําสั่งไปในนาม ศปภ. ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่ไม่ประสบอุทกภัยให้เกณฑ์ รถใหญ่ รถสิบล้อ รถหกล้อ ซึ่งเป็นรถสูงระดมเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมที่จะช่วย พี่น้องกรุงเทพมหานครในกรณีที่เราไม่สามารถที่จะรับมือในกรุงเทพมหานครได้ อันนั้น ได้เตรียมการแล้วครับสําหรับการคมนาคม และนอกจากนั้นยังทุก ๆ ส่วนกระผม ก็ดําเนินการไปแล้ว แม้กระทั่งเรื่องรถดับเพลิงที่มีอยู่ทั้งหมดในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑลนั้น กระผมได้สั่งการให้รถดับเพลิงทั้งหลายนั้นไปล้างถังให้สะอาดแล้วไปใส่น้ําดื่ม น้ําที่สะอาดไว้ให้เต็มรถ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดในปริมณฑลหรือในกรุงเทพมหานคร เผื่ออะไร รู้ไหมครับ เผื่อว่าประปาเรามีปัญหาเราก็จะได้มีน้ําดื่มสําหรับบริการให้กับพี่น้องประชาชน จากนั้นก็ยังได้สั่งถุง เขาเรียกถุงบรรจุน้ําถุงพลาสติกที่รูดซิปจากต่างประเทศมา ซึ่งราคา ไม่แพงเป็นราคาถูก ๆ และบางประเทศ อย่างเช่นประเทศจีนก็บริจาคให้มา เพื่อมาบรรจุน้ํา เป็นคลังน้ําไว้ ขณะนี้เราก็ได้จัดคลังน้ําไว้ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ทุกอย่างนี้เราวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เป็นเรื่องเป็นราวกันทั้งสิ้นครับ ผมใคร่ขอกราบเรียน แล้วการดูแลสุขภาพจิตของพี่น้องประชาชนตามที่ท่านได้ให้คําแนะนํานั้น เรามีหน่วย แพทย์อาสาครับ ออกดําเนินการ ออกปฏิบัติการในทุกพื้นที่ ที่ใดที่เป็นจุดพักพิงของ พี่น้องประชาชนที่ได้อพยพออกจากบ้านเรือนไปแล้ว เราจะมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของเราไป ประจําอยู่ที่นั่นเป็นในลักษณะของโรงพยาบาลสนาม อันนี้ทุกจุดเราปฏิบัติการไปแล้วครับ

ในเรื่องของการฟื้นฟูหลังน้ําท่วมนั้น ที่ท่านได้กรุณาแนะนําไว้นั้นก็ควรจะได้ มีการดําเนินการ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ดําเนินการไปแล้ว ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว เรียบร้อย แล้วก็ได้ประชุมกันไปแล้วด้วยนะครับในการที่จะฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นฟื้นฟูสําหรับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ฟื้นฟูทางภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมที่ล่มสลายจาก มวลน้ํามหันตภัยครั้งนี้ ได้เตรียมการไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ประเด็นนี้นะครับ

อีกประเด็นหนึ่งของท่าน ส.ส. ท่านรังสิมา ท่านก็ได้มีการพูดไว้ในเรื่องของ สิ่งของบริจาคนั้น ไม่ควรจะติดชื่อของ ส.ส. ไว้ในถุง กระผมกราบเรียนนะครับว่า เรื่องถุงบริจาคนี้ เรื่องถุงยังชีพที่แจกจ่ายไปยังพี่น้องประชาชนนี้เป็นที่มาที่ไปใน ๒ ที่มา ที่มาที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการจัดซื้อ จัดซื้อในหน่วยงานใดก็เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นละครับ ส่วนที่ ๒ ก็คือเป็นส่วนที่ได้รับบริจาคจากพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน ที่มีจิตเมตตา และมีจิตอันเป็นกุศลนะครับ ก็ได้นําถุงยังชีพนั้นมาบริจาคที่ ศปภ. วัน ๆ หนึ่ง เป็นจํานวนมากครับ นับหมื่น ๆ นับเป็นแสนถุง เราเก็บกันจนจะไม่หวาดไม่ไหว แล้วก็ได้ แจกจ่ายออกไปอย่างทันทีเพื่อให้ทันความต้องการต่อพี่น้องประชาชน ไม่ได้เก็บไว้ จนเสียหายแต่อย่างใด

แล้วก็ในเรื่องของคลิปข่าวความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ตามที่ท่านรังสิมา ได้พูดไปว่าน่าจะมีการประชาสัมพันธ์ว่ามีประเทศไหนช่วยเหลืออย่างไรนั้น เมื่อคืนนี้ผมก็ได้ เอ่ยไปบ้างแล้วในเบื้องต้น แต่เนื่องจากว่าจํานวนมันมาก ถ้าผมอ่านตรงนี้จะเสียเวลามากครับ มันเป็นปึกใหญ่ เพราะฉะนั้นกระผมขอรวมยอดเลยนะครับว่าในเรื่องของการช่วยเหลือ ในรูปแบบของการช่วยเหลือจากมิตรประเทศนั้นมีรูปแบบการช่วยเหลืออยู่ ๓ ประการ ด้วยกันคือ

ประการแรก คือ ช่วยเหลือเป็นเงินสด

ประการที่ ๒ ก็คือ ช่วยเหลือเป็นสิ่งของ

ประการที่ ๓ ก็คือ ช่วยเหลือทางด้านวิชาการ

ส่วนช่วยเหลือเป็นเงินสดจากมิตรประเทศนั้นขณะนี้ตัวเลข ณ วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เป็นเงินสดรวมทั้งสิ้น ๔๗๑.๑ ล้านบาทครับ อันนี้เป็นตัวเลข ที่ได้รับเป็นเงินสด ส่วนสิ่งของบรรเทาทุกข์นั้นได้รับช่วยเหลือจากประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กระสอบทราย เรือยนต์ เครื่องยนต์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องกรองน้ํา เสื้อชูชีพ ตลอดจนเวชภัณฑ์ และน้ําดื่มอุปโภคบริโภคต่าง ๆ คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น ๑.๑ พันล้านบาทครับ ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นประเทศหลัก ๆ ใคร่ขอเอ่ยสักประมาณ ๔ ประเทศ ถ้ามากกว่านั้นมันก็ยาวนะครับ มีรัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือทั้งหมด ๘ ครั้ง รัฐบาลญี่ปุ่นช่วยเหลือให้ทั้งหมด ๕ ครั้ง รัฐบาลเกาหลีใต้ช่วยเหลือทั้งหมด ๔ ครั้ง แล้วองค์การต่างประเทศอื่น ๆ อีกองค์การละ ประมาณ ๑ ครั้ง ก็เป็นจํานวนหลายองค์กรเช่นเดียวกัน

ในส่วนการช่วยเหลือประเภทที่ ๓ ก็คือช่วยเหลือด้านวิชาการ ทางด้าน เทคนิค ด้านการฟื้นฟู ก็มีประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความช่วยเหลือ ขณะนี้ก็รวบรวมได้แล้ว ๗ ประเทศ ๑. ก็คือประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สวีเดน อิสราเอล ๗ ประเทศครับ อันนี้ก็เป็นการช่วยเหลือจาก ทางมิตรประเทศนะครับ ...............................................................................

ส่วนในเรื่องของการแจกจ่ายตามประเด็นที่ท่านรังสิมา ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่าการแจกจ่ายสิ่งของนั้นควรจะให้รัฐบาลได้ชี้แจงบ้างว่าแจกจ่ายไป อย่างไร กระผมใคร่ที่จะขอเรียนชี้แจงว่าเรามีอนุกรรมการในการแจกจ่าย ไม่ว่าจะเป็นถุงยังชีพ หรือไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่พี่น้องประชาชนร้องขอมา หลักเกณฑ์ของการแจกจ่ายก็คือ จ่ายให้จังหวัดหรืออําเภอที่ร้องขอมา ตําบลที่ร้องขอมา ๒. ก็คือหน่วยงานรัฐ เอกชน มูลนิธิ ที่ร้องขอมา ๓. ก็คือจ่ายตามคําร้องที่โทรศัพท์เข้ามาที่หมายเลข ๑๑๑๑ อัตโนมัติ กด ๕ หรือ ๑๗๘๔ อันนี้ก็เป็นจ่ายตามคําร้องขอที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เพราะฉะนั้น ศปภ. ได้ดําเนินการทุกอย่างตามหลักตามเกณฑ์ เรามีเกณฑ์ที่กําหนดไว้โดยเฉพาะ

กระผมอยากจะกราบเรียนอีกประเด็นหนึ่งคือการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํานั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสําคัญนะครับ ศปภ. ได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้มาก ได้มีการตั้ง คณะกรรมการเรื่องน้ําขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่ใคร่ขอกราบเรียนท่านคงไม่ต้องห่วงใยอะไร ในเรื่องน้ํานั้น เราก็ใช้หลักวิชาการทั้งหลักทฤษฎีทั้งหลายทั้งปวงมานะครับ โดยประกอบกับ หลาย ๆ ส่วนหลายประการนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องการทําฟลัดเวย์ตามพระราชดําริ เราก็ได้นํามาดําเนินการในส่วนนี้ เราจะผันน้ําลงทะเลให้เร็วที่สุด กรณีน้ําที่คั่งค้างอยู่ก็เป็น จํานวนไม่น้อยนะครับ แต่ก็คงไม่เกินขีดความสามารถของกรุงเทพมหานครที่จะนําน้ํามวลนี้ ลงทะเลให้เร็วที่สุด เราจะนําน้ําลงทะเลในด้านตะวันออก เราจะนําน้ําลงทะเล ในด้านตะวันตกแถบแม่น้ําท่าจีน เราจะนําน้ําลงทะเลทางด้านแม่น้ําเจ้าพระยา ก็ใคร่ขอ กราบเรียนว่า ศปภ. เราได้ดําเนินการกันอย่างเต็มกําลังความสามารถ จริงอยู่ครับการทํางาน ของคนหมู่มากและโดยเฉพาะในการทํางานที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนซึ่งกําลังมีปัญหาอยู่ อย่างนี้ บางครั้งเราก็ได้ทํากันเต็มกําลังแล้วแต่ก็มองดูว่าเราทําไม่ทันตามความต้องการ ผมในฐานะ ผอ.ศปภ. ขอถือโอกาสนี้ขออภัยพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยครับ ที่ไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการได้ทันตามเวลา แต่อย่างไรก็ตามเราจะทําให้ดีที่สุด ที่เราจะทําได้ กระผมขอกราบเรียนชี้แจงเท่านี้เป็นเบื้องต้นครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานครับ ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านมีอะไรครับ เชิญทีละท่านนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงในการอภิปรายนะครับ ในขณะนี้ต้องทบทวน กันหน่อยนะครับ วันนี้เราเปิดประชุมรัฐสภาร่วมกันของ ๒ สภาตามมาตรา ๑๗๙ กรณีปัญหาที่สําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีสมควรจะฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา นายกรัฐมนตรีก็แจ้งมายัง ประธานรัฐสภาเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ วันนี้ไม่ใช่เวทีของคณะรัฐมนตรี ที่จะมานั่งอธิบายใช้เวทีในสภาแห่งนี้เพื่ออธิบายเรื่องต่าง ๆ ท่านเปิดเวทีในวันนี้เพื่อรับฟังครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะต้องให้ท่านประธานรัฐสภานั้นต้องแบ่งสรรวิธีการ ในการอภิปรายในวันนี้ให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๗๙ ตามวัตถุประสงค์ที่คณะรัฐมนตรีขอมาครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คือผมทราบว่าแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มนะครับ กลุ่ม ส.ส. กับรัฐมนตรีกลุ่มหนึ่ง แล้วก็กลุ่มฝ่ายค้าน แล้วก็กลุ่ม ส.ว. แบ่งเวลากันแล้วทั้งหมดอยู่ในเวลาของท่านครับ ท่านบริหารของท่านเอง ผมฟังอยู่นะครับ เชิญท่านต่อไปครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็เรียน ท่านประธานรัฐสภาว่าวิธีการแบ่งระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. ครับ แต่คณะรัฐมนตรีต้องฟังครับ ท่านประธานครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะมาเปิดเวทีกันในวันนี้ถูกไหมครับ ท่านประธาน ท่านประธานต้องให้โอกาสกับสมาชิกครับ ให้เพื่อนสมาชิกได้แสดง ความคิดเห็นนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ ขอบคุณครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สั้น ๆ ครับท่านประธานครับ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยงยุทธท่านกรุณาชี้แจงนะครับ แล้วเผอิญท่านไปพาดพิงว่าท่านจะขอเอกสาร ผมเรียนกับท่านนะครับว่าถ้าผมไม่ชี้แจง เดี๋ยวมันจะกลายเป็นว่าผมไปเอาเอกสารเก๊มาพูด ต้องเรียนนะครับว่า ผลของท่านที่ตามมาทั้งหมดนะครับ ที่ผมพูดนะครับ เอกสารนี้เป็น เอกสารที่ถ่ายมาจาก ศปภ. ของท่านทั้งหมด ไม่จําเป็นท่านต้องเอาไปเลยครับ ทุกคําพูดเป็น เอกสารราชการ แล้วที่ท่านบอกว่าเรื่องนี้มันอาจจะย้อนไปหาผมไม่มีปัญหาครับ ไม่ได้ท้าครับ ท่านช่วยตั้งกรรมการ แล้วก็ตั้งให้เป็นกลางจริง ๆ นะครับ อย่าไปตั้งแบบชุดก่อน ตั้งยังไม่ทันไรเลยบอกข้อมูลไม่เพียงพอหาความผิดไม่ได้ ถ้าอย่างนี้ไม่ได้ตั้งนี่ กรรมการตั้งไป ทําไม ตั้งไปรับรองตัวเอง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอโทษนะครับ ท่านประท้วง

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

พาดพิงครับ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เพราะว่าท่านบอกว่า ขอเอกสารแล้วทํานองว่าผมไม่ให้ ผมบอกว่าเอกสารทั้งหมดนี่ผมให้ มันเป็นเอกสารของท่านทั้งหมด ไม่ใช่เป็นเอกสารที่ผมผลิตเองครับ แล้วก็ขอให้ท่านตั้ง เท่านั้นนะครับและท่านไม่ต้องกังวลครับ เรื่องนี้ท่านได้ไปถกเถียงกันที่ ป.ป.ช. แน่นอนครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เมื่อสักครู่นี้ผมได้พูดไม่ตรงกับ ที่ท่านพูดละครับ กระผมบอกว่าหลักฐานที่มีไม่จําเป็นจะต้องให้ผมไปเอา หรือมอบให้ผม คําพูดคําอภิปรายของท่านในสภาเป็นหลักฐานเพียงพอแล้วที่จะเอาไปดําเนินการต่อ ไม่ได้พูดเลยครับว่า ขอหลักฐานจากท่าน ไม่ได้พูดแม้แต่คําเดียว เราสามารถที่จะดู คือพูดไปแล้วมันจะยาวครับ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ ผมพูดว่าหลักฐานเอกสารทั้งหมดนี่ครับ ไม่ต้องมอบ คําอภิปรายของท่านก็เป็นข้อมูลที่เพียงพอจะเริ่มต้นในการดําเนินการแล้วครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีแรงงาน เชิญครับ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน วันนี้มีทั้งหมด ๘ ชั่วโมง ตั้งแต่ ๑๐.๐๐ นาฬิกาที่เราเปิดประชุมนะครับ ผมคิดว่าผมนั่งฟังมาตลอด แล้วนั่งอยู่บนนี้ด้วย นอกจากลงไปข้างล่างไม่ถึง ๕ นาทีหรือ ๑๐ นาที ไปทําภารกิจแล้วก็ขึ้นมานั่งต่อ บางครั้งผมอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรมานานครับ เพื่อนสมาชิก ท่านบุญยอด อาจจะมากกว่าท่านบุญยอดเสียด้วยซ้ํา ผมต้องเคารพคําถามของท่านสมาชิก ทุกคนทุกฝ่าย วันนี้มีคําถามของพรรคท่าน แล้วคนที่ผมเชื่อว่าเป็นคําถามที่ดีแล้วจะเป็น ที่กระจ่างแก่ประชาชนทางบ้าน เพราะท่านก็ได้พูดตลอดไม่ว่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าสภา เท่านั้นที่จะไขปัญหาให้ประชาชนเรากระจ่าง วันนี้ผมต้องการจะเดินแนวทางร่วมกัน ในลักษณะแบบนั้นครับ เมื่อสักครู่ไม่นานนัก ส.ส. นครศรีธรรมราช ถ้าจําไม่ผิดคือคุณนริศา จากจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพรรคท่าน ได้มีประเด็นคําถามซึ่งน่าสนใจเฉกเช่นเดียวกับ ตอนเช้า ท่านอดีตรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านมีคําถามตรงกันครับ ผมพยายามจะนั่งนิ่งตั้งแต่เช้านั่งอยู่บนนี้มา ๗-๘ ชั่วโมง เพื่อจะดูว่าคําถามอะไรที่ เพื่อนสมาชิกเป็นห่วง เพราะครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดอุทกภัยกับบ้านเมืองเราหรอกครับ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องทําหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ดีที่สุด ไม่โทษกัน ไม่ว่ากัน ทําอะไร บกพร่องมาว่ากันในนี้ ทําอะไรผิดก็ไปหาข้อมูลมาให้ไขกระจ่างกันในนี้ ในเมื่อผมต้องการ จะบอกว่าข้อข้องใจของท่านเพื่อนสมาชิกทั้งสองท่านนั้นมีความเป็นห่วงเรื่องแรงงานว่า น้ําท่วมแล้วจะทําอย่างไรกับผู้ใช้แรงงานตั้งหลายแสนคน คนจะตกงานหรือไม่ พี่น้องเรา จะแย่ไหมถ้าหากว่าหลังจากนี้ไปถ้าบริษัทต่าง ๆ ๗ นิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งบริษัทเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกตั้งเยอะ ถ้าขาดสภาพแล้วไม่มีแรงงาน ไม่มีงานทําจะทําอย่างไร นี่เป็นข้อที่ผม ตั้งใจจะฟังข้อมูลแล้วขึ้นมาชี้แจง เพราะถ้าเป็นประเด็นนี้เราก็นั่งคิดว่าจะเอาถึงเที่ยงคืน หรือไม่ แต่คิดแล้วว่าถ้าเกิดมีประเด็นซ้ํากันอีกหลังจากนี้นี่เราจะไปรอตอบทีเดียวหรือไม่ หรือตอบในระหว่างนี้เพื่อให้รู้ว่าคนที่กําลังจะข้องใจในเรื่องนี้เขาจะได้เข้าใจ แล้วก็ไม่ต้องมา ยกคําถามตอบอีก เพื่อสงวนเวลาให้เรื่องที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นด้วยครับ นั่นคือเหตุผลนะครับ คุณบุญยอด ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นเลยนะครับ และวันนี้ ๗ อุตสาหกรรมของเรานั้น ๑๐,๐๐๐ กว่าบริษัท พี่น้องเราตามตัวเลขต้องแบ่งเป็น ๒ ประเภทนะครับ ว่ามีผู้ใช้แรงงาน เป็นคนไทยแล้วก็เป็นแรงงานต่างด้าวอย่างที่เราเข้าใจดี หลังจากเกิดอุทกภัย ท่านนายกรัฐมนตรีของเราก็เริ่มให้ความสนใจว่าห่วงมาตั้งแต่ก่อนเดือนกันยายนเสียด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นอย่างที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ห่วงบอกว่าพอเริ่มต้นขึ้นมาจะให้ผู้แทน หรือรัฐมนตรีนั้นไปดูแลจังหวัดต่าง ๆ ตอนนั้นท่วมประมาณ ๑๒ จังหวัดหรือ ๑๓ จังหวัด ผมเองเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ก็ได้ไปอยู่ที่จังหวัดชัยนาท เพราะระหว่างนั้นจังหวัดชัยนาท เริ่มท่วม และทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้เลิกดูแลจังหวัดชัยนาทอย่างที่ท่านเข้าใจ วันนี้เราลงมาแล้ว เราใช้ผู้ว่าราชการจังหวัด เราใช้กลไกของผมครับคือกระทรวงแรงงาน เพราะเรามี กระทรวงแรงงานประจําอยู่ทุกจังหวัด ๗๗ จังหวัด เราใช้อธิบดีลงไปตรวจสอบ เราใช้ความ ดูแลของ ๘ อําเภอจังหวัดชัยนาทว่าระดับน้ําเป็นอย่างไร พี่น้องเราเป็นอย่างไร มีการไป ทําอาหารให้ทานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ไปทําอาหารให้พี่น้องของเราทาน เรามีการซ่อม เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไม้สอยทางไฟฟ้าเราก็ยังอยู่ประจํา ที่จังหวัดชัยนาท และวันนี้ก็ท่วมลงมาเรื่อย ๆ อย่างที่ท่านทราบ ก็มาเกิดปัญหาที่ พระนครศรีอยุธยา ก็เกิดพี่น้องแรงงานก็มีปัญหา เมื่อมีปัญหาขึ้นมาสิ่งที่เรากังวลก็เหมือนกับ ที่ท่านสุเทพและท่านนริศาเป็นห่วง ฉะนั้นก็เลยเกิดปัญหาว่าเราจะทําอย่างไร ผมก็เลยต้อง อย่างที่ท่านตามข่าวมาเรื่อย ๆ ผมก็เป็นห่วงในฐานะที่เป็นเจ้าของกระทรวงแรงงาน เรารู้ปั๊บ เราแบ่งเป็น ๒ ภาคส่วน เราก็เลยดูกันระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็คือท่านรัฐมนตรีสันติ ก็จะดูแลส่วนที่เป็นคนไทย เพื่อนมนุษย์ทั้งหมด ส่วนผมจะแยกพี่น้องที่มีแรงงานต่างด้าวเพื่อแยกบัญชี แยกประเภท แยกความชัดเจน เพราะแรงงานต่างด้าวนั้นท่านก็รู้ว่าผมเมื่อน้ําท่วมพระนครศรีอยุธยานั้น ผมได้นําแรงงานต่างด้าวทั้งหมดนั้นไปที่ศูนย์วัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เพราะขณะนั้น จังหวัดนครปฐมนั้นยังไม่มีปัญหา จังหวัดปทุมธานีก็ยังไม่มีปัญหา จังหวัดนนทบุรีก็ยังไม่มีปัญหา ในเรื่องของแรงงานน้ําท่วม เมื่อไปถึงตรงนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจดีครับ ท่านเป็นห่วงอยู่เรื่อย ถึงภาพลักษณ์ของประเทศเป็นหลัก ว่าถ้าเราดูแลพี่น้องคนไทยผู้ใช้แรงงานนั้นให้ดูเหมือนกัน ให้เฉกเช่นเป็นคนงานไทยเพราะว่าเรามีหน่วยงานของเอ็นจีโอเรามีหน่วยงานของไอแอลโอ (ILO) เรามีไอโอเอ็ม (IOM) เรามีผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ไม่ว่าจะ เอเอพี (AAP) ซีเอ็นเอ็น (CNN) เขาไปทําข่าวที่ศูนย์วัดไร่ขิง ซึ่งเราได้ทําอย่างมีระบบว่าระบบของเรานั้นมีพี่น้อง ทํางานมาอย่างไร ๔ ระบบ เช่น มาโดยถูกต้อง คือทําเอ็มโอยู (MOU) กับนายจ้างมาก่อน มีพิสูจน์สัญชาติเป็นอันดับที่ ๒ ๓. มีการทําเวิร์ค เพอร์มิท (Work permit) นั่นก็หมายถึงว่า ในอดีตเคยหลบเลี่ยงเข้ามาทํางานผิด เราก็ขึ้นมาให้เวิร์ค เพอร์มิท ประมาณปีหนึ่งนะครับ หลังจากนั้นสุดท้ายก็คือผู้ที่หลบหนีแล้วยังไม่ได้มีเวิร์ค เพอร์มิท เราก็มีการไปทําที่ศูนย์วัดไร่ขิง ให้ครบวงจร ให้การดูแลเขาอย่างดี เพื่อให้นานาประเทศต่าง ๆ ว่าถ้ามาทํางาน ในประเทศไทยแล้วถึงเกิดอะไรก็แล้วแต่ ประเทศเรารับผิดชอบ ประเทศเราให้การดูแล ประเทศเรามีมนุษยธรรมสูงในการที่จะทําให้ทุกคนเข้าใจ แล้วก็มั่นใจเชื่อมั่นในประเทศไทย ว่ามาลงทุนประเทศเรานั้นจะได้รับการดูแลให้เฉกเช่นกับคนไทย ฉะนั้นเป็นเรื่องที่พวกเรา ควรจะเข้าใจว่ารัฐบาลได้พยายามอย่างสุดซึ้ง ส่วนแรงงานที่จะตกงานนั้นไม่ว่าจะเป็นบริษัท โตโยต้า ฮอนด้า เขาได้รับปากมาแล้ว เราไปแยกแยะว่าเขาจะสู้ต่อ เขาจะทําต่อ บังเอิญ เมืองไทยนั้นเป็นซัพพลาย เชน (Supply chain) ที่ยิ่งใหญ่ นั่นหมายถึงนอกจากผลิตแล้ว ก็ยังผลิตอุตสาหกรรมย่อยที่ว่าเอสเอ็มอี (SME) ขณะนี้บริษัทแม่คือบริษัทญี่ปุ่นต่าง ๆ ก็ได้พยายามติดต่อหรือได้ทํากับเราเรียบร้อยแล้วว่าจะเอาแรงงานที่ระหว่างรอให้โรงงาน ทําเสร็จสิ้นแล้วไปทํางานในต่างประเทศ เพื่อผลิตชิ้นส่วนไปยังประเทศ ไม่ว่าสหรัฐอเมริกา หรือแคนาดา ไม่ว่าจะอังกฤษ อย่างที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นเข้าใจถูกต้องแล้วครับ และขณะนี้ก็กําลัง ทําวีซ่าทําการอนุมัติให้ไปที่บริษัทแม่เขาที่ญี่ปุ่นเพื่อใช้แรงงานไทยที่มีความสามารถตรงนี้ อยู่แล้วจะได้มีเงินเดือนและก็ทําชิ้นส่วนระหว่างที่น้ําเรายังท่วมโรงงานยังไม่สามารถ รีคัฟเวอร์ (Recover) ได้ก็ไปทําที่ญี่ปุ่นหลายพันคน ขณะนี้ก็ได้ทํากันไปแล้วนะครับว่า สภาพการตกงานนั้นผมไม่เชื่อว่าจะมีเยอะ ขณะนี้หลังน้ําท่วมมาจนถึงปัจจุบันมีบริษัท ขอปิดกิจการทั้งหมด ๑๕ โรงงาน ๑๕ โรงงานประกอบไปที่พระนครศรีอยุธยานั้น ๑๐ โรงงาน ๔ โรงงานอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ๑ โรงงานอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วจํานวนคน ที่จะต้องถูกปิดกิจการนั้นมีแค่ ๔,๐๐๐ กว่าคน แต่เรามีอัตรางานที่จะจ้างให้กับพี่น้องของเรานั้น สํารองไว้ถึง ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคนในขณะปัจจุบัน และเราก็ได้ลงในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ต่อเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์เดลินิวส์หรือทุกฉบับ มติชน ข่าวสด ไทยรัฐ เราลงทุกวันครับเพื่อให้รู้ว่าไปทํางานที่ไหน จังหวัดไหน ทําอย่างไรอย่างชัดเจนจนกระทั่งถึง ปัจจุบันครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่อยากให้ท่านนั้นคลายกังวลนะครับว่าเราได้ทําอะไรไปบ้าง เพราะฉะนั้นเราต้องการจะพึ่งสภากัน สภาก็รัฐมนตรีก็ต้องตอบ เพราะว่าถ้าไม่ทํางานไม่ตอบ ท่านก็ไม่รู้ ประชาชนก็ไม่รู้ว่าเราจะทําอะไร นั่นคือสิ่งที่ผมอยากถ้าหากมีปัญหาและไม่เข้าใจ เรื่องนี้ก็ยินดีที่จะตอบคําถามต่อ

ส่วนเมื่อกี้นี้เป็นส่วนของเรื่องอยากให้เกิดความเชื่อมั่นว่าขณะนี้น้ําก็ท่วม แม้กระทั่งจังหวัดของผมก็ไม่ต้องพูดถึงว่ากี่เมตรเราไม่พูด เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าน้ําจะต้องเดิน จากข้างบนมาถึงข้างล่าง แล้วทางจังหวัดผมหรือจังหวัดสมุทรสาครนั้นเป็นปลายน้ําที่จะต้อง รับน้ําจากข้างบน เราจะทําอย่างไรที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราต้องเตรียมตัวทําอย่างไร เพราะฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ แม้กระทั่งเมื่อสักครู่นี้ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม เพราะว่าได้พาดพิงผมนิดหนึ่ง คือคุณรังสิมาเจอผม เพราะเมื่อวานท่านอภิปรายบอกว่ามาม่า นี่ไปแจกพี่น้องเป็นมาม่าหมูสับ เมื่อเช้าผมก็พยายามจะอธิบายให้ฟังบอกเมื่อวานที่อภิปราย นี่ความจริงมาม่าหมูสับผมกินบ่อย ผมกินรสต้มยํากุ้งมันจะฉีกซอง ไม่ใช่ว่าเอามาม่าแล้วมี หมูสับและไปต้มให้พี่น้องเขาทาน ผมว่าถ้าใครทานมาม่าบ่อย ๆ ก็จะเข้าใจว่า พี่น้องอิสลามพอเห็นซองหมูสับก็คงไม่ได้เอาหมูสับใส่ไปด้วยหรอกครับ ก็เลยอยากอธิบายให้ ฟังว่าบางครั้งความเข้าใจหรือความคลาดเคลื่อนหรือความที่จะเกิดประเด็น เพราะว่าในช่วง อุทกภัยนั้นมีวิกฤติทั่วกันไปหมด เพราะฉะนั้นการที่จะทํางานระหว่างกรุงเทพมหานคร หรือพระนครศรีอยุธยา นครปฐมจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมจะเพียรพยายามบอกพี่น้อง ให้ออกมาศูนย์พักพิง เพราะว่าต่างจังหวัดนั้นเข้าไปทีจะไปส่งอาหารยากเย็นกว่า กทม. มาก เพราะพี่น้องอยู่กระจัดกระจายกันไปในทุ่งในหญ้าต่าง ๆ เพราะท่านส่วนใหญ่บ้านนอกนั้น จะมีอาชีพเกษตรกรทําสวน ทําไร่ บ่อปลาเลี้ยงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการไปเมื่อน้ําสูงถึง ๑ เมตร ๒ เมตร อย่างผมเริ่มไปชัยนาทนั้นผมใส่ถุงยังชีพไป ๓๐ ถุง ผมไปเดี๋ยวเดียวนี่กว่าจะถึง ตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง ท่านคิดดูสิครับว่ายากลําบากแค่ไหน เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะให้พี่น้องนั้น ออกมาศูนย์พักพิง เพราะฉะนั้นจังหวัดนครปฐมก็อยากให้มีศูนย์พักพิง เพราะเราจะได้ ทําอาหารสดโภชนาการให้เขาทานทุกวัน ทุกมื้อรู้ตัวเลขที่แน่นอน ผมมีเรื่องเสียใจ ความจริง คําว่าถุงปลิดชีพนั้นเกิดจากชื่อผมเอง เพราะเมื่อ ๒ วันที่แล้วเพราะถุงยังชีพนี่ละที่ปลิดชีพ คนนครปฐม ตําบลบางกระทึกผมไป ๑ คนนะครับ เพราะไปเสียบมาม่าไฟช็อตแล้วก็ดูดตาย อายุ ๓๕ ปี ผมเลยบอกว่าบางครั้งเจตนาของเราที่ไปให้ถุงยังชีพนี่แต่ไปปลิดชีพเขานะครับ ตรงนั้นก็เลยเป็นคําพังเพยที่ผมเกริ่นมาว่าทําไมคนเราเวลาพี่น้องเพื่อนร่วมชาติเรากําลัง เดือดร้อนทําไมต้องไปซ้ําเติม ท่าเรือที่ผมไปพระนครศรีอยุธยา ท่าเรือผมไปวัดมงคลบพิตร ไปเยี่ยมพี่น้องที่พระนครศรีอยุธยาระหว่างที่น้ําท่วมมาก ท่านเชื่อไหมเข้าไปถึง วัดมงคลบพิตร ๑,๕๐๐ บาท เพื่อที่จะขนถุงยังชีพไปแจกพี่น้องที่ติดอยู่วัดมงคลบพิตรนั้น ๑๐๐ กว่าคน คิดค่าเรือไป-กลับ ๓,๐๐๐ บาท ไป ๑,๕๐๐ บาท กลับ ๑,๕๐๐ บาท นี่ละครับ ที่เรียกว่าในช่วงอย่างนี้พวกเราต้องหนักแน่น พี่น้องของเราที่ทําแรงงานโรงงานปิดไปอยู่ ต่างจังหวัดก็ส่วนใหญ่กลับภูมิลําเนา ก็ยังมีคนไปหลอกเขาว่าจะไปทํางานต่างประเทศไหม ถ้าไปทําอิสราเอลหรือไปออสเตรเลีย มีงานเยอะแยะ ขอก่อน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ใช้ช่วงโอกาสแบบนี้ไปซ้ําเติมกับ พวกเราที่จะต้องมีความยากลําบาก ผมก็ขอขอบคุณที่จะใช้เวทีสภานี้ให้พวกเราทราบถึงว่า จะไปทํางานต่างประเทศนั้นอย่างไรก็ต้องผ่านกรมการจัดหางานของกระทรวงแรงงานเป็นหลัก อย่าไปหลงเชื่อบริษัทต่าง ๆ อย่าไปหลงพวกที่มีอาชีพเป็นมิจฉาชีพใช้ความซ้ํารอย ประชาชน เลยไม่ยอมออกจากบ้านต่างจังหวัดครับ เพราะกลัวโจรผู้ร้าย เขารักบ้าน เขาห่วงบ้าน เขาไม่เคยมีพฤติกรรมที่มานอนรวมกันในศูนย์พักพิง ผมเข้าใจ และผมพยายามจะสร้าง ความเข้าใจกับคนบ้านผม หรือคนที่ไหนที่อยู่ต่างจังหวัด ให้เข้าใจว่าเป็นผม ผมก็ไม่อยาก จะไปอยู่รวมกับใคร วันนี้แปลกหน้า เราก็พยายามหาวิธีมีกิจกรรมให้เขา ให้เกิดความรู้สึกว่า มันง่ายกว่าที่เราจะเอาถุงยังชีพหรือเอาอาหารขึ้นไปถึงที่ละ ๒-๓ ชั่วโมงก็บูดเน่า ก็เกิดเป็น กรณีเป็นปัญหาขึ้นมาอีก บางครั้งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ทั้งผู้นําเรือเข้าไปให้ด้วย เหมือน ๒ คน พ่อลูกที่บางเลนกอดคอกันตายเพราะว่าเอาอาหาร ทําอาหารเสร็จกลับบ้านจะไปแจกคน ต้องเสียชีวิตไปทั้งคู่ ทั้งพ่อและลูก อันนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ผมก็อยากให้สภานี้ช่วยเข้าใจกัน ผมรู้ทุกคนเกิดความเครียด คนจังหวัดผมบางตําบลก็เกิดความเครียดไม่อยากให้น้ําเข้าบ้าน ตัวเอง ก็กั้นกัน ก็ทะเลาะกัน ฉะนั้นวันนี้ก็ขอให้ความรู้สึกว่าที่ผมพยายามจะรู้ว่าจังหวัดผมเอง จังหวัดนครปฐมหรือจังหวัดสมุทรสาคร แน่นอนที่สุดเพราะเราอยู่ติดกับแม่น้ําท่าจีน เป็นที่ระบายน้ําฝั่งตะวันตก เรารู้ว่าชะตากรรมจะเกิดขึ้นแก่จังหวัดเราอย่างไร แต่เราต้อง เตรียมพร้อมครับ เพื่อเห็นแก่คนที่อื่น ผมไม่อยากให้กรุงเทพฯ เดือดร้อน ผมไม่ใช่ผู้เสียสละ ผมรู้ว่าต้องลงแม่น้ําท่าจีน ผมรู้ว่าต้องไประบายออกทางจังหวัดสมุทรสาคร เราเตรียมพร้อม แล้วครับ อย่างน้อยให้ประชาชนผมนั้นมีความสามัคคีและเข้าใจและร่วมกันออกมาอยู่ ศูนย์พักพิง มาอยู่กันเป็นหมู่เป็นเหล่า มาอยู่พร้อมกันให้เกิดความเข้าใจ เพราะเราไม่อยาก ให้เกิดปัญหาถึงเสียชีวิตและง่ายต่อการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้ประเด็น เล็ก ๆ น้อย ๆ ทางการเมืองต้องเอามาเป็นปัญหาครับ อยากให้สภานี้ออกความคิดเห็นว่า จะช่วยกันอย่างไร กระผมก็มีเรื่องแค่นี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ยังเหลืออีก ๓ ท่านนะครับ ท่านสิงห์ชัย ท่านสุมล และท่านเพ็ญพักตร์ เชิญท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง ครับ

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา อุทัยธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง ท่านประธานครับ วันนี้เป็นโอกาสดี วิกฤติครั้งนี้คือโอกาสของประเทศไทย บ้านเมืองเรานั้น เจริญเติบโตมามีแต่ความวุ่นวายสับสน คนไทยไม่รักกัน การบริหารจัดการไร้ซึ่งรูปแบบ ความรู้มี ถึงวันนี้ต้องขอบคุณธรรมชาติ อย่างน้อยที่สุดที่เราเรียกกันว่า น้องน้ํา ท่านน้ํา หรือคุณน้ําก็แล้วแต่ ได้สร้างบทเรียนให้กับคนไทย คําพูดต่อไปนี้อาจจะเป็นคําพูด ที่ไม่เพราะนัก แต่จะพูดสักนิดหนึ่งว่า ถ้าหากว่าน้ําพูดได้ น้ําคงจะพูดว่า เจ้ามนุษย์หน้าโง่ ตัวโตสิ้นคิด ทําไมผมพูดอย่างนี้ มิใช่ดูถูกซ้ําเติมใครเลย แต่ให้พวกเราได้มีสติตั้งให้ดีว่า การที่บ้านเมืองเรานั้นเจริญเติบโตมาถึงวันนี้นั้นไร้ซึ่งรูปแบบ ไร้ซึ่งการดูแลตามหลักวิชาการ เรามีความรู้ทุกคนแต่เราไปรุกล้ําเขา น้ําเขาก็มาปกติครับ มามากบ้าง น้อยบ้าง ครั้งนี้อาจจะ ไม่ได้มากกว่าปี ๒๕๓๘ แต่พวกเราต่างหากละครับไปสร้างนิคม สร้างบ้าน ทั้ง ๆ ที่ องค์ความรู้ก็มีอยู่แล้วว่าสิ่งที่ท่านตั้งนั้นมันคืออะไร มันเป็นอะไรมาก่อนครับ เรื่องนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง องค์ความรู้นั้นผมเชื่อว่าคนไทยแก้ปัญหาได้ เดี๋ยวเราเอาไว้พูดกันตอนท้าย สิ่งที่เราจะต้องบริหารจัดการคือการเมืองครับ ขอพูดเข้าประเด็น คนพูดมาเยอะในการ แก้ปัญหา ผมขอสรุปใน ๓ ประเด็นคร่าว ๆ

ข้อที่ ๑ เรื่องของระยะเร่งด่วน สิ่งที่ผมเห็นชัดที่สุดที่รัฐบาลยังไม่ได้ทํา หรือทําแล้วแต่ไม่เต็มที่ ขณะนี้เร็วที่สุดท่านต้องตั้งศูนย์บัญชาการในบริเวณพื้นที่ที่มีปัญหา เอาเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ในกรุงเทพมหานคร ท่านประชาสัมพันธ์ไปเลยว่ากรุงเทพฯ นั้น มีกี่เขต เอาบริเวณไหนเป็นจุดศูนย์กลางประชาสัมพันธ์ทุก ๓ ชั่วโมง บอกไปเลยว่าเขตเอ ศูนย์บัญชาการอยู่ที่บี การเมืองท้องถิ่นท้องที่มารวมที่นี่มาฟังคําบัญชาที่นี่ ของที่มาบริจาคที่นี่ ประชาชนมีปัญหาสิ่งใดมาที่นี่ กลับเป็นที่น่าเสียใจว่ากรุงเทพฯ นั้นเจริญเติบโตโดยที่มิได้ มีความเกี่ยวโยงด้านวัฒนธรรมชองชาติ ท่านรู้ไหมครับว่าวิกฤติน้ําท่วมครั้งนี้ได้มีบทเรียน บางอย่างให้เห็นขึ้น ท่านประธานครับ ขอเวลาผมสักนิดหนึ่งเพราะว่าจังหวัดอุทัยธานีนับเป็น จังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมครั้งนี้ แล้วมันได้เห็นบทเรียนว่าการปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นมีประโยชน์อย่างสูงยิ่ง ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน อบต. ส.ส. ส.ว. ในต่างจังหวัดนั้น อบต. ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน รู้หมดครับว่าบ้านตรงไหนใครอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นท่านสั่งเขา คนเดียวท่านไม่ต้องลงไปครับ ท่านเรียกเขามาแล้วบอกว่าหมู่ที่ ๑๑ ไปดูสิว่าบ้านใคร มีตรงไหนบ้าง ของอะไรมารวมที่นี่แล้วแจกไป และอีกอันหนึ่งที่อยากจะเรียนกับท่านก็คือว่า การเมืองนั้นคนละพรรคแต่ขอให้พวกเดียวกัน มองถึงประชาชน ประเทศชาติเป็น ตัวตั้งนะครับ แต่ผมพูดนี่เป็นเรื่องของการฝืนธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ต้องแบ่งก๊ก แบ่งเหล่า ข้าดี เอ็งเลวต้องกันกันไว้ ผมยกตัวอย่างไม่ใช่คุยครับ ไปดูจังหวัดอุทัยธานีของผม ไปดูครับว่าคนละพรรคและพวกเดียวกันเขาอยู่กันอย่างไร และจังหวัดอุทัยธานีนั้น การจัดการของทุกอย่างเป็นอย่างไร เวลามันน้อยถ้าอยากรู้ผมจะไปอธิบายให้ฟัง

เรื่องเยียวยาครับ อย่าสนใจแต่เพียงกรุงเทพฯ ขณะนี้จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท น้ําเริ่มลดแล้วครับ ท่านไปสํารวจหรือยังว่าผู้ที่เสียหายเป็น ใครอยู่ตรงไหน ทําอะไร ทําหรือยังครับ

๒. ผู้ประกอบการ ครั้งนี้นอกจากประชาชนตกงานหลายแสนคน ผู้ประกอบการครับ ท่านเอาสึนามิโมเดลมาใช้ครับ ครั้งนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้บริหารจัดการกับผู้ประกอบการ เรื่องแบงก์ เรื่องบริษัทประกันภัย อย่างครบถ้วน อย่างน้อยที่สุดท่านถามท่าน ส.ว. ธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ท่านอยู่ภูเก็ตท่านเข้าใจเรื่องนี้เป็น อย่างดี นี่คือในเรื่องของระยะเร่งด่วน

ระยะยาวครับ ถึงเวลาแล้วครับ บ้านเมืองนี้จะต้องมีการจัดผังเมืองรวม เมื่อสมัยก่อนนี้พอพูดถึงเรื่องนี้คนไม่สนใจครับ แต่วันนี้ธรรมชาติได้สอนเรา ทําให้เรา สนใจครับ ผมจะพูดคร่าว ๆ สั้น ๆ นะครับ เราจะต้องกําหนดการอยู่ร่วมกับน้ํา มิได้หมายความว่าเราจะต้องไปนุ่งโจงกระเบน เคี้ยวหมาก ลากเกวียน ไม่ใช่ครับ แต่ท่านจะต้องไปสํารวจว่าบริเวณใดควรจะทําอะไร อยู่อย่างไร ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต แล้วท่านย้ายเขาออกมาให้ค่าชดเชยเขา ต้องกันครับ บริเวณใดที่มีความเจริญแล้วท่านต้องกัน เลยนะครับ วางแผนทุกสิ่ง เทคโนโลยี วิศวกรรม ไม่ต้องห่วงครับ คนไทยมี ไม่ต้องไปใช้ต่างชาติครับ ถ้าไม่มีใครผมรับอาสาลาออกจากสมาชิกวุฒิสภาไปทําให้ท่านก็ได้นะครับ

ต่อมาครับ อยู่ร่วมกัน จัดการน้ําง่ายนิดเดียวครับ ประเทศนี้จะต้องตีกริด (Grid) ตีกริดหมายความว่าอย่างไร ทุกตาราง ๑๐ ตารางกิโลเมตรหรือ ๕ ตารางกิโลเมตร ท่านเช็กลําดับเลยครับว่าประเทศไทยมันลําดับเป็นอย่างไร หลังจากนั้นท่านจะรู้เลยครับว่า น้ํามาอย่างไร ถ้าน้ําที่เราจะต้องการให้น้ํามันไปเร็วครับ ถูกต้องครับ ทําฟลัดเวย์ หรือทําทางน้ําโดยตรงเลยครับ บริเวณใดที่เป็นชุมชนแล้วท่านทําตรงให้น้ําไปเร็วที่สุด เหมือนกับ อะไรรู้ไหมครับ เกาะสมุย พื้นที่เป็นคอนทัวร์ (Contour) แต่ทําไมน้ําท่วม นี่แหละครับคํานี้ แต่ธรรมชาติของน้ํานั้นเขามาคดเคี้ยวเพื่ออะไรครับ เพื่อสร้างความสมดุลของธรรมชาติ น้ําชะลอซึมเข้าไป ป่าไม้เกิด นั่นคือธรรมชาติ เขาสร้างขึ้นมาไม่ได้มีใครทําครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนกับท่านว่าเราทําได้ ป้องกันได้ และถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทํา

ประการที่ ๓ วิศวกรรมธรรมชาติ ที่ผ่านมาต้นไม้โดนทําลายมากมาย ป่าไม้ ถามว่ารัฐบาลมีเวลาป้องกันคิดในโครงการในการที่จะปลูกป่าไหม คิดครับ คิดมาเป็นสิบ ๆ ปี แต่คิดท่านลองไปศึกษาวิธีการสิครับว่า ท่านทําอย่างไรถึงการลงทุนมีเวลาต้องการคิด ในโครงการในการที่จะปลูกป่าไหม คิดครับ คิดมาเป็นสิบ ๆ ปี แต่ท่านลองไปศึกษา วิธีการสิครับว่าท่านทําอย่างไรถึงการลงทุนหรือนโยบายปลูกป่าไม่สําเร็จ ไปศึกษาดูครับ มันอยู่ที่ยุทธวิธีเท่านั้นว่าท่านจะอย่างไร ยกตัวอย่าง เอาง่าย ๆ ผมยกตัวอย่าง ที่ผ่าน ๆ มา ผมเฝ้ามองอยู่ว่ากรมวิชาการเกษตรหรืออย่างไรผมไม่แน่ใจ มีนโยบายในการปลูกป่า แต่ก็ขัดแย้งกับธนาคารต้นไม้ซึ่งมีชุมชนร่วมอยู่ด้วยเป็นล้าน ท่านลองไปศึกษาดูครับ ผมคงไม่มีเวลาพูดรายละเอียด

ถึงที่สุดแล้วขอพูดถึงกรุงเทพมหานคร ถึงแม้ผมจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอุทัยธานี แต่อยู่กรุงเทพฯ ถึงวันนี้ผมยกตัวอย่างการวางผังเมืองที่ไม่ได้วางผังเมือง ให้ท่านเห็นชัด ๆ นักวิชาการหรือใครก็แล้วแต่พูดว่า น้ําที่กรุงเทพฯ จะต้องไปอย่างโน้น ไปทางนี้ ไปทางนั้น อธิบายกันทุกวัน ผมฟังแล้ว แต่คําตอบสุดท้ายผู้ดําเนินรายการถามว่า แล้วน้ําจะ ท่วมไหม ไม่แน่ใจครับ แล้วพูดทําไมเป็นชั่วโมง ไม่มีประเด็นครับ ไม่มีทางป้องกันได้ทั้งหมด เพราะอะไรครับ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ การวางผังเมืองนั้นรูปแบบหลัก ๆ นะครับ มีกริด ซิสเต็ม (Grid systems) หมายความว่าอย่างไร กริด ซิสเต็ม หมายความว่า เราจะมีกรอบ ตีเป็นตารางครับ เมืองอยู่ตรงนี้ ๆ ถ้าเกิดมีภัยพิบัติอะไรต่าง ๆ มันสามารถ ป้องบล็อก (Block) ได้เลย หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือ เรเดียล ซิสเต็ม (Radial systems) คือเป็นรัศมี แต่นั่นหมายความว่ามีขอบเขตในการบล็อก ในการป้องกันทั้งสิ้น แต่วันนี้ประเทศไทย เป็นอะไรครับ ลิเนียร์ ซิสเต็ม (Linear systems) ครับ หมายความว่าเส้นยาวครับ แล้วมีเมืองออกไป สุดลูกหูลูกตา แล้วท่านจะป้องกันอย่างไรครับ ผมถามสิ ท่านจะเอาบิ๊กแบ็ก จะเอากระสอบทราย ไปวางอย่างไรมันจะป้องกันได้ ถึงวันนี้ท่านต้องเอาแผนที่กรุงเทพฯ มากาง แล้วดูเลยว่า ท่านจะป้องกันตรงไหน แล้วท่านรีบป้องกันตรงนั้น แล้วถามว่าขณะนี้สิ่งที่ประชาชน กรุงเทพฯ ต้องการที่สุดเวลาออกสื่อคืออะไรรู้ไหมครับ อยากรู้ว่าน้ําจะท่วมตรงนี้เมื่อไร ความสูงเท่าไร แล้วจะอยู่กี่วัน ถามว่าเราสามารถตอบได้ไหม ตอบได้ครับ หลักวิศวกรรม หลักทางช่าง แม้แต่ช่างสํารวจธรรมดาก็ทําได้ ถ้าทําไม่ได้ผมจะสอนให้ครับ ถึงที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าหากการเมืองยังมีแต่ความขัดแย้ง ผมสงสารท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมก็ดีใจว่าด้วยสิ่งที่ท่านมีนั้นคือความตั้งใจ มันสมองมีแล้ว แต่อาจจะเป็นด้วยอายุ ท่านอาจจะ ไม่มีประสบการณ์ อย่างน้อยที่สุดการตั้งคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมานั้นเพื่อประสานประโยชน์ ทางการเมือง แต่วันนี้มีวิกฤติของชาติทําให้เห็นศักยภาพรอบข้างท่านว่าใครมีศักยภาพ อย่างไร ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจและดําเนินการใช้คนให้ถูกกับงานครับ ก่อนที่จะ จบการอภิปรายวันนี้ผมขอมีบทกลอนให้ท่านได้คิดกันบ้าง ไว้เป็นสติสอนใจ คิดกันสักนิด เถอะครับ น้ําท่วมมากหลากหลายไม่ร้ายเท่า น้ําลายเราถาโถมโจมตีใส่ ขอวิงวอนคํานึงถึง ประเทศไทย อย่าปล่อยให้ย่อยยับกับมือเรา ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุมล สุตะวิริยะวัฒน์

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ ดิฉันได้พูดถึงสาเหตุของการที่เกิดอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไปแล้ว และดิฉันได้ถามหา ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบของการเกิดอุทกภัยครั้งนี้ ในวันนี้นั้นดิฉันคงไม่พูดถึงอีก เพราะแน่นอนว่า ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบนั้นก็คือผู้นําสูงสุดของประเทศ แต่ก็คงไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว ที่จะถามหาสปิริท (Spirit) ของคนที่จะเป็นผู้นําสูงสุดของประเทศอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ในวันนี้ดิฉันจะพูดถึงการฟื้นฟูหลังจากน้ําท่วมว่ารัฐบาลควรที่จะต้องเร่งกู้วิกฤตการณ์จาก ความเสียหายอย่างเหลือคณานับนี้ได้อย่างไร ซึ่งดิฉันจะนําเสนอใน ๔ ประการหรือ ๔ เรื่อง คือ

เรื่องที่ ๑ คือการฟื้นฟูทางกายภาพ ซึ่งแน่นอนเราเห็นกันอยู่แล้วว่า หลังจากนี้ไปเมื่อน้ําลดไม่ว่าถนนหนทาง โครงสร้างพื้นฐานเสียหายขนาดไหน มากมายจน นับไม่ถ้วน รัฐบาลต้องใช้เงินงบประมาณดิฉันว่านับเป็นแสนแสนล้านทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของโบราณสถาน ถนนหนทาง แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากทางรัฐบาล ด้วยว่าในฐานะที่อยู่ทางด้านตะวันตก คือเส้นพระราม ๒ ดิฉันได้ฟังข่าวแล้วก็ไม่สบายใจ เพราะว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เส้นพระราม ๒ นั้นโดนน้ําท่วม และท่านบอกว่าท่านจะไปกู้ เส้น ๓๔๐ ซึ่งท่านทราบไหมว่ามันอ้อมตั้ง ๓๐๐ กิโลเมตร กว่าจะลงจากใต้มาสู่กรุงเทพฯ หรือกรุงเทพฯ ไปสู่ใต้ เราควรที่จะป้องกันสิ่งที่มันยังไม่ท่วม ยังไม่เสียหายกับการที่จะไปกู้ เส้นที่มันน้ําท่วมไปแล้วอะไรมันจะดีกว่ากัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ฝากว่าฝั่งตะวันตก คือเส้นที่ ลงสู่ภาคใต้นั้นอย่าปล่อยว่า ไม่ต้องดูแลปล่อยให้ท่วมไปอะไรอย่างนี้ ซึ่งดิฉัน ฟังแล้วก็ไม่สบายใจ เพราะดิฉันใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางทุกวันในการมาประชุมรัฐสภา เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่กังวลมากเลย

เรื่องที่ ๒ หรือร่างที่ ๒ ก็คือการสร้างงานและการสร้างรายได้ แน่นอน เมื่อหลังน้ําลดเป็นเรื่องที่เรียกว่าเป็นยุคข้าวยากหมากแพง ราษฎรหรือประชาชนไม่มีอัตรา หรือไม่มีกําลังซื้อ แน่นอนเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งดิฉันคิดว่ารัฐบาล จะต้องทุ่มเงินเป็นจํานวนนับแสนล้านบาทอีกเหมือนกัน ซึ่งใช้เงินมากมายก็แน่นอนก็ต้องทํา เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนั้นการยกเว้นภาษีเพื่อเป็นการสนับสนุนการลงทุน ของคนต่างชาติ หรือการที่จะฟื้นตัวให้กับโรงงานอุตสาหกรรม หรือที่จะต้องเยียวยาให้กับ ธุรกิจนอกระบบ หรือเอสเอ็มอี ทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งเป็นคนเล็กคนน้อยเป็นผู้ทําการค้า ของเล็ก ๆ ซึ่งมีความสําคัญต่อประชาชาติอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนรัฐบาลก็ต้องทําในเรื่องนี้ ซึ่งดิฉันเห็นด้วยในการที่ท่านตั้งคณะกรรมการขึ้นมาที่จะฟื้นฟูเรื่องนี้

เรื่องที่ ๓ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นในประเทศ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนต่างชาติหรือคนไทยได้เห็นแล้วว่าการบริหารจัดการของรัฐบาลนั้น ขาดประสิทธิภาพ ขาดการประสานงาน มันจึงได้เกิดภัยพิบัติอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ที่ร้ายก็คือว่า ประชาชนไม่เชื่อถือข้อมูลของรัฐบาล ดังที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กล่าวมาเยอะแยะ หลายท่านแล้ว เหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นภาพของการขาดความเชื่อมั่น แล้วนั่นหมายถึงว่า มันเป็นการบริหารจัดการที่ไม่มีเอกภาพ แน่นอนหลังจากนี้ไปเรื่องเร่งด่วนก็คือว่ารัฐบาล จะต้องรีบเอาน้ําออกจากนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๗ แห่งว่าจะต้องเร่งกันให้น้ําออกจาก นิคมเหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อให้คนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติ แล้วก็ให้ประชาชนคนไทยนั้น เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐบาล อย่าให้เขาเห็นว่าเราก็ปล่อยไปให้น้ํามันท่วมอยู่ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งที่จะให้น้ําออกไปจากนิคมนี้โดยเร็ว นั่นหมายถึงว่ารัฐบาลได้ สร้างความเชื่อมั่นให้เขา และหมายถึงว่ารัฐบาลมีแผนจัดการบริหารน้ําอย่างยั่งยืน และระยะยาวที่มีประสิทธิภาพ

เรื่องที่ ๔ ก็คือการฟื้นฟูในด้านจิตใจของคนไทยแน่นอนภาพจากสื่อ ไม่ว่าจะเป็นคนจํานวน ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คนที่ต้องอพยพ ซึ่งดิฉันก็ไม่อยาก เรียกว่าผู้อพยพ แต่เรียกว่าผู้พักพิงที่จังหวัดเพชรบุรีของดิฉันนั้นก็เป็นศูนย์ในการที่จะรับ ผู้พักพิง และดิฉันก็ได้ดูแลอย่างดี เพราะว่าเขาเดินทางมาหาที่พักพิง เดินทางมาด้วย ความยากลําบาก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเยียวยาทั้ง ๔ ด้านนี้นั้นดิฉันถือว่าเป็นการบ้าน ที่รัฐบาลจะต้องรีบจัดการหาคําตอบ คําตอบไม่ใช่เงินทองจํานวนมากมาย แต่คําตอบก็คือว่า ทําอย่างไรที่จะให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันที่จะร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไขวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นไป โดยเฉพาะชุมชนในการที่จะฟื้นฟูประเทศขึ้นมา แต่ปัญหาสําคัญก็อยู่ตรงที่ว่ารัฐบาล จะทําอย่างไรที่จะให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือร่วมใจกันร่วมแรงกัน เพราะว่าดิฉันไม่อยากได้ยิน คนเมืองเพชรบุรีฟ้องว่าได้เอาของไปบริจาคให้คนอุดรธานี แล้วคนอุดรธานีถามว่ามาจากไหน เมื่อรู้มาจากเมืองเพชรบุรีจังหวัดดิฉันเขาบอกว่าไม่เอา ที่จริงเขาใช้ภาษาที่ดิฉันไม่กล้าพูด ในสภาแห่งนี้ ซึ่งดิฉันไม่อยากให้เกิดอย่างนั้นขึ้นเลยในภาวะวิกฤติอย่างนี้ อยากให้เรามีความ สมานสามัคคีกันเหมือนดังที่ท่านเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวไปแล้ว และไม่อยากให้เป็น เรื่องของเกมการเมือง ขอบคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ครับ

นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง สมาชิกวุฒิสภาสรรหา องค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจกับประชาชนทุกท่านทุกคน ที่ประสบภัยปัญหาน้ําท่วม รวมทั้งดิฉันด้วยนะคะก็ประสบปัญหาเหมือนกันเช่นกัน อย่างทั่วถึงนะคะ จากปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ใหญ่หลวงมากนักครอบคลุมไปหลายจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่ง ณ กทม. ในวันนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้น น้ําท่วมต่อเนื่องและยาวนานที่สุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมมาจนถึงปัจจุบัน สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากมายมหาศาล และรัฐบาล ก็ยังไม่สามารถที่จะประเมินความเสียหายได้ชัดเจนตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะ เร่งระบายน้ําออกไปให้ได้เร็วที่สุด ยิ่งถ้าปล่อยนานให้น้ําขังนานเท่าไรความเสียหาย ก็จะมากขึ้นตามมาด้วยค่ะดิฉันเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ เห็นใจหน่วยงานต่าง ๆ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน อาสาสมัคร โดยเฉพาะทหารทุกเหล่าทัพ ที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ดิฉันทราบว่าทุกคนเหนื่อยล้า เพราะต้องต่อสู้กับน้ํา มาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว ดิฉันขอเป็นกําลังใจให้ทุกท่าน ทุกหน่วยงาน ทุกคน ทั้งรัฐบาลที่ได้ช่วยเหลือกัน ให้ฟันฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ให้ได้ค่ะ ดิฉันจะไม่ขอพูดถึงว่าใครผิด ใครถูก ไม่อยากจะให้ใครซ้ําเติมว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิด ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายถูก ดิฉันคิดว่า ในการที่จะแก้ไขปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ ดิฉันคิดว่าอนาคตประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินให้เอง ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงเวลานี้ทุ่มหนึ่งแล้ว ทั้งปัญหา วิธีการแก้ไข วิธีการฟื้นฟู ทุกท่านก็ได้นําเสนอให้กับทางรัฐบาลได้แก้ไขแล้วนะคะ ดิฉันจะไม่ขอพูดซ้ําในสิ่งนี้ แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะให้ทางรัฐบาลนี้ก็คือเร่งระบายน้ําจากพื้นที่ ทุกแห่งให้เร็วที่สุดนะคะ แล้วก็เร่งทําการฟื้นฟูประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ด้านเกษตรกรรม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ประสบ ความเดือดร้อนทั้งหมดจํานวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนะคะ

และอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขอฝากทางรัฐบาลนะคะก็คือ ด้วยความห่วงใย ในการฟื้นฟูประเทศหลังน้ําลดรัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล ซึ่งก็ทราบว่า ทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ในปี ๒๕๕๕ นี้ทั้งหมด ๒.๓ ล้านล้านบาท แต่สิ่งซึ่งดิฉัน อยากจะฝากทางรัฐบาลก็คือ รัฐบาลนี้ยังจะมีโครงการประชานิยม ซึ่งในช่วงที่รัฐบาลนี้ ได้หาเสียงให้สัญญากับประชาชนไว้ โครงการประชานิยมที่รัฐบาลจะต้องใช้เงินมากมาย หลายแสนล้านบาทนะคะ ซึ่งล้วนเป็นเงินของภาษีประชาชนทั้งสิ้น ดิฉันอยากจะขอ ยกตัวอย่าง โครงการประชานิยม อย่างเช่น การปรับฐานเงินเดือนของข้าราชการระดับ ปริญญาตรีซึ่งจะต้องใช้เงินถึง ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เบี้ยยังชีพสําหรับผู้สูงอายุ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วยังมีการลดภาษีนิติบุคคล ๑.๕ แสนล้านบาท และยังรถคันแรก บ้านหลังแรก และแจกแท็บเล็ตเด็กนักเรียน ดิฉันอยากจะขอฝากทางรัฐบาลว่าได้กรุณา พิจารณาตัดลดโครงการนี้ชะลอไว้ก่อนเพื่อที่จะให้นําเงินส่วนนี้มาฟื้นฟูประเทศ เพื่อกอบกู้ เศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาโดยเร็ว ดิฉันคิดว่าถ้าหากว่ารัฐบาลฟื้นฟูประเทศ ประสบความสําเร็จโดยเร็ว รัฐบาลจะได้คะแนนนิยมมากกว่า ยั่งยืนกว่าโครงการประชานิยม เสียอีกนะคะ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ดิฉันอยากจะขอฝากทางรัฐบาลก็คือ อยากจะให้ทาง รัฐบาลได้มีแผนงานยุทธศาสตร์ในการป้องกันปัญหาน้ําท่วมที่จะเกิดขึ้นอีก แม้กระทั่ง ณ ปัจจุบันนี้น้ําก็ยังไม่ลดนะคะ แล้วอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฝนใหม่ก็จะลงมาแล้ว ดิฉันยังไม่ทราบ ถึงนโยบายของรัฐบาลว่าจะมีวิธีการป้องกันอย่างไรอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แล้ว ณ ปัจจุบันนี้ ในภาคเหนือและภาคอีสานเริ่มหนาวแล้วท่านได้มีวิธีการที่จะช่วยเหลือประสบภัยหนาว หรือยัง อันนี้ดิฉันอยากจะขอฝากรัฐบาลไว้นะคะ แล้วก็ดิฉันไม่อยากจะให้ประเทศไทยเรา เกิดปัญหาอุทกภัยน้ําท่วมซ้ําซาก แล้งซ้ําซาก ก็อยากจะขอฝากท่านทางรัฐบาลได้พิจารณา นําประเด็นต่าง ๆ ที่ได้นําเสนอไปนี้เพื่อที่จะช่วยเหลือให้กับผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุดคือ ประชาชนและประเทศชาติ รัฐบาลต้องทํางานแข่งกับเวลาแล้วนะคะ ดิฉันก็อยากจะขอฝากไว้

และสุดท้ายนะคะ ดิฉันเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ก็น้ําท่วมเหมือนกันนะคะ แต่โดยที่ว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันเราไม่ทิ้งกัน จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทําข้าวกล่องส่งมาให้กรุงเทพมหานครทุกวัน วันละ ๑๐,๐๐๐ กล่อง อันนี้ก็ถือว่า ต่างจังหวัดก็ยังที่จะดูแลแล้วก็แบ่งเบาภาระทาง กทม. ได้นะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉัน ก็ต้องขอขอบคุณทางหน่วยงานของจังหวัดอุบลราชธานีทุกภาคส่วนและโดยผู้ว่าราชการ จังหวัดอุบลราชธานีด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นรอบของสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ที่ผมมี ๒ ชื่อนะครับ มีชื่อท่านสุณีย์กับท่านจตุพร เชิญท่านสุณีย์ เหลืองวิจิตร ๘ นาทีครับ

นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตนําเรียนปัญหาและแนวทาง แก้ไขต่อกรณีปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัยพร้อมภาพถ่ายประกอบต่อท่านประธาน รัฐสภาผ่านไปยังรัฐบาล ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพคะ ดังที่ทราบว่าปีนี้หลายจังหวัด ถูกน้ําท่วมหนัก ๑ ในนั้นรวมจังหวัดพิจิตรซึ่งเป็นบ้านเกิดของดิฉัน และเป็นจังหวัดแรก ที่ถูกน้ําท่วมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เนื่องจากจังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ราบลุ่ม น้ําท่วมขังทุกปี จะท่วมขังประมาณ ๑-๒ เดือนน้ําก็จะแห้ง แต่ในปีนี้มีมวลน้ํามหาศาล ทําให้จังหวัดพิจิตรถูกน้ําท่วมขังเป็นเวลานานถึง ๔ เดือนเศษ เนื่องจากจังหวัดพิจิตรนั้นมีแม่น้ํา ๒ สาย คือแม่น้ําน่านและแม่น้ํายมมีความตื้นเขิน กักเก็บน้ําได้น้อย เวลาหน้าแล้งก็ไม่มีน้ําให้ใช้ในการเกษตร เวลาหน้าน้ําก็ถูกน้ําท่วมซ้ําซาก ซึ่งชาวจังหวัดพิจิตรประสบปัญหาอย่างนี้อยู่เป็นประจํา ดังภาพถ่ายที่จะได้เสนอให้กับ ที่ประชุมได้ดูนะคะ ขอภาพถ่ายด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานคะนี่จะเห็นว่าเป็นภาพถ่ายของแม่น้ํายม ซึ่งจะเห็นว่าเวลาหน้าแล้งนั้นจะตื้น และรถยนต์จะวิ่งผ่านได้ เด็กนั้นจะใช้เตะฟุตบอลเล่นกันในแม่น้ํายมที่ตื้นเขินนะคะ ส่วนหน้า น้ําท่วมน้ําก็จะท่วมซ้ําซาก จากปัญหาน้ําท่วมหนักในปีนี้ จังหวัดพิจิตรมีผู้เสียชีวิตถึง ๕๓ ราย ผู้ได้รับความเดือดร้อน ๕๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ไร่นาเสียหายมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กําลังใจ และรับฟังปัญหาจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก น้ําท่วมทั้งจังหวัดพิจิตรและอีกหลายจังหวัดที่น้ําท่วม ดิฉันได้ประสานประชาชนและตัวแทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดมความคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ําท่วมดังกล่าว จังหวัดพิจิตรได้ข้อสรุปแนวทางเบื้องต้นว่าจะพัฒนาบึงสีไฟเป็นแก้มลิงตามแนวพระราชดําริ เพื่อรองรับน้ําที่ผันมาจากแม่น้ําน่านและแม่น้ํายมสู่บึงสึไฟ บึงสีไฟเป็นบึงขนาดใหญ่อันดับ ๔ ของประเทศไทย ปัจจุบันมีเนื้อที่ ๕,๓๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ํา ๑,๓๐๐ ไร่ จะมีพื้นที่ที่สามารถ พัฒนาเป็นแก้มลิงได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่เศษ หากขุดลอกได้ความลึก ๔ เมตรก็จะสามารถ กักเก็บน้ําได้ ๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าหากขุดลอกได้ลึก ๘ เมตรก็จะสามารถเก็บน้ําได้ ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังในภาพที่ได้เห็นเมื่อสักครู่ในเรื่องของแผนที่จะพัฒนาบึงสีไฟเป็น แก้มลิง นอกจากนี้ก็ให้สํารวจพื้นที่สาธารณะที่มีพื้นที่ขนาด ๕๐ ไร่ขึ้นไปจนถึง ๕๐๐ ไร่ เพื่อเตรียมขุดลอกเป็นพื้นที่แก้มลิงขนาดเล็ก เพื่อกักเก็บน้ําในฤดูน้ําหลาก และนํามาใช้ ในฤดูน้ําแล้ง ท่านประธานที่เคารพรัก จากการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ของจังหวัดพิจิตรเพียงจังหวัดเดียว คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ําท่วมได้ทั้งประเทศ ดิฉันจึง ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้ช่วยกันศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา น้ําท่วมทุกจังหวัด เพื่อนํามาบูรณาการร่วมกัน เช่น สมมุติว่าจังหวัดพิษณุโลกเก็บน้ําได้ ๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จังหวัดนครสวรรค์เก็บน้ําได้ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ถ้าได้ศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ในอนาคตหากมีมวลน้ําอย่างมหาศาล อย่างน้อยก็จะช่วยชะลอการไหลของมวลน้ําได้ พร้อมทั้งยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และความเสียหายของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานครที่เป็น หัวใจหลักของประเทศก็ไม่ควรได้รับความเสียหายจากปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย ดิฉันได้เห็นภาพสนามบินดอนเมืองถูกน้ําท่วม เครื่องบินที่จอดอยู่ที่สนามบินก็ถูกน้ําท่วมด้วย เช่นกัน โชคดีที่เรายังมีสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงการคมนาคมทั้งใน และระหว่างประเทศ ทําให้ดิฉันคิดถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ท่านนั้นมีความตั้งใจ และมีความมุ่งมั่นเร่งสร้างสนามบินสุวรรณภูมิให้แล้วเสร็จในสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะถูกกล่าวหาโจมตีต่าง ๆ นานา แต่ดิฉันเชื่อว่าหนทางจะพิสูจน์ม้ากาลเวลาจะพิสูจน์คน แล้ววันนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในผลงานที่ท่านทําไว้ได้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย และประเทศไทยเป็นอย่างมาก ถ้าหากเราไม่มีสนามบินสุวรรณภูมิรองรับอีกแห่งหนึ่ง ประเทศไทยก็จะไม่สามารถติดต่อกับ นานาประเทศได้ อาจทําให้เศรษฐกิจเสียหายมากกว่านี้ ถ้าทุกจังหวัดทุกภาคส่วนได้ร่วมกัน ศึกษาปัญหาหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นําเสนอต่อท่านประธานฝากไปยังรัฐบาล เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ดิฉันเชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้จะไม่มีญัตติปัญหาน้ําท่วม ซ้ําซาก น้ําแล้งซ้ําซากค้างในสภาอีกต่อไปค่ะ

ท้ายที่สุดนี้ ประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรและคนไทยทั้งประเทศ ฝากเป็น กําลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีต่อสู้กับปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ให้พ้นวิกฤติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ได้แถลงไว้ว่า จะสลายทุกข์สร้างสุขให้กับประชาชน ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตั้งใจทํา อย่างดีที่สุดในขณะนี้ค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ ๒๖ นาที เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ใน ๒ สถานะ สถานะหนึ่งคือการรับรู้ความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน อีกสถานะหนึ่งเส้นทางไปที่บ้านผมนั้นก็อยู่ไม่ได้แตกต่างจากสถานะของ ผู้ประสบอุทกภัย แต่ทั้งหมดครับท่านประธานที่เคารพ บรรยากาศตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ในซีกของพี่น้องประชาชนจะเป็นเรื่องของความร่วมไม้ร่วมมือจนกระทั่งเราลืมกันว่าเราได้ ผ่านความทุกข์ยาก ความลําบากในการต่อสู้กันมาอย่างไร แต่ในซีกทางการเมืองนั้น ท่านประธานที่เคารพ ยังมีการแข่งขัน ยังมีความไม่เข้าใจ แล้วก็พยายามจะอธิบายว่า การเข้ามาบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นเป็นสาเหตุของน้ําท่วม แล้วก็ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะฉะนั้นจึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ผมขอเรียน กับท่านประธานนะครับว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม แต่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ ๘ สิงหาคม วันที่ ๒๓ ๒๔ สิงหาคม แถลงนโยบาย นั่นหมายความว่าประเทศนี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี จะเริ่มต้นบริหารประเทศในวันที่ ๒๕ สิงหาคม เป็นต้นมา ผมขอกราบเรียนกับท่านประธาน นะครับว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ผมได้อธิบายกับพี่น้องประชาชนว่าการเข้ามาเป็น นายกรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้น ผมเปรียบเทียบว่าสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ มาเป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๔ โน่นรับหนี้ ไอเอ็มเอฟ (IMF) คามือ ๔๗๐,๐๐๐ ล้านบาท นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรีฐานะผู้น้อง รับน้ําเต็มเมืองเหมือนกัน โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด น้ําท่วมปาเข้าไปถึง ๖๔ จังหวัด แปลความกันว่าน้ําไม่ท่วมมีเพียงแค่ ๑๑ จังหวัดเท่านั้น และโศกนาฏกรรมครั้งนี้หลายคนพยายามอธิบายว่าเป็นเพราะว่ารัฐบาล ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีเมื่อไปพบกับ พี่น้องประชาชน ในสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ เมื่อประชาชนเขาร่ําไห้เขามีความ เดือดร้อน ความเป็นมนุษย์นี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือจะเป็นใครก็ตาม ที่เห็น เพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้รับชะตากรรมย่อมที่จะมีความรู้สึกน้ําตาไหลเป็นเรื่องปกติ ผมบอก กลับไปยังท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี จงร้องไห้ต่อไปเถิด ถ้าการร้องไห้นั้น เป็นการร้องไห้เพื่อพี่น้องประชาชน นักการเมืองบางคนหน้าเหี้ยมอํามหิตยังร่ําไห้เพื่อ คนคนเดียวได้เลย แล้วก็มีคนบางพวกก็ไปยกย่องกัน การที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขาเข้ามาแล้ว ได้รับชะตากรรมอันนี้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ตั้ง ศปภ. ปรากฏว่าก็มีการพยายาม อธิบายแดกดันกันว่าทําไมนายกรัฐมนตรีไม่ตั้งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมเองท่านประธานที่เคารพ ความที่ว่าเป็นคนที่ ติดตามว่าก็ศึกษาผู้ที่รู้กว่า เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทําไมไม่ตั้งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยควบรองนายกรัฐมนตรี ก็ไปพบเอาคําสั่งที่ ๒๘๐/๒๕๕๓ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการกํากับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และจัดตั้ง ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย แต่งตั้งโดยใครครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ ตั้งใครละครับ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีเวลานั้น และถามกลับไปว่าแล้วตั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะแตกต่างไปจากอะไรครับกับการแต่งตั้ง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมเองเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีว่า ตัดสินใจถูกแล้ว เพราะคนที่จะอํานวยการดําเนินการจัดการนั้นต้องเป็นคนที่นั่งคาที่ไปไหนไม่ได้ ถ้าตั้งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ คนอื่นต้องไปประสานจัดการกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่น้ําท่วม นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เขาก็ต้องลงไปส่วนหน้าเหมือนกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แต่ถ้ามานั่งเป็นประธานเสียเองไปไหนแล้วก็สั่งการไม่ได้ นี่เป็นระบบบริหารตัวนายกรัฐมนตรีจะไปไหนก็ได้ เขื่อนแตกที่ไหน น้ําท่วมตรงไหนก็ไปดูจุด สัมผัสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่เป็นหลักการบริหาร เพราะฉะนั้นการตัดสิน ตั้ง ศปภ. นั้น จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ การที่นายกรัฐมนตรี ไม่ใช้การประกาศพระราชกําหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี ๒๕๕๐ นั้น นี่ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะเวลานี้ ผมเรียนกับท่านประธานว่าการแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องฟังคําสั่งนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตํารวจ ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. บริหารราชการแผ่นดิน หรือแม้กระทั่ง พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดครับท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมจะต้องเรียนต่อไปนี้ กับท่านประธานก็คือว่า ประเทศไทยเราต้องมีบทเรียนกันในวันข้างหน้าเราจะได้ซึมซับกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้นมันมีความเสียหายกันอย่างไร ผมเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า มีบรรดาหมู่มิตรของผม ไม่ว่าจะเป็นอดีตรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น นายทหาร นายตํารวจและอีกหลาย ๆ บุคคล รวมกระทั่งอดีต ส.ว. อย่างกับ ส.ว. เรืองไกร ก็ทําหน้าที่ที่จะระดมข้อมูลร่วมกัน ผมเรียนกับท่านประธานว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมชลประทาน ซึ่งอยู่ภายใต้กํากับของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งความรับผิดชอบทั้งหมดมันจะ อธิบายได้เลยว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาถึงอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มีคนถามว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์โดนวางยาหรือเปล่า พอผมไปค้นดูสถิติกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผมตอบทันทีว่าไม่ได้โดนวางยาแต่โดนวางน้ําอย่างแน่นอน เหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน ที่เคารพ ท่านประธานลองตามมาดูเถอะครับว่าสถิติมีหมดเลยครับ ตั้งแต่เดือนมกราคม ยันเดือนธันวาคม เอาวันที่ ๓๑ กรกฎาคม เป็นรอยต่อสําคัญ เลือกตั้ง ๓ กรกฎาคม สภายังไม่เรียกประชุม นายกรัฐมนตรียังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี คนเดิมทําหน้าที่รักษาการ ปริมาณน้ําในเขื่อนภูมิพลมีมากกว่าเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึง ๔,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ มีการเก็บน้ํา มากกว่าปีที่แล้วมากถึง ๓,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร รวม ๒ เขื่อนนี้เท่านั้นเก็บน้ํามากกว่าปีกลายถึง ๘,๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประธาน ที่เคารพ ลองดูสถิติสิครับว่า ถ้าระดับน้ําในเขื่อนวันที่ ๓๑ กรกฎาคม มันเท่ากับปีกลาย ฝนตกในภาคเหนือ ๕ พายุ ที่เรียงรายกันมาไม่ว่าจะเป็นไหหม่า นกเตน ไห่ถาง เนสาด นาลแก มันจะมีความหมายอะไรครับท่านประธานที่เคารพ ปริมาณน้ําที่ภาคเหนือ ๑๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าเก็บน้ําเท่ากับปีกลายความเสียหายก็จะเกิดขึ้นเหลือเพียง ๓,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ความรุนแรงมันก็จะลดลง น้ําที่จะท่วมระเนระนาด พังพินาศย่อยยับ โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือน เรือกสวนไร่นามันก็ไม่มีความพินาศ ท่านประธานลองไปดูสถิติน้ําฝนตกสิของกรมอุตุนิยมวิทยา ความจริงก็มีการสูงกว่าบางเดือน แล้วบางเดือนก็ห่างกันเล็กน้อยเท่านั้น นี่คือระบบการจัดการ ท่านประธานจะได้เห็น วิวัฒนาการว่าฝนในประเทศไทยนั้นมันจะไม่ตกในปีนี้เฉพาะเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เท่านั้น นี่ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาเดือนมีนาคมฝนตกมากผิดปกติ ภาคเหนือมากกว่าปกติถึง ๓๓๔ เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางมากกว่าปกติถึง ๓๐๕ เปอร์เซ็นต์ เดือนต่อมาฝนก็ตก ระเนระนาด ท่านประธานที่เคารพ โดยสามัญสํานึกของรัฐบาลเวลานั้นจะอ้างว่ากักน้ํา เพื่อภัยแล้งจะต้องมีสามัญสํานึก มีพายุต่าง ๆ เรียงรายเข้ามาแบบนี้ แต่ปรากฏว่า เก็บน้ํามากแล้วก็ปล่อยน้อย ท่านประธานที่เคารพการเก็บน้ํานั้นวิวัฒนาการเห็นกันอย่าง ชัดเจนก็คือว่าในเดือนเมษายนทั้งที่น้ําในเขื่อนมีมากกว่าในปี ๒๕๕๓ ถึง ๕๐๐ ล้านคิว แต่เขื่อนกลับปล่อยน้ําทั้งเดือนเพียงแค่ ๓๒๓.๖๗ ล้านคิว เฉลี่ยวันละ ๑๐.๘ ล้านคิว พอสิ้นเดือนเมษายนน้ําในเขื่อนภูมิพลมีน้ํามากกว่าปี ๒๕๕๓ ในเวลาเดียวกันเพิ่มถึง ๑,๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เขื่อนก็ยังไม่ระบายน้ําให้เพียงพอ เดือนพฤษภาคม รัฐบาลที่แล้ว ยุบสภาวันที่ ๙ พฤษภาคม แต่ก็เป็นรัฐบาลรักษาการ เขื่อนภูมิพลปล่อยน้ําลดลงเหลือเพียง ๑๑๒.๕๑ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ยวันละ ๓.๖ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทําให้ พอสิ้นเดือนพฤษภาคมปริมาณน้ําในเขื่อนมีมากกว่าปี ๒๕๕๓ ถึง ๒,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เขื่อนก็ยังไม่ระบายน้ําให้เพียงพอ เดือนมิถุนายนขณะท่านทั้งหลายหาเสียงเลือกตั้ง ผมก็อยู่ในเรือนจํานั้น เขื่อนภูมิพลกลับปล่อยน้ําลดลงอีกเหลือเพียง ๙๘.๑๐ ล้านคิว หรือเท่ากับเฉลี่ยวันละ ๓.๒๗ ล้านคิว ทําให้พอสิ้นเดือนมิถุนายนน้ําในเขื่อนภูมิพล จึงมีปริมาณน้ํามากกว่าปี ๒๕๕๓ ในเวลาเดียวกันถึง ๓,๕๐๐ ล้านคิว โดยสามัญสํานึก ของรัฐบาลเวลานั้นเมื่อน้ํามีมากผิดปกติถึงเวลานี้กลับไม่ยอมระบายน้ําให้เพียงพอ เดือนกรกฎาคมต่อครับ ระบายน้ําได้เพียง ๑๗๖ ล้านคิว เฉลี่ยวันละ ๕.๖๗ ล้านคิวเท่านั้น ทําให้เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม ปริมาณน้ํามากกว่าถึง ๔,๕๐๐ ล้านคิว ตามที่ได้เรียนกับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ความที่มีการเก็บน้ําสะสมกันอย่างนี้ ท่านประธาน เชื่อไหมว่าระหว่างวันที่ ๖-๑๒ ตุลาคม ด้วยรัฐบาลยิ่งลักษณ์รับน้ําเต็มในระหว่างวันที่ ๖-๑๒ ตุลาคม เขื่อนปล่อยน้ํามากกว่า ปล่อย ๑ วันมากกว่าปล่อยเดือนมิถุนายนทั้งเดือน วันละกว่าร้อยล้านคิว พินาศย่อยยับหมดรับมือกันไม่ไหว ผมเรียนกับท่านประธานว่าหายนะที่มันเกิดขึ้นอันนี้ ผมเห็นใจ ศปภ. เห็นใจข้าราชการ เห็นใจประชาชน ไม่มีใครหรอกครับที่อยากให้โรงงานอุตสาหกรรมพังพินาศก็ต้องไปสู้ ตอนแรกมันก็สู้ได้กันทั้งนั้น แต่ใครละครับเป็นรัฐบาลบอกแย่แล้วอย่าไปสู้เลยพัง บอกประชาชน ท่วมพินาศย่อยยับเป็นอย่างนี้รัฐบาลจะไม่นั่นเลย แต่ไปสู้ สู้ไม่ได้ก็เห็นสภาพ แล้วก็จะเกิดความรู้สึกกัน ผมเรียนกับท่านประธานว่าตลอดระยะเวลานั้นพวกกระผม ทําหน้าที่ในการรณรงค์ บอกพี่น้องพวกกระผมคนเสื้อแดงนี่นะครับ บอกว่าร่วมบริจาค ข้าวสารเป็นพัน ๆ ตันทั่วทั้งประเทศ มีคนเสื้อแดงปลูกข้าวเยอะแยะ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งของบริจาคมากมายส่งเป็นเงินเข้า ศปภ. ไป เป็นของลงไปมอบตามพื้นที่ แต่ไม่เคยถาม เลยว่าคนที่รับคุณเป็นเสื้อแดงหรือคุณไม่ใช่เสื้อแดง เวลานั้นไม่มีใครคิดเลวทรามต่ําช้าว่า จะต้องไปมอบให้กับคนเสื้อแดง ไม่มีใครไปรับของจาก ศปภ. แล้วไปบอกว่าแจกให้กับ คนเสื้อแดง คนเสื้อแดงเขาไประดมกันเองเพียงแต่ว่าที่ ศปภ. นั้นเขาไปร่วมบรรจุถุงให้กับ ทาง ศปภ. เพราะพี่น้องบริจาคสิ่งของมากมาย เวลานี้ท่านประธานทราบไหมครับ ผมพยายามไปตามดูว่าทั้งบริจาคจากต่างประเทศ จากในประเทศ นี่ปาไปได้เป็นเงินสด ไม่นับสิ่งของนะครับ กว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท ปีกลายน้ําท่วมวันที่ ๑๐ ตุลาคม ถึงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ ท่วม ๓๘ จังหวัดนี่นะครับ เวลานั้นประชาชนร่วมมือเพียงแค่ ๒๘๘ ล้านบาทเท่านั้นเอง ที่บอกว่าประชาชนไม่กล้าบริจาค นี่แหละครับปริมาณมันก็อธิบาย กันอยู่แล้ว ผมเรียนกับท่านประธานก็คือว่าเรื่องบริจาคเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องสําคัญคือ เรื่องหัวใจของพี่น้องประชาชน เวลานี้กรุงเทพมหานครครับท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นคน ที่มีสํามะโนครัวทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร แม้ว่าเป็นคนที่เกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่มีความผูกพันกับกรุงเทพฯ มาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ผมเองได้บอก ตลอดระยะเวลาว่า ไม่ว่าจะพูดผ่านรายการโทรทัศน์หรือมีโอกาสได้พูด ผมบอกว่าคนที่อาศัย อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องขอบคุณคนนครสวรรค์ คนพิจิตร พิษณุโลก สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี นนทบุรี ปทุมธานี ที่เขาแบกรับน้ําแทน คนกรุงเทพฯ มาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ยังได้รณรงค์เชิญชวนพี่น้องกรุงเทพฯ ร่วมกัน บริจาคสิ่งของ เพราะว่าผมเองลงไปพื้นที่คนต่างจังหวัด คนสิงห์บุรี คนแต่ละจังหวัด เขาจะบอกเลยว่าเขาพร้อมรับน้ําแทนคนกรุงเทพฯ ได้ฟังคนกรุงเทพฯ พูดบอกว่าเขามีหน้าที่ ดูแลคนกรุงเทพฯ ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลของคนทั้งชาติ พี่น้องชาวต่างจังหวัดนี่นะครับ น้ําตาซึม เลยว่าหัวใจมันแตกต่างกันเลยหรือ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าผมเองก็ได้มีการ ติดตามสถานการณ์และพยายามตามไปค้นคว้าอีกว่า ไม่ค้นที่ไหนหรอกครับค้นที่เว็บไซต์ พรรคประชาธิปัตย์นี่แหละครับแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด และไปดูว่าการดูแลรับน้ํากันเป็นอย่างไร ปี ๒๕๕๔ การเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานครนี่นะครับท่านประธาน มีการล้าง ทําความสะอาดท่อระบายน้ําความยาว ๓,๗๘๐ กิโลเมตร เทียบเป็น ๕๙ เปอร์เซ็นต์ การขุดลอกคูคลอง กําจัดวัชพืชคิดได้ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ การเตรียมความพร้อมเรื่องการติดตั้ง เครื่องสูบน้ํา เครื่องสูบน้ําในความรับผิดชอบของกองเครื่องจักรกลของกรุงเทพมหานคร ท่านประธาน ที่ติดตามข่าวสารนี่ครับ ผมเองไม่ได้ไปนั่งอยู่ในส่วนราชการอะไร เป็น ส.ส. นี่รู้หน้าที่ วันที่กรุงเทพมหานครมีปัญหากับกรมชลประทาน บอกว่าทําเรื่องขอเครื่องสูบน้ํา ๖๐ เครื่อง จะเป็นจะตายให้ได้ครับ เกิดวิวาทะ เมื่อได้แล้วก็เคลียร์ (Clear) กัน ขอบคุณกัน ไม่มีปัญหาอะไร ผมนี่ตกใจว่ากรุงเทพมหานครมันไม่มีเครื่องสูบน้ําสักเครื่องหรือครับนี่ แล้วสํานักงานระบายน้ํามันอยู่ตรงไหน อย่างไร ท่านประธานเชื่อไหมครับว่านี่คือตัวเลขที่อยู่ในเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์นี่นะครับ เครื่องสูบน้ําชนิดไฟฟ้า ๘๕๙ เครื่อง สามารถระบายน้ํา ๖๖๑ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เครื่องสูบน้ําชนิดเครื่องยนต์ ๒๙๓ เครื่อง เฉพาะอยู่ที่กองเครื่องกลนี้ ๑,๑๕๒ เครื่อง ต่อมาท่านประธานที่เคารพ การเตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ํา มีสถานีสูบน้ําจํานวน ๑๕๘ สถานี ฝั่งพระนคร ๑๐๕ สถานี ฝั่งธนบุรี ๕๓ สถานี มีประตูระบายน้ําจํานวน ๒๑๔ สถานี มีเครื่องสูบน้ําประจําสถานีรวม ๗๖๗ เครื่อง พลังสูบน้ําฝั่งพระนคร ๑,๐๘๖.๔๗ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ฝั่งธนบุรี ๔๙๗.๖๗ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับ กองเครื่องจักรกลแล้วครับท่านประธานที่เคารพ จะระบายน้ําต่อวินาทีทั้งกรุงเทพมหานคร ต่อ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เฉลี่ยกว่า ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และบัดนี้ กรุงเทพมหานครเอาไปทําอะไร และท่านประธานดูต่อนะครับ อุโมงค์ยักษ์จํานวน ๗ แห่ง ความยาว ๑๙ กิโลเมตร มีประสิทธิภาพระบายน้ํา ๑๕๕.๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จัดกระสอบทรายเตรียมจํานวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ ลูก ก็เที่ยววิ่ง ขอกระสอบทรายจาก ศปภ. แล้วก็บอกว่าได้รับกระสอบกระดาษนั่นละ ที่เกิดวิวาทะกัน เกิดมีปัญหาท้าทายกันนั้น ที่ขอ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ลูก แล้ว ๓,๐๐๐,๐๐๐ ลูกไปไหน ไปทําอะไรครับ นี่ไม่นับหน่วยเมตรด้วยนะครับ จํานวนเจ้าหน้าที่ ๗๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพ พูดถึงอุโมงค์ยักษ์นี่ครับ ผมนั่งรถจากพรรคจะเห็นนะครับป้ายโฆษณาของกรุงเทพมหานคร ติดโชว์หรานะครับ อุโมงค์ระบายน้ําขนาดยักษ์เพื่อคนดอนเมือง หลักสี่และจตุจักร พร้อมเพื่อคน กรุงเทพฯ ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ําท่วมอย่างยั่งยืน ดอนเมือง หลักสี่ จตุจักร ท่วมเกลี้ยง เลยครับท่านประธาน เพราะว่านั่งยืนไม่ได้ต้องยั่งยืนครับ นั่งยืนมิดหัวเลยครับ นี่ก็เป็น คําถามที่ต้องการคําตอบเช่นเดียวกัน กรุงเทพมหานครไม่ใช่ลูกแหง่ครับท่านประธาน ที่เคารพ งบประมาณทั้งรัฐอุดหนุนด้วย ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะต้องลงไปดูแล ในการจัดการ เมื่อเช้ามีการอภิปรายอวดเรื่องครัวกัน รัฐบาลนี่เขารับผิดชอบ ๖๔ จังหวัด ก็กรุงเทพฯ บอกว่าฟังข้าพเจ้าคนเดียว แล้วข้าพเจ้าไปไหนละครับเวลามีปัญหา ผมเรียนกับ ท่านประธานเลยนะครับว่าเวลานี้มันต้องร่วมมือกัน อย่าเป็นเจ้ายศเจ้าอย่างมันจะแก้ไข ปัญหาอะไรไม่ได้เลย เสร็จแล้วทางจังหวัด กระทรวงมหาดไทยนี่เขาไม่คิดอะไร ทําข้าวส่งเขต เขตไปส่งก็ในนาม กทม. นะครับ มีสารพัด มีตัวอย่างมากมายและครัวของรัฐบาลนี่เขาไปทุกที่ เวลานี้คนไปแหย่ว่าโน่น กทม. นี่กองทัพบก นี่กองทัพเรือ นั่นตํารวจ มันอยู่ในกลไก ของรัฐบาลทั้งนั้น รัฐบาลนี้เขาสั่งให้ทหารไปช่วยชีวิตคน เขาไม่สั่งให้ทหารไปฆ่าคน ทหารที่กลับไปเขาก็นอนหลับ ไม่จิตหลอน ไม่ต้องไปเข้าวัดทําบุญ รู้กันทั้งนั้น ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือว่าการอธิบายในสถานการณ์น้ําเป็นสถานการณ์ ทางการเมือง ความจริงแล้วผมมีข้อมูลมากมายที่จะอธิบายกับท่านประธาน แต่เนื่องจาก ระยะเวลาจํากัด เมื่อวานนี้มีคนมาตั้งข้อสังเกตว่าหลังน้ําท่วมให้ระวังการก่อจลาจล บังเอิญว่าผมเป็นคนการเมือง ผมรู้เลยว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง ผมเรียนไปยัง พี่น้องประชาชนไม่ว่าใครก็ตามที่มีการระดมให้มาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ของ การโค่นล้มรัฐบาลฟังเอาไว้ พวกกระผมนี่นะครับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง ถูกล้มทุกครั้ง ครั้งนี้พวกผมสู้กันยิบตาเลยครับ อายคนเลือกเขาเต็มที่แล้ว เลือกไปก็ถูกล้มไปอีก อายเขา แต่ใครก็ตามที่มีการเตรียมการอยู่ในเวลานี้ ผมฝากไปยังรองนายกรัฐมนตรี ฝากไปยัง นายกรัฐมนตรี รู้ไม่ยากครับ ผมยังรู้เลย แต่เอาเป็นว่าให้ติดตามสถานการณ์ว่าอย่าให้ผม มีความรู้สึกว่าคุณเก็บน้ําไว้ล้นเขื่อนเอง แล้วพอพายุฝนลงมาน้ําทะลัก ทั้งที่จริงถ้าคุณเก็บน้ํา เท่ากับปีกลายปัญหาก็ไม่เกิด แต่นี่เอาทุกอย่างเลยครับ ถ้าเกิดจากความคิดทางการเมือง ๕๓๓ ศพจาก ๔๑ จังหวัด จากน้ําท่วม ๖๔ จังหวัดนั้น นั่นเป็นการฆาตกรรมนะครับ ถ้าการปิดน้ําในเขื่อนปล่อยให้น้ําเต็มจนเป็นเหตุให้เกิดการฆาตกรรม ๕๓๓ คน ต้องจับมา ประหารชีวิต เพราะนี่เป็นความเหี้ยมอํามหิต แต่เราบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ คาดไม่ถึงว่ากลัว จะภัยแล้ง เราก็มาร่วมมือในการแก้ไขปัญหากัน แต่ถ้าบอกว่าหลังจากน้ําลดแล้วจะมีจลาจล ผมจะบอกว่าแสดงว่าวางแผนมาตั้งแต่ต้น ที่เสียงแว่ว ๆ ได้ยินว่าเดือนธันวาคมก็เรื่องน้ํา ใช่ไหม ผมเรียนกับท่านประธานว่า แต่โชคดีว่าทางกองทัพอย่างน้อยที่สุดเวลานี้ เขาไม่เสียสติด้วย มีแหล่งข่าวบอกว่าที่ไปลงที่กรุงเทพฯ ธุรกิจนี่นะครับ ที่บอกว่า กองทัพประเมิน ๑๒ เหตุผล ขาดภาวะผู้นําที่มีการประเมินสอบตกนี่นะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ตรงนี้ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ทาง พลตรี พลวัตร วรรณภักดิ์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก ได้ออกมาปฏิเสธข่าว อย่างสิ้นเชิง แปลว่าทหารเขาไม่เอาด้วย เหมือนกับผู้บัญชาการทหารบกพูดนะครับ ใครมายึดอํานาจตอนน้ําท่วมก็โง่เต็มทีแล้ว ผมเรียนกับท่านประธานว่าเวลานี้ทหารมีรถจีเอ็มซี (GMC) หน่วยงานเดียวช่วยประชาชนไปเถอะครับ ตํารวจใส่เสื้อตํารวจช่วยประชาชน ไปเถอะครับ หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทําแพเป็นหมื่น ๆ ทําไปเถอะครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่าเวลานี้เราต้องไม่อิจฉากัน ถ้ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ใจแคบ เห็นสื่อมวลชนอย่างสรยุทธได้หน้ามากกว่าเกิดวิพากษ์วิจารณ์ ดูถูกดูแคลนเขานะครับ บอกว่าให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเองบ้าง อย่างนั้นไม่ได้ครับ การที่เข้ามาช่วยกันคือ การร่วมแรง อย่าคิดว่าใครลงแรงกว่าเขาจะได้หน้า เวลานี้สังคมไทยจะต้องร่วมมือกัน ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า อุทาหรณ์ของรัฐบาลในปีนี้เราอย่าให้เกิดในปีข้างหน้า แม้ว่าธรรมชาติเราป้องกันไม่ได้ แต่เรารู้ว่าการเก็บน้ําในเขื่อนเป็นบทเรียนแล้ว รัฐบาลไป ปรึกษาจะได้ไม่ว่าเป็นเนเธอร์แลนด์เขาแก้ไขปัญหากันอย่างไร ไปดูญี่ปุ่นเขาแก้ไขกันอย่างไร ไปดูสหรัฐอเมริกาน้ําขังเป็นเดือน ๆ เขาแก้กันอย่างไร ส่วนมัลดีฟส์ก็ให้ไปถามผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรว่าเขาปรึกษากันมาอย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานว่านี่เป็นความรู้สึก ตรงไปตรงมาที่สุดว่าเราต้องการให้วิกฤติอันนี้เราจะก้าวพ้นไปด้วยกัน ขอบอกกับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีกันไปเถอะ ร้องไห้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จงร้องไห้กับประชาชน ถ้าเห็นประชาชนมีความทุกข์ จงน้ําตาไหลไปเถอะ แต่อย่าไปร้องไห้ กับคนเพียงคนเดียวที่ฆ่าประชาชน นั่นจะเป็นการเสียน้ําตาที่ประชาชนสมเพชและเวทนา กราบขอบพระคุณท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสาทิตย์เดี๋ยวผมขอ เวลานิดหนึ่งครับ เวลาที่ใช้ไปนะครับ เพื่อท่านทุกฝ่ายจะได้บริหารเวลาอย่างถูกต้องนะครับ ฝ่ายค้านใช้เวลาไปทั้งหมดจาก ๔ ชั่วโมงครึ่ง ใช้ไป ๒ ชั่วโมง ๑๓ นาที ยังเหลือเวลา ๒ ชั่วโมง ๑๗ นาที วุฒิสภาใช้ไป ๓ ชั่วโมง ๒๙ นาที เหลือ ๑ ชั่วโมง กับ ๑ นาที ฝ่ายรัฐบาลใช้ไป ๓ ชั่วโมง ๗ นาที เหลือเวลา ๑ ชั่วโมง ๒๓ นาทีนะครับ ท่านสาทิตย์ ประท้วงหรือเปล่าครับ หรืออย่างไรครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะใช้สิทธิพาดพิงนะครับ กรณีก็คือว่าผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ มีการอภิปรายชัดเจน ความจริงแล้วก็หลายประเด็นที่เป็นประเด็นซึ่งเป็นข้อกล่าวหา แต่เรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องของการพูดถึงเรื่องการเก็บกักน้ําในเขื่อนขนาดใหญ่ ก็คือเขื่อนภูมิพลแล้วก็เขื่อนสิริกิติ์นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสาทิตย์ขออภัยครับ ขัดจังหวะนิดหนึ่ง ผมว่าถ้าจะให้ดีนะครับท่านใช้สิทธิอภิปรายน่าจะดี น่าจะเหมาะกว่านะครับ จะได้ชี้แจงข้อมูลแล้วให้ประชาชนเขาฟังเปรียบเทียบ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

อย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องพูดก่อนเพราะเขาบอกว่าเป็นเรื่องชัดเจนว่า รัฐบาลชุดที่แล้วซึ่งผมเป็นรัฐมนตรีที่กํากับดูแล

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสาทิตย์ครับ ถ้าท่าน ใช้สิทธิอภิปรายถึงคิวฝ่ายค้านพอดีนะครับ ถึงคิวฝ่ายค้านพอดี ผมให้สิทธิท่านเลยครับ ผมให้สิทธิท่านเลย ใช้สิทธิอภิปรายดีกว่านะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ความจริงแล้วผมก็แปลกใจที่ ส.ส. ระดับแกนนําเสื้อแดงลุกขึ้นมาพูดจา เรื่องของปริมาณน้ําในเขื่อน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ดูจับเวลาด้วยนะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง 🔗

แต่พอฟัง ไปแล้วก็เข้าใจครับว่าเนื้อหาใจความที่พูดทั้งหลายก็คล้าย ๆ กับบรรดาวิทยุชุมชนเว็บไซต์ ของสื่อเสื้อแดงทั้งหลายที่ออกมาโหมประโคมข่าวในลักษณะที่ใส่ร้ายคนอื่น ความจริงแล้ว ที่หนักกว่านั้นที่พูดถึงเขื่อน ๒ เขื่อนนี้ในใต้ดินนี้หนักกว่านี้ แต่เนื้อหาใจความประการหนึ่ง ที่ท่านพูดก็คือชี้หน้ากล่าวหาไปยังรัฐบาลชุดที่แล้วว่าเก็บกักน้ําในเขื่อนไว้จนกระทั่งรัฐบาล ชุดนี้เข้ามานี่เสมือนกับวางน้ําในเขื่อน พอถึงจุดหนึ่งที่ต้องระบายน้ําที่หลั่งไหลออกมา ก็กลายเป็นต้นเหตุให้เกิดอุทกภัยท่วมกันมหาศาล แล้วกลายเป็นฆาตกรฆ่าคน ๕๒๐ กว่าศพ ที่ท่านพูดถึง ถ้าสมมุติฐานท่านบอกว่าการระบายน้ําในเขื่อนเป็นต้นเหตุของการทําให้คนตาย ถึง ๕๐๐ กว่าคน เศรษฐกิจพังพินาศ คนเดือดร้อนนับเป็นหลายล้านคน ข้อเท็จจริงต่อไปนี้ ก็จะเป็นข้อเท็จจริงที่จะบอกได้ทีเดียวว่าใครทํา แล้วก็จะตรงกับคําพูดที่บอกว่าใครทํากรรม เอาไว้คนนั้นก็ต้องรับกรรม ท่านเริ่มต้นอย่างนี้ครับว่า อ่างเก็บน้ําหรือเขื่อนเก็บน้ําภูมิพลนั้น ท่านเปรียบเทียบปี ๒๕๕๔ กับปี ๒๕๕๓ ท่านยกวันหนึ่งขึ้นมาคือวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ชาร์ทที่ถือในมือผมนี่นะครับเป็นสถิติที่มีการพูดถึงกันในสื่อ รวมทั้งในหนังสือพิมพ์ ในสื่อที่เป็นสื่อออนไลน์หลายสื่อ รวมทั้งออกโทรทัศน์ด้วย ปริมาตรน้ําที่เก็บในเขื่อนภูมิพลนั้น เส้นสีเขียวนี้จะแทนปี ๒๕๕๒ เส้นสีน้ําเงินก็แทนปี ๒๕๕๓ เส้นสีแดงนี้ก็จะแทนปี ๒๕๕๔ ท่านเปรียบเทียบเส้นสีน้ําเงินปี ๒๕๕๓ กับเส้นสีแดงปี ๒๕๕๔ วันที่ท่านพูดถึงคือ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ท่านยกวันนี้ขึ้นมาครับ ก็เพราะว่าวันที่ ๓๑ กรกฎาคมนั้นเป็น วันที่ใกล้เคียงกับที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะเข้าไปรับตําแหน่ง และรัฐบาลชุดที่แล้ว ยังรักษาการอยู่ ไปดูปริมาตรน้ําในเขื่อนวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ที่มีการพูดถึงโดยคุณจตุพร พรหมพันธุ์ นะครับ ปี ๒๕๕๓ ปริมาตรน้ําในเขื่อนสีน้ําเงินอยู่ตรงนี้ครับ เส้นนี้คือเส้นที่ เรียกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุด จะเห็นได้ว่า ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคมนั้น ปี ๒๕๕๓ ระดับน้ํา ในเขื่อนภูมิพลอยู่ต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุด แปลว่าแล้งมากครับ ถ้าดูปริมาณแล้วน้อยกว่า ๔,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งที่ความจุมี ๑๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ปี ๒๕๕๔ วันที่ ๓๑ กรกฎาคมนั้น เส้นสีแดงนี้จะบอกว่าช่วงวันที่ ๓๑ เดือนกรกฎาคม ปริมาตรน้ํา จะอยู่เหนือกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดไปเล็กน้อย เพราะว่าแล้งติดต่อกันมาค่อนข้างยาวจาก ต้นปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมา อยู่ที่ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ความจุเก็บกักน้ําต่ําสุดอยู่ที่ ๑๓,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เดือนกรกฎาคมที่ท่านพูดถึงตรงนี้ท่านตั้งสมมุติฐานว่า ทําไมไม่เก็บเท่ากับปี ๒๕๕๓ สามัญสํานึกตอบได้เลยครับว่า ถ้าปริมาตรน้ําในเขื่อนเก็บอยู่ที่ ต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดจะมีผลกระทบต่อทั้งการผลิตไฟฟ้า และจะมีผลต่อทั้งการปล่อยน้ํา เพื่อทําการเกษตรเพราะพื้นที่แล้งมาก แต่เกณฑ์ที่เขาเก็บนี่อยู่ในเกณฑ์ปกติครับปี ๒๕๕๔ ไม่ได้เป็นการวางยา วางน้ําอย่างที่ท่านพูดถึง เพราะอยู่เหนือเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดมาเพียง เล็กน้อย หลังจากนั้นครับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ารับตําแหน่งในช่วงประมาณต้นเดือน สิงหาคม ผมเคยชี้ให้เห็นแล้วครับว่าปริมาณน้ําเดือนสิงหาคมที่ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เข้าไปรับตําแหน่งในเขื่อนภูมิพลนั้นก็อยู่เหนือเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ตีเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ครับ ถามว่าเกินกว่า ปกติไหม ยังไม่ได้เกินเส้นเก็บกักน้ําสูงสุด อยู่ในระดับปกติที่เขาเก็บกักกัน แต่สูงกว่า ปี ๒๕๕๓ แน่นอน เพราะปี ๒๕๕๓ เป็นปีที่แล้ง และระดับน้ําในเขื่อนต่ํากว่าเกณฑ์ เก็บกักน้ําต่ําสุด พูดง่าย ๆ ขืนเก็บเท่าปี ๒๕๕๓ แปลว่าแล้งซ้ํา ๒ ปี น้ําคนทํานาจะไม่เหลือ ทําไฟฟ้าก็จะลําบาก เพราะฉะนั้นสมมุติฐานที่ท่านบอกว่าทําไมไม่เก็บเท่าปี ๒๕๕๓ ตัวเลขง่าย ๆ เช่นนี้ครับ ทํามาเป็นไม่เข้าใจแล้วมาบิดเบือนให้คนทั่วประเทศเข้าใจผิดนั้น ท่านทําไปเพื่ออะไร ต่อมาครับ เมื่อนายกรัฐมนตรีเข้ามารับตําแหน่งแล้ว วันที่ ๒๐ สิงหาคม ประกาศบางระกําโมเดล วันที่ ๒๘ สิงหาคมไปดูบางระกําโมเดลที่จังหวัดพิษณุโลก ทุกสัปดาห์มีการรายงานเข้า ครม. ปริมาตรน้ําในเขื่อนภูมิพลเพิ่มสูงขึ้น ไหหม่านั้นเข้ามา ช่วงเดือนมิถุนายน วันที่ ๒๕ กรกฎาคม นกเตนเข้า นกเตนเป็นตัวหนักสุดเพราะเข้ามาตรง ปริมาตรน้ําในเขื่อนเริ่มมากขึ้น เมื่อวานนี้ผมบอกนักวิชาการบอกว่ามันเริ่มเต็มเขื่อนตั้งแต่ช่วง ปลายเดือนสิงหาคมแล้ว ขอโทษครับมันเริ่มมากขึ้นในเขื่อนตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ไปเดือนกรกฎาคม พอเดือนกันยายนน้ําสะสม ท่านเข้ามาทํางาน ตรงนี้ครับ มาดูกราฟ ปี ๒๕๕๔ เลยครับ พอท่านเข้าทํางานปั๊บ กราฟแต่ละปีมันจะไปแบบค่อนข้างที่จะราบเรียบ สม่ําเสมอ แต่พอปีที่ท่านเข้าทํางานทําไมกราฟมันชันละครับ ทําไมมันชัน ทําไมมันหักขึ้น อย่างนี้ละครับ ท่านอาจจะตอบง่าย ๆ ก็บอกว่าเพราะว่าพายุมา ฝนตกหนัก ถูกต้องครับ แต่ไปดูการระบายน้ําครับ การระบายน้ํากับน้ําที่เข้าเขื่อนนี่ระบายไม่สัมพันธ์กันเลย น้ําเข้าเยอะ ระบายเฉพาะทําไฟฟ้ากับเกษตร วันละประมาณ ๔๐-๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้น เมื่อวานนี้คุณนิพิฏฐ์อภิปรายชี้แจงชัดใช่ไหมครับ บอกว่ามีรัฐมนตรีลุกขึ้นมาบอกว่า เพราะต้องดูแลคนที่ไปทํานา กําลังจะเก็บเกี่ยว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโพสต์ลง เฟซบุ๊กก็เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นก็เป็นคําตอบครับว่าที่เก็บกักมวลน้ําไว้มหาศาลในเขื่อน แล้วถ้าสมมุติฐานท่านจริง บอกว่าเก็บน้ําในเขื่อนแล้วปล่อยน้ําในเขื่อน แล้วเกิดอุทกภัย แล้วคนตาย ๕๐๐ กว่าคน ใครทําครับ พรรคฝ่ายค้านเราไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เล่นการเมืองเลย ท่านเรียกร้องหาความสร้างสรรค์ เรียกร้องความร่วมมือ เราให้ความ ร่วมมือมาตลอด จนกระทั่งเราถูกชี้หน้ากล่าวหา แล้ววันนี้ก็ชัดว่ามาชี้หน้ากล่าวหากันในสภา ต่อหน้าการถ่ายทอดสดบอกรัฐบาลชุดที่แล้วเก็บกักเอาไว้ ขอโทษนะครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของท่านคนปัจจุบันกับชุดรัฐบาลที่แล้วคนเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่มากล่าวหาเรื่องน้ําในเขื่อนนี่ตรงนี้มันชัด เขื่อนสิริกิติ์ก็เป็นลักษณะ เดียวกัน ผมออกทีวียังชี้แจงด้วยซ้ํา บอกความจริงเรื่องการเก็บกักน้ําในเขื่อนนี่เป็นเพียง ปัจจัยเดียว ปัจจัยอื่นก็มีเยอะที่น้ําท่วมครั้งนี้ แต่อย่าหยิบยกเรื่องน้ําในเขื่อนมาเล่นการเมือง แล้วกล่าวหากัน แต่นี่คือข้อเท็จจริงท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นที่พูดมาถึงตรงนี้ก็คือ จะบอกว่าเรื่องปริมาตรน้ําในเขื่อน ปริมาณน้ําในเขื่อนนี่ตัวเลขทุกตัวยืนยันชัด จะมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายเรื่องนี้ละเอียดลงไปอีกว่าในช่วงที่ท่านเป็นรัฐบาลนี่ การระบายน้ําในเขื่อนสัมพันธ์กันไหมกับการที่ฝนตกน้ําไหลลงในเขื่อน ช่วงเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมที่น้ําเพิ่มขึ้น พอท่านเข้ารับตําแหน่งเดือนสิงหาคม เดือนกันยายนทั้งเดือน ท่านเป็นรัฐบาล การระบายน้ําเป็นปกติ ๓๐-๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเพื่อการเกษตร เพื่อไฟฟ้า ทั้ง ๆ ปริมาณน้ําสะสมไปเกือบ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนนั้นไปตาลีตาเหลือก เอาเดือนตุลาคมครับ ระบายตูมเดียวเลยทั้งระบบที่เป็นระบายน้ําล้นกับระบายปกติอยู่แล้ว รวมเป็น ๑๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ๑๔๐-๑๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตร บางวันไป ๑๖๐-๑๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตรก็มี ใครทําครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ลุกขึ้นมากล่าวหากัน แล้วก็โมเมเอาตัวเลขที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปสอดคล้องกับสื่อแฝงใต้ดินทั้งหลาย วิทยุชุมชน รวมทั้งสื่อเสื้อแดงเองนั่นแหละ ความจริงที่บอกว่าที่ว่าสื่อนะครับ ผมจะบอกให้ก็สื่อเสื้อแดง นั่นแหละครับ เอเชีย อัพเดท (Asia update) นั่นแหละครับ ผมก็ดูอยู่เหมือนกัน ที่ไปตําหนิสื่อ บอกว่าที่แห้งมีรายงานตั้งเยอะไม่ยืน ทําไมต้องไปยืนรายงานในน้ํา ก็ใครไปตําหนิสื่อละครับ ก็พวกท่านเอง วันนี้เปิดสภารับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิก เราก็ตั้งใจนําเสนอ แต่พอท่านบิดเบือนตัวเลขข้อเท็จจริงก็โอกาสดีที่ต้องชี้แจง เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ไป ว่ากล่าวกันเองครับ สมมุติฐานบอกเก็บกักน้ําจนเป็นฆาตกร วันนี้ท่านตั้งสมมุติฐานเอง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้เอง ไปว่ากล่าวกันเองครับ อย่ามาเที่ยวชี้หน้าว่าคนอื่นเขาแล้วเอา ข้อมูลเท็จมาพูดแล้วทําให้คนอื่นเขาเกิดความเสียหาย การเมืองมันจะไม่สร้างสรรค์ หรอกครับถ้ายังมีประเภทพรรค์อย่างนี้อยู่ และผมก็จําเป็นจะต้องชี้แจง ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ตกลงประท้วงใช่ไหมครับ ทั้งคู่นะครับ ผมให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงก่อน เดี๋ยวตามด้วยท่านครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย บอกว่าพวกกระผมไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าสื่อทําไม ไปรายงานในน้ํานั้นเป็นความเท็จ เพราะพวกผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ แต่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นี่นะครับ เมื่อวันพุธที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๔ พูดเลยว่า ในขณะที่สรยุทธออกมาขับเคลื่อนช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายสาทิตย์พูดว่าสื่อมวลชน

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๕ เมื่อสักครู่ท่านสาทิตย์ขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านได้ให้ แต่ในขณะเดียวท่านจตุพรขอใช้ สิทธิพาดพิง อย่างนี้ไม่เป็นกลางครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

นั่งครับจะได้วินิจฉัย เมื่อกี้ผมหารือว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนฟังมากที่สุดเพราะมันเกี่ยวข้องกับข้อมูลต้องใช้ เวลาพอสมควร ผมเลยหารือปรึกษากับท่านสาทิตย์ว่าแทนที่จะใช้สิทธิพาดพิง ขอให้สิทธิ อภิปรายเลยน่าจะดีกว่าไหม ท่านสาทิตย์ก็ตกลงไม่ใช่ผมไม่อนุญาตนะครับ จบแล้วครับ ท่านครับ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้นจริง ๆ คนก็ฟังอยู่ทั้งประเทศ ท่านหัวหน้าผู้นําฝ่ายค้าน ยังพยักหน้ารับเลยท่าน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมรอฟังมัลดีฟส์อยู่คืนนี้จะไม่นอน ท่านประธานที่เคารพ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านใช้สิทธิของท่าน จบแล้วครับ ท่านบุญยอด เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะต้องประท้วงประธานว่ากรณีของการใช้สิทธิถูกพาดพิงนั้น มาตรฐาน ของท่าน ท่านกําหนดไว้เองนะครับว่าต้องเกี่ยวข้องกับตัวเองและทําให้เสียหาย เมื่อสักครู่นี้ พูดมาก็พูดเรื่องสื่อไปอธิบายแทนคนอื่นเขา อย่างนี้ท่านต้องไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิงครับ พิจารณาด้วยครับ

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาเสียทีเดียว เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงการวินิจฉัยของท่านประธานในข้อ ๕ เมื่อสักครู่นี้ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ใช้สิทธิอภิปรายในการชี้แจงข้อที่พาดพิง ฉะนั้น ถ้าอดีตนักโทษชายจตุพร พรหมพันธุ์ จะอภิปรายก็ต้องใช้สิทธิอภิปราย ซึ่งต้องกินเวลา ของฝ่ายรัฐบาลไม่ใช่สิทธิพาดพิง ท่านต้องใช้มาตรฐานเดียวกันอย่าใช้ ๒ มาตรฐานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมหารือท่านสาทิตย์แล้ว ถ้าท่านสาทิตย์เห็นด้วยที่จะใช้สิทธิในการอภิปราย ถ้าท่านยืนยันจะใช้สิทธิพาดพิง ผมก็อนุญาต แต่ด้วยเหตุผลว่ามันเกี่ยวข้องกับข้อมูล ซึ่งต้องใช้เวลาอภิปรายพอสมควร เพื่อประโยชน์ผมก็เห็นว่ามันควรจะอภิปรายมากกว่า ก็หารือท่านก็เห็นด้วยก็เท่านั้นเองครับ ไม่เห็นจะต้องมีอะไรประท้วง จบนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ คือผมได้ใช้สิทธิอภิปรายไปแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านขอเวลาสักนิด นั่งเถอะครับ ท่านบุญยอดครับ จบแล้วครับ สรุปท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ ใครผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ถ้าเรื่องเดิมเมื่อกี้ได้อธิบายชัดเจนแล้วนะครับ ควรจบได้แล้วครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานกรณีผมนี่พูดกันคนละเรื่องนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวของท่านผมยังไม่ได้ วินิจฉัย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็ท่านพูดชื่อผมครับเมื่อสักครู่ครับ

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวท่าน มีอะไรครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ท่านประธาน รัฐสภา ผม อรรถพร พลบุตร จากจังหวัดเพชรบุรีครับ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๕ ท่านประธานต้องชัดเจนว่าอดีตนักโทษชายจตุพรใช้สิทธิอภิปราย ซึ่งจะต้องกินเวลา การอภิปราย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ท่านประท้วง แล้วท่านจะทําผิดข้อบังคับ ท่านอย่าไปเสียดสีเลยครับ ไม่อย่างนั้นไม่จบครับ ท่านอย่าไป เสียดสีเลยนะครับ ท่านว่าของท่านเถอะ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ผมขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยชัดเจนว่าการอภิปรายของคุณจตุพรไม่เสียดสีนะครับ กินเวลา การอภิปรายของฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ หรือใช้สิทธิพาดพิง ท่านใช้มาตรฐานอย่างไร เราจะได้รู้ และใช้มาตรฐานเดียวกันนะครับ เท่านี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เราประชุมสภามาไม่รู้ กี่ยุคกี่สมัยแล้วนะครับ ถ้าการอภิปรายก็คิดเวลาในที่เรากําหนดกัน แต่ถ้าใช้สิทธิพาดพิง ก็ถือว่าประท้วง เราไม่นับในเวลา ก็เป็นกติกาที่วิปทั้ง ๒ ฝ่ายก็ทราบกันดี ไม่มีเหตุ ต้องประท้วงเลย แล้วกรณีท่านสาทิตย์ท่านสมัครใจที่จะใช้สิทธิอภิปรายเอง ส่วนท่านจตุพร ท่านใช้สิทธิที่ถูกพาดพิง ทุกอย่างเรื่องปกติไม่เห็นต้องประท้วงตรงไหนเลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่า ประท้วงเอาอะไร จบนะครับ ผมจะได้วินิจฉัยของท่านบุญยอดครับ ขอบคุณครับ วินิจฉัย ของท่านบุญยอดนะครับ ที่จริงแล้วนี่ครับ บรรทัดฐานของคําว่าถูกพาดพิงทําให้เสียหาย มันมีพาดพิงเฉพาะตัวคน แล้วพาดพิงไปถึงสถาบัน อย่างเช่นไปถึงพรรคนะครับ แล้วก็กรณี ถ้าพาดพิงไปถึงคนเสื้อแดงที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดงนี่ ผมเห็นว่าท่านจตุพรใครเขาก็รู้ทั้งประเทศ เป็นคนเสื้อแดง เพราะฉะนั้นย่อมเสียหายโดยตรงอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกรณีนี้ผมถึง อนุญาตให้ท่านจตุพรใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงแล้วทําให้เสียหาย แต่ขอเตือนท่านจตุพรครับ ท่านชี้แจงเฉพาะที่ถูกพาดพิงและเสียหาย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เอาเท่านั้นครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เท่านั้นนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อกี้ผมเห็นว่าท่านกําลัง จะแวะกลับหรือเปล่าไม่แน่ใจ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่ ก็เอาข้อเท็จจริงไปยันกันเท่านั้นเอง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ให้ได้จบนะครับ อย่าแวะกลับ เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมรอฟัง มัลดีฟส์อยู่ครับท่านประธาน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ระบุว่าพวกกระผมไปโจมตีสื่อว่า ไปแถลงข่าวกลางน้ําหรือว่าไปจัดรายการข่าวกลางน้ํา เป็นความเท็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าตัว นายสาทิตย์เองนั่นละ ที่พูดไว้เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๔ ตรงกับวันพุธและเป็น วันสงกรานต์ บอกว่าสื่อมวลชนที่ลงไปทําข่าวทุกวันนี้ ทําเพื่อโปรโมทบริษัทตัวเอง ไม่ใช่ทําเพื่อชาติ พยายามทําเหมือนรัฐบาลไม่ทําอะไร ใครแสดงอาการอิจฉาสื่อ แล้วใครพูดอีก ว่าทําไมไม่เลือกสรยุทธมาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเองล่ะ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ พวกผมบอกรัฐบาลทุกคนว่าอย่าไปอิจฉาสื่อ สื่อเขาจะทําอย่างไรเรื่องของเขา เป็นเรื่องของ การร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยกัน

ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ ซึ่งความจริงแล้วนะครับ เรื่องสื่อ พวกท่านเองก็มีช่องใหม่ก็บลูสกาย (Blue sky) ไม่ใช่หรือ ๘ โมง ถึง ๘ โมงครึ่งเป็นรายการที่ ชวนสนใจอยู่ ปริมาตรน้ําในอ่างเก็บน้ําภูมิพล จังหวัดตาก หรือเขื่อนสิริกิติ์ก็ตามที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เอามาแสดงก็เป็นปริมาตรเดียว เป็นกราฟเดียวกับที่ผมถือ เอาอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพเพื่อให้เห็นว่าโชคชะตากรรมของพี่น้องในชาติที่ตาย ๕๓๓ คน จาก ๔๑ จังหวัด ซึ่งประสบภัยจาก ๖๔ จังหวัด บ้านเรือนเรือกสวนไร่นาพินาศ ย่อยยับ โรงงานอุตสาหกรรมชนิดที่ยากที่จะฟื้นฟูเป็นไปด้วยความยากลําบาก ผมเรียนไปยัง ประธานเพื่อผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด ได้ศึกษาการเก็บกักเขื่อน การปล่อยน้ําจากเขื่อนว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ให้เอากรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา กรมทรัพยากรน้ําบาดาล

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

มาร่วมกัน เหตุผลอย่างนี้ท่านที่เคารพ เพราะนายสาทิตย์บอกว่าผมพูดเท็จ ผมบอกว่าผมถือกราฟ แผ่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นโศกนาฏกรรมอันนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ท่านจตุพรครับ เอาเฉพาะที่เสียหาย ถ้าขยายวงจะกลายเป็นอภิปรายไปนะครับ ผมว่าพอสมควรแล้วครับ พอสมควรแล้วกระมังครับ พอสมควรแล้วละครับ นี่ประท้วงกันหลายท่านแล้ว เอาละครับ จบแล้วครับ ที่เสียหาย ก็จบแล้วครับ ได้ชี้แจงแล้วครับ ขอบคุณครับ ผมขออนุญาตครับ จบแล้วครับ นั่งเถอะ นั่งเถอะครับ อะไรนะครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เป็นเรื่องของพาดพิง แล้วก็เป็นเรื่องข้อมูลที่บิดเบือนไม่ถูกตามข้อเท็จจริงครับ และเมื่อสักครู่ ท่านประธานได้อนุญาตแล้วนะครับ ว่าหลังจากท่านจตุพรแล้วจะเป็นผมครับ สั้น ๆ ครับ ไม่นานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เฉพาะที่พาดพิงนะครับ นิดเดียวนะครับ เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ตรงนี้ ไม่เสียหายครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ มี ๒ เรื่องครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประสิทธิ์ครับ นั่งลง ก่อนครับ ผมให้ใช้สิทธิพาดพิงอยู่ครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เมื่อสักครู่เป็นข้อมูลที่ท่านผู้อภิปรายท่านจตุพร ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านกล่าว พาดพิงถึงบุคคลภายนอก ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะมาตอบโต้ได้ แล้วเป็นข้อมูลที่ผิด ๒ เรื่องนะครับ เรื่องของอุโมงค์ยักษ์นะครับ ที่เป็นการติดป้ายแล้วบอกว่าจะระบายน้ํา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ บรรทัดฐาน ท่านวางเองนะเมื่อกี้ ผมบอกผมจะยึดบรรทัดฐานของหมอวรงค์ เฉพาะผู้ที่เสียหายโดยตรง คนอื่นเสียหายอย่าไปชี้แจงแทนเลยครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ครับ เป็นเรื่องของข้อมูลที่ผิดครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานพูดเองนะครับ ถ้าหากเป็นเรื่องของ ข้อมูลที่ผิด และเป็นประโยชน์ท่านจะอนุญาตครับ พูดเองไม่ใช่หรือครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นนะครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

และที่สําคัญคือพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ขณะนี้ครับ เสียหาย ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

สั้น ๆ ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ท่านอย่า ๒ มาตรฐานนะครับ นี่มีโดยอ้อมเหมือนกันนะครับ ผมอนุญาตให้ท่านครับ ถ้าเป็น ฝั่งนี้ผมไม่อนุญาตนะครับ แต่ผมจะอนุญาตให้ท่าน แล้วยึดบรรทัดฐานนี้ไว้ด้วยนะครับ สรุปแล้วจะเอาบรรทัดฐานไหน ถ้าท่านจะใช้สิทธิผมก็อนุญาตให้ แต่ต้องถือว่ายึดบรรทัดฐาน ตรงนี้นะครับ ถ้าโดยอ้อมก็ยังสามารถใช้สิทธิพาดพิง

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

บรรทัดฐานที่ท่านประธานได้พูดเมื่อสักครู่นะครับว่า ถ้าหากเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ถ้าหาก เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ท่านจะอนุญาต

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นครับ หมายถึงความเสียหาย ถ้าโดนพาดพิง

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

มันเสียหายครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านฟังก่อนสิครับ กรณีพาดพิง ตกลงพาดพิงโดยตรงและเสียหายโดยตรงถึงจะให้ใช้สิทธิ หรือพาดพิงโดยอ้อม โดยที่ไม่ใช่เจ้าตัวก็ให้ใช้สิทธิเหมือนกันหรือจะเอาอย่างไร เพราะหมอวรงค์ประท้วง ผมขัดแย้งกับท่านเอง สรุปแล้วท่านจะเอาอย่างไรผมจะได้ปฏิบัติตาม

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานได้บอกว่าถ้าหากเป็นเรื่องข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนใช่ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เกี่ยวกับข้อมูลครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เป็นมาตรฐาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ เกี่ยวกับใช้สิทธิ พาดพิง และพาดพิงทําให้เกิดความเสียหายไม่เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลครับ คนละเรื่องแล้วครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมยึดหลักการตามหมอวรงค์ ท่านนั่งครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งเถอะครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านยกมือประท้วงต้องมี คนทําผิดข้อบังคับนะครับ แล้วผมจะอนุญาต เพราะท่านใช้สิทธินะครับ แล้วท่านต้องบอก ด้วยว่าใครผิดข้อบังคับข้อไหน เชิญครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ถูกพาดพิงเสียหายมี ๒-๓ กรณี ๑. พาดพิงโดยเจ้าตัวเสียหาย ๒. พาดพิงโดยองค์กรเสียหาย ท่านบอกว่าท่านจตุพรคนก็รู้กันทั้งประเทศว่าเป็นเสื้อแดงเลยให้ใช้สิทธิพาดพิง ขณะนี้ ท่านชนินทร์ใช้สิทธิพาดพิงในฐานะผู้ว่า กทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เสียหายไหมครับ หรือเสียหายเฉพาะเสื้อแดง ท่านถึงจะอนุญาตให้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาอย่างนี้นะครับ เอาอย่างที่ท่านประท้วงผมนี่แหละ แล้วผมจะอนุญาตให้ท่านใช้สิทธิพาดพิงนะครับ แล้วจํากรณีไว้ด้วยว่าสิทธิกรณีอย่างนี้ถึงแม้กรณีอย่างนี้เราจะใช้มาตรฐานตรงนี้นะครับ ให้ยึดตรงนี้ไว้เป็นมาตรฐาน เอาอย่างนั้นนะครับ เชิญครับ ผมอนุญาตให้ท่านสักนาทีหนึ่ง เชิญครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านจะมาชี้ว่าผมใช้มาตรฐานผม ไม่ได้ครับ ผมทวนคําพูดของท่านประธานเมื่อไม่เกิน ๑๐ นาทีที่ผ่านมาครับ เพราะฉะนั้นมาตรฐาน ก็ขึ้นอยู่กับท่านประธานว่าท่านประธานมี ๒ มาตรฐานหรือไม่ครับ อย่ามาชี้โยนให้ผมว่า เป็นมาตรฐานของผมครับ ขอบพระคุณครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตที่จะประท้วงท่านประธานนะครับ ท่านทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ วรรคสองครับ ถ้าท่านอนุญาตโดยใช้มาตรฐานนี้ท่านจะตัดสิน อย่าใช้คําว่ามาตรฐานครับท่านประธาน ท่านต้องใช้ข้อบังคับครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ วรรคสอง เขียนชัดครับ สมาชิกเสียหายในเรื่อง ส่วนตัวหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก ต้องวินิจฉัยอย่างนั้นท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้น เราจะคุมการประชุมไม่ได้เลย เราจะประชุมกันไม่ได้ท่านประธานครับ เคยเกิดเหตุแล้ว ๑ ชั่วโมงชี้แจงกรณีพาดพิง ในฐานะที่จะเป็นองค์กรอะไรก็ตามที่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ผมขอท่านประธานได้ใช้ข้อบังคับโดยเคร่งครัด เป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่างนั้นผมวินิจฉัย อีกครั้งหนึ่งแล้วผมจะยึดหลักนี้ตลอดนะครับ ถ้ามีกรณีการพาดพิงทําให้ตัวบุคคลเสียหาย หรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกเสียหาย ผมจะอนุญาต แต่ถ้าผู้เสียหายไม่เกี่ยวกับองค์กร หรือไม่เกี่ยวกับตัวของสมาชิกผมจะไม่อนุญาต ชัด ๆ ตามนี้นะครับ ข้อบังคับคุมตามนี้ แน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้นเอาละ ในหลักเดียวกันกับท่านจตุพรเมื่อกี้ที่ใช้ผมให้ท่าน ๑ นาที เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ท่านมาตรการอย่างไรครับ ท่านจตุพรมากกว่า ๑ นาที ผม ๑ นาทีนะครับ ไม่เป็นอะไรครับท่านประธานครับ เรื่องผมสั้น ๆ ครับ ชัด ๆ ครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายบอกว่า กรุงเทพมหานครมีอุโมงค์ยักษ์อยู่ที่ เขตจตุจักร หลักสี่ ดอนเมืองนั่นนะครับ จริง ๆ แล้วนี่เป็นการติดป้ายว่านโยบายกําลังจะทํา ยังไม่ได้ทํานะครับ อันนี้ผิดครับ

๒. ท่านบอกว่ากรุงเทพมหานครมีเครื่องสูบน้ําที่สามารถสูบน้ําได้วันละ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จริง ๆ แล้วยิ่งผิดใหญ่เลยครับ ปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานคร สามารถระบายน้ําโดยเครื่องสูบของกรุงเทพมหานคร ๗๐-๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เท่านั้นเองครับ ไม่ทราบข้อมูลท่านมาจากไหนครับ ตรงนี้เป็นข้อมูลจากสํานักระบายน้ํา กรุงเทพมหานครครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านใช้สิทธิ ประท้วงหรือครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับของรัฐสภา ข้อ ๕ ขอให้การอนุโลมสําหรับท่านจตุพรแล้วก็ท่านผู้พาดพิงไป เมื่อสักครู่นะครับ ให้เป็นครั้งเดียว ให้เป็นครั้งเดียวที่ท่านให้ทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านจะใช้เป็น มาตรฐานต่อไปไม่ได้ เพราะในข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ไม่ได้กล่าวถึงสถาบัน ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ นั้น เป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องบุคคล ถ้าท่านปล่อยให้พูดถึงเรื่องสถาบันในสภานี้ก็จะมีคนที่ลุกขึ้นมา ผมก็มีสถาบันหลายสถาบัน มันจะไม่จบ ขอให้กรณีนี้เป็นกรณีสุดท้ายและครั้งเดียว ฝ่ายละครั้ง จบ จากนี้ก็ขอให้ยึดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ วรรคสอง ตามเดิมครับท่านประธานครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อกี้ผมพูดถึงอย่างนี้นะครับ ได้สรุปแล้วกรณีพาดพิงทําให้เกิดความเสียหายมันมีพาดพิงโดยตรงถึงตัวบุคคล แล้วไปถึงสถาบัน เช่น พรรคการเมือง ซึ่งแน่นอนมันก็ส่งผลถึงสมาชิกทําให้สมาชิกเสียหาย โดยตรง กรณีอย่างนี้ผมวินิจฉัยว่าสมาชิกสามารถใช้สิทธิพาดพิงได้ ผมยึดหลักนี้ครับ เมื่อกี้สรุปอย่างนี้เลยครับ ชัดเจนนะครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านจตุพรมีอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากกรณี ที่สมาชิกที่อภิปรายเมื่อกี้นี้นะครับว่า ระบุว่าผมได้พูดว่ากรุงเทพมหานครสามารถระบายน้ํา ได้วันละ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น ผมเข้าใจว่าเป็นการฟังคลาดเคลื่อนของสมาชิก ท่านนั้นเอง ผมระบุ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ ท่านจตุพร อย่างนี้ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ด้วยความเคารพจริง ๆ ถ้าอย่างนี้มันก็ไม่จบครับ ก็ว่ากันไป ทั้งคืน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่ท่านประธาน นิดเดียว เป็นตัวเลขเขาฟังผิด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพูดจบแล้วฝั่งนี้ก็ต้อง ลุกขึ้นมาอีกที

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มันก็อย่างนี้ทั้งคืน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คืออย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่ามันสมควรแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คือผม ไม่ได้บอกว่าวันละ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ ไม่เป็นอะไรครับ จบเถอะครับ ข้างหลังผมมองไม่ค่อยถนัด ใช้สิทธิประท้วงนะครับ

(นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

กราบเรียน ท่านประธาน สรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขอประท้วงท่านประธานครับ เมื่อวานนี้กระผมเองได้ยึดในการขอพาดพิงในฐานะที่ กระผมในสังกัดสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาที่ดูแลกํากับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวพาดพิงการทํางานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในครั้งแรก ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าให้กระผมนั้นได้ใช้สิทธิพาดพิงได้ แต่ตอนหลังท่านเองนั้นก็ได้กลับ คําตัดสินไม่ให้ใช้สิทธิในการพาดพิงในกรณีเดียวกัน แต่วันนี้เองนั้นผมเองก็อยากจะขอ สอบถามท่านประธานครับว่ามาตรฐานที่ควรดําเนินการในญัตติในกระบวนการของ การพาดพิงตรงนี้ควรทําอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ด้วยความเคารพนะครับ เมื่อกี้ผมได้พูดชัดแล้วครับ ต่อไปเราจะใช้มาตรฐานอย่างที่ผมพูดเมื่อกี้นะครับ จบแล้วกระมังครับ

(นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)

ท่านใช้สิทธิประท้วงนะครับ เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าเมื่อสักครู่นี้แก้ตัวนี่ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ ยิ่งผิดใหญ่เลยครับ ท่านบอกว่า ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จบแล้วครับ นั่งเถอะครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้อนุญาตให้ท่านจตุพร ผมก็ปิดไมโครโฟน ผมปิดไมโครโฟนไปแล้วครับ นั่งเถอะครับ ผมไม่ได้อนุญาตให้ท่านจตุพรเมื่อกี้ผมก็ปิดไมโครโฟนแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ พอแล้วครับอย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านนั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ เมื่อกี้ถ้าผมอนุญาตให้จตุพร เขาได้พูดผมก็จะอนุญาตให้ท่านเหมือนกัน แต่เมื่อกี้ผมไม่ได้อนุญาต แล้วผมก็ปิดไมโครโฟน ท่านนั่งเถอะครับ ท่านครับ ประชาชนเขาดูอยู่นะครับ ผมไม่อยากให้มีบรรยากาศอย่างนี้ เลยครับ นั่งเถอะครับ ท่านอย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ เสียหายตรงไหนครับ ในเมื่อเมื่อกี้ ผมยังไม่ให้เขาพูดแล้วผมก็ปิดไมโครโฟน ผมไม่อนุญาตครับ นั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ นั่งเถอะครับ ท่านครับ นั่งครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้อนุญาตให้ท่านจตุพรผมก็ปิดไมโครโฟนไปแล้ว เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมอนุญาตให้ทั้งคู่นั่นแหละก็ได้พูดกันคนละที เอาอีกคนละที จะได้จบครับ ท่านจตุพรอยู่หรือเปล่าครับ ไม่อยู่แล้ว

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสุนัยเชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมสุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงท่านประธานในข้อ ๕ (๔) การรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมรัฐสภา ท่านประธานครับ เราประชุมมาติดต่อกัน หลายวัน เราทํางานหนักกันมากถึงเที่ยงคืนทุกวัน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้ว เพื่อนสมาชิกก็ไม่ยอมรับฟัง ทั้ง ๆ ที่เริ่มต้นจากกรณีของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรื่องสาทิตย์ก็ชัดเจนครับ ว่าท่านสาทิตย์จะเอาแบบไหน ท่านประธานก็ปรึกษามันก็ชัดเจนที่สุด แล้วกรณีนี้ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจง พาดพิง หรือเป็นการอภิปรายก็ถูกหักเวลาร่วมกัน ซึ่งผมเองคิดว่ามันน่าจะจบแล้ว ดังนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ขอให้ท่านประธานอดทนสักนิดหนึ่ง แล้วก็ขอให้ ท่านประธานถ้ามันถึงที่สุดให้ท่านใช้มาตรการอย่างที่ท่านเคยเป็นมา แต่ว่าทั้งหมดนี้ ผมอยากจะให้บรรยากาศมันนุ่มนวล และท่านประธานก็ได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ผมจึงขอให้ท่านประธานได้พิจารณาเถอะครับว่า การปฏิบัติการรักษาความสงบนี้บางที มันจะนํามาซึ่งความสงบได้เหมือนกัน และอยากจะขอร้องเพื่อนสมาชิกครับ เราทํางานหนัก กันมาหลายวัน ผมเองควรจะได้รับเวลาอภิปรายบ้าง บ้านผมก็น้ําท่วม แต่ผมก็เสียสละครับ เพราะเวลามันน้อยจริง ๆ กราบท่านประธานเถอะครับ เพราะวันนี้ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ เที่ยงคืนก็ไม่จบครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เพื่อให้เป็น การรักษาบรรยากาศ แล้วผมไม่อยากจะใช้อํานาจตรงนั้น เพื่อเสียเวลาอีกสักคนละนาที ก็จบแล้ว ผมจะให้ท่านคนละนาทีครับ เชิญครับ ผมให้ท่านจตุพรก่อนครับ เมื่อสักครู่นี้ พูดยังไม่จบจะได้จบแล้วท่านจะได้พูดต่อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเองนี่นะครับ จากกรณีที่สมาชิก ได้พาดพิงว่ากระผมไปพูดว่าเครื่องสูบน้ําของกรุงเทพมหานคร สามารถสูบได้วันละ ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ผมบอกว่าเป็นการฟังที่ผิดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายชนินทร์ รุ่งแสง ผมได้ยกกรณีตัวอย่างนี้จากกรณีเครื่องสูบน้ํา จํานวน ๑,๑๕๒ เครื่อง บวกกับอีกสถานีสูบน้ําอีก ๑๕๘ สถานี รวมศักยภาพนี่นะครับ สามารถสูบได้ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผมอธิบายอย่างนี้เพื่อจะบอกว่าสิ่งที่มีการร้องขอไปยัง ศปภ. เรื่องเครื่องสูบน้ํานั้น มันเป็นเรื่องที่ฟังไม่ได้ เพราะกรุงเทพมหานครก็มีเครื่องสูบน้ํา เมื่อปีที่แล้วท่านประธานลองไปดูนี่นะครับ หนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพูดเรื่องเดียวกันครับ ว่ามีเครื่องสูบน้ําขนาด ๔-๒๐ นิ้ว จํานวนกว่า ๑,๐๖๕ เครื่อง มีถุงทรายถึง ๔,๐๐๐,๐๐๐ ใบ คือทั้งหมดนั้นกรุงเทพมหานคร ได้เตรียมความพร้อมนี่ขนาดเมื่อปีที่แล้ว ส่วนกรณีป้ายประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานคร ท่านก็รับเองนะครับว่าเป็นการประชาสัมพันธ์และยังไม่ได้ทําทันที คําถามง่าย ๆ ว่าที่ทําแล้ว ได้รับน้ําท่วมบ้างแล้วหรือยัง ขอบคุณท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านชนินทร์ เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ใช้สิทธิพาดพิงทั้งคู่นะครับ ไม่ต้องหักเวลาครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ก็ย้ําอีกทีนะครับเรื่องของอุโมงค์นี่มันยัง ไม่ได้สร้างนะครับ และเมื่อสักครู่ก็ไปกล่าวหาเขา พูดจาเหมือนกล่าวหาเขาว่าและอุโมงค์ มันไม่สามารถที่จะป้องกันน้ําท่วมได้แล้วหรืออย่างไร ตรงนี้ยืนยันคือมันยังไม่ได้สร้างนะครับ กรุณาเข้าใจด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่ท่านพูดเสร็จหยก ๆ ว่า ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ก่อนที่ท่านจะพูดเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านพูดครั้งสุดท้ายท่านเริ่มมีสติท่านบอก ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจริง ๆ แล้วตอนที่ท่านอภิปรายครั้งแรก ท่านพูดประหนึ่งว่า กรุงเทพมหานครนั้นมีศักยภาพเพียงพอแล้วไปขอเครื่องสูบน้ําทําไม ก็ต้องเรียนนะครับว่า กรุงเทพมหานครนั้นมีความสามารถศักยภาพของเครื่องสูบน้ํานี่ในสภาวะที่ปกตินะครับ ก็คือว่ามีน้ําเหนือไหลมาปกติ มีน้ําหนุนในสภาวะปกติ หรือไม่มีฝนตก แล้วกรุงเทพมหานคร มีศักยภาพของเครื่องสูบน้ําตามประตูน้ําต่าง ๆ ที่มีอยู่ก็คือสามารถที่จะสูบน้ําได้วันละ ๗๐-๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันนะครับ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่จําเป็น เพราะว่าน้ําที่เดี๋ยวสักครู่สมาชิกจะได้บอกว่ามันมาจากไหนอย่างไร มันเกินต่อความสามารถ โดยปกติของกรุงเทพมหานคร มันจําเป็นที่จะต้องใช้เครื่องสูบน้ําเพิ่มเติมมากกว่า ที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะให้ฟังนะครับ อยากจะให้มีสมาธิกับ การที่จะต้องการอภิปรายแล้วให้เกิดประโยชน์สร้างสรรค์ ไม่ใช่มุ่งแต่จะใส่ร้ายป้ายสีกันครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ จบนะครับ ก่อนที่ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจง ผมขออนุญาตทําความเข้าใจนิดหนึ่งครับ เพื่อการประชุมจะดําเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ เวลาที่เหลือตอนนี้ของทั้ง ๓ ฝ่ายนะครับ วุฒิสภาเหลืออยู่ ๑ ชั่วโมง ๑ นาที ฝ่ายค้านเหลือ ๒ ชั่วโมง ๑๗ นาที ยังไม่หักของท่านสาทิตย์ ก็จะเหลืออยู่ ประมาณสัก ๒ ชั่วโมง ส่วนฝ่ายรัฐบาลครับ เห็นท่านรัฐมนตรีหลายท่านแจ้งจํานงว่าจะขอ อภิปรายมาที่ผมหลายท่านเลยครับ ท่านต้องบริหารเวลาเอาเองนะครับ ท่านเหลือเวลา ๑ ชั่วโมง ๒๓ นาทีครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีธีระ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตรบกวนเวลา สั้น ๆ นิดเดียว เมื่อสักครู่ผมพยายามที่จะชี้แจงเหตุการณ์ต่าง ๆ นะครับ ถ้าให้ผมชี้แจงก่อน ผมคิดว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็คงไม่เกิดขึ้นนะครับ โดยความเคารพท่านจตุพร โดยความเคารพ ท่านสาทิตย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ผมคิดว่าเรื่องการบริหารน้ํา เรื่องการปล่อยน้ํา เรื่องการเก็บกักน้ํา ผมคิดว่าผมเคยชี้แจงในที่นี้หลายครั้งแล้วนะครับ ฉะนั้นการจัดการน้ํา บริหารน้ําในเขื่อนมันเป็นไปตามเกณฑ์กติกา เป็นไปตามหลักวิชาการที่กําหนดนะครับ เพราะในการจัดการน้ําในเขื่อน ซึ่งผมได้เคยกราบเรียนว่าเราพยายามหาสถิติต่าง ๆ ว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําสูงสุดเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน เกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดอยู่ที่ไหน อย่างไร ฉะนั้นการบริหารจัดการน้ําในเขื่อนก็พยายามบริหารให้น้ําอยู่ในเกณฑ์เก็บกักทั้ง ๒ เกณฑ์ ตามที่ผมกราบเรียนนะครับ ถ้ายามใดที่ในฤดูแล้งเราพยายามดูสิว่าน้ําต้องไม่ให้ต่ํากว่าเกณฑ์ เก็บกักน้ําต่ําสุด ถ้าในช่วงฤดูฝนเราพยายามบริหารน้ําไม่ให้น้ําในเขื่อนเกินเกณฑ์เก็บกักน้ํา สูงสุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละกาลนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะเอาข้อมูล ของน้ํา ตารางน้ํา หรือในน้ําใน ๒ ปี ๓ ปีมาเปรียบเทียบกัน ไม่ใช้วิธีการนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้ง ๒ อย่างนะครับ ที่ท่านสาทิตย์หยิบขึ้นมาก็ดี ที่ท่านจตุพร หยิบขึ้นมาก็ดีถูกทั้งนั้นครับ ถือกราฟแผ่นเดียวกันทั้งนั้นครับ ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูกนะครับ ซึ่งผมได้กราบเรียนเมื่อวานนี้ชี้แจงไว้ครั้งหนึ่งแล้วว่าการบริหารจัดการน้ําตามสถานการณ์ ที่มันเกิดขึ้นก็ต้องปรับให้เป็นไปตามสถานการณ์นะครับ ทีนี้น้ํามากน้ําน้อยจะระบายอย่างไรนั้น ตอนต้นที่ได้กราบเรียนว่ามันเป็นช่วงที่ยังไม่มีการต้องใช้น้ําในอ่าง เพราะฉะนั้นน้ําก็ยัง อยู่ในเกณฑ์ปกติถึงไม่มีการระบาย พอช่วงปลายนะครับ ช่วงนั้นจะเห็นว่าน้ําในเขื่อน เกินเก็บกัก ทีนี้เราต้องดูว่าสถานการณ์วันนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งบางครั้งถึงแม้ว่าจะเกินเก็บกัก ไปบ้างเราก็ต้องยอม เพราะว่าอะไร เพราะว่าสถานการณ์ข้างล่างมันมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่าในการบริหารน้ําเขื่อนใหญ่ ๆ เขื่อนขนาดใหญ่นี้ เป็นเขื่อนที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นผู้รับผิดชอบ แต่การบริหารจัดการน้ํานั้น เขาจะมีคณะกรรมการอยู่ชุดหนึ่งเขาเรียกว่า อนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้ม สถานการณ์น้ํา ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้ก็แต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ํา พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นคําสั่งของคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ซึ่งลงนามโดยท่านนายกรัฐมนตรี คณะอนุกรรมการ ชุดนี้ก็ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ําและการเกษตร กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมทรัพยากรน้ํา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการ และผังเมือง และ กปร. ซึ่งเป็นอนุกรรมการ ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ ในการประสานงานแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูล ติดตามสภาพภูมิอากาศ น้ําฝน น้ําท่า และวิเคราะห์แนวโน้มสภาพน้ําเพื่อใช้เป็นประโยชน์ของข้อมูลในการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งเขาจะประชุมติดตามพิจารณากันว่าเวลาใดมันเหมาะสมที่จะระบายน้ําเท่าไร สมมุติว่า ช่วงนี้น้ําต่ํากว่าเกณฑ์แล้ว แต่ความจําเป็นอย่างการใช้น้ําเพื่อการเกษตรบางครั้งก็ต้องยอม ให้น้ําต่ํากว่าเกณฑ์ขั้นต่ํา หรือบางครั้งน้ําเกินเกณฑ์กว่าสูงสุดแล้ว แต่ข้างล่างฝนตกหนัก หรือน้ํายังมีท่วมขังอยู่ ถ้าระบายลงมาก็เป็นการซ้ําเติมพี่น้องประชาชน จึงไม่มีการเก็บกักได้ เก็บกักน้ําไว้ ก็ดูอีกครั้งหนึ่งว่าการเก็บกักนี้จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อตัวเขื่อน ต่อความมั่นคง ของตัวเขื่อนด้วย ผมยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนตุลาคมทําไมเขื่อนถึงระบายน้ําออกมา วันนั้นถ้าเราจํากันได้ซึ่งอิทธิพลจากพายุเนสาด ซึ่งเริ่มต้นของเนสาดนั้นตอนก่อตัวเป็นพายุ ทิศทางของพายุลูกนี้มุ่งไปทางทิศตะวันออก อยู่ดีวันดี ๒-๓ วัน พายุลูกนี้ก็กลับทิศมาทาง ตะวันตก ซึ่งพายุลูกนี้ทําให้น้ําท่วมเชียงใหม่ น้ําท่วมเชียงใหม่ปริมาณน้ําจํานวนมากก็ไหลลง เขื่อนภูมิพล เขื่อนภูมิพลตอนนั้นก็อยู่ในภาวะที่ว่าเก็บกักค่อนข้างที่จะมากนะครับ น้ําลงมา ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดก็อยู่ที่ไหลลงอ่างประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนก็จําเป็นต้องระบายนะครับ เพราะฉะนั้นถึงอยากกราบเรียนว่าไม่มีใครผิดหรอกครับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ไม่ได้ผิด กรมชลประทานก็ไม่ได้ผิด เขาก็ทํางานภายใต้คณะกรรมการ รัฐบาลที่แล้วก็ไม่ได้เก็บกักน้ําไว้เกิน รัฐบาลนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ไม่ผิดครับ ไม่มีใครผิดในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา ผมอนุญาตกราบเรียนในเรื่องของเขื่อนภูมิพลนั้น เราก็ควรจะให้เครดิตเขื่อนเขาบ้าง เขื่อนนี้ก็สร้างมาผมคิดว่าประมาณ ๔๗ ปี มาจนถึงวันนี้ เขื่อนนี้ที่จริงเขื่อนอันนี้มีปริมาณน้ําไหลลงอ่างในแต่ละปีประมาณ ๕,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น แต่เขื่อนอันนี้สร้างให้เต็มศักยภาพของพื้นที่เขื่อนนี้ จึงเก็บกักน้ําได้ถึง ๑๓,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเศษ ๆ แต่เป็นน้ําตายอยู่ประมาณ ๓,๘๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเขื่อนนี้ออกแบบไว้และยามใด ที่ปีใดที่ฝนตกมากเขื่อนสามารถรองรับได้ ปีนี้ ณ วันนี้ปริมาณน้ําที่ไหลลงเขื่อนมาอยู่ที่ ประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเศษ ๆ มากกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ ๒ เท่า หลับตาสิครับ ถ้าไม่มีเขื่อนภูมิพลอะไรมันจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยเรา ก็ถึงบอกอยากให้ เครดิตเขื่อนบ้าง เช่นเดียวกันครับ ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ผมอยากจะอ้างอิง นิดหนึ่งครับ ที่จริงผมเอ่ยชื่อท่านก็คงไม่เสียหายนะครับ ดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร ท่านพูดในรายการโทรทัศน์ ที่นี่ตอบโจทย์ ของไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ท่านพูดบอกว่า เรื่องการบริหารจัดการน้ําในเขื่อนทั้ง ๒ เขื่อน ไม่มีใครผิดใครถูก ท่านใช้ภาษาอังกฤษ คําว่า แอค ออฟ ก็อด (Act of God) ท่านใช้ภาษานี้นะครับ ผมขออนุญาตนะครับ ผมคิดว่า ผมอ้างชื่อท่านไม่ได้ทําให้ท่านเสียหาย ผมอนุญาตกราบเรียนว่าน้ําที่เราพูดถึงวันนี้ น้ํามักจะถูกดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นสิ่งต้อยต่ํา เพราะว่าอะไรครับ น้ํามันไหลจากที่สูงลงที่ต่ํา แต่น้ําก็เป็นสรรพสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ทั่วโลก น้ํามีอาณาจักรในโลกนี้ ๓-๔ ในโลก ในร่างกายเราก็เช่นเดียวกันมีน้ํา ๓ ใน ๔ เพราะฉะนั้นน้ําก็ต้องปรับตัวของเขา กําหนดเป้าหมายชัดเจนคือไหลลงสู่ทะเลที่เรากําลังจะจัดการอยู่ในขณะนี้นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมขออนุญาตกลับมาเรื่องน้ํานะครับ เรื่องการบริหารจัดการน้ํา ผมอยากให้ยุติกันเสียทีนะครับว่าใครผิด ใครถูก ผมบอกว่า ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก เราจะคิดกันว่าต่อไปเราจะแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้อย่างไร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่ผิด กรมชลประทานไม่ผิด รัฐบาลที่แล้วก็ไม่ผิด ไม่มีการกักน้ํา รัฐบาลนี้ ก็ไม่ผิด เพราะไม่ได้ปล่อยน้ํามาให้ท่วม ปล่อยตามสถานการณ์เกิดขึ้น ถ้าผิดก็ผิดที่ผมละครับ เพราะผมก็เรียกว่าพญานาคหนึ่งนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตราก็คือพระพิรุณ ทรงนาค พระพิรุณทรงนาคยังบังคับพญานาคให้น้ําไม่ได้เลย ถ้าผิดก็ที่ผมไม่สามารถที่จะเป็น เหมือนขงเบ้งที่หยั่งรู้ดิน ฟ้า อากาศ ได้ทั้งหมดจะคาดการณ์ได้ว่าฝนจะตกเมื่อไร เท่าไร แม้แต่กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ได้ น้ําเหนือทุ่งนั้น ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีพิชัย แล้วตามด้วยท่านรัฐมนตรีปลอดประสพนะครับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมขออนุญาตให้ข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ กรุณาฟังให้จบก่อน แล้วผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟังว่าสุดท้ายนี้ผมต้องการจะสื่ออะไรนะครับ อย่างนี้ครับ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้โชว์กราฟนี้ผมก็ขออธิบายว่าวันที่ ๓ กรกฎาคม ที่เรามีการ เลือกตั้งนะครับ น้ําในปี ๒๕๕๔ ต่างกับปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ อยู่หลายพันล้านลูกบาศก์เมตร พอวันที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี นี่คือเขื่อนสิริกิติ์นะครับ ก็ต่างกันอีก ถึง ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าเทียบกับปี ๒๕๕๒ นะครับ แล้วก็ ๓,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าเทียบกับปี ๒๕๕๓ แล้วในวันศุกร์วันที่เรารับตําแหน่งจริง ๆ คือหลังจากแถลงนโยบาย มีความต่างกันถึง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อันนี้พอวันที่ ๒๕ เขื่อนสิริกิติ์ นี่เริ่มปล่อยสปิลล์เวย์ (Spill way) แล้วนะครับ ถ้าท่านทราบว่าสปิลล์เวย์คืออะไร คืออย่างนี้ครับ คือมีการปล่อยพุ่งน้ําออกมาคือเหมือนกับว่าเราคอนโทรล (Control) ปริมาณน้ําไม่ได้แล้ว ถึงเริ่มต้องปล่อยล้นออกมา วันที่ ๒๔ สิงหาคมที่เราเมื่อเข้ารับตําแหน่งจริง ๆ มีสิทธิสั่งการ มีน้ําถึง ๙๒ เปอร์เซ็นต์แล้วนะครับในเขื่อนสิริกิติ์ รับประกันได้ครับอันนี้คือข้อมูลที่แท้จริง แล้วพอต่อมาก็เป็นเรื่องของเขื่อนภูมิพลก็เช่นกันในแต่ละช่วง แต่ละจังหวะ น้ําในปีนี้ที่เก็บไว้ ต่างกว่าปี ๒๕๕๒ และปี ๒๕๕๓ ๓,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อันนี้ข้อมูล แท้จริงนะครับเช็กได้ แต่ที่ผมพูดนี่ไม่ได้มาด่าพวกท่าน ผมความจริงจะพูดอย่างนี้แล้วจบ แล้วก็เป็นการเมืองแล้วก็ด่ากันไปด่ากันมามันไม่ใช่นะครับ ความจริงที่เราไม่พูดกันก็คือว่า น้ําในบริเวณที่ไม่มีชลประทาน อันนี้ครับคือปัญหาอันแท้จริงซึ่งไม่คุยกันใช่ไหมครับ น้ําในน้ํายมไหลออกมา ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่มีเขื่อนท่านไม่พูดกันนะครับ หรือน้ําที่ตกหลังเขื่อน น้ําทั้งหมดมีประมาณ ๒๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ว่าน้ําที่ปล่อย จากเขื่อน มีเขื่อนภูมิพลประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ก็ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เองนะครับ อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ พวกท่านไม่พูดถึงกัน อันนี้คือความจริง อันนี้คือสิ่งที่ปรากฏ อันนี้คือสิ่งที่จะให้ทุกท่าน ต้องกลับมาคิดว่าจะแก้ปัญหาน้ําที่ไม่มีชลประทานอย่างไร ผมว่าเราควรจะมองถึงอนาคต มากกว่าว่าอันนี้คือปัญหา ถ้าเรามามัวแต่ทะเลาะกันว่าคุณเก็บน้ํามาก คุณเก็บน้ําน้อย ทําไมเป็นอย่างนี้มันไม่จบนะครับ กระผมมองว่าเราอยากจะมองปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็ เดินไปข้างหน้ามากกว่านะครับ อันนี้คือผมอยากจะเตือนให้พวกท่านคิดถึงเรื่องนี้ว่า การมองว่าจะทําอย่างไรที่จะดําเนินต่อไป กระทรวงพลังงานเราได้คิดเรื่องนี้มาตลอดนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าเราดูก็เห็นว่าน้ํา แก๊ส ไฟฟ้า ไม่ขาดนะครับ ถ้าไฟฟ้าดับหมดป่านนี้ คนต้องอพยพจากรุงเทพมหานครมากก็จะเป็นปัญหาเยอะนะครับ อันนี้ผมเองก็อยากจะ เรียนนิดหนึ่งว่าเราก็ได้คิดปัญหาเวิร์ค เคส (Work case) ตลอดว่า ถ้าเกิดมีกรณีแย่สุด จะทําอย่างไร แล้วเราก็ได้มีการสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ อย่าง ปตท. เราบริจาคไปแล้ว ๓๐๐ กว่าล้านบาท กฟผ. ก็อีก ๗๐ ล้านบาท ในขณะเดียวกันเราแจกถุงยังชีพไปแล้ว ๑๖๐,๐๐๐ กว่าถุงยังชีพนะครับเพื่อสนับสนุน แล้วทาง ปตท. ก็ตั้งศูนย์เลี้ยงประชาชน ที่ได้รับความลําบากจากเรื่องนี้ถึง ๑๐ ศูนย์ อาหารวันละ ๑๕,๐๐๐ ชุด ประมาณวันละ ๑๕๐,๐๐๐ ชุดเลย แล้วก็ที่ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิตเราก็มีคนดูแลจนกระทั่งน้ําท่วมนะครับ ก็เลยอยากจะเรียนท่าน วันนี้เองผมขอเรียนนิดหนึ่งครับด้วยความเป็นห่วง วันนี้ผมได้มี โอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นดูว่าสภาพน้ําเป็นอย่างไร ผมขอเรียนให้ทุกท่านทราบจริง ๆ ว่า จากสภาพความเป็นจริงน้ํามันเยอะมากนะครับ มันยังขังอยู่ มันยังไม่มีการเคลื่อนไหว แล้วแต่ละวันทาง กทม. ก็ระบายน้ําได้น้อยมาก ผมเองไม่ได้ติว่าใครนะครับ มาปรึกษากัน ดีกว่าเรื่องนี้ว่าเราจะทํากันอย่างไร เพราะถ้าเรามัวแต่ด่ากันแล้วไม่ได้แก้ปัญหาน้ําก็ยัง คงที่อยู่มันไม่มีทางแก้นะครับ ประชาชนก็ลําบาก แล้วสุดท้ายเราทุกคนก็จะต้องเสียใจกัน อีกว่ามันเป็นอย่างไร ผมอยากให้ กทม. ลองหาทางร่วมกันว่าถ้ามันยังระบาย ปัจจุบันนี้ ที่ ๔๐-๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตรมันออกไม่ได้ ผมว่ามันไม่ใช่นะครับ ที่ผมทราบมันมีเครื่องสูบน้ํา ตรงแม่น้ําเจ้าพระยาหลายเครื่อง เครื่องใหญ่ที่สุดอยู่แม่น้ําเจ้าพระยา ซึ่งน้ําไม่สามารถไปถึง บริเวณนั้นได้ที่จะสูบออกได้ ทําอย่างไร ที่จะต้องช่วยกันว่าให้น้ําไปถึงเครื่องสูบน้ําที่จะสูบ ออกได้ ซึ่งผมเชื่อว่าคาพาซิตี้ (Capacity) สูงสุดของ กทม. นี่ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ถ้าเรามี น้ําอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ๒๐ วัน ๓๐ วันเราอาจจะสูบหมด แต่ถ้าเกิดเป็น อย่างนี้ผมว่าเป็นเดือน ๆ ก็ไม่หมดนะครับ ผมอยากขอความกรุณานะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะให้ความจริงปรากฏคืออย่างนี้ครับ ผมไม่ยอมรับ ความจริงว่า ผมเองมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศมาถาม ผมก็อธิบายว่ารัฐบาลในโลกนี่นะครับ ต่อให้เก่งอย่างไร เอาให้รัฐบาลประเภทดีที่สุดเลยก็ตามดําเนินงานได้ ๒ เดือนนี่นะครับ แล้วเจอเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะแฮนเดิล (Handle) ได้ดีหรอกครับ อันนี้ความจริงนะครับ ไม่ใช่ว่าผมจะมาแก้ตัวแต่เป็นความจริง จําได้รัฐบาลท่านเอง เมื่อปีที่แล้วน้ําท่วมน้อยกว่านี้ตั้งเยอะก็ยังเป็นปัญหาใช่ไหมครับ อันนี้ผมขอความจริง มาคุยกันว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ กทม. ซึ่งนานมาแล้วกว่า ๓-๔ ปีก็ยังแฮนเดิล เรื่องนี้ไม่ได้ ผมว่าเราควรจะมานั่งจับมือกัน ช่วยกันมากกว่าว่าจะแก้ปัญหาเรื่องน้ํากันอย่างไร มากกว่าที่จะมาด่ากันแล้วก็มาแก้ปัญหาในอนาคตกับประเทศ ผมว่าตอนนี้ช่วยกันคิดว่า จะเอาน้ําออกไปที่ปากน้ําเพื่อถ่ายออกทะเลอย่างไรดีกว่านะครับ ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 🔗

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นนะคะดิฉันต้องขอแสดง ความเสียใจต่อผู้ที่เสียชีวิตและทรัพย์สินที่เสียหาย และรวมถึงพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน จากมหาอุทกภัยในครั้งนี้ด้วยค่ะ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่า วันนี้สถานการณ์น้ํานั้นถือว่าเป็นสถานการณ์น้ําที่มีความผิดปกติและเป็นมหาอุทกภัย ธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นจึงเป็นที่มาที่ดิฉันได้ขอทางด้านของรัฐสภาเปิดประชุม ภายใต้มาตรา ๑๗๙ ในการที่จะขอรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทั้งในส่วนของท่านฝ่ายค้าน ทางวุฒิสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เพื่อที่จะร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เป็นวาระ ของชาติในครั้งนี้ ต้องขอกราบเรียนทางด้านของท่านสมาชิกว่าทําไมดิฉันถึงกล่าวว่า สถานการณ์ของน้ําในปีนี้เป็นปีที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน ต้องกราบเรียนว่า ในวันที่ดิฉันเข้ามารับตําแหน่งหลังจากที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ก็ได้มาเข้ารับตําแหน่งนั้น วันนั้นจังหวัดที่ได้รับผลอุทกภัยมีถึง ๑๓ จังหวัดแล้ว และขณะเดียวกันเพียงแค่ปลายเดือนกันยายนก็ได้ขยายจาก ๑๓ จังหวัดเป็น ๓๓ จังหวัด ถามว่าวันนั้นคงไม่มีใครในที่นี้ที่จะคาดคิดว่าเพียงระยะเวลาไม่เกินเพียงแค่ ๔-๕ สัปดาห์ เท่านั้น ตั้งแต่ช่วงกันยายนถึงตุลาคม ประเทศไทยพบกับพายุมรสุมถึง ๓ ลูกติดต่อกัน ตั้งแต่พายุไห่ถาง พายุเนสาด และพายุนาลแก และยังไม่มีใครพูดถึงร่องความกดอากาศ ที่พัดผ่านเข้ามาภายในส่วนของภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ ปริมาณน้ําต่าง ๆ นั้นเข้ามามากมายเหลือเกิน จนทําให้เกินขีดความสามารถของระบบเขื่อน หรือระบบชลประทานที่จะรองรับได้ จนทําให้มีปริมาณน้ําฝน ปริมาณน้ําฝนจากปกติที่เคยมี ปริมาณเฉลี่ยฝนตกทั้งปีเฉลี่ย ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร แต่ในเพียงแค่ ๒ เดือนเศษปริมาณน้ําฝน เข้ามากว่า ๑,๐๐๐ มิลลิเมตร ยังไม่รวมพายุ ๓-๔ ลูกที่เราเจอภายใน ๒ เดือนรวมกัน ไม่รวมปริมาณน้ําฝนหรือแม้กระทั่งน้ําท่วมขัง พื้นที่ท่วมขังในปีนี้ก็มากกว่าทุกปี นั่นจึงเป็น เหตุการณ์ที่ดิฉันได้กราบเรียนท่านสมาชิกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีใครคาดคิด และเป็นที่ เราเรียกว่ามหาอุทกภัยจริง ๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และจุดระดับน้ําที่วิกฤติก็ได้เกิดขึ้น ในช่วงของปริมาณน้ําที่ไหลผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว จากระดับปริมาณน้ํา ที่เคยเป็น ๒,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปสูงถึง ๔,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทําให้ปริมาณที่ไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยานั้นอยู่ในระดับสูง และถือว่าเป็นระดับวิกฤติ ที่เริ่มเกิดขึ้น ดังนั้นด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ด้วยการทํางานบริหารของรัฐบาลเพียง ๒ เดือน แต่พบกับภาวะวิกฤติที่เป็นน้ําท่วมขังเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว ๒-๓ เดือนบวกกับ พายุที่เข้ามา รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจในการที่จะแก้ไขปัญหาอุทุกภัยให้พี่น้องประชาชน ดังนั้นสิ่งที่เราได้ให้ความสําคัญตั้งแต่ดิฉันได้เริ่มเข้ามาทํางานก็ลงพื้นที่ในส่วนของ จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก และอุบลราชธานี เป็นครั้งแรกในการที่จะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วในช่วงของกลางเดือนสิงหาคมนั้นหลังจากที่ไปลงพื้นที่ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติในการจัดตั้งศูนย์อํานวยการแก้ไขหรือที่เรียกว่า ศอส. เราใช้โครงสร้าง ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยภายใต้ของกระทรวงมหาดไทย แต่อย่างไรก็ตามจากช่วงนั้น พายุต่าง ๆ ก็เข้ามา ปริมาณน้ําก็ไหลขึ้นมามาก เราจึงมีการยกระดับศูนย์ ศอส. นั้น เพื่อให้เกิดการบูรณาการจากทุกหน่วยงานจริง ๆ ที่นอกเหนือจากกระทรวงมหาดไทย เราต้องการความช่วยเหลือจากทุกกระทรวง ทุกภาครัฐ กองทัพหรือตํารวจในการที่จะมา บูรณาการ เราจึงมีการตัดสินใจในการที่จะประกาศตั้งศูนย์ ศปภ. เกิดขึ้น โดยได้เชิญ ทางด้านของ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เข้ามาเป็นผู้อํานวยการศูนย์ที่จะคอย ประสานกับทุกหน่วยงานเกิดขึ้น เราตั้งศูนย์ ศปภ. นี้ภายใน ๔๘ ชั่วโมง แต่สิ่งที่น่าประทับใจ ก็คือเราได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วย ทุกเหล่า ทุกกระทรวง รวมถึง ๔ เหล่าทัพ รวมถึงตํารวจที่เข้ามาช่วยเหลือ และยังไม่รวมธารน้ําใจจากพี่น้องประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามา นี่แหละค่ะคือพลังความสามัคคีของคนไทยที่เกิดขึ้นและทนเห็นพี่น้องประชาชนประสบกับ ความทุกข์ไม่ได้ และขออนุญาตกราบเรียนท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ในวันที่ ๑๑ ท่านก็ยังได้กรุณาให้เกียรติศูนย์ ศปภ. ได้แวะเข้าไปเยี่ยมหารือแนวทางในการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วย นั่นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลและดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในการที่จะร่วมมือในการทํางานด้วยกันเพื่อพี่น้องประชาชนค่ะ

จากการทํางาน เราเองก็ได้มีการติดตามการทํางานของพวกเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรมชลประทาน แล้วก็ในวันที่ ๒๖ ตุลาคม ดิฉันก็ได้ทํางานร่วมกับ คณะทํางานจึงได้ตัดสินใจประกาศเตือนภัยพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร เพราะเราพบว่า น้ําต่าง ๆ นั้นกําลังไหลจากทางเหนือลงมาทางภาคกลาง และจะมีผลกระทบต่อ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเราก็มีการวางแผนร่วมกันในการที่จะตัดสินใจเตือนภัยกับ พี่น้องประชาชนชาว กทม. และตัดสินใจร่วมกันในการที่จะหารือกับทุกภาคส่วนในการที่จะเข้ามา กู้แก้ไขปัญหาน้ําในช่วงก่อนที่จะพบกับน้ําทะเลหนุนในช่วงของปลายเดือนตุลาคมนะคะ สําหรับความสําคัญที่เราได้ทํางานในส่วนของศูนย์ ศปภ. หรือในส่วนของรัฐบาลที่เราทํางาน ร่วมกันนั้น เราเองได้ให้ความสําคัญกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างแรกที่เราได้เร่งทํา ก็คือความปลอดภัยของชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยได้ร่วมมือกับทางกองทัพไทย และสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการเคลื่อนย้ายประชาชนในทุกจังหวัด รวมถึงร่วมมือในการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครด้วย ซึ่งก็ได้ร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานคร ในการเสริมจุดพักพิงของพี่น้องประชาชนในส่วนของทุกกระทรวงเข้ามาอีกทางหนึ่ง และที่สําคัญในการดูแลความเป็นอยู่ อาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นทางที่การคมนาคมนั้น เข้าไปไม่ถึง ก็ได้รับความร่วมมือจากทางด้านของสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการนํา เฮลิคอปเตอร์ในการส่งลําเลียงอาหารไปยังพี่น้องประชาชน ท่านคงจะได้เห็นภาพที่ปรากฏ ทางสื่อมวลชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น สําหรับการตั้งโรงครัวก็เช่นเดียวกันว่า ณ ศูนย์พักพิงมีความจําเป็นในการตั้งโรงครัว เราได้มีการตั้งโรงครัวในทุกจังหวัดที่ประสบปัญหา อุทกภัยน้ําท่วม รวมถึงกรุงเทพมหานครที่ได้ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดนั้นเข้ามาเสริมให้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันเองและทุกท่านนั้น มีความเป็นห่วงในทุกจังหวัดไม่แพ้กันค่ะ เส้นทางคมนาคมก็เช่นกันว่า ในส่วนของเส้นทาง คมนาคมวันนี้ ทางรัฐบาลก็ได้มีการบูรณาการร่วมกับทางกระทรวงคมนาคม ทางกองทัพแล้วก็ทางด้านของสํานักงานตํารวจในการที่จะบูรณาการเส้นทางคมนาคม ในส่วนที่พี่น้องประชาชนเดินทางไปไม่ถึง มีจุดรับรถ มีจุดย้ายขนส่งทางเรือ เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้และมีการเปิดฟรีทางด่วนให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้เส้นทางด่วน ดูแลความทุกข์สุขในส่วนของการรักษาทรัพย์สินต่าง ๆ นี่ก็เป็นสิ่งที่ได้มีการพยายามในการ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุทกภัยต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็เห็นว่าสถานการณ์ วิกฤติขณะนั้นก็เกินขีดความสามารถของระบบราชการโดยปกติ แม้ว่าเรามีการรวบรวมจาก ทุกหน่วยงานแล้วก็ตาม แล้วรวมถึงการยึดแนวในการบริหารจัดการน้ําตามแนวพระราชดําริ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ๆ ท่านเข้ามาให้คําปรึกษาตลอดเวลาทั้งในเรื่องของ แนวการบริหารจัดการน้ําตั้งแต่ของการชะลอน้ํา การกระจายน้ําออกสู่ทะเล ทั้งทางฝั่งตะวันออกและตะวันตก แล้วรวมถึงการบริหารน้ําโดยการบริหาร ณ ประตูระบายน้ํา หรือการเร่งระบายน้ําไปยังคูคลองต่าง ๆ ซึ่งทุกท่านก็คงไม่ปฏิเสธว่าที่เราได้ยินจาก นักวิชาการทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า หากวันนี้ไม่มีโครงการลัดโพธิ์ หากวันนี้ไม่มี เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และหากวันนี้ไม่มีคันกั้นน้ําตามแนวพระราชดําริและอีกหลาย ๆ โครงการก็คงไม่เหลือพื้นที่ใดใน กทม. ที่น้ําไม่ท่วมและความเสียหายต่าง ๆ ก็คงตามมา นี่ก็สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่นักวิชาการต่าง ๆ นั้นทุกท่านก็มีความเห็นร่วมกันค่ะ

สําหรับมาตรการต่าง ๆ ที่เราได้มีการสรุปรวมกับคณะทํางานต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน การทํางานในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํานั้นดิฉันไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ํา แต่ดิฉันเป็นสื่อกลางในการที่จะเชิญผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องน้ําทุกท่าน เข้ามาหารือกันและหาข้อสรุปเป็นมติร่วมกันในการแก้ไข ซึ่งเราได้มีการสรุปมาตรการ ๖ มาตรการในการที่จะเข้าไปแก้ไขตั้งแต่

มาตรการแรกก็คือให้กรมชลประทานชะลอน้ําที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาทั้งหมด

มาตรการที่ ๒ มีการเร่งผันน้ําที่ค้างอยู่ในทุ่งลงสู่ลําน้ําสายหลักทั้งทางฝั่ง ตะวันออกและฝั่งตะวันตก

มาตรการที่ ๓ สร้างคันน้ําที่เรียกว่าบิ๊กแบ็กในการหยุดการรั่วไหลของน้ําที่จะ ไหลผ่านเข้า กทม. รวมถึงรอยแยกแตกของคันน้ําตามแนวพระราชดําริด้วย ซึ่งสําหรับ ของบิ๊กแบ็กนั้นเราได้เริ่มสั่งให้มีการกั้นในส่วนของบิ๊กแบ็กตั้งแต่เหตุการณ์ที่ พี่น้องประชาชนคงจะจําได้ในข่าวของทางด้านของท่านสมาชิกก็คงจะได้ติดตามว่า ในการปิดประตูคลอง ๑ ซึ่งหลังจากที่เราได้มีการเคลียร์กับมวลชนแล้ว การปิดประตู คลอง ๑ ปิดไม่ได้เนื่องจากสาเหตุของน้ําเชี่ยว เราจึงต้องได้มีการสั่งการให้มีการกั้นบิ๊กแบ็ก ตั้งแต่วันนั้นและมีการแล้วเสร็จในวันศุกร์ที่ ๔ พฤศจิกายน ก็รวมทั้งหมดประมาณกว่า ๒๑ กิโลเมตรค่ะ

มาตรการที่ ๔ ก็คือการผ่าคันคลองรังสิตด้านใต้บริเวณคลอง ๙ ซึ่งเป็นการทํา ตามที่เราได้มีการตกลงกันในห้องประชุมของคณะบริหารจัดการน้ํา แต่เมื่อลงไปพื้นที่ ก็ได้รับการแนะนําจากพี่น้องประชาชนในการถากบริเวณ ซึ่งจากเดิมเราเคยมีการคุยกันว่า เราจะถากที่คลอง ๙ และคลอง ๑๐ แต่เมื่อไปลงพื้นที่ก็จะได้ยินข่าวว่าพี่น้องประชาชน ไม่เห็นด้วย แต่จริง ๆ แล้วในข้อเท็จจริงพี่น้องประชาชนเสนอทางออกให้ถากที่คลอง ๙ และพี่น้องประชาชนบริเวณนั้นก็เต็มใจที่จะเป็นผู้เสียสละในการที่จะรับน้ําค่ะ ก็เช่นกันนะคะ

มาตรการอีกมาตรการหนึ่งในการปิดประตูระบายน้ําคลอง ๘ คลอง ๙ คลอง ๑๐ ซึ่งก็เป็นมาตรการที่สืบเนื่องมาจากการที่ประตูระบายน้ําคลอง ๑ นั้นติดปัญหา ทางด้านเทคนิคก็หันไปปิดประตูระบายน้ําคลอง ๘ คลอง ๙ คลอง ๑๐ แต่การปิด คลอง ๘ คลอง ๙ คลอง ๑๐ ไม่สามารถปิดได้ถ้าไม่มีทางออกให้พี่น้องประชาชน เพราะมวลชน ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพว่าการติดต่อประสานงานกับมวลชนนั้น ก็ต้องขอเข้าใจในหัวใจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับน้ําก็ต้องมีความเครียด ความทรมานเมื่อเห็นอีกฝั่งหนึ่งไม่มีน้ําเลย ดังนั้นการเจรจาไม่ใช่เป็นการบังคับ แต่เป็นการชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจและหาทางออก ร่วมกัน ดังนั้นในการหาทางออกของการปิดคลอง ๘ คลอง ๙ คลอง ๑๐ ก็คือการติดตั้ง เครื่องสูบน้ําอีก ๒๗ เครื่อง ณ บริเวณคลอง ๑๓ และจุดนี้ในที่สุดก็ช่วยแบ่งเบา การระบายน้ําไปสู่ฝั่งตะวันออกได้ค่ะ

รวมถึงมาตรการสุดท้ายเราได้มีการจัดหาเครื่องสูบน้ํา เครื่องผลักดันน้ํากว่า ๑๐๐ เครื่องให้กับ กทม. และรายการอื่น ๆ ตามที่ทาง กทม. ร้องขอทุกประการค่ะ นั่นก็คือ ความร่วมมือและการทํางานระหว่างภาครัฐกับ กทม. อย่างแท้จริงค่ะ เพราะเป็นปัญหา ต่าง ๆ ที่เราต้องทํางานร่วมกัน จากบทเรียนต่าง ๆ วันนี้ที่ประสบ จากเหตุการณ์อุทกภัย ที่ไม่มีใครคาดคิด ก็มีความหลากหลาย ปัญหาต่าง ๆ ในการทํางานก็ย่อมมีเกิดขึ้น เป็นธรรมดา ตั้งแต่ปัญหาในเรื่องของข้อมูล วันนี้ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่า เรามีหลากหลายวิธีในการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ และมีข้อมูลตัวเลขต่าง ๆ ที่แตกต่างกันมาก เช่น ตัวเลขจากกรมชลประทาน ตัวเลขของ กทม. ตัวเลขของ กรมอุทกศาสตร์ และยังมีตัวเลขของทางจิสด้า (GISTDA) เป็นภาพถ่ายทางดาวเทียม ทั้งหมดนี้ในอนาคตเราต้องปรับปรุงให้เป็นเอกภาพร่วมกันและสามารถที่จะนําไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ในภาวะวิกฤติค่ะ

ปัญหาเทคนิคก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเป็นปัจจัยใหม่ที่เกิดขึ้นทุกวัน อย่างเช่นความไม่พร้อมของเครื่องจักร เราไม่ได้มีการฝึกซ้อมหรือมีการตรวจตราเครื่องจักร ที่จะพร้อมใช้งานตลอด ๒๔ ชั่วโมง ท่านสมาชิกอาจจะเคยได้ยินข่าวว่าบางครั้งบางจุด เครื่องสูบน้ําเสียไม่สามารถทํางานได้ หรือบางครั้งเปิดตลอด ๒ เดือนก็ต้องมีเป็นธรรมดา ที่เครื่องจักรนั้นอาจจะเสียและเสื่อมตามกาลเวลา อุปกรณ์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการชํารุด ของประตูระบายน้ําหรือเครื่องสูบน้ําต่าง ๆ ซึ่งเราเองในอนาคตก็ต้องมีการเตรียมพร้อม และมีการตรวจเช็กเครื่องมือต่าง ๆ เหล่านี้ให้พร้อมใช้และพร้อมรองรับกับวิกฤตการณ์ ที่จะเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งปัญหาในเรื่องของการปล่อยปละละเลยให้เกิดสิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งกีดขวางทางระบายน้ําตามแนวคลองต่าง ๆ เช่น ผักตบชวาต่าง ๆ ก็ต้องมีการตรวจตรา และให้แน่ใจว่าคลองต่าง ๆ นั้นไม่เป็นอุปสรรคกับการไหลของน้ําไปสู่ทะเลค่ะ

อย่างที่ดิฉันได้เรียนว่าปัญหามวลชนก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลาย ๆ ท่าน และท่านสมาชิกให้ความกังวล แต่มวลชนนั้นต้องทําความเข้าใจและหาทางออกให้มวลชนค่ะ พี่น้องประชาชนทุกคนที่ประสบอุทกภัย ถ้าขณะที่อยู่ในน้ํานั้นต้องมีความทรมานค่ะ แต่การเยียวยาก็เป็นหนึ่งวิธี แต่ไม่ใช่ทางออก ทางออกที่ดีนั้นก็อย่างเช่นดิฉันได้เรียนว่า การที่ช่วยกันแก้ปัญหาในปัญหาเรื่องของการถากคลอง ๙ คลอง ๑๐ ที่บริเวณธัญบุรี หลังจากที่เราได้มีการหารือกันในพื้นที่จริง ๆ แล้ว และหาทางออกให้พี่น้องประชาชน ดิฉันภาคภูมิใจมากที่ได้ยินพี่น้องประชาชนบอกว่าพี่น้องชาวปทุมธานียินดีเป็นผู้ที่เสียสละ ที่จะรับน้ํา พี่น้องท่านนั้นเป็นผู้ที่ขายร้านก๋วยเตี๋ยวมีรายได้วันละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ท่านบอกว่ายินดีที่จะเสียสละเพื่อที่จะทําให้ประเทศชาตินั้นผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ นี่แหละค่ะ น้ําใจของคนไทยที่น่าเคารพยกย่องอย่างยิ่ง

เรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน จากปัญหาวิกฤติต่าง ๆ วันนี้เป็นปัญหาที่ เป็นความทุกข์ยากของประเทศชาติ ดังนั้นในส่วนของการฟื้นฟูและเยียวยา การที่จะทํา อย่างไรนั้นให้สภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนกลับคืนมา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยาก กราบเรียนขอคําแนะนําและขอความร่วมมือจากท่านสมาชิกอันทรงเกียรตินี้ในการที่ช่วยกัน ในการที่จะฟื้นฟูเยียวยา รัฐบาลก็ได้มีการกําหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาช่วยเหลือ เยียวยาไว้ใน ๓ กลยุทธ์ด้วยกัน

กลยุทธ์ในเรื่องของระยะกู้ภัย นั่นก็คือรัฐบาลใช้กลไกของ ศปภ. ในการเข้ามา แก้ไขปัญหาและบูรณาการจากทุกภาคส่วน แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

สําหรับระยะกลางก็คือระยะซ่อมแซม ซึ่งก็ถือว่าเป็นระยะที่จะเกิดขึ้น ตั้งแต่วันนี้ในจังหวัดที่เริ่มมีน้ําลดจนถึง ๑ ปี ก็ได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธานในชุดนี้นะคะ ซึ่งชุดนี้ก็จะดูแลนอกเหนือจากการเยียวยาแล้วก็ การฟื้นฟู ซึ่งการฟื้นฟูแน่นอนค่ะ สิ่งที่จะต้องทําก็คือว่าระบบคมนาคม โรงเรียน โรงพยาบาล วัด หรือเส้นทางสัญจรต่าง ๆ หรือนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นต้องกลับฟื้นคืนมาสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด รวมถึงชีวิต ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และที่สําคัญบทเรียนต่าง ๆ ที่เรา ได้รับกันนี้ก็จะต้องถูกนําไปปรึกษาหารือและแก้ไข อย่างน้อยเป็นปัญหาระยะกลางที่จะผ่อน เอาความกังวลใจของพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ด้วยตั้งแต่การบูรณาการ ข้อมูลของทุกหน่วยงาน ทุกกรม ทุกกระทรวง ในการที่จะพยากรณ์ลุ่มน้ํา ในการที่จะดู ปริมาณน้ําหรือการติดตามน้ําอย่างใกล้ชิด และที่สําคัญวันนี้ที่ต่าง ๆ หลาย ๆ คนพูดว่า ไคลเมท เชนจ์ (Climate change) ที่ต้องทําความเข้าใจว่าวันนี้ทิศต่าง ๆ ของสภาพภูมิอากาศนั้น ถูกเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่สามารถทําได้โดยกฎกติกาหรือแนวทางเดิม ๆ อีกต่อไป เราจะต้อง อาศัยข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วนและนําข้อมูลต่าง ๆ นั้นไปปรับปรุงในเรื่องของระบบ การบริหารจัดการน้ําในเขื่อนให้มีความสัมพันธ์กันทั้งระบบ ทั้งในส่วนของการเก็บน้ําในเขื่อน ทั้งในส่วนของการเปิดประตูระบายน้ํา ทั้งในส่วนของการที่จะทํางานต่าง ๆ ในแต่ละประตู หรือแต่ละเขื่อนนั้นให้สัมพันธ์กันทั้งประเทศ ไม่สามารถมองที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งแล้ว เพราะธรรมชาติของน้ําต้องไหลไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ต้องไหลจากที่สูงลงไปที่ต่ํา ดังนั้นเราบริหารจัดการว่าช่วงไหนน้ําแล้งเราควรจะเก็บน้ําให้ต่ําที่สุดเท่าไรที่จะรอรับน้ํา หรือช่วงไหนที่เราจะเก็บให้เต็มความสามารถของเขื่อนก็ต้องมาศึกษากันในส่วนนี้และต้อง ปรับเปลี่ยนไปตามวิถีธรรมชาติที่เกิดขึ้น นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราคงจะต้องนําไปหารือกันกับ คณะกรรมการที่ดิฉันได้มีการนําไปหารือในระยะยาวด้วยนะคะ แล้วก็มีการจัดในเรื่องของ แผนการทําอย่างไรในการจัดเตรียมแผนรองรับวิกฤติที่เกิดขึ้น เชื่อว่าทุกท่านคงไม่ปฏิเสธว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดจะเกิดขึ้น ดังนั้นแผนในการเตรียมพร้อม สําหรับแผนวิกฤติแห่งชาตินั้นก็คงจะต้องเริ่มเอามาเตรียมพร้อมและเพื่อที่ได้รับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง รวมถึงเครือข่ายต่าง ๆ ให้เข้ามาทํางานอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ํา ประตูระบายน้ําและระบบสูบน้ําต่าง ๆ ให้มีศักยภาพ และพร้อมใช้เสมอค่ะ นี่ก็เป็นสิ่งสําคัญ

ส่วนกลยุทธ์สุดท้ายก็คือ กลยุทธ์ในระยะยาว เรียกว่าระยะของการสร้างนะคะ ก็มีคณะกรรมการที่ได้มีการตั้งไว้ ๒ คณะ คือคณะกรรมการในฟื้นฟูและสร้างอนาคต ประเทศโดยมีดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธานและคณะกรรมการเพื่อวางระบบ บริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่ดิฉันได้เรียนเชิญดอกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล มาเป็นที่ปรึกษา ในคณะกรรมการ ก็กราบเรียนค่ะว่าทั้ง ๒ คณะนี้จะเป็นคณะที่จะมาช่วยกันในการที่จะสร้าง ระบบต่าง ๆ ของประเทศไทย ในการที่จะทําอย่างไรนั้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์ฝันร้ายให้กับ ประเทศไทย สําหรับการทํางานของการวางแผนระยะยาวนี้ต้องกราบเรียนท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านว่า รัฐบาลมีความยินดีและพร้อมที่จะน้อมรับคําแนะนําของท่านสมาชิก อันทรงเกียรติทุกท่านและผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญของน้ํา เราไม่ปิดกั้นและยินดี ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกท่านนั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะชี้แจงและแนะนํา เพราะดิฉันถือว่า ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นปัญหาที่ทุกคนประสบและไม่อยากให้เกิดฝันร้ายนี้ กับประเทศไทย ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านสมาชิกว่านี่คือเป็นที่มาของการที่จะ ขอรับคําแนะนําแล้วก็ขอปรึกษาร่วมกันกับท่านสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ค่ะ ก็ขอขอบคุณ อีกครั้งหนึ่งค่ะ สวัสดีค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรี ปลอดประสพ ครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพว่า ที่จริงท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดอะไรไปเยอะนะครับ แล้วก็ค่อนข้าง จะสมบูรณ์มากนะครับ ท่านได้เล่าว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น ปัญหาอุปสรรคเป็นอย่างไร ท่านได้ทําอะไร และท่านอยากจะขอให้ใครช่วยอะไร แล้วท่านก็มองการณ์ไกลนะครับ พร้อมทั้งให้ความหวังนะครับว่าวันหน้าเราจะอยู่กับธรรมชาติอย่างไรนะครับ ผมก็มาคิดเอานะครับว่าในฐานะที่ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ก็อยากจะเรียน หารือท่านประธานด้วยซ้ําไปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไปสักครู่นี้แสนจะสมบูรณ์แล้ว ถ้าท่านประธานจะปิดอย่างนี้ ปิดการประชุมเสียผมว่าก็ออกจะสวย ถ้ามันเป็นไปได้ ผมจะได้ไม่ต้องพูด แต่บังเอิญท่านประธานบอกว่าไม่ได้ ได้ตกลงกับทางฝ่ายค้านแล้ว ทางท่านวุฒิสมาชิกแล้วยังปิดไม่ได้ ผมก็คงจะต้องพูด โดยเฉพาะพูดในเรื่องเทคนิคและพูด ไม่ให้ซ้ํากับคนอื่น เพราะฉะนั้นถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ผมขอเรียนหารือท่านประธาน สักนิดได้ไหมครับ ไม่รู้ท่านฟังผมหรือเปล่าท่านประธานครับ หากสมมุติว่าผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งเรียนเสนอท่านว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไปผมว่าสมบูรณ์มาก เป็นสาระ เป็นที่เข้าใจแล้วก็ทําให้ทุกคนก็สบายใจและก็รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ถ้าผมเสนอปิดการประชุมเลยไม่ทราบว่าทําได้ไหม ผมนี่เป็นพระบวชใหม่นะครับ แต่ว่าพูดด้วยความจริงใจ พูดด้วยบรรยากาศที่ดี แต่ว่าถ้าท่านประธานบอกว่าไม่ได้ ผมก็จะ ขอพูดในสิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นสาระ ผมขอหารือท่านประธานตรงนี้ก่อนว่าท่านคิดอย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีครับ ที่จริงเรา ตกลงกันไว้ใช้เวลาฝ่ายละ ๔ ชั่วโมงครึ่ง ทีนี้ฝ่ายค้านก็ยังเหลือเวลาอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมง ถ้าเราจะใช้วิธีการปิดอภิปรายเลยก็คงจะไม่เหมาะสม ก็คงต้องหารือกับฝ่ายค้าน ดูความเหมาะสมก็แล้วกัน อยู่ที่ที่ประชุมครับ ท่านประธานวิปเชิญครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราได้ทําการตกลงกับท่านสมาชิกวุฒิสภาไว้แล้ว ได้มีการตกลงกับทางตัวแทน วิปฝ่ายค้านไว้แล้วเรียบร้อย แบ่งเวลากันฝ่ายละ ๔ ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งขณะนี้การอภิปราย ก็ดําเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โควตาแล้วก็สัดส่วนในการอภิปรายของแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือแม้กระทั่งสมาชิกวุฒิสภายังเหลืออยู่เท่าใดควรจะดําเนินการ เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ครับ เพื่อให้การประชุมสามารถที่จะดําเนินการได้ราบรื่นต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ท่านประธานครับ ผม สมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครปฐม ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ เพิ่งพูด ท่านมารับฟังคําแนะนําข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภานะครับ วันนี้ที่เรา มีการประชุมในมาตรา ๑๗๙ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเปิดประชุมเพื่อให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ แสดงความคิดเห็นถึงปัญหาของบ้านเมืองในวันนี้ แต่ท่านรัฐมนตรีกลับเสนอขอปิด ผมคิดว่า หารือเพื่อขอปิดการประชุมนี่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้พูดแล้ว ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล วันนี้ท่านได้เสียสละเวลาเพื่อมารับฟังปัญหาของประเทศเรา ท่านทราบไหมครับท่านรัฐมนตรี ผมเคยปรึกษากับท่านในรัฐสภานี้นะครับว่าซีกตะวันตกของ กรุงเทพฯ ประสบปัญหาขนาดไหน และอีกกี่เดือนจะคลี่คลาย ท่านก็ได้ยินผมพูด ท่านครับ ประชาชนที่อยู่ทางซีกตะวันตกของกรุงเทพฯ วันนี้จมอยู่ในน้ําประมาณ ๒ เมตร ริมคลองทวีวัฒนา ผมเคยปรึกษากับท่านว่าวันนี้การจราจรที่จะต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ลําบากสากรรจ์ โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกจ้างที่ต้องมาทํางานที่กรุงเทพฯ ใช้เวลา ๓-๔ ชั่วโมง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ท่านประธานครับ ขอให้ผมพูดหน่อยครับ ต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมได้เรียนท่านรัฐมนตรี ปลอดประสพ ว่าท่านครับ มีทางไหนที่เราจะหาทางเข้ากรุงเทพฯ นอกเหนือจาก ถนนพระราม ๒ เป็นไปได้ไหมเราใช้เรือรับเป็นทอด ๆ ในถนนพระบรมราชชนนีเข้าสู่ กรุงเทพฯ เพื่อลดการจราจรของถนนพระราม ๒ ผมถามผมได้รับคําตอบไหมครับจากท่าน แล้ววันนี้ท่านหารือขอปิดประชุมด้วย ท่านรัฐมนตรีครับ คิดถึงประชาชนบ้างครับ ในฐานะผมเป็นคนของประชาชน เป็นตัวแทนของประชาชน มันไม่ถูกที่ท่านไปหารือ ขอปิดประชุมนะครับ จนให้ต้องมีการบอกว่าหาข้อตกลงที่เราได้มีการเสนอ ๔ ชั่วโมงครึ่ง ท่านก็น่าจะทราบ ท่านประธานครับ วันนี้เราเริ่มประชุมตั้งแต่สิบโมงเช้านะครับ เราได้สาระอะไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ไม่อยาก ขัดจังหวะขออภัยจริง ๆ ครับ แต่เวลาเรามีจํากัดจริง ๆ เอาอย่างนี้ครับ ขออนุญาต เดินต่อครับ ยังไม่นั่นหรอกนะครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยมีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ไม่ถึง ๑ นาที เราเห็นใจทุกฝ่ายครับ แล้วก็ผมคิดว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีทุกคนอยากจะฟังความเห็น อันนี้ถูกต้องครับ แต่ขออย่างนี้ได้ไหมครับ ตั้งแต่นี้ไปครับ ตามเวลาที่ว่านี่ขอความกรุณา ทุกฝ่ายครับ อย่าโจมตีกันได้ไหมครับท่านครับ แล้วก็พูดกันแบบไม่ให้มันมีปัญหา นําเสนอ เลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็พร้อมจะรับฟัง ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่จบสักที ถ้าเป็นอย่างนั้น ๆ จริง ๆ นะครับท่านประธาน ผมก็อาจจะต้องใช้สิทธิเหมือนกัน เพราะพรุ่งนี้จะต้อง ประชุมแต่เช้า แต่ถ้าเดินไปอย่างนี้ผมว่า โอเคครับ ท่านประธานครับ อยากให้ท่านประธาน กําชับ เพื่อให้บรรยากาศมันเกิดการปรองดองคนข้างนอกเขาจะได้ดูดีนะครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านใช้มาตรฐานอีกมาตรฐานหนึ่งอีกแล้วครับ ให้ผู้อภิปรายเมื่อกี้ลุกขึ้นมาอภิปรายครับ นี่ครับ นี่คือมาตรฐานที่ท่านค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย เปลี่ยนไปเรื่อย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมต้องแย้ง เลยครับ ขอแย้งเลยนะครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมใช้มาตรฐานเดียวครับ แล้วเมื่อกี้อยู่ระหว่างการหารือ ท่านยกมือผมก็ต้องอนุญาต อยู่ระหว่างการหารือนะครับ แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะเดินหน้าต่อ จบแล้วกระมังครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมหารือท่าน ท่านให้ผมหารือไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จบแล้วครับ เราก็จะ ดําเนินการต่อ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

เห็นไหมละครับ พอผมจะหารือท่าน ท่านก็บอกจบแล้วครับ นั่งเถอะครับ อย่าดื้อเลยครับ แต่เวลาฝั่งโน้น ท่านฟังเฉย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ มันได้ข้อสรุป แล้วครับ เราจะประชุมต่อครับ หรือท่านไม่เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยผมจะให้โอกาสท่าน แต่ถ้าเห็นด้วยควรจบแล้วครับ ไม่เห็นด้วยว่าจะให้ประชุมต่อใช่ไหม ก็ผมให้ประชุมต่อแล้ว ก็จบแล้วนี่ เชิญครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพท่านประธานอย่างจริงใจ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของสภานี้ ที่ผมบอกไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ไม่เห็นกับท่าน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย แล้วท่านก็พยายามที่จะป้องว่าไม่เห็นด้วยแล้วให้ปิด ผมไม่เห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านพูด พูด พูดของท่านจนจบเสร็จท่านก็ปิดประตูตีแมว ขอบคุณครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยประท้วง หรือครับ ผมว่ามันน่าจะจบได้ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมประท้วงเพื่อนสมาชิกที่พูดให้ผมเสียหาย จริง ๆ ผมเป็นวิปแล้วปรึกษา กับประธานก็อยากจะให้มีการเปิดต่อไป แต่อยากให้บรรยากาศมันราบรื่น ผมตั้งข้อสังเกต หลายทีครับท่านประธานครับ ท่านประธานก็วางตัวเป็นกลาง แต่ไม่ได้ไม่ดีก็ฉะประธาน ท่าเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้ผมว่ามันก็ไปไม่ได้ท่านประธานครับ ผมก็ใช้สิทธิเป็นวิป แล้วก็ใช้สิทธิที่จะขอเสนอเพื่อจะให้เกิดการอภิปรายต่อไป เพียงแค่ผมบอกว่าอย่าโจมตี เท่านั้น ฮือเลยครับ นี่แสดงตั้งท่าจะโจมตีกันหรืออย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

พอแล้วครับ จะได้เดินต่อครับ ขออนุญาตต่อเลยนะครับ ตกลงท่านจะใช้สิทธิอภิปรายใช่ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีมีผู้ประท้วง มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงหรือเปล่าครับ

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ราชบุรี

เรียนท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงนะครับ เพียงแต่ผมจะขอหารือท่านประธานว่า เมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปมากพอสมควรแล้วนะครับ ครม. ผมว่าได้รับฟังสมาชิกรัฐสภา อีกสักครู่หนึ่งก่อนแล้วค่อยชี้แจงอีกรอบได้ไหมครับ ตอนช่วงกลางวัน ช่วงบ่าย ช่วงเย็น ท่านไปไหนมาครับ ท่านทําไมไม่มาชี้แจง พอได้เวลา ๒-๓ ทุ่ม ๑ ทุ่มท่านจะเริ่มมาชี้แจง กันอย่างมากมาย ท่านต้องให้โอกาสกับสมาชิกรัฐสภาก่อนสิครับท่านครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็เป็นสิทธิของท่านรัฐมนตรี

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

ท่านประธานที่เคารพครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านกรุณาใจเย็น ๆ นิดหนึ่งนะครับ ผมก็รู้สึกเสียใจนะครับว่าข้อเสนอซึ่งเป็นความปรารถนาดีของผมทําให้เกิดความ เข้าใจผิดนะครับ ก็เอาเป็นว่าผมขอถอนสิ่งที่ผมหารือเมื่อกี้ก็แล้วกัน นี่ข้อ ๑ นะครับ

ข้อ ๒ ก็เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นะครับ คือหลายท่านก็บอกว่าอยากฟัง ที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร ผมก็ขอไม่พูดนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้ท่านทั้งหลาย ได้พูดกันให้เต็มที่ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ผมจะพูดก็จะเป็นความรู้กับท่านเองนะครับ ผมก็จะขอไม่พูด ก็เชิญท่านพูดต่อไปนะครับ ผมไม่พูด แต่ว่าท่านอย่าดูถูกจิตใจ ผมตั้งใจจะพูดอย่างนี้อยู่แล้ว ท่านก็ว่าเอาด่าเอาท่าโน้นท่านี้ ท่านเอาอะไรมาด่าผม ผมถามหน่อยสินะครับ ผมอุตส่าห์ ตั้งใจจะพูดคํานี้ ท่านก็เอาผมเสียก่อนแล้วนะครับ ทีหลังกรุณาอย่าทําอย่างนี้เลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ต่อเลยนะครับ ขอท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๕ นาทีครับ เชิญครับ ก็เขียนมาให้ผมอย่างนี้ ตกลงท่านสนอง ก่อนใช่ไหมครับ เชิญครับ คุณสนอง ๖ นาที ใช่ไหมครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์ 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ก็ถือว่าเป็นอีกโอกาสหนึ่ง ที่สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้จะได้นําปัญหาของชาติบ้านเมืองที่เกิดขึ้น และถือว่าเป็นปัญหาที่ พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมากที่สุดนํามาบอกเล่าให้รัฐบาลได้รับรู้รับทราบ เพื่อที่จะ หาทางแก้ไขด้วยกัน ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาก็มีหลายท่านผู้ที่รู้ได้อธิบายถึงที่ไปที่มาของน้ํา ถึงสาเหตุของน้ําท่วมอะไรต่อมิอะไรมากแล้ว ท่านประธานครับ ตัวผมเองผมจะขออนุญาต ที่จะก้าวล่วงจากตรงนี้ไป จะไม่พูดละครับว่าน้ํามันเกิดขึ้นเพราะอะไร มันท่วมได้เพราะอะไร แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงในเวลานี้ผมมองไปข้างหน้า เป็นห่วงว่าวันนี้หลังจากน้ําลดแล้ว พี่น้องประชาชนจะอยู่อย่างไร บ้านเมืองของเราจะเป็นอย่างไร เราคงปฏิเสธไม่ได้ครับว่า จากอุทกภัยครั้งนี้ได้สร้างความสูญเสีย ไม่ว่าจะในด้านทรัพย์สิน ไม่ว่าจะด้านชีวิต ของพี่น้องประชาชนถึง ๕๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ ในจํานวน ๕๐๐ กว่าคน มีคนจังหวัดบุรีรัมย์อยู่คนหนึ่งซึ่งเขาไม่ควรที่จะต้องมาตายจากสาเหตุนี้ เป็นทหารอากาศครับ เมื่อพี่น้องประชาชนเกิดปัญหาน้ําท่วม ทหารคนนี้คือ พันจ่าอากาศ ปริญญา บุตรศรี เคยเป็นนักฟุตบอลติดทีมชาติไทยรุ่นเดียวกันกับคุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ท่านครับ พอเกิดน้ําท่วมขึ้นมา ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน ได้พาพรรคพวกนั่งเรือ ออกมาเพื่อที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน นั่งเรือมาถึงบริเวณลําลูกกาปรากฏว่าประชาชนติดเกาะอยู่โบกมือให้ เห็นเรือมาขอให้ไปช่วย บังเอิญว่าจะข้ามเกาะกลางถนนไปช่วยอีกฝั่งหนึ่งนะครับ เรือติดเกาะลงไปในน้ําเพื่อเข็นเรือ จะเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชน เป็นอย่างไรครับ ไฟฟ้าเกาะกลางถนนรั่วดูดทหารผู้นี้เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ผมไปเป็นประธานรดน้ําศพ ท่านประธานครับ พอตายเสร็จ พอเขาถูกไฟดูดเป็นอย่างไร เพื่อนเห็นไฟดูดจะกระโดดลงไปช่วย จะกระโดดลงไปช่วยครับ ยังมีจิตวิญญาณอยู่บอกว่าผมถูกไฟช็อต คนที่จะกระโดดไม่กล้ากระกระโดดลงไป ผลสุดท้าย ต้องดูเพื่อนทหารตายกันต่อหน้า ศพลอยไปติดที่อยู่บริเวณหน้าวัดโพธิ์สมผลเจริญ ศพลอยไป แล้วก็ไปกู้ศพได้ที่นั่น ตายเสร็จแล้ววันนี้จะเผาก็ยังไม่กล้าเผาครับ พรรคพวกที่เป็นทหาร ด้วยกันอยากจะไปร่วมงานศพก็ไปไม่ได้เพราะติดช่วยเหลือพี่น้องประชาชนน้ําท่วม แถวดอนเมือง ก็บอกว่าให้เก็บศพไว้ก่อนทั้งผู้บังคับบัญชา ทั้งทหารอากาศครับ วันนี้ก็ไปขอ ญาติพี่น้องทางบุรีรัมย์ของผมบอกว่าอย่าเพิ่งเผาศพให้เก็บศพไว้ ให้น้ําแห้งแล้วเขาจะได้ไป ร่วมทําบุญด้วยกัน ในเรื่องนี้อย่างนี้ผมถามหน่อยว่าคนที่เขาไม่ควรตายนี่ในเมื่อไฟฟ้ามันรั่ว ถามว่าถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐไหมครับ ต้องตาย ๕๐๐ กว่าคนนี่นะครับ ส่วนหนึ่งเขาไม่ควรตาย เขาตายด้วยการประกอบคุณงามความดี อย่างนี้ผมจึงต้องมา เรียกร้องว่าจําเป็นจะต้องหาทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในอนาคต ท่านประธานครับ วันนี้เอาละเราแก้ไขปัญหาตรงนั้นไม่ได้ แล้วจากนี้เป็นต้นไปละครับ ผมดีใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าเรื่องแรงงานเตรียมเอาไว้แล้ว แต่ผมดูแล้ว ก็ยังไม่พอ ท่านชี้แจงมานี่มีแรงงานจะได้ทํางาน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน แต่วันนี้คนตกงาน ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ คน จะทําอย่างไรครับ วันนี้พี่น้องประชาชนของเราเสียหาย บ้าน รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ตู้เย็น โทรทัศน์เสียหาย บอกว่าจะใช้ จะมอบชดเชยให้ ๓๐,๐๐๐ บาท สร้างบ้านคนครับไม่ใช่สร้างบ้านให้แมวอยู่ มันไม่เพียงพอครับ จะบรรเทา ความเดือดร้อนเหล่านี้ให้ประชาชนได้อย่างไร ตรงนี้ต่างหากครับ ท่านประธานครับ ที่ผมเป็นห่วง ผมดีใจครับ ผมเห็นกระทรวงเดียวที่ทํางานแล้วตื่นตัวคือ กระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ อันนี้ผมดูว่าท่านทํางานมีความกระตือรือร้นดูแลเอาใจใส่ พี่น้องเป็นอย่างดี เห็นไหมครับ งูพิษหลุดออกมา เซรุ่มประเทศไทยไม่มี ไม่ถึงอาทิตย์ท่านสั่ง เซรุ่มมาแล้ว นี่แสดงว่าท่านได้เตรียมความพร้อม ผมอยากให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ที่มีปัญหาที่จําเป็นจะต้องแก้ไขครั้งนี้ต้องเตรียมตัวตั้งแต่บัดนี้ เราไม่ต้องไปยืนพูดในปีหน้าว่า เราคาดไม่ถึง มันใช้ได้ปีเดียวครับ อ้ายเราคาดไม่ถึงนั่นนะ ปีหน้าเราจะบอกว่าเราคาดไม่ถึง มันไม่ได้อีกแล้ว ท่านต้องเตรียมตัวป้องกันทําอย่างไร น้ําจะไม่ท่วม ทําอย่างไรจะไม่ให้ โรงงานเขาเสียหาย ทําอย่างไรจะให้พี่น้องของเรานั้นไม่ต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างนี้ เวลามีน้อยครับ ผมว่าวันนี้ผมอยากให้คณะรัฐมนตรีทั้งหลายลองกลับไปทบทวนดูครับ ท่านมีผู้รู้มากนะครับ จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เหตุเกิดขึ้นอีก เกิดขึ้นแล้วจะบรรเทา ความเดือดร้อนอย่างไร ขอฝากพี่น้องประชาชนของเราที่ประสบปัญหาเหล่านี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๕ นาที

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณนะคะ ที่ท่านได้เปิดโอกาสให้ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้นําเสนอ ความคิดเห็นและข้อแนะนําไปยังรัฐบาลเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา มหาภัยพิบัติในครั้งนี้ค่ะ กว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่ต้องตกงาน และมากกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ผลคราวนี้ค่ะเป็นผลที่เกิดจากมหาภัยพิบัติน้ําท่วมใหญ่ เหตุการณ์คราวนี้อย่ามาโทษเลยนะคะว่าเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ อย่ามาโทษฟ้า โทษดิน หรืออย่าไปโทษว่าดวงไม่ดี แต่คราวนี้ต้องโทษว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดไปซ้ําวิกฤติน้ํา ที่เกิดขึ้นน่าจะถูกต้องมากกว่า ทําไมดิฉันพูดถึงว่าท่านบริหารงานผิดพลาดค่ะ เพราะมีการส่งสัญญาณหลายครั้งจากหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ต่าง ๆ เรื่องปริมาณน้ําก็ดี หรือแม้แต่ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณมาแล้วหลายครั้งค่ะ ครั้งแรกค่ะ ท่านประธาน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาธรรมชาติได้ส่งสัญญาณผ่านมายัง พื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคเหนือ น้ําได้ท่วม ๑๔ จังหวัด ทางรัฐบาลก็ทราบและยังได้ตั้งเป็น บางระกําโมเดล นี่คือสัญญาณแรกที่ธรรมชาติส่งมา สัญญาณถัด ๆ มาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ําล้น แม่น้ําเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ น้ําล้นที่เขื่อนเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดชัยนาท ส่งผลต่อ ๆ มาที่เห็นชัดที่สุดค่ะคือเรื่องของประตูน้ําบางโฉมศรีที่แตกไป ก่อนหน้านี้ค่ะ รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอย่างไรบ้างคะ นอกจากบอกพี่น้องประชาชนว่ารับมือกับสถานการณ์ได้ เอาอยู่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลยืนยันให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบหลังจากท่านชี้แจงให้ พี่น้องประชาชนรับทราบ พี่น้องประชาชนก็มั่นใจค่ะ มั่นใจว่าท่านจะรับมือแล้วก็เอาอยู่ แต่หลังจากนั้นสิคะท่านประธาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากกระแสน้ําที่รุนแรง และรวดเร็วเข้าไปทําลายความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรือกสวนไร่นา บ้านพักที่อยู่อาศัย ไล่กันมาตั้งแต่ ๑๔ จังหวัดภาคเหนือจนมาถึง ๒๒ จังหวัดรวมกันถึงภาคกลาง ยังไม่รวมเรื่อง ของความเสียหายที่แผ่ไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่านได้แจ้งไปหรือเปล่าคะ ให้บริษัทต่าง ๆ ได้รับมือเอาไว้ หรือท่านได้แจ้งไปเหมือนกับที่บอกประชาชนเหมือนเดิมว่า เอาอยู่ นี่คือสิ่งที่ประชาชนสิ้นศรัทธาในคําพูดของรัฐบาล สิ้นศรัทธาในความเป็น ผู้นําของท่าน สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือว่าท่านมีองค์กรต่าง ๆ อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงาน ข้าราชการที่มีความชํานาญ ท่านมีนักวิชาการอยู่ในมือค่ะ ทําไมท่าน ไม่เรียกมาแล้วให้นําเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ แล้วท่านต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า จะรับมือกับน้ําที่มาด้วยวิธีการไหน ไม่ใช่ตั้งรับเอาตอนที่น้ํามาถึงท่านแล้วค่ะ สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือว่าทางกรมชลประทานได้แจ้งว่ายังมีน้ําค้างอยู่ ล่าสุดนะคะ ยังบอกว่ายังมีอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีของ ท่านนายกรัฐมนตรีกลับบอกว่ากรุงเทพมหานครไม่ท่วมแน่นอน ๑๐,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดอนเมืองไม่ท่วม แต่ท่านทราบไหมคะว่าคําพูดที่ท่านพูดนี่นะคะมันไม่ได้ทําให้ประชาชน มั่นใจอีกต่อไปแล้ว เพราะท่านไปทําลายความน่าเชื่อถือด้วยตัวของท่านเอง ด้วยตัวของ คณะรัฐมนตรีของท่านเอง หมดเวลาแล้วค่ะ หมดเวลาที่ท่านจะมาบอกว่าให้เชื่อคําพูดของ รัฐบาล และเรื่องที่สําคัญก็คือว่าฝนตก พายุพัดมันเป็นเรื่องธรรมชาติจริงค่ะท่านประธาน แต่น้ําทั้งหมดเป็นการบริหารจัดการของคนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีเวลา แล้วก็ไม่มี ข้อกังขาแล้วนะคะว่าวันนี้เป็นเรื่องของชะตาฟ้าลิขิต หรือเป็นเรื่องของบริหารผิดกันแน่ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทําหลังจากนี้ก็คือรีบถอดบทเรียนที่ท่านได้รับมาตลอดระยะเวลา ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา แล้วคิดค่ะ คิดไปข้างหน้า ไม่ใช่ไล่ตามน้ําอยู่ตอนนี้ แล้วจัดการ ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยา แล้วก็การรองรับรับมือหลังจากน้ําลดค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากเห็นตอนนี้ก็คือว่าร่วมมือ ทางรัฐบาลได้คิดมาตรการต่าง ๆ อย่างเช่น หลังน้ําลดมีขยะมากมายมหาศาล เป็นไปได้ไหมคะท่านช่วยทั้งการจ้างงานแล้วก็ ลดขยะไปด้วย โดยการจ้างงานรับซื้อขยะจากคนที่มีขยะอยู่แต่ละบ้าน ๆ นี่แหละค่ะ เป็นการกระจายเงินให้เขาได้มีเงินค่าใช้จ่ายแล้วก็บริหารจัดการไปด้วยทั้งหมดทั้งสิ้น วันนี้ดิฉันหวังว่าข้อเสนอแนะของพวกเราทั้งหมดจะได้เข้าไปอยู่ในคําพิจารณาข้อพิจารณา ของท่านนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านบุรณัชย์ สมุทรักษ์ ครับ ๕ นาทีครับ

นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผม จะเริ่มการอภิปรายนะครับ อยากจะขอเรียนว่าได้หารือกับทางวิปฝ่ายค้านว่า ในเรื่องของ เวลานั้นหากจะเกินสัก ๒-๓ นาที ก็จะมีความยืดหยุ่นให้ในการอภิปราย ๒-๓ ท่านที่จะถึงนี้ครับ เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามานั้นนี่นะครับ ถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งที่จะมีความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการที่จะระดม ความคิดเห็นเพื่อร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์ร่วมกัน ทางพรรคประชาธิปัตย์เองก็ยืนยันครับว่า รูปแบบของการขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นกลไก ที่สําคัญครับ ที่จะให้ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีผู้แทนของปวงชนชาวไทยสามารถที่จะสะท้อนปัญหา และมุมมองความคิดเห็นต่าง ๆ โดยตรงต่อฝ่ายบริหารได้ อย่างไรก็ตามต้องเรียนว่า รู้สึกเสียดายโอกาสที่การประชุมร่วมรัฐสภาเดิมมีกําหนดการในวันที่ ๒๕-๒๖ นั้นกลับถูก เลื่อนไป ทําให้มุมมองหลายส่วนที่ทางพวกกระผมได้พยายามสะท้อนถึงพวกท่านนั้นได้ใช้ เวลาในการสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยืนยันถึงความจําเป็นในการบูรณาการศูนย์กลาง ความช่วยเหลือที่พวกผมเคยเสนอผ่านกลไกคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคมนั้น ก็ได้มีการ นําไปปฏิบัติเป็นการจัดตั้ง ศปภ. เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ในเรื่องของการเสนอแนะความคิดเห็น ในการจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้าในการทํางานนั้นก็ได้มีการจัดตั้ง ศปภ. ส่วนหน้าขึ้นในวันที่ ๒๑ ตุลาคม เพราะฉะนั้นพวกผมยืนยันครับว่าการร่วมกันทําหน้าที่นั้นถือว่าเป็นภารกิจที่สําคัญ ในขณะที่ประเทศชาติประสบวิกฤติอยู่ อย่างไรก็ตามครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นสิ่งที่ท้าทาย ประชาชนและรัฐบาลในขณะนี้นั้น ก็คือการแก้ไขผลกระทบที่มีส่วนที่เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัย โดยธรรมชาติ และมีส่วนที่มีผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงจากความผิดพลาด ในการบริหารงานครับ กระผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่ยืนยันและมีความชัดเจนมากของกรณี ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการบริหารงานนั้น ก็คือกรณีที่มีเหตุการณ์จากการดําเนิน นโยบายของรัฐบาลนั้น ทําให้การระบายน้ําผ่านระบบแม่น้ําเจ้าพระยาเกิดภาระที่เกินต่อ ความสามารถในการรองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของแม่น้ําเจ้าพระยาในซีกตะวันตก และตอนใต้ อันประกอบไปด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนนทบุรี และฝั่งธนบุรีของ กรุงเทพมหานครครับ เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว มีความสําคัญมากหรือน้อยต่อประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อื่น ๆ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ พื้นที่ดังกล่าวนั้นจะเป็นบริเวณสุดท้ายที่สถานการณ์อุทกภัยนั้นจะทุเลาเบาบางลง เนื่องจาก พื้นที่ทางกายภาพของบริเวณดังกล่าวนั้นยากแก่การที่จะระบายน้ํา เพราะปราศจากระบบ ระบายน้ําที่เป็นกิจจะลักษณะ มีการเตรียมการหรือมีเครื่องสูบน้ํา คลอง และประตูระบายน้ํา ที่เพียงพอต่อปริมาณมวลน้ําครับ เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเรียกได้ว่า เริ่มขึ้นในวันที่ ๑๓ กันยายน เมื่อประตูระบายน้ําบางโฉมศรีได้พังลง ซึ่งบังเอิญตรงกันกับวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่ในขณะนั้นก็เข้าใจว่ากระบวนการ ในการเชื่อมต่อและบูรณาการการทํางานของส่วนต่าง ๆ นั้นอยู่ในระหว่างการเตรียมการครับ เหตุผลที่ทําให้กรณีดังกล่าวนั้นเป็นจุดสําคัญเพราะว่าประตูระบายน้ําที่บางโฉมศรีนั้น เมื่อมีการพังทลายลงระบบมวลน้ําก็จะเข้าไปสู่ซีกฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา คือแม่น้ําน้อย ไหลลงสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าสู่จังหวัดนนทบุรี และมาสิ้นสุดลงที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตกครับ ในจังหวะดังกล่าวนั้นเป็นจังหวะที่ทางรัฐบาลเองนั้นยังไม่ได้มีการบูรณาการ ในการจัดตั้งศูนย์ ศปภ. และเป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่งครับ ที่การรับมวลน้ําที่มากกว่า เวลาปกติในช่วงของแม่น้ําเจ้าพระยาซึ่งควรที่จะรับไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้นกลับพบว่า รับเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทําให้การซ่อมประตูระบายน้ําบางโฉมศรีนั้นต้องใช้เวลาถึง ๓ สัปดาห์ อย่างไรก็ตามครับ ในขณะที่มีการก่อตั้ง ศปภ. เสร็จแล้วในวันที่ ๘ ตุลาคมนั้น ความหวังที่ ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างของรูปแบบการบริหารงานในภาวะวิกฤติโดยการบูรณาการ หน่วยงานราชการต่าง ๆ นั้นก็ประสบปัญหาเกิดการพังทลายของระบบป้องกัน นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งนะครับ จนที่สุดแล้วก็เกิดปัญหาจนต้องมีการปรับโครงสร้าง ของ ศปภ. ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ในขณะนั้นพวกกระผมเองก็ได้พยายามที่จะร่วมเดินทาง ไปยังพื้นที่ที่ถือว่ามีความสําคัญในการระบายน้ําโดยธรรมชาติ นั่นก็คือพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กรุงเทพมหานครที่โดยธรรมชาตินั้นจะมีระบบคลองอยู่ถึง ๒๑ คลอง มีระบบสูบน้ําอยู่เป็น จํานวนมาก แต่สิ่งที่ประสบพบเห็นอยู่ในขณะนั้นก็พบว่าในระบบที่มีการเตรียมการนั้น กลับพบว่าไม่ได้มีการใช้งานครับ โดยเครื่องสูบน้ําในประตูระบายน้ําหลัก ๆ ๓ แห่ง ก็คือ ประตูระบายน้ําที่คลอง ๑๓ คลองแสนแสบ แล้วก็บริเวณคลองประเวศนั้นมีอยู่ ๕๒ เครื่อง แต่มีการเปิดใช้งานอยู่ไม่ถึง ๑๐ เครื่องครับ ในขณะนั้นทางพรรคพวกผมก็ได้แถลงการณ์ และได้ร้องขอไปยังรัฐบาลให้มีการดําเนินการในส่วนนี้ และได้สืบทราบมาว่ากลไกสําคัญ ประการหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมการผันน้ําลงสู่ทะเลนั้นกลับเป็นกลไกที่บุคลากรที่รับผิดชอบ ในคณะกรรมการผันน้ําลงสู่ทะเลนั้นมิได้เป็นบุคลากรที่ทํางานอยู่ในหน่วยงานราชการ แต่เป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในขณะเดียวกันนั้น ทางพวกกระผมเองก็ได้ให้ความสําคัญมากครับ ในการที่จะพยายามนําเสนอทางออก เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงระบบการบริหารงานของ ศปภ. เอง และท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองนั้น ก็ได้เข้าร่วมหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ บางเรื่องที่เราประสบพบเห็น เช่น การรั่วลงของคันกั้นน้ําคลองประปานั้นก็ได้มีการสื่อสารโดยตรงไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย แต่สิ่งที่เป็นผลโดยตรงนะครับ จากการที่ระบบฝั่งตะวันตก ของแม่น้ําเจ้าพระยาต้องรับภาระเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับนั้น ก็ทําให้ การประเมินสถานการณ์การท่วมของน้ําในภาคตะวันตกของกรุงเทพมหานครนั้นมีปัญหา อย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่จะทําให้การแก้ไขปัญหาไม่สามารถที่จะสัมฤทธิ์ผลได้ก็คือการที่ เมื่อระบบและองค์การไม่ทํางานแล้ว เมื่อปัจจัยในเรื่องของคนมีปัญหา การแก้ไขปัญหาก็ยาก ที่จะสําเร็จลงครับ ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ทาง ศปภ. เอง ซึ่งภายหลังจากที่มีการรวบอํานาจ โดยอาศัยมาตรา ๓๑ ของกฎหมายตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รวบอํานาจมาไว้นั้นก็ได้กล่าว ยืนยันว่ามวลน้ําก้อนใหญ่คงจะไม่เห็นอีก และวันนี้มวลน้ํานั้นได้ถูกผันตามไปยังคลองต่าง ๆ ของ กทม. แล้ว ในวันนั้นนะครับเป็นวันที่ภาพถ่ายทางดาวเทียมก็ได้ยืนยันครับ ว่าสิ่งที่เรียก ได้ว่าเป็นมวลน้ําซึ่งอาจจะไม่ชัดเจนว่าเริ่มต้นที่ใดและสิ้นสุดที่ใดนั้นนี่นะครับ ยังไม่ได้ผันผ่าน เขตกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นรอยต่อที่สําคัญ ในขณะเดียวกันนั้น ก็ได้มีการให้ข่าวอย่างต่อเนื่องนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสืบเนื่องมาจาก การที่คันกั้นน้ําของแม่น้ําเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกมีปัญหาถึง ๑๓ จุด แต่ในวันที่ ๒ พฤศจิกายนก็เป็นวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็ได้ให้ข่าวอีกครั้งหนึ่งครับ ว่ากรณีของ การแก้ไขปัญหาในส่วนฝั่งตะวันตกหรือฝั่งธนบุรีนั้น มวลน้ําที่เราต้องไปชะลอให้ลดลง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สุด แต่ที่ใหญ่สุดคือปริมาณน้ําทะเลสูงกว่าคันกั้นน้ํา ข้อเท็จจริงคือ ในวันดังกล่าวนั้นนะครับ เป็นวันที่ตัวกระผมเองกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้ไปตรวจพื้นที่ทั้งในเขตตลิ่งชัน และในเขตบริเวณบางแค และข้อเท็จจริงคือในวันดังกล่าวนั้น ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีข้อเท็จจริงก็คือบริเวณที่อยู่อาศัยอยู่ติดกับคลองบางกอกน้อย ซึ่งจะรับผล หากมีการหนุนจากน้ําทะเลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยานั้นคลองพร่องอยู่ครับ ประชาชนที่อยู่ ริมคลองบางกอกน้อยยังไม่ได้รับผล แต่ประชาชนที่อยู่พื้นที่ชั้นในที่รับน้ําที่เอ่อล้นมาจาก คลองมหาสวัสดิ์นั้นอยู่ในสภาพที่จมน้ําเกือบที่จะครบพื้นที่ครับ ข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นทําให้ ทางพวกกระผมนั้นเกิดความกังขาในการประเมินปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขระบายน้ําในซีกฝั่งตะวันตก ในวันถัดไปคือวันที่ ๓ พฤศจิกายนนั้น ก็ได้มีการให้ข่าวอีกครั้งหนึ่งครับ ว่าปัญหาจากน้ําท่วมในฝั่งตะวันตกนั้นมีสาเหตุ จากการพบรอยรั่วถึง ๗ กิโลเมตร และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ข่าวนะครับว่ามีรอยรั่ว มานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่จะเข้าไปดําเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป คาดว่าจะเสร็จสิ้น ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน จากการตรวจข้อเท็จจริงพบว่าทาง ศปภ. เองได้มีรายงาน การประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม เป็นการบันทึก และมีการมอบหมายให้กรมชลประทาน เร่งอุดรอยรั่วตามคันกั้นแม่น้ําเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ประสานงานในการจัดหาแผ่นกั้นชีทไพล์ (Sheet pile) ข้อเท็จจริงที่กระผมจําเป็นที่จะต้อง เรียนถามนะครับ ก็คือบริเวณคันกั้นน้ําฝั่งตะวันตกนั้นขณะนี้ได้มีการแก้ไขไปถึงไหนแล้ว เหตุใดจึงมีการให้ข่าวว่าจะมีการเริ่มดําเนินการในสัปดาห์ที่แล้ว ในเมื่อปัญหาดังกล่าว ได้มีการรับทราบมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม

ประเด็นสุดท้ายนะครับ ที่กระผมอยากที่จะเรียนถามไปยังรัฐบาลนั้น ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้เหตุการณ์ในขณะที่มีความสับสน ในเรื่องข้อมูลนั้นได้ออกมายืนยันในประเด็นที่พวกกระผมเองนั้นไม่อยากและพึงที่จะ หลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นปัญหาการเมือง ก็คือประเด็นในเรื่องของการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ สัมภาษณ์ว่ายืนยันว่าในช่วงเวลาที่ตนเข้ามารับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นน้ําได้เต็มความจุของ ทุกเขื่อนแล้ว ซึ่งเป็นประเด็นที่ท่านสมาชิกอีกหลายท่านก็จะให้ข้อเท็จจริงว่าเหตุดังกล่าวนั้น เป็นความพยายามที่จะเบี่ยงเบนและปฏิเสธความรับผิดชอบในการบริหารงานว่าเป็นสาเหตุ จากธรรมชาติ สาเหตุจากการบริหารที่บกพร่องในรัฐบาลในอดีต และเป็นสาเหตุ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการดําเนินการในปัจจุบัน

สุดท้ายนะครับ กระผมอยากจะเรียนครับว่าเมื่อการบริหารงานในลักษณะ ที่ระบบก็ล้มเหลว บุคคลที่มีความรับผิดชอบนั้นก็เสี่ยงต่อความล้มละลายในเรื่องของ ความน่าเชื่อถือ กระผมก็เห็นครับว่าพวกกระผมเองและรัฐสภาแห่งนี้ก็มีหน้าที่โดยตรงที่จะ ช่วยกันกอบกู้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เพราะมีส่วนสําคัญและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ ความน่าเชื่อถือของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะเรียนยืนยันครับว่าในวันนี้ การประชุมร่วมรัฐสภาแห่งนี้ก็จะสะท้อนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อไป และเมื่อน้ําลด แล้วกลไกสําคัญที่จําเป็นในการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนนั้นก็มีความจําเป็นครับที่รัฐสภา แห่งนี้จะต้องมีการเปิดประชุมร่วมเพื่ออภิปรายและรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๑๗๙ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะร่วมทํางานแก้ไขวิกฤติด้วยความสร้างสรรค์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมให้อีก สักท่าน ๕ นาที แล้วท่านค่อยตอบดีไหมครับ เชิญครับ

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมขออนุญาตนิดเดียวสั้น ๆ นะครับ กลัวว่าข้อมูลที่ท่านสมาชิกพูดไปเมื่อสักครู่อาจจะผิดพลาด ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ที่พูดว่ากรณีบางโฉมศรีแตกนั้นทําให้น้ําทะลักเข้าไปทางตะวันตก ขออนุญาตกราบเรียนว่า เราทราบกันดีนะครับว่าปริมาณน้ํานี่มามาก คันกั้นน้ําไม่ใช่บางโฉมศรี วันนี้บางโฉมศรี ถูกกล่าวหาเป็นจําเลย ที่จริงคันกั้นน้ําตั้งแต่ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ขาดอีกประมาณ ๑๑ จุด เนื่องจากประมาณน้ํามาก บางโฉมศรีก็เป็นหนึ่ง แล้วก็เหนือเขื่อนชัยนาทขึ้นไป คือคันกั้นน้ําจากชัยนาทไปมโนรมย์ขาดอีกประมาณ ๒-๓ จุด ที่หนักที่สุดก็คือเขากระดี่ และคันกั้นน้ําที่ดักคะนนที่ตําบลธรรมามูล ขออนุญาตกราบเรียนว่าปริมาณน้ําทั้งหมด ถ้าว่ากันตามหลักชลศาสตร์แล้วน้ํามันไหลในลําน้ํา ตรงไหนมันอ่อนแอกว่าคือคันขาด น้ําก็จะพุ่งไปทางที่ขาด น้ํามันไม่ไปหรอกครับทางตะวันตก ขออนุญาตกราบเรียนว่าสาเหตุ ที่น้ําเข้าตะวันตกนั้นมันมีอีกแห่งหนึ่งซึ่งลักษณะคล้าย ๆ บางโฉมศรี คือประตูพระงาม ที่อําเภอพรหมบุรี อินทร์บุรี ขาดพอ ๆ กับบางโฉมศรีด้วยกัน น้ําตรงนี้ละครับ ทะลักเข้าไปในแม่น้ําน้อยซึ่งเป็นจํานวนมาก ขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณานะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่บอกว่าทางฝั่งตะวันตกนั้นมีคันกั้นน้ําขาดอยู่ประมาณ ๑๓ จุดนั้น ถามว่าทําไมไปดําเนินการล่าช้า ขออนุญาตกราบเรียนว่ามันมีปัญหา ๒ ประการนะครับ การคมนาคมขนส่งที่เข้าไปดําเนินการทําได้ ทําไม่ได้ ประกอบกับถ้าท่านทราบว่า เริ่มต้นทีเดียวนั้นปัญหามวลชนเช่นเดียวกับบางโฉมศรีนะครับ ที่เข้าไปทําล่าช้าเนื่องจาก ปัญหาของมวลชนตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ เมื่อเราพยายามเคลียร์ปัญหามวลชนต่าง ๆ กรมชลประทานเข้าไปดําเนินการตอนแรก ก็เข้าไปดําเนินการไม่ได้ สุดท้ายได้รับความอนุเคราะห์จากกระทรวงกลาโหม คือกองทัพบก ได้ส่งกําลังเข้าไปช่วยเหลือจึงทําให้สามารถซ่อมประตูระบายน้ําบางโฉมศรีได้นะครับ ส่วนคันกั้นน้ํา ๑๓ แห่งนั้นที่ขาดชํารุดเสียหายวันนี้ซ่อมเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ๑๒ แห่ง เหลืออีก ๑ แห่งก็คิดว่าจะเสร็จภายในกําหนดที่ผมได้วางไว้คือประมาณวันที่ ๑๓ ส่วนกี่แห่งนั้น ไม่ใช่เป็นคันกั้นน้ําของกรมชลประทาน เป็นคันกันน้ําของเทศบาลบางบัวทองซึ่งขาดทะลัก ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วว่าตรงจุดนี้เองเป็นจุดหนึ่งที่น้ําเติมเข้ามาทางตะวันตกก็เลยขออาสา ที่จะไปดําเนินการตรงนี้ ซึ่งขณะนี้เมื่อเราไปพิจารณาดําเนินการในพื้นแล้วจะเห็นว่าช่วงนี้ น้ําทะเลหนุนต่ําจึงทําให้แม่น้ําเจ้าพระยาต่ํา น้ําจากคลองบางบัวทองก็ไหลออก น้ําส่วนนี้ ก็ไหลออก ตรงนี้ก็รอจังหวะให้น้ํามันหยุดนิ่งเพื่อน้ําทะเลจะหนุนอีกรอบหนึ่งซึ่งเราจะไป เร่งรัดดําเนินการต่อไป ขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อมูล ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านชนินทร์ รุ่งแสง ๕ นาทีครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ด้วยเวลาจํากัดก็คงจะขอ อนุญาตที่จะไม่ไปพูดถึงเรื่องของการสะสมของมวลน้ําก่อนที่จะเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าในเรื่องของความรับผิดชอบก็ดี ในเรื่องของเหตุการณ์ก็ดีที่เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานครนั้นเป็นมาอย่างไร ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทางรัฐบาล ใจกว้าง แล้วก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งถ้าหากรัฐบาลได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง มานั่งฟังแล้วก็นําไปปฏิบัติ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๑ ตุลาคมนั้นเป็นวันแรกที่รัฐบาลได้ ประกาศใช้มาตรา ๓๑ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นั่นหมายความว่า รัฐบาลช่วงนั้นมีทั้งทรัพยากรต่าง ๆ มีทั้งข้อมูลต่าง ๆ และมีทั้งอํานาจในการที่จะดูแลบริหาร จัดการน้ําทั้งหมดที่ขณะนั้นยังไม่ได้มาถึงกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นชัดเจนว่า อํานาจความรับผิดชอบในการดูแลนั้น ศปภ. ซึ่งมีรัฐบาลกํากับดูแลอยู่นั้นมีความรับผิดชอบ อย่างชัดเจน ที่มากล่าวหาเรื่องของความรับผิดชอบทางกรุงเทพมหานครนั้นผมคิดว่า ต้องพิจารณาจุดนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าท้วงติงนะครับว่าวันแรกที่ได้มีการ ประกาศใช้ก็มีการค่อนแคะทําให้กรุงเทพมหานครเสียหาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไปกล่าวหาว่ามีการไม่ดําเนินการ มีการเกียร์ว่าง ซึ่งทําให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครนั้น เสียขวัญ เสียกําลังใจนะครับ และที่สําคัญคือมีการไปพูดให้ข้อมูลผิด ๆ ที่จะทําให้ ประชาชนสับสนก็คือว่ามีการประกาศ มีการให้สัมภาษณ์โดยท่านนายกรัฐมนตรีว่าได้ให้ กรุงเทพมหานครนั้นเปิดประตูระบายน้ํา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าหาก วันนั้นกรุงเทพมหานครดําเนินการตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ผมคิดว่าวันนั้นก็เป็น วันแรกที่กรุงเทพมหานครจะท่วมทั้งจังหวัดทั้งกรุงเทพมหานครเลย เพราะว่าประตูระบายน้ํา กรุงเทพมหานครนั้นไม่สามารถที่จะเปิดได้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันจําเป็นจะต้องเปิด แล้วก็ให้สอดคล้องกับเรื่องของน้ําขึ้นน้ําลง ณ ขณะนั้นเป็นช่วงที่น้ําขึ้นประตูระบายน้ํา จําเป็นจะต้องปิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับริมแม่น้ําเจ้าพระยาที่มีน้ําสูงสุดนะครับ ตรงนี้ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ต้องท้วงติงนะครับ ในช่วงแรกที่การใช้อํานาจตรงนี้เกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ ย้อนกลับมาในพื้นที่ฝั่งตะวันตกที่มีการท่วมของน้ําขึ้น ซึ่งในช่วงแรกนั้น เป็นช่วงที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลได้มีการประกาศวันหยุด ซึ่งผมถือว่าเป็นการคาดการณ์ แล้วก็เป็นการประเมินที่ผิดพลาดครั้งหนึ่งของรัฐบาล เพราะว่าวันที่ ๑ หรือวันที่ ๒ นั้น เป็นวันแรกที่เริ่มมีปัญหาในส่วนของฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบก็คือ เรื่องของตลิ่งชัน ในช่วงแรกนั้นมีระดับน้ําทะเลที่ขึ้นสูง มีการประเมินว่าจะมีการท่วมขัง แต่ว่าในช่วงวันที่ ๓๐ ถึงวันที่ ๑ ก็ไม่มีเกิดเหตุการณ์น้ําท่วมขึ้นเนื่องจากว่าแนวป้องกัน น้ําท่วมและคนที่ทํางานอยู่ บุคลากรของกรุงเทพมหานครนั้นก็ได้มีความชํานาญ แล้วก็มีการ สร้างระบบป้องกันอย่างดี นั่นเป็นเหตุการณ์ในช่วงแรกที่เกิดวิกฤติขึ้นแล้วก็ได้ผ่านพ้น ไปด้วยดี แต่ว่าหลังจากนั้นวันที่ ๒ วันที่ ๓ น้ําที่มาจากทุ่งหรือเรียกว่าตลบหลังมาที่มาจากนนทบุรี ที่มาจากทวีวัฒนานั้นก็เริ่มไหลบ่าเข้าท่วมเขตฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตตลิ่งชันมาตาม ทางรถไฟ ตรงนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง เพราะว่าประชาชนก็ดีหรือว่า กรุงเทพมหานครก็ดีในการประสานงานข้อมูลต่าง ๆ ในตรงนี้ถือว่าเป็นน้ําที่ผิดปกติที่มาจาก ต่างจังหวัดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบโดยตรง ประชาชนไม่ได้มีสิทธิ ที่จะรับรู้เลยว่าน้ําจะมาเมื่อไร น้ําจะมาเท่าไร ประชาชนรับฟังข้อมูลของ ศปภ. ว่า มีกี่ล้านลูกบาศก์เมตร มีเท่าไร อย่างไร ไม่ได้เคยที่จะคิดถึงว่าประชาชนจะเข้าใจ แล้วก็เตรียมการได้ จริง ๆ แล้วประชาชนควรจะมีสิทธิรับทราบในเรื่องของความสูง ความต่ํา ในเรื่องระดับพื้นที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีความสูงความต่างจากระดับน้ําทะเลซึ่งไม่เท่ากัน ประชาชนจะได้เตรียมพร้อมครับ ในตลิ่งชันพื้นที่ต่าง ๆ นั้น ขณะนี้มีระดับน้ําท่วมนั้น แตกต่างกันมากครับ บางที่แถวฉิมพลี แถวทุ่งมังกร สูงถึง ๒ เมตร บางที่ท่วมก็ประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ตรงนี้ครับเป็นข้อมูลต่าง ๆ ที่ประชาชนเขาผิดหวังกับการประสานงาน การให้ข้อมูลของรัฐบาล และที่สําคัญไปกว่านั้นครับ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นครับ รัฐบาล ศปภ. ก็ได้ประกาศอพยพ แต่ว่าการเตรียมการอพยพนั้นต้องยอมรับว่าเป็นไปด้วย ความขลุกขลักยากลําบากและยากต่อการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ก็ไม่มั่นใจครับในการที่จะมีใครมาดูแลบ้าน มีใครมาดูแลทรัพย์สิน ของเขา หลายคน หลายบ้าน ก็ไม่ได้ทิ้ง ไม่ได้อพยพออกไป เพราะว่าไม่มั่นใจในการดูแล ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศจะให้มีหน่วยที่เข้าไปดูแลเป็นพิเศษ มีตํารวจเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ดูถึงความเป็นจริงว่าเมื่อน้ําท่วมนั้นแล้วนี่ตํารวจไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ตํารวจเขาบ่นนะครับ เขาทํางานเต็มที่ แต่เขาไม่สามารถที่จะปกป้องชีวิต ปกป้องทรัพย์สินได้ เพราะว่าเขาไม่มีเรือครับ โจรผู้ร้ายนั้นเข้าไปงัดแงะบ้านในตลิ่งชันค่อนข้างมาก แต่ตํารวจ ก็อึดอัดครับ เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้ส่งเรือไปให้เขานะครับ ตรงนี้ถือว่าเป็นความผิดพลาด ประการหนึ่งในการเตรียมการรับมือกับเหตุน้ําท่วมในบริเวณเขตตลิ่งชัน

อีกประการหนึ่งครับ หลังจากเกิดเหตุน้ําท่วมแล้วนี่ได้ประกาศเป็น ศูนย์อพยพโดยโรงเรียนของกรุงเทพมหานครต่าง ๆ มีการจัดสรรงบประมาณไปดูแล เพื่อให้ ผู้อพยพนั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ มีอาหารการกินอย่างทั่วถึง แต่ว่าโรงเรียนของ สพฐ. สังกัด กระทรวงศึกษาธิการนั้นไม่ได้มีการเตรียมการครับ ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนในตลิ่งชันนั้นมีพื้นที่ ที่อยู่ในบริเวณชุมชนมาก ประชาชนก็ไปอาศัยอยู่ตรงนั้นมากนะครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ไม่มีใครเข้าไปดูแล โชคดีครับ ที่ทางเราพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. ชาวใต้มีครัวชาวใต้ครับ ก็นําเอาอาหารต่าง ๆ ไปประทังบรรเทาชีวิตของพี่น้องที่อพยพอยู่ ตามศูนย์ที่อยู่โรงเรียนของสังกัดกระทรวงศึกษาธิการนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ เป็นประเด็นที่เป็นข้อบกพร่อง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่กระทบกับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างมากก็คือ การเดินทางสัญจรไปมา วันที่น้ําไม่เข้าประชาชนเขาบ่นนะครับ เขาบอกว่าวันที่น้ําไม่เข้า ก็ดันไม่ประกาศเป็นวันหยุด วันที่น้ําเข้าก็ดันไม่ประกาศเป็นวันหยุด วันที่น้ําไม่เข้าประกาศ เป็นวันหยุด ทําให้วันที่น้ําเข้ามาแล้วน้ําท่วมสูงนั้นประชาชนต้องสัญจรไปมาโดยอาศัยรถ ของทหารบ้าง ซึ่งก็ไม่สามารถจะรองรับการสัญจรไปมาที่จําเป็นในการเดินทางไปทํางานได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่าเรือที่มีประชาชนนั้นอาจจะฉวยโอกาสตรงนี้ก็โขกกันแพงสูงถึง ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท ก็ไม่มีใครเข้าไปดูแลครับ ประชาชนในเขตตลิ่งชันที่เป็นที่พักอาศัย แล้วก็มีการสัญจรไปมาในการที่จะไปทํางานนั้นเดือดร้อนเป็นจํานวนมากครับ ตรงนี้ก็เป็น เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลก็จะต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไปนะครับ เพราะว่าขณะนี้ น้ําก็ยังท่วมอยู่ปัญหาก็ยังคาราคาซังอยู่นะครับ

ประการหนึ่งที่อยากจะฝากรัฐบาลไปนะครับ ก็คือเรื่องของการเยียวยา หลังน้ําท่วมนะครับ มีคนตั้งข้อสังเกตครับ ๕,๐๐๐ บาทที่จะไปชดเชยนะครับ มันยุติธรรม หรือเปล่าครับ กับถ้าหากมีการท่วมมาเป็นเดือนก็ได้ ๕,๐๐๐ บาท มีการประสบเหตุ ๗ วัน อาทิตย์หนึ่งก็ได้ ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องไปพิจารณานะครับ ถึงแม้ว่าเป็นกรอบเดิมที่ใช้มาจากรัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ แต่ว่าถ้าหากสิ่งไหนที่พัฒนาแล้ว ทําได้ดีแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชนผมคิดว่ารัฐบาลก็ควรจะนําไปดําเนินการครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยนะครับ กับเรื่องของความรับผิดชอบ กับผู้ที่เสียชีวิตในครั้งนี้ ในเรื่องของการที่จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น สอบสวนหาเหตุผลเพื่อที่จะศึกษาและนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต ผู้ที่เสียชีวิต ๕๒๓ ท่านวันนี้นี่ครับ ผมคิดว่าก็คงจะเสียชีวิตหรือว่าตายตาหลับได้ถ้าหากเรา มีการสอบสวนและนําประสบการณ์ตรงนี้ไปให้เป็นประโยชน์ต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีนะครับที่รัฐบาลจะได้ตั้งตัวจะได้พิสูจน์ตัวเองว่า ที่กล่าวหากันว่า รัฐบาลนั้นเข้ามาทํางานโดยขาดทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความรู้ หรือว่าประสบการณ์ในการ ที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลยังมีโอกาสนะครับ วันนี้ผมคิดว่าต้องพิสูจน์ครับว่า ท่านสามารถที่จะทํางานร่วมกับรัฐสภาได้ ท่านสามารถที่จะทํางานกับบุคคลที่ท่านได้แต่งตั้ง เข้ามาทํางาน ผมเชื่อว่าบุคคลที่แต่งตั้งเข้ามาทํางานในคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของท่านเป็น คนที่มีความตั้งใจจริง แต่ผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าท่านคงจะใช้บุคคลเหล่านี้ ไม่ใช่ใช้จัดฉากอย่างเดียว ท่านควรจะใช้บุคคลเหล่านี้ในการที่จะพิสูจน์ ในการที่จะทํา ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์กับการพัฒนากับการแก้ไขปัญหาในอนาคตต่อไป ที่สําคัญที่สุดครับ ความเห็น ความคิด ความอ่านของรัฐสภาครับ มีส่วนสําคัญและท่านต้องมา มีส่วนร่วมไม่ใช่รอฟังแต่คนทางไกลคนเดียวนะครับ ผมคิดว่าอนาคตของประเทศไม่ใช่เรื่อง ของน้ําท่วมอย่างเดียวครับ เรื่องของการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ยังรอท่านอยู่ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ขออนุญาตชี้แจง อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะขอชี้แจงใช่ไหมครับ จบจากท่านรัฐมนตรีแล้วก็จะเป็น ในกลุ่มของวุฒิสมาชิกสัก ๕ ท่านนะครับ ท่านละ ๖ นาที พอจบจากตรงนี้แล้วก็จะเป็น ท่านณัฐวุฒินะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสายไหม สมาชิกรัฐสภา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร จะขออนุญาตชี้แจงท่านประธานครับ กรณีที่เพื่อนสมาชิกซึ่งเพิ่งอภิปราย เมื่อสักครู่นี่นะครับจะขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ ครับ มีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งพี่น้องประชาชนที่รับฟังอาจจะได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนะครับ

โดยมีการบริหารประตูน้ําของกรุงเทพมหานคร ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เป็นการทํางานของคณะทํางานบริหารจัดการระบายน้ําในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง เพราะฉะนั้นเรื่องของการบริหารจัดการในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การเปิดประตูระบายน้ํานั้นจึงเป็นการประชุมของนักวิชาการ แล้วก็ที่สําคัญก็คือก็จะมี ข้าราชการในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้นได้ร่วมประชุม แล้วจะมีการบันทึกการประชุม ในสาระที่สําคัญ แล้วผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็ควรจะได้รับทราบด้วยก็คือว่าการเปิด ประตูน้ําในกรุงเทพมหานครนั้นได้ข้อสรุป ซึ่งบันทึกไว้ในผลของการประชุมว่าจะต้อง เป็นการเปิดในระดับที่ไม่ทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความเดือดร้อน หรือว่าเกิด ความเดือดร้อนก็ขอให้เกิดความเดือดร้อนให้น้อยที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การบริหารจัดการนี้จึงเป็นการทํางานร่วมกันแบบบูรณาการของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ก็รวมถึง กรุงเทพมหานครด้วยนะครับ

ส่วนเรื่องของการอพยพ การอพยพนั้นก็เป็นหน้าที่ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในส่วนของต่างจังหวัด ในกรุงเทพมหานครนั้นก็ระบุไว้ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยอยู่แล้วนะครับ ว่าท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็จะเป็นผู้ที่ทําหน้าที่ ในการแจ้งอพยพนะครับ

ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครนั้น ผมก็ยืนยันครับว่าหน่วยงานที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของรัฐบาลเองนั้นก็ให้ข้าราชการในสังกัดทุก ๆ กระทรวงนั้นได้ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องนะครับ โดยจะเห็นได้จากในกรุงเทพมหานคร ก็จะเห็นทั้งกองทัพไทยก็ดี แล้วก็ข้าราชการกระทรวงอื่นนั้นได้ทําหน้าที่ในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไปที่วุฒิสมาชิกนะครับ ท่านวันชัย สอนศิริ เชิญครับ ต่อไปนี้ท่านละ ๖ นาทีนะครับ ของวุฒิสภาท่านละ ๖ นาทีครับ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา นนทบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่า เรายังมีปัญหาเรื่องเครื่องจักร มีปัญหาเรื่องการประสานงาน มีปัญหาเรื่องมวลชน แล้วก็มีปัญหาเรื่องการจัดการ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจงถึงประเด็นต่าง ๆ อีกมากมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะที่เราประชุมอยู่นี้มีข่าวว่าชาวบางบอนประมาณ ๓๐๐ คน ฮือปิดถนนพระราม ๒ ฉุนเคหะที่ขวางทางน้ํา นี่เป็นข้อความข่าวสั้นมา นั่นชี้ให้เห็นว่า ปัญหาต่าง ๆ ทั้งหมดที่รัฐบาลกําลังพยายามดําเนินการอยู่นั้นมีปัญหา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ภัยแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมันมีสภาพและปัญหาแล้วก็แนวทางมันไม่เหมือนกัน อัคคีภัยถ้ามันเกิดขึ้นมาเราไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่ามันจะเกิดเมื่อไร เกิดมากน้อยแค่ไหน เพียงไร วาตภัยก็เหมือนกันครับมาแล้วก็ปุ๊บปั๊บ ปุ๊บปั๊บ และเราก็ไม่รู้ว่ามันจะมาทําลายได้มากน้อย แค่ไหน เพียงใด รวมทั้งโจรภัยคือโจรที่จะมาปล้นบ้านเราด้วย แต่ท่านประธานครับ อุทกภัยนั้นมันไม่ใช่ภัยในลักษณะดังที่ผมกล่าวมานี้ เราสามารถคาดการณ์ได้ เราสามารถ ประเมินได้ และเราสามารถคํานวณรู้มันได้ครับว่าน้ําที่จะมานั้นมันจะมาจํานวนมากน้อย แค่ไหน เพียงไร และที่สําคัญนั้นมีเวลาให้เราตั้งตัวครับท่านประธาน สามารถที่จะรู้ได้ว่า จะเดินทางมาจากนครสวรรค์มาถึงพระนครศรีอยุธยามาถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลา ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ เดือน สิ่งที่ผมกราบเรียนนี้ก็คือนั่นหมายความว่าเราสามารถเตรียมการได้ วางแผนได้ ตั้งรับได้ครับท่านประธานครับ ถ้าเราสามารถวางแผนเตรียมการตั้งรับดําเนินการ ทุกอย่างด้วยดีความรุนแรงหรือภัยที่มันจะเกิดขึ้นนั้นมันอาจจะน้อยลงหรืออาจจะปานกลาง หรือไม่มากอย่างที่เป็นนี้ เพราะฉะนั้นความโกลาหลอลหม่าน ความสับสน ความวุ่นวาย การประสานงา การขัดแย้งและการทะเลาะเบาะแว้งกันนั้นคงจะไม่มีอย่างที่ เป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน ผมเห็นว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นแม้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีรวมทั้งรัฐมนตรีหลายท่านจะชี้แจงแถลงแล้วแต่ขณะนี้ปัญหาเรื่องอุทกภัย ยังไม่หมด ผมจึงขอกราบเรียนว่าปัญหาที่สําคัญแม้แต่ขณะนี้ก็ตามนั้นก็คือมันอยู่ที่ การจัดการครับท่านประธานครับ หลายท่านพูดมาแล้วว่าต้องเป็นเอกภาพ มวลพลังของ การจัดการนั้นถ้ามันเป็นหนึ่งเดียวกันมันก็สามารถจะสู้กับมวลน้ําไม่ว่าจะขนาดใดก็ตาม ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ผมได้มีโอกาสไปดูน้ําท่วมที่ลพบุรี ไปแล้วเห็น เหตุการณ์ประหลาดครับ ตัวจังหวัดน้ําแห้งหมดเลยครับ แต่เลยตัวจังหวัดไปนิดเดียว จมน้ํากันมิดหลังคาชาวบ้านใช้เรือ สอบถามแล้วบอกว่าจมอย่างนี้มาเป็นเวลา ๒-๓ เดือนแล้ว ผมเผอิญได้มีโอกาสได้คุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ชื่อ ท่านฉัตรชัย พรหมเลิศ ถาม ผู้ว่าราชการจังหวัด ในตัวจังหวัดแห้งอย่างนี้แล้วชาวบ้านข้าง ๆ ท่วมกันถึง มิดหลังคานี่เขาไม่ว่าอย่างไรหรือ สิ่งที่ผมกําลังจะกราบเรียนเรื่องเอกภาพคือการบริหาร จัดการนั้นสําคัญ ท่านผู้ว่าเล่าให้ฟังว่าบอกว่าท่าน ส.ว. ครับ เรามีการวางแผน มีการเตรียมการ สิ่งที่สําคัญที่สุดนั้นก็คือเรามีการประชุมทั้ง ส.ส. ส.ว. อบจ. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. นายกเทศมนตรี ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ตกลงกันชัดเจนเลยครับว่าตรงไหนท่วมได้ ตรงไหน ไม่ท่วม ให้ผู้นําชุมชนตลอดจน ส.ส. ส.ว. อบจ. ทุกคนเข้าใจหมด ยอมรับกันได้และทุกคน ตกลงร่วมกันว่าตรงไหนท่วม ตรงไหนไม่ท่วม และตัวจังหวัดนั้นจะต้องเอาไว้ เหตุผลเพื่อ จะเป็นศูนย์กลางของการบริหารจัดการ สิ่งที่ผมนํามากราบเรียนนี้คืออะไรครับท่านประธานครับ ผมกําลังจะกราบเรียนว่ารัฐบาลนั้นจะต้องเป็นศูนย์กลางในการจัดการทําความเข้าใจกับ มวลชนเพื่อให้เป็นเอกภาพทุกระดับ แปลว่าเฉพาะคนกลางนี่ก็คือตัวที่จะนําในเรื่องนี้ ผมยกตัวอย่างที่ลพบุรีนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนจัดการ กรุงเทพฯ เป็นอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีโอกาสได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีโอกาสประชุม ร่วมกับ ส.ส. ส.ว. กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําเหล่าทัพ หรือส่วนราชการต่าง ๆ อย่างเป็นเอกภาพ อย่างนี้หรือเปล่า ไม่มีเลยครับ พอไม่มีแล้วอะไรเกิดขึ้นครับ มันก็จะมีการประท้วง มีการชุมนุม มีการขัดขวางแล้วก็ไปนั่งทะเลาะกันหน้านายกรัฐมนตรี นี่เป็นอย่างนี้ละครับ เฉพาะเรื่องเอกภาพก็หมดเวลาเสียแล้วครับท่านประธาน ความจริงยังมีประเด็นเรื่อง การเตรียมพร้อม แล้วก็อยากจะบอกกับ ฯพณฯ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิมไปจัดการ เรื่องรถบนทางด่วนติดมากครับท่านประธานครับ ไม่รู้ว่าตํารวจนี่ท่านหายศีรษะไปไหน กันหมดครับ แล้วตอนนี้บนทางด่วนก็ฟรีแล้วรถที่มันจอดอยู่จะให้จอดกันจนกระทั่งสิ้นปีใหม่ หรืออย่างไรครับ รถที่จอดกันอยู่ตอนหนีน้ําท่วม ผมว่าน่าจะมีการบริหารจัดการอะไรที่มันดี ไปมากกว่านี้ ควรจะประกาศหรือควรจะเชิญชวนบอกว่าขนรถไปที่ไหนกันก็ว่ากันไป นี่ทางมัน ติดมากเลยครับ แล้วทางข้างล่างก็น้อยมาก ท่านประธานครับ เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

กรุณาช่วยกันรักษาเวลานะครับ ท่านต่อไป พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ ครับ

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา ภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้กรุณา มาให้ความกระจ่างในมุมมองของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะว่า ในส่วนที่ผ่านมานั้นวุฒิสภากับรัฐบาลอาจจะมองสถานภาพไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผมอยากเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมองว่าขณะนี้บ้านเมืองเราสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ แต่เอกสารในญัตติ ที่ออกมานั้นยังใช้ว่าเป็นปัญหาภัยพิบัติ ถ้าภัยพิบัตินั้นภาษาอังกฤษใช้คําว่าดิสแอสเทอร์ (Disaster) แต่ถ้าเผื่อเป็นวิกฤตินั้นหมายถึงว่าเป็นไครซิส (Crisis) ถ้าเป็นวิกฤติแล้ว กระบวนการจะต้องใช้วิธีการบริหารจัดการ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะย้อนว่าในตอนที่สมาชิก วุฒิสภาได้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ได้เสนอให้รัฐบาลมีการบริหารจัดการวิกฤติ ด้วยการประกาศพระราชกําหนดว่าด้วยการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพราะเรามองว่าจะต้องใช้การบริหารจัดการ กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่า สิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้อ่านไว้เมื่อตอนหัวค่ํานั้นคงจะไม่ครบถ้วน เพราะว่าในนิยามมาตรา ๔ ของพระราชกําหนดนี้ได้เขียนไว้ในตอนท้ายว่า หรือป้องปัดและ แก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง คําว่าฉุกเฉิน และร้ายแรง ก็เป็นไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดครับ คือไม่คาดคิดมาก่อน เพราะคําว่า ฉุกเฉินนั้นภาษาอังกฤษก็ทราบแล้วว่ามันมาจากคําว่าซัดเดน อันฟอร์ซีน ไครซิส (Sudden unforeseen crisis) ก็คือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน เหตุการณ์นี้ใช่ครับ เป็นฉุกเฉิน แต่ในเรื่องนี้วุฒิสภาเราก็เคารพในการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะไม่ใช้ พระราชกําหนด เพราะว่าอาจจะเป็นเรื่องของผลทางการเมืองหรือในส่วนอื่นก็ตาม แต่ทางวุฒิสภาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการปฏิรูประบบงานความมั่นคง ได้ลองศึกษาดูว่ามันมีหนทางอื่นที่เป็นเครื่องมือของรัฐที่น่าจะหยิบมาใช้ สิ่งเหล่านั้น ก็คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อสักครู่เหมือนกันว่ารัฐบาลกําลังจะทําและเป็นนโยบาย ของรัฐบาลก็คือเรื่องของแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ ท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิทท่านคง จะเห็นเล่มนี้ดีคือนโยบายการเตรียมพร้อมแห่งชาติ เพราะได้ผ่านมือท่านไปเมื่อตอน ปลายเดือนที่แล้วนี้เอง ในเรื่องของผลการซ้อมการแก้ไขภัยวิกฤติ ที่เราเรียกว่าเป็น กระบวนการฝึกซ้อม เมื่อวันที่ ๑๔-๑๖ ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อว่า ไครซิส แมนเนจเมนท์ เอ็กเซอร์ไซส์ ๒๐๑๑ หรือ ซีเมกซ์ ๑๑ (CMX 11) สิ่งพวกนี้เป็นคําตอบหลายอย่างที่ออกมาว่า รัฐบาลน่าจะหยิบแผนการเตรียมพร้อมแห่งชาตินั้นเข้ามาใช้ในวิกฤติตรงนี้ ท่านสามารถจะมี เครื่องมือในทางบริหารที่ทําให้ทันกับสถานการณ์ เพราะว่าหลายส่วนที่ออกมานั้นตรงกับ ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างเช่น การซ้อมนั้นบอกว่าการพัฒนาระบบการแจ้งเตือน โดยกําหนด แนวทางการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยให้มีความชัดเจน และให้แจ้งเตือนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ และควรใช้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประชาสัมพันธ์ได้กําหนดแนวทางในเรื่องนี้ ประชาชนจะได้ทราบว่าการอพยพนั้นเป็นอย่างไร และรัฐบาลมีแผนที่จะอพยพเข้าไปอย่างไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมยกเป็นตัวอย่างในช่วงเวลาสั้น ๆ ว่าสิ่งอันนี้คืออยากจะให้รัฐบาล ได้พิจารณาเอาแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติเข้ามาใช้ เพียงแต่ว่ากระบวนการนั้นท่านปรับ ศปภ. ของท่านที่ปฏิบัติงานไม่ค่อยได้ผลในช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยเป็นที่เชื่อถือนั้นเข้าไปสู่ ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในแผนก็คือ ศปฉ.ปภ. คือศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในเรื่องของการป้องกัน สาธารณภัย ซึ่งผมอยากกราบเรียนว่าเรื่องนี้อยากจะให้รัฐบาลกระชับในเรื่องของ การบริหารจัดการในวิกฤติขณะนี้โดยใช้ระบบการบริหารความเสี่ยงคือ ไครซิส แมนเนจเมนท์ (Crisis management) เข้ามาใช้อย่างแท้จริง และรัฐบาลจะได้แก้ไขได้นะครับ ในการรบ ท่านก็ทราบดีว่าการรบที่ยืดยื้อนั้นจะเสียหายมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขณะนี้น้ําท่วมอยู่ใน พื้นที่ต่าง ๆ ๒-๓ สัปดาห์และเป็นน้ําสีดําทั้งนั้น อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีไปดูนะครับ แถว ๆ ฐานเสียงท่านที่สายไหมนั่นน้ําดําเลย น้ําดํานั้นเกิดจากอะไรครับ ทุกอย่างจะเป็นพิษ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือโรคระบาดจะต้องแน่นอน มีสัตว์ที่เสียชีวิตในบริเวณน้ําท่วมอย่างน้อย ที่เห็นได้ชัดคือไก่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ตัว และหมู และสิ่งต่าง ๆ ที่ตาย ซากสัตว์เหล่านี้จะเป็นพิษ ที่เข้ามาสู่คนกรุงเทพมหานครในทุกส่วน เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อรัฐบาลไม่เร่งรัดกระชับในเรื่อง ของการบริหารวิกฤตการณ์ให้เร็วขึ้น โดยปรับเอาแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติเข้ามาใช้บูรณาการ ทุกอย่าง สิ่งที่ดีของอันนี้ครับจะมีระบบของการบูรณาการซึ่งผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี โกวิทท่านทราบดี เป็นแต่เพียงว่ากระตุ้นให้รัฐบาลนํามาใช้และเกิดผลที่ดีที่สุดนะครับ

ในประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากว่า ทางรัฐบาลเองนั้นได้มีแนวคิด ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน โดยที่ตามระเบียบนั้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยในยามฉุกเฉิน ๕,๐๐๐ บาท โดยกระทรวงมหาดไทยนะครับ แล้วก็ช่วยเหลือค่าเสียหายด้านที่พักอาศัย ๓๐,๐๐๐ บาท กระทรวงมหาดไทย และทรัพย์สินที่ประสบอุทกภัย ๑๐,๐๐๐ บาท โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นไปได้ไหมครับรัฐบาลจะ ดําเนินการให้เข้าจุดเดียวที่คนที่เดือดร้อนนั้นสามารถจะรายงานด้วยแบบฟอร์มชุดเดียวกัน และให้ความสะดวกกับประชาชน แล้วก็เป็นซิงเกอร์ พอยท์ เซอร์วิส (Single point service) ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ครับ

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ราชบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา ผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดราชบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อยากจะขอเรียนท่านประธานนะครับ ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ขอให้ท่านได้ดู ครม. ของท่านบางท่านด้วยนะครับ ซึ่งได้แสดงความไม่พอใจต่อสมาชิก รัฐสภานะครับ ถือว่าเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง เราต้องยอมรับนะครับว่าน้ํานั้นต้องท่วม ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด แต่น้ํานั้นท่วมช้าเกินไป เพราะว่ารัฐบาลได้มีการผันน้ํา ไปเก็บไว้ ด้วยความหวังดีต่อชาวกรุงเทพมหานครที่อยากให้กรุงเทพมหานครนั้นได้รอดพ้น จากวิกฤติน้ําท่วม แต่ด้วยการคาดคะเนน้ําที่เกิดความผิดพลาด โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีธีระท่านก็ได้ยอมรับ แล้วว่าถ้าจะโทษให้โทษท่านที่ท่านไม่สามารถหยั่งรู้ดินฟ้าได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเป็น อย่างยิ่ง ด้วยความตั้งใจจริงของท่านนายกรัฐมนตรีที่จะแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง ทําให้เรา ทุกวันนี้จึงต้องมาพูดคุยได้หารือร่วมกันและรับฟังสมาชิกรัฐสภาในการที่ดําเนินการแก้ปัญหา ต่อไป ทุกภาคส่วนนั้นได้เห็นใจนายกรัฐมนตรีและ ครม. และทุกภาคส่วนเป็นอย่างยิ่ง ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม ได้มีโอกาสร่วมกับวุฒิสภา โดยได้รับ การประสานกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านสุกําพล สุวรรณทัต ก็ได้จัดทํากระสอบทรายจากราชบุรีมาช่วยศูนย์ ศปภ. เป็นจํานวนมาก โดยที่ไม่ได้คิด ค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ท่านประธานก็ทราบดีนะครับ อันนี้ก็บอกไปถึงว่าทุกภาคส่วนนั้น ได้พยายามที่จะช่วยกันเพื่อปกป้องไม่ให้น้ําท่วม แต่เมื่อเกิดน้ําท่วมแล้วนะครับ ทุกส่วนก็ต้อง ร่วมกันแก้ไข โดยเฉพาะในประเด็นที่โทษกันไปโทษกันมานั้น ถือว่าเป็นการไม่สมควร เป็นอย่างยิ่ง เวลานี้เป็นเวลาที่ทุกคนทั้ง ส.ส. ส.ว. ทั้งฝ่ายค้านและทุกภาคส่วนต้อง ร่วมไม้ร่วมมือกันที่จะกอบกู้ประเทศให้กลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว และเพื่อพัฒนาประเทศชาติ ต่อไป ก็ถือวิกฤตินี้เป็นวิกฤติที่นายกรัฐมนตรีจะได้มีโอกาสในการที่จะดําเนินการสิ่งที่จะ แก้ไขประเทศชาตินั้น โดยไม่ต้องกลัวสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะมาขัดขวาง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะ คัดค้านการพัฒนาในด้านต่าง ๆ วันนี้ผมได้พูดคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงเรื่องการที่จะขุดถนนพระราม ๒ ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะขุดถนนพระราม ๒ เนื่องจากว่าถ้าขุดช่วงใดช่วงหนึ่งแล้วจะทําให้ชาวบ้านที่อยู่ด้านต้นน้ําและท้ายน้ํานั้น เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ที่ กม. ๑๒ ถึง กม. ๑๕ ถนนพระราม ๒ นั้นต่ํากว่าจุดอื่นประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ถ้าน้ําไปเยอะก็ให้น้ําไปล้นที่ช่วงนี้ ก็ถือว่าเป็นสปิลล์เวย์ไปในตัว ระยะทาง ๓ กิโลเมตร ก็ดีกว่าขุดช่องน้ําถึง ๓-๔ ช่อง ก็ถือว่าตรงนี้จะช่วยแบ่งเบาและลดภาระน้ําไปได้ เป็นอย่างดีน้ําที่เหลือตามท้องทุ่งนั้นเราไม่ต้องเอามาคิด ทุกวันนี้เราเพียงแค่บริหารน้ําที่ล้น คันกั้นน้ําและล้นถนนขึ้นมาเพียงแค่นั้นเอง ผมเชื่อว่าอีกประมาณสัก ๒-๓ อาทิตย์ น้ําจะลดลงตามที่ ศปภ. ได้แจ้งไว้ น้ําลงคลอง หนอง บึงนั้นก็ต้องลงคลอง ลงแม่น้ําไปตาม ธรรมชาติ ผมอยากเสนอกับทางท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลนะครับว่ามีเส้นทางหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลอาจจะลืมไปแล้วคือเส้นทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้าปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ปัจจุบันนี้ มีระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ขณะนี้น้ํานั้นก็ลงไปที่ถนนชั้นล่าง ชั้นล่างนั้นท่วม ประมาณ ๖-๗กิโลเมตรโครงการยกระดับลอยฟ้านี้ถ้าจะสร้างอีกสักประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก็จะพ้นที่น้ําท่วม อันนี้ก็ขอฝากรัฐบาลไว้ว่าถ้ามีงบประมาณหรือจะให้เอกชนเข้ามาลงทุน ด้านสัมปทานก็เป็นการดี โดยให้สร้างไปถึงแม่น้ําท่าจีนที่พุทธมณฑล บริเวณ กม. ๒๗ ก็จะช่วยแบ่งเบากรณีที่เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นอีก วันนี้ผมเห็นท่านไปกู้ถนน ๓๔๐ ต้องใช้ท่อ ใช้ถังเป็นจํานวนมาก โดยกระทรวงคมนาคม วันนี้อาจจะยังไม่สําเร็จแต่ก็ยังดีที่ท่านยังให้ ความสนใจ เป็นถนนที่รองรับถ้าเกิดถนนพระราม ๒ เกิดน้ําท่วม แต่ผมเชื่อมั่นว่า ถนนพระราม ๒ นั้นถ้าจะท่วมก็ท่วมประมาณสัก ๓๐-๔๐ เซนติเมตร รถราก็ยังสามารถ ที่จะใช้ได้ แต่ถ้าไปขุดถนนนั้นแล้วไปสร้างสะพานทดแทนหรือสะพานชั่วคราว สะพานจะรองรับรถบรรทุกได้น้ําหนักไม่มากก็จะเกิดปัญหาเรื่องการขนส่งต่อไปอีก สุดท้ายนี้ ผมอยากจะขอวิงวอนท่านนายกรัฐมนตรีได้มุ่งมั่นตั้งใจทํางานให้อยู่ต่อไป ส่วนท่านจะปรับ ครม. บางส่วนหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของท่านนะครับ ทุกฝ่ายก็แล้วแต่ท่าน ก็ขอเป็นกําลังใจให้ท่าน ได้นําพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนิลวรรณ เพชระบูรณิน ครับ

นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นิลวรรณ เพชระบูรณิน สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ กรณีปัญหาภัยพิบัติอุทกภัยที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ทุกวันนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั่วโลก ในปีนี้ ปี ๒๕๕๔ ได้คร่าชีวิต มนุษย์ไปมากกว่า ๕๐,๐๐๐ คนแล้ว ต้นปี ๒๕๕๔ น้ําท่วมที่รัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย ท่วมอยู่ ๒ เดือน ต่อมาตามด้วยแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ ต่อมาเดือนมีนาคมช็อกโลกด้วย การเกิดสึนามิและแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นนะคะ เดือนเมษายนน้ําท่วม ดินโคลนถล่มภาคใต้ของ ประเทศไทย ต่อด้วยคลื่นความร้อนในอเมริกาและยุโรปมีคนตายมากมายนะคะ ประเทศไทย ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเราก็เจอภัยพิบัติเช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคมปีนี้หิมะตกแล้วที่ ภาคตะวันออกของอเมริกา เพราะฉะนั้นนักวิทยาศาสตร์ทั้งโลกประมาณ ๒,๕๐๐ คน ได้ทําการวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ยืนยัน ๙๙ เปอร์เซ็นต์ของ นักวิทยาศาสตร์บอกว่า เรานั้นได้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ณ ขณะนี้ ถึงขั้นวิกฤติคือ ๓๙๐ พาร์ตส เปอร์ มิเลียน (Parts per million) แล้วก็อุณหภูมิเฉลี่ย ของโลกสูงขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทําก็คือเพื่อให้เราปรับตัว เราก็จะต้องลด ก๊าซเรือนกระจกลงให้เหลือ ๓๕๐ องศาเซลเซียส และลดอุณหภูมิของโลกลงเฉลี่ย ๒ องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นเราไม่ทําไม่ได้หรอกนะคะ ลูก หลานเรายังอยู่ วันหนึ่ง เราก็ต้องตาย สตีฟ จอบส์ ก็ตายแล้ว กัดดาฟีก็ตายแล้ว เราวันหนึ่งก็ต้องตาย ลูกหลานเรา จะอยู่อย่างไร ถ้าเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันมโหฬารขนาดนี้ องค์การสหประชาชาติ ก็ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงได้เกิดพิธีสารเกียวโตขึ้นเมื่อ ๑๕ ปีก่อน ซึ่งไทยก็ลงนาม แล้วปีหน้าก็จะหมดอายุแล้ว แล้วการประชุมครั้งสุดท้ายที่แคนคูนนั้น ก็ได้มีข้อตกลงเตรียมยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจด้วยสังคมคาร์บอนต่ํานะคะ เราก็ต้อง ทําอะไรบ้าง

อันที่ ๑ ลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน โดยจะต้องตั้งเป้าให้ได้ ๔๒ ล้านตันโดยพลังงานทดแทน

ประการที่ ๒ ประหยัดพลังงานโดยตั้งเป้าให้ได้ ๗๐ ล้านตัน

ประการที่ ๓ ลดก๊าซเรือนกระจกของภาคของเสีย โดยเอาของเสียมาเป็น พลังงาน

ประการที่ ๔ ดูดซับก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศไทย

ประการที่ ๕ ลดก๊าซเรือนกระจก โดยการพัฒนา คลีน ดีเวลอปเมนท์ แมคานิซึม (Clean development mechanism)

อันที่ ๖ เราจะต้องพัฒนากลไกตลาดคาร์บอนในประเทศ ซึ่งน่าจะลดก๊าซ เรือนกระจกได้ประมาณ ๑๘ ล้านตัน

ข้อที่ ๗ การลดก๊าซเรือนกระจกด้วยแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ เช่น คาร์บอนเครดิต ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีผู้ตรวจประเมินที่เรียกกว่า ดีโออี (DOE) หรือ ดีไซน์ ออฟ เอ็นติตี้ (Design of Entity) ต้องจัดให้มีนะคะ ทุกคนในโลกนี้ช่วยลดโลกร้อนได้ ประชาชนทุกคนต้องกลับไปสู่เศรษฐกิจพอเพียง ลดการบริโภคลง ตอนนี้คน ๗,๐๐๐ ล้านคนแล้ว เพราะฉะนั้นคุมกําเนิดกันบ้างนะคะ

อันต่อไปเกษตรกรไม่ควรเผาป่า หญ้า ต้นไม้หลังฤดูเก็บเกี่ยว สถาปนิก นักออกแบบจะต้องออกแบบที่อยู่อาศัยสํานักงานให้ประหยัดพลังงาน และการจัดการเรื่อง ผังเมืองก็ฝากสถาปนิกด้วย

สื่อมวลชนจะต้องช่วยกันเล่าความจริงเรื่องโลกร้อน ช่วยกันสื่อสารให้ ประชาชน ให้รัฐบาลเข้าใจถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ วิศวกรจะต้องคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานฟอสซิล (Fossil) น้อยสุดเท่าที่จะทําได้ และทําการวิจัยแบบมุ่งเป้าเพื่อปรับตัวต่อการอยู่ในโลกใบนี้ ต่อไป

นักการเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐบาลจะต้องวิเคราะห์ทางเลือก จะต้องทําเทคโนโลยี ฟอร์ ไซแอนส์ (Technology for science) ภาษีคาร์บอน เป็นสิ่งจําเป็น จะต้องปฏิรูปภาษีสิ่งแวดล้อม ใครทําโลกร้อนมากก็เสียภาษีมาก ใครลด ก๊าซเรือนกระจกได้ รัฐก็ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทน ดิฉันขอเรียนเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุริยา ปันจอร์ ครับ

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีตลอดถึงผู้นําฝ่ายค้าน และทุกท่านทุกคนที่ได้เสียสละร่วมกันแก้ปัญหาอุทกภัย ที่กําลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ เรื่องของน้ําผมยังติดใจแล้วก็พอใจ ของท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่นําเสนอในทํานองเดียวกันว่า การแก้ปัญหาของน้ําถ้าเราจะ มองว่าคนนั้นผิดคนนี้ผิด มันแก้ยากครับท่าน วิธีแก้ง่าย ๆ ก็คือเราอย่ามองความผิด ในการแก้ปัญหาแต่เราหาจุดร่วมเพื่อที่จะให้ประสบความสําเร็จในการแก้ปัญหา ผมในเริ่มต้นนี่ รู้สึกไม่สบายใจเพราะการแก้ปัญหาไม่ตรงกับความรู้สึกของผม ความรู้สึกของผม ผมว่าการแก้ปัญหาไม่ควรที่จะมีขั้ว ไม่ควรจะมีพรรค ไม่ควรจะมีพวก ไม่ควรที่จะเอาเปรียบกัน ไม่ควรที่จะหาเสียง ไม่ควรที่จะหาผลประโยชน์จากการช่วยหรือแก้ปัญหาในครั้งนี้ เพราะมันเป็นปัญหาของชาติ เสมือนหนึ่งผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เป็นปัญหาของใคร แต่เป็นปัญหาของชาติ เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาที่ถูกทางก็ต้องร่วมกันแก้ทั้งชาติเลย ไม่มีพรรค ไม่มีพวก ไม่มีการเมือง แต่เราต้องแก้เพราะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การแก้ปัญหาในครั้งนี้จะต้องแก้ด้วยความจริงใจ ด้วยความรัก ด้วยความสามัคคี ด้วยความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน แก้ด้วยความคิด ด้วยความรัก ด้วยความสามัคคี และสุดท้ายที่สําคัญที่สุดต้องแก้ด้วยการเสนอแนะครับ ถ้ามีแต่การตําหนิติติง โดยไม่สร้างสรรค์ถือว่าไม่ใช่แก้ เป็นการก่อ เพราะฉะนั้นกระผมในเวลาอันจํากัด กระผมใคร่ ที่จะขอเสนอแนะวิธีการแก้

ประเด็นที่ ๑ ก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงแนะนํา คณะกรรมการแก้ปัญหาอุทกภัยเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งท่านทั้งหลายคงได้รับทราบจาก การถ่ายทอดทางทีวี ท่านประธานครับ มีอยู่หลายประเด็นที่คณะกรรมการยังไม่ได้ดําเนินการเลย ข้อเสนอแนะของพระองค์ท่านในอดีตยังเป็นปัจจุบันและนํามาใช้ได้ ตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ ซึ่งผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างตรงนี้ก็คือ การขุดเจาะถนนเพื่อเป็นทางน้ํา โดยธรรมชาติ การขุดเจาะถนน ไม่ว่าจะเป็นสะพาน ไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ หรือจะเป็นท่อระบายน้ํา ส่วนใหญ่เรามักจะมองเห็นถึงลู่ทางเส้นทางของน้ําโดยธรรมชาติมาก่อน หรือโดยการ ขุดคลองมาก่อน แต่ท่านประธานครับนั่นคือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ถ้าจะแก้ปัญหา ระยะยาว การสร้างถนนต้องขุดเจาะเป็นช่วง ๆ เป็นจังหวะ ๆ โดยไม่ต้องไปคํานึงว่า ทางน้ําธรรมชาติหรือขุดคูคลองมา ไม่ใช่ ถนนรถไฟท่านก็ยังเสนอแนะให้ขุดเจาะได้ และในขณะของการเดินทางของรถไฟ การวิ่งของรถไฟไม่เสียเวลาก็ใช้สะพานชั่วคราว นั่นคือประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะขอยกตัวอย่างในการแก้ปัญหาในอนาคต

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีผู้คนละเมิดกฎหมายในการสร้าง ถิ่นที่อยู่อาคารบ้านเรือนล้ําเข้าไปในแม่น้ําลําคลอง โดยเฉพาะแม่น้ําเจ้าพระยามีอยู่หลายที่ หลายจุดที่ไม่สามารถที่จะสร้างคันกั้นน้ําได้ เนื่องจากมีผู้คนสร้างอาคารล้ําเข้าไปในแม่น้ํา ลําคลอง เป็นอย่างที่เห็นได้ชัด ๆ อย่างที่เขตบางพลัด คันกั้นน้ําพังเป็นของเอกชน ซึ่งถ้าเป็น ของรัฐในขณะนี้ก็ยังคงมีอยู่ น้ําก็คงจะไม่ไหลทะลักแล้วก็ไปท่วมท้นจนในที่สุดก็ต้องไป กันคนละทิศคนละทาง ท่านประธานครับ ผมขอเรียนฝากรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้ช่วยกันหาวิธีแก้ แก้อย่างไรครับ ช่วยกันหาวิธีแก้ในเรื่องของการสร้าง อาคารล้ําเข้าไปในพื้นที่ ล้ําเข้าไปในลําคลอง ล้ําเข้าไปในแม่น้ําเจ้าพระยานะครับ ผมคิดว่า นี่ก็คือเป็นทางหนึ่งที่เราสามารถที่จะช่วยแก้กันได้ในอนาคตในเรื่องแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม ในอนาคต ครับผมหมดเวลา ขอขอบพระคุณแค่นี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ก็เป็นที่ทราบกันโดยชัดเจนแล้วว่าอุทกภัยครั้งนี้นั้นใหญ่หลวงมาก และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประเทศชาติบ้านเมืองในทุกภาคส่วน ทั้งภาคครัวเรือน ภาคเกษตรกรรม ภาคธุรกิจบริการ ธุรกิจการท่องเที่ยว รวมทั้ง ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตทรัพย์สินและสุขภาพอนามัยของ ประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมนั้นได้ส่งผลกระทบ อย่างรุนแรง ทั้งภาคผู้ประกอบการ นักลงทุนทั้งหลาย ภาคแรงงาน รายได้ของประเทศชาติ รวมทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งหลายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้พยายามที่จะแสดงบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบในการที่จะช่วยกันกอบกู้วิกฤติของชาติในครั้งนี้อย่างเต็มความสามารถ มาตั้งแต่ต้นนับตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์อํานวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ในเชิงลึกอยู่ตลอดเวลา สําหรับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบใน ศปภ. นั้น กระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการสนับสนุนในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ ศปภ. มาตั้งแต่ต้น เป็นต้นว่าได้จัดหาหินคลุกจํานวน ประมาณ ๑๓,๕๐๐ ตัน จัดหาทรายเพื่อมาบรรจุกระสอบทรายทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ๑๕,๐๐๐ ตัน จัดหากระสอบพลาสติกขนาดเล็ก ๑,๘๐๐,๐๐๐ ใบเศษ จัดหาบิ๊กแบ็ก ๑๖,๐๐๐ ใบ จัดหาผ้าใบมาคลุมดิน ๓๐,๐๐๐ เมตร เหล่านี้เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วผมเอง ก็ได้ตั้งคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งอธิบดี รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวงตั้งเป็นคณะทํางาน ก็ไปช่วยเหลือร่วมมือประสานงานวางแผน กับนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งที่ได้ถูกน้ําท่วมไปแล้ว และจะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ยังไม่ถูกน้ําท่วมเพื่อที่จะร่วมกันกับผู้บริหารนิคมเขตประกอบการอุตสาหกรรม และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายทหารในการที่ช่วยกันปกป้องรักษานิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้ง ๘ แห่ง ทั้งใน กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร และฉะเชิงเทราที่อยู่ในพื้นที่ เสี่ยงอันตราย รวมทั้งได้ช่วยร่วมกับผู้ประกอบการนิคมทั้งหลายที่ถูกน้ําท่วมไปแล้ว ในการวางแผนฟื้นฟูโรงงานเหล่านั้นให้กลับฟื้นคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วเช่นเดียวกัน สําหรับเรื่องสารเคมีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่หลายท่านนั้นรู้สึกเป็นห่วงเกรงว่า พี่น้องประชาชนจะได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ตามมากับน้ํานั้น ก็อยากจะขอเรียนชี้แจง ให้ทราบว่ากระทรวงอุตสาหกรรมโดยกระผมเองได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ไป ดําเนินการตั้งแต่ต้นในการแจ้งเตือนให้โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายและผู้ประกอบการ เกี่ยวกับสารเคมี วัตถุอันตราย และกากอุตสาหกรรม ให้มีการเตรียมการในการจัดเก็บ สารเคมี วัตถุอันตรายและกากอุตสาหกรรมอย่างปลอดภัยในกรณีที่เกิดน้ําท่วม และถ้าหาก ไม่มั่นใจก็ให้เคลื่อนย้ายสารเคมีและวัตถุอันตรายเหล่านั้นไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยกว่า พร้อมทั้งแจกแผ่นพับแจ้งเตือนเรื่องการจัดเก็บรักษาในช่วงที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวัง เขตประกอบการและโรงงานอื่นนอกนิคม จัดทําคําแนะนําต่าง ๆ ผ่านทางสื่อเว็บไซต์ แล้วก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจให้ความช่วยเหลือแนะนําในการจัดการกับสารเคมีเหล่านั้น ด้วยการจัดเก็บในภาชนะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและเก็บไว้สูงให้ปลอดภัยจากน้ําท่วม สารเคมีใดที่เป็นอันตรายก็ให้เคลื่อนย้ายออกจากเขตอุตสาหกรรมไปไว้ในที่ปลอดภัย เป็นต้นว่า สารชนิดหนึ่งที่เรียกว่าออแกนิก เปอร์ออกไซด์ (Organic peroxide) ที่ใช้ในกระบวนการ ผลิตเลนส์แว่นตาและอุตสาหกรรมพลาสติกเท่านั้น ซึ่งมันสามารถระเบิดได้ ปกติต้องเก็บไว้ ในอุณหภูมิลบ ๑๕ องศาเซลเซียส ในกรณีที่เขตอุตสาหกรรมถูกน้ําท่วมจะถูกตัดไฟ เครื่องทําความเย็นไม่ทํางาน อุณหภูมิอาจจะสูงขึ้นมากกว่า ๑๕ องศาเซลเซียสก็อาจจะเกิด ระเบิดได้ เราก็จัดการให้ผู้ประกอบการได้ขนย้ายออกไปจากโรงงานของตนเองไปเก็บไว้ในที่ ปลอดภัยเรียบร้อยแล้วทั้ง ๓ โรงงาน จากเขตอุตสาหกรรมนวนครและบางกระดี อย่างนี้เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วมาตรการในการที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งหลายนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมก็ดําเนินมาตรการในการให้ผู้ประกอบการให้สามารถกลับมา ประกอบการได้เร็วที่สุด โดยการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการสูบน้ําออกและฟื้นฟู นิคมอุตสาหกรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งวันอังคารที่ผ่านมานั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้เป็น ประธานในการเปิดเดินเครื่องสูบน้ําทั้ง ๔ นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ไฮเทค บางปะอิน และแฟคตอรี่แลนด์ ซึ่งขณะนี้ เขตประกอบการแฟคตอรี่แลนด์ อําเภอวังน้อยที่พระนครศรีอยุธยาก็ได้สูบน้ําแห้งไปแล้ว ๗๕ เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่ ๑๗๐ ไร่ ยังเหลือประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และมีโรงงาน ๑๖ โรงงานในจํานวน ๙๐ โรงงานได้เปิดดําเนินการตามปกติเรียบร้อยไปแล้วนะครับ ขณะเดียวกันในขณะที่เราสูบน้ํานั้นหลายท่านก็เกรงว่าจะเกิดปัญหามีกากสารพิษ ทําอันตรายหรือเปล่า และขอเรียนว่าผมได้ส่งเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไป ตรวจสอบคุณภาพน้ําในหลายขั้นตอน ตั้งแต่ระดับน้ําก่อนสูบน้ํา ระดับน้ําลดต่ํากว่า ระดับคันดินของเขื่อนกั้นน้ําในเขตนิคมอุตสาหกรรมทุกระยะนะครับ ตั้งแต่น้ําระดับเดียวกันกับ คันดิน ต่ํากว่าคันดิน น้ําสูงกว่าตะกอน ๓๐ เซนติเมตร และเก็บสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ มาตรวจนะครับ ซึ่งได้เริ่มดําเนินการตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในทุก ๆ เขตอุตสาหกรรม มีนิคมอุตสาหกรรมที่มีการสูบน้ําออก ซึ่งก็พบว่าผลจากการตรวจนั้นคุณภาพของน้ํา อยู่ในเกณฑ์พอใช้ ก็หมายความว่าเป็นน้ําที่สามารถใช้เพื่อการเกษตรได้ เวลาจะดูคุณภาพน้ํานั้น เราแบ่งน้ําเป็น ๕ เกรดนะครับ ๑. น้ําตามสภาพธรรมชาติ ๒. น้ําที่ใช้เพื่อการประมง ๓. น้ําที่ใช้เพื่อการเกษตร ๔. น้ําเพื่อใช้ภาคอุตสาหกรรม และน้ําเพื่อใช้ในภาคการคมนาคม ฉะนั้นคุณภาพของน้ําในเขตอุตสาหกรรมที่เราไปตรวจทั้ง ๑๔ แห่งนั้นอยู่ในเกณฑ์น้ํา เพื่อสามารถใช้ในการเกษตรได้ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นขอให้ท่านได้สบายใจว่า เราก็ดูแลปัญหาเรื่องของสารเคมีและสารพิษต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างดีนะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ดําเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการให้สามารถ กลับมาดําเนินกิจการได้โดยเร็วนะครับ รัฐบาลเองก็ได้ออกมติ ครม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ที่เรียกว่าเอสเอ็มอีนั้น ให้มีกําลังเงินทุนพอที่จะกลับมาฟื้นฟูกิจการตัวเองได้โดย การจัดหาวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา หรือเรียกว่า ซอฟท์ โลน (Soft Loan) ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เป็นเวลา ๓ ปี ระยะเวลาต้องส่ง ๗ ปี ซึ่งก็ได้ผ่านมติ ครม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นแล้วเราก็ยัง ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้มีความพร้อมในการดําเนินกิจการมากขึ้น ในการเข้าไปดูแล ซ่อมแซมเครื่องจักรต่าง ๆ ที่ชํารุดเสียหายจากน้ําท่วม โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่วมมือ กับกระทรวงศึกษาธิการจัดคลินิกอุตสาหกรรม ประกอบด้วย วิศวกร นักเรียนอาชีวศึกษา นักเรียนวิศวกรต่าง ๆ เข้าไปตรวจสอบดูแลซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า มอเตอร์ต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่สามารถแก้ไขได้ ในกรณีที่ความเสียหายมากเราไม่สามารถแก้ไข ซ่อมแซมได้ จําเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ เราก็จะเอื้ออํานวยให้ผู้เชี่ยวชาญนั้น สามารถเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว ในเรื่องของวีซ่าก็ดี เวิร์ค เพอร์มิท ก็ดีนะครับ

ในกรณีที่เครื่องจักรเสียหายอย่างรุนแรงไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ จําเป็นต้องซื้อเครื่องจักรใหม่มาใช้ เราก็ได้มีมติของ ครม. เรียบร้อยแล้ว และมติของ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ ยกเว้นค่าอากรขาเข้า ทั้งเครื่องจักร และวัตถุดิบโดยไม่คิดค่าอากรทั้งสิ้น เพื่อที่จะเอื้ออํานวยให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะนํา เครื่องจักรและวัตถุดิบมาใช้ทดแทนเครื่องจักรที่เสียหายจากน้ําท่วมนั้นได้โดยเร็วนะครับ

นอกจากนั้นแล้วได้ผ่อนผันให้ผู้ได้รับการส่งเสริมที่โรงงานได้รับความเสียหาย สามารถไปว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่นนอกนิคมอุตสาหกรรมที่ไม่ได้รับความเสียหายนั้น สามารถผลิตสินค้าให้ตนเองชั่วคราวได้ ซึ่งปกติจะทําไม่ได้เราก็ผ่อนผันให้อย่างนี้เป็นต้น

นอกจากนั้นมาตรการระยะยาว เราก็มีการส่งเสริมโดยใช้มาตรการส่งเสริม การลงทุน ให้สิทธิประโยชน์ทางการลงทุนโดยการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ ผู้ประกอบการ ท่านที่เป็นผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน มาแล้วหรือไม่ได้รับก็ตามนะครับ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็จะได้มีการพิจารณา ในการประชุมบอร์ดบีโอไอครั้งที่จะถึงนี้ เข้าใจว่าภายในอาทิตย์หน้าก็คงจะได้มีความชัดเจน ขึ้นมานะครับ

นอกจากนั้นแล้วเราก็มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเสริมสร้าง ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งหลาย โดยโครงการเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทย ด้วยการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยการใช้สื่อทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ ผู้ประกอบการทั้งหลาย เชิญผู้นําผู้ทรงอิทธิพล ผู้นําทางด้านอุตสาหกรรมทั้งใน และต่างประเทศมาทํากิจการต่าง ๆ ในประเทศไทย จัดกิจกรรมโรดโชว์ในต่างประเทศ จัดกิจกรรมระดับนานาชาติ รวมทั้งการจัดงานบีโอไอ แฟร์ ที่เลื่อนมา เดิมเราจะจัด วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน เราก็เลื่อนมาเป็นวันที่ ๕-๒๐ มกราคม

ที่สําคัญที่สุดนั้น รัฐบาลเองเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม. ก็ได้มีมติที่จะ จัดสรรเงิน วงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๐.๐๑ เท่ากับว่าแทบไม่มีดอกเบี้ย เลยนะครับ โดยจะมีธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ ผู้พัฒนานิคมหรือผู้พัฒนา เขตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้กู้ไปใช้ในการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการสร้างเขื่อนกั้นน้ํา เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นใจว่าปัญหาน้ําท่วมโรงงาน อุตสาหกรรมจะไม่มีอีกต่อไป นับแต่นี้ต่อไปนะครับ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ทั้งหลายที่จะตัดสินใจที่จะลงทุนในประเทศไทยหรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ตาม จากการที่ผมเองและท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ทางฝ่ายเศรษฐกิจได้พบปะหารือกับนักลงทุนทั้งหลายในต่างประเทศ ในที่ประเทศไทย ที่สภาอุตสาหกรรม หอการค้าแห่งประเทศไทยนั้น ก็ได้รับคําตอบยืนยันจาก นักลงทุนทั้งหลายว่าเขามีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยอยู่ แล้วก็ยังคงที่จะลงทุน และประกอบกิจการอยู่ในประเทศไทยต่อไป

เรื่องสําคัญอีกอันหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นก็คือว่าเราจะต้องมี แผนการป้องกันปัญหาน้ําท่วมระยะยาวอย่างถาวร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฟื้นฟูบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเรียบร้อยแล้ว แล้วก็เชื่อมั่นว่า แผนแม่บทในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําอย่างเป็นรูปธรรมก็จะมีความชัดเจนขึ้นในไม่ช้า ซึ่งก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งหลายว่าเรามีความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืนและปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นคงจะไม่มีอีกต่อไปนะครับ ก็ขอกราบเรียนให้สภาแห่งนี้ ได้รับทราบครับ ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นรอบของสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลนะครับ มี ๑ ท่านครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ๒๖ นาทีครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิก และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีหลายท่านตลอดวันนี้ ก็พบว่าข้อมูลความเห็นเนื้อหาสาระต่าง ๆ ครบถ้วนพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น ทางด้านเทคนิคข้อมูลวิชาการเรื่องการบริหารจัดการน้ํา เพราะฉะนั้นยามนี้ผมคงไม่พูดเรื่อง เทคนิค เรื่องข้อมูลละครับ เขื่อนไหนเท่าไร อย่างไร ผมเชื่อว่าตลอดทั้งวันและค่ํานี้ที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนผู้ติดตามการอภิปรายก็น่าจะพอใช้วิจารณญาณได้ สิ่งที่ผมนําเสนอต่อไปนี้ โดยจะพยายามใช้เวลาของสภาให้กระชับที่สุดครับท่านประธาน ก็คือว่าผมจะนําเสนอ เพื่อทําความเข้าใจกับสถานการณ์ว่าเรากําลังเผชิญกับอะไรอยู่ แล้วก็ชวนกันกําหนดวิธีคิดว่า เราจะรับมือกับสิ่งที่เรากําลังเผชิญหน้านี้อยู่อย่างไร แน่นอนครับท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้เรากําลังเผชิญอยู่กับมหาอุทกภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย อย่างน้อยที่สุด หลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็ยังไม่เคยมีมหาอุทกภัยคราวใดที่ก่อความเสียหายยิ่งใหญ่ร้ายแรง มากมายเท่าครั้งนี้ เมื่อเราเจอกับมหาอุทกภัยเจอกับมวลน้ํามหาศาล ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อมูลพื้นฐานก็ชัดเจนอยู่แล้ว ปริมาณน้ําฝนปีนี้มากกว่าปีที่แล้วหลายเท่าตัวนัก ยังมีเรื่อง ของการเก็บกักน้ําการปล่อยน้ํา ในเขื่อนในอ่างเก็บน้ําบางแห่งบางที่ ที่ก็มีการถกอภิปราย เห็นต่างกันอยู่ในข้อเท็จจริง นอกจากนั้นปีนี้ทั้งปีครับเราเผชิญกับพายุ เราเผชิญกับมรสุม มากมาย ไหหม่า นกเตน ไห่ถาง นาลแก เนสาด ไม่ได้เชิญนะครับ แต่มันมาทั้งนั้น เฉพาะ ๓ เหตุ ๓ ปัจจัยที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ไม่ต้องวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งละครับ ก็คาดเดา เข้าใจได้เลยว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยน้ําท่วมครั้งใหญ่อย่างแน่นอน ทีนี้เมื่อมูลเหตุ ปัจจัยพื้นฐาน ๓ ประการดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วก็ประเดประดังเข้ามาในห้วงระยะเวลาเดียวกัน เราไปดูกลไกการรับมือ กลไกในการจัดการน้ําของประเทศไทยครับ ผมไปพิจารณาศึกษา ข้อมูลนี้แล้วก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองทันทีครับท่านประธานว่า รัฐไทยขาดศักยภาพในการรับมือ กับมวลน้ํามหาศาล แล้วเราไม่มีความสามารถพอที่จะรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ถามว่าทําไม พูดแบบนี้ เรื่องการจัดการน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการน้ําสังกัดอยู่ใน ๙ กระทรวงรวมแล้ว ๑๕ หน่วยงาน แยกกันอยู่ครับ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมอุตุนิยมวิทยา กรมโยธาธิการ และผังเมือง แล้วก็อีกหลายหน่วยงานที่ไม่จําเป็นต้องเอ่ยชื่อทั้งหมดทั้งสิ้น เมื่อต่างคนต่างอยู่ ๙ กระทรวง ๑๕ หน่วยงาน ก็ต่างคนต่างคิด แล้วเมื่อต่างคนต่างคิดก็ต่างคนต่างทํา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยไม่ได้ละเลยการลงทุน ไม่ได้ละเลยการจัดสรรงบประมาณไปเพื่อการจัดการน้ํา ตรงกันข้ามเราให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาตลอด แล้วทุ่มงบประมาณมหาศาล มีคนไปทํา ตัวเลขมาครับ เมื่อปี ๒๕๕๒ มีการเสนอโครงการเกี่ยวกับการจัดการน้ํา ๔,๐๐๐ กับอีก ๒ โครงการ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๒,๓๗๗ ล้านบาท ใน ๔,๐๐๐ กับ ๒ โครงการ ใช้งบประมาณ ๒๒,๓๓๗ ล้านบาทนี้ยังไม่รวมงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. ต่าง ๆ ซึ่งก็จะมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการน้ําในท้องถิ่น เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นของส่วนกลาง ๒๒,๓๐๐ กว่าล้านบาทของท้องถิ่นคิดอย่างไรก็ ไม่น่าจะต่ํากว่า ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยตัวเลขกลม ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อปีจะมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดการน้ําในประเทศไทยถึง ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เราทุ่มเทไปแต่ละปี ๆ ซึ่งผมแน่ใจว่ามันจะเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ มันต่างคนต่างอยู่ มันต่างคนต่างคิด มันต่างคนต่างทําครับ เราไม่ได้ขาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการน้ํา เราไม่ได้ขาดงบประมาณที่จะเอาไปจัดการเรื่องน้ํา แต่เราขาดการบูรณาการ เราขาดความเป็นเอกภาพในการจัดการน้ํา แล้วนี่คือสิ่งที่เราเป็นมา นี่คือสิ่งที่เรากําลังเป็นอยู่ และถ้าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง นี่จะเป็นสิ่งที่เราเป็นต่อไปครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ กรณีอย่างนี้มันทําให้เมื่อเจอกับมวลน้ํามหาศาล เมื่อเจอกับพายุ เมื่อเจอกับ การปล่อยน้ําจากเขื่อน ซึ่งเอาละครับ ผมก็เคารพผู้อภิปราย เคารพผู้ชี้แจง ประชาชนจะใช้ วิจารณญาณ แต่เจอเข้าแบบนั้นเรารับไม่ทันจัดการไม่ไหวครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กําลัง เกิดขึ้นอยู่วันนี้ป่วยการและเปล่าประโยชน์ที่จะมาหาว่าใครจัดการน้ําดีหรือไม่ดี สิ่งที่เรา กําลังเจออยู่วันนี้มันกําลังฟ้องและอธิบายต่อคนไทยทั้งชาติว่ารัฐไทยจําเป็นจะต้องปรับปรุง และปฏิวัติระบบการจัดการน้ําครั้งใหญ่เพื่อไม่ให้เราต้องเจอกับสภาพการณ์เช่นนี้อีก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนที่กําลัง ติดตามการอภิปรายอยู่ว่าวันนี้ไม่ต้องไปหาคนแพ้คนชนะกับการจัดการน้ําท่วมหรอกครับ วันนี้ไม่ใช่รัฐบาลล้มเหลว ไม่ใช่ กทม. พ่ายแพ้ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีไร้ความสามารถ ไม่ใช่ผู้นําฝ่ายค้านไร้สติปัญญา เพราะท่านอุตส่าห์เดินทางไปศึกษาข้อมูลเรื่องการจัดการน้ําท่วม ถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์มาแล้ว แต่ว่าเราไม่มีกลไกในการจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ อย่างมีบูรณาการ อย่างเป็นเอกภาพ ตรงนี้ต่างหากถ้าจะแพ้วันนี้ประเทศไทยแพ้ด้วยกันทั้งประเทศครับ แล้วจําเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธานที่จะต้องตั้งสติ ที่จะต้องรวมพลังกัน ที่จะต้องใช้วิกฤติ ครั้งนี้เป็นโอกาสซึ่งผมจะอภิปรายในช่วงท้ายว่าผมมีข้อเสนอต่อสถานการณ์นี้อย่างไร ในปัจจุบันและในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงเรียกร้องต่อทุกคนทุกฝ่ายว่า เราช่วยกันกอบกู้ชีวิตพี่น้องประชาชนให้พ้นจากน้ําขึ้นมาเสียก่อน ช่วยกันสนับสนุน ทุกหน่วยงานทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ํา สูบน้ํา ทําให้ผืนแผ่นดินนี้แห้งจากน้ํา เสียก่อน แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปข้างหน้ากับยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟู ไม่มีความจําเป็น และไม่เห็นเหตุผล ไม่เห็นประโยชน์เลยนะครับที่จะใช้สถานการณ์น้ําท่วมโจมตีกัน เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง จะโจมตีกันเอาอะไรละครับท่านประธานครับ ก็มันจมน้ําด้วยกันอยู่ทั้งหมด ผมพูดตรงไปตรงมาครับ ถ้าพรรคฝ่ายค้านเป็นรัฐบาลแล้วไม่มีการยุบสภาในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอยู่ครับ แล้วถ้ายังเป็นรัฐบาลอยู่เจอเข้าแบบนี้สภาพเป็น อย่างไรครับ ไม่ต้องเจอไห่ถาง ไม่ต้องเจอไห่ถาง เนสาด นาลแกละครับ เจอเบาะ ๆ เมื่อปี ๒๕๕๓ ก็เห็นอยู่แล้วว่าท่านรับมือไหวไหม ผมไม่ได้มาฟื้นฝอยหาตะเข็บครับ ท่านประธาน แต่ผมกําลังชวนพี่น้องประชาชนว่าเราต้องทําความเข้าใจกับสถานการณ์นี้ แล้วกําหนดวิธีคิดร่วมกันอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้รัฐบาลได้มารับฟังความคิดเห็น ข้อแนะนําจากสมาชิกรัฐสภาทั้งสภาสูงและสภาล่าง นายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญก็ติดตามข้อมูลข่าวสารการอภิปราย แต่ขอได้โปรดเข้าใจนะครับว่า รัฐบาลชุดนี้ได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม แถลงนโยบายเสร็จวันที่ ๒๕ สิงหาคม ถึงได้เริ่มบริหารครับ แล้ววันที่ ๒๓ มีนาคม น้ําเริ่มท่วมแล้ว มีพายุ มีมรสุม มีหย่อมความกด อากาศต่ํา ต่าง ๆ นานาซ้ําเติมเข้ามามากมาย ถ้านับจากวันแรกที่เริ่มใช้อํานาจบริหารจนถึง วันนี้ยังไม่ถึง ๓ เดือนครับ รัฐบาลชุดนี้เข้าบริหารโดยกลไกการจัดการน้ําเดิมทั้งหมด ยังไม่ได้ มีการจัดทัพปรับขบวนในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ําเลยนะครับ หมายความว่า เข้ามาถึงก็เจอเข้ากับสถานการณ์ใหญ่ แล้วที่ทํากันอยู่นี่ก็ทํากันตามมรดกที่รัฐบาลที่แล้ว เขาส่งมอบมาให้ครับ ก็ถามว่าถ้ารัฐบาลที่แล้วยังอยู่จนถึงวันนี้ก็จะใช้งานหน่วยงานองค์กรใด ละครับก็ใช้อย่างที่ใช้นี่แหละ เพราะฉะนั้นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลตั้ง ศปภ. แล้วทําไม ไม่ตั้งคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อํานวยการ ทั้ง ๆ ที่ กระทรวงมหาดไทยมีกลไกมีสรรพกําลังมากมาย ไปตั้งเอา พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็อย่าได้กล่าวหากันเกินเลยครับ รัฐบาลที่แล้วท่านก็ตั้ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธาน ศชอ. ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ไม่ได้โจมตีแต่เป็นการพูดข้อเท็จจริงว่า ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ศปภ. ตั้ง พลตํารวจเอก ประชา เป็นผู้อํานวยการเพราะนั่งอยู่ในศูนย์บัญชาการครับท่านประธานครับ คอยประสานเชื่อมต่อ องค์กรหน่วยงานต่าง ๆ กําหนดแนวทางในการเผชิญปัญหา ส่วนหน่วยงานที่เขามีสรรพกําลัง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ มีสรรพกําลัง กระทรวงมหาดไทยก็ออกลุยแนวหน้า พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีเครื่องไม้เครื่องมือก็ออกลุยแนวหน้า ผมไม่ได้ว่าละครับว่ารัฐบาลที่แล้วตั้งคุณสาทิตย์แล้วจะมีปัญหาอะไร ก็เคารพ และประชาชนก็มองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นี่ยังไม่นับรวมว่าถ้าปล่อยให้คุณสาทิตย์ไปลุยน้ํา ช่วยชาวบ้านประชาชนจะใจหายกับระดับน้ําอีก แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ที่จะต้องตั้งสติแล้วให้ ความเป็นธรรมว่าข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงนี้มันได้ชี้ได้แลเห็นว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็พยายามอย่างเต็มที่ในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ แล้วในการพยายาม คลี่คลายปัญหาภายใต้ข้อจํากัดนานัปการ และภายใต้สถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างไม่เคย เกิดขึ้นมาก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายด้วยความเคารพและให้เกียรติสภานี้ ไม่ได้มาประท้วง ไม่ได้มาปะทะอะไรกับเขาด้วย ก็ตั้งใจว่าถึงเวลาจะได้อธิบายให้พี่น้องประชาชนได้ฟังว่าเหตุผลข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อเช้าขออนุญาตเอ่ยนามครับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายเทพไท เสนพงศ์ พยายามบอกว่า เฝ้าดูการจัดการปัญหาของรัฐบาลตั้งแต่น้ําท่วมก็ไม่ปรากฏว่าบทบาทของรัฐบาล จะชัดเจนอย่างไรในการช่วยเหลือประชาชน มีแต่บทบาทของทหารต่างหากที่ออกมาช่วย รัฐบาล ท่านต้องเข้าใจใหม่ครับ ท่านเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงหรือท่านอาจจะเจตนาเข้าใจผิด อย่างร้ายกาจ ที่ทหารเขาออกมานี่เขาไม่ได้ออกมาช่วยรัฐบาลครับ เขาออกมารับคําสั่ง แล้วปฏิบัติตามนโยบาย เพราะเหล่าทัพเป็นส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงกลาโหมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล แล้วเขาก็มาทําหน้าที่ ทหารเขาไม่ได้ออกมา ทํางานแข่งกับรัฐบาล เพราะแข่งกันไม่ได้เพราะรัฐบาลเป็นผู้บังคับบัญชาครับ เพราะฉะนั้น ต้องขอขอบคุณไปยังแม่ทัพนายกอง เหล่าทหารทั้งหลายที่ทุ่มเทสรรพกําลังเพื่อการนี้ ในการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างสุดความสามารถ แน่นอนครับ สิ่งที่ผมเดินมา การต่อสู้ของผมย่อมมีการเผชิญหน้ามีการกระทบกระทั่งกับกองทัพ จะสบายใจกันบ้าง ไม่สบายใจกันบ้าง ไม่มีปัญหาครับ นั่นคือวาระของการต่อสู้ทางการเมือง แต่ในวาระของการช่วยเหลือประชาชน ทําดีผมสนับสนุนครับ ทําดีผมชื่นชมครับ แต่ผมไม่อยากให้ใครก็ตามไปหาเศษหาเลย ไปหาประโยชน์ทางการเมือง อธิบายบิดเบือน ด้วยเรื่องเหล่านี้ก็ลองไปถามสิครับ ว่าเหล่าทหารที่มันเหงื่อไหลไคลย้อยในการขนดิน ขนทราย ขับรถรับส่งประชาชน ถามผู้ปฏิบัติสิครับ ว่าระหว่างการแบกกระสอบทราย มากั้นน้ําให้กับประชาชนกับการแบกสไนเปอร์ (Sniper) ไปปิดถนนแล้วประกาศเขต ใช้กระสุนจริง เขาภูมิใจกับภารกิจไหนมากกว่ากัน เขาเต็มใจที่จะทําภารกิจไหนมากกว่ากัน ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าต้องการก็ไม่ว่ากันครับ แต่พูดเพื่อไม่ให้ มีการเอาแต่ได้ เห็นแก่ประโยชน์ทางการเมืองในสถานการณ์วิกฤติเท่านั้นเอง

ท่านประธานที่เคารพครับ มีการเรียกร้องให้ประกาศใช้พระราชกําหนด บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่เรียกร้องครั้งเดียวครับ เพราะฉะนั้นข้อเรียกร้องนี้ ไม่ใช่ลูกฟลุคแน่นอน ลูกตั้งใจครับ ตะบี้ตะบันจะเอาให้ได้ เอะอะ พ.ร.ก. เอะอะ พ.ร.ก. ก็เราไม่ทําครับ นายกรัฐมนตรีเห็นว่าไม่มีความจําเป็น รัฐบาลชุดนี้ยืนยันว่าอย่างไร ก็ไม่ประกาศ พ.ร.ก. ในการจัดการน้ําท่วม เพราะมวลน้ํามหาศาล พ.ร.ก. ก็จัดการไม่ได้ ถ้าท่านเรียกร้องให้ประกาศ ประชาชนก็เข้าใจแล้วว่าถ้าท่านเป็นรัฐบาล ท่านจะประกาศ พ.ร.ก. ในการจัดการน้ําท่วม เรียกร้องให้ใช้กฎหมายเด็ดขาด ถามว่ากฎหมาย พ.ร.ก. เขาห้ามชุมนุมเกิน ๕ คน แล้ววันดีคืนดีประกาศ พ.ร.ก. คนไปชุมนุม ๒๐๐ คน กําลังขน กระสอบทรายอุดพนังกั้นน้ําผิดกฎหมายหรือเปล่า คนหนีน้ําขึ้นไปบนหลังคา ๗ คน ๑๐ คน ต้องจับไหม ไม่มีเหตุผล ไม่มีประโยชน์ ผมจึงจําเป็นต้องอธิบาย ท่านประธานที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีหลั่งน้ําตาต่อหน้าประชาชน ต่อหน้าสื่อมวลชน คนเห็นทั้งประเทศ แล้วแพร่ภาพไปทั่วโลก ผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องปกติเป็นเรื่องเข้าใจได้ ก็ไม่นึกว่ามีความพยายาม ไปอธิบายว่านายกรัฐมนตรีอ่อนแอไม่มีภาวะผู้นํา ผมสรุปเรื่องนี้สั้น ๆ ครับว่า ผู้นําที่ยิ่งใหญ่ ล้วนแต่ต้องหลั่งน้ําตาและสะเทือนใจกับความทุกข์ยากของประชาชน มีแต่เผด็จการ แลกทรราชเท่านั้นที่เพิกเฉยกับการบาดเจ็บและล้มตายของราษฎร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ คุณยิ่งลักษณ์แสดงออกนี่คือความรู้สึกของปุถุชน นี่คือความรู้สึกของผู้นํา ไปอ่านประวัติศาสตร์ทางการเมืองผู้นําหลายต่อหลายคนก็หลั่งน้ําตาเมื่อประชาชน ในประเทศ ประชาชนในความดูแลเจ็บปวดและประสบชะตากรรม ไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ อะไรเลยนะครับ แล้วถ้าจะบอกว่าประชาชนบาดเจ็บล้มตายมหาศาลและผู้นําไม่ร้องไห้ นั่นคือความเข้มแข็งหรือไม่ จะอธิบายอย่างนั้นกันหรือครับ แล้วบอกว่าไม่มีภาวะผู้นํา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้มหน้าก้มตา ทํางานหามรุ่งหามค่ําไม่มีสักคําที่จะตอบโต้โจมตีใคร ๆ ที่กระแนะกระแหนแดกดันเสียดสี สารพัด หนักเข้าถึงขนาดว่าโพสต์ข้อความในโลกไซเบอร์ (Cyber) เทียบเคียงอธิบายถึง หญิงบริการอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีครับ นิ่ง อดทน อดกลั้นทําแต่งาน งาน งาน เดินหน้า ช่วยเหลือประชาชน นี่ไม่ใช่ภาวะผู้นําหรือครับ นี่ไม่ใช่วุฒิภาวะของผู้นําประเทศในยามวิกฤติ หรอกหรือครับ ผมไม่ได้มาพยายามอธิบายความปกป้องนายกรัฐมนตรี แต่ผมชี้ให้เห็นว่าวันนี้ประเทศไทย ต้องเปิดพื้นที่ของความเข้าใจให้กันและกัน ผมเรียนท่านประธานว่าผมจะชวน พี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ วันนี้เราปรับวิธีคิด ปรับวิถีการดํารงชีวิตกันใหม่ดีไหมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวกรุงเทพมหานครแทนที่ตื่นเช้าทุกวันจะถามว่าน้ําถึงไหนแล้ว น้ําถึงไหนแล้ว ซึ่งเป็นคําถามที่ตอบยากและถึงมีคําตอบ คําตอบก็เปลี่ยนตลอดเวลา เพราะน้ําเคลื่อนที่ทุกวัน เดี๋ยวนี้คนเขาพยายามเรียกให้น่ารักครับ เรียกว่า น้องน้ํา ก็แทนที่จะ ถามว่าน้องน้ําถึงไหนแล้ว ถึงไหนแล้ว เรามาเข้าใจกันไหมครับว่าน้องน้ําจะไปไหน ผมเรียน ท่านประธานว่าพื้นที่ที่กําลังประสบอุทกภัยอยู่เวลานี้ เขาเรียกว่าพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา-ท่าจีน ลุ่มเจ้าพระยา-ท่าจีน มีแม่น้ําสําคัญคือเจ้าพระยา ท่าจีน ป่าสัก สะแกกรัง ปิง วัง ยม น่าน น้ําไหลจากเหนือลงใต้ เมื่อลุ่มเจ้าพระยา-ท่าจีนมีมวลน้ํามหาศาลไหลจากเหนือลงใต้ ก็ไหลไปไหนละครับ ก็ไหลลงมาทางข้างล่างนี่ละครับ ผ่านเส้นทางนครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี มุ่งหน้าเข้าปทุมธานี นนทบุรี ถามว่าน้องน้ํา จะไปไหน น้องน้ําจะไปลงทะเลครับ แล้วถามว่าลงทะเลต้องไปทางไหน ต้องผ่าน กรุงเทพฯ ครับ น้องน้ําไม่มีทางเลือกครับท่านประธาน ต้องผ่านทางนี้ครับ นี่คือความจริง ที่เกิดขึ้น แล้วนี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับ รัฐบาลพยายามอย่างที่สุดในการปกป้อง กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นศูนย์กลางในการบริหารประเทศ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการประเทศไทย แต่ว่ามันทําได้ดีที่สุดอย่างนี้ครับ กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นองค์กรปกครองพิเศษท่านก็พยายาม เมื่อปี ๒๕๕๓ ๒๘ ตุลาคม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร บอกว่านับตั้งแต่ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๒๖ กทม. ได้พัฒนาระบบป้องกันและระบายน้ําอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นระบบ ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีทั้งแนวเชื่อมป้องกันน้ําท่วมริมแม่น้ําเจ้าพระยา ๗๕ กิโลเมตร มีคันกั้นน้ํายาว ๗๒ กิโลเมตร มีประตูระบายน้ํา ๒๑๔ แห่ง มีสถานีสูบน้ํา ๑๗๕ แห่ง รวมทั้ง บ่อสูบน้ําซึ่งมีศักยภาพในการระบายน้ํารวมกันได้ทั้งสิ้นกว่า ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์และเครื่องสูบน้ําที่กระจายอยู่ทั่วทุกจุดเสี่ยงน้ําท่วม นี่ท่านผู้ว่า ท่านก็มั่นใจตั้งแต่ปีที่แล้วครับ โดยธรรมชาติของการบริหารถ้าปีที่แล้วดีอยู่แล้วปีนี้มันต้อง ดีกว่าปีที่แล้วครับ แล้วท่านก็แลเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นรับความจริงกันเถอะครับ ว่าเที่ยวนี้เราไม่มีศักยภาพในการรับมือกับมหาอุทกภัยเช่นนี้จริง ๆ ผมจึงมีข้อเสนอว่า รัฐบาลต้องเร่งละครับ ต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ต้องเอาวิกฤตินี้เป็นโอกาส ทําเมกะโปรเจกท์ (Megaproject) ในการบริหารจัดการน้ําเสียใหม่ ปฏิวัติเรื่องนี้เสียทีครับ จะตั้งองค์กรใหม่เป็นกระทรวงน้ําหรือไม่ผมไม่ก้าวล่วง แต่ว่ามันต้องมีการคิด คุยแล้วก็ทํา เรื่องนี้อย่างจริงจังรอช้าไม่ได้ ผมดีใจและอบอุ่นครับที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด กยอ. กรรมการชุดฟื้นฟูประเทศ โดยดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร กรรมการชุดที่จะมาจัดการน้ํา ที่ปรึกษาก็เป็นบุคคลผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีความรู้ความสามารถ ดอกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล นี่ดีใจและอบอุ่นครับ ก็เป็นกําลังใจให้ ๒ หน่วยงานนี้ล่ะครับสร้างความหวังให้กับประชาชน สร้างความหวังให้กับประเทศไทย ถ้าฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า กยอ. กับ กยน. มาทํางานแล้วจะได้ผลไหม เข้าท่าหรือเปล่า รัฐบาลจะไปครอบงําเป็นประโยชน์อย่างใด หรือไม่ ก็ตั้งกรรมการขึ้นมาอีกชุดตรวจสอบก็ได้ ก็ตั้งขึ้นมาสิครับ ชื่อ คณะกรรมการกํากับการจัดการน้ํา ชื่อย่อ กกน. ให้คุณอภิสิทธิ์เป็นประธาน กกน. ก็ได้ ก็เหมาะสมอยู่ แล้วก็ทํางานกันไปไม่มีปัญหานี่ครับท่านประธานครับ มันถึงเวลาแล้วจริง ๆ นะครับ แล้วถ้าเถียงกันเถียงกันไม่จบนะครับ นี่ได้ข่าวว่ามีการจะไปเตรียมการเอาประชาชนบางส่วน บางกลุ่มมาล้มรัฐบาลอีกหลังน้ําลด ถ้าเอาแบบนั้นก็สู้กันละครับ เพราะว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ ทางการเมือง นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะโค่นล้มรัฐบาล แต่นี่คือสถานการณ์วิกฤติที่ถ้าไม่แก้วันนี้ มันจะหนักไปถึงลูกถึงหลาน น้ําทําลายได้ทุกอย่างครับท่านประธานครับ น้ําทําลายคันกั้นน้ํา น้ําทําลายเขื่อน น้ําทําลายบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา แต่น้ําท่วมมหาศาลขนาดนี้ยังทําลาย กําแพงความขัดแย้งในสังคมไทยไม่ได้เลยครับ ความขัดแย้งหลักที่สู้กันมา ๕ ปียังอยู่ ไปดูในโลกไซเบอร์เถอะครับ คน ๒ กลุ่มเดิมนี่ละครับยังคงฟาดฟันกันอยู่เวลานี้ กลุ่มหนึ่ง สนับสนุนให้กําลังใจรัฐบาล อีกกลุ่มหนึ่งก็โจมตีทุกวิถีทางเช่นเดียวกัน ประเด็นของผมก็คือว่า แม้ว่าเราจะต้องเร่งจัดการกับวิกฤติปัญหาเรื่องน้ําแต่เรามีร่มคันใหญ่ที่ปกคลุมประเทศไทย มา ๕ ปี คือร่มของความขัดแย้งทางการเมือง ตราบใดก็ตามที่เราแก้ไขความขัดแย้งทาง การเมืองไม่ได้ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศจะถูกลากไปในแดนของความขัดแย้งนี้ทั้งสิ้น แล้ววิธีการเดียวที่จะกันความขัดแย้งทางการเมืองนี้ได้คือเราต้องเป็นประชาธิปไตยจริง ๆ กันเสียทีครับ ถ้าเราเป็นประชาธิปไตยกันจริง ๆ เราก็จะเคารพผลการเลือกตั้ง ถ้าเราเป็น ประชาธิปไตยกันจริง ๆ เราก็จะรู้ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีศักดิ์ และสิทธิโดยชอบในการที่จะตัดสินใจแก้ปัญหา และประชาชนก็ต้องยอมรับและให้โอกาส ผมขอเวลาอีกนาทีเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราเป็นประชาธิปไตยกันจริง ๆ เราก็จะไม่มีคนบางกลุ่มที่เฝ้าลุ้นส้มหล่นจากอํานาจนอกระบบ เราจะไม่มีคนบางกลุ่มฝันเพ้อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าโจมตีรัฐบาลได้จะสร้างเงื่อนไขให้อํานาจนอกระบบมาล้มรัฐบาลเพื่อ ตัวเองจะเข้าสู่อํานาจอีกครั้งหนึ่ง ความไม่เป็นประชาธิปไตยมันหลอกหลอนให้คนมีฝันแบบ นี้ครับ แล้วมันก็เลยกลายเป็นการซ้ําเติมในทุกวิกฤติของประเทศไทย ผมจึงกล่าวสรุปกับ ท่านประธานนะครับว่าวันนี้เป็นโอกาสที่ดีครับที่ทุกคนทุกฝ่ายได้มาพูดจาได้มาเห็นหน้า เห็นตากัน แล้วหลังจากนี้เดินหน้าทํางานกันเถอะครับ ท่านจะตรวจสอบทุจริตถุงยังชีพอะไร ก็ว่ามา แต่ปัญหาคือเวลาท่านออกมาแถลงข่าว เขาตั้งกรรมการตรวจสอบ เชิญผู้แถลงข่าว รองโฆษกพรรคฝ่ายค้านไป ท่านไม่ไป พอไม่ไปกรรมการเขาก็บอกเขาไม่ได้มีข้อมูลอะไร เพิ่มเติม ก็สรุปมาเช่นนั้น พอสรุปมาเช่นนั้นท่านไม่พอใจ อ้ายอย่างนี้ละครับที่ผมอยากจะขอ ความร่วมมือ แล้วผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกคนทุกฝ่ายอย่างแท้จริง และผมว่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้พร้อม และนี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านสรชัด สุจิตต์ ๑๐ นาทีครับ

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

เรียนท่านประธานสภา ผม สรชัด สุจิตต์ สมาชิกรัฐสภา กราบเรียนครับท่านผู้มีเกียรติ ตามที่

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเข้าใจว่าเวลาของฝ่ายรัฐบาลหมดแล้วนะครับ การที่รัฐบาล จะอภิปรายต่อไปนี้จะใช้เวลาเกิน แล้วก็สะท้อนว่าฝ่ายรัฐบาลคาดการณ์อะไรผิดมาทั้งหมด ละครับ นี่คาดการณ์เวลาก็ผิดนะครับ เพราะเวลาเกินแล้วละครับ คาดการณ์น้ําผิดมาแล้วนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมไม่ทราบครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอเปลี่ยนนะครับ ท่านเหลือเวลาอีก ๒ นาทีนะครับ ใช่ไหมท่านเลขาธิการ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

เช็กดูดี ๆ นะครับ ตอนท่านณัฐวุฒิเกินไปประมาณนิดหน่อยแล้วครับ แต่ว่าผมก็ไม่พยายามขัดจังหวะ ผมก็รวบรวมเวลาอยู่เหมือนกัน ตอนท่านณัฐวุฒิพูดนี่เกินไปนิดหน่อยแล้วครับ แต่ว่าผมไม่ขัด อะไร เพราะว่าอยากให้จบถ้วนกระบวนความ แต่ว่าจากนี้ไม่มีแล้วครับ เวลาหมดแล้วนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ขอบคุณครับท่าน ตกลงท่านสรชัดเหลือ ๒ นาทีนะครับท่าน เชิญครับ

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

ขออนุญาต ท่านประธานครับ ตอนที่คุยกันไว้จริง ๆ สัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนานั้นได้โควตา ๑๐ นาที ซึ่งยังไม่ได้ใช้โควตาเลยในนามของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมเองก็พยายามจะเร่งแล้วก็รีบสรุปประเด็นให้เวลาน้อยที่สุดแล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ จากที่ผมได้นั่งฟังทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้อธิบายในเรื่องต่าง ๆ ผมเองนั้น คงเข้าใจดีครับว่าปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้นั้นเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านครับ เนื่องจากเวลาฝ่ายรัฐบาลหมดแล้วครับ ท่านให้ใช้เกินนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมให้ฝ่ายเลขา เช็กแล้วครับ เหลือ ๒ นาที มีหลักฐานอยู่ตรงนี้ครับ เชิญต่อเลยครับ

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

ที่สร้าง ความเดือดร้อนในครั้งนี้เป็นอย่างมาก แต่ในความเดือดร้อนในครั้งนี้นั้นยังเสริมสร้างในเรื่อง ของความแตกแยกทางสังคม จากการที่เราไม่พร้อมที่จะรองรับกับปัญหา แต่ว่าบังเอิญ ผมต้องขอเรียนครับในส่วนหนึ่ง ปัญหาหลาย ๆ อย่างนั้นท่านนายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้อธิบาย ต่อสภาแห่งนี้ว่าได้ดําเนินการอย่างไร ซึ่งในครั้งแรกนั้นผมเองก็ได้มีเรื่องที่จะต้องท้วงติงอยู่ หลายประเด็น แต่ในครั้งนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้อธิบายนี่ผมก็มีความมั่นใจครับว่า รัฐบาลเองนั้นกําลังเดินมาถูกทาง แต่มีสิ่งอันหนึ่งที่มันสะสม ในฐานะอีกส่วนหนึ่งที่ผมเองนั้น เป็นตัวแทนมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี มีความไม่สบายใจกับการที่ข้อกล่าวหาหลาย ๆ อย่างว่า จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นไม่ได้รับน้ํา ผมต้องขอเรียนครับว่าไปดูข้อมูลเบื้องต้นก่อนเลยนะครับว่า ประตูพลเทพนั้นเริ่มรับน้ําที่ผิดปกติจากเดือนก่อน ๆ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ไล่มาจนถึง สูงสุดในอัตรา ๒๘๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ซึ่งหลังจากนั้นเป็น เหตุการณ์ที่ประตูบางโฉมศรีแตก บังเอิญพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นรับน้ําลดลงเนื่องจาก พื้นที่นั้นมีปริมาณน้ําฝนตกเป็นอย่างยิ่ง ลดลงเพียงแค่ ๖ วันเท่านั้นครับ หลังจากนั้น ก็เพิ่มเติมขึ้นมาโดยตลอดจนสูงสุดถึง ๓๖๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นเวลาเกือบ ๓ อาทิตย์กว่า ๆ ทําให้ปัญหาคือพื้นที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นท่วมมาโดยตลอด ซึ่งกระผมเองนั้นก็อยาก จะโชว์พื้นที่ออกมานะครับว่าปัญหาที่น้ําท่วมนั้นท่วมตั้งแต่วันที่ที่ผมลงพื้นที่ตั้งแต่ วันที่ ๕ กันยายน ไล่ตามเข้ามาเรื่อย ๆ ที่โชว์ขึ้นมานะครับเป็นทุกหย่อมหญ้าในอําเภอเมือง อําเภอบางปลาม้า และอําเภอสองพี่น้อง ซึ่งผมอยากจะเรียน ทําให้สร้างความเข้าใจผิดกับ ชุมชนทุก ๆ คนมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ไม่ท่วมนั้นคือไม่ท่วมแค่ในเขตเทศบาลเมืองเพียงแค่ ๙ ชุมชนเท่านั้น เนื่องจากมีคันกั้นน้ําที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้วางแผนและ ประสานงานในการสร้างเขื่อนอันนี้เกิดขึ้น เป็นงบประมาณต่อเนื่องถึง ๖ ปี ปีละ ๒๐๐ ล้านบาท ทําให้เรารักษาเขตเศรษฐกิจเหมือนกับที่ชุมชนอื่น ก็อยากจะเรียนให้สมาชิกได้รับทราบ ซึ่งวันนี้เองนั้นคนสุพรรณบุรีเดินทางไปที่ไหนก็จะมีข้อครหาที่หาว่าคนสุพรรณบุรีนั้น ใจดํา ไม่ได้รับน้ํา กระผมต้องเรียนครับว่าเราเป็นคนไทย เรารับน้ํา ช่วยเหลือแบ่งเบาคน จังหวัดอื่นมาตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคมแล้วครับ โดยที่ไม่ต้องมีใครบอก เรานั้นพร้อมที่จะ เคียงบ่าเคียงไหล่ในการต่อสู้ในเรื่องของปัญหานี้ร่วมกับทุกคน ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปนี้จะเป็นของท่าน ฝ่ายค้านนะครับ มีที่เหลืออยู่ในนี้ ๔ ท่าน เชิญท่านแรกท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๕ นาทีนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในเขตจตุจักร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิได้พูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมเสียใจอยู่ เหมือนกันว่าแขวะมาหน่อย ๆ ว่าท่านไปมัลดีฟส์ท่านไปพบกับท่านประธานาธิบดีของ มัลดีฟส์นะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วในช่วงเวลาที่พวกผมเป็นรัฐบาลก็ไม่เคยถามครับว่า ผู้นําฝ่ายค้านท่านไปไหน ขออย่างเดียวคืออย่าก่อความวุ่นวายแล้วก็เผาบ้านเผาเมืองก็เท่านั้น นะครับท่านประธาน ทีนี้ในส่วนของวันนี้นะครับ เรื่องของการบริหารน้ํา ผมอยากจะเรียน ตามตรงว่าเป็นการบริหารน้ําที่ผิดพลาดอย่างชัดเจนของรัฐบาลคราวนี้ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งครับ เป็นความผิดพลาดของรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าความผิดพลาดนี้จะให้พวกผมนั้น ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ลาออก ไม่ใช่ครับ เรามาเพื่อติงเพื่อให้เกิดประโยชน์ครับ แต่มันเป็นความผิดพลาดจริง ๆ ครับ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้ประกาศคําหนึ่งครับ ก็คือ บางระกําโมเดล แล้วก็มีวาทกรรมทางการเมืองต่อเนื่องมาอีก ก็คือในเรื่องของ ๒ อาร์ ๒ พี ประมาณนี้ครับ ในขณะนั้นครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วกราฟ อันนี้ก็ถูกแสดงแล้วนะครับ แต่ผมจะชี้ให้ละเอียดอีกทีนะครับ วันที่ ๒๐ สิงหาคม ท่านรู้จัก น้ําประเทศไทยแล้วครับ เพราะท่านขุด ระบบการตลาดที่ใช้คําว่าบางระกําโมเดล ท่านดูนะครับ ในเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมครับ ปริมาณน้ําในเขื่อนภูมิพลสูงขึ้น ตลอดเลยครับ ในเดือนกันยายนเดือนตุลาคมตรงนี้นะครับ แค่นี้ครับ สูงขึ้นตลอดเลยครับ คําถามผมถามง่าย ๆ ครับ เดือนกันยายนท่านไปหลับอยู่ที่ไหนครับ นี่ครับน้ําในเขื่อนภูมิพล ขึ้นมหาศาล อันนี้อีกแผ่นหนึ่งครับ สด ๆ ครับ การระบายน้ําจากเขื่อนภูมิพลครับ นี่คือช่วง เดือนกันยายนในขณะที่กราฟเมื่อกี้บอกแล้วว่าปริมาณน้ําสูงนะครับ การระบายน้ําของท่าน ทิ่มพรวดเลยในช่วงของเดือนตุลาคมครับ ต้นเดือนตุลาคมทิ่มพรวดเลยครับก็ถามอีกทีครับ แล้วเดือนกันยายไปหลับอยู่ที่ไหนครับ นี่คือสิ่งที่ท่านบริหารพลาดแล้วท่านต้องรับความจริง ในเรื่องนี้ครับ ถ้าถามว่าถ้าเป็นรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์เป็น น้ําท่วมไหม ท่วมครับ แต่จะไม่ท่วมแล้วพังขนาดนี้ครับ เดือนกันยายนท่านเข้า บริหารรับราชการแผ่นดินแล้ว ตอบโจทย์ตัวเองนะครับ

ประการต่อมาครับ มาดูเรื่องมาตรการที่จะเข้าสู่กรุงเทพมหานครที่มันท่วมอยู่ ขณะนี้มีทางออกครับก็คือกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฉะเชิงเทรา ตรงนั้นเป็นพื้นที่ ที่เงยหน้าขึ้นต้องเปิดเครื่องสูบน้ําดันออก วันนี้ท่านทราบไหมครับ ทําไมคนอย่าง ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสุขุมพันธุ์ถึงพยายามปกป้องกรุงเทพมหานครแล้ว ดูเหมือนกับว่าทะเลาะเบาะแว้งกับกรมชลประทาน กรมชลประทานเขาก็พยายามจะเปิด เครื่องสูบน้ําออกครับ แต่เขาเปิดได้ไม่เต็มอัตราเพราะมีปัญหาประชาชนครับ ทําไมมีปัญหา ประชาชนครับ เพราะผู้นํานายกรัฐมนตรีไม่เข้มแข็งอย่างไรครับ ตราบใดท่านยังให้ ส.ส. ไปทลายคันกั้นน้ําอยู่มันจะไม่เกิดผลดีครับ นี่ครับความเป็นผู้นําต้องเกิดขึ้นและผมหวังอย่างยิ่ง ถ้าท่านจะให้เยียวยาคนที่ต้องเสียหายมากบอกเขาเลยครับจะให้เขาพิเศษกี่บาทกว่าคนอื่น เคลียร์คนให้ได้สิครับ ท่านอธิบดีกรมชลประทานท่านถึงจะทํางานได้ นี่ครับนี่คือสะท้อน ความเป็นผู้นําซึ่งท่านพลาดอีกแล้วครับ พอมาดูเรื่องของมาตรการฟื้นฟูน่าตกใจครับ งบประมาณปี ๒๕๕๕ เมื่อวานนี้ฉบับร่างนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จริง ๆ มันมีร่างของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์อีกฉบับหนึ่ง ซึ่งท่านโยนทิ้งถังขยะไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเนื่องจากว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาล ท่านตัดลบตัดลดเงินรักษาพยาบาลฟรี ต่อหัว ๑๔๐ บาท ท่านตัดลดงบประมาณเงินยืมเรียนของเด็ก ๖,๕๐๐ ล้านบาทครับ นี่ครับ วิธีการที่ท่านบอกว่าปรับแต่งงบประมาณให้เหมาะสมกับเรื่องของน้ําท่วม ใช้ไม่ได้ครับ แล้วนี่คือความล้มเหลวของท่านล้มแล้วล้มอีก แต่แน่นอนครับ เอาละครับ มาถึงวันนี้ ก็ขออนุญาตแนะนําท่านครับ ไปจัดการคนให้ได้นะครับ มีสภาวะผู้นําตั้งสติให้เรียบร้อย แล้วไปเจรจากับคนบอกวิธีการเขาว่าจะฟื้นฟูเขาอย่างไร จะให้ผลประโยชน์เขาอย่างไร ถ้าเขาต้องเป็นทางผ่านของน้ําในส่วนกรุงเทพฯ ตะวันออกและฉะเชิงเทรา ไม่อย่างนั้น คนกรุงเทพฯ ท่วมฟรีครับ ในเขตจตุจักรของกระผมครับ ศปภ. อยู่ที่ดอนเมือง ส.ส. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการเอา ของบริจาคกลับมา วันนี้ ศปภ. ย้ายมาอยู่เขตจตุจักร ผมเป็นผู้แทนเขตจตุจักร ไม่เคยได้อะไร จาก ศปภ. เลยในการช่วยเหลือทุกวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ศปภ. ไปตั้งอยู่ที่ตึกพลังงาน เวลาของผมท่านวิปฝ่ายค้านให้อีก ๕ นาทีนะครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของ ศปภ. ไปตั้งอยู่ในเขตจตุจักร ท่านทราบไหมว่าทําทางเข้าไป น้ําในชุมชน กม. ๑๑ รถไฟ ซอยพรรณี ท่วมขังกว่าปกติ เครื่องสูบน้ําสักตัว ประธานชุมชนเขาขอ เคยเอาไปให้เขาไหม ถุงทรายเคย เอาไปให้เขาไหม ไม่มีครับ นี่คือสิ่งที่น่าเสียใจที่ ศปภ. ตั้งอยู่แล้วคนจตุจักรปวดใจครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอแบบนี้ครับ ผมขอให้ไปช่วยในส่วนของเขตจตุจักร มีหลากหลายพื้นที่ที่ผมนั้นยังช่วยไม่ได้ครับ ทุกวันนี้ผมตั้งศูนย์ที่เบอร์โทรศัพท์ ๐๘-๖๓๒๒-๔๖๘๘ ผมบริการประชาชนมาแล้ว ๑๐ วัน ๒๔ ชั่วโมง รถบรรทุกผมมีแค่ ๕ คัน เต็มความสามารถสตางค์ของผมครับ รถกระบะผมมี ๑๐ คันครับ พังไปแล้วก็เยอะครับ เรือมีแค่ ๔ ลํา มีเท่าไรทําเท่านั้นครับ ศปภ. ไม่ได้ช่วย สิ่งที่ผมขอร้องวันนี้คือเส้นทางการ สัญจรของพี่น้องประชาชน ซึ่งอยากจะให้มีการเติมเข้าไปในส่วนของเขตจตุจักรดังต่อไปนี้ครับ

เส้นแรก บริเวณซอยเสนานิคม ๑ หรือพหลโยธิน ๓๒ ให้ท่านจัดรถนะครับ ในบริเวณพหลโยธิน ๓๒ เข้าแยกวังหิน นวมินทร์แล้วไปยังแยกเกษตรศาสตร์ อยากให้ท่าน เพิ่มรถเข้าไป

ในส่วนที่ ๒ ก็คือในช่วงซอยอาภาภิรมย์ ซอยเสือใหญ่อุทิศ ซอยภาวนา ทะลุออกไปยังลาดพร้าว ๗๑

ในส่วนที่ ๓ คือบริเวณทางหน้าวัดเสมียนนารี วัดเทวสุนทร แล้วเข้ายาวไปยัง ตลาดประชานิเวศน์ บองมาเช่ ชลนิเวศน์ ซีเมนต์ไทย

และเส้นสุดท้ายคือเส้นในบริเวณโชคชัยร่วมมิตรทั้งเส้นเชื่อมระหว่าง ถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนรัชดาภิเษก นี่คือสิ่งที่ผมขอครับ ผมขอแค่นี้ครับ เพราะที่ผ่านมา ผมนอนตีสามทุกคืนแล้วดึกกว่านั้นครับ ผมเอาคนออก แล้วท่านประธานเชื่อไหม ระหว่างที่ เราพยายามจะบอกให้คนออกและคนอพยพ ซึ่งกรุงเทพมหานครประกาศไปเรียบร้อยแล้ว ทาง ศปภ. ยืนยันว่าบิ๊กแบ็กของท่านใช้การได้ คนไม่ออกครับ แล้ววันนี้ต้องขอบอกท่านนะครับ ผมอยู่ที่นั่นจนตีสาม ตีสี่ทุกคืน บิ๊กแบ็กของท่านใช้ไม่ได้ในเขตจตุจักรครับ ทุกวันนี้ น้ําที่ออกไปแล้วเริ่มลดบางส่วนเกิดขึ้นจากการระบายน้ําทั้งนั้นนะครับ เกิดจาการสูบน้ําออก นี่คือสิ่งที่ผมกังวลใจครับ วันนี้คนไม่ออกจํานวนมาก แล้วเราต้องไปดูแลครับ ทั่วถึงบ้าง ไม่ทั่วถึงบ้าง แล้ววันนี้น้ํากําลังจะเน่า และเขตนี้จะเป็นเขตที่น้ําขังนานครับ ผมขอครับ ศปภ. ขอครับ ไปดูตามที่ผมได้บอกมา ขอแค่นี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านบุณย์ธิดา สมชัย ครับ

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ สถานการณ์น้ําท่วมในภาคอีสานนั้นค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะ จังหวัดอุบลราชธานี ท่วมทั้งหมดทุกอําเภอค่ะท่านประธาน ๒๕ อําเภอ ปัจจุบันนี้น้ําเริ่ม ลดลง แต่ก็ยังมีถึง ๕ อําเภอค่ะท่านประธานที่ยังท่วมอยู่ อําเภอเมือง อําเภอวารินชําราบ อําเภอพิบูลมังสาหาร อําเภอสว่างวีระวงศ์ และอําเภอเขื่องในค่ะท่านประธาน ในส่วนของ การได้รับการช่วยเหลือของประชาชนนะคะท่านประธาน ทางจังหวัดก็ดี ทางเอกชนก็ดี ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่ค่ะท่านประธาน แต่ก็ยังมีอีกหลายหมู่บ้าน ยังมีอีกหลายตําบลที่ต้องบอกว่ามีหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือนี่น้อยมากค่ะท่านประธาน ดิฉันเองในฐานะ ส.ส. ในพื้นที่ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือในส่วนหนึ่ง โดยได้รับการสนับสนุนสิ่งของ จากทางจังหวัดเพียงส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งดิฉันได้รับการช่วยเหลือมาจากทาง พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ส่งสิ่งของไปให้ค่ะท่านประธาน และที่ผ่าน ๆ มาค่ะท่านประธาน จังหวัดอุบลราชธานีน้ําท่วมตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ระยะเวลาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ ๔ เดือนแล้วที่บ้านเรือนประชาชนยังจมอยู่ในน้ํา โดยเฉพาะในเขตดิฉันค่ะท่านประธาน มีหมู่บ้านหนึ่งจมทั้งหมู่บ้านจนปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถกลับเข้าไปในหมู่บ้านได้ ต้องนอนอยู่เพิงข้างทางเป็นเวลา ๔ เดือนแล้ว ไร่นาไม่ต้องพูดถึงค่ะท่านประธานจมหายไป นานมากแล้ว ข้าวไม่ต้องเกี่ยวกันแล้วค่ะท่านประธาน แต่ที่ประชาชนเขาต้องได้รับ การช่วยเหลือ ดิฉันไปประสานงานทุกอย่างอํานวยความสะดวกให้กับประชาชน ในเรื่องการรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อที่จะได้ขอความช่วยเหลือจากทางรัฐบาล ในการเยียวยาที่จะได้รับเงินครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท จนถึงวันหนึ่งค่ะท่านประธาน ที่ทาง ปภ. ได้รับงวดเงินจากรัฐบาล เพื่อที่จะมามอบให้ประชาชน ซึ่งดิฉันเป็นผู้แทนในพื้นที่ ดิฉันได้ประสาน ได้อํานวยความสะดวกทุกอย่าง และดิฉันเพียงแค่ต้องการจะเข้าไปเป็น สักขีพยานกับทางประชาชนว่าได้รับการช่วยเหลืออย่างครบทุกหลังคาเรือน แต่ดิฉันเท่าที่ ได้ฟังมาตลอด มีแต่คนบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องช่วยเหลือกัน ไม่ต้องมาเล่นการเมืองกันแล้ว แต่ท่านประธานทราบไหมว่า ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือในวันนั้นท่านประธาน มีโทรศัพท์ จากทางเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปขอร้องให้ดิฉันบอกว่า ห้ามไปปรากฏตัวโดยเด็ดขาด ดิฉันก็เลย ถามว่าทําไมคะ เพราะว่าดิฉันต้องการเข้าไปดูด้วยตัวเองว่าประชาชนในเขตพื้นที่ของดิฉัน ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและครบตามจํานวนที่ได้แจ้งไปกับทางอําเภอ เจ้าหน้าที่ก็ได้ แอบกระซิบมาบอกว่ามีผู้ใหญ่ได้กําชับมาบอกว่า ถ้า ส.ส. จะไปร่วมขอให้เป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ขอให้เป็น ส.ส. ในพื้นที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเท่านั้นค่ะท่านประธาน เรื่องนี้ดิฉันไม่ติดใจไม่เป็นอะไร เพียงแต่ว่าขอให้ประชาชนทุกท่านได้รับการช่วยเหลือ อย่างเต็มที่ แต่ประชาชนเขาฝากข้อสงสัย ฝากข้อถามมาว่า วันก่อนเขาได้เห็นในทีวีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปมอบเงินเยียวยาบ้านน้ําท่วมหลังคาละ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในเขตพื้นที่ อําเภอสว่างวีระวงศ์จนบัดนี้เท่าที่ดิฉันได้เรียนตั้งแต่ต้นว่า บ้านก็ยังน้ําท่วมอยู่ ยังไปนอนอยู่ เพิงข้างทางอยู่ ทําไมเขาได้รับ ๕,๐๐๐ บาท เกณฑ์ในการตัดสินว่า ๓๐,๐๐๐ บาท กับ ๕,๐๐๐ บาท คืออะไร เกณฑ์ในการตัดสินคืออะไร มาตรฐานคืออะไร ประชาชนฝาก ถามมาว่านี่ใช่ ๒ มาตรฐานแบบที่ท่านเคยพูดกันมาสมัยก่อนหรือเปล่า นี่อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธาน

ส่วนเรื่องที่ ๒ ท่านประธาน เงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่ทางกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ส่งไปช่วยเหลือที่ทางจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจํานวนเงิน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ดิฉันต้องขอขอบคุณแทนประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือในส่วน ตรงนี้ค่ะ เพียงแต่ว่าทําไมต้องระบุลงไปด้วยว่าให้เฉพาะในเขตพื้นที่ของ ส.ส. รัฐบาลเท่านั้น แต่เท่าที่ดิฉันได้เช็กมานะคะ ก็ไม่ใช่ ส.ส. รัฐบาลทั้งหมดที่ได้รับ เพราะมีเพื่อนสมาชิก ท่านหนึ่งก็เป็น ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ก็ไม่ได้รับการจัดสรร ไม่ได้รับ การดูแลประชาชนในเขตพื้นที่เช่นกันท่านประธาน ท่านประธานสุดท้ายค่ะ อาจจะเกินเวลา นิดหนึ่ง ดิฉันต้องขอเป็นกําลังใจให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและข้าราชการ ทุกท่านที่ได้ทํางานหนักตลอด ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ในขณะนี้ทางจังหวัดก็ยังมีปัญหา น้ําท่วมอยู่ แต่ก็ยังมีจิตอาสา มีน้ําใจที่จะทําข้าวกล่องส่งมาช่วยเหลือทางกรุงเทพมหานคร ก็ต้องขอเป็นกําลังใจให้ ถึงแม้ว่าต้องใช้งบประมาณในส่วนหนึ่งของทางจังหวัดที่ต้องมา ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ก็ต้องบอกว่ายังไม่พอค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากทราบว่า ที่ทางรัฐบาลมีคาราวานให้ทางแต่ละจังหวัดมาจับคู่กับเขตในกรุงเทพมหานคร ทําไมว่าเงิน ใน ศปภ. บริจาคก็มีเยอะ ตั้งงบประมาณไว้ก็เยอะทําไมท่านไม่ช่วยส่วนหนึ่งไปให้ทางจังหวัด ที่เขามาช่วย เมื่อวานมาร่วมปล่อยคาราวานในการเปิดโรงครัว ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับ เพราะยังมีพี่น้องในพื้นที่อีกหลายอําเภอ อีกหลายตําบล ที่ยังประสบปัญหาอยู่ ก็ขอฝากไว้ ท่านประธาน เพราะว่ายังมีอีกหลายจังหวัดที่ประสบปัญหาอย่างนี้เช่นกัน ขอบพระคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเจือ ราชสีห์ ครับ

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกของรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ วันนี้ผมนั่งฟังการประชุมตั้งแต่เช้าแล้วก็ได้ทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกของรัฐสภาในกรณี การเปิดอภิปรายทั่วไป กรณีปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย ท่านประธานครับ ผมเองย้อนกลับช่วงที่รณรงค์หาเสียง ตอนนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์ มีนักวิชาการออกมา วิพากษ์วิจารณ์กันมากมายนะครับว่าถ้าเราเลือกนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงขึ้นมา วันหนึ่งท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาอันสั้นมาก ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า ท่านยังไม่พร้อมในการที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี นักวิชาการท่านนั้นท่านตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า วันหนึ่งเมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านนั่งประชุมหัวโต๊ะ ประกอบไปด้วย ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดีทุกกรมกอง ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจปัญหาไม่ได้ แก้ปัญหาให้กับประเทศไม่ได้ ท่านต้องโทรศัพท์ทางไกลไปถามผู้ที่อยู่ทางไกล ผมเองผมฟัง ในวันนั้นตอนที่รณรงค์หาเสียงผมยังไม่ได้คิดอะไรครับ ผมก็พยายามที่จะให้ พรรคประชาธิปัตย์ของผมได้เป็นรัฐบาล แต่ว่าเราโชคไม่ดีครับ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ว่าเหตุการณ์ที่นักวิชาการวันนั้นพูดว่าท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ มันเกิดวันนี้จริง ๆ ครับ วันนี้น้ําท่วมไปทั่วประเทศ เสียหายหมดทุกวิชาชีพ ทุกส่วน เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีของเราขาดภาวะการเป็นผู้นํา เหมือนที่มี การวิพากษ์วิจารณ์ตอนก่อนเลือกตั้งจริง ๆ ครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ยืนยันได้นะครับว่า ขณะนี้ประเทศของเราเสียหายไปมาก เป็นเพราะว่าเรามีนายกรัฐมนตรีที่ยังไม่พร้อม มีความภาคภูมิใจกันมากนะครับ มีการบอกว่า ๔๕ วันเรามีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง เป็นที่ถูกอกถูกใจเป็นที่ประสบผลสําเร็จ จริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ท่านประธานครับ ประเทศเสียหาย น้ําท่วม ท่านเริ่มตั้งแต่ตอนน้ําท่วมใหม่ ๆ นะครับ เพื่อนของเราก็ได้ อภิปรายกันมาแล้วแต่ว่าผมอยากจะย้ําว่าตั้งแต่วันแรกท่านไม่ได้พูดความจริงนะครับ ท่านไปที่จังหวัดพิษณุโลกท่านไปบอกว่าบางระกําโมเดล ไม่ได้ทําจริง เพียงแต่สรรหาคําพูด ออกมาแค่นั้นละครับ แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านก็เกิดจากความที่ท่าน ให้สัมภาษณ์ของท่านเองทั้งนั้นละครับ พวกผมเองไม่เคยไปใส่ร้ายป้ายสีท่านเลย ท่านพูดกัน แต่ละครั้งสับสนไปหมด แต่ละวันท่านบอกว่ามวลน้ําหมดแล้ว กทม. รอดแล้ว ท่านพูด ของท่านเองทุกครั้งนะครับ นั่นคือสิ่งที่ให้แลเห็นว่าการบริหารจัดการของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนี้ท่านทําไม่ได้ เป็นปัญหากับประเทศของเรา ทําให้เราเสียหายมากมายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมอุตสาหกรรม๗ นิคมอุตสาหกรรม โรงงานเป็นจํานวนมากมาย เมื่อสักครู่ผมฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่าจะยกประโยชน์ให้ จะลดภาษีให้ จริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องดี แต่ว่านักลงทุนไม่ต้องการเรื่องนั้นหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เขาอยากจะรู้ว่าปีหน้าน้ําจะท่วมอีกไหมถ้าเขาจะมาลงทุน เขาขอความมั่นใจต่างหาก แต่ว่าความมั่นใจของทางนักลงทุนตอนนี้หมดไปแล้วครับ เพราะว่าเขาไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทําได้ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีทางให้ความมั่นใจกับนักลงทุนได้ครับ สิทธิบีโอไอ ทุกอย่างเขาได้มาหมดแล้ว ชาวบ้านอยากรู้ว่าขณะนี้น้ําที่เขาท่วมอยู่ทุกวันมันจะหายท่วมวันไหน นั่นคือสิ่งที่ชาวบ้าน อยากทราบนะครับ ผมก็เลยต้องเรียนกับท่านประธานย้ํากันอีกครั้งหนึ่งว่าเรามีผู้นําที่ไม่พร้อม ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ที่จะมาแก้ปัญหาให้กับพวกเราครับ ผมขอขอบพระคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านศุภชัย ใจสมุทร ครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามการอภิปรายกันในวันนี้ คงได้ยิน คงได้ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในสิ่งที่พวกเราสมาชิกรัฐสภาได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน ในการที่จะมาร่วมเสนอความคิดไปยังรัฐบาลในการแก้ปัญหา การแก้ปัญหาซึ่งเป็นปัญหา ยิ่งใหญ่ของประเทศในวันนี้นะครับ สิ่งที่อยากจะขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่าจริง ๆ แล้ว แน่นอนครับ สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นภัยธรรมชาติ หรืออย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พูดว่าเป็นแอคท์ ออฟ ก็อด แต่ความจริงส่วนหนึ่งซึ่งก็คง ปฏิเสธไม่ได้นะครับว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือว่าน้ําที่มันกําลังท่วมไปจนถึงวินาทีนี้ ก็เฝ้ากันด้วยใจระทึกว่าน้ํามันจะไปไหนต่อ นิคมอุตสาหกรรมบางชันจะโดนท่วมเหมือนนิคม อีกหลายนิคมอีกหรือไม่ รวมถึงว่านิคมลาดกระบังก็อาจจะมีการท่วม สิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่ทําให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครรู้สึกหวาดวิตกและคงมีคําถาม และอย่างที่เรียนไป เมื่อสักครู่นะครับว่าแม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ก็คือหลังจากที่รัฐบาลได้มีการประกาศตั้งศูนย์ที่ดอนเมืองขึ้นมา คือ ศปภ. ซึ่งมีท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เป็นหัวหน้าศูนย์หรือเป็นประธานอยู่นี่นะครับ นับจากวันนั้น ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนก็คิดว่ารัฐบาลได้ยื่นมือเข้ามาในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหา น้ําท่วม และทุกคราวที่เกิดเรื่องร้ายแรงทางศูนย์เองก็ได้ออกแถลงการณ์ มีโฆษกออกมา แถลงโดยตลอด เพราะฉะนั้นในความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลก็มีความเชื่อครับว่า งานนี้รัฐบาลได้เอื้อมมือเข้ามาแก้ปัญหา ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เข้าไปแถลงข่าว เข้าไปที่ ศูนย์อยู่บ่อย ๆ มันเป็นความเชื่อของพี่น้องประชาชนที่ตรงกัน เพราะฉะนั้นเมื่อในที่สุดแล้ว ท่วมเข้ามาในกรุงเทพฯ ท่วมนิคมอุตสาหกรรม ท่วมโรงพยาบาล แล้วก็แม้กระทั่งว่า คลองประปาซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ําดื่มของกรุงเทพฯ และปริมณฑล สิ่งเหล่านั้นจะให้พูดตรง ๆ ก็คือว่าจะปฏิเสธความรับผิดชอบของรัฐบาลไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนว่า วันนี้ประชาชนเขาไม่สนใจนะครับว่าใครปล่อยน้ํา น้ํามันอยู่ช่วงไหน อย่างไร คําถามที่ ประชาชนอยากจะถามรัฐบาลก็คือว่าวันนี้คนในกรุงเทพฯ ก็อยากจะถามว่าศูนย์หรือว่า ทางรัฐบาลจะนําน้ํานี่ลงทะเลไปได้เมื่อไรอย่างไร ที่มันจ่อไปถึงดินแดงแล้วมันจะไปไหนต่อ เส้นทางที่จะไปนี่นะครับ ถนนพระราม ๒ ที่เหลือสัก ๑๐ เมตร ที่ประชาชนกําลังประท้วง จะรื้อกันนี่ ในที่สุดแล้วมันจะท่วมหรือไม่ และเดินทางไปทางใต้จะได้หรือไม่ อย่างไร แน่นอนครับ ผมว่าสิ่งที่สมาชิกของเราได้นําเสนอต่อรัฐบาลวันนี้ ผมอยากให้รัฐบาลรับไป แล้วก็นําไปปรับปรุงเถอะครับ อย่ามาคิดกันเลยครับว่าวันนี้มันไม่ใช่เป็นความผิด ของรัฐบาล แต่เป็นความผิดขององค์กรอื่น หน่วยงานอื่นหรือน้ํามันมีกันมาก่อนรัฐบาลนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะมารับตําแหน่ง ประชาชนไม่อยากฟังครับ วันนี้ประชาชนไม่ต้องการให้ นักการเมืองมาพูดกันในเรื่องการเมืองครับ วันนี้ประชาชนต้องการที่จะฟังว่าหลังจากวันนี้แล้ว เรามาคุยกันจนเลยเที่ยงคืนนี่หลังจากนี้พรุ่งนี้สิ่งที่ประชาชนจะได้เห็นจากการที่ผู้แทนของเขา ทั้ง ๒ สภามาพูดคุยกันแล้วมันจะทําให้เขาได้แก้ปัญหาได้อย่างไร สิ่งที่เขาอยากจะฟังก็คือว่า เมื่อน้ําลดแล้วนี่การฟื้นฟูจะทําเป็นรูปธรรมได้อย่างไร วันนี้เราคงไม่ต้องพูดละครับว่าสิ่งที่มัน เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของใคร ผมในฐานะพรรคการเมืองผมก็อยากจะขอว่าวันนี้เราหยุด เรื่องการเมืองได้ไหมครับ เรามาคุยเรื่องบ้านเมืองได้ไหมครับ คุยเรื่องของปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ไหมแล้วก็ค่อยว่ากัน สิ่งที่อยากจะฝากไปนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ผมฟังแล้วผมก็ใจหายที่สมาชิกฟากรัฐบาลเมื่อกี้ท่านพูดไป ๒๖ นาที และท่าน ก็พยายามเรียกร้องให้เป็นที่ยอมรับว่าให้ยอมรับเถอะว่ารัฐบาลไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา น้ําท่วม ผมเชื่อว่าท่านคงพูดในฐานะสมาชิกนะครับ คงไม่ใช่เป็นการพูดในนามรัฐบาล เพราะถ้าเป็นการพูดในลักษณะนั้นความเชื่อถือของประเทศเราถล่มทลายเลยนะครับ นักลงทุนถอยกรูดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านนะครับ ก็เตือนท่าน ก็อยากจะเตือนว่าสิ่งที่เราพูดอะไรกันไปตอนนี้มันจะปรากฏเป็นข่าว ข่าววันนี้โผล่ไป ต่างประเทศทันที ประเทศมันจะเสียหายเพราะคําพูดนะครับ มันไม่คุ้มกันนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านด้วย ท่านประธานครับ ผมมีเวลาของสมาชิกที่ท่านได้สละ ให้ผมอย่างน้อยอีก ๑๐ นาที แต่ผมจะใช้เวลาเท่าที่จําเป็นที่อยากจะเรียนว่า สิ่งที่อยากจะเรียน กับรัฐบาลก็คือว่า ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านกําลังตระเตรียมงบประมาณตามที่ปรากฏไป เมื่อวานนี้นะครับ ผมว่าอย่างไร ๆ ก็ไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาอันยิ่งใหญ่ที่มันเกิดขึ้น ในประเทศเราในเรื่องของอุทกภัยซึ่งยังไม่ยุติ เพราะฉะนั้นเมื่อวานนี้ทางพรรคภูมิใจไทยก็ได้ เสนอว่าสิ่งที่ควรจะทํานี่นะครับ ท่านควรที่จะหยุดในเรื่องโครงการที่ไม่จําเป็นเสีย หรือโครงการที่ท่านได้มีการเสนอเป็นนโยบายและกําลังจะทํา วันนี้เราอยากให้ท่าน ได้ปรับเปลี่ยนใหม่ อยากฝากอีกครั้งนะครับว่าถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปีกรัฐบาล หรือทางรัฐบาลเองนี่นะครับ ซึ่งกําลังจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๕๕ นี่นะครับ โครงการไหนที่ไม่จําเป็นก็ตัดเข้ามาเพื่อที่จะเป็นเงินสําหรับใช้จ่ายในการ ฟื้นฟูหรือแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็อย่างที่เรียนไปเมื่อวานด้วย ผมคิดว่า ถ้าจําเป็น รัฐบาลจําเป็นที่จะต้องกู้เงินหรือออก พ.ร.ก. เพื่อกู้เงินในการที่จะมาฟื้นฟู ให้คณะกรรมการ ๒ ชุดที่ท่านตั้งมานี่นะครับ ผมว่าก็เป็นความจําเป็น แล้วก็เป็นสิ่งที่ พึงจะกระทํา วันนี้วิกฤติที่มันเกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเรื่องธรรมดา วันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนที่ในเวลานี้ก็ยังอยู่ในสภาพที่อยู่อย่างอเนจอนาถอดอยากอยู่ มีพี่น้องของเรา ที่ทํางานที่นิคมอุตสาหกรรมและต้องตกงานนับแสน ๆ คนก็รอการช่วยเหลืออยู่ เพียง ๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาทอย่างที่ผมเรียนไปแล้ว มันไม่ก่อประโยชน์อะไรให้กับเขา สิ่งที่รัฐบาลจะต้องตระเตรียมในการหาลู่ทางว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไร เมื่อเขาไม่มีเงิน ผ่อนบ้าน ไม่มีเงินผ่อนรถ ไม่มีจะกิน ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่พวกเราจะต้องมาพูดคุยกัน สิ่งที่อยากจะฝากก็คือว่าถึงแม้ว่าวันนี้เป็นการพูดกันในสภาซึ่งเป็นการพูดของพรรคการเมือง หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ซึ่งล้วนแล้วก็เป็นนักการเมือง แต่วันนี้ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนเขาไม่ได้คาดหวังให้เรามีความรู้สึกว่าเราจะมาโชว์กันว่า เป็นความผิดของใคร หรือแสดงให้ประชาชนเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ใครควรจะต้องรับผิดชอบ ผมว่าประชาชนเขาไม่อยากฟังแล้วนะครับ วันนี้เขาเบื่อนักการเมืองครับ เขาอยากจะฟังว่า นักการเมืองจะทําอะไรให้เขาบ้าง เพราะฉะนั้นผมว่าเราเลิก ละ โวหาร วาทะทางการเมือง กันชั่วคราว เราเดินหน้าที่จะร่วมกันในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ผมว่าสิ่งนั้น ประชาชนก็คาดหวังนะครับ คาดหวังจริง ๆ และจริง ๆ ผมเชื่อว่าสมาชิกของเราทุกคนที่นี่ ไม่ว่าเป็น ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็พร้อม รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาก็พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการที่จะ ร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าสิ่งนี้ละครับ ถ้าพวกเราแสดงให้เห็นเด่นชัด รัฐบาลได้ ประกาศให้ชัดเป็นลําดับ ๆ ว่าแผนการในการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนมีอะไรบ้าง จัดลําดับเลยครับ ผมเชื่อว่าท่าน พลตํารวจเอก ประชาท่านก็คงตระเตรียมไว้แล้ว ผมว่าสิ่งสําคัญก็คือเรื่องของการที่จะต้องบอกให้ประชาชนรู้ ผมไม่อยากให้มีความรู้สึกว่า สิ่งที่ประชาชนได้รับรู้อย่างเดียวจากศูนย์ที่ผ่านมามันมีอย่างเดียวครับว่าขอให้อพยพ อพยพทันที ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการนะครับ ท่านเตือนล่วงหน้าพอสมควรครับ แต่เรื่องเหล่านั้นตอนนี้ประชาชนก็พร้อมแล้วละครับ บางทีบางเขตเขาก็บ่นมา เมื่อไรจะบอกว่าให้อพยพเสียทีนะครับ เพราะฉะนั้นก็คงต้องฝากท่านว่าวันนี้ขอให้ท่าน ประกาศให้ชัดว่าท่านจะเตรียมการทําอะไรให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าประชาชนเขาก็เฝ้ารอจากท่านอยู่ และพวกเราพร้อมสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ

(นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดึกแล้วครับ ไม่ต้องการรบกวนเวลาสภา แต่ว่าใช้สิทธิ พาดพิง เพราะเสียหายครับ ท่านสมาชิกผู้ซึ่งเพิ่งอภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านจงใจเจตนา ยัดเยียดให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่ผมพูดผิดอย่างร้ายกาจครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเสียหายอะไรกรุณา สั้น ๆ นะครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมพูด เมื่อสักครู่นี้ว่าเราต้องยอมรับว่ารัฐไทยไม่มีขีดความสามารถในการจัดการกับปัญหาน้ํา คําว่า รัฐไทย หมายความว่าใครเป็นรัฐบาลก็อยู่ในรัฐไทยนี่ละครับ แต่ว่าท่านสมาชิกบอกว่า ผมไปอภิปรายว่ารัฐบาลไร้ความสามารถ ไม่ใช่ครับ ท่านอาจจะไปอยู่กับรัฐบาลชุดไหน แล้วคิดว่ารัฐบาลชุดนั้นมีความสามารถ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ก็ว่าไปนะครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไร้ความสามารถ แล้วเมื่อสักครู่นี้ที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีมัวแต่ต้องถามคนนั้นคนนี้ไม่มีละครับ ทุกอย่างก็เดินเอง สู้เอง ชวนผู้หลักผู้ใหญ่เขามาทํางานเอง ไม่ต้องไปปรึกษาใครถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์ จะไปประชุม เอเปค (APEC) ที่หมู่เกาะฮาวายก็ไม่ไป ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน นี่ละครับผู้นํา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร ครับ ผมเข้าใจว่าท่านคงฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไป กระเดียด เพราะความจริงสิ่งที่ผมพูดนี่ก็ตรงกับสิ่งที่ท่านพูดนั่นละครับ คือผมบอกว่า การที่ท่านพูดว่ารัฐไทยหรือรัฐบาลไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาเรื่องน้ําจะมีผลกระทบ ซึ่งผมตรงอย่างที่ท่านพูดเลยครับ ผมไม่ได้พูดคําว่ารัฐบาลอะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่านพูดเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพูด และผมโควต (Quote) คําพูดท่านมาตรงเลยครับ และสิ่งที่ท่านย้ํา ตรงนั้นละครับ ผมก็บอกว่าจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ก็ผมพูดชัดเจน เลยครับ ขอบพระคุณครับท่านครับ

(นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

จบไม่ได้หรือครับ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมอยากให้ ทุกอย่างจบด้วยดีครับท่านประธาน แต่จบแบบนี้ไม่ได้ครับ ท่านบอกว่าผมพูดว่ารัฐไทย หรือรัฐบาล ไม่ใช่นะครับ ไม่มีครับ ย้อนดูเถอะครับ เอาให้ชัดครับ แทงก็แทงเต็ง อย่าโต๊ด อย่ามาตีไก่ง่วง ไม่มีใครง่วงละครับ ท่านประธานครับ ผมบอกว่าประเทศนี้หมายถึงรัฐไทย เรามีปัญหาเรื่องนี้ แล้วก็ไม่น่าเสียหายอะไร เพราะเรากําลังจะทําให้ดีขึ้น เรามีคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ที่จะประกาศว่าเราจะไม่เจ็บอย่างนี้อีกแล้วในปีต่อไป นี่ต่างหากครับ คือความหวังของ ประเทศ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ พอแล้วนะครับ ต่อไปเป็นท่านศิริโชค โสภา เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในนามสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้มีชื่อ ในการอภิปราย แต่ก็ดูการโกหกของท่านผู้ทรงเกียรติบางท่านก็อดที่จะต้องขอเวลาทาง ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ได้นะครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมเข้าใจดีครับว่าน้ําท่วมครั้งนี้ น้ํามันเยอะจริง ๆ ครับ แต่น้ําเยอะก็ไม่ได้เป็นเหตุผลให้รัฐบาลต้องบริหารผิดพลาดครับ เพราะมันอยู่ที่การบริหารจัดการคนนะครับ แล้วก็บริหารจัดการใน ศปภ. เอง กระผม ขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาได้ใช้เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) แล้วก็คลิปวิดีโอ ๒ อัน ขอเชิญภาพแรกนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชั่น)

เพื่อนสมาชิกก็ได้พูด ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องน้ํามาเยอะแล้วนะครับ วันนี้ผมจะขอพูดถึงการบริหารจัดการใน ศปภ. ท่านประธานครับ ท่านดูภาพแรกนะครับ ก็คือภาพของนี่กองเป็นภูเขาหิมาลัย เยอะจริง ๆ ครับ ดูในภาพแรกนะครับ เหตุผลที่เป็นอย่างนี้ครับ เพราะท่านเอาการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องครับ ผู้ที่มีอํานาจอนุมัติของบริจาคใน ศปภ. ครับ ก็คือนายการุณ โหสกุล (เก่ง) ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดอนเมือง ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ นี่อีกมุมหนึ่ง ของกองอยู่มากมายก่ายกองครับ เพราะต้องรอคนคนเดียวอนุมัติครับ ถามว่าผมรู้ได้อย่างไร ครับว่านายการุณ โหสกุล เป็นผู้มีอํานาจในการอนุมัติ นอกจากชาวบ้านที่ไปขอแล้วไม่ได้ของ มาบอกแล้วนะครับ วันที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกกรรมการทั้งหลาย ไปปรึกษาหารือในการจัดงาน คุณการุณ โหสกุล พูดชัดเจนนะครับว่าได้รับมอบหมายจาก ศปภ. ให้ดูแลในเรื่องของบริจาค ผมก็ไม่เข้าใจว่าคุณการุณได้ไปดูกฎหมายมาดีพอ หรือยังครับ เพราะมันผิดกฎหมายครับ เราอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติเราไปยุ่งกับฝ่ายบริหารไม่ได้ แต่ไม่เป็นอะไรครับ ก็เป็นเรื่องของคุณการุณ โหสกุล นอกจากนี้แล้วครับ ใน ศปภ. เอง ก็มีในเรื่องของการเลือกปฏิบัติครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ เรามักจะพูดเสมอว่าน้ําท่วม จะต้องไม่มีสี แต่ท่านประธานดูรูปต่อไปสิครับ เรือแม่ทองใบครับ ติดป้ายสีแดงครับ สีแดงนี่ ไม่ใช่แมนยูนะครับ สีแดง นปช. ครับ แล้วเขียนเล็ก ๆ ในนั้นว่า ใช้ในราษฎรคนเสื้อแดงเท่านั้นครับ พอเอาของไปบริจาคครับ คนที่จะรับบริจาคตกใจครับ พอเห็นเรือที่บอกว่า เฉพาะคน เสื้อแดงเท่านั้น ผมเลยกราบเรียนท่านประธานครับว่านี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ต่อหน้าสังคม ท่านบอกว่า ท่านไม่แยกสี ไม่แยกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ แต่ในข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ครับ ท่านประธานดูรูปต่อไปครับ รูปนี้ครับ ส.ส. หลายท่านออกมาปฏิเสธไม่เคยหากินกับ ของบริจาคครับ นี่ครับมีคนหวังดีครับ ท่านดูรูปแรกครับ วงกลมให้เห็นนี่ครับ รถกําลัง ออกมาจาก ศปภ. เป็นรถใครเอ่ยครับ รูปที่ ๒ ครับ ใกล้มาแล้วครับ พอรูปที่ ๓ เลี้ยวพอดีครับ เขียนว่าศูนย์ช่วยเหลือประสบภัยดอนเมือง อีกแล้วครับ ส.ส. การุณ โหสกุล ครับ บริการประชาชน ท่านประธานรัฐสภาครับ นี่คือผลงานของ ศปภ. ที่ผมกราบเรียนนะครับว่า ทําไมจึงมีของเหลือเต็มไปหมด แล้วก็เป็นที่มาที่ไปของส้วมครับ วันก่อนก็มีเพื่อนสมาชิกได้ อภิปรายเรื่องส้วมไปแล้วว่าเห็นลอยเต็มไปหมดนะครับ ท่านประชา พรหมนอก ก็ออกมา ชี้แจงครับว่ามีอยู่แค่ ๒ ส้วมครับ เป็นของเอกชน ไปเก็บไม่ได้เพราะมันมีโซ่ล่ามครับ พอดีผม นี่นะครับไปที่ดอนเมืองครับ ถ่ายรูปด้วยตัวเองนะครับ ท่านประธานดูรูปแรกครับ ทหารแทนที่จะเอาไปช่วยเหลือประชาชน ปรากฏต้องมาเก็บส้วมให้ท่านครับ ท่านดูรูปแรกครับ ไม่ได้ล่ามโซ่ครับ แล้วมีมากกว่า ๒ ส้วมครับ รูปที่ ๒ ต่อมาครับ นี่ลอยอยู่ครับ ส้วมทั้งนั้นครับ รูปที่ ๓ ครับนี่ผมเปิดให้ดูครับว่าเป็นส้วมจริงครับ เดี๋ยวหาว่าเป็นกล่อง อะไรครับ มีที่นั่งด้วยนะครับ แล้วรูปต่อไปครับจะเห็นว่าทหารครับ ทหารของเราครับ แทนที่จะต้องนั่งรถจีเอ็มซีไปช่วยเหลือประชาชนครับ แต่ต้องมาบริหารจัดการกับส้วมของ ศปภ. ที่ท่านปล่อยให้ลอยน้ําไปต่อหน้าต่อตานะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับว่า ผมฟังคุณจตุพร พรหมพันธุ์ พยายามแก้ตัวนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของของบริจาคนะครับ บอกว่ามีนายทุนคนโน้นคนนี้ครับ อยู่บ้านเดียวกับท่านมิ่งขวัญมาสนับสนุน แต่ผมก็แปลกใจ ครับว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ที่แอบอ้าง ปรากฏว่าน้ําเป็นยี่ห้อเดียวกันครับ นายทุนคนนี้คงไปเหมา จากร้านที่ขายน้ํายี่ห้อเดียวกันครับ แล้วที่แปลกไปกว่านั้นครับ กรณีของคุณจตุพรนี่นะครับ บอกว่าจองให้คุณจตุพร ๗๒๒ แพ็ค (Pack) ผมก็แปลกใจ ทําไมมันไม่เป็น ๒๐๐ ๓๐๐ ทําไมต้องมีเลข ๒ สองตัวข้างหลังครับ แปลว่ามันต้องมีการหารกัน แต่ไม่เป็นอะไรครับ ในเมื่อท่านพยายามแก้ตัว แต่ผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ อันนี้คงจะแก้ตัว ไม่ได้ครับ ท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์เมื่อสักครู่เห็นนั่งอยู่บนบัลลังก์ครับ ขอเชิญดูผลงาน ของท่านครับ ผมขออนุญาตเปิดคลิปวิดีโอผลงานรัฐมนตรีอนุดิษฐ์ ขอเชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่ครับ ที่สํานักงาน ส.ส. อนุดิษฐ์ รถครับ เอาของจากสํานักนายกรัฐมนตรีครับ แล้วประชาชนสงสัยว่าตํารวจ หายไปไหนครับ ตํารวจมาอยู่ที่นี่ครับ บก.น. ๕ ครับ ขนของลงจากรถ ถุงยังชีพครับ เอาไปไว้ทําไมครับที่สํานักงานของ ส.ส. อนุดิษฐ์ ตอบผมมาสิครับ เห็นไหมครับตํารวจใส่ชุด สีขาว บก.น. ๕ ขนของเป็นสิบคนเลยครับ ไม่ไปดูแลช่วยเหลือประชาชนจับขโมย มาขนของ ซึ่งเป็นถุงยังชีพของสํานักนายกรัฐมนตรีไปไว้ในสํานักงาน ส.ส. เดี๋ยวให้เห็นอีกทีครับ พรรคเพื่อไทย นาวาเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ถุงเห็นไหมครับเป็นรูปของ สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับถุงสีดํา ถุงยังชีพครับ ผมไม่แน่ใจว่า ๘๐๐ บาท หรือ ๕๐๐ บาท ผมก็อยากให้ท่าน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลได้ออกชี้แจงครับว่าอันนี้นายทุนซื้อให้อีกไหมครับ ไปเช่ารถมาหรือเปล่าครับ แล้วเอามาไว้ที่สํานักงาน ส.ส. อนุดิษฐ์ เพื่ออะไรครับ เดี๋ยวตอบ ผมหน่อยนะครับ นอกจากนี้ครับผมก็สังเกตนะครับว่าแกนน้ําเสื้อแดงทั้งหลายลุกขึ้นมาพูดครับ รักประชาชนอย่างนั้น อย่างนี้ครับ หาของให้ประชาชน ผมก็สงสัยว่าในช่วงน้ําท่วมแกนนํา เสื้อแดงหายไปไหนกันหมดครับ ผมกับผู้นําฝ่ายค้านลงพื้นที่จากคนที่หน้าขาววันนี้หน้าดํา แล้วครับ แต่คุณจตุพรธรรมดาดําอยู่แล้วครับแต่วันนี้กลับขาวครับ ผมก็สงสัยครับ ก็ไปค้นครับ ด้วยความอยากรู้ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ที่จังหวัดเชียงรายที่บริเวณลานร้านอาหารวังลิ้นจี่ เลขที่ ๒๑๙ หมู่ ๖ ถนนเด่นห้า-ดงมะดะ ตําบลรอบเวียง อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย วันที่ ๓๐ ตุลาคม น้ําท่วมแล้วนะครับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร แกนนําแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย นายพิธาน ทรงกําพล หรือแป๊ะ บางสนาน ได้เดินทางไปปราศรัยบนเวทีไพร่แดงลมหายใจที่ไม่แพ้ครับ ซึ่งจัด ในกลุ่ม ๒๔ มิถุนายน ประชาธิปไตยเชียงราย วันที่ ๓๐ ตุลาคม ไปปราศรัยเรื่องอะไรครับ พี่น้องน้ําท่วมกันทั้งประเทศ อันนี้ไปหาเสียงให้นายสุวิทย์ แก้วพนัส นายกองค์การบริหาร ส่วนตําบลแม่กรณ์ อําเภอเมือง ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดเชียงรายครับ พี่น้องน้ําท่วมกันจะตายกันแล้วครับ พวกผมฝ่ายค้านลงพื้นที่กัน นี่ไปหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นครับ นอกจากนี้ครับยังไปปราศรัยอะไรบ้างครับ ผมยกตัวอย่าง เล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ นายพิธานบอกว่าปัญหาเรื่องน้ําท่วมที่เกิดขึ้น เพราะมีกลุ่มไดโนเสาร์ โรคจิตคอยถีบกระสอบทรายที่ป้องกันน้ําท่วมและข้าราชการใส่เกียร์ว่างครับ ส่วนนายทูล เวชกลาง เป็นผู้อํานวยการสถานีวิทยุแดงพะเยาบอกว่าปัจจุบันพวกเราจะได้อํานาจรัฐ แต่ก็มีกระบวนการจ้องล้มอยู่ โดยมีการลอบเปิดน้ําจากเขื่อนในตอนกลางคืนครับ นี่คือสิ่งที่ พวกท่านไปทํากันครับ นอกจากนี้แล้ว นายก่อแก้วครับ แทนที่จะพูดเรื่องน้ําท่วมครับ ไปพูดเรื่องแก้ พ.ร.บ. กลาโหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ไปพูดที่จังหวัดเชียงรายในวันนั้นเหมือนกันครับ แต่พูดต่างกับวันนี้เลยครับ นอกจากจะ กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องของการเก็บน้ําในเขื่อนแล้วยังด่าทหารครับ แต่วันนี้ชมแล้วนะครับ แต่วันที่ ๓๐ ยังด่าอยู่ครับ พูดอย่างนี้ครับ ขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิวัติช่วงน้ําท่วม ท่านจตุพรกล่าวอย่างไรรู้ไหมครับ ก็แปลว่าจะปฏิวัติหลังน้ําลดใช่ไหม นี่ละครับเป็นสิ่งที่พวกท่านไปทํากันในระหว่างที่ น้ําท่วม เพราะฉะนั้นการที่ท่านบอกว่าจะปรองดองกันท่านพูดต่อหน้าสื่อครับ แต่ลับหลัง ท่านทําอย่างไรท่านรู้ดี และสุดท้ายผมกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้มีการพูดถึงสื่อแดงครับ และบอกว่าสื่อแดงใส่ร้ายสื่อหลักบอกว่าทําไมเวลาไปถ่ายไม่ได้ ถ่ายที่น้ําแห้งไปยืนที่น้ําท่วมครับ หาว่าพวกผมพูดเท็จ วันนี้ผมเอาคลิปวิดีโอของสื่อช่องแดง ดีเอ็นเอ็นมาให้ท่านได้ชม เพื่อให้ชาวกรุงเทพมหานครและคนไทยทั้งประเทศได้รู้ว่า พวกท่านบิดเบือนกันอย่างไรครับ ขอเชิญดูคลิปวิดีโอครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ได้รับการแก้ไขแล้วนะคะ การสร้างสถานการณ์ซ้ําเติม โดยคนบางกลุ่มยังเป็นอุปสรรคต่อการทํางานของรัฐบาล ติดตามรายงานของคุณบูรพา เล็กล้นงาม ทีมข่าว ดีเอ็นเอ็น ค่ะ”

“................ : น้ําท่วมใหญ่ครั้งนี้นอกจากภัยธรรมชาติจะทําให้ประเทศไทย เสียหายแล้วพิบัติภัยที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันยังมาจากฝีมือของคนบางกลุ่มซึ่งนําประเด็น น้ําท่วมมาเป็นเครื่องมือลดความน่าเชื่อถือของ ศปภ. และรัฐบาล ประเด็นที่พูดกันบ่อย ๆ คือรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการที่นิคมอุตสาหกรรมจมน้ํา ซึ่งเป็นการพูด ที่ขาดความรับผิดชอบ เพราะก่อนหน้าที่น้ําจะไหลมาถึงนิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่ง ศปภ. ได้แจ้งเตือนไปแล้ว ถ้านิคมอุตสาหกรรมสร้างคันกั้นน้ําที่มีความแข็งแรงเพียงพอเช่นเดียวกับ คันกั้นน้ําของวัดพระธรรมกายความเสียหายคงไม่เกิดขึ้น การที่นิคมอุตสาหกรรมถูกน้ําท่วม จึงเป็นเรื่องเกินความรับผิดชอบของ ศปภ. กรณีน้ําท่วมกรุงเทพมหานครก็เป็นอีกประเด็น ที่ถูกนํามาถากถางรัฐบาล โดยหยิบยกเหตุน้ําท่วมในบางจุดมาใส่ร้ายทั้งที่รัฐบาลระบุเพียงว่า เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในเท่านั้นที่จะไม่ถูกน้ําท่วมแล้วก็ยังเป็นความจริงเช่นนั้น นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอีกคือพนังกั้นน้ําต้องไม่แตก ซึ่งจะเห็นได้ว่าเหตุที่น้ําท่วม ในเขตบางพลัดเกิดจากคันกั้นน้ําที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ ๘๐ ได้พังลงน้ําจึงไหลเข้าท่วมในย่าน ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้แก้ไขไปแล้ว มองอีกแง่พื้นที่อยู่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาก็ถูกน้ําท่วม เป็นประจําทุกปีในช่วงนี้ และน้ําจะท่วมเฉพาะในช่วงเวลาที่น้ําทะเลขึ้น และเมื่อน้ําทะเลลด น้ําก็ไม่ท่วม จึงยังไม่เห็นจุดไหนที่รัฐบาลควบคุมสถานการณ์น้ําท่วมกรุงเทพมหานครไม่ได้ ในทางตรงกันข้ามในบางปีที่ฝนตกหนักน้ําก็ท่วมกรุงเทพมหานครกินวงกว้างกว่าปีนี้อีก การรายงานข่าวก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ภาพน้ําท่วมในเวลานี้ดูน่ากลัวเกินกว่า ความเป็นจริง เพราะจะพบเห็นผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์จํานวนไม่น้อยไปยืนรายงานข่าว ในบริเวณที่น้ําท่วมทั้งที่มีพื้นที่แห้งให้ยืนรายงานข่าวได้ โดยหารู้ไม่ว่าการกระทําดังกล่าว เป็นการเร้าอารมณ์ของผู้ชมให้เกิดความกังวล ซึ่งขัดกับหลักการรายงานข่าวที่ต้องนําเสนอ เฉพาะข้อเท็จจริงเท่านั้น การรายงานข่าวยังมีการใช้คําว่าวิกฤติและน้ําท่วมหนักอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อดูโทรทัศน์ไปเรื่อย ๆ ผู้ชมจึงเกิดความวิตกทั้งที่ในข้อเท็จจริงคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ ยังไม่ถูกน้ําท่วมเลยแม้เพียงระดับตาตุ่ม เรื่องที่น่าสนใจอีกประการที่สื่อกระแสหลักไม่ยอม เอ่ยถึงคือสาเหตุหนึ่งของอุทกภัยครั้งนี้เกิดจากความผิดปกติที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ กักเก็บน้ํามากเกินความพอดี เมื่อถึงหน้าฝนจึงต้องปล่อยน้ําออกมาและเป็นการซ้ําเติม สถานการณ์ การกวนน้ําให้ขุ่น และการรายงานข่าวเร้าความรู้สึกจึงทําให้ประชาชนเกิด ความหวั่นไหวต่อสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการจัดการปัญหาน้ําท่วมของรัฐบาล ที่สามารถยุติลงได้ ถ้าไม่ต้องการซ้ําเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายไปกว่านี้ บูรพา เล็กล้นงาม ทีมข่าวดีเอ็นเอ็นรายงาน”

ท่านประธานครับ ท่านประธานได้เห็นไปเมื่อสักครู่เป็นคลิปวิดีโอของดีเอ็นเอ็น ผมถามว่า ศปภ. ปล่อยให้สื่อ แบบนี้บิดเบือนข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น กระผมขอปิดท้ายโดยคําพูดของ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ นะครับ ท่านพูดว่า โชคดีน้ําท่วมทําให้กระบวนการล้มรัฐภายใน ธันวาคมไม่สําเร็จ ผมเสียใจอย่างมากครับ เราโชคดีหรือครับ น้ําท่วมครั้งนี้ครับ ทําให้คนตาย ๕๐๐ กว่าคนครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา นายศิริโชค โสภา วอลเปเปอร์นี่นะครับ ได้กล่าวพาดพิงกระผม ในหลายประเด็น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ ท่านทําอะไรนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ใช้สิทธิ พาดพิงครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

โอเคครับ เรื่องอะไรนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

หลายประเด็นครับ แล้วผมจะเรียงแต่ละประเด็น ประเด็นที่ ๑ ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ช่วยสรุปหน่อยนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เรื่องของบริจาค นายศิริโชค โสภา กล้าเอาอะไรมาเป็นเดิมพันบ้าง ผมพ่อคนไทย แม่คนไทย แตกต่างจากคุณศิริโชค ผมมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ น้ําจะจํานวนกี่แพ็ค ผมไม่เคยไปนับไม่เคยใส่ใจอะไร เพราะผู้บริจาคคือคุณอนันต์เป็นนักธุรกิจ เป็นเศรษฐี เขาพร้อมจะแสดงตน พร้อมจะนําหลักฐานมา จะมีเหตุผลอะไรละครับ ผมไม่เคยใส่ชื่อ ของผมไปบริจาคใครใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นนี่นะครับ เรื่องนี้พิสูจน์ได้ มีตัวตน เขายังมี ความรู้สึกเสียใจเลยว่าเรื่องนี้ที่เขาเพียงแค่ต้องการบริจาคผ่านผมนั้นได้สร้างความเดือดร้อน ให้กับกระผม ใครทําอย่างนั้นก็ชั่วช้าเลวทรามแล้วถ้าคิดจะไปเอาน้ําจาก ศปภ. ผมมีหน้าที่ เอาของบริจาคไปมอบให้กับ ศปภ. ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เป็นเงิน แต่ว่าไม่เคยที่จะเอาของจาก ศปภ. ไปดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นที่นายศิริโชคกล่าวหาจึงเป็นความเท็จ และเป็นความเท็จที่ใช้ไม่ได้

ประเด็นที่ ๒ ครับ ที่บอกว่าน้ําท่วมพวกผมหายไปไหน ก็พวกผมตระเวนไป เที่ยวระดมเชิญชวนพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะไปที่จังหวัดเชียงราย ไปจังหวัดอุดรธานี ไปจังหวัดเลย ไปจังหวัดสิงห์บุรี ไปจังหวัดสกลนคร ไปทั่วไปหมดละครับ เราเป็น ส.ส. นี่ครับ มีพี่น้องเสื้อแดงเต็มไปหมดก็ไปเชิญชวนเขาบริจาค ข้าวสารนี่ครับหลายพันตัน สิ่งของเต็มไปหมด แม้กระทั่งเพื่อนพ้องพี่น้องอยู่ข้ามประเทศมาเลเซียยังบริจาคน้ําผ่านมา เพราะว่าเขาก็รู้ว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นมานั้นมันต้องการความร่วมมือร่วมใจ ผมจะหน้าดําหน้าขาว หรือคุณศิริโชคจะหน้าตาอย่างไรนั้นมันไม่ได้บอกว่าใครจะไปทําอะไร ผมจะไปนั่งอยู่ใน ศปภ. ได้อย่างไร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ไปบ้างตามสภาพนี่ละครับ แต่ว่าไม่ได้มีอํานาจหน้าที่อะไร แต่ผมเรียนยืนยันว่าผมก็ทําตามอํานาจหน้าที่ของผม พี่น้องมวลชนประชาชนนี่นะครับ ของพวกผมนี่ระดมสิ่งของมากมายที่เหลือที่ไป ศปภ. คือไปช่วยบรรจุสิ่งของ คนมันมีจิตใจอกุศล เที่ยวซอกแซก ๆ เหมือนไปพบกับวิคเตอร์ บูท ประเทศหายนะกันไปหมด แต่เวลานี้ก็ยังไม่สํานึกอีก เพราะฉะนั้นนี่นะครับ การที่ผมไป

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ มีประท้วงครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมคิดว่าท่านประธานคงจะต้องกําหนดเวลานะครับ ว่าการใช้สิทธิพาดพิงจะใช้เวลาสักเท่าไร เพราะอภิปรายยังถูกกําหนดเวลา แต่นี่พาดพิงเหมือนกับจะอภิปรายใหม่อีกรอบครับ แล้วก็ไปเรื่องอื่น ๆ ต่อไป ท่านประธานต้องควบคุมครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ช่วยสรุปสั้น ๆ นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมไป เชียงราย ไปอุดรธานี ไปสกลนคร ไปเลย หรือไปที่ใด นี่คุณยังมีหน้ามาต่อว่าผม หัวหน้าคุณ ไปมัลดีฟส์ ผมก็ยังรอฟังจนถึงป่านนี้ว่าที่ไปศึกษาปัญหาน้ําท่วมหายไปไหนละครับ นี่รอฟังอยู่ ผมไปประเทศไทย ผมก็ไปตระเวนสิครับ

ประเด็นต่อมาก็คือว่าการไปเชียงรายผมก็ไปกับพี่น้องเสื้อแดงชวนไป ผมก็มี หน้าที่ไประดมความรู้สึกให้พี่น้องมีอารมณ์ร่วม การจัดรายการโทรทัศน์ที่ผมบอกเมื่อตอนที่ ผมอภิปรายนั้น ถ้าพวกผมนั่งจัดเอง ผมไม่เคยพูดในประเด็นว่าใครจะรายงานอะไร เหมือนโทรทัศน์ที่พวกคุณกําลังเพิ่งเปิดช่องบลูสกาย (Blue sky) ก็ว่าไป ต่างคนต่างทํากันไป แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าการกล่าวหาว่าที่พวกผมบอกว่าโชคดีที่น้ําท่วมที่ทําให้ขบวนการ ล้มรัฐบาลไม่ได้ อ้ายนี่สิครับเกิดความเสียหายว่า นายศิริโชค โสภา นี่ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด เพราะเกมวันนี้มันได้พิสูจน์ชัดเจนแล้ว ใครละครับที่บอกว่าหลังน้ําลด จะเกิดจลาจล นี่ผมเรียนรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เรียนไปยัง พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ที่เตรียมการจะมาก่อการจลาจลหลังน้ําลด รัฐบาลนี้ต้องจับขังเสียครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรกรุณาสรุป หน่อยเถอะครับ หมดแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นี่กําลัง จะสรุปครับท่านประธานครับ การใส่ร้ายเพราะผมลําดับความว่าขบวนการล้มรัฐบาล จะมีเกิดขึ้นเดือนธันวาคม ผมก็เดินตามไปเส้นทางเกิดวิกฤติอันนี้ หลังจากนั้นก็มีคนไปจัดงาน วันเกิดและพูดกันในวงสร้างกระดี๊กระด๊าขึ้นมาบอกว่าถ้าอย่างนั้นจะอยู่ถึงกลางปี ผมนี่ตามสถานการณ์ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกเลยว่าที่บอกว่าโชคดีที่น้ําท่วมมันไม่ใช่ แต่โชคร้ายที่ประเทศนี้มีคนทําให้น้ําท่วม

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ มีประท้วง อีกแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมก็นั่งฟังคนอื่นเขาได้ตลอด แล้วทําไมเวลาทีผมพูดฟังไม่ได้ นายศิริโชคแดกดันทุกนาที ผมยังฟังได้

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ตอนนี้ท่านหยุดก่อน เถอะครับ เชิญครับ เชิญผู้ประท้วง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นี่ก็เป็นห่วงว่า ปล่อยน้ําไปเดี๋ยวน้ําทะเลจะจืด ผมจะบ้าตายอยู่นี่

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๕ นะครับ ท่านได้ปล่อยให้ท่านจตุพร ใช้เวลาเกินสมควร และได้ใช้จินตนาการตามประสาคนมีเมียเยอะ ทําให้เกิดความเข้าใจ ที่ระส่ําระสายในบ้านเมือง เรื่องใครจะล้มรัฐบาลอะไรต่าง ๆ ซึ่งมันไม่มีมูลความจริง ถ้าจะเกิดจลาจลก็เกิดเพราะความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาลและเกิดทุกขภิกขภัย ชาวบ้านก็ลุกขึ้นมาต่อสู้ ก็เป็นเรื่องของประชาชน เป็นเรื่องคาดการณ์คาดคะเน ไม่ใช่เรื่อง ของขบวนการอะไรละครับ ก็โปรดระงับการใช้จินตนาการของคุณจตุพรไว้ด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ขอสั้น ๆ สัก ๑ นาที ได้ไหมครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่าน ๑ นาทีได้ไหมครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คือท่านสั้นแต่ว่ายาว ของท่านสั้นแต่ยาว กรุณาเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมเห็นใจ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพร ๒ นาทีครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ประเด็น เรื่องส่วนตัวของกระผม ที่ออกมาใส่ร้าย คุณควรจะไปถามพี่ชายของคุณ นับจํานวนมากกว่า ผมเยอะ อย่ามาทําปากดีเลย

ประเด็นต่อมานี่นะครับ อย่ามาเที่ยวสั่งสอนอะไรผม คนกรุงเทพฯ ฟังแล้ว คนอยุธยา ลพบุรีฟังจะตกใจ เพราะคนเพชรบุรีบอกว่าถ้าน้ําไปลงทะเล และน้ําทะเลจะจืด และจะกลายเป็นปัญหา นี่แสดงว่าพวกผมต้องเทเกลือก่อนจะลงน้ําใช่ไหม หน้าตาควรจะ พิจารณาด้วยเวลาแสดงความคิดเห็น

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ประท้วงหรือครับ ทีละท่านนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

อยู่จนหน้าแก่กว่าพี่ชายแล้วครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

หน้าแก่ก็หน้า ไม่เหมือนคางคกละครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

มีว่าที่จะ ติดคุกหลายคน ใจเย็นสักครู่ โปรดรอสักครู่

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เดี๋ยวจะ จัดรับน้องให้ เดี๋ยวพี่จะบอกให้

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ทีละท่านนะครับ เชิญผู้ประท้วงก่อนครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านจตุพร ได้พูดจาให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวเรื่องน้ําจืดลงทะเลทําให้ทะเลจืดต่าง ๆ นานา ซึ่งเป็น ความเท็จทั้งสิ้นในเรื่องของการใช้จินตนาการของคนมีเมียเยอะทั้งสิ้นครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฝากให้ ส.ส.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ถ้าขืนพูด เรื่องส่วนตัวจะพังทั้งพรรค ผมเตือนไว้ก่อนนะ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ผมได้ฝากให้ ส.ส. ครรชิต ทับสุวรรณ อภิปรายแทนในฐานะตัวแทนชาวประมงว่าภาวะน้ําท่วมที่มหึมา มหาศาลมวลใหญ่ที่สุด รวมทั้งปัญหามลภาวะที่จะไหลลงก้นอ่าวไทยจะทําให้ปลา และระบบนิเวศวิทยาในอ่าวไทยเกิดปัญหาและพี่น้องชาวประมงจะเกิดปัญหาในเรื่อง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอโทษครับ ท่านประท้วง เรื่องอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นี่ใช้สิทธิ พาดพิงครับท่านประธาน

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ใช้สิทธิพาดพิง ครับท่านประธาน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมต้อง อภิปรายจบก่อนจึงจะใช้สิทธิพาดพิงได้

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ผมขออีก ครึ่งนาทีครับจะได้หมดสิ้นกระแสความ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าผมอภิปรายจบก่อน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ ผมให้ทางนี้ พูดก่อนนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

มันจะเกิด ผลกระทบต่อทางนิเวศวิทยาเรื่องความเค็มและทําให้ปลาและสัตว์น้ําล้มตาย แล้วพี่น้องชาวประมงจะเดือดร้อนซึ่งผมไม่เห็นรัฐบาลได้ประกาศนโยบายจะช่วยเหลือ ชาวประมงในอ่าวไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมประเด็นคือตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องไปเติมเกลือ อ้ายนั่นมันต้องใช้คนที่จินตนาการอย่างลึกซึ้งหรือครับจึงจะคิดตรงนั้นได้ ถ้าไม่หยุดอภิปราย ก็หายาพาราเซตามอลกินเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับ ท่านจตุพร ผมว่าท่านชี้แจงมานานพอสมควรแล้วนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คือประเด็นที่ผมกําลังจะชี้แจงนี่ท่านประธานปล่อยให้เขาใส่ร้ายกระผม

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเท้าความนานมาก แล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เอาสั้น ๆ ครับท่านประธาน

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เหลือ ๑ นาทีนะครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมเข้าใจว่าเรื่องของกรณีของการพาดพิงนี่นะครับท่านประธานคงไม่ต้องกําหนดเวลาว่า ๑ นาที ๒ นาที หรือเท่าไรอะไรก็ตาม เพราะว่ากรณีของการพาดพิงคือให้พูดเฉพาะ ในประเด็นที่พาดพิงซึ่งผมเข้าใจว่าท่านผู้ที่กําลังถูกพาดพิงอยู่นั้นก็ได้ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็ถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นและมีผู้ประท้วงขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ และท่านก็บอกว่าให้อยู่ใน ประเด็นแล้วก็ให้อีก ๑ นาที พอมีผู้ประท้วงขึ้นมาอีกครั้งท่านก็บอกว่าให้อยู่ในประเด็น แล้วก็ให้อีก ๑ นาที ผมเกรงว่ามันจะกลายเป็นว่าในท้ายที่สุดมันก็จะกลายเป็นการอภิปราย ต่อเนื่องมาอีก แล้วนอกเหนือไปจากนั้นผมเข้าใจว่ากรณีที่มีการประท้วงขึ้นมาแล้วต้องการ ฟังคําชี้แจงถ้าท่านยังปล่อยให้ผู้ที่กําลังถูกพาดพิงอยู่ได้เปิดไมโครโฟนและพูดไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่ามันไม่จบหรอกครับ ผมเข้าใจว่านอกจากท่านผู้กําลังถูกพาดพิงจะมึนไม่มึน เรื่องยาพาราเซตามอลแล้วนี่ผมคิดว่าท่านประธานอาจจะต้องใช้ด้วยเหมือนกันเพราะว่า ท่านอาจจะมึนจนปิดไมโครโฟนไม่เป็นแล้วครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ผมก็เริ่มมึนแล้วครับ ท่านจตุพรก็ได้ยินชัดเจนนะครับ ผมก็พยายามจะให้เรียบร้อยนะครับ ขอความกรุณา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

สั้น ๆ ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ตอนนี้เหลือครึ่งนาทีแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คือท่านประธานอย่างนี้ครับท่าน ท่านฟังผมก่อนครับ เวลาพรรคประชาธิปัตย์เมื่อเวลาผม อภิปรายจะเรียงหน้ากันเป็นอย่างนี้แล้วท้ายที่สุดก็จะมาตัดสิทธิผม เรื่องส่วนตัวที่ นายอรรถพร พลบุตร พยายามกล่าวหาผม ผมจะไปอายใครล่ะผมพูดความจริง ผมไม่เที่ยว แย่งเมียเพื่อนร่วมพรรคนะ ที่ปล้นเมียใครเขาแล้วต้องน่าอับอายไว้ไปหลบ ๆ ซ่อน ๆ เรื่องนี้ คุณกล้าดีอะไรมาวิพากษ์วิจารณ์

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรไม่อยู่ในประเด็น แล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็นี่กล่าวหาผมเมื่อกี้ท่านประธานไม่ได้ยินหรือครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมไม่อนุญาตให้พูดนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

แล้วมาใส่ความแบบนี้ได้อย่างไรครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ข้างหลังมีประท้วงครับ เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

มากล่าวหาได้อย่างไรในสภา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านหยุดก่อนครับ ข้างหลัง มีประท้วงครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านครับผมยกมือขึ้นไม่ได้ประท้วงคุณจตุพรนะครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงต่อจากคุณจตุพรนะครับที่ท่านศิริโชค โสภา ได้พาดพิงผมคู่กับคุณจตุพร เมื่อกี้นะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

สักครู่ได้ไหมครับ ขอให้จบ เป็นท่าน ๆ ไป

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ทางโน้นมีอะไรครับ ทีละท่านนะครับ

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมดูนาฬิกาท่านก็ค่อย ๆ ลดมาให้ครึ่งนาที ก็ยังพูดอยู่นั่นละครับ ผู้ประท้วงก็อภิปรายไปเรื่อย ๆ แล้วก็มีคนโน้นมาต่อคนนี้มาต่อ นี่เที่ยงคืนครึ่งแล้วนะครับ ท่านครับ พรุ่งนี้ก็ยังต้องต่ออีกครับ ยังมีอีกหลายวาระนะครับ ท่านครับ ก็ประท้วงท่านตามข้อ ๕ ครับ ท่านควบคุมการประชุมด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ท่านจตุพรสรุป ได้หรือยังครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ สั้น ๆ สิ่งที่นายศิริโชค โสภา กล่าวหากระผมทั้งหมด นายศิริโชค โสภา กล้าเอาอะไรมาเป็นเดิมพันบ้างกรณีของบริจาค เพราะสิ่งเหล่านี้มันเรื่องเซนซิทีฟ (Sensitive) กับชีวิตผม ชาตินี้ทั้งชาติเกิดมาผมไม่เคยชั่วแบบที่นายศิริโชคคิดชั่วแบบนั้น ผมพร้อมจะพิสูจน์ ส่วนเรื่องส่วนตัวถ้าจะพร้อมทะเลาะกันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมเรียน ยืนยันว่าหน้าที่ของพวกผมตลอดระยะเวลาเพราะผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ผมเป็นประชาชน เป็น ส.ส. ระดมผู้คนนี่ก็ทําหน้าที่แล้ว อย่าพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นอีกเลย แพ้ตลอดชาติ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ จะถึงสว่าง ไหมครับนี่ ผมว่าพอเถอะครับ ไม่อนุญาตครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ไม่ครับ ตอนนี้ผมขอให้รัฐมนตรีพูดก่อนครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ผมขอใช้สิทธิทั้งพาดพิงแล้วก็ใช้สิทธิทั้ง

(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญนั่งเถอะครับ เชิญนั่งครับ อันนี้เป็นเรื่องรัฐมนตรีนะครับ ข้อ ๒๑ ครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ เสียเวลาครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านครับ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชนครับ ท่านจะให้ผมได้กรุณา ชี้แจงไหมครับ เพราะถูกพาดพิงหลายประเด็นเหลือเกิน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นนั้นผมขอตอบคําถามในประเด็นของท่านศุภชัย ใจสมุทร เป็นเบื้องต้นก่อนนะครับ ท่านศุภชัย ใจสมุทร ได้ตั้งคําถามว่า น้ําท่วมจะลงทะเลได้ เมื่อไร อันนี้ผมใคร่ขอตอบนะครับว่าน้ําท่วมจะลงทะเลได้นั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัย ๓ ปัจจัย ด้วยกันครับ คือน้ําจะลงทะเลในด้านตะวันออก และ ๒. ก็คือน้ําจะลงทะเลในด้านตะวันตก และอีกส่วนหนึ่งก็คือน้ําจะลงทะเลด้วย กทม. ด้วยศักยภาพเครื่องสูบของ กทม. ทางแม่น้ําเจ้าพระยา

และอีกประเด็นคําถามหนึ่งที่ว่าจะไปใต้ได้หรือไม่ อันนี้ผมใคร่ขอตอบว่า ขณะนี้ถนนพระราม ๒ นั้นน้ําก็เริ่มจ่อแล้ว เราก็ทราบกันแล้ว แต่ขณะนี้ทาง ศปภ. กําลังเร่ง ดําเนินการ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

กรุณารอสักครู่ครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ที่จะกู้ถนนหมายเลข ๙ และหมายเลข ๓๔๐ นั่นก็หมายถึงว่าทางบางบัวทองไปสุพรรณบุรี ถ้าพรุ่งนี้เราโชคดี การกู้ถนนสายนี้ก็จะแล้วเสร็จ สามารถจะเดินทางลงใต้ได้ในกรณีที่ ถนนพระราม ๒ นั้นถูกน้ําท่วม และอีกเส้นทางหนึ่งเรายังมีเส้นทางสํารองนะครับ ก็คือ การใช้ถนนหมายเลข ๓๒ ก็หมายถึงถนนสายเอเชีย เมื่อถึง ๓๒ แล้วจะไปถึง ๓๒๑ ไปมาลัยแมน แล้วแยกเข้านครปฐม อันนั้นคือเส้นที่จะไปทางภาคใต้นะครับ

อีกคําถามหนึ่งของท่านศุภชัย ใจสมุทร ที่ว่า เราจะทําการฟื้นฟูได้หรือไม่ อย่างไร กระผมใคร่ขอเรียนว่าทางรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ไปแล้วนะครับ

ต่อคําถามของท่านศิริโชค โสภา ที่ท่านบอกว่า ทางรัฐบาลโกหกนั้น ผมอยากจะให้ท่านรอดูคลิปสักคลิปหนึ่งนะครับ ไม่ทราบใครจะโกหก ท่านต้องคอยดูให้ดี ผมขอเรียนว่าน้ําซึ่งเกิดจากที่เขื่อนระพีพัฒน์แยกตกของเราต้องขาดลงมา มวลน้ําได้ ไหลทะลักลงมาที่คลองรังสิต ก็เป็นเหตุให้น้ําเอ่อล้นประตูจุฬาลงกรณ์ลงมา แล้วก็ไหลเข้ามา ที่ดอนเมือง เมื่อไหลเข้ามาที่ดอนเมืองนั้น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีครับ สักครู่นะครับ ทีละท่านนะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านไม่อยากฟังแล้วหรือครับ ท่านประธานสภาครับ ท่านไม่อยากฟังผมอธิบายบ้างเลย หรือครับ พี่น้องประชาชนผมเข้าใจว่ายังอยากฟังนะครับ มีแต่ท่านอยู่ ๒-๓ ท่านที่ไม่อยากฟัง หรืออย่างไรครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีสักครู่ครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กระผมพยายามที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดจากสภาแห่งนี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ทีละท่านนะครับ ตกลงกันเองนะครับ ใครจะพูดก่อน เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านจะไม่ให้พี่น้องประชาชนได้รับฟังเลยใช่ไหมครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้เวลาของฝ่ายรัฐบาล หมดแล้วนะครับ รัฐบาลไม่มีสิทธิชี้แจง ไม่มีสิทธิพาดพิงอะไรทั้งสิ้นครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่ากระกระทรวงยุติธรรม

ไม่ใช่ชี้แจงครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิง

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

พาดพิงก็ไม่มีสิทธินะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านครับ ท่านไม่ให้พี่น้องประชาชนรับฟังใช่ไหมครับ ผมจะได้เรียนพี่น้องประชาชน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วว่า ให้ท่านรัฐมนตรีพูดครับ เชิญนั่งเถอะครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ เวลาของรัฐมนตรีได้หมดแล้วครับ ไม่มีสิทธิชี้แจงครับ เวลารัฐมนตรีกับเวลารัฐบาลนี่รวมกัน ได้จบลงแล้วครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยแล้วเป็นที่สิ้นสุดนะครับ ถ้าเป็นเรื่องเดียวกันผมไม่อนุญาตนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขอบคุณท่านประธานรัฐสภาครับ สืบเนื่องจากน้ําได้เข้ามาเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม เราก็มี ความโกลาหลอลหม่านอยู่บ้างในการอพยพออกจากดอนเมืองที่จะมาที่กระทรวงพลังงาน และอีกส่วนหนึ่งต้องทําการอพยพพี่น้องประชาชน ซึ่งไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ เทอร์มินอล (Terminal) ๒ ไปที่จังหวัดชลบุรีเป็นการเร่งด่วน เพราะเราต้องช่วยคนก่อนเป็นอันดับแรก ในวันที่ ๒๗ วันที่ ๒๘ ส่วนวันที่ ๒๙ นั้นเราก็มาอพยพในส่วนของที่เป็นข้าวของสิ่งมีค่า โดยเฉพาะทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายทั้งปวงของศูนย์ไว้ที่กระทรวงพลังงาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีกรุณาสรุปด้วยนะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ได้ครับ ได้ครับ ผมใคร่ขอเรียนว่าที่ท่านศิริโชคบอกว่าของทิ้งเกะกะเหลือเกินของบริจาคนั้น ผมอยากให้ดูคลิปของผมคลิปนี้ในวันที่ ๓๐ ตุลาคมนั้น ก็จะเห็นว่าในคลิปนี้มีอะไรที่ท่านจะ สังเกตเห็นอยู่บ้าง ส่วนคลิปที่ท่านเอามาเปิดให้ดูนั้นก็ไม่ทราบเป็นวันที่เท่าไร ถ้าเป็น วันที่หลัง ๆ ไปนั้นผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าวันที่ ๓๐ แล้วผมขอยืนยันว่าขอให้ท่านดูคลิปผม ขอคลิปวันที่ ๓๐ ครับ ท่านฟังด้วยนะครับว่ามีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“…………… : ขอนําท่านเข้าสู่เวลาข่าวกับข่าว ๓ มิติ วันที่ ๓๐ ตุลาคม วันนี้เป็นวันที่น้ําทะเลหนุนสูง”

“…………… : ขณะที่สิ่งของบริจาคภายในดอนเมืองนั้น ข่าว ๓ มิติ สํารวจล่าสุดพบว่าเหลือสุขาลอยน้ํา แล้วก็เสื้อผ้าที่จมน้ําอยู่ในอาคารบางส่วน ไม่มีทรัพย์สิน มีค่าอื่นนะคะ วันนี้ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์”

ท่านคงฟังชัดแล้วนะครับ ไม่มีทรัพย์สินมีค่าอื่น

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : ก็ได้มาขนเสื้อผ้าไปบางส่วน และจะทยอยนําไปที่ศูนย์ ศปภ. แห่งใหม่เพื่อกระจายให้ผู้ประสบภัยต่อไป แล้วก็มีผู้ประสบภัยในศูนย์ดอนเมืองเองก็มาหา เสื้อผ้าเอาไปใช้เป็นการชั่วคราวด้วยนะคะ”

อันนั้นคือคลิปวันที่ ๓๐ ตุลาคม ท่านศิริโชคครับ ผมก็รู้จักกับท่านดี ท่านก็รู้จักกับผมดี เพราะฉะนั้นใครโกหกกันแน่ วันที่ ๓๐ ผู้สื่อข่าวยืนยันแล้วว่าไม่มีสิ่งของมีค่าอื่นใดนอกจาก ส้วม ๒ หลังที่ใส่กุญแจอยู่เป็นส้วมของเอกชน ผู้ที่เขาไปแพ็คข้าวของที่บริจาคมาสําหรับ แจกจ่ายพี่น้องประชาชนแล้วเขาใส่กุญแจไว้ ๒ หลังครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผู้สื่อข่าวเป็นผู้ที่ ยืนยันข่าวนี้ไม่ใช่ผม วันที่ ๓๐ ตุลาคม แล้วก็เสื้อผ้านั้นผมขอเรียนว่าเป็นเสื้อผ้าเก่าที่เขา บริจาคมาแล้วเราก็ได้มอบให้ พม. เพื่อที่จะให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์นั้นไปซักให้สะอาดทําความสะอาดเสร็จเรียบร้อยเพื่อจะนําไปมอบให้กับ พี่น้องประชาชนอีกต่อไป ไม่ใช่ว่าเรานําของขาด ของที่ชํารุดหรือว่ายังไม่ได้ซักเป็นของเก่าไป มอบให้คนไทยเราไม่ค่อยรับหรอกครับ เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นที่จะต้องนําสิ่งของเหล่านั้น ไปทําความสะอาดก่อนและขณะนี้ก็ไม่มีแล้วครับ ก็เก็บไปหมดแล้วกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้ดําเนินการไปแล้วครับ อันนั้นก็ใคร่ขอตอบ

สําหรับคุณเก่ง การุณ ทําไมถึงเข้าไปยุ่งในตรงนั้นในศูนย์ตรงนั้น ท่านต้อง ยอมรับความจริงกันก่อนสิครับว่าหน้าที่ของผู้แทนราษฎรนั้นคืออะไร คุณการุณ โหสกุล นั้น เป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตดอนเมือง แล้ว ศปภ. นั้นอยู่ในเขตดอนเมือง คุณการุณ เขาไปช่วยพี่น้องประชาชนของเขาผิดด้วยหรือครับ ผมถามว่าผิดด้วยไหม เขาไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในฐานะของ ส.ส. ประชาชนนะครับ วันนี้ผมก็ใคร่ที่จะขอเรียนให้ทราบ ในเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายที่มันล่มไปนั้น ผมก็ขอกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว เราพยายามกันอย่างเต็มที่แล้วนะครับ แต่เนื่องจากเขื่อนของเราแตก คือเขื่อนระพีพัฒน์ แยกตกแตกก็เลยมีปัญหานะครับ อันนี้ก็เลยเรียนให้ทราบ กราบขอบคุณมากครับ

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีครับ มีประท้วง เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งท่านรัฐมนตรีท่านก็พูดเสร็จแล้วนะครับ หน้าที่ของผู้แทนราษฎรนี่นะครับ ตามรัฐธรรมนูญเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ครับ เรามีมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ยันอยู่ และผมเป็นผู้แทนราษฎรในเขตจตุจักร ซึ่งเป็นเขตที่ ศปภ. หนีน้ํามาจากดอนเมืองแล้วมาอยู่ ทุกวันนี้ ผมก็ไม่ได้เข้าไปครับ แล้วซ้ําร้ายกว่านั้น ท่านไม่เคยช่วยอะไรผมด้วยครับ ผมใช้เงินผม ทุกบาททุกสตางค์ครับ ท่านไปอยู่ท่านทําความเดือดร้อนให้กับชุมชนรถไฟด้านหลังจํานวน ตั้งเยอะครับ ผมคิดว่าท่านประชา ด้วยความเคารพผ่านท่านประธานนะครับ ท่านต้องแยก ครับว่ารัฐธรรมนูญนั้นจํากัดอํานาจของหน้าที่ผู้แทนราษฎรเอาไว้ ผมพูดแค่นี้ครับท่าน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนครับ เชิญท่านนั่งก่อนนะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อํานวยการ ศปภ. นะครับ ก็ใคร่ขอกราบเรียน นะครับว่า ผมยังไม่เคยเห็นหน้าท่านไปที่ศูนย์เลยครับ ถ้าท่านไปที่ศูนย์แล้วก็ไปที่จะทํา เรื่องราวขอถุงยังชีพหรือขออะไรนั้น ผมก็จะอนุมัติให้ ท่านเคยขอไหมครับ ท่านเคยทําเรื่อง ขอไหม ผมขอเรียนถามตรงนี้ผ่านท่านประธานไปด้วยนะครับ แล้ว ส.ส. นั้นมีหน้าที่ที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือเปล่า หน้าที่ของ ส.ส. คืออะไรครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ กระผม ส.ส. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ เขตจตุจักร จะได้จบประเด็นครับ แปลว่าตกลงว่าที่คุณเก่ง การุณ ส.ส. ดอนเมือง มีอํานาจในการอนุมัติ เซ็นของออกจาก ศปภ. ได้รับอนุมัติจากท่านใช่ไหมครับ แปลว่าถ้ารับอนุมัติจากท่านนี่ ท่านเป็นผู้ร่วมกระทําการด้วยใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ผมกําลังพูดว่าอํานาจในการเข้า ไปยุ่งเกี่ยวกับของบริจาคในการเซ็นอนุมัติ ให้อนุมัติจะไปที่ไหนได้ไม่ใช่อํานาจหน้าที่ ส.ส. ครับ แล้วผมเชื่อว่าพี่ ๆ หลายคนในพรรคเพื่อไทยเองที่เป็นรัฐบาลทราบเรื่องนี้ครับ แล้วถ้าท่านหมายความอย่างนั้นว่าทําไมผมไม่ไป ผมไม่มีอํานาจนั้นครับ ผมทําไม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญครับ ท่านเป็นผู้ร่วมกระทําการหรือครับ แค่นี้ครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านชี้แจงแล้ว พอแล้วนะครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ก่อแก้ว พิกุลทอง นะครับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง นิดหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่คุณศิริโชค โสภา ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม ท่านได้กล่าว พาดพิงว่าผมเองนั้นในขณะที่พี่น้องประชาชนประสบภัยน้ําท่วม ผมเองกลับไปพูดจากับ คนเสื้อแดงที่จังหวัดเชียงราย แล้วก็พูดถึงเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหม ท่านประธานครับ เรื่องนี้คุณศิริโชค โสภา จงใจพูดทําให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เข้าใจผิด ในตัวของกระผม ผมขออนุญาตชี้แจงตรงนี้สักเล็กน้อย จริง ๆ แล้วผมเองได้ไปหาเสียง เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จังหวัดพะเยา ที่มีการเลือกตั้งเมื่อ วันที่ ๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ซึ่งสุดท้ายผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยก็ชนะ การเลือกตั้งมานะครับ หาเสียงเลือกตั้งเสร็จแล้วตอนขากลับต้องมาแวะขึ้นเครื่องที่เชียงราย วันนั้นกลับมามืดก็เลยต้องนอนค้างที่เชียงราย พอดีวันนั้นมีงานเสื้อแดงที่เชียงราย ก็เลย ถือโอกาสนั้นแวะไปพูดจากับเขา ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองให้กับพี่น้องเสื้อแดง ได้ฟัง ผมได้พูดหลายเรื่องนะครับ รวมทั้งเรื่องกรณีแนวคิดในการแก้พระราชบัญญัติ การจัดระเบียบกระทรวงกลาโหมด้วยครับ ผมยอมรับว่าผมพูดจริง แต่ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้เป็นเพราะว่า พ.ร.บ. กลาโหมนั้นเป็นกฎหมายที่มีปัญหา เป็นกฎหมายที่ มาจากรัฐบาลเผด็จการ เป็นกฎหมายของโจรที่ปล้นประชาธิปไตย ผมเองนั้นเป็นพวกที่ ไม่รับของโจรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในเมื่อผมไม่รับของโจร ใครจะรับก็แล้วแต่ แต่ผมไม่รับครับ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ชื่นชอบระบอบประชาธิปไตย เราไม่ชื่นชอบ ระบอบเผด็จการ กฎหมายเผด็จการทุกฉบับที่มันไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เราก็ควรจะแก้ไขปรับปรุงให้มันถูกต้องเท่านั้นเองครับ ส่วนเรื่องกรณีของการช่วยเหลือ น้ําท่วมพี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่ง ผมฐานะ ส.ส. และฐานะของคนเสื้อแดง พวกผมเองได้มีการระดมมวลชนเสื้อแดงออกมาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ําท่วมมากมายนะครับ ไม่ว่าไปแจกของ ไม่ว่าจัดคอนเสิร์ต ส่วนตัวผมเองนั้นนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ อันนี้มันนอกเรื่อง แล้วนะครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ครึ่งนาทีครับ เพราะเขาพาดพิงผมเรื่องน้ําท่วมครับ วันที่ ๒๖ ตุลาคมนั้น ผมเองได้ไปบริจาคเงินเดือน เงินเดือน ส.ส. นะครับ ๑ เดือน ๑๑๓,๕๖๐ บาทให้กับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ในฐานะ ส.ส. ผมได้ยกเงินเดือนทั้งเดือนเพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมอยากถามคุณศิริโชค โสภา และพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนนะครับว่าสมาชิกท่านใด ของพรรคประชาธิปัตย์

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับท่าน เชิญนั่ง เถอะครับ มีอะไรประท้วงครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ผมหลายประเด็น มากเลยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มันจะไม่จบนะท่าน

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

จบครับ ใช้สิทธิไม่นานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

สั้น ๆ นะครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในนามสมาชิกรัฐสภา กระผมรู้สึกเสียใจนะครับ ที่คุณจตุพรกล่าวพาดพิงไปถึงบิดาผมซึ่ง เสียชีวิตไปแล้ว บิดาผมแม้ว่าจะเป็นคนลาวก็ไม่ได้มีความผิดอะไร แล้วพี่น้องชาวอีสาน ส่วนใหญ่ก็เชื้อชาติลาวครับ อย่าดูถูกคนอีสานเลยครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ถ้าจะด่าก็ด่ามาที่ผม อย่าไปพาดพิงถึงบรรพบุรุษนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่ท่านประชาพูด ผมก็ยังงงอยู่ครับ เพราะวันที่ผมไปที่ดอนเมืองครับ เป็นวันที่ ๓๑ ตุลาคม ผมไปถ่ายรูป ได้ห้องน้ํามากกว่า ๒ ห้องครับ ดังที่ท่านเห็นอยู่ในรูปนะครับ และถ้าท่านไม่เชื่อผม ท่านมาดู ในกล้อง ในไอโฟน (iphone) ผมจะระบุวันที่ว่าเป็นวันที่ ๓๑ ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ เอาละครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

แล้วก็ประเด็น สุดท้ายครับ ท่านอย่าเพิ่งรีบสิครับ ท่านให้เพื่อนสมาชิกพูดเสียเยอะนะครับ ท่านประชานะครับ ได้เซ็นคําสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ศปภ. ที่ ๒๓/๒๕๕๔ แต่งตั้งให้คุณการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ โดยที่มี นายถิรชัย วุฒิธรรม เป็นเลขานุการ ศปภ. แล้วที่ท่านประชาโกหกต่อสภาครับ ท่านให้ เหตุผลว่าที่ตั้งการุณ โหสกุล เพราะว่าเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่ที่ ศปภ. ตั้งอยู่ครับ แต่ในข้อเท็จจริงครับ ยังมี ส.ส. อีกท่านหนึ่งที่ท่านประชาตั้งเข้าไป นั่นก็คือ นายวรชัย เหมะ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ผมถามว่าจังหวัดสมุทรปราการยังไม่ท่วม เลยครับตอนนั้น แล้วตั้งเข้าไปเพราะอะไรครับ แล้วนอกจากนี้การตั้ง ส.ส. ไปเป็นกรรมการ อนุมัติเรื่องถุงยังชีพนี่มันผิดกฎหมายครับ แล้วมีหลักฐานเอกสารแล้วครับ และผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่านี่คือข้อเท็จจริงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

พอแล้วครับท่านครับ ผมเชื่อว่า อย่างนี้นะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ เพราะเหตุว่า ไม่ครับท่าน ผมเชื่อว่าคนที่ฟังอยู่จะ เข้าใจครับว่าใครพูดปด ใครพูดจริงนะครับ เพราะฉะนั้นเราเสียเวลาตรงนี้เยอะแล้วนะครับ ผมยังเหลือ

(นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครปฐม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสมชาติมีอะไรหรือครับ ทางโน้นประท้วงครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ท่านประธานครับ ฝ่ายสมาชิกวุฒิสภาได้รอการอภิปรายมา ๓ ชั่วโมงแล้วครับ ทั้งที่เป็นคิวถึงเวลาของ สมาชิกวุฒิสภาครับ ตั้งแต่ ๑๐ โมงครึ่ง ท่านณัฐวุฒิใช้เวลาไป ๒๖ นาที ฝ่ายค้านก็ลุกขึ้นมา อภิปราย ก็มาเป็นท่านจตุพร แล้วก็มีการพาดพิงกัน ท่านครับสภาแห่งนี้ไม่ใช่เวทีจําอวดนะครับ วันนี้ที่เรามาประชุมกันตามมาตรา ๑๗๙ เพื่ออะไรครับ เพื่อสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติ ของเราครับ ผมมีความรู้สึกเสียใจนะครับ เหมือนท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านเฉลิมชัย ที่ท่านมีความรู้สึก เสียใจเมื่อเช้านี้ครับว่า มีอะไรบ้างครับวันนี้ที่เป็นการช่วยเหลือประเทศเรา ท่านครับ เราละอายแก่ใจกันบ้างไหมครับ ขออนุญาตนะครับที่ต้องอ้างอิงถึงประเทศอเมริกา เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๐๐๑ ที่นิวยอร์กเกิดอะไรขึ้นครับ ทุกคนคงทราบดี วันนั้นไม่มีรีพับลิกัน (Republican) ไม่มีเดโมแครต (Democrat) นะครับ แต่วันนี้ประเทศชาติ เหล่าประชาชน ที่กําลังเดือดร้อนต้องมานั่งฟังจําอวดจากพวกท่านหรือครับ ท่านมีอะไรบ้างไหมที่พูดให้ คําแนะนํากับรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาหรืออุทกภัย มีท่านหนึ่งต้องขอชมเชยท่านครับ ท่านธานี เทือกสุบรรณ ท่านเดียวครับที่ได้ให้คําแนะนําต่อรัฐบาล นอกนั้น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ เข้าใจแล้วครับ พอดีผมกําลังจะเข้าสู่กลุ่มสุดท้ายที่จะอภิปรายนะครับท่าน เป็นส่วนของสมาชิกวุฒิสภาพอดี แล้วท่านก็เป็นลําดับแรกด้วยนะครับ ก็จะมีท่านสมชาติ ท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ท่าน พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ท่านเจตน์ แล้วก็ท่านวิชาญนะครับ เชิญท่านสมชาติ ก่อนเลยครับ เชิญครับ เชิญอภิปรายครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ประเทศเราประสบปัญหาวิกฤติอย่างที่สุดของที่สุดนะครับ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ ท่านสมชาติ แป๊บหนึ่งครับ เชิญครับประท้วงอะไรครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภัยท่านวุฒิสมาชิกที่ผมต้องขัดจังหวะท่าน แต่ว่าท่านครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนะครับ ท่านอนุญาตนะครับ ในฐานะ วิปฝ่ายค้านนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

โดยข้อตกลงนะครับ พวกเราตกลงอภิปรายตามที่รัฐบาลได้ยื่นขอรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิกนะครับ เราก็ให้ความร่วมมือกันมาแต่เช้านะครับ แล้วก็ทางวุฒิสมาชิกที่จะ อภิปรายเราก็ไม่ขัดข้องที่จะจบ แล้วก็ขณะนี้เหลือผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านอยู่ท่านหนึ่ง เพียงท่านเดียวครับ คือผู้นําฝ่ายค้าน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมขออนุญาตสอบถาม ท่านประธานว่าขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าอยู่ขอความกรุณาให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มารับฟังวุฒิสมาชิกชุดสุดท้าย รวมทั้งผู้นําฝ่ายค้านที่จะได้แสดง ความคิดเห็นต่อไปนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล และเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ร้องขอ มาเองนะครับ ส่วนฝ่ายค้านก็ได้ปฏิบัติให้ความร่วมมือในการประชุมมาตั้งแต่เช้า ขอให้ท่านประธานตอบนะครับว่าขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภาหรือไม่ ถ้าอยู่ ขออนุญาตให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มารับฟัง ให้เกียรติกับสภาแห่งนี้ และให้เกียรติกับ ผู้นําฝ่ายค้านในการรับฟังการอภิปรายของวุฒิสมาชิกชุดสุดท้ายและผู้นําฝ่ายค้านในสภา แห่งนี้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คือขณะนี้ก็อย่างที่ทราบนะครับ เราแบ่งกันเป็นกลุ่ม ฝ่ายละ ๓๐ นาที ขณะนี้ ๓๐ นาทีสุดท้ายก็จะหมดลงแล้วก็ถัดไปก็ยังมี เวลาสําหรับฝ่ายค้านอีก ก็จะเป็นอย่างนั้น พอจบ ส.ว. ก็จะไปถึงฝ่ายค้าน ทีนี้ต่อคําถามที่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ ผมทราบว่าท่านได้มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ ทําหน้าที่แทนนะครับ เชิญท่านสมชาติต่อครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านยกมือครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับท่าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือคําหารือของเพื่อนสมาชิกผมคิดว่าน่าจะเป็น ประโยชน์ในการที่จะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อ ต้องยอมรับว่าท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านก็รอคอย อยากจะนําเสนอ ความจริงแม้ว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนวันนี้พาดพิงถึงกระผมอย่างไรก็ตาม ผมก็เห็นอย่างน้อยท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์วันนี้นะครับ ถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของตัวกระผมเองแล้วก็รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน สิ่งที่ผมเสียดายก็คือว่าโอกาสที่จะนําเสนอเรื่องเหล่านี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรีมันมีไม่มาก ละครับ และวันนี้ท่านขอมาเอง ผมคิดว่าครึ่งชั่วโมงที่เหลือของทางสมาชิกวุฒิสภากับอีกผม เข้าใจว่าประมาณ ๔๐ นาทีที่เหลือของพรรคฝ่ายค้าน ถ้าเรายกยอดไปวันพรุ่งนี้ครับ ให้บรรยากาศมันดีกว่านี้ แล้วก็ขณะเดียวกันภารกิจในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทางวิปรัฐบาลบอกว่า จะพิจารณาข้อตกลงต่าง ๆ ก็เข้าใจว่ามีการตกลงกันแล้วว่าจะอภิปรายรวมในเรื่องของ ข้อตกลงกัน แล้วก็ที่จะให้สิ้นสุดเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกาผมก็คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเวลาก็แน่นอนอยู่แล้ว ก็อยากจะหารือท่านประธานว่า ผมคิดว่าถ้าหากว่าสภาวันนี้ จบลงในบรรยากาศอย่างนี้มันก็ไม่ค่อยเป็นความรู้สึกของการได้ร่วมกันอย่างที่เรียกร้องกันว่า จะต้องเป็นวาระแห่งชาติ และพรุ่งนี้เวลาก็ไม่ได้ยืดไปอีกแล้วละครับ เวลาก็มีเท่านี้ละครับ ที่จัดสรรกันไว้ เราก็เดินหน้าได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

วิปมีอะไรนะครับ เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาต นําเรียนข้อหารือของท่านผู้นําฝ่ายค้านต่อกรณีเป็นข้อเสนอในฐานะเป็นตัวแทนวิป ฝ่ายรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ กรณีที่คณะรัฐมนตรีร้องขอมาเพื่อจะรับฟังความคิดเห็น ของสมาชิกรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ และท่านประธานรัฐสภากรุณาบรรจุ เรื่องนี้เข้ามารับฟังความคิดเห็นในวันนี้ พร้อมกับอีกเรื่องหนึ่งนะครับ คือเรื่องที่จะรับฟัง ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการชั่วคราวระหว่างไทยกับกัมพูชากรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งถ้าวันนี้ไม่จบท่านประธานผมเองกราบเรียนท่านประธานว่ากรณีเราจะเลื่อนไปพรุ่งนี้ มันเป็นการบรรจุระเบียบวาระอีกเรื่องหนึ่งอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องกัน ถ้าจะเลื่อน ก็คงต้องไปเป็นวันที่เราเลื่อนไปที่เราจะพิจารณาประเด็นรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องเขาพระวิหาร นั่นก็คือทราบข่าวว่าท่านประธานจะกรุณานัดวันอังคาร วันอังคารบ่าย ถ้าจะเลื่อนไปวันอังคารบ่ายผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทางสมาชิกจะเห็น เป็นอย่างไร ผมเองคิดว่าเหลืออยู่ ๑ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ภายใต้บรรยากาศอย่างนี้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้ขึ้นมาและท่านสมาชิกวุฒิสภากําลังอภิปรายอีกประมาณ ๓-๔ ท่าน บรรยากาศก็เข้าสู่ภาวะปกติ เริ่มดีครับ เพราะผมเชื่อว่าข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของ ทั้ง ๒ ซีก โดยเฉพาะท่านผู้นําฝ่ายค้านก็จะเป็นประโยชน์ บรรยากาศก็น่าจะเป็นไปด้วย ความราบรื่น ถ้าจบวันนี้ได้ก็จะเป็นเรื่องดีครับ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับท่าน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิป ฝ่ายค้าน ประเด็นที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้หารือเมื่อสักครู่หัวใจมันไม่ได้อยู่ที่วันอังคาร หรือวันไหน แต่ว่าประเด็นอยู่ที่ว่าในเมื่อรัฐบาลที่มีหัวหน้ารัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทําเรื่องเข้ามาเพื่อขอฟังความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา เพราะฉะนั้นขณะที่สมาชิกวุฒิสภา ชุดสุดท้ายซึ่งมีความตั้งใจที่จะเสนอความคิดเห็นตามคําร้องขอของรัฐบาล รวมทั้ง ท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ควรอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นํารัฐบาลจะได้ร่วมรับฟังข้อเสนอ ที่จะเป็นประโยชน์ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ แต่ว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าจะเป็นไปได้จะเลื่อนไปในวันพรุ่งนี้ แล้วก็วาระที่เหลือทั้งหมดก็คงเดิม ไม่ว่าจะเป็นวาระกองทุนอาเซียน (ASEAN) วาระในเรื่องของการรับรองยืนยันข้อกฎหมาย ก็สามารถทําได้ และพวกผมก็ไม่มีปัญหาครับ พรุ่งนี้ตกลงกันว่าจะลงมติให้เสร็จสิ้นกี่โมง อย่างไร พวกผมก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพียงแต่ว่าต้องการเห็นนายกรัฐมนตรีได้มาร่วม รับฟังตามสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้ร้องขอต่อรัฐสภามา ต่อความเห็นผู้นําฝ่ายค้าน และเพื่อนวุฒิสมาชิกที่จะให้ความเห็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปเท่านั้นละครับ ตรงนี้คือ ประเด็นและผมคิดว่าเป็นไปตามสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเรียกร้องก็คืออยากเห็นการเมือง สร้างสรรค์ การเมืองสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นในสภาก็เมื่อนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเคารพ และให้เกียรติต่อรัฐสภาด้วยเป็นปัจจัยสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าจะเลื่อนไปพรุ่งนี้ก็อยู่ในฐานะที่ ผมคิดว่าก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี

พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระผมรับฟังคําแนะนําของท่านผู้นําฝ่ายค้านและสมาชิกครับ ท่านก็ฟังอยู่ในห้องนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมไปเรียนท่านว่าท่านมีภารกิจอีกหลายเรื่อง ผมจวนจะจบแล้ว เดี๋ยวผมก็กล่าวขอบคุณท่านเท่านั้นเอง ผมคิดว่ามันจบแล้วครับ ผมไม่นึกว่า นี่ตีหนึ่งแล้วท่าน ผมก็ยินดีรับฟังครับท่านจะกรุณาพูดไปอีกชั่วโมง ชั่วโมงกว่าอะไร ผมก็ยินดีครับ แล้วก็รับทุกเรื่องครับที่ท่านกรุณาแนะนํา จะไม่มีอะไรตกหล่น เพราะเรามี บันทึกไว้ด้วยครับ ขอความกรุณาท่านผู้นําฝ่ายค้านได้กรุณาแนะนํารัฐบาลให้จบเถอะครับ งานมันมีต่ออีกหลายเรื่องครับ ทางท่านสมาชิกวุฒิสภาก็ดี ท่านผู้นําฝ่ายค้านที่จะอภิปราย ผมยินดีรับฟังครับ แล้วผมก็นั่งรับฟังโดยตลอดครับ ขอบคุณท่านมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ที่จริงถ้าไม่มีการประท้วงกันไปประท้วงกันมามันจบไปนานแล้วนะครับ แล้วผมเห็นว่า มันเหลืออีกไม่เยอะ และท่านนายกรัฐมนตรีก็มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ทําหน้าที่แทนอยู่แล้วและมีข้อมูลอะไรก็สามารถรายงานได้โดยตลอด ผมขออนุญาต ดําเนินการต่อเลยครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ประเด็นสําคัญในวันนี้ก็คือว่า รัฐบาลได้ขอให้เปิดสภาเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา ผมก็ไม่เชื่อนะครับว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีจะอยู่ ผมเห็นว่ารถของท่านออกไปแล้วด้วยซ้ําครับ ผมขอใช้เอกสิทธิ์ ในฐานะสมาชิก ขอนับองค์ประชุมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ที่จริงมันก็เหลือ เวลาอีกนิดเดียวนะครับ แล้วก็อย่างที่ผมพูดเมื่อกี้ถ้าไม่ประท้วงกันมากก็น่าจะจบ ผมว่าอย่างนี้ ดีไหมครับ วิป ๒ ฝ่ายลองหารือกันนิดหนึ่ง ลองดูว่ามันน่าจะมีทางออกที่ดีได้อย่างไร อย่ายกมือเลยคุณหมอคุยกันดีกว่า คุยกันดีกว่าครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตนะครับ ผมย้ํา ผมใช้เอกสิทธิ์ในการนับองค์ประชุมครับ มองไปขณะนี้องค์ประชุมไม่ครบครับ จะประชุมต่อ ได้อย่างไรครับ ท่านนับองค์ประชุมสิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่าให้วิปคุยกันดีกว่าครับ ลองคุยกันดู

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

การให้ ความเห็นของสมาชิกรัฐสภาไม่สําคัญเลยหรือครับ ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ละครับ ทําไมไม่ฟังละครับ สมาชิกวุฒิสภาก็ต้องมีความคิดเห็นที่ดี ๆ ชุดสุดท้ายท่านผู้นําฝ่ายค้าน ก็เตรียมไว้ ๑ ชั่วโมงสุดท้ายก็สําคัญนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเมื่อกี้เสนอให้นับ องค์ประชุมนะครับ และผมกําลังหารือท่าน คุณหมอว่าอย่างไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และตัวแทนคณะกรรมการ ประสานงานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็พรรคร่วมรัฐบาล ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ได้มีโอกาสที่พยายามจะทําให้สู่การประชุมที่เป็นบรรยากาศที่ดีนะครับ เป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ แต่ถ้าเพื่อนสมาชิกมีความประสงค์ที่จะให้การประชุมได้เลื่อนไป เป็นพรุ่งนี้หรือวันอื่น ผมก็คิดว่าท่านประธานอาจจะต้องใช้ดุลยพินิจให้เป็นไปตามความเห็น ของเพื่อนสมาชิก เพราะว่าอย่างไรสภาแห่งนี้พร้อมที่จะให้ความเห็นกับทางคณะรัฐมนตรีตามที่ ท่านร้องขอมา มันก็ถือเป็นประโยชน์ยิ่งครับ ถ้าคิดว่าจําเป็นต้องเลื่อนไปพรุ่งนี้ ผมก็คิดว่า ทางซีกรัฐบาลเองไม่ขัดข้องครับ ก็เลื่อนไป แต่ว่าระเบียบวาระที่บรรจุวันพรุ่งนี้ก็แล้วแต่ ท่านประธานที่จะกรุณา กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ ดีไหมครับ ในเรื่องของไทย-กัมพูชา เราจะเลื่อนไปเป็นวันอังคารที่ ๑๕ เวลาบ่ายโมงครึ่ง อยู่แล้ว เราเอาไปโน่นเลยดีไหมครับ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องกระทบ ดีไหมครับ เอาอย่างนั้นนะครับ จะได้จบ ก็คงมีท่านวุฒิสมาชิกอยู่ ๔-๕ ท่าน แล้วก็ทางนี้รู้สึกจะมี ท่านอภิสิทธิ์ ท่านผู้นําฝ่ายค้านคนเดียว เชิญครับ ท่านอภิสิทธิ์เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ที่จริงจะเป็น วันเสาร์หรือวันอังคารกระผมไม่ได้ติดใจว่าเป็นวันไหนนะครับ แต่อยากจะให้บรรยากาศ ในเมื่อรัฐบาลกรุณาเสนอญัตติทํานองนี้เข้ามาว่าบรรยากาศการสิ้นสุดการอภิปรายมันไม่ควร จบลงแบบนี้ครับ มันควรจะเป็นสภาซึ่งพวกเรานั่งกันอยู่เต็ม หัวหน้าฝ่ายรัฐบาลก็อยู่ ฝ่ายค้านก็อยู่ สมาชิกวุฒิสภาก็อยู่ ถ้าท่านจะกรุณายืนยันว่าวันอังคารหรือจะเป็นวันพรุ่งนี้มันเป็น บรรยากาศนั้นผมคิดว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีสําหรับรัฐสภา ผมไม่ติดใจครับท่านจะเอาวันไหน แต่ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ทางพวกเราพร้อมเพรียงกันจริง ๆ ครับ จะได้แสดงให้เห็นว่า ในที่สุดเราพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันฝ่าวิกฤตินี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ เท่าที่ดูข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาครับ การที่จะเลื่อนระเบียบวาระ วันนี้ไปต่อพรุ่งนี้ก็ไม่ได้ผิดข้อบังคับใด ๆ แล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องที่กําลังอยู่ในความสนใจด้วย ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ทางวิปได้ปรึกษาหารือกัน ขออนุญาต ท่านประธานเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ครับ ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ก็เอาเรื่องนี้ให้จบ ก็เป็นความเห็นที่ทางโดยเฉพาะท่านผู้นําฝ่ายค้านจะได้เข้าประเด็นต่อ ทางคณะรัฐมนตรี และท่านสมาชิกวุฒสภาที่เหลืออยู่ก็จะได้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ ขอความกรุณา ท่านประธานครับ ความเห็นเป็นอย่างนั้นครับ ด้วยความเคารพครับ เป็นพรุ่งนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอเลื่อนไปประชุมต่อ พรุ่งนี้ครับ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ปิดประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๐๑.๐๗ นาฬิกา

ของวันเสาร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๓๗ นาฬิกา

ของวันเสาร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตดําเนินการต่อจากเมื่อคืนเลยนะครับ แล้วก็หลังจากจบจากตรงนี้แล้ว เราก็จะ ประชุมต่อของวันเสาร์นะครับ ผมไปที่วุฒิสมาชิกเลยนะครับ ท่านสมชาติครับ ท่านบุญยอด เชิญครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาติ พรรณพัฒน์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมชาติ ขออภัยครับ เดี๋ยวเมื่อกี้ผมลืมไป เมื่อคืนมีญัตติค้างอยู่ของท่านบุญยอดครับ ที่เสนอให้นับองค์ประชุม เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กรณีของการนับองค์ประชุมนั้นก็ไม่ได้ติดใจแล้วนะครับ เพราะว่าท่านประธานนั้นสรุปก็คือผมเข้าใจว่าท่านจะเลื่อนการประชุมมาเป็นเช้านี้ ถูกไหมครับ แต่ว่าตอนนี้ผมคิดว่าสมาชิกค่อนข้างสับสนครับท่านประธาน ถ้าท่านจะดู ในตัวเลขของการลงชื่อนะครับ ในขณะนี้ผมก็เข้าใจว่าไม่ทราบว่าท่านประธานคงต้องสั่งให้ ชัดเจน ผมต้องการความชัดเจน ตกลงว่าต้องลงชื่อใหม่หรือไม่ เพราะตอนนี้สมาชิก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เข้าใจครับ เดี๋ยวผมอธิบาย สรุปแล้วท่านถอนนะครับ ถอนที่จะให้นับองค์ประชุมนะครับ ผมขออนุญาตชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง การประชุมขณะนี้ต่อเนื่องจากเมื่อคืน เพราะฉะนั้นเมื่อคืนผมให้เลื่อนมาประชุมต่อ เพราะฉะนั้นไม่ต้องลงชื่อสําหรับการประชุมต่อจากเมื่อคืน แต่ต้องไปลงชื่อสําหรับ การประชุมในวาระวันเสาร์ วันเสาร์เดิมนะครับ ซึ่งจะต่อจากตรงนี้ครับ ถ้าจบจากตรงนี้แล้ว เราก็จะต่อจากของวันเสาร์เดิมเลย แต่วันเสาร์เดิมต้องไปลงชื่อนะครับ ตกลงนะครับ เชิญท่านสมชาติ ๖ นาทีนะครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครปฐม ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับท่าน คงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วนะครับ ผมก็ขอกราบวิงวอนเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านครับ วันนี้ประเทศเราเกิดภาวะวิกฤติอย่างรุนแรงนะครับท่านครับ ประชาชน รอความหวังจากสมาชิกรัฐสภาของเราทุกท่านนะครับที่จะทําอย่างไรให้ประเทศของเราฟื้นฟู กลับมาได้อย่างเร็วที่สุด เมื่อวาน ๑๔ ชั่วโมง ที่ผมฟังทั้ง ๒ ฝ่าย รัฐบาลและฝ่ายค้าน ถามว่าได้สาระอะไรไหม แทบจะไม่ได้ ก็มีท่านหนึ่งที่ผมได้ชมท่านแล้วเมื่อคืนนี้ ในฐานะท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดสุราษฏร์ธานี คือท่านธานี เทือกสุบรรณ ท่านเป็นท่านเดียวที่ให้คําแนะนํา ให้ข้อคิดกับทางรัฐบาล อันนี้แหละครับ ไม่ใช่ทุกคนขึ้นมา จับผิดทางฝ่ายบริหาร ไม่ผิดครับ ถ้าท่านจะจับผิดควรจะเป็นคําตามท้วงติงในเรื่อง ความไม่สุจริต มากกว่าเอาเวทีของรัฐสภาของเรามาแสดงในสิ่งที่ไม่ควรแสดงต่อหน้า ประชาชนทั้งประเทศ เขาจะเริ่มความรู้สึกที่เสื่อมศรัทธาในรัฐสภาของเราแล้วนะครับ สร้างสรรค์สิครับท่าน อันนี้ผมขอวิงวอนต่อสมาชิกรัฐสภาของเรา วิงวอนจริง ๆ ครับ เพราะเมื่อวานทุกท่านก็ได้พูดไปแล้วถึงเรื่องที่น่าสงสัยในการทุจริต ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศของเราประสบภาวะวิกฤติอย่างที่สุดของที่สุด สิ่งเดียวที่เราจะทํา ทําอย่างไรให้ วิกฤติเป็นโอกาส ก็คือเรื่องชลประทานครับ ลํารางของเราที่เคยมี ครั้งหนึ่งประเทศไทย ของเราเคยถูกขนานนามว่าเป็นเวนิสตะวันออก วันนี้เราได้ยินคํานี้ไหมครับ นานเท่าไร แล้วครับที่เราได้ยินคําว่าเวนิสตะวันออก ไม่มีใครพูดถึงแล้วครับ เพราะอะไรครับ คลองต่าง ๆ ลํารางต่าง ๆ ที่เราเคยมีหาไม่เจอแล้วครับ ปี ๆ หนึ่งรัฐบาลต้องใช้งบประมาณเท่าไรครับ ในการใช้กับการบริหารการจัดการเรื่องน้ํา กี่หมื่นล้านบาทแล้วครับ เห็นตรงไหนบ้างครับ ที่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านควร พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ท่านต้องล้างกรมชลประทานครับ ในฐานะที่ผมเป็นคนต่างจังหวัด ผมเห็นครับ งบลอกคู ลอกลําราง ลอกจริงกันหรือเปล่าครับ ลอกกันจริงหรือเปล่า กรมชลประทานจะต้องมีการที่สังคายนา มิฉะนั้นประเทศชาติของเราจะประสบปัญหาเรื่อง อุทกภัย ไม่ว่าเป็นแม่น้ํา ไม่ว่าเป็นลําคลอง ไม่ว่าเป็นลําราง ท่านประธานครับ นี่คือปัญหา ของประเทศเราครับ ท่านลองไปดูได้ เมื่องบประมาณออกมาแล้วจะปล่อยให้การบริหาร การจัดการเรื่องลอกคลอง ลอกแม่น้ําลํารางเหมือนในอดีตคงเป็นไปไม่ได้แล้วครับ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาของประเทศเราครับ วันนี้ประชาชนกี่แสนคนกี่ล้านคน ที่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ เพราะอะไรครับ เพราะผลประโยชน์ในทางมิชอบ อีกสิ่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ควรพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เราถูกอุทกภัยอิมแพค (Impact) ประเทศเรา อย่างรุนแรงที่สุด ในเวลาเดียวกันทางรัฐบาลก็ควรจะต้องทําเชิงรุกขอความร่วมมือจาก สมาคมธนาคารนายธนาคารทุกธนาคารในประเทศเราที่ให้งบประมาณให้เงินกู้ หรืออะไร ก็ตามแต่ ให้เราสามารถฟื้นฟู ๒๖ จังหวัด หรือ ๒๗ จังหวัด ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ในเวลาเดียวกันครับ เพื่อสร้างขวัญกําลังใจให้กับประชาชนของเรา อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญครับท่าน ถ้าเราจะต้องรองบประมาณมันจะล่าช้าไม่ทันกาลกันนะครับท่าน ขอเชิญนายธนาคาร ทุกธนาคารมาให้ความร่วมมือนะครับ

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ ผมฝากภาคตะวันตกด้วยครับ วันนี้ภาคตะวันตกอยู่ด้วยความลําบาก ถนนพระบรมราชชนนี บริเวณหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ ริมคลองมหาสวัสดิ์ ท่านครับ จมอยู่ในน้ําประมาณเมตรกว่านะครับ เพชรเกษม แล้วสิ่งหนึ่ง ผมขอฝากทางรัฐบาลครับ ว่าทําอย่างไรให้ช่วยประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นตั้งแต่ จังหวัดนครปฐมลงไปนะครับ ว่าจะเข้ากรุงเทพมหานครเข้าอย่างไรที่สะดวกไม่ใช่อ้อมไป ๓๐๐-๔๐๐ กิโลเมตร ดังที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านประชาพูด ท่านครับ เข้ากรุงเทพมหานครทีหนึ่งต้องใช้เวลาวันหนึ่งครับ ที่เมื่อคืนท่านได้พูดว่าให้ใช้ถนน สายเอเชียไปออกมาลัยแมนท่านทราบไหมครับเป็นระยะทางกี่ร้อยกิโลเมตร ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประเทศเรามีคนเก่งเยอะ ทําอย่างไรครับให้การเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครสามารถ ร่นระยะเวลา เพียงแต่คิดไปศึกษาดูซึ่งเมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสพูดสั้น ๆ ทําไมไม่ใช้เรือละครับ ใช้เรือครับ ตั้งแต่พุทธมณฑล สาย ๕ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร อาจจะติดสะพานก็ไม่เป็น อะไรครับ ใช้เรือต่อเป็นทอด ๆ อันนี้จะช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางจากภาคใต้มาสู่ กรุงเทพมหานคร อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญครับ อย่าให้ประชาชนต้องเดือดร้อนเขาทุกข์ทรมาน แล้วกับน้ํา แล้วสิ่งหนึ่งที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ วันนี้ภัยหนาวมาแล้วนะครับ ภัยหนาว มาแล้ว เมื่อวานนี้ที่จังหวัดนครปฐมผมเชื่อว่าอุณหภูมิประมาณ ๑๕-๑๖ องศาเซลเซียส แล้วท่านต้องคิดดูว่าถ้าประชาชนต้องอยู่ในน้ําจะเป็นอย่างไร ทั้งหนาว ทั้งเย็น ท่านครับ เห็นแก่ประชาชนด้วยครับ ผมขอฝากกับทางรัฐบาลครับ

สิ่งสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีของเราอยู่ ต่อไปครับ ในภาวะอย่างนี้ผมคิดว่าไม่มีใครดีเท่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นะครับ ด้วยเหตุผลท่านไม่มีอัตตาในตัวท่านครับ ท่านไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ นี่ละครับบุคลิกสมกับเป็นผู้นําของประเทศครับ ผมยินดีสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปจนแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศ ท่านครับ ขออนุญาตครับ เมื่อเราประสบภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ใช้เวลาเกิน ๓ นาทีแล้วครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ท่านประธานครับ ขอเวลาอีกครึ่งนาทีนะครับ ผมรอเมื่อวานนี้ ๑๕ ชั่วโมงก็ยังไม่เป็นอะไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เราประสบภาวะทางเศรษฐกิจ ต้มยํากุ้งดีซีส (Tom yum kung disease) มีนักธุรกิจ หลายรายที่ประสบปัญหาเกือบล้มละลายนะครับ แล้ววันนี้เขาเอาวิกฤติเป็นโอกาส ซึ่งเรา เกิดปัญหาอุทกภัยเมื่อเดือนกันยายน เดือนตุลาคม ๒ เดือนกว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสามารถพลิกฟื้นกลับมาได้โดยเชิญบุคคลต่าง ๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สําคัญอย่างที่เรา ก็ทราบกันดี ท่านสามารถเชิญดอกเตอร์วีรพงษ์ ดอกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล เข้ามาช่วย นี่ละครับ ผู้นําประเทศที่ไม่มีอัตตาครับ ไม่มีอีโก้ คิดว่าตัวเองเก่งทุกอย่าง ผมจึงคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปนะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผมลืมชี้แจงบอกเรื่องการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งปกติแล้วจะมีการถ่ายทอด เฉพาะของเมื่อวานวันนี้จะไม่มีนะครับ แล้วผมได้ไปประสานกับทางกรมประชาสัมพันธ์ แล้วก็ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมประชาสัมพันธ์จะถ่ายทอดในวาระเรื่องนี้จนจบนะครับ แจ้งเพื่อทราบครับ ท่านมีอะไรครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตอนแรกจะเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ท่านก็ได้ชี้แจงไปก่อนเหมือนจะทราบสิ่งที่ผมกําลังจะหารือนะครับ แต่เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากเมื่อวานเหมือนกันครับว่า วันนี้ที่เราได้มาประชุมร่วมรัฐสภากัน ในวันนี้เนื่องจากเรามีประเด็นที่คณะรัฐมนตรีนั้นต้องการฟังความคิดเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในกรณีของปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อวานนี้ที่เราต้องเลิก ประชุมกันไปด้วยสาเหตุที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านเรียนกับท่านประธานว่า ในขณะที่ คณะรัฐมนตรีต้องการฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภานั้น แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้มานั่งร่วมอยู่เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา จึงเรียนปรึกษา ท่านประธานว่า ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มาถึงรัฐสภาแล้วหรือยังนะครับ เพราะถ้ามาถึงแล้วผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีควรจะขึ้นมารับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กําลังจะแสดงความคิดเห็น ต่าง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านณัฏฐ์ครับ ก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิท ท่านนายกรัฐมนตรีมาแล้ว เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีค่ะ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ทุกท่านที่มีความห่วงใยที่อยากให้คณะรัฐมนตรีเข้ามารับฟังการเสนอของสมาชิกรัฐสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้นะคะ ดิฉันกราบเรียนว่าทุกความเห็นที่ทุกท่านได้กรุณา ให้มานั้น ในส่วนของการรับฟังนอกจากจะติดตามการรับฟังของท่านสมาชิกและ การแนะนําต่าง ๆ แล้ว เรายังมีเจ้าหน้าที่ในการที่จะรับฟังข้อมูลข้อคิดเห็นจาก ท่านสมาชิก ดังนั้นการนั่งอยู่มาฟังไม่ได้สําคัญเท่ากับการนําเอาประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาแนะนํานั้นเอาไปศึกษาและประยุกต์ค่ะ แต่ถ้าท่านสมาชิกคิดว่าการที่มานั่ง ในห้องประชุมเพื่อให้ท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางนั้น ดิฉันยินดีที่จะนั่งดูอยู่ และฟังจนจบค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมว่าผมขอ ทําความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีนิดเดียวนะครับ ก็คือว่าสิ่งที่พวกเราอยากฟังก็คือว่า ท่านฟังแล้วท่านต้องตอบเราว่าท่านฟังประเด็นต่าง ๆ แล้วนี่ท่านจะทําอะไรได้ทําอะไรไม่ได้ ประเด็นนี้สําคัญที่สุดครับ มันไม่สําคัญหรอกครับว่าจะมีใครจดประเด็นให้ท่านหรือไม่ ถ้าอย่างนั้นสมาชิกส่งอีเมล์ (e-Mail) ให้ท่านก็ได้ครับ พวกเราก็พอมีเทคโนโลยี อยู่บ้างนะครับ ประเด็นสําคัญคือท่านต้องตอบให้ชัดเจนครับว่า ฟังแล้วได้อะไร ไม่ได้อะไร ทําอะไรได้บ้าง เมื่อวานนี้ที่ผ่านมานี่เป็นวิธีการที่จะรายงานสิ่งที่ทําไว้แล้วทั้งนั้นนะครับ กระดาษ ๕-๖ หน้าที่ท่านอ่านอยู่นี่นะครับ มันไม่ได้มีอะไรใหม่เลยครับ เพราะฉะนั้นจะสร้าง ความมั่นใจให้กับสมาชิกรัฐสภาได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราแนะนําท่าน ท่านจะเอาไปปฏิบัติหรือไม่ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมต่อเลยนะครับ ท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ เชิญครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

รัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขอ แสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ประสบอุทกภัยและขอให้กําลังใจท่านนะครับ เพราะคิดว่า ภายในไม่เกิน ๑ เดือนหรือ ๒ เดือนนี่นะครับ น้ําก็จะลดโดยการคํานวณจากมวลน้ํา ที่มีอยู่และขีดความสามารถในการระบายน้ํา ซึ่งตัวเลขจะแตกต่างกันเยอะ อันนี้เป็น เรื่องปกติ เพราะว่ามันเป็นครั้งแรกที่เกิดและการเก็บข้อมูลของเรานี่ไม่ดีนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอทบทวนว่าเมื่อวานนี้ที่เรามีการอภิปรายนี่นะครับ ประเด็นสําคัญ ที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางจนกระทั่งทําให้พวกเราต้องกลับดึกก็คือ เรื่องสาเหตุของ การเกิดอุทกภัยครั้งนี้ว่าเกิดจากการที่มีพายุโซนร้อนเข้ามา ๔ ลูก ไต้ฝุ่น ๑ ลูก หรือเกิด จากการบริหารจัดการน้ําซึ่งยังไม่มีประสิทธิภาพ หรือเกิดจากทั้ง ๒ อย่าง ข้อมูลตรงนี้ มีประโยชน์มากในการที่วิศวกรซึ่งจะมาคํานวณว่าต่อไปเราจะทําทางระบายน้ําให้กว้างขึ้น ต้องทําเท่าไรนะครับ ผมดีใจและชื่นชมที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้หาว่า ใครผิดนะครับ แต่ต้องการที่จะให้การแก้ปัญหานั้นถูกต้อง ก็ขอให้คณะกรรมการมีผู้แทน จากสถาบันอุดมศึกษาเข้าไปดูด้วย เพราะว่าจะได้เป็นองค์ความรู้เพื่อประโยชน์ต่อไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางค่อนข้างจะมากนะครับ ก็คือเรื่องการบูรณาการว่าหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ํา กระจายอยู่หลายแห่งทําให้การบูรณาการนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ระบบโครงสร้างการจัด องค์กรของประเทศไทยซึ่งทํามานานแล้วนะครับ เราแบ่งเป็นกระทรวง ทบวง กรม เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ปัญหาโดยไปตั้งกระทรวงใหม่ จากประสบการณ์แล้วจะไม่ ประสบความสําเร็จนะครับ โครงสร้างองค์กรอย่างนี้ผู้ที่จะบูรณาการก็คือท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพราะทั้งหมดท่านจะดูแลแต่เรื่องทรัพยากรคนและงบประมาณ มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่ท่านจะให้จัดตั้งกระทรวงน้ําและดูแลทุกสิ่งทุกอย่าง และหวังว่า การแก้ปัญหานั้นจะสําเร็จลุล่วง ผมยกตัวอย่างเช่น กระทรวงที่เกี่ยวกับน้ําก็มีกรมเจ้าท่าด้วย เมื่อท่านขุดคลอง ขุดแม่น้ํา กรมเจ้าท่าก็ต้องไปขุดให้ท่านด้วย ทั้งหมดนี้ท่านไปบูรณาการที่ คณะรัฐมนตรีโดยท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านมีความจําเป็น ที่จะต้องรู้งาน รู้คน และรู้จักการบริหารงบประมาณ ท่านเพิ่งเข้ามาทํางานการเมืองไม่นาน เพราะฉะนั้นก็เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะรู้งานทั้งหมดว่าแต่ละกระทรวงมีภารกิจอะไร และหัวหน้ากอง หัวหน้าผู้อํานวยการกองชื่ออะไร อันนี้เป็นเรื่องปกติท่านไม่ต้องเกรงกลัวว่า อาจจะมีผู้คนไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรท่านนะครับ คิดว่าไม่นานหลังครั้งนี้ท่านจะแกร่งขึ้น ท่านคงสามารถที่จะไล่เบี้ย ไล่บี้ผู้ที่ใส่เกียร์ว่างทั้งหลายแหล่ได้นะครับ ในการจะบูรณาการ ทั้งหมดผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรู้สําคัญ ๓-๔ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกจะต้องรู้เรื่องแผนที่ อ่านแผนที่เป็น เพื่อจะได้รู้ว่าพื้นที่ภูมิประเทศ ของไทยตรงไหนสูง ตรงไหนต่ําอย่างไรนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คงจะต้องรู้ข้อจํากัดของภาพถ่ายดาวเทียม ในอดีตเราไม่ค่อย สนใจเท่าไรนะครับ ตอนนี้เรานําภาพถ่ายดาวเทียมมาตีความ มาคํานวณมวลน้ํากัน ตัวเลขก็เลยวุ่นวาย ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะสับสนนะครับว่า เอ๊ะ มันเท่าไรกันแน่ที่ถูกต้อง มันไม่มีโอกาสที่จะตรง เพราะปกติน้ําท่วมก็มีอยู่แล้วทุกปี ปีนี้เรามาดูน้ําท่วมก็มี ๑๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นปริมาณมหาศาล ปีที่ผ่าน ๆ มา ผมก็ไม่ทราบน้ําท่วมตรงนี้มีอยู่เท่าไร ทั้งหมดไม่ยากนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็ต้องรู้เรื่องอุทกศาสตร์ พอที่จะเป็นข้อมูลว่าน้ํามันไหลไปทางไหน อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ระดับน้ําทะเลปานกลางเขาวัดกันอย่างไร อยู่ตรงไหน จะถ่ายระดับน้ํากัน ได้อย่างไร

อันสุดท้ายคือเรื่องผังเมือง ทั้งหมดนี้ไม่ยากครับ ท่านเชิญผู้แทนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาบรีฟ (Brief) สักหน่อยก็คงจะจบนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่พูดกันมากนะครับ ก็คือความไม่สมบูรณ์ของการปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ําท่วม บางแห่งยังเข้าไม่ถึง บางแห่งก็ได้ถุงยังชีพซึ่งถูกบ้าง แพงบ้าง อะไรหลายเรื่อง ทั้งหมดมันจะมีปัญหามาก ตรงนี้ขออนุญาตกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานว่าท่านอาจจะต้องสละเวลาที่ท่านไปทํางานพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งมันเสียเวลา มาจี้ตรงนี้นะครับ เพื่อให้สิ่งที่เขายังขาดอยู่ เขาอาจจะขาดเครื่องมือสื่อสาร อาจจะขาด เครื่องมือที่จะบูรณาการ ข้อมูลที่มันเข้ามาเยอะ ส่วนใหญ่เราไม่มีฟอร์แมท (Format) ในการที่จะกรอกอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ยาก และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าความไม่มีวินัย ของคนในชาติ เราสั่งให้อพยพก็ไม่อพยพ จะโทษพี่น้องประชาชนก็ไม่ถูกต้องเท่าไร เพราะเขาไม่แน่ใจว่าอพยพไปแล้วบ้านเขาจะมีใครเข้าไปแอบขโมยอะไรเขาหรือเปล่า ทั้งหมดท่านจะต้องสร้างวินัยของชนในชาติ ถ้าสมมุติว่าท่านมีศูนย์อพยพ และคนมีวินัยเหมือน ญี่ปุ่นครับ การช่วยเหลือจะง่ายมันจะไม่มีปัญหาวุ่นวาย ในอนาคตท่านก็ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ทราบแล้วนะครับว่าไคลเมท เชนจ์ หรือการเปลี่ยนบรรยากาศ ของโลก มันจะมีภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติในมิติใหม่ สภาความมั่นคงแห่งชาติอาจจะมีองค์ความรู้เรื่องนี้ท่านเรียกมาถามได้ เพราะฉะนั้นท่านต้อง ลงไปดูตรงนี้ให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อให้เรื่องนี้มันจบไปด้วยดี

ประเด็นสุดท้ายนะครับแก้วิกฤติให้เป็นโอกาส หลายท่านก็พูดแล้ว ทางรัฐบาลก็ทราบแล้วว่าเรามีโอกาสที่จะแก้วิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส สั้นนิดเดียวครับ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วยเงิน ๕,๐๐๐ บาทต่อรายนี่น้อยไปนะครับ ท่านเพิ่มอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับเพื่อให้การประชุมครั้งนี้มีประโยชน์ ท่านไปแก้ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการทดรองจ่ายเงินราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พ.ศ. ๒๕๔๖ อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านใช้เงินอีกเพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่าน พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ครับ

พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี สมาชิกวุฒิสภา ทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภาในวันนี้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อวานนี้ผมกับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสได้ร่วมกันไปแจกของในนามของรัฐสภาให้กับประชาชนที่ในเขตทวีวัฒนา ได้พบเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาก ได้พบเห็นผู้ที่ประสบถึงแก่ชีวิตในตอนเช้าของเมื่อวานนี้ด้วย นะครับ ผมกลับจนกระทั่งมืดเพราะว่าการเข้าไปในพื้นที่ด้วยความยากลําบากเป็นอย่างยิ่ง ต้องใช้เวลาเดินทางเข้าไปถึง ๓ ชั่วโมงแล้วก็กลับออกมาอีกประมาณ ๒ ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องที่ ทําความลําบากให้กับประชาชนในเขตดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ผมขอกราบเรียนว่าเราได้เจอ มหันตภัยเกี่ยวกับเรื่องอุทกภัยครั้งนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวงมากซึ่งไม่เคยเห็นในชีวิต ของผมเองมาก่อน ผมขอกราบเรียนว่ารัฐบาลก็ดี ฝ่ายค้านก็ดี หรือทุกคนก็ดีที่ทํางานในหน้านี้ ผมเชื่อว่าได้ทุ่มเทกําลังกายกําลังใจและความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่แล้ว แต่มันอาจจะ เป็นเรื่องของสุดวิสัยจริง ๆ ผมขออยากจะบอกว่าสุดวิสัย ผมเองอยากจะกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนี้แม้จะเป็นผู้หญิง แม้เป็นสตรี แต่ด้วยความที่เห็นจากการกระทํา ของท่านแล้วผมยอมรับว่าท่านเป็นคนที่อดทนตั้งใจแล้วก็ใช้ความรู้ความสามารถ ในการบริหารงานค่อนข้างจะดีพอสมควรอาจจะเป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากจนกระทั่ง เกินความสามารถของท่านในการที่จะควบคุมให้อยู่ในลักษณะที่ดีกว่านี้ได้ผมก็ต้องเห็นใจ แล้วก็ต้องขอขอบคุณเมื่อวานผมนั่งฟังตลอดทาง ขอบคุณฝ่ายค้านด้วย ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ของฝ่ายรัฐบาลก็ดีครับ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ให้กําลังใจนะครับ แล้วก็รู้สึกว่าเสนอแนะข้อมูล ที่ค่อนข้างจะมีประโยชน์กับการทํางานของพวกเราอย่างยิ่ง เพราะผมถือว่าการที่มีมหันตภัย ครั้งนี้น้ําท่วมครั้งนี้ล้างสีไปได้มากพอสมควรนะครับ ล้างความขัดแย้งไปได้มากพอสมควร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของทุก ๆ คนที่ต้อง ช่วยเหลือกันในการที่จะทําให้ประเทศไทยกลับคืนสภาพแล้วก็มีความปรองดองสามัคคีกัน การเมืองก็เป็นเรื่องหนึ่งของการเมือง ผมอยากจะให้การเมืองในช่วงนี้อย่าได้แบ่งขั้วแบ่งฝ่าย กันอย่างที่บางคนได้อภิปรายไปเมื่อวานนี้เลยครับ ผมขอกราบเรียนว่าทุกคนต้องมาร่วมมือกัน ช่วยกัน โดยเฉพาะผมเคยได้เสนอแนะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงผ่านไปทางท่าน พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ว่าให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมช่วยให้นักโทษทั้งหมด ทั่วประเทศไทยที่จะต้องได้รับการอภัยโทษเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเรามีพระชนมายุครบ ๗ รอบในปีนี้ ออกไปช่วยเหลือสังคม ทําอย่างนี้เพื่ออะไรครับ โดยเฉพาะเรื่องการเก็บขยะ กวาดขยะในขณะที่น้ําจะลดนี่ครับ ให้ภาพของผู้ที่จะถูกอภัยโทษ ต่าง ๆ นั้นได้เห็นว่าเขาทําความดีเพื่อสังคม เขาทําความดีเพื่อในหลวงของเรา ความรู้สึกของ ประชาชนที่เห็นภาพดังกล่าวนั้นก็จะทําให้ประชาชนของเรายอมรับว่าทุกคนมีเจตนาดี ในการช่วยเหลือสังคมแล้วเขาจะกลับมาเป็นพลเมืองที่ดีของเรา สิ่งนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะบอกว่าเป็นหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่จะต้องช่วยเหลือกัน ไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทย ไม่เฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่เฉพาะ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ทุกกระทรวง ทบวง กรม และทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต้องให้กําลังใจและร่วมมือกันทํางานอย่าง จริงจังในการแก้ปัญหาในครั้งนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในวันพุธที่จะถึงนี้ผมจะเชิญทาง ตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการ จะเชิญตัวแทนของกระทรวงยุติธรรม จะเชิญตัวแทนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประชุมเพื่อหารือแนวทางในการที่จะ ให้สภาเด็ก ในการที่จะให้ทางอาชีวศึกษา ในการที่จะให้ทางกรมราชทัณฑ์ได้มีโครงการ ในการที่จะช่วยเหลือสังคม ในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการที่มีปัญหาขยะ น้ําเสีย มากมายในช่วงนี้นะครับ ก็อยากจะเชิญประชุมว่าจะมีมาตรการในการดําเนินการอย่างไร ในฐานะที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านเด็กและเยาวชนของวุฒิสภาด้วย อีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากจะบอก มีคนแนะนํามาว่าขณะนี้ ฯพณฯ ได้ตั้งทีมในการที่จะแก้ไขปัญหา ประเทศชาติอยู่เรื่องน้ําท่วมในโอกาสต่อไปด้วย ผมขอกราบเรียนว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นปัญหาหนึ่งที่ทําให้ขวางทางน้ําที่จะลงไปทะเล มีคนแนะนําว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรัฐมนตรีคมนาคมก็ดี ควรวางแผนในการที่จะทําอุโมงค์ลอดใต้สนามบินสุวรรณภูมิด้วย ให้ใหญ่สมควรในการที่จะนําน้ําที่อยู่ด้านเหนือลงสู่ด้านใต้คือที่ทะเลของสมุทรปราการ ผมอยากจะถามว่าเราได้ประโยชน์ทั้งอาจจะใช้เป็นรันเวย์ (Runway) ก็ได้ อาจจะใช้เป็น พื้นที่อื่นก็ได้ ซึ่งขณะนี้เตรียมที่จะสร้างรันเวย์แห่งที่ ๒ ของสนามบินนี้อยู่แล้ว ก็อยากจะให้ ใช้โอกาสนี้สร้างช่องอุโมงค์ใหญ่ลอดใต้สนามบิน รวมทั้งลอดใต้นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะมีการแก้ไขอย่าให้ขวางทางน้ํา ก็จะเป็นการช่วยเหลือส่วนหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะบอกว่า มีเวลาน้อย มีเรื่องหลายอย่างที่ผมอยากจะพูดแต่ก็คิดว่าหมดเวลา ก็ขอกราบเรียน ฯพณฯ ด้วยความห่วงใยของพวกเราไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านเจตน์ ศิรธรานนท์

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ปัญหามหาอุทกภัยครั้งนี้ทุกคนรู้ว่ามันใหญ่หลวงมาก ก็มีคนกล่าวว่าตอนนี้เราไม่ควรจะไปหาถึงสาเหตุ เพราะว่าจะเป็นการทะเลาะกัน แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่ผมเห็นว่าเรื่องอย่างนี้เราก็ไม่รู้ว่าในอนาคตในปีหน้ามันจะเกิด น้ําท่วมอีก หรือภัยแล้งไม่มีใครบอกได้ แต่ว่าที่แน่ ๆ เราคงจะต้องรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราสามารถ ป้องกันได้หรือไม่ เพราะว่ามหาอุทกภัยคราวนี้เป็นประวัติศาสตร์ ประชาชนมากมายต้อง สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียรถรา บ้านช่อง ต้องอพยพจากบ้านไปอยู่ที่อื่น แม้กระทั่งต่างจังหวัด เหมือนกับบ้านแตกสาแหรกขาด นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งถูกน้ําท่วมเสียหาย หรือว่า จะต้องมีคนรับผิดชอบหรือไม่อย่างไร อาจจะมีคนแย้งว่าน้ําท่วมเป็นปกติ เพราะอุทกภัยใหญ่ เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น ในบังกลาเทศในปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๔๑ และปี ๒๕๔๗ ครอบคลุมพื้นที่ ตั้งแต่ร้อยละ ๖๐-๗๕ ของพื้นที่ประเทศ หรือปากีสถานในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีผู้เสียชีวิตถึง ๒,๐๐๐ คน มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจถึง ๔๓,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๑,๒๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่โครงสร้างของประเทศเหล่านี้รวมถึงภูมิประเทศก็แตกต่างจากประเทศไทยมากมาย เรามีเขื่อน แม้ว่าเราจะขาดเขื่อนแม่น้ํายม ซึ่งก็คงจะต้องมาทบทวนกันต่อว่าสมควรจะสร้างหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ระบบบริหารจัดการน้ําที่ผ่านมา เราก็คงจะต้องมาทบทวนว่าเรามีจุดบกพร่อง อย่างไรหรือไม่ รัฐบาลพูดตลอดเวลาว่า ๒ พี ๒ อาร์ ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลพูด ๒ พี ๒ อาร์ นี่เราสอบตกกันหมด เราเหลืออาร์เดียว อาร์สุดท้าย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ แต่งตั้งคณะกรรมการ ๒ ชุด ซึ่งผมจะพูดต่อไปในภายหลังนะครับ

ในเรื่องแรก การป้องกันและการเตรียมตัว รัฐบาลและ กทม. หายืม เครื่องสูบน้ําในเมื่อน้ําท่วมเกือบมิดศีรษะ ผมคิดว่าเรื่องของการเตรียมตัวเราบกพร่อง เราควรจะเตรียมตัวตั้งแต่ ๒-๓ เดือนก่อน เครื่องสูบน้ําเราก็ไม่ได้ตรวจสอบมันมีหลายแห่งที่ ชํารุด โดยเฉพาะใน กทม. นะครับ ในกรณีนี้ผมก็จะพูดรวม ๆ ทั้งของรัฐบาลและของ กทม. รวมไปด้วยกัน ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นข้อบกพร่องของทั้ง ๒ หน่วยงานนะครับ แล้วผมก็ไม่ทราบว่า การขุดลอกคูคลองที่ไม่ได้ทํา ซึ่งการขุดลอกคูคลองใน กทม. ก็เป็นหน้าที่ของ กทม. ซึ่งเราก็พบว่า หลายแห่งของคูคลองตื้นเขิน แม้กระทั่งกรมชลประทาน ซึ่งก็เป็นหน้าที่การขุดลอกของ กรมเจ้าท่าก็พบว่าการขุดลอกคูคลองไม่ได้ทํานะครับ แล้วขนาดของคูคลองก็เล็กมาก เล็กเกินไปนะครับ แล้วก็มีสิ่งกีดขวางทางน้ําอยู่มากมาย วัชพืช ผักตบชวาก็ไม่ได้ขุดลอกออก แล้วก็มีการรุกล้ําลําน้ําซึ่งรัฐบาลต่อไปคงจะต้องมีการดูแลในเรื่องนี้ แล้วก็ลักษณะคอขวด ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องแก้ การบริหารจัดการน้ําก็มีปัญหาว่าเขื่อนมีการกักเก็บน้ําไม่ปล่อย พร่องน้ําลงมาเพื่อประโยชน์สําหรับชาวนาหรือ กฟผ. ที่จะได้กําไรจากค่าไฟหรือไม่นะครับ ทําให้เกิดปัญหาน้ําล้นเขื่อนจนต้องถูกบังคับให้ปล่อยลงมาอย่างมหาศาลนะครับ แล้วก็ถูกกล่าวหาว่าบริหารน้ําผิดพลาด ความจริงการปล่อยน้ํานี่ขึ้นอยู่กับ คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ําที่มีรองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายส่งกําลังบํารุงเป็นประธาน และมีกรรมการอีก ๘ ท่าน ผมจะไม่กล่าวในที่นี้นะครับ ซึ่งก็มีทั้ง กฟผ. เป็นกรรมการอยู่ในที่นี่ด้วย แต่การที่ประธานเป็นคนของกรมชลประทาน จึงอาจอยู่ในอํานาจการเมือง ผมเสนอให้เปลี่ยนประธานเพื่อให้พ้นจากการเมืองนะครับ เพราะว่าในกรณีที่ระดับน้ําเข้าสู่ อัพเปอร์ รูล เคิร์ฟ (Upper rule curve) ตั้งแต่ ต้นเดือนกันยายน ยกเว้นเขื่อนสิริกิติ์น้ําขึ้นถึงร้อยละ ๘๒.๙๖ ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๓ สิงหาคม จนเจ้าหน้าที่ กฟผ. ต้องขออนุญาตปล่อยน้ําวันละ ๔๕ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ไม่ได้รับอนุมัติจากอนุกรรมการ ซึ่งถือว่าไม่ผิดปกติอาจจะถือว่าไม่ผิดปกติ เพราะเป็นเพียง ๓ วันสําหรับการที่จะเก็บเกี่ยวข้าว แต่เมื่อเรามาทบทวนตรงนี้เราเห็นว่ามันเป็นข้อที่เสียหาย มากกว่านาข้าวที่เราปล่อยให้เก็บเกี่ยวในช่วง ๓ วันนั้นเพราะว่าปริมาณน้ําอีก ๔๕ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นปริมาณน้ําที่สามารถลดไปจากปัญหามหาอุทกภัยในครั้งนี้ได้ อย่างน้อยก็เล็กน้อย เพราะว่าจนถึงต้นเดือนตุลาคม กฟผ. จึงถูกบังคับให้ปล่อยน้ําเพราะว่า น้ําล้นสปิลล์เวย์แล้ว จึงทําให้ระดับของอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงใหญ่หลวงมากนะครับ สําหรับการบริหารจัดการแผนอุทกภัยผมจะข้ามไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้รัฐบาลทํา ก็คือว่ารัฐบาลร่วมกับ กทม. จะต้องจัดทําระดับน้ําทะเลกลางให้ละเอียดมากขึ้น เผยแพร่ ทางเว็บไซต์นะครับ เพราะว่าชาวบ้านเขาอยากจะรู้ว่าระดับบ้านที่ตัวเองอยู่นี่สูงแค่ไหน แล้วก็ขณะน้ําท่วมแล้วก็จะท่วมถึงแค่ไหน ซึ่งถ้าหากว่าเรามีมาตรฐานคือระดับ รทก. เราก็อาจจะบอกตรงนี้ได้ ท่านประธานครับ ขออีกนาทีเดียวครับท่าน ในเรื่องของหลังน้ําลด รัฐบาลทําถูกต้องที่สร้างคณะกรรมการ ๒ ชุดขึ้นมานะครับ ผมคิดว่าในคณะกรรมการชุดแรก คณะยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศหรือ กยอ. ซึ่งมีดอกเตอร์วีรพงษ์ เป็นประธาน เป็นแนวคิดที่ผมเห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ ทั้งในและนอกประเทศนะครับ เช่นเดียวกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการน้ํา ที่มีดอกเตอร์สุเมธเป็นที่ปรึกษา แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เป็นประธาน ผมคิดว่าตรงนี้แหละครับคือวิกฤติเป็นโอกาส เพราะว่าสิ่งที่เราพูดกันมาตลอดเวลาเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผนแม่บท เรื่องจัดหาน้ําต้นทุนเพิ่ม เรื่องปฏิรูปองค์กร เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ํา เรื่องของร่าง พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ํา เรื่องของกองทุนน้ํา เรื่องของผู้ใช้ต้องรับภาระจ่ายค่าบริการ ทั้งหมดนี่มันเป็นข้อเสนอปี ๒๕๔๓ ในหัวข้อ พัฒนาลุ่มน้ําเจ้าพระยา จัดทําโดยสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ประเด็นอยู่ตรงที่ ว่ากรรมการ ๒ ชุดทํางานเสนอท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทําครับ ไม่ใช่ว่า ติดขัดเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วก็ปล่อยไป เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ๒ ชุดนี้แล้ว ผมเชื่อว่าความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ความเชื่อมั่นของคนไทยทั้งประเทศจะกลับคืนมา แล้วก็วิกฤติเรื่องของน้ําซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ําท่วมหรือภัยแล้วในอนาคตข้างหน้าจะ ได้รับการแก้ไขอย่างบูรณาการ อย่างสมบูรณ์แบบ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่สําคัญ อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะต้องรับรองกับสภาว่าสิ่งที่ กรรมการ ๒ ชุดเสนอท่านจะทําถ้าหากว่าทําได้ ตรงนี้คือความเชื่อมั่น ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุดท้ายของวุฒิสภา ท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ เชิญครับ

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนอภิปรายในเรื่องของน้ําท่วมนะครับ ก่อนอื่น ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาเป็นพิเศษ ได้อนุญาตให้ผมได้พูดในวันนี้ รวมทั้งกราบขอบคุณฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้กรุณาเปิดอภิปรายใน วันนี้ ที่จริงแล้วผมเองได้รวบรวมรายชื่อซึ่งได้รับความกรุณาจากเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาอีก ๙๘ ท่าน ได้ร่วมกันเสนอญัตตินี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะขอให้คณะรัฐมนตรีนี้เปิด เพื่อรับฟังความคิดเห็น ที่จริงแล้วในท้ายจดหมายผมเขียนไว้ค่อนข้างชัดนะครับ คือขอให้ ท่านรัฐมนตรีโปรดพิจารณาใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๙ ในการแจ้งไปยังประธานรัฐสภาเพื่อขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อระดมความคิด แนวทาง และความร่วมมือร่วมใจ โดยไม่มีการถือฝักถือฝ่ายเพื่อเยียวยาแก้ไขปัญหา รวมทั้งฟื้นฟูประเทศไทยให้กลับมายิ่งใหญ่ และเจริญรุ่งเรืองเพื่อประโยชน์ของชาติอันเป็นที่รักของพวกเรา อันนี้คือเจตนาที่ได้นําเสนอ แต่บังเอิญไม่ได้มีการกล่าวถึงตรงนี้ ก็เลยทําให้ที่ประชุมเมื่อวานนี้ก็มีความไม่เรียบร้อย เกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วอยากจะกราบเรียนนะครับว่าอันนี้เป็นเจตนาที่อยากจะให้ คณะรัฐมนตรีได้ฟัง กระผมเองมี ๒ เรื่องที่เป็นเรื่องด่วนที่คิดว่ารอการตัดสินใจของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการดําเนินการแก้ไขปัญหาที่กําลังรอ ขออนุญาต ท่านประธานนําแผนที่ที่ได้ขออนุญาตเมื่อวานแล้วนะครับ ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ

ในเรื่องแรกคือเรื่องน้ําที่กําลังจะส่งลงสู่อ่าวไทยนั้น ประเด็นปัญหาที่กังวล อย่างยิ่งก็คือว่า มวลน้ําที่มีอยู่ด้านบนประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ว่า บางส่วนลงทะเลไปแล้ว และที่เหลือก้อนใหญ่ยังไม่ได้ลงทะเลนั้น ความกังวลที่สําคัญก็คือเรื่องของ น้ําเน่าครับ คือถ้าน้ําเน่าไหลลงทะเล อันนี้คืออ่าวไทย ก นะครับ แล้วก็มีแม่น้ําเจ้าพระยา แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําบางประกง ๓ สายนี้ที่จะมีน้ําเน่าลงไปในทะเล และท่านลองคิดดู อันนี้อ่าวไทย ก นะครับ ความกว้างประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร แล้วอ่าวไทย ก นี้เป็นอ่าวปิดที่มีความสําคัญในเรื่องของพันธุ์สัตว์น้ํา เรื่องของความหลากหลาย ทางชีวภาพ และทุกท่านลองคิดดูนะครับ ถ้าน้ําเน่าไหลลงไป แล้วหน้านี้ ฤดูกาลนี้คือ ฤดูหนาวที่จะมีลมเหนือ เส้นสีแดงนี่นะครับ ที่ลมเหนือจะพัดจากบกลงทะเล ในขณะเดียวกันมีลมตะวันออกพัดจากทะเลขึ้นมา ฉะนั้นน้ําก็จะวนในอ่าวไทย ท่านลองคิดดูสิครับน้ําเน่าลงไปประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วไปหมุนอยู่ ตรงนี้นะครับ พันธุ์สัตว์น้ําทั้งพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ลูกหลานเหลนตายหมด อันนี้คือ ประเด็นปัญหาที่อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่าขอฝากท่านได้กรุณามีบัญชาให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปดูแลเรื่องของการกําจัดน้ําเน่านี้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยลงทะเลไป ผมคิดว่าใช้เวลาอย่างน้อย ๕ ปีในการฟื้นฟูอ่าวไทย ซึ่งไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ขอความกรุณา ช่วยพิจารณาในส่วนนี้ อันนี้คือเรื่องสําคัญที่อยากจะกราบเรียน

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการจราจรในการลงภาคใต้ อยากจะกราบเรียนว่า เส้นสีน้ําตาลตรงนี้คือถนนพระราม ๒ วันนี้พระราม ๒ ยังไม่น้ําท่วมนะครับ ยกเว้นบางส่วน ทางด้านฝั่งตะวันตกของสมุทรสาครจะมีน้ําทะเลหนุนบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ยังใช้ จราจรได้ อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี พลเอก ประชา ด้วยว่า การที่ถนนพระราม ๒ ยังไม่ทันท่วมนะครับ ท่านบอกท่านจะทิ้งแล้ว แต่ไปเปิด ๓๔๐ ซึ่งใช้ระยะทางอีก ๓๐๐ กิโลเมตร ทั้งที่ถนนพระราม ๒ มีจุดอ่อนอยู่ ๒ จุด ครับ จุดที่ ๑ คือจุดบริเวณกรุงเทพฯ กับสมุทรสาคร คือมีช่วงทางรถไฟ แล้วต่อเนื่องกับถนนที่อยู่ ระดับต่ําประมาณสัก ๒-๓ กิโลเมตร แล้วก็ฝั่งตะวันตกของสมุทรสาครนะครับ ด้านนี้จะมี จุดต่ําบริเวณคลองสุนัขหอน ก็มีจุดบอดอยู่ ๒ จุดเท่านั้นเอง ถ้าท่านจะช่วยกันรักษา ผมคิดว่าถ้าระดมสรรพกําลังไปดูแล ไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็นเลยครับ แต่ไม่ใช่ว่าตอนนี้ ก็ปล่อยตามยถากรรมไป แล้วก็บอกว่าไปกู้ ๓๔๐ ขึ้นมาแทนนะครับ ผมขอฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกรุณาดูตรงนี้ด้วยว่า ถ้าเราเซฟ (Safe) พระราม ๒ ได้ทําไมไม่ทํา นะครับ ผมคิดว่าตรงนี้สําคัญที่จะไม่ต้องเสียระยะเวลาในการเดินทางอีก ๓ ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น อีก ๓๐๐ กิโลเมตรนะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะนําเสนอในแผนที่ตรงนี้ด้วยก็คือว่า ขณะนี้น้ําท่วม สมุทรสาครลงมาไล่เป็นรายวันตามสีต่าง ๆ ขณะนี้มาถึงจุดที่อยู่ห่างตัวเมืองประมาณ ๑๐ กิโลเมตร คิดว่าในอาทิตย์นี้น่าจะถึงแล้วขอความกรุณาท่านว่า ในตรงนี้ถ้าจะทําเป็น ฟลัดเวย์ชั่วคราวเพื่อเอาน้ําลงทะเลโดยเร็ว ผมคิดว่าตรงนี้ความเป็นไปได้สูง ขออีกนาทีหนึ่งครับท่าน เพื่ออธิบายให้เห็นว่าตรงนี้นะครับ มีคลองสี่วาพาสวัสดิ์อยู่นะครับ แล้วก็มีถนนซึ่งถ้าตรงนี้แทรกถ้ากั้นบิ๊กแบ็กข้างบนร่วมกับถนนเอกชัยตรงนี้ แล้วเปิดช่องตรงนี้ เป็นช่องรถไฟที่มันเปิดอยู่แล้วนะครับ ทําเป็นฟลัดเวย์ โดยเสริมคันดิน ๒ ข้างทางลงไป ผมเชื่อว่าตรงนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ ๓ อย่างด้วยกัน ๑. ก็คือว่าเป็นการรักษา ถนนพระราม ๒ ให้ใช้จราจรได้ต่อไป ๒. ก็คือว่าจะเป็นการทําให้เมืองสมุทรสาครน้ําท่วม น้อยลงนะครับ แล้วก็ ๓. ก็คือว่านําเปิดโอกาสให้นําน้ําที่อยู่ด้านบนที่ท่วมขังถึงพุทธมณฑล ถึงนนทบุรีสามารถออกสู่อ่าวไทยได้ อันนี้ผมได้ทําหนังสือ เมื่อวานนี้ได้ฝากหนังสือท่านเลขา ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านหรือเปล่า ขอให้ท่าน ลองไปดูตรงนี้นิดหนึ่ง แล้วรีบสั่งการ เพราะว่าขณะนี้ยังมีเวลาที่จะเซฟพระราม ๒ ได้ แล้วก็เซฟ อ่าวไทยได้ ขอความกรุณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านที่จะอภิปราย ท่านสุดท้ายครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสายไหม สมาชิกรัฐสภา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารครับ กระผมขออนุญาตใช้เวลาของสภาสั้น ๆ ครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง กรณีที่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ได้นําคลิปวิดีโอที่มีรายละเอียดเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ ระดมกําลังกันเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตสายไหมของผมนะครับ โดยได้ลําเลียง ถุงยังชีพของรัฐบาลลงจากรถลําเลียงของทหาร เพื่อนําไปพักเก็บไว้ในสํานักงานของผม ซึ่งก็ดํารงตําแหน่งในรัฐบาล ในฐานะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้ทําหน้าที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครับ ท่านสมาชิกได้อธิบายจากภาพวิดีโอ ที่ถูกบันทึกเอาไว้เสมือนว่าผมแล้วก็ข้าราชการที่กําลังร่วมมือกัน รวมถึงอาสาสมัครกําลัง ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่นั้นทําเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ จากการชี้แจง ดังกล่าวนั้นกระผมเห็นว่าอาจสร้างความเข้าใจผิด ให้กับพี่น้องประชาชนที่รับชม การถ่ายทอดอยู่ ไม่ใช่เฉพาะจะเข้าใจผิดกับผมครับ แต่ก็จะเข้าใจผิดกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ที่มีทั้งตํารวจและทหารนะครับ รวมไปถึง พี่น้องประชาชนที่เขาช่วยเหลือพี่น้องกัน ดังนั้นผมจึงขออนุญาตได้ชี้แจงผ่านท่านประธาน ไปยังพี่น้องประชาชนว่าภาพวิดีโอที่ปรากฏตามที่ท่านสมาชิกได้นํามาเสนอนั้น เป็นการ ร่วมมือร่วมใจกันของรัฐบาลในการที่จะนําถุงยังชีพมาบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน ในเขตสายไหม การดําเนินการดังกล่าวนั้นก็กระทํากันอย่างเปิดเผยครับ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งตํารวจ ทั้งทหาร มีพี่น้องประชาชน มีอาสาสมัครมาร่วมกัน คนละไม้คนละมือเพื่อช่วยพี่น้องชาวสายไหม ซึ่งถ้าใครได้ติดตามข่าวสารก็จะพบว่าในพื้นที่ ของผมนั้นประสบอุทกภัยในทุก ๆ พื้นที่ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ดังนั้นถ้าท่านจะกรุณา ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดครับ จะพบว่าหลังจากนั้นก็มีการนําถุงยังชีพดังกล่าวไปมอบให้ถึงมือ ของพี่น้องประชาชน มีการบันทึกภาพนะครับ การดําเนินการในลักษณะดังกล่าวที่ท่านนํามา เปิดกันในสภานั้นก็ดําเนินการมาตั้งแต่พี่น้องได้เริ่มประสบอุทกภัยจนถึงวันนี้ครับ สิ่งของ บรรเทาทุกข์ก็ไม่ได้มีเฉพาะถุงยังชีพของรัฐบาลครับ แต่ก็มีจากทั้งของภาคเอกชนก็ดีนะครับ ครัวรัฐบาลที่ทําโดยจังหวัดเชียงรายก็เข้าไปช่วยกัน ภาคเอกชนก็ระดมสรรพกําลังกัน ในการที่จะไปช่วยชาวสายไหมที่ประสบภัยครับ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตชี้แจงครับ ไม่ใช่ เพื่อผมเองครับ แต่เพื่อเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่ออาสาสมัครทุกคน เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ร่วมกันทํางานกันอย่างหนักครับ ดังนั้นเพื่อความถูกต้องและชัดเจนก็ขออนุญาตชี้แจง เพื่อทําความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวตามนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ กระผมเองก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะทางซีกวุฒิสภาที่ได้ให้คําแนะนําไว้ในเรื่องที่เป็นข้อมูลที่สามารถที่จะนําปฏิบัติได้ ในหลายประการนะครับ แต่ในส่วนประเด็นของท่านวุฒิสมาชิกในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่ได้ กล่าวถึงประเด็นว่า ศปภ. นั้นอาจจะทํางานไม่เป็นเอกภาพ กระผมใคร่ที่จะขอกราบเรียน ชี้แจงนะครับว่า ศปภ. นั้นเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานพิเศษ โดยคําสั่งของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ตั้งขึ้นใหม่ กําหนดให้เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี รูปแบบและโครงสร้าง ในการจัดตั้งองค์กรนี้ หน่วยงานนี้ เป็นรูปแบบของการทํางานที่มุ่งสู่การบูรณาการ เป็นการ บูรณาการที่เบ็ดเสร็จในทุกขั้นตอนครับ บูรณาการตั้งแต่ในเรื่องของการสั่งการ บูรณาการ ตั้งแต่ในส่วนของการอํานวยการนะครับ และบูรณาการในส่วนของการปฏิบัติการ ตลอดจน บูรณาการในส่วนของการสนับสนุน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรัฐมนตรีครับ ขออภัยครับ มีผู้ประท้วงครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

อีกประเด็นได้ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ผมขอให้ข้อมูลถนนที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับพระราม ๒ ได้ไหมครับ นิดเดียวครึ่งวินาทีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครึ่งนาทีก็จะจบแล้วนะครับ

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ครึ่งวินาทีครับ ถนนหมายเลข ๒ ยังใช้ได้อยู่นะครับ ณ วันนี้ แต่ถ้าหมายเลข ๒ ขัดข้องนะครับ วันนี้เราจะพยายามกู้ถนนหมายเลข ๙ และหมายเลข ๓๔๐ ให้เสร็จ เพื่อที่จะได้ลงสายใต้ได้ แต่ถ้ายังไม่แล้วเสร็จในวันนี้ก็มีช่องทางหนึ่งนะครับที่ขอนําเรียนว่า เราไปทางสายเอเชียหมายเลข ๓๒ เมื่อถึง กม. ที่ ๕๐ แยกเข้าอ่างทอง จากอ่างทอง เลี้ยวซ้ายเข้าอําเภอวิเศษชัยชาญ จากวิเศษชัยชาญเลี้ยวเข้าหมายเลข ๓๔๐ เข้าจังหวัดนครปฐมครับ อันนั้นเป็นเส้นทางสํารองอีกเส้นทางหนึ่งที่เรากําหนดไว้ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่าน ท่านมีอะไรครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ ท่านมีเวลา ๔๓ นาที เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ครับว่าการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภานั้นก็ถือเป็นการใช้กระบวนการ ในวิถีทางของประชาธิปไตย และระบบรัฐสภาในการที่จะระดมความคิดเห็นจากผู้แทนของ ปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา และรัฐบาลก็ได้ ให้พวกเราได้มีโอกาสอภิปรายกัน วันนี้ก็ถือว่าต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนในเบื้องต้นก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดหลายครั้งครับว่าในสถานการณ์ อย่างนี้อยากจะเห็นการเมืองที่มีความสร้างสรรค์ กระผมก็อยากจะยืนยันกับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกผ่านไปถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่กระผมทําหน้าที่ เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมตระหนักถึงความทุกข์ยากและความยากลําบากของเจ้าหน้าที่ด้วยที่จะต้องทํางานแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน และในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีผมเข้าใจคนทํางานครับ ว่าไม่มีใครหรอกอยากจะให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นในบ้านเมืองของเรา แล้วก็เชื่อว่า ทุกท่านก็ต้องพยายามทุ่มเทอย่างดีที่สุดในการที่จะแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์ผ่านพ้นไป แต่ต้องกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่เคยมียุคไหนนะครับที่ฝ่ายค้านตั้งใจช่วยงาน ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเท่ากับยุคนี้ครับ กระผมถูกโจมตีต่อว่าต่อขานจากหลาย ๆ ฝ่าย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วในสถานการณ์อย่างนี้กระผมเองกลับเป็นฝ่ายที่หลีกเลี่ยงในการที่จะ วิพากษ์วิจารณ์อะไร แล้วก็จะเป็นการไปบั่นทอนการทํางานของรัฐบาลในยามอย่างนี้ ก็อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบนะครับว่าพวกเราทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายค้านไม่ได้ มีกลไกเครื่องมือของราชการ ก็ต้องขอความอนุเคราะห์บ้างในบางเรื่องบางครั้ง แต่ก็ได้ ระดมกําลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพี่น้องประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็น่าดีใจว่ามีคนที่มี จิตอาสาเยอะ โดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาวแล้วก็คนที่มีกําลัง ไม่ว่าจะเป็นกําลังทรัพย์ หรือกําลังทางด้านอื่น ๆ เราก็ได้ระดมแล้วก็ออกช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อย่างต่อเนื่อง มีการเชิญชวนคนมาจัดทําถุงยังชีพกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรีสุเทพริเริ่มโครงการที่ไปทําครัว ปัจจุบันก็ประมาณเกือบ ๒๐ แห่งทุกวัน นะครับอย่างต่อเนื่อง เราจัดทําโครงการน้ําล้านขวดในช่วงที่เราทราบว่าน้ําดื่มกําลัง ขาดแคลนก็ไประดมมาจากที่ต่าง ๆ เพื่อออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วก็ล่าสุดก็คือ ปัญหาการสัญจรไปมา เราก็ได้จัดทําโครงการที่เราเรียกว่า ประชาชนเดินหน้าอาสาพาไป ระดมรถสูงที่จะผ่านพื้นที่ที่น้ําท่วมสูง รถเล็กผ่านไม่ได้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในการสัญจร ตัวกระผมเองนั้นได้ทําหน้าที่นอกจากในการบริหารจัดการโครงการเหล่านี้ ก็ออกไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชน ที่จริงต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับว่า โฆษกของท่านนี่วันที่ผมไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนมาตําหนิผมด้วย บอกไปทําไม ไปสร้างภาพหรืออย่างไร แต่ผมก็ไม่เคยย่อท้อ ผมไปหลายพื้นที่ก็ยังเจอคนที่มาปลุกระดม ที่จะมาต่อต้าน แต่ส่วนใหญ่ในที่สุดก็ถูกชาวบ้านนั่นละครับต่อต้านอีกทีแล้วก็กลับไป แต่ผมก็ไม่ย่อท้อ เพราะผมถือว่าผมต้องทําหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ผมไปมาตั้งแต่วันที่สุโขทัยน้ําท่วมสูงซ้ําซาก เยี่ยมพี่น้องที่นั่นที่พิจิตร ที่พิษณุโลก ที่นครสวรรค์ เกิดดินถล่มที่อุตรดิตถ์ก็ไปครับ แล้วก็ไล่ลงมาทุกจังหวัดเลยครับ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี แล้วก็แน่นอนกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นยังไปปราจีนบุรีในช่วงที่น้ําท่วม ไปอุบลราชธานี ในช่วงที่น้ําท่วม แล้วก็ไปจังหวัดพังงาด้วยครับ ซึ่งก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีปัญหาน้ําท่วมเหมือนกัน ที่กราบเรียนมานี่ก็เพื่อจะยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายค้าน แต่พวกเราก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบครับ ผมเสนอแนะด้วย พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบด้วยในกรณีที่การบริหารจัดการอาจจะมี ความผิดพลาดบกพร่อง แล้วก็ที่สําคัญที่สุดในกรณีที่เกิดความไม่โปร่งใส นอกจาก ออกเยี่ยมเยือนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้ว ท่านประธานถ้าติดตามข่าวสารนะครับ ก็จะทราบว่าผมให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเป็นระยะ ๆ ผมไปลงพื้นที่ว่าตามจริงแล้ว ถ้าอยากจะฉวยโอกาสทางการเมืองไม่ยากหรอกครับ เพราะสถานการณ์อย่างนี้ใครจะช่วย พี่น้องประชาชนอย่างไรก็ตามก็ต้องมีความไม่พอใจอยู่ดี เพราะมันมีความเดือดร้อน แต่ผมไม่เคยหยิบเอาเรื่องเหล่านั้นมาเพื่อจะฉวยโอกาสทางการเมือง วันที่ผมไปนครสวรรค์ ผมยังไปเขตเลือกตั้งที่มีเพื่อน ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยครับ ท่านก็ดีครับลงพื้นที่กับผม ท่านก็จะยืนยันได้ครับว่าผมไปที่ไหนไม่เคยเอาไปใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่ตั้งใจที่จะ ช่วยทํางาน และข้อเสนอแนะที่เราได้ทํามาเป็นระยะ ๆ นี่บางเรื่องท่านก็รับไปดําเนินการ ทันกาลบ้าง ช้าไปบ้าง หรือบางเรื่องท่านก็ไม่เห็นด้วยก็ไม่ดําเนินการ ผมก็เคารพ เพราะถือว่าเป็นสิทธิของฝ่ายบริหารที่จะตัดสินใจ ผมยกตัวอย่างว่าในช่วงแรกในภาคเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวมาก และภาคกลาง ชาวบ้านกังวลมากเรื่องข้าวเสียหาย และรัฐบาลก็ไปมีนโยบายที่จะยกเลิกโครงการประกันรายได้ ที่สุดผมก็ต้อง ทําเป็นหนังสือยื่นถึงท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าขอให้พิจารณาในเรื่องของการจ่ายเงิน ส่วนต่าง ซึ่งต่อมาก็ดูเหมือนจะมีมติคณะรัฐมนตรีที่ยอมรับหลักการว่าจะมีการชดเชยให้ได้ ให้พี่น้องประชาชนมีทางเลือก แต่จนถึงวันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่ายังไม่ค่อยชัดเจนนักว่า ในทางปฏิบัติจะดําเนินการอย่างไร นี่ก็เป็นตัวอย่าง ช่วงแรกที่มีการบริหารจัดการยังไม่ได้ มีการตั้ง ศปภ. ผมก็เสนอแนะครับ ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการตั้งลักษณะขององค์กรที่เป็น องค์กรเฉพาะกิจ ท่านนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะบัญชาการหรือกํากับดูแลได้ใกล้ชิด ทํางาน ๒๔ ชั่วโมง สื่อสารกับพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ปัญหา ต่อมาผมก็เสนอแนะครับ แต่ตรงนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลอาจจะไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผลอะไรผมไม่ทราบนะครับว่า เมื่อมีศูนย์ในส่วนกลางแล้ว ท่านคิดถึงการของการตั้งศูนย์จังหวัดบ้าง มอบหมายรัฐมนตรีไปบ้าง แต่สิ่งที่มันขาดพอกระผมเตือนว่าเห็นน้ําที่ภาคเหนือตอนต้นก็เตือนเอาไว้นะครับว่า มันจะลงมาแล้วก็เป็นปัญหาในภาคกลาง หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานครว่าจะต้องมีศูนย์ ที่เราเรียกว่าส่วนหน้า ที่จะประสานงานทั้งในแง่ของการให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทํางานร่วมกับท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด แล้วก็ขณะเดียวกันนั้นสามารถที่จะเป็นจุดเชื่อม การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เพราะผมเชื่อครับว่าเพื่อน ส.ส. ก็ดี ส.ว. ก็ดี เวลาไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมีประสบการณ์เดียวกันครับ คือบางทีด้วยความหวังดี เราก็ไปครับ แต่เราไปได้ตามกําลังของเรา แล้วพอไม่มีจุดที่จะเชื่อมที่จะประสานบางครั้ง เราจะไปพบกันเองครับ ทุกคณะที่จะไปช่วยเหลือในพื้นที่ไปที่เดียวกันหมดครับ แต่อีกหลายพื้นที่ไม่มีใครเข้าไปถึง อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดจากการที่เราขาดจุดเชื่อม ที่จะทําให้การระดมกําลังซึ่งทุกฝ่ายในสังคมของเรากําลังทํากันอยู่มันมีประสิทธิภาพอย่างที่ ควรจะเป็น วันที่ผมไปเยี่ยม ศปภ. ผมก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาใหญ่ ที่จะต้องคิดก็คือปัญหาเรื่องการอพยพคน ไม่ใช่เพียงเฉพาะการมีศูนย์พักพิงหรอกครับ แต่ระบบการอพยพ ซึ่งน่าเสียดายว่าจนถึงวันนี้ต้องยอมครับว่าพี่น้องประชาชนเองซึ่งอยู่ใน พื้นที่ที่มีความเสี่ยงก็จะได้รับการประกาศเพียงแต่บอกว่าให้อพยพ แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีใครไปอํานวยความสะดวก จะให้ไปที่ไหน จะให้ความมั่นใจ เขาได้อย่างไรในเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน บ้านเรือน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักเลยครับที่คน ไม่ยอมอพยพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุก็จะยิ่งมีความรู้สึกว่าจําเป็นจะต้องอยู่ ดูแลบ้านเรือน ซึ่งสุดท้ายเราจะเห็นภาพหลายครั้งครับ ไล่ลงมาตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาจนถึงกรุงเทพมหานคร ที่หลายคนมาบอกว่าพอถึงเวลาที่จะตัดสินใจออก ออกลําบากแล้ว ออกยากแล้ว และเราก็จะได้รับการร้องขออยู่ตลอดเวลาว่าทําอย่างไรจะมีคนเข้าไปช่วยพา ออกมาบ้าง หรือไปส่งข้าวส่งน้ําให้ ซึ่งระบบเหล่านี้ก็ทําให้เกิดปัญหาขึ้น

กระผมกราบเรียนครับว่ามีเพื่อนสมาชิกพยายามพูดในมุมการเมืองเรื่องของ ข้อเสนอแนะที่กระผมพูดเสมอว่าให้ใช้กฎหมายพิเศษ ความจริงผมไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็น พ.ร.ก. ปี ๒๕๔๘ ละครับ มีกฎหมายพิเศษหลายฉบับซึ่งอาจจะมีความจําเป็นที่จะต้อง ดําเนินการ ที่เราพยายามสร้างเป็นประเด็นทางการเมืองว่าเป็นเรื่องเผด็จการ ไม่เผด็จการ บังคับ ไม่บังคับ เอาปืนไปยิงใคร อะไรอย่างไร ไม่มีหรอกครับ ไม่ได้มีข้อเสนอแนะ อย่างนั้นเลย แต่พวกกระผมจําได้ว่าวันที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณมาเสนอ พ.ร.ก. ต่อสภาเมื่อปี ๒๕๔๘ รัฐมนตรีบางท่านก็ลุกขึ้นชี้แจงว่ากฎหมายแบบนี้ไม่ได้ใช้ไปปราบคน แต่ใช้เพื่อที่จะดูแลสถานการณ์หลายสถานการณ์ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติภัยธรรมชาติด้วย วันก่อนท่านรัฐมนตรีชี้แจงในสภานี้ วันสองวันนี้ท่านยังบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาวะฉุกเฉิน การประกาศภาวะฉุกเฉินไม่ได้แปลว่าเป็นเผด็จการนะครับ เพียงแต่เป็นการจัดระบบ การบริหารราชการแผ่นดินให้มีความกระชับ มีการให้อํานาจ ให้ความคุ้มครอง แล้วก็สิทธิประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อที่จะให้การบริหารจัดการนั้นมันมีประสิทธิภาพ ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมกราบเรียนว่าเราจําเป็น กระผมจะได้กราบเรียนเพิ่มเติมต่อไป เพราะว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นหัวใจของการเดินไปข้างหน้า

สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก่อนที่จะไปถึงการประเมินทั้งในอดีต แล้วก็การนําข้อเสนอแนะสําหรับอนาคตก็คือขอกราบเรียนเรื่องปัจจุบันสักนิดหนึ่งนะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะหลัก ๆ ที่พูดกันถึงนะครับ จะมาเตรียมการเรื่องการฟื้นฟู จะมาเตรียมการเรื่องการดําเนินการลงทุนสําหรับอนาคต ดีแล้วครับ ผมไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัวบุคคลหรืออะไรนะครับ เพราะว่าดูในรูปแบบ ก็เหมือนกับว่าต้องการให้เป็นคณะกรรมการซึ่งห่างออกมาจากทางฝ่ายการเมือง ก็ต้องให้ท่านเหล่านี้เดินหน้าทํางานครับ แล้วเราก็จะต้องช่วยกัน ช่วยงานท่านด้วย แล้วก็ช่วยติดตามการทํางานของท่านด้วย แต่ในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีวันนี้นี่ครับ สมาธิยังจะต้องอยู่กับการบริหารจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า อย่าเพิ่งไปเน้นเรื่องที่ว่าจะไปวาดฝันอะไรสําหรับอนาคตครับ แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าวันนี้ ก็มีตั้งแต่แนวรบที่เป็นแนวหน้าที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อย่างน้อย ๆ ๓ ส่วนครับ ฝั่งธนบุรีนั้น ท่าน ส.ว. ได้พูดไปแล้วนะครับ และจะเกี่ยวกันไปเรื่องของเส้นทางที่จะลงไปทางภาคใต้ ซึ่งกระผมก็กราบเรียนว่าก็ควรจะพยายามดําเนินการป้องกันพระราม ๒ เท่าที่ทําได้นะครับ ท่าน ส.ว. ท่านก็มีข้อเสนอ แต่ผมก็อยู่กับความเป็นจริงครับว่าน้ําในฝั่งธนบุรีในครั้งนี้อาจจะ เกินกําลังที่จะป้องกันได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐบาลก็บอกว่าจะไปกู้เส้นทางตรงบางบัวทอง กระผมก็กราบเรียนว่าความจริงท่านน่าจะพิจารณากรณีของถนนบรมราชชนนีด้วยนะครับ เพราะว่าตรงนั้นมันเป็นถนนสายหลักอยู่แล้ว แล้วก็ถ้าสามารถมาถึงจุดที่ขึ้นทางลอยฟ้าได้ ก็น่าจะสามารถใช้การได้ดี ก็กราบเรียนว่าลองพิจารณาดูว่าความเป็นไปได้จะทําได้เมื่อไร อย่างไร ในขณะที่พระราม ๒ อาจจะมีปัญหา

แนวที่ ๒ ก็คือว่าทางฝั่งตะวันออก บางชัน ลาดกระบัง ซึ่งตรงนี้ครับ ก็เห็นความพยายามหลาย ๆ ฝ่าย แล้วความรับผิดชอบก็จะครอบคลุมไปถึงหลายกระทรวง โดยเฉพาะถ้ามีนิคมอุตสาหกรรมก็กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องเข้าไปดูแลด้วย ก็ต้องเข้าไปช่วยกันเต็มที่ครับ เรื่องเครื่องสูบน้ํา หรือแนวทางในการ ป้องกันต่าง ๆ

และในแนวที่ ๓ นี่ครับ ที่ขณะนี้คลองบางซื่อกําลังสกัดน้ําไม่ให้เข้ามา ในเขตชั้นใน ก็จะเห็นได้ชัดครับว่า การต่อสู้ตรงนี้อยู่ในลักษณะที่ทรงตัวนะครับ ยังไม่ชัดเจนว่า จะทําให้น้ําลดได้ แต่ขณะเดียวกันน้ําก็ยังไม่รุกคืบเข้ามา เห็นได้ชัดว่าถ้าเครื่องสูบน้ําทํางาน ได้เต็มที่ก็มีแนวโน้มดีขึ้น แต่บางช่วงเครื่องก็ต้องพักน้ําก็จะเอ่อขึ้นมาอีก และขณะนี้ก็เริ่มมี น้ําผุดขึ้นตามท่อ แล้วก็จะไปพันกับแนวป้องกันที่ท่านใช้กระสอบยักษ์นั่นแหละครับว่า จะสกัดกั้นน้ําเข้ามาได้หรือไม่อย่างไร กับในวันนี้เช้าวันนี้ก็จะเห็นครับว่าน้ําในแม่น้ําได้รับ อิทธิพลจากการหนุนสูงของทะเล เพราะฉะนั้นพื้นที่ใกล้เคียงกับแม่น้ําก็ได้รับผลกระทบครับ หลายพื้นที่หลายเขตวันนี้ก็ได้มีการรายงานมาแล้วว่าน้ําขึ้นมา ที่กราบเรียนก็คือว่าประเด็น อย่างนี้ครับ ยังเป็นประเด็นที่ท่านต้องให้ความสําคัญสูงสุด เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ สถานการณ์ที่แท้จริง แล้วกรุงเทพมหานครกับทุกหน่วยงานนี่ครับต้องร่วมมือกัน ขาดเหลือ อุปกรณ์อะไร อย่างไร ก็ต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ครับ กระผมกราบเรียนว่าวันนี้กรุงเทพมหานคร ท่านผู้ว่าไม่คิดเล่นการเมืองอะไรหรอกครับ เพราะท่านก็ต้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน อยู่แล้ว ขอความกรุณาครับว่าพยายามที่จะทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพราะขั้นตอน หลังจากนี้ เมื่อน้ําท่วมขังก็คือการระดมหาทางที่จะสูบน้ําหรือเอาน้ําออกไปลงทะเล ซึ่งจะมี อุปสรรคเยอะครับในทางน้ําตามคลองต่าง ๆ ไปจนถึงปลายทาง ซึ่งก็มีข้อสังเกตว่าขณะนี้ยังมีน้ํา ออกไปน้อยมาก ตรงนี้คือความสําคัญแล้วก็สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ําว่าเมื่อท่านตั้งคณะกรรมการ กลุ่มอิสระ ใช้คํานี้ก็แล้วกันนะครับ มาดูแลอนาคตท่านจะได้ใช้เวลาบริหารจัดการตรงนี้ ให้เกิดความเชื่อมั่นกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ควบคู่ไปกับสิ่งที่ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ ได้แนะนําว่าการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนซึ่งยังเดือดร้อนแสนสาหัส ทั้งในกรุงเทพมหานครและในปทุมธานี นนทบุรีและอีกหลายจังหวัดนะครับ ซึ่งน้ํายังท่วมขังอยู่ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ก็ระดมกําลังกันให้เต็มที่ ตรงนี้กระผมคิดว่าไม่อยากให้เรา มองข้ามไปเพราะว่าเวลาเปิดอภิปรายในลักษณะอย่างนี้บางท่านก็พูดในเรื่องอดีต บางท่าน ก็พูดในเรื่องอนาคตแต่สถานการณ์ปัจจุบันนั้นยังเป็นสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน ที่พวกเราทุกคนได้ร่วมกันทํางานแก้ไขกันต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับการมองไปข้างหน้า กระผมกราบเรียนว่า มันจําเป็นที่จะต้องผูกโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือในอดีตด้วย กระผมกังวลครับว่าบางครั้งเราคิด ในเรื่องการเมืองมากเกินไป พอคิดในเรื่องการเมืองมากเกินไปฝ่ายที่ไม่พอใจสภาพที่เป็นอยู่ เดือดร้อนก็จะโจมตีรัฐบาล ขณะเดียวกันฝ่ายที่สนับสนุนก็กังวลจนเกินไปว่าถ้าไปพิจารณาถึง ความบกพร่องผิดพลาดแล้วจะเป็นปัญหาทางการเมืองก็เหมือนกับพยายามที่จะปัดประเด็น เหล่านี้ออกไป อันตรายครับ ผมยกตัวอย่างว่าถ้าวันนี้เราจะมาสรุปกันง่าย ๆ ว่าสภาพที่ เกิดขึ้นฝนตกมากอย่างนี้ เราทําอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว กระผมถามว่าเราจะเรียก ความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือประชาคมโลกได้อย่างไร แปลว่าถ้าปีหน้า ฝนตกอย่างนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้อีก หรือปีต่อไปฝนตกอย่างนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้อีกอย่างนั้นหรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายอมรับด้วยว่าดิน ฟ้า อากาศ สภาพภูมิอากาศแปรปรวน เพราะภาวะโลกร้อน คนเขามีความเชื่ออยู่แล้วว่าต่อไปนี้ที่บอกว่าเป็นเรื่องปกติในแง่ ดินฟ้าอากาศอาจจะกลายเป็นเรื่องปกติก็ได้ ถึงเราจะมีแนวคิดทําโครงการในเรื่องของ การบริหารจัดการน้ํามันไม่มีทางที่จะทําเสร็จภายในระยะเวลาสั้น ๆ หรือครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมคิดว่าสําคัญมากวันนี้ก็คือว่าเราต้องมายอมรับความจริงกันว่ามันมีอะไรบ้างที่เราจะ ปรับปรุงได้ในเชิงการบริหารจัดการ ถ้าเรายอมรับความจริงตรงนี้เผชิญกับมัน แล้วก็แสดงออกชัดเจนว่าวันข้างหน้าเราจะแก้ไข จุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างไร มันจะเป็นวิธีการการเรียกความเชื่อมั่นได้ง่ายกว่าการที่จะไป วาดฝันว่าจะมีโครงการกี่แสนล้านบาท แล้วปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ไม่ได้เป็นเรื่องการมาตําหนิกัน แต่ว่าเป็นความจริง ที่ผมคิดว่าเราต้องเผชิญว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องทบทวน

ประเด็นแรก การบริหารจัดการน้ําในเขื่อน ตรงนี้ต้องกราบเรียนนะครับว่า มีการไปหยิบขึ้นมาเล่นเป็นประเด็นการเมืองก็คือว่ามาโจมตีว่าผมหรือรัฐบาลผมจงใจกักน้ํา ไว้ในเขื่อนทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วม ซึ่งความจริงทั้งท่านรัฐมนตรี ทั้งกรมชลประทาน ทั้ง กฟผ. เขาชี้แจงตรงกันหมดแหละครับว่ามันไม่จริง หนักมากก็คลิปเมื่อคืนนี้ สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเปลี่ยนกราฟดื้อ ๆ เลยครับ เอาระดับน้ําเลื่อนจากเดือนสิงหาคมมา เป็นเดือนพฤษภาคม ไม่ใช่หรอกครับ แล้วการบริหารจัดการน้ําในเขื่อนผมกล่าวต่อไปผมก็ยัง ไม่เคยไปกล่าวหาใคร แต่ผมเสียใจว่า ศปภ. กล่าวหาพวกผมเลยนะครับ วันหนึ่งวันดีคืนดี มีเวลาว่างอย่างไรไม่ทราบ ศปภ. ก็ขึ้นข้อความว่า ปัญหาที่เกิดอยู่ทั้งหมดนี้รัฐบาลที่แล้ว ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเพราะเก็บน้ําในเขื่อนไว้ ข้อเท็จจริงที่เราต้องพูดกันก็คือว่าตัวเลข อย่าไปเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๒ ครับ เพราะว่า ๒ ปีนั้นมันแล้งครับ น้ํา ณ วันที่ ผมยุบสภา ในเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่า ต่ํากว่าเกณฑ์การกักเก็บต่ําสุด ถือว่าแล้งมาก จากนั้นเมื่อมีพายุเข้ามา ความจริงพายุที่เข้ามาก่อนที่รัฐบาลนี้มาบริหารก็คือ ปลายเดือนกรกฎาคม ที่หนักที่สุดก็คือนกเตน ณ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีเข้ามารับตําแหน่ง แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็สามารถที่จะบริหารจัดการได้ครับ ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ประการใด น้ําในเขื่อนภูมิพล ผมยกเป็นตัวอย่างนะครับ อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๖๐ ปลาย ๆ ร้อยละ ๗๐ ต้น ๆ ถือเป็นเกณฑ์ปกติ แล้วก็มีคณะอนุกรรมการที่ว่านี้เขาเป็นคนบริหารจัดการ อยู่ครับ ผมไม่เคยโจมตีเลยนะครับ เพราะว่าผมก็พูดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เป็นการส่วนตัวว่า เวลาคนมองย้อนกลับไปในอดีตมันพูดอย่างไรก็พูดได้ครับ แต่ถ้าดูสถิติจริง ๆ จังหวะเดียวที่จะระบายน้ําออกมาได้คือช่วงเดือนสิงหาคมกับ เดือนกันยายนครับ คือระหว่างนกเตนกับพายุลูกถัดไปที่จะเข้ามา เพราะมันเข้ามาต้นเดือน ตุลาคม ที่น้ําในที่กักเก็บขึ้นสูงชันมาก ๆ คือเดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายนครับ ผมกราบเรียนว่าผมก็ไม่เคยไปกล่าวหาเลยว่าท่านจงใจ หรือที่คืนนี้เพื่อนสมาชิกพยายาม จะมากล่าวหาว่ากระผมเป็นฆาตกรหรือเปล่า กักเก็บน้ําแล้วปล่อยออกมาให้เกิดน้ําท่วม ไม่ใช่หรอกครับ จังหวะดีที่จะระบายได้จริง ๆ เดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายนครับ แต่ผมก็เข้าใจว่าไม่มีใครทราบหรอกครับในเดือนสิงหาคมว่าพายุจะเข้ามาเดือนกันยายน หรือเดือนตุลาคมหรือไม่ จะทราบล่วงหน้าก็อาจจะประมาณ ๑ สัปดาห์ หรือ ๒ สัปดาห์ แต่มันก็มีการตัดสินใจเชิงนโยบายซึ่งก็ต้องยอมรับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ท่านก็ตรงไปตรงมามาก ท่านก็บอกว่าต้นเดือนกันยายน แล้วมันก็มีข่าวอยู่ รัฐบาลก็ตัดสินใจว่าจะชะลอการปล่อยน้ําเองครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าคิดว่าถ้าชะลอ แล้วเปิดโอกาสให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวแล้วจึงปล่อยน้ํามาเข้าทุ่งทีหลังครับ ผิดถูกไปประเมิน กันเองครับ แต่นี่คือข้อเท็จจริง แต่ที่กระผมไม่เข้าใจคือทําไมเอาเรื่องนี้พยายามมาเล่น การเมืองเพื่อจะบอกว่าเป็นปัญหาของรัฐบาลที่แล้ว จริง ๆ รัฐบาลไหนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ท่านเดียวกัน แล้วท่านก็ชี้แจงตรงไปตรงมาว่านี่คือข้อเท็จจริง ที่กระผมกราบเรียนตรงนี้ก็คือเพื่อจะบอกอะไรครับว่า วันข้างหน้าระบบตรงนี้จะต้องทบทวนหรือเปล่า เพราะขอให้ไปตรวจสอบนะครับว่า มันมีปัญหาในเรื่องของข้อมูลที่ กฟผ. ใช้กับกรมชลประทานใช้ว่าน้ําเข้าน้ําออกสมดุลหรือไม่ อย่างไร แล้วอาจจะเห็นไม่ตรงกันหรือใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ตรงนี้จะเป็นบทเรียนที่สําคัญ ที่เราจะได้ไปดูครับว่าที่สุดแล้วเราสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ แต่อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พูดถูกครับ ต้องให้เครดิต ต้องใช้คําว่า ให้เครดิตเขื่อนบ้าง เขื่อนความจริงแล้ววัตถุประสงค์หลักก็คือมากักเก็บน้ําเพื่อใช้ ในการเกษตร แล้วก็เพื่อผลิตไฟฟ้า และถ้าไม่มีเขื่อนตัวนี้ความเจริญต่าง ๆ หลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เกิดหรอกครับ เพียงแต่ว่าจะมาช่วยรับมือกับสถานการณ์ดิน ฟ้า อากาศ อุทกภัยได้ หรือไม่ และระบบการบริหารจัดการตรงนี้จะทําอย่างไร ตรงนี้น่าคิด

และข้อเสนอแนะแรกเลยที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่า ขณะนี้ระบบการระบายน้ํา ตามช่องทางที่ควรจะเป็นที่เราพูดถึงเขื่อน ประตูระบายน้ํา ไล่ลงมาจนถึงอุโมงค์ระบายน้ํา ยักษ์ของ กทม. วันนี้การบริหารผมไปดูมาเกือบหมดแล้วครับ เกือบทุกจุดแล้วในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมา ต่างคนต่างทํา และคนที่ทํางานอยู่ตรงนั้นไม่ได้มีความเข้าใจหรือไม่ได้คิดว่า เป็นหน้าที่ว่าจะเชื่อมโยงกับจุดอื่น ๆ อย่างไร ผมว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเร่งทําได้เลยก็คือทําระบบ สารสนเทศที่เชื่อมโยงกันครับ เอาตั้งแต่ต้นทางเลยครับ ตั้งแต่เขื่อนใหญ่ไล่ลงมาจนถึง อุโมงค์ยักษ์ว่าการปล่อยน้ําจะทําให้ระดับน้ํานั้นมีความเปลี่ยนแปลงตลอดทางอย่างไร ถ้าประตูนี้เสีย ถ้าประตูนี้พัง ถ้าประตูนี้ปิด ถ้าประตูนี้เปิด จะเกิดอะไรขึ้น แล้วมารวมเป็น ศูนย์อยู่ที่เดียวเพื่อที่จะบริหารจัดการสถานการณ์ตรงนี้

ประเด็นที่ ๒ ครับ วันนี้ที่มันมีน้ําท่วม ที่จริงสมาชิกบางทีพูดเหมือนกับว่า ปีที่แล้วก็ท่วม ปีนี้ก็ท่วม ปีนี้มันพิเศษอย่างไร ก็ต้องบอกว่าปีนี้ความเสียหายมันมาก เป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าการบริหารจัดการน้ําให้เกิดความสมดุลในแง่การระบายลงสู่ ทะเล ที่เราเถียงกันเรื่องเขื่อนคือเรื่องจังหวะเวลา แต่ประเด็นถัดมาก็คือโดยปกติในที่สุด น้ําออกทะเลมันก็คือ ท่าจีน เจ้าพระยา บางปะกง โดยปกติสัดส่วนคร่าว ๆ นะครับ ในส่วนของ เจ้าพระยาจะรับประมาณร้อยละ ๔๐ ครับ อีก ๒ ข้างก็ข้างละร้อยละ ๓๐ แต่ปีนี้ต้องไปทบทวน และศึกษาดูว่าเหตุใดบางช่วงเจ้าพระยารับอาจจะร้อยละ ๖๐ หรือมากกว่า แล้ว ๒ ข้างนั้น ไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่ ฝั่งตะวันออกถ้าท่านรองผู้ว่าไม่ได้พูดขึ้นมาว่ายังไม่ได้มีการเปิด เครื่องสูบน้ํา ปั๊มน้ํา เปิดประตูเพื่อระบายออกไปทางฝั่งตะวันออกและไปบางปะกง สถานการณ์จะหนักกว่านี้มากมาย ถ้าจะตรวจสอบกันเอาง่าย ๆ เลยครับ ท่านไปดูการใช้ไฟฟ้า ของที่เหล่านั้นจะได้ทราบชัด ๆ เลยครับว่าเครื่องเหล่านี้ ประตูเหล่านี้มันปิดมันเปิดมันใช้ เมื่อไร ผมกราบเรียนได้เลยครับว่าปีนี้มาทําค่อนข้างจะช้าไปแล้ว มวลน้ํามาจ่ออยู่แล้ว เช่นเดียวกันทางฝั่งตะวันตกในที่สุดพอการบริหารจัดการไม่สมดุลรับไม่ไหวมันมี ประตูระบายน้ําที่พังไปถึง ๑๔ แห่ง ก็เพิ่งมาซ่อมกันช่วงหลังนี่ครับ แล้วก็ทําให้สถานการณ์ ขณะนี้อาจจะกระเตื้องขึ้นมา ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องไปทบทวนเพื่อที่จะไปดูแลบริหารจัดการให้ มันดีขึ้นในวันข้างหน้า

ถัดมาประเด็นที่ ๓ ปีนี้เป็นปีที่เราได้บทเรียนก็คือว่า ระบบการบริหารจัดการน้ํา ของเรามันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาหรือรองรับเรื่องของน้ําหลาก ส่วนใหญ่ มันมาตามทางของมันแหละครับ ผมเห็นเวลาหน่วยงานต่าง ๆ มาวิเคราะห์ มาให้ข้อมูลเขา วิเคราะห์น้ําที่มาตามทางของมัน ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาความเร็วเท่าไร ถึงบางไทรความเร็ว เท่าไร แต่ปรากฏว่าพอปีนี้น้ําออกไปเป็นน้ําทุ่ง การวิเคราะห์ตรงนี้มันจึงผิดพลาดอย่างไรครับ ผมก็เคยให้สัมภาษณ์เตือนนะครับว่า ตัวเลขที่บางไทรเริ่มไม่สอดคล้องกันแล้ว ระหว่างปริมาณน้ําที่ผ่านที่วัดเป็นความเร็วกับระดับความสูงของน้ํา เพราะผมคิดว่าพอน้ํา มันล้นออกมา เอาเกณฑ์เรื่องความเร็วที่ผ่านช่องทางปกติมาเป็นตัวประเมินสถานการณ์ มันทําไม่ได้ ฉะนั้นที่เขาเรียกกันตอนนี้นะครับ แยกกันก็เป็นน้ําทุ่งกับน้ําท่านี่ครับ เราต้องมา คิดกันมากขึ้นว่า กรณีน้ําทุ่งการบริหารจัดการจะทํากันอย่างไร ท่านประธานคงนึกออก นะครับ รัฐบาลไปยืนยันตอนหนึ่งว่ามวลน้ําก้อนใหญ่ลงทะเลไปแล้ว นั่นคือการวิเคราะห์จาก น้ําท่า แต่สุดท้ายน้ําที่มาทําลายนิคมอุตสาหกรรม มาทําลายสร้างความเสียหายต่าง ๆ มันไม่ใช่ตรงนั้น ตรงนี้ครับคือสิ่งที่ผมคิดว่าจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระดมจากผู้รู้ว่า เมื่อระบบปกติมันไม่สามารถรองรับได้แล้ว เราจะทํากันอย่างไร เหมือนในกรุงเทพฯ ตอนนี้ครับ ระบบทํางานของมันอย่างเต็มที่นะครับที่คลองบางซื่อในขณะนี้ แต่ว่าระบบของ กทม. เขาก็ออกแบบไว้รองรับน้ําฝนที่ท่วมขังแล้วก็ลง แต่พอเจอน้ําหลากนี่ครับ หลายส่วนที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็คือเราเห็นน้ําท่อ ถูกกั้นถูกระบายออกตามปกติแล้วแต่มีน้ํา ที่ยังไปผุดอยู่ตามท่อระบายน้ําที่ขึ้นมาอีก ตรงนี้ก็จําเป็นที่จะต้องมีการศึกษากัน อย่างครบถ้วนเช่นเดียวกัน

ประเด็นถัดมาครับ การสื่อสารการส่งสัญญาณ อันนี้ก็ถูกวิจารณ์มาก กระผมก็กราบเรียนว่า ผมทราบดีครับว่าทุกคนต่างก็ทํางานนะครับ แล้วก็มีความตั้งใจดี แต่ว่าการจัดการระบบตรงนี้กับการสื่อสารมันเป็นปัญหาจริง ๆ การยืนยันว่า สถานการณ์เอาอยู่ สุดท้ายเกิดปัญหาขึ้นมันก็กระทบความเชื่อถือ แล้วสัญญาณ การเตรียมการนี่ครับ มันจึงทําให้ความเสียหายหลายอย่างมันมากกว่าที่ควรจะเป็น ผมจําได้ครับ วันที่เกิดปัญหาขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครนี่ครับ ผมก็ตั้งใจเดินทางครับ นัดกับผู้บริหาร นิคมอุตสาหกรรมเพราะว่าอยากจะไปช่วยดู กําลังจะไปถึงนี่ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเพิ่งเดินทางออกมา แล้วข่าวก็ออกว่าท่านยืนยันเลยว่าควบคุม สถานการณ์ได้ ท่านออกมาไม่ถึงชั่วโมงครับ น้ําก็เข้า แล้วผมก็ได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านอธิบายด้วยแล้วท่านก็ไปดูที่แล้วในที่สุด ท่านก็บอกว่าท่านก็ต้องหนี กรณีอย่างนี้ครับที่ผมคิดว่ามันต้องหลีกเลี่ยงให้ได้ มิฉะนั้นแล้ว การทํางานของภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคม ซึ่งเขาต้องฟังท่านเป็นหลักมันก็จะมีปัญหา เราไม่ควรที่จะให้พี่น้องประชาชนต้องมาติดตามเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ (Twitter) รวบรวมข้อมูล กันเองแล้วก็ประเมินกันเอง แล้วก็ไปติดตามนักวิชาการอิสระ ซึ่งบางครั้งก็พูดได้แม่นยําบ้าง บางครั้งก็คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ว่า ศปภ. หรือหน่วยงานที่รัฐบาลให้รับผิดชอบต้องสามารถ ที่จะสื่อสารสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแม่นยําที่สุดเท่าที่จะทําได้ และถ้าจะต้องคลาดเคลื่อนก็ต้อง บอกว่าต้องไปในทางที่ไม่ให้คนประมาท ก็จะเป็นการลดความเสียหายได้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ อยากจะกราบเรียน

ประเด็นสุดท้ายนะครับ เรื่องที่ว่าปัญหาครั้งนี้มันเป็นธรรมชาติล้วน ๆ หรือไม่ ความจริง ๔ ประเด็นที่กล่าวมาก็เป็นประเด็นที่ผมคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่เราเอาไป ปรับปรุงได้นะครับ แต่เราจะชนะธรรมชาติได้หรือไม่ เราต้องจัดการเรื่องคนให้ดีที่สุด กระผมกราบเรียนตรงนี้เพราะอะไรครับ หลังจากนี้ไปผมเชื่อว่าคณะกรรมการ ๒ ชุด หรือการทํางานของหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการมามากมาย ลงทุนมากนะครับ จะเป็นภาระต่อไปในช่วงหลายปี แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันได้จริงหรือเปล่า มันอยู่ที่การบริหารจัดการด้วย มีประโยชน์ไหมครับที่จะมีประตูระบายน้ําคอยปิดคอยเปิด เพื่อบริหารน้ํา แต่สุดท้ายการบริหารน้ําขึ้นอยู่กับมวลชน ลงทุนไปเท่าไรก็ตาม แต่ถ้าการตัดสินในการบริหารไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชา แต่ต้องถูกกดดันโดยมวลชน มันก็ป้องกันไม่ได้ละครับ ผมเห็นใจครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ พี่น้องเดือดร้อนอยู่ ข้างนั้นแห้ง ข้างนี้ท่วมเป็นเมตร แต่ระบบที่จะต้องเข้าไปจัดการกับคนนี่ครับว่าอธิบายให้ เข้าใจว่าบางครั้งสิ่งที่เขาคิดมันไม่เป็นอย่างที่คิด เช่น บอกว่าเปิดประตูคลองสามวาทําลาย ข้าง ๆ ไปแล้วน้ําข้างบนจะลด มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ใช้อํานาจ ไปเลยนะครับวันนั้นตามมาตรา ๓๑ แล้วก็ใครที่เสียหายนี่ครับ ก็ต้องชดเชยเยียวยา เป็นพิเศษ ที่จริงระบบประกันรายได้กับระบบประกันภัยพืชผลนี่ครับซึ่งเราเริ่มต้นเอาไว้ มันจะเป็นตัวที่ช่วยได้มากที่สุดที่จะทําให้ต่อไปการบริหารจัดการในเรื่องเหล่านี้ง่ายขึ้น จะมีประโยชน์อะไรครับ ถ้าเราไปลงทุนสร้างคันกั้นน้ํา แนวป้องกัน ถึงเวลามีนักการเมือง ยกมวลชนมาทําลายมาพังได้ ผมจึงบอกว่ามันไปสรุปว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ได้ครับ แล้วไม่ได้ประสงค์ที่จะมาตําหนิรัฐบาลครับ แต่บอกว่ามันมีเรื่องต้องปรับปรุง และปรับปรุงได้ และถ้าเราชี้แจงเราจะได้รับความเชื่อถือ พี่น้องอยู่ทางฝั่งตะวันออกหลายคน นี่ครับติดต่อกับผมชัดเจนเลยครับ บอกว่าที่ตัดสินใจคลองสามวาหรือปล่อยให้มีการทําลาย คลองสามวาวันนั้นครับ น้ําท่วมบ้านเขาทันทีทันตาเห็น หรือเวลาที่มีการไปพังคันแนวดอนเมือง น้ําลงคลองประปาก็เดือดร้อนกันทั่วหน้าทุกครั้งครับ เจ้าหน้าที่ก็วิ่งกันวุ่นเลยครับว่า คลองประปา คลองเปรมน้ําเพิ่มขึ้นจะป้องกันได้หรือไม่ ตรงนี้เราจําเป็นที่จะต้องมาทบทวนกันใหม่ เหมือนกับระบบการจัดการเรื่องการอพยพ การดูแลทรัพย์สิน การสร้างความมั่นใจครับว่า จะทํากันอย่างไร ตัวเลขการเสียชีวิต ๕๐๐ กว่าคนนี่ครับสาเหตุหลากหลายมากนะครับ แล้วก็บางเรื่องก็จะไม่เกิดขึ้นถ้าเราจัดระบบในเรื่องเหล่านี้เสียใหม่ เช่น กรณีไฟฟ้าช็อต หรืออะไรก็ตาม อย่างนี้เป็นต้นที่จริงผมก็ไม่ทราบว่าเรื่องจระเข้ตกลงมันเป็นอย่างไรนะครับ แต่ว่าขนาดผมอยู่เฉย ๆท่านครับ คนของท่านยังกล่าวหาว่าผมนี้เป็นคนปล่อยจระเข้ด้วย คือผมก็งงเหมือนกันว่าเรียกร้องให้ผมเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แต่ผมโดนทุกข้อหา เลยนะครับ กักเก็บน้ําในเขื่อน แกล้งแพ้เลือกตั้งเพื่อให้น้ํามาท่วม แล้วก็ปล่อยจระเข้มากัดคน นี่อะไรกันครับ ผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ที่กระผมพูดมาทั้งหมด เรื่องการบริหารจัดการต้องการที่จะบอกว่าผมไม่ได้มาเล่นการเมือง หรือต้องการมาตําหนิใคร แต่ถ้าเราไม่ยอมรับและไม่เผชิญความจริงในประเด็นเหล่านี้วันข้างหน้าเราจะกลับมาสู่ ประเด็นนี้อีก และเราจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาไม่ได้

แต่ประเด็นสุดท้ายที่กระผมจะต้องกราบเรียนครับ ก็คือสิ่งหนึ่งซึ่งผมก็ต้อง ทําหน้าที่ และพวกกระผมก็ต้องทําหน้าที่ คือเรื่องความโปร่งใส เรื่องการบริหารจัดการ เกี่ยวกับถุงยังชีพ เรามีหน้าที่ตรวจสอบครับ และความจริงการตรวจสอบหลายเรื่อง มันไม่ยากครับ คนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่าคนได้รับถุงยังชีพ เขาบอกของรวมกันแล้วมูลค่ามันไม่น่าจะถึงที่รัฐบาลพูดว่า ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ผมไม่เห็นมันมีอะไรซับซ้อนเลยครับ ไม่ต้องตั้งกรรมการก็ได้ครับ ท่านก็เปิดถุง ของท่านมาแล้วก็บอกว่าถุงของท่านมีสินค้าอะไรบ้าง บวกราคาให้เห็น ถ้ามันได้ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาทก็จบ ถ้ามันไม่ถึงมีค่าบริหารจัดการท่านก็อธิบายครับ แต่กลายเป็นว่าจะต้องไปเรียกคนนั้นคนนี้มาสอบอะไรไม่จําเป็นเลยครับ ประเด็นมีอยู่แค่ว่า ของมีเท่าไรท่านก็ดําเนินการไป เราจําเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และที่เพื่อนสมาชิกเมื่อคืน อภิปรายว่าการบริหารจัดการปล่อยฝ่ายการเมืองเข้าไป และผมไม่อยากตอกย้ําเพราะว่า เดี๋ยวจะหาว่ามาพูดแล้วแตกแยกก็คือว่ามีการเลือกปฏิบัติ บางคนได้รับการช่วยเหลือ บางพื้นที่ได้รับการช่วยเหลือ บางพื้นที่ไม่ได้ ยังมีการแบ่งสีกันอยู่ ประเด็นเหล่านี้ครับ ที่ผมคิดว่ามันต้องจบ เมื่อวานนี้ผมก็ถูกผู้สื่อข่าวถามนะครับ ความจริงก็อยากจะกราบเรียน นะครับว่าผมนี่หลีกเลี่ยงในการวิจารณ์คนทํางานมากทีเดียว ผมถูกถามทุกวันครับเกี่ยวกับ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่พยายามไปวิจารณ์ แล้วเมื่อวานก็มาถามว่าท่านนายกรัฐมนตรี ควรลาออกไหม ผมก็บอกวันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคิดเรื่องพวกนี้ วันนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายต้อง เดินหน้าทํางานด้วยกัน เพราะวิกฤติยังอยู่ข้างหน้า และเรามาช่วยกันจัดการแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ แต่ท่านต้องกลับไปทบทวนนะครับว่าการเมืองที่มันไม่ควรเข้าไปยุ่งกับการบริหาร น้ําท่วมจะเป็นการตัดสินใจโดยไปก้าวข้ามความเห็นทางวิชาการหรือข้าราชการซึ่งเขาเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ การเมืองที่เข้าไปหวังผลทางการเมืองจากการบริหารจัดการบนความเดือดร้อน ของประชาชนนี่ครับ ขอให้ท่านตรวจสอบอย่างจริงจังและส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า จะไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไป เพราะถ้าท่านปล่อยเรื่องเหล่านี้ผ่านไป สุดท้ายท่านต้อง เข้าไปร่วมรับผิดชอบด้วย ท่านสบายใจเถอะครับ ไม่มีใครอยากจะฉวยโอกาส แล้วที่เพื่อนสมาชิกเมื่อวานจะมากระแนะกระแหนผมอย่างไรก็ตาม หรือจะพยายามไปสร้าง นิทานขึ้นมาว่ามีคนอยากจะรอส้มหล่นหรืออยากจะให้เกิดความวุ่นวาย ไม่มีละครับ ขอพวกท่านอย่าสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเอง เมื่อวานก็ดีใจนะครับท่านก็เพิ่งพูดว่าทหารเขาอยู่ ภายใต้บังคับบัญชาของท่าน เห็นก็ไปพูดนี่ครับว่าต้องแก้กฎหมายเพราะว่าทหารเป็น รัฐอิสระ บัดนี้เขาพิสูจน์แล้วนี่ครับ กองทัพเขาก็สนองตอบนโยบายของรัฐบาล ท่านก็ใช้งาน เขาได้ อย่าสร้างเงื่อนไขให้มันวุ่นวายหลังน้ําลด มาร่วมกันนะครับ เพราะงานฟื้นฟูข้างหน้า ยังยากครับ ต้องระดมสรรพกําลังกันแล้วก็ต้องช่วยกันดูแลความโปร่งใส รวมทั้งเงิน งบประมาณที่กระผมได้มีข้อเสนอแนะไปนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะเริ่มต้นจากนั้น เป็นนิมิตหมายที่ดีก็คือทําให้มันโปร่งใสเสียนี่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมย้ําอีกครั้งครับ ทุกคนที่ทํางานพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน พวกกระผมจะเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน และให้กําลังใจ แต่ถ้าใครหาประโยชน์ จะเป็นประโยชน์ทางการเงินหรือทางการเมือง จากเรื่องนี้ พวกกระผมก็มีหน้าที่ตรวจสอบและจัดการตามหน้าที่ของพวกกระผมครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่าพอแล้วกระมังครับ เวลาก็หมดแล้วครับ พาดพิงขอสักเล็กน้อยนะครับ สักนาทีหนึ่งครับ เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในนามสมาชิกรัฐสภา กระผมรู้สึกเสียดายนะครับ กระผมอภิปราย ท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์เมื่อคืนนะครับ ท่านก็ใช้เวลา ๑ คืนไปคิดเหตุผลที่จะมาแก้ต่าง แต่ก็คิดได้แค่นี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับว่าในข้อเท็จจริงที่ท่านอ้างว่า ท่านเป็นรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้ไปช่วยเหลือชาวสายไหมในเขตเลือกตั้งของท่าน ผมว่าไม่น่าจะใช่ เพราะผมดูในคําสั่งของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศปภ. ที่ ๒๖/๒๕๕๔ เขามอบหมายให้ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปฏิบัติหน้าที่ดังนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ประสาน สั่งการ และติดตามผลการดําเนินการของ กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ข้อที่ ๒ ประสาน สั่งการ และติดตามการปฏิบัติงานในการรับบริจาค และการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายการุณ โหสกุล และ พลตํารวจตรี วันชาติ คําเครือคง เป็นคณะทํางานไม่ได้บอกครับว่าให้ท่านไปเอาถุงยังชีพ มาเก็บไว้ในสํานักงานของท่านแล้วเอาไปแจก อย่างนี้ครับผมถือว่าเป็นการฉวยโอกาส เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ผมจึงกราบเรียนว่าผมไม่ได้ใส่ร้ายท่าน นี่คือข้อเท็จจริง และอย่าเอาจิตอาสาและตํารวจมาเป็นเกราะกําบังในการทําความไม่ถูกต้องในครั้งนี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

จบนะครับ ผมไม่อยากให้มี ปัญหาอะไรนะครับ เพราะเราบรรยากาศตอนนี้ดีเยี่ยม แล้วก็อยากจะจบในบรรยากาศ อย่างนี้ เราใช้เวลาในการอภิปรายมาพอสมควร ผมขออนุญาตหารือที่ประชุม ปิดการอภิปรายครับ ไม่เป็นอะไร ท่านนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวผมขอหารือนะครับ ปิดการอภิปรายครับ ท่านมีอะไรครับ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธาน ที่เคารพ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ เรียนหารือ ท่านประธานนิดหนึ่งครับ ไม่ทราบว่าท่านประธานได้ใช้อํานาจของท่านประธานในการต่อ เวลาให้กับสมาชิกวุฒิสภาโดยไม่ได้เป็นตามมติของวิปนะครับ ก็ไม่เป็นอะไรครับ ก็สุดแท้แต่ ท่านประธาน แต่ผมเรียนว่าในส่วนของวุฒิสภานั้นยังมีการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา ๑๖๑ จะฝากเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรับปากได้ไหมครับว่า ก่อนปิดสมัยประชุมซึ่งวันนั้นคงจะมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาน้ําได้พอสมควรแล้ว อาจจะเป็นอาทิตย์หรือ ๒ อาทิตย์อย่างนี้นะครับ ท่านได้มาแถลงข้อเท็จจริงต่อวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๖๑ ก็จะขอบพระคุณ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอหารือปิดการอภิปรายนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการปิดอภิปรายครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่น ก็ต้องขอเรียนว่าสําหรับการอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของท่านสมาชิกรัฐสภา ตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๗๙ ซึ่งในส่วนของวัตถุประสงค์นี้ วันนี้ตลอดเวลาจากเมื่อวานและวันนี้ก็ได้รับฟัง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกอย่างกว้างขวางค่ะ ในบางส่วนที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานผ่านท่านผู้นําฝ่ายค้านในหลาย ๆ ประเด็นที่ท่านมีความ กังวลใจ ดิฉันขอกราบเรียนว่าดิฉันได้มีการเล่าและชี้แจงให้ที่ประชุมทราบเมื่อวานนี้แล้ว แล้วก็ยังมีคณะรัฐมนตรีหลายท่านนั้นได้ตอบคําถามไปแล้ว ดังนั้นคิดว่าในส่วนของ วัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเปิดอภิปรายทั่วไปนั้น ในบางส่วนที่เป็น ข้อเสนอแนะที่เราได้สามารถที่จะน้อมรับที่จะนําข้อเสนอแนะต่าง ๆ นั้นกลับไปปรับปรุง ดีกว่าที่จะชี้แจงกันไปชี้แจงกันมา แต่สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ และสิ่งไหนที่รัฐบาลนั้นสามารถ จะเอากลับไปแก้ไขได้ ดิฉันจะเอาไปทําทันทีค่ะ แต่บางส่วนต้องขอกราบเรียนท่านสมาชิก ที่เคารพว่า บางครั้งอาจจะไม่ได้แก้ไขในวันนี้ที่จะต้องนําเอาข้อมูลต่าง ๆ นั้นเพื่อที่จะส่งมอบ ต่อยังคณะกรรมการอีก ๒ ชุดที่เราได้มีการแต่งตั้งไว้ เพื่อที่จะวางแผนการทํางานต่าง ๆ เพื่อที่จะเสนอแนะแนวทางกลับไปยังคณะรัฐมนตรีค่ะ เพราะว่าการทํางานต่าง ๆ นั้น วันนี้เราทราบปัญหาต่าง ๆ วันนี้หลาย ๆ ท่านก็เข้าใจ ท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ได้พูดมา หลาย ๆ ประเด็นนะคะ ก็ขอเรียนว่าในส่วนตั้งแต่ในเรื่องของการดูแลชีวิตทรัพย์สิน เราทําอย่างเต็มที่ค่ะ ขอความเห็นใจกับทางด้านของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่านเพราะว่า เราไม่เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาก่อน และความเสียหายนี้เกิดขึ้น ๓๓ จังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศ ดังนั้นทรัพยากรบุคคลและกําลังต่าง ๆ นั้นก็แน่นอนค่ะที่จะต้องมีข้อจํากัด มีความบกพร่อง บ้าง แต่ความปลอดภัยของชีวิต ทรัพย์สิน พี่น้องประชาชน หรือปัญหาของพี่น้องประชาชน นั้นถือเป็นความร่วมมือของทุกส่วน ก็ต้องขอขอบคุณทางท่านผู้นําฝ่ายค้านที่ได้กรุณา ลงไปเยี่ยมและช่วยกัน นี่แหละค่ะสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศอยากเห็นความร่วมมือร่วมใจกัน

สําหรับเรื่องของระบบระบายน้ําดิฉันก็ได้เรียนตั้งแต่เมื่อวานนะคะ ในส่วนของรายละเอียดว่า วันนี้น้ําต่าง ๆ นั้นตั้งแต่เข้ารับงานนั้นเราเจอพายุหลายลูก น้ําเต็มเขื่อนค่ะ การระบายนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยากท่านก็ได้กรุณากล่าวว่า อย่างเช่น ในกรณีของระบบระบายน้ําของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเราคาดหวังว่าระบบนี้จะสามารถที่จะ ระบายน้ําได้เต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถจะรองรับได้เพราะระบบนี้ออกแบบสําหรับการรองรับ น้ําฝน ซึ่งก็จะนําสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปหารือในคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อที่จะนํามาปรับปรุง เสริมต่อในส่วนต่าง ๆ ที่เราพบปัญหาในวันนี้ทั้งหมดค่ะ ซึ่งปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ก็จะมี ทั้งในส่วนของเทคนิค ปัญหาการทํางานต่าง ๆ และปัญหามวลชน ก็ต้องกราบเรียนว่า เราต้องเข้าใจในหัวใจและปัญหาของพี่น้องประชาชน เข้าใจในปัญหาของมวลชนด้วย ดังนั้นในบางส่วนก็ไม่ใช่เป็นปัญหาของมวลชนอย่างเดียวเป็นปัญหาเรื่องความเข้าใจ ด้านพื้นที่ด้วยนะคะ ดิฉันก็กราบเรียนว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่เป็นความพยายามที่ทุกท่านตั้งใจ อย่างเต็มที่ การทํางานวันนี้ต้องขอขอบคุณจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ภาครัฐ แม้ว่าจะประสบอุทกภัยก็ตามก็ได้เข้ามาร่วมกันทํางานเพื่อแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนอย่างตลอดเวลา ๒ เดือนเต็มนะคะ รวมถึงทางกองทัพและเจ้าหน้าที่ และทางด้านของภาคเอกชนหรือว่าภาคประชาชนที่เขามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้

สําหรับในเรื่องของการบริหารจัดการหรือความโปร่งใสต่าง ๆ นั้น ดิฉันขอเรียนยืนยันค่ะว่า เราจะนํารายละเอียดทั้งหมดที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อมูลนั้นไป ตรวจสอบและไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ หากมีสิ่งที่เราพบว่ามีความผิดก็ต้องไปผิดในเรื่องของ การลงโทษค่ะ

สําหรับต่อไปในเรื่องของข้อกฎหมาย ก็ขอกราบเรียนว่าสําหรับข้อกฎหมายนั้น ในการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยนั้นดิฉันได้ใช้ข้อกฎหมายสูงสุดของกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยเรียบร้อยแล้วนะคะ ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ถือว่าเป็นกฎหมายอันสูงสุดของระเบียบและเป็นอํานาจที่ให้ นายกรัฐมนตรีมีอํานาจในการสั่งการผู้บัญชาการ ผู้อํานวยการต่าง ๆ ของภาครัฐในการ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่กําหนด เพื่อความจําเป็นในการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงอาคารต่าง ๆ และการสั่งห้ามการเข้าออกพื้นที่อาคารเพื่อจัดให้มีการสงเคราะห์ ผู้ประสบภัย ดังนั้นกฎหมายนี้เป็นกฎหมายสูงสุดเพื่อที่จะให้ปฏิบัติสําหรับการดูแลช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยค่ะ แต่สําหรับระเบียบบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ นั้น เป็นการให้อํานาจนายกรัฐมนตรีในการห้ามบุคคลเข้าออกเคหสถานเหมือนกัน แต่เป็นการห้ามเพื่อไม่ให้เกิดการชุมนุมมั่วสุมกันและทําให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เจตนาบิดเบือนต่าง ๆ ในการเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ก็กราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพว่า ในกฎหมายข้อนี้จะเป็นเรื่องของความมั่นคงค่ะ ก็เปรียบเสมือนการที่จะให้หมอรักษาโรคก็ต้องให้ยาให้ถูกโรคด้วยค่ะ

สุดท้ายดิฉันก็ขอถือโอกาสนี้ในนามของคณะรัฐมนตรีขอขอบคุณ ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวุฒิสมาชิก ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ที่กรุณาได้ให้ข้อมูลข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ดิฉันได้รวบรวม และทีมงานต่าง ๆ นั้น ก็จะนําเอาไปศึกษาและหารือในการที่จะประยุกต์ใช้เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ให้รอบคอบขึ้นนะคะ สําหรับในเรื่องของสิ่งอื่น ๆ นะคะ ก็ขอบคุณสําหรับธารน้ําใจ ของท่านสมาชิก ขอบคุณสําหรับธารน้ําใจของพี่น้องประชาชนและภาคเอกชนค่ะ วันนี้สิ่งที่ เราได้รับนั้นคือพลังความสามัคคีในการที่จะทํางานด้วยกันและเพื่อที่จะคิด และโดยเฉพาะ ข้อเสนอแนะวันนี้ก็จะเป็นประโยชน์สําหรับการที่จะคิดแก้ไขฟื้นฟูต่าง ๆ และเยียวยา พี่น้องประชาชนและการแก้ไขปัญหาอนาคตให้ประเทศ นั่นแหละค่ะเป็นสิ่งที่จะเรียก ความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้กับประเทศไทยค่ะ ดิฉันก็ขอเรียนยืนยันกับทางด้าน ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านว่า ดิฉันจะตั้งใจ ดิฉันจะอดทน ดิฉันจะไม่ท้อถอยต่อ การแก้ไขปัญหา และฟื้นฟูประเทศให้กลับคืนมาสู่สภาพเดิมและมั่นคง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยค่ะ และถือโอกาสนี้นะคะในการที่จะขอพลังกําลังใจ พลังสามัคคี ของท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน และประชาชนคนไทยที่จะน้อมนําความสามัคคีต่าง ๆ และความสุขของคนในชาติเพื่อพวกเราจะได้มาร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของคนไทยทุกคน เนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ก็ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ การอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา กรณีอุทกภัยตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ ได้จบสิ้นลงแล้ว แต่ยังมีอีก ๑ วาระที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ กรณีปัญหาไทย-กัมพูชา ผมขออนุญาตเลื่อนไปประชุมวันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๑.๒๗ นาฬิกา

ของวันเสาร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔