รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

วรวิทย์ บารู แสดงความเสียใจต่อผู้ที่ประสบอุทกภัย และเรียกร้องให้กระทรวงวัฒนธรรมมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาด้วยการนำเสนอความสำคัญของวัฒนธรรมไทยที่มีต่อการลดความขัดแย้งในสังคม พร้อมเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษาพิจารณาในเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องผลกระทบระยะยาวของเคมีที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมต่อประชาชนในละแวกใกล้เคียงหลังเกิดน้ำท่วม

นายวรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก็คงต้องขอแสดง ความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ซึ่งประสบอุทกภัยที่ได้รับการสูญเสียไม่ว่าจะเป็นชีวิตและ ทรัพย์สิน การเกิดขึ้นของอุทกภัยในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นเกือบทั่วทั้งประเทศอย่างที่ท่านสมาชิก ได้พูดถึงประมาณ ๒๔ จังหวัด แต่ความทุกข์เหล่านี้มันครอบคลุมไปทั่วประเทศ ไม่จํากัดเฉพาะ ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเท่านั้น แล้วในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยก็มีครอบคลุมไปในประชาชน ที่มีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมด้วย ก็คือมีเสียงเรียกร้องจากหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายของท่านรัฐมนตรีเอง หรือว่าที่ไหนต่อที่ไหนที่พี่น้องประชาชนที่เป็นมุสลิมเกี่ยวกับ อาหารฮาลาลในการบริโภค เพราะส่วนใหญ่ก็จะเชิญชวนให้บริโภคอาหารปรุงเสร็จนะครับ ก็มีประเด็นอาหารที่รับประทานได้กับรับประทานไม่ได้ ในประเด็นเหล่านี้ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่ได้ตั้งเต็นท์ที่มูลนิธิศูนย์กลางอิสลาม แห่งประเทศไทยที่แถวรามคําแหง ก็ได้ทําหน้าที่ในส่วนนี้ จะเห็นว่าความห่วงหาอาทร มันเกิดขึ้นทั่วไป สิ่งต่าง ๆ หลายอย่างที่เป็นวัฒนธรรมที่ได้หายไปจากสังคมไทยก็ได้เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนไม่ว่าจะแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม ศาสนา แต่ก็มีความห่วงหาอาทร ซึ่งกันและกัน ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีพี่น้องประชาชนผมอยากจะเรียนนะครับว่า ภาพต่าง ๆ ที่ประทับใจ ณ วันนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดปัตตานีมีผู้นํา ที่เป็นผู้นําชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นําศาสนา ผมเห็นกับตาเดินโดยที่ ทางราชการไม่ได้บอกให้ดําเนินการอย่างไร แต่ด้วยความสํานึกถึงความทุกข์ยากลําบากของ ประชาชนที่ประสบอุทกภัย เขาเดินด้วยตัวของเขาเองในการขอรับบริจาค แล้วก็รวบรวมส่ง ซึ่งขณะนี้ก็ยังดําเนินการอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มันห่างหายไปจาก สังคมไทย เสียดายอยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ฉวยโอกาสนี้ในการที่จะนําเอาสิ่งที่เป็น วัฒนธรรมไทยในเรื่องของการที่จะลดกระแสของความขัดแย้งในสังคมได้ใช้โอกาสนี้ โดยที่ให้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ออกมาทํางานในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย พร้อมกันนี้ก็คงต้องให้ กําลังใจกับผู้ซึ่งทํางาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งภาคเอ็นจีโอทั้งหลาย ที่ได้ช่วยเหลือในการปัดเป่าสิ่งซึ่งเป็นทุกข์ยากของประชาชนในครั้งนี้ แล้วประชาชน ไม่อยากที่จะมองเห็นในการที่จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ขัดแย้งกันในเรื่องของ การพร่องน้ํา ไม่พร่องน้ํา ปล่อยน้ําอะไรต่าง ๆ นะครับ ผมอยากจะเสนอให้ที่ตรงนี้นะครับว่า ถ้าหากว่าเราจะให้ประชาชนได้ประโยชน์ก็น่าที่จะขอเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระ เข้าไปศึกษาพิจารณา ในเรื่องอันนี้ เพื่อที่จะหาคําตอบ ไม่ใช่เพื่อจะหาคนผิด หาคําตอบ ในเรื่องของการที่จะแก้ไขในโอกาสต่อไป ปัญหาอุทกภัยเราก็คาดการณ์ไม่ได้ ปีที่แล้วเราคุย ต่อรัฐสภานี้ได้ลงไปทางใต้ เพราะทางใต้ประสบอุทกภัยมาก ไม่ว่าจะเป็นนครศรีธรรมราช หรือสุราษฎร์ธานี หรือแม้กระทั่งจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง อย่างเช่นที่ปัตตานี พวกเราก็ไปกัน สมาชิกรัฐสภาหลายท่านก็ไปช่วยเหลือในทางโน้น ปีนี้เกิดขึ้นเริ่มต้นที่ภาคเหนือ แล้วลามมาถึงที่กรุงเทพฯ สิ่งซึ่งมันเป็นเรื่องใหญ่เพราะว่ามันลามกรุงเทพฯ มันก็มีการพูดถึง มากมาย แล้วก็สิ่งเหล่านี้ถ้าหากว่าเราไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการคิด ผมในฐานะที่เป็นคนในทาง ชายแดนภาคใต้คิดว่าปัญหานี้ ในเรื่องของการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติเหล่านี้ มันคงจะถึงเวลา ที่จะต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์หรือว่ากระดานชิฟ ในการที่จะคิดแก้ปัญหา หลายส่วนที่เรา มองดูข้าง ๆ บ้านเรา เป็นประเทศข้างบ้านก่อนที่จะมีการก่อสร้างคูน้ําสําคัญอันดับแรก คูน้ําคูระบายน้ําจะต้องมี ก่อนจัดสรรที่ดินเป็นเงื่อนไขของการที่จะสร้างอาคาร ในขณะที่ประเทศไทยเราคนที่มีเงิน ก็ถมเอา ถมเอา ถมสูงกว่าถนนแล้วก็น้ําก็จะเทลง อันนี้มันแสดงถึงจิตใจที่มีจิตสาธารณะ หรือไม่อย่างไร เพราะว่าตัวเองรอดแต่ว่าน้ําลงที่ถนนเหล่านี้ผมว่าจะต้องมีการแก้ไข หากว่า เราไม่แก้ไขทั้งระบบในเรื่องของการไม่ว่าจะเป็นผังเมืองหรืออะไรต่าง ๆ เราก็จะเจอปัญหาที่ ทุกข์ยากในอนาคตอีกมากมายเลยทีเดียว

อีกอย่างหนึ่งซึ่งเพิ่งได้มานะครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยาก็ได้พูดไปเมื่อกี้นะครับ จากการสูบน้ําเพิ่งได้รับมาตอนเที่ยงนี้เอง ประมาณตอนรับประทานอาหารเที่ยง มีสมาชิก วุฒิสภาท่านหนึ่งซึ่งท่านก็ประสบภัยเช่นเดียวกัน เรื่องกรณีเมื่อสูบน้ําออกจากโรงงาน ในนิคมอุตสาหกรรม ส่วนผสมของเคมีซึ่งท่านอาจารย์ที่โทรศัพท์มาผมก็เชื่อเพราะว่าเป็น สาขาวิชาของท่าน ท่านเรียนมาทางด้านเกษตรแล้วก็ทางด้านเคมีด้วย บอกว่ามีส่วนผสมของ เคมีจะมีผลกระทบในระยะยาวต่อประชาชนในละแวกใกล้เคียง เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนให้ ท่านรัฐมนตรีทราบ เพราะว่าส่วนนี้ซึ่งท่านอาจารย์ได้บอกว่าถ้ามีโอกาสก็ให้เรียนที่ประชุม ทราบด้วยว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งอาจจะมีผลกระทบในระยะยาว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ถ้าเราแก้ได้ก็อยากที่จะให้แก้สิ่งนั้น ไม่อยากที่จะให้นอกเหนือจากเมื่อหมดจากการประสบ อุทกภัยแล้ว นอกเหนือจากโรคอะไรต่าง ๆ มันก็จะเกิดผลกระทบอันเกิดจากสารเคมี ต่าง ๆ ด้วย สิ่งเหล่านี้จึงอยากจะเรียนให้ท่านในประเด็น ๓ ประเด็นที่ได้แจ้งไปในระยะเวลา สั้น ๆ ขอขอบคุณครับ