อนุรักษ์ นิยมเวช หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล กทม. และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับ
ประการแรก ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านคณะรัฐมนตรี โดยท่าน นายกรัฐมนตรีที่ให้ความกรุณาในการเปิดสภาทั้ง ๒ สภารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องอุทกภัย ต้องขอกราบขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ ในปัญหาดังกล่าวผมมี ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้
ประการแรก ผมอยากให้รัฐบาลน้อมนําแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะปัญหาในเรื่อง ของการทําแนวของฟลัดเวย์ (Floodway) หรือว่าการขุดคลองระบายน้ําต่าง ๆ นะครับ หรือว่าการจัดทําแก้มลิง รวมตลอดถึงการสร้างเขื่อนในบริเวณลุ่มแม่น้ํายมที่มีความจําเป็น ซึ่งผมเห็นว่าปัญหาดังกล่าวนี่ โดยเฉพาะการขุดลอกคลองบึงในเขตของแม่น้ําเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกทั้งฝั่งตะวันตก ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาในเรื่องของวัชพืช หรือว่าปัญหาในเรื่องของ ตื้นเขินหรือการรุกล้ําต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่า ณ ปัจจุบันนี้รัฐบาลควรต้องเร่งดําเนินการ รวมบุคลากรต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อดําเนินการทําเรื่องดังกล่าวโดยเร็ววัน เพราะว่าเท่าที่ ตรวจสอบแล้วในพื้นที่ในฝั่งตะวันออกนี่นะครับยังมีปัญหาในเรื่องของการระบายอยู่ หรือในพื้นที่ฝั่งตะวันตกในบริเวณที่จะออกไปสู่สมุทรสาครยังมีคลองหลาย ๆ คลองตื้นเขินอยู่ ผมคิดว่ารัฐบาลควรต้องรีบดําเนินการดังกล่าวโดยเร็วนะครับ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในภาวะวิกฤติวันนี้ ผมอยากให้รัฐบาลและทุก ๆ ฝ่าย ดําเนินการร่วมมือกันเพื่อการแก้ไขปัญหาในเรื่องของวิกฤติของประเทศ เพราะผมคิดว่า สถานการณ์วันนี้ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันทํางานเพื่อการแก้วิกฤตินี้ให้ได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ หรือคนต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา รัฐบาล ฝ่ายค้าน วุฒิสภา หรือภาคประชาชน ผมคิดว่าต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาวิกฤตินี้ให้ได้ อย่าทะเลาะกันนะครับ เพราะว่าประชาชนก็เดือดร้อนมากอยู่แล้ว ยิ่งทะเลาะกันประชาชน ก็มองว่ายิ่งทะเลาะกันยิ่งทําให้การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนยิ่งล่าช้า
อีกประการหนึ่ง ผมอยากให้มีการทํางานบูรณาการระหว่างตัวรัฐบาลกับ กทม. รวมทั้งตลอดถึงตัวพื้นที่บริเวณที่อยู่รอบ กทม. ไม่ว่าจะสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร เพราะพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ใกล้เคียงที่มีทั้งการระบายน้ําออกไป เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วอยากให้ทํางานร่วมกันเพื่อที่จะให้ประสิทธิภาพในแง่ของ การระบายน้ําเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวดเร็ว
อีกประการหนึ่งก็คือว่า ในเรื่องของขบวนการการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน ในฐานะผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลควรต้องพยายามที่จะเข้ามาแก้ปัญหาในเรื่องของ ข้อพิพาทระหว่างประชาชนที่อยู่เหนือน้ําที่ถูกการปิดกั้น แล้วก็ประชาชนที่อยู่ใต้น้ํา โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีของคลองสามวา คลอง ๙ คลอง ๑๐ คลอง ๑๑ หรือพื้นที่ประชาชนที่อยู่แนวรังสิต หรือที่มีการกั้นบริเวณบิ๊กแบ็ก (Big Bag) เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วผมคิดว่ารัฐบาลต้องเข้ามา เมื่อมีปัญหาข้อพิพาทต้องเข้าไป แก้ปัญหาโดยเร็ววัน ไม่ใช่ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ และจะนําไปสู่เป็นกรณีตัวอย่างของเคส (Case) อื่น ๆ เลยต้องฝากให้รัฐบาลช่วยหาบุคลากรเข้าไปดําเนินการแก้ปัญหา ไม่ว่าพื้นที่พิพาท เกิดขึ้นในบริเวณโดยรอบกรุงเทพมหานครหรือว่าในตัวของ กทม. เอง
อีกประการหนึ่ง ก็คือขบวนการในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน วันนี้ประชาชนที่มีปัญหาประสบอุทกภัยไม่อยากออกจากพื้นที่ เพราะกลัวปัญหาในเรื่องขโมยเข้าไปขโมยของในบ้าน ก็เลยไม่อยากจะออกมา เพราะฉะนั้น วันนี้กําลังของตํารวจต้องเอาจริงเอาจังนะครับ ถ้าตํารวจไม่พอควรจะเอาตํารวจในจังหวัดอื่น ที่น้ําไม่ท่วมเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาดังกล่าว โดยตลอดถึงปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการที่มี บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีเอาเรือใบโยนลงไปในน้ําทําให้เกิดปัญหาของประชาชนเดินทางโดยรถ ไม่ได้ รถเกิดยางแตก ไม่ว่ารถของ ขสมก. หรือรถของทหารต่าง ๆ เหล่านี้ ตํารวจต้อง เอาจริงจังนะครับ เข้ามาดําเนินการในเรื่องดังกล่าวเพื่อจะไม่ให้ประชาชนซึ่งได้รับ ความเดือดร้อนอยู่แล้วต้องเดือดร้อนยิ่งขึ้นอีก
อีกประการหนึ่งในกระบวนการในเรื่องของการเยียวยา เป็นเรื่องที่ประชาชน ซึ่งไม่สามารถออกมาซื้อของหรือซื้ออาหารการกินได้ รัฐบาลต้องดําเนินการในเรื่องของ การเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคให้ทั่วถึง โดยเฉพาะปัจจัยสี่ ในขณะเดียวกันประชาชน เดือดร้อนมาก ทําอย่างไรที่รัฐบาลจะดําเนินการทํางานร่วมกับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในส่วน ของตัวกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. หรือในกรุงเทพฯ เอง ในภาคประชาชนต่าง ๆ เหล่านี้ ทําอย่างไรที่จะทําให้เขาสามารถ อย่างน้อยได้รับความเดือดร้อนมีอาหารการกินที่ดี อันนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญ รวมถึงกระบวนการในเรื่องของการเยียวยา ดําเนินการภายใน ๑ ปี หรือกระบวนการที่ต้องดําเนินการในระยะยาว ผมคิดว่ารัฐบาลต้องรีบดําเนินการโดยเร็ว เพื่อประชาชนจะได้รู้ว่าเขาจะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้างจากที่ได้รับการเยียวยา รวมตลอด ถึงแผนของโครงการนิวไทยแลนด์ (New Thailand) ผมคิดว่าอาจจะทําคู่ขนานได้ แต่ขณะเดียวกันโครงการที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวควรจะต้องคิดถึงปัญหาน้ําที่มาจาก ทางเหนือ หรือขณะเดียวกันในอนาคตถ้าเกิดน้ําทะเลสูงขึ้น เราจะแก้ปัญหาอย่างไรถ้าเกิด กรุงเทพฯ จะต้องท่วม รวมถึงกรณีที่ว่าน้ําท่วมนี่นะครับ ในบางกรณีน้ําท่วม ๔ เดือน ในขณะเดียวกันอาจจะมีแล้งอยู่ประมาณ ๘ เดือน เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วปัญหา อุทกภัยนี่ไม่ใช่เฉพาะปัญหาเรื่องน้ําอย่างเดียว
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเดินทางของประชาชน บริเวณที่ประสบ ปัญหาอุทกภัย ปัญหาในเรื่องรถ ปัจจุบันได้รับความกรุณาจากทหาร ในขณะเดียวกันปัญหา ขสมก. ประชาชนก็ยังเดือดร้อนอยู่ ไม่สามารถรู้ในเรื่องของจํานวนรถหรือว่าสายการเดินทางได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องชี้แจงหรือว่าให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ในเรื่องของ เส้นทางการเดินรถ ตลอดถึงวันนี้ผมคิดว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในเรื่อง ของการแก้ปัญหาอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และต้องพยายามปกป้อง นิคมอุตสาหกรรมที่อาจจะประสบผลกระทบถูกน้ําท่วมได้นะครับ ผมคิดว่าในโอกาส ในวันหน้าไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก ผมคิดว่าในสถานการณ์วันนี้ผมคิดว่า ผมก็คงให้กําลังใจรัฐบาลกับท่านนายกรัฐมนตรีที่จะต้องดําเนินการในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้สามารถที่จะให้ลุล่วง สถานการณ์แก้ไขให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ของ กทม. บริเวณด้านในซึ่งเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ โดยเฉพาะซึ่งผมคิดว่า มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการดังกล่าวโดยเร็ววันนะครับ กราบขอบคุณครับ