สุเทพ เทือกสุบรรณ เสนอความเห็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ทั้งเรื่องขาดแคลนอาหาร การคมนาคมขนส่งที่ติดขัด และสุขภาพจิตของประชาชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติหรือสถานะบุคคล พร้อมเสนอแผนปฏิบัติการเฉพาะด้าน เช่น การจัดครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพคุณภาพสูง ระบบการเดินทางแบบผสมผสาน และการเพิ่มวงเงินเยียวยาจาก 5,000 เป็น 40,000-50,000 บาท เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากอย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอแสดงความขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ได้เป็นผู้นําเรื่องนี้เข้ามาให้ สมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันพิจารณาให้ความคิดเห็น ท่านประธานครับ แม้ว่าพวกผมจะเป็น ผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน แล้วก็ส่วนใหญ่จะเป็นผู้แทนต่างจังหวัด วันนี้เราก็มีความรู้สึก เป็นห่วงเป็นใยเห็นใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติที่รุนแรงกว้างขวาง เราตั้งใจที่จะ เข้ามาช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนเหล่านั้น ทั้งด้วยกําลังกาย ทั้งด้วยกําลังสมอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมจะนําเรียนในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้ ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธและท่านรัฐมนตรีทั้งหลายได้สบายใจว่าไม่มีความประสงค์ ที่จะไปตําหนิติเตียนรัฐบาล ไม่ได้ประสงค์จะไปตําหนิติเตียนท่านทั้งหลายแต่อย่างใดทั้งสิ้น ครับ สิ่งที่ต้องการจะพูดก็เพื่อจะเสนอความคิดความเห็นในบางแง่บางมุม ซึ่งคิดว่าถ้ารัฐบาล ไม่ยึดมั่นถือมั่น รับเอาความคิดเหล่านี้ ข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติก็จะช่วยบรรเทา ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ในประการแรกท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนเสนอกับรัฐบาลว่า การดูแลแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนผู้ประสบภัยน้ําท่วมคราวนี้ รัฐบาลสมควรที่จะระดมเอา ทุกภาคส่วนเข้ามาทํางานร่วมกันอย่างบูรณาการจริง ๆ ภาพที่ประชาชนเขาเห็นมันยังไม่เป็น อย่างนั้นครับ กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายก็ยังไม่ได้ทํางานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ อยากจะให้รัฐบาลไปปรับปรุงตรงนี้ครับ วางงานอื่นเอาไว้ก่อน มาดูแลประชาชนที่เขากําลัง เดือดร้อนกันตรงนี้ก่อน เฉพาะในกรุงเทพฯ หลายล้านคนที่กําลังทุกข์ยากเลือดตาแทบ กระเด็นอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นต้องเอาทุกกระทรวง ทบวง กรมมาทํา ผมเคยเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีทั้งหลายออกไปค้างคืนที่จังหวัดต่าง ๆ ตอนที่ น้ําท่วมแรก ๆ ตอนนี้ไปไหนหมดแล้วละครับ ส่งไปค้างคืนที่ทวีวัฒนาบ้าง ส่งไปค้างคืนที่ หนองแขมบ้างสิครับ ส่งไปค้างคืนที่ดอนเมืองบ้าง ไปบัญชาการอยู่ที่นั่นแหละ แบ่งพื้นที่ กันเลย อย่างนี้มันถึงจะเข้าถึงประชาชนดูแลประชาชนได้จริง ๆ ที่สําคัญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธครับ ที่จริงผมควรจะพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีบังเอิญ ท่านยังไม่มา ท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ วิชัยดิษฐ เคยเป็นปลัดเทศบาล เคยเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด เคยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลควรจะใช้ท่านให้มากกว่านี้ คนกระทรวงมหาดไทยมีความรู้มีความสามารถมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เคยแก้ปัญหาอย่างนี้เรียกมาให้หมด เอามาประจําอยู่ในแขวงต่าง ๆ ในเขตต่าง ๆ ที่ถูกน้ําท่วมในกรุงเทพฯ นี่ครับ อย่างนี้คนพวกนี้เขาทํางานได้ ท่านสั่งไม่กี่คํา เขาเข้าใจเพราะเคยมีประสบการณ์ คนไม่มีประสบการณ์ท่านใช้ไปนี่ยุ่งนะครับ ผมเห็น ท่านประชา พรหมนอก ส่งอธิบดีบางกรมจากกระทรวงยุติธรรมไปประสานงานกับเขา ทะเลาะกันวุ่นวายไปหมดเลยครับ เพราะไม่รู้เรื่อง เคยดูแลงานอื่นไม่เคยดูแลงาน ของประชาชน อย่างนี้ก็ทํากับคนอื่นยาก แต่คนกระทรวงมหาดไทยต้องเอามาใช้ ขณะนี้ ผมเห็นว่าที่ยังเป็นหลักอยู่ก็เฉพาะกองทัพ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศที่ลงมาช่วยอยู่ แต่ว่างานนี้ต้องเป็นงานของรัฐบาลครับ ไม่ใช่งานของกองทัพ กองทัพจะมาเสริมครับ แต่รัฐบาลต้องเป็นหลัก ผมเรียนนะครับว่าการดูแลประชาชนคราวนี้ถ้าท่านทั้งหลาย ไม่พร้อมใจกันจริง ๆ ไม่ระดมทุกฝ่ายมาจริง ๆ ความเดือดร้อนของประชาชนจะแสนสาหัส แล้วก็จะเป็นผลร้ายกับรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลพร้อมเพรียงกันทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐบาลก็สามารถที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากภาคเอกชนเข้ามาสมทบด้วยได้ การช่วยเหลือประชาชนก็จะทั่วถึงและมีพลังมากขึ้น เรื่องอะไรบ้างละครับที่ท่านจะต้องไป ช่วยเหลือประชาชนในปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้
ในประการแรกครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจครับว่าประชาชน คนกรุงเทพฯ นับล้านคนวันนี้อดข้าวครับ มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ไม่รู้จะไปซื้อผักสด เนื้อหมู เนื้อไก่ ไปซื้อแก๊สที่ไหน เพราะปิดหมดน้ําท่วม คนจะไปซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารต้องเดินทาง ตั้ง ๓-๔ ชั่วโมง รัฐบาลต้องเข้าใจครับว่าเขาอดอยากจริง ๆ เดือดร้อนจริง ๆ เพราะฉะนั้น การดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องทําทันที รัฐบาลช้าไปหน่อยครับเรื่องนี้ อย่างน้อยช้ากว่าผมไป ๑๒ วัน ผมจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ บังเอิญพวกผมนี่ถูก น้ําท่วมมาบ่อยที่ภาคใต้หลายจังหวัด น้ําท่วมหนักพวกเราก็มีประสบการณ์ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พอได้ข่าวว่าน้ําจะท่วมกรุงเทพฯ คนที่ภาคใต้เขาก็คิดถึง คนกรุงเทพฯ ครับ เพราะสมัยที่น้ําท่วมภาคใต้นั้นชาวกรุงเทพมหานครเขามีน้ําใจ ส่งความช่วยเหลือไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ส่งยา ส่งน้ํา ส่งอาหาร ให้เงินไป สร้างบ้าน ประชาชนที่จังหวัดภาคใต้เขาก็บอกผ่านผู้แทนราษฎรพวกผมมาว่า คราวนี้จะขอ แสดงน้ําใจตอบแทนกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ท่านประธานถึงเห็นภาพว่า มีครัวชาวใต้ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่น้ําท่วมตั้งเกือบ ๒๐ ครัวเข้าไปแล้วครับในขณะนี้ วันหนึ่งดูแลประชาชนเป็นแสนคน ขนกุ้ง ขนปลา ขนมะละกอ ขนเครื่องแกงมาจากภาคใต้ เรียบร้อย อาสาสมัครเป็นแม่ครัวมาจากจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลาขึ้นมาพร้อม แล้วเขาเปิดครัวมาแล้ว ๑๒-๑๓ วัน ตั้งแต่วันแรกที่น้ําท่วม พอได้ปะทะประทังดูแลพี่น้องประชาชนที่เขากําลังเดือดร้อนกันอยู่ แต่ผมเพิ่งเห็นครัวของรัฐบาลเริ่มต้นเมื่อวานนี้ครับ แล้วก็กว่าจะเริ่มต้นได้ก็หมดไปครึ่งวัน เดือดร้อนผมด้วย จะมาประชุมสภาก็รถติดกับรถครัวรัฐบาลนี่ละครับ เพราะว่าท่าน สร้างภาพก่อน มัวแต่สร้างภาพกันอยู่ เอารถไปจอดเต็มลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วก็ยังหา ที่ตั้งครัวไม่ได้วิ่งกันจนค่ําเลยเมื่อวานผมก็ยังเห็น เพราะฉะนั้นท่านต้องปรับปรุงใหม่ครับวิธีนี้ ผมขอเสนอแนะอย่างนี้ครับ ท่านต้องสํารวจครับ เอา ส.ก. ส.ข. เอาผู้อํานวยการเขตมาเลย ว่าถนนไหน ซอยไหนที่ประชาชนเขาเดือดร้อน ท่านบอกเลยว่าผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ไปตั้ง ครัวอยู่ซอยนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ไปตั้งครัวอยู่ซอยนี้ จําเป็นครับ ผมยกตัวอย่างให้ ท่านประธานดูนะครับ เรามีครัวบางแห่งของเรา ยกตัวอย่างที่คุณชุมพล จุลใส ส.ส. ชุมพร ไปตั้งครัวอยู่ที่พุทธมณฑลสาย ๒ คนที่เดินทางมารับอาหารที่นี่ ๓ ชั่วโมงครับ ลุยน้ํามาถึง จะได้เอาอาหารกลับไปบ้าน เพราะฉะนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรียงยุทธก็ควรจะต้องกระจาย ครัวของรัฐบาลลงไป พวกผมมีเรี่ยวแรงน้อยเป็นฝ่ายค้านยังทําครัวได้ตั้ง ๒๐ แห่ง รัฐบาล ทําสัก ๒๐๐-๓๐๐ ครัวก็ได้ครับ ทั่วพื้นที่ที่น้ําท่วมเลย อย่างนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนที่เขากําลังอดอยาก ผมเรียนครับว่าเขาอดอยากจริง ๆ นะครับ มีเงินก็ซื้อ ไม่ได้ไม่สามารถปรุงอาหารรับประทานเองได้ในวันที่น้ําท่วมกะทันหันอย่างนี้ แล้วครัวนี้ ก็ไม่จําเป็นต้องตั้งอยู่ถาวรครับ พอน้ําลด คนเริ่มเดินทางออกไปซื้อหาได้ ท่านก็ย้ายครัวไป อยู่ที่น้ํามันมาก เพราะน้ํามันเคลื่อนไปเรื่อย ผมยกตัวอย่างครับ ครัวของ ส.ส. ธานี เทือกสุบรรณ น้องผมนี่ครับ ไปตั้งอยู่ที่บางพลัด ตั้งแต่วันแรกที่น้ําท่วมช่วยเหลือคนแถว บางพลัดได้รับประทานอาหาร วันนี้ปิดครับ จะย้ายไปประชาชื่นแล้ว เพราะว่าที่บางพลัด น้ําลดแล้วคนเดินทางไปหาซื้ออาหารได้เองแล้ว ประชาชนเขาเริ่มช่วยตัวเองได้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลทําในลักษณะเดียวกัน ผมเชื่อว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องอาหาร การกินของพี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง
ในประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ถุงยังชีพครับ ผมไม่ค่อยเห็นรัฐบาลเอา ถุงยังชีพไปแจก อันนี้เป็นปัญหาครับ ผมอยากให้รัฐบาลทํา เพราะว่าคนที่เขาอยู่เข้าไปใน ซอยลึก ๆ เดินทางยาก มีครัวของผมครัวหนึ่งครับตั้งอยู่ที่ริมคลองทวีวัฒนา เฉพาะที่เอา วัตถุดิบไปส่งให้ที่ครัวนี้ไปกลับใช้เวลาตั้ง ๕ ชั่วโมง คนแถวนั้นอดอยากครับ ถ้าได้ถุงยังชีพ ที่เขาสามารถปะทะปะทังไปได้สัก ๒ อาทิตย์ อย่างนี้เขาก็พอที่จะดิ้นรนช่วยตัวเองได้ รัฐบาลก็ต้องจัดถุงยังชีพให้ครบที่เขาจะช่วยตัวเองได้ ผมไม่พูดหรอกครับว่ามีเฉพาะคนบางพวกบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ถุงยังชีพวันนี้ เพราะว่า พูดอย่างนั้นก็ไม่สร้างสรรค์อะไร แต่ผมเรียกร้องรัฐบาลว่าช่วยให้ได้ทุกครอบครัวที่เขา เดือดร้อน ที่เขาช่วยตัวเองไม่ได้ ถ้ารัฐบาลทําเรื่องนี้ได้เสียงที่จะบ่นพึมพําต่อว่ารัฐบาล ก็จะเบาลง และผมขอร้องท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ คนที่จะไปทํา ครัวนี่ต้องเสียสละหน่อยครับ ต้องเปิดตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ นั่นแหละครับ กว่าจะไปปิดก็ต้องทุ่ม ๒ ทุ่ม แล้วต้องดูแลเรื่องคุณภาพอาหารด้วยครับ คนกรุงเทพฯ คิดมากนะครับ ไม่ใช่ขอทาน นะครับที่มาขออาหารรับประทานนี่ เพราะว่าไม่มีทางเลือกอื่นดิ้นรน ถ้าไม่ใส่หัวใจเข้าไป ในการบริการ ถ้าไม่ดูแลเรื่องคุณภาพ ถ้าท่านเอาของบูดไปเที่ยวแจกให้เขาอย่างที่ กําลังทําอยู่ตอนนี้แล้วก็จะเป็นปัญหาใหญ่โตเลยครับ จะเสียใจกันอย่างยิ่ง อันนี้เป็นเรื่องที่ ผมขออนุญาตเสนอแนะในเรื่องของการดูแลเรื่องอาหารการกิน
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับที่ผมอยากจะเสนอแนะ ก็คือเรื่องของ การคมนาคม วันก่อนรัฐบาลก็หยุดงานให้ไป ๔-๕ วันก็พอทําเนาครับ ตอนนี้ทุกคนต้องไป ทํางานแล้วหลายคนตกงานแล้วครับ ถูกไล่ออกไปแล้วเพราะว่าไปทํางานไม่ได้ คือน้ําท่วม ทั่วไปหมดครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเดินทางด้วยพาหนะอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วไปถึง ที่ทํางานได้ อาจจะนั่งเรือเล็ก ๆ ออกจากบ้าน แต่ว่าพอมาถึงเจอสะพานก็ต้องลงจากเรือแล้ว ก็ไม่สามารถจะแบกเรือข้ามสะพานไปพายต่อได้นี่ก็เป็นปัญหา ต้องใช้ทั้งรถยนต์ต้องใช้ทั้งเรือ เป็นตอน ๆ เป็นช่วง ๆ รัฐบาลต้องวางแผนแล้วครับ ซอยแต่ละซอย ถนนแต่ละสายจะ เชื่อมโยงการคมนาคมกันอย่างไรเพื่อให้คนที่เขาทํางานนั้นสามารถออกจากบ้านและไป ทํางานได้ คนกรุงเทพฯ ไม่ใช่คนต่างจังหวัดนะครับที่เอาเสื้อผ้าม้วนแล้วก็ทูนหัวเดินลุยน้ําไป เพราะน้ําที่ท่วมนี้ลุยไม่ได้ครับ ท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีลองไป ลุยเองดูก็ได้ครับ เน่าแล้วครับ เหม็นครับ และสารพัดโรค แล้วก็ไม่รู้จะไปอาบน้ําที่ไหน กว่าจะไปถึงที่ทํางาน เพราะฉะนั้นเรื่องด่วนที่สุดในขณะนี้ก็คือว่ารัฐบาลต้องไปจัดการเรื่อง การคมนาคมขนส่ง เอารถหกล้อ เอารถสิบล้อของภาคเอกชนเข้ามา เอาเรือเท่าที่มี จะเอาเรือมาจากต่างจังหวัด หางยาวที่ไหนมาวางแผนกันให้เป็นระบบ วันนี้พรุ่งนี้ต้องทําให้ เสร็จครับไม่อย่างนั้นคนเขาไปทํางานไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ ยังไม่นับรวมคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย โดยกะทันหันซึ่งมีปัญหาเยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องระบบคมนาคมนี้ผมเรียกร้องรัฐบาลครับ แนะนํารัฐบาลว่าต้องรีบไปประชุมกันแล้วก็วางแผนให้ชัดเจน กําหนดเวลาเดินทางให้คน เขาสามารถที่จะเดินทางไปได้ ไม่ใช่ว่ารอตั้งชั่วโมง ๒ ชั่วโมงครึ่งไม่โผล่มาสักคันเขาก็ไป ทํางานไม่ทันแล้วอย่างนี้ก็ลําบากนะครับ
ในประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานไปถึง รัฐบาลคือเรื่องการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนครับ ผมอยากให้ทําให้จริงจังมากกว่านี้ สมควรที่จะมีหน่วยแพทย์ไปตั้งอยู่ตามซอกซอยถนนต่าง ๆ ให้ทั่วถึง ผมเห็นเมื่อ ๒ วันก่อนครับ มีคุณหมอ พยาบาลจากโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มารับรักษาพยาบาลอยู่ แต่ว่าเขาก็ต้องเคลื่อนย้ายไปเรื่อย ๆ คนป่วยนัดหมอไม่ได้ครับ เขาไม่สามารถนัดกับหมอได้ ว่าเขาจะป่วยวันนั้นวันนี้ มันป่วยทุกวันครับ เดือดร้อนทุกวัน การที่จะเข้ามาหาหมอในเมือง ไม่มีโอกาสครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขต้องจัดหน่วยแพทย์กระจายออกไปประจํา อยู่ตามพื้นที่ที่น้ําท่วมทุกแห่งเพื่อดูแลประชาชน ทั้งโรคหวัด โรคน้ํากัดเท้าสารพัด ท้องร่วง ท้องเสียมีปัญหาครับ เรื่องท้องเสียนี่ครับท่านประธานเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าน้ําดื่มไม่พอ ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมควรที่จะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดรับบริจาคน้ําดื่มขนมาให้คนกรุงเทพฯ วันนี้ เพราะถ้าเขาใช้น้ําที่ท่วม แม้จะเอาไปต้มแล้วเอามาบริโภคก็ไม่รับประกันครับว่าจะปลอดภัย นี่เป็นเรื่องใหญ่ครับ ของพวกผมต้องขนมาตั้งแต่สงขลา หาดใหญ่ ไล่มาเรื่อย สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏจังหวัดสุราษฎร์ธานีผลิตน้ําดื่มเฉพาะสําหรับ ช่วยคนกรุงเทพฯ คราวนี้นับเป็นแสนขวด นี่ถ้ารัฐบาลทําจะมีเป็นล้าน ๆ หลายสิบล้านขวด ที่จะมาช่วยได้ แล้วก็จะทําให้คนอาจจะลดปัญหาเรื่องโรคท้องเสียท้องเดินนี่ครับ
ที่สําคัญอีกอันหนึ่งครับคือสุขภาพจิต คนในเมืองกรุงเขามีความอดทนน้อยครับ กลุ้มใจครับ เพราะฉะนั้นกรมสุขภาพจิตต้องออกมาทํางานเต็มที่ ไปนั่งพูดนั่งคุยกับเขา ไปถึง ก็อย่าตกใจครับ เรื่องแรกเขาด่ารัฐบาลก่อนครับ พอด่ารัฐบาลเสร็จเขาก็ด่า ส.ส. ทุกพรรค โดนกันหมดครับ พวกเราก็ต้องอดทน แต่ว่าต้องพูดจาต้องอธิบาย ปัญหาที่เขาจะว่าท่านมาก ที่สุดเวลาเขามาพบก็คือว่า เขาฟังพวกท่านพูดแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่มีคําตอบที่ชัดเจน ซึ่งที่จริง ผมเข้าใจครับ ผมเจอทุกวันเขาก็มาถามว่านี่น้ําจะท่วมอีกกี่วัน ใครมันจะตอบได้ แต่ว่า อย่างไรก็ต้องคุยกับเขา ต้องพูดจากับเขา ต้องมีคนไปให้กําลังใจ ท่านประธานครับ
เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่า สุขภาพของเด็กครับ นมผงหาซื้อไม่ได้ นมกล่องหาซื้อไม่ได้ แล้วก็เดือดร้อนมาก คนที่น่าสงสารที่สุดคือ พวกผู้ใช้แรงงานครับ นายจ้างไปอยู่พัทยาแล้ว ไปอยู่หัวหินแล้ว ไปอยู่เชียงใหม่แล้ว ไปอยู่เขาใหญ่แล้ว คนพวกนี้อยู่บ้านมีลูกเล็ก ๆ ไม่มีนมที่จะให้เด็กได้ดื่ม อันนี้เรื่องใหญ่ครับ ทั้งนมผง ทั้งนมกล่อง ชาวพม่าผู้ใช้แรงงานอย่างนั้นยิ่งน่าสงสารที่สุด รัฐบาลรีบไปทําเถอะครับ เพื่อมนุษยธรรม ดูแลคนเหล่านี้เขาให้ทั่วถึงด้วย อย่าไปขอดูบัตรประจําตัวก่อนนะครับ ผมเห็นที่ไปแจกเรือขอดูบัตรประจําตัวว่ามีบัตรพิเศษชนิดนั้นไหมถึงจะได้เรือ อย่าทําครับ วันนี้เดือดร้อนเหมือนกันหมด เพื่อมนุษยธรรมอย่าแบ่งแยกคน ผมก็ขอฝากรัฐบาลครับ
ในประการสุดท้ายที่จะเรียนกับรัฐบาลก็คือว่าการเยียวยาหลังน้ําลด ที่รัฐบาลประกาศว่าน้ําท่วมแล้วจะให้ ๕,๐๐๐ บาท ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลชุดนี้ ทําเรื่องใหญ่ ๆ ตั้งหลายเรื่อง บ้านหลังใหม่ รถคันใหม่ ลดภาษีให้กับนิติบุคคล วันนี้ช่วยคน น้ําท่วมให้เต็มที่หน่อยครับ ทั้งหมดที่ท่านทําโครงการใหญ่ ๆ นั้นใช้เงินไปหลายแสนล้านบาท น้ําท่วมนี่สําหรับคนกรุงเทพฯ วันนี้ ๕,๐๐๐ บาทไม่มีความหมายครับ ทั้งสวนกล้วยไม้ ทั้งสวนผลไม้ ทั้งการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ยับเยินหมดแล้ว มันก็ต้องคิดกันถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาทครับ ขณะที่น้ําท่วมอยู่นี้รัฐบาลอย่านิ่งเฉยสิครับ ไปสํารวจเยี่ยมให้ทุกบ้าน ได้รู้มาให้ชัดเจนเลยว่าแต่ละคนเขาเดือดร้อนอย่างไร แล้วมาคํานวณค่าช่วยเหลือกันใหม่ อย่างนี้ถึงจะทําให้ประชาชนเหล่านั้นเขามีกําลังใจ นั่งนับวันรอน้ําลด แล้วก็รอว่าน้ําลดแล้ว รัฐบาลนี้เขาจะเข้ามาเยียวยา เขาจะเข้ามาดูแลอย่างไร ผมไม่พูดถึงเรื่องกิจการขนาดใหญ่ โรงงานอุตสาหกรรมการค้าขนาดใหญ่ แต่ว่าทั้งหมดที่ผมพูดวันนี้ที่เรียนกับท่านประธาน ไปถึงรัฐบาลนี่ก็เพราะว่าให้ดูแลคนธรรมดา คนเดินดินธรรมดานับล้านคนที่กําลังเดือดร้อน แสนสาหัสเท่านั้น
ผมเรียนกับท่านประธานครับว่าขออนุญาตใช้โอกาสนี้เป็นตัวแทนของ ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ผู้เดือดร้อน ขอขอบคุณคนที่มีน้ําใจ มูลนิธิทั้งหลาย สื่อมวลชน องค์กรต่าง ๆ ที่เข้าไปถึงตัวผู้เดือดร้อนก่อนรัฐบาลทั้งสิ้น ขอขอบคุณกองทัพ ขอขอบคุณ ทหารทุกระดับช่วยเหลือประชาชนไม่ได้รับประทานอาหารเลย ทําทั้งวัน ประชาชนก็ยัง ไม่ชอบใจเพราะว่าไม่ทั่วถึง กําลังเขามีเท่านั้น ผมต้องขอบคุณการไฟฟ้านครหลวงครับ ที่ช่วยรักษาชีวิตประชาชนไว้ได้มากด้วยการส่งคนไปขยับหม้อแปลงให้สูงพ้นน้ํา แต่ว่าที่ไป ไม่ทันก็มีเสียชีวิตไปหลายราย ขอขอบคุณพนักงานของการประปาที่เข้าไปดูแลให้น้ําประปา มันยังไหลอยู่สําหรับคนที่เฝ้าบ้าน พูดถึงตรงนี้ต้องเรียนท่านประธานครับว่าแม้ว่ารัฐบาล จะเรียกร้องให้ประชาชนเขาอพยพออกจากพื้นที่น้ําท่วม แต่คนส่วนหนึ่งเขาไปไม่ได้ครับ เป็นห่วงทรัพย์สิน โจรผู้ร้ายชุกชุมครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องจัดการให้ตํารวจ ลาดตระเวนตรวจตรอก ซอยเหมือนเดิม ใช้พาหนะอย่างอื่นเท่าที่จะหาได้ แต่ว่าต้องไปให้ ความปลอดภัยในเรื่องของทรัพย์สินของประชาชนให้ได้ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธาน เฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน และหวังจะเห็นรัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไข ปัญหานี้โดยทันทีภายในวันนี้ พรุ่งนี้ ไม่ต้องรอว่าพร้อมกันแล้วเรียกทีวีมาพร้อมถ่ายภาพตั้ง วันแล้วถึงจะออกไปนะครับ เขาหิวอยู่ทั้งวัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ