รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เรียกร้องให้รัฐบาลถอดบทเรียนจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำท่วม และรีบดำเนินการแก้ไขปัญหา

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณนะคะ ที่ท่านได้เปิดโอกาสให้ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้นําเสนอ ความคิดเห็นและข้อแนะนําไปยังรัฐบาลเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา มหาภัยพิบัติในครั้งนี้ค่ะ กว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่ต้องตกงาน และมากกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ผลคราวนี้ค่ะเป็นผลที่เกิดจากมหาภัยพิบัติน้ําท่วมใหญ่ เหตุการณ์คราวนี้อย่ามาโทษเลยนะคะว่าเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ อย่ามาโทษฟ้า โทษดิน หรืออย่าไปโทษว่าดวงไม่ดี แต่คราวนี้ต้องโทษว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดไปซ้ําวิกฤติน้ํา ที่เกิดขึ้นน่าจะถูกต้องมากกว่า ทําไมดิฉันพูดถึงว่าท่านบริหารงานผิดพลาดค่ะ เพราะมีการส่งสัญญาณหลายครั้งจากหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ต่าง ๆ เรื่องปริมาณน้ําก็ดี หรือแม้แต่ธรรมชาติได้ส่งสัญญาณมาแล้วหลายครั้งค่ะ ครั้งแรกค่ะ ท่านประธาน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาธรรมชาติได้ส่งสัญญาณผ่านมายัง พื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคเหนือ น้ําได้ท่วม ๑๔ จังหวัด ทางรัฐบาลก็ทราบและยังได้ตั้งเป็น บางระกําโมเดล นี่คือสัญญาณแรกที่ธรรมชาติส่งมา สัญญาณถัด ๆ มาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ําล้น แม่น้ําเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ น้ําล้นที่เขื่อนเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดชัยนาท ส่งผลต่อ ๆ มาที่เห็นชัดที่สุดค่ะคือเรื่องของประตูน้ําบางโฉมศรีที่แตกไป ก่อนหน้านี้ค่ะ รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอย่างไรบ้างคะ นอกจากบอกพี่น้องประชาชนว่ารับมือกับสถานการณ์ได้ เอาอยู่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลยืนยันให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบหลังจากท่านชี้แจงให้ พี่น้องประชาชนรับทราบ พี่น้องประชาชนก็มั่นใจค่ะ มั่นใจว่าท่านจะรับมือแล้วก็เอาอยู่ แต่หลังจากนั้นสิคะท่านประธาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากกระแสน้ําที่รุนแรง และรวดเร็วเข้าไปทําลายความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรือกสวนไร่นา บ้านพักที่อยู่อาศัย ไล่กันมาตั้งแต่ ๑๔ จังหวัดภาคเหนือจนมาถึง ๒๒ จังหวัดรวมกันถึงภาคกลาง ยังไม่รวมเรื่อง ของความเสียหายที่แผ่ไปยังนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ท่านได้แจ้งไปหรือเปล่าคะ ให้บริษัทต่าง ๆ ได้รับมือเอาไว้ หรือท่านได้แจ้งไปเหมือนกับที่บอกประชาชนเหมือนเดิมว่า เอาอยู่ นี่คือสิ่งที่ประชาชนสิ้นศรัทธาในคําพูดของรัฐบาล สิ้นศรัทธาในความเป็น ผู้นําของท่าน สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือว่าท่านมีองค์กรต่าง ๆ อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงาน ข้าราชการที่มีความชํานาญ ท่านมีนักวิชาการอยู่ในมือค่ะ ทําไมท่าน ไม่เรียกมาแล้วให้นําเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ แล้วท่านต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า จะรับมือกับน้ําที่มาด้วยวิธีการไหน ไม่ใช่ตั้งรับเอาตอนที่น้ํามาถึงท่านแล้วค่ะ สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือว่าทางกรมชลประทานได้แจ้งว่ายังมีน้ําค้างอยู่ ล่าสุดนะคะ ยังบอกว่ายังมีอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีของ ท่านนายกรัฐมนตรีกลับบอกว่ากรุงเทพมหานครไม่ท่วมแน่นอน ๑๐,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดอนเมืองไม่ท่วม แต่ท่านทราบไหมคะว่าคําพูดที่ท่านพูดนี่นะคะมันไม่ได้ทําให้ประชาชน มั่นใจอีกต่อไปแล้ว เพราะท่านไปทําลายความน่าเชื่อถือด้วยตัวของท่านเอง ด้วยตัวของ คณะรัฐมนตรีของท่านเอง หมดเวลาแล้วค่ะ หมดเวลาที่ท่านจะมาบอกว่าให้เชื่อคําพูดของ รัฐบาล และเรื่องที่สําคัญก็คือว่าฝนตก พายุพัดมันเป็นเรื่องธรรมชาติจริงค่ะท่านประธาน แต่น้ําทั้งหมดเป็นการบริหารจัดการของคนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีเวลา แล้วก็ไม่มี ข้อกังขาแล้วนะคะว่าวันนี้เป็นเรื่องของชะตาฟ้าลิขิต หรือเป็นเรื่องของบริหารผิดกันแน่ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทําหลังจากนี้ก็คือรีบถอดบทเรียนที่ท่านได้รับมาตลอดระยะเวลา ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา แล้วคิดค่ะ คิดไปข้างหน้า ไม่ใช่ไล่ตามน้ําอยู่ตอนนี้ แล้วจัดการ ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยา แล้วก็การรองรับรับมือหลังจากน้ําลดค่ะ สิ่งที่ดิฉันอยากเห็นตอนนี้ก็คือว่าร่วมมือ ทางรัฐบาลได้คิดมาตรการต่าง ๆ อย่างเช่น หลังน้ําลดมีขยะมากมายมหาศาล เป็นไปได้ไหมคะท่านช่วยทั้งการจ้างงานแล้วก็ ลดขยะไปด้วย โดยการจ้างงานรับซื้อขยะจากคนที่มีขยะอยู่แต่ละบ้าน ๆ นี่แหละค่ะ เป็นการกระจายเงินให้เขาได้มีเงินค่าใช้จ่ายแล้วก็บริหารจัดการไปด้วยทั้งหมดทั้งสิ้น วันนี้ดิฉันหวังว่าข้อเสนอแนะของพวกเราทั้งหมดจะได้เข้าไปอยู่ในคําพิจารณาข้อพิจารณา ของท่านนะคะ ขอบคุณมากค่ะ