รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

บุรณัชย์ สมุทรักษ์ หารือเรื่องการแก้ไขผลกระทบจากมหาอุทกภัย โดยเฉพาะการระบายน้ำผ่านระบบแม่น้ำเจ้าพระยา และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ พร้อมเรียกร้องการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายและรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขวิกฤติ

นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผม จะเริ่มการอภิปรายนะครับ อยากจะขอเรียนว่าได้หารือกับทางวิปฝ่ายค้านว่า ในเรื่องของ เวลานั้นหากจะเกินสัก ๒-๓ นาที ก็จะมีความยืดหยุ่นให้ในการอภิปราย ๒-๓ ท่านที่จะถึงนี้ครับ เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามานั้นนี่นะครับ ถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งที่จะมีความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการที่จะระดม ความคิดเห็นเพื่อร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์ร่วมกัน ทางพรรคประชาธิปัตย์เองก็ยืนยันครับว่า รูปแบบของการขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นกลไก ที่สําคัญครับ ที่จะให้ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีผู้แทนของปวงชนชาวไทยสามารถที่จะสะท้อนปัญหา และมุมมองความคิดเห็นต่าง ๆ โดยตรงต่อฝ่ายบริหารได้ อย่างไรก็ตามต้องเรียนว่า รู้สึกเสียดายโอกาสที่การประชุมร่วมรัฐสภาเดิมมีกําหนดการในวันที่ ๒๕-๒๖ นั้นกลับถูก เลื่อนไป ทําให้มุมมองหลายส่วนที่ทางพวกกระผมได้พยายามสะท้อนถึงพวกท่านนั้นได้ใช้ เวลาในการสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยืนยันถึงความจําเป็นในการบูรณาการศูนย์กลาง ความช่วยเหลือที่พวกผมเคยเสนอผ่านกลไกคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคมนั้น ก็ได้มีการ นําไปปฏิบัติเป็นการจัดตั้ง ศปภ. เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ในเรื่องของการเสนอแนะความคิดเห็น ในการจัดตั้งศูนย์ส่วนหน้าในการทํางานนั้นก็ได้มีการจัดตั้ง ศปภ. ส่วนหน้าขึ้นในวันที่ ๒๑ ตุลาคม เพราะฉะนั้นพวกผมยืนยันครับว่าการร่วมกันทําหน้าที่นั้นถือว่าเป็นภารกิจที่สําคัญ ในขณะที่ประเทศชาติประสบวิกฤติอยู่ อย่างไรก็ตามครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นสิ่งที่ท้าทาย ประชาชนและรัฐบาลในขณะนี้นั้น ก็คือการแก้ไขผลกระทบที่มีส่วนที่เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัย โดยธรรมชาติ และมีส่วนที่มีผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงจากความผิดพลาด ในการบริหารงานครับ กระผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่ยืนยันและมีความชัดเจนมากของกรณี ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการบริหารงานนั้น ก็คือกรณีที่มีเหตุการณ์จากการดําเนิน นโยบายของรัฐบาลนั้น ทําให้การระบายน้ําผ่านระบบแม่น้ําเจ้าพระยาเกิดภาระที่เกินต่อ ความสามารถในการรองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของแม่น้ําเจ้าพระยาในซีกตะวันตก และตอนใต้ อันประกอบไปด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนนทบุรี และฝั่งธนบุรีของ กรุงเทพมหานครครับ เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว มีความสําคัญมากหรือน้อยต่อประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อื่น ๆ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ พื้นที่ดังกล่าวนั้นจะเป็นบริเวณสุดท้ายที่สถานการณ์อุทกภัยนั้นจะทุเลาเบาบางลง เนื่องจาก พื้นที่ทางกายภาพของบริเวณดังกล่าวนั้นยากแก่การที่จะระบายน้ํา เพราะปราศจากระบบ ระบายน้ําที่เป็นกิจจะลักษณะ มีการเตรียมการหรือมีเครื่องสูบน้ํา คลอง และประตูระบายน้ํา ที่เพียงพอต่อปริมาณมวลน้ําครับ เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเรียกได้ว่า เริ่มขึ้นในวันที่ ๑๓ กันยายน เมื่อประตูระบายน้ําบางโฉมศรีได้พังลง ซึ่งบังเอิญตรงกันกับวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่ในขณะนั้นก็เข้าใจว่ากระบวนการ ในการเชื่อมต่อและบูรณาการการทํางานของส่วนต่าง ๆ นั้นอยู่ในระหว่างการเตรียมการครับ เหตุผลที่ทําให้กรณีดังกล่าวนั้นเป็นจุดสําคัญเพราะว่าประตูระบายน้ําที่บางโฉมศรีนั้น เมื่อมีการพังทลายลงระบบมวลน้ําก็จะเข้าไปสู่ซีกฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา คือแม่น้ําน้อย ไหลลงสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าสู่จังหวัดนนทบุรี และมาสิ้นสุดลงที่กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันตกครับ ในจังหวะดังกล่าวนั้นเป็นจังหวะที่ทางรัฐบาลเองนั้นยังไม่ได้มีการบูรณาการ ในการจัดตั้งศูนย์ ศปภ. และเป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่งครับ ที่การรับมวลน้ําที่มากกว่า เวลาปกติในช่วงของแม่น้ําเจ้าพระยาซึ่งควรที่จะรับไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์นั้นกลับพบว่า รับเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ทําให้การซ่อมประตูระบายน้ําบางโฉมศรีนั้นต้องใช้เวลาถึง ๓ สัปดาห์ อย่างไรก็ตามครับ ในขณะที่มีการก่อตั้ง ศปภ. เสร็จแล้วในวันที่ ๘ ตุลาคมนั้น ความหวังที่ ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างของรูปแบบการบริหารงานในภาวะวิกฤติโดยการบูรณาการ หน่วยงานราชการต่าง ๆ นั้นก็ประสบปัญหาเกิดการพังทลายของระบบป้องกัน นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งนะครับ จนที่สุดแล้วก็เกิดปัญหาจนต้องมีการปรับโครงสร้าง ของ ศปภ. ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ในขณะนั้นพวกกระผมเองก็ได้พยายามที่จะร่วมเดินทาง ไปยังพื้นที่ที่ถือว่ามีความสําคัญในการระบายน้ําโดยธรรมชาติ นั่นก็คือพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กรุงเทพมหานครที่โดยธรรมชาตินั้นจะมีระบบคลองอยู่ถึง ๒๑ คลอง มีระบบสูบน้ําอยู่เป็น จํานวนมาก แต่สิ่งที่ประสบพบเห็นอยู่ในขณะนั้นก็พบว่าในระบบที่มีการเตรียมการนั้น กลับพบว่าไม่ได้มีการใช้งานครับ โดยเครื่องสูบน้ําในประตูระบายน้ําหลัก ๆ ๓ แห่ง ก็คือ ประตูระบายน้ําที่คลอง ๑๓ คลองแสนแสบ แล้วก็บริเวณคลองประเวศนั้นมีอยู่ ๕๒ เครื่อง แต่มีการเปิดใช้งานอยู่ไม่ถึง ๑๐ เครื่องครับ ในขณะนั้นทางพรรคพวกผมก็ได้แถลงการณ์ และได้ร้องขอไปยังรัฐบาลให้มีการดําเนินการในส่วนนี้ และได้สืบทราบมาว่ากลไกสําคัญ ประการหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมการผันน้ําลงสู่ทะเลนั้นกลับเป็นกลไกที่บุคลากรที่รับผิดชอบ ในคณะกรรมการผันน้ําลงสู่ทะเลนั้นมิได้เป็นบุคลากรที่ทํางานอยู่ในหน่วยงานราชการ แต่เป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในขณะเดียวกันนั้น ทางพวกกระผมเองก็ได้ให้ความสําคัญมากครับ ในการที่จะพยายามนําเสนอทางออก เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงระบบการบริหารงานของ ศปภ. เอง และท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองนั้น ก็ได้เข้าร่วมหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ บางเรื่องที่เราประสบพบเห็น เช่น การรั่วลงของคันกั้นน้ําคลองประปานั้นก็ได้มีการสื่อสารโดยตรงไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย แต่สิ่งที่เป็นผลโดยตรงนะครับ จากการที่ระบบฝั่งตะวันตก ของแม่น้ําเจ้าพระยาต้องรับภาระเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับนั้น ก็ทําให้ การประเมินสถานการณ์การท่วมของน้ําในภาคตะวันตกของกรุงเทพมหานครนั้นมีปัญหา อย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่จะทําให้การแก้ไขปัญหาไม่สามารถที่จะสัมฤทธิ์ผลได้ก็คือการที่ เมื่อระบบและองค์การไม่ทํางานแล้ว เมื่อปัจจัยในเรื่องของคนมีปัญหา การแก้ไขปัญหาก็ยาก ที่จะสําเร็จลงครับ ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ทาง ศปภ. เอง ซึ่งภายหลังจากที่มีการรวบอํานาจ โดยอาศัยมาตรา ๓๑ ของกฎหมายตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้รวบอํานาจมาไว้นั้นก็ได้กล่าว ยืนยันว่ามวลน้ําก้อนใหญ่คงจะไม่เห็นอีก และวันนี้มวลน้ํานั้นได้ถูกผันตามไปยังคลองต่าง ๆ ของ กทม. แล้ว ในวันนั้นนะครับเป็นวันที่ภาพถ่ายทางดาวเทียมก็ได้ยืนยันครับ ว่าสิ่งที่เรียก ได้ว่าเป็นมวลน้ําซึ่งอาจจะไม่ชัดเจนว่าเริ่มต้นที่ใดและสิ้นสุดที่ใดนั้นนี่นะครับ ยังไม่ได้ผันผ่าน เขตกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นรอยต่อที่สําคัญ ในขณะเดียวกันนั้น ก็ได้มีการให้ข่าวอย่างต่อเนื่องนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสืบเนื่องมาจาก การที่คันกั้นน้ําของแม่น้ําเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกมีปัญหาถึง ๑๓ จุด แต่ในวันที่ ๒ พฤศจิกายนก็เป็นวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านก็ได้ให้ข่าวอีกครั้งหนึ่งครับ ว่ากรณีของ การแก้ไขปัญหาในส่วนฝั่งตะวันตกหรือฝั่งธนบุรีนั้น มวลน้ําที่เราต้องไปชะลอให้ลดลง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สุด แต่ที่ใหญ่สุดคือปริมาณน้ําทะเลสูงกว่าคันกั้นน้ํา ข้อเท็จจริงคือ ในวันดังกล่าวนั้นนะครับ เป็นวันที่ตัวกระผมเองกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้ไปตรวจพื้นที่ทั้งในเขตตลิ่งชัน และในเขตบริเวณบางแค และข้อเท็จจริงคือในวันดังกล่าวนั้น ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีข้อเท็จจริงก็คือบริเวณที่อยู่อาศัยอยู่ติดกับคลองบางกอกน้อย ซึ่งจะรับผล หากมีการหนุนจากน้ําทะเลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยานั้นคลองพร่องอยู่ครับ ประชาชนที่อยู่ ริมคลองบางกอกน้อยยังไม่ได้รับผล แต่ประชาชนที่อยู่พื้นที่ชั้นในที่รับน้ําที่เอ่อล้นมาจาก คลองมหาสวัสดิ์นั้นอยู่ในสภาพที่จมน้ําเกือบที่จะครบพื้นที่ครับ ข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นทําให้ ทางพวกกระผมนั้นเกิดความกังขาในการประเมินปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขระบายน้ําในซีกฝั่งตะวันตก ในวันถัดไปคือวันที่ ๓ พฤศจิกายนนั้น ก็ได้มีการให้ข่าวอีกครั้งหนึ่งครับ ว่าปัญหาจากน้ําท่วมในฝั่งตะวันตกนั้นมีสาเหตุ จากการพบรอยรั่วถึง ๗ กิโลเมตร และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ข่าวนะครับว่ามีรอยรั่ว มานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่จะเข้าไปดําเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป คาดว่าจะเสร็จสิ้น ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน จากการตรวจข้อเท็จจริงพบว่าทาง ศปภ. เองได้มีรายงาน การประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม เป็นการบันทึก และมีการมอบหมายให้กรมชลประทาน เร่งอุดรอยรั่วตามคันกั้นแม่น้ําเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ประสานงานในการจัดหาแผ่นกั้นชีทไพล์ (Sheet pile) ข้อเท็จจริงที่กระผมจําเป็นที่จะต้อง เรียนถามนะครับ ก็คือบริเวณคันกั้นน้ําฝั่งตะวันตกนั้นขณะนี้ได้มีการแก้ไขไปถึงไหนแล้ว เหตุใดจึงมีการให้ข่าวว่าจะมีการเริ่มดําเนินการในสัปดาห์ที่แล้ว ในเมื่อปัญหาดังกล่าว ได้มีการรับทราบมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม

ประเด็นสุดท้ายนะครับ ที่กระผมอยากที่จะเรียนถามไปยังรัฐบาลนั้น ก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้เหตุการณ์ในขณะที่มีความสับสน ในเรื่องข้อมูลนั้นได้ออกมายืนยันในประเด็นที่พวกกระผมเองนั้นไม่อยากและพึงที่จะ หลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นปัญหาการเมือง ก็คือประเด็นในเรื่องของการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ สัมภาษณ์ว่ายืนยันว่าในช่วงเวลาที่ตนเข้ามารับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นน้ําได้เต็มความจุของ ทุกเขื่อนแล้ว ซึ่งเป็นประเด็นที่ท่านสมาชิกอีกหลายท่านก็จะให้ข้อเท็จจริงว่าเหตุดังกล่าวนั้น เป็นความพยายามที่จะเบี่ยงเบนและปฏิเสธความรับผิดชอบในการบริหารงานว่าเป็นสาเหตุ จากธรรมชาติ สาเหตุจากการบริหารที่บกพร่องในรัฐบาลในอดีต และเป็นสาเหตุ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการดําเนินการในปัจจุบัน

สุดท้ายนะครับ กระผมอยากจะเรียนครับว่าเมื่อการบริหารงานในลักษณะ ที่ระบบก็ล้มเหลว บุคคลที่มีความรับผิดชอบนั้นก็เสี่ยงต่อความล้มละลายในเรื่องของ ความน่าเชื่อถือ กระผมก็เห็นครับว่าพวกกระผมเองและรัฐสภาแห่งนี้ก็มีหน้าที่โดยตรงที่จะ ช่วยกันกอบกู้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เพราะมีส่วนสําคัญและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ ความน่าเชื่อถือของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะเรียนยืนยันครับว่าในวันนี้ การประชุมร่วมรัฐสภาแห่งนี้ก็จะสะท้อนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อไป และเมื่อน้ําลด แล้วกลไกสําคัญที่จําเป็นในการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนนั้นก็มีความจําเป็นครับที่รัฐสภา แห่งนี้จะต้องมีการเปิดประชุมร่วมเพื่ออภิปรายและรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๑๗๙ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะร่วมทํางานแก้ไขวิกฤติด้วยความสร้างสรรค์ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ